ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้ ไม้ขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ มองไปที่บ้านเป็ดปุ๊ก เห็นเชียรกำลังทำสวนน้ำอยู่คนเดียวท่าทางเหนื่อยเพลีย เขาไม่สบายใจจนไม่อยากดูต่อ แต่พอหันกลับมือถือก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ของเชียร พอไม้รับสายเชียรถามทันทีว่า ไม่เห็นมาที่บ้านหลายวันแล้ว เห็นไม้อึกอักก็บอกว่าไม่เป็นไรถามว่าวันนี้จะมาไหม ตนอยากทำให้มันเสร็จๆ ไปเท่านั้น กลัวต้นไม้จะตายเสียหมด

ไม้ฝืนใจบอกว่าคงไม่ได้เพราะตนอยู่ต่างจังหวัดอีก

หลายวันกว่าจะกลับ แต่ถ้าต้นไม้จะตายเสียหมด พวกนั้นตายก็ไม่เป็นไรให้ไปเอาใหม่ที่ร้านได้ ตนจะให้ฝ้ายพาเด็กๆไปทำให้ แต่เชียรอยากให้เขาทำเองมากกว่า บอกว่ากลับมาวันไหนโทร.บอกก็แล้วกัน พอวางสายจากเชียร ไม้ก็รู้สึกตัวเองไม่น่ารับปากเป็ดปุ๊กว่าจะไม่ไปที่บ้านเธออีกเลย

แต่ความลับไม่มีในโลก เย็นนี้พิกุลเจอเชียรที่สวนหย่อมใกล้สำนักงาน เธอทักอย่างคุ้นเคยและรู้เรื่องดีว่าสวนไม้น้ำที่บ้านเสร็จแล้วใช่ไหม เพราะได้ยินไม้บอกว่าไปทำให้ที่บ้าน จึงรู้จากเชียรว่ายังไม่เสร็จเพราะไม้ไปทำโครงการที่ต่างจังหวัด พิกุลบอกว่าเราไม่มีโครงการอยู่ต่างจังหวัดและไม้ก็ไม่ได้ไปไหนตนเพิ่งเจอเขาเมื่อบ่ายนี้เอง

“แต่เขาบอกผมว่า...ทำไมต้องโกหกกันด้วย” เชียรพึมพำอย่างเสียความรู้สึก พิกุลตกใจที่ตัวเองทำให้เชียรรู้ว่าไม้โกหก แต่ก็นึกสงสัยว่าทำไมไม้ต้องโกหกด้วย

ตกค่ำเมื่อพิกุลมาเล่าให้ไม้ฟัง ไม้ตกใจบอกพิกุลว่า ตนไม่ได้โกหกเพียงแต่บอกความจริงไม่หมดเท่านั้นเอง ถามพิกุลว่าแล้วจะบอกเชียรอย่างไรดี พิกุลบอกว่าวิธีที่ดีที่สุดคือให้พูดความจริงทั้งหมดและบอกความจำเป็นที่ต้องปดด้วย พอดีเชียรโทร.เข้ามือถือ ไม้ดูเบอร์แล้วหน้าเสียเดินเลี่ยงไปรับสาย

“สวัสดีครับคุณเชียร ครับ...ใช่ครับ...พิกุลบอกแล้วเหรอครับ ผมขอโทษนะครับ เอางี้แล้วกันครับ เดี๋ยวผมจะไปหาคุณเชียรรอแป๊บนะครับ”

แล้วไม้ก็ไปจริงๆ โดยปีนกำแพงเข้าไปตามเคย พอขึ้นไปนั่งบนกำแพงก็บอกเชียรว่าตนมีของมาฝากด้วยเป็นการไถ่โทษ แล้วหันไปบอกลูกน้องให้ส่งมาเลย มันคือต้นไม้น้ำจำนวนหนึ่งกับปุ๋ยและยาบำรุงต้นไม้จำนวนหนึ่ง แต่ขณะรับของขึ้นมาน้ำหนักเสียดุลต้นไม้ทำท่าจะร่วง เชียรรีบเข้าไปช่วยรับไว้

“ผมลงไปนะครับ จะได้อธิบายให้คุณเชียรเข้าใจ” เมื่อเชียรพยักหน้าเขาจึงกระโดดจากกำแพงลงไป

ooooooo

ลงมาแล้ว ไม้เล่าความจริงให้เชียรฟัง เชียรบ่นเป็ดปุ๊กว่าคนเราจะดูกันแต่ภายนอกไม่ได้ ไม้บอกว่าตนไม่อยากให้เขามีปัญหากับลูกจึงขอตัดปัญหาไปสักระยะ รอให้เป็ดปุ๊กหายร้อนเสียก่อนค่อยมาใหม่

เชียรกลัวต้นไม้จะรอไม่ไหว ไม้จะให้ฝ้ายกับเด็กๆมาทำพอให้ต้นไม้อยู่รอดไปก่อน แล้วอาทิตย์หน้าตนจะมาตบแต่งให้สวยอีกที เชียรจำใจพยักหน้า อดบ่นไม่ได้อีกว่า

“เอางั้นก็ได้ น่าเสียดายนะ ถ้าเป็ดปุ๊กมีโอกาสได้รู้จักตัวเธอจริงๆ เขาจะรู้ว่าเธอเป็นคนดีแค่ไหน”

“จะมีวันนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ” ไม้ยิ้มอย่างไม่มีความหวังนัก พอดีเป็ดปุ๊กโทร.เข้ามือถือเชียรบอก ว่ากำลังซื้อกับข้าวอยู่หน้าหมู่บ้าน ไม้ได้ยิน เขาพรวดไปที่กำแพงกระโดดเกาะกำแพงดึงตัวขึ้นไปแล้วทิ้งตัวลงอีกฝั่งทันที เชียรก็รีบหันไปหยิบผ้าใบมาคลุมของที่ไม้ขนมา เอาหินทับไว้เรียบร้อย พอดีเป็ดปุ๊กมาถึงพร้อมกับข้าวที่ซื้อมา

เธอถามพ่อว่าเป็นยังไงบ้าง เชียรบอกว่าสบายดีกลางวันว่าจะทำสวนแต่รู้สึกเหนื่อยเลยไปนอนพักตกเย็นก็มาเดินออกกำลังกาย เธอถามอย่างระแวงว่าพ่อทำสวนกับใครหรือ?

“จะทำกับใคร ก็ทำคนเดียวน่ะซี ไม้เขาไม่ว่างมาช่วย” แล้วยกถุงกับข้าวขึ้นดู ชมว่ากับข้าวดูน่ากิน ตนหุงข้าวไว้แล้วเดี๋ยวเราไปกินกันเลย พลางเดินนำเข้าบ้านไปอย่างคึกคักกระฉับกระเฉง

“ถ้านายไม้ไม่มา แล้วทำไมพ่อถึงดูคึกคักนัก ไม่ซึมเหมือนเมื่อวาน?” เป็ดปุ๊กนึกสงสัย มองไปที่สวนน้ำเห็นบางอย่างผิดปกติ เดินไปเปิดผ้าใบที่คลุมบางอย่างออกดู เห็นของแล้วก็ยิ่งสงสัย

ooooooo

รุ่งเช้า เป็ดปุ๊กขับรถไปที่สวนขวัญ ก่อนถึงเธอเอากระเป๋าสะพายมาหยิบตลับแป้งจะเติมแป้งที่หน้า แต่ถูกรถคันหลังบีบแตรเตือน เธอจึงวางกระเป๋าไว้บนตักแล้วขับเลี้ยวเข้าไปในร้านสวนขวัญ

เดินเข้าไปในร้านไม่เห็นใครเลย เธอวางกระเป๋าที่ยังไม่ได้ปิดไว้บนโต๊ะหันหาใครบางคน

“มาแต่เช้าเลย” เสียงไม้ทักจากข้างหลัง เธอสะดุ้งมือปัดถูกกระเป๋าตกของในกระเป๋าหล่นออกมา เธอรีบก้มเก็บ ไม้ช่วยเก็บด้วยกลับถูกสั่งไม่ต้องยุ่ง ตนเก็บเอง

ที่แท้เธอต้องการมาต่อว่าไม้ที่ไม่ทำตามที่รับปากไว้ เมื่อวานยังไปที่บ้านอีก ไม้บอกว่าที่จริงตนก็ไม่อยากไป แต่รู้สึกว่าพ่อเธอรู้สึกแย่มากเลยต้องไปดูแล กลับถูกย้อนประชดว่าเขาเป็นญาติฝ่ายไหนของพ่อไม่ทราบ ไม้ทนไม่ได้เลยย้อนถามว่า

“ผมก็อยากจะถามคุณเหมือนกันว่าคุณเป็นลูกแบบไหนถึงได้ปล่อยให้พ่อต้องเป็นทุกข์แบบนั้น”

“นายไม้! ไม่ต้องมากวน จะบอกให้นะ ฉันพยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดให้พ่อของฉัน นายเป็นคนนอก ไม่รู้หรอกว่าเราสองคนต้องเจออะไรมาบ้าง คนอย่างนายทำได้ก็แค่หลอกให้คนแก่หายเหงา แต่นายไม่ได้รู้ดีพอจนพอจะช่วยให้เขาหายทุกข์แล้วกลับมามีความสุขได้หรอก มันเป็นหน้าที่ของฉันนี่ อย่าได้มาทำเป็นเก่ง ยังไงนายก็ไม่ใช่ลูกของพ่อ”

เป็ดปุ๊กว่าฉอดๆ หยุดหายใจพยายามระงับความโกรธแต่ก็ยังไม่วายขู่ว่า

“ถ้าฉันรู้ว่านายไปที่บ้านฉันอีก ฉันให้ตำรวจลากคอนายเข้าคุกแน่ จำไว้ด้วย!” พูดแล้วเดินกลับไปเลย

ooooooo


เป็ดปุ๊กไปถึงบริษัทสายไป 15 นาที เจอแก้วกำลังคุยอะไรอยู่กับพิมพา พอเธอเดินเข้าไปก็ถูกพิมพามองด้วยหางตาแล้วเดินผ่านไปเลย เป็ดปุ๊กสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น?

ถามแก้วจึงรู้ว่า พิมพามาถึงบริษัทตั้งแต่เจ็ดโมง พอตนมาถึงพิมพาก็เอาเอกสารมาถามว่ารู้จักลูกค้ารายนี้ไหมแล้วให้ทำใบเสนอราคาให้ เป็ดปุ๊กเปิดแฟ้มดู บอกแก้วว่าแก้วเซ็นรับรองไปเองแบบนี้ก็ต้องรับผิดชอบไปจนกว่าจะจบงาน แก้วตอบอย่างมั่นใจว่า ตนทำได้ไม่ลองแล้วจะทำได้หรือ

“ลูกค้าเจ้านี้เป็นลูกค้ารายใหญ่ จะมาทดลองอะไรไม่ได้หรอก ไม่เป็นไร เดี๋ยวเป็ดจะโทร.ไปเคลียร์กับลูกค้า แล้วรับงานมาทำเอง” แต่พอจะเอามือถือมาโทร. ปรากฏว่ามือถือหาย เป็ดปุ๊กเชื่อว่าต้องตกที่ร้านต้นไม้ตอนทำกระเป๋าตกแน่ๆ

แก้วพยายามที่จะให้เป็ดปุ๊กใช้มือถือตัวเองโทร.ไปติดต่อลูกค้า แต่เป็ดปุ๊กรู้ทันบอกว่าเดี๋ยวลูกค้าโทร.กลับแล้วจะสับสน หันไปใช้โทรศัพท์ออฟฟิศโทร.แล้วบอกให้โทร.กลับมือถือของตน ทำให้แก้วไม่พอใจนัก

ตกเย็น เป็ดปุ๊กไปที่ร้านสวนขวัญ ปรากฏว่าไม้ไม่อยู่ เธอบอกฝ้ายว่าจะมาถามไม้ว่าขโมยมือถือของตนไปหรือเปล่า ฝ้ายสวนทันทีว่าไม้ไม่ใช่คนแบบนั้น แต่เป็ดปุ๊กก็ยังยืนยันว่าไม้ต้องเก็บไว้แน่ ฝ้ายจึงรับปากว่าถ้าเจอก็จะถามให้

“ไม่ใช่แค่ถาม บอกให้เขาเอาไปคืนฉันเลย เพราะถ้าฉันไม่ได้โทรศัพท์คืน ฉันจะแจ้งตำรวจ”

ฝ้ายทำหน้าสยอง ถามว่าโทรศัพท์เธอยี่ห้ออะไรรุ่นไหน

ooooooo

ที่บ้านย่าขวัญ...ไม้กำลังว่ากล่าวตักเตือนตั๊กแตนเรื่องไม่สนใจการเรียนเอาแต่เที่ยว แม้แต่กับย่าขวัญก็ไม่อยู่ดูแลช่วยงาน ที่สำคัญชอบทำตัวเป็นสก๊อยเที่ยวแรดไปหาผู้ชาย

แตนโต้ว่าตนต้องมองหาเพื่อนชายเสียแต่ตอนนี้ไม่รอจนแก่งั่กอย่างเขาหรอก ป่านนี้ก็ยังหาแฟนไม่ได้

“พี่ไม่ใช่หาไม่ได้ แต่ไม่อยากหาต่างหาก มีไปทำไมแฟน กวนตัวกวนใจเปล่าๆ”

พอดีฝ้ายเข้ามาบอกไม้ว่าเมื่อกี๊เป็ดปุ๊กมาหา ตอนนี้กลับไปแล้วแต่ฝากมาบอกว่า ให้เอาโทรศัพท์มือถือที่เก็บไว้ไปคืนโดยด่วน ไม้ทำหน้างง ฝ้ายอธิบายว่า

“ก็มือถือที่คุณเป็ดปุ๊กเขาทำหล่น แล้วใครบางคนแอบเก็บไว้เป็นที่ระลึก ไว้ดูแทนตัวยามฝันถึงน่ะซีคะ” เห็นไม้ยังทำหน้างง ฝ้ายบอกว่า “เขาบอกเมื่อเช้าเขาทำกระเป๋าตกที่ร้าน”

“ไม่เห็นมีโทรศัพท์ ไหนบอกมาซิ โทรศัพท์

ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร เก่าแค่ไหน”

แม้จะบอกว่าไม่เห็น แต่ค่ำนี้ไม้ก็ไปหาแถวที่เป็ดปุ๊กทำกระเป๋าสะพายหล่นเมื่อเช้า ฝ้ายก็ยังพยายามอำว่าเขาเก็บได้และเอาไว้เป็นที่ระลึก

“ฉันไม่เห็น และก็ไม่คิดจะเก็บอะไรของยัยนั่นเป็นที่ระลึกหรอก”

“จริงหรือคะ หมายความว่าคุณเป็ดปุ๊กไม่ได้มีความหมายอะไรเลยเหรอ”

“ไม่มี แล้วไม่มีวันจะมีด้วย คนอะไรรั้น คิดว่าตัวเองรู้ไปหมดทุกอย่าง ไม่เคยฟังคนอื่น เที่ยวไปพูดว่าฉันผิดปกติ”

ฝ้ายสนใจจี้ถามว่าผิดปกติยังไงหรือ ไม้ตัดบทว่าไม่อยากพูด แล้วบ่น

“จริงๆแล้วตัวเองก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆที่แทบไม่เข้าใจโลกเลย”

“เจอกันกี่ครั้ง เข้าใจเขาดีจังเลยนะคะ อย่างกับ.... กำลังพูดถึงตัวเอง” ไม้มองขวับถามว่าอะไรนะ! “ฝ้ายว่าคุณเป็ดปุ๊กก็คล้ายๆกับคุณนั่นแหละ แบบนี้ถ้าได้แต่งกัน ส่วนที่ดีก็คงจะส่งเสริมกันจนเจริญรุ่งเรือง แต่ส่วนที่ไม่ดีที่เหมือนกัน มันจะทำให้เหมือนตกนรกทั้งเป็นเลยล่ะค่ะ”

“งั้นฉันก็โชคดี ฉันไม่ต้องตกนรก เพราะฉันไม่มีวันจะแต่งงานกับคุณเป็ดแน่ เอาล่ะ หาต่อก่อน ถ้ามันตกอยู่จริงๆก็ต้องเจอ ไม่งั้นคุณเป็ดเขาก็ต้องโกหก”

“ไม่โกหกหรอกค่ะ ท่าทางเขาเดือดร้อนจริงๆ”

ฝ้ายพูดจริงจังจนไม้นิ่งคิด...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ไม้ไปหาเชียรที่บ้าน พอรู้ว่าเป็ดปุ๊กไปทำงานแล้ว เขาจึงขอเข้าไปแต่งสวนน้ำให้เสร็จพอเข้าบ้านก็เอามือถือออกมาให้เชียรถามว่าของเป็ดปุ๊กหรือเปล่า

เชียรถามว่าแล้วโทรศัพท์ไปอยู่กับเขาได้อย่างไร ไม้จึงเล่าให้ฟัง แล้วพูดออกตัวว่า ตนใช้มือถือรุ่นนี้ไม่ค่อยเป็นเลยกดผิด สงสัยจะลบข้อมูลในโทรศัพท์ไปหมด ไม่รู้เธอจะโกรธตนหรือเปล่า

“จะโกรธได้ไง ไปทำของตกไว้เอง โชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้คืน” ไม้บอกว่าถ้าเธอคิดอย่างนั้นก็ดี  แล้วตีหน้าเศร้า เชียรจึงพูดให้สบายใจว่า “บอกข่าวดีให้ก็ได้ ฉันได้ยินเขาบอกว่าเขาเซฟข้อมูลโทรศัพท์ไว้ในคอมพิวเตอร์เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง เขาเอากลับมาใส่ในโทรศัพท์ได้ไม่ยากหรอก มา...มาช่วยกันทำสวนให้เสร็จๆเถอะ” ขณะไปทำสวนกัน เชียรเปรยๆว่า “บอกตามตรงนะ ไม่ได้เจอหน้าเธอ 2-3 วัน มันเหงาจริงๆเลย”

ทั้งสองช่วยกันทำสวนน้ำทั้งเพลินทั้งมีความสุข

ตกค่ำเป็ดปุ๊กกลับมาเห็นสวนแต่งเสร็จแล้ว เห็นความสวยงาม แล้วเธอเชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของลูกน้องแน่ บ่นพ่อว่าพูดไม่เชื่อจริงๆ

แต่แล้วก็ใจเสียเมื่อร้องเรียกพ่อแล้วไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อเดินหาจนทั่วบ้านแล้วไม่เจอ เอะใจว่าถ้าไปไหนพ่อก็น่าจะทิ้งโน้ตไว้ เดินหาไปจนถึงห้องครัว เห็นมือถือวางอยู่ก็ฉุกคิดว่า มือถือมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เชื่อว่าพ่อต้องอยู่กับไม้แน่ๆ

ooooooo

อึดใจเดียว เป็ดปุ๊กก็ไปถึงร้านสวนขวัญ ถามฝ้ายทันทีว่าไม้อยู่ไหม ฝ้ายบอกว่ากำลังจะปิดร้านพรุ่งนี้ค่อยมาซื้อก็แล้วกัน เป็ดปุ๊กบอกว่าตนไม่ได้มาซื้ออะไรแต่มาหานายไม้

ฝ้ายพูดถ่วงเวลาและกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้เป็ดปุ๊กเข้าไปหลังร้าน เป็ดปุ๊กเลยบอกว่า

“มีคนเอาโทรศัพท์ไปคืนฉันแล้ว นายไม้เอาไปคืนใช่ไหม” ฝ้ายบอกว่าตนไม่ทราบ “แล้วเขาอยู่ไหน พ่อฉันมาอยู่กับเขาหรือเปล่า” ฝ้ายบอกไม่ทราบเหมือนกัน “ไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหนเหรอ หรือไม่รู้ว่าพ่อฉันอยู่กับเขาหรือเปล่า”

ฝ้ายตอบไม่สบตาว่าไม่รู้ทั้งสองอย่าง เป็ดปุ๊กจึงบุกไปหลังร้านบอกว่าจะไปหาพ่อเอง ฝ้ายขู่ว่าหลังร้านรกมีงูชุม แต่ก็หยุดเป็ดปุ๊กไม่ได้ ฝ้ายยืนเกาหัวบ่น “ไม่สำเร็จ เฮ้อ...ถูกด่าอีกแน่ๆนังฝ้ายเอ๊ย”

ในที่สุด เป็ดปุ๊กก็เจอเชียรอยู่บนบ้านต้นไม้ เธอตกใจถามว่าพ่อขึ้นไปทำไม

“ขึ้นมาดูบ้านต้นไม้ของนายไม้เขา เท่ไหมล่ะ มีบ้านต้นไม้ด้วย”

เป็ดปุ๊กเป็นห่วงบอกให้พ่อลงมา เชียรไม่อยากให้ลูกเป็นห่วงจึงค่อยๆไต่บันไดลงมา แต่พลาดตกลงมาสูงประมาณ 3 เมตรทำให้เจ็บจนลุกไม่ขึ้น ไม้อุ้มไปหน้าร้านแล้วเรียกรถพยาบาลมารับไป

ระหว่างที่เชียรเข้าห้องฉุกเฉินนั้น เป็ดปุ๊กกับไม้รออยู่ข้างนอกก็โต้เถียงกันรุนแรง เป็ดปุ๊กโทษว่าเพราะเขาพาพ่อขึ้นไปบนบ้านต้นไม้จึงทำให้พ่อต้องตกลงมาเจ็บ ไม้โต้ว่าพ่อเธอรบเร้าอยากขึ้นไปเองตนเลยต้องพาขึ้นไป ชี้ให้เห็นว่า

“คุณนี่เก่งแต่ยัดเยียดความผิดให้คนอื่นจังเลยนะ ผมจะบอกอะไรให้ ความผิดไม่ได้อยู่ที่ผมหรอกมันอยู่ที่ ‘คุณ’ ต่างหาก!” พอถูกถามอย่างไม่พอใจว่ายังไงนะ! ไม้ชี้แจงว่า “ถ้าคุณเข้าใจพ่อคุณดีพอ รู้ว่าเขากำลังรู้สึกอะไร คุณก็ควรจะดูแลเขาให้ดีกว่านี้ ไม่ปล่อยให้เขาต้องรู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนอยู่คนเดียวในโลก แล้วเขาก็คงไม่มาหาผม แล้วให้ผมต้องทำหน้าที่แทนคุณอยู่นี่ไง”

เป็ดปุ๊กนิ่งอึ้ง ครู่หนึ่งเธอร้องไห้ พูดปนสะอื้น...

“ฉันเป็นลูกที่แย่มากใช่ไหม ทำให้นายต้องทำหน้าที่แทนฉัน ทั้งหมดนี่มันเป็นความผิดของฉัน!!”

พอเห็นน้ำตาเธอ ไม้ก็ใจไม่ดี รีบบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจว่าเธอแบบนั้น แต่เป็ดปุ๊กก็เอาแต่ร้องไห้โทษแต่ว่าเป็นความผิดของตัวเอง

หมอตรวจแล้วปรากฏว่าเชียรแค่สะโพกครากเท่านั้น พอเชียรออกมาเห็นเป็ดปุ๊กตาแดงๆถามว่าร้องไห้หรือ ไม้จึงบอกว่า “เขาเป็นห่วงคุณมากครับ” เชียรเรียกเป็ดปุ๊กเข้าไปหา จับมือเธอขอโทษที่ตนทำให้ต้องเป็นห่วง ไม้ผสมโรงขอโทษด้วย เชียรถามว่าเขาเกี่ยวอะไรด้วย ไม้ตำหนิตัวเองว่าไม่น่าจะให้เขาขึ้นไปตั้งแต่แรกแล้ว

“ฉันบังคับให้เธอพาฉันขึ้นไปต่างหาก นี่...แล้วจะบอกให้นะไม้ ถึงจะต้องเจ็บ แต่มันก็คุ้มที่ได้ขึ้นไปบนนั้น” แล้วหันบอกเป็ดปุ๊ก “วันหลังพ่อจะพาขึ้นไป”

“บนนั่นน่ะมันห้องนอนผม ผู้หญิงที่จะขึ้นไปบนนั้นได้ มีแต่เจ้าสาวของผมเท่านั้น”

“ถ้างั้นชาตินี้ก็คงไม่มีผู้หญิงคนไหนได้ขึ้นไปบนนั้น” เป็ดปุ๊กปรามาสเสียจนไม้อึ้ง

“พูดแบบนั้นได้ยังไงลูก” เชียรติง ไม้เอ่ยขึ้นว่าถ้าไม่เป็นอะไรมากตนก็ขอตัว แต่พอเขาเดินออกไปเป็ดปุ๊กนึกอะไรได้ตามออกไปเรียก แต่ไม้หายไปแล้ว เธอบ่นว่าคนหรือผีเนี่ย เชียรถามว่ามีอะไรหรือ

“ว่าจะถามเขาเรื่องโทรศัพท์เป็ดน่ะค่ะ เป็ดเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะในครัว”

ระหว่างนั่งรถกลับกันนั้น เชียรเล่าว่าไม้เอาโทรศัพท์มาคืนบอกว่าเจออยู่ใต้ตู้ในร้าน แต่เป็ดปุ๊กยังมองเขาในแง่ร้ายว่าถ้าตนไม่ไปขู่ก็คงไม่ได้คืน เธอมองเขาในแง่ลบไปหมดทุกอย่าง จนเชียรติงว่า

“เมื่อไหร่ลูกถึงจะเชื่อพ่อสักทีว่าไม้น่ะเขาเป็น คนดี...พ่อขอร้องนะ เลิกมองไม้ในแง่ร้ายสักที เขาดีกับพ่อ ดีกับพวกเรามาก ถ้าไม่มีเขา พ่อก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองจะเป็นยังไง”

เมื่อกลับถึงบ้าน เชียรดูยาในถุงจึงรู้ว่าหายไปสองซอง บอกให้เป็ดปุ๊กไปหาในรถ เธอไม่เพียงเจอยาที่หล่นอยู่ หากยังเจอโทรศัพท์ด้วย เธอรู้สึกละอายใจวูบขึ้นมามอง โทรศัพท์ที่ไม้เอามาให้ เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังมีอีกเรื่องที่ค้างคาใจ

เอายาให้พ่อแล้วเธอขึ้นไปที่ห้องนอน มองโทรศัพท์ในมือพึมพำ... “นายทำแบบนี้ทำไม”

ooooooo

รุ่งขึ้น ก่อนออกไปทำงาน เธอบอกพ่อว่าถ้าวันนี้ไม้มาให้เขาอยู่รอด้วย ตนมีอะไรอยากคุยกับเขาหน่อย

เชียรแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูก แต่ก็รับ ปากว่าถ้าไม้มาก็จะบอกให้แต่ไม่รู้ว่าเขาอยากจะอยู่คุยหรือเปล่า เห็นเชียรหิ้วถุงขยะจะไปทิ้งเลยรับเอาไปทิ้งเอง ปรากฏว่าถังขยะเต็มจนล้น พอดีขับรถไปสวนกับพิกุลจึงชะลอรถถามว่าทำไมเขาไม่มาเก็บขยะ

พิกุลบอกว่าเป็นแบบนี้ทุกหมู่บ้านบนถนนสายนี้เลยเพราะรถขยะของเทศบาลเสีย กว่าจะซ่อมเสร็จเป็นเดือน แต่ก็บอกว่าไม่ต้องตกใจ ตนคุยกับเขาแล้ว เขาบอกว่าจะเกลี่ยรถมาขนไปอาจจะอีกสักวันสองวัน ตนจะคอยจี้เขาให้อีกที

แต่พอไปถึงที่ทำงาน  เป็ดปุ๊กก็รู้สึกแก้วหน้าบึ้งตึงผิดปกติ เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามือถือก็กดทิ้ง เป็นอยู่อย่างนี้หลายครั้งจนมีสายเข้าเครื่องบนโต๊ะขอคุยกับแก้ว แต่พอจะบอกแก้ว แก้วปฏิเสธไม่คุย เป็ดปุ๊กเลยต้องปดว่าแก้วออกไปข้างนอก แต่พอจะถามชื่อปรากฏว่าปลายสายวางไปแล้วแต่เป็ดปุ๊กก็เดาได้ว่าคงเป็นแฟนกัน ถามแก้วว่าทะเลาะกันหรือ

“เปล่าหรอก แค่รู้สึกว่าเขาไม่พร้อม” เธอถามว่าแล้วเขาต้องทำอย่างไรถึงจะพร้อมสำหรับแก้ว “ก็ไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่ทำให้รู้ว่าเขาแคร์เรา พร้อมที่จะทำเพื่อเรา ให้เรารู้ว่าความรู้สึกของเราสำคัญสำหรับเขา” พูดแล้วทำงานต่อ

เป็ดปุ๊กนิ่งคิดไปกับคำตอบของแก้ว...

ooooooo

วันนี้เชียรโทร.ไปหาไม้ เขามาเอาบ่ายแก่ๆ เขาถามอาการเจ็บสะโพกว่าเป็นอย่างไรบ้าง เชียรบอกว่าได้ยาแก้ปวดไปก็ดีขึ้น แต่ยังไม่กระฉับกระเฉงนัก

ไม้ถามว่าโทร.ให้ตนมาหามีอะไรหรือ เชียรบอกว่าตนอยากมีเพื่อนคุยถามว่าว่างไหม ไม้บอกว่าบ่ายนี้ว่าง จึงชวนไปดูต้นไม้กัน ระหว่างนั้นเชียรชวนให้อยู่ถึงเย็นได้ไหม รอจนกว่าเป็ดปุ๊กจะกลับมา ไม้ตอบรับด้วยความยินดี จะอยู่ทานข้าวด้วยกันเลยก็ได้เพราะเห็นย่าขวัญบอกว่าเย็นนี้จะทำปลาทูต้มเค็ม เดี๋ยวจะให้ฝ้ายไปเอามาส่งให้ทางกำแพง

“ปลาทูต้มเค็มเหรอ เดี๋ยวนี้หากินยากนะเนี่ย”

“ต้องแก่ระดับย่าผมเท่านั้นแหละครับถึงจะกล้าทำ” ไม้พูดขำๆ แล้วหัวเราะกันอย่างสบายใจ

เป็ดปุ๊กกลับมาเห็นถังขยะที่บ้านยังเต็มจนล้นอยู่ เธอมองเบื่อๆ แล้วมองเลยไปที่บ้านไข่มุกที่เมื่อเช้าขยะก็เต็มเหมือนกัน แต่ตอนนี้กลับไม่มีขยะเหลือในถังเลย เธอพึมพำแปลกใจ “ทำไมเป็นแบบนี้...”

เมื่อเข้าบ้านเจอไม้รออยู่ เธอชวนไปคุยข้างนอกกัน เชียรแซวเธอว่าอย่ารุนแรงกับไม้เขานะ เธอบอกว่าจะพยายามแล้วเดินออกไปคุยกับไม้ข้างนอก

“นายทำแบบนี้ทำไม” เธอเปิดฉากอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พอไม้ถามว่าหมายความว่ายังไง เธอจึงบอกว่า“นายเอา โทรศัพท์เครื่องนึงมาให้พ่อฉัน บอกว่าฉันทำตกไว้ที่นั่น แต่จริงๆแล้ว โทรศัพท์ของฉันมันตกอยู่ใต้เบาะในรถ” พูดแล้วเห็นไม้นิ่งก็พูดเสียงเข้ม “ที่ฉันเกลียดมากๆก็คือคนโกหก”

“ผมไม่ชอบเหมือนกัน แล้วก็ไม่เคยโกหกมาก่อน แต่ตั้งแต่เจอคุณผมโกหกเป็นไฟเลย” เป็ดปุ๊กเดือดปุดที่เขาหาว่าตนทำให้เขาโกหก “เปล่าๆเอางี้ ผมก็แค่ไม่อยากเห็นคุณไม่สบายใจ ท่าทางคุณเดือดร้อนมากเวลาไม่มีโทรศัพท์ ผมไม่อยากให้งานคุณเสีย ไม่อยากให้คุณมีปัญหา”

เธอถามว่าตนมีปัญหาแล้วเกี่ยวอะไรกับเขา   ไม้ตอบหน้านิ่งว่า “เวลาคุณมีปัญหา ผม...ผมก็...ถูกด่า”

เป็ดปุ๊กไม่รู้จะพูดอะไรจะด่ายังไงอีก เลยเอาโทรศัพท์คืนให้เขา แต่ไม้ไม่รับคืนอ้างว่าใช้ไม่เป็น เธอบอกว่าไม่อยากเป็นหนี้เขา  เขาบอกว่าผ่อนให้ตนก็ได้ เธออ้างอีกว่าไม่อยากมีสองเครื่อง  เขาแนะนำว่าเอาไว้เผื่อทำตกที่ไหนอีก

เป็ดปุ๊กเตือนอย่างหงุดหงิดว่าอย่ากวนประสาทได้ไหมวันนี้ตนมีเรื่องกวนใจมากอยู่แล้ว ไม้ยังอยากยั่วอีกแต่ก็เปลี่ยนใจถามว่าเครียดเรื่องอะไร  เรื่องงานหรือเรื่องบ้าน เธอจึงเล่าเรื่องถังขยะให้ฟังว่า

“เขาบอกว่ารถขยะเสีย เลยมาเก็บขยะทั้งหมู่บ้านไม่ได้ แต่ทำไมบ้านอื่นเขาขนไปทิ้งได้?” ไม้ถามว่าบ้านไหน เป็ดปุ๊กพาเขาเดินไปหน้าบ้านผายมือไปที่ถังขยะบ้านไข่มุก “เมื่อเช้ามันก็ล้นเหมือนที่บ้านฉัน แต่ตอนนี้ มันหายไปหมดแล้ว”

ไม้เดินไปดูถังขยะบ้านไข่มุก เห็นว่าในถังไม่มีขยะเลย เขาพูดเสียงดังอย่างไม่พอใจ

“ทำแบบนี้อีกแล้วหรือ”

ooooooo

เย็นวันรุ่งขึ้นมีปัญหาใหญ่โตขึ้นทันที เมื่อไข่มุกมาโวยวายที่สำนักงานขายขอพบผู้จัดการ พิกุลบอกว่าผู้จัดการออกไปแล้วก็จะให้ตามกลับมา พิกุลไม่ตาม แต่ก็พอดีหทัยเข้ามา ไข่มุกหันไปไล่บี้ทันที พาหทัยไปที่หน้าบ้านตนแล้วชี้ให้หทัยดูรั้วสังกะสีเก่าๆที่มากั้นระหว่างบ้านตนกับสวนของไม้ หทัยถามว่าใครทำ

“ก็จะใครเสียอีกล่ะไอ้บ้าคนสวนของคุณนั่นแหละแสบจริงๆ”

เป็ดปุ๊กกลับมาเห็นคนมุงกันอยู่ถามว่ามีอะไรหรือ ไข่มุกชี้ให้ดูรั้วสังกะสีที่เพิ่งมากั้น เป็ดปุ๊กถามว่าใครมากั้นหรือ

“ไอ้บ้าคนสวนนั่นแหละ” เป็ดปุ๊กถามว่าเขาทำได้ยังไง  เจ้าของสวนยอมได้ยังไง “มันก็คงไปหลอกลวงอะไรเจ้าของสวนเขาน่ะซีคะเขาถึงยอมให้มันทำแบบนี้”

ครู่หนึ่ง เชียรออกมาถามว่ามีอะไรกันหรือ พอรู้ว่าเรื่องรั้วสังกะสี เชียรบอกว่าพวกคนสวนมากั้นตอนกลางวัน เป็ดปุ๊กถามว่าไม้ด้วยหรือเปล่า พอเชียรบอกว่าด้วย ไข่มุกได้ทีถล่มไม่ยั้ง...

“เห็นไหมคะ เป็นมันจริงๆด้วย เนี่ยมันมีเจตนาจะแกล้งฉันชัดๆคิดดูซีคะ ถ้าตั้งใจจะทำรั้วจริงๆทำไมไม่ทำให้ตลอดจนถึงบ้านคุณเป็ดปุ๊ก นี่ตั้งใจทำเฉพาะที่บ้านฉันคนเดียว”

“แล้วทำไมเขาถึงต้องแกล้งคุณด้วยล่ะคะ”

เป็ดปุ๊กถาม ไข่มุกอึกอักก่อนที่จะร่ายยาวออกมาอย่างมีอารมณ์ว่า

“ก็...เพราะมันไม่ชอบฉัน ฉันไม่ได้จ่ายเงินค่าทำสวนให้มัน ก็มันทำไม่ได้ดังใจ ฉันสั่งอย่างมันทำอย่าง” แล้วหันไปพูดกับหทัย “ไม่รู้ล่ะ คุณต้องจัดการเรื่องนี้ให้ฉันด้วยนะคะ ดิฉันไม่ยอมหรอก ซื้อบ้านหลังตั้งหลายล้าน จะมามีรั้วแบบนี้อยู่ติดกำแพงได้ยังไง สกปรก บังแดดบังลม อย่างกับคุก ดูแล้วทุเรศนัยน์ตาเป็นที่สุด”

“ค่ะ...ใจเย็นๆก่อนค่ะ เดี๋ยวฉันจะคุยให้เอง จะให้เขารีบรื้อออกไปค่ะ” หทัยรับปาก

“แน่ใจเหรอว่าเขาจะยอม” เสียงไม้แทรกเข้ามา

ทุกคนหันมองเห็นไม้นั่งหน้านิ่งอยู่บนกำแพง

“เรื่องแบบนี้มันขอกันง่ายๆ ไม่ได้หรอกครับ” ไม้พูดทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนกำแพง เชียรทำหน้า บุ้ยใบ้ให้ไม้ลงจากกำแพงเสีย ไม้จึงเอ่ย “ขออนุญาตนะครับคุณเชียร”

ไข่มุกถือวิสาสะเข้ามาในบ้านชี้ให้ทุกคนดูพฤติกรรมของไม้ที่นั่งอยู่บนกำแพง ยุเป็ดปุ๊กว่าอย่ายอม ให้แจ้งตำรวจจับเลย หทัยพูดเบาๆกับพิกุลให้ไปบอกไม้ลงมาเสีย พิกุลไม่กล้า เป็ดปุ๊กจึงร้องบอกไม้ให้ลงมาเสีย เขาเล่นแง่ว่าถ้าตนลงไปเธอก็เรียกตำรวจจับน่ะซิ

“อย่างกับนายอยู่บนนั้นตำรวจจะจับนายไม่ได้” เป็ดปุ๊กโต้ เขาสวนมาว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร “ปีนกำแพงบ้านคนอื่นเข้ามาเนี่ยนะไม่ผิด”

“ผมขออนุญาตแล้ว ใช่ไหมครับคุณเชียร” ไม้หาพยาน

เชียรพยักหน้าแล้วบอกเป็ดปุ๊กว่า ไม้ขออนุญาตตนเมื่อกี๊นี้และตนก็อนุญาตแล้ว เป็ดปุ๊กพูดไม่ออกได้แต่ส่ายหน้าเบื่อๆกับผู้ชายสองคนนี้

ไข่มุกกัดไม่ปล่อย สั่งไม้ให้ไปเอารั้วสังกะสีออกเดี๋ยวนี้ ไม้บอกว่าคงยากเพราะเจ้าของเขาขอร้องให้ตนทำเอง ไข่มุกหาว่าเขาหลอกเจ้าของสวน ไม้โต้ว่าเจ้าของสวนเขามีเหตุผลของเขา เป็ดปุ๊กถามแทรกขึ้นว่าเหตุผลอะไร

พอไม้ถามไข่มุกว่าจะให้ตนสาธยายให้ทุกคนฟังไหม ไข่มุกชะงักแต่ยังปากกล้าตัดบทว่า

“ไม่ต้องมาพูดมาก รื้อออกไปให้หมดเดี๋ยวนี้เลย ไม่อย่างนั้นฉันจะให้คุณหทัยไล่คนบ้าอย่างแกออก”

“เจ้าของที่เขากำลังจะให้คุณหทัยไล่ลูกบ้านบางคนที่ไร้สติ นิสัยทราม ชอบเอาขยะโยนข้ามรั้วไปที่เขาเหมือนกัน”

พอถูกไม้แฉ ไข่มุกก็แถว่าตนไม่รู้เรื่อง ไม้เลยกระโดดจากกำแพงลงมาสาวไส้เสียเลย...

“ไม่รู้ไม่เห็นเหรอ แสดงว่าไม่เข็ดใช่ไหม วันก่อนโยนถุงเปลือกกุ้งหัวกุ้งเข้าไป ถูกเหวี่ยงกลับออกมายังไม่เข็ดใช่ไหม วันหลังโยนอะไรเข้าไป จะโยนกลับออกมาให้หมดเลย แล้วจะแถมขยะของฝั่งนู้นเข้ามาให้ด้วย”

“อย่านะ!” ไข่มุกร้องลั่น

ไม้ถามว่าไม่ชอบเหมือนกันใช่ไหม ใครๆ ก็ไม่ชอบขยะทั้งนั้น บ้านใครใครก็รัก แต่ไข่มุกก็ยังตะบี้ตะบันตะแบงจะเอาชนะให้ได้ กระทั่งอ้างว่าที่ฝั่งโน้นเป็นสวนรกๆ ไม่มีคนอยู่ ไม้ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าไม่มีคนอยู่ แต่ถึงไม่มีคนอยู่แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรเอาขยะไปทิ้งในเขตที่ดินของเขา

เมื่อไข่มุกแถไปไม่เลิกอ้างว่าเจ้าของที่เขายังไม่ว่าอะไรเลย ไม้ชี้ให้เห็นว่าการที่เขากั้นรั้วก็แสดงว่าเขาไม่พอใจ แล้วถามว่าหรือถ้าอยากจะให้ชัดกว่านี้เดี๋ยวตนจะไปบอกให้ทำรั้วสูงจนพ้นบ้านคุณไปเลย

หทัยเห็นท่าเรื่องจะไม่จบง่าย เดินเข้าไปบอกไข่มุกให้ออกมาก่อนเดี๋ยวตนจะคุยให้เอง ไข่มุกเลยได้โอกาสถอยออกมาเพราะตัวเองกำลังจะจนแต้ม เป็ดปุ๊กที่ยืนฟังมาแต่ต้น มองไม้อึ้งๆ กับความปากจัดของเขา

พอออกไปคุยกับหทัย ไข่มุกเล่นแง่อีก ยืนยันต้องให้เขามารื้อรั้วออกไปให้หมด ทำเป็นหัวหมออ้างกฎหมายว่าทำแบบนี้ไม่ได้ แต่พอพิกุลถามว่ากฎหมายให้ทำได้แค่ไหนหรือ ไข่มุกก็ชะงักย้อนเสียงเขียวว่าจะไปรู้ได้ไงตนไม่ใช่ทนาย

“เอาเถอะๆ” หทัยตัดบทสงบศึก “ก็เอาอย่างที่ฉันบอกก็แล้วกันนะคะ เดี๋ยวฉันไปคุยกับเขาให้ ทำใจร่มๆ เถอะค่ะ คิดมากจะเครียดไปเปล่าๆ”

ooooooo

เป็ดปุ๊กเสนอว่าไม้น่าจะคุยกับเจ้าของสวนให้เขาค่อยๆ คุยกับไข่มุกบ้าง ไม้บอกว่าไม่มีใครเคยคุยดีๆ กับเขาได้

แต่ทั้งสองเหมือนขมิ้นกับปูน พูดกันไม่กี่คำก็โต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดง เมื่อเป็ดปุ๊กไม่อยากให้เขาทะเลาะกับเพื่อนบ้าน ส่วนไม้ก็ไม่ต้องการเพื่อนบ้านแบบนั้นเหมือนกัน ต่างเสียงดังหน้าตึงใส่กัน จนเชียรต้อง ออกมาหย่าศึก เอาน้ำใบเตยมาดับร้อน ส่งให้คนละแก้ว แต่พอเป็ดปุ๊กรู้ว่าเป็นของที่ย่าของไม้เอามาให้ก็ไม่ยอมดื่ม ไม้เลยคว้าไปดื่มเอง พูดประชดว่า

“ผมไม่อยากให้คนที่ไม่เต็มใจได้ดื่มน้ำใบเตยฝีมือย่าผมหรอก”

ขณะนั้นเองเสียงหทัยแทรกเข้ามาว่าขอเข้าไปหน่อยได้ไหม เป็ดปุ๊กไปเปิดประตูให้ หทัยบอกว่าอยากคุยกับไม้หน่อย พอไม้รู้ว่าหทัยมาก็บอกเชียรว่าตนไม่มีอะไรจะคุยด้วย ว่าแล้วก็ออกไปกระโดดเกาะกำแพงดึงตัวขึ้นไปคร่อมโดดลงไปนอกกำแพงทันที เชียรบอกว่าหทัยเขาคงไม่อยากคุยเรื่องนั้นกระมัง

“ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอกค่ะ” หทัยตอบสีหน้าอ่อนใจ ผิดหวัง

เชียรกับเป็ดปุ๊กมองหน้ากันงงๆ แต่พอถามพิกุลด้วยสายตา พิกุลก็หลบตาก้มหน้านิ่งไม่ตอบ

เป็นปัญหาหนักใจของเป็ดปุ๊ก แม้เธอจะรู้ว่าไม้ไม่ผิดแต่ก็ไม่อยากมีปัญหากับไข่มุกที่เป็นเพื่อนบ้าน

“งั้นเอางี้ ลูกอยู่ฝั่งยัยนั่น พ่อจะอยู่ข้างไม้เขาเอง” เชียรเสนอทีเล่นทีจริง เป็ดปุ๊กบอกว่าตนไม่อยู่ข้างใครทั้งนั้น บอกพ่อว่าพอเถอะ เรื่องไร้สาระ “ถ้ามันเกิดขึ้นกับเรา มันก็คงไม่ไร้สาระ” เชียรติงแล้วเปลี่ยนเรื่องว่า “พรุ่งนี้วันหยุดพาพ่อไปหาไม้เขาหน่อยนะ อยากจะไปดูต้นไม้หน่อย ไม่รู้เขาจะมีต้นข่อยไหม”

รุ่งขึ้นเป็ดปุ๊กขับรถพาเชียรไปหาไม้ที่ร้านสวนขวัญ ฝ้ายกับแตนมองเธอแล้วซุบซิบหัวเราะกันคิกคัก ซ้ำแตนยังทะเล้นถามเชียรว่าจะมาคุยเรื่องสินสอดหรือ ทำให้เป็ดปุ๊กยิ่งระแวงว่าไม้ต้องเอาตนมาพูดเสียๆหายๆแน่เลย

เมื่อไม้ออกมา แตนกับฝ้ายทำเมียงๆมองๆทำหน้าล้อไม้ ไม้ไล่ทั้งสองให้ไปช่วยย่าขวัญทำขนม แล้วจึงถามเชียรว่ามีอะไรจะให้ช่วยหรือ เชียรถามว่าตกลงไม้เล่าให้เจ้าของสวนฟังหรือยังเรื่องที่ไข่มุกไม่พอใจ เตือนไม้ให้เตรียมรับสถานการณ์ไว้บ้าง ไม้ถามงงๆว่าสถานการณ์อะไรหรือ?

ooooooo

วันต่อมา เชียรรู้สึกผิดปกติเมื่อโทร.ไปหาไม้แล้วเขาไม่รับสาย จากนั้นไม่นานฝ้ายกับนภก็มาหาที่บ้านบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว เมื่อคืนไข่มุกพาตำรวจมาจับไม้ไปกล่าวหาว่าถูกไม้ทำร้าย

เชียรตกใจถามว่าทำไมเพิ่งมาบอก ฝ้ายบอกว่าไม้ห้ามพวกตนบอกใคร นภเล่าเพิ่มเติมว่าทีแรกไข่มุกก็กล่าวหาไม้ว่าทำร้ายร่างกาย ต่อมาก็หาว่าไม้พยายามฆ่า ทั้งเป็ดปุ๊กและเชียรต่างตกใจมาก

เมื่อพากันไปโรงพัก เป็ดปุ๊กถูกไข่มุกเรียกให้ไปเป็นพยานให้ตน อ้างว่าเป็ดปุ๊กเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เป็ดปุ๊กยืนยันว่าตนเห็นเหตุการณ์จริงแต่ขอให้ปากคำเฉพาะกับรองสารวัตร ไข่มุกพยายามจะอยู่ฟังด้วย จนรองสารวัตรต้องเชิญให้ออกไป ไม่นานรองสารวัตรก็ให้จ่านำตัวไม้เข้าไปในห้องสอบสวน ไม้ออกมาในสภาพถูกใส่กุญแจมือ

“นั่งสิ เล่าให้ฟังซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“ผู้หญิงคนนั้นบุกรุกเข้ามาพยายามจะรื้อรั้วที่สร้างไว้ ผมเข้าไปห้ามขอให้ออกไปจากสวน เขาก็ไม่ฟัง ผมก็เลยจับแขนเขาไว้จะพาออกไป แล้วเขาก็หันมาตบหน้าผม ไม่ใช่ทีเดียวแต่หลายทีผมจำไม่ได้ไม่ทันได้นับ ผมทนไม่ไหวก็เลยผลักเขาออกไป เขาล้มไปนอนกับพื้นมันก็แค่นั้น ผมไม่ได้คิดจะทำร้ายเขา เรื่องฆ่าแกงก็ยิ่งไม่เคยคิด”

“เขาโกหก อย่าไปเชื่อมัน” ไข่มุกผลักประตูผลัวะเข้ามาค้านลั่น แก้ตัวว่าตนไม่ได้ทำอะไร ไม้ต่างหากที่ตั้งใจจะฆ่าตน สั่งรองสารวัตรให้เอาไม้กลับไปขังเดี๋ยวนี้เลย ไข่มุกโวยวายจนรองสารวัตรต้องเรียกจ่าให้มาเอาตัวออกไป แล้วรองสารวัตรก็ไขกุญแจมือไม้บอกว่า

“ที่คุณพูดมันตรงกันกับที่คุณบัวบูชาให้การ แล้วคุณอยากจะแจ้งความเขากลับที่เขาใส่ร้ายคุณไหม”

“ความจริงก็น่าสนใจนะครับ...แต่อย่าเลยครับ ให้มันจบๆไปเถอะ”

รองสารวัตรเห็นว่าดีแต่เพื่อให้เรื่องจบจริงๆ ก็อยากให้เขาไปขอร้องเจ้าของที่ดินให้เอารั้วสังกะสีออกแล้วถ้าไข่มุกทิ้งขยะเข้าไปในที่ดินของเขาอีก  ก็ให้มาแจ้งตำรวจ เราจะได้จัดการให้ ตอนนี้ให้กลับไปได้แล้ว

ไม้ขอบคุณเป็ดปุ๊กที่เป็นพยานให้ตน เธอบอกว่าก็แค่พูดไปตามที่เห็น บอกว่าเขาโชคดีที่ตนเห็นตอนถูกทำร้ายพอดี

“ผมโชคดีที่คุณเมตตาผมต่างหาก” พูดแล้วเห็นเธอนิ่ง ไม้มองไปที่เชียร “หมายถึงคุณกับพ่อ”

เป็ดปุ๊กหมั่นไส้บอกว่าน่าจะปล่อยให้เขาติดคุกแล้วไปให้การที่ศาลก็ดี เตือนเขาว่าอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ตนไม่ค่อยมีเวลาว่างไปเที่ยวช่วยใครต่อใคร พูดแล้วขับรถไปเลย

กลับถึงบ้าน เธอถามพ่อว่าสบายใจแล้วใช่ไหม บ่นไม้ว่าไม่รู้จะเข็ดหรือเปล่า  ชอบมีเรื่องกับชาวบ้านนัก

“เขาก็มีเรื่องกับคนที่มาหาเรื่องเขาเท่านั้นแหละ แต่ลูกก็ดุไปหน่อยนะ ที่ขู่เขาไปแบบนั้น” เธอบอกว่ารู้สึกว่าเขาจะไม่ค่อยเชื่อ เชียรพูดลอยๆว่า “เขาคงดูออก” พอเธอถามว่าดูอะไรออก เชียรพูดเรียบๆ เรื่อยๆ ว่า “ดูออกว่าไม่ได้ดุจริงไง ถึงปากจะบอกว่าชิงชังเขาแค่ไหน แต่พฤติกรรมมันกลับบอกว่าใจเป็นห่วง”

“พ่อ!...เว่อร์ไปแล้ว ใครเป็นห่วง เป็ดเนี่ยนะ เป็นห่วงนายนั่น ฝันไปเถอะ เป็ดทำทุกอย่างก็เพื่อพ่อ อยากให้พ่อสบายใจ เข้าใจให้ถูกด้วยนะคะ” เป็ดปุ๊กทำหน้างอนเสียงหงุดหงิด เชียรเหล่ลูกสาวยิ้มอย่างรู้ทัน

ooooooo

วันนี้ไม้ไปบ้านย่าขวัญ  พอเห็นหน้าย่าถามว่าเมื่อวานหายไปไหน ย่ารออยู่ทั้งวัน ไม้ชะงักแต่ไม่กล้าเล่าให้ย่าฟัง บอกว่าตนติดธุระ ถามย่าว่ารอตน ทำไมหรือ

“จะถามว่าคุณเป็ดปุ๊กเขาชอบขนมอะไร” ไม้ถามว่าทำไมย่าอยากรู้ “ก็จะทำขนมไปฝากเขา แต่ไม่ต้องแล้วล่ะ ย่าทำเสร็จหมดแล้ว มีขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ขนมมัน หวังว่าเขาคงจะชอบนะ”

“ทำไมต้องทำฝากเขาด้วย”

“เขาจะได้เมตตาหลานชายของย่าไง  จะให้ ผู้หญิงรักผู้หญิงชอบ มันต้องหมั่นไปเยี่ยมไปหา แล้วก็มีของกินของใช้ไปฝากเขา” ย่าขวัญพูดเสียจนไม้ร้องว่า ไปกันใหญ่แล้ว ย่าดักคอว่า “ไม่ไปใหญ่ไปเล็กหรอก ย่ารู้หมดแล้ว นังฝ้ายมันบอก”

“ไอ้สองคนน่ะมันเพ้อเจ้อ ไม้กับคุณเป็ดปุ๊กไม่มีอะไรกันหรอกย่า เจอกันทีไรก็ทะเลาะกันทุกครั้ง แล้วจะบอกให้นะ ผู้หญิงที่ไม้จะทุ่มเทชีวิตจิตใจให้ มีคนเดียวเท่านั้นแหละ” พูดแล้วไม้โผเข้ากอดซบหน้ากับแขนย่าอ้อนๆ

“ไม้เอ๊ย...จะมารักมาหลงย่าคนเดียวไม่ได้หรอก สักวันไม้ต้องมีครอบครัว ผู้ชายจะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์ได้ มันต้องมีเมียมีลูก”

“แล้วก็มาตายหนีลูกไปตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ น่ะเหรอ ไม่หรอกย่า ไม้ไม่อยากเป็นอย่างนั้น”

ย่าขวัญลูบหัวไม้อย่างเข้าใจความรู้สึกของเขา...

ooooooo

ไม้เอาขนมที่ย่าขวัญฝากมาให้เป็ดปุ๊กที่บ้าน เป็ดปุ๊กยังไม่กลับ เขาจึงเอาเข้าไปเก็บให้ในครัวกับเชียร

ขณะนั้นเองเชียรได้รับโทรศัพท์จากแมวเมี้ยวที่โทร.จากตู้สาธารณะแถวโรงเรียน พูดไปร้องไห้ไปว่า “คุณปู่ต้องช่วยแมวเมี้ยวนะครับ” เชียรตกใจถามว่าเป็นอะไร แมวเมี้ยวก็ร่ำร้องแต่ให้ปู่ไปหาที่โรงเรียน แล้วจะเล่าให้ฟัง...

เชียรว้าวุ่นใจเพราะไม่รู้จะไปโรงเรียนแมวเมี้ยว

อย่างไร เอ่ยปากขอให้ไม้ช่วยพาไปที่หน้าหมู่บ้านตนจะเรียกแท็กซี่ไปเอง

“ผมทำได้ดีกว่านั้นอีกครับ ผมจะพาคุณเชียรไปโรงเรียนหลานคุณเอง” ไม้แสดงน้ำใจ เชียรรู้สึกดี ยิ้มขอบใจเขา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.