ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ย่าขวัญ หญิงชราวัยเกือบ 80 เป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่รายรอบหมู่บ้านสวนขวัญ ย่าขวัญเป็นชาวสวนมา แต่เกิด ย่ามีชีวิตที่เรียบง่าย ที่สำคัญ ย่าเป็นคนดูแลไม้มาตั้งแต่เด็ก จึงมีความผูกพันกันมาก

วันนี้ ไม้ไปหาย่าขวัญ เห็นย่าเก็บผักบุ้งมากำขายกำละ 5 บาท ก็แซวว่าย่ารวยแย่เลย

“เงิน ห้าบาทสิบบาทมันเงินไหมล่ะ รวมๆเข้ามันก็เป็นพันเป็นหมื่นนี่ แล้วค่าหมี่กะทิของย่าล่ะ อย่ามางุบงิบทำเป็นลืม” พอถูกย่าทวง ไม้ก็ควักเงินออกมาให้ ย่ารับไปเหน็บที่ชายพก

ไม้ถามถึงตั๊กแตนเด็กกำพร้าที่ย่ารับมาเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันโตเป็นสาวแล้วว่าหายไปไหนไม่อยู่ช่วยงานและดูแลย่า

“ไป โรงเรียนแล้วมั้ง เดี๋ยวเลิกเรียนมันก็กลับบ้าน เด็กมันกำลังสาวก็งี้แหละ เพื่อนเยอะ มันยังเด็กติดเพื่อนติดเที่ยวตามประสาเหมือนไม้ไง ตอนเป็นเด็กก็ชอบหนีโรงเรียนไปเที่ยว ย่าไม่เคยว่าสักคำ”

“มันไม่เหมือนกันนี่ย่า”

“ย่ารู้ไม้ไม่ได้หนีเที่ยวเพราะอยากสนุก แต่อยากให้มีเรื่อง อยากประชดเขา อยากให้เขาร้อนใจ”

“เพราะ ไม่รักดีก็เลยต้องเป็นคนสวนกระจอกๆอยู่อย่างนี้” ไม้บ่นตัวเอง ถามย่าว่าวันนี้ทำอะไรกิน ย่าบอกว่าต้ม กะทิสายบัว ไม้เตรียมลงมือช่วย ย่าบอกว่า “เดี๋ยวคุณหทัยเขาจะแวะมากินข้าวเช้าด้วย บอกว่าจะเอาหมี่กรอบมาฝากด้วย เขาไปเจอเจ้าอร่อยมา”

พอไม้รู้ว่าหทัยจะมา เขาเปลี่ยนใจขอกลับทันทีบอกย่าว่าพรุ่งนี้จะมาใหม่ ย่าถอนใจบ่นงึมงำ “รู้งี้ไม่บอกซะก็ดี”

ooooooo

วันนี้โอมประคองดอกไม้ช่อใหญ่ไปให้แก้วที่บริษัท แต่ไม่เจอแก้วจึงฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ บอกว่าตนมีธุระแต่เขียนโน้ตบอกไว้แล้ว

เป็ด ปุ๊กขับรถเข้าบริษัทพอดี เห็นหลังโอมเดินออกไป พอมาถึงเคาน์เตอร์เห็นดอกไม้ช่อใหญ่ ถามพนักงานว่าของใคร พอรู้ว่าของแก้ว เธอถามว่า “นั่นหนุ่มของเขาเหรอ”

“ค่ะ...คุณบัวบูชาไม่รู้จักเหรอคะ” เธอส่ายหน้าบอกว่ายังไม่เคยเจอรู้แต่ว่าหล่อและรวยมาก “คุณแก้วโชคดี จังเลยนะคะ” พนักงานคนนั้นพูดต่อ เป็ดปุ๊กพยักหน้า มองดอกไม้ช่อนั้น...

แก้วรับช่อดอกไม้เข้าไปในห้องทำงานซึ่งอยู่ห้องเดียวกับเป็ดปุ๊กที่เป็นหัวหน้าพนักงานแผนกส่งออกอัญมณี พูดอวดดังๆอย่างปลื้มมากว่า

“เขากะเวลาดีจังเลย พอช่อที่แล้วเหี่ยว ก็ส่งช่อใหม่มา”

เป็ด ปุ๊กนั่งอยู่ในสุด มองแก้วอย่างดีใจด้วย บ่นเสียดายที่ไม่ทันได้เห็นหน้าว่าหล่อแค่ไหน แก้วบอกว่าก็หน้าบ้านๆนี่แหละ ไว้วันหลังจะพามารู้จัก พอเป็ดปุ๊กขอดูรูปในมือถือแก้วบอกว่าไม่มี เป็ดปุ๊กเลยหยอกว่าคงไม่ใช่กลัวตนแย่งนะ

แก้วชะงักมองเป็ดปุ๊กน่ิงไปครู่ หนึ่งแล้วหัวเราะออกมาถามว่า “พูดเล่นใช่ไหมเนี่ย อย่างเป็ดเนี่ยนะ แย่งไหวเหรอ” พอเห็นเพื่อนอึ้งก็แก้ว่า “แก้วพูดเล่นถ้าเป็ดแย่งเขาไปได้นะ แก้วยกให้เลย ถ้าเขาเป็นผู้ชายที่พร้อมจะตีจากแก้วไปหาคนอื่นเราจะมาเก็บเขาไว้ทำไม ตัดขาดมันไปเลย”

“มิน่า...ถึงไม่ยอมถ่ายรูปเขาไว้ เผื่อจะตัดขาดนี่เอง”

“เพราะถ้าเขาเป็นคนดีจริงๆ เขาก็จะไม่มีวันทำอย่างนั้น แล้วแก้วก็จะไม่มีวันยอมเสียเขาไปให้ใครด้วย”

เป็ดปุ๊กถามว่าแล้วตกลงเขาดีหรือไม่ดี แก้วบอกว่ากำลังดูใจอยู่ แล้วทำเป็นแหย่อีกว่า

“เอ...หรือจะลองให้รู้จักเป็ดดี ดูซิว่า เขาจะสนใจเป็ดไหม จะได้รู้กันไปเลย”

“โอ๊ย...อย่าเลยจ้ะ ยังไม่อยากมีปัญหา อยู่คนเดียวแบบนี้ดีแล้ว”

“เป็ด ไม่รู้อะไร ถ้าเราเจอใครสักคนที่ดีจริงๆน่ะนะ ชีวิตเราจะไม่เหมือนเดิมอีกเลย เราจะมีใครอีกคนที่คอยอยู่ ข้างๆเรา เป็นกำลังใจให้เรา แก้ปัญหาให้เรา ทำให้เรารู้สึกว่ามีค่า โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นอีกมาก” แก้วพูดจนเป็ดปุ๊กเคลิ้มแล้วหักมุมเอาดื้อๆ “พูดแล้วเป็ดก็คงไม่เข้าใจ เพราะยังไม่มีคนคนนั้น เดี๋ยวเอาดอกไม้ใส่แจกันก่อนดีกว่า”

แก้วประคองช่อดอกไม้เดินพลิ้วออกไปอย่างมีความสุข ทิ้งให้เป็ดปุ๊กนั่งคิดถามตัวเองว่า...

“คนคนนั้น...ใครล่ะ”

ooooooo

ไม้ เดินไปที่สวนหลังร้านต้นไม้ของตัวเอง ที่นั่น มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ความร่มรื่นไปทั้งสวน ที่สำคัญ บนต้นไม้ใหญ่นั้น เขามีบ้านต้นไม้ปลูกอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ มีบันไดลิงสำหรับปีนขึ้นไปบนบ้าน...

บ้าน บนต้นไม้ของเขา มีหน้าต่างที่ตรงกับหน้าต่างห้องนอนของเป็ดปุ๊กพอดี นี่เองทำให้เขาเห็นเธอนั่งร้องไห้ในคืนที่ย้ายเข้ามาอยู่ เขาติดใจสงสัยแต่นั้นมาว่า ทำไมเธอต้องร้องไห้ในคืนแรกที่ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่นี้...

และวันนี้ เมื่อเขาปีนขึ้นไปบนบ้านต้นไม้แล้วมองมาที่บ้านเป็ดปุ๊ก ก็เห็นเชียรออกมายืนพิงผนังเหม่อมองเศร้าเหงาอยู่คนเดียว...เห็นแล้ว ไม้นิ่งคิดอะไรบางอย่าง

ไวเท่าความคิด เขาไปหาเชียรที่บ้าน อ้างว่าจะมาคุยเรื่องต้นไม้และขอเข้ามาดูต้นไม้ที่เพิ่งเอามาลง เชียรจึงเล่าว่า

“ลูกสาว เขาว่า ถามเธอแล้วว่านี่ต้นอะไร เธอบอกว่าต้นไม้” ไม้ยิ้มขำๆ บอกว่าต้นบุหงาราตรี เชียรจึงนึกออกบ่นตัวเองขำๆว่าคิดอยู่ทั้งคืน
ไม้ คุยเรื่องต้นบุหงาราตรี ถามว่าเคยปลูกไหม เชียรบอกว่าเคยเห็นแต่ไม่เคยปลูก ไม้เลยบรรยายทั้งต้นและดอกให้ฟังอย่างรู้จริง ย้ำในตอนท้ายว่า “ต้นไม้เพิ่งเอามาลงดิน ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ เดี๋ยวจะไม่รอด”

“ต้นไม้ ลงดินใหม่ ก็คงคล้ายๆกับฉันที่เพิ่งย้ายเข้าบ้านใหม่” เชียรเปรียบเทียบ ไม้เสริมว่าต้องใส่ใจเป็นพิเศษเหมือนกัน เชียรเลยพูดติดตลกว่า “แต่ไม่ต้องรดน้ำนะ” แล้วหัวเราะกันสบายใจ

ไม้รดน้ำต้นไม้และจะจัดสวน พื้นที่เล็กๆที่เหลืออยู่ให้ เขาคุยเรื่องการปลูกการดูแลรักษาต้นไม้นานาชนิดอย่างผู้รู้ จนเชียรฟังเพลิน แล้วถามว่าจะเอาอย่างไรดี เชียรขอปรึกษาเป็ดปุ๊กดูก่อน พูดแล้วหัวเราะบ่นแทนเขาว่าเสียเวลาบรรยายเสียตั้งนาน ไม้ได้จังหวะถามว่าแล้วเป็ดปุ๊กไปไหนเสียล่ะ

พอเชียรบอกว่าไปทำงาน ไม้ก็อาสาจะไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยมาให้กิน เชียรบอกว่าเกรงใจ แต่ที่แท้กลัวเป็ดปุ๊กรู้แล้วจะเป็นห่วง เพราะเคยเตือนไว้ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า

ไม้หว่านล้อมจนในที่สุดเชียรฝากซื้อหมี่ขาว ระหว่างนั่งกินด้วยกันนั่นเอง ไข่มุกมาแอบดูอยู่ริมรั้วอย่างอยากรู้อยากเห็น

ooooooo

วันนี้ แก้วมาเล่าให้เป็ดปุ๊กฟังว่า เมื่อวานไปเยี่ยมเก็จมา หลานบอกว่าคิดถึงคุณปู่กับคุณอาเป็ดมาก

เป็ด ปุ๊กดีใจถามว่าจริงหรือ แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บเป็นอย่างไรบ้าง แก้วบอกว่าหงอยๆ บ่นแต่ว่าคิดถึงอาเป็ด ส่วนเก็จก็เอาแต่บ่นเรื่องไก่กุ๊กว่าไม่ได้สนใจลูกเท่าไร แล้วถามว่า “เป็ดไม่คิดจะเข้าไป...”

“หลานน่ะฉันก็คิดถึงแต่เรื่องพี่ไก่กับพี่เก็จ มันเรื่องของผัวเมียเขา ฉันทำอะไรไม่ได้หรอก ถึงพี่ไก่จะเป็นพี่ชาย แต่เขาก็ไม่ยอมปรับปรุงตัว” แก้วถามว่าเป็ดก็เลยพาพ่อหนี? “ขืนอยู่ต่อไป ทั้งพ่อทั้งเราคงช้ำใจตายคาบ้าน”

ระหว่างนั้นแก้วส่งสัญญาณบางอย่างไปที่ประตู เป็ดปุ๊ก มองไปเห็นพิมพาเจ้านายของตนยืนมองอยู่อย่างไม่พอใจ

“บัวบูชา มาคุยกันหน่อย” พิมพาสั่ง เป็ดปุ๊กดูอาการก็รู้ว่าต้องเป็นเรื่องไม่ค่อยดีแน่

เป็ด ปุ๊กถูกพิมพาที่เป็นหัวหน้าเรียกไปตำหนิที่ส่งโบรชัวร์ของสองเดือนก่อนไปให้ ลูกค้าที่เบลเยียม เป็ดปุ๊กหน้าเสีย บอกว่าแก้วเป็นคนบอกฝ่ายศิลป์เอามาให้ตน

“แล้วเธอได้ดูก่อนหรือเปล่า เรื่องนี้จะไปโทษแก้วเขาไม่ได้ เธอเป็นหัวหน้า เธอต้องเป็นคนรับผิดชอบสิ ดีนะที่ลูกค้าเขาอีเมล์มาถึงพี่โดยตรง ถ้าเขาไม่พอใจแล้วตัดสินใจไปสั่งสินค้าจากคนอื่น เราจะเสียหายแค่ไหน เธอก็รู้ว่าเศรษฐกิจยุโรปตอนนี้เป็นยังไง เขาสั่งซื้อสินค้าจากเรา มันบุญแค่ไหนแล้ว”

เป็ดปุ๊กก้มหน้าเอ่ยขอโทษ พิมพาถามว่าช่วงนี้มีปัญหาอะไรหรือ มีปัญหาครอบครัวหรือเปล่า เมื่อเป็ดปุ๊กเล่าให้ฟังว่าตนเพิ่งย้ายบ้านใหม่เลยวุ่นๆ ก็ถูกถามจี้เรื่องครอบครัว เป็ดปุ๊กเอะใจว่าพิมพารู้เรื่องในครอบครัวตนได้อย่างไร แต่ก็เล่าว่า

“ค่ะ เป็ดมีปัญหากับพี่สะใภ้กับพี่ชายค่ะ แล้วมันก็ลามมาถึงพ่อ นี่เลยเป็นเหตุให้เป็ดต้องย้ายบ้าน”

พิมพาพูดอย่างรู้ดีว่าย้ายไปอยู่เสียไกลเลยทำให้มาทำงานสายด้วย เธอยอมรับว่ารถติดมากยังปรับตัวไม่ได้

“พี่ก็เห็นใจนะ แต่เธอต้องรู้จักแยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว จะให้เรื่องส่วนตัวมาทำให้งานเสียไม่ได้ มันจะเสียหายไปกันใหญ่ พยายามหน่อย ตั้งใจทำงานเหมือนอย่างที่เธอเคยเป็นมาก่อนหน้านี้”

เมื่อเป็ดปุ๊กกลับมาที่ห้องทำงาน แก้วรี่มาถามทันทีว่าพิมพาว่าอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าถูกด่าเรื่องที่แก้วเอาโบรชัวร์เก่าส่งไปให้ลูกค้า แก้วทำเป็นตกใจรีบขอโทษ

“ไม่แน่นะ อีกหน่อยพี่พิมเขาอาจจะให้แก้วเป็นหัวหน้า แล้วให้เป็ดเป็นลูกน้องแก้วก็ได้” แก้วอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วทำเป็นติงว่าพูดอะไรอย่างนั้น เป็ดปุ๊กหัวเราะ เบา ถามว่า “ทำไม กลัวงานหนักล่ะซิ แค่พูดขำๆ น่ะไม่ต้องตกใจ คงไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก”

แต่พอแก้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ก็พึมพำกับตัวเองว่า “มันก็ไม่แน่”

ooooooo

ก่อนกลับบ้านคืนนี้ เป็ดปุ๊กแวะที่ซุปเปอร์มาร์เกต เลือกซื้ออาหาร พลาง โทร.บอกพ่อว่าตนซื้ออาหารเสร็จแล้วเดี๋ยวจะเข้าบ้าน

“โธ่เอ๊ย...ก่อนซื้อทำไมไม่ โทร.มาถามก่อน พ่อมีของกินแล้ว ปลาอินทรีเค็มชิ้นเบ้อเริ่ม”

“เดี๋ยวๆ พ่อ แล้วพ่อไปซื้อมาจากไหน เขาให้รถกับข้าวเข้ามาในหมู่บ้านเหรอ”

“เปล่า ไม้เขาเอามาฝาก” เป็ดปุ๊กทวนชื่ออย่างสงสัย เชียรบอกว่า “ก็คนสวนของหมู่บ้านที่มาลงต้นไม้ให้เราไงล่ะ”

เป็ดปุ๊กบอกว่ารู้ แต่สงสัยว่าทำไมเขาถึงเอามาให้ เชียรบอกว่าเขามาดูต้นไม้วันนี้เลยเดินติดมาให้พ่อชิม

“พ่อก็ไม่น่าไปรับของเขา ไม่ได้รู้จักคุ้นเคยกันสักหน่อย เอาล่ะค่ะ ยังไงเป็ดก็จะซื้อไป ก็เลือกแต่ของที่พ่อชอบๆ ทั้งนั้นแหละ อีกยี่สิบนาทีคงถึงบ้านนะคะ”

เป็ดปุ๊กบ่นอย่างเป็นห่วง เชียรเองฟังแล้วก็ไม่สบาย ใจเหมือนกัน

ooooooo

ที่ลานจอดรถของห้างที่เป็ดปุ๊กไปซื้อของนั่นเอง แตนกับภูมิ เพื่อนชายกำลังเต้นกันอย่างบ้าคลั่งจากเพลงที่เปิดกระหึ่มจากรถกระบะของภูมิที่จอดอยู่

ทันใดนั้น ไม้ขับรถเข้ามาจอดข้างรถของเป็ดปุ๊ก ลงจากรถเดินอ้าวไปหาแตนที่กำลังเต้นอยู่ พอภูมิเห็นไม้ เท่านั้นก็วิ่งไปขึ้นรถขับพุ่งหนีไปจนเกือบชนไม้ ดีแต่เขา โดดกลิ้งหลบทันแต่ก็เจ็บตัว แตนตกใจทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ก็วิ่งไปที่รถเป็ดปุ๊กขอให้พาตนหนีไอ้โรคจิตคนนั้นด้วย ขณะเดียวกันไม้ก็วิ่งโขยกเขยกมาตะโกนให้ ช่วยจับตัวแตนไว้ด้วย

แตนเห็นจวนตัวจึงวิ่งหนีไป ไม้วิ่งมาถึงถามเป็ดปุ๊ก ว่าทำไมไม่จับตัวไว้ให้ตน ก็ถูกสวนทันควันว่า

“เรื่องอะไรฉันต้องทำตามที่นายบอก นายมันโรค จิต” พูดแล้วขึ้นรถเลย ไม้จับประตูไว้ก็ถูกเธอเอากระเป๋าสตางค์ทุบจนต้องปล่อย เธอถอยรถพรืดออกไปทันที ไม้ ยืนหงุดหงิด เพราะนอกจากจับแตนไม่ได้แล้วยังถูกเป็ดปุ๊ก ด่าว่าโรคจิตอีก

เป็ดปุ๊กกลับถึงบ้านก็จัดอาหารทานกันสองพ่อลูก บนโต๊ะมีปลาอินทรีเค็มทอดมีพริกกับหอมซอยโรยทับ เชียรบีบมะนาวแล้วกินกับข้าวร้อนๆจนหมด ส่วนกับข้าวที่เป็ดปุ๊กซื้อมาเชียรแทบไม่ได้แตะเลย

ระหว่างนั้นเป็ดปุ๊กยังพูดถึงเรื่องที่พ่อคบกับไม้อย่างไม่สบายใจกลัวพ่อถูกหลอก เชียรเชื่อว่าไม้ไม่ใช่ คนเลวร้ายอะไร  เขาเป็นแค่คนสวนแต่มีน้ำใจและถ้าเขา คิดร้ายจริงก็ไม่เห็นว่าเขาจะเอาอะไรไปจากพ่อได้ บ้านก็แทบไม่มีสมบัติอะไร

เป็ดปุ๊กงอนที่เห็นพ่อชื่นชอบไม้ เมื่อเชียรบอกว่า ไม้ถามว่าที่ริมกำแพงที่ว่างอยู่จะให้เขาจัดสวนแบบไหน เป็ดปุ๊กตอบงอนๆว่า “ตามใจพ่อเถอะค่ะ”

เมื่อเก็บถ้วยชามไปล้าง เป็ดปุ๊กเห็นถุงก๋วยเตี๋ยวสองถุงในถังขยะก็ชะงักถามพ่อว่า เมื่อกลางวันพ่อออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมากินหรือ พอรู้ว่าพ่อฝากไม้ซื้อมากิน เธอ ก็หน้าตึง จนเชียรต้องบอกว่าถ้าเธอไม่ชอบไม่อยากให้ฝากไม้ซื้อก๋วยเตี๋ยวพ่อก็จะไม่ทำอีก เธอก็ยังคงแสดงความห่วงใยย้ำเตือนว่า อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า

ความเห็นต่างทำให้บรรยากาศไม่ดีนัก เป็ดปุ๊ก จึงเลิกพูดเรื่องไม้ และเชียรก็ขึ้นไปพักผ่อน เธอนิ่งคิดถาม ตัวเองว่า

“อะไรกันเนี่ย ฉันทำผิดเหรอ?” นั่งสับสนหงุดหงิด สุดท้ายก็ไปลงที่ไม้ “เพราะอีตานั่น อีตาคนสวน!”

แล้วความเชื่อเรื่องไม้เป็นโรคจิตก็ตอกย้ำความคิดของเป็ดปุ๊กอีก เมื่อเธอเอาขยะไปทิ้งหน้าบ้าน เจอนภ มาถามว่าพรุ่งนี้ไม้จะมาที่นี่อีกไหม พอรู้ว่ามาก็ฝากบอกไม้ว่าพรุ่งนี้ช่วงบ่ายตนอยู่บ้านให้แวะไปหาด้วย

พอนภไป ไข่มุกก็โผล่ขึ้นมาที่รั้วถามว่าเด็กนั่น มาคุยอะไรหรือ พอเป็ดปุ๊กเล่าให้ฟัง ไข่มุกฟันธงฉัวะ

“นั่นไง! เห็นไหมล่ะคะ กล้าจริงๆเลย ถึงกับมา ฝากบอกให้ไปมั่วกันที่บ้าน ไม่รู้จักอาย”

เป็ดปุ๊กนึกถึงเรื่องที่ลานจอดรถ เล่าว่ากับผู้หญิงไม้ก็มีท่าทีแปลกๆ ไข่มุกตีขลุมว่า

“แสดงว่ามันชอบมั่วทั้งสองเพศ  ทั้งผู้หญิงผู้ชาย มันเอาหมด” แล้วบอกเป็ดปุ๊กให้เตือนพ่อเธอด้วย  เป็ดปุ๊ก ติงว่าพ่อแก่แล้ว ไข่มุกก็มั่วว่า “ไอ้พวกนี้เดาใจมันไม่ออกหรอกค่ะ” กับเด็กมันชอบมั่วกับคนแก่ก็ไม่แน่หรอกค่ะ อึ๋ย...นึกแล้วขนลุก”

เห็นไข่มุกทำขนลุกขนชันขนาดนั้น เป็ดปุ๊กก็พลอย สยองไปด้วย พอกลับเข้าห้องนอน เธอก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมเราต้องมาเจอกับคนแบบนี้ด้วยนะ

ooooooo

วันนี้ไม้ขนอุปกรณ์การทำสวนหย่อมมาทำสวนไม้น้ำ เชียรช่วยทำด้วย เลยยิ่งสนิทสนมกัน จนเชียรเล่าปัญหาครอบครัวของตนให้ฟัง  และไม้ก็เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังว่า

“ผมอยู่กับย่า  ย่าเป็นคนสวนแถวนี้  ก็วิ่งเล่นในสวน อยู่กับต้นไม้ต้นไร่มาตั้งแต่เด็ก  แต่ผมค่อนข้างจะใจร้อน ย่ายังบอกว่า ไม่น่าตั้งชื่อผมว่า “ไม้” น่าจะชื่อ “ไฟประลัยกัลป์” มากกว่า เล่าแล้วก็หัวเราะขำตัวเอง

เชียรถามถึงพ่อแม่เขา ไม้เล่าว่าพ่อตายแม่มีสามีใหม่  เชียรเห็นไม้ขรึมไปเลยไม่อยากซักอะไรให้สะเทือนใจอีก  ก็พอดีนภมาหา ถามไม้ว่า “พี่เขาบอกพี่ไม้หรือเปล่าว่า บ่ายนี้ผมอยู่บ้าน”

“คุณลุงเขาบอกแล้ว  พี่กำลังทำงาน  เดี๋ยวเย็นๆจะไปหา”

เมื่อนภกลับไป  เชียรถามไม้ว่าเด็กคนที่เป็ดปุ๊กฝากตนบอกใช่ไหม

“ครับ น่าสงสาร พ่อแม่ส่งให้มาเรียนกรุงเทพฯ ต้องอยู่บ้านคนเดียว  มาเถอะครับรีบทำให้เสร็จเดี๋ยวต้องไปอยู่เป็นเพื่อนเขาอีก”

เป็ดปุ๊กเลิกงานขับรถกลับ ผ่านบ้านนภเห็นรถของไม้จอดอยู่  เธอเลยลงไปชะเง้อมองข้างใน ขณะกำลังกระเย้อกระแหย่งก็มีเสียงถามจากข้างหลังว่า

“ให้ช่วยอุ้มไหม” เป็ดปุ๊กตกใจถามว่ามาทำอะไรข้างหลังตน “ก็เห็นคุณชะเง้อดูอะไรเลยมาถามว่าจะให้ช่วยอุ้มขึ้นไปไหมจะได้เห็นถนัดๆ”

เป็ดปุ๊กแก้เกี้ยวว่าตนมาดูให้แน่ใจว่าเขากับน้องคนนั้นได้เจอกันหรือเปล่า  เธอแอบซักถามจนรู้ว่าเขาสนิทกับนภเป็นพิเศษ  เลยแกล้งถามว่าแล้วเด็กสาวเมื่อคืนล่ะ ไม้บอกว่านั่นเป็นเด็กของตน  ชอบหนีเที่ยว  เธอถามอีกว่า

“เด็กของนาย? หมายความว่าไม่ใช่ทั้ง ‘เพื่อน’ หรือ ‘กิ๊ก’?”

ก็พอดีนภออกมา เป็ดปุ๊กจึงกลับบ้าน กลับมาเห็นพ่อสดชื่นแจ่มใสทั้งยังชมไม้ให้ฟังว่าแต่งสวนเก่ง  ก็คิดเตลิดไปไกล บอกพ่อว่าไม่อยากให้พ่อยุ่งกับไม้มากนัก พอเชียรถามว่าทำไม เธอโพล่งไปว่า

“เขาเป็นพวกโรคจิต เขามีอะไรกับเด็กผู้ชายที่บ้านอยู่ปากซอย  เป็ดเห็นกับตาเลยพ่อแล้วตัวเขาก็บอกเองว่า เด็กคนนั้นเป็นมากกว่าเพื่อน  แล้วไม่ใช่แค่เด็กผู้ชายนะพ่อ ยังมีเด็กผู้หญิงเลี้ยงไว้อีกคน เมื่อวานเป็ดเห็นเขาไปตามล่าเด็กนั้นที่ห้าง” เชียรติงว่ากล่าวหาเขาแบบนี้เรื่องใหญ่นะ “เป็ดไม่ได้กล่าวหาเขากับคนอื่น แต่เป็ดแค่อยากให้พ่อรู้ อย่าว่างั้นงี้เลยนะพ่อ พ่อเองก็อาจจะกลายเป็นเหยื่อของเขาสักวันก็ได้”

ฟังแล้วเชียรอึ้ง วันรุ่งขึ้น เมื่อไม้มาจัดสวนต่อ เชียร มีทีท่าระแวง  ระมัดระวังตัว  จนสุดท้ายไม่สบายใจขอตัวเข้าไปพักในบ้านอ้างว่าไม่สบายตัว  แล้วไม่ออกไปช่วยไม้อีกเลย

เมื่อไม้จะกลับ  เชียรจึงเสนอว่าคราวหน้าให้ฝ้ายมาทำแทนก็ได้ แต่ไม้ขอทำเองเพราะถึงฝ้ายจะมีฝีมือแต่อารมณ์แปรปรวน  อารมณ์ดีก็ดี  หงุดหงิดขึ้นมาก็มั่ว แล้วโอบไหล่นภออกไป เชียรมองตามอึ้งๆ

ooooooo

ศักดิ์พ่อของเก็จกับแก้ว  ขับรถพากะรัตไปห้าง ส่งกะรัตเข้าห้างไปก่อนแล้วตัวเองเอารถไปหาที่จอด ปรากฏว่าถูกนักเลงทวงหนี้โต๊ะบอลตามล่า  หนีสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็ถูกจับซ้อมเกือบตาย

กะรัตรอนานไม่เห็นศักดิ์มาจึงออกมาตาม เจอพวกนั้นยังซ้อมศักดิ์อยู่ จึงตะโกนว่าตำรวจมา ก่อนที่พวกนั้นจะหนีไปมันยื่นคำขาดว่าสองอาทิตย์ต้องใช้หนี้ให้หมด!

กะรัตพาศักดิ์ไปทำแผลที่บ้านของเชียรที่เก็จอยู่กับลูก  กะรัตบอกว่าศักดิ์เป็นหนี้พนันบอลหนึ่งล้านบาท หากไม่หาทางช่วยมีหวังถูกนักเลงทวงหนี้เอาชีวิตแน่  เก็จถามว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ตั้งล้านบาท  กะรัตเสนอว่าให้ขายบ้านหลังนี้ใช้หนี้แล้วไปหาซื้อทาวน์เฮาส์อยู่ เก็จบอกว่าพ่อของไก่กุ๊กคงไม่ยอมเพราะจะเก็บไว้ให้หลาน

“ฝากเก็จไว้  ถ้าไม่อยากให้พ่อถูกกระทืบตายก็พยายามยุให้รีบขายบ้านเสีย ให้นายไก่ทำก็ได้ อ้างลูกอ้างเมียเข้าไว้”

เก็จฟังแล้วได้แต่ถอนใจหนัก...

ooooooo

เชียรแอบดูไม้ขับรถออกไปอย่างสมเพชตัวเองที่ต้องหลบๆซ่อนๆทั้งที่อยู่บ้านตัวเอง แต่พอมองไปอีกฝั่งเห็นไข่มุกก็ทำลับๆล่อๆแอบดูไม้อยู่เหมือนกัน

นภพาไม้ไปที่บ้าน นภบอกว่าพรุ่งนี้ตนต้องทดสอบมวยปล้ำก่อนเข้าเรียนแต่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ไม้จึงต้องสอนให้มีการกอดรัดปล้ำกัน เลยเป็นเหยื่อสายตาของไข่มุกที่มาแอบดู แต่ข้างหลังไข่มุกยังมีเชียรอีกคน ไข่มุกหันมาเจอชี้ย้ำว่าเห็นหรือยังว่าไม้ไม่ปกติ แต่เชียรก็ยังเห็นว่าไม้ปกติดี

เมื่อซ้อมมวยปล้ำเสร็จไม้เดินออกมา ไข่มุกเผ่นแน่บทันที เหลือแต่เชียรที่ไม้เดินออกมาเจอถามว่าเมื่อกี้คุยกับใครหรือ ทำเอาเชียรหาข้ออ้างแทบไม่ทันแต่ก็เอาตัวรอดได้บอกไม้ว่าเขาหูฝาดกระมัง ตนเดินเล่นผ่านมาเท่านั้น ไม้ถามดักคอว่า มาเดินเล่นทั้งที่แดดกำลังเปรี้ยงนี่หรือ!

กลับถึงบ้าน เชียรโทร.เล่าให้เป็ดปุ๊กที่ยังติดงานอยู่ฟัง เป็ดปุ๊กได้ทียืนยันสิ่งที่ตนเตือนพ่อทันที พอดีพิกุลมาทักเชียรเป็ดปุ๊กจึงขอคุยกับพิกุล พิกุลฟังเป็ดปุ๊กครู่หนึ่งถามว่า จะเอาอย่างนั้นเลยหรือ

แผนที่เป็ดปุ๊กให้พิกุลช่วยคือ ให้เธอนัดชาตรีผู้ชายนะยะมาพบไม้ทำทีติดต่อจะจ้างไปปลูกต้นไม้แต่งสวน แต่ที่แท้มาอ่อยหวังให้ไม้หลุดความ “วิปริต” ออกมา โดยเป็ดปุ๊กกับเชียรมาแอบดูอยู่ห่างๆ

ปรากฏว่าไม้ทนชาตรีไม่ได้จนลุกหนี เมื่อชาตรีตามตื๊อเลยโดนไม้ต่อยเสียคว่ำแล้วเดินหัวเสียออกไป

งานนี้ไม้พิสูจน์ตัวเองได้อย่างชัดแจ้งโดยไม่รู้ตัว และเชียรก็เชื่อสนิทใจว่าเขาไม่ได้ “วิปริต” อย่างที่ถูกกล่าวหา เชียรรู้สึกผิดจึงตามไปเรียกจะขอโทษ ไม้ถามเชียรว่าต้องการอะไรหรือ? เป็ดปุ๊กชิงตอบแทนเชียรว่า

“พ่อไม่ได้ต้องการหรอก ฉันต้องการเอง ฉันแค่อยากจะพิสูจน์ว่านายเป็นอย่างที่เขาลือกันหรือเปล่า”

“เป็นยังไง” ไม้ยังงง เป็ดปุ๊กโพล่งออกไปว่าเป็นเกย์ไง! ไม้ถามว่า “แล้วคุณเชียรคิดว่าผมเป็นอย่างนั้นเหรอครับ อ้อ...มิน่า วันนี้คุณถึงทำท่าแปลกๆ คุณ

เชียร คุณคิดอย่างนั้นจริงๆเหรือครับ” ไม้ถามจริงจังมาก จ้องหน้าเป็ดปุ๊กบอกว่า “ผมไม่ได้เป็นเกย์ ผมเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์” ซ้ำท้าว่าตนพิสูจน์ความเป็นชายได้ ให้หาใครมาให้ตนพิสูจน์ก็ได้

เป็ดปุ๊กร้อนตัวที่เขาจ้องหน้าตนเลยด่า “นี่! ไม่ต้องมามองฉัน ไอ้โรคจิต”

เลยกลายเป็นสองคนโต้เถียงกันไปมา จนเชียรต้องปรามเป็ดปุ๊กที่ด่าไม้และขอร้องให้ทั้งสองพอได้แล้ว

เชียรรู้สึกแย่กับเรื่องที่เกิดขึ้น

กลับถึงบ้านแล้ว เชียรยังเครียดไม่หาย จนเป็ดปุ๊กถามว่าพ่อจะเครียดไปกับเขาทำไม

“ก็พ่อทำให้เขาต้องอายพ่อไม่ทันคิด จริงๆพ่อก็ยังไม่เชื่อหรอกว่าไม้เขาจะเป็น...” เป็ดปุ๊กขัดขึ้นว่าแล้วพ่อรู้ได้ยังไงว่าไม่ได้เป็น “ลูกก็เห็น เขาชกเพื่อนพิกุลเสียกระเด็นขนาดนั้น”

“ผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ใช่สเปกเขาก็ได้ เขาชอบเด็กหนุ่มๆไม่ชอบแบบนั้น”

“เป็ด เมื่อไหร่ลูกจะเลิกมีอคติกับเขา แค่นี้พ่อว่ามันก็แย่สำหรับเขาแล้วนะ”

“จริงด้วยซีคะ” เป็ดปุ๊กน้ำเสียงน้อยใจ ตัดพ้อนิดๆ “ทำไมเป็ดต้องอคติกับเขาด้วย เขาเป็นคนสำคัญของพ่อ เป็ดควรจะเลิกมองเขาในแง่ร้ายใช่ไหมคะ ได้ค่ะ...เป็ดจะไม่พูดถึงเขาอีกเลยก็ได้ ถ้าทำให้พ่อไม่มีความสุข”

พูดเสร็จเป็ดปุ๊กลุกไปเลย ทำให้เชียรรู้สึกแย่มาก แต่เมื่อไปนั่งคิดแล้ว ทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กต่างรู้สึกไม่ดี จึงมาขอโทษกัน เชียรบอกเป็ดปุ๊กที่เสียใจจนตัวเองน้ำตาไหลว่า

“พ่ออยากบอกให้เป็ดปุ๊กรู้ สำหรับพ่อ ไม่มีใครสำคัญมากกว่าลูก ลูกสำคัญที่สุดเสมอ”

พ่อลูกโผเข้ากอดกันด้วยความรัก...และเข้าใจ...

ooooooo

วันนี้ เชียรได้รับโทรศัพท์จากไม้ เขาถามว่าบ้านฝั่งโน้นอยู่ไหน พอรู้ว่าไม่อยู่ก็บอกว่าจะมาทำสวนน้ำต่อ พอเชียรวางสายก็ได้ยินเสียงไม้ดังมาจากนอกกำแพงขอปีนกำแพงเข้ามา เชียรอนุญาตขำๆที่วันนี้เขามาแปลก

พอปีนกำแพงเข้ามาแล้ว ไม้ชี้แจงว่าที่มาแบบนี้เพราะไม่อยากเป็นขี้ปากคน แล้วขอโทษเรื่องเมื่อคืนที่ตนพูดอะไรไปไม่ค่อยดี เชียรก็ขอโทษไม้ที่คิดอะไรบ้าๆแบบนั้น แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเขาเป็นอย่างไร ไม้ถามว่าแล้วเป็ดปุ๊กล่ะ เชียรตัดบทว่า

“รายนั้นช่างเขาเถอะ อีกหน่อยเขาก็เข้าใจเอง”

“ก็ได้ครับ คงไม่เป็นอันตรายกับผมนัก ผมจะมาขออนุญาตทำสวนไม้น้ำต่อให้เสร็จด้วย”

“ได้เลย เชิญ ฉันจะช่วยเธอด้วย” แล้วก็พากันไปจัดสวนน้ำที่ข้างบ้าน

ooooooo

เป็ดปุ๊กยังง่วนอยู่กับงานที่โต๊ะ มองจอคอมฯแล้วหันถามแก้วที่กำลังคุยโทรศัพท์เบาๆว่าไฟล์บริษัทคุณกอบกุลที่ให้ไปแก้เสร็จหรือยัง

แก้วกระซิบกับปลายสายว่าแค่นี้ก่อน ทำงานก่อน กดวางสายทำหน้าหงุดหงิด แล้วหันมาปั้นยิ้มถามเป็ดปุ๊กว่ามีอะไรหรือ เป็ดปุ๊กถามถึงงานที่ฝากไปแก้ว่าเอามาหรือเปล่า แก้วชะงักบอกว่ายังไม่เสร็จและอยู่ที่บ้าน อ้างว่าเพราะรายละเอียดเยอะพรุ่งนี้ได้ไหม

“เป็ดต้องเสนอให้พี่พิมเซ็นพรุ่งนี้ จะไม่ทันน่ะซี ต้องส่งให้ลูกค้าแต่เช้า...ไม่เป็นไรเปิดไฟล์สำรองที่บ้านแต่ก็ต้องรีบกลับไปทำให้เสร็จ” พูดแล้วเก็บคอมฯหยิบกระเป๋า แก้วถามว่าจะกลับแล้วหรือ “ก็ใช่น่ะซิ ฝากบอกพี่พิมด้วยแล้วกัน”

พอเป็ดปุ๊กออกไป แก้วก็หยิบมือถือขึ้นมากด บอกปลายสายเบาๆว่า “บ่ายว่าง มารับได้เลย...ไปซื้อของก่อนแล้วค่อยไปดินเนอร์กัน...ค่ะ...เดี๋ยวเจอกัน” วางสายอย่างอารมณ์ดีแล้วหันบอกกุ้งกับอ้อมที่ทำงานในห้องเดียวกันว่า “ฝากบอกพี่พิมด้วยนะ เป็ดกับแก้วต้องรีบกลับไปแก้งานที่บ้าน” แล้วคว้ากระเป๋าสะพายออกไปเลย อ้อมกับกุ้งได้แต่ส่ายหน้าเบื่อๆ

ooooooo

เป็ดปุ๊กกลับถึงบ้านก็อารมณ์เสีย เมื่อเห็นเชียรไปแต่งสวนไม้น้ำอยู่งกๆ ซ้ำพอเดินเข้าบ้านก็เจอไม้ครวญเพลงลูกทุ่งล้างจานอยู่ในครัว เธอฉุนขาดเข้าไปตวาดถาม

“นายเข้ามาทำอะไรในบ้าน!” ไม้ตกใจบอกว่ามาทำสวน “มาทำสวนงั้นเหรอ! แล้วนั่นอะไร ฉันเห็นพ่อฉันทำงานงกๆอยู่นั่นน่ะ ส่วนนายมาขลุกอยู่ในครัวฉันมาหาของ กิน!” พลางชี้ไปที่แก้วสองใบใส่น้ำแข็ง มีน้ำขุ่นๆอยู่ในแก้ว

เป็ดปุ๊กทำท่าเหมือนจับขโมยได้ ก็พอดีเชียรเข้ามาบอกว่าไม้มาทำสวนต่อให้เสร็จ และวันนี้คุณย่าของเขายังฝากต้มปลาทูสายบัวมาให้ เพิ่งกินกันมื้อเที่ยงนี่เอง และยังมีน้ำลูกตาลอีก ตนให้ไม้มาจัดใส่ถ้วย เชียรชี้ไปที่แก้วสองใบถามไม้ว่านั่นใช่ไหม ไม้หยิบส่งให้เชียรแก้วหนึ่งและส่งให้เป็ดปุ๊กแก้วหนึ่ง

เป็ดปุ๊กหน้าแตกแต่ยังปั้นหน้าปึ่งไม่กินน้ำลูกตาล เชียรบ่นตัวเองว่ากินต้มปลาทูสายบัวเสียหมด ไม่ได้เหลือไว้ให้เป็ดปุ๊กเพราะอร่อยมาก ไม้บอกว่าเดี๋ยวจะให้ฝ้ายเอามาให้ใหม่ ส่งทางกำแพงนี่แหละ เป็ดปุ๊กตาลุกถามว่านี่ปีนกำแพงส่งของกันหรือ ไม้จึงลากลับ เชียรถามว่าจะปีนกำแพงกลับอีกหรือ

“ก็ต้องอย่างนั้นล่ะครับ” ไม้ตอบแล้วเดินไปทางกำแพง เป็ดปุ๊กตกใจมองตาค้าง...พอไม้ปีนกำแพงออกไปแล้ว เธอบ่นพ่อว่าทำไมให้เขาเข้ามาแบบนี้ ทำเหมือนพวกขโมยขโจร เรื่องเมื่อวานก็ยังไม่เคลียร์เลย

“แต่พ่อเคลียร์แล้วนะ เขาไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกคุณไข่มุกใส่ความแน่” แล้วเชียรก็เปลี่ยนเรื่องขอให้เป็ดปุ๊ก

พาไปดูต้นไม้หน่อย เห็นไม้บอกว่าฝั่งโน้นมีแต่ต้นไม้สวยๆ นัดพรุ่งนี้ไปกันแต่เช้าเลยก็ดี เป็ดปุ๊กทำหน้างอนๆที่พ่อไม่ฟังตนเลย

ooooooo

โอมมารับแก้ว พาเธอไปร้านอาหารหรู แก้วกินดื่มอย่างตื่นเต้นกับบรรยากาศที่ไม่เคยเจอโอมปาก หวานจนแก้วเคลิ้มชวนดื่มหมายเคลมแก้วในคืนนี้
กินดื่มกันอย่างโรแมนติก เมื่อเรียกบริกรมาเช็กบิล โอมใช้บัตรเครดิตปรากฏว่าไม่ผ่าน ใช้อีกใบ ไม่ผ่านอีก! โอมเสียหน้ามากเขาเอ่ยปากกับแก้ว แก้วเสียความรู้สึกจนบอกไม่ถูกแต่ก็ฝืนยิ้ม ส่งบัตรเครดิตของตนให้บริกร

กลับถึงบ้าน โอมต่อว่าหทัยว่า ทำไมไม่เคลียร์บัตรให้ตน รู้ไหมตนต้องอายแค่ไหนเมื่อรูดบัตรไม่ผ่านทั้งสองใบ หทัยจึงเอาใบแจ้งหนี้มาให้ดู ถามทีละรายการที่มียอดรายการละสองสามหมื่น มีทั้งรูดสร้อย รูดต่างหู ดอกไม้ เสื้อผ้า ถามว่ารูดสิ่งเหล่านี้ไปให้ใคร?

“โธ่แม่...ผมคบกับผู้หญิงก็ต้องเอาใจเขาบ้างไม่ให้อะไรเลยใครเขาจะมาสนใจผม”

หทัยบอกว่าถ้าผู้หญิงที่สนใจแต่ของพวกนี้ก็เลิกคบได้แล้ว ถามว่าแล้วไปเจอกันที่ไหนทำไมไม่พามาให้แม่รู้จัก คงไม่ต่างจากที่เคยหิ้วมาจากคลับจากบาร์นั่นหรอก

ขณะแม่ลูกกำลังเครียดใส่กันอยู่นั้น อลงกรณ์เข้ามาถามว่าทะเลาะอะไรกันหรือ โอมฟ้องทันทีว่าแม่ไม่เคลียร์บัตรเครดิตให้ ทำให้ตนเสียหน้าต้องขอให้ผู้หญิงจ่ายค่าอาหารให้ อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกที่ไหน หทัยเอาบิลให้อลงกรณ์ดูว่าโอมใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายขนาดไหน โอมโต้ว่านั่นมันอยู่ในวงเงิน เป็นเงินเดือนของตน

“โอม...อย่าขึ้นเสียงกับแม่แบบนี้ เดี๋ยวพ่อจัดการให้เอง”

พอโอมออกไป หทัยบอกให้เขาเตือนลูกด้วยว่าใช้จ่ายแบบนี้วันหนึ่งเงินที่มีมันก็หมดได้

“ไม่หรอก ถ้าคุณยอมให้ผมขยายโครงการ เราจะมีเงินเหลือเฟือ ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด แล้วก็ไม่ต้องให้ลูกต้องอายแบบนี้” พูดแล้วอลงกรณ์เดินออกไป หทัยมองตามด้วยความรู้สึกที่แย่มาก...

ooooooo

รุ่งเช้า ไม่ทันที่เชียรกับเป็ดปุ๊กจะออกไปดูต้นไม้ ก็ได้รับโทรศัพท์จากแมวเมี้ยว ที่แอบโทร.มาด้วยความคิดถึงปู่กับอา แต่คุยกันไม่ทันไร แมวเมี้ยวก็รีบวางสาย เพราะเก็จเดินลงมา ทำให้เชียรยิ่งไม่สบายใจที่หลานต้องตกอยู่ในสภาพนั้น

เป็ดปุ๊กชวนพ่อไปดูต้นไม้กันดีกว่าจะได้สบายใจขึ้น ระหว่างทางเป็ดปุ๊กถามพ่อว่านายคนสวนไม่ได้จัดต้นไม้ไว้ให้หรือพ่อถึงต้องมาหาเอง ถูกเชียรติงว่าอย่าไปเรียกเขาว่า “นายคนสวน” อย่างนั้น เขาชื่อไม้และชื่อจริงคือ “ตฤณ” ทำให้เป็ดปุ๊กเอะใจว่าทำไมพ่อรู้เขาลึกขนาดนั้น

“ความจริงไม้เขาบอกว่าเขาก็อยู่แถวนี้ ทำสวนอยู่กับย่า” เป็ดปุ๊กอุทานทึ่งว่ารู้จักไปถึงพี่น้องเขาด้วย! “ไม่ได้รู้จักหรอก แต่เขาพูดถึงบ่อยๆ แล้วก็เอาของกินที่ย่าเขาทำมาฝากพ่อบ่อยๆ ย่าเขาทำขนมจีนน้ำพริกอร่อยมากเลย กินมาหลายที่แล้วไม่อร่อยเท่านี้”

ฟังพ่อแล้วเป็ดปุ๊กพูดประชดนิดๆว่า “ย่าหลานคู่นี้ดูจะมีน้ำใจกับพ่อจริงๆนะ” แล้วบอกว่าเห็นร้านขายต้นไม้ร้านหนึ่งค่อนข้างใหญ่มีขนมจีนน้ำพริกวางขายด้วย ชวนแวะซื้อไปกินกัน อดเหน็บไม่ได้ว่า “อาจจะอร่อยกว่าของย่านาย...ไม้ ก็ได้” เชียรไม่พูดแต่สายหน้านิดๆรู้ว่าถูกลูกสาวเหน็บ

ปรากฏว่าร้านที่เป็ดปุ๊กพาพ่อแวะเข้าไปดูต้นไม้คือร้าน “สวนขวัญ” ของไม้นั่นเอง เขาพาเชียรไปดูต้นไม้น้ำ ฝ้ายอยู่กับเป็ดปุ๊ก พูดอย่างมีเจตนากันท่าว่าตนจัดต้นไม้ให้เธอได้ทุกชนิด ยกเว้น “ไม้” เดียวเท่านั้น ไม่ยอมจัดให้แน่ เพราะ “ต้นนั้นฝ้ายจองแล้ว” เป็ดปุ๊ก

บอกว่าอยากได้เครื่องมือทำสวนจะได้ช่วยพ่อทำ ไม่ต้องใช้บริการนายไม้ของเธอ

“นายไม้ของเธอ...อูยยย...พูดถูกใจฝ้ายจังเลย มาเลยค่ะฝ้ายจะช่วยดูให้  แบบนี้ทั้งลดทั้งแถมแจกสะบัดไปเลย” ฝ้ายดีใจจนเนื้อเต้นที่เป็ดปุ๊กพูดว่า “นายไม้ของเธอ”

ฝ้ายจัดเครื่องมือทำสวนมาให้กองโต พอดีไม้พาเชียรเลือกต้นไม้เสร็จกลับมา เชียรขอนั่งพักเหนื่อยบอกเป็ดปุ๊กว่าอยากได้ต้นอะไรอีกก็ไปเลือกเอา ไม้บอกฝ้ายให้เอาน้ำวุ้นใบเตยมารับแขก เชียรบอกว่ามีน้ำวุ้นใบเตยเหมือนที่ออฟฟิศหทัยเลย เมื่อฝ้ายไปเอาน้ำวุ้นใบเตย ไม้จึงเดินนำเป็ดปุ๊กไปดูต้นไม้ ถามว่าอยากดูต้นอะไร เธอบอกว่าอยากได้ต้นลั่นทม เขาจึงพาไปดู

ระหว่างนั้นเธอถามว่าจะเรียกว่าต้นลีลาวดีได้ไหม ไม้ย้อนถามว่าทำไมต้องเรียกอย่างนั้น

“ก็เขาถือกันไม่ใช่เหรอ เรียกลั่นทมมันเหมือนทุกข์ระทม จะดีได้ยังไง”

“แค่ชื่อต้นไม้ทำอะไรเราไม่ได้หรอกคุณ...บางคนไม่ทันได้ปลูกลั่นทมด้วยซ้ำ อยู่นอกบ้านดูเก่งกล้าสามารถ แต่พอกลับเข้าห้องนอนเท่านั้น นั่งร้องไห้ขี้มูกโป่ง ไม่รู้จะเศร้าสร้อยทุกข์ระทมอะไรนักหนา”

ไม้พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเป็ดปุ๊กงงว่าเขากำลังพูดถึงใคร แต่ความระแวงไม้ยังกรุ่นในใจ เลยตัดสินใจพูดว่าดูเขาตีสนิทกับพ่อตนมาก แวะเวียนไปหาที่บ้านทุกวัน เอาของกินไปให้ ปีนกำแพงเข้าไปในบ้าน ถามว่าทำแบบนี้ต้องการอะไร ไม้บอกว่าไปทำสวน เธอไม่เชื่อ แต่พอไม้จะอธิบาย เธอยกมือห้ามทันที...

“ไม่...ไม่ต้องอธิบาย ฉันไม่สนใจว่านายมีจุดประสงค์อะไร จะดีหรือจะร้าย สิ่งที่ฉันต้องการก็คือ จากนี้ไป ฉันไม่ต้องการให้นายไปยุ่งกับพ่อฉันอีก พูดง่ายๆคือไม่ต้องเข้าไปในบ้านฉันอีก”

“คุณถามพ่อคุณหรือยัง...ผมว่าพ่อคุณไม่เห็นด้วยแน่” ย้อนถามว่า “ถ้าผมไม่เชื่อคุณแล้วไปหาพ่อคุณอีกล่ะ” เธอเสียงเข้มว่าจะแจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุก ไม้นิ่งไปอึดใจแล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่า “ตกลงคุณยังจะเอาต้นลั่นทมอยู่ไหม” ทำให้เป็ดปุ๊กคิดว่าเขายอมตนแล้ว

ooooooo

เมื่อเลิกงานกลับบ้านคืนนี้ เป็ดปุ๊กเชื่อว่าไม้ต้องแอบเข้ามาที่บ้านอีกแน่ๆ แต่ไปดูที่สวนข้างบ้านเห็นแต่เครื่องมือที่เธอซื้อมาวางระเกะระกะอยู่ จึงเดินเข้าไปในบ้าน

เชียรนอนอยู่ที่โซฟา ได้ยินเสียงเป็ดปุ๊กก็ลุกขึ้นถามว่าค่ำแล้วหรือ บ่นว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอจึงเข้าครัวไปจัดอาหาร ได้ยินพ่อบ่นว่า “ไม่รู้เขาไปไหน” เธอหันกลับมาถามว่าใครหรือ

“ไม้...นึกว่าจะมาช่วยจัดสวนน้ำ” เป็ดปุ๊กบอกว่าคงติดธุระกระมัง “ก็น่าจะบอกกันหน่อย ปล่อยให้เรารอทั้งวัน”

เป็ดปุ๊กรู้สึกผิดขึ้นแว่บหนึ่ง เพราะเธอเป็นคนห้ามเขาเข้ามาในบ้านเอง

จัดอาหารเสร็จนั่งกินกัน เธอเห็นพ่อหงอยๆ เนือยๆ เหมือนช่วงแรกที่ย้ายเข้ามาใหม่ๆ ก็ใจไม่ดี บอกพ่อว่า

“พ่อไม่ต้องห่วงเรื่องสวนน้ำนะ เป็ดจะหาเวลาช่วยพ่อเอง”

“อีกสองวันถ้าไม่เอามันลงคงตายหมด พรุ่งนี้พ่อต้องทำให้เสร็จ” เธอถามว่าพ่อจะทำคนเดียวหรือ พ่อทำคนเดียวไม่ไหวหรอก “พรุ่งนี้ไม้เขาคงมาช่วย” เชียรพูดอย่างมีความหวัง เป็ดปุ๊กอึ้งพูดไม่ออก ไม่กล้าบอกพ่อว่าพรุ่งนี้เขาก็ไม่มาหรอก

ooooooo

ไม้ไปกินข้าวกับย่าขวัญที่บ้านสวน ย่าถามว่าวันนี้ไม่ไปจัดสวนหรือถึงมากินมื้อเที่ยงกับย่าได้

ไม้บอกว่าวันนี้ว่าง ย่าเตือนว่าอย่าขี้เกียจเดี๋ยวหทัยจะว่าเอาได้ ถามว่าวันนี้จะแบ่งต้มส้มปลาทูไปให้บ้านโน้นไหม

“เอาไว้ก่อนก็ได้ย่า เพลาบ้างก็ดี”

ย่าถามว่ามีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า แต่ก่อนเห็นไปทำงานอยู่บ้านนั้นทุกวัน สองสามวันนี้ไม่เห็นไปกลับมาขลุกอยู่กับย่า เขาตอบเลี่ยงๆ ว่าอยู่กับย่าแล้วสบายใจดีถามว่าหรือย่าไม่อยากเจอตน

ย่าหัวเราะบอกว่าคนแก่จะมีความสุขก็ตอนได้เจอลูกหลานนี่แหละ ไม่เจอแค่สองวันก็เหงาแย่แล้ว ไม้ถามว่าแล้วถ้าหายไปสักอาทิตย์ล่ะ

“คนแก่ๆ ถ้าไม่มีใครมาคุยด้วยเล่นด้วย ก็ต้องอยู่เงียบๆ ได้แต่แก่ลงไปเรื่อยๆ ทุกวัน” ไม้ถามว่าคนแก่เหมือนกันหมดไหม “เป็นเหมือนกันหมดแหละ แต่จะไปเรียกร้องอะไรเขาก็ไม่ได้ เขาก็ต้องทำมาหากินกันทั้งนั้น...ย่าถึงต้องหาอะไรทำให้มันไม่ต้องคิด ไม่มีเวลาเหงาไง ถึงวันพระวันโกนก็ไปคุยกับหลวงพ่อที่วัด”

ไม้นิ่งคิดตามที่ย่าพูด มองย่าอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนแก่ และอดคิดถึงคนแก่อีกคนไม่ได้...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.