ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นางร้ายที่รัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: บอย ปกรณ์ ประกบ คิม คิมเบอร์ลี ใน "นางร้ายที่รัก"



จากข่าวที่เกิดขึ้น เนตรกมลขอกลับไปอยู่คอนโด ตามเดิม แต่พิมพ์ชนกว่าไม่เห็นต้องไปแคร์ข่าวที่ไม่จริง พอดีโทรศัพท์ดังขึ้น นทีตัดสายทิ้ง พิมพ์ชนกติงไม่มีมารยาท นทีบ่นว่าตั้งแต่มีข่าว อิงอรโทร.มาทั้งวัน เนตรกมลคิดว่าเธอคงเป็นห่วง พิมพ์ชนกแทรก... หวงล่ะสิไม่ว่า

ชาร์ลีโผล่มาส่งเสียงยู้ฮู หน้าตายิ้มแย้ม “เจ๊มี ข่าวดี... ยิ่งมีข่าวยิ่งดัง งานเข้าจ้ะ มีคนจ้างพวกเธอสามคนไปร่วมงาน คราวนี้เราจะรวยๆๆๆไปด้วยกัน”

พิมพ์ชนกยักไหล่ไม่สนใจ เนตรกมลดีใจ...แต่พอชาร์ลีกลับถึงห้องพัก พิษณุโวยทำไมต้องให้นทีมาแย่งกระแสคู่จิ้นของตนกับเนตรกมล ชาร์ลีอธิบาย ไม่ได้แย่งเพียงตามกระแสข่าวช่วงนี้ เดี๋ยวละครออนแอร์ เนตรกมลกับเขาก็กลับมาเป็นคู่จิ้นกันอีก พิษณุบ่นเงินไม่พอใช้ ชาร์ลีข้องใจตนเพิ่งให้หมดแล้วหรือ ชักสงสัยว่าเอาไปเล่นบอลหรือเปล่า พิษณุปฏิเสธเสียงหลง

ค่ำนั้น เนตรกมลยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน นทีโผล่มาทำให้เธอตกใจ นทีรีบบอกว่าไม่ต้องกลัว บ้านหลังนี้คนเข้าออกไม่ได้ง่ายๆ เนตรกมลว่าไม่ใช่เรื่องนั้นแล้วเธอก็มองไปเห็นพิมพ์ชนกยืนหันหลังอยู่ก็ตกใจร้องกรี๊ดโผกอดนทีแน่น พิมพ์ชนกหันมาเห็นรู้สึกเจ็บปวดเสียใจจึงสะบัดหน้าเดินหนี นทีตกใจจะตามแต่เนตรกมลกอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย...

วันต่อมา พิมพ์ชนกนัดพิพัฒน์ออกมาเจอร้านกาแฟ เขาตื่นเต้นดีใจมาก แต่พอเธอบอกว่าอยากมาคุยเรื่องเนตรกมล สีหน้าเขาผิดหวังจนกลายเป็นเบื่อหน่ายหาว่าเธอชอบบงการชีวิตเขาตั้งแต่เด็กตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กแล้ว พิมพ์ชนกจึงเตือน

“การเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เป็นที่คำพูด แต่มันต้องมาจากการกระทำ เธอต้องทำให้เนตรรู้ว่ารับผิดชอบตัวเองและดูแลคนรอบข้างได้”

“ผมจะพยายาม...ถ้าพี่เป็นกำลังใจให้” พิพัฒน์ดึงมือพิมพ์ชนกไปกุม มองเธอด้วยสายตามีความหมาย พิมพ์ชนกรู้สึกอึดอัดแต่คิดเสียว่าเป็นแฟนน้องจึงรับปากจะเป็นกำลังใจให้

ทันใดนทีพาเนตรกมลเข้ามาในร้าน สีหน้าเธอยิ้มแย้มแจ่มใสที่ได้ควงคู่มากับเขา แต่แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นพิพัฒน์กุมมือพิมพ์ชนกอยู่ในร้าน รอยยิ้มจางหาย นทีเอ่ยขึ้นว่า

“คุณพิมพ์อยากให้พี่น้องปรับความเข้าใจกัน”

พิพัฒน์หันมาเห็น เนตรกมลปรับสีหน้าเข้าไปทัก “พัฒน์เป็นไงบ้าง ผอมไปเยอะเลยนะ”

พิพัฒน์หน้าตึงลุกขึ้นกล่าวกับพิมพ์ชนก “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ พี่เป็นคนเดียวในโลกที่เข้าใจผม” ว่าแล้วก็เดินออกไปไม่สนใจพี่สาวสักนิด

เนตรกมลหน้าเสียวิ่งตามพิพัฒน์ออกไปถาม ทำไมต้องเย็นชา รู้ไหมว่าตนเจ็บ เขายังนิ่ง เนตรกมลจับหน้าเขาและว่าเขาเปลี่ยนไปมากรู้ตัวไหม พิพัฒน์บอกตนเป็นแบบนี้มานานแล้ว เนตรกมลแว้ด “ไม่จริง! มีคนทำให้เธอเปลี่ยน กลับมาเป็นน้องชายแสนดีของพี่คนเดิมเถอะนะ”

“พี่ให้สัญญากับผมได้ไหมล่ะ ว่าจะปล่อยให้ผมเป็นอิสระ ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ คบใครก็ได้ที่อยากคบ แล้วจะไม่มาวุ่นวายกับชีวิตผมอีก” พิพัฒน์รัวเป็นชุด

เนตรกมลพยายามสะกดอารมณ์ไม่ให้พลุ่งพล่าน รับปาก พิพัฒน์หัวเราะเยาะอย่ารับปากในสิ่งที่ตัวเองไม่คิดจะทำ เพรารู้ว่าทำไม่ได้ เนตรกมลกำมือแน่นน้ำตาไหลด้วยความคับแค้นใจ

กลับถึงคฤหาสน์ เนตรกมลพยายามผ่อนคลายความตึงเครียดและมือที่กำแน่น พิมพ์ชนกมองด้วยความสงสาร กล่าวปลอบใจ “ถึงฉันเป็นลูกคนเดียว แต่ฉันก็เข้าใจว่าความรักของพี่สาวที่ทำทุกอย่างเพื่อน้อง ยอมเสียสละได้แม้แต่ความสุขสบายของตัวเอง”

แล้วพิมพ์ชนกก็น้ำตาปริ่มคิดถึงอดีตที่ตนเสียสละให้สายธารได้ไปอยู่กับครอบครัวที่อบอุ่นแทนตน เธอรีบปาดน้ำตาไม่อยากให้เนตรกมลเห็น ปลอบเธอว่า พิพัฒน์รักเธอมากอยากดูแลเธอ เนตรกมลขอบคุณที่ให้คำแนะนำดีๆแก่พิพัฒน์

“ฉันไม่ได้แนะนำอะไรมาก แต่ฉันรู้ว่าผู้ชายต้องการอิสระ อยากได้ความนับถือ ยิ่งเธอรั้งเขาไว้แค่ไหน เขาก็ถอยห่างจากเธอไกลแค่นั้น”

“ฉันรักพิพัฒน์มากกว่าชีวิต ฉันหวาดกลัวตลอดเวลาว่าเขาจะเจอคนไม่ดี แต่ฉันก็ทนไม่ได้ที่จะเสียเขาไป” เนตรกมลเสียงสั่นโผกอดพิมพ์ชนกร้องไห้สะอึกสะอื้น...

ตกดึกพิมพ์ชนกยืนโปรยดอกมะลิลงอ่างบัวเศร้าๆ คิดถึงสายธาร นทีเข้ามาแหย่ว่ากำลังเสกน้ำมนต์อยู่หรือ หญิงสาวสะดุ้งโวยสนุกมากหรือที่ทำให้คนอื่นตกใจ เขายิ้มกวน

“ขอโทษ ที่ทำพิธีแตก อดเห็นเลขเด็ดเลยดิ”

พิมพ์ชนกแว้ดว่าตนไม่ได้บ้าหวย เขาจึงถามว่าคิดอะไรอยู่ เธอถอนใจบ่นอยากให้พี่น้องเข้าใจกันเร็วๆ นทีหาเรื่องมาปลอบ “พี่น้องก็งี้แหละ ผมกับไอ้เสือ ต่อยปากกันสองวันก็ดีกันแล้ว คุณเนตรรักน้องจะตายเดี๋ยวก็ใจอ่อน”

“แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ชีวิตคนไม่แน่นอน รู้ตัวอีกทีอาจจะไม่มีโอกาสได้คุยกัน...แค่คำว่าคิดถึงก็ไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินหรือเปล่า” พิมพ์ชนกกลั้นน้ำตา นึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มของสายธาร

นทีใจอ่อนยวบจนไม่อาจหักห้ามใจ ดึงพิมพ์ชนกเข้ามากอดแนบอก หญิงสาวสัมผัสถึงความอบอุ่นอย่างประหลาด นทีลูบผมพิมพ์ชนกแล้วกล่าว “อย่าร้องไห้เลยนะน้องพิมพ์”

พิมพ์ชนกชะงักหยุดร้องไห้ ความทรงจำวัยเด็กกลับมา เด็กชายนทีนั่งปลอบเด็กหญิงพิมพ์ชนกที่หกล้มเข่าแตกร้องไห้ เขาลูบหัวเธอและปลอบว่า...อย่าร้องไห้นะน้องพิมพ์

“คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ” พิมพ์ชนกกะพริบตามองนทีหวังให้เขายอมรับว่าจำตนได้

นทียิ้มอย่างเอ็นดูแล้วกล่าวขำๆ “กอดกันอุ่นดีเนอะ”

พิมพ์ชนกผลักเขาออกเต็มแรง แต่ทั้งสองก็แอบยิ้มเพราะต่างก็รู้อยู่แก่ใจ

ooooooo

ในคืนเดียวกันที่คอนโดของชาร์ลี พิษณุแอบคุยโทรศัพท์ผลัดการชำระเงินด้วยความเครียด ชาร์ลีทำกับข้าวในครัวเสร็จยกออกมาวาง เห็นสีหน้าพิษณุก็ดักคอว่าเสียบอลมาอีกหรือ เขารีบปฏิเสธว่าเลิกตั้งแต่ที่บอกให้เลิก แล้วเปิดรูปในไอแพดให้ดู โกหกว่าอยากเก็บเงินซื้อบ้าน

ชาร์ลีหัวใจพองโตเมื่อได้ยินพิษณุบอกว่าต้องการซื้อบ้านให้เขาอยู่เพื่อดูแลเขา ชาร์ลีปลอบใจว่าเงินหาง่ายกว่าสามี ทำงานไปเก็บไปเดี๋ยวก็ได้บ้าน แล้วเสนอว่าเขาเก็บได้เท่าไหร่ตนจะเพิ่มให้อีกเท่าตัว พิษณุดีใจแอบยิ้มเจ้าเล่ห์

รุ่งเช้าเป็นวันประชุมเรื่องถ่ายโฆษณา เรื่องราวตามสตอรี่บอร์ด พิมพ์ชนกกับเนตรกมลในชุดราตรีสวยหรู สวมมงกุฎดุจเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงเดินบนพรมแดงออกจากงานเลี้ยง มีผู้ชายแต่งกายสูทดำสี่คนเข้ามาจับตัวสองสาวขึ้นรถสปอร์ต จึงเป็นหน้าที่ของบอดี้การ์ดยอดฝีมือสองนายต้องตามไปช่วย พิษณุในชุดหนังรองเท้าบูตครบชุดวิ่งออกมาจากงานตามจะไปช่วยสองสาวชายอีกคนปรากฏตัวขึ้น...

พิษณุเอ่ยถามว่าอีกคนเป็นใคร ชาร์ลีตอบแทนว่าคือผู้กองนที...นทีซึ่งยืนอยู่หน้าเหวอ ไม่รู้ตัวมาก่อน ปฏิเสธไม่ยอมเล่นด้วย ชาร์ลีพยายามเกลี้ยกล่อมว่าลูกค้าชี้เฉพาะมาที่เขา ตนก็รับงานมาแล้ว นทีติงทำไม

ไม่ถามตนก่อน พิษณุ พิมพ์ชนกมองนทีเอือมๆ แล้วพิมพ์ชนกก็โพล่งขึ้น

“นึกแล้วไม่มีผิด” ว่าแล้วก็ส่งจดหมายให้นทีอ่าน “จดหมายจากสารวัตรชินกริช ให้คุณร่วมแสดงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตำรวจในการดูแลคุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชน”

นทีอึ้งพูดไม่ออก ไม่คิดว่าจะเล่นไม้นี้ เนตรกมลทึ่งกับการกระทำของพิมพ์ชนกมาก...หลังจากนั้น กุหลาบ แอนนาและกีตาร์ กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่เมื่อฟิตติ้งให้นทีเสร็จ ต่างแย่งกันควงแขนเขา ชาร์ลีต้องเข้ามาแกะทั้งสามออกไปด้วยความเอือมระอาที่หนีไม่พ้นทีมงานนี้

เนตรกมลอดถามพิมพ์ชนกไม่ได้ “เธอรู้ได้ไงว่าจะต่อรองกับผู้กองยังไง”

“ลองอยู่กับใครยี่สิบสี่ชั่วโมงนานๆก็รู้ไปเองแหละ” พิมพ์ชนกตอบยิ้มๆ

เนตรกมลรู้สึกอิจฉาและยังคาใจ เมื่อกลับมาบ้านและมีโอกาสจึงเอ่ยถามนที “รู้ใจกันขนาดนี้ เคยคิดจะทำงานด้วยกันถาวรเลยไหมคะ”

“ไม่ดีกว่า ให้ผมไปวิ่งไล่จับโจรดีกว่า...”

พิมพ์ชนกได้ยินแทรกกลางปล้องว่า ดีกว่าอยู่กับนางร้ายนิสัยเสีย...นทีตบมือตัวเองดังฉาด “อุเหม่! รู้ใจ นี่ขนาดยังไม่มองตา ถ้ามองคงรู้ไปถึงลำไส้”

“ฉันไม่อยากรู้ไส้เน่าๆของคุณ” นทีสวนว่าเน่าแต่เร้าใจ พิมพ์ชนกแหวะ “เร้าใจอาม่าอากึ๋มอาอึ้ม...”

นทีเชยคางพิมพ์ชนกทำตาหวานเชื่อมพูดสำเนียงจีน “แล้วลื้อไม่หลงสะเนี่ยอั๊วบ้างเหรอ”

พิมพ์ชนกเชยคางนทีพูดสำเนียงจีนกลับ “ชาตินี้ทั้งชาติอั๊วก็ไม่เอา” แล้วกระตุกหนวด

นทีร้องลั่น เนตรกมลมองความสนิทสนมของทั้งสองแล้วเปรย ถ้าไม่รู้ คงคิดว่าทั้งสองเป็นคู่รักคู่กัดกัน พิมพ์ชนกเบ้ปาก นทีทำบ้างล้อๆ เนตรกมลรู้สึกไม่สบายใจเลย

ด้านพิษณุไม่พอใจบอกชาร์ลีให้ถอนนทีออกไปเสีย ตนแสดงคนเดียวก็พอ ชาร์ลีบอกว่าไม่ได้เพราะลูกค้าระบุมาทั้งสามคน ตัวเขาเป็นเพียงตัวแถม พิษณุถึงกับอึ้งเมื่อรู้เช่นนั้น

ooooooo

เมื่ออิงอรรู้จากศาสตราว่า ชินกริชใช้เงินส่วนตัวตั้งกองทุนช่วยเหลือครอบครัวตำรวจชั้นประทวน

ที่เสียชีวิต เพื่อจะได้ไม่ไปรีดไถหรือใช้อำนาจหน้าที่ทางมิชอบ และยังเห็นพ่อใส่เครื่องแบบเก่าไม่ตัดใหม่เพราะเอางบไปช่วยเหลือลูกน้อง ศาสตราบอกว่า ท่านเป็นไอดอลของลูกน้อง

อิงอรคิดได้ว่าตนอยากเป็นคนดีอย่างพ่อ จึงขอให้ศาสตราพามาสมัครงานร้านกาแฟแห่งหนึ่ง แต่แรกศาสตราคิดว่าเธอคงทำได้ไม่กี่วันก็เลิก แต่ปรากฏว่าเธอตั้งใจอย่างน่าทึ่ง กระทั่งวันหนึ่งเผอิญชินกริชมาที่ร้าน อิงอรรีบหลบแล้วส่งซิกให้ศาสตราบอกพ่อว่าตนหายไปเพราะต้องซ้อมละครมหาวิทยาลัย ชินกริชเปรยอย่าให้รู้ว่าหนีเที่ยวจะส่งไปอยู่กับย่า ศาสตราขำ

ชินกริชระบายออกมาว่า “ผมไม่มีเวลาอยู่กับลูก ไม่ได้อบรมสั่งสอนทุกเรื่อง แต่ผมก็พยายามเป็นตัวอย่างที่ดีแล้วก็หวังว่าอรจะสังเกตเห็นแล้วทำตาม”

อิงอรแอบฟังอย่างสงบ ชงกาแฟทำฟองนมเป็นรูปหัวใจเสิร์ฟให้...หลังเลิกงาน ศาสตรามารับอิงอรไปส่งบ้าน เขาถามทำไมไม่ให้ชินกริชรู้ว่าทำงานพิเศษ อิงอรบอกอยากให้พ่อเห็นว่าตนพยายามเป็นลูกที่ดี ตามรอยเท้าพ่อ

ooooooo

วันนี้เริ่มการถ่ายทำโฆษณาที่โกดังร้าง พิมพ์-ชนกนั่งอ่านหนังสือรอเข้าฉากในรถ เผอิญเห็นเนตรกมลกำลังคุยกับชายคนหนึ่งท่าทางเธอเครียดและหวาดกลัว แล้วเธอก็ส่งเงินปึกหนึ่งให้ชายคนนั้น พิมพ์-ชนกมองอย่างสงสัย

ในฉาก พิษณุกับนทีแต่งชุดหนังขี่มอเตอร์ไซค์อย่างเท่มาช่วยนางเอกทั้งสอง แต่แล้วแค่เพียงก้าวขึ้นคร่อมรถ กางเกงหนังของนทีก็ขาดแควก เขาต้องถอดให้ทีมงานซ่อม แล้วบ่น ใครจะบ้าใส่ชุดหนังจับผู้ร้าย ร้อนก็ร้อน อึดอัดวิ่งก็ไม่สะดวก พิมพ์ชนกประชด นี่มันไม่ใช่ชีวิตจริง บ่นมากก็นุ่งผ้าขาวม้าจับผู้ร้ายเอาไหม นทีสวนว่าเอาจะได้ไล่จับเธอคนแรก ว่าแล้วทำท่าวิ่งใส่ พิมพ์ชนกรีบวิ่งหนี ทีมงานมองแล้วแซวให้มาไล่จับพวกตนดีกว่า นทีหน้าเจื่อน

ฉากนี้พิษณุแสดงมาดพระเอกเต็มที่ วิ่งมาคุกเข่ายิงคนร้ายแล้วตีลังกาซ้ายทีขวาทียิงอีก นทียืนนิ่งไม่ทำตาม ผู้กำกับสั่งคัตถามทำไมไม่แสดง นทีติง ทำไมถึงไม่หาที่กำบัง ถ้ามัวแต่ตีลังกายิงก็โดนคนร้ายยิงสวนพอดี กุหลาบอธิบายว่าหนังโฆษณาต้องการความเท่ไว้ก่อน

“แต่มันก็ต้องมีความสมจริงบ้าง” นทีแย้ง

พิษณุบ่นว่านทีเป็นมือสมัครเล่น พิมพ์ชนกเถียงแทนว่ามือสมัครเล่นที่รู้จริงเรื่องปืน แล้วเธอก็เข้าไปเสนอกับผู้กำกับ ให้ทำเป็นสองหนุ่มหลบหลังลังไม้ ยิงต่อสู้คนร้าย แล้วตีลังกาสวนกันเข้าที่กำบังอย่างเท่ๆ ผู้กำกับชอบใจ “ง่ายๆทำไมผมคิดไม่ได้วะไอเดียเจ๋งมากครับคุณพิมพ์”

นทียกนิ้วโป้งชมเชย พิมพ์ชนกยิ้มรับ...กุหลาบมาอธิบายคิวฉากต่อไปให้ฟัง ในขณะที่ทีมงานเอฟเฟกต์มัดเชือกเส้นใหญ่และติดอุปกรณ์เซฟตี้ที่ตัวพิมพ์ชนกกับเนตรกมล กุหลาบรับรองว่าแม้เชือกจะรับน้ำหนักได้ไม่มาก แต่มีสลิงด้านหลังยึดไว้เพื่อความชัวร์

ฉากนี้สองนางเอกต้องถูกมัดด้วยเชือกห้อยลงมาจากขื่อบนเพดาน มีรอกสำหรับชักเพื่อเคลื่อนย้ายได้... ระหว่างถ่ายทำ สลิงเกิดขาดก่อน เชือกที่มัดยังรับน้ำหนักไว้ได้ ทีมงานตกตะลึง ชาร์ลีเห็นรีบร้องบอกนทีให้ช่วยพิมพ์ชนก นทีเห็นแพลทฟอร์มสองชั้นของช่างไฟ ก็รีบไปเลื่อนมาไว้ใต้ร่างเนตรกมล ผู้กำกับยังให้ช่างกล้องถ่ายไว้

แล้วนทีก็ปีนขึ้นไปบนแพลทฟอร์มอย่างคล่องแคล่ว ใช้มีดตัดเชือกให้เนตรกมล แล้วบอกทีมงานให้เลื่อนไปตรงพิมพ์ชนก แต่ชาร์ลีตะโกนว่าไม่ทันแล้วเชือกใกล้จะขาด นทีตัดสินใจกระโดดโหนโซ่เหล็กที่คล้องรอก พาตัวเคลื่อนไปหาพิมพ์ชนกอย่างรวดเร็ว เชือกขาดผึงจังหวะที่นทีรวบตัวเธอไว้ได้ทัน พิมพ์ชนกกอดนทีแน่น ทีมงานปรบมือดีใจที่เธอปลอดภัย

ooooooo

หลังจากนั้น นทีไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดตึกข้างๆมานั่งเช็กดูที่บ้าน พิมพ์ชนก ชาร์ลี ศาสตราและเนตรกมลร่วมดู เห็นมีชายคนหนึ่งถือคีมตัดสลิงอยู่แถวอุปกรณ์เอฟเฟกต์ ระหว่างที่ดูพิมพ์ชนกเห็นนที ทำท่าปวดไหล่ก็รู้สึกซาบซึ้งที่เขาต้องเจ็บเพราะช่วยตน

ตกดึก พิมพ์ชนกหายานวดกล้ามเนื้อจะเอามาให้นที กลับเจอเนตรกมลกำลังนวดยาให้นทีอยู่ที่ห้องนั่งเล่น และขอโทษที่ทำให้เขาต้องเจ็บเพราะอุ้มเธอ นทีแย้ง

“คุณเนตรตัวเบาจะตาย แต่อีกคนสิ...หนักเป็นตัน”

พิมพ์ชนกโมโหกระแทกหลอดยาลงบนหลังตู้ใกล้ๆแล้วเดินหนีไป เนตรกมลกับนทีหันมอง นทีเห็นหลอดยาก็แอบยิ้มดีใจที่ยังมีอีกคนเป็นห่วงตน...พิมพ์ชนกเข้าห้องนั่งหงุดหงิด ไม่ทันไรก็มีเสียงนทีเล่นกีตาร์ร้องเพลงมาจากสนามหน้าบ้าน จึงแอบฟังอยู่หลังม่านหน้าต่าง สักพักก็มีเสียงของแข็งกระทบกระจกตรงระเบียง จึงออกไปดู เห็นกระดาษห่อก้อนหินเล็กๆตกอยู่ แกะออก อ่าน เป็นข้อความจากนที...ขอบคุณสำหรับยา และมีภาพผู้ชายมีหนวดกวนๆประกอบ

รุ่งเช้า เป็นงานแถลงข่าวถึงโฆษณาที่ถ่ายทำ พิมพ์ชนกกับเนตรกมลต้องร้องเพลงโชว์ จบลงสองหนุ่มพิษณุกับนทีเดินมามอบดอกไม้ให้สองสาว...กุหลาบชมว่านทีเล่นได้เท่โดยไม่ต้องใช้แสตนด์อิน พิษณุหน้าบึ้งไม่ค่อยพอใจ

หน้างานมีการตรวจตราคนที่เข้ามาอย่างเข้มงวด นทีออกมาย้ำศาสตรา ถ้าใครไม่มีบัตรห้ามให้ไปที่หลังเวที เพราะจะควบคุมยาก ศาสตรารับคำว่าวางกำลังตำรวจไว้รอบๆแล้วด้วย

เมื่อภาพยนตร์โฆษณาฉายจบลง มีฉากที่นทีช่วยสองสาวซึ่งเป็นเหตุการณ์จริงอยู่ในหนังด้วย ผู้คนปรบมือชื่นชม สองนางเอกร้องเพลงโชว์ นทีสังเกตเห็นมีแสงเลเซอร์พ้อยเตอร์ที่กลางหน้าผากเนตรกมล แล้วเปลี่ยนมาที่พิมพ์ชนก แต่เธอเคลื่อนไหวไปตามจังหวะเพลง ทำให้เลเซอร์ตามไม่ทัน นทีกวาดตามองไปยังที่มาแล้วกดวิทยุสื่อสารบอกศาสตราทันที ทำให้เขาขึ้นไประงับคนร้ายได้ทันเกิดการต่อสู้พัลวัน มีมือมืดลอบยิงเข้าแสกหน้าคนร้ายตายคาที่

นทีได้ยินเสียงปืน รีบพุ่งขึ้นเวทีไปกอดปกป้องพิมพ์ชนก ทุกคนงงเพราะไม่ได้ยินเสียงปืน กุหลาบจึงดันพิษณุให้ตามขึ้นไปมอบดอกไม้ให้เนตรกมล...พิมพ์ชนกงงพยายามผลักนทีออก เขายื้อไว้จนได้รับสัญญาณจากศาสตราว่าปลอดภัยถึงปล่อยเธอ คนดูกิ๊วก๊าวฟินกันใหญ่

หลังเสร็จงาน เนตรกมลหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นตำรวจและเจ้าหน้าที่เอาศพคนร้ายลงมาจากอาคาร พิมพ์ชนก เข้ามาบอกเธอว่า “เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

พิมพ์ชนกจำได้ว่าคนร้ายคือคนที่ตนเห็นเนตร-กมลให้เงินเมื่อวันก่อน เนตรกมลยอมสารภาพว่ารู้จักคนร้าย นทีกับชาร์ลีประหลาดใจ แล้วเนตรกมลก็เอาคลิปของสายธารเปิดให้ดูเล่าว่า หลังจากสายธารตายไม่นาน คนร้ายส่งคลิปนี้มาแบล็กเมล์ตน ขู่ว่าถ้าไม่จ่ายเงินจะแฉว่าสะใภ้ตระกูลตนเป็นผู้หญิงไซด์ไลน์ ตนไม่อยากให้สายธารเสียชื่อจึงยอมจ่ายเงินจนหมดตัวแล้วขู่กลับถ้ามันมาอีกจะแจ้งความ มันเลยมาทำร้าย...พิมพ์ชนกอึ้งไม่คิดว่าเนตรกมลจะรักสายธารขนาดนี้ จึงดึงเธอมากอดขอบคุณแทนสายธาร นทีมองอย่างประทับใจที่พิมพ์ชนกอ่อนโยนลง

พอมีโอกาสนทีก็ชมว่าวันนี้พิมพ์ชนกน่ารักมาก สิ่งที่เธอทำกับเนตรกมล ทำให้รู้ว่าเนื้อแท้เธอไม่ใช่คนเย็นชา พิมพ์ชนกบอกตนแอ๊บสร้างภาพ นทีไม่เชื่อ บอกเธออ่อนโยนแต่ไม่ยอมแสดงออกเพราะกลัวคนอื่นเห็นความอ่อนแอ หญิงสาวทำท่าว่าตนเข้มแข็งพอ

นทีส่ายหน้า “คุณกลัวไม่มีคนปกป้องมากกว่า”

“เรื่องนั้นฉันก็ไม่กลัว”

“เพราะมีตำรวจหนุ่มรูปหล่อปกป้องมากกว่า” นทียิ้มล้อ พิมพ์ชนกเมินหน้าแต่มีเสียงอือในลำคอ นทีย้ำ “อะไรนะ ไม่ได้ยิน”

พิมพ์ชนกส่งเสียงอือดังๆแบบรำคาญๆ นทียิ้มกริ่ม พิมพ์ชนกเขินเดินเลี่ยงเข้าบ้าน นทีคิดบางอย่างได้ โทรศัพท์ไปหาสมใจที่บ้านแสงประทีป

ooooooo

เช้าวันใหม่ นทีพาพิมพ์ชนกไปวัดเพื่อทำบุญวันเกิด พิมพ์ชนกงงว่าวันเกิดใคร พอกรวดน้ำเสร็จจึงเอ่ยถามว่าวันเกิดเขาหรือ นทีส่ายหน้า จากนั้นเขาก็พาเธอมาที่บ้านแสงประทีปและบอก “ทำบุญวันเกิดเสร็จแล้วก็ต้องทำทาน ผมจองเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆที่นี่ไว้”

พิมพ์ชนกทนไม่ไหวถามตกลงวันเกิดใคร แต่พอเข้ามาในโรงอาหาร ก็เห็นคุณแม่สมใจยืนอยู่ และเด็กๆนั่งที่โต๊ะมีคัพเค้กเล็กๆตั้งตรงหน้าปักเทียน ทุกคนร้องพร้อมกันว่า

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์” แล้วเด็กทุกคนก็เป่าเทียนยิ้มแก้มปริ

สมใจกล่าว “เด็กที่นี่ไม่มีวันเกิด ป้าเลยตั้งให้วันแรกที่เราพบกันคือวันเกิด”

นทียกคัพเค้กอันหนึ่งมาตรงหน้าพิมพ์ชนกเพื่อให้เธอเป่าเทียนพร้อมกล่าว สุขสันต์วันเกิด สมใจพยักหน้ายิ้มๆ พิมพ์ชนกน้ำคลอด้วยความตื้นตัน

หลังจากนั้นพิมพ์ชนกกับนทีมาเดินเล่น เธอถามนทีรู้ได้อย่างไรว่าวันนี้เป็นวันเกิดตน เขายิ้มบอกยากตรงไหน เธอแย้งว่าไม่เคยบอกใครและที่จริงตนก็ไม่มีวันเกิด

“ผมจะไม่ถามว่าทำไม เพราะผมมั่นใจว่าซักวันคุณจะเล่าให้ผมฟังเอง”

พิมพ์ชนกมองนทีนิ่งนาน เห็นความจริงใจในสายตาของเขาจึงเอื้อนเอ่ย “วันนี้เมื่อ 24 ปีที่แล้ว คือวันแรกที่ฉันกับแม่สมใจพบกัน...เอ๊ะ...คุณรู้อยู่แล้ว?”

“รู้...แล้วจำได้ด้วยว่า ตอนเด็กๆผมเรียกคุณว่าน้องพิมพ์”

“พี่ทีจำพิมพ์ได้!” ความตื้นตันกลับขึ้นมาเป็นระลอก

นทีบอกทำไมจะจำเพื่อนเล่นสมัยเด็กไม่ได้ พิมพ์ชนกยิ้มปลื้ม...ทั้งสองเดินมาจนถึงมุมที่วางกระถางต้นมะลิ ทำให้พิมพ์ชนกคิดถึงสายธาร บอกตอนที่นทีมาที่นี่สายธารได้ออกไปอยู่กับพ่อแม่อุปถัมภ์แล้ว พิมพ์ชนกเสียใจถ้าตนไม่ขอแลกให้สายธารไป เธอก็คงไม่ตาย นทีปลอบ

“ถ้าคุณคิดว่าการตัดสินใจตอนนั้นดีที่สุด มันก็คือดีที่สุด เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ผมเชื่อว่าน้ำไม่โกรธคุณแล้วก็อยากเห็นคุณมีความสุข รวมทั้งผมด้วย”

พิมพ์ชนกขอบคุณอย่างตื้นตันใจ ทันใดก็มีนักข่าวกรูเข้ามาขอสัมภาษณ์ว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าที่นี่หรือ พิมพ์ชนก ตกใจตั้งสติไม่ทันพูดไม่ออก นทีรีบพาเธอแหวกฝูงนักข่าวกลับออกมา

คืนนั้นพิมพ์ชนกเอาแต่เครียดนั่งเงียบ นทีปลอบว่าข่าวไม่กี่วันคนก็ลืม พิมพ์ชนกบอกตนไม่ได้ห่วงชื่อเสียง ตนห่วงว่าฆาตกรรู้ว่าตนกับสายธารเป็นเด็กกำพร้าที่เดียวกัน จะทำให้สืบหาตัวยากขึ้น นทีบอกให้ปล่อยเป็นหน้าที่ตำรวจอย่างตน หญิงสาวเอ่ยถาม เขาเคยกลัวจับคนร้ายไม่ได้บ้างไหม นทีส่ายหน้า เพราะความกลัวทำให้เกิดความกล้า อย่ากลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิด...

รุ่งเช้า พิมพ์ชนกดูเครียดและเป็นกังวล ชาร์ลีปลอบเรื่องแค่นี้...จิ๊บ...จิ๊บ...ให้เตรียมรับมือนักข่าว นทีขับรถไปมองพิมพ์ชนกผ่านกระจกมองหลังด้วยความเป็นห่วง เมื่อถึงกองถ่าย กุหลาบเตรียมทีมงานกันกองทัพนักข่าวเพื่อพาตัวสองนางเอกเข้ากองถ่าย

ชาร์ลีคอยให้กำลังใจให้พิมพ์ชนกเชิดๆเริ่ดๆ เข้าไว้ ไม่ทันไรแอนนากับกีตาร์หน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่ามีข่าวแซ่บ ทุกคนหันมองทีวี...เสียงพิธีกรรายการแซ่บซี้ดจี๊ดรายวันกำลังพูดว่า หลังจากมีคลิปแฉสตอรี่สุดดราม่าของนางร้ายตัวแม่แห่งวงการ

“วันนี้ภรรยาผู้จัดค่ายใหญ่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า...” ภาพมธุรสให้สัมภาษณ์ออกสื่อ “เราก็คิดว่าเขาเป็นลูกของพรรณรายที่ไปคลอดตอนอยู่เมืองนอก แต่ที่แท้กลับเป็นเด็กถูกขอมาเลี้ยง” นักข่าวแย่งกันถามแล้วทำไมต้องปิดข่าว มธุรสทำท่าเห็นใจว่า คงจะอายถึงปกปิดกำพืดตัวเอง มันมีผลกับชื่อเสียงและภาพลักษณ์ ได้แต่หวังว่าดาวรุ่งคงไม่เป็นดาวร่วงเพียงชั่วข้ามคืน...

คนในกองร้องอูยกับความแซ่บของข่าว ชาร์ลีโวยให้ปิดทีวี กุหลาบกลัวเสียงานแทรกตัวไปปิด สีหน้าดวงแขกับพิไลสะใจอยู่สองคนแกล้งตอกย้ำและหัวเราะเยาะ เนตรกมลโอบปลอบพิมพ์ชนกว่าอยู่วงการนี้อย่าเอาขี้ปากคนมาใส่ใจ ชาร์ลีย้ำอย่าหวั่นไหว พิมพ์ชนกถอนใจบอกตนกำลังนับหนึ่งถึงล้านอยู่ นทีรู้สึกเห็นใจพิมพ์ชนกอย่างมาก

ooooooo

เมื่อถึงเวลาเข้าฉาก ดวงแขกับพิไลก็เล่นนอกบทเหน็บเรื่องส่วนตัวของพิมพ์ชนกจนเธอทนไม่ไหวตอกกลับให้บ้าง ผู้กำกับต้องสั่งคัต...แล้วก็เกิดการทะเลาะกันวุ่นวาย

พิมพ์ชนกแยกมายืนถอนใจริมน้ำ นทีตามมาถามอย่างห่วงใยว่าพักกองแล้วทานอะไรหรือยัง เธอส่ายหน้าบอกไม่หิว นทีเปรยไม่คิดว่าวงการบันเทิงจะเอาเรื่องไร้สาระไปตีแผ่กันได้

“ข่าวยิ่งลบก็ยิ่งไวเป็นไฟลามทุ่ง ฉันถึงต้องร้ายไว้ก่อนไง” พิมพ์ชนกเยาะตัวเอง

“ถึงจะรับบทนางร้ายแต่ชีวิตจริงคุณก็ทำดีจนเป็นที่รักของ...ใครหลายๆคนได้” นทีเกือบหลุดปากว่าเป็นตัวเอง

เนตรกมลเข้ามาเสริมว่า ถ้าใครได้รู้จักตัวจริงของพิมพ์ชนก จะยิ่งตกหลุมรักเลย...นทียิ้มสบตาพิมพ์ชนก เนตรกมลจับตาดูความสัมพันธ์ของทั้งสอง ชาร์ลีมองมาซึ้งใจไปด้วย

หลังจากวันนั้น พิมพ์ชนกก็ต้องคอยตอบคำถามนักข่าวจนอารมณ์เสียว่าตนไม่ได้คิดจะปกปิดว่าเป็นเด็กกำพร้า แค่อยากเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป ชาร์ลีช่วยเสริม ที่ผ่านมาไม่มีใครถามแล้วจะมัวติดอยู่กับอดีตเพื่ออะไร... นักข่าวถามจี้ใจว่า รู้สึกอย่างไรกับฉายา “สตรอเบอรี่ไร้ราก”

“โดนด่าสองชั้นแบบนี้คงดีใจมั้ง” พิมพ์ชนกประชด

คุณแม่สมใจเห็นข่าวรีบโทร.ถามไถ่นทีอย่างห่วงใยความรู้สึกพิมพ์ชนก...พิมพ์ชนกเครียดจนต้องมาระบายอารมณ์ด้วยการชกมวยในห้องฟิตเนสในบ้าน นทีตามมาช่วยเป็นตัวยกเป้า และพยายามขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้เธอโดนแฉ หญิงสาวสวน

“ช้าไปไหม ฉันกลายเป็นสตรอเบอรี่ไร้รากไปแล้ว” พิมพ์ชนกเตะใส่สีข้างนที

นทีขอแก้ตัวโดยจะไปอธิบายกับสื่อ พิมพ์ชนกสวนไม่มีใครหยุดได้นอกจากปล่อยให้ขุดจนจอบสึกเรื่องถึงจะเงียบ แล้วเธอก็นึกได้เป็นห่วงพวกที่บ้านแสงประทีป จะเดือดร้อนไปด้วย นทียอมรับว่ากำลังวุ่นวายพอกัน

พิมพ์ชนกโมโหรัวหมัดใส่นทีจนเขาต้องรวบกอดตัวเธอไว้

พิมพ์ชนกโมโหจนพลั้งปากว่า “คุณตั้งใจจะปกป้องหรือทำลายฉันกันแน่”

นทีชะงักรู้สึกผิดมากขึ้น เนตรกมลเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยว่าที่นทีทำไปแค่อยากจัดงานวันเกิดให้ พิมพ์ชนกแว้ดใครขอร้อง นทียิ่งเสียใจ เธอยังย้ำว่าเขาทำอะไรไม่เข้าท่าซักเรื่อง

“คิดอย่างนั้นก็ตามใจ แต่ที่ผมทำไปก็เพราะ...” นทีเกือบหลุดคำว่ารักออกมา แต่พิมพ์ชนกสวนว่าเพราะหน้าที่ เขายิ่งน้อยใจแล้วพิมพ์ชนกก็โพล่งขึ้นว่าถ้าฝืนใจมากก็เชิญออกไป นทีไม่คิดว่าจะโดนไล่หันหลังเดินไป เนตรกมลจะตาม พิมพ์ชนกเสียงเข้มถ้าตามไม่ต้องมาคุยกับตน

ครั้งนี้นทีทั้งเสียใจและน้อยใจกลับไปจริงๆ ชาร์ลีตำหนิพิมพ์ชนกว่าทำแรงเกินไป ควรจะขอโทษเขา... ศาสตราแปลกใจที่นทีกล้าทิ้งพิมพ์ชนกกลับมาทั้งที่เธอยังถูกคนร้ายไล่ล่าอยู่

ด้านดนัย ต่อว่ามธุรสหาว่าเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องพิมพ์ชนกเป็นเด็กกำพร้า มธุรสโวยไม่ใช่ตนคนเดียวที่เกลียดพิมพ์ชนก แต่ก็สะใจเพราะไม่ต้องถึงมือตน เธอก็พังเพราะกำพืดตัวเอง

ooooooo

วันต่อมานทีเข้าทำงานกองปราบ แต่ใจไม่ได้อยู่กับงานเลย เป็นห่วงพิมพ์ชนกตลอดเวลา...พิมพ์ชนกเองก็ชักหงุดหงิดที่นทีไม่กลับมาเสียที ทำให้ตนกับชาร์ลีต้องวิ่งหลบซ่อนนักข่าวกันเองอย่างทุลักทุเล

ศาสตรารู้ว่านทีเป็นกังวลจึงแกล้งอาสาไปทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้พิมพ์ชนกแทน นทีโวย

“ใช่ธุระแกไหมไอ้เสือ นี่มันงานฉัน รับปากไว้ก็ต้องจัดการให้จบ เข้าใจ๋”

ศาสตราหาว่านทีหวงก้าง เขาลอยหน้าไม่สนใจแต่ยังเล่นตัวไม่กลับไปหาพิมพ์ชนก แล้วเผอิญเจออิงอรอยู่ในห้องสารวัตรชินกริช อิงอรดีใจโผกอดนที

บอกว่าวันนี้วันเกิดพ่อตนเลยมารอ แต่คงรอเก้ออีกตามเคย นทีปลอบให้ภูมิใจที่มีพ่อทุ่มเทให้กับงานเพื่อประชาชน แล้วเสนอว่าเราควรทำอะไรเพื่อท่านบ้าง...

ในขณะที่พิมพ์ชนกกำลังวิ่งหนีกลุ่มนักข่าว ชาร์ลีช่วยกันแต่เอาไม่อยู่ จู่ๆดนัยขับรถปราดเข้ามาเปิดประตูรับพิมพ์ชนกหนีออกมาได้ พิมพ์ชนกขอลงที่ห้างสรรพสินค้าเพราะนัดให้ชาร์ลีตามมารับ ดนัยจับแขนเธอไว้ หญิงสาวชะงักมีท่าทางระวังตัว ดนัยเสนอจะส่งคนมาคอยรับส่ง เธอปฏิเสธเพราะเชื่อว่าชาร์ลีมีแผนรับมือไว้แล้ว พิมพ์ชนกไหว้ลาสวมแว่นดำลงจากรถ...อีกมุมหนึ่ง มธุรสจอดรถมองด้วยสายตาเจ็บแค้น

พิมพ์ชนกเดินเข้ามาในห้างไม่ทันไร เห็นนทีเดินเลือกซื้อของอยู่กับอิงอร ท่าทางหัวร่อต่อกระซิกน่าหมั่นไส้ ชาร์ลีเข้ามาสะกิดเย้า...หึงหรือ พิมพ์ชนกชะงักโวย “ไอ้เกรียนคิดจะเต๊าะเด็ก ระวังเจอคุกไม่รู้ตัว หาข้าวกินเถอะเจ๊ เสียเวลา”

ชาร์ลียิ้มอย่างรู้ทันเพราะท่าทางเธอมีพิรุธมาก

ด้านนทีกับอิงอรได้ออกมาหาซื้อของขวัญให้ชินกริช ทั้งสองและตำรวจที่กองปราบช่วยกันจัดปาร์ตี้เล็กๆ เซอร์ไพรส์ชินกริช สร้างความประทับใจอย่างมาก แต่ชินกริชก็ทำเสียงดุ

“ต่อไปไม่ต้องสิ้นเปลืองแบบนี้แค่พวกคุณตั้งใจทำงานก็ถือเป็นของขวัญสำหรับผมแล้ว”

อิงอรดักคอ ตนรู้ว่าไม่อยากให้สิ้นเปลืองแต่ของขวัญตนไม่สิ้นเปลืองเลย ชินกริชแกะออกดู เป็นชุดตำรวจใหม่จึงถามเอาเงินมาจากไหน อิงอรสารภาพว่าได้ทำงานพิเศษ ตั้งใจจะเอาเงินจากน้ำพักน้ำแรงมาซื้อของขวัญให้ และยังมีเหลือใส่ซองช่วยสมทบกองทุนของพ่อด้วย

ชินกริชปลื้มใจ “สมเป็นลูกพ่อจริงๆ การที่ลูกคิดดีทำดีเพื่อคนอื่นคือของขวัญที่ถูกใจพ่อที่สุด พ่อขอโทษที่ไม่มีเวลาให้ แต่ขอให้หนูรู้ไว้เสมอว่าพ่อรักและภูมิใจในตัวอรที่สุด”

อิงอรน้ำตาคลอโผกอดผู้เป็นพ่อ นทีกับศาสตราพลอยซาบซึ้งใจไปด้วย

ooooooo

ค่ำคืน นทีปอกส้มจะเข้าปากก็หวนคิดถึงพิมพ์-ชนก เธอกลัวส้มมากถึงกับตัวเกร็ง ชาร์ลีต้องปลอบและสั่งเด็ดขาดไม่ให้เอาส้มมาใกล้เธออีก นทียังอดล้อเลียนไม่ได้ว่าเป็นดาราต้องกลัวของแปลก แล้วแหย่ว่าตัวเขากลัวไอ้นั่นไอ้นี่บ้างจนเป็นเรื่องขำขัน ทันใดก็มีเสียงศาสตราร้องลั่น

นทีรีบวิ่งไปดู เห็นศาสตราขึ้นไปยืนบนส้วมกลัวแมลงสาบ นทีส่ายหน้าตีแมลงสาบแป้ดเละคาที่ ศาสตราชมเชยว่าเขาช่างมาไวเคลมไวสมกับเป็นบอดี้การ์ด นทีพึมพำขำๆ

“คุณหนูพิมมี่ฝึกมาดี ขี้กลัวพอๆกับแก ร้องแอ๊ะก็ต้องพุ่งถึงตัว...ป่านนี้ชีวิตคงวุ่นวาย”

ศาสตราย้ำว่าอย่างพิมพ์ชนกต้องมีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันตลอดเวลา นทีเริ่มใจเสีย...

เช้าวันใหม่ พิมพ์ชนกเบื่อหน่ายชวนชาร์ลีไปช็อปปิ้ง แต่กลับเจอพวกปาปารัซซี่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามถ่ายภาพ โดยไม่รู้ว่ามีคนร้ายปะปนอยู่ด้วย คอยส่งข่าวเวลาสบโอกาส ชาร์ลีโมโหพวกปาปารัซซี่จึงขับรถแล้วดริฟท์รถกลับ ทำให้รถพวกปาปารัซซี่ล้มระเนระนาด แต่รถคนร้ายกลับต้อนให้รถชาร์ลีไปเจอกับรถที่สวนมาจนเขาต้องหลบลงข้างทางชนเข้ากับเสาไฟฟ้า

กลับถึงบ้าน ชาร์ลีรีบโทร.ไปเล่าให้นทีฟังและขอร้องให้เขากลับมา น้ำเสียงนทีเป็นห่วงพิมพ์ชนกมากแต่ยังงอนจึงต่อลองให้พิมพ์ชนกมาขอโทษตนก่อนถึงจะกลับ...เมื่อชาร์ลีมาบอกพิมพ์ชนก เธอเกิดทิฐิไม่ยอมขอโทษอ้างเหตุผลสารพัด

แล้วในคืนนั้นมีคนร้ายสวมถุงมือปิดหน้าลอบเข้ามาล็อกคอฉุดกระชากพิมพ์ชนกออกไปในสวน เธอต่อสู้ดิ้นรนกระเสือกกระสนหนี ทันใดจ่ากุ๊กโผล่มาช่วย คนร้ายตกใจหนีหายไปในความมืด จ่ากุ๊กประคองพิมพ์ชนกจะพาเข้าบ้าน จู่ๆโดนป้าศัลย์ใช้ไม้นวดแป้งแพ่นหัวเพราะเข้าใจว่าเป็นคนร้าย...เรื่องคลี่คลายว่านทีส่งจ่ากุ๊กมาคุ้มกันแทน พิมพ์ชนกหน้าง้ำหาว่าเขาเล่นตัว

หลังจากวันนั้น ทั้งนทีและพิมพ์ชนกต่างก็ทำงานของตัวเอง มีภาพข่าวนทีจับคนร้ายค้ายาได้ ชาร์ลีและคนอื่นๆดูทีวีชื่นชมกันใหญ่ พิมพ์ชนกอดที่จะปรายตามองไม่ได้ ส่วนตัวพิมพ์ชนกหลังจากถ่ายละครเสร็จก็ต้องคอยวิ่งหนีนักข่าวขึ้นรถ โดยไม่รู้ว่านทีแอบคอยช่วยอยู่บ่อยๆ

ภาพพิมพ์ชนกให้สัมภาษณ์ออกทีวี นทีเห็นแล้วก็ให้คิดถึงแต่ยังมีทิฐิ รู้สึกว่าเราอยู่กันคนละโลก พอศาสตราบอกว่า ถ้าเป็นเขาจะตักตวงทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่ใกล้เธอให้คุ้มค่าทุกนาที ทำให้นทีฉุกคิด...แล้วหวนคิดถึงอดีตที่บ้านแสงประทีป ที่เขามักจะไกวชิงช้าให้พิมพ์ชนก เธอเอาดอกไม้มาทัดหูไว้และอีกมือก็ทานไอศกรีมโคน

วันหนึ่งพิมพ์ชนกขับรถมาจอดหน้าบ้านนที แต่ไม่กล้าที่จะเข้าไปหาเขา ทิฐิผุดขึ้นอีกทำให้ตัดสินใจขับรถกลับ และแล้วก็โดนคนร้ายซึ่งสะกดรอยตามมาตลอด ยิงใส่จนรถเธอไถลตกข้างทาง เธอได้สติลงจากรถวิ่งหนีเข้าข้างทางจนมาถึงบึงน้ำ คนร้ายตามมาจับเธอกดน้ำ เธอดิ้นรนสำลักน้ำ ทันใดก็เห็นสายธารเป็นเงาจางๆลอยขึ้นมาจากก้นบึง สายตาเหี้ยมโหดลอยพุ่งผ่านพิมพ์ชนกไป คนร้ายปล่อยมือร้องลั่นวิ่งหนีเตลิด ไม่ทันไรชาวบ้านก็เข้ามาช่วยดึงพิมพ์ชนกขึ้น

พิมพ์ชนกฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่โรงพยาบาลมีชาร์ลี เนตรกมลและศาสตรายืนล้อมรอบเตียง ทุกคนถามอย่างห่วงใย แล้วศาสตราก็ถามว่าเธอพร้อมที่จะให้ปากคำหรือยัง จำรูปพรรณคนร้ายได้บ้างไหม พิมพ์ชนกส่ายหน้าเพราะมันมืดมากและถูกไล่ยิงจึงได้แต่วิ่งหนี

“มันเป็นใคร...ทำไมต้องคิดฆ่าฉันด้วย” พิมพ์ชนกรู้สึกกลัวจับใจ ชาร์ลีเข้ากอดปลอบ

เสียงนทีดังขึ้นว่า ให้เธอพักผ่อน ไปสอบปากคำคนแถวที่เกิดเหตุ และเอาปลอกกระสุนไปพิสูจน์หลักฐานเสียก่อน ได้เมื่อไหร่ให้บอกตนด้วย ศาสตรารับคำและเน้นย้ำ

“คนร้ายเข้าถึงตัวคุณพิมพ์ขนาดนี้ยังใจเย็นอยู่อีกเหรอ เป็นฉันคงตามประกบคุณพิมพ์ไม่ให้คลาดสายตา...ผมขอตัวก่อน หายไวๆนะครับ”

นทีมองพิมพ์ชนกอย่างชั่งใจ เธอหมั่นไส้แกล้งพูดชมเชยศาสตรา “ขอบคุณค่ะ ไม่ได้เป็นบอดี้การ์ดของฉันแต่ก็ยังห่วงใย ประชาชนมีตำรวจอย่างคุณอยู่ใกล้ๆคงอบอุ่นใจที่สุด”

ศาสตราเขินทำอะไรไม่ถูก เดินเปะปะออกไป นทีเคืองเหน็บ เสียดายเจ็บทุกส่วนยกเว้นปาก ไม่งั้นทุกคนคงสงบสุข...ชาร์ลีปล่อยก๊ากยกมือบอกกดไลค์ให้รัวๆเลย เนตรกมลแอบขำ...

ไม่มีใครคาดคิดว่า มธุรสกับพิษณุแอบเล่นชู้กันในโรงแรมหรู พิษณุประจบขอเงินไปใช้หนี้บอล เธอยินยอมให้หนึ่งแสนแต่เขาต้องทำงานสำคัญให้ชิ้นหนึ่ง พิษณุครุ่นคิดสงสัย

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"จีจ้า" โชว์ลีลามวยกรงดุเดือด เล่นจริง เจ็บตัวแต่เป็นเรื่องจิ๊บๆ

"จีจ้า" โชว์ลีลามวยกรงดุเดือด เล่นจริง เจ็บตัวแต่เป็นเรื่องจิ๊บๆ
22 พ.ย. 2562
08:15 น.