ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นางร้ายที่รัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: บอย ปกรณ์ ประกบ คิม คิมเบอร์ลี ใน "นางร้ายที่รัก"



ค่ำคืนที่คฤหาสน์พิมพ์ชนก นทีเดินถือไฟฉายตรวจตรารอบบ้าน นึกถึงความใกล้ชิดของตนกับพิมพ์ชนกแล้วอดยิ้มไม่ได้ พิมพ์ชนกเองก็แง้มม่านแอบมองนทีแล้วอมยิ้ม ทันใดก็มีแสงไฟส่องเข้ามาที่หน้า เขาตกใจส่องไฟกลับไปเห็นหน้าป้าศัลย์ ต่างคนต่างสะดุ้ง จู่ๆไฟฉายของป้าศัลย์เกิดดับ นทีจึงให้ไฟฉายตัวเองแก่ป้าเพราะแกจะไปขูดหาตัวเลขที่ต้นมะม่วง ไม่ทันไรไฟระเบียงเหนือหัวก็สว่างขึ้น เสียงพิมพ์ชนกดังลงมา

“เดินมืดๆระวังด้วย สู้กับคนร้ายเป็นสิบไม่เป็นไร อย่ามาโดนงูกัดตายในบ้าน ฉันกลัวผี”

นทีเงยหน้าไปเห็นพิมพ์ชนกชะโงกหน้ามา พูดจบก็วิ่งกลับเข้าห้องยืนหลบหลังม่านหัวใจเต้นโครมคราม นทีอมยิ้มเย้า “เล่นผีผ้าม่านไม่สนุกหรอก ลงมาเล่นผีผ้าห่มกับผมข้างล่างนี่”

“ไอ้บ้า! ลามก!” พิมพ์ชนกยื่นหน้าตะโกนด่าแล้วผลุบกลับเข้าไป นทีรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ...

เช้าวันใหม่พิมพ์ชนกอยู่ที่กองถ่ายกับทีมงาน ดวงแขแจ้งข่าวว่าพิไลกำลังจะฟื้น ทุกคนต่างดีใจกันใหญ่ ดวงแขเล่าว่าเมื่อวานพิไลเพ้อออกมาหลายครั้ง ถ้าเธอฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะได้รู้เสียทีว่าใครเป็นคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังเรื่องแย่ๆนี้ทั้งหมด เนตรกมลขอไปเยี่ยมพิไลพรุ่งนี้ด้วยคน

มธุรสยืนแอบฟังสีหน้าครุ่นคิด...และแล้วค่ำคืนนั้น ก็มีคนร้ายลอบเข้าไปปลดสายออกซิเจนจากร่างพิไลทำให้ขาดอากาศไปเลี้ยงสมอง หมอและพยาบาลช่วยกันยื้อชีวิตเธอไว้

รุ่งเช้าพิมพ์ชนก นทีและเนตรกมลมาเยี่ยมพิไล พบว่าเธอยังไม่ได้สติ มีเครื่องช่วยชีวิตรายล้อม พยาบาลบอกว่าเมื่อคืนมีอุบัติเหตุ คนไข้ทรุดหนัก โอกาสฟื้นเหลือน้อยมาก เนตรกมลเสนอจะรวบรวมเงินจากคนในวงการมาช่วยค่ารักษาพยาบาล พิมพ์ชนกขอร่วมกุศลครั้งนี้ด้วย....

กองปราบ...ชินกริชเรียกนทีมาคุย ต้องการให้เขากลับมาทำคดีเสี่ยเส่งพ่อค้ายาระดับชาติ ชินกริชถามถึงคดีของพิมพ์ชนกได้ตัวคนร้ายหรือยัง นทีตอบว่าตอนนี้เหลือผู้ต้องสงสัยสองคน

“ถ้ายังไม่คืบหน้าผมคงต้องเปลี่ยนคนไปดูแลคุณพิมพ์ชนก เพราะผู้กองมือดีเกินกว่าจะทำแค่งานนี้งานเดียว...คดีเสี่ยเส่งเป็นคดีใหญ่ที่ผมไม่อยากพลาด ผมต้องการให้คุณเข้าไปสืบด้วยตัวเอง...อีกสองอาทิตย์คุณมาเริ่มงานได้เลย”

นทีหนักใจไม่รู้จะบอกพิมพ์ชนกอย่างไร...หลังจากนั้น นทีก็เคร่งครัดต่อการดูแลพิมพ์ชนกมากขึ้น กำชับชาร์ลีและป้าศัลย์ให้ดูแลความปลอดภัยด้วยตัวเอง สอนชาร์ลี สอดส่องใต้ท้องรถว่ามีระเบิดหรืออะไรแปลกปลอมก่อนขึ้นรถทุกครั้ง สั่งป้าศัลย์ตรวจตรารอบบ้านให้ละเอียด เปิดไฟรั้วให้สว่าง เช็กกล้องวงจรปิดทุกวัน ตนจะให้สายตรวจมาดูแลบ่อยๆ...

พิมพ์ชนกแปลกใจทำไมนทีถึงดูจริงจังแกล้งแซว “ผีอัลเซเชี่ยนเข้าผู้กองเหรอ...ดุเชียว”

นทีปรายตามองไม่อยากต่อล้อต่อถียง เตือนชาร์ลีเวลาขับรถคอยมองว่ามีใครตามมาบ้าง ตอนอยู่กองก็อย่ามัวนอนหรือเม้าท์ ต้องคอยดูว่ามีใครไปยุ่งกับข้าวของหรืออาหารน้ำดื่มของพิมพ์ชนกบ้างไหม พิมพ์ชนกยิ่งงง ถามโพล่งออกมาว่าสั่งแบบนี้จะไม่อยู่แล้วหรือ จะไปไหน นทียังไม่พร้อมจะตอบ คิดจะทำอีกเรื่องคือสอนพิมพ์ชนกว่ายน้ำให้เป็น

เมื่อมาถึงกองถ่าย นทีบอกพิมพ์ชนกว่าเสร็จกองวันนี้ตนจะสอนเธอว่ายน้ำ พิมพ์ชนกอิดออด นทีเอ็ดจริงจัง “ต้องเรียน! รู้ตัวไหมว่าทำให้คนอื่นเป็นห่วงจนนอนไม่หลับ”

“คุณห่วงฉันจนนอนไม่หลับเหรอ” พิมพ์ชนกตาโตตื่นเต้น เห็นนทีเขินก็แกล้งย้ำ “ห่วงฉันเหรอ...ตอบ! ไม่งั้นไม่เรียนนะ”

นทีเป็นห่วงแต่กลับพูดไปอีกอย่าง “ห่วงทำไมคนดื้อๆ คอยดูจะจับโยนลงน้ำ”

ด้านหลังมีคนแอบมองทั้งสองที่พุ่มไม้ กำมือแน่นอย่างไม่พอใจ...นทีกับพิมพ์ชนกเถียงกันไปมา เนตรกมลเดินถือกล่องขนมเข้ามากับชาร์ลีบอกว่า แฟนคลับส่ง

บราวนี่มาให้ ชาร์ลีหยิบขึ้นมาจะกินอวด นทีปราดเข้ากระชากขนมไปจากมือเอ็ด “กินซี้ซั้วได้ไง ใครส่งมาก็ไม่รู้”

พิมพ์ชนกเห็นนทีเคร่งเครียดก็แกล้งแหย่ หยิบขนมมาทำท่าจะเข้าปาก นทีดึงมือเธอไว้ โวยว่าห้ามไม่ฟังจะโดนตี พิมพ์ชนกทำหน้ายั่วว่าไม่กลัว ทั้งสองยื้อขนมกันไปมา เนตรกมลกับชาร์ลียืนมองขำๆ...สักพักพิมพ์ชนกก็หัวเราะออกมาบอกว่าตนไม่กินหรอกกลัวอ้วน แต่ถ้าตนจะกินจริง ก็มีคนคอยช่วยจนได้ นทีปล่อยมือพิมพ์ชนกกล่าวเครียดๆ

“แต่ผมอาจจะไม่ได้อยู่กับคุณตลอดไป” ว่าแล้วก็หันหลังเดินไป พิมพ์ชนกใจหายวาบ

นทีมายืนกอดอกมองทีมงานเซตฉาก เนตรกมลเข้ามาชวนคุย ถามเขากำลังจะย้ายไปทำคดีอื่นใช่ไหม นทีแปลกใจที่เธอรู้ เนตรกมลอ้างว่าถามจากเพื่อนพ่อที่เป็นตำรวจในกองปราบ แล้วถามนทีอีกว่า ถ้ายังจับคนร้ายไม่ได้จะทำอย่างไร นทีบอกว่าคงต้องให้คนอื่นมาทำแทน

“แล้วถ้าวันนึงเนตรจะขอให้ผู้กองมาดูแลบ้าง จะเป็นไปได้ไหมคะ”

“ก็ต้องแล้วแต่คำสั่งครับ ผมทำตามหน้าที่ แต่อย่างคุณเนตรน่าจะดูแลง่ายเพราะเป็นคนเรียบร้อย ไม่เอาแต่ใจ ไม่ชอบสร้างศัตรูเหมือนใครบางคน”

เผอิญพิมพ์ชนกยืนฟังอยู่ข้างหลัง รู้สึกเจ็บปวดใจมาก...ตกดึกเมื่อกลับถึงบ้าน พิมพ์ชนกมีท่าทีปั้นปึ่งกับนที เขาจึงกำชับว่าพรุ่งนี้ให้ตื่นเช้า ตนจะพาไปเรียนว่ายน้ำ

“...อย่าดื้อนะน้องพิมพ์ พี่ทีเป็นห่วงนะครับ”

พิมพ์ชนกยิ่งปวดใจหันมาประจันหน้า “คุณจะเสียเวลาทำไมจะย้ายไปอยู่แล้ว ฉันจะเป็นหรือตายก็ไม่เกี่ยวกับคุณ” พูดจบก็เดินฉับๆเข้าบ้าน

นทีวิ่งตามมาถามรู้ได้อย่างไรว่าตนจะย้าย พิมพ์ชนกสวน รู้ได้อย่างไรไม่สำคัญ สำคัญที่ทำไมไม่บอก นทีอึกอักว่ากำลังหาวิธีบอก หญิงสาวโวย “มันยากขนาดนั้นเลยหรือ!”

“คิดว่าการบอกลาคุณมันง่ายเหรอ” นทีโพล่งขึ้น

“คุณน่าจะดีใจที่ไม่ต้องอยู่กับคนไม่เรียบร้อย เอาแต่ใจชอบสร้างศัตรู”

นทีอ้าปากค้าง นึกออกทันทีว่าคงได้ยินที่ตนพูดกับเนตรกมล จึงแย็บถามว่า...หึงหรือ พิมพ์ชนกสวนด้วยคำพูดตรงข้ามกับใจ “คนอย่างฉันเนี่ยนะจะหึง...คุณมีอะไรให้หึง ดูตัวคุณแล้วดูฉัน เราต่างกันราวฟ้ากับเหว”

คำพูดพิมพ์ชนกกระแทกใจนทีจนอึ้ง เธอยังพูดด้วยความโกรธอีกว่าเขาไปก็ดี ชีวิตเธอจะได้สงบสุข นทีประชดกลับ “ก็ดี ผมจะได้ไปทำงานที่มีประโยชน์มากกว่าดูแลนางร้ายเอาแต่ใจ”

ทั้งสองต่างเจ็บปวดต่อคำพูดที่ประชดประชันกันไปมา

ooooooo

วันต่อมามีงานเพชรพลอยเพื่อน้อง จัดขึ้นที่บ้านแสงประทีป...พิมพ์ชนกเป็นพิธีกรเชิญชวนแขกในงานอุดหนุนซื้อเครื่องประดับที่สั่งทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รายได้ทั้งหมดมอบให้เป็นทุนการศึกษาเด็กบ้านแสงประทีป...นทียืนกวาดตาดูแลความปลอดภัย

พิมพ์ชนกถือไมค์เดินเข้าหาแขกที่มาร่วมงาน ดนัยเซ็นเช็คยื่นให้เจ้าหน้าที่แล้วรับกล่องเครื่องประดับมาส่งให้มธุรส เธอยิ้มหน้าบานหันมาอวดกล้องและกล่าวกระทบพิมพ์ชนก

“คุณสามีช่วยใส่สร้อยให้หน่อยสิคะ...พวกชอบแย่งสามีคนอื่นรอไปก่อนนะจ๊ะ ขาเตียงบ้านนี้ยังแข็งแรงค่ะ”

ดนัยมองพิมพ์ชนกอย่างเป็นกังวล เนตรกมลเดินมาขอนทีช่วยใส่สร้อยข้อมือที่เธอเพิ่งอุดหนุนมาให้ที พิมพ์ชนกหมั่นไส้เอ่ยปากบอกทีมงานว่าตนขอไปพักสักครู่ นทีเป็นห่วงอยากตามไปดูแล พอดีอิงอรเดินมาตื่นเต้นที่เห็นนางเอกอย่างเนตรกมล จึงเข้ามาช่วยใส่สร้อยให้แทนนทีจะผละไปหาพิมพ์ชนกแต่อิงอรกลับขอให้เขาช่วยถ่ายภาพให้ เนตรกมลขยับตัวเสียหลักล้มข้อเท้าพลิก นทีเข้าประคอง อิงอรจึงให้นทีพาเนตรกมลไปนั่ง ตัวเธอจะไปหาน้ำแข็งมาประคบ

พิมพ์ชนกเดินหน้างอมาเปิดกระเป๋าหาสมุดเช็ค ชาร์ลีบอกว่าคงอยู่ในรถจะไปหยิบให้ เธอแย้งว่าหยิบไม่ถูกหรอก กุหลาบ แอนนาและกีตาร์แซวว่าต้องให้ผู้กองหยิบให้ เดี๋ยวนี้อะไรๆก็ต้องผู้กอง บอดี้การ์ดคู่กายหัวใจคู่กัน พิมพ์ชนกหน้าตึงเดินฉับๆออกไป ทั้งสามไม่ทันสังเกต

พิมพ์ชนกเดินออกมาเห็นนทีกำลังนวดเท้าให้เนตรกมลอีกยิ่งรู้สึกปวดใจ เดินเลี่ยงไปอีกทาง...นทีเห็นว่าอิงอรหายไปนาน นึกได้ว่าในกระเป๋าพิมพ์ชนกมียาจึงขอตัวไปเอา เมื่อมาถึงชาร์ลีบอกว่าพิมพ์ชนกออกไปเอาสมุดเช็คที่รถ นทีรู้สึกเป็นห่วง

แต่แล้วพิมพ์ชนกเดินมาหยุดยืนริมสระน้ำ นึกถึงอดีตที่ตนกับสายธารไม่ยอมเรียนว่ายน้ำ แล้วหวนนึกถึงคำพูดของนที “ตื่นเช้าหน่อยนะผมจะพาไปเรียนว่ายน้ำ อย่าดื้อนะน้องพิมพ์พี่ทีเป็นห่วงนะครับ”...พิมพ์ชนกพยายามทำใจให้กล้าขยับเข้าไปชิดขอบสระ รู้สึกเสียใจกับคำพูดของตนที่ไล่นทีให้ออกไปจากชีวิต และเขาสวนกลับ...ก็ดี เขาจะได้ไปทำงานที่มีประโยชน์มากกว่าดูแลนางร้ายเอาแต่ใจ

ทันใดพิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนมีคนเดินมาข้างหลัง คิดว่าเป็นนทีจึงโพล่งออกไป “เลิกตามฉันได้แล้วค่ะ ผู้กอง ฉันอยู่คนเดียวได้ไม่ต้องการให้ใครปกป้อง”

กลับมีมือผลักเธออย่างแรงตกไปในสระน้ำ พิมพ์ชนกตะเกียกตะกายใต้น้ำ ถีบตัวเองสุดพลังให้ขึ้นมาเหนือน้ำแต่ก็โดนกดหัวจมลงไปอีก จนเธอแทบจะหมดแรง เห็นสายธารลอยอยู่กลางน้ำสีหน้าห่วงใยยื่นมือมาจะช่วย แต่เหมือนมีพลังบางอย่างดึงสายธารออกหายไปในความมืด ตัวพิมพ์ชนกจมดิ่งลงก้นสระ

ด้านนทีตามหาพิมพ์ชนกด้วยความร้อนใจ ทุกคนในกองถ่ายช่วยกันตามหา รวมทั้งอิงอรวิ่งมาถึงสระน้ำร้องเรียกพิมพ์ชนก คนร้ายตกใจหนี อิงอรเห็นหลังไวๆและเห็นว่าที่ข้อมือมีสร้อยแบบที่ใส่ให้เนตรกมล... อิงอรเห็นในสระมีคนจมน้ำก็ตะโกนให้คนช่วย นทีมาถึงกระโดดลงไปอุ้มพิมพ์ชนกขึ้นมา พยายามช่วยชีวิตเธอทุกวิธี เขาเริ่มใจเสียที่เธอยังไม่ฟื้น “น้องพิมพ์ฟื้นสิ...ฟื้นสิ...พี่ทีรักพิมพ์...อย่าเป็นอะไรนะ” นทีดึงตัวพิมพ์ชนกมากอดกลัวจะสูญเสียเธอไป

หญิงสาวสำลักน้ำรู้สึกตัวโผกอดนที “พี่ที...พิมพ์คิดว่าจะไม่ได้เจอพี่ทีแล้ว”

นทีดีใจจนลืมตัว จูบพิมพ์ชนกด้วยความรักอย่างอ่อนหวานนุ่มนวล โดยลืมไปว่าอยู่ท่ามกลางสายตาทุกคน... ชาร์ลีรีบห้ามทุกคนถ่ายภาพ แต่มีนักข่าวกรูเข้ามารัวถ่าย ชาร์ลีห้ามไม่ทัน เนตรกมลกับอิงอรยืนมองด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ

เมื่อทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย นทีซักถามอิงอรว่าแน่ใจใช่ไหมว่าเห็นคนร้ายใส่ชุดดำที่ข้อมือมีสร้อย อิงอรนิ่งหน้างอโกรธที่นทีจูบพิมพ์ชนก นทีส่ายหน้าเอือมๆ หันไปหาศาสตรา เขาบอกว่าได้สั่งปิดพื้นที่และเชิญทุกคนที่ใส่ชุดดำในงานมาสอบปากคำแล้ว ส่วนใหญ่มีพยานยืนยันว่าอยู่ในงานเลี้ยง...ทันใดนทีมองไปเห็นหญิงชุดดำเดินไปที่ลานจอดรถ จึงรีบวิ่งตามไปพร้อมศาสตรา หญิงคนนั้นขึ้นรถแล่นออก นทีรีบกระโดดไปขวางหน้ารถ แล้วต้องตกใจเพราะเธอคือ...เนตรกมล หญิงสาวแก้ตัวว่าปวดข้อเท้าจะไปหาหมอ อิงอรวิ่งตามมาเห็น

“จริงด้วย...พี่เนตรมีสร้อย แล้วก็ใส่ชุดเหมือนคนร้ายเลย”

เนตรกมลแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการให้ตำรวจสอบปากคำ นทีนึกได้ว่ายังมีคนที่หายไปอีกคือดนัยกับมธุรส...ชาร์ลีเช็กแล้วว่าดนัยกับมธุรสออกจากงานก่อน ไปสนามบินเดินทางไปประชุม นทีเข่นเขี้ยวต้องหาคำตอบให้ได้ว่าสองคนนี้ออกไปตอนไหน

รุ่งเช้า หนังสือพิมพ์ลงภาพนางร้ายจ๊วบบอดี้การ์ดหวานกลางงาน...ชาร์ลีถามจะให้ตนตอบนักข่าวอย่างไร นทีแนะให้ตอบไปว่าตนผายปอดให้พิมพ์ชนก แต่ยังไม่ได้ปั๊มหัวใจเลย พิมพ์ชนกค้อนขวับยกมือปิดอกโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ห้องแกลเลอรี่บ้านดนัย...ดนัยไล่สายตามองภาพวาดของตัวเองไปทุกรูปจนมาถึงรูปที่มีผ้าขาวคลุมอยู่ เขาค่อยๆดึงผ้าออก สายตาเศร้าอาลัยอาวรณ์ภาพนั้น เป็นภาพหญิงสาวในชุดขาวถือดอกกุหลาบขาว ใส่สร้อยคอเหมือนกับของสายธาร แต่...ใบหน้าเธอเหมือน พิมพ์ชนก

“คุณจากไป 25 ปีแล้ว...แต่ผมไม่เคยลืมคุณเลย” ดนัยรำพึงรำพันหวนคิดถึงอดีตที่ผ่านมา

ตอนนั้นดนัยเป็นนักแสดงหนุ่มที่อยากมีอนาคตไกล เมื่อผู้จัดการยุให้จีบมธุรสซึ่งเป็นลูกสาวนักการเมืองใหญ่ เป็นเพื่อนสนิทกับลูกสาวผู้จัดละคร ถ้าอยากมีงานเพียบ แต่แล้วเขากลับตกหลุมรักนักแสดงประกอบ เธอใส่ชุดขาวถือดอกกุหลาบขาวนั่งท่องบทอยู่ ชีวิตเขาจึงผันแปร...

ค่ำคืนนั้น พิพัฒน์กับเนตรกมลมีปากเสียงกัน เนื่องด้วยพิพัฒน์ประกาศว่ารักพิมพ์ชนกและจะแต่งงานกับเธอ เนตรกมลแทบช็อกกับความคิดของน้องชาย

เช้าวันใหม่ เสียงพิมพ์ชนกร้องเรียกนที เขาตกใจถลาเข้าไปในห้องเธอ ทำมือประสานถาม “เป็นอะไร หายใจไม่ออกเหรอ ผายปอดไหม หรือจะปั๊มหัวใจ”

พิมพ์ชนกโวยว่าเขาทะลึ่งชอบฉวยโอกาส นทีสวนทะลึ่งตรงไหน ตนเรียนทำซีพีอาร์มา ไม่ได้ทำมั่วๆ หญิงสาวค้อนไม่อยากเถียง เปลี่ยนเรื่องบอกเขาว่า ตนนึกออกแล้วว่าสร้อยที่ทำขายในงานเมื่อวาน มีจี้ที่เหมือนของสายธาร แล้วเอาสร้อยของสายธารออกมาเทียบให้ดู นทีรีบถ่ายรูปส่งไปให้ศาสตราตรวจสอบ พลันเริ่มรู้สึกใจเต้นตูมตามเมื่อพบว่าตัวเองอยู่ใกล้พิมพ์ชนกมากจนแทบหายใจรดกัน จึงถอยห่างออกมา พิมพ์ชนกทำหน้างงๆ นทีเตือน

“ทีหลังอย่าเรียกผมเข้ามาในนี้อีก...มันไม่งาม” ว่าแล้วนทีก็กลับออกไป

พิมพ์ชนกไม่เข้าใจตามลงมาถาม หาว่าตนเรียกเขาเข้าไปอ่อยหรือ นทีอธิบายว่าการอยู่กันตามลำพังจะทำให้ชื่อเสียงเธอเสีย และที่สำคัญตนชอบลืมตัวเวลาอยู่ใกล้เธอ ตนขอโทษ

“ขอโทษเรื่องอะไร”

“ผมขาดสติจนจูบคุณวันนั้น”

พิมพ์ชนกปรี๊ดน้ำตาเอ่อเมื่อได้ยินเขาบอกว่าที่จูบตนเพราะขาดสติ นทีไม่รู้จะอธิบายอย่างไร รู้เพียงว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเธอ มีแต่ทำให้เธอเสียหายทั้งที่ตนก็กำลังจะย้ายไปอยู่แล้ว พิมพ์ชนกเสียใจไล่ให้เขาไปเดี๋ยวนี้เลย นทีพยายามปลอบ “ไม่เอานะครับ น้องพิมพ์อย่าร้องไห้”

“ไม่ต้องมาทำดีกับฉัน ฉันเคยคิดมาตลอดว่าเรารู้สึกดีๆให้กัน แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดเองคนเดียว ที่คุณทำดีกับฉันก็เพราะหน้าที่ คุณก็ไม่ต่างจากคนอื่น ฉวยโอกาส ไม่มีความจริงใจ”

“คุณไม่รู้จริงๆเหรอว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ ทำไมผมถึงขาดสติเวลาอยู่ใกล้คุณ คุณไม่รู้เหรอว่าคุณน่ารักแค่ไหนเวลาอยู่กับผม คุณไม่ใช่นางร้ายอย่างที่ใครๆคิด คุณเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวาน จิตใจดีจนผมอดไม่ได้ที่จะ...” นทียั้งคำว่ารักเธอไว้ “แต่เราต่างกัน ผมรับไม่ได้กับสังคมที่คุณอยู่ ผมใส่หน้ากากอย่างพวกคุณไม่เป็น ให้เสแสร้งอย่างที่พวกคุณทำประจำก็ยิ่งไม่ได้ใหญ่”

“ฉันก็ไม่อยากใส่หน้ากาก ฉันอยากเป็นตัวฉันเหมือนเวลาอยู่กับพี่ที แต่มันจำเป็นเพราะมันเป็นงานของฉัน คือชีวิตของฉัน”

นทีสรุปว่านั่นคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ระหว่างเราสองคน พูดจบเขาก็เดินออกไป พิมพ์ชนกทรุดลงร้องไห้... นทีขับรถออกจากบ้านสวนกับรถดนัยที่แล่นเข้ามา พอเขาเห็นพิมพ์ชนกร้องไห้อยู่ก็ตรงเข้าปลอบอย่างห่วงใย ถามใครทำร้ายเธอตนจะไปจัดการให้ พิมพ์ชนกรู้สึกอึดอัดกับคำพูดของดนัย...ในขณะที่นทีมากองปราบ ศาสตราเช็กสร้อยแล้วผลออกมาว่า สร้อยสองเส้นนี้ทำที่เดียวกันและใช้วัสดุเหมือนกัน เส้นแรกทำเมื่อ 25 ปีที่แล้ว เส้นที่สองเมื่อ 2 ปีนี้เองโดยดนัย

ในขณะเดียวกัน ดนัยยื่นสร้อยให้พิมพ์ชนกและเล่าให้ฟังว่า “สร้อยเส้นนี้เคยเป็นของผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เธอคือคนที่ผมรักมากที่สุด ผู้หญิงคนนั้นถูกบังคับให้ใช้ร่างกายแลกกับงานแสดง แต่ความรักศักดิ์ศรี เธอจึงหนีออกมา ตนเป็นคนพาเธอหนีมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังเล็กๆ ด้วยความรักที่ผมไม่เคยมีให้ผู้หญิงคนไหนในโลก...แต่หลังจากนั้นไม่นาน ผมต้องแต่งงานกับมธุรส เพราะอาชีพดารามั่นคงสู้การมีบริษัทโปรดักชั่นเป็นของตัวเองไม่ได้”

ดนัยเล่าต่อว่า ด้วยนิสัยขี้หึงอย่างรุนแรง มธุรสระรานขับไล่ผู้หญิงทุกคนออกไปจากชีวิตตน ส่วนผู้หญิงที่ตนรักคนนั้น เห็นข่าวการแต่งงานของตนกับมธุรส เธอก็หายไปจากชีวิตตน พิมพ์ชนกข้องใจทำไมถึงมีสร้อยเหมือนกัน ดนัยยอมรับว่าสายธารเป็นผู้หญิงอีกคนที่ตนเอ็นดู เพราะชีวิตเธอน่าสงสาร และไม่คิดว่าเธอจะจากตนไปอีกคน

“น่าสมเพชผู้ชายมากรัก แล้วคุณมาเล่าให้ฉันฟังทำไม” พิมพ์ชนกย้อนถาม

ดนัยอึกอักจะบอกความจริงว่าตนเป็นใคร ก็พอดีพิพัฒน์เข้ามาขัดจังหวะ พอพิพัฒน์เห็นหน้าดนัยก็ผลักเขาให้ออกห่างจากพิมพ์ชนก หาว่าเขาเป็นคนฆ่าสายธาร ดนัยปฏิเสธ พิมพ์ชนกโพล่งขึ้น “คุณรู้ว่าน้ำอัดคลิปเสียงคุณไว้ ก็เลยล่อน้ำออกไปฆ่า แล้วเอามือถือไปทิ้งใช่ไหม”

“ไม่มีคลิปเสียงอะไรทั้งนั้น ถ้าจะมีก็แค่คลิปเปลือยที่สมภพถ่ายแล้วก็ทำลายทิ้งไปแล้ว”

พิมพ์ชนกหันมองพิพัฒน์ทำไมต้องโกหก พิพัฒน์หน้าเสียแถว่า ถึงไม่มีคลิปเขาก็เป็นฆาตกร ดนัยโต้ตนจะเป็นได้อย่างไร ในเมื่อวันที่สายธารตาย ตนอยู่อังกฤษ เช็กดูเลยก็ได้ ดนัยหันมาพูดกับพิมพ์ชนก “ผมเสียใจนะที่หนูพิมพ์เข้าใจผิด แต่ไม่เป็นไรหรอก แล้ววันนึงหนูจะเข้าใจ เรายังมีเรื่องที่คุยกันค้างไว้ แล้วผมจะกลับมาใหม่”

พิพัฒน์โวยวายไม่ต้องกลับมา พิมพ์ชนกให้ปล่อยดนัยไป ตนอยากถามเขามากกว่าทำไมต้องโกหก พิพัฒน์จ๋อย รวบรวมความกล้าสารภาพ “เพราะผมรักพี่ และผมต้องการให้พี่เป็นของผมคนเดียว”

พิมพ์ชนกตาโพลงตกใจ พยายามกล่อมพิพัฒน์ให้คิดถึงสายธารแล้วสังเกตเห็นว่าเขามีอาการทางจิต จึงแนะให้ไปพบจิตแพทย์ พิพัฒน์โกรธใช้ยาสลบที่เตรียมมาโปะใส่เธอ

ooooooo

ออกจากบ้านพิมพ์ชนก ดนัยกลับมาซักถามมธุรสว่าเป็นคนร้ายหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ต้องไปให้ปากคำแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ทำร้ายพิมพ์ชนก มธุรสโวยวายตนอยู่กับเขาตลอด และตอนที่พิมพ์ชนกตกน้ำ ตนกับเขาทะเลาะกันอยู่ที่ลานจอดรถ มีนักข่าวถ่ายภาพไว้

มธุรสเล่าว่าตนตามไปจ่ายเงินอุดปากไม่ให้ลงข่าว ดนัยถามถึงเรื่องพิไล เธอบอกว่าพิไลไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเขา จะทำให้เหนื่อยทำไม พอดนัยถามถึงการตายของสายธาร มธุรสเสียงกร้าว

“ฉันเกลียดมันเพราะคุณรักมัน แต่ฉันก็ไม่ได้ฆ่า ฉันเกิดมาในชาติตระกูลที่สูงส่งเกินกว่าจะเป็นฆาตกร”

ดนัยงงถ้าไม่ใช่มธุรสแล้วจะเป็นใคร...ไม่ทันไร นทีกับศาสตราก็มาที่บ้านดนัย เพื่อซักถามเขาถึงสร้อยสองเส้นที่เหมือนกัน ดนัยย้อนถามเกี่ยวกับคดีพิมพ์ชนกตรงไหน ศาสตราตอบว่าคนร้ายสวมสร้อยแบบนี้ ดนัยแย้งว่าแขกทุกคนในงานก็สวม

นทีถามสวนว่าเมื่อ 25 ปีก่อนเขาสั่งทำสร้อยเส้นนี้ให้ใคร มธุรสร้อนรนอยากรู้เช่นกัน ดนัยชั่งใจสักพักก่อนจะตอบว่า ทำให้กับคนที่ตนรักและไม่มีวันทำร้าย นทีกับศาสตราไม่เข้าใจ มธุรสสีหน้าเข้มขึ้นด้วยความโกรธแค้น ก็พอดีดวงแขโทร.มาบอกนทีว่าพิไลฟื้น เขาจึงรีบขอตัวไปโรงพยาบาลทันที...ด้วยความรีบนทีลืมโทรศัพท์ทิ้งไว้ในรถ

เมื่อมาถึง หมอแจ้งอาการว่าพิไลมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อยาดีมาก แต่เนื่องจากสมองได้รับความกระทบ กระเทือนและขาดออกซิเจนไปช่วงหนึ่ง ทำให้สูญเสียระบบประสาทการพูดและเคลื่อนไหวชั่วคราว... ระหว่างนั้นชาร์ลีพยายามโทร.หานทีเพื่อจะบอกว่าพิมพ์ชนกหายตัวไป

ดวงแขสงสารเพื่อนอย่างมาก คอยปลอบใจอยู่ข้างเตียง พอพิไลเห็นนทีมาก็มีอาการเหมือนจะบอกบางอย่าง เธอได้แต่กะพริบตาถี่ๆ จนนทีผิดสังเกต นทีรีบถามว่าเธอรู้ใช่ไหมใครคือคนร้าย พิไลก็กะพริบตาอีก และกะพริบหลายครั้ง จนนทีเอะใจถามว่าคนร้ายเกี่ยวข้องกับดวงตาใช่ไหม ถ้าใช่ให้กะพริบครั้งเดียว พิไลกะพริบตาครั้งเดียว ดวงแขตื่นเต้นมาถูกทางแล้วนทีซักถามอีกสองสามข้อแล้วสรุปว่าเป็นเนตรกมลใช่ไหม พิไลกะพริบตาครั้งเดียวทั้งน้ำตา

ด้านพิมพ์ชนกรู้สึกตัวขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นตา จึงลุกขึ้นวิ่งหนีแต่พิพัฒน์เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน จึงถามเขาว่าที่นี่ที่ไหน พิพัฒน์ตอบด้วยท่าทางจิตๆว่า...คือเรือนหอเรา พิมพ์ชนกตกใจพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขานึกถึงชื่อเสียงของเนตรกมล พิพัฒน์ไม่พอใจไม่ยอมให้เนตรกมลมาขัดขวางความสุขของตัวเองอีก จึงเข้าปลุกปล้ำพิมพ์ชนก เธอกรีดร้องดิ้นรนต่อสู้

พอดีมีเสียงประตูห้องโถงดังขึ้น พิพัฒน์ชะงักรีบออกไปแต่ก็ล็อกประตูขังพิมพ์ชนกไว้ พิพัฒน์เจอเนตรกมลมาต่อว่าที่เขาขโมยแหวนของแม่มา พิมพ์ชนกเงี่ยหูฟังพอได้ยินเสียงเนตรกมลก็ทุบประตูร้องให้ช่วยด้วย เนตรกมลตกใจพยายามบอกน้องชายทำอะไรให้คิดถึงหน้าพ่อแม่บ้าง เขาควรจะเอาชนะใจพิมพ์ชนกให้ได้มากกว่าทำแบบนี้ พิพัฒน์นิ่งคิด

เนตรกมลช่วยพิมพ์ชนกออกมาและขับรถพากลับกันลำพัง ระหว่างทางก็ขอโทษแทนพิพัฒน์เขาเป็นเด็กเอาแต่ใจทำอะไรไม่ทันคิด พิมพ์ชนกแนะให้พาเขาไปพบแพทย์ จู่ๆเนตรกมลก็จอดรถข้างทาง แล้วหยิบขวดน้ำส่งให้พิมพ์ชนกบอกว่าหน้าเธอซีดมาก ดื่มน้ำให้สดชื่น ด้วยความที่อยากกลับบ้านเร็วๆ พิมพ์ชนกจึงยอมดื่มไม่อยากให้เสียน้ำใจ แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง

ooooooo

ศาสตรานั่งหน้าเครียดเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด ของบ้านเนตรกมลจนพบว่ามีการตัดต่อช่วงเวลาหายไป พอดีอิงอรแวะเอาแผ่นซีดีมายื่นให้ บอกว่าตนไปขอจากบริเวณใกล้เคียงบ้านแสงประทีป เพราะเห็นว่ามันหันมาทางสระน้ำ ศาสตราดีใจรีบเปิดดู

นทีกลับขึ้นรถ ศาสตราโทร.เข้ามาพอดีจึงกดรับ แล้วรีบบอกว่า เนตรกมลเป็นคนทำร้ายพิไล ศาสตราสวน ทันทีว่าเนตรกมลเป็นคนผลักพิมพ์ชนกตกน้ำ...นทีตกใจมาก

ระหว่างนั้นชาร์ลีกับป้าศัลย์บุกมาหาพิพัฒน์ที่บ้านเพื่อถามหาพิมพ์ชนก ป้านวลคอยขวางไม่ให้ทั้งสองเข้าถึงตัวพิพัฒน์ นทีมาถึง พอรู้ว่าพิมพ์ชนกหายตัวไปก็ยิ่งตกใจ เค้นถามพิพัฒน์ว่าเอาเธอไปไว้ที่ไหน พิพัฒน์เกิดความหวาดกลัวสารภาพว่าเนตรกมลพาตัวไป

“ถ้าคุณเนตรทำอะไรคุณพิมพ์ ผมไม่ปล่อยพวกคุณไว้แน่” นทีเข่นเขี้ยว

พิพัฒน์งงทำไมเนตรกมลต้องทำร้ายพิมพ์ชนก ชาร์ลีเองก็สงสัยถามมีเรื่องอะไรที่ตนไม่รู้ พอรู้เรื่อง ชาร์ลีก็โทร.แจ้งดนัยว่าพิมพ์ชนกหายตัวไป ดนัยรีบสั่งคนออกตามหา มธุรสกราดเกรี้ยวไม่พอใจ ตั้งแต่รู้ว่าสร้อยที่ดนัยสั่งทำให้แก่ผกา ดนัยยอมรับว่าตนไม่มีวันลืมเธอได้

ระหว่างที่ชินกริชประชุมกับลูกน้อง อิงอรเดินเข้ามายื่นมือถือให้ศาสตราบอกว่านทีจะคุยด้วย...นทีให้ศาสตราหาพิกัดจีพีเอสมือถือของเนตรกมล จุดสุดท้ายก่อนจะปิดเครื่อง แล้วให้เช็กกล้องวงจรปิดแถวนั้นว่า รถเธอวิ่งไปทางไหน ชินกริชกับอิงอรทึ่งในความฉลาดล้ำของนที

พอนทีรู้พิกัดก็รีบขับรถไปทางนั้น แล้วนทีก็เจอรถเนตรกมลจอดอยู่ข้างทาง แต่ในรถว่างเปล่า เขาแทบหมดหวัง จู่ๆก็มีลมพัดวูบพร้อมเสียงลอยมาว่า “ช่วยพี่พิมพ์ด้วย...”

นทีหันขวับไปทางเสียงนั้น...ในขณะที่อิงอรกำลังอ้อนขอชินกริชไปช่วยตามหาพิมพ์ชนก เขาส่ายหน้าไม่อนุญาต พลันสองพ่อลูกก็เห็นหยดน้ำที่พื้นเป็นทางไปยังโต๊ะทำงานของนที แล้วมีแสงวาบขึ้นในลิ้นชักโต๊ะ ชินกริชแปลกใจเปิดดู พบมือถือที่พังแล้วสองเครื่องอยู่ในถุงเก็บหลักฐาน หน้าจอเครื่องหนึ่งปรากฏรูปสายธาร สองพ่อลูกหน้าเสียหวาดๆ...ชินกริชรีบโทรศัพท์ไปบอกนที เขารู้ทันทีว่าสายธารคงจะบอกให้รู้ว่าพิมพ์ชนกอยู่ที่ไหนจึงรีบมุ่งหน้าไปยังบ้านร้าง

พิมพ์ชนกถูกมัดมือไพล่หลังนอนไม่ได้สติอยู่ในบ้านร้าง พอรู้สึกตัวก็พยายามดิ้นรนให้หลุด เนตรกมลเดินหัวเราะเข้ามา โยนรูปถ่ายสมัยเด็กของพิมพ์ชนกกับสายธารลงตรงหน้า

พิมพ์ชนกนึกได้ว่ารูปนี้หายไปตั้งแต่วันที่พิษณุตาย เนตรกมลเฉลยตนแย่งมาเอง พิมพ์ชนกตาโพลง แสดงว่าเธอเป็นคนฆ่าพิษณุ เนตรกมลมีท่าทางเหมือนคนโรคจิตบอกว่าพวกวิปริตผิดเพศน่าขยะแขยง พิมพ์ชนกรีบถามทำไมต้องฆ่า เนตรกมลสวนทันควัน

“ถ้าแกไม่รื้อฟื้นคดีนังน้ำ ก็คงไม่มีใครตาย”

พิมพ์ชนกไม่อยากเชื่อว่าเนตรกมลเป็นคนฆ่าสายธารเอง เนตรกมลเล่าว่าเพราะสายธารมายุ่งเกี่ยวกับน้องชายตน เธอเป็นผู้หญิงสกปรกไม่คู่ควร แล้วยังเผยให้รู้ความจริงทั้งหมดว่า ตนเป็นคนส่งตุ๊กตาหัวขาดเลือดอาบไปให้ เป็นการเตือนให้เลิกยุ่งเรื่องสายธาร แต่เมื่อไม่ฟังก็ต้องเจ็บตัว ตนจึงปล่อยงูเข้าไปในห้องแต่งตัว แต่ก็ยังจะขุดคุ้ยจึงยิ่งสมควรตาย

“แล้วเธอฆ่ากรกนกและทำร้ายพิไลใช่ไหม”

เนตรกมลเผยว่ากรกนกมาแย่งพิพัฒน์เหมือนสายธาร ส่วนพิไลเห็นตนสับเปลี่ยนลิปสติกผสมสารพิษ... พิมพ์ชนกไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนที่รักจะโหดเหี้ยมแบบนี้

“ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อกำจัดคนอย่างพวกแก ฉันเกลียดแก ใครๆก็พากันหลงรักผู้หญิงขี้วีนเอาแต่ใจอย่างแก แต่กลับมองข้ามผู้หญิงที่ดีพร้อมอย่างฉัน ถ้าโลกนี้ไม่มีพิมพ์ชนก ทุกคนจะต้องสนใจฉัน ผู้กองนทีจะต้องรักฉัน” เนตรกมลกวาดยาบนโต๊ะมากรอกใส่ปากพิมพ์ชนก

พิมพ์ชนกสำลัก ระหว่างนั้นพิมพ์ชนกเห็นสายธารยืนมองหน้าเศร้าไม่อาจช่วยได้ จึงร้องเรียกสายธาร เนตรกมลตกใจหันมอง พิมพ์ชนกฉวยโอกาสสะบัดตัวออกแล้ววิ่งหนีทั้งที่ถูกมัดมือ เนตรกมลคว้ามีดปลายแหลมวิ่งตาม ตวัดมีดใส่พิมพ์ชนกบาดโดนแขนร้องลั่น

นทีกับกำลังตำรวจมาถึงบ้านร้าง เห็นยาเกลื่อนพื้น นทีวิ่งออกตามหา ได้ยินเสียงร้องของพิมพ์ชนกอยู่ไม่ไกล เขารีบวิ่งตามเสียงนั้น...เนตรกมลเหมือนคนคุ้มคลั่ง ลากตัวพิมพ์ชนกมาเอามีดจ่อคอ หัวเราะร่าว่าฆ่าเธอสนุกกว่าตอนฆ่าสายธาร พิมพ์ชนกเริ่มเบลอยาแต่พยายามพูด

“ต่อให้ฉันตายก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนความจริง...ฉันจะมีแต่คนรัก ส่วนเธอก็จะมีแต่คนลืม”

เนตรกมลโกรธเงื้อมีดจะแทง นทีปราดเข้ามาบอกให้เนตรกมลหยุด เธอตกใจหวาดกลัวปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ฆ่าใคร นทีกล่อมให้วางมีดตนจะหาทางช่วย จู่ๆเนตรกมลก็คลุ้มคลั่งขึ้นอีก สะบัดมีดบาดพิมพ์ชนกอีกแผล โวยวายว่าทุกคนโกหก นทีไม่รอช้าปราดเข้าปัดมีดบาดมือเลือดอาบ แต่ดึงร่างพิมพ์ชนกที่หมดสติเข้ามากอดไว้ได้ ศาสตรากับพวกวิ่งมาถึง นทีรีบให้พา พิมพ์ชนกส่งโรงพยาบาล ตัวเขาจะตามเนตรกมลไป

เนตรกมลวิ่งเตลิดมาถึงริมบึงสะดุดรากไม้ล้มลง นทีตามมาขอให้เธอมอบตัว บอกว่าตนเป็นเพื่อนเธอ แต่เธอกลับบอกว่าไม่ต้องการเพื่อน แล้วรำพันด้วยความเจ็บปวด “เนตรไม่เคยอยู่ในสายตาใครสักคนแม้แต่ผู้กอง เนตรไม่ดีตรงไหน ทำไมผู้กองรักเนตรไม่ได้”

นทีจะพยุงให้ลุกแต่เนตรกมลปัดป้องถอยหนีจนพลัดตกน้ำ นทีเอื้อมสุดมือเพื่อฉุดเธอไว้แต่เธอกลับเห็นมือที่เปื้อนเลือดของเขาและใบหน้าเป็นสายธาร จึงกรีดร้องหวาดกลัวไถลลื่นจมลึกลงไป นทีแปลกใจว่าเกิด

อะไรขึ้น แล้วเห็นเหมือนเนตรกมลถูกบางอย่างดึงร่างจมดิ่ง...นทีกระโจนตามลงไปช่วย ใกล้จะจับตัวเธอได้ ก็เกิดคลื่นม้วนตัวกระชากร่างเธอหายไปต่อหน้า

“คนใจร้าย...ฆาตกร...” เนตรกมลรู้สึกว่าสายธารกอดเอวและกระซิบข้างหู ภาพอดีตผุดขึ้น...ตอนพิพัฒน์พาสายธารมาแนะนำให้รู้จักว่าเป็นคนรักที่อยากแต่งงาน ด้วย เนตรกมลทำทีเป็นรักใคร่เอ็นดู แล้ววันหนึ่งก็นัดสายธารมาที่บ้านร้าง จัดการฆ่าด้วยวิธีเดียวกับที่ทำพิมพ์ชนก

ooooooo

ในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล ร่างเนตรกมลและพิมพ์ชนกต่างได้รับการปฐมพยาบาล พิมพ์ชนกได้รับการล้างท้อง ส่วนเนตรกมล หมอพยายามปั๊มหัวใจขึ้นมาได้ แต่ก็พบว่ามีเชื้อบางอย่างเข้าไปในสมองเธอ ต้องทำการผ่าตัดด่วนแต่เธอก็กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา

พิมพ์ชนกได้ยินเสียงเรียกของสายธาร จึงลืมตาขึ้นมาเห็นบรรยากาศบ้านแสงประทีป เห็นสายธารยืนยิ้มละมุน ทั้งสองโผกอดกันด้วยความคิดถึง ไม่นานร่างสายธารก็หายวับไป พิมพ์ชนกร้องเรียกสายธารแล้ว

สะดุ้งตื่น พบชาร์ลีกับป้าศัลย์ยืนอยู่ข้างเตียง ทั้งสองดีใจมาก พิมพ์ชนกกะพริบตามอง ชาร์ลีแซวว่ามองหานทีหรือ เธอบ่นเบาๆว่าตนไม่ได้สำคัญกับเขา

“ถ้าไม่สำคัญ ผู้กองจะมานั่งเฝ้านอนเฝ้าพิมพ์ทั้งวันทั้งคืนทำไม”

ป้าศัลย์เสริมว่าเขาเพิ่งจะไปทำงานเมื่อเช้า พิมพ์ชนกอมยิ้มแล้วนึกได้ถามถึงเนตรกมล

คดีเนตรกมลสรุปว่าคือคนขู่ฆ่าพิมพ์ชนกและเป็นฆาตกรฆ่าสายธาร พิษณุ กรกนกและทำร้ายพิไล แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าเธอเป็นคนจ้างวานมือปืน ต้องรอให้เธอฟื้นถึงสอบปากคำได้ ชินกริชมอบหมายให้ศาสตราทำต่อและให้นทีไปทำคดีพ่อค้ายาข้ามชาติ...นทีเศร้า ศาสตรารู้ดีจึงแนะนำว่า คิดถึงใครก็ไปหาคนนั้น อย่าปล่อยผู้หญิงอย่างพิมพ์ชนกหลุดไป หาไม่ได้ง่ายๆ ยุคนี้หมดยุคแบ่งชนชั้นนานแล้ว นทีครุ่นคิดตาม

ดนัยมาเยี่ยมพิมพ์ชนก เขาเข็นเธอนั่งรถออกมาที่สวนของโรงพยาบาลแม้เธอจะไม่เต็มใจมาด้วยเท่าไหร่ แต่เพราะเขามีเรื่องที่อยากบอกเธอ พิมพ์ชนกรู้สึกรังเกียจ

“นิทานหลอกผู้หญิงให้ตายใจน่ะเหรอคะ...คุณบอกว่ารักผู้หญิงคนหนึ่งมากที่สุดเมื่อ 25 ปีก่อน แต่คุณกลับทิ้งเธอเพราะความเห็นแก่ตัวและความไม่รู้จักพอ...”

“เธอชื่อผกา...ผมแอบจ้างนักสืบตามหาตัวผกาอยู่หลายเดือน จนรู้ว่าผกาไปขออาศัยอยู่กับคุณแม่สมใจที่บ้านแสงประทีป...ผกาเสียชีวิตหลังจากคลอดลูก คุณแม่สมใจจึงอุปการะลูกของเธอไว้ ผมเฝ้าดูลูกอยู่ห่างๆและแอบส่งเงินบริจาคให้บ้านแสงประทีปมาตลอด ผมแนะนำให้พี่สาวที่ผมนับถือ รับลูกของผมไปเลี้ยง ซึ่งเธอก็ยินดีและรักเด็กคนนั้นเหมือนลูกแท้ๆของเธอ”

พิมพ์ชนกชักหวั่นใจ เห็นสายตาดนัยเศร้ารู้สึกผิด ดนัยยอมรับว่า 25 ปีที่ผ่านมา ตนรู้สึกผิดและทุกข์ทรมานใจมาก เพราะไม่สามารถดูแลภรรยาและลูกได้ “แต่วันนี้...

พ่อยินดีชดใช้ความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้น พ่อจะดูแลพิมพ์จนกว่าจะหมดลมหายใจ”

พิมพ์ชนกแทบช็อกเมื่อสังหรณ์เป็นจริง “พ่อ! ไม่จริง...คุณไม่ใช่พ่อฉัน”

“พ่อขอร้องให้คุณแม่สมใจเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ” ดนัยกุมมือพิมพ์ชนก

เธอสะบัดออกลุกหนีด้วยความสับสน บอกเขาว่ารู้ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ สายตาเธอปวดร้าวที่ผู้ชายที่รู้สึกรังเกียจขยะแขยงกลับกลายมาเป็นพ่อบังเกิดเกล้า

“ความรู้สึกผิดของคุณมันส่งมาไม่ถึงฉัน สายเกินไปที่จะรื้อฟื้นอดีต ฉันไม่เคยมีพ่อ และจะไม่มีตลอดไป... กลับไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ”

ดนัยใจสลายขอร้องให้ฟังตน พิมพ์ชนกปัดอย่ามายุ่งหันหนีแล้วต้องชะงักเมื่อมธุรสก้าวเข้ามาขวาง “เพราะอย่างนี้เอง...คุณดนัยถึงได้ห่วงใยแกนัก”

ระหว่างนั้นนทีมาที่ห้อง ชาร์ลีบอกว่าดนัยพาพิมพ์ชนกไปเดินเล่น เขามีสีหน้าไม่พอใจ ด้านพิมพ์ชนกเดินหนีจากมธุรสแต่เธอยังตามขวางเข่นเขี้ยว “ฉันสงสัยตัวเองมาตลอดว่าทำไมถึงเกลียดแก พอรู้ว่าแกเป็นลูก นังผกา ฉันยิ่งเกลียดมากกว่าเดิม”

“เชิญเคลียร์กันเอง ฉันไม่รับรู้เรื่องของพวกคุณ”

มธุรสชักปืนออกมาจับตัวพิมพ์ชนกใช้ปืนขู่ นทีกับชาร์ลีมาเจอพอดีตกใจ มธุรสหันมาบอกไม่ให้เข้ามา ดนัยห้ามอย่าทำอะไรบ้าๆ มธุรสยิ่งโกรธตวาด “คุณทำให้ฉันรักและทำลายหัวใจฉัน ฉันจะทำให้คุณเจ็บปวดเพราะสูญเสียลูกสาวที่รักบ้าง”

นทีกับชาร์ลีตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน มธุรสลากตัว พิมพ์ชนกไป ทุกคนรีบตาม ดนัยขอให้เลิกก่อเรื่องเสียที แล้วสบถ “ผมแต่งงานกับผู้หญิงใจร้ายอย่างคุณได้ยังไง”

“ฉันร้ายเพราะคุณเลว คุณแต่งงานกับฉันเพื่อความก้าวหน้าทางธุรกิจ แต่กลับมีผู้หญิงคนแล้วคนเล่ามาเหยียบย่ำหัวใจฉัน ถ้ารู้แต่แรกว่านังพิมพ์เป็นลูกคุณ ฉันจะไม่จ้างคนไปขู่มันอย่างเดียว แต่จะให้ฆ่าทิ้งซะ” มธุรสเสียใจจนคลั่ง แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

นทีได้รู้ความจริงว่ามธุรสเป็นคนจ้างมือปืนไปทำร้ายพิมพ์ชนก ดนัยขอร้องให้ฆ่าตนอย่าทำลูก มธุรสยิ่งปรี๊ด เมื่อตนไม่มีความสุขก็อย่าหวังว่าใครจะมีความสุข นทีหาจังหวะเข้าแย่งปืนแล้วคว้าตัวพิมพ์ชนกออกมา มธุรสกราดเกรี้ยวตามไปจะยิง ดนัยเข้าขวางบอกให้ยิงตนแทน ทุกคนลุ้นกลัวมธุรสยิงดนัย สุดท้ายมธุรสก็ทำไม่ได้ทิ้งปืนทรุดลงร้องไห้รำพันว่าทำไมต้องรักเขา

ooooooo

เมื่อปิดคดีลงได้ ดนัยก็หาโอกาสใกล้ชิดพิมพ์ชนกเพื่อชดเชยความผิด มธุรสประกันตัวออกไปสู้คดีชั้นศาล ศาสตรารู้ตัวว่ามีใจให้อิงอร แต่ดูเธอยังสนใจนทีก็รู้สึกน้อยใจ แต่อิงอรก็เผยให้รู้ว่าเธอก็ชอบเขา และพาเขาไปพบพ่อเพื่อขอคบหากัน

พิมพ์ชนกมาหาแม่สมใจที่บ้านแสงประทีป สมใจเล่าว่าสายธารกลับมาอยู่ที่นี่หลังจากพ่อแม่บุญธรรมเสียชีวิต แต่ขอร้องไม่ให้บอกเธอเพราะไม่อยากให้มัวหมองไปด้วย พิมพ์ชนกน้ำตาไหล แม่สมใจยังพูดเรื่องดนัย แม้เขาจะทำผิดอย่างไรแต่ก็เป็นพ่อ...คือพระพรหมของลูก ขอให้เธอทำใจยอมรับความจริงข้อนี้ เมื่อคุยกันจบ พิมพ์ชนกลากลับแต่แปลกใจที่ชาร์ลีหายไป

ไม่ทันไรนทีก็เดินเข้ามาไหว้แม่สมใจแล้วบอกว่าชาร์ลีโทร.ให้มารับพิมพ์ชนก เธอปั้นปึ่งงอนๆ เมื่อส่งถึงบ้านนทีก็กล่าวขอโทษที่ปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตราย พิมพ์ชนกทำท่าไม่แคร์ประชดขอบคุณที่ไปช่วยตามหน้าที่ นทีรู้ว่าตัวเองผิดที่พูดแรงในวันก่อน พิมพ์ชนก

ตัดบทว่ามีเรื่องมากมายต้องคิด จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร นทีแย็บ “แต่คุณไม่มีวันลืมเรื่องพ่อ”

พิมพ์ชนกหันมาโวยตนไม่มีพ่อ นทีเตือนด้วยความเป็นห่วงว่าแกล้งลืมก็ยิ่งจำ อดีตที่เจ็บปวดไม่ได้มีไว้ให้ทรมานตัวเองในปัจจุบัน...หญิงสาวสวนว่าเขาไม่มีวันเข้าใจ

“การมีชีวิตเป็นของขวัญมีค่าที่สุดบนโลก ถึงคุณดนัยจะไม่ได้เลี้ยงดู แต่เขาก็ให้ชีวิตคุณ”

“เขาทิ้งแม่กับฉันเพราะความเห็นแก่ตัว เขาคือต้นเหตุที่ทำให้แม่กับน้ำตาย ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเขาเด็ดขาด”

“สักวันคุณจะต้องเสียใจ” นทีหันหลังจะเดินไป แล้วนึกได้หันกลับมาบอก “หมดหน้าที่บอดี้การ์ดอย่างผมแล้ว ขอให้คุณโชคดี”

พิมพ์ชนกหลงดีใจคิดว่าเขาหันกลับมาง้อ แต่พอได้ยินเขาพูดก็ใจหาย สกัดกลั้นความเสียใจไว้มองนทีเดินไปขึ้นรถขับออกไป...ค่ำนั้นทั้งสองไม่เป็นอันทำอะไร ต่างหงุดหงิดเหมือนรอคนโทร.เข้ามาหา นทีนั่งดูทีวีก็มีแต่ละครและโฆษณาของพิมพ์ชนก ยิ่งทำให้เสียใจ

รุ่งเช้า พิมพ์ชนกตัดสินใจมาหานทีที่กองปราบและได้รู้ว่าเขาลาพักร้อนก็เสียใจ กลับมานั่งเศร้า ชาร์ลีปลอบว่า “เป้าหมายมีไว้พุ่งชน คิดถึงผู้ชายต้องพุ่งไปง้อ”

พิมพ์ชนกเผลอรำพันว่าเขาอยู่ไหนก็ไม่รู้ ชาร์ลี ยิ้มแต้ที่เธอยอมรับแล้วแนะนำให้ค้นหาจากไลน์ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรมทุกทาง...พิมพ์ชนกบอกว่าเขาทิ้งเครื่องมือสื่อสารทุกอย่างไว้ที่บ้าน คงอยากหนีความวุ่นวายไปอยู่สงบเงียบคนเดียว แล้วก็ฉุกคิดได้ว่าที่สงบเงียบคือที่ไหน...

บ้านสวนของพ่อ นทีกำลังพรวนดินลงต้นกล้าใหม่อย่างขะมักเขม้น แล้วรู้สึกว่ามีใครย่องมาจึงเงื้อเสียมไปทางด้านหลัง เสียงพิมพ์ชนกร้องลั่น นทีชะงักมองพิมพ์ชนกที่อยู่ในชุดผ้าถุงเสื้อคอกระเช้า เขาถามเธอมาทำไม

“คิดถึงชีวิตเรียบง่ายที่สัมผัสได้จริง”

“โลกของคุณไม่ใช่ที่นี่”

“ฉันจะทำให้คุณเห็นเอง” ว่าแล้วพิมพ์ชนกก็คว้าเสียมขุดหญ้าในแปลงผักทิ้ง

นทีร้องเฮ้ย...พิมพ์ชนกบอกแค่ถอนหญ้าทำได้สบายมาก นทีถอนใจบอกว่าที่เธอถอนออกไปคือต้นกล้าที่ตนเพิ่งลง พิมพ์ชนกหน้าเสีย นทีเดินหนีเซ็งๆ

ตกกลางวัน พิมพ์ชนกไม่อยากเป็นภาระให้นที จึงตักน้ำใส่ตุ่มเองแม้มันจะหกเรี่ยราดไปทั่วบ้าน พยายามถูบ้านแม้จะเปียกแฉะไปทั่ว ไม่เพียงเท่านั้นยังพยายามติดเตาถ่านเพื่อหุงข้าว นทีหิ้วผลไม้หลายอย่างกลับมา ต้องตกใจเมื่อเห็นควันโขมงลอยออกมาจากบ้านคิดว่าไฟไหม้ รีบวิ่งเข้าไปเรียกหาพิมพ์ชนก เสียงเธอตอบว่าอยู่ตรงนี้ นทีเพ่งมองเห็นเธอกำลังสำลักควันที่พัดอยู่หน้าเตา ใบหน้าเธอดำเป็นปื้ดจากเขม่าถ่าน

หลังกำจัดควันหมด นทีนั่งหัวเราะไม่หยุด พิมพ์ชนกทั้งอายทั้งเคืองเอามือที่เปื้อนถ่านไปลูบหน้าเขาให้ดำไปด้วยกัน เขาลูบกลับ เธอร้องลั่นว่าเขาบ้า...นทีสวน “บ้ารักคุณไง...”

พิมพ์ชนกชะงัก “เมื่อกี้คุณบอกรักฉัน...คุณหายโกรธฉันแล้วใช่ไหม”

“ใจอ่อนตั้งแต่เห็นหน้าคุณครั้งแรกแล้ว”

พิมพ์ชนกโวยว่าเขาเจ้าเล่ห์ นทีบอกแค่อยากรู้ว่าจะมาไม้ไหน พิมพ์ชนกบอกมาแสดงให้เห็นว่าความต่างของเราไม่ใช่อุปสรรค อย่าคิดแทนตนเพราะตนจะเลือกเองว่าใครคู่ควรกับตน นทีแกล้งหยิกแก้มพิมพ์ชนกชมว่าน่ารัก ทั้งสองก็หัวเราะกันอย่างเข้าใจซึ่งกันและกัน

ooooooo

พิมพ์ชนกกับนทีมาเยี่ยมพิพัฒน์ที่โรงพยาบาล อาการเขาแสดงถึงความผิดปกติอย่างมาก ป้านวลยอมรับว่าพิพัฒน์ถูกเนตรกมลควบคุมมาตั้งแต่เด็กจนกลายเป็นคนเก็บกด ตัวเนตรกมลเองก็เป็นโรคจิตเคยไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ เธอจะหวงคนที่เธอรักมากและจะคลุ้มคลั่งถ้าถูกแย่ง

ป้านวลเล่าว่าเนตรกมลถูกเลี้ยงดูแบบผู้ดีเก่ามาตั้งแต่เด็ก ทำให้เป็นคนเก็บตัวไม่กล้าแสดงออก และเมื่อเข้าวงการก็ต้องรักษาฉายาเจ้าหญิงแห่งวงการเอาไว้ จึงยิ่งทำให้เธอเครียด นทีทึ่งที่เนตรกมลสามารถเล่นละครได้แม้ในชีวิตจริง...พิมพ์ชนกรู้สึกสงสาร มาเยี่ยมเนตรกมลที่นอนนิ่ง เผอิญพยาบาลเพิ่งมาเปลี่ยนน้ำเกลือและลืมวางกรรไกรทิ้งไว้ พิมพ์ชนกมองเนตรกมลอย่างเข้าใจ ว่าเธอรักนที เขาคือความสดใสในชีวิตเธอ นทีสวนว่าถ้ารักให้เป็นจะไม่เป็นทุกข์

“ฉันขออโหสิให้เนตร...ขอให้ความอาฆาตแค้นทั้งหมดจบเพียงแค่นี้”

“ถ้าคุณเนตรหาย ก็ต้องได้รับโทษทางกฎหมาย” นทีกล่าวพอดีมือถือดังเขาจึงออกมาคุย ศาสตรารายงานว่าสมภพพอรู้ความจริงว่าพิมพ์ชนกเป็นลูกพี่ชายก็ยอมรับสารภาพทุกข้อหา

พิมพ์ชนกลูบผมให้เนตรกมลและพูดไปด้วยว่าเธอยังเป็นเพื่อนของตนเสมอ ทันใดเนตรกมลคว้ามือพิมพ์ชนกแล้วลุกขึ้นใช้สายน้ำเกลือรัดคอเธอ “ฉันเกลียดแก! แกต้องตาย!”

พิมพ์ชนกดิ้นรนต่อสู้ เนตรกมลคว้ากรรไกรขึ้นมาจะจ้วงแทง ดนัยโผล่มาบังพิมพ์ชนกไว้ กรรไกรปักลงกลางหลังเขา พิมพ์ชนกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า เนตรกมลดึงกรรไกรออกมาจะพุ่งเข้าแทงพิมพ์ชนกอีก “ไปตายซะ!”

นทีวิ่งมาเห็นพิมพ์ชนกยื้อแย่งกรรไกรกับเนตรกมลก็เข้าไปช่วยปัดกรรไกรตกพื้นและดึงพิมพ์ชนกมากอดปกป้อง เนตรกมลยิ่งกราดเกรี้ยว “แกแย่งผู้กองไปจากฉัน ฉันจะฆ่าแก!”

เนตรกมลจะพุ่งใส่แต่เสียหลักล้มลงไปถูกกรรไกรปักอกแน่นิ่ง พิมพ์ชนกกับนทีตกใจร้องเรียกพยาบาลลั่น นทีประคองร่างดนัยที่เลือดอาบไว้

เวลาผ่านไป พิมพ์ชนกนั่งเครียดหน้าห้องผ่าตัด จนกระทั่งหมอออกมาบอกว่าดนัยเสียเลือดมากแต่ปลอดภัยแล้ว พิมพ์ชนกโล่งอกบอกนทีตนจะกลับบ้าน เขาปลอดภัยแล้วตนจะได้ไม่รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้เขาตาย นทีอ่อนใจกับความใจแข็งของเธอ...

งานศพเนตรกมลจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ พ่อแม่เนตรกมลขอบคุณพิมพ์ชนกที่ให้ข่าวว่าเนตรกมลประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอบอกว่าอยากให้ทุกคนจดจำความเป็นนางเอกของเนตรกมล พิพัฒน์นั่งเหม่อลอยอยู่ข้างโลงศพ มีป้านวลคอยดูแล

พิมพ์ชนกเดินมานั่งร่วมกับดวงแขและพิไลเหมือนไม่เคยมีความเกลียดชังกันมาก่อน ป้านวลเข้ามากระซิบพิมพ์ชนกจึงเดินตามออกไปที่มุมหนึ่งของวัด ป้านวลขอโทษที่ปกปิดเรื่องเนตรกมลจนทำให้เกิดความสูญเสียและมอบโกศเถ้ากระดูกของสายธารให้ “คุณเนตรเก็บเถ้ากระดูกคุณน้ำไว้เพราะคิดเอาเองว่าสามารถกักขังดวงวิญญาณไว้ไม่ให้ไปผุดไปเกิดได้”

“น้ำมาหาพี่เพราะเรื่องนี้รึเปล่า” พิมพ์ชนกรำพึง

เย็นวันนั้น ข่าวสมภพและมติออกทีวีครึกโครม ดนัยไม่โดนด้วยเพราะแค่เพียงเจ้าชู้ไม่ได้ทำเรื่องเลวๆอย่างน้องชาย ชาร์ลีหันมาถามพิมพ์ชนกไม่คิดจะไปเยี่ยมพ่อบ้างหรือ เธอนิ่งเงียบ

เมื่อดนัยออกจากโรงพยาบาลกลับมาบ้าน พบ มธุรสกำลังจะกินยาฆ่าตัวตาย เขารีบห้ามและพยายามปลอบเธอว่า ตนไม่ได้จากเธอไปไหน เรายังอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม จะดูแลเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน มธุรสร้องไห้ ยากต่อการทำใจให้ยอมรับ

พิมพ์ชนกเอาเถ้ากระดูกของสายธารมาลอยอังคาร เสียงสายธารดังแว่วว่าขอบคุณและลาก่อน พิมพ์ชนกน้ำตาซึมยังโทษตัวเองว่าถ้าตนเจอน้องเร็วกว่านี้เธอก็คงไม่ตาย แม่สมใจปลอบให้เลิกโทษตัวเอง ทำปัจจุบันให้มีความสุข โดยเฉพาะการให้อภัยกับคนที่ยังมีชีวิต...

นทีพาพิมพ์ชนกมาทำบุญที่วัดเพื่อให้เธอได้เห็นว่า ดนัยมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดนี้ และเตือนสติเธอว่า ตนเคยสูญเสียพ่อแม่มาก่อน ตนรู้ว่าการมีโอกาสอยู่กับพ่อแม่อีกสักครั้งมันมีค่ามากแค่ไหน เมื่อท่านตาย กอดศพท่านก็ไม่มีประโยชน์เพราะท่านไม่รู้สึก จะเอาสิ่งที่ท่านอยากได้ไปให้ ท่านก็ใช้ไม่ได้ อยากบอกว่าขอโทษ ท่านก็ตื่นมาให้อภัยไม่ได้ ตอนนี้เรายังมีโอกาส

พิมพ์ชนกน้ำตาคลอมองไปยังดนัยที่นุ่งขาวกวาดลานวัดอยู่ ลังเลสักพักก่อนจะเข้าไปหา ดนัยเผยตั้งใจจะอุทิศส่วนกุศลให้ผกาและคนที่ตนเคยทำให้เจ็บช้ำ พิมพ์ชนกขอให้เล่าเรื่องแม่ให้ฟังอีก และขอโทษที่พูดไม่ดีกับเขา ดนัยมอบสร้อยให้พิมพ์ชนกเก็บไว้...สัมผัสจากมือตอนรับของ ทำให้พิมพ์ชนกรับรู้ถึงความรักความอบอุ่นที่พ่อมีต่อแม่ จึงยกมือไหว้น้ำตาร่วงเผาะ

“พ่อขอกอดลูกสักครั้งได้ไหม”

พิมพ์ชนกโผกอดดนัยพร่ำขอโทษ ดนัยบอกไม่เคยโกรธลูกเลย เพราะเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่ตนรักหมดหัวใจ พิมพ์ชนกกระชับกอดดนัยราวโหยหาความอบอุ่นนี้มานานแสนนาน

หลังจากนั้น พิมพ์ชนกกับนทีเดินเคียงคู่กันมาอยู่ริมน้ำ เธอเอ่ยปากขอบคุณที่เขาทำให้เข้าใจกับพ่อ นทีบอกอยากเห็นเธอมีความสุข

“ฉันสัญญากับแม่สมใจและน้ำว่าจะใช้ชีวิตทุกวันที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่าและมีความหมายเพื่อทุกคนที่ฉันรัก” นทีเอ่ยถามตนเป็นหนึ่งในนั้นไหม “ถ้าไม่ใช่ฉันคงไม่ตามไปง้อ”

นทีเค้นถามง้อเพราะอะไร พิมพ์ชนกตอบอายๆว่าเพราะรัก เขาแกล้งไม่ได้ยินถามอะไร เธอพูดเสียงดังขึ้น ว่าเพราะรัก เขาให้เธอพูดอีก เธอจึงตะโกนใส่หูเขาว่า ฉันรักคุณ...นทียิ้มสัญญาว่าจะใช้ชีวิตทุกวันเพื่อรักนางร้ายที่รักของตน ทั้งสองกอดกันด้วยความรักและความเข้าใจกัน

ooooooo

-อวสาน-





  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"จีจ้า" โชว์ลีลามวยกรงดุเดือด เล่นจริง เจ็บตัวแต่เป็นเรื่องจิ๊บๆ

"จีจ้า" โชว์ลีลามวยกรงดุเดือด เล่นจริง เจ็บตัวแต่เป็นเรื่องจิ๊บๆ
22 พ.ย. 2562
08:15 น.