ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นางร้ายที่รัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: บอย ปกรณ์ ประกบ คิม คิมเบอร์ลี ใน "นางร้ายที่รัก"


หน้าโรงแรมหรูกลางกรุง มีการถ่ายละครฉากพระเอกพานางเอกขึ้นรถ นักข่าวรุมล้อมถ่ายภาพและสัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจหมั้นหมายของทั้งสอง ทันใดนางร้ายหน้าหวาน เปรี้ยวเฉี่ยวถือมีดเข้ามาหมายจัดการนางเอก พระเอกหันมารวบตัวนางร้ายไว้ แล้วพระเอกเกิดลืมบท

“คัต!” ผู้กำกับเสียงกร้าว เดินเข้ามาอย่างหัวเสีย “ธีภพต้องปฏิเสธว่าไม่ได้รักโรสริน พรอดพร่ำพรรณนาตามไดอะล็อกเจ็ดบรรทัด ทำไมพูดไม่ได้สักที สิบกว่าเทกแล้วนะ”

พระเอกใหม่หน้าเสียขอโทษขอโพย...พิมพ์ชนก นางร้ายเบอร์หนึ่งซึ่งกำลังมาแรงในตอนนี้ มองนาฬิกาข้อมือตัวเองแล้วบอกว่า หมดเวลาแล้ว พูดจบก็ถอดไมค์ที่ติดตัวออกส่งคืนเดินไป ผู้ช่วยผู้กำกับรีบวิ่งไปบอกผู้กำกับว่าพิมพ์ชนกจะกลับ ผู้จัดการกองถ่ายพยายามขอเวลาพิมพ์ชนกเพิ่มอีกสักหน่อย แต่เธอกลับเรียกชาร์ลี...ผู้จัดการส่วนตัวมารับหน้าแทน

“พิมพ์ชนกต้องรีบไปเดินแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าแบรนด์ใหม่และเป็นพรีเซ็นเตอร์งานเปิดตัวครีมอาบน้ำช่วงบ่าย” ชาร์ลีสาธยาย

ผู้จัดการกองขอแค่อีกฉากเดียวก็จะเลิกกองแล้ว ชาร์ลีทำท่าหนักใจที่ไม่สามารถให้ได้เพราะกองถ่ายขอคิวเพิ่มถึงเที่ยงตนก็ให้แล้ว พิมพ์ชนกแทรกว่าพระเอกใหม่เล่นไม่ได้ ไม่ใช่ความผิดของตน ผู้จัดการกองยินดีจะเพิ่มค่าเสียเวลาให้ แต่เธอก็ปฏิเสธ

“พิมพ์ให้ความสำคัญกับวินัยในการทำงานมากกว่าจำนวนเงิน ถ้าพิมพ์ยอมกองถ่าย งานอื่นที่รันคิวช่วงบ่ายก็เสียหมด” พิมพ์ชนกเดินเข้าไปหาพระเอกใหม่ที่กำลังท่องบทเคร่งเครียด ลูบไล้แขนเขาส่งสายตามีจริตเหมือนยั่วยวน “กลับไปทำการบ้านมาให้ดี จะได้ปิดกล้องสักที”

ช่างแต่งหน้าและทีมงานสุมหัวกันนินทาพิมพ์ชนกทันควัน “ชีแรงเสมอต้นเสมอดอกรากใบ...ไม่เหวี่ยงไม่ร้าย ไม่ใช่พิมพ์ชนก...คิดว่าเป็นนางร้ายไฮโซแล้วจะทำอะไรก็ได้มั้ง”

พิมพ์ชนกได้ยินหมุนตัวเดินเข้าไปประจันหน้า “นัดกองคราวหน้าเปลี่ยนแปรงแต่งหน้าใหม่ทั้งชุด พิมพ์ไม่ชอบใช้ร่วมกับใคร ส่วนเสื้อผ้าถ่ายละคร พิมพ์ขอชาแนลคอลเลกชั่นใหม่...อาหารในกองต้องเป็นมังสวิรัติ สไตล์อิตาเลียนเท่านั้น...ถ้าไม่ได้ตามนี้ พิมพ์ไม่ให้คิว”

ผู้จัดการกอง ช่างแต่งหน้าและทีมงานเครียด พิมพ์ชนกปรายตามองทุกคนแล้วเดินเชิดออกไป ชาร์ลีหัวเราะเยาะกล่าว “ขยันตั้งตาเม้าท์เผาขน ก็ต้องโดนนางหงส์สะบัดปีกใส่ซะบ้าง” ว่าแล้วชาร์ลีก็เดินเชิดตามพิมพ์ชนกไป...

พิมพ์ชนก ทรัพย์ไพศาลอนันต์ ดารานางร้ายสุดฮอตของวงการบันเทิง ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีเมืองไทย ขึ้นชื่อเรื่องความแรงเหวี่ยงวีนเอาแต่ใจแต่เธอก็ทำงานแบบมืออาชีพตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบในงานทุกชิ้นจนเป็นที่ยอมรับของผู้จัดและเอเจนซี่โฆษณามากมาย

บนเวทีงานแฟชั่นแบรนด์ดัง พิมพ์ชนกเดินชุดฟินาเล่ด้วยท่วงท่าโดดเด่นกว่านางแบบทุกคน พอมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมอาบน้ำดัง เมื่อถูกสัมภาษณ์ เธอก็ตอบคำถามจนผู้ชมปรบมือด้วยความทึ่งและชื่นชม

เอเจนซี่คุยกับชาร์ลีข้างเวทีว่าเพราะเหตุนี้ตนถึงเลือกพิมพ์ชนกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สินค้าตน ชาร์ลียกมือไหว้อย่างนอบน้อมสะดีดสะดิ้งเล็กๆ ก่อนจะชำเลืองมองพิมพ์ชนกบนเวทีด้วยความปลาบปลื้ม ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของผู้ชม

ooooooo

นที ผู้กองหนุ่มประจำกองปราบ เจ้าของฉายา “อินทรีเหล็ก” เป็นหนุ่มหล่อคมเข้มท่าทางดุดัน เย็นชาเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจ มักพูดจาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง มีคู่หูคือผู้กองศาสตรา ทั้งสองเป็นทั้งลูกพี่ ลูกน้องกัน แต่ต่างบุคลิกกัน ศาสตราร่าเริงเป็นสุภาพบุรุษอารมณ์ดี

ทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันออกดักจับคนร้ายที่กำลังส่งมอบยา เกิดการต่อสู้ขึ้น เฮียแว่นตัวการใหญ่วิ่งหนีสุดชีวิต นทีกับศาสตราไล่ล่า

ขณะเดียวกัน รถของชาร์ลีซึ่งขับมาโดยมีพิมพ์ชนกนั่งเบาะหลัง กำลังเบื่อหน่ายกับข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บันเทิง ชาร์ลีชำเลืองมองผ่านกระจกมองหลังถาม

“เห็นข่าวซุบซิบนางร้ายไฮโซเหวี่ยงวีนในกองถ่าย รึยัง”

พิมพ์ชนกยักไหล่ไม่แคร์กับข่าวพวกนี้ แล้วหันมาบ่นว่าจะมีสักวันไหมที่รถไม่ติด ชาร์ลีพูดให้ขบขัน “ก็วันที่นางร้ายไฮโซไม่ออกจากบ้านไปทำงานไงจ๊ะ”

“เจ้ก็รู้ว่าพิมพ์ไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน”

“รู้สิจ๊ะ เจ้ชาร์ลีรู้ลึกรู้จริง รู้ทุกสิ่งตั้งแต่บนเตียงยันใต้เตียงพิมพ์ชนก”

พิมพ์ชนกหันมาถามถึงเรื่องที่ให้เขาช่วยสืบหาว่าคืบหน้าไปถึงไหน ชาร์ลีตอบว่าขอเวลาอีกหน่อย นักสืบคนนี้ตนมั่นใจว่าเขาจะต้องหาคนที่เธออยากเจอจนพบ พิมพ์ชนกอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ เธอทอดสายตามองผ่านกระจกออกไปด้วยแววตาเศร้า...รอคอยใครบางคน

ผ่านไปสักครู่ ชาร์ลีบอกพิมพ์ชนกว่าสตูดิโอถ่ายแบบที่ติดต่อมาน่าจะอยู่ในซอยนี้ พิมพ์ชนกบ่นถ้าหลงตนจะหักเปอร์เซ็นต์เขา ชาร์ลีโวยขำๆ “ตายละ นางร้ายแปลงร่างเป็นเจ๊เค็ม”

ทันใดนทีวิ่งไล่เฮียแว่นมา คนร้ายชักปืนยิงใส่ นทีกลิ้งตัวหลบ รถชาร์ลีแล่นผ่านมาโดนกระสุนปัง...ปัง...

ชาร์ลีตกใจเบรกรถจนพิมพ์ชนกหน้าคะมำ “ว้าย! ตาเถรคร่อมยายชี!”

จังหวะนั้นนทียิงสวนโดนเฮียแว่นที่ขาล้มลง ศาสตรานำกำลังเข้าจับกุม นทีเปรยหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ พ่อค้ารายใหญ่ไม่มีทางรอดแน่....ศาสตราเดินนำตำรวจลากตัวคนร้ายไป นทีจะเดินตาม เสียงพิมพ์ชนกแว้ดขึ้น “ยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”
นทีหันมองพิมพ์ชนกที่อยู่ในชุดสวยเก๋ หัวจดเท้าอย่างไม่รู้จัก ชาร์ลีหน้าตาตื่นวิ่งตามมา พอนทีรู้ว่า

พิมพ์ชนกโกรธเรื่องอะไรก็เสนอว่าจะทำเรื่องเบิกค่าเสียหายให้ แต่เธอไม่พอใจต้องการคำขอโทษหรือความรับผิดชอบมากกว่านี้ ชาร์ลีเห็นนทีหล่อก็พยายามไกล่เกลี่ย

“พิมมี่จ๋า...ค่อยพูดค่อยจากันก็ได้คุณตำรวจหน้าตา

ดีเขาก็ไม่ได้หนีไปไหนจริงไหมจ๊ะคุณตำรวจสุดหล่อ” ชาร์ลีกระแซะเข้าหานที พิมพ์ชนกกระชากตัวชาร์ลีกลับมา

“ฉันต้องการความรับผิดชอบ”

นทีสวนว่าตนก็กำลังรับผิดชอบอยู่ หรือเธอต้องการให้ตนคุกเข่าขอโทษ ขอแต่งงานเพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย ชาร์ลีวี้ดว้าย...ช่างโรแมนติก แต่พิมพ์ชนกตาเขียวปั้ดใส่ เขาจึงทำท่ารูดซิปปากตัวเองทันควัน พิมพ์ชนกประกาศว่าต้องการคำขอโทษที่จริงใจ นทีเอ่ยปากขอโทษ แต่ไม่เป็นที่พอใจของเธอ จึงบอกว่าตนไม่มีอะไรต้องเคลียร์ พิมพ์ชนกผลักอกนทีโวยลั่น

“นี่คือสิ่งที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทำกับประชาชนเหรอ”

“คุณกำลังทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่”

“คิดว่าเป็นตำรวจแล้วจะเบ่งยังไงก็ได้งั้นสิ”

“ผมไม่เคยใช้เกียรติของตำรวจทำเรื่องแย่ๆ”

“สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นี่แหละเรียกว่าแย่และชุ่ยมาก ฉันขอแจ้งความให้คุณจับตัวเองไปดำเนินคดี ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยประมาท เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน”

“ส่งบิลค่าเสียหายไปเรียกเก็บที่กองปราบฯแล้วกัน” นทีสุดทนเดินผละไปอย่างหงุดหงิด

พิมพ์ชนกโกรธตัวสั่น ตะโกนด่าไล่หลังจะตามไปเช็กบิลให้ถึงกองปราบฯเลย...แต่ด้วยความสำเร็จครั้งนี้ ชินกริช...สารวัตรใหญ่แสดงความชื่นชมนทีและศาสตราที่ทำงานสมกับเป็นคู่หูอินทรีเหล็กของกองปราบฯและเร่งให้รวบรวมหลักฐานให้พร้อมก่อนที่ท่านผู้การจะถามหานทีกับศาสตราเดินออกจากห้องสารวัตรเห็น

จ่ากุ๊กและตำรวจหลายนายนั่งดูละครที่พิมพ์ชนกเล่นเป็นนางร้าย นทีเข้าปิดทีวีหน้าตาเฉย ทุกคนกำลังอินร้องอ้าว...นทีเอ็ดไม่มีงานทำกันหรือไง ศาสตราแซวว่าใครจะซีเรียสเหมือนผู้กองนที นทีสวน

“ที่นี่เป็นสถานที่ราชการ กรุณาทำงานให้คุ้มกับภาษีประชาชนด้วย” ว่าแล้วก็เดินเข้าห้อง

จ่ากุ๊กบ่นอุบ “ผู้กองนทีกับผู้กองศาสตราเป็นลูกพี่ลูกน้องที่ต่างกันสุดขั้ว คนนึงชิ้ว...ชิว แต่อีกคน...”

“พร้อมเชือดทุกคน” ศาสตราเสริมแล้วหัวเราะกับลูกน้องเพราะรู้จักนิสัยนทีเป็นอย่างดี

ooooooo

ค่ำคืนนั้น พิมพ์ชนกมาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มองพรรณรายซึ่งนอนนิ่งไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องไอซียู ร่างกายเต็มไปด้วยสายระโยงระยางของอุปกรณ์ช่วยชีวิต เธอพยายามเข้มแข็งกุมมือพรรณรายน้ำตาคลอเบ้า “พิมพ์มาเยี่ยมค่ะแม่ แม่ต้องเข้มแข็งนะคะ พิมพ์เชื่อว่าแม่ทำได้...”

เช้าวันต่อมา พิมพ์ชนกเข้าฉากกับพระเอกใหม่ ชาร์ลียืนมองผ่านจอมอนิเตอร์ข้างผู้กำกับที่ยิ้มพอใจกับการแสดงของเธอ ทันใดมือถือพิมพ์ชนกดังขึ้น ชาร์ลีเลี่ยงไปรับสายแทน แล้วต้องตกใจพูดไม่ออก

พอดีพักเปลี่ยนฉาก เขาก็ยื่นมือถือให้พิมพ์ชนกฟังเอง ทางโรงพยาบาลแจ้งว่า พรรณรายเสียชีวิตแล้ว พิมพ์ชนกหน้าเสียกลั้นความรู้สึกเสียใจไว้ไม่ให้คนรอบตัวรู้ ชาร์ลีลูบหลังไหล่ปลอบ พิมพ์ชนกฮึดขึ้นบอกเขาว่าตนจะถ่ายต่อให้จบก่อน ชาร์ลีถามแน่ใจหรือ

“ไปตอนนี้แม่คงไม่ฟื้นขึ้นมาแล้ว พิมพ์ไม่อยากให้ทุกคนในกองถ่ายต้องเสียเวลาเพราะพิมพ์คนเดียว”

เสียงผู้กำกับบอกทุกคนว่าซีนนี้สุดท้ายแล้วให้ตั้งใจกันหน่อย พิมพ์ชนกฝืนยิ้มสดใสไปเข้าฉาก ชาร์ลีมองด้วยความสงสารจับใจ...

หลังจากวันนั้น พิธีศพพรรณรายจัดขึ้นแบบเรียบง่าย มีแขกเหรื่อไม่มาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้า พิมพ์ชนกสวมแว่นสีชาพรางดวงตาบอบช้ำจากการร้องไห้... มีเสียงนินทาประปรายว่า แม่ตายทั้งคนไม่เห็นลูกสาวร้องไห้สักนิด พิมพ์ชนกไม่อยากใส่ใจ

ทนายประจำตระกูลเข้ามาคุย “คุณพรรณรายทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สินประมาณพันล้านบาทให้คุณพิมพ์ชนกในฐานะทายาทเพียงคนเดียว”

ชาร์ลีตาโพลงแต่พิมพ์ชนกกลับนิ่งไม่ตื่นเต้นใดๆ...หลังเสร็จสิ้นงานศพ ชาร์ลีเป็นห่วงที่พิมพ์ชนกต้องอยู่ในคฤหาสน์หรูเพียงลำพัง เพราะเธอให้คนรับใช้แยกเรือนออกไป จึงคิดจะอยู่เป็นเพื่อน แต่เธอเกรงใจเพราะเขาช่วยจัดงานให้หลายวัน น่าจะกลับไปพักผ่อนให้สบาย ชาร์ลีเข้ามากุมมือพิมพ์ชนกทำนองให้กำลังใจโดยไม่ต้องเอ่ยปาก เท่านั้นเธอก็ชะงักซบหน้ากับอกเขา

“แม่สอนให้พิมพ์เข้มแข็ง สอนให้พิมพ์แกร่งและอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่วันนี้พิมพ์ไม่มีแม่แล้ว พิมพ์ไม่เหลือใครแล้ว” พิมพ์ชนกปล่อยโฮไม่อาจสะกดกลั้นไว้ได้อีก

ค่ำคืนนั้น พิมพ์ชนกนั่งดูรูปเก่าๆที่ถ่ายคู่กับแม่อย่างรักใคร่อบอุ่น แล้วเธอก็หยิบกล่องที่แอบซ่อนไว้ในตู้มาเปิดดู มีรูปเก่าสีซีดจางใบหนึ่ง เด็กหญิงร่างอ้วนป้อมกับเด็กหญิงร่างผอมสูงถือไอศกรีมกอดคอกันยิ้มให้กล้อง พลิกดูด้านหลังภาพ มีข้อความว่า...พี่พิมพ์กับน้องน้ำ พิมพ์ชนกรำพึง “น้ำ...ตอนนี้น้องอยู่ที่ไหน”

กลางดึก พิมพ์ชนกฝันว่าเดินมาที่ริมบึงใหญ่ ปกคลุมไปด้วยหมอกบางๆ เสียงเรียก...พี่พิมพ์ ลอยมากับสายลม พิมพ์ชนกเหลียวมองหา เห็นเงาใครคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางหมอก จึงเดินเข้าไปใกล้ ร่างนั้นเหมือนลอยห่างออกไป จึงร้องเรียกอย่าเพิ่งไป...

พิมพ์ชนกสะดุ้งตื่นขึ้นมา รู้สึกตัวเหนื่อยหอบ เหลียวมองภาพอดีตวัยเด็กอย่างสงสัย...สายวันนั้น

พิมพ์ชนกมาถ่ายแบบในสตูดิโอ เสียงกดชัตเตอร์รัวไปพร้อมกับการโพสท่าที่สวยเริ่ดสมกับเป็นมืออาชีพ

พอได้พัก ช่างหน้าผมเข้าซับหน้าเติมแป้งเช็กผม ชาร์ลีนั่งดูข่าวในไอแพดเป็นข่าวการจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ พิมพ์ชนกเหลือบมองเห็นนทีก็โวยลั่น

“ไอ้จำอวด! ตำรวจชอบเบ่ง ขอให้บวมเป็นอึ่งอ่างจนระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ไปเลย”

ต่างจากชาร์ลีที่วี้ดว้าย “คุณตำรวจหล่อล่ำ แฮนซั่มของเจ้”

เสร็จจากงานถ่ายแบบ พิมพ์ชนกก็ไปที่ร้านเสื้อหรู เพื่อรับเสื้อที่จะใส่ในงานประกาศรางวัลมาลาทองคำ ซึ่งเธอเข้าชิงดารานำหญิง...เจ้าของร้านส่งชุดเริ่ดหรูให้บอกว่าสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีโดยเฉพาะ ไม่ทันจะรับชุดก็มีมือของดวงแขมากระชากเอาไปจากมือเจ้าของร้าน

ดวงแขเป็นนางร้ายที่โดนพิมพ์ชนกดับรัศมี จึงตั้งหน้าอิจฉาโดยมีพิไลเป็นเพื่อนซี้คอยยุยง ดวงแขโกรธหาว่าพิมพ์ชนกแย่งบทโรสรินไป พิมพ์ชนกโต้ว่าตนได้บทนี้จากความสามารถ แต่ดวงแขว่าเธออ่อยผู้จัดการหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่จนได้บทนี้มา เกิดการยื้อแย่งชุดกันจนขาด เจ้าของร้านตกใจ ดวงแขคว้าของใกล้มือปาใส่ พิมพ์ชนกหลบทัน แล้วเอาชุดส่วนที่ขาดในมือไปครอบหัวดวงแข บอกอยากได้มากก็เอาไป พิไลจะเข้าช่วยเพื่อนโดนชาร์ลีจิกตัวไว้ พูดใส่หน้าว่า

“ชะนีหน้าคอนกรีตต้องเจอแบบนี้” ชาร์ลีเอาชุดอีกส่วนยัดใส่ปากพิไล ทั้งพิมพ์ชนกและชาร์ลีเหวี่ยงดวงแขกับพิไลลงไปกองรวมกัน แล้วเดินเชิดออกไปจากร้าน เจ้าของร้านลมแทบจับ ดวงแขกรีดร้องจะต้องเอาคืนให้ได้

ชาร์ลีขับรถไปบ่นกับพิมพ์ชนกไปว่าดวงแขกับพิไลจ้องกัดไม่ปล่อย อยู่วงการเดียวกันน่าจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน พิมพ์ชนกเปรยยังไม่ชินกับวงการมายาอีกหรือ ชาร์ลีถอนใจจะเอาอย่างไรกับชุดที่จะใส่ไปงานนี้ดี

พิมพ์ชนกป้อยอว่าไม่เกินความสามารถของเขาแน่ ชาร์ลียิ้มปลื้ม สำหรับตัวเก็งนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี ตนจัดเต็มแน่

ooooooo

เย็นวันนั้นนทีกับศาสตราได้รับคำสั่งจากชินกริชให้ไปดูแลความเรียบร้อยในงานประกาศรางวัลมาลาทองคำ เพราะภรรยาท่านนายกไปเป็นประธานและยังมีแขกสำคัญทางธุรกิจมากมาย นทีไม่ค่อยอยากไปทำงานประเภทนี้เท่าไหร่ แต่ขัดผู้บังคับบัญชาไม่ได้

พิมพ์ชนกทำงานเสร็จกลับมานั่งพักในคฤหาสน์ของตน รู้สึกโดดเดี่ยว มองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพพรรณรายยิ้มอย่างอบอุ่น...ภาพความทรงจำในอดีตที่ตนเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ตอนอายุ 9 ขวบ พรรณรายทำอาหารให้ทาน เอาอกเอาใจบอกให้เรียกเธอว่าแม่ เพราะเธอรักตนเหมือนลูกแท้ๆ จากนั้นพิมพ์พรรณก็ได้รับความรักความห่วงใยสม่ำเสมอมา

กลางดึก พิมพ์ชนกฝันคล้ายเดิมว่า เห็นผู้หญิงยืนริมหนองน้ำที่เต็มไปด้วยหมอกบางๆ จึงส่งเสียงถามว่าแม่หรือ แต่พอจะเดินเข้าไปใกล้ ผู้หญิงคนนั้นก็ตกลงไปในหนองน้ำต่อหน้าต่อตา เกิดเสียงร้องโหยหวน

“พี่พิมพ์...ช่วยน้ำด้วย...พี่พิมพ์...”

พิมพ์ชนกพยายามมองหา ทันใดก็มีมือเอื้อมมาจับขาเธอ เธอตกใจมากสะดุ้งตื่น เสียงเคาะประตูรัวหน้าห้องนอน ตามด้วยเสียงชาร์ลี “ตื่นได้แล้วจ้าแม่นางร้ายพันล้าน”

พิมพ์ชนกโอดโอยที่มาปลุกแต่เช้า ชาร์ลีรีบชี้ให้ดูนาฬิกาว่าสายมากแล้ว ตนถึงต้องพาร่างอันบอบบางขึ้นมาตามบนห้องและเร่งให้ไปอาบน้ำแต่งตัว จะได้ไปแต่งหน้าทำผมเตรียมไปงานสำคัญเย็นนี้ พิมพ์ชนกลุกเดิน ได้ยินเสียงเรียกพี่พิมพ์ จึงหันมองรอบห้องอย่างกังวลใจ...

ในกองปราบ นทีเดินมา ศาสตราสบตาจ่ากุ๊กให้ส่งสัญญาณบอกทุกคนตั้งใจทำงาน นทีเห็นเช่นนั้นก็ชมว่าทำงานคุ้มกับภาษีประชาชนดี จ่ากุ๊กยิ้มๆกับศาสตราแล้วส่งเสียง...วี้ดวิ้ว...นทีเปิดประตูเข้าห้องทำงาน เขาต้องตกใจที่ในห้องเต็มไปด้วยดอกไม้ ตามด้วยเสียง

“เซอร์ไพรส์...ห้องทำงานพี่ทีรกมาก ดูแล้วอึดอัดไม่สบายตา อรเลยเปลี่ยนบรรยากาศให้ห้องสดชื่น”

“ที่นี่เป็นสถานที่ราชการ ไม่ใช่ร้านขายดอกไม้” นทีตำหนิ

อิงอรสลดลงที่เขาไม่ชอบ นทีอ้างสารวัตรมาเห็นตนจะโดนเล่นงาน อิงอรยิ้มแฉ่งจะคุยกับพ่อให้เอง นทีอ่อนใจกับความดื้อรั้นของอิงอรลูกสาวชินกริช อิงอรเข้าเกาะแขนนทีออดอ้อนว่าทำไมตนโทร.มาทีไรเขาไม่รับสายเลย นทีอ้างงานยุ่ง เธอบ่นว่าเขาพูดเหมือนพ่อ แล้วตัดบทวันนี้ตนว่างตนจะอยู่กับเขาทั้งวัน นทีอึดอัดใจไม่รู้จะไล่อย่างไร

สุดท้ายไม่ว่านทีจะทำงาน อิงอรก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงข้าม ถึงเวลาทานอาหารเธอก็ตามไปช่วยแทบจะป้อนข้าว พอนทีมาฝึกซ้อมยิงปืนกับศาสตรา อิงอรก็กางร่มเชียร์อย่างมีความสุข แต่ทั้งหมดทำให้นทีอึดอัดใจอย่างมาก

นทีต่อว่าศาสตราที่ปล่อยให้อิงอรเข้าไปวุ่นวายในห้องทำงานตนแล้วไม่บอกกล่าวกันบ้าง ศาสตราตอบขำๆว่าอยากให้เปลี่ยนบรรยากาศ นทีสบถว่าตนไม่ได้ชอบอิงอร ศาสตราให้บอกเธอไปตรงๆ นทีถอนใจเพราะบอกจนปากจะฉีกเธอก็ไม่เคยฟัง จ่ากุ๊กเสนอหน้าเข้ามา

“มีสาวน่ารักมาเอาใจก็ยอมๆไปเถอะผู้กอง”

นทีหันขวับมาจ้อง “ฉันรู้สึกกับอิงอรแค่น้องสาว และไม่อยากให้ใครคิดว่าฉันกำลังจับลูกสาวเจ้านายเพื่อความก้าวหน้าทางอาชีพ”

ขาดคำ ชินกริชก็เดินเข้ามา จ่ากุ๊กพึมพำช่างตายยากจริงๆ ชินกริชมาทวงสรุปสำนวนคดีค้าอาวุธเถื่อน...นทีรีบบอกว่าเพิ่งเอาไปวางไว้ให้ที่โต๊ะ เผอิญอิงอรถือจานใส่ผลไม้เดินลั้ลลาเข้ามาต้องชะงักเมื่อเจอพ่อ ชินกริชเขม้นมองลูกสาวทำนองมาก่อกวนอะไรอีก

พอชินกริชเข้าไปในห้องทำงานนทีเห็นสภาพห้องก็ต้องเอ็ดลูกสาว ทำไมไม่ไปโรงเรียน เธออ้างว่าเมื่อเช้าไม่สบายแต่ตอนนี้ดีขึ้น ชินกริชรู้ทันขู่ “พ่อจะบอกคุณย่าว่าอรหนีเรียนมาที่นี่”

“อย่านะคะ...ถ้าคุณย่ารู้ อรต้องโดนลงโทษด้วยการร้อยมาลัยกับเรียนรำไทยแน่เลย”

ชินกริชเห็นว่าดี อิงอรบ่นอุบว่าจับขังคุกยังจะดีกว่า เขายิ้มขำๆ “ถ้าไม่อยากให้เรื่องถึงหูคุณย่า อรต้องเก็บดอกไม้ในห้องผู้กองนทีออกไปให้หมด แล้วรีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือ”

อิงอรหน้าเสียยอมทำตามแต่โดยดี นทีแอบขำอย่างเอ็นดู ชินกริชถามทำไมไม่เตรียมตัว นทีทำหน้างงๆ ชินกริชเสียงเข้มว่า...เตรียมตัวไปงานคืนนี้

ooooooo

บรรยากาศงานประกาศรางวัลมาลาทองคำ จัดขึ้นอย่างสวยหรู นักแสดงทั่วทั้งวงการทยอยกันเข้ามาอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง นักข่าวกดรัวชัตเตอร์

นที ศาสตราและตำรวจหลายนายอยู่ในชุดสูทเท่ คอยตรวจตราดูแลความเรียบร้อยตามจุดต่างๆบริเวณทางเข้างาน ภรรยาท่านนายกฯเดินเข้ามาโดยมีตำรวจอารักขารอบกาย...ศาสตราตื่นตามองดาราสาวสวยที่โพสท่าถ่ายรูปบนพรมแดง อดไม่ได้ที่จะสะกิดนทีให้มองด้วย แต่ท่าทางเขาไม่สนใจหาว่าสวยแต่เปลือก ศาสตราโวย

“ใช้ตาตุ่มมองเหรอ ถึงไม่เห็นนางฟ้าตกสวรรค์”

“ตกรถขนปูนมากกว่า โปะรองพื้นหนาขนาดนั้น...” นทีสวนแล้วเตือนให้ไปทำงาน

อีกมุมหนึ่ง เนตรกมลในชุดราตรีเรียบหรู ควงพิษณุในชุดสูทเท่ ทั้งสองเป็นพระเอกนางเอกดาวรุ่งคู่ขวัญของวงการบันเทิง นักข่าวรุมล้อมถ่ายภาพ

ถัดมา...ดวงแขกับพิไลในชุดสุดเปรี้ยวเซ็กซี่ โพสท่าให้นักข่าวถ่ายภาพ แล้วทำทีทักทายเนตรกมลอย่างเป็นมิตร แอบเยาะที่พวกตนแย่งซีนได้ ดวงแขกระซิบ “นางเอกจืดชืด สวยสู้พวกเราไม่ได้หรอก”

ไม่ทันไร รถลีมูซีนคันหรูแล่นมาจอด พิมพ์ชนกก้าวลงมาในชุดแดงเกาะอกยาวกรอมพื้น สวยสง่าดุจนางพญา ชาร์ลีก้าวตามลงมายิ้มปลื้มที่เธอดูโดดเด่นจนเรียกความสนใจจากนักข่าวทั้งหมดได้ ดวงแขกับพิไลเหวอที่นักข่าวผละไป

ศาสตราหันมาเห็นรีบสะกิดบอกนที “เฮ้ย...รอบนี้นางพญาหงส์”

นทีเอ็ดให้เลิกบ้าดาราเสียที ก็พอดีชาร์ลีแหวกวงนักข่าวและดันดวงแขกับพิไลเซไปให้พิมพ์ชนกก้าวเดิน นทีเห็นความสวยสง่าของเธอก็ตะลึงราวต้องมนต์สะกด ศาสตราสาธยาย

“คุณพิมพ์ชนก นางร้ายสุดฮอตของวงการบันเทิง” แต่แล้วศาสตรากลับเห็นนทียืนตะลึงก็สะกิด “เป็นอะไรวะไอ้ที...ฉันเห็นแกมองคุณพิมพ์ชนกแทบไม่วางตา”

นทีรู้สึกตัวบ่ายเบี่ยง “เรามีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในงาน ฉันก็ต้องมองทุกคน”

ห้องจัดเลี้ยงเป็นแบบค็อกเทล เหล่าดาราและเซเลบต่างเดินทักทายพูดคุยกัน นักข่าวตามเก็บภาพแต่ละกลุ่ม พอพิมพ์ชนกก้าวเข้ามา ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่เธอด้วยความชื่นชม แขกผู้ใหญ่คนหนึ่งทักทาย

ชาร์ลี “กำลังพูดถึงหนูพิมพ์ชนกให้คุณดนัยฟังอยู่พอดี”

“คุณดนัย...เจ้าพ่อวงการบันเทิงเหรอคะ” ชาร์ลีทำท่าตื่นเต้น

ดนัยก้าวเข้ามาบอกด้วยตัวเองว่า ไม่ถึงขนาดนั้น ทั้งพิมพ์ชนกและชาร์ลีต่างยกมือไหว้ ดนัยวางท่าสุขุมรับไหว้ และชื่นชมความสวยกับผลงานของพิมพ์ชนก ชาร์ลีรีบบอกว่า

“เดี๋ยวคงได้เจอกันบ่อยขึ้น เพราะน้องพิมพ์กำลังจะเล่นละครเรื่องใหม่ให้บริษัทคุณดนัย”

ดนัยยิ้มปลื้มว่าละครของตนต้องดังเปรี้ยงปร้างแน่ พิมพ์ชนกรับรองจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ดนัยส่งตาหวานพร้อมกล่าว “งานประกาศรางวัลคืนนี้ มีชื่อคุณพิมพ์ชนกเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงยอมเยี่ยมด้วย”

พิมพ์ชนกถ่อมตนว่าโชคดีที่ผู้ใหญ่ส่งบทดีๆให้ ดนัยเสริมว่าโอกาสอยู่ในมือของคนเก่งและมีความสามารถเสมอ พิมพ์ชนกยิ้มรับ...ดวงแขกับพิไลแอบมองด้วยความหมั่นไส้ ดวงแขยังเชื่อว่าถ้าพิมพ์ชนกไม่แย่งบทนี้ไป ตนก็สามารถแสดงจนได้รับรางวัลเช่นกัน จึงเข่นเขี้ยว

“คืนนี้ฉันจะกระชากปีก เด็ดขนมันให้อายคนทั้งงาน” ดวงแขยิ้มมุมปากอย่างมีแผนร้าย

ooooooo

นทีตรวจความเรียบร้อยหน้างานอีกครั้งก่อนจะเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง ศาสตราแซวรีบร้อนเข้างานแบบนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่า นทีทำหน้างง ศาตราแย็บว่า คงจะรีบเข้าไปดูพิมพ์ชนกคนที่ทำให้เขาตะลึงเมื่อครู่ นทีสวนตนยังไม่เห็นใครสวยสักคน ว่าแล้วก็เร่งให้รีบเข้างาน

การแสดงบนเวทีเริ่มต้นขึ้นด้วยแสงสีสุดอลังการ สร้างความสนใจแก่คนในงานอย่างมาก พิมพ์ชนกยืนคุยกับเนตรกมล เธอแสดงความเสียใจเรื่องพรรณรายและขอโทษที่เธอไม่มีโอกาสไปร่วมงานเพราะติดถ่ายละคร พิมพ์ชนกไม่ติดใจแถมชมว่าวันนี้เนตรกมลสวยมาก

“แต่คงสู้พิมพ์ไม่ได้” เนตรกมลยิ้มหวานชมกลับ

“พิมมี่เขาสวยเริ่ด เชิดใส่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ปล่อยนางสวยโดดเดี่ยวไปคนเดียวเถอะจ้ะ เอ...วันนี้น้องเนตรควงน้องพิษณุมาเปิดตัวเลยนะ” ชาร์ลีแซวอย่างเอ็นดู

“พี่แอ๊วผู้จัดการส่วนตัวอยากให้เราออกงานร่วมกันบ่อยๆ เป็นคู่จิ้น เนตรไม่รู้จะปฏิเสธยังไง” ท่าทางเนตรกมลอึดอัดใจไม่น้อย

พิมพ์ชนกเปลี่ยนเรื่องคุย บอกว่าตั้งแต่เล่นละครเรื่องแรกด้วยกัน ก็ไม่เคยได้ร่วมงานกันอีกเลย

พิษณุก้าวเข้ามายื่นแก้วน้ำส้มให้สองสาวและตอบแทน “เปิดกล้องเรื่องใหม่ คงได้เห็นหน้ากันทุกวันจนกว่าจะปิดกล้องแน่ๆครับ”

เนตรกมลยิ้มรับแก้วน้ำส้มจากพิษณุ ต่างจากพิมพ์ชนกที่รับมาด้วยท่าทางถือตัวเล็กน้อย จวบจนการแสดงบนเวทีจบลง พิธีกรขึ้นประกาศรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่...พิษณุ กรุณานนท์ จากละครเรื่องสุภาพบุรุษกำมะลอ เสียงปรบมือกึกก้องแสดงความยินดี นที ศาสตราและตำรวจนอกเครื่องแบบคอยดูแลกันไม่ให้นักข่าวเข้าใกล้เวทีมากเกินไป

ดวงแขกับพิไลยืนมองพิมพ์ชนกกับเนตรกมลว่าใครจะได้รับรางวัลดารานำหญิงเป็นลำดับต่อไปด้วยความริษยา...และแล้วชื่อพิมพ์ชนก ทรัพย์ไพศาลอนันต์ ก็ได้รับการประกาศขึ้นรับรางวัลจากเรื่อง เพลิงกุหลาบ ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง เนตรกมลหันมายินดีกับเพื่อนอย่างจริงใจ ดวงแขจ้องพิมพ์ชนกด้วยความแค้นคิดกลั่นแกล้งให้ได้รับความอับอาย จึงแอบเอาเค้กไปวางตรงทางขึ้นเวทีให้เธอลื่นล้มต่อหน้าผู้คนและนักข่าว

เมื่อพิมพ์ชนกเดินอย่างสง่าผ่านผู้คนจะขึ้นบันได ก็เหยียบก้อนเค้กลื่นถลา ไม่คาดคิดนทีพุ่งเข้ารับร่างเธอไว้ได้ทัน พิมพ์ชนกกอดคอนทีแน่นด้วยความตกใจ แต่พอมองหน้าเขาก็จำได้

“ไอ้ตำรวจบ้า!” พิมพ์ชนกทุบตีเขาให้ปล่อย นทีกลับกอดเธอแน่นขึ้น เธอโวยว่าเขาเป็นตำรวจกร่างชอบรังแกประชาชน

นทีเริ่มคุ้นเสียงนึกได้ว่าเธอคือยัยคุณนายไฮโซนั่นเอง ก็คลายอ้อมกอดจะปล่อย พิมพ์ชนกเห็นนักข่าวรุมล้อมถ่ายภาพ จึงคิดวิธีแก้สถานการณ์ไม่ให้อับอาย ยิ้มหวานประกาศเสียงดัง

“ทั้งหมดเป็นเซอร์ไพรส์การแสดงเพื่อขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านค่ะ” แล้วพิมพ์ชนกก็กระซิบบอกนทีให้อุ้มตนขึ้นเวทีเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นตนจะกัดหูเขาให้ขาด

นทีงงเล่นไปตามน้ำ อุ้มพิมพ์ชนกขึ้นเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือของแขกในงาน พอถึงบนเวทีเธอก็ให้เขาวางเธอลง แล้วบอกให้เขาลงไปได้ นทีมองเคืองๆที่มาไล่กันแต่ก็เดินลงมาบ่น

“ผู้หญิงอะไรร้ายชะมัด...”

ศาสตราปรี่เข้าถามอย่างตื่นเต้น ทำไมถึงได้อุ้มพิมพ์ชนก ผู้ชายทั้งงานต่างอิจฉา นทีสวนถือว่าทุกคนโชคดีที่ไม่เจอฤทธิ์ยัยตัวแสบ แล้วเขาก็หันไปมอง

พิมพ์ชนกบนเวที เธอกำลังกล่าวขอบคุณทุกคนที่ทำให้เธอได้รับรางวัลนี้ ศาสตรามองท่าทางนทีอย่างสงสัย

ดวงแขกับพิไลเข้ามาคุยกันในห้องน้ำด้วยความเจ็บใจที่แกล้งพิมพ์ชนกไม่สำเร็จ ทันใดพิมพ์ชนกก้าว

เข้ามาเล่นงานทั้งสองคนด้วยความแค้น...พนักงานหน้าตื่นวิ่งมาบอก ชาร์ลีตกใจมากเป็นห่วงว่าพิมพ์ชนกจะโดนรุมแย่ แต่พอมาถึงห้องน้ำ กลับเห็นพิมพ์ชนกเสื้อผ้าขาดลุ่ย ใช้สายยางชำระฉีดใส่ดวงแขกับพิไลซึ่งล้มกลิ้งร้องกรี๊ดๆอยู่กับพื้น ชาร์ลีเอามือปิดปากหัวเราะคิก

นทีผ่านมาได้ยินเสียงเอะอะรีบเข้ามาห้าม “หยุดได้แล้ว ไม่งั้นผมจะจับทุกคนไปโรงพักให้หมด”

ดวงแขกับพิไลได้ยินคำว่าโรงพักก็หยุดกรี๊ด

ทั้งสองไม่อยากเป็นข่าวฉาว รีบพากันชิ่งหนี พิมพ์ชนกยังเจ็บใจไม่หายจะตามแต่ชาร์ลีปรามบอกว่ามีนักข่าวรอบงาน ถ้าออกไปสภาพนี้ต้องอับอายขายหน้าแน่ นทีแกล้งเหน็บ “คนเหมือนกัน จะอายทำไม”

พิมพ์ชนกหันมาตวาดอย่ายุ่ง...นทีจะเดินหนี แต่พอเห็นเธอกอดอกหนาวก็อดสงสารไม่ได้ ตัดสินใจถอดเสื้อสูทออกส่งให้ เธอจะปฏิเสธแต่ชาร์ลีรีบคว้าไว้และขอบคุณแทน พิมพ์ชนกปัดไม่ยอมสวม ชาร์ลีจึงเอ็ด “อากาศเย็น เดี๋ยวไม่สบาย อย่าลืมว่าพิมพ์มีคิวงานสำคัญพรุ่งนี้”

“พิมพ์ไม่ป่วยง่ายๆหรอก...” ขาดคำเธอก็จามออกมาติดๆกัน

“ดื้อจนได้เรื่องแล้วเห็นไหม อยากป่วยจนเบี้ยวงานให้เสียชื่อก็ตามใจ” ชาร์ลีขู่เพราะรู้ว่าพิมพ์ชนกรักษา วินัยอย่างมาก ทำให้เธอฮึดฮัดเพราะปฏิเสธไม่ได้

ooooooo

กลับถึงคฤหาสน์ พิมพ์ชนกถอดสูทของนทีโยนทิ้ง ชาร์ลีรีบเก็บเอาไว้นอนกอดฝันหวานแล้วอดถามไม่ได้ ทำไมถึงอคติกับนทีนักทั้งที่เขาช่วยเธอไว้จากการตกเวที เธอว่าไม่ชอบผู้ชายแบบนี้ ชาร์ลีดักคอ

“เพราะคุณตำรวจไม่ยอมพิมพ์ชนกเหมือนที่หนุ่มๆหลายคนยอมใช่ไหม”

“คืนนี้พิมพ์เกือบเสียหน้าในงาน เพราะนังดวงแขกับนังพิไล” พิมพ์ชนกเฉเปลี่ยนเรื่อง

“ถือว่าทำบุญทำทานให้เหลือบไรในวงการไปซะ จะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกัน”

พิมพ์แขมองสูทนทีอย่างเคืองๆ ไม่ได้ฟังคำพูดของชาร์ลีสักนิด...ขณะเดียวกัน ศาสตรากำลังบ่นกับนทีที่บ้านพักว่าอิจฉาที่เขาได้อุ้มพิมพ์ชนก นทีสวนเป็นความซวยต่างหาก ศาสตราติงว่าปากเสียแบบนี้ถึงไม่มีแฟนสักที

“พูดอย่างกับแกมีแล้ว” นทีย้อน

“เห็นเงียบๆแต่กิ๊กฉันเพียบนะเว้ย” ศาสตรามองนทีอย่างห่วงๆก่อนเอ่ยปาก “ตั้งแต่พ่อแม่พวกเราตาย แกก็เครียดกับงานจนไม่สนใจดูแลตัวเอง ถ้ามีผู้หญิงดีๆสักคนเข้ามาในชีวิต แกควรเปิดใจให้โอกาสตัวเองมีความสุขบ้างนะไอ้ที”

นทีเงียบครุ่นคิด...กลางดึกเขายืนมองท้องฟ้าคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพิมพ์ชนก แล้วก็ต้องแปลกใจตัวเอง ทำไมถึงคิดถึงเธอ

ในขณะที่พิมพ์ชนกนอนฝันถึงผู้หญิงคนเดิมยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควัน จึงเข้าไปเรียก หญิงคนนั้นหันมาผลักเธออย่างแรงตกไปในหนองน้ำจมลึกลงก้นบึ้ง พิมพ์ชนกพยายามกระเสือกกระสนขึ้นมา แต่มีร่างดำทะมึนลอยเข้ามาใกล้เรียกเธอ “พี่พิมพ์...ช่วยด้วย...”

พิมพ์ชนกกลัวมากรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายตะกายขึ้นสู่ผิวน้ำ...แล้วเธอก็สะดุ้งเฮือกตะโกนลั่น...อย่า... ชาร์ลีถลันเข้าเขย่าตัวปลุกให้พิมพ์ชนกตื่น เธอลืมตาพรวดพอเห็นหน้าชาร์ลีก็ถอนใจโล่งอกเล่าว่า ตนฝันร้ายมาหลายครั้งแล้ว

ชาร์ลีหาว่าเธออ่านบทละครมากไป แต่ตอนนี้ให้ดูข่าวความเป็นจริงก่อน ภาพข่าวที่พิมพ์ชนกรับรางวัลลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ แต่สายตาเธอกลับมองไปที่ข่าวมูลนิธิร่วมกตัญญูช่วยกันแบกร่างหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายขึ้นรถ มีภาพผู้ตายกรอบเล็กๆที่มุมบน พิมพ์ชนกถึงกับมือไม้สั่นบอกชาร์ลีว่า ตนฝันเห็นผู้หญิงคนนี้ ชาร์ลีชะงักหันมาอ่านเนื้อข่าว

“นางสาวสายธาร ประเสริฐวรกาญจน์ จมน้ำเสียชีวิตในบึงย่านรังสิตไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย”

พิมพ์ชนกมองแววตาคนรูปขาวดำในกรอบนั้นรู้สึกคุ้นเคย...พลันแว่วเสียงเรียกข้างหูว่าพี่พิมพ์...เธอสะดุ้งอุทานชื่อ...น้ำ...แล้วเธอก็อึ้งพูดอะไรไม่ออก

พิมพ์ชนกเอารูปอดีตวัยเด็กให้ชาร์ลีดู เขามองภาพคู่ของเด็กหญิงแล้วคาดเดา

“เด็กผอมสูงในรูปคงเป็นพิมพ์ ส่วนอีกคนอ้วนป้อมนั่น...”

“น้ำ...น้องสาวที่พิมพ์ให้เจ้จ้างนักสืบตามหา คนเดียวกับผู้หญิงที่จมน้ำเสียชีวิตในข่าว”

ชาร์ลีตบอกใจหายวาบ...พิมพ์ชนกหวนคิดถึงอดีต ในบ้านแสงประทีป มีเด็กกำพร้ามาแย่งตุ๊กตาจากสายธาร พิมพ์ชนกเข้าไปช่วยแย่งกลับคืนมาให้ และประกาศว่าห้ามใครแกล้งน้องสาวตน จากนั้นพอตนอายุได้ 9ขวบ สายธารอายุ 7 ขวบ มีครอบครัวมารับสายธารไปอุปการะ ทั้งสองกอดกันร้องไห้ขอร้องให้เอาเราไปทั้งคู่แต่เป็นไปไม่ได้ พิมพ์ชนกจึงให้สัญญากับสายธารว่า จะโทรศัพท์ไปหาบ่อยๆ ตนจะไม่มีวันทิ้งน้อง ทั้งสองเกี่ยวก้อยสัญญากัน

ต่อมาพรรณรายก็มารับอุปการะพิมพ์ชนกไปเป็นลูกบุญธรรม พิมพ์ชนกพยายามติดต่อสายธารเท่าไหร่ก็ไม่ได้ จึงขอร้องทางบ้านแสงประทีป ถ้าสายธารติดต่อมาให้บอกตนด้วย...สาเหตุที่พิมพ์ชนกมาเป็นดาราเพราะต้องการให้สายธารเห็นแล้วติดต่อกลับมา ตนไม่คิดเลยว่าที่ตามหาสายธารมาหลายปี สุดท้ายจะเป็นแบบนี้ พิมพ์ชนกร้องไห้เสียใจ ชาร์ลีกอดปลอบ

หลังจากนั้น พิมพ์ชนกให้ชาร์ลีพามางานศพของสายธาร โดยนั่งรอในรถจนกว่าพระสวดจบ แขกในงานพากันกลับ พิมพ์ชนกจึงลงจากรถสวมแว่นดำพรางใบหน้าเดินเข้าไปในศาลาเพียงลำพัง เข้าไปยืนมองรูปสายธารหน้าโลงศพ น้ำตาไหลริน ทรุดลงร้องไห้

“น้ำ...15 ปีที่เราแยกจากกัน พี่พยายามทำทุกอย่างเพื่อตามหาน้ำและหวังเสมอว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง...ถ้าพี่ตามหาน้ำได้เร็วกว่านี้ น้องก็คงไม่จากพี่ไปอย่างไม่มีวันกลับ พี่ขอโทษที่มาเจอน้ำช้าไป ขอโทษที่พี่ดูแลน้ำไม่ได้” พิมพ์ชนกรู้สึกหัวใจแตกสลาย น้ำตาพรั่งพรู

เนตรกมลกับพิพัฒน์เดินเข้ามามองด้วยความแปลกใจ ที่มีคนมาร้องไห้หน้าศพ จึงเรียกเบาๆ “คุณคะ ศาลาจะปิดแล้วค่ะ”

พิมพ์ชนกชะงักปาดน้ำตาก่อนจะลุกขึ้น เนตรกมลเรียกพิมพ์ชนก เธอจึงหันมามองอึ้งๆ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"จีจ้า" โชว์ลีลามวยกรงดุเดือด เล่นจริง เจ็บตัวแต่เป็นเรื่องจิ๊บๆ

"จีจ้า" โชว์ลีลามวยกรงดุเดือด เล่นจริง เจ็บตัวแต่เป็นเรื่องจิ๊บๆ
22 พ.ย. 2562
08:15 น.