นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    นางอาย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    มีคนเอ่ยชื่อชัยพงษ์ที่ตันหยงบุหงา เจ้าตัวอยู่ที่คอนโดในกรุงเทพฯก็จามฮัดเช้ยอย่างแรง ทันทีก็ได้ยินเสียงเปิดประตู

    คัมพลกับคริสเดินเข้ามาพอดี ชัยพงษ์ถามว่าทำไมกลับมาเร็ว ไหนว่าอยู่เฝ้าหญิง

    “ท่าทางจะได้เฝ้าแต่มาดามล่ะครับพี่ชัยพงษ์” คริสตอบเซ็งๆ ชัยพงษ์งง คัมพลเลยชี้แจงต่อ...

    “ก็ได้เข้าคลาสอบรมความเป็นสุภาพบุรุษกันไปถ้วนหน้า คิดว่าอยู่ต่อคงไม่ดี สุภาพสตรีจะเสียชื่อ”

    “โอ้โห...พวกซิสเตอร์นี่เจ๋งจริงๆ ฆ่าฮอร์โมนซะตายสนิท แล้วมนตรีกับมามุล่ะ”

    “ไปส่งบ้านเรียบร้อยครับพี่” คริสบอก

    คัมพลเข้าไปในห้องนอนพี่ชายถามว่าทำอะไรอยู่ ดูหน้าเหมือนคนอกหักหรือไม่ก็ท้องผูก ถามว่าแล้วพ่อจะมาวันไหน ชัยพงษ์บอกว่าน่าจะมะรืนนี้ ถามแซวว่าจะให้ไปขอสาวให้รึไง คัมพลถามว่าอาเด่นชาติมาด้วยหรือเปล่าจะได้ชวนไปรับนางออกเที่ยวข้างนอกบ้าง เพราะตั้งแต่มา เห็นแต่คอนแวนต์ ขึ้นปีนังฮิลล์ก็เกิดเรื่องเสียอีก

    ชัยพงษ์บอกว่าคงมา คัมพลเสนอว่าดีจะได้ไปรับสินีนาฎออกมาด้วย พอพูดถึงสินีนาฎชัยพงษ์ก็ทำหน้าเซ็งเบรกน้องว่าไม่ต้องพูดเลย ไล่ไปนอนเสีย ตนจะทำงาน

    “ไรวะ โห...แบบนี้ชัดเลย ไม่ใช่ท้องผูกแน่ ทะเลาะกับสาวชัวร์!!”

    ชัยพงษ์ยันคัมพลออกจากห้องแล้วเดินกลับไปที่เตียงเซ็งๆ

    ooooooo

    พวกนางยังเล่นผีถ้วยแก้วกันอย่างเมามัน ทุกคนลุ้นทั้งชื่อคู่ของตัวเองและอยากรู้คู่ของเพื่อน พอดูคู่ของมาเรีย ถ้วยแก้วก็หยุดที่ชื่อมามุ ทำเอามาเรียเขินจนหน้าแดง แก้เกี้ยวให้ดูของนางบ้าง

    ฮองลันเดาว่าต้องเป็นชื่อคัมพลแต่ถ้วยแก้วไปหยุดที่ตัวที สินีนาฎทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ครางออกมา “คุณธนาธิป” แต่ทุกคนมัวหยอกนางเลยไม่ได้สังเกต จอยคามกรี๊ดออกมาบอกว่าตัวทีต้องเป็นธนาธิป! มาเรีย ฝากเนื้อฝากตัวทันทีว่าได้ดีแล้วอย่าลืมกันนะ

    “หยุด! แหวะ ไม่เอา ไม่ใช่ ฉันไม่ยอมเป็นเนื้อคู่กับอีตากงสุลแน่ เขาขี้บ่นแล้วอายุก็เยอะกว่าฉันตั้งเยอะ ไม่เอา ฉันว่าแทฮยอนใช่กว่า” นางเบี่ยงเบนแล้วให้ดูของจอยคามดีกว่า แต่จรรยามองไปที่หน้าต่างบอกว่ามาดามาตรวจแล้ว นางขออีกแป๊บเดียวเพราะยังไม่ได้เชิญวิญญาณออก ไม่กลัวผีหลอกหรือ

    “ไม่ นาทีนี้ไม่กลัวผี กลัวมาดามมากกว่า เร็ว!!” มาเรียเร่งเสียงสั่น จอยคามถามว่าแล้วเนื้อคู่ตนล่ะ


    “คิดเสียว่าไม่มีก็แล้วกันนะ ไป เร็ว!!”นางเร่ง ทุกคนสลายตัววับล่องหนไปเร็วยิ่งกว่าผีเสียอีก

    ooooooo

    ธนาธิปกลับมาแล้ว บันลือรายงานสภาพทุกอย่างที่นี่เรียบร้อย ธนาธิปถามว่าทางโน้นเรียบร้อยดีไหม บันลือทำไก๋ถามว่าทางไหน ธนาธิปบอกว่า “ก็ทางนั้นแหละ”

    “ทางปีนังทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ มะรืนนี้คุณเด่นชาติกับคุณเอมอรจะมาถึงพร้อมกับคุณพิทักษ์ครับ แล้วก็จะไปตันหยงบุหงาเลย คุณธิปอยากจะ...ตามไปดูความเรียบร้อยด้วยไหมครับ”

    ธนาธิปมองหน้าบันลือปรามด้วยสายตา ไม่ตอบแต่ก็เป็นคำตอบในทีแล้วสายสุดากลับมาอยู่บ้านอย่างไม่มีความสุขเพราะรู้สึกว่าพ่อไม่รัก ความอัดอั้นปะทุขึ้นเมื่อเช้าวันนี้เธอตื่นแต่เช้ามืดตามความเคยชินที่อยู่โรงเรียนจึงมารดน้ำกล้วยไม้ให้พ่อ แต่พออัครามาเห็นช่อดอกกล้วยไม้หักก็เรียกมาดุ

    “กล้วยไม้ต้นนี้ออกดอกปีละครั้ง ฉันทะนุถนอมเพื่อรอดูดอกของมัน ฉันเสียเวลาทั้งปีไปเพราะความไม่ระวัง”

    “สายก็ได้กลับบ้านแค่ปีละครั้ง สายอยากปรนนิบัติเอาใจคุณพ่อให้สมกับความคิดถึง แต่สายทำอะไรก็ไม่ดีไปหมด บางทีสายก็อยากเกิดเป็นต้นกล้วยไม้ของคุณพ่อ” สายสุดาน้ำตาร่วง อัคราดุว่าพูดอะไรเพ้อเจ้อ สายสุดาพูดไปร้องไห้ไปว่า

    “สายไม่เคยรู้สึกว่าคุณพ่ออยากเจอสาย เหมือนที่สายเฝ้ารอมาทั้งปี สายไม่เคยรู้สึกว่าที่นี่คือบ้าน คอนแวนต์ต่างหากที่เป็นบ้านของสาย” สายสุดาร้องไห้วิ่งออกไป

    ถึงเวลาอาหารมื้อเย็น สายสุดาไม่ได้มาที่โต๊ะอาหาร อัคราถามสาวใช้ว่าสายสุดาไปไหน สาวใช้รายงานว่า สายสุดาบอกว่าไม่ค่อยสบายจะเข้านอนเร็ว อัคราจึงนั่งทานข้าวคนเดียว

    แต่ที่ห้องครัว สายสุดานั่งอยู่กับสำรับเล็กๆ เธอตักข้าวกินอย่างฝืดคอ นั่งกินข้าวเคล้าน้ำตาอยู่ได้ไม่กี่คำก็สุดฝืนก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น...แม้แต่เสียงร้องไห้ก็ไม่กล้าให้ดังออกไป...

    แต่ที่ตันหยงบุหงา พวกนักเรียนสนุกสนานกับการพักผ่อนและความซุกซนของนางที่มีเรื่องให้ตื่นเต้นเสมอ จนซิสเตอร์ฟรานซิสพูดอย่างอ่อนใจว่า

    “ชีวิตนี้เธอจะไม่สลดบ้างเลยใช่ไหมอภิรดี”

    ที่ห้องอาหาร ทุกคนทานข้าวกันอย่างมีความสุข จอยคามบ่นคิดถึงสายสุดาว่าน่าจะอยู่ด้วยกัน มีนาขัดคอว่าคิดถึงเขาแต่เขาไม่คิดถึงเราหรอก ป่านนี้ไปทานข้าวอร่อยๆไปช็อปปิ้งกับคุณพ่อคุณแม่เขาเพลินไปแล้ว

    “โอว...จริงด้วยสายสุดาและชีวิตแฟบูลัสของเธอ” จอยคามรำพึง

    “ฉันว่าเราไม่ต้องห่วงสายสุดาหรอก ห่วงว่าจะกินไอ้ผักโขมนี่ให้หมดยังไงดีกว่า” นางบอกว่าให้คิดว่ามันแฟบูลัสมาก แล้วก้มหน้ากินผัดผักโขมทำท่าอร่อย แอบมองหน้าเพื่อนๆ แล้วต่างก็ขำ แม้จะกล้ำกลืนกินแต่ก็สนุก มีความสุข

    แต่ที่แท้พวกเธอเอาผักโขมใส่ผ้าเช็ดปาก ซิสเตอร์ จับได้ เลยถูกทำโทษและอบรมอีกยาว

    ooooooo

    เด่นชาติ เอมอร มาถึงปีนังแล้ว พวกเขาชวนธนาธิปไปพานางนั่งรถเที่ยวด้วยกัน แต่ธนาธิปบอกว่าตนไม่ไปดีกว่า

    พอไปถึงรู้ว่านางถูกทำโทษอยู่ ก็บ่นว่านางโดนทำโทษอีกแล้ว ถามซิสเตอร์ออเดรย์ว่าลูกสาวตนทำตัวดีอยู่ในโอวาทไหม ออเดรย์บอกว่าจะว่าดีก็ดี แต่ถ้าถามว่าอยู่ในโอวาทไหม...ก็ไม่อยู่ค่ะ แล้วจะไปตามนางมาพบพ่อกับแม่ เด่นชาติชวนเอมอรไปเดินเล่นที่ชายหาดฆ่าเวลากัน แต่เอมอรขอนั่งรอลูกดีกว่า

    “ตามสบายนะคะ ฉันจะให้ซิสเตอร์เทเรซ่าไปตามอภิรดีมาให้ค่ะ” ออเดรย์เดินออกไป

    เทเรซ่ายังทำใจไม่ได้ว่าเวลาเจอกับเด่นชาติจะทำหน้าอย่างไร แต่ก็ตัดสินใจไปเพราะคุณแม่อธิการเคยตอกย้ำไว้แล้วว่า “อย่าลืมว่า ก่อนที่ซิสเตอร์จะเป็นชี ซิสเตอร์ได้ให้คำปฏิญาณว่า จะรักษากฎสามอย่างคือ กฎแห่งความยากจน กฎแห่งความบริสุทธิ์ และกฎแห่งการอยู่ในโอวาทของผู้เป็นประมุข”

    เมื่อซิสเตอร์เทเรซ่าพานางมาพบเอมอรแล้วไปเดินที่ชายทะเลเพื่อให้ผ่อนคลาย กลับเจอเด่นชาติที่นั่น เทเรซ่าทำตัวไม่ถูก แต่เด่นชาติถามว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า เทเรซ่าอึ้งที่เด่นชาติจำตนไม่ได้ เทเรซ่าคิดถึงวันเวลาที่ได้สัมพันธ์จนถึงจุดจบกับเด่นชาติ ก็ค่อยสงบลง บอกเด่นชาติด้วยท่าทีสงบนิ่งว่า

    “อดีตพบกันไม่สำคัญเท่าวันนี้ได้พบกัน ดิฉันยินดีที่ได้พบท่านค่ะ ขอพระเจ้าประทานพรให้กับครอบครัวของท่านค่ะ” ทั้งสองก้มศีรษะให้กัน กระนั้นเด่นชาติก็ยังรู้สึกว่าคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอกับเธอที่ไหน แต่เทเรซ่าเดินจากไปไม่หันกลับมามอง เธอค่อยๆยิ้มออกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองจากอดีตแล้ว...

    ooooooo

    เมื่อเดินกลับมาถึงบ้านพัก พบซิสเตอร์ออเดรย์ที่มายืนรออยู่ถามทันทีว่าเป็นอย่างไรบ้าง

    “ดิฉันคงต้องขอบคุณคุณแม่อธิการและซิสเตอร์นะคะ การเผชิญหน้ากันไม่ได้น่ากลัวเลย ความคิดซ้ำเวียนในหัวเราต่างหากที่น่ากลัวกว่า ต่อจากนี้ ดิฉันขออุทิศหัวใจและร่างกายทั้งหมดของดิฉันให้กับพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นค่ะ”

    ซิสเตอร์เทเรซ่าพูดอย่างปลอดโปร่งสดชื่นสุขสงบ ออเดรย์มองอย่างดีใจ

    ที่หน้าบ้านพัก ซิสเตอร์ฟรานซิสพาเอมอรกับนางออกมาพบเพื่อนๆของนางที่นั่งกันอยู่ เมื่อสวัสดีทักทายกันแล้วนางขอฟรานซิสพาสินีนาฎออกไปเที่ยวกับพ่อแม่ ด้วย ฟรานซิสบอกว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ถามสินีนาฎหรือยังว่าอยากไปหรือเปล่า สินีนาฎตอบเศร้าๆว่าไม่ดีกว่า นาง ถามว่าทำไม บ่นว่าเธอไม่ไปด้วยแล้วมันจะสนุกได้ยังไง รบเร้าให้ไปด้วยกันเถอะ เอมอรเตือนว่าอย่าบังคับเพื่อน นางเลยเดินออกไป เอมอรเดินตาม

    ซิสเตอร์ฟรานซิสบอกเด็กๆให้ไปเตรียมตัวทานน้ำชากันได้แล้ว พอเพื่อนๆทยอยไปกันหมดแล้ว ฟรานซิสดึงสินีนาฎเข้าไปกอด เธอก็ร้องไห้โฮออกมาทันที

    นางถือกระเป๋าเดินออกมากับเอมอรและเด่นชาติ ถามแม่อย่างคิดไม่ตกว่าทำไมสินีนาฎไม่ไปกับเรา เอมอร บอกว่าเขาอาจจะอึดอัดใจ เราเป็นเพื่อนก็อย่าไปบังคับเขา นางเหลือบเห็นรถทักว่าคุณพ่อเอารถของสถานกงสุลมาหรือ

    “ใช่ลูก และไม่ได้เอามาแต่รถนะ ท่านกงสุลก็มาด้วย โน่นแน่ะ” เด่นชาติชี้ให้ดู ธนาธิปกำลังเปิดประตูรถก้าวลงอย่างหล่อ (อูยยยย...) นางสวัสดีธนาธิปต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกสบายใจที่ได้เจอกันโดยไม่รู้ตัว

    พอธนาธิปรู้ว่าสินีนาฎไม่ไปด้วยจึงไปหา นางรอกระวนกระวายใจถามแม่ว่าสินีนาฎจะยอมไปไหม เอมอรถามว่าทำไมถึงชอบบังคับเพื่อนนัก เขาอาจจะอยากอยู่กับเพื่อนๆที่นี่ก็ได้

    “ไม่หรอกค่ะแม่ สิเขาเป็นคนมีเรื่องคิดเยอะ ยิ่งช่วงนี้เหมือนมีอะไรในใจ นางต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด”

    พูดเสร็จเห็นธนาธิปเดินออกมาก็วิ่งไปถามว่า

    สินีนาฎยอมไปด้วยหรือเปล่า เห็นเขาเงียบนางก็จ๋อย ทันใดก็เห็นสินีนาฎถือกระเป๋าออกมา นางดีใจกระโดดร้อง เย้!! ธนาธิปชวนรีบไปกันดีกว่า ช้ากว่านี้รถติดมาก

    นางแซวสินีนาฎว่าต้องให้ท่านกงสุลไปรับถึงจะยอมมาหรือ สินีนาฎแก้เกี้ยวว่าก็ท่านกงสุลเป็นผู้ปกครองจะปฏิเสธได้ยังไง นางถามว่าทำไมถึงไม่อยากไปล่ะ สินีนาฎกลบเกลื่อนว่าตนเกรงใจ

    “เธอเป็นเพื่อนตายของฉัน ไม่มีคำว่าเกรงใจ เข้าใจนะ” นางพูดจริงจัง

    เมื่อมากันครบแล้ว ทุกคนขึ้นรถไปอย่างมีความสุข แต่เมื่อสินีนาฎเห็นนางคุยกับพ่อและแม่หยอกบ้างอ้อนบ้างอย่างมีความสุข สินีนาฎก็กลับเศร้าลงไปอีก เมื่อจอดพักทานอาหารเด่นชาติกับเอมอรปรารภกับธนาธิปขณะนางกับสินีนาฎไปเข้าห้องน้ำว่าสินีนาฎเศร้ามากไม่รู้ทางคุณแม่เขาเป็นอย่างไรบ้าง ธนาธิปบอกว่าจะถามอยู่หลายครั้งแต่...เห็นธนาธิปเงียบไปเด่นชาติดักคอว่าแต่ถูกนางขัดจังหวะใช่ไหม

    “แต่ก็ถือว่าสินีนาฎโชคดีนะครับที่มีนางเป็นเพื่อน ยังไงก็คงไม่ค่อยได้เศร้านาน”

    แต่เอมอรก็กังวลว่าถึงสองคนจะรักกันมาก แต่ก็แตกต่างกันมาก กลัวสินีนาฎจะเอามาเป็นปมด้อย เด่นชาติบ่นว่าผู้หญิงนี่ยากจังไม่เหมือนผู้ชาย วันๆก็คิดแค่ว่าจะไปเหล่สาวแถวไหนดี เลยถูกเอมอรปรามว่าพูดไม่เกรงใจกันบ้างเลย

    “ผมหมายถึงคุณธนาธิปนู่น ผมจะไปเหล่ใครเล่า นอกจากเมีย ว่าไงคุณธิป จะอยู่เป็นโสดไปอีกนานแค่ไหนเนี่ย”

    นางกับสินีนาฎกลับจากห้องน้ำถามว่ากำลังคุยอะไรกัน พอเด่นชาติบอกว่ากำลังซักเรื่องแฟนของธนาธิป นางก็โวยลั่นว่าลุงมีแฟนแล้วหรือ สินีนาฎหน้าเสียทันทีแต่ไม่มีใครสังเกต เอมอรดุนางว่าห้ามหลายทีแล้วไม่ให้เรียกธนาธิปว่าลุง ต่อไปนี้ห้ามเด็ดขาด เพราะเขาไม่ได้อายุมากขนาดนั้น เข้าใจไหม

    นางบ่นกระปอดกระแปดว่านับวันแม่ก็เหมือนซิสเตอร์เข้าไปทุกที พูดอะไรก็ย้ำถามว่า เข้าใจไหม เข้าใจไหมตลอดเลย

    “ยายนาง!!”เอมอรปราม นางทำหน้าจ๋อยแต่ไม่วายตอบ “เยส มาดาม” แล้วหันยิ้มทะเล้นกับธนาธิป

    สินีนาฎมองธนาธิปอยากรู้คำตอบว่าเขามีแฟนแล้วหรือยัง ถูกใจมากเมื่อนางคะยั้นคะยอถามอีกจนเขาตอบว่า

    “ไม่มีครับ”

    “งั้นก็แล้วไป” นางตอบทะเล้นๆ แต่สินีนาฎแอบโล่งใจ เอมอรเลยถามนางว่าแล้วตัวเองมีใครมาจีบบ้างหรือเปล่า “โอ๊ยยย...ไม่มีหรอกค่ะแม่ อ้อ...มีก็พี่คัมพลน่ะแหละชอบมาทำตาหวานใส่ แต่นางไม่สน นางเป็นกะเทย”

    “เออดี...เดี๋ยวถึงเวลาพ่อเลือกให้เอง” เด่นชาติหัวเราะชอบใจ นางตอบโอเคทันที เอมอรถามว่าทำง่ายนักล่ะ นางบอกว่าก็ตนไม่ได้รักใคร เอาเป็นว่าแล้วแต่คุณพ่อแล้วกัน เด่นชาติพูดอย่างถูกใจว่า “มันต้องอย่างนี้สิลูกพ่อ”

    พ่อลูกเอากำปั้นชนกันปึง! แล้วเด่นชาติก็มองเอมอรทำนองว่า เห็นไหมล่ะว่าลูกโอเค!

    ooooooo

    พอทานอาหารกันเสร็จกลับถึงห้องพักในโรงแรม นางทิ้งตัวโครมลงบนเตียงตีพุงบ่นว่าอิ่มท้องจะแตก สินีนาฎพูดขำๆว่าก็กินเสียขนาดนั้น...ถามว่ากินแล้วเอาไว้ไหนหมด

    นางแซวว่าตนไม่รู้ตัวเอง แต่รู้ว่าสินีนาฎเอาไว้ที่แก้ม เพราะหน้าบานมากตั้งแต่รู้ว่าท่านกงสุลไม่มีแฟน สินีนาฎเขินแล้วเศร้า ขอร้องนางว่าอย่าล้อเล่นเรื่องนี้ จนนางต้องขอโทษบอกว่าไม่ล้อก็ได้ อย่าโกรธนะ ครู่หนึ่งนางชวนไปคุยห้องแม่กันไหม สินีนาฎบอกว่าตนง่วง นางจึงไปคนเดียวบอกว่าเดี๋ยวจะกลับมานอนด้วย

    แต่พอนางออกไป เธอก็เศร้าเมื่อคิดถึงแม่...

    นับแต่สายสนมแม่ของสินีนาฎถูกเพื่อนหักหลังเรื่องธุรกิจจนล้มละลายสุขภาพก็ทรุดโทรมอาศัยอยู่กับทับทิมรุ่นพี่ที่สนิทและไม่ได้ติดต่อกับสินีนาฎเลยเกรงจะทำให้ลูกดูไม่ดีในสายตาของเพื่อน สินีนาฎเองก็ไม่ได้เขียนจดหมายมาหาแม่พักใหญ่แล้วเพราะคิดว่าแม่คงงานยุ่ง

    ฝ่ายชัยพงษ์ จู่ๆก็ได้รับโทรศัพท์จากคัมพลบอกว่าพ่อให้ช่วยจองโต๊ะที่ร้านให้แปดที่คืนพรุ่งนี้ทุ่มตรง พ่อจะพาบ้านอาเด่นชัยไปเลี้ยงข้าว และมีสินีนาฎเพื่อนของนางไปด้วย ชื่อสินีนาฎสะกิดใจชัยพงษ์ เขาไล่ความรู้สึกแล้วขี่บิ๊กไบค์ออกไป

    เมื่อได้เวลานัด ชัยพงษ์ที่เป็นเชฟขนมหวานที่นี่ออกมานั่งทานด้วย

    ระหว่างทานข้าวพิทักษ์บอกธนาธิปว่าขอจอง นักเรียนไทยที่เรียนเก่งที่สุดไว้ทำงาน ธนาธิปเป็นผู้ดูแลนักเรียนไทยในปีนัง บอกว่าผู้ชายน่าจะเป็นมนตรี ส่วนผู้หญิงคือสินีนาฎ คัมพลเป็นนักกีฬาที่ดีที่สุด เด่นชาติถามว่าแล้วลูกสาวตนล่ะ

    ธนาธิปอึกอัก เด่นชาติบอกให้พูดมาเลยไม่ต้องเกรงใจ

    “น่าจะ...เอ่อ...ซนที่สุดครับ”

    “เท่เลย!” นางร้องลิงโลดหน้าเป็น

    พิทักษ์ชมว่าสินีนาฎเรียบร้อย เรียนเก่ง ถามว่าพ่อชื่ออะไร สินีนาฎหน้าเสียทันที ชัยพงษ์รีบสะกิดเตือนเอมอรก็พูดกลบเกลื่อนว่ามัวแต่ถามเรื่องคนอื่น แล้วสายสุดาน้องสาวท่านกงสุลเป็นอย่างไรบ้าง

    “นางตอบได้! สายสุดาเว่อร์ที่สุด!” นางโพล่งทันที เลยถูกพ่อกับแม่ขึงตาเรียกปราม

    “ยายนาง!!!”

    ooooooo

    สายๆวันนี้ ชัยพงษ์กับคัมพลจะมารับนางกับสินีนาฎไปเล่นน้ำกัน นางเร่งสินีนาฎให้รีบลุกมาเตรียมตัว สินีนาฎบอกว่าตนไม่อยากไป นางดักคอว่าจะรอธนาธิปหรือ สินีนาฎบอกว่าไม่ได้รอ ท่านกงสุลไม่ได้บอกว่าจะมาซะหน่อย

    “สิ ฉันพูดอะไรตรงๆกับเธอได้ไหม”

    “ได้สิ”

    ก่อนพูด นางดักคอว่าเธอมักจะปฏิเสธจนเป็นนิสัย ใครพูดอะไรเธอก็มักปฏิเสธไว้ก่อนว่าไม่ เปล่า

    “เปล่านะ”

    “นั่นไง ฉันพูดจริงๆนะ หน้าเธอมันเศร้า จนเมื่อคืนพี่ชัยพงษ์เขาแอบมากระซิบถามฉันว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า” สินีนาฎถามทันทีว่าแล้วเธอว่ายังไง “ก็ไม่ว่าไง...ก็บอกว่า ถ้าเป็นห่วงสิมากนักก็ให้อาสามาดูแลและส่งเสียเลยซิ”

    “นาง!!”

    “ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะเรื่องอีตากงสุลน่ะ เพราะเธอไม่อยากให้ฉันล้อฉันก็จะไม่พูดอีก แต่เธออย่าไปแอบชอบเขาเลย เขาเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น งานการก็เยอะแยะแถมหัวโบราณอีกใครทำอะไรหน่อยก็ว่า คนอย่างท่านกงสุล เขาไม่มีวันมารักเด็กๆหรอก ดูสิเวลาเขาพูดด้วย คำก็หนู สองคำก็หนู เห็นเราเป็นเด็กตลอดเวลา”

    สินีนาฎฟังแล้วซึม นางจับหน้าเพื่อนหันมองกัน แล้วพูดอย่างจริงจัง จริงใจว่า

    “อย่าเสียเวลาไปรักเขาเลย รักพี่ชัยพงษ์ดีกว่าถ้าเธอจำเป็นต้องรักใครสักคน”

    ฟังแล้วสินีนาฎอึ้ง เพราะนางพูดแทงใจดำอย่างจัง! เมื่อไปเข้าห้องน้ำ ประโยคที่นางพูดทิ้งท้ายไว้ยังวนเวียนอยู่ในความคิด... “รักพี่ชัยพงษ์ดีกว่าถ้าเธอจำเป็นต้องรักใครสักคน”

    สินีนาฎพยายามต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก เมื่อใกล้เวลาที่ชัยพงษ์กับคัมพลจะมารับไปเล่นน้ำ เธอบอกนางว่า

    “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันไปเล่นน้ำด้วยก็ได้”

    “เย้!!” นางกำหมัดชูดีใจสุดๆ

    ooooooo

    นางกับสินีนาฎเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน พอ ขึ้นจากน้ำก็เดินกินขนมกันมา นางบอกว่าเล่นน้ำสนุกมากเสียดายที่คนเยอะไปหน่อย เดินผ่านศิลปะบนกำแพง นางร้องอย่างตื่นเต้นว่าไม่เคยเห็นเลย ให้คัมพลถ่ายรูปให้หน่อย

    คัมพลเตรียมถ่ายรูปให้นางชวนสินีนาฎ เธอส่ายหน้า นางกับคัมพลจึงวิ่งไปถ่ายรูปกัน ชัยพงษ์แอบดีใจที่ได้อยู่กับสินีนาฎตามลำพัง ชวนไปหาที่นั่งร่มๆรอกันดีกว่า สินีนาฎถามว่าเขาหายโกรธตนแล้วหรือ?

    “พี่ไม่มีสิทธิ์โกรธสิหรอกค่ะ ขอโทษที่พี่งี่เง่าไปบ้าง ไป...เดี๋ยวพี่เลี้ยงช็อกโกแลตเย็นๆไถ่โทษ”

    นางโพสท่าให้คัมพลถ่ายรูปไม่เลิกสักที จนเขาบอกให้พอแล้ว

    “อีกนิดนึงพี่คัมพล ให้เวลาทางนั้นเขาปรับทัศนคติ กันก่อน”

    ที่แท้เป็นอุบายของนางที่จะให้ชัยพงษ์ได้อยู่คุยกับสินีนาฎ คัมพลมองพี่ชายกับสินีนาฎแล้วหันมองนางทำนองว่าเจ้าเล่ห์นักนะ

    ooooooo

    ชัยพงษ์พาสินีนาฎไปนั่งที่ร้านกาแฟริมทางสั่งช็อกโกแลตเย็นให้ดื่ม ถามว่าคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง สินีนาฎนิ่งไป เขาพูดออกตัวว่า “สิคงไม่ค่อยไว้ใจพี่ ก็เลยไม่เล่าอะไรให้ฟัง”

    “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ สิแค่...สิก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้เขียนจดหมายหากันสักพักแล้ว คุณแม่คงยุ่ง”

    ชัยพงษ์ถามว่าจะโทร.หาคุณแม่ไหม พลางหยิบโทรศัพท์ให้ แต่สินีนาฎปฏิเสธบอกว่าตนเคยใช้โทรศัพท์ของโรงแรมโทร.ไปแต่เหมือนโทรศัพท์แม่โดนตัดไปแล้ว สินีนาฎเศร้าจนชัยพงษ์พูดอย่างเข้าใจ...เห็นใจว่า

    “สินีนาฎ...พี่รู้ว่าสิ่งที่สิต้องเจอตอนนี้มันหนักมากสำหรับเด็กในวัยของสิ แต่เชื่อพี่นะว่าสักวันทุกอย่างมันจะดีขึ้น”

    “ค่ะ” สินีนาฎมีกำลังใจขึ้น พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของนางกับคัมพลแว่วมา ชัยพงษ์มองแล้วเอ่ยขึ้นว่า

    “เออ...เป็นสองคนนั้นก็ดีอย่าง ไม่ต้องมีเรื่องอะไรให้คิด”

    “ค่ะ นางเป็นคนดี เป็นคนโชคดีที่มีทุกอย่างในชีวิต ใครอยู่ใกล้นางก็คงอดชอบนางไม่ได้”

    “แต่พี่ชอบนั่งคุยกับสิมากกว่านะ ยายนางน่ะเหมือนพระอาทิตย์อยู่ด้วยแล้วเหนื่อย แต่สิเหมือนพระจันทร์ อยู่ด้วยแล้วเย็นสบายดี” สินีนาฎยิ้มนิดหนึ่งกับการเปรียบเทียบของเขา “นี่ไง...พระจันทร์ยิ้มสวยเชียว เอางี้ อย่าคิดว่าสิไม่เหลือใครนะ ยังไงก็ยังมีพวกเรา แล้วก็คิดซะว่าพี่เป็น...พี่ชายของสิคนหนึ่งก็แล้วกันนะ”

    สินีนาฎยิ้มให้แล้วดื่มช็อกโกแลตเย็นอย่างชื่นใจ ชัยพงษ์มองสินีนาฎคิดปลงตัวเองว่า (กู) เป็นได้แค่นี้เองหรือ(วะ)

    ooooooo

    เมื่อกลับโรงแรมที่พัก เด่นชาติกับเอมอรรออยู่ที่ล็อบบี้ เด่นชาติกอดรับนาง เอมอรเห็นสินีนาฎยืนมองก็ผายมือให้ สินีนาฎเดินเขินๆเข้าสู่อ้อมกอดของเอมอรอย่างอบอุ่น

    เอมอรถามว่าทานอะไรกันมาหรือยัง นางบอกว่าชัยพงษ์พาตระเวนทานขนมอร่อยทั่วปีนังเลย เอมอรถามสินีนาฎว่าสนุกไหม เธอยิ้มแจ่มใสบอกว่า “สนุกมากค่ะ”

    เด่นชาติจึงให้ขึ้นไปพักแล้วอาบน้ำแต่งตัวกัน คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายตนกับแม่จะเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารค่ำที่โรงแรมนี้ เดี๋ยวลุงพิทักษ์กับท่านกงสุลจะตามมา

    นางพยักหน้า ส่วนสินีนาฎนิ่งไป ในใจคิดอะไรบางอย่าง

    เมื่อขึ้นห้องพัก สินีนาฎอาบน้ำออกมาเห็นนางนั่งหันหลังให้อยู่ก็เตือนนางให้ไปอาบน้ำ แต่พอนางหันมา สินีนาฎผงะแล้วขำก๊าก เมื่อเห็นนางวาดตาแต่งหน้าทาปากสีตัดกันทั้งหน้า ถามนางว่า

    “นาง...ทำอะไรน่ะ ฮ่าๆๆ หน้าเหมือนลิงเลย”

    นางบ่นว่าไม่เข้าข้างเพื่อนเลย แล้วเบี่ยงตัวให้ดูเครื่องสำอางกองใหญ่ สินีนาฎถามว่าเอามาจากไหน

    “ก็ซื้อมาวันนี้ไง คืนนี้เราจะแต่งหน้ากัน” สินีนาฎ สั่นหน้าดิก นางปรามทันที “โนวๆๆๆห้ามปฏิเสธ เธอต้องแต่ง ไม่งั้นอีกตากงสุลจะว่าฉันได้ เอาน่าสิ เราเป็นวัยรุ่นนะ เราต้องลงแป้งมุ้งมิ้ง ปัดแก้มฟรุ้งฟริ้งบ้าง นะๆๆ เอาล่ะ เธอเริ่มต้นไปก่อน ฉันไปอาบน้ำล่ะ”

    นางพูดไม่มีช่องให้สินินาฎแย้งเลย พอนางไป สินีนาฎมองเครื่องสำอางแล้วนึกถึงคำพูดของชัยพงษ์ที่ว่า...

    “พี่ชอบนั่งคุยกับสิมากกว่านะ ยายนางน่ะเหมือนพระอาทิตย์ อยู่ด้วยแล้วเหนื่อย แต่สิเหมือนพระจันทร์ อยู่ด้วยแล้วเย็นสบายดี”

    สินีนาฎคิดถึงคำพูดของชัยพงษ์แล้วยิ้ม ใจนึกถึงธนาธิปมโนเห็นเขายิ้มหล่อเข้ามา ภาวนาว่า

    “ขอให้เป็นคืนของพระจันทร์บ้างเถอะ”

    แล้วสินีนาฎก็หยิบลิปสติกขึ้นมองอย่างมาดมั่น...

    ooooooo

    ธนาธิปเพิ่งมาถึง พูดออกตัวกับทุกคนว่าเพิ่งประชุมเสร็จเพราะใกล้ปีใหม่เรื่องวีซ่าวุ่นวายนิดหน่อย พิทักษ์ถามถึงคุณพ่อของเขาที่ไม่ได้เจอกันนาน เขาบอกว่ามีไม่สบายบ้างตามวัย

    ธนาธิปถามถึงนางกับสินีนาฎ เอมอรบอกว่าแต่งตัวกันอยู่เดี๋ยวจะตามลงมา เขาถามพิทักษ์ว่าคัมพลเป็นอย่างไรบ้าง เทอมสุดท้ายแล้วจะเรียนต่อที่ไหน พิทักษ์บอกว่าจะส่งไปอังกฤษ คัมพลแย้งทันทีว่าตนยังไม่ได้ตกลงเลย

    “ไม่เป็นไรพ่อตกลงแล้ว ทำไม มันติดอะไรเหรอครับคุณคัมพล” ชัยพงษ์โพล่งว่าติดหญิงน่ะสิ เลยถูกพ่ออบรมว่า “ผู้หญิงน่ะเขาต้องการผู้ชายที่มีอนาคต ไม่ใช่ผู้ชายที่มาคอยเดินตามเขาตลอดเวลา เชื่อพ่อเหอะน่า”

    ขณะนั้นเองนางกับสินีนาฎเดินเข้ามา ทั้งสองแต่งตัวน่ารัก แต่งหน้าทาปากแต่พองาม ทำผมสวย คัมพลมองตะลึง ชัยพงษ์ถึงกับเคลิ้มไปชั่วขณะ แต่ธนาธิปกลับหน้าตึงหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขามองนางอย่างตำหนิ นางยิ้มหน้าเป็น พยักพเยิดไปทางสินีนาฎ กระซิบว่า

    “อย่าดุสิคะ วันนี้ว่านางไม่ได้แล้วนะเพราะยายสิก็แต่งหน้าเหมือนกัน”

    “แก่แดด!” ธนาธิปพูดเบาๆ แต่เข้ม นางกลับยิ้มอย่างสนุก เด่นชาติแกล้งถามเอมอรว่าลูกสาวเราหายไปไหนไม่ทราบ

    “คุณพ่อ!! ล้อนางอีกแล้ว ไม่สวยหรือคะ” นางทำหน้างอนอ้อนๆ

    “สวย...แต่พ่อไม่อยากให้โตเลยจริงๆ”

    นางเลยเฉไฉอ้อนว่าหิวแล้ว สั่งอาหารเลยดีกว่า แล้วชวนกันดูเมนู สินีนาฎแอบมองธนาธิปอย่างน้อยใจที่ไม่สนใจตนเลย กลับดูหงุดหงิดเสียอีก

    ooooooo

    ที่บ้านอัครา...สายสุดาเสียใจที่พ่อไม่รับผ้าพันคอที่ตนถักมาฝาก ซ้ำบอกว่าทำทำไมเสียเวลาเรียน

    นวลใยปลอบว่าคุณพ่อไม่ใช่คนที่จะมาแสดงความรักพร่ำเพรื่อ สายสุดาถามว่าทีของฝากจากพี่ธิปคุณพ่อยังรับไว้และใช้อยู่จนทุกวันนี้ แต่พอเป็นของตน...

    “สาย...อย่าเอาตัวไปเปรียบเทียบกับคุณธิป แม่ไม่ชอบ” สายสุดาถามว่าแล้วตนไม่ใช่ลูกหรือ ก็ถูกดุว่าทำไมพูดอย่างนี้

    “ถ้าสายเกิดมาแล้วคุณพ่อจะไม่เคยรักสายเลยแบบนี้ แล้วให้สายเกิดมาทำไม ใครมาก็คอยย้ำให้ฟังว่าสายไม่ใช่ลูกคุณหญิง สายเป็นแค่ลูกคนใช้” นวลใยสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ “สายไม่หยุด สายทนต่อไปไม่ไหวแล้ว สายทำอะไรผิดคะแม่ สายตั้งใจเรียน สายทำทุกอย่างให้ดี ทุกคนที่โรงเรียนรักสาย ยอมรับสาย แม่รู้ไหมคะ สายอายถ้าเพื่อนๆรู้ว่าสายเป็นแค่ลูก...แม่บ้าน! สายจะทำยังไง”

    “สายสุดา!” อัคราเสียงเข้มจนสองแม่ลูกสะดุ้ง แล้วสั่ง “กราบขอโทษแม่แกซะ ฉันสั่งให้กราบขอโทษแม่แกเดี๋ยวนี้”

    สายสุดาหันไปกราบขอโทษนวลใยบอกว่าตนไม่มีเจตนาจะว่าแม่เลย ตนแค่น้อยใจที่คุณพ่อไม่เคยเห็นตนเป็นลูก ถูกอัคราดุว่าถ้ามีปัญญาคิดได้แค่นั้นก็ตามใจ สายสุดาน้ำตาร่วงวิ่งไป นวลใยร้องเรียก แต่ต้องชะงักเมื่ออัคราสั่งให้ปล่อยไป!

    สายสุดาขึ้นไปร้องไห้ในห้องนอนจนได้เวลาอาหาร แม่บ้านมาตามก็บอกว่าตนไม่หิวและปวดหัวขอนอนพัก

    เมื่อแม่บ้านไปแล้ว สายสุดามองไปรอบตัวอย่างว้าเหว่ โดดเดี่ยว ไม่รู้สึกเลยว่าที่นี่คือบ้านของตน...

    มื้อค่ำคืนนี้ สายสุดาเดินมาที่โต๊ะอาหารเศร้าๆ นวลใยรีบลุกไปรับ อัคราไม่แม้แต่จะมอง แต่พูดลอยๆว่า

    “นึกว่าต้องให้ไปเชิญลงมากินข้าว” สายสุดาชะงัก กึก “น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก เป็นผู้ดีเขาต้องรู้จักเก็บอารมณ์” นวลใยไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่เอาใจตักอาหารให้บอกว่าของโปรดของลูก แต่สายสุดาเจ็บจนน้ำตาคลอพูดเรียบๆว่า

    “สายไม่ได้เป็นผู้ดีเหมือนคุณพ่อ เหมือนพี่ธิปหรอกค่ะ”

    “ถ้าจะไม่ใช่ก็ไม่ใช่เพราะกำพืดหรอก แม่แกน่ะเขามีความเป็นผู้ดีอยู่เต็มตัว ถ้าแกจะได้เป็นก็เพราะความคิดและการกระทำของตัวเอง” พูดแล้วกินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายสุดาเจ็บจนน้ำตาร่วง นวลใยจะเข้าไปปลอบ อัคราก็สั่งให้ตักแกงให้ตน ขณะนวลใยหันไปตักแกงให้อัครานั้น สายสุดาก็เลื่อนเก้าอี้ลุกวิ่งออกไปเลย นวลใยตกใจจะลุกตาม

    “ปล่อยไป สักวันเขาจะเข้าใจเอง”

    นวลใยจำต้องนั่งลงมองตามสายสุดาไปอย่างไม่สบายใจ กลางคืนนวลใยเอาโกโก้ร้อนไปร้องเรียกสายสุดาที่หน้าห้อง แต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงเปิดประตูเข้าไป นวลใยแปลกใจไม่เห็นสายสุดาแล้วก็ตกใจยิ่งขึ้นเมื่อพบจดหมายวางอยู่บนโต๊ะ!

    “แม่ขา สายขอโทษนะคะ สายรักแม่ที่สุด แต่สายคงเป็นได้แค่ส่วนเกินของที่บ้าน บ้านที่สายไม่เคยรู้สึกเลยว่าเป็นบ้านของสาย อีกไม่กี่วันโรงเรียนก็จะปิดเทอมแล้ว สายขอกลับปีนังก่อน แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ คุณบันลือเป็นคนจัดการทุกอย่างให้สาย พอสายไปถึงบ้านของสายที่ปีนังแล้ว สายจะรีบไลน์บอกแม่ค่ะ รักแม่นะคะ...สายสุดา”

    นวลใยวางจดหมายลงน้ำตาคลอ...

    ooooooo

    ที่ห้องอาหารในโรงแรม ทุกคนทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พอเสียงเพลงดังขึ้นนางบอกว่าชอบเพลงนี้ คัมพลได้ทีชวนไปเต้นกันไหม ธนาธิปทำช้อนหลุดจากมือเสียงดัง พอทุกคนมองก็ขอโทษ คัมพลถามนางว่าจะไปเต้นไหม นางถามว่าคุณพ่ออนุญาตไหม เด่นชาติพูดไม่ออก แต่พิทักษ์ชิงพูดว่าทำไมจะไม่ได้เพราะอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ เด่นชาติเลยถาม สินีนาฎว่าอยากเต้นไหมให้ธนาธิปพาไป ถูกพิทักษ์ติงว่า

    “เฮ้ย เต้นกับผู้ปกครองมันจะไปสนุกอะไร ให้ ชัยพงษ์พาไปดีกว่า ไปไหมหนู”

    ทีแรกสินีนาฎก็ตื่นเต้นแต่พอถูกเปลี่ยนคู่ก็ อึกอัก ชัยพงษ์เลยตัดบทว่าสินีนาฎไม่ชอบเต้นรำ ชวนกินขนมกันดีกว่า ถามว่าอยากทานอะไร

    “เอ่อ...แล้วแต่พี่ชัยพงษ์ก็แล้วกันคะ” สินีนาฎมองอย่างขอบคุณที่เขาตอบแทนใจตน เพราะไม่พอใจที่นางออกไปเต้นรำ เมื่อกลับมาเธอไปเข้าห้องน้ำ พอออกมาเห็นธนาธิปยืนหน้าบึ้งอยู่ก็ทักทะเล้นว่า

    “อ้าวลุง...ปวดอึเหรอคะ”

    ธนาธิประอากับความทะเล้นของนาง บ่นแล้วถามว่าเรื่องอะไรต้องออกไปเต้นรำกับคัมพล แทนที่จะสลดนางกลับหัวเราะร่วนบอกว่า ศัพท์ลุงนี่ฟังแล้วจั๊กกะจี้เลย เขาเรียกกันว่าแดนซ์ต่างหาก ย้อนถามว่าตนไปแดนซ์กับคัมพลไม่ได้หรือ ธนาธิปอบรมอย่างเหนื่อยใจว่า

    “นาง เธอเป็นผู้หญิงนะต้องรู้จักไว้ตัว รักษาเนื้อรักษาตัวไว้ให้ดีๆ เข้าใจหรือเปล่า...โลกข้างนอกมันก็คือสนามรบดีๆ นี่เอง ยิ่งเราเป็นผู้หญิงต้องดูแลตัวเองให้ดี ต้องมีศักดิ์ศรี ต้องไม่ให้ใครมาทำให้เราเสียคุณค่าไปได้ เข้าใจที่ฉันพูดไหมนาง”

    ธนาธิปจริงจังจนนางทะเล้นไม่ออก เขาจึงบอกให้เข้าไปข้างในได้แล้ว พอนางเข้าไป เขามองตามส่ายหน้าอย่างไม่หายหงุดหงิด ทั้งที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าทำไมต้องหงุดหงิดมากขนาดนี้

    สินีนาฎที่จะเดินมาเข้าห้องน้ำ เห็นทั้งสองยืนคุยกันจึงแอบฟัง พอนางเดินกลับเข้าไป เธอยืนหน้าซีดอยู่ตรงนั้นที่เห็นธนาธิปให้ความสำคัญกับนางมาก ขนาดนั้น...

    เมื่อกลับเข้าห้องนอน สินีนาฎทำทีถามว่าเธอคุยกับธนาธิปตั้งนาน เขาพูดอะไรหรือ นางเล่าไปขำไปว่าเขาหัวโบราณมากตั้งใจเดินมาว่าตนว่าแก่แดดที่เต้นรำกับคัมพล สินีนาฎถามว่าแล้วเธอโกรธเขาไหม

    “โกรธทำไม ขำจะตาย โบร้านโบราณ นี่คุณแม่ห้ามฉันเรียกเขาว่าลุง ฉันว่าต่อไปฉันเรียกท่านขุนดีกว่าไม่แก่แต่ดูตรงยุค” พูดแล้วชวนไปหาคุณพ่อคุณแม่

    ที่ห้องกันไหมเพราะพรุ่งนี้ก็จะกลับตันหยงบุหงาแล้ว

    สินีนาฎไม่ไป นางบอกว่าตนไปคนเดียวก็ได้แล้วเข้ากอด บอกว่า “ฉันดีใจนะที่เราเป็นเพื่อนรักกัน”

    สินีนาฎกอดตอบอย่างเห็นถึงความจริงใจของนาง แต่พอนางไปแล้ว เธอก็น้ำตาไหลเมื่อนึกเห็นภาพเมื่อคืนที่ธนาธิปแอบมองนางตลอด มองตัวเองในกระจก พูดอย่างสมเพชว่า

    “ไม่มีใครมองพระจันทร์หรอก หยุดเพ้อได้แล้ว!!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:16 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์