นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    นางอาย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    วันนี้ ธนาธิปมาที่ห้องอำนวยการวิคตอเรียคอนแวนต์ นางถามอย่างตื่นเต้นว่าตกลงมีเรื่องกันหรือเปล่า ธนาธิปเล่าให้ฟัง ผลคือโดนภาคทัณฑ์กันทุกคน นักเลงถูกจับ เดวิดกับปีเตอร์ยังถูกขังคาดว่าน่าจะโดนไล่ออกจากโรงเรียน

    ธนาธิปเตือนนางว่าระยะนี้ถ้าคัมพลชวนไปไหนอย่าไปเดี๋ยวจะเกิดเรื่องอีกเพราะเธอเป็นสาวและก็สวยด้วย ถ้ามีคนมาเห็นแล้วเข้ามาเกาะแกะคัมพลอาจจะหวงแล้วจะมีเรื่องกันอีก นางถามหน้าซื่อตาใสว่าทำไมต้องหวง ธนาธิปบอกว่าก็เขาอาจจะรักเธอน่ะสิ

    นางบอกว่าตนไม่ได้รักไม่ได้ชอบไม่เอาด้วยหรอกเรื่องรักฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้ง ธนาธิปบอกว่าขอให้จริงเถอะ ช่วยเชื่อฟังผู้ปกครองด้วยได้ไหม

    “ได้ค่ะ นางเชื่อลุง แต่ต่อไปถ้านางขายไม่ออก ลุงต้องรับผิดชอบนะ” ธนาธิปปวดหัวหนึบทันที นางเปลี่ยนเรื่องถามว่าเขาจะพบสินีนาฎ สายสุดาไหม ธนาธิปให้ตามสินีนาฎมา ส่วนสายสุดายังงอนตนอยู่เรื่องมาเป็นผู้ปกครองสินีนาฎ

    “ลุงก็ง้อสิ ยายนั่นน่ะรักลุงจะตาย หวงอย่างกะอะไรดี นี่ไงใกล้คริสต์มาสแล้ว ซื้อของขวัญให้เลย รับรองดีใจไปสามโลกแปดโลก” พูดแล้วยักคิ้วแผล็บยิ้มทะเล้น

    สินีนาฎมาถึงหน้าห้องแล้วยืนมโนความหล่อของท่านกงสุลและความหวังของตนจนซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่าทำไมไม่รีบเข้าไป ผู้ใหญ่รออยู่ สินีนาฎจึงรีบเข้าไป ธนาธิปถามถึงการเรียนและถ้าขาดเหลืออะไรก็ให้บอกเตือนว่า

    “ใกล้สอบแล้วดูแลสุขภาพด้วย เดี๋ยวสอบเสร็จฉันอาจจะพาออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าง” ถามว่าไปกับนางดีไหม

    สินีนาฎฟุ้งขึ้นมาแต่พอได้ยินว่านางไปด้วยก็แฟบทันที บอกว่าตนรบกวนท่านกงสุลมามากแล้ว ระหว่างปิดเทอมมาดามจะพาพวกเราไปเที่ยวตันหยงบุหงากัน

    “ก็ดีนะ งั้นวันนี้ฉันขอตัวก่อน มีอะไรก็บอก ไม่ต้องเกรงใจ” พูดแล้วลุกไปเลย ปล่อยให้สินีนาฎนั่งเศร้าน้อยใจอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    สอบเสร็จแล้ว นางดีใจมากแต่สินีนาฎบอกว่ายังต้องอยู่เรียนพระคัมภีร์อีกหนึ่งอาทิตย์ สายสุดาถามเหน็บว่าทำเป็นดีใจ ได้กลับบ้านเหรอเธอน่ะ นางบอกไม่ได้กลับก็ไม่เห็นเป็นไรทุกคนเหมือนกันหมด จะได้ไปเที่ยวทะเลด้วย

    สายสุดานัดมีนาว่ากลับไปเมืองไทยแล้วเรานัดช็อปปิ้งกันดีกว่า มีนาบอกว่าตนจะไปตันหยงบุหงา

    จอยคามบอกว่าตนก็ต้องไปเหมือนกัน สายสุดาระแวงว่าพอเปิดเรียนแล้วมีนากับจอยคามจะไปสนิทสนมกับกลุ่มนู้นหรือเปล่า

    “บ้า...ไม่หรอก” จอยคามยืนยัน พอดีมาเรียเข้ามาบอกว่าก่อนไปตันหยงบุหงาเรายังมีอีกงานที่คอยอยู่คือ คริสต์มาส ทุกคนกระตือรือร้นขึ้นมาทันที

    การเตรียมจัดงานคริสต์มาสเป็นไปอย่างคึกคักสนุกสนาน มาเรียบรรยายความสุขของงานนี้ว่า...

    “คริสต์มาสเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขเป็นไฮไลต์ของปี เป็นวันหยุดที่อบอุ่นสวยงามที่โรงเรียนจะเปิดโบสถ์ให้คนเข้าฟังคณะประสานเสียงร้องเพลงที่สำคัญที่สุด”

    มาเรียบอกเพื่อนๆว่าเราจะได้จัดงานที่โบสถ์คู่กับโรงเรียนจอร์จทาวน์ อะคาเดมี โรงเรียนจอร์จทาวน์กับโรงเรียนของเราเข้าโบสถ์เดียวกัน เป็นหน้าที่ของโรงเรียนชายจัดกิจกรรมหน้าโบสถ์บริการคนที่มาร่วมพิธีมิสซาร์

    บรรยากาศการเตรียมงานคึกคักมีชีวิตชีวามาก พวกนักเรียนหญิงชายต่างกระตือรือร้นเป็นพิเศษเมื่อได้มาเจอกัน

    ฮองลันพูดถึงเรื่องช่อมิสเซิลโทในวันคริสมาสต์ นางถามว่าคืออะไร ฮองลันเล่าอย่างมีชีวิตชีวาว่า

    “ตามธรรมเนียม ในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ ใครก็ตามที่ไปยืนอยู่ใต้ช่อมิสเซิลโทด้วยกันจะต้องจรู๊บบบบกัน”

    สาวๆที่แอบพอใจหนุ่มๆโรงเรียนชายต่างเคลิ้มว่าตนได้ไปยืนอยู่ใต้ช่อมิสเซิลโทกับคนที่ตนชอบ โดยเฉพาะสายสุดาถึงกับนั่งเคลิ้มถึงคัมพล จนถูกซิสเตอร์ฟรานซิสเรียกถึงได้ตื่นจากภวังค์ ส่วนพวกนางก็ดี๊ด๊าจะแอบดูคู่ที่จุ๊บกันใต้ช่อมิสเซิลโท แต่แล้วก็ห่อเหี่ยวเพราะไม่มีคู่ไหนไปจุ๊บกันเลย

    สินีนาฎเตรียมของขวัญพร้อมการ์ดที่ประดิษฐ์เองจะมอบให้ธนาธิป เธอเขียนไว้อย่างซาบซึ้งว่า

    “พระคุณที่ช่วยอุปการะไว้ทำให้ชีวิตหนูเหมือนได้เกิดใหม่ หนูปฏิญาณกับตัวเองว่าจะขอเคารพรักและภักดีต่อผู้มีพระคุณตลอดไป”

    นางเห็นสินีนาฎเตรียมของขวัญไว้หลายชิ้นจึงขอไปชิ้นหนึ่งเอาไปให้ชัยพงษ์บอกว่าสินีนาฎฝากมาให้ ชัยพงษ์เป็นปลื้ม ตอนหลังจึงรู้ว่าแม่สื่อแม่ชักนางเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการจัดการเอง

    ฝ่ายธนาธิปยิ่งใกล้วันคริสมาสต์ก็ยิ่งคิดถึงคุณแม่ คืนนี้เขามายืนที่ระเบียงเห็นดาวแล้วนึกถึงคำพูดของนางในวันที่ติดอยู่บนปีนังฮิลล์...

    “งั้นเราก็ขอดาวพระเจ้ามาหนึ่งดวง เชื่อนางพระเจ้าไม่หวงหรอก แล้วลุงก็ตั้งชื่อว่าดาวคุณแม่ นี่ไง เอาดวงนี้สว่างดีค่ะ”

    ธนาธิปมองดาวคุณแม่ที่นางตั้งให้แล้วอดยิ้มไม่ได้ พึมพำ...

    “ดาวคุณแม่...คิดถึงจังครับ”

    ooooooo

    ที่มุมกิจกรรม รุ่นพี่ประกาศหาคนใส่ชุดมาสคอตของงานเพราะไม่มีคนอาสา แต่สายสุดาอาสาทำให้ทุกคนแปลกใจมาก สายสุดาใส่ชุดมาสคอตเอาของขวัญไปให้คัมพลแล้วชี้ไปที่ช่อมิสเซิลโท

    คัมพลยิ้มตัดสินใจเดินไปที่ซุ้มแล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มมาสคอตหนึ่งที แม้จะหอมที่มาสคอตแต่สายสุดาก็ซาบซ่านจนตัวแข็ง จนคัมพลเดินไปแล้วเธอก็ยังเขินอายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างฟินสุดๆ

    ฝ่ายนางที่กะจะสนุกให้เต็มที่ในงานนี้ แต่กลับมีรอบเดือนพอดีปวดท้องจนหมดสนุก นั่งเหงาอยู่ที่ตึกอำนวยการ จนธนาธิปมาเจอถามว่าทำไมสภาพเป็นแบบนี้ นางบอกปวดท้อง กว่าจะรู้กันว่าปวดท้องอะไรก็ถามกันจนเหนื่อย นางขอให้เขาพาไปห้องพยาบาล

    พานางไปห้องพยาบาลแล้ว ธนาธิปบอกเจ้าหน้าที่ว่าเดี๋ยวตนจะดูแลเองแล้วหายาให้กิน นางเห็นยาเม็ดใหญ่ก็งอแง ธนาธิปต้องปะเหลาะว่า

    “กินยาแล้วนอนพัก ถ้าไม่ดื้อ ไม่ซน ตอนเย็นจะพาไปเที่ยวงานที่โบสถ์”

    “พูดจริงนะคะ สัญญาแล้วนะคะ” นางย้ำ ธนาธิปพยักหน้ายืนยัน นางจึงยอมกินยา พอกินยาไปครู่เดียวนางก็จะหลับ เขารีบเอาหมอนมาหนุนให้

    “ลุง...” นางพึมพำทั้งที่หลับตาอยู่ “อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนนะ”

    ธนาธิปนั่งเป็นเพื่อนนาง เขามองหน้านางในยามหลับที่ดูไร้พิษสงอย่างเอ็นดู...

    ooooooo

    นางตื่นแล้ว ฮองลันกับมาเรียนั่งคุยเป็นเพื่อนอยู่ สินีนาฎเข้ามาถามนางว่าเป็นยังไงบ้าง นางบอกว่า หายแล้ว มาเรียกำลังเล่าว่าไม่น่าเชื่อว่าแม่เสือร้องเพลงเพราะมาก ถามว่าคืนนี้จะไปร้องที่โบสถ์ใช่ไหม

    ฮองลันบอกว่าตนก็จะไปกับครอบครัว สินีนาฎบ่นว่าเด็กประจำก็อดตามเคยสิ

    “ไม่อดหรอก เมื่อกี้ท่านกงสุลมาสัญญาว่าจะพาไป เดี๋ยวฉันขอให้ลุงพาสิไปด้วยดีไหม ฉันต้องไปฟังเสียงมาดามฟรานซิสร้องเพลงให้ได้” สินีนาฎบอกว่าเกรงใจท่านกงสุล “เกรงใจทำไมเล่า เขาเป็นผู้ปกครองเธอนะสิไม่ให้เขาพาไปแล้วใครจะพาไปล่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

    นางเดินออกมาจนถึงมุมช่อมิสเซิลโทที่ช่วยกันเอามาติดไว้เพื่อจะแอบดูคนจูบกัน นึกขึ้นได้จะเอาลงกลัวซิสเตอร์มาเห็นมีหวังโดนกันชุดใหญ่ นางเอาเก้าอี้มาปีนขึ้นไปแกะแต่แกะไม่ออกสินีนาฎเลยวิ่งไปหากรรไกรให้ นางลงมายืนมองช่อมิสเซิลโทอยู่ ธนาธิปเดินมาถามว่าทำอะไร ทั้งสองยืนอยู่ใต้ช่อมิสเซิลโท นางเดิน
    เข้าหาธนาธิปพูดเครียดว่า

    “โชคดีนะเนี่ยที่เป็นลุง ไม่งั้นนางต้องเสียจูบแรกไปแล้ว!” ธนาธิปดุว่าพูดจาอะไรแก่แดด “ก็ไอ้ช่อมิสเซิลโทนี่ไง นางเอามาติดไว้เผื่อจะได้ดูคนจุ๊บกัน”

    “อภิรดี!” ธนาธิปเรียกปราม ทั้งโกรธ ทั้งเขิน พอดีสินีนาฎเอากรรไกรมาธนาธิปจึงช่วยจัดการเอาช่อมิสเซิลโทลงให้ สินีนาฎแอบถามนางว่าเมื่อกี้อยู่กับท่านกงสุลตรงนี้ใช่ไหม แล้วได้...เอ่อ...ทำเอานางร้องว้าย กระซิบว่านี่ลุงนะไม่นับลุง

    ธนาธิปตัดช่อมิสเซิลโทลงมาพอดี นางจึงขอให้พาสินินาฎไปโบสถ์กับเราด้วย

    “ได้สิ ฉันก็ตั้งใจจะชวนสินีนาฎไปด้วยอยู่แล้ว ว่าแต่มีใครเห็นสายสุดาบ้างฉันเดินตามหาซะทั่วแต่หาไม่เจอ”

    ที่แท้สายสุดากำลังอาบน้ำเพราะใส่ชุดมาสคอตจนเหงื่อชุ่มผมยุ่งหน้าเยิน ซิสเตอร์เทเรซ่ามาตามบอกให้ รีบแต่งตัวให้เรียบร้อยย้ำว่า “ท่านกงสุลฝากมาบอกว่าจะรออยู่ที่โบสถ์ เมื่อหนูเรียบร้อย ไปพบท่านที่นั่นได้เลย”

    สายสุดาวิ่งพรวดพราดออกไป จอยคามกับมีนามองตามหน้าจ๋อยถามซิสเตอร์ว่าทำไมเด็กประจำไม่ได้ไป ซิสเตอร์บอกว่าเด็กประจำไปกันทั้งสองโรงเรียนก็ไม่เหลือที่ให้ผู้คนทั่วไปเข้าโบสถ์ ถ้าอยากเข้าโบสถ์กันนักก็รีบไปเตรียมตัวเดี๋ยวจะนำพวกเธอสวดมนต์ก่อนนอนเอง จอยคามกับมีนาเดินตามซิสเตอร์เทเรซ่าไปหน้าจ๋อย

    ooooooo


    สายสุดาเดินอ้าวไปถึงข้างโบสถ์ชนเข้ากับคัมพลอย่างจัง เธอรีบขอโทษบอกว่ารีบจะไปโบสถ์กลัวท่านกงสุลรอ คัมพลบอกว่าเห็นเข้าไปกับพวกนางกับสินีนาฎเมื่อกี้เอง พอสายสุดารู้เช่นนั้นก็สลดบอกว่างั้นตนกลับหอดีกว่า

    “ทำไมล่ะสาย อ๋อ...หรือเรื่องที่ท่านกงสุลรับ

    อุปการะสิ” สายสุดารีบแก้ตัวพัลวัน “ไม่เป็นไรหรอก พี่เข้าใจ มันก็คงเหมือนโดนแย่งความสำคัญไปแบบนั้นใช่ไหม ผู้หญิงชอบเป็นแบบเนี้ย”

    “พี่คัมพลคงว่าสายเห็นแก่ตัวใช่ไหม”

    “ก็นิดหน่อย แต่ก็เข้าใจได้ พี่ว่าสายลองให้เวลากับมันหน่อย เดี๋ยวสายก็โอเคกับมันเองแหละ สายก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรนี่” สายสุดาฟังแล้วซึ้งขอบคุณเขา “อย่าไปเครียดมาก ยิ้มไว้ ไหนยิ้มซิ ดี...ไป เข้าไปข้างในดีกว่า ทุกคนรออยู่”

    คัมพลเดินนำสายสุดาเข้าไปข้างใน พอเข้าไปเห็นนางกับสินีนาฎนั่งอยู่กับธนาธิปก็หน้าเสีย แต่พอ

    ธนาธิปเห็นสายสุดามากับคัมพล เขาลุกขึ้นยืนให้สายสุดาเข้ามานั่งข้างๆ คัมพลสวัสดีแล้วเดินมานั่ง สายสุดาดีใจมากเมื่อธนาธิปกับคัมพลนั่งขนาบซ้ายขวาตน

    ฮองลันนั่งอยู่กับครอบครัวที่ดูมีฐานะดี และข้างๆก็เป็นคริสกับครอบครัว นางกระซิบกับสินีนาฎว่า

    “ดูครอบครัวฮองลันกับพี่คริสสิ สงสัยคู่นี้จะลงเอยกันชัวร์เลยเนอะสิ”

    มามุเพื่อนคัมพลเข็นรถให้มาเรียเข้ามาอย่างสนิทสนม นางเห็นแล้วกระซิบกับสินีนาฎว่ามิน่ามาเรียขยันซ้อมเพลงจังแล้วมองมาเรียล้อๆถูกธนาธิปดุเบาๆ “ให้มันน้อยๆหน่อย แก่แดดนักนะเราน่ะ”

    แม้สายสุดาจะได้นั่งคั่นระหว่างธนาธิปกับคัมพล แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเขม่นและกันท่านางไม่ให้คุยกับ

    ธนาธิป ดักคอขัดคอจนธนาธิปบอกให้พอแล้วทั้งสองคน

    นักร้องประสานเสียงเริ่มร้องเพลงแล้ว ทุกคนเงียบทันที ซิสเตอร์ฟรานซิสร้องเพลงอย่างสะเทือนใจกับเรื่องราวในอดีตของตน สะกดทุกคนให้ตกอยู่ในอารมณ์เดียวกัน แต่ซิสเตอร์ฟรานซิสก็ตั้งใจร้องเพลงจนจบเพื่อเป็นการสรรเสริญพระเจ้า

    เมื่อซิสเตอร์ฟรานซิสและคณะประสานเสียง ร้องเพลงจบทุกคนปรบมือ นางพึมพำว่าเพราะกว่าเวลาแม่เสือคำรามตั้งเยอะ ถูกธนาธิปมองดุๆ นางก็ลอยหน้าไปทางอื่นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

    ooooooo

    ทุกคนในโบสถ์ยังยืนคุยกันอย่างชื่นชม อิ่มใจ สายสุดาบอกธนาธิปว่าตนจะกลับโรงเรียนเลย ธนาธิปนัดเจอกันพรุ่งนี้ที่บ้านก่อนไปขึ้นเครื่อง พอสายสุดาเดินไป สินีนาฎที่คอยจังหวะอยู่ก็เข้าไปมอบของขวัญวันคริสต์มาสให้ธนาธิป

    “ขอบใจมากสุขสันต์วันคริสต์มาส ขอให้มีแต่เรื่องดีๆเข้ามาในชีวิตของหนูจากนี้ไปนะ”

    “ขอบคุณค่ะ” สินีนาฎยกมือไหว้

    ที่หน้าโบสถ์ ซิสเตอร์ออเดรย์กับเทเรซ่ายืนคุยกันอยู่ ออเดรย์ถามว่าทำไมถึงไม่อยากไปตันหยงบุหงา เทเรซ่าบอกว่ามีงานค้าง ต้องทำให้เสร็จก่อนเปิดเทอม

    “มันไม่ใช่เรื่องงานใช่ไหม” ออเดรย์ถามอย่างรู้กัน เทเรซ่าเงียบ “คนเรา วิ่งหนีไปไม่ได้ตลอดชีวิตหรอกนะจ๊ะ พระเจ้าไม่เคยสอนให้เราวิ่งหนี มีแต่สอนให้เราเผชิญหน้ากับทุกอย่างด้วยความกล้าหาญ”

    เทเรซ่าได้แต่นิ่ง...เศร้า...

    เช้ามืดวันนี้สินีนาฎปลุกนางตั้งแต่ตีห้า บอกว่ามีภารกิจต้องทำ ตื๊อจนนางงัวเงียลุก แล้วพามาเข้าแถวถือเทียนเล่มหนึ่ง

    “เป็นธรรมเนียมคริสต์มาสของพวกเด็กประจำ เห็นไหมพวกซิสเตอร์ก็มาร่วมด้วย ก่อนเพระอาทิตย์ของเช้าวันที่ 25 ธันวาคมขึ้น ทุกคนจะถือเทียนคนละเล่มแล้วร้องเพลงคริสต์มาสจนถึงแสงแรกของวันส่องสว่าง” สินีนาฎบอก

    นางถามว่าร้องเพลงจนพระอาทิตย์ขึ้นเนี่ยนะแล้วทำท่าง่วง สายสุดาแขวะว่าแค่นี้ก็ทำไม่ได้ ทั้งสองทำท่าจะเถียงกัน แต่ซิสเตอร์ออเดรย์เดินมาปรามว่า “อย่าเพิ่งตีกัน เห็นไหมพวกเพื่อนๆเริ่มร้องเพลงกันแล้ว” ทั้งสองเลยเงียบแต่ยังทะเลาะกันด้วยสายตา โดยมีสินีนาฎคอยห้ามนาง

    ซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่า “พวกเธอเคยได้ยินเสียงปาฏิหาริย์คืนเงียบสงัดไหม” นางกับสายสุดาตอบพร้อมกันว่าไม่เคยได้ยิน ซิสเตอร์ออเดรย์จึงเล่าเหมือนเล่านิทานให้เด็กฟังว่า...

    “ในสมรภูมิแห่งหนึ่ง แม้ตลอดสงครามทุกคนจะสู้รบกันอย่างดุเดือด แต่ในคืนคริสต์มาสอีฟของปีนั้น ท้องฟ้าเหนือสมรภูมิมืดสนิท อากาศก็หนาวจัด ทหารของทั้งสองฝ่ายต่างพร้อมใจกันหยุดยิง และในความเงียบสงัดนั้นเอง เสียงเพลงจากฝ่ายหนึ่งก็ดังขึ้น...” ออเดรย์กอดนางกับสายสุดาไว้คนข้าง ทุกคนเป่าเทียนให้ดับ ข้างหน้าพระอาทิตย์กำลังขึ้นอย่างสวยงาม นางกับสายสุดายิ้มให้ซิสเตอร์ออเดรย์แล้วมองหน้ากัน

    “Merry Christmas นะเด็กๆ” ซิสเตอร์ออเดรย์เอ่ยขึ้น

    “Merry Christmas, Madam.” นางกับสายสุดายิ้มให้กัน หันไปเมอรี่คริสต์มาสกับเพื่อนๆ แล้วกอดกันบรรยากาศชื่นมื่น...

    ooooooo

    เช้านี้ ธนาธิปเข้ามาในห้องทำงานที่บ้าน เขามองกลองของขวัญที่จะมอบให้สายสุดาพลางก็นึกถึงนางที่แนะนำว่าให้เขาง้อสายสุดา ซื้อของขวัญให้ในวันคริสต์มาสรับรองดีใจไปสามโลกแปดโลกเลย

    เมื่อสายสุดามาตามนัดและพากันไปกินอาหารเช้าที่บันลือจัดให้แล้ว ธนาธิปมอบของขวัญวันคริสต์มาสให้ เธอดีใจจนน้ำตาคลอ ธนาธิปถามว่าไม่แกะดูก่อนหรืออาจไม่ถูกใจก็ได้ สายสุดาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพูดเกือบฟังไม่รู้เรื่องว่า

    “ชอบสิคะ สายไม่คิดว่าพี่ธิปจะนึกถึงสายด้วย แค่นี้สายก็ดีใจมากแล้วค่ะไม่สำคัญว่าเป็นอะไร มันมีค่าทางจิตใจมากค่ะพี่ธิป...”

    ธนาธิปมองอย่างคิดไม่ถึงว่าการกระทำของตนจะมีค่าต่อสายสุดามากถึงเพียงนี้ เขาลูบหัวน้องสาวต่างแม่อย่างอ่อนโยน สายสุดายิ่งร้องไห้ ซึ้งใจกับสัมผัสนี้ของพี่ชาย

    พวกนักเรียนต่างเตรียมไปเที่ยวตันหยงบุหงากันอย่างตื่นเต้น ขณะเดียวกันเด่นชาติกับเอมอรก็เตรียมไปเยี่ยมนางที่ตันหยงบุหงาเช่นกัน แต่พอเอ่ยถึงตันหยงบุหงา เด่นชาติก็เงียบไปจนเอมอรแซวว่ามีความหลังอะไรที่นั่นหรือเปล่า เด่นชาติบอกว่าก็มีบ้างแต่คู่ชีวิตของตนมีแค่เธอคนเดียว

    คุณแม่อธิการกับซิสเตอร์ออเดรย์รู้อดีตของเทเรซ่าดี เมื่อจะไปตันหยงบุหงาที่ที่เทเรซ่ามีความหลังที่เจ็บ ปวด คุณแม่อธิการถามออเดรย์ว่าเทเรซ่าเป็นอย่างไรบ้าง ออเดรย์บอกว่าตั้งแต่อภิรดีมาอยู่ในคอนแวนต์เทเรซ่าก็สะเทือนใจมากแล้ว ตอนแรกเทเรซ่าก็จะไม่ไปตันหยงบุหงา ถามคุณแม่อธิการว่าหรือตนจะอนุญาตให้เธออยู่เฝ้าโรงเรียนดี

    “อะไรกัน นี่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ซิสเตอร์เทเรซ่าต้องฝึกตัวเองให้กล้าหาญ แทนที่จะหนีหน้าเด็กคนนี้ ซิสเตอร์ เทเรซ่าจะต้องกล้าเผชิญหน้า แม้กระทั่งกับพ่อของอภิรดีเวลาที่เขามาขอเยี่ยมลูก” ออเดรย์ถามว่าจะไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือ “เราสละโลกีวิสัยมายึดทางนี้แล้ว เราต้องต่อสู้กับทุกอย่างได้ดีกว่าคนที่ยังตัดกิเลสไม่ได้ การให้ยาขมไม่ได้แปลว่าร้ายเสมอไปหรอกนะคะซิสเตอร์ออเดรย์”

    ทั้งคุณแม่อธิการและซิสเตอร์ออเดรย์มองซิสเตอร์เทเรซ่าอย่างเห็นใจและเข้าใจ...

    ooooooo

    การไปเที่ยวตันหยงบุหงา 10 วันครั้งนี้ ทางคอนแวนต์จัดให้ซิสเตอร์ริต้าไปช่วยดูแลเด็กๆด้วย ซิสเตอร์ออเดรย์บอกพวกเด็กๆว่าอย่าไปซนใส่แกมากเพราะแกขี้น้อยใจ

    ระหว่างที่ทางคอนแวนต์จัดไปเที่ยวที่ตันหยงบุหงา คัมพล คริส มนตรีและมามุที่หัวใจอยู่กับสาวคอนแวนต์ก็ตามหัวใจตนไปด้วย

    ฝ่ายธนาธิปก็มีงานต้องไปกัวลาลัมเปอร์ บอกบันลือว่าตนจะไปสามวันมีปัญหาอะไรให้แจ้งได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง บันลือบอกว่าทางนี้ไม่น่ามีอะไรแต่ทางตันหยงบุหงาไม่แน่ เพราะรัฐมนตรีเด่นชาติกับเอมอรแจ้งมาว่าจะไปเยี่ยมอภิรดีที่นั่นอาทิตย์หน้า ถามธนาธิปว่าเขาไม่ไปด้วยหรือเพราะมีเด็กในปกครองอยู่ที่นั่นด้วย ไปเยี่ยมหน่อยก็ดี

    พอคณะของคอนแวนต์ไปถึงตันหยงบุหงา นางก็เป็นหัวโจกชวนเพื่อนๆลงเล่นน้ำกัน ซิสเตอร์ออเดรย์ให้จรรยาดูแลน้องๆด้วย

    เมื่อมาเห็นตันหยงบุหงา เทเรซ่าก็นึกถึงและเจ็บปวดกับอดีต เพราะที่นี่เธอได้เจอกับเด่นชาติที่เวลานั้นต่างก็อยู่ในวัยหนุ่มสาว และก็มีใจต่อกัน ต่อมาเด่นชาติต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษ เทเรซ่าร้องไห้เขาดึงเธอเข้าไปกอดปลอบว่าไปไม่กี่ปีก็กลับแล้ว

    แต่เด่นชาติไม่เพียงไม่กลับ เทเรซ่ายังเห็นภาพข่าวการแต่งงานของเขากับเอมอรลูกสาวเจ้าสัวอย่างเอิกเกริกด้วย เทเรซ่าเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าทั้งน้ำตา เธอเดินเข้าโบสถ์สู่อ้อมแขนของพระเจ้า แม่ชีออเดรย์กอดปลอบโยนว่า

    “ไม่เป็นไรแล้ว พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งหนู พระเจ้าจะประทานความเข้มแข็งเพ่ือให้หนูข้ามผ่านความทุกข์ไป”

    ซิสเตอร์ออเดรย์เห็นซิสเตอร์เทเรซ่ายืนมองทะเลคิดถึงความหลังอยู่ เดินเข้าไปถามว่า

    “ยังคิดถึงอดีตอีกเหรอ...” เทเรซ่าไม่ตอบ “ทุกครั้งที่คลื่นซัดมา ทรายก็จะเปลี่ยนไปไม่เคยเหมือนเดิม ใจคนก็เหมือนกัน แปรเปลี่ยนไปได้ตลอด นี่แหละคือสิ่งที่ธรรมชาติกำลังสอนไม่ให้เรายึดติดกับอะไร โดยเฉพาะอดีต”

    “แต่วันนี้ อดีตมันกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเราเลยนะคะซิสเตอร์ ดิฉันเห็นหน้าอภิรดีทีไร...มัน...” เทเรซ่าไม่ทันพูดจบเสียงนางก็ร้องทักขึ้น บอกว่าตนเห็นซิสเตอร์ เทเรซ่าเดินหน้าเศร้ามาทางนี้เลยเป็นห่วง นางมองหน้าเทเรซ่าแล้วจู่ๆก็ร้องไห้บอกว่า “นางคิดถึงบ้าน คิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่ ทุกทีเวลามาทะเลนางก็มากับที่บ้าน ไม่เคยมาแบบไม่มีคุณพ่อคุณแม่มาด้วยนางคิดถึงบ้านค่ะมาดาม”

    ซิสเตอร์ออเดรย์กอดปลอบนาง เทเรซ่าก็กอดปลอบนางทั้งที่หัวใจตัวเองยิ่งแตกสลาย

    ooooooo

    นางกับจอยคามที่เป็นนักว่ายน้ำท้าแข่งกันว่ายน้ำไปที่ประภาคารซึ่งกะด้วยสายตาห่างไปประมาณ 200 เมตรแต่พอว่ายไปไม่ทันถึงประภาคาร จอยคามก็เป็นตะคริวจมน้ำผลุบๆ โผล่ๆ มีนาดูอยู่ที่ชายหาดร้องกรี๊ดว่ามีคนจมน้ำ

    ซิสเตอร์ออเดรย์บอกให้รีบโทร.ตามหน่วยกู้ภัย จรรยาโทร.แล้วบอกว่าหน่วยกู้ภัยจะมาถึงภายในสิบนาที

    แต่ที่ทะเล สถานการณ์คับขัน จอยคามตะโกนบอกนางว่าตนเป็นตะคริว นางโผเข้าไปถามว่าเธอเคยช่วยคนตกน้ำไหม ให้ทำตัวเบาๆเฉยๆแล้วนางก็เอาแขนโอบรอบไหล่จอยคามพยุงไว้ แล้วพาว่ายเข้าฝั่ง เมื่อปลอดภัยแล้วจอยคามขอบใจนาง

    “ขอบใจทำไม ฉันจะปล่อยให้เพื่อนตายอยู่กลางทะเลได้ยังไง”

    พวกที่ฝั่งเห็นนางพาจอยคามว่ายเข้ามาก็ดีใจที่ทั้งสองปลอดภัยแล้ว เมื่อมาถึงฝั่งทั้งซิสเตอร์และเพื่อนๆ ต่างช่วยดูแลทั้งสองกันโกลาหล ท่ามกลางความชุลมุน จอยคามที่เคยแต่ทำตัวเป็นคู่ปรับกับนางตามสายสุดา มองนางอย่างขอบคุณเมื่อนางมองมาก็ยิ้มให้ นางยิ้มตอบอย่างจริงใจ

    เมื่อกลับมากันแล้ว ซิสเตอร์เรียกประชุมจัดการปัญหา นางกับจอยคามต่างโทษตัวเองและยอมรับผิดเอง

    “ฉันขอสั่งกักบริเวณทุกคน ห้ามออกจากบ้านพักตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป พวกฉันจะประชุมกันก่อนแล้วจะแจ้งให้ทราบว่าบทลงโทษพวกเธอคืออะไร เอาล่ะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาทานน้ำชา วันนี้เรามีแขก”

    พอออกจากห้อง จอยคามขอบใจนางอีกครั้งที่ช่วยตน นางบอกว่าไม่เป็นไร เพื่อนกันตนปล่อยให้เธอเป็นอะไรไม่ได้หรอก ต่างยิ้มให้กันอย่างจริงใจ จรรยาเร่งว่าเมื่อเข้าใจกันแล้วก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย

    “ที่มาดามบอกว่าจะมีแขกมาดื่มน้ำชา ตื่นเต้นเนอะ อยากรู้จังว่าจะเป็นใคร” มาเรียเปรยเพื่อนๆก็พากันกรี๊ดกร๊าด

    เมื่อได้เวลานัด คัมพล คริส มนตรี และมานุ ทยอยกันเดินเท่เข้ามา พวกสาวๆต่างสะเทิ้นเขินอายบ้างก็หยอกล้อคู่ของเพื่อน จนซิสเตอร์ฟรานซิสปรามให้สงวนกิริยาไว้บ้างอย่าให้น่าเกลียดนัก

    หนุ่มๆเข้ามาอย่างเรียบร้อยแล้ว ซิสเตอร์ออเดรย์บอกนักเรียนหญิงที่นั่งเหนียมกันว่า

    “เอาล่ะทุกคน วันนี้เรามีแขกพิเศษมาดื่มน้ำชากับเราตามคำเชิญของซิสเตอร์ฟรานซิส” ทุกคนฮือฮาอย่างเหลือเชื่อ “พวกฉันให้ในสิ่งที่พวกเธอร้องขอ ก็คือความเชื่อใจ หวังว่าพวกเธอจะประพฤติตัวให้ดี สมกับที่พวกฉันไว้ใจ”

    “เชิญทุกคนนั่งที่นะคะ เราจะได้ดื่มน้ำชากัน” ซิสเตอร์เทเรซ่าเอ่ย

    หนุ่มๆเดินมานั่งตรงข้ามสาวๆอย่างเรียบร้อย ระวังตัว ซิสเตอร์ออเดรย์เดินมาที่โต๊ะเพื่อนำสวด ทุกคนประสานมือตั้งใจสวดตาม...

    ooooooo

    สวดมนต์แล้วทุกคนนั่งดื่มน้ำชาและทานขนมกัน นางถามคัมพลว่าทำท่าไหนมาดามถึงยอมให้มาดื่มน้ำชากับพวกเรา คัมพลบอกว่า ก็...ไม่ได้ทำอะไร พวกตนไว้ใจได้มาดามทราบ

    ระหว่างนั้นสินีนาฎสะกิดให้นางดูจอยคามส่งสายตาให้มนตรี บอกว่าคนที่ไว้ใจไม่ได้น่าจะเป็นฝั่งเรามากกว่า นางมองฮองลันกับมาเรียที่นั่งเบียดกันบิดเขิน ก็แซวว่าดื่มชาวันนี้ไม่ต้องใส่น้ำตาลแล้วมั้ง มาเรียเตือนนางว่าเดี๋ยวมาดามก็ดุหรอก

    “ฉันจะไม่ดุอภิรดีหรอก จะดุเธอนี่แหละ นั่งให้มันดีๆ ฮองลันด้วย” ซิสเตอร์ฟรานซิสเสียงเข้ม ฮองลันกับมาเรียเลยรีบนั่งตัวตรงแข็งทื่อ พอดีซิสเตอร์ออเดรย์ เทเรซ่าและมาการิต้าเดินเข้ามาสมทบ ออเดรย์ถามว่าสรุปเรื่องคดีเป็นอย่างไร

    คัมพลบอกว่าคงจะจบเร็วๆนี้ ตำรวจจับพวกนักเลงได้ทั้งหมด ส่วนเดวิดกับปีเตอร์ถูกไล่ออก คัมพลพูดอย่างเสียใจว่า

    “พวกผมไม่เอาเรื่องกับสองคนนั้น หวังว่าอย่างน้อย ก็น่าจะยังได้อยู่ในโรงเรียนต่อ ถ้าวันนั้นเดวิดกับปีเตอร์ไม่กลับใจ พวกผมอาจจะไม่รอดแล้วก็ได้”

    “แต่เธอรู้ใช่ไหมว่ามันไม่ใช่ความผิดของเธอ ฉันเชื่อว่ามีหลายครั้งที่สองคนนี้สามารถกลับตัวได้แต่เขาก็ไม่ทำ เขาปฏิเสธโอกาสในชีวิตของเขาไป จนในที่สุดเมื่อเขาตัดสินใจมันก็สายเกินไป แต่...” ฟรานซิสหยุดแค่นั้นนางถามว่าแต่อะไร

    “แต่...ทั้งหมดนี้เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ถึงแม้ในวันนี้มันอาจจะดูตีบตันสำหรับพวกเขา แต่เชื่อเถอะว่าพระองค์จะเตรียมทางเดินใหม่ๆในโอกาสใหม่ๆไว้ให้เขาเสมอ” ออเดรย์ตอบแทน

    “สิ่งที่เราทำได้ก็คือตักเตือน อธิษฐานให้เขาว่าเมื่อโอกาสใหม่ๆมาถึงอีกครั้ง พวกเขาจะเลือกเดินไปในทางที่ถูกต้อง” มาการิต้าเสริม

    “หน้าที่ของพวกเธอไม่ใช่การมานั่งโทษตัวเอง แต่คือการเรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วไม่ทำผิดซ้ำอีก เข้าใจไหมจ๊ะ” ออเดรย์ปิดท้าย ทุกคนตอบรับพร้อมกันแล้วทานขนม ริต้าเดินมาถามพวกคัมพลว่าจะอยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันไหมวันนี้ตนเตรียมผักโขมไว้เป็นเมนูพิเศษ ทุกคนได้ยินเมนูผักโขมก็ทำหน้าสยอง

    “เอ่อ ไม่เป็นไรดีกว่าครับ” คริสรีบบอก คัมพลก็บอกว่าแค่ทานน้ำชาก็เกรงใจมากแล้ว

    พวกเด็กผู้ชายช่วยกันพูดเอาตัวรอดจากเมนูผักโขม พอออกมาได้ก็ตรงไปที่ร้านซีฟู้ดริมหาด กุ้งปูที่สั่งมาถูกหยิบกันคนละหนุบละหนับแป๊บเดียวก็เหลือแต่จานเปล่า จากนั้นจึงเริ่มคุยกันถึงเมนูผักโขมอย่างสยอง มนตรีถามว่านานๆได้บุกถ้ำเสือทีทำไมถึงทิ้งกันมาง่ายๆ

    คัมพลบอกว่าไม่นานก็ได้เจอเพราะอีกไม่กี่วันพ่อตนจะมาพ่อแม่นางก็น่าจะมาด้วยเห็นว่าจะรับออกไปเที่ยวข้างนอก

    “อั๊ยย่ะ แหม พ่อแม่เป็นใจเหลือเกิ๊น” คริสทึ่ง

    “แน่อยู่แล้ว ไม่มีใครเหมาะกับนางมากไปกว่า...” คัมพลพูดทิ้งไว้แค่นั้นเป็นนัย...

    ooooooo

    ที่บ้านอโณทัย...พิทักษ์กับเอมอรคุยกับเด่นชาติ กันถึงนางว่าที่สะใภ้ที่ทาบทามไว้เป็นมั่นเป็นหมาะแล้ว โดยพิทักษ์จะให้นางแต่งกับทัศนัยลูกชายคนโต เพราะนางน่าจะเหมาะกับคนที่เป็นผู้ใหญ่หน่อย

    “ไม่ได้เจอกันนานมากนะ แกส่งไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เด็กเลยนี่” เด่นชาติเอ่ย

    “ใช่ วันก่อนคุยกัน ฉันส่งรูปยายนางไปให้ดู ทัศนัย ตอบกลับมาว่าน่ารักดี”

    “เออออกันไปขนาดนี้ เราจะไม่ถามลูกสักคำเหรอคุณ” เอมอรติง

    “ไว้ให้เรียนจบก่อนดีกว่ายังมีเวลา แต่ผมเชื่อนะว่ายายนางจะเชื่อผม เรื่องอื่นผมยอมได้ แต่จะให้ลูกสาวคนเดียวของผมไปอยู่กับคนที่ผมไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า ผมทนไม่ได้” เด่นชาติยืนยัน เอมอรฟังแล้วบอกว่า ตนแอบรู้สึกว่าสองคนไม่ยุติธรรมกับคัมพลเลย พิทักษ์ตอบแทนลูกชายคนเล็กว่า

    “คัมพลเป็นเด็กสบายๆ ผมว่าเขาเหมาะกับผู้หญิงที่พร้อมจะเข้ามาจัดการวางแผนชีวิตให้เขาได้”

    ooooooo

    สายสุดากลับมาอยู่ที่บ้านแล้วแต่ไม่พบนวลใยผู้เป็นแม่เพราะอัคราใช้ให้ไปดูที่ดินที่ลำพูน แม้นวลใย จะบอกว่าสายสุดากำลังจะกลับบ้าน อัคราก็ไม่สนใจเดินออกไปเลย นวลใยได้แต่เศร้าเพราะอยู่ในฐานะที่ต้องขึ้นต่ออัคราอย่างไม่มีเงื่อนไข

    แม้สายสุดาจะมีแก่ใจถักผ้าพันคอมาฝาก อัครา บอกอย่างไม่แยแสว่าวันหลังไม่ต้องทำ เสียเวลาเรียน ส่งคืนให้บอกว่าที่นี่อากาศร้อน เอาไว้ใช้เองเถอะ สายสุดาเก็บผ้าพันคอใส่ลิ้นชักล็อกกุญแจไว้อย่างน้อยใจ...เสียใจ

    วันนี้ขณะสายสุดาเดินผ่านห้องรับแขกได้ยินอัคราคุยกับเพื่อนสามีภรรยาที่มาเยี่ยมเยือน สามีถามว่าได้ข่าวว่าลูกสาวคนเล็กปิดเทอมกลับมาอยู่ที่บ้านไม่ทราบว่าโตแค่ไหนแล้ว อัคราบอกว่าปีหน้าก็จะจบมัธยมปลาย

    “แบบนี้จะส่งไปเรียนต่อต่างประเทศไหมคะ กลับมา จะได้โก้เหมือนตาธนาธิป” ฝ่ายสามีถามว่าสายสุดานี่คนละแม่กับธนาธิปใช่ไหม จำได้ว่าเป็นลูกแม่นวลใย

    “อืม...ถ้าได้ไปเรียนต่อเมืองนอก ก็วาสนาเด็กนะคะ”ภรรยารำพึง

    อัคราหน้าตึงนิดหนึ่ง สายสุดาคิดว่าพ่อก็คงดูถูกตนเหมือนกัน ผละไปจากตรงนั้นเงียบๆ พอไปถึงห้องนอนก็ดูรูปถ่ายตนพ่อ กับแม่ เธอคว่ำสองรูปนั้นลง ส่วนที่ถ่ายกับธนาธิปที่เธอรักมาก เธอมองแล้วเบือนหน้าหนี แต่พอเห็นรูปที่ถ่ายกับมีนาและจอยคามก็เพ่งมองกอดรูปร้องไห้ คิดถึงเพื่อนและโรงเรียนมาก แต่ไม่มีความอบอุ่นผูกพันกับบ้านเลย

    แต่หารู้ไม่ว่าจอยคามกับมีนาที่ไปเที่ยวตันหยงบุหงากับเพื่อนๆสนิทสนมและกลายเป็นเพื่อนสนิทของนางไปแล้ว

    ooooooo

    อาหารมื้อเย็นวันนี้ริต้าผัดผักโขมให้กิน พอยกจานมาเด็กๆเห็นผัดผักโขมเละๆ ก็ทำหน้าสยอง นางไม่ยอมกิน เพื่อนๆเลยพากันไม่กินไปด้วย

    ที่ห้องรับแขกบ้านพักซิสเตอร์ที่ตันหยงบุหงา บรรดาซิสเตอร์ประชุมกันถึงเรื่องนางกับจอยคามว่ายน้ำไปไกลจนเกิดเรื่องว่าจะลงโทษอย่างไรดี เทเรซ่าเสนอว่าถ้าจะทำโทษก็ควรทำสถานเบาถ้าหนักเกินไปก็ดูจะทำร้ายน้ำใจอภิรดีที่ช่วยชีวิตจอยคาม ซิสเตอร์ ฟรานซิสจึงสรุปว่า

    “ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้นะคะ เราจะลงโทษสองคนนั้นสถานเบาเพราะเห็นแก่ความดีของอภิรดีที่ช่วยจอยคาม พรุ่งนี้จะให้อภิรดีและจอยคามงดเล่นน้ำ ให้ไปช่วยมีเนาะในห้องรีดเสื้อ งดนมสดตอนสายและของว่างตอนบ่ายเห็นด้วยไหมคะ”

    ทุกคนพยักหน้า

    ซิสเตอร์มาการิต้ากลับเข้ามาห้องอาหารพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์เห็นผัดผักโขมยังเหลือเขละ เด็กๆพากันนั่งตัวลีบดูว่ามาการิต้าจะทำอย่างไร มาการิต้ามองแล้วเดินออกไปเงียบๆ ครู่หนึ่งก็กลับเข้ามาพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์

    ซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่าอยากลองดีกันใช่ไหม นี่เป็นครั้งแรกที่ตนให้ซิสเตอร์มาการิต้ามาดูแลพวกเธอ แล้วมาทำแบบนี้ไม่ไว้หน้ากันเลย ถามว่าใครเป็นตัวตั้งตัวตีไม่ยอมกินอาหารให้หมด นางบอกว่า “หนูเองค่ะมาดาม”

    “กลับเข้าห้องนอนไป ฉันกักบริเวณพวกเธอจนกว่าจะเช้า!” ซิสเตอร์ออเดรย์เสียงเข้ม

    ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งแต่พอเข้าห้อง นางก็บอกเพื่อนๆว่ากักได้แต่ตัว แต่กักวิญญาณพวกเราและของมิสเตอร์ผีไม่ได้ แล้วชวนเพื่อนๆเล่นผีถ้วยแก้วกัน เพื่อนๆถามว่าจะดีหรือ นางถามว่าพวกเธอไม่อยากรู้ชื่อของเนื้อคู่ตัวเองหรือ ฮองลันเอาด้วยก่อนเพื่อน แล้วทุกคนก็เอาด้วย มาเรียตื่นเต้นมากยกมือขึ้นบอกว่า “ฉันขอถามก่อน!!”

    นางอธิบายการเล่นผีถ้วยแก้วแล้วเริ่มเล่นกันอย่างตื่นเต้น ลุ้นอยากรู้ชื่อเนื้อคู่ของตัวเอง สุดท้ายนางถามให้สินีนาฎก่อน ทุกคนเอามือแตะก้นถ้วยที่คว่ำอยู่ลุ้นกันระทึกว่าถ้วยแก้วจะหยุดที่อักษรตัวไหน ปรากฏว่าหยุดที่ตัวซี ทุกคนถามกันว่าใครน่ะ?? สินีนาฎหน้าเสียบอกว่าถามให้คนอื่นเถอะ นางร้องบอกอย่างตื่นเต้นว่า

    “เฮ้ย...ฉันรู้แล้ว พี่ชัยพงษ์แน่ๆ”

    เพื่อนๆพากันกรี๊ด แต่สินีนาฎหน้าเสียเพราะใจเธอไม่ได้อยู่ที่ชัยพงษ์...

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์