นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    นางอาย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ขณะไปเดินซื้อของ ธนาธิปบอกสินีนาฎว่า แม่เธอดีใจมากเมื่อรู้ว่าเธอได้เรียนต่อที่นี่ บอกให้เธอตั้งใจเรียน ต่อไปจะได้เป็นที่พึ่งของแม่ แต่ก็บอกว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปกดดันตัวเองถ้ามีปัญหาปรึกษาตนได้เสมอ

    สินีนาฎมองธนาธิปเคลิ้ม หลงใหลในความอ่อนโยนอบอุ่นของเขา

    วันต่อมานางบอกสินีนาฎว่าคัมพลนัดชัยพงษ์ให้แล้ว เขาจะมาเยี่ยมเย็นนี้ เมื่อพบกันสินีนาฎยื่นของขวัญให้ เขาถามว่าเนื่องในโอกาสอะไร เธอบอกว่าแทนคำขอบคุณเพราะถ้าไม่ได้เขาตนก็คงไม่ได้เรียนที่นี่ต่อ เมื่อเรียนจบตนต้องทดแทนพระคุณที่อุปการะตน

    “พี่ไม่ได้เป็นคนอุปการะสิ” สินีนาฎตะลึง เขาชี้แจงว่า “ความจริงพี่อยากทำแบบนั้น แต่พอติดต่อมาที่โรงเรียนถึงได้รู้ว่ามีคนมาช่วยสิไปแล้ว” สินีนาฎถามว่าเขาเป็นใคร “พี่บอกไม่ได้ แต่เมื่อถึงเวลา เขาจะมาพบสิด้วยตัวเอง”

    สินีนาฎมอบของขวัญให้บอกว่าถือเป็นของขวัญขอบคุณที่ “คุณ” พูดความจริงและมีน้ำใจที่ช่วยตนมาหลายครั้งแล้ว

    “งั้นเรียกพี่ว่าพี่ชัยพงษ์ก็พอ ไม่ต้องเรียกคุณแล้วนะ มันเขิน”

    พอคัมพลรู้ก็ถามชัยพงษ์ว่าแล้วเงินที่ยืมจากคุณพ่อหายไปไหนหมด แล้วคัมพลก็เซ็งเมื่อชัยพงษ์บอกว่า แต่งมอ’ไซค์ เปรยๆว่าถ้าพ่อรู้โดนด่าเปิงแน่ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าปักลายสวยที่สินีนาฎให้ขึ้นมาดูอย่างปลื้มอกปลื้มใจ

    พอนางรู้ว่าผู้อุปการะสินีนาฎไม่ใช่ชัยพงษ์ก็ลิ่วไปหาธนาธิปด้วยความอยากรู้ว่าผู้อุปการะตัวจริงคือใครแน่ แล้วเธอก็ได้รู้ เมื่อเห็นใบเสร็จจ่ายค่าเล่าเรียนของสินีนาฎจ่ายในนามธนาธิปและจดหมายขอบคุณของสินีนาฎที่วางอยู่บนโต๊ะ

    “รู้แล้วอย่าพูดไป ถ้าไม่อยากให้สายสุดาอาละวาดมากไปกว่านี้” ธนาธิปย้ำเมื่อนางรู้ความจริง

    ooooooo

    ระหว่างวิคตอเรียคอนแวนต์กับจอร์จทาวน์อะคาเดมี่ มีประเพณีการแข่งขันยิงธนูกันทุกปี โรงเรียนที่ชนะจะได้รับรางวัลพิเศษจากท่านกงสุลใหญ่แห่งประเทศไทย

    ที่วิคตอเรียคอนแวนต์ผู้ที่คว้าชัยชนะครั้งแรกคือสายสุดากับจรรยา คราวนี้สายสุดาก็ชนะได้ไปชิงรางวัลท่านกงสุลอีก สายสุดาเยาะเย้ยนางว่าอดชิงรางวัลท่านกงสุลเลยสินะ มีนากับจอยคามทำตัวเป็นลูกคู่เย้ยว่า

    “แข่งกับใครไม่แข่งมาแข่งกับสายสุดา”

    นางไม่โต้ตอบเพราะถือว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่หลังการแข่งขันยิงธนูแล้วจะมีงานปาร์ตี้น้ำชาสำหรับนักเรียนทุกคน ซึ่งเป็นเวลาที่นักเรียนแต่ละคนจะแต่งตัวอวดกันเฉิดฉาย นักเรียนอื่นๆ แกะกล่องเสื้อผ้าที่ทางบ้านส่งมากันอย่างตื่นเต้น มีแต่สินีนาฎที่ไม่มีใครส่งมาให้ เธอบอกนางว่าไม่เป็นไร ใส่ของเก่าก็ได้ นางบอกว่าเอาของตนก็ได้เดี๋ยวให้แม่ส่งมาใหม่

    แต่แล้วก็เซอร์ไพรส์เมื่อซิสเตอร์เทเรซ่าถือกล่องเข้ามาบอกสินีนาฎว่าผู้ปกครองเธอส่งมาให้ สินีนาฎดีใจมากบอกว่า

    “ผู้ปกครองของหนูใจดี ส่งมาให้ทุกอย่างเลย ขอบคุณค่ะมาดาม”

    ทั้งซิสเตอร์เทเรซ่าและนางต่างยิ้มให้สินีนาฎอย่างภูมิใจแทน แต่สินีนาฎยังขาดเสื้อผ้าของใช้ที่จำเป็น ธนาธิปอาสาจะพาไปซื้อให้ แต่ย้ำกับซิสเตอร์เทเรซ่าว่า

    “รบกวนซิสเตอร์ช่วยปิดเป็นความลับไปก่อน มันมีเหตุผลของมันน่ะครับ ถึงเวลาแล้วผมจะบอกสินีนาฎเอง”

    ธนาธิปพานางและสินีนาฎไปซื้อของใช้ผู้หญิงกัน นางยังแอบซื้อวีดิโอเกมใหม่เอี่ยมฝากธนาธิปเอาเข้าโรงเรียนให้ด้วยเพราะตนเอาไปเองเดี๋ยวโดนอิ๊บ

    ธนาธิปกลับไปไม่ทันไร ชัยพงษ์ก็มาพบนางที่ประตูข้างโรงแรมฝากกล่องเล็กๆสีฟ้าอ่อนให้นางเอาไปให้สินีนาฎ

    นางเอาไปให้สินีนาฎบอกว่า “ผู้อุปการะ”ฝากมาให้กำลังใจ สินีนาฎพยายามถามนางว่าบอกไม่ได้หรือว่าใครเป็นคนให้ นางยืนยันบอกไม่ได้เพราะตนสัญญาแล้วว่าถ้าบอกขอให้หน้าเป็นปลวก สินีนาฎขำบอกว่างั้นไม่ถามก็ได้ แต่พอเข้านอน ก็กอดกล่องของขวัญไว้แนบอก บอกตัวเองว่า

    “แต่จะต้องรู้ให้ได้ว่าใครคือผู้ปกครองแสนดีของฉัน”

    ทุกอย่างอยู่ในสายตาของสายสุดาที่จับตามองอยู่อย่างริษยาอยากรู้อยากเห็นว่าใครเป็นผู้ปกครองของสินีนาฎ รุ่งขึ้นจึงออกอุบายบอกซิสเตอร์ว่าเห็นหนูตัวใหญ่วิ่งเข้าไปในห้องเก็บเอกสาร ซิสเตอร์จึงไขกุญแจให้เข้าไปช่วยกันไล่หนูกลัวจะกัดเอกสาร นาง สินีนาฎสายสุดา มีนาและจอยคาม เข้าไปช่วยกันไล่หนูในห้องเก็บเอกสาร

    แต่สายสุดาต้องการหาแฟ้มประวัติของสินีนาฎอยากรู้ว่าใครคือผู้อุปการะสินีนาฎ พอเจอแฟ้มนางมาเห็นพอดีก็เลยรีบเดินหนี สินีนาฎเอะใจว่าในนั้นต้องมีชื่อผู้อุปการะตนตรงไปเปิดเจอพอดี นางตกใจกลัวสินีนาฎจะรู้ความจริงเลยแกล้งร้องว่าเห็นหนู สินีนาฎหลงเชื่อวิ่งไปไล่หนู และซิสเตอร์ออเดรย์ก็เข้ามาปิดลิ้นชักทันที

    นางยิ้มสมใจที่รักษาความลับชื่อผู้อุปการะสินีนาฎไว้ได้

    ooooooo

    วันนี้ฮองลันถูกทำโทษให้ถูพื้นฐานไปเกาะรั้วคุยกับนักเรียนชาย ฮองลันบอกว่าเขาเป็นพี่ชายตน ซิสเตอร์ฟรานซิสบอกว่าถึงเป็นพี่ชายก็ไม่ได้ กฎของโรงเรียนห้ามคุยกับนักเรียนชายที่รั้วติดกัน

    นางได้ยินเดินเข้าไปถามซิสเตอร์ฟรานซิสว่าห้ามทำไม ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการพูดของนักเรียนชัดๆ ซิสเตอร์บอกว่าถ้าไม่ห้ามก็จะถือโอกาสคุยกันแล้วชักชวนกันทำเรื่องไม่ดี นางถามว่าแล้วถ้าคุยกันเรื่องดีๆได้ไหม

    “ไม่ได้ วัยรุ่นชายหญิงเหมือนไฟกับน้ำ โรงเรียนป้องกันไว้ก่อนถูกแล้ว”

    “แต่โรงเรียนป้องกันนักเรียนตลอดชีวิตไม่ได้ ทำไมโรงเรียนไม่สอนให้รู้จักโลกภายอก จบไปก็เข้าสังคมเป็น ไม่โดนใครหลอกง่ายๆล่ะคะ” ซิสเตอร์ถามว่านักเรียนมีกี่คนซิสเตอร์มีกี่คน คิดว่าเฝ้าพวกเธอไหวไหม นางบอกว่าก็ไม่ต้องเฝ้า แต่ให้ไว้ใจกันนิดหนึ่ง ซิสเตอร์ฟรานซิสตัดบทอย่างหงุดหงิดก่อนเดินไปว่า

    “ขนาดห้ามยังแหกกฎ แล้วจะให้ไว้ใจยังงั้นเหรอ อภิรดี”

    ooooooo

    สินีนาฎถูกจอยคามกีดกันไม่ให้ซ้อมเปียโนอ้างว่าเธอไม่มีสิทธิ์เพราะผู้ปกครองเธอไม่ได้จ่ายค่าเรียนเปียโน พอดีซิสเตอร์ปอลลีนเดินเข้ามาท่าทางอารมณ์เสียคุมสติไม่อยู่ บอกสินีนาฎเสียงขุ่นว่า

    “ต่อไปนี้เปียโนหลังนี้จอยคามใช้ได้คนเดียว” ซ้ำถูกจอยคามเย้ยว่าเจียมตัวเสียบ้างแค่ได้เรียนที่นี่ก็บุญแล้ว

    สินีนาฎเสียใจร้องไห้วิ่งไปบอกนาง นางเลยพาไปที่บ้านพักกงสุล ถือวิสาสะให้สินีนาฎไปเล่นเปียโนของธนาธิป พอเขามาเจอก็บอกหน้าตาเฉยว่า มาดามไม่ให้สินีนาฎเรียนเปียโนเพราะไม่ได้จ่ายค่าเรียน เห็นเปียโนของลุงว่างอยู่เลยให้สินีนาฎมาเล่น คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม

    “ก็มาแล้วนี่” ธนาธิปมองสินีนาฎอย่างสงสาร นางยิ้มดีใจสุดๆ

    ooooooo

    ขณะที่สินีนาฎซ้อมเปียโนนั้น นางนั่งเล่นเกมยิงธนูอยู่หน้าโทรทัศน์จอใหญ่อย่างเมามัน ส่วนธนาธิปใส่หูฟัง ฟังเพลงคลาสสิกอยู่ข้างๆ นางเอียงหูเข้าไปฟังแล้วชวนมาเล่นกันดีกว่า

    “ไม่เอา ฉันเหนื่อยอยากพักผ่อน...เอาเล่มนี้ไปอ่าน มันเหมาะกับวัยของเธอ”

    นางไหว้แล้วรับไปเปิดดู พอเห็นตัวหนังสือดำพรืดเต็มหน้าก็ทำหมดแรงคอพับหลับคร่อก ธนาธิปถามว่าเธอจะทำทุกอย่างเพื่อความสนุกเท่านั้นเหรอ นางบ่นว่าเขาก็จริงจังเกินไป ถามว่าหัวเราะเป็นหรือเปล่า มองหนังสือบ่นว่าชาตินี้จะอ่านจบหรือเปล่าเนี่ย

    “ถ้ามีสมาธิก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้” นางบอกว่าตอนอยู่เมืองไทยครูให้นั่งสมาธิทีไรหลับทุกที ธนาธิปจึงอธิบายว่า “สมาธิหมายถึงการทำใจให้สงบนิ่ง ตั้งมั่นอยู่กับสิ่งที่ทำ ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิ”

    “สา...ธุ” นางยกมือไหว้ท่วมหัว “กว่าจะทำได้ นางคงแก่เท่าลุง” แล้วหันไปเล่นเกมต่อ ถูกธนาธิปดึงเกมจากมือแล้วยัดหนังสือใส่มือแทน นางทำหน้าเซ็ง ธนาธิป มองขำๆ แต่ที่ประตู สินีนาฎมาแอบดูอยู่ เธอมองธนาธิปอย่างปลื้ม...ต่อมาธนาธิปพูดกับบันลือหน้าตาเคร่งเครียดว่า “ผมคงต้องทำให้มันถูกต้องเสียที”

    เช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็ไปหาซิสเตอร์ออเดรย์แล้วบอกสินีนาฎว่า

    “ฉันขออนุญาตซิสเตอร์แล้ว ทุกเย็นวันศุกร์หลังเลิกเรียน เธอมาซ้อมเปียโนที่บ้านฉันได้”

    สินีนาฎไหว้ขอบคุณ ดีใจจนวิ่งไปเต้นไปสวนกับซิสเตอร์ออเดรย์ก็สวัสดีแล้ววิ่งต่อไป ซิสเตอร์ออเดรย์มองตามไปอย่างโล่งใจที่สินีนาฎหายเศร้าแล้ว

    ooooooo

    เพราะทั้งโรงเรียนมีคนเล่นยิงธนูอยู่เพียงสองคนคือจรรยากับสายสุดา จรรยาจึงเสนอให้นางมาหัดยิง นางชอบ บอกว่าท่าเท่ดี จรรยาให้นางลองดู นางตั้งท่าเท่แต่ยิงไม่เข้าเป้า ท่าดีทีเหลว

    “ตั้งสมาธิดีๆใจรวมเป็นหนึ่งกับธนู” จรรยาย้ำ พอนางทำตามก็ยิงได้เข้าเป้าเป๊ะ! สายสุดาอิจฉามาลากจรรยาออกไปบอกว่าไม่ต้องสอนแล้ว จรรยาถูกกระชากจนล้มแขนซ้น เมื่อจรรยาลงแข่งไม่ได้สายสุดาจับให้นางลงแทน นางไม่เอาบอกว่าไม่สนุก แต่สายสุดาเคี่ยวเข็ญแกมบังคับให้ลงแข่งเพราะตั้งใจไว้ว่าปีนี้ต้องชนะให้ได้ สั่งนางจับธนูขึ้นมาแล้วสอนให้ยิง

    “เงียบ!” นางเสียงดังจนสายสุดาหยุดกึก เพื่อนๆ พากันงง แล้วนางก็หลับตาทำหน้านิ่ง ใจสงบ นึกถึงคำพูดของธนาธิปที่ว่า “สมาธิ หมายถึงการทำใจให้สงบนิ่ง ตั้งมั่นอยู่กับสิ่งที่ทำ ถ้ามีสมาธิก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้” พอลืมตานางปล่อยลูกธนูออกไปจากคัน ลูกธนูพุ่งเข้าเป้าแต่ยังไม่ตรงกลาง สายสุดาบอกว่า ถือว่ายังไม่โอ เพราะทีมชายเขาโอกว่านี้เยอะ

    แต่ที่จริงทีมชายมีปีเตอร์ เดวิด คัมพล และเดวิด แตกคอกันเพราะเดวิดขี้เกียจซ้อม คัมพลบ่นว่าไม่เก่งแล้วยังขี้เกียจ เลยต่อยกัน เพื่อนห้ามก็ไม่หยุด จนบราเธอร์คว้าถังน้ำสาดใส่จึงได้สติ

    “พวกเธอเล่นกีฬาเพื่ออะไรกันแน่” บราเธอร์ดุ

    วันนี้คัมพลกับนางมาเกาะรั้วคุยกัน ส่วนฮองลันก็แอบส่งขนมให้พี่ชาย โดยมีสินีนาฎกับมาเรียเป็นยามเฝ้าอยู่มุมตึก พอมาเรียร้อง “แม่เสือมา!” นางกับฮองลันและคัมพลกับพี่ชายฮองลันต่างก็วิ่งผละจากรั้ว แต่ “แม่เสือ” ฟรานซิสเห็นแล้ว

    ทั้งหมดถูกลงโทษให้ใช้แปรงสีฟันคลานขัดพื้น โดยมีสายสุดาและพวกยืนหัวเราะเยาะอยู่

    ซิสเตอร์ฟรานซิสคุมไปอบรมไปว่าขัดพื้นแล้วขัดจิตใจไปด้วยโตขึ้นจะได้เป็นหญิงสาวที่สะอาดงดงาม นางบอกว่าพวกตนคุยกันดีๆ แต่ผู้ใหญ่คิดไปในทางที่ไม่ดีตลอด ฮองลันก็บ่นว่า ถ้าเราทำแต่เรื่องดีๆ ก็ไม่น่าห้ามเลย

    ooooooo

    นางกับสายสุดาและเพื่อนๆเสนอทางโรงเรียนขอจัดงานสังสรรค์ร่วมกันระหว่างโรงเรียนชายหญิง คุณแม่อธิการและซิสเตอร์จึงเรียกมาคุย ซิสเตอร์ฟรานซิสปฏิเสธทันที นางขอให้ฟังเหตุผลพวกตนก่อนได้ไหม

    “ไหนว่ามาสิจ๊ะ” ซิสเตอร์ออเดรย์อนุญาต

    “เด็กวัยรุ่นสนใจเพศตรงข้ามเพราะถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนซึ่งเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่สนใจเลยก็ผิดธรรมชาติ แต่ความสนใจก็แค่พูดคุยพบปะกิ๊วก๊าวดี๊ด๊าแค่นั้น ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องไม่ดีอย่างที่ผู้ใหญ่คิด” นางแจกแจง สายสุดาพูดต่อว่า

    “หนูคิดว่าโรงเรียนน่าจะฝึกให้นักเรียนเข้าสังคม รู้จักการมีปฏิสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามอย่างถูกต้อง”

    ooooooo

    คุณแม่อธิการฟังอย่างสนใจ ซิสเตอร์ฟรานซิสโต้ว่าตอนนี้มีหน้าที่เรียนก็ตั้งใจเรียนให้จบก่อน นางถามว่ามาดามไม่กลัวเด็กจบไปแล้วถูกผู้ชายหลอกหรือ ฟรานซิสที่เคยเป็นเด็กคอนแวนต์ใสซื่อแบบนั้นมาก่อนฟังแล้วอึ้ง แต่ก็ยังไม่เห็นด้วย ซิสเตอร์ออเดรย์แย้งว่า

    “เด็กสมัยนี้ไม่มีพ่อแม่พี่น้องคอยคุมถี่ยิบยี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนเมื่อก่อน ควรให้ได้เรียนรู้เรื่องภายนอก จะได้ทันคน”

    “แต่มันผิดกฎนะคะซิสเตอร์ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะเสียชื่อโรงเรียน”

    “ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เราจะไม่ให้เด็กๆ ได้พิสูจน์สิ่งที่เขาคิดบ้างเลยเหรอ อย่างน้อยก็ยังอยู่ในสายตาเรา หากสิ่งไหนไม่ดีเราจะได้ตักเตือนให้เป็นตัวอย่าง”

    “ทั้งที่อาจกลายเป็นการส่งเสริมให้เด็กโตก่อนวัย รู้ทั้งรู้ว่ามันต้องเป็นเรื่องเป็นปัญหาซิสเตอร์ยังยอมให้ทำอีกเหรอคะ” ซิสเตอร์ฟรานซิสเสียงดังจนนางกับสายสุดาตกใจ

    “ต่อให้มีรั้วเหล็กกั้นไว้เราก็ปกป้องเขาไม่ได้ทุกเรื่อง วันนึงเด็กๆ ก็ต้องเติบโตไปเผชิญโลกภายนอก เราสอนเขาได้แค่เพียงรักตัวเอง รู้จักคิดและรับมือกับปัญหา”

    กลายเป็นซิสเตอร์ฟรานซิสกับซิสเตอร์ออเดรย์โต้เถียงกันไปมา นางกับสายสุดาหันมองทางนั้นทีทางนี้ทีลุ้นใจเต้นตึ้กตั้ก

    ซิสเตอร์ฟรานซิสบอกว่าถ้าเพลี่ยงพล้ำไปแล้วมันกลับคืนมาไม่ได้ ซิสเตอร์ออเดรย์พูดอย่างเข้าใจว่า

    “ฉันรู้ว่าซิสเตอร์รักและเป็นห่วงพวกเขามาก ไม่อยากให้เจอปัญหาเหมือนกับ...” ซิสเตอร์ออเดรย์เกือบหลุดปากไปว่าเหมือนซิสเตอร์ฟรานซิสแต่ยั้งทัน พูดเลี่ยงไปว่า “พวกวัยรุ่นในข่าว...แต่เราต้องเชื่อในจิตสำนึกรักดีและให้เกียรติการตัดสินใจของเด็กว่าเขาจะเลือกหนทางที่มีแต่ขวากหนามหรือจะก้าวข้ามไปหาแสงสว่าง”

    ซิสเตอร์ฟรานซิสเถียงไม่ออก นางกับสายสุดาดีใจสุดๆ นางชื่นชมว่า

    “มาดามออเดรย์...นางฟ้าผู้ใจดี...เทพีปกป้องของเรา ถึงพวกเราจะเป็นเด็ก แต่เราก็มีชื่อเสียงต้องรักษาเหมือนกันนะคะ ให้โอกาสและไว้ใจพวกเราเถอะค่ะ”

    “หนูเป็นหัวหน้าเกรด ๑๐ จะช่วยนางดูแลเพื่อนๆ เองค่ะ” สายสุดารับปากแข็งขัน ทุกคนหันมองสงสัยว่าสองคนนี้ลงรอยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ต่างชื่นชมนางว่าเป็นผู้กล้าชัดๆ นางย้ำกับเพื่อนๆว่า

    “แต่พวกเธอต้องสัญญานะว่าจะไม่เหลวไหลไม่งั้นฉันกับสายสุดาโดนมาดามบี้หัวแน่ๆ” ทุกคนรับคำแข็งขัน

    สินีนาฎถามนางว่าทำยังไงสายสุดาถึงยอมช่วย นางหัวเราะบอกว่า “คนอย่างสายสุดา จะมีอะไร้...”

    แต่การยอมแลกครั้งนี้ก็ทำเอานางถูกสายสุดาจับเคี่ยวให้ซ้อมยิงธนูจนเนื้อตัวเจ็บไปหมด สายสุดาเอายาให้ทาบอกว่า

    “ฉันกลัวเธอหายไม่ทัน เดี๋ยวมาทำฉันแพ้ไปด้วย”

    ooooooo

    ถึงวันจัดปาร์ตี้ นักเรียนหญิงจากคอนแวนต์ต่างสดชื่นมีชีวิตชีวาอย่างมาก ส่วนนักเรียนชายก็เข้าแถวต้อนรับกันอย่างเท่แต่แอบหยิบหูหยิบตาให้ นักเรียนหญิงก็เขินกันแก้มแดง แต่แล้วก็สะดุ้งสงบเสงี่ยมเมื่อเสียง “แม่เสือ” ปรามมาตามแถว

    “ทำตัวให้เรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี ไม่งั้นฉันจะสั่งยกเลิกงานปาร์ตี้” เมื่อช่วยกันจัดสถานที่ “แม่เสือ” ก็ยังตามประกบกระหนาบ “ห้ามส่งสายตา ห้ามมอง ห้ามยิ้มให้เด็กผู้ชาย” ทุกคนรับคำก้มหน้าก้มตาจัดสถานที่จน “แม่เสือ” ยิ้มพอใจ แต่ซิสเตอร์ออเดรย์ที่ยืนดูอยู่ส่ายหน้ากับความเฮี้ยบของซิสเตอร์ฟรานซิส

    ธนาธิปที่เดินผ่านนางกับสายสุดาเพื่อไปที่โต๊ะประธาน เขาบอก “สู้ให้เต็มที่นะ” สายสุดาตอบอย่างมุ่งมั่นมากว่า

    “หนูจะชนะ...ไม่ทำให้ท่านกงสุลผิดหวัง”

    พอดีคัมพลถืออุปกรณ์ยิงธนูผ่านมานางยิ้มทักก็ถูกสายสุดาด่า “ยายบ้า! ยิ้มให้ศัตรูทำไม” นางบอกว่าก็แข่งกันสนุกๆไม่ได้รบกัน “แต่ฉันไม่สนุก ฉันต้องการเอาชนะ” สายสุดาตึงเครียดจนนางบ่นว่าบ้าชนะจนสมองไปหมดแล้ว

    เมื่อได้เวลาแข่งขันยิงเป้านิ่งสายสุดายิงเข้าเป้าทุกดอก แต่นางวืดทุกดอกจนถูกดุ ผลคือฝ่ายชายชนะ นางยกแม่โป้งให้คัมพล สายสุดาพาลโกรธคัมพลและมุ่งมั่นจะเอาชนะให้ได้ เมื่อแข่งยิงเป้าเคลื่อนที่เธอจึงง้างธนูสุดแรงแล้วปล่อยลูกธนูออกไป

    “โอ๊ย...” สายสุดาร้องเจ็บที่กล้ามเนื้อแขนเพราะเกร็งมากเกินไป เธอเจ็บจนต้องออกจากการแข่งขัน เดวิดเย้ยว่าเจ็บเท่ามดกัดร้องอย่างกับถูกช้างเหยียบ ซิสเตอร์เทเรซ่าบอกให้ยอมแพ้เถอะ เพราะสายสุดาลงแข่งไม่ได้แล้ว

    “ถึงมีคนเดียวก็จะแข่งค่ะ” นางยืนยัน มองหน้าสายสุดาย้ำว่า “เราสัญญากันแล้ว” สายสุดามองซึ้งและพยักหน้าให้กำลังใจ

    เพราะพวกคัมพลกับเดวิดไม่กินเส้นกันทำให้ไม่มีสมาธิยิงธนูไม่เข้าเป้าต่างด่ากันว่า “ห่วย” และ “กระจอก”

    นางยืนนิ่งรวมสมาธินึกถึงคำพูดของธนาธิปที่ว่า “สมาธิหมายถึงการทำใจให้สงบนิ่ง ตั้งมั่นอยู่กับสิ่งที่ทำ” หยิบลูกธนูขึ้นพาดสายง้าง พอเทเรซ่าให้สัญญาณปล่อยเป้าเคลื่อนที่นางปล่อยลูกธนูออกไปทันที ลูกธนูพุ่งเข้าเป้าอย่างแม่นยำสวยงาม เสียงปรบมือโห่ร้องก้องโรงยิม สายสุดายิ้มปลื้มน้ำตาซึม

    “ทีมที่ชนะในปีนี้ได้แก่....ทีมวิคตอเรียคอนแวนต์” ซิสเตอร์ออเดรย์ประกาศผล สายสุดาขึ้นไปรับถ้วยและนางขึ้นไปรับช่อดอกไม้ ทุกคนปรบมือให้กับความสำเร็จนี้ ธนาธิปเอ่ยชมว่า

    “เก่งมากทั้งสองคน สู้แม้จะเสียเปรียบก็ไม่ยอมแพ้ ฉันภูมิใจในตัวเธอ...กีฬาส่งเสริมให้คนมีความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา ถ้าแตกสามัคคีทำอะไรก็ไม่สำเร็จ”

    ทุกคนในโรงยิมลุกขึ้นปรบมือประทับใจทีมหญิงที่เจ็บแต่ก็ชนะ สายสุดายิ้มหน้าบาน พูดกับนางแต่ไม่มองหน้า

    “ขอบใจ”

    คัมพลมาชมนางว่ายิงธนูเก่งมาก สายสุดามาเห็นขู่ว่าจะฟ้องมาดามว่าแอบคุยกับผู้ชาย นางบอกว่าตนคุยกันต่อหน้าทุกคนไม่ได้แอบคุยแต่พอมองไปในงานคนหายไปเกือบหมด นางสงสัยออกเดินหา

    นักเรียนหญิงชายวัยรุ่น เมื่อมาเจอกันก็เหมือนจับปูใส่กระด้ง ต่างจับคู่ไปคุยกัน พอนางหาเจอก็จับแยกกว่าจะแยกกันทีละคู่...ทีละคู่..กว่าจะหมดก็เล่นเอาเหนื่อย เพื่อนๆไม่พอใจบอกว่าพวกตนไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ทำไมไม่ไว้ใจกัน ฮองลันบ่นว่าทำเหมือนที่พวกผู้ใหญ่มองเราในแง่ลบ คิดว่าเราต้องทำผิดตลอด สายสุดาโต้ว่า

    “เธอก็รู้ว่า ผู้ใหญ่คิดว่าถ้าอยู่กับผู้ชายสองต่อสองต้องมีเรื่องไม่ดี” มีนาโต้ว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ นางเลยชี้แจงว่า

    “ฉันถึงพยายามทำให้ซิสเตอร์เชื่อว่าเราเป็นเพื่อนกับเด็กนักเรียนโรงเรียนโน้นได้โดยไม่มีเรื่องชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉันกับสายสุดาเอาหัวเป็นประกันกับซิสเตอร์เพราะคิดว่าเราเชื่อใจกันได้ว่าจะไม่ทำอะไรที่ไม่ควร เหมือนที่ซิสเตอร์พูดเรื่องพรรค์นี้ สิ่งที่เราต้องฝึกฝนคือการหักห้ามใจไม่ใช่ไปบริหารให้มันเกิดเรื่อง จะคุยกันก็อย่าไปคุยกันในที่มิดชิด ทำอะไรให้อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ เขาจะได้รู้ว่าเราเป็นเด็กรู้จักคิด และไว้ใจได้”

    คำพูดของนางได้รับความชื่นชมทั้งจากเพื่อนและซิสเตอร์ มีแต่ซิสเตอร์ฟรานซิสที่ยังเป็นห่วงเด็กอยู่มาก เมื่อรู้จากนางว่าเพื่อนๆหายไปมุ้งมิ้งขำๆกันเท่านั้น ซิสเตอร์ฟรานซิสสรุปทันทีว่า

    “ฉันว่าแล้วไม่ผิด ต่อไปห้ามจัดงานร่วมกันเด็ดขาด”

    “มาดามฟังเราก่อนสิคะ” สายสุดาเอ่ย “พวกเราไม่ได้ทำอะไรเสียหายเลยค่ะ เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่หยุดพวกเราไว้ได้ก็คือคำสอนของมาดามค่ะ”

    “จริงค่ะ พอเราเตือนกัน เราก็มีสติว่ามาดามสอนเราไว้ว่าเราต้องรักนวลสงวนตัว เราจะต้องทำตัวให้มาดามเชื่อใจเราให้ได้ค่ะ อย่าห้ามๆๆๆๆ พวกเราเลยค่ะ พวกเรามีคำสั่งสอนของมาดามเป็นเกราะป้องกันชั้นยอดอยู่แล้ว” นางเสริม

    ซิสเตอร์ฟรานซิสอึ้งพูดไม่ออก หลบตาซิสเตอร์ออเดรย์แล้วหันหลังเดินออกไป

    เหตุที่ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้มงวดกับนักเรียนมากเพราะเจ็บปวดกับอดีตของตัวเองที่เกือบเสียทีพวกจิ้งจอกขี้เมา ดีที่หนีตายเข้ามาในโบสถ์ และคุณแม่อธิการได้โอบอุ้มเข้าสู่อ้อมกอดของพระผู้เป็นเจ้าจนได้มีชีวิตที่สงบปลอดภัยในทุกวันนี้

    ooooooo

    แล้วความลับว่าใครเป็นผู้อุปการะสินีนาฎก็ถูกเปิดเผย เมื่อสินีนาฎไปซ้อมเปียโนที่บ้านกงสุล จดหมายที่เธอเขียนขอบคุณผู้อุปการะปลิวตกมา พอเธอรู้ก็ถามธนาธิปที่เดินมากับนางอย่างคาดไม่ถึงว่าท่านกงสุลคือผู้ปกครองตนหรือ

    “จะใช่หรือไม่ใช่ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ”

    “สำคัญสิคะ หนูเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เพราะมีคนอุปการะ มาดามสอนว่าคนดีต้องรู้จักกตัญญู หนูอยากรู้ว่าผู้มีพระคุณของหนูเป็นใคร เมื่อหนูโตขึ้นจะได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณค่ะ”

    “เธอไม่ต้องตอบแทนหรอก แค่ตั้งใจเรียน ประพฤติตัวเป็นคนดีก็พอแล้ว”

    สินีนาฎไหว้ขอบคุณรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาดที่สิ่งที่เธอฝันกลายเป็นจริง ถามนางว่าเธอรู้ใช่ไหม

    “ฉันสั่งให้นางปิดเธอเอง เพราะไม่อยากให้คนมองว่าฉันลำเอียงเลือกช่วยแต่เธอ เธอก็อย่าบอกใครแล้วกัน โดยเฉพาะสายสุดา”

    สินีนาฎรับคำ แต่สงสัยว่าทำไมเฉพาะเจาะจงต้องปิดบังสายสุดาด้วย?

    เมื่อฮองลันรู้ เธอคาดว่าที่กงสุลปิดเรื่องนี้กับสายสุดาคงเพราะรู้นิสัยขี้อิจฉาของน้องตัวเอง มาเรียติงว่าเขาไม่ได้เป็นพี่น้องกันแท้ๆ เหมือนจะเป็นคนละแม่

    ทุกคนร้องอย่างคาดไม่ถึง ก็พอดีสายสุดา จอยคามกับมีนาเดินเข้ามา สายสุดาเดินเชิดเข้า จอยคามกับ

    มีนาเดินหงอตามเข้ามา ซิสเตอร์เทเรซ่าเข้ามาเตรียมสอน ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับที่เงียบๆงงๆ

    ooooooo

    นางเห็นฮองลันมีของสวยๆงามๆใช้ก็อยากใช้บ้าง ฮองลันบอกว่าซื้อจากตั๊กช็อป นางนึกถึงขนมอยากไปบ้างชวนสินีนาฎยิก สินีนาฎกลัวถูกซิสเตอร์จับได้ นางอ้อนจนสินีนาฎใจอ่อน ฮองลันเลยนัดหลังกินข้าวกลางวันเจอกันที่มุมตึก

    กลับจากหนีไปซื้อขนมที่ตั๊กช็อป บ่ายนี้เข้าเรียน นางแอบกินขนมในห้องเรียนจนซิสเตอร์ฟรานซิสได้กลิ่นขนม สอบถามจากฮองลัน ฮองลันรับสารภาพ ซิสเตอร์

    ฟรานซิสคิดว่าต้องลงโทษนางและสินีนาฎไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่าถ้านางสารภาพล่ะ ฟรานซิสไม่เชื่อว่านางจะสารภาพ ซิสเตอร์ออเดรย์ขอลองถามดูเองเชื่อว่านางจะสารภาพ

    และเมื่อซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่าใครเคยหนีออกไปซื้อของที่ตั๊กช็อปบ้าง นางกับสินีนาฎยืนขึ้น ซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่าเคยไปกี่ครั้งแล้ว นางตอบหน้าตาเฉยว่า

    “นับครั้งไม่ถ้วนแล้วค่ะมาดาม”

    ooooooo

    นางกับสินีนาฎถูกลงโทษให้วิ่งไปเก็บขยะ พร้อมกับตะโกนไปตามทางว่า “หนูจะไม่หนีออกไปนอกโรงเรียนอีกแล้วค่ะ...หนูจะไม่หนีไปนอกโรงเรียนอีกแล้วค่ะ”

    สายสุดาแกล้งจะเอาขวดนมที่ยังเหลือทิ้งให้เก็บ นางปรามว่า

    “ฉันรู้นะว่าเธอเป็นคนพาซิสเตอร์มาตรวจโต๊ะฉัน ...เธอเอาไปทิ้งถังขยะสิ”

    สายสุดาจะทิ้งให้ได้นางเข้าแย่ง นมในขวดเลยพุ่งถูกหน้าซิสเตอร์ฟรานซิสเข้าเต็มๆ ทั้งสองถูกเรียกไปห้องพักครู ซิสเตอร์ฟรานซิสบอกว่าพวกเธอถูกหักคะแนนจนแบล็กบุ๊กจะหมดเล่มอยู่แล้วชอบตีกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องนัก สั่งเข้มว่า

    “ฉันขอสั่งพวกเธอดีกันให้ได้ภายใน 1 อาทิตย์ ถ้าทำไม่ได้ฉันจะหักคะแนนเธอสองคน 20 คะแนนทุกวิชา”

    ระหว่างเดินออกมาด้วยกันนางบ่นว่าถ้าทำคะแนนสอบพลาด มีหวังตกทุกวิชาเลย สายสุดาก็กลัวซ้ำชั้น ถ้าพ่อกับธนาธิปรู้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ เลยขอพักรบกันชั่วคราว

    ซิสเตอร์ออเดรย์กับฟรานซิสดูอาการของทั้งสองแล้วเชื่อว่าไม่มีทางจะดีกันได้ ออเดรย์ถามว่ารู้อย่างนี้แล้วทำทำไม...

    “ถ้าครั้งนี้พวกเขาดีกันได้ต่อไปก็จะดีกันได้นานขึ้นและกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในที่สุด” ฟรานซิส เชื่อเช่นนั้น แต่ออเดรย์ติงว่าเด็กยังไม่เปิดใจ ขู่ยังไงก็ไม่ได้ผล “แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้งัดกันนะคะ หวังว่าคงมีวันที่นางกับสายสุดาจับมือเป็นเพื่อนกันได้”

    บ่ายวันนี้ขณะนักเรียนอยู่ในห้องเรียน นางมองไปทางสถานกงสุลเห็นรถและคนวิ่งกันชุลมุน เธอบอกซิสเตอร์เทเรซ่าที่สอนอยู่ว่าที่กงสุลต้องมีอะไรผิดปกติแน่ หรือว่าเกิดจลาจล!

    ครู่หนึ่งซิสเตอร์ออเดรย์มาบอกว่าแคมป์คนงานไทยไฟไหม้ สั่งนักเรียนไทยให้ตามตนมา เมื่อพานักเรียนไทยไปถึงสถานกงสุล ซิสเตอร์ออเดรย์บอกธนาธิปที่กำลังช่วยนักเรียนชายกับชัยพงษ์กางเต็นท์ว่า

    “ทางเราได้ตกลงกับทางโรงเรียนจอร์จทาวน์อะคาเดมี่ว่าจะอนุญาตให้นักเรียนไทยมาช่วยเหลืองานที่กงสุลในช่วงนี้ มีอะไรที่ทางดิฉันพอจะช่วยเหลือได้ ไม่ต้องเกรงใจนะคะ ขอพระเจ้าคุ้มครองทุกคนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากเย็นนี้ไปได้โดยเร็วนะคะ”

    นักเรียนไทยทุกคนช่วยงานเต็มที่ งานบางอย่างทำไม่เป็น แต่เมื่อจำเป็นก็ทำได้ ธนาธิปเองก็ลงมือทำทุกอย่างแม้แต่เข้าครัวทำกับข้าว

    ตกเย็น เมื่อจัดการทุกอย่างได้ค่อนข้างลงตัวแล้ว นางเข้าไปคุยให้กำลังใจคนงาน พวกเขาเป็นห่วงครอบครัวที่เมืองไทยเพราะไม่มีเงินส่งไปให้เหมือนทุกเดือน หลายคนที่เจ็บหนักก็คิดถึงครอบครัวอยากให้มาเยี่ยม

    นางฟังความทุกข์ใจของคนงานแล้วบอกเพื่อนๆ ว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยพวกเขา สายสุดาเสนอให้เอาของไปขายเอาเงินไปบริจาคให้พวกเขาไหม นางเห็นด้วย จึงตกลงเอาเสื้อผ้าของใช้ไปขายเพื่อเอาเงินไปช่วยคนงาน นางย้ำกับเพื่อนๆว่าอย่าให้ซิสเตอร์รู้เด็ดขาด พรุ่งนี้ตนจะเอาของไปฝากพันธมิตรช่วยขายให้ ได้เงินมาก็จะรีบดำเนินตามแผน

    พันธมิตรที่นางเอ่ยถึงคือบันลือที่นางเรียกล้อจนติดปากว่าแบรี่นั่นเอง

    ระหว่างที่ไปช่วยงานที่สถานกงสุล ซิสเตอร์ออเดรย์ก็สังเกตความสัมพันธ์ระหว่างนางกับสายสุดาเห็นสัมพันธ์กันดีก็ถามทึ่งว่าเป็นไปได้จริงหรือนี่ หารู้ไม่ว่าทั้งสองตกลงสงบศึกกันสร้างภาพต่อหน้าซิสเตอร์เพราะกลัวถูกหักคะแนนแล้วต้องเรียนซ้ำชั้น แต่พอลับหลังซิสเตอร์ก็ฮึ่มฮั่มใส่กันเหมือนเดิม

    นางเอาของที่รวบรวมได้ผ่านคัมพลไปฝากบันลือจัดการให้ วันต่อมาคัมพลบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย ได้เงินมาซื้อตั๋วรถไฟให้ญาติคนงานที่บาดเจ็บหนักมาเยี่ยม รถไฟออกจากหาดใหญ่น่าจะถึงที่นี่ช่วงบ่ายแต่ตอนนี้ของในครัวหมดตนต้องขับรถพานักเรียนหญิงไปซื้อของแล้วจะเลยรับพวกพี่ๆเขามาที่นี่เลย

    นางอยากไปด้วย คัมพลบอกว่าซิสเตอร์กับท่านกงสุลไม่อนุญาตแน่ แต่นางก็ตื๊อไปจนได้โดยแอบอยู่หลังรถตู้ แต่ถูกมีเนาะที่ไปซื้อของจับได้นางเลย

    ถือโอกาส เผยตัวปีนไปนั่งข้างหน้ากับคัมพลซ้ำจะขอขับเองด้วย เพื่อนๆต่างโวยวายกลัวอุบัติเหตุไม่ยอมให้ขับ สายสุดายื้อยุดจนรถประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทางท่ามกลางเสียงหวีดร้องของทุกคน

    ooooooo

    ที่แคมป์ชั่วคราวของคนงาน เด่นชาติมาเยี่ยมนางและดูสถานการณ์ทางนี้ด้วย เอมอรถามว่าเด็กๆ อยู่ไหนได้ข่าวว่ามาช่วยงานที่นี่

    พอลไปตามหากลับมาบอกว่าไม่เจอ ธนาธิปเอะใจว่าหรือจะไปกับคัมพลที่เอารถไปซื้อของ

    จนบ่ายคัมพลพาทุกคนกลับมาในสภาพสะบัก สะบอมมอมแมมโชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก ธนาธิปตำหนิที่ตนขอตัวพวกเขามาช่วยงานแต่กลับก่อเรื่อง

    ซิสเตอร์ออเดรย์ก็ผิดหวังมาก นางยอมรับว่าเป็นความผิดของตนเอง มาดามอย่าไปว่าคนอื่นเลย ซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่ามีความจำเป็นอะไรต้องออกไปหรือไปเล่นซนกันเท่านั้น

    นางบอกว่าเราจะไปสถานีรถไฟกัน แต่ไม่ทันเล่าก็ได้ยินเสียงคนงานร้องออกมาด้วยความดีใจ “แม่...” ปรากฏว่าบันลือนำญาติๆของคนงานที่บาดเจ็บเข้ามา ทุกคนกอดกันด้วยความดีใจ พวกนางมองภาพนั้นด้วยความปีติจนน้ำตาซึม เด่นชาติถามธนาธิปว่าฝีมือเขาหรือ ธนาธิปบอกว่าไม่ใช่ บันลือจึงรายงานว่า

    “พวกคุณหนูๆเขารวบรวมเสื้อผ้ามาให้ผม

    เอาไปขายแล้วเอาเงินมาซื้อตั๋วรถไฟให้ครอบครัวของคนงานห้าคนที่บาดเจ็บหนักน่ะครับ ผมขอโทษที่ช่วยปิดเป็นความลับ พวกคุณหนูๆเขากลัวผู้ใหญ่จะไม่เห็นด้วยครับ”

    ทุกคนชื่นชมกับการกระทำของเด็กๆกันมาก

    ooooooo

    แม้ว่ากลุ่มนักเรียนจะทำความดีที่ช่วยให้ญาติพี่น้องคนเจ็บได้พบกันแต่ซิสเตอร์ออเดรย์บอกว่าก็ต้องลงโทษที่ทำผิด ตนจะขอปรึกษากับซิสเตอร์ท่านอื่นดูก่อนว่าจะทำอย่างไร ธนาธิปถามว่าจะประชุม เรื่องนี้เมื่อไร ตนขอร่วมด้วยได้ไหม

    “ได้สิคะคุณธนาธิป ดิฉันจะเรียนคุณแม่อธิการให้ค่ะ”

    เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น นักเรียนหญิงถูกสั่งกลับคอนแวนต์เพื่อพิจารณาโทษ เลยเกิดการโทษกันไปมาว่าใครเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่อง นางโทษว่าสายสุดาห้ามตนจับพวงมาลัยเลยเกิดอุบัติเหตุ สายสุดาเถียงไม่ออกเพราะเป็นความจริงเลยกลบเกลื่อนทำเป็นคันหัวเกายุกยิกเรียกให้มีนาช่วยดูว่าหัวตนเป็นแผลหรือเปล่า

    พอมีนามาแหวกผมดูก็ผงะบอกว่าไม่มีแผลแต่เหาเต็มหัวเลย! พวกนักเรียนเลยตกใจกลัวว่าตัวเองจะเป็นเหาหรือเปล่า ผลัดกันแหวกผมดูปรากฏว่าเป็นเหากันทุกคน!

    เมื่อซิสเตอร์ออเดรย์รู้จึงหาทางกำจัดเหา สั่งทุกคนให้สระผมเอาหวีเสนียดสางแล้วหมักน้ำยาทิ้งไว้ มาเรียได้ยินก็ถอยห่าง บอกว่าตนทำไม่ได้ศาสนาตนห้ามฆ่าสัตว์ ถามมาดามว่ามีทางอื่นไหม

    ซิสเตอร์ออเดรย์บอกว่ามี แล้วเชิญซิสเตอร์ปอลลีนถือปัตตาเลี่ยนเข้ามาบอกมาเรียว่า

    “โกน!!”

    มาเรียหน้าเหวอใบ้กินสนิทเลย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์