นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    นาคี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ทศพลพยายามอธิบายความจริงกับคำแก้วแต่เธอก็ไม่ฟังและหนีกลับบ้าน ทันเวลาที่ลำเจียกแวะมาจับผิดถึงที่ ส่วนกำนันแย้มก็แสยะยิ้มร้ายด้วยความสะใจ เมื่อไม่เห็นใครหน้าไหนออกจากถ้ำแม้แต่คนเดียว

    เหล่านักศึกษามองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความกลัว โดยเฉพาะพิมพ์พร หน้าเสียเมื่อรู้ว่าทศพลตายจากโลกนี้ไปแล้ว และระหว่างความเป็นความตายนั่นเอง ทศพลก็ปรากฏตัวราวกับปาฏิหาริย์!

    “ผมกลับมาได้ ไม่ตายซะก่อน หวังว่ากำนันคงจะรักษาสัญญา”

    กำนันแย้มเจ็บใจมากแต่ไม่ละความพยายามจะกำจัดพวกคนเมืองจากหมู่บ้านดอนไม้ป่า ทศพลก็รู้ดีแต่มีเรื่องน่าหนักใจกว่าต้องกังวลคือเรื่องของคำแก้ว

    คำปองก็กลุ้มใจไม่แพ้กัน เพราะตั้งแต่ลูกสาวคนเดียวกลับถึงบ้าน ก็เก็บตัวในห้องและไม่ยอมกินข้าวปลา เมื่อทศพลแวะมาหาก็เป็นห่วงและยื่นคำขาดให้เธอยอมตกลงกับเขาให้รู้เรื่อง หากไม่อยากให้คำปองรู้เรื่องในถ้ำ!

    คำแก้วไม่มีทางเลือก เดินนำเขาไปคุยตามลำพังที่ริมธาร

    “ผมไม่รู้จริงๆว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่ผมขอยืนยันด้วยเกียรติของลูกผู้ชายว่าไม่ได้ล่วงเกินคุณเลยสักนิด”

    คำยืนยันของเขายิ่งทำให้คำแก้วโกรธ ตบหน้าเขาเต็มแรง “ไม่ได้ล่วงเกินงั้นเหรอ ผู้หญิงบ้านดอนไม้ป่า แค่ถูกเนื้อต้องตัวชายก็ถือว่าผิดผี น่าอับอาย ถ้าชาวบ้านรู้เข้า ฉันกับแม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

    พูดจบก็เดินหนี ทศพลไม่ยอม ถลาไปกอดรัดจากด้านหลัง

    “ฟังผมก่อนนะคำแก้ว ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะข่มเหงน้ำใจคุณจริงๆนะ”

    “คุณคิดว่าผู้หญิงบ้านป่าอย่างฉันจะทำย่ำยียังไงก็ได้ใช่ไหม”

    “ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นกับคุณเลยนะ สำหรับผมคุณคือผู้หญิงที่ผมรัก ผมอยากดูแล อยากอยู่ด้วยไปทั้งชีวิต”

    “แล้วที่คุณทำกับฉันที่เทวาลัย มันหมายความว่ายังไง”

    “ถ้าผมบอกว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับอดีตชาติของเรา...คุณจะเชื่อไหม”

    คำแก้วนิ่งไม่ตอบ ทศพลเลยตัดสินใจเล่าถึงความฝันประหลาดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

    “ผมฝันเห็นตัวเองในชาติที่แล้วและในฝันผมก็เจอผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนคุณ ผมเรียกเธอว่าแม่นางไม้”

    ชื่อนางไม้ทำให้คำแก้วสะดุ้ง ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะมีความฝันใกล้เคียงกับเธอมาก

    “ผมฝันเห็นแม่นางไม้ตั้งแต่วันแรกที่ผมก้าวเข้ามาในบ้านดอนไม้ป่า ผมคิดว่าทุกอย่างเป็นแค่ความฝัน จนกระทั่งผมได้มาเจอคุณ คุณทำให้ผมรู้ว่าผู้หญิงในฝันคนนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆ และเธออาจจะเป็นคนเดียวกันกับคุณก็ได้ คุณล่ะคำแก้ว คุณเคยฝันเห็นเธอบ้างหรือเปล่า”

    คำถามของเขาทำให้นิมิตแปลกๆแวบในหัวอีกครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ตอนนาคีเจอไชยสิงห์ครั้งแรกและความรักสุกงอมของทั้งสองหลังจากนั้น คำแก้วสับสนมาก แหวลั่น

    “พอได้แล้ว ฉันไม่อยากฟังคุณเพ้อเจ้อ”

    “แต่คุณต้องฟังนะคำแก้ว ผมเชื่อว่าชาติที่แล้วเราสองคนเคยเป็นเนื้อคู่กัน ผมไม่รู้จะอธิบายให้คุณเข้าใจยังไง แต่ไม่ว่าจะชาติที่แล้ว ชาตินี้หรือชาติไหนๆ... ผมก็รักคุณนะคำแก้ว”

    “แต่ฉันไม่เคยรักคุณ ฉันเกลียดคุณ ขยะแขยงคุณยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน เก็บคำแก้ตัวของคุณเอาไว้หลอกผู้หญิงคนอื่นเถอะ เลิกยุ่งกับฉันแล้วออกไปจากชีวิตฉันซะ!”

    ooooooo

    เรื่องปรับความเข้าใจกับคำแก้วต้องพับไว้ก่อน เพราะทศพลมีสิ่งสำคัญกว่าต้องจัดการคือขโมยเทวรูปเจ้าแม่นาคีคืนจากพวกกำนันแย้ม ซึ่งมีแผนจะทำลายมันทิ้ง

    ระหว่างที่พวกทศพลวางแผนกันอย่างเคร่งเครียด พวกกำนันแย้มก็พยายามทุกวิถีทางจะทำลายเทวรูปเจ้าแม่นาคี แต่ไม่ว่าจะลองด้วยวิธีไหน เทวรูปโบราณก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

    หมออ่วมเสนอให้เอาเทวรูปไปฝากวัด ให้อำนาจพระพุทธคุณสะกดสิ่งชั่วร้ายไม่ให้ออกอาละวาด แต่ขณะที่นำเทวรูปล่องแพตามแม่น้ำไปนั่นเอง ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นมืดครึม ส่งเสียงคำรามน่ากลัว!

    คำแก้วรู้จากงูเขียวเพื่อนรักว่าพวกกำนันแย้มจะเอาเทวรูปไปฝากวัดก็รีบไปขัดขวาง เลยเจอกับพวกทศพลกลางทาง ทั้งหมดเลยมุ่งหน้าไปกู้เทวรูปเจ้าแม่นาคีคืนด้วยกัน

    เลื่อมประภัสกับฉัตรสุดาในร่างงูเขียวกลัวจะไม่ทันการณ์ ตัดสินใจเลื้อยลงน้ำไปทำลายแพพวกกำนันแย้มเพื่อให้เทวรูปกลับสู่ถ้ำใต้บาดาลดังเดิม สร้างความเสียใจและเสียดายให้แก่ทศพลมากที่รักษาเทวรูปตามที่สัญญากับทัศนัยไว้ไม่ได้ แต่คำแก้วกลับเห็นว่าดีแล้วและคิดว่าใต้น้ำคือที่ที่เหมาะสมสำหรับเทวรูปเจ้าแม่นาคีที่สุด

    หมออ่วมก็คิดเช่นนั้น เมื่อเห็นกำนันแย้มลำพองใจที่เทวรูปหล่นน้ำก็เอ่ยเตือนเสียงเข้ม

    “อย่าลืมสิ เจ้าแม่นาคีเป็นนาคไม่ใช่ผี ยิ่งอยู่ในน้ำก็จะยิ่งคืนกำลัง มีฤทธิ์ยิ่งกว่าเก่า”

    อำนาจลึกลับของเจ้าแม่นาคียังเป็นปริศนา แม้จะสำแดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็นบ่อยครั้งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ก็มีบางคนไม่เชื่อ และหนึ่งในนั้นก็คือพิมพ์พรที่คิดว่าเรื่องเจ้าแม่นาคีเป็นเรื่องแหกตาและงมงาย!

    เวลาเดียวกันที่หน้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ...สุภัทรพร้อมกับอิ่มซึ่งรบเร้าขอตามมาด้วย หันไปมองบุญส่งอย่างสนใจ เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นมีท่าทีหวงแหนสัมภาระเป็นพิเศษ

    “ของในกระเป๋านี้ท่าจะเป็นของสำคัญ” ด็อกเตอร์หนุ่มเปิดฉากทัก

    “สำคัญแค่ไหน อาจารย์ก็น่าจะรู้ดี เพราะอาจารย์ก็เคยอยากได้มันมาแล้ว”

    “ครุฑทองคำ...ของมีค่าแบบนี้ คุณจะเอามันไปด้วยทำไม”

    “สะสางเรื่องในอดีต”

    “คุณไปที่นั่นต้องการอะไรกันแน่”

    “ตามหาลูกสาวผมและเผชิญหน้าศัตรูที่ทำให้ผมต้องพิการแบบนี้!”

    สีหน้าถมึงทึงและน้ำเสียงแข็งกร้าวทำให้สุภัทรเริ่มสงสัยว่าบุญส่งต้องมีความหลังไม่ดีที่หมู่บ้านดอนไม้ป่าแน่ๆ

    ooooooo

    จบเรื่องเทวรูปโบราณ คำแก้วก็มานั่งเซ็งเรื่องทศพลเพราะยังหาทางออกไม่ได้ ทศพลพอเข้าใจความรู้สึกของเธอดี และเมื่อสบโอกาสก็รีบตามไปขอความรักอีกครั้ง

    “จะความจริงหรือความฝัน ผมก็ได้นอนหนุนตักคุณอยู่ดี”

    “ไปให้พ้น ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วย”

    “ถ้าคุณร้อง ชาวบ้านก็จะแห่มาเป็นสักขีพยานเรื่องระหว่างคุณกับผม”

    “คนเจ้าเล่ห์ ฉวยโอกาส ฉันเกลียดคุณ”

    “เมื่อไหร่คุณจะเชื่อว่าคุณเป็นนางในฝันของผม ที่ผมได้เจอคุณก็เป็นเพราะโชคชะตาลิขิตให้เราเป็นเนื้อคู่กัน”

    “เชื่อคุณก็บ้าแล้ว!”

    พูดจบก็จะเดินหนี แต่ทศพลก็ตามไปรั้งตัวไว้

    “เดี๋ยวสิคำแก้ว เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”

    “อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ”

    “ถึงคุณจะหนีหน้าผมแต่คุณก็ไม่มีวันหนีความจริงพ้น ในเมื่อคุณเสียผีให้ผมแล้ว คุณก็ต้องเป็นของผม”

    คำแก้วหน้าแดง ทั้งฉุนทั้งเขิน แต่ก็ยังใจแข็งขู่เสียงเขียว

    “หยุด! ถ้าคุณตามฉันมา ฉันจะไม่พูดกับคุณอีก”

    ลำเจียกผ่านมาเห็นภาพบาดใจโดยบังเอิญ โกรธมากเมื่อสำเหนียกได้ว่าคำแก้วคือศัตรูหัวใจคนสำคัญ

    “นังคำแก้ว อีนังแพศยา มึงแย่งผู้ชายกู!”

    และเพลิงแค้นแรงหึงก็ทำให้ลำเจียก พร้อมด้วยซ่อนกลิ่นและชบาตามไปดักหน้าหาเรื่องที่ท่าน้ำ คำแก้วสังหรณ์ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี ไม่อยากต่อความ แต่ลำเจียกก็ไม่ยอมหลีกทางง่ายๆ

    “กูได้ยินเรื่องชั่วช้ากาลีของมึงหมดแล้ว นังซ่อนกลิ่น นังชบา จับมันเอาไว้!”

    ลำเจียกรู้ดีว่าคำแก้วเกรงอำนาจแหวนพิรอดก็ใช้เป็นเครื่องมือทำให้ไม่มีแรงต้าน

    “อีหน้าด้าน หนังหนาอย่างมึงมันต้องตบล้างน้ำสั่งสอน...ริอ่านใช้มารยาร้อยแปดเล่มเกวียนของมึงแย่งคุณทศพลไปจากกูเหรอ อีแพศยาชิงหมาเกิด...กูอยากจะรู้นักว่าหน้ามึงกับฝ่าตีนกูอะไรมันจะหนากว่ากัน”

    ด่าจบก็ใช้มือข้างที่ใส่แหวนตบจนหน้าคำแก้วปรากฏรอยไหม้

    “ดี...วันนี้กูจะตบมึงให้หน้าแหก ดูซิว่าคุณทศพลจะยังรักยังหลงมึงอยู่ไหม”

    คำแก้วถูกตบจนหน้าช้ำไปหมด แต่คงไม่สาแก่ใจลำเจียกที่สั่งให้ซ่อนกลิ่นกับชบาช่วยกันฉีกทึ้งผ้าถุงของคำแก้ว ก่อนจะลากตัวไปท่าน้ำอีกครั้ง คำแก้วเจ็บปวดทั้งร่างแต่ทันทีที่ได้สัมผัสน้ำก็เหมือนมีพลังแล่นเข้าตัว...

    ooooooo

    คำแก้วหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปไหน แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่ามานอนแผ่ในธารน้ำตกหน้าถ้ำใต้เทวาลัยได้เช่นไร แต่เธอก็ไม่มีแก่ใจจะคิดอะไรทั้งนั้นนอกจากร้องเรียนกับเจ้าแม่นาคี

    “เจ้าแม่นาคี...ทำไมใครๆถึงใจร้ายกับลูก ลูกทำอะไรให้ ทำไมทุกคนในดอนไม้ป่าถึงจงเกลียดจงชังลูกกันนัก”

    พลันก็เกิดนิมิตปรากฏในหัวเธอ เป็นเหตุการณ์เมื่อพันปีก่อน ตอนเจ้าแม่นาคีบุกไปถล่มเมืองมรุกขนคร พระเจ้านิรุทธราชเฝ้ามองลมฝนที่โหมกระหน่ำทำลายทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งชาวเมืองด้วยความแค้นใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งอยู่ในวงล้อมของเหล่าพราหมณ์ในหอคำหลวง

    เจ้าแม่นาคีในร่างของพญานาคสีขาวตัวใหญ่พ่นน้ำจากยอดปราสาทหินบนเขาเพื่อทำลายเมืองมรุกขนครที่ประหารคนรักของเธอ และในที่สุดพระเจ้านิรุทธราชก็ทนไม่ไหวจะประจันหน้ากับพญานาคสาว

    “พระบาทเจ้า...น้ำทะลักเข้าหอคำหลวงแล้ว หนีก่อนเถอะเจ้าข้า” เหล่าอำมาตย์ร้องเตือน

    “ไม่! กูจักอยู่ที่นี่ กูจักสู้กับมันที่นี่”

    “แต่ไม่มีผู้ใดสามารถต่อกรกับเจ้าแม่นาคีได้”

    “ต่อให้กูต้องตาย กูก็จักขอเวียนว่าย ตามจองล้างจองผลาญมันทุกชาติทุกภพ!”

    คำอาฆาตแค้นของพระเจ้านิรุทธราชเจ้าเมืองมรุกขนครนั่นเองที่ทำให้คำแก้วประสบชะตากรรมลำบากในชาตินี้ ชดเชยชาติที่แล้วที่พญานาคนาคีทำให้เมืองต้องล่มสลายและเจ้าเมืองต้องจมน้ำตาย!

    “ดอนไม้ป่าเคยถูกพญานาคถล่มงั้นเหรอ น่ากลัวเหลือเกิน ...ชาวเมืองจมน้ำตายกันหมดเพราะพญานาคตัวนั้น”

    ความโหดร้ายของพญานาคในนิมิตทำให้คำแก้วพูดไม่ออก แล้วก็ถึงกับอึ้งในเวลาต่อมา เมื่อได้เห็นใบหน้าของตัวเองไม่มีรอยไหม้จากฤทธิ์แหวนพิรอดให้เห็นแล้ว

    พลังพิเศษของเจ้าแม่นาคีเป็นที่ประจักษ์ใจคำแก้ว ต่างจากบุญส่งหรือแท้จริงก็คือพระเจ้านิรุทธราชในอดีตชาติ ผูกใจเจ็บจากเหตุการณ์อาเพศเมื่อสิบเก้าปีก่อนจนต้องนำครุฑทองคำมาล้างแค้นในวันนี้ วัชระปราการหรืองูใหญ่สีน้ำตาลทองบริวารหนุ่มคนสนิทของเจ้าแม่นาคีเห็นเข้า ก็ตั้งท่าจะไปฆ่าฉัตรสุดาในร่างงูเขียวไม่อยากให้เขาก่อกรรม ถลาไปห้ามไว้ “ช้าก่อนท่านวัชระปราการ”

    “เจ้าไม่เห็นรึไรฉัตรสุดา ไอ้นิรุทธราช...มันอยู่นั่น”

    “เพลานี้ผลกรรมทำให้มันกลายเป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขา น่าเวทนายิ่งนัก”

    “แต่ก็ยังไม่สาสมกับบาปเวรที่มันก่อไว้กับเจ้าแม่ในอดีตชาติ”

    “เหตุใดไอ้นิรุทธราชจึงกลับมาที่นี่อีก”

    “ไม่ว่าจักมาด้วยเหตุอันใด มันก็ไม่มีโอกาสได้กลับไปอีก!”

    ooooooo

    งูใหญ่วัชระปราการบุกไปเอาชีวิตบุญส่งถึงแพที่ล่องมาพร้อมสุภัทร แต่ก็สู้พลังของครุฑทองคำไม่ได้ ถูกเหวี่ยงกลับฝั่งในสภาพสะบักสะบอม ฉัตรสุดาเฝ้ารอด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสภาพงูหนุ่มที่แอบรักมานานก็ร้อนใจและอดสงสัยไม่ได้ว่าบุญส่งต้องมีของดีบางอย่างคอยคุ้มครอง

    คืนเดียวกันที่บ้านคำปอง...คำแก้วซึ่งเพิ่งกลับจากเทวาลัยเจ้าแม่นาคีเกือบล้มทั้งยืนเมื่อลำเจียกโผล่มาประจานเธอต่อหน้าแม่ว่าแอบผิดผีกับทศพล!

    พิมพ์พรได้ยินก็โกรธมาก หันไปเอาเรื่องทศพลที่ยืนนิ่งเหมือนจะยอมรับชะตากรรม

    “มันไม่จริงใช่ไหมพล คุณบอกพิมพ์มาสิคะว่านังนี่มันโกหก”

    “ผมกับคำแก้ว...เรา...เป็นผัวเมียกันแล้ว”

    “ทำไมพลถึงทำอย่างนี้ ทั้งที่พิมพ์อยู่ข้างๆพลมาตลอด แต่พลกลับไปคว้าเอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายตีนอย่างนังคำแก้วมาเป็นเมีย พิมพ์ไม่ดีตรงไหน พิมพ์สู้นังคำแก้วไม่ได้ยังไง พลบอกพิมพ์สิคะ”

    “ไม่ใช่ว่าคุณไม่ดี แต่ผมไม่ได้รักคุณ!”

    พิมพ์พรเจ็บแทบกระอัก ลำเจียกสะใจมากแต่ยังแขวะคำแก้วไม่เลิก

    “งามหน้าทั้งห้าไร่ ลูกสาวคนดีของน้าคำปองสุดท้ายก็ชิงสุกก่อนห่าม เชื้อมันแรงจริงๆ อยากจะรู้นักว่าถ้าชาวบ้านรู้เรื่องนี้จะเอาหน้าไปไว้ไหน”

    คำปองหน้าชา หันไปต่อว่าทศพลอย่างเจ็บแสบที่ย่ำยีลูกสาวคนเดียว คำแก้วร่ำไห้อย่างหมดอาย พร่ำบอกไม่ให้แม่เชื่อคำพูดคนอื่น แต่ทศพลก็ทำให้เธออ้าปากค้างด้วยการยอมรับผิดชอบทุกอย่าง

    “ผมขอโทษครับ ผมรักคำแก้ว ผมจะแต่งงานกับคำแก้ว ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคำแก้วไปตลอดชีวิตครับ”

    คำแก้วร้อนใจมาก กลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ แหวไล่เขาเสียงเขียว

    “ไม่จำเป็น...คุณไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตฉัน เรื่องแล้วไปแล้ว คุณรีบกลับกรุงเทพฯซะ อย่าให้ฉันเห็นหน้าคุณอีก!”

    พูดจบก็ผลุนผลันออกไป แต่พิมพ์พรไม่ยอมให้เรื่องจบ วิ่งตามไปดักหน้า

    “คิดว่าทำมารยาสาไถยแล้วพลเขาจะยิ่งง้อเธอหรือไง”

    “ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น”

    “แล้วคิดยังไงล่ะถึงได้แย่งคนรักของคนอื่นได้ลงคอ เห็นเงียบๆหงิมๆ ไม่นึกเลยว่าจะอยากมีผัวจนตัวสั่น”

    “หยุดพูดจาก้าวร้าวฉันสักที ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน”

    “อย่าคิดว่าเธอแย่งพลไปได้แล้วจะมีความสุข เธอมันก็เป็นได้แค่นางบำเรอชั่วครู่ชั่วยาม ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขาโง่ที่จะคิดจริงจังกับผู้หญิงบ้านป่ามีแต่ตัวอย่างเธออีกไม่นานพอพลกลับกรุงเทพฯ เขาก็จะลืมเธอ!”

    ooooooo

    แม้จะประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเป็นผัวเมียกับคำแก้วแล้ว แต่กับเพื่อนร่วมแก๊ง ทศพลก็สารภาพอย่างไม่ปิดบังว่าไม่ได้มีอะไรแบบนั้น แต่ที่ยอมรับก็เพราะรักและอยากอยู่กินกับคำแก้วที่ดอนไม้ป่าตลอดไป

    “ฉันเป็นต้นเหตุทำให้คำแก้วต้องเสื่อมเสีย ถึงยังไงฉันก็ต้องรับผิดชอบ ฉันจะไม่ทิ้งคำแก้วไปไหนทั้งนั้น”

    เพื่อนๆไม่มีใครเห็นด้วย กลัวเขาลำบากเพราะไม่เคยกัดก้อนเกลือกิน แถมมีพวกกำนันแย้มคอยตามล่า แต่ทศพลก็ไม่ยี่หระ ยืนยันจะอยู่กับคำแก้วที่นี่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

    คำแก้วก็รู้สึกไม่ต่างจากทศพล แต่ยังไม่ยอมรับใจตัวเองเพราะทิฐิ แต่คำปองก็ดูออก

    “เอ็งปิดใครก็ได้แต่ปิดหัวใจตัวเองไม่ได้หรอก เอ็งสองคนผิดผีกันแล้ว แต่งงานกับเขาให้เป็นเรื่องเป็นราวเถอะ”

    “ทำไมแม่ถึงได้ผลักไสไล่ส่งฉันนัก”

    “แม่เป็นห่วงเอ็งต่างหากล่ะคำแก้ว ผู้หญิงเราถ้าอยู่ตัวคนเดียวก็ไม่วายจะถูกใครเขามารังแกเอาง่ายๆ เอ็งดูอย่างแม่สิ...ต่อไปถ้าไม่มีแม่คอยดูแลแล้ว เอ็งจะอยู่ยังไงคำแก้ว...”

    คำถามของแม่ทำให้คำแก้วนอนไม่หลับ แล้วก็ต้องตื่นมาหัวเสีย เมื่อทศพลมาดักรอคุยด้วยแต่เช้า

    “คุณหนีความจริงไม่พ้นหรอกคำแก้ว คนทั้งดอน–ไม้ป่าคงเอาไปพูดกันปากต่อปากว่าคุณเป็นเมียผม”

    “เลิกตอแยฉันสักที ยังไงเรื่องของคุณกับฉันก็ไม่มีวันเป็นไปได้”

    “ที่มันเป็นไปไม่ได้ก็เพราะคุณไม่เคยเปิดใจให้ผมเลยต่างหาก ขอโอกาสให้ผมบ้างได้ไหม”

    “ผู้ชายเจ้าเล่ห์ร้อยลิ้นกะลาวนอย่างคุณ ไม่จำเป็นต้องให้โอกาส”

    “แต่ผมรักคุณนะคำแก้ว รักเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะรักผู้หญิงอีกคนได้”

    “ฉันไม่เชื่อ!”

    ทศพลถอนใจหนักหน่วง อ่อนใจกับความใจแข็งของเธอ แต่หารู้ไม่ว่าน้ำเสียงออดอ้อนและท่าทางจริงใจของเขาก็ทำให้คำแก้วเริ่มหวั่นไหว จนต้องกลับห้องไปหยิบช่อดอกกล้วยป่าแห้งที่เขาเคยให้มาดู

    คำปองเข้ามาเห็นพอดี และเอ่ยอย่างรู้ทัน

    “เอ็งรักคุณทศพลใช่ไหม”

    คำแก้วตกใจหน้าแดงก่ำด้วยความอาย ละล่ำละลักปฏิเสธ

    “ถ้าเปล่าแล้วเอ็งจะเก็บดอกไม้ที่เขาหามาให้ไว้ทำไม ถ้าไม่ได้รักแล้วเวลาเขาเดือดร้อน ทำไมเอ็งจะต้องเป็นห่วงเป็นใยเขาขนาดนั้น อย่าปากแข็งอีกเลย ข้าอาบน้ำร้อนมาก่อนเอ็งนะคำแก้ว”

    คำปองลูบหัวลูกสาวด้วยความรักสุดหัวใจ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงอ่อน

    “เอ็งรักเขา...แล้วทำไมเอ็งไม่ยอมรับใจตัวเองล่ะ”

    “ฉันกลัวว่าวันหนึ่งความรักมันจะจางหายไป ถ้าเป็นแม่...ระหว่างรักแล้วต้องเลิกรากับเลือกที่จะตัดใจซะตั้งแต่แรก แม่จะเลือกแบบไหนจ๊ะ”

    “ถ้าเป็นข้า ข้าเต็มใจที่จะรัก ถึงแม้สุดท้ายจะต้องเจ็บปวด”

    “แม้ว่าสุดท้ายแม่จะเสียพ่อไปงั้นเหรอ”

    “ถึงข้าจะเสียพ่อเอ็งไป แต่ข้าก็ได้เอ็งเป็นตัวแทนความรักที่พ่อเขาฝากไว้ ความรักไม่มีใครสมหวังไปทั้งหมด แต่ก็ไม่มีใครทุกข์ไปทั้งหมด คนเรามีความสุขกับปัจจุบัน ดีกว่าไปกลัวกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงนะคำแก้ว”

    ooooooo

    แม้จะใจอ่อนลงมากแล้วเพราะเหตุผลของแม่ แต่คำแก้วก็ยังไม่อยากแต่งงานกับทศพลเพราะไม่แน่ใจในความรักของเขา แต่คำติฉินนินทาและสายตาประณามของชาวบ้านก็ทำให้เธอแทบทนแรงกดดันไม่ไหว

    ทศพลเฝ้ามองสถานการณ์ของคำแก้วด้วยความเป็นห่วง และเมื่อสบโอกาสก็ขอความเห็นใจจากเธออีกครั้ง

    “คำแก้ว...ผมรู้ว่าคุณโกรธผม เกลียดผม คุณจะด่าจะว่า จะตบ จะตีผมก็เชิญ ผมยอมทั้งนั้น แต่อย่าทำเหมือนผมไม่มีตัวตนในสายตาคุณแบบนี้เลย”

    “คุณไม่มีค่าพอที่ฉันจะเก็บมาใส่ใจ”

    “แต่คุณก็เป็นเมียผมแล้วนะคำแก้ว...ถึงคุณจะไม่อยากแต่งงานกับผม แต่ขอโอกาสให้ผมได้ทำหน้าที่ลูกผู้ชาย รับผิดชอบเลี้ยงดูคุณได้ไหม”

    “ไม่จำเป็น ฉันดูแลตัวเองได้”

    น้ำเสียงตัดรอนของเธอ ทำให้ทศพลตัดสินใจคุกเข่าขอความรัก

    “ได้โปรดเถอะคำแก้ว ได้โปรดแต่งงานกับผม ผมรักคุณนะ รักหมดทั้งหัวใจ ผมต้องทำยังไง คุณถึงจะเชื่อผม”

    “ต่อให้คุณตายอยู่ตรงหน้าก็อย่าหวังว่าฉันจะเปลี่ยนใจ”

    “ผมก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจจากคุณเหมือนกัน ไม่ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน ผมก็จะรักคุณคนเดียว...”

    คำพูดของทศพลวนเวียนในหัวคำแก้วจนนั่งแทบไม่ติด คำปองเห็นอาการลูกสาวก็พอเดาออก

    “แต่งงานกับคุณทศพลเขาเถอะ”

    “แม่...ฉันไม่ได้รักเขา จะแต่งงานกับเขาได้ยังไง”

    “เอ็งรักเขา รักมาตั้งนานแล้วด้วย แม่เป็นแม่เอ็ง ทำไมจะไม่รู้ คำแก้วเอ๊ย...เอ็งเสียผีให้เขาไปแล้ว แต่งงานอยู่กินกับเขาให้เป็นเรื่องเป็นราวเถอะลูก จะได้ไม่ต้องตกเป็นขี้ปากพวกปากหอยปากปู”

    “แต่ฉันยังไม่ได้เสียตัวให้เขาซะหน่อย”

    “เรื่องนี้มีแต่เอ็งกับพ่อทศพลสองคนเท่านั้นที่รู้ ต่อให้เอ็งไม่ได้เสียกัน แต่ตอนนี้ชาวบ้านทั้งดอนไม้ป่าเขาลือกันให้ทั่วว่าเอ็งตกเป็นเมียเขาแล้ว”

    “มันไม่เป็นความจริงสักหน่อย”

    คำปองส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย แต่ก็ไม่วายทิ้งท้ายให้คิด “ไม่มีใครสนใจหรอกว่าความจริงจะเป็นยังไง พวกชาวบ้านเขาเลือกเชื่ออย่างที่เขาอยากจะเชื่อ เอ็งห้ามความคิดพวกเขาไม่ได้หรอก”

    ooooooo

    งานแต่งงานของคำแก้วและทศพลถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในวันต่อมา แขกเหรื่อบางตาเพราะทั้งสองผิดผีเลยไม่มีใครเห็นด้วยนัก แต่กระนั้นบรร-ยากาศก็ไม่เลวร้าย โดยเฉพาะระหว่างบ่าวสาวที่มีท่าทีต่อกันดีขึ้น

    พิธีการดำเนินมาถึงการยกพานขอขมาที่ผิดผี และคำปองก็เป็นคนรับคำขอขมาจากทศพล

    “ผมกราบขอขมาที่ล่วงเกินคำแก้วลูกสาวคุณน้า ผมมาจากต่างถิ่น อยู่ตัวคนเดียว แม่ผมตายไปแล้ว มีพ่อก็เหมือนไม่มี ผมไม่ได้มีเงินทองติดตัว มีแต่คำสัญญาว่าจะปกป้องและดูแลลูกสาวของคุณน้าด้วยความรักตลอดไปครับ”

    “สินสอดเงินทองน้าไม่ต้องการ ขอแค่พ่อทศพลรักลูกสาวน้าอย่างจริงใจ ถึงจะไม่มีไร่นาสาโท ขอแค่มีดพร้าขัดหลังเล่มเดียวก็พอ คำแก้วเปรียบเหมือนแก้วตาดวงใจของน้า น้า...เอ่อ...แม่ฝากคำแก้วด้วยนะลูก”

    คำแก้วน้ำตาซึม ซึ้งใจที่ได้ยินคำสัญญารักของสามีหมาดๆ พิมพ์พรเฝ้ามองทุกอย่างจากอีกมุมด้วยสีหน้าคับแค้นใจแต่ก็ทำได้แค่ฮึดฮัดกับตัวเอง ลำเจียกผ่านมาเห็นก็อดเย้ยไม่ได้

    “อุตส่าห์หวงก้างมาตั้งนาน เป็นไงล่ะ สุดท้ายก็อด ถูกนังคำแก้วคาบไปเสียฉิบ มันน่าเจ็บใจจริงจริ๊ง”

    “ฉันจะเป็นยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ”

    “ไหนๆเราก็มีศัตรูเป็นคนคนเดียวกัน ทำไมเราไม่ร่วมมือกันล่ะ”

    “ร่วมมือ...ร่วมมือทำอะไร”

    “กำจัดนังคำแก้วไปให้พ้นๆยังไงล่ะ”

    “ไม่จำเป็น! เพราะถ้าฉันคิดจะทำ ฉันก็จะทำเลย ไม่ประกาศปาวๆเป็นหมาเห่าใบตองแห้งเหมือนอย่างเธอ”

    แหวจบก็หมุนตัวจากไป ทิ้งลำเจียกให้เต้นผ่าง ตะโกนไล่หลัง

    “รู้แล้ว...ทำคอแข็งตั้งบ่าไปเถอะ พลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันจะรอกระทืบซ้ำอีพิมพ์พร!”

    ลำเจียกกับพิมพ์พรไม่ใช่แค่สองคนที่ไม่พอใจการแต่งงานครั้งนี้ วัชระปราการงูใหญ่บริวารหนุ่มของเจ้าแม่นาคีก็หึงหวงเจ้านายสาว ตั้งท่าจะไปฆ่าทศพลให้หายแค้น ฉัตรสุดางูเขียวคนสนิทสาวของเจ้าแม่ต้องคอยห้าม

    “หลีกไป! อย่ามาขวางข้า ผู้ชายคนนี้ทำให้เจ้าแม่ต้องทุกข์ทรมานไม่จบไม่สิ้น ถ้าไม่มีมันสักคนเจ้าแม่ก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างนี้”

    “เจ้าแม่ปรารถนาแรงกล้าที่จักได้เป็นมนุษย์ก็เพื่อได้ครองรักกับชายผู้นี้”

    “มนุษย์ทั้งอ่อนแอและชั่วร้าย เต็มไปด้วยกิเลสตัณหาราคะน่าขยะแขยง”

    “การได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นเรื่องยาก ต้องสั่งสมบุญไว้มาก ถึงเราจะเป็นนาค มีกายละเอียดเป็นทิพยภาวะ แต่กระนั้นก็ได้ชื่อว่าเดรัจฉาน”

    “เจ้าแม่ฝ่าฝืนวิสัยของนาค ไหนเลยจักอยู่กินกับเจ้ามนุษย์นั่นอย่างมีความสุขได้”

    “ท่านไม่เชื่อในอำนาจของความรักหรือท่านวัชระ–ปราการ”

    “อำนาจความรักหรือจักศักดิ์สิทธิ์เท่าคำสาปของท่านท้าวศรีสุทโธนาค!”

    ooooooo

    คณะของบุญส่งและสุภัทรล่องแพมาถึงดอน-ไม้ป่าในวันเดียวกัน ท้องฟ้าเงียบสงบแปรเปลี่ยนเป็นฟ้าครึ้มเหมือนจะมีพายุราวจะโห่ไล่ชาวเมืองกลุ่มใหม่ แต่ก็ไม่มีใครสนใจนัก เพราะมีสิ่งสำคัญต้องกังวลกว่า

    และหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ว่าคืองานแต่งงานของทศพลที่สุภัทรคาดไม่ถึง เมื่อตั้งสติได้ก็ถลาไปตบลูกชายหน้าหัน พร้อมประกาศก้องให้เอาเงินฟาดหัวเมียหมาดๆ แล้วกลับกรุงเทพฯ!

    อิ่มสงสารทศพลคุณหนูหนุ่มที่เลี้ยงมาแต่เล็ก

    แต่น้อย พยายามไกล่เกลี่ยแต่ก็ไม่ได้ผล สองพ่อลูกยัง

    ตะเบ็งเสียงใส่กันแบบไม่มีใครยอมใคร

    “คำแก้วเป็นเมียผมแล้ว ถ้าคำแก้วไม่ไปกรุงเทพฯด้วย ผมก็ไม่กลับ ผมจะอยู่ที่นี่กับคำแก้ว”

    “แกนี่มันหลงผู้หญิงจนโงหัวไม่ขึ้น โดนมันจับแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”

    “ผมอยากอยู่ที่นี่เอง ผมรักคำแก้วและจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ”

    “กลับไปเรียนให้จบก่อนแล้วหลังจากนั้นแกจะทำอะไรก็เชิญ”

    “ผมไม่กลับ ผมไม่อยากทิ้งคำแก้วไว้ที่นี่”สุภัทรหน่ายใจมากกับอาการดื้อแพ่งของลูกชายคนเดียว

    “ถึงกับทิ้งอนาคตเพื่อผู้หญิงคนเดียว...โง่ที่สุด!”

    “พ่อไม่เข้าใจหรอก พ่อไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง ขนาดแม่ตาย พ่อยังไม่ชายตาแล”

    สองพ่อลูกจ้องตากันไม่ลดละ ก่อนที่สุภัทรจะยื่นคำขาด

    “ถ้าแกไม่กลับ แกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่อ”

    ทศพลถึงกับชะงัก อิ่มเป็นเดือดเป็นร้อนแทน พยายามจะช่วยพูดแต่ก็ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

    “ผมโตแล้ว ตั้งแต่จำความได้ ผมมีพ่อก็เหมือนไม่มี ต่อไปนี้ชีวิตผมมีแต่คำแก้วเท่านั้น”

    ตัดพ้อจบก็ผละไป ทิ้งสุภัทรให้มองตามเซ็งๆ พึมพำไล่หลัง

    “สิ้นคิด! ปล่อยมันไป มีเมียเข้าหน่อยก็ทำปีกกล้า ขาแข็ง ฉันจะคอยดูว่ามันจะอยู่ที่นี่ไปได้สักกี่น้ำ”

    ข้อขัดแย้งระหว่างพ่อลูกทำให้คำแก้วใจเสียไม่น้อย คำปองต้องปลอบไม่ให้คิดมากเพราะเชื่อว่าทศพลรักลูกสาวจริงและคงไม่หนีหายไปอย่างที่นึกกลัว

    บุญส่งไม่ได้สนใจเรื่องพ่อๆลูกๆของสุภัทรนัก ปลีกตัวไปหากอที่บ้านกำนันแย้ม โดยมีพิมพ์พรตามติดด้วยความคิดถึง หมออ่วมได้ยินว่าบุญส่งอยู่ในเหตุการณ์อาเพศเมื่อสิบเก้าปีก่อน ก็อดไม่ได้จะเล่าเรื่องเจ้าแม่นาคีที่อาละวาดแผลงฤทธิ์จนรัตนาวดีถึงแก่ความตาย!

    “นังเจ้าแม่นาคีมันมีสามร่างด้วยกัน ร่างหนึ่งเป็นงูเผือกมีหงอน ร่างที่สองเป็นร่างกายทิพย์โปร่งแสงหายตัวได้ และร่างสุดท้ายเป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาๆ ชื่อว่าคำแก้ว”

    ชื่อของคำแก้วทำให้บุญส่งนิ่วหน้า ก่อนจะประกาศกร้าวจะกำจัดเจ้าแม่นาคีให้สิ้นซากด้วยครุฑศิลา

    ooooooo

    ระหว่างที่บุญส่งรวมหัวกับพวกกำนันแย้มหาทางกำจัดเจ้าแม่นาคี ทศพลทุกข์ใจอย่างหนักที่ทะเลาะกับพ่อและทำให้คำแก้วเสียใจ อิ่มสงสารแต่ก็ให้กำลังใจว่าเขาต้องพิสูจน์ตัวเองกับพ่อและเมียหมาดๆได้แน่

    คำปองก็ห่วงความรู้สึกลูกสาวและลูกเขยหมาดๆ

    ไม่แพ้กัน อิ่มซึ่งแวะไปแนะนำตัวเลยปลอบให้คลายใจ เพราะเชื่อว่าคุณหนูหนุ่มที่เลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยรัก

    คำแก้วมาก คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

    ทศพลทำตามที่อิ่มแนะนำจริงๆด้วยการยืนยันกับคำแก้วจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น ถ้าไม่มีเธอ

    “แต่การตัดสินใจของคุณจะทำให้คุณสูญเสียทุกอย่าง ทั้งอนาคตแล้วก็...พ่อคุณด้วย”

    “อนาคตของผม...ก็คุณไงคำแก้ว”

    จบคำก็ยื่นหน้าไปหา ทำท่าจะจูบให้สมรักแต่คำแก้วก็เบือนหน้าหนี

    “คุณจะทำอะไร”

    “ตอนนี้เราเป็นผัวเมียกันแล้วนะ”

    “ฉันไปเป็นเมียคุณตอนไหน”

    ทศพลยิ้มหวาน โน้มตัวจะจูบอีกรอบแต่คำแก้วก็ไม่ยอมและยื่นคำขาดให้เขานอนบนพื้น!

    แต่ถึงจะถูกขู่แค่ไหน ทศพลก็ไม่กลัว แอบขึ้นเตียงกลางดึก พอถูกจับได้ก็ทำสำออย

    “ก็มันหนาว ผมนอนไม่หลับ คุณไม่สงสารผมบ้างหรือไงคำแก้ว”

    แววตาปริบๆของเขาทำให้เธอใจอ่อนยวบ แต่ยังตีหน้ายักษ์เหมือนไม่สนใจ

    “ก็ได้! แต่นอนห่างๆ แล้วก็ห้ามถูกเนื้อต้องตัวฉันเด็ดขาด”

    คำแก้วเอาหมอนมาขวางแล้วล้มตัวนอนทันที ทศพลยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งนอนละเมอไปกอดเธอจนได้

    คำแก้วคร้านจะต่อปากต่อคำด้วยเลยยอมให้กอด แล้วก็ถึงกับหน้าแดงก่ำเมื่อตื่นมาเจอกันเช้าวันต่อมา

    “ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามถูกเนื้อต้องตัวฉัน”

    “ผมไปกอดคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่ยักกะรู้ตัว”

    ท่าทางไขสือของเขาทำให้คำแก้วหมั่นไส้ แต่ก็ปฏิเสธหัวใจตัวเองไม่ได้ว่ามีความสุขไม่น้อยที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ พิมพ์พรเห็นสองสามีภรรยาหมาดๆหยอกล้อกันก็ริษยา จนต้องตามไปกระแนะกระแหนคำแก้ว

    “อย่าดีใจนัก ตอนนี้เธอยังเป็นของเล่นใหม่สำหรับพล อีกไม่นานพลก็เบื่อแล้วเขาก็จะทิ้งเธอ”

    “รอให้เขาเบื่อฉันเมื่อไหร่ แล้วฉันจะยกให้เธอก็แล้วกัน!”

    ooooooo

    สองสามีภรรยาหมาดๆใช้เวลาช่วงเช้าด้วยกันง่ายๆ ทศพลพยายามปรับตัวเป็นสามีที่ช่วยแบ่งเบางานบ้านของภรรยา คำแก้วปลื้มใจมากแต่ยังตีหน้าขรึมเหมือนไม่ชอบใจ

    ทศพลไม่ท้อ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานแบกหามหวังชนะใจภรรยา แต่เพราะไม่ชินทางเลยล้มหน้าคะมำ คำแก้วตกใจมาก ถลาไปประคองด้วยความเป็นห่วง ทำเอาสามีใจมาเป็นกอง

    “คุณเป็นห่วงผมเหรอ”

    “ฉันกลัวว่าจะไม่มีคนช่วยหาบน้ำให้ต่างหาก”

    “เป็นห่วงผมก็บอกมาเถอะ อย่าปากแข็งเลย ดวงตาคุณมันฟ้อง”

    สามีรูปหล่อสบตาซึ้งแต่คำแก้วก็หลบตา เฉไฉดุเขาเสียงเข้ม

    “ทีหลังคุณไม่ต้องช่วยฉันหาบน้ำแล้ว ฉันทำเองดีกว่า”

    ทศพลส่ายหน้าเบาๆ ดึงมือเธอมากุม “คำแก้ว... ตอนนี้ผมอาจจะเป็นสามีที่ไม่เอาไหน ช่วยอะไรคุณไม่ได้สักอย่าง แต่ผมจะพยายาม สักวันผมจะเป็นสามีที่ดีของคุณให้ได้”

    ลำเจียกผ่านมาเห็นภาพบาดตาบาดใจพอดี ช้ำใจมากที่ต้องเสียทศพลให้คำแก้ว ชบากับซ่อนกลิ่นเลยแนะนำให้ไปหาหมอผีทำเสน่ห์ ลำเจียกกลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อผัวในอนาคตเลยลงทุนโกหกพ่อว่าจะไปธุระต่างเมืองเพื่อไปหาหมอผีชื่อดังที่ตำบลนาคหนีพร้อมกับสองสาวเพื่อนสนิท

    กอเชื่อสนิท คิดว่าลำเจียกจะไปเยี่ยมพ่อของชบาซึ่งป่วยหนักที่ตำบลนาคหนีจริงๆ แต่ก็ไม่วายเป็นห่วง กำชับเสียงเข้มให้ลูกสาวสวมแหวนพิรอดติดตัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ห้ามถอดเด็ดขาด!

    วัชระปราการงูใหญ่สีน้ำตาลทองเฝ้ามองบรรยากาศระหว่างทศพลกับคำแก้วด้วยความอิจฉาและหึงหวง ตั้งท่าจะไปฆ่าศัตรูหัวใจให้หายแค้นหลายครั้ง ฉัตรสุดางูเขียวคนสนิทของเจ้าแม่นาคีต้องคอยห้ามและปรามตลอด

    “ข้าบอกท่านแล้วว่าอย่าทำอะไรคนรักของเจ้าแม่ เจ้าแม่ปรารถนาจะเป็นมนุษย์เพื่อให้ได้เคียงข้างกับชายผู้นั้น”

    “ข้ายอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ ข้าไม่อยากให้เจ้าแม่นาคีต้องทนทุกข์ทรมานหากต้องเป็นมนุษย์”

    “หากเจ้าแม่เป็นมนุษย์เต็มตัว เจ้าแม่จะมีความสุขเพราะได้เคียงข้างคนที่รัก อานุภาพแห่งความรักจะทำให้ผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลายไปได้ ท่านจงตัดใจเสียเถอะ”

    “ข้าทำไม่ได้หรอกฉัตรสุดา”

    “ท่านวัชระปราการ...หัวใจข้ามอบให้ท่านมาโดยตลอด เมื่อไหร่ท่านจะมอบหัวใจของท่านให้กับข้าบ้าง”

    “หมดทั้งดวงใจของข้ามอบให้เจ้าแม่ไปแล้ว”

    ความรักระหว่างทศพลกับคำแก้วก่อตัวขึ้นช้าๆ สองสามีภรรยามีท่าทีต่อกันในทางที่ดีขึ้น อิ่มพลอยสุขใจไปด้วย แต่สุภัทรกลับไม่ปลื้มและแสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับคำแก้วเป็นอันขาด

    คืนเดียวกันที่ห้องพักบ้านกำนันแย้ม...พิมพ์พรซึ่งย้ายมาอยู่กับพ่อช่วยรื้อข้าวของจากกระเป๋า บุญส่งได้ยินเรื่องราวอาถรรพณ์ของเจ้าแม่นาคีและเหตุวุ่นวายต่างๆก็อดบ่นลูกสาวไม่ได้

    “ถ้ารู้ว่าแกมาที่นี่ หัวเด็ดตีนขาดพ่อก็ไม่ยอมปล่อยแกมา”

    “เจ้าแม่นาคีมันโหดเหี้ยมนัก ทำให้พ่อต้องพิการ ฆ่ารัตนาวดี แล้วมันก็แย่งทศพลไปจากพิมพ์”

    “เดี๋ยวนี้มันฤทธิ์เยอะขึ้นกว่าแต่ก่อน ถึงขนาดมีร่างเป็นมนุษย์ พ่อชักอยากเห็นนังปีศาจครึ่งคนครึ่งงูที่ชื่อคำแก้วอะไรนั่นแล้วสิว่าหน้าตามันจะเป็นยังไง”

    “พิมพ์จะพาพ่อไปดูหน้ามันเอง พ่อต้องหาทางกำจัดมันให้ได้นะ พิมพ์เกลียดมัน อยากฆ่ามันให้ตาย”

    “ไม่ต้องห่วง พญาครุฑที่พ่อเอามาด้วยต้องปราบเจ้าแม่นาคีได้แน่นอน!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์