ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นาคี

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-ดราม่า-แฟนตาซี
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • ตรี อภิรุม
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ภูภูมิ พงศ์ภาณุ, ณฐพร เตมีรักษ์

นาคี ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1


ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นยามเช้าของหมู่บ้านดอนไม้ป่า คำปองหญิงชาวบ้านท้องแก่นำดอกไม้และอาหารคาวหวานสำรับน้อยๆมาถวายแก่รูปสลักหินงูขนาดใหญ่ภายในเทวาลัยเจ้าแม่นาคี พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน

“เจ้าแม่นาคี...ลูกช้างคำปองนำเครื่องสักการะมาถวาย ขอเจ้าแม่โปรดคุ้มครองลูกของลูกช้างให้อยู่รอดปลอดภัย จะชายหรือหญิงลูกก็รักทั้งนั้น ขอแค่เกิดมามีครบสามสิบสอง แล้วลูกช้างจะยกให้เป็นลูกเจ้าแม่...”

ตอนที่ 2

คำปองสลบตลอดคืนเลยไม่รับรู้ว่าร่างของเจ้าแม่นาคีที่เห็นมุ่งหน้าสู่เต็นท์ของเหล่านักศึกษาชาย และทันทีที่เห็นหน้าทศพลชัดๆ ร่างโปร่งแสงนั้นก็ก้มกระซิบข้างหู

“นานเหลือเกินไชยสิงห์...กว่าท่านจะกลับมาหาข้า ข้ายอมทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้พบท่านอีกครั้ง การรอคอยของข้าจักสิ้นสุดลงแล้ว”
จบคำก็โน้มตัวจูบอย่างดูดดื่ม ทศพลสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ริมฝีปาก แต่เมื่อลืมตาร่างโปร่งแสงของหญิงสาวในชุดโบราณที่เคยฝันถึงก็หายวับไปแล้ว!

ทศพลตัดสินใจลุกจากเต็นท์ไปตามหานางในฝันแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา พิมพ์พรเห็นหนุ่มหล่อที่ตัวเองแอบชอบตื่นกลางดึกก็พยายามยั่วยวนแต่เขาก็ไม่สนใจ ขอตัวไปนอนต่อหน้าตาเฉย

คำแก้วไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรกับตัวเองเมื่อคืนนี้บ้าง เมื่อคำปองบอกว่าเห็นเธอออกจากบ้านกลางดึก เธอก็ไม่เชื่อ เช่นเดียวกับรัตนาวดีที่แทบไม่เชื่อหูเมื่อแก๊งเพื่อนสาวบอกว่าเธอโดนผีเข้า

รัตนาวดีคิดทบทวนเรื่องเมื่อคืนแล้วก็ถึงกับขนลุกเมื่อจำได้ว่าภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนหมดสติคือดวงตาสีแดงก่ำซึ่งแฝงตัวในดงไม้ท่ามกลางความมืด

ภาพสุดท้ายของรัตนาวดีทำให้เหล่านักศึกษาหวาดกลัวไม่น้อย แต่กระนั้นสำนึกหน้าที่นักเรียนที่ดีก็ทำให้ต้องตั้งสติ ตั้งหน้าตั้งตาสำรวจพื้นที่รอบๆเพื่อข้อมูลสำคัญทางโบราณคดีตามที่ทัศนัยมอบหมาย

แต่เสียงหัวเราะและพูดคุยของเหล่านักศึกษาก็ต้องเงียบลงในเวลาต่อมา เมื่อรัตนาวดีเจอดีอีกครั้ง เห็นข้าวปลาอาหารที่เพิ่งทำเสร็จเต็มไปด้วยหนอนยั้วเยี้ย!

ภาพหลอนทำให้รัตนาวดีอาละวาดทำลายข้าวของจนเหล่านักศึกษาต้องไปหาของกินในตลาดแทน เปิดโอกาสให้ทศพลเจอกับหญิงชาวบ้านที่เขาเจอโดยบังเอิญในเทวาลัยเมื่อวันก่อนอีกครั้ง

คำแก้วซึ่งเก็บดอกไม้ป่ามาขายกำลังหัวเสียอย่างหนักเพราะเพิ่งมีปากเสียงกับลำเจียก เมื่อถูกหนุ่มเมืองกรุงตามตื๊อขอซื้อดอกไม้เลยระเบิดอารมณ์ใส่

“ดอกดินบ้านป่าคงไม่กลิ่นดีสีสวยเหมือนดอกฟ้าในเมืองกรุงหรอกกระมัง”

“ผมชอบความงามตามธรรมชาติมากกว่าความงามปรุงแต่ง”

สายตาของเขาสื่อความหมายตามที่พูดจนคำแก้วทำอะไรไม่ถูก ทศพลเลยยิ่งได้ใจ

“ดอกไม้พวกนี้ ผมเหมายกแผงเลยแล้วกัน”

“คุณจะซื้อไปทำไมตั้งเยอะแยะ กินหมดหรือ”

“ผมเหมาหมด คุณจะได้ไม่ต้องขายให้ใครอีก”

“ถ้ามีลูกค้าหน้าใหญ่ใจโตอย่างคุณมาซื้อทุกวัน ฉันคงรวยแย่”

ถ้อยคำประชดประชันไม่ได้ทำให้ทศพลสะทกสะท้าน และเมื่อเหลือบเห็นดอกไม้บนผมเธอก็ขอซื้อมาด้วย

“จะเอาไปทำไม กินก็กินไม่ได้”

“ผมจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก...ตอนคิดถึงคุณ”

คำแก้วถูกจีบตรงๆก็พูดไม่ออก หยิบมัดดอกไม้ทั้งแผงส่งให้เขาแล้วผละไปดื้อๆ แต่คงไม่ทันระวัง ดอกไม้ที่พันผมเลยหล่นพื้น ทศพลดีใจมากรีบเก็บใส่กระเป๋าด้วยท่าทางถูกใจเหลือเกิน

ooooooo

แม้จะได้ต่อปากต่อคำจนได้ดอกไม้บนผมเธอเป็นที่ระลึกแต่ทศพลก็ไม่พอใจแค่นั้น ตามตอแยจนรู้ในเวลาต่อมาว่าที่แท้หญิงชาวบ้านที่เขาพึงใจก็คือคำแก้ว ลูกสาวคนเดียวของคำปอง

ด้านพิมพ์พร เจิดนภาและรัตนาวดี...เดินหาของกินในตลาดจนเมื่อย แล้วก็ได้สะดุ้งกันทั้งแก๊งเมื่อจู่ๆก็มีชายชาวบ้านคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นหมอผีประจำหมู่บ้านมาตะคอกใส่หน้า

“นังหนู...เอ็งกำลังมีเคราะห์!”

หมออ่วมนั่นเองหมอผีคนนั้น เขาชี้มือไปทางรัตนาวดีแล้วประกาศกร้าว

“พวกเอ็งทุกคน โดยเฉพาะนังคนนี้...เอ็งเคราะห์หนักที่สุด ระวังตัวให้ดี”

รัตนาวดีหน้าซีดเผือด ละล่ำละลักถามหาทางแก้ให้วุ่น แต่หมออ่วมก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากไล่ให้กลับกรุงเทพฯโดยเร็วที่สุด

“หาไม่พวกเอ็งจะมีภัยถึงชีวิต ข้าหมออ่วม...ทำนายใครไม่เคยพลาด”

ชาวบ้านส่งเสียงอื้ออึงด้วยความตกใจ แต่พิมพ์พรกลับไม่หวั่นและยืนยันจะอยู่ต่อ หมออ่วมซึ่งรับมอบหมายจากกำนันแย้มมาขู่พวกนักศึกษาให้กลัวและเก็บของกลับกรุงเทพฯเลยตวาดทิ้งท้าย

“ข้าเตือนพวกเอ็งแล้วนะ ถ้ารักตัวกลัวตายก็รีบไปจากที่นี่ซะ!”

ทศพลไม่รู้เรื่องคำเตือนของหมออ่วม มัวเดินตามคำแก้วเพราะอยากทำความรู้จักมากกว่านี้แต่เธอก็ไม่สนใจ ลำเจียกเห็นหนุ่มหล่อจากเมืองกรุงก็รี่หา เอาอกเอาใจสารพัดจนพิมพ์พรซึ่งผ่านมาเห็นทนไม่ไหว แหวลั่น

“ไม่รู้ว่าที่นี่ดอนไม้ป่าหรือเมืองแม่ม่ายกันแน่ ผู้หญิงแถวนี้ถึงหิวผู้ชายนัก เหมือนตายอดตายยากมานาน”

เจิดนภากับรัตนาวดีไม่อยากมีเรื่องเลยพยายามรั้งตัวพิมพ์พรไว้ แต่ก็ช้ากว่าลำเจียกที่ของขึ้นเสียแล้ว

“หนอย...อีนังผู้ดีแปดสาแหรก เที่ยวดูถูกคนอื่น ไม่รู้จักก้มดูเงาตัวเอง วันนี้อีลำเจียกจะตบเรียงตัวให้กินน้ำพริกไม่ได้เลย...คอยดู!”

สองสาวตบกันจริงๆหลังจากนั้น โดยมีมะลิ ชบา เจิดนภาและรัตนาวดีร่วมวงด้วย แก๊งเพื่อนหนุ่มๆของทศพลผ่านมาเห็นเลยช่วยแยกทั้งหกสาวออกจากกัน ส่วนทศพลถือโอกาสปลีกตัวไปตามหาคำแก้ว

คำแก้วได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองก็หันไปดู ถอนใจยาวอย่างเอือมๆเมื่อเห็นว่าเป็นหนุ่มหล่อชาวกรุงที่เหมาดอกไม้เธอทั้งถาด และแม้ว่าเธอจะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเขาไม่น้อยแต่ก็ทำเฉยไม่อยากยอมรับความจริง

“คุณตามฉันมาทำไม”

“ผมแค่...อยากรู้จักคุณ”

“มีสาวๆสวยๆในดอนไม้ป่าอยากรู้จักคุณตั้งเยอะ”

“แต่ผู้หญิงพวกนั้นไม่เหมือนคุณ ผมรู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับคุณมาก่อน”

“ฉันเพิ่งเคยเห็นหน้าคุณครั้งแรก คุณจะรู้จักมักคุ้นกับฉันได้ยังไง”

“ผมเคยเห็นคุณในความฝัน”

คำแก้วถึงกับอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะโพล่งออกไปเสียงเครียด

“ประสาท...ฉันไม่ใช่เด็กอมมือนะ จะได้เชื่อเรื่องที่คุณกุขึ้น!”

ooooooo

ดูท่าคำหวานจีบสาวตรงๆจะไม่ได้ผล ทศพลเลยได้ตามง้อคำแก้วจนถึงบ้าน แต่กลับต้องเซ็งกว่าเก่าเมื่อเจอกับเลื่อง ลูกชายคนเดียวของกำนันแย้มที่มาติดพันคำแก้วเหมือนกัน ตั้งท่าจะเอาเรื่อง

“นี่เอ็งยังไม่ไสหัวไปจากดอนไม้ป่าอีกเหรอวะ”

“ถ้าภารกิจของผมที่เทวาลัยยังไม่สำเร็จ ผมก็ยังไปไหนไม่ได้”

“เอ็งอยากลองดีกับพวกข้าใช่ไหม”

คำแก้วเห็นท่าไม่ดี ปรี่ไปห้ามสองหนุ่มไม่ให้ตีกัน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะพี่เลื่อง เมื่อไหร่จะเลิกเกะกะระรานคนอื่นเขาเสียที”

“คำแก้ว...เอ็งจะปกป้องมันทำไม”

ตอนที่ 3

ทัศนัยแยกนักศึกษาชายเป็นสองกลุ่มเพื่อตามหารัตนาวดี โดยกลุ่มของทศพลไปแถวเทวาลัยเจ้าแม่นาคีแต่ก็คลาดกับพิมพ์พร เจิดนภาและคำแก้วที่พาตัวรัตนาวดีกลับไปแล้วอย่างปลอดภัย

ทศพลตัดสินใจพาประกิตกับวันชนะเข้าไปในเทวาลัยแล้วก็ต้องติดแหง็กในนั้นเพราะฝนดันตก สามหนุ่มเลยถือโอกาสสำรวจลานกว้างภายในปราสาทซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอลังการ และขณะที่ตะลึงลานกับความงามตรงหน้านั่นเอง ทศพลก็มีภาพแวบในหัวว่าเคยมีคนถูกจับตัวมาประหารที่นี่

ประกิตกับวันชนะทำหน้าไม่เชื่อเมื่อทศพลบอกว่าที่นี่เคยเป็นลานประหาร แต่ไม่กี่อึดใจก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นว่าที่คอของทศพลมีรอยแผลยาวเหมือนถูกของมีคมบาด!

แผลที่คอมีเพียงเลือดไหลซิบๆแต่ทศพลก็ไม่ยี่หระนัก สนใจเทวรูปเจ้าแม่นาคีภายในเทวาลัยมากกว่าเพราะเพิ่งค้นพบว่าบริเวณฐานกับช่วงลำตัวของเทวรูปมีรอยต่อเป็นหินคนละสี

“ดูจากเนื้อหินคร่าวๆ ส่วนที่ต่อเติมใหม่น่าจะมีอายุไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ”

“หมายความว่าเทวรูปเจ้าแม่นาคีที่เห็นอยู่นี่เป็นของเก๊เหรอวะ” วันชนะถามอึ้งๆ

“เทวรูปเดิมคงพังทลายลงจนไม่เหลือซาก ชาวบ้านเลยสร้างเทวรูปพญานาคขึ้นมาใหม่ทับของเดิม”

“โธ่เอ๊ย...หลงเชื่อเป็นตุเป็นตะ ที่แท้เจ้าแม่นาคีก็แค่นิทานหลอกเด็ก มันน่าลงหนังสือพิมพ์แฉให้สิ้นไส้”

ประกิตนิ่วหน้าไม่เข้าใจ หากเทวรูปนี้ไม่ใช่เจ้าแม่นาคีแล้วจะเป็นเทวรูปอะไร ทศพลเลยช่วยไขข้อข้องใจ

“ดูจากรอยต่อบริเวณพังพานที่เป็นของเดิมน่าจะเป็นเทวรูปพญานาคเก้าเศียร บางทีเทวาลัยนี้อาจสร้างขึ้นเพื่อบูชาท้าวศรีสุทโธนาค พญานาคผู้เป็นใหญ่แห่งลำน้ำโขง ปกครองพญานาคน้อยใหญ่ฝั่งไทยทั้งหมด”

วันชนะกับประกิตพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะตกใจหน้าเสียเมื่อเห็นทศพลตกไปในโพรงด้านหลังเทวรูป!

ทศพลตกลงไปในถ้ำใต้เทวาลัยซึ่งไม่เคยรู้ว่ามี ประกิตกับวันชนะรีบหาอุปกรณ์มาช่วยดึงเพื่อนจากโพรง เปิดโอกาสให้ทศพลได้สำรวจพื้นที่ในถ้ำด้านล่างและได้เจอนางในฝันที่หน้าตาเหมือนคำแก้วไม่ผิดเพี้ยน

“คำแก้ว...คุณมาที่นี่ได้ยังไง”

ร่างทิพย์ของเจ้าแม่นาคีซึ่งถอดจิตมาจากกายหยาบของคำแก้วนั่นเองที่ปรากฏตัวให้เขาเห็น กลิ่นหอมกรุ่นของดอกมะลิวัลย์จากตัวเธอทำให้เขาเหมือนตกในภวังค์

“ข้าอยู่ที่นี่...รอคอยท่านตรงนี้มานานแล้วไชยสิงห์”

“ไชยสิงห์...ใครกัน”

“ก็ท่านอย่างไรเล่า...แม่ทัพไชยสิงห์แห่งปัตตนคร”

“คุณล้อผมเล่นใช่ไหมคำแก้ว”

“ข้าไม่ใช่คำแก้ว ท่านลืมข้าเสียแล้ว...ไชยสิงห์”

“ไม่ใช่คำแก้ว แล้วคุณเป็นใคร คุณเป็นนางไม้ใช่ไหม”

เจ้าแม่นาคีไม่ตอบแต่นำทางเขากลับไปบนลานในปราสาทอย่างปลอดภัย ทศพลตั้งท่าจะถามอะไร

บางอย่างแต่ไม่ทันอ้าปาก นางในฝันหน้าตาเหมือนคำแก้วก็หายวับไปแล้ว!

ooooooo

แม้จะช่วยรัตนาวดีออกมาได้ แต่คำแก้วก็ถูกทุกคนรวมทั้งแม่แท้ๆมองมาด้วยแววตาสงสัยว่าเธอไปทำอะไรแถวเทวาลัย หญิงสาวผู้ชอบเล่นกับงูทำเป็นไม่สะทกสะท้านกับสายตาเหล่านั้น ทั้งที่ในใจเริ่มวิตกว่าตัวเองอาจมีบางอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอสะดุ้งตื่นกลางดึกแล้วพบว่ามีคราบโคลนบนฝ่าเท้า

แต่ข้อกังขาเกี่ยวกับคำแก้วก็ไม่น่าตกใจเท่าเรื่องที่พวกทศพลกลับมาบอกว่าพบถ้ำใต้เทวาลัย

ทัศนัยตื่นเต้นมากตามประสาผู้เชี่ยวชาญและสนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดี “ผมอยากเข้าไปสำรวจด้วยตัวเอง ถ้าเป็นจริงอย่างที่ทศพลว่า เราอาจเป็นคณะสำรวจชุดแรกที่ค้นพบแหล่งอารยธรรมบ้านดอนไม้ป่า”

“เราต้องรีบลงมือก่อนที่กำนันแย้มจะไหวตัวส่งคนมาขัดขวางพวกเราเหมือนที่เผาเต็นท์คราวก่อน”

“เราต้องลักลอบเข้าไปสำรวจใต้เทวาลัยนั่น อย่าให้พวกกำนันรู้เด็ดขาด!”

พวกนักศึกษายกเว้นพวกพิมพ์พรซึ่งต้องดูแลรัตนาวดีเตรียมตัวไปสำรวจถ้ำพร้อมกับทัศนัย ทศพลซึ่งบ่ายเบี่ยงไม่เล่าเรื่องที่ตนหาทางขึ้นจากถ้ำมาได้อย่างปาฏิหาริย์จึงผละไปหาคำแก้วเพื่อไขข้อสงสัย

“คำแก้ว...เมื่อคืนคุณไปที่เทวาลัยท้ายหมู่บ้านหรือเปล่า”

คำแก้วหน้าเจื่อนแต่เพียงแวบเดียวก็ตอบหน้าตาย “เมื่อคืนฝนเทไม่ลืมหูลืมตา ฉันจะไปทำอะไรที่นั่น”

“มีผู้หญิงหน้าเหมือนคุณแต่แต่งตัวประหลาดเหมือนหลุดมาจากยุคขอมช่วยผมออกจากถ้ำ”

“คุณพูดอะไร ฉันฟังไม่รู้เรื่อง”

ทศพลมองมายิ้มๆ ก่อนจะตั้งข้อสันนิษฐาน “ต้องเป็นนางไม้แน่ๆ นางไม้หน้าเหมือนคุณเปี๊ยบแต่ท่าทางสวยปนเศร้า ไม่ได้แข็งกระด้างเย็นชาเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้เหมือนใครบางคน”

“คุณว่าใคร”

“จะใครล่ะ ถ้าไม่ใช่คุณ”

คำแก้วหน้าแดง ใจเต้นรัวแบบที่ไม่เคยมาก่อน แต่กระนั้นก็ตีหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร ทศพลมองมาขำๆก่อนจะผละไปสมทบพวกเพื่อนๆ แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อประกิตนำภาพถ่ายในถ้ำเทวาลัยซึ่งลำแสงสีขาวแลดูคล้ายลำตัวพญานาคกระจายอยู่ทั่วภาพให้ดู... ราวกับว่าภายในถ้ำนั้นเป็นที่อยู่ของพวกพญานาค!

อาการของรัตนาวดีไม่ดีเลย ไข้ขึ้นสูง ใบหน้าซีดเซียว แววตาเหม่อลอยเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร คำปองช่วยพิมพ์พรกับเจิดนภาดูแลแต่ก็ช่วยไม่ได้มากนัก จึงเสนอให้ตามหมออ่วมมาช่วยทำพิธีเรียกขวัญ

เมื่อคำแก้วรู้ก็เบ้หน้า ไม่เชื่อถือและศรัทธาในตัวหมอผีประจำหมู่บ้านเลยแม้แต่น้อย

“หมออ่วมมาจะช่วยอะไรได้”

“อย่างน้อยก็มาช่วยเรียกขวัญนังหนูให้มาอยู่กับเนื้อกับตัว”

“ตาแก่เจ้าเล่ห์ รู้แค่งูๆปลาๆก็ตั้งตัวเป็นหมอธรรมประจำหมู่บ้าน หากินบนความเชื่อของคนอื่น ที่หนองไทรคงไม่ค่อยมีคนตกเป็นเหยื่อถึงย้ายมาหากินที่ดอนไม้ป่านี่”

“คนเจ็บคนไข้ในหมู่บ้านเรา แกก็ช่วยรักษาจนหายตั้งหลายคน”

“ที่ตายไปก็มาก พอคนไข้เกิดตายขึ้นมา แกก็อ้างโน่นอ้างนี่สารพัดให้ตัวเองพ้นผิด”

“เอ็งอคติกับหมออ่วมเกินไป”

“ใครจะยอมรับนับถือแกก็เชิญ แต่ฉันคงทำใจไหว้ไม่ลง”

ooooooo

พิมพ์พรไม่สนใจคำเตือนของคำแก้ว ตัดสินใจไปตามหมออ่วมด้วยตัวเอง และทันทีที่มาถึง หมอผีประจำหมู่บ้านก็ได้กลิ่นสาบงูคละคลุ้งไปหมด คำปองละล่ำละลักปฏิเสธ บอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้เพราะตั้งแต่ผัวตาย ครอบครัวเธอก็ไม่ล่างูขายอีก

แต่หมออ่วมก็ไม่เชื่อ ทำจมูกฟุดฟิดตามหาที่มาของกลิ่นสาบงูจนคำแก้วทนไม่ไหว

“หมออ่วมนี่จมูกดีจัง ฉันอยู่ที่นี่แท้ๆยังไม่ยักกะได้กลิ่น”

“เอ็งอยู่ทุกวันก็เลยชินน่ะสิ ข้าว่าบ้านเอ็งต้องมีงูอาศัยอยู่แน่ๆ”

“งูที่หมออ่วมว่ามันน่าจะเลื้อยอยู่บนหัวคนแถวนี้มากกว่า”

หมออ่วมโมโหที่ถูกเหน็บและทวีความสงสัยในตัวคำแก้วมากขึ้น แต่อาการเพียบหนักของรัตนาวดีก็รอไม่ได้ เขาเลยต้องผละมาทำพิธีเรียกขวัญ แต่ไม่ทันสำเร็จทศพลก็โผล่มาขัดขวาง

รัตนาวดีตัวสั่นเป็นลูกนกเพราะถูกน้ำมนต์ของหมออ่วมสาด ทศพลโกรธมากและคิดว่าหมอผีเป็นพวกลวงโลก คำปองเห็นท่าไม่ดีเลยแยกทั้งสองจากกัน หมออ่วมต้องผละไปแบบเสียไม่ได้แต่ไม่วายขู่

“อาการมันเข้าขั้นตรีทูต พิธียังมาล่มกลางคันอีก ข้าหมดหนทางเยียวยาล่ะ คงต้องปล่อยไปตามบุญตามกรรม”

“พอจะมีวิธีแก้ไขบ้างไหมหมออ่วม”

“ข้าเคยเตือนให้รีบออกจากดอนไม้ป่าแต่พวกมันไม่เชื่อ สุริยคราสคราวนี้ไม่รู้ต้องเซ่นสังเวยเจ้าแม่นาคีสักกี่ศพ”

“ขออย่าให้เหมือนเมื่อสิบเก้าปีก่อนเลย”

“ข้าก็หวังว่าอย่างงั้น...”

ฝ่ายพิมพ์พร...เถียงกับทศพลอย่างหนักที่เขา

ไม่ยอมให้หมออ่วมทำพิธีเรียกขวัญให้รัตนาวดี

“พิมพ์อยากให้ยัยรัตน์หายก็เลยตามหมออ่วมมารักษา พิมพ์ผิดตรงไหน”

“รัตนาวดีเป็นไข้ ไปตามหมอผีมารักษาจะหายได้ยังไง”

“ที่นี่ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีหมอ มีแต่หมออ่วมเท่านั้นที่พอจะพึ่งได้ ของแบบนี้ไม่ลองก็ไม่รู้”

“แล้วเป็นไง คราวนี้เห็นหรือยังว่ารัตนาวดีสภาพเป็นยังไงบ้าง”

“ยัยรัตน์ไม่ได้เป็นไข้ธรรมดา แต่อาจถูกภูตผีปีศาจรังควานเอาก็ได้”

“ผมผิดหวังในตัวคุณมากเลยนะ ผู้หญิงหัวสมัยใหม่อย่างคุณ ไม่น่างมงายเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้เลย!”

อาการของรัตนาวดีเลวร้ายลง ไข้สูงกว่าเดิมจนทุกคนใจคอไม่ดี ทศพลอยากพาไปหาหมอในเมือง แต่คำแก้วก็มาแจ้งข่าวร้ายเสียก่อนว่าถนนเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด คงอีกนานกว่าจะใช้ได้อีก

กำนันแย้มประสาทเสียมากเมื่อรู้จากหมออ่วมว่าพวกคนเมืองไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ กลัวเหลือเกินว่าสุริยคราสปีนี้อาจเป็นหายนะเหมือนสิบเก้าปีก่อน หมอผีประจำหมู่บ้านเลยเสนอทางแก้

“ระวังอย่าให้พวกคนเมืองเข้าไปยุ่มย่ามในเทวาลัยเจ้าแม่นาคีอีกเด็ดขาด”

“ไอ้เดี่ยว ไอ้ทัพ...เอ็งสองคนไปที่บ้านนังคำปอง คอยเฝ้าจับตาดูพวกมันไว้ให้ดี อย่าให้พวกมันออกไปไหนเด็ดขาด ถ้ามันขัดขืนก็ลงมือได้เลย!”

ooooooo

นอกจากจะสั่งให้สองสมุนจับตาดูพวกคนเมืองอย่างใกล้ชิด กำนันแย้มและหมออ่วมยังให้คนจับตาดูคำแก้วเป็นพิเศษด้วย โดยเฉพาะหมอผีประจำหมู่บ้าน ปักใจนักหนาว่าคำแก้วต้องไม่ใช่คน

“วันก่อนข้าแวะไปบ้านนังคำปอง กลิ่นสาบงูคลุ้งไปหมด จะต้องมีงูบริวารเจ้าแม่กบดานอยู่ที่นั่นแน่ๆ”
กอซึ่งแวะมากินเหล้าด้วยรีบสนับสนุน “นังคำแก้วลูกสาวนังคำปองมันคลอดวันที่เจ้าแม่นาคีออกอาละวาดเมื่อสิบเก้าปีก่อน บางทีมันนั่นแหละที่เป็นบริวารเจ้าแม่ในร่างมนุษย์”

กำนันแย้มไม่อยากเชื่อเพราะยังไม่มีหลักฐาน กอเลยเล่าเรื่องประหลาดของคำแก้วให้ฟัง

“ข้าเคยเห็นนังคำแก้วมันมีเกล็ดคล้ายกับงูลอกคราบ แต่พอวันรุ่งขึ้นแผลที่แขนมันก็หายเป็นปลิดทิ้ง”

“เรื่องนี้มันชักจะทะแม่งๆอยู่นากำนัน บริวารเจ้าแม่นาคีมันอาจจะสิงสู่อยู่ในร่างหญิงสาวก็เป็นได้”

ข้อสันนิษฐานของหมออ่วมทำให้กำนันแย้มอยากสืบความจริงเรื่องคำแก้ว เดี่ยวกับทัพเลยต้องทำงานหนัก นอกจากต้องเฝ้าพวกคนเมืองไม่ให้ไปยุ่มย่ามแถวเทวาลัย ยังต้องจับสังเกตคำแก้วด้วย แต่พวกทศพลก็หาทางหนีไปจนได้ด้วยการปลอมตัวเป็นหุ่นไล่กาบนผืนนาของคำปอง

ถ้ำใต้เทวาลัยทำให้ทัศนัยและเหล่านักศึกษาตะลึงลาน ถกเถียงกันอย่างจริงจังว่าข้าวของมากมายหลุดรอดจากสายตาของคนภายนอกได้เช่นไร ทศพลคิดนิดเดียวก็เอ่ยเสียงเรียบ

“ที่นี่น่าจะเคยเกิดน้ำท่วมใหญ่มาก่อน”

“แกรู้ได้ไงวะไอ้พล หรือว่าแกเห็นภาพนิมิต” วันชนะสงสัย

“ข้าวของพวกนี้น่าจะถูกกระแสน้ำซัดลงมาจากข้างบนทับถมตกตะกอนลงมาอยู่ใต้ดินนี่”

ทศพลก็บอกไม่ได้ว่ารู้มาจากไหน แต่เสียงเรียกคุ้นหูที่ดังจากเทวรูปเจ้าแม่นาคีก็ดึงความสนใจเขาไปแทน และทันทีที่เห็นหน้าตาชัดๆ เขาก็แทบผงะ เพราะเทวรูปนี้มีใบหน้าเหมือนคำแก้วไม่ผิดเพี้ยน!

ภาพใบหน้าของเทวรูปนั้นทำให้ทศพลเก็บไปฝัน และในฝันนั้นเขาก็ได้กลิ่นดอกมะลิวัลย์ พร้อมกับการปรากฏตัวของนางในฝันที่เขาเข้าใจว่าเป็นนางไม้

“ข้ารอคอยท่านมานานนักหนา ไม่คิดว่าเราจักได้กลับมาพบกันอีก”

“เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ”

“ถึงแม้ว่าท่านจักลืมข้า แต่ข้าไม่เคยลืมท่าน...

ไม่เคยลืมคำสัตย์สัญญาที่ท่านเคยให้ไว้กับข้า”

พลันภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็นภาพอดีตเมื่อพันปีก่อน ชายหนุ่มรูปงามหน้าตาเหมือนทศพลราวกับเป็นคนเดียวกันแต่แต่งชุดเครื่องแบบนักรบโบราณกำลังนั่งพนมมือสาบานต่อหน้ารูปปั้นพญานาค

“ข้าแม่ทัพไชยสิงห์...ขอตั้งสัจจะวาจาต่อหน้าองค์พญานาคผู้ศักดิ์สิทธิ์ จงรับรู้คำสาบานของข้า ข้ามีใจภักดิ์รักเจ้าเพียงผู้เดียว หากข้าได้มาเป็นแม่เรือน จะรักมิรู้เบื่อ เชื่อมิรู้หน่าย แม้ตายจากข้าก็จักเฝ้ารอทุกชาติภพ หากข้าแหนงหน่ายต่อนางแม้สักเมื่อเชื่อวัน ขอให้ข้าจงตายในสามวันเจ็ดวันเถิด”

ทศพลสะดุ้งตื่นหลังจากนั้น ภาพในฝันนั้นชัดเจนและเหมือนจริงจนแทบไม่น่าเชื่อ

“ผมคือไชยสิงห์งั้นเหรอ”

“เมื่อเก้าร้อยเก้าสิบเก้าปีที่แล้ว...ท่านคือไชยสิงห์ แม่ทัพใหญ่แห่งปัตตนคร”

“แล้วคุณล่ะ คุณเป็นใคร”

“เชื่อเถิด...ท่านไม่อยากรู้หรอกว่าข้าเป็นใคร”

ooooooo

ไม่ใช่แค่ทศพลที่ฝันประหลาด เห็นนางไม้หน้าตาเหมือนคำแก้ว คำแก้วก็ฝันเรื่องเหลือเชื่อ

ไม่ต่างกัน น่าอายกว่าด้วยซ้ำเพราะดันฝันถึงทศพล

คำแก้วสงสัยว่าตนอาจมีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงกับทศพลแต่ยังไม่อยากตามหาความจริงตอนนี้ ต่างจากทศพลที่หมกมุ่นกับความฝันและการระลึกชาติจนต้องไปเลียบๆเคียงๆถามเชษฐ์หนุ่มธรรมะธัมโมประจำกลุ่ม

“มันจะไม่ดูงมงายไปหน่อยเหรอวะ เชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้”

“วิทยาศาสตร์ทั่วไปมีขอบเขตทางกายภาพ ใช้วัดตรรกะทางจิตไม่ได้ อย่างน้อยฉันก็เชื่อการเวียนว่ายตายเกิด”

“แกเชื่อเพราะศาสนาบอกให้แกเชื่องั้นหรือ”

“ก็ไม่เชิง นักวิทยาศาสตร์บอกว่าสสารไม่มีวันสูญหายแต่เปลี่ยนรูปได้ เหมือนข้าวที่เรากินเข้าไปแล้วกลายเป็นพลังงานและของเสียที่เราขับถ่ายออกมา ข้าวไม่ได้หายไปไหน แค่แปรสภาพไปเท่านั้น”

ตอนที่ 4

การตายของรัตนาวดีทำให้สถานการณ์ของเหล่านักศึกษาและอาจารย์หนุ่มแย่ลง ทัศนัยจมปลักกับความรู้สึกผิดเพราะเป็นคนพานักศึกษาสาวมาตาย ทศพลต้องคอยปลอบไม่ให้คิดมาก โดยมีพวกนักศึกษาคนอื่นมองมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะรวมหัวกันไปพิสูจน์ความจริงบางอย่าง!

ทศพลไม่ได้ไปกับเพื่อนๆแต่ผละไปหาคำแก้วและถือโอกาสชวนเธอไปดูเทวรูปเจ้าแม่นาคี คำแก้วถึงกับอึ้งไปอึดใจเมื่อเห็นหน้าตาของเทวรูปชัดๆ

“เชื่อผมหรือยังล่ะว่าเทวรูปนี่หน้าเหมือนคุณราวกับแกะ ผมเห็นทีไรก็คิดถึงคุณทุกที”

“ถ้าไม่เห็นกับตา ฉันต้องคิดว่าคุณอำฉันเล่นแน่ๆ”

“รูปปั้นนี่อายุน่าจะเกือบๆพันปีแต่สภาพยังสมบูรณ์ อาจารย์ทัศนัยสันนิษฐานว่าอาจเป็นเทวรูปเจ้าแม่นาคี”

คำแก้วยกมือลูบใบหน้าของเทวรูปแผ่วเบา พลันก็ได้ยินเสียงสาปแช่งจากใครบางคนก้องในหัว

“ข้าขอสาปให้ร่างเจ้ากลายเป็นหิน ครึ่งหนึ่งเป็นคนแสดงถึงความดีงาม ส่วนอีกครึ่งเป็นงูแสดงถึงความชั่วร้าย วิญญาณของเจ้าจงสิงสถิตในร่างงูเผือกจำศีลภาวนาในถ้ำจวบจนครบหนึ่งพันปีจึงจักสิ้นเวร!”

เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่หลังจากนั้น คำแก้วสะดุ้งตื่นจากภวังค์ด้วยสีหน้างงๆ ทศพลเป็นห่วงอยากดูแลแต่เธอก็ผละหนี พร้อมกับความสงสัยในใจว่าเทวรูปนั้นถูกสาปจากใครกัน...

ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนสาปเทวรูปเจ้าแม่นาคี แต่ที่รู้แน่คือเทวรูปนี้ไม่ได้ถูกหล่อจากหินหรือสำริดรมดำเหมือนเทวรูปอื่นๆ และทัศนัยก็เป็นผู้ค้นพบความจริงข้อนี้

“มันไม่เหมือนวัตถุอะไรทั้งสิ้น มันคล้ายศพอาบน้ำยาที่ขุดพบในพีระมิดของอียิปต์มากกว่า”

ทศพลซึ่งมานั่งดูเทวรูปด้วยความหลงใหลเหมือนเคย นิ่วหน้าไม่อยากเชื่อ

“ศพอาบน้ำยาที่กลายเป็นหินน่ะเหรอครับอาจารย์”

“ใช่...แต่ถ้าจะให้แน่ใจต้องพิสูจน์ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เสียก่อน”

“ไม่น่าเชื่อ...ถ้าเป็นศพอาบน้ำยาจริง แล้วท่อนล่างที่เป็นงูนี่ล่ะครับ”

“ผมก็งงอยู่เหมือนกัน จะว่าเป็นรอยต่อ มันก็ดูเชื่อมสนิทจนเป็นเนื้อเดียวกัน”

เรื่องย่อละคร นาคี

นายเคนสามีของคำปองจับได้งูลักษณะประหลาดเป็นสีขาวตลอดตัวขนาดใหญ่กว่าแขนยาวประมาณวาเศษบนหัวมีหงอนเหมือนหงอนพญานาค ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นงูเจ้าแม่ที่เรียกกันว่า “นาคี” เขานำไปขายให้กับฝรั่งนักค้างู จอห์น วินสัน ด้วยราคาสูงลิ่ว คำปองซึ่งท้องแปดเดือนมีความเชื่อเช่นเดียวกับชายบ้านอีกหลายคนว่างูเจ้าแม่นี้หากไปหลบหลู่ดูหมิ่นจะต้องประสบกับความพินาศฉิบหาย นางพยายามห้ามปรามสามีแต่สายไปเสียแล้ว กลุ่มของจอห์น วินสัน ประกอบด้วยผู้ช่วยชาวไทยอีกสองคนคือ นายกอ และ นายบุญส่ง นายบุญส่งนั้นร้องด่าหลบหลู่งูขาวที่จับมาได้และท้าทายว่าหากเป็นงูเจ้าแม่จริงก็ให้สำแดงฤทธิ์เดช ฉับพลันนั้นเองขณะที่เปิดกรงเพื่อนำงูที่จับได้บรรทุกขึ้นเกวียน ปรากฏอาเพศบนท้องฟ้าเกิดสุริยคราสพายุอื้ออึงฟ้ามืดครึ้มเกิดลมพายุรุนแรงจนหมู่บ้านถล่ม นายเคนถูกกระท่อมทับตายคาที่ บุญส่งถูกไม้ทับขาข้างหนึ่งจนแหลกเหลว นายกอนั้นหนีไปได้ แต่จอห์น วินสัน ถูกงูเผือกฉกตาย ส่วนคำปองนั้นเกิดเจ็บท้องคลอดกะทันหันเด็กทารกหญิงที่คลอดออกมาสิ้นชีวิต แต่ก่อนที่คำปองจะหมดสติไปนางบังเกิดเห็นภาพงูใหญ่เลื้อยแทรกกลืนหายเข้าตัวเด็ก และลูกของนางก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

คำปองตั้งชื่อบุตรสาวว่าคำแก้วย้ายจากโขงเจียมไปอยู่ดอนไม้ป่าครองตัวเป็นแม่ม่าย เด็กหญิงคำแก้วในวัยเรียนชั้นประถมศึกษามีลักษณะต่างจากเด็กทั่วไปบางครั้งขอบเดินเที่ยวในป่าคนเดียวหรือมักนั่งเงียบครุ่นคิดที่น่าประหลาดคือมักปรากฏอสรพิษอยู่ใกล้เด็กหญิงเสมอแต่ไม่เคยทำร้าย คำปองซึ่งยังเป็นสาวงามแม้จะตกพุ่มม่ายมีนายหวานพ่อม่ายลูกติดมาชอบพอแต่นางปฏิเสธไปด้วยใจยังไม่ลืมสามีและด้วยความรักที่มีต่อบุตรสาว

คำแก้วมักหายตัวไปบริเวณปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้าน เด็กหญิงยังบอกอีกว่าสามารถพูดคุยกับงูได้และพวกมันเชื่อฟังเธอ คำปองเชื่อว่าเด็กหญิงคิดเอาเองตามประสาเด็ก คำแก้วเล่าให้แม่ฟังอีกว่าเธอชอบปราสาทหินร้างแห่งนั้นรู้จักคุ้นเคยราวกับเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน

20 ปีผ่านไป... พ.ศ. 2500

คณะอาจารย์และนักศึกษาโดยการนำของอาจารย์ทัศนัยได้ลงพื้นที่ขุดค้นโบราณวัตถุ ในจำนวนนี้มี ทศพล นักศึกษาปีสุดท้ายของคณะโบราณคดีรวมอยู่ด้วย เขาเป็นคนรูปงามและหลงใหลในวัตถุโบราณเป็นอย่างมาก ทศพลขุดพบรูปปั้นประหลาดเป็นหินสลักสีขาวอมชมพูรูปหญิงสาวเปลือยท่านอนบิดตัว ช่วงล่างตั้งแต่สะโพกลงไปเป็นหางงูส่วนบนของหน้าผากที่จรดกับศีรษะมีหงอน ซึ่งอาจารย์ทัศนัยอธิบายว่านั่นคือสัญลักษณ์ของนาคีหรือพญานาค ทศพลหลงใหลในความงามของรูปปั้นจนเก็บไปเพ้อถึงทำให้พิมพ์พรที่แอบชอบเขาอยู่ไม่พอใจ

ตั้งแต่ขุดพบรูปปั้นประหลาดมีเรื่องราวแปลกๆ เกิดขึ้นกับคณะทำงาน เริ่มตั้งแต่ทศพลพบเด็กสาวสวยสวมชุดแพรเยื่อไม้สีกลีบบัว แต่เมื่อเขาติดตามไปหล่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในเวลาเดียวกันคำแก้วซึ่งเติบโตเป็นสาวสวยของบ้านดอนไม้ป่าเกิดฝันประหลาดว่าได้พบชายหนุ่มรูปงามเขาและพวกกำลังขุดหาวัตถุโบราณอยู่ ทศพลและเพื่อนๆ คือ วันชนะ ประกิต เชษฐ์ สมมาตร รวมถึง พิมพ์พร รัตนาวดี ไม่ได้การต้อนรับจากกำนันแย้ม เพราะกำนันแย้ม ไม่ต้องการให้คนต่างถิ่นเข้ามายุ่มย่ามในหมู่บ้าน รวมถึงการขุดค้นที่เทวาลัย จึงขับไล่ทุกคน ไม่ให้นอนค้างที่หมู่บ้าน สุดท้ายทัศนัย จึงพาเด็กๆ ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของคำปอง และที่นั่นเอง ทศพลก็ได้พบกับคำแก้ว และเริ่มชอบคำแก้วในที่สุด

พิมพ์พรเดินตลาดของบ้านดอนไม้ป่าได้พบกับคำแก้วที่เก็บดอกไม้ป่าหลากชนิดมาขาย เธอไม่ชอบหน้าคำแก้วแต่แรกเห็นเพราะสวยจัดทั้งยังฉลาดรู้จักยอกย้อนต่อปากต่อคำต่างกับหญิงชาวบ้านทั่วไป พิมพ์พรเห็นรูปปั้นนาคี พิมพ์พรถึงกับประหลาดใจเมื่อพบว่าใบหน้าของรูปปั้นนั้นเหมือนเด็กสาวชาวป่าที่เธอเพิ่งได้พบแทบไม่ผิดเพี้ยน

หมออ่วมทำนายกับกำนันแย้มว่าอีกเจ็ดวันจะเกิดสุริยคราสทำความวิตกให้กับเขามากเนื่องจากทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์นี้จะต้องมีคนถูกฝูงงูกัดกินจนตายทุกครั้ง หมออ่วมบอกว่านี่เป็นอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคี เขาทำนายพิมพ์พรว่ากำลังมีเคราะห์หนักจนอาจถึงสิ้นชีวิตภายในเจ็ดวัน พิมพ์พรและรัตนาวดีได้พบกับคำแก้วที่ตลาดอีกครั้ง รัตนาวดีเริ่มเอะใจเธอจำได้ว่าคำแก้วมีใบหน้าคล้ายกับรูปปั้นนาคีทีทศพลขุดได้พิมพ์พรขอให้เธอเก็บไว้เป็นความลับ

หมออ่วม ฉุกใจคิดว่าเจ้าแม่นาทีที่แสดงอิทธิฤทธิ์ฆ่าคนจะเกี่ยวข้องกับคำแก้วเด็กสาวที่เกิดในวันสุริยคราสที่อำเภอโขงเจียมและเป็นวันเดียวกับที่เจ้าแม่อาละวาดเมื่อหลายปีก่อน นายอ่วมต้องการกำจัดเจ้าแม่นาคีแต่กำลังสืบหาที่อยู่และหาของขลังมาปราบ ส่วนลำเจียก ลูกสาวนายกอ ก็ตกหลุมรักทศพล ด้วยรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลา ยิ่งเมื่อเห็นทศพลชอบอยู่ใกล้ชิดกับคำแก้ว ก็ยิ่งไม่พอใจ ลำเจียกหาทางกลั่นแกล้งคำแก้วอยู่เสมอ โดยมีซ่อนกลิ่นกับชบาคอยเป็นมือขวาให้ลำเจียก

ทศพลพบภาพประหลาดเป็นปราสาทราชวังตะการตาและหญิงสาวสวมมงกุฏงูคนเดิมเช่นเดียวกับคำแก้วที่ฝันถึงทศพล พิมพ์พรเห็นภาพประหลาดเป็นงูเผือกยักษ์กำลังโอบรัดทศพลอยู่เธอกังวลและหวาดกลัวจนต้องเล่าให้ทศพลฟังว่างูใหญ่บางตัวมีฤทธิ์แปลงเป็นคนได้จากคำบอกเล่าของบิดา นั่นก็คือนายบุญส่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์อาเพศเจ้าแม่นาคีเหมือนหลายปีก่อนนั่นเอง

หมออ่วมลอบนำว่านพญาลิ้นงูที่ได้จากสัปเหร่อคงไปฝังไว้ที่ใต้ถุนเรือนคำปอง เพื่อทดสอบว่าคำแก้วคือร่างแปลงของนาคี จนคำแก้วร้อนรนจนอยู่บนเรือนไม่ได้ต้องเสาะหาขุดว่านนั้นทำลายเสีย หมออ่วมเริ่มแน่ใจมากขึ้น ทางด้านอาจารย์ทัศนัยขุดพบซากเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์งูเต็มไปหมดนอกจากนี้เขายังสันนิษฐานว่ารูปปั้นนาคีนั้นแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่หินสลักหรือวัตถุทั่วไปแต่เป็นศพอาบน้ำยาเช่นเดียวกับมัมมี่ ของอียิปต์ที่ถูกฝังไว้เป็นเวลานานจนแปรสภาพเป็นเนื้อหิน

กำนันแย้มและหมออ่วมแจ้งเตือนชาวบ้านถึงวันสุริยคราสที่จะมาถึงในพรุ่งนี้ ยังบอกอีกว่าเจ้าแม่นาคีจะต้องอาละวาดฆ่าคนอีกเพราะที่ปราสาทหินร้างท้ายหมู่บ้านนั้นมีถ้ำติดต่อไปยังอำเภอโขงเจียมที่เจ้าแม่เคยปรากฏอิทธิฤทธิ์ หมออ่วมเสริมว่าเจ้าแม่นาคีนั้นมีร่างเป็นคนอาศัยปะปนอยู่กับชาวบ้านแต่เมื่อคำแก้วคาดคั้นให้บอกออกมาว่าเป็นใครเขาก็กลับอึกอักบอกว่ายังไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอ

คนขับรถที่พาคณะของอ.ทัศนัย และเด็ก ๆ ถูกงูกัดตาย ทัศนัยจะเอาศพคนขับกลับไปทำพิธี แต่กำนันไม่ยอม บอกว่าถูกงูกัดตาย หากเคลื่อนย้ายศพ จะเกิดอาเพศใหญ่ ลำเจียกไปหาทศพลถึงที่บ้านคำแก้ว ขากลับ เจองูเผือกจะทำร้าย ดีที่ใส่แหวนที่พ่อให้ไว้ จึงรอดมาได้ ทศพลกับพวก มาที่บ้านสัปเหร่อคง ถามเรื่องที่ฝังศพคนรถ ทศพลจ้างให้สัปเหร่อไปขุดโลง เปิดออกมา เห็นงูกำลังกัดกินศพอย่างหน้าสะอิดสะเอียน ทุกคนแทบช็อค ส่วนรัตนาวดีก็กลัวตาย วิ่งหนีไปจากหมู่บ้าน เจอเข้ากับผี โดนทำร้ายจนสลบไป ทุกคนตกใจ รัตนาวดีหายไป ไปแจ้งกำนันแย้ม ก็ไม่รับแจ้ง บอกถ้าภายใน 3 วันไม่กลับมาคือไม่รอด ทัศนัย แบ่งเด็ก ๆ เป็น 2 กลุ่ม ออกไปตามหา คำแก้ว ช่วยเหลือรัตนาวดีมาได้ โดยพิมพ์พร และเจิดนภา พากลับมาที่บ้านพัก แต่รัตนาวดี อยู่ในอาการหวาดกลัว ยังคงไม่พูดจากับใคร สุดท้ายคำปอง จึงไปหาหมออ่วมให้มารักษา หมออ่วมเห็นแววตาคำแก้ว พร้อมกับกลิ่นสาบงู เริ่มมั่นใจ ว่าคำแก้ว จะต้องเป็นบริวารของเจ้าแม่นาคี

ส่วนทศพล วันชนะ และประกิต ต้องค้างที่เทวาลัย เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ทศพล ค้นพบ ถ้ำใต้เทวาลัย และได้พบกับร่างทิพย์ของเจ้าแม่นาคี ที่มีหน้าตาเหมือนกับคำแก้วอย่างไม่มีผิดเพื้ยน หลังจากออกจากถ้ำ ทศพล จึงบอกกับทัศนัย และจะพาทีมนักศึกษา เข้าไปสำรวจถ้ำต่อไป และได้พบกับวัตถุโบราณจำนวนมาก

ลำเจียก ขะมักเขม้น ซ้อมรำถวายเจ้าแม่ ตอนแรก คำแก้ว จะไม่ยอมรำถวาย ทำให้กำนันไม่พอใจ แต่สุดท้ายคำปองเกลี้ยกล่อม ให้ทำเพื่อเจ้าแม่นาคี เพราะเคยสัญญาไว้ตั้งแต่ตอนท้องคำแก้ว ว่าหากคำแก้วปลอดภัยดี จะยกคำแก้วให้กับเจ้าแม่นาคี สุดท้ายคำแก้วจึงยอมรำถวายให้ ชาวบ้านดอนไม้ป่าเชื่อว่า เมื่อเกิดสุริยุปราคา มนุษย์ต้องสังเวยชีวิตเพื่อให้พญานาคคายดวงอาทิตย์ออกมา และเมื่อถึงวันบวงสรวง ชาวบ้านต่างมากันพร้อมหน้าที่หน้าเทวาลัย คำแก้วก็มารำถวายด้วย คำแก้วเริ่มรำไปได้ไม่นาน เธอก็เริ่มเลื้อยเหมือนงู ผิวหนังเริ่มเป็นเกล็ด ลำเจียกหันมาเห็น ร้องตกใจใหญ่ ทำให้พิธีต้องหยุดกะทันหัน คำแก้ววิ่งไปที่เทวาลัย ในขณะที่ทศพล และอาจารย์ รวมทั้งเพื่อน ๆ ต้องรีบหนีออกมาจากเทวาลัย ทศพลหยิบโบราณวัตถุออกมา ทำให้วัชระปราการ ฉัตรสุดา เลื่อมประภัส ซึ่งเป็นบริวารเจ้าแม่นาคี หลุดออกจากคำสาป กลายร่างเป็นคน

ทศพลสงสารคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านใส่ร้ายว่าเป็นเจ้าแม่นาคี จึงชวนไปอยู่กรุงเทพฯด้วยกัน ลำเจียกมาพบพอดีไม่พอใจ เธอไม่กลัวคำแก้ว เพราะใส่แหวนพิรอดของกอมาด้วย ลำเจียกวางแผนร่วมมือกับเลื่อง จะเอาคำแก้ว มาเป็นเมียเลื่องให้ได้ ทศพล เริ่มอ่านเรื่องราวจากศิลา พบชื่อ เมืองมรุกขนครและกษัตริย์ที่ปกครองเมืองนี้ก็คือพระเจ้านิรุทธราช!

คำแก้วถูกลำเจียกหลอกมาที่กระท่อม ให้เลื่องปล้ำ คำแก้วตกใจ กลายร่างเป็นงูเผือก เลื่องเห็นแทบช็อค คำแก้วหมดสติไป แล้วเลื่องก็ถูกงูฉกตาย เดี่ยวกับทัพเข้ามาเจอ ถูกฉกตายไปด้วยทั้งคู่ ลำเจียกรีบวิ่งหนีไป กำนันแย้มแค้นใจมาก ลำเจียกบอกคำแก้วเป็นคนฆ่า ชาวบ้านแห่กันมาจะเอาเรื่องคำแก้ว แต่ลำเจียกไม่กล้าพูดมากนัก เพราะกลัวเรื่องจะแดงขึ้นมา ว่าตนเอง เป็นคนวางแผนให้เลื่องฉุดคำแก้วไป

กำนันแย้ม ร่วมมือกับหมออ่วม ทำพิธี กำจัดเจ้าแม่นาคี ใช้แหวนพิรอด พันกับสายสิญจน์ ผูกไว้ และเผาหุ่นเจ้าแม่นาคี คำแก้ว ซึ่งกำลังขายดอกไม้ เริ่มร้อน ทุรุนทุราย ทนไม่ไหว ทศพลเห็นหมออ่วมทำพิธี รีบวิ่งไปหาคำแก้ว ถึงแม้จะถูกลูกน้องกำนันแย้มทำร้ายก็ตาม ส่วนลำเจียกเองก็กลัว ที่ต้องถอดแหวนพิรอดออกจากนิ้ว ที่กอให้ไว้ เพราะกลัวจะถูกเจ้าแม่นาคีทำร้าย ร่างทิพย์เจ้าแม่นาคีพุ่งวูบออกมาจากร่างคำแก้ว เจ้าแม่นาคีทำพิธีเรียกฝน กางแขนออก ปากขมุบขมิบสาธยายร่ายคาถาเรียกฝนมาสู้กับพิธีของหมออ่วม พายุฝนตกอย่างแรง ฟ้าฝ่าจนสายสิญจน์ขาด ไฟที่หุ่นฟางดับลง พิธีหยุดลงกะทันหัน ทุกคนวิ่งหลบฝน คำแก้วสลบอยู่ในอ้อมกอดทศพล แล้วทศพล ก็อุ้มเข้าเทวาลัยไป จนคำแก้วฟื้น ทศพลจึงให้คำแก้วขี่หลังกลับไปที่บ้าน

ลำเจียกแต่งตัวเลียนแบบเจ้าแม่นาคี มาปล้ำทศพลถึงที่พัก แถมร้องโวยวายว่าถูกปล้ำ ทั้ง ทัศนัย พร้อมด้วยลูกศิษย์ ต่างตกใจ แต่คำแก้วบอก ว่าลำเจียกต่างหากที่มาปล้ำทศพลถึงที่พัก ทำให้ทศพล รอดพ้นจากลำเจียกไปได้ ลำเจียกแค้นใจคำแก้วมาก รุ่งเช้า ทศพล สารภาพรักกับคำแก้ว คำแก้วอดดีใจไม่ได้ แต่ทำทีปฎิเสธ จนทศพลเสียใจ

หมออ่วม กำนันแย้ม ลำเจียก มาที่กระท่อมทศพล ใช้แหวนพิรอด ส่องทาง ไม่ให้เจ้าแม่นาคีบังตา จนพบกับ เทวรูปเจ้าแม่นาคี กำนันแย้มและพวก จึงไปจับตัว ทศพลและเพื่อน ๆ เอาไว้ คำแก้วรีบตามไปดู ถูกชาวบ้านเอาหินปาใส่ หาว่าคำแก้วเป็นงู ทศพลเข้าช่วย บอกกับกำนันแย้มและทุกคน ว่าจะไปพิสูจน์เรื่องเจ้าแม่นาคีที่เทวาลัย เพราะไม่ว่าใครจะไปที่นั่น ก็ไม่รอดกลับมา แต่หากเขารอดกลับมาได้ ต้องยอมปล่อยตัวทุกคน และไม่ต่อว่าคำแก้วอีก คำแก้วเป็นห่วงทศพล อยากตามไปช่วย

ทัศนัย เข้าไปที่เทวาลัยพบศิลาจารึก พร้อมลวดลายอักขระ บนศิลา คือ มนต์อาลัมพายน์! เป็นวิชาสะกดจิตอย่างหนึ่งที่ใช้สะกดจิตพวกนาค ทัศนัยมัวแต่สนใจ อ่านอักขระ ไม่ทันมอง ว่า - เงางูใหญ่ทาบทับลงไปบนแผ่นศิลา ทำให้ทัศนัยรู้สึกตัว พอหันหลังกลับไปมองก็เห็นดวงตาเรืองๆ ของงูใหญ่วัชระปราการมองมาอย่างมุ่งร้าย สุดท้ายทัศนัยก็หมดสติไป

ทศพลเริ่มหนาวเพราะอากาศในถ้ำ เขาเห็นเงาทัศนัย เดินตามไป ส่วนงูเขียว พาคำแก้ว เข้ามาที่ถ้ำจนได้ เจ้ามานาคีเข้าสิงห์ร่างคำแก้ว แล้วก็มาพบกับทศพล ทศพลดีใจมากที่ได้เจอคำแก้ว โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าแม่นาคี เจ้าแม่พาทศพล มายังสระน้ำสีมรกต น้ำใส เป็นประกายระยิบระยับ สระแห่งนี้เป็นเส้นทางเชื่อมไปได้หลายแห่ง เป็นรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์กับวังบาดาลเมืองของพวกพญานาค เจ้าแม่เล่าเรื่องอดีตให้ทศพลฟัง และบอกว่าตนเองรออยู่ จนไชยสิงห์ มาเกิดเป็นทศพล คำแก้ว ก็คือเจ้าแม่นาคีนั่นเอง รุ่งเช้า ทศพลหลับอยู่กับคำแก้ว คำแก้วตื่นมาตกใจ จำอะไรไม่ได้ คำแก้วกลับบ้านไปแบบงุนงง ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นของทศพลหรือเปล่า

กำนันแย้ม หมออ่วม กอ สั่งลูกน้อง ทั้งทุบ ทั้งเผา รูปเจ้าแม่นาคี แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเอาล่องแพ ไปเผาที่วัด คำแก้ว ทศพล และเพื่อน ๆ ช่วยกันออกตามหาเทวรูป แพของกำนันแตก ลูกสมุน ถูกน้ำวน ดูดจมหายไป เทวรูปก็จมไปด้วย ทศพลเสียดายมาก แต่คำแก้วบอกว่ามันอยู่ในที่เหมาะสมแล้ว คือในน้ำนั่นเอง ลำเจียกบอกกับทุกคนว่าคำแก้ว กับทศพล ผิดผีกันแล้ว คำปองเสียใจ แต่ทศพล กลับบอกว่า เป็นผัวเมียกันแล้ว ทศพลขอรับผิดชอบ สุดท้ายคำแก้วกับทศพลจึงได้แต่งงานกันในที่สุด ซึ่งลึก ๆ แล้วคำปองก็ดีใจที่คำแก้วจะมีทศพลมาคอยปกป้อง

หมออ่วม จะปราบนาคี โดยใช้ครุฑ คำปองมาได้ยิน แต่ถูกคนของกำนันจับตัวไว้ เลื่อมประพัตร ฉัตรสุดา ไปบอกคำแก้ว คำแก้วรีบไปช่วยแม่ แต่ถูกจับตัวเอาไว้ ฉัตรสุดาจึงกลายร่างเป็นคน ไปบอกให้ทศพลมาช่วยคำแก้ว ทศพลถุกซ้อมจนสลบไป คำแก้ว กลายร่างเป็นงู ฉกสมุนกำนันแย้ม ฉกจนสมุนตายเรียบ บุญส่ง กำนันแย้ม หมออ่วม กอวิ่งหนีงูเจ้าแม่นาคี นาคีจะฆ่าบุญส่ง แต่คำปองห้ามไว้ วัชระปราการมาช่วยนาคี สกัดพวก กำนันแย้ม หมออ่วมไว้ คำแก้วกลายร่างกลับเป็นคนร้องไห้เสียใจ ไม่อยากเป็นงู คำปองกอดลูกไว้ บอกว่าต้องมีวิธีแก้อาถรรพ์ให้ได้ ดร.สุภัทรมาที่หมู่บ้าน และได้รู้ว่าทศพลแต่งงานกับคำแก้วแล้ว

ทศพลทำสัญลักษณ์ของนาคีบนหน้าผากรูปปั้นหลุดออกมาเขาจึงเก็บไว้กับตัวตั้งใจว่าจะเก็บไว้ติดให้เหมือนเดิม นายบุญส่งตามมาที่หมู่บ้าน และดีใจมากที่พิมพ์พร ลูกสาวของเขาปลอดภัย เขาได้พบกับคำแก้วทำให้คำแก้วจำได้ว่าเคยเป็นงูเผือกถูกจับมาขาย และนายบุญส่งได้ร้องท้าทายจนเธอโกรธจัดและอาละวาดฆ่าคน คำแก้วเกินนิมิตหยั่งรู้ว่าหากเมื่อใดที่เธอมีความโกรธหรือระลึกชาติได้ครบถ้วนเธอจะกลายร่างเป็นงูมีเพียงสถานที่เดียวคือต้องขึ้นไปบนปราสาทหินเพื่อระลึกชาติจึงจะไม่กลายร่าง คำแก้วเห็นอดีตชาติของตนเอง

ตำบลหนองไทรในอดีตคือมรุกขนครปกครองโดยพระเจ้านิรุทธราชซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นพิมพ์เดียวกับบุญส่ง ทิศเหนือของนครมีสระน้ำกว้างใหญ่ใสสะอาดให้ชาวเมืองได้อาบกินทำการประมงที่ก้นสระนั้นเป็นที่อาศัยของนางพญานาค ขณะนั้นเจ้าชายแสนเมืองหรือทศพลในชาตินี้ได้เป็นเชลยที่ถูกจับมาจากประเทศราช นางนาคีแปลงร่างเป็นสาวสวยพบรักและสมสู่อยู่กินกับเจ้าชาย แต่ในยามหลับนางกลับคืนร่างเป็นงูเผือกยักษ์หงอนสีแดงทำให้เจ้าชายรังเกียจนางจึงหนีกลับลงบาดาลไป เมื่อเจ้าชายแสนเมืองระลึกได้ถึงความรักที่มีต่อกันจึงไปเรียกหาที่สระ แต่นางนาคีซึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ก้นสระไม่ยอมใจอ่อนอีก

ต่อมาพระเจ้านิรุทธราชจับปลาไหลเผือกได้นำมาเชือดเนื้อกินกันในหมู่บริวารซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่คิดปองร้ายนางในชาตินี้ได้แก่หมออ่วม นายกอ กำนันแย้ม เชษฐ์ เคน รวมถึงผู้คนที่ถูกนางพญานาคีกัดตายในวันสุริยคราสนั่นเอง สนมสองนางของพระเจ้านิรุทธราชก็คือพิมพ์พรและลำเจียกทุกคนล้วนกินเนื้อของนาง ยกเว้นไว้แต่นางกำนัลคำปองที่สงสารปลาไหลไม่ยอมกิน เนื้อของปลาไหลประหลาดนั้นยิ่งหั่นแจกก็กลับยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นจนต้องนำไปแจกชาวประชาให้ได้กินกันทั้งเมือง ตกค่ำคืนนั้นลมพัดแรงนางกำนัลคำปองได้ยินเสียงกระซิบให้หนีออกจากเมืองเสียก่อนที่จะเกิดหายนะครั้งใหญ่นางทำตามคำบอก คืนนั้นเองเจ้าแม่สำแดงอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกกระหน่ำแผ่นดินไหวน้ำท่วมมรุกขนครถล่มทลาย ด้วยกรรมหนักที่ได้ก่อนางจึงถูกฟ้าดินสาปให้กลายเป็นหินครึ่งหนึ่งเป็นคนแสดงถึงความดีงามครึ่งหนึ่งเป็นงูหมายถึงความชั่วร้าย ส่วนจิตวิญญาณเร่ร่อนเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด เป็นงูบ้างคนบ้างจนกระทั่งสิ้นเวร หลังจากนั้นนับศตวรรษนางพญาเกิดเป็นงูเผือกที่โขงเจียมบำเพ็ญเพียรแต่กลับถูกจับมาขายฝรั่ง คำปองคลอดลูกตาย เจ้าแม่นาคีจึงกลั้นใจตายแทรกวิญญาณทับร่างด็กเติบโตเป็นคำแก้วนั่นเอง ทุกครั้งที่มีการตายโดยงูกัดในวัน สุริยคราสหรือวันอื่นๆ คำแก้วจะไม่รู้สึกตัวรับรู้แต่เพียงฝันร้ายว่าฆ่าคนตายเท่านั้น

บุญส่ง นายกอ กำนันแย้ม และหมออ่วมเดินทางไปตำบลหนองไทรเพื่อหาของขลังมาปราบเจ้าแม่นาคี ต่อมานำรูปปั้นพญาครุฑเพื่อกำจัดคำแก้วอีกครั้งโดยจับตัวคำปองมาเป็นเหยื่อล่อ ด้านลำเจียกให้หมออ่วมทำเสน่ห์จนทศพลหลงใหลทิ้งคำแก้วไปยังตำบลนาคหนีซึ่งเจ้าแม่นาคีไม่สามารถไปได้ เนื่องจากที่ตำบลนี้มีตำนานเล่าว่านางนาคตนหนึ่งแปลงกายมายั่วพระธุดงค์ให้ตบะแตกท่านจึงสาปให้นาคใดๆไม่สามารถเข้าเขตได้

คำแก้วตามหาทศพลไปถึงตำบลนาคหนีแต่ทศพลถูกเสน่ห์ของลำเจียก ไม่ยอมกลับ แถมยังสู้ลำเจียกไม่ได้เพราะไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆเกือบถูกฆ่าตายด้วยการผลักให้จมน้ำ กลับกลายเป็นว่าเมื่อลงน้ำคำแก้วมีกำลังมากขึ้นหนีจากลำเจียกที่มุ่งร้ายมาได้ เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอพบว่าคำปองถูกคนจับไปเสียอีก คำปองนั้นอันที่จริงรอดพ้นจากน้ำมือของพวกนายกอมาได้ ด้วยบริวารของเจ้าแม่คอยคุ้มกัน ไล่ต้อนคำปองขึ้นไปกักขังไว้ในปราสาทหินจนพวกของนายกอหาไม่เจอ

ลำเจียกอยู่ที่ตำบลนาคหนีได้พบเมืองอินทร์หมอผีอายุสามสิบเศษที่มีวิชาแก่กล้า หล่อนทอดตัวเป็นเมียเพื่อให้เขาช่วยกำจัดนางพญานาคี เมืองอินทร์จึงเดินทางมาพร้อมกับลำเจียกที่บ้านดอนไม้ป่า ทศพลจึงเริ่มคืนสติและกลับมาหาคำแก้ว และแหวนหลวงปู่มั่นนั้นจะไม่คุ้มครองลำเจียกอีกเนื่องจากหล่อนทำเสน่ห์เล่ห์กลซึ่งเป็นของต่ำ ทั้งยังคิดร้ายฆ่าเมียหลวงชิงผัวเขามา คำแก้วระลึกชาติได้อีกเมืองอินทร์ในอดีตชาติคือเจ้าอินทร์ผู้ซึ่งร่ายคาถาจับปลาไหลเผือกนำมาถวายพระเจ้าอนิรุทธราช คำอ้ายหรือลำเจียกในชาตินี้แอบมองเจ้าอินทร์จากหลังม่านทำตาเจ้าชู้ เจ้าอินทร์เป็นคนหนึ่งที่กินเนื้อปลาไหลเผือกจึงต้องโทษสิ้นชีพไปเช่นกัน ลำเจียกเกิดโมโหเอามีดไล่ฟันคำแก้วในวันหนึ่งจึงถูกเจ้าแม่นาคีกลายร่างขึ้นฆ่าเธอตาย

พวกของบุญส่งหลอกทศพลว่าหากต้องการให้คำแก้วพ้นข้อกล่าวหาขอให้ทศพลนำชิ้นส่วนที่เป็นหงอนของรูปปั้นนำไปติดที่หน้าผากของคำแก้ว หากมีนางพญานาคีสิงอยู่นางจะปรากฏร่างออกมาและคำแก้วจะปลอดภัยเป็นคนธรรมดาไม่มีวิญญาณร้ายสิงสู่อีก ทศพลทำตามแท้ที่จริงแล้วการทำเช่นนั้นจะทำให้คำแก้วกลายร่างเป็นงูตลอดชีวิต คำแก้วเสียใจหนีไปยังปราสาทร้างกราบไว้พระอ้อนวอนขออยู่ในร่างคน เสียงจากพระพุทธรูปบอกเธอว่าให้ถือศีลอยู่แต่ในถ้ำนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนครบร้อยวันคำแก้วจะเป็นคนโดยสมบูรณ์ไม่มีวันกลายเป็นงูอีก

ทศพลพาคำปองหลบหนีพวกของนายบุญส่งที่ต้องการจับตัวไปล่อให้นางพญานาคีออกมา แต่ ท้ายที่สุดจึงถูกพวกของเมืองอินทร์และนายบุญส่งจับตัวได้ พวกของเมืองอินทร์จับคำปองและทศพลเผาทั้งเป็นเพื่อล่อคำแก้วออกมา คำแก้วอดทนจนถึงที่สุดแต่ก็ไม่อาจยับยั้งคนใจทรามได้ คำปองไม่อาจทนเห็นสภาพคำแก้ว ที่ถูกชาวบ้านทำร้ายได้ จึงยอมปลิดชีวิตตนเอง เพื่อช่วยเหลือลูก ทศพลรอดชีวิต คำแก้วในร่างนางพญางูออกอาละวาดฆ่าคนทั้งหมดตายไป และกลายร่างเป็นงูตลอดอายุขัย ทศพลเสียใจร้องขอให้คำแก้วอยู่กับเขาไม่ว่าจะในสภาพใดก็ตาม แต่คำแก้วไม่อาจอยู่ร่วมกับเขาได้ หนีกลับขึ้นไปยังเทวาลัย ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกันอีกครั้ง และจากกันด้วยน้ำตา พระธุดงค์ได้ชี้ทางสว่างให้แก่ทศพลโดยให้เขาบวชเป็นพระจนสิ้นอายุขัย...

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:53 น.