ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักบุญทรงกลด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

นักบุญพังประตูห้องขังให้จ่าคาร์เตอร์ออกมา คนถูกช่วยยังคาใจไม่หายมาช่วยตนทำไม เฉ่าเร่งให้หนีกันก่อนอย่าเพิ่งถามให้มากความ นักบุญส่งปืนให้จ่าคาร์เตอร์หนึ่งกระบอก เขารับมาทั้งที่ไม่ไว้ใจนัก

“ฉันถือว่าเราจะเริ่มล่ากันใหม่หลังที่รอดไปจากนี่”

“ก็แล้วแต่จ่า” นักบุญว่าแล้ววิ่งนำออกมาอย่างระแวดระวัง...

ในเวลาเดียวกัน เสือครุยลากตัวโมรีเลาะมาตามทางใกล้หน้าผาพร้อมกับพุดและทับ เสือเพลิงกับพวกมาดักทางไว้ ทำให้เสือครุยต้องเปลี่ยนเส้นทางหนี เสือมิ่งมาดักไว้อีก เสือครุยสั่งให้ทับกับพุดล่วงหน้าไปเตรียมเรือไว้ก่อน ตนมีโมรีอยู่ในกำมือ พวกนั้นไม่กล้าทำอะไรแน่นอน

“แน่ใจหรือ” โมรีหยัน เสือครุยสั่งให้เธอหุบปากแล้วลากตัวไปคนละทางกับที่พุดและทับไป...

ขณะที่เสือผาดไล่ตามเสือครุยอย่างไม่ลดละ นักบุญ เฉ่ากับจ่าคาร์เตอร์ลัดเลาะหลบหลีกทหารของ นายพลโบใกล้จะถึงรถอยู่แล้ว เสือไพรเห็นเข้าก็ยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นชุดพร้อมกับตะโกนโหวกเหวกว่านักโทษหนี ซ้ำๆอยู่อย่างนั้น ทหารได้ยินเสียงเอะอะรีบคว้าอาวุธออกมาดู เจอนักโทษหลบหนีกราดกระสุนใส่

นักบุญเห็นจ่าคาร์เตอร์จะถูกยิง พุ่งไปผลักเขาพ้นวิถีกระสุนมาได้หวุดหวิด ทั้งสามคนหลบเข้าที่กำบังแล้วยิงโต้ตอบ นักบุญประเมินแล้วขืนอยู่อย่างนี้มีหวังไม่รอด จ่าคาร์เตอร์ระดมยิงใส่พวกทหารแล้ววิ่งไปที่รถ ขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งเฉ่าและนักบุญต่างหน้าเสียนึกว่าเขาหนีเอาตัวรอดคนเดียว

แต่อึดใจถัดมา จ่าคาร์เตอร์วกรถกลับมาจอดขวาง คว้าปืนกลในรถยิงใส่พวกทหาร แล้วเรียกนักบุญกับเฉ่าขึ้นรถ จากนั้นนักบุญและเฉ่าคอยยิงสกัดไม่พวกทหารโงหัวขึ้นมายิงต่อสู้ ในที่สุดจ่าคาร์เตอร์ขับรถพุ่งชนประตูค่ายหนีออกมาจนได้...

เสือครุยไม่โชคดีอย่างนักบุญ จ่าคาร์เตอร์และเฉ่า หนีไปหนีมาดันไปจนมุมที่หน้าผา เสือผาดพาพวกล้อมกรอบไว้ทุกทาง พร้อมกับเย้ยหยัน หากเสือครุยจะหนีสงสัยต้องบินไปแล้ว เขามองหน้าผาเบื้องล่างสีหน้าหวาดหวั่น ผิดกับโมรีที่ดูจะไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย แถมยังชวนให้โดดลงไปพร้อมกัน

“ถอยออกไปเสือผาด ฉันไม่ยอมตายคนเดียวแน่” เสือครุยขู่ พลางเขยิบถอยหลังเข้าใกล้หน้าผามากขึ้น

“ก็ได้ ปล่อยโมรี แล้วฉันจะปล่อยแกไป”

โมรีหันมองหน้าผาเบื้องล่างเห็นเป็นเหวลึกมีต้นไม้ปกคลุม แล้วรอจังหวะที่เสือครุยเผลอดันเขาหงายตกหน้าผาไปด้วยกัน เสือครุยร้องลั่นด้วยความตกใจดังก้องป่า ทับกับพุดซึ่งรออยู่ที่เรือได้ยินเสียงร้องของลูกพี่ก็ใจคอไม่ดี เสือผาดตั้งสติได้พุ่งไปดูที่หน้าผา เห็นแต่ความว่างเปล่าถึงกับทรุดลงกับพื้นเสียใจ

ไม่กี่อึดใจมีเสียงโมรีร้องเรียกให้ช่วยดังขึ้น

ทุกคนมองตามเสียงเห็นเธอใช้แส้ตวัดยึดกับกิ่งไม้ที่ยื่นลงไปในหน้าผา เสือผาดรีบช่วยกันกับสมุนดึงตัวเธอขึ้นมา โมรีไม่วายคุยอวด คิดว่าคนอย่างตนจะตายง่ายๆหรือ

“ไอ้ครุยคงไม่รอด” เสือผาดว่าแล้วมองลงไปที่เหวเบื้องล่าง

ooooooo

ครู่ต่อมา เสือผาดนำพรรคพวกกลับมาแจ้งให้นายพลโบทราบว่าเสือครุยตกหน้าผาไปแล้ว สูงชันขนาดนั้นไม่น่าจะรอด ท่านนายพลเองก็หวังให้เป็นเช่นนั้น โมรีรีบออกตัวว่าเราไม่มีอาวุธจะขายให้ท่าน แล้ว นายพลโบเข้าใจดี แต่หากเสือผาดอยากใช้เส้นทางของตนก็ขอให้บอกเหตุผลมา

“ฉันรู้มาว่ากิตากาว่าต้องการผ่านเขตของท่านนายพลเพื่อไปทำอะไรบางอย่าง ซึ่งฉันคิดว่ามันไม่ปลอดภัยกับพวกฉันแน่” เสือผาดเห็นโมรีทำท่าจะทักท้วง ชิงห้ามไว้แล้วเล่าเพิ่มเติม “ว่ากันว่ากิตากาว่าอาจจะขยายอิทธิพล มันถึงซ่องสุมอาวุธ”

นายพลโบขอบใจเสือผาดที่เตือน เขายินดีช่วยเพราะเป็นความอยู่รอดของเขาเช่นกัน เขาจึงขอผ่านเขตของท่านเพื่อจะได้ตลบหลังฆ่าพวกกิตากาว่าให้หมด คราวนี้ทั้งจังหวัดระนองจะเป็นของเขาแต่ผู้เดียว นายพลโบเชื่อคำโป้ปดของเสือผาดขณะที่โมรีไม่เชื่อ...

การหนีของนักบุญ เฉ่า และจ่าคาร์เตอร์ยังไม่สิ้นสุด ป่าเริ่มรกทึบขึ้นทำให้ต้องจอดรถทิ้งไว้แล้วเดินเท้าต่อไป นักบุญเห็นว่าปลอดภัยแล้ว จึงหยุดพักเหนื่อยใกล้ๆลำธาร จ่าคาร์เตอร์ยังคาใจไม่หายอยากรู้ว่านักบุญบุกไปช่วยตนทำไม เขาอยากให้จ่าไปเป็นพยานว่าเขาไม่ได้ฆ่าทหารอเมริกันคนนั้น จ่าคาร์เตอร์แสยะยิ้มคิดหรือว่าตนจะสำนึกบุญคุณ นักบุญตอบอย่างมั่นใจว่าคิด

“ลาก่อน ฉันเคยบอกแล้วว่าเราจะเริ่มล่ากันใหม่” ว่าแล้วจ่าคาร์เตอร์หันหลังจะไป เฉ่าเล็งปืนไปที่เขา

“แต่ถ้าจ่าตาย คดีอาจจะพลิกก็ได้”

“ฉันรู้ว่าแกไม่ยิงคนข้างหลัง”พูดจบจ่าคาร์เตอร์เดินหายไปในความมืด เฉ่าบ่นอุบอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตไปช่วย นักบุญไม่ได้คาดหวังอะไรถึงเราจะช่วยเขาแต่ก็ใช่จะบังคับ ใจใครได้ ชวนเฉ่าเดินทางต่อ เสือเพลิงซึ่งลอบมองอยู่ รีบวิทยุสื่อสารไปแจ้งเสือใบว่าเป้าหมายกำลังเดินไปติดกับ...

สงสัยเสือครุยจะติดสินบนยมบาลไว้หลายบาท ขนาดตกจากหน้าผาสูงชันยังรอดตายมาได้ ทับกับพุดดั้นด้นมายังก้นเหวเพื่อตามหาศพลูกพี่ กลับเจอเขานอนจมกองเลือดร้องครวญครางอยู่ต่างดีใจมาก...

ด้านเฉ่ากับนักบุญค่อยๆเคลื่อนตัวไปตามป่ารกอย่างระแวดระวัง รู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตาม เฉ่าคิดว่าเป็นจ่าคาร์เตอร์ แต่นักบุญไม่คิดเช่นนั้นเพราะคนที่สะกดรอยตามเรามีมากกว่าหนึ่งคน ทันใดนั้นเสือใบกับพวกเผยตัวออกมา ชมนักบุญว่าเก่งมาก แล้วสั่งให้ส่งเพนดูลั่มมา

“แกรู้ได้ยังไงว่าเพนดูลั่มอยู่กับฉัน” นักบุญพยายามคุยเพื่อถ่วงเวลา

“เรื่องนี้ฉันรู้คนเดียวก็พอมั้ง ส่งมา” เสือใบสั่งเสียงเฉียบ นักบุญกระซิบบอกให้เฉ่าหนี สองเพื่อนซี้ยิงกราดใส่พวกเสือใบแล้วพากันวิ่งหนี เสือใบไม่ยอมให้หนีรอดไปอีกไล่ตาม เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นลั่นป่า นักบุญดูท่าแล้วคงสู้พวกเสือใบที่มีมากกว่าไม่ได้ พยายามกวาดตามองไปรอบๆเพื่อหาทางหนี

ทันใดนั้นมีมือปืนซุ่มยิงสังหารสมุนของเสือใบตายเป็นใบไม้ร่วง โดยที่มือปืนยิงตายไปหนึ่งคนก็จะเปลี่ยนที่ซุ่มยิงไปเรื่อยๆ ไม่มีใครจับจุดที่ซ่อนตัวได้ ขณะที่เสือใบกับพวกกำลังระส่ำ เฉ่าและนักบุญหนีเอาตัวรอดไปได้

ooooooo

จินฟงต่อว่าเหมยฮัวที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนเฉ่าวางระเบิดทำลายอาวุธของกิตากาว่าแต่กลับไม่ขัดขวาง แถมเห็นดีเห็นงามไปด้วยที่เขาทำแบบนั้น เธอเถียงคอเป็นเอ็นหากไม่ทำลายอาวุธให้สิ้นซาก สักวันมันต้องย้อนมาทำร้ายคนไทย จินฟงทักท้วง เราไม่ใช่คนไทยจะไปสนใจทำไม

“แต่เราอาศัยหากินบนผืนแผ่นดินไทยนะพ่อ ทำแบบนี้ก็เท่ากับอกตัญญูนะสิ” พูดไม่ทันขาดคำจินฟงตบลูกสาวหน้าหันด่าซ้ำว่าสามหาว บังอาจมาสั่งสอนพ่อตัวเอง กิตากาว่าไม่พอใจมากที่เธอปล่อยให้เฉ่าทำแบบนี้

“เขาไม่มีทางปล่อยมันไว้แน่ ถ้าไม่อยากติดร่างแหไปด้วย พ่อขอสั่งให้เลิกยุ่งกับมัน อยู่ห่างๆมันไว้”

เหมยฮัวเสียใจมาก วิ่งหนีออกจากบ้านทั้งน้ำตา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นฟู่เฉินแอบฟังอยู่ เจ็บใจตัวเองที่หลงมองคนผิดคิดว่าเขาเป็นคนดี แล้วเดินจากไปไม่สนเสียงเรียกให้กลับมาก่อนของเขา แทนที่จะโทษตัวเองที่ปากสว่าง ฟู่เฉินกลับหาว่าเป็นเพราะเฉ่า เหมยฮัวถึงได้เป็นแบบนี้...

ทางด้านนักบุญกับเฉ่าไม่เห็นพวกเสือใบตามมาจึงหยุดพักเหนื่อย เฉ่าอดสงสัยไม่ได้ใครกันที่มาช่วยเราไว้ นักบุญเดาได้ไม่ยากว่าเป็นจ่าคาร์เตอร์ ร้องเรียกให้แสดงตัว เขาเดินออกมาจากมุมมืด

“พวกนายช่วยชีวิตฉันไว้สองครั้ง ฉันก็ตอบแทนให้สองครั้งเป็นอันว่าเราหายกัน”

นักบุญขอบใจจ่าคาร์เตอร์มาก แต่ถ้าจะให้ดีช่วยเรื่องคดีด้วยก็จะดีไม่น้อย จ่าคาร์เตอร์ซึ้งใจตั้งแต่เห็นนักบุญหน้าห้องขังแล้ว ความจริงถ้าเขาจะไม่ช่วยหรือยิงตนทิ้งในห้องขังนั่นเลยก็ได้แต่ก็ไม่ได้ทำ ดังนั้นตนจะให้การตามความเป็นจริงว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น แล้วยื่นมือไปให้นักบุญจับด้วยมิตรภาพที่ดีต่อกัน...

ในเวลาต่อมาที่ไนต์คลับของมาดามหว่าหวา เทียนหอมเต้นรำอยู่กับนนท์บนฟลอร์ด้วยท่าทางเบื่อๆ โดยที่ทรงศักดิ์นั่งดื่มเหล้าอยู่กับกิตากาว่า มีมาดามหว่าหวาคอยดูแลและนั่งดื่มเป็นเพื่อน เธออดถามไม่ได้ว่ามาดื่มฉลองเรื่องอะไรกัน หรือซื้อเหมืองได้แล้ว ทรงศักดิ์ยังไม่เจอกริชเลยตั้งแต่คุยกันคราวก่อน

“เอาไว้ฉันเจอคุณเบญจวรรณแล้วจะถามให้นะคะ”

ทรงศักดิ์ขอบคุณมาดามหว่าหวามากที่ช่วยเป็นธุระให้ เป็นจังหวะเดียวกับเทียนหอมเดินกลับมานั่งโต๊ะ ข้างๆ เขาร้องทักลูกทำไมเต้นแป๊บเดียว เธอมึนศีรษะก็เลยอยากพัก มาดามหว่าหวาเข้ามาถามว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า มีอะไรจะให้ตนช่วยบอกได้เลย เทียนหอมขอให้เธอช่วยเต้นรำเป็นเพื่อนนนท์ให้หน่อย

มาดามหว่าหวายินดีช่วยด้วยความเต็มใจ ก่อนจะลุกออกไปที่ฟลอร์กับนนท์ ส่วนเทียนหอมลุกไปเข้าห้องน้ำ กิตากาว่ารอจนเธอไปพ้นระยะได้ยินจึงหันไปบอกทรงศักดิ์

“ผมเอาแผนที่มาต่อกันแล้ว เราไม่จำเป็นต้องผ่านเหมืองของโมรีก็ได้ ถ้าอ้อมไปสักนิดก็ไม่เสียเวลาเท่าไร”

“ก็จริงผมไม่เถียง แต่ที่นั่นจะเป็นที่เก็บทองทั้งหมดโดยที่ไม่มีคนสงสัย” ทรงศักดิ์ยิ้มอย่างมีแผน

ooooooo

ทันทีที่เทียนหอมปิดประตูห้องส้วม พาร์ตเนอร์สองคนเข้ามาในห้องน้ำเพื่อเติมแป้งพลางคุยกันเรื่องที่จะต้องไปชุมเสือผาด หนึ่งในพาร์ตเนอร์ชอบไปเพราะได้ทิปดีและที่สำคัญมาดามหว่าหวาฝากส่งข่าวให้เสือผาดเรื่องความเคลื่อนไหวของกิตากาว่ากับทรงศักดิ์

“ว่าสองคนนี้ทำอะไรกันไปถึงไหนแล้ว ฉันก็จะได้ค่าส่งข่าวจากเสือผาดหลายร้อยเชียวล่ะ”

เทียนหอมที่อยู่ในห้องส้วมถึงกับหูผึ่ง รอจนสองสาวออกไปแล้วถึงได้เปิดประตูออกมาพึมพำกับตัวเอง

“นังมาดาม นังนกสองหัว”

ขณะที่เทียนหอมล่วงรู้ความลับของมาดามหว่าหวา กริชเปิดประตูห้องตัวเองเข้าไปได้ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า เบญจวรรณในชุดนอนยั่วสวาทเข้ามานั่งข้างๆต่อว่าว่าหายไปไหนมาทั้งวัน เขาอ้างว่าไปติดต่อขายแร่ที่จังหวัดพังงามา เบญจวรรณแปลกใจทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้

“เธอไม่รู้สักเรื่องจะได้ไหม ฉันทำงานฉันก็ต้องเปิดตลาดใหม่ๆบ้างสิ”

เบญจวรรณไม่อยากเซ้าซี้เรื่องนี้อีก บอกว่าถึงเวลาที่เราต้องกำจัดโมรีให้สิ้นซาก ถ้านังนี่ตายสักคนทุกอย่างจะง่ายขึ้น ลายเซ็นมอบอำนาจก็มีแล้ว กุญแจตู้นิรภัยก็มีแล้ว ขายเหมืองให้ทรงศักดิ์ไปเราจะได้มีเงินไปเสวยสุขกันที่เมืองนอก ดีกว่าจมปลักเป็นขี้ข้ามันแบบนี้ กริชบ่นอุบจะให้ฆ่าหลานตัวเองได้อย่างไร

“เธอไม่เคยคิดถึงบุญคุณของพี่ฉันที่ชุบเลี้ยงเธอมาเลยหรือ”

“ฉันยอมเป็นเมียพ่อโมรีก็เพราะคิดว่าฉันจะได้สมบัติอะไรบ้าง แต่เปล่าเลย เขาตายไปโดยไม่ทิ้งอะไรไว้ให้ฉันเลย แต่นังโมรีมันคิดว่าพ่อมันน่ะให้ของอะไรฉันไว้บางอย่าง แต่ที่จริงมันไม่มีอะไรเลย”

“ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้เลยหรือ...ก็ได้...ฉันจะทำ” กริชหน้าเครียดขึ้นมาทันที ขณะที่เบญจวรรณยิ้มพอใจ...

คนที่ถูกหมายหัวกำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอน ครุ่นคิดถึงคำพูดของเสือผาดที่คุยกับ นายพลโบบนเกาะจวน เธอยังคิดไม่ตกกิตากาว่าจะทำอย่างที่เสือผาดกล่าวหาทำไม และที่สำคัญเธอไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย หรือว่ามีอะไรมากกว่านี้ที่เสือผาดไม่ได้บอกเธอ แล้วเดินไปหยิบรูปถ่ายของพ่อที่หัวเตียงมาดู

“พ่อคะ หนูยังหาสิ่งที่พ่อซ่อนเอาไว้ไม่เจอเลย”

นนท์เต้นรำกับมาดามหว่าหวาสักพักหนึ่งก็กลับมานั่งกับเทียนหอมซึ่งร้องจะกลับบ้าน เขาบ่นอุบเพิ่งเต้นรำได้ไม่กี่เพลงจะกลับแล้วหรือ เธอเชิญเขาอยู่ตามสบายส่วนเธอขอกลับก่อน แล้วลุกขึ้นจะไป แต่สะดุดขาโต๊ะจะล้ม นนท์คว้าตัวเธอไว้ทัน เป็นจังหวะเดียวกับนักบุญเข้ามาเห็นพอดี เธอเองก็เห็นเขาเช่นกัน

ต่างฝ่ายต่างมองสบตากันนิ่งงัน อึดใจนักบุญ

เดินเลี่ยงไปหามาดามหว่าหวา ส่วนนนท์ชวนเทียนหอมกลับ เธอเปลี่ยนใจหน้าตาเฉย เขางงกับอารมณ์แปรปรวนของเธอ แต่ก็พอใจที่จะได้อยู่ที่นี่ต่อ กิตากาว่าเห็นนักบุญมาจัดแจงขอตัวไปโทรศัพท์ เทียนหอมแอบมองนักบุญกับมาดามหว่าหวาที่อยู่ด้านในสุดของร้านคุยกันอย่างสนิทสนมแถมมีการจับมือถือแขนกันด้วยก็ยิ่งหมั่นไส้

ooooooo

มาดามหว่าหวาคิดว่าที่นักบุญมาหาเพราะได้ข่าวอะไรคืบหน้าแล้ว เขาส่ายหน้า ตั้งแต่คุยกับเธอยังไม่เจอเสือผาดเลย ที่มานี่ก็จะมาถามเธอว่าสงสัยอะไรใครบ้างไหม เพราะเขาคุ้นแววตาของเสือผาดมากเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน มาดามหว่าหวาหัวเราะจะเคยเห็นได้อย่างไร

“ไม่รู้สิ ผมแค่รู้สึกอย่างนั้น ถึงตาคุณบอกผมแล้วว่าทำไมถึงต้องการเห็นหน้าเสือผาด”

“ก็มันเคยทำให้เด็กหญิงอายุ 7 ขวบคนหนึ่งเป็นกำพร้าน่ะสิ”

จากนั้นเรื่องราวในอดีตก็พรั่งพรูออกจากปากมาดามหว่าหวา ตอนนั้นเสือผาดกับพวกบุกปล้นบ้านของเธอซึ่งเป็นจุดรับซื้อพืชไร่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดชุมพร เธอเป็นแค่เด็กน้อยอายุ 7 ขวบ กลัวเสียงปืนวิ่งไปซ่อนในหลืบ เสือผาดไล่ฆ่าดะไปหมด กระทั่งมาเจอพ่อของเธอ

ทั้งคู่ต่อสู้กันจนหน้ากากเขาหลุดมาครึ่งหน้า ก่อนท่านจะถูกฆ่าอย่างเลือดเย็น เด็กน้อยเห็นพ่อตายต่อหน้าตกใจน้ำตาไหลพราก มองเสือผาดที่หน้ากากหลุดออกมาครึ่งหนึ่ง แต่เห็นไม่ชัดเพราะน้ำตาบัง เขาสวมหน้ากากกลับเข้าที่แล้วผละจากไป เรื่องราวของมาดามหว่าหวาทำให้นักบุญสลดใจ แต่ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“แล้วทำไมคุณถึงไว้ใจผมและเชื่อว่าผมจะเปิดหน้ากากของเสือผาดได้”

มาดามหว่าหวาพูดติดตลกว่าอาจเป็นเพราะเขาหล่อ สองคนหัวเราะขำยิ่งทำให้เทียนหอมที่แอบมองอยู่ตลอดหึงหวงที่ทั้งคู่สนิทสนมกัน...

ด้านกิตากาว่าเข้าไปใช้โทรศัพท์ในห้องทำงานของมาดามหว่าหวา โทร.บอกมุซาชิว่านักบุญมาแล้วแสดงว่าเฉ่าก็ต้องมาด้วย มุซาชิคงรู้ว่ามันจะไปที่ไหน แล้วกำชับให้ฟู่เฉินเป็นคนจัดการ...

นักบุญเห็นเทียนหอมคอยมองมาที่ตัวเองตลอด แกล้งหวานใส่มาดามหว่าหวา ครั้นเสียงเพลงร็อกแอนด์โรล ดังขึ้นมาดามหว่าหวานึกสนุกชวนนักบุญออกไปเต้นรำ เขาต้องการยั่วประสาทเทียนหอมอยู่แล้ว จึงพามาดามหว่าหวาออกมาวาดลวดลายบนฟลอร์ซึ่งมีนักเที่ยวเต้นรำกันอยู่หลายคู่

เทียนหอมโมโหชวนนนท์ออกไปเต้นรำบ้าง โดยเต้นอยู่ไม่ห่างคู่ของนักบุญนัก เธอพยายามหวานใส่นนท์เพื่อยั่วเขา จังหวะที่ทั้งคู่เต้นมาใกล้กัน นักบุญถือโอกาสเปลี่ยนคู่ไปเต้นกับเทียนหอม

นนท์มองงงๆ มาดามหว่าหวารีบดึงเขาไปเต้นอีกด้านของฟลอร์ เทียนหอมกับนักบุญเต้นไปพลางต่อปากต่อคำกันไปด้วย เธอเถียงสู้ไม่ได้กระทืบเท้าเขาอย่างแรง เป็นจังหวะเดียวกับเพลงจบพอดี นักบุญโอบเธอไว้ก่อนจะจูบทันทีโดยไม่มีใครเห็น เธอตบเขากลับทันควันเช่นกันแล้วเดินหน้าบอกบุญไม่รับกลับโต๊ะ...

ในเวลาเดียวกัน เฉ่าแวะมาหาเหมยฮัวที่กำลังนั่งเศร้าเรื่องโดนพ่อเล่นงาน เธอเห็นเขามาหาก็ตกใจรีบไล่กลับ แต่ช้าเกินไปฟู่เฉิน มุซาชิกับโตเอะและสมุนอีกสองคนเข้ามาล้อมกรอบไว้ เฉ่าเห็นท่าไม่ดี

“ก็ได้ ฉันไปดีกว่า แล้วเจอกันนะเหมยฮัว”

“ยังไปไม่ได้ จับตัวเหมยฮัวไว้” ฟู่เฉินสั่งสมุนเสร็จพุ่งเข้าหาเฉ่าแต่เขาไวกว่าวิ่งหนีไปเสียก่อน ฟู่เฉินไม่ยอมให้หลุดมือวิ่งตามจนทัน สองคนต่อสู้กัน ฟู่เฉินสู้ไม่ได้ถูกเฉ่าอัดเลือดกบปาก แล้วล็อกคอจะจัดการขั้นเด็ดขาด แต่มุซาชิเข้ามาทางด้านหลังใช้ด้ามซามูไรฟาดปลายคางเฉ่าสลบเหมือด

ครู่ต่อมาเฉ่าถูกพาตัวไปให้กิตากาว่าชำระความที่โกดังใกล้กับท่าเรือ โตเอะเอาน้ำสาดให้ฟื้นคืนสติ เฉ่าถูกจับมัดอยู่แท้ๆยังไม่วายยียวนกวนประสาท ฟู่เฉินหมั่นไส้อัดเข้าไปหลายหมัด จินฟงต้องสั่งให้หยุด แทนที่ กิตากาว่าจะลงโทษเฉ่าฐานทำลายอาวุธกลับสั่งให้เอาตัวไปขังไว้ก่อน บางทีเราอาจต้องใช้งานเขา

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของท่าเรือ ฟู่เฉินติงจินฟงว่าขังเหมยฮัวไว้ในห้องแบบนั้นรุนแรงเกินไปหรือเปล่า จินฟงกลับว่าน้อยไปด้วยซ้ำ ตนไม่อยากมีเรื่องกับกิตากาว่าเรารอเวลานี้มานานแล้ว ทองกำลังจะอยู่ในมือของเรา จากนั้นเราจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายสักที แล้วถามศิษย์เอกว่ารักเหมยฮัวจริงหรือเปล่า ฟู่เฉินอึกอักไม่กล้าพูด

“ฉันรู้...ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันจะให้แกสองคนแต่งงานกันเร็วๆนี้”

“จริงหรือครับอาจารย์ ขอบคุณอาจารย์ครับ” ฟู่เฉินดีใจคาดไม่ถึงรับปากจะไม่ทำให้จินฟงผิดหวัง...

ในขณะเดียวกันจ่าโทนบ่นอุบที่เสือใบทำให้ผิดแผนไปหมด นอกจากจะจับนักบุญไม่ได้แล้วยังทำให้ตนเองเข้าหน้าเสือผาดไม่ติด และจากนี้ต่อไปนักบุญคงไม่ไว้ใจตนอีก สารวัตรสมัยมองโลกในแง่ดีเรายังมีกล่องไม้นั่นอยู่ น่าจะลองไปต่อรองกับกิตากาว่าดู แต่ถ้ามันไม่เอาด้วย ตนจะเอาตำรวจมาจัดการ

“กิตากาว่าไม่หมูหรอกนะ สารวัตร” เสือใบทักท้วง

สารวัตรสมัยยืนกรานจะเอากล่องนั่นไปต่อรองกับกิตากาว่าเองเพราะเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่เรามี...

ทางฝ่ายทรงศักดิ์เห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของลูก ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอแค่เสียความรู้สึก คนที่นี่ไว้ใจไม่ได้สักคน เขาดักคอรวมทั้งนักบุญด้วยหรือเปล่า เทียนหอมโพล่งขึ้นทันทีว่านายนั่นตัวดีเลย ชอบฉวยโอกาส ทรงศักดิ์แกล้งถามว่าชอบเขาหรือ เทียนหอมโดนจี้ใจดำ โวยวายกลบเกลื่อน

“ชอบอะไรคะ ลูกมีนนท์อยู่ทั้งคน คนแบบนั้นใครจะไปชอบลง ลูกไปนอนนะคะ”

ooooooo

ที่ค่ายทหารชนกลุ่มน้อย นายพลโบเอ็ดตะโรเสียงลั่นเมื่อรู้ว่าลูกน้องตั้งมากมายของตัวเองไม่สามารถหยุดคนแค่สองคนที่บุกมาช่วยจ่าคาร์เตอร์

“แต่ไอ้สองคนที่มันมาฝีมือดีมากครับท่าน คนหนึ่งใช้ปืนลูกซองลำกล้องหกกระบอก”

นายพลโบรู้ทันทีว่าเป็นนักบุญ บ่นด้วยความเซ็งไอ้หมอนี่อีกแล้ว คนสนิทของท่านอาสาจะตามล่ามันให้ ท่านส่ายหน้า ไม่ต้องตาม อีกไม่นานมันต้องมาหาเราเอง เพราะเขตที่เราปกครองต้องมีอะไรบางอย่างที่ใครต่อใครพากันตามหา ส่วนเรื่องที่เสือผาดพูดก็ไม่เป็นความจริง

“การขยายเขตอิทธิพลของไอ้ญี่ปุ่นนั่น มันไม่ได้ทำกันง่ายๆ มันต้องมีจุดประสงค์อื่นที่ต้องผ่านทางนี้ ซึ่งฉันต้องรู้ให้ได้” นายพลโบเสียงกร้าว...

ทางด้านจ่าคาร์เตอร์รักษาคำพูดที่ให้ไว้กับนักบุญ ทันทีที่กลับถึงค่ายทหารเขาแสดงความจำนงต่อพันตรีทรงยศและพันตรีจักรขอให้การเกี่ยวกับคดีฆ่าทหารอเมริกันใหม่ว่านักบุญบริสุทธิ์ และเขาจะไปดำเนินการเรื่องคดีที่สถานทูตของเขาให้เอง แต่มีเรื่องหนึ่งที่อยากฝากผู้พันทั้งสองนายเอาไว้ ตอนนี้นักบุญคงไม่ปลอดภัยนัก นายพลโบคงไม่ปล่อยเขาแน่ พันตรีจักรบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องนายพลโบเราจะจัดการเอง

“ผมรอคำสั่งจากเบื้องบนให้ทำลายค่ายของเขาอยู่ มีการขอความร่วมมือจากรัฐบาลฝั่งโน้นมาแล้ว”

“แหม...เจ้านักบุญนี่มันยุ่งไปซะทุกเรื่องจริงๆ” ว่าแล้วพันตรีทรงยศส่ายหน้าหนักใจ...

ขณะที่คดีฆ่าคนตายของนักบุญคลี่คลายไปในทางที่ดี ทรงศักดิ์กำลังนั่งปรึกษาเรื่องการเดินทางไปหาขุมทองกับกิตากาว่าอยู่ในห้องทำงานของฝ่ายหลังทั้งสองคนเอาแผนที่ของตัวเองมาต่อกันซึ่งต่อได้พอดี กิตากาว่าแปลกใจ แต่ทำไมคราวก่อนแผนที่ส่วนของทรงศักดิ์ถึงพาไปเจอถ้ำนั่น เขาไม่อยากให้กิตากาว่ารู้เรื่องลายแทงบนผนังถ้ำ โกหกว่าตัวเองอาจจะอ่านแผนที่ผิด กิตากาว่าเห็นด้วยเพราะในถ้ำไม่มีอะไร

“ผมเชื่อว่าแผนที่มันยังต้องมีอีกส่วนเพราะส่วนของผมไม่ได้บอกที่ตั้งของขุมทองว่าอยู่ตรงไหน”

“เรื่องนั้นผมว่าไม่ยาก ไปถึงแถวนั้นก็น่าจะรู้เอง เราคงรอเวลาไม่ได้แล้ว”

กิตากาว่าพยักหน้าเห็นด้วย แต่เราคงต้องใช้คนคุ้มกันที่มีฝีมือ เพราะตอนนี้เราไม่มีอาวุธดีพอที่จะฝ่าเขตของนายพลโบ แล้วถามทรงศักดิ์ว่านักบุญกับเฉ่ามีฝีมือเหมาะสมกับงานนี้ไหม กิตากาว่าถามไปอย่างนั้นเอง เพราะมีคำตอบในใจอยู่แล้ว ขณะที่ทรงศักดิ์พยักหน้ารับคำ ระหว่างนั้นจ่าโทน สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์มาขอเข้าพบ กิตากาว่าเห็นพวกนั้นเอากล่องไม้ที่เสือใบปล้นไปติดมาด้วย ถามว่าจะเอามาคืนหรือ

“เปล่า มันเป็นของผมแล้ว ผมแค่อยากบอกว่าถ้าคุณหาเพนดูลั่มเจอเราก็จะตกลงหุ้นส่วนกันใหม่”

ทรงศักดิ์มองสบตากับกิตากาว่าอย่างรู้กัน ก่อนจะหยิบเพนดูลั่มขึ้นมาถามว่าอันนี้ใช่ไหม จ่าโทนตาวาวพยักหน้ารับคำ ไปเอามาได้อย่างไร ทรงศักดิ์แดกดันไม่ได้ปล้นใครมาก็แล้วกัน

“เรามาคุยกันเรื่องเดินทางดีไหม คุณมีคนเท่าไหร่ หมายถึงคนมีฝีมือที่พร้อมจะรบกับนายพลโบน่ะ”กิตากาว่ามาเหนือเมฆคิดจะหลอกใช้สารวัตรสมัยกับพวกโดยไม่บอกให้รู้ว่ากล่องไม้ใบนั้นเป็นกล่องปลอม...

ขณะที่สารวัตรสมัยกับพวกตกเป็นเครื่องมือของกิตากาว่าและทรงศักดิ์โดยไม่รู้ตัว ฟู่เฉินแกล้งปล่อยตัวเหมยฮัวแถมบอกที่คุมขังตัวเฉ่าอีกต่างหากเพราะรู้ดีว่าเธอจะไปตามนักบุญมาช่วย ครั้นเธอหลบหนีออกจากที่พัก จินฟงสั่งให้ฟู่เฉินสะกดรอยตาม

ooooooo

นักบุญออกจากโรงแรมที่พักซึ่งนัดเฉ่าเอาไว้แต่ไม่เห็นมาสักที จึงไปร้านอาหารฝั่งตรงข้ามเพื่อกินมื้อเช้า

ไม่ห่างจากที่นั่นนัก เทียนหอม นนท์กับหนูนาและแห้วพากันมาซื้อข้าวของสำหรับเดินป่า เทียนหอมหันมาถามนนท์เพื่อความแน่ใจว่าจะไปสำรวจป่ากับเธอจริงหรือ เขาตอบอย่างมั่นใจว่าจริง ถ้าเขาไม่ไปแล้วใครจะคอยคุ้มครองเธอ หนูนาเบ้ปากกระซิบกับแห้ว ใครต้องดูใครกันแน่

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆฉันได้ยินมาว่ามันอันตรายเพราะต้องข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้านด้วย”

ครั้นมาถึงหน้าร้านขายของ เทียนหอมหยิบสมุดโน้ตจดรายการสั่งซื้อของที่ทรงศักดิ์ต้องการขึ้นมาดู นนท์เห็นมีจอบ พลั่ว เสียมในรายการสั่งซื้อก็หัวเราะขำ ตกลงจะไปเดินป่าหรือจะไปทำไร่เลื่อนลอย เทียนหอมปรายตามองไม่สบอารมณ์นัก

“สงสัยพ่อคงเอาไว้ฝังศพพวกที่เดินป่าไม่ไหวน่ะ” ว่าประชดเสร็จเทียนหอมเดินเข้าร้าน...

ด้านทรงศักดิ์ถามกิตากาว่าว่าคิดจะทำอย่างไรกับเฉ่า เขาจะส่งไปรับโทษที่ญี่ปุ่น เพราะทางนั้นต้องการลงโทษเอง ทรงศักดิ์เข้าใจดีว่าเขาจะแจ้งความที่นี่คงไม่ได้เพราะเป็นอาวุธเถื่อน กิตากาว่าเปลี่ยนเรื่องพูด

“คงได้เวลาออกเดินทางกันแล้ว ผมอยากจะรู้ว่าพอถึงเวลาจริงๆเราจะใช้กล่องกับเพนดูลั่มยังไง”

ทรงศักดิ์รู้เรื่องนี้ดีแต่ยังคงเก็บความลับนั้นไว้ที่แผ่นหลังของแห้ว...

นักบุญกินมื้อเช้าเสร็จพอดีตอนที่เหมยฮัวเข้ามาบอกว่าเฉ่าถูกกิตากาว่าจับตัวไปขังไว้ที่โกดังแถวท่าเรือ เนื่องจากเขาไปเผาอาวุธของพวกมันเข้า นักบุญยังไม่ทันจะพูดอะไร ฟู่เฉินกับสมุนเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังไว้ พลางขอบใจเหมยฮัวที่พามาหาเขา เธอตระหนักทันทีว่าจะถูกหลอกใช้ พยายามจะช่วยนักบุญ แต่ถูกสมุนคนหนึ่งของฟู่เฉินเป่าลูกดอกอาบยาสลบใส่ อึดใจเธอสลบเหมือด

ฟู่เฉินสั่งให้สมุนเอาตัวเธอไป แล้วสั่งให้สมุนที่เหลือเล่นงานนักบุญ โดยที่ตัวเองยืนคุมเชิงอยู่...

ทางฝ่ายเทียนหอมกำลังเลือกซื้อของอยู่หน้าร้าน นนท์ที่ยืนอยู่ข้างๆหยิบมีดพร้าด้ามยาวออกมาดู ลองฟันซ้ายฟันขวารู้สึกถนัดมือดี เลือกซื้อเล่มนี้ไปด้วย...

ทางด้านนักบุญอัดสมุนทั้งหลายลงไปกองกับพื้น ทำให้ฟู่เฉินต้องลงมือเอง ทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยเพลงหมัดอย่างไม่มีใครยอมใคร สู้ได้พักเดียวฟู่เฉินเริ่มเสียเปรียบ จึงซัดเข็มพิษใส่ซอกคอนักบุญถึงกับเข่าอ่อน พอตั้งหลักได้เขาพยายามประคองตัวหนี โดยมีฟู่เฉินไล่ตามมาติดๆ

นนท์ยังคงถือมีดพร้าเล่นนั้นในมือตอนที่นักบุญวิ่งเข้ามาคว้าไปจากมือ เอาไปสู้กับฟู่เฉินในสภาพที่เกือบจะประคองตัวไม่อยู่ ก่อนจะถูกฟู่เฉินเตะกระเด็น เทียนหอมตกใจที่เห็นนักบุญถูกทำร้ายใกล้หมดสติ รีบเข้าไปขวาง พร้อมกับสั่งให้ฟู่เฉินถอยไป อย่าทำร้ายเขาอีก ฟู่เฉินไม่ยอมทำตามจะเล่นงานเขาให้ได้ เทียนหอมหยิบปืนขนาดเล็กออกจากกระเป๋าถือขึ้นมาขู่ฟู่เฉิน ถ้าไม่ถอยจะยิง

นนท์หน้าเสียเพราะคิดว่าเป็นปืนไฟแช็กพยายามจะห้าม เธอสั่งไม่ให้ยุ่ง แล้วไล่ฟู่เฉินกลับไป เธอไม่อยากยิงใคร จังหวะนั้นมาดามหว่าหวานั่งรถผ่านมาเห็น

รีบจอดรถลงมาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ฟู่เฉินได้รับคำสั่งให้มาจัดการกับนักบุญ เธอหันไปเห็นเขาสลบ ก็สั่งฟู่เฉินเสียงเข้ม

“นายกลับไปบอกกิตากาว่าว่าเรื่องนี้ฉันจัดการเอง”

ทีแรกฟู่เฉินไม่ยอม มาดามหว่าหวาต้องปรามด้วยสายตา เขาจึงได้ล่าถอยไป เธอหันไปชื่นชมเทียนหอม ไม่นึกว่าจะใช้ปืนเป็น นนท์โพล่งขึ้นทันที

“ปืนที่ไหนกันครับ นี่มันไฟแช็ก เทียนหอมเขาซื้อมาจากเมืองนอก” นนท์ว่าแล้วดึงปืนจากมือเทียนหอมมายิงเล่นด้วยคิดว่าเป็นปืนปลอม ที่ไหนได้ปืนลั่นปังถูกฝาร้านทะลุ เขาเข่าอ่อนแทบทรุด

ooooooo

จากนั้นไม่นาน นักบุญในสภาพหมดสติ เส้นเลือดเริ่มปูดไปทั่วร่างกายถูกพามานอนบนเตียงในห้องของมาดามหว่าหวา เทียนหอมตกใจกับสภาพของเขาถามเธอว่าเขาเป็นอะไร เธอตรวจร่างกายเขาแล้วพบว่าถูกเข็มอาบยาพิษของแมลงยูนาน ยาถอนพิษคงจะอยู่ที่ฟู่เฉินแต่เขาคงไม่ให้

“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ”

“เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง” มาดามหว่าหวาพูดไม่ทันขาดคำ นักบุญกระอักเลือดออกมา เธอรีบเอากระดาษมาเขียนรายชื่อสมุนไพรที่ต้องการแล้วสั่งให้คนรับใช้ไปหามาให้ครบตามตำรา...

ฟู่เฉินมองเหมยฮัวที่ยังนอนหมดสติอยู่บนเตียง แล้วหันมาขอโทษอาจารย์ที่จำเป็นต้องทำกับเธอแบบนี้ จินฟงไม่ถือโทษโกรธอะไรเขา เป็นเพราะลูกสาวของตน ไม่รักดีเอง แล้วถามถึงนักบุญเป็นอย่างไรบ้าง ฟู่เฉินรายงานว่าถูกพิษแมลงยูนานของเขาไม่น่าจะรอด จินฟงพยักหน้ารับรู้ สั่งให้เก็บข้าวของเตรียมออกเดินทาง

“แล้วเหมยฮัวล่ะอาจารย์”

จินฟงจะเอาเธอไปด้วย ฟู่เฉินดีใจแต่พอเห็นเหมยฮัวเริ่มรู้สึกตัว รีบชิ่งก่อนเพราะรู้ว่าเธอยังโกรธอยู่...

ด้านเทียนหอมเห็นมาดามหว่าหวาหายไปปรุงยานานมากแล้วแต่ไม่โผล่มาสักที อีกทั้งนักบุญอาการทรุดลงอีก กระอักเลือดออกมาก็ตกใจ

“ยายมาดามทำอะไรอยู่นะ นนท์ ฉันฝากดูนักบุญหน่อยนะ” พูดจบเทียนหอมลุกออกไปหามาดามหว่าหวา ที่กำลังปรุงยาอยู่ในครัว บอกให้เร่งมือหน่อยนักบุญกำลังแย่ เธอเองก็เร่งจนพลิกตำราไม่ทันแล้ว เทียนหอมสงสัยเธอปรุงยาพวกนี้เป็นได้อย่างไร

“พ่อฉันเป็นแพทย์แผนจีน พ่อฉันสอนฉันมาตั้งแต่เด็กๆ” มาดามหว่าหวาไม่ต้องการให้เทียนหอมซักโน่นถามนี่ให้สมาธิเขวจึงขอร้องให้หยุดถามแล้วมาช่วยตนปรุงยาจะดีกว่า...

ฝ่ายกิตากาว่าไม่พอใจนักเมื่อรู้ว่าจินฟงกับฟู่เฉินเล่นงานนักบุญโดยไม่บอกกล่าวกันก่อน จินฟงอ้างว่าเขาเป็นหอกข้างแคร่ถ้าไม่จัดการสักวันอาจจะย้อนมาทิ่มแทงเอาได้ ฟู่เฉินช่วยพูดสนับสนุนอีกแรงหนึ่ง และที่สำคัญเราไม่รู้เลยว่าเฉ่ากับนักบุญเป็นใครมาจากไหน แท้จริงแล้วมาทำอะไรที่นี่กันแน่

“มันก็แค่คนพเนจรหนีคดีมา รู้ไหมว่าฉันเปิดค่ายมวยไว้ทำไม ฉันต้องการรวบรวมคนที่มีฝีมือให้มาทำงานกับฉัน นักบุญเป็นคนฝีมือดี ฉันต้องการเขามาช่วยงาน”

“บางทีเขาอาจมาไม่ได้แล้วก็ได้” คำพูดเป็นนัยๆ ของฟู่เฉินทำให้กิตากาว่ามองสงสัย...

พักใหญ่กว่ามาดามหว่าหวาจะเดินนำเทียนหอมกลับมาพร้อมกับยาหม้อที่ต้มเรียบร้อย เห็นนักบุญอาการเพียบหนักไล่ทั้งเทียนหอมและนนท์ให้ออกไปก่อน เนื่องจากการรักษาต้องใช้สมาธิ แม้เทียนหอมเป็นห่วงนักบุญมากแต่จำต้องออกไปรอข้างนอกตามที่มาดาม หว่าหวาร้องขอ นนท์เห็นท่าทีของหญิงคนรักก็เดาได้ไม่ยากว่าเธอมีใจให้นักบุญ ส่วนมาดามหว่าหวารีบประคองนักบุญแล้วป้อนยาให้...

กริชเดินตามแผนการที่เบญจวรรณวางไว้ บอกโมรีที่กำลังจะออกไปข้างนอกให้รีบกลับเร็วๆ จะชวนกินข้าวด้วยกัน เราสองคนไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้ากันนานแล้ว เธอพยักหน้ารับคำแล้วผละจากไป เขามองซองยาพิษที่ได้จากเบญจวรรณซึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

ooooooo

แม้ยาจะทำให้พิษของแมลงยูนานในตัวนักบุญลดไปครึ่งหนึ่งแต่อาการของเขายังน่าเป็นห่วง มาดาม หว่าหวาตัดสินใจใช้วิธีดูดพิษออกจากร่างจากนั้นจับนักบุญถอดเสื้อผ้า ระหว่างทำการดูดพิษ เทียนหอม เปิดประตูเข้ามาเห็นเธอไล่จูบไปตามเนื้อตัวที่เปลือยเปล่าของเขาก็โกรธโวยลั่นว่าทำอะไร

มาดามหว่าหวาโวยกลับ เข้ามาทำไม เทียนหอมจะมาดูความบัดสีของเธอ นนท์ตามเข้ามาเห็นก็ตกใจ

“อะไรกันครับ”

“ก็คนมันมากตัณหาไงทั้งผู้หญิงผู้ชายเลย แหมทำเป็นใจดีมารักษาให้ที่แท้ก็ร่านผู้ชาย” ด่าเสร็จเทียนหอม ชวนนนท์กลับ มาดามหว่าหวากำลังรักษานักบุญติดพัน จำต้องปล่อยให้เธอเข้าใจผิด เสียงเอะอะทำให้คนรับใช้เข้ามาดู เป็นจังหวะที่มาดามหว่าหวารักษานักบุญเสร็จก็เป็นลมหมดสติ คนรับใช้รีบประคองเธอไว้...

เฉ่ายังคงถูกขังอยู่ที่โกดังใกล้ท่าเรือ เห็นสมุนกับโตเอะกระซิบกระซาบกัน ตะโกนแหย่ให้พูดดังๆก็ได้ โตเอะแค่จะบอกให้ลูกน้องรู้ว่าจะพาเฉ่าไปเที่ยวญี่ปุ่น เขาไม่วายยียวนคงไปด้วยไม่ได้เพราะไม่มีพาสปอร์ต

“ไปที่ญี่ปุ่นไม่ต้องใช้ ทันทีที่ถึงที่นั่น แกจะได้ใบมรณบัตรแทน”

ทันใดนั้น เหมยฮัวบุกเข้ามาจะช่วยเฉ่า ลูกน้อง โตเอะขวางไว้ เฉ่าไม่อยากให้เธอมาติดร่างแหไปด้วย

ทั้งด่าว่าทั้งไล่ตะเพิดเธอไปให้พ้น ไม่อยากเห็นหน้าคนโกหก เหมยฮัวงอน

“ก็ได้ งั้นอย่ามาเห็นหน้ากันอีกเลย”

“ดี ฉันจะได้ไปหาเมียที่ญี่ปุ่น” เฉ่าทำหน้าระรื่น แต่ข้างในเจ็บช้ำ เหมยฮัววิ่งหนีออกมาทั้งน้ำตา ฟู่เฉินเข้ามาช่วยปลอบใจให้เธอคลายเศร้า แล้วบอกเรื่องที่จินฟง อนุญาตให้เขาแต่งงานกับเธอ เหมยฮัวถึงกับอึ้ง...

เทียนหอมกลัวนักบุญจะถูกจินฟงกับฟู่เฉินทำร้ายเอาอีก จึงมาขอร้องพ่อให้ช่วยพูดกับกิตากาว่า หรือไม่ก็ให้เขาออกสำรวจป่ากับเรา เขาเป็นคนมีฝีมืออาจจะช่วยงานเราได้ ทรงศักดิ์จะลองพูดให้ นนท์เห็นสีหน้ายิ้มแย้มของเทียนหอมก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอรักนักบุญ ขอตัวลุกออกไปทันที ทรงศักดิ์ต้องเตือนลูกสาวจะทำอะไรควรจะนึกถึงจิตใจของนนท์บ้าง...

การช่วยชีวิตนักบุญครั้งนี้ทำให้ผมของมาดาม หว่าหวากลายเป็นสีขาวโพลนไปทั้งศีรษะ นักบุญซึ่งอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ขอโทษเธอด้วยที่เป็นต้นเหตุให้เธอต้องเป็นแบบนี้

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งสิ่งเดียวคือฉันต้องการเห็นหน้าคนที่ฆ่าครอบครัวฉัน”

นักบุญรับปากจะทำตามสัญญา จังหวะนั้นคนรับใช้เข้ามาแจ้งว่าเสือผาดมาขอพบ มาดามหว่าหวาบอกให้นักบุญอยู่แต่ในนี้ ห้ามออกไปไหน เขาต้องพักฟื้นอีกสักพักหนึ่ง จากนั้นเธอตรงไปหาเสือผาดที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ ทักทายอย่างอ่อนหวานมีอะไรจะให้เธอรับใช้หรือ เขาได้ข่าวว่ากิตากาว่ากำลังจะเดินทาง

“ฉันต้องการให้เธอเดินทางไปกับกิตากาว่าและทรงศักดิ์และคอยทำสัญลักษณ์ให้ฉันตามไป” สั่งเสร็จเสือผาดพร้อมด้วยสมุนพากันยกขบวนกลับ...

ทรงศักดิ์ไม่รอช้านำเรื่องนักบุญไปหารือกับกิตากาว่า ซึ่งเห็นด้วยว่าเขาเป็นคนมีฝีมือและสามารถจะต่อกรกับนายพลโบได้อย่างสบาย แต่ติดตรงที่ตนจะไว้ใจเขาได้แค่ไหน ในเมื่อตนเป็นคนส่งเพื่อนเขาไปตาย

“ผมสั่งออกเรือไปญี่ปุ่นแล้ว”...เรือที่กักขังเฉ่าพร้อมด้วยสินค้ามุ่งหน้าไปยังเรือสินค้าลำใหญ่ที่รออยู่ปากอ่าว โดยมีโตเอะกับมุซาชิคอยคุมลูกเรือให้จัดสินค้าดีๆจะได้ขึ้นเรือใหญ่ง่าย ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นเหมยฮัวในคราบลูกเรือที่แฝงตัวขึ้นมาด้วย

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.