ตอนที่ 15
ขณะที่ทรงศักดิ์กับกิตากาว่าเอากล่องไม้เพนดูลั่มกับแผ่นหนังของแห้วออกมาวาง และช่วยกันไขปริศนาที่ซ่อนทอง เฉ่า เหมยฮัว เทียนหอมกับหนูนาและมาดามหว่าหวาปรึกษากันเรื่องที่กริชกับพวกทำไมถึงพากันล่าถอยง่ายนัก เหมยฮัวเชื่อว่าพวกนั้นไม่ไปไหนไกล ถ้าเราเจอทองเมื่อไหร่พวกนั้นจะกลับมาทันที
“ฉันก็คิดแบบนั้น” มาดามหว่าหวาเห็นด้วยกับเหมยฮัว
ระหว่างนั้นนักบุญ สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์คุมตัวจ่าโทนเข้ามา จ่าสังข์เหม็นขี้หน้าไอ้นกสองหัวอย่างจ่าโทนต่อยหน้าไปหนึ่งหมัด นักบุญต้องเข้ามากันตัวไว้บอกให้ทุกคนเตรียมตั้งแคมป์ดีกว่า คืนนี้คงต้องอยู่ที่นี่...
ในเวลาเดียวกันหัวหน้าพวกคุ้มกันไม่พอใจเพราะเหลือลูกน้องรอดมาแค่คนเดียวเข้ามาโวยวายกับกริช
“นี่มันอะไรกัน ไหนบอกว่าจะมาสำรวจแร่ จ่าโทนไปไหน ฉันต้องการค่าจ้างแล้วก็จะไป”
กริชหันไปพยักพเยิดกับเสือมิ่งซึ่งรู้งาน ตวัดมือ ตะขอทีเดียวหัวหน้าพวกคุ้มกันหลอดลมขาดสิ้นใจ
ตรงนั้น ลูกน้องตกใจวิ่งหนี เสือเพลิงจะตามไปเก็บกวาดแต่กริชห้ามไว้
“ปล่อยมันไปเถอะ ตอนนี้ก็ได้แต่รอเวลา” กริช
ว่าแล้วหันไปยิ้มกับโมรีอย่างรู้กัน...
กิตากาว่ายังคงพยายามตีปริศนาคำใบ้ที่บนแผ่นหนังของแห้วอยู่กับทรงศักดิ์
“เมื่อแสงสุรีย์กระจ่างผ่านช่องประตู ส่องประกายฉายน้ำ ฟ้า สะพรั่นพรึง กำแพงสว่างพลันดิ่งดำสายวารี... หายไปประโยคหนึ่ง คุณลอกมาไม่หมด” กิตากาว่าหันไปต่อว่าทรงศักดิ์ซึ่งยืนยันว่ามีแค่นี้ นักบุญเชื่อว่าประโยคสุดท้ายต้องบอกที่ซ่อนทองแน่ๆ ทรงศักดิ์มองไปรอบๆ ไม่เห็นน้ำที่ไหนสักหยด
“แต่แผนที่บอกว่ามันมีบึงใหญ่” นักบุญพยายามช่วยไขปริศนาอีกแรงหนึ่ง
จ่าโทนที่ถูกมัดติดกับต้นไม้ คอยเงี่ยหูฟังอยู่ตลอด ภาวนาให้นักบุญกับพวกตีปริศนาให้แตก...
ในระหว่างที่สาวๆเดินหาผลหมากรากไม้มาไว้เป็นมื้อกลางวัน โดยมีสารวัตรสมัยกับจ่าสังข์คอยคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง มีเสียงร้องของหนูนาดังขึ้น ทุกคนพากันตกใจวิ่งไปยังต้นเสียง เจอหนูนากำลังตื่นเต้นกับธารน้ำเล็กๆ เทียนหอมถอนใจโล่งอกที่เธอไม่เป็นอะไร เข้าไปร่วมวงเล่นน้ำด้วย จ่าสังข์แปลกใจน้ำมาจากไหน เหมยฮัวอธิบายว่านี่ไม่ใช่ลำธารแต่เป็นสายน้ำของน้ำที่ผุดออกมาจากดิน สารวัตรสมัย
ถึงบางอ้อ
“มิน่าต้นไม้แถวนี้ถึงเขียวชอุ่ม”
ooooooo
ทรงศักดิ์กับกิตากาว่าและนักบุญพยายามทำทุกทางเพื่อจะไขปริศนาให้ได้ ลองเอาเพนดูลั่มส่องกับแสงแดดแต่ไม่ได้ผล นักบุญเอาไม้ง่ามมาปักแล้วเอาเพนดูลั่มแขวนไว้ เงยหน้ามองพระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้นตรงศีรษะ เป็นจังหวะเดียวกับพวกสาวๆกลับจากหาของกินพร้อมด้วยน้ำดื่ม
นักบุญแปลกใจไปหาน้ำมาจากไหน สารวัตรสมัยชี้ไปยังจุดที่เจอตาน้ำ กิตากาว่ามองไปยังภูเขา
“หรือในนั้นจะมีบ่อน้ำ”
เฉ่าไม่เห็นด้วยกับกิตากาว่าจะมีน้ำได้อย่างไรในเมื่อไม่เห็นมีทางเข้า จ่าโทนตะโกนโหวกเหวกขอน้ำดื่มบ้าง มาดามหว่าหวาหยิบน้ำดื่มกับผลไม้เอาไปให้ เขาต่อรองจะให้เธอแก้เชือก เธอก็เลยป้อนน้ำให้แทนเพราะไม่ไว้ใจ เขาพยายามหลอกถามว่าใกล้หาทางเข้าเจอหรือยัง เธอรู้ทันดักคอว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
“โธ่ ฉันรอเวลานี้มาตั้ง 10 กว่าปี ถึงจะไม่ได้กับเขาแต่ขอเห็นเป็นบุญตาก็ดี”
“คิดว่ามีชีวิตอยู่ถึงหรือ” แดกดันจบมาดามหว่าหวา ผละจากไป จ่าโทนค่อยๆปล่อยให้มีดด้ามเล็กๆหล่นจากแขนเสื้อลงมาที่มือเตรียมพร้อมจะตัดเชือกได้ทุกเมื่อ...
ฝ่ายโมรีหงุดหงิดที่ได้แต่รอคอยโดยไม่ทำอะไร กริชต้องปลอบให้ใจเย็นๆ รอมาได้ตั้งหลายปี ตนเชื่อว่าพวกนั้นจะต้องไขปริศนาเอาทองออกมาจากเขาลูกนั้นจนได้ แต่เราจะเป็นคนครอบครัวมัน แล้วสั่งให้เสือเพลิงไปดูว่าพวกนั้นไขปริศนาไปถึงไหนแล้ว...
หนูนาอิ่มหนำสำราญก็นอนพุงอืดอยู่แถวตีนเขาใกล้กับที่นักบุญแขวนเพนดูลั่มเอาไว้ เมฆค่อยๆเคลื่อนออกจากพระอาทิตย์ที่อยู่ตรงศีรษะพอดี พลันเกิดลำแสงหลายสีสะท้อนที่ตัวหนูนา เทียนหอมมองอย่างตื่นเต้น หนูนาเห็นตัวเองมีแสงหลายสีมากระทบเอามือลูบไล้ไปตามตัวตื่นเต้นไม่แพ้เจ้านายสาว ทุกคนเริ่มมองมาที่ เพนดูลั่มเป็นตาเดียวกัน จ่าโทนเห็นเข้ารีบเอามีดตัดเชือกค่อยๆขาดทีละน้อย
เสือเพลิงเห็นปรากฏการณ์ประหลาดมองตะลึง ทันใดนั้นแสงที่ส่องผ่านเพนดูลั่นพุ่งไปที่รูบนกล่องไม้อย่างเหมาะเจาะบังเกิดภาพของภูเขาที่ผนังเป็นรูปดอกซากุระ แสงเคลื่อนไปเรื่อยๆทำให้ดอกซากุระเคลื่อนตามไปที่ตีนเขา แล้วไปหยุดอยู่ตรงกลางหน้าผาที่มีต้นไม้ปกคลุม กิตากาว่าร้องเอะอะ “นั่น...ทางเข้าอยู่ที่นั่น”
ดอกซากุระทาบอยู่สักพัก แสงจากพระอาทิตย์ก็ค่อยๆจางลงจนหมดไปในที่สุด เป็นจังหวะเดียวกับ
จ่าโทนตัดเชือกขาดพอดี ส่วนเสือเพลิงรีบวิ่งกลับไปรายงานลูกพี่ ขณะที่นักบุญอาสาจะขึ้นไปที่นั่นเอง...
ครู่ต่อมา นักบุญปีนหน้าผาไปยังจุดที่ปรากฏดอกซากุระ โดยมีคนอื่นๆรอลุ้นเอาใจช่วยอยู่ที่เชิงเขา ทิ้งจ่าโทนไว้ตรงต้นไม้แม้เชือกที่มัดจะขาดแต่เขายังยืนอยู่อย่างนั้นรอจังหวะเหมาะ นักบุญหาทางเข้าสักพัก
ในที่สุดก็เจอโพรงลงไปในภูเขา เฉ่าตะโกนบอกเขาให้โยนเชือกลงมาให้ จะได้ปีนขึ้นไปช่วย
“เอาตะเกียงมาด้วยท่าทางจะมืด” นักบุญว่าแล้วเอาเชือกมัดกับกิ่งไม้ใหญ่ก่อนจะโยนปลายเชือกลงมาให้เฉ่าปีนขึ้นไปพร้อมกับตะเกียง เหมยฮัวขอตามไปด้วย...
ขณะที่นักบุญเจอทางเข้าไปในภูเขา โมรีกระวน กระวายใจมากเราจะเข้าไปในนั้นได้อย่างไรในเมื่อพวกนักบุญมีทั้งคนทั้งอาวุธมากกว่าเรา กริชคงต้องปล่อยให้หน้าที่นี้เป็นของจ่าโทน...
พื้นถ้ำอยู่สูงกว่าโพรงทางเข้ามาก นักบุญต้องเอาเชือกผูกกับต้นไม้แล้วโรยตัวลงไปโดยมีเฉ่ากับเหมยฮัวตามไปด้วยแต่ไม่พบอะไร ทั้งสามคนเดินหาไปทั่วถ้ำก็ไม่เจอ
ด้านจ่าโทนสบช่องตอนที่นักบุญ เฉ่าและเหมยฮัวเข้าไปสำรวจถ้ำ ย่องเงียบเข้ามาเอามีดจ่อคอเทียนหอมไว้ มาดามหว่าหวาขู่ถ้าไม่อยากตายให้ปล่อยเธอไป ก่อนที่จ่าโทนจะถูกเล่นงานกริชกับพวกปรากฏตัวขึ้น สั่งให้ทุกคนทิ้งอาวุธ
ooooooo
นักบุญเดินนำเหมยฮัวกับเฉ่าลึกเข้าไปในถ้ำ เดินกี่รอบก็วนกลับมาที่เดิม เหมยฮัวเมื่อยมากยืนพิงผนังถ้ำเพื่อพักเอาแรง อยู่ๆผนังทรุดทำให้เธอตกลงไปข้างล่างโชคดีที่ไม่สูงมากนักจึงไม่บาดเจ็บอะไรนอกจากจุก เฉ่ารีบถือตะเกียงตามเข้าไป เธอถึงกับผงะร้องลั่นเมื่อเห็นซากศพทหารญี่ปุ่นเกลื่อนพื้น โผกอดเฉ่าไว้แน่น
“ใจเย็น แค่ซากศพ ไม่ใช่ผีสักหน่อย” นักบุญว่าแล้วปีนข้ามผนังที่ทรุดเข้าไป
“ใครบอกซากศพ ผีทั้งนั้นดูสิเต็มไปหมดเลย กอดแน่นๆนะ” เฉ่าเจ้าเล่ห์แกล้งหลอกผีเพื่อให้
เหมยฮัวกอดตัวเองนานๆ เธอฉุกคิดขึ้นมาได้เอาศอกกระทุ้งสีข้างเฉ่าด่าซ้ำว่าจอมฉวยโอกาส จากนั้นนักบุญกับพวกค่อยๆเดินสำรวจถ้ำส่วนนี้...
อีกมุมหนึ่งตรงเชิงเขา กิตากาว่า ทรงศักดิ์ มุซาชิรวมทั้งจ่าสังข์กับสารวัตรสมัย เทียนหอม หนูนาและ มาดามหว่าหวาถูกกริชกับพวกจับมัดมือไพล่หลัง ทุกคนยังไม่ถูกฆ่าเพราะต้องการแรงงานไว้ขนทอง กริชสั่งให้เสือเพลิงกับเสือมิ่งเข้าไปดูในถ้ำ เทียนหอมกระซิบกับหนูนามีมีดเล็กๆหรืออะไรที่พอจะตัดเชือกได้ไหม
“ไม่มีค่ะแต่หนูนาเคยดูในหนังฝรั่ง เขาใช้หินนะคะ นี่ไงหนูนากำลังเฉือนอยู่”
เทียนหอมสั่งให้หนูนาเฉือนเชือกให้ตนก่อน โมรีหันมาเห็นถามว่าคุยอะไรกัน เธอแค่คุยให้หนูนาฟังว่าโมรีร่านขนาดไหน คนถูกด่าตบเธอหน้าหัน แถมขู่ถ้าหลอกด่าตนอีกจะถูกหมกไว้ที่นี่ มาดามหว่าหวาเห็นหนูนากำลังตัดเชือกอยู่ร้องเรียกโมรีเพื่อเบนความสนใจ เธอแว้ดใส่อยากโดนแบบนั้นบ้างหรือ มาดามหว่าหวาท้าทายหากแน่จริงให้ปล่อยตนเป็นอิสระจะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย โมรีรับคำท้าแต่คงต้องรอให้ได้ทองก่อน
“เธอคิดว่าจะได้หรือ คนรอบข้างเธอดูไว้ใจไม่ได้สักคน จ่าโทน เสือผาด เอ๊ะใช่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าคุณกริช เธอคิดว่าเธอจะได้ส่วนแบ่งหรือ” มาดามหว่าหวา พยายามปลุกปั่น โมรีรู้เท่าทัน สั่งห้ามมาทำให้เขวอีก แล้วเดินจากไป เทียนหอมถอนใจโล่งอกที่โมรีไม่สงสัยอะไร...
เสือใบที่ใครต่อใครคิดว่าถูกทหารว้าแดงฆ่าตายตอนไปชิงอาวุธลอบตามมาห่างๆ เห็นเสือเพลิงกับเสือมิ่งไม่อยู่ในกลุ่ม แอบย่องเข้าไปช่วยตัดเชือกให้กับพวกเทียนหอมแต่ถูกกริชกับโมรีจับตัวได้เสียก่อน...
ทางฝ่ายนักบุญ เฉ่าและเหมยฮัวเดินสำรวจมาตามทางอีกด้านหนึ่งของผนังถ้ำ เจอบ่อน้ำกว้าง 2 เมตร เหมยฮัวแปลกใจน้ำมาจากไหน นักบุญได้ยินเสียงน้ำชัดเจนหรือว่าถ้ำแห่งนี้อยู่ในน้ำ เฉ่าพยายามเงี่ยหูฟัง ได้ยินคล้ายเสียงน้ำไหลอย่างที่นักบุญว่าจริงๆ ทั้งสามคนสำรวจมาถึงผนังอีกด้านของถ้ำ
“ที่นี่มันตันน่ะ ไม่เห็นมีทองเลย” เหมยฮัวมองไปรอบๆยังผวากับซากศพทหารญี่ปุ่น
นักบุญมั่นใจที่นี่ต้องเป็นที่ซ่อนทองญี่ปุ่นตามคำร่ำลือ แต่มันอยู่ที่ไหนกันแน่หรือเรามาผิดทาง ทั้งสามคนมัวแต่ค้นหาที่ซ่อนทองไม่รู้ว่าเสือเพลิงกับเสือมิ่งแกะรอยตามมา
ooooooo
ที่เชิงเขา กริชกำลังดูแผนที่ซึ่งสักไว้บนแผ่นหนังของแห้ว พลางถามกิตากาว่าว่าปริศนาเขียนไว้อย่างไร
“เมื่อแสงสุรีย์กระจ่างผ่านช่องประตู ส่องประกายฉาย น้ำ ฟ้าสะพรั่นพรึง กำแพงสว่างพลันดิ่งดำสายวารี ข้อความสุดท้ายหายไป แกไม่มีวันได้ทองไปหรอก”
กริชเชื่อว่านักบุญกับพวกต้องหาทองเจอ แต่ถ้าไม่ ตนคงต้องฝังทุกคนไว้ที่นี่ เสือใบพยายามแก้เชือก จ่าโทนเข้ามาเตือน อย่าแม้แต่จะคิด เขาคงทนนิ่งเฉยรอความตายไม่ไหว จ่าโทนยินดีสงเคราะห์ให้ ชักปืนขึ้นมาจะยิง โมรีร้องห้ามไว้ จ่าโทนสงสัยจะเก็บมันไว้ทำไม เธอจะเอาคนพวกนี้ไว้ขนทอง แต่ถ้าจ่าโทนขนเองได้ก็เชิญยิง จ่าโทนรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร เธอไม่ต้องมาสั่ง
“เสียใจเพราะงานนี้ฉันเป็นคนสั่ง อดทนรอจนกว่าจะได้ทอง แล้วอยากทำอะไรก็เชิญ” โมรีว่าแล้วผละจากไป จ่าโทนมองตามไม่พอใจ สองคนเริ่มไม่กินเส้นกัน ขณะที่หนูนาเฉือนเชือกขาดไปมากกว่าครึ่งแล้ว...
ทางฝ่ายนักบุญมองไปรอบถ้ำอยู่นานสองนานแต่ก็คิดไม่ออกว่าทองอยู่ไหน ตัดสินใจชวนเฉ่ากับเหมยฮัว ออกไปก่อน น้ำมันตะเกียงใกล้หมดเต็มทีแล้ว เฉ่าเห็นดีด้วย ในนี้ทำให้อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก สามคนยังไม่ทันจะขยับไปไหน เสือเพลิงสะบัดมีดสั้นใส่ ถูกไหล่เหมยฮัวถึงกับทรุด เฉ่าคว้าปืนจะยิง นักบุญเตือน ยิงปืนในนี้ถ้ำอาจถล่มลงมาได้ แล้วบอกให้เฉ่าพาเหมยฮัวออกไปก่อน สองเสือไม่ยอมให้ไป
“จะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะเจอทอง”
“ฉันรู้ว่าทองอยู่ที่ไหน ฉันจะพาไปเอาแต่แกต้องให้สองคนนี่ออกไปก่อน” นักบุญต่อรอง เสือเพลิงยอมตามที่เขาต้องการ นักบุญรอจนเฉ่าพาเหมยฮัวไปแล้วจึงออกอุบายอีกว่า ตนไปเอาทองคนเดียวไม่ได้ ทั้งคู่ต้องไปด้วย เสือเพลิงหลงกลสั่งให้เขานำทางไป...
จากนั้นไม่นาน มาดามหว่าหวาได้รับการปล่อยตัวเพื่อให้มาช่วยรักษาเหมยฮัว อาการเธอค่อนข้างหนักเนื่องจากเลือดตกใน มาดามหว่าหวาขอให้กริชช่วยแทงซ้ำไปที่แผลเดิมเห็นเลือดออกมาเป็นสีเกือบดำ
“เลือดสีคล้ำ แสดงว่ากำลังจะติดเชื้อ โชคดีที่เฉ่าพาออกมาทัน”
โมรีแช่งให้ตายๆไปบ้างก็ดี เฉ่ากร้าวใส่ถ้าเหมยฮัวเป็นอะไรไปรับรองโมรีกับพวกจะไม่ได้อะไรไปเลย ขณะที่เฉ่าคุยอยู่กับโมรี หนูนาตัดเชือกที่มัดเทียนหอมขาดเรียบร้อย
ooooooo
นักบุญพาเสือเพลิงกับเสือมิ่งเดินวนไปรอบถ้ำกระทั่งกลับมาเจอบ่อน้ำอีกครั้ง พวกนั้นถึงได้รู้ว่าเขาถ่วงเวลา เสือมิ่งไม่พอใจเอามือตะขอจ่อคอหอยนักบุญไว้
“อย่ามาทำเป็นเชิงนะโว้ย ทองอยู่ไหนบอกมา”
“อยู่นี่ไง” นักบุญถีบเสือมิ่งกระเด็น เสือเพลิงสะบัดมีดสั้นใส่ เล่มแรกนักบุญรับไว้ได้ แต่เล่มที่สองทำให้เขาเสียหลักหงายหลังตกลงไปในบ่อ สองเสือชะโงกหน้าไปดู เห็นเงียบหายก็แปลกใจ
“ดูน้ำไม่น่าจะลึก ทำไมหายไปนานนักวะ”
ทันใดนั้น นักบุญโผล่พรวดขึ้นมาคว้าเสือเพลิงลงน้ำไปด้วย เสือมิ่งรีบโดดตามไปช่วยเพื่อน นักบุญกับเสือเพลิงต่อสู้กันใต้น้ำด้วยอาวุธมีดสั้น พอเห็นเสือมิ่งเข้ามาช่วย เขารีบว่ายหนีไปทางแสงสว่างที่ส่องเข้ามา เสือเพลิงกับเสือมิ่งกลั้นลมหายใจต่อไปไม่ไหวรีบขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อเอาอากาศ เสือเพลิงสั่งการทันที
“เฝ้าไว้ตรงนี้ก่อน มันไม่รอดแน่”...
ทางฝ่ายนักบุญดำน้ำตามแสงสว่างไปจนใกล้อากาศหมด เหลือบเห็นช่องหนึ่งพอเอาตัวเข้าไปได้รีบว่ายเข้าไป ในช่องมีโพรงอากาศอยู่พอให้ศีรษะโผล่ขึ้นมาหายใจได้ ทำให้เขารอดตายหวุดหวิด...
เสือเพลิงกับเสือมิ่งเฝ้าอยู่ปากบ่อนานสองนานไม่เห็นนักบุญกลับขึ้นมา สรุปว่าป่านนี้น่าจะตายไปแล้ว ชวนกันไปรายงานเรื่องนี้ให้กริชรับรู้...
ข่าวนักบุญจมน้ำในบ่อซึ่งอยู่ในถ้ำตายทำให้ทุกคนในคณะพากันเศร้าใจ กิตากาว่าเริ่มคุมสติไม่อยู่เชื่อว่าทองต้องอยู่ในนั้น เริ่มท่องคำปริศนาพร้อมกับเฉลยว่าคำปริศนาคำสุดท้ายที่ตัวเองอุบไว้ก็คือ
“แสงทองเฉิดฉาย ดังอาทิตย์อุทัย”
กริชแววตากร้าวขึ้นมาทันที เป็นจังหวะที่เทียนหอมเผลอทำให้จ่าโทนเห็นว่าเธอเป็นอิสระ
เขาโวยวายลั่น มาดามหว่าหวาตะโกนบอกให้เทียนหอมหนี เธอใส่วิญญาณน้องหมาวิ่งหนีไม่คิดชีวิตโดยมีจ่าโทนวิ่งตาม
“ผู้หญิงคนเดียวจ่าโทนคงจัดการได้ เพลิง...พาฉันไปที่บ่อ” กริชสั่งเสียงเฉียบ...
ด้านนักบุญดำลงไปหาทองแล้วกลับขึ้นมาหายใจที่โพรงแห่งนั้นอยู่หลายรอบ ในที่สุดก็พบทองคำที่ตามหา ทองนับแสนแท่งจมอยู่ในน้ำ เขาหยิบใส่กระเป๋าสองแท่งแล้วว่ายกลับออกไป...
ในเวลาเดียวกัน เสือเพลิงพากริชมาที่บ่อน้ำภายในถ้ำ เขามองไปรอบบริเวณก่อนจะดำน้ำลงไปโดยมีเสือเพลิงตามมาด้วย สองคนว่ายสำรวจถ้ำใต้น้ำ
อีกมุมหนึ่งห่างออกมา นักบุญดำน้ำหมายจะหาทางออก แต่เห็นกริชกับเสือเพลิงว่ายวนเวียนอยู่ เขาจึงว่ายกลับไปที่โพรงอากาศเพื่อหายใจ ขณะที่กริชกับเสือเพลิงต้องขึ้นไปหายใจที่ปากบ่อ นักบุญครุ่นคิดหนัก คงกลับออกไปทางปากบ่อน้ำไม่ได้อีกแล้ว
“ใต้น้ำที่นี่มีแสงสว่าง แสดงว่ามันต้องทะลุออกไปแม่น้ำได้” นักบุญคิดได้ดังนั้นว่ายน้ำตามแสงสว่างไปเป็นอย่างที่นักบุญคิดไว้ไม่มีผิด ว่ายน้ำตามแสงมาได้สักพักทะลุมาออกแม่น้ำใหญ่ เขารีบว่ายขึ้นฝั่ง...
ทางด้านเทียนหอมหนีจ่าโทนไม่พ้นเพราะฝ่ายหลังชำนาญป่ามากกว่าถูกลากแขนจะพากลับแคมป์ นักบุญโผล่มาจากไหนไม่รู้มาช่วยไว้ทัน สองคนต่อสู้กันด้วยเพลงหมัด จ่าโทนสู้ไม่ไหววิ่งหนี เทียนหอมโผกอดนักบุญไว้ด้วยความดีใจที่เขายังไม่ตาย
ooooooo
แม้จะไม่เจอทองในถ้ำ แต่กริช โมรีและกิตากาว่ามั่นใจว่าทองต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งในนั้น เสือใบหาว่าเรื่องทองเป็นแค่คำสาป ตนได้ฟังเรื่องนี้มาตั้งแต่จำความได้ เห็นคนงมงายตามหาแต่ไม่เคยมีใครได้ทองไปสักคน ตรงกันข้ามคนพวกนั้นก็ไม่ตายดีเลยสักคนเหมือนกัน ตนถึงบอกว่ามันคือคำสาป
“นั่นมันคนโง่เขาคิดกัน ฉันเชื่อว่าทองต้องอยู่ในนั้น อยู่ใต้น้ำนั่น” โมรีมั่นใจ กริชเองก็เชื่อเช่นกัน
“เพียงแต่เรายังหามันไม่เจอ”
มุซาชิพยายามตัดเชือกที่มัดมืออยู่พลางชำเลืองมองกิตากาว่าเป็นการส่งสัญญาณให้ เขาแอบพยักหน้าเข้าใจ อึดใจถัดมามุซาชิตัดเชือกขาด...
หลังจากเอาทองคำแท่งอวดเทียนหอมและเล่าถึงทองอีกหลายตันในถ้ำให้ฟัง นักบุญชวนเธอกลับไปช่วยพวกเราก่อนที่กริชกับพวกจะเจอทองและฆ่าพวกเราทิ้ง...
ระหว่างที่จ่าโทนมุ่งหน้ากลับไปที่เชิงเขา มีเครื่องบินลำเลียงบินผ่าน เขาแหงนหน้ามองดีใจ เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก เครื่องบินลำนี้บินสูงทำให้ไม่มีใครในคณะล่าทองสงสัย
นักบุญคาดผิดไปเล็กน้อย กริชยังไม่เจอทองด้วยซ้ำ แต่สั่งให้ฆ่าปิดปากทุกคนเพื่อตัวเองจะกลับไปเอาชุดประดาน้ำจะได้ดำหาทองได้ลึกมากขึ้น เพราะเชื่อว่าขุมทองอยู่ในถ้ำแห่งนั้น ขณะลำเลียงพวกของนักบุญออกมาจะยิงทิ้ง มุซาชิสะบัดเชือกที่พันธนาการออก ล็อกคอเสือเพลิงแล้วแย่งปืนมาจี้เป็นตัวประกัน สั่งให้ปล่อยทุกคนไป กริชชักปืนสั้นขึ้นมากระชับในมือ เสือเพลิงสบตากับเขาก่อนจะก้มหลบ
กริชยิงแสกหน้ามุซาชิอย่างแม่นยำขาดใจตายทันที เสียงปืนทำให้นักบุญกับเทียนหอมวิ่งหน้าตั้งกลับมาที่เชิงเขา ส่วนจ่าโทนแอบไปซุ่มสังเกตการณ์อยู่ห่างๆเห็นกริชเตรียมประหารทุกคนโดยจะยิงกิตากาว่าเป็นคนแรก ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไก นักบุญร้องห้ามไว้เสียก่อน จ่าโทนซึ่งซุ่มดูอยู่แปลกใจเขากลับมาที่นี่ทำไม
นักบุญหันไปพยักพเยิดกับเทียนหอม ซึ่งโยนทองแท่งให้กริชรับไว้ ทุกคนตาโตตื่นเต้นที่รู้ว่ามีทองจริงๆไม่ใช่เป็นเพียงคำร่ำลือ เสือเพลิงเดาว่าทองต้องอยู่ใต้น้ำ นักบุญยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า
“ใช่ มันอยู่ใต้น้ำ แต่มันก็ไปเอาไม่ง่าย อากาศไม่พอแน่ และฉันเท่านั้นที่รู้เส้นทางที่จะไปเอามัน”
“แกจะเอายังไงว่ามา” โมรีต่อรอง นักบุญจะไปเอาทองออกมาให้ โดยแลกกับชีวิตของทุกคน กริชจะยอมให้เขาเอาคนไปช่วยได้แค่เฉ่า เสือใบและกิตากาว่าส่วนพวกที่เหลือต้องเป็นตัวประกันไว้ก่อนจะขนทองเสร็จ นักบุญตกลงตามนั้น กริชไล่ให้เขาเข้าถ้ำไปได้แล้ว นักบุญส่ายหน้า
“ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในนั้นแล้ว แต่แกต้องต่อแพลำใหญ่สักสองสามลำ”...
เครื่องบินที่จ่าโทนเห็นบรรทุกทหารรับจ้าง 12 คนพร้อมอาวุธครบมือโดดร่มลงสมทบกับจ่าโทนตามที่ได้รับมอบหมายมาจากนายพลบรรหารเพื่อสนับสนุนภารกิจตามล่าหาทอง
จากนั้นไม่นาน จ่าโทนและทหารรับจ้างพากันมาซุ่มดูอยู่ห่างจากแคมป์ของกริชพอสมควร เขาสอบถามจากหัวหน้าทหารว่านายพลบรรหารสั่งอะไรมาบ้าง ได้ความว่าท่านสั่งให้เอาทองกลับไปที่ชุมเสือผาด จ่าโทนไม่พอใจนักทำไมไม่เอาออกไปทางฝั่งนี้เลย หัวหน้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน จังหวะนั้นลูกน้องเข้ามารายงานว่าพวกนั้นต่อแพกำลังจะเสร็จแล้ว จ่าโทนสั่งให้ทหารรออยู่ที่นี่ ถึงเวลาที่ตนต้องกลับเข้าไปแล้ว
“คอยดูสัญญาณจากฉันแล้วเข้าโจมตีทันที”
ooooooo
แพสามลำถูกเข็นลงแม่น้ำ ขณะนักบุญกับพวกและกริชจะล่องแพไปที่กลางแม่น้ำมีเสียงโวยวายดังขึ้น
“จะไม่รอกันเลยหรือวะ”
ทุกคนหันไปเห็นจ่าโทนเดินกะเผลกๆเข้ามาโดยไม่มีใครรู้ว่าเขาซ่อนปืนยิงพลุสัญญาณไว้ในผ้าขาวม้าคาดเอว จ่าโทนเตือนว่าพวกนักบุญไว้ใจไม่ได้ โมรีอยากรู้แล้วจะให้ทำอย่างไร เขาให้เอาพวกตัวประกันทั้งหมดมัดติดกับเสาซึ่งปักไว้ในแม่น้ำระดับน้ำลึกเท่าคอ หากมีใครตุกติกระหว่างงมทองให้โมรียิงทิ้งทีละคน...
ระหว่างจอดแพไว้กลางแม่น้ำ นักบุญซึ่งอยู่บนแพลำเดียวกับจ่าโทนเสี้ยมให้เขาระวังกริชให้ดี เขาอาจจะไม่ได้ทองก็ได้ จ่าโทนรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ให้ตนแน่ๆ นักบุญแปลกใจถ้าอย่างนั้นเขากลับมาทำไม จ่าโทนไม่ตอบ ไล่ให้นักบุญลงไปงมทองได้แล้ว จากนั้นนักบุญว่ายไปสมทบกับเฉ่า กิตากาว่าและเสือใบ
“ดำลงไปตรงๆเราจะเจอทอง” นักบุญว่าแล้วดำลงไปทันที ทุกคนดำน้ำตาม
ที่ใต้น้ำ นักบุญไม่ได้ว่ายไปยังที่ซ่อนทอง กลับพาทุกคนตามไปที่โพลงอากาศนักบุญโผล่ขึ้นมาหายใจโดยมีเฉ่า เสือใบและกิตากาว่าโผล่ตามๆกันมา นักบุญมีแผนจะกลับไปช่วยพวกตัวประกันก่อน แล้วอธิบายให้ฟังว่าใต้น้ำแห่งนี้เป็นโพลงซับซ้อนถ้าว่ายไปตามแสงก็จะเจอทางออก เสือใบอาสาจะไปช่วยพวกตัวประกันเอง นักบุญบอกเส้นทางที่เขาจะว่ายไปโผล่ที่บ่อน้ำกลางถ้ำให้ กิตากาว่าเป็นกังวลถ้าพวกนั้นถามถึงเสือใบขึ้นมา
“บอกว่าน้ำข้างล่างขุ่นและวน ฉันหลงน้ำไม่รู้หายไปไหน”...
เพื่อความสมจริง นักบุญ เฉ่าและกิตากาว่าจำเป็นต้องย้อนกลับไปที่แพกลางแม่น้ำก่อน อ้างที่ชักช้าเนื่องจากหาตัวเสือใบไม่เจอ สงสัยจะหลงน้ำที่ขุ่นข้นด้านล่าง กริชเตือนหากมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด โมรีจะยิงคนของนัก บุญหนึ่งคน ให้เขาจำใส่กะโหลกไว้ แล้วไล่ให้ไปเอาทองมา
ครู่ต่อมานักบุญดำน้ำพาเฉ่ากับกิตากาว่ามาถึงที่ซ่อนทอง เฉ่าไม่ค่อยจะรู้สึกรู้สมกับทองมากมายตรงหน้าผิดกับกิตากาว่าที่มองอย่างตื่นตาตื่นใจ ทั้งสามคนช่วยกันเอาเชือกมัดลังที่ยังอยู่ในสภาพใช้การได้ทยอยขึ้นไปที่แพ ขณะที่เสือใบปีนปากบ่อน้ำขึ้นมาได้ ก็ใช้เชือกที่นักบุญทิ้งไว้วันก่อนโรยตัวลงมา...
กริชกับจ่าโทนเห็นทองที่อัดแน่นเต็มลังแววตาฉายความโลภออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ooooooo
เสือใบลัดเลาะไปใกล้กับจุดที่ตัวประกันถูกมัดอยู่ในน้ำ รีบดำน้ำเข้าไปเอามีดพกที่ซ่อนไว้ค่อยๆ ตัดเชือกให้ทุกคน หนูนาทรงตัวไม่อยู่ถูกน้ำพัดล้มคว่ำเสียงดังตูม เสือมิ่งเห็นเข้าก็สาดกระสุนใส่ โมรีร่วมด้วยช่วยกันยิงทุกคนหนีขึ้นฝั่งได้ แต่จ่าสังข์ไม่โชคดีอย่างนั้นถูกเสือมิ่งยิงตาย
เสียงปืนดังมาถึงแพกลางแม่น้ำ จ่าโทนสั่งให้เสือเพลิงดูใต้น้ำว่าพวกนักบุญมีกันกี่คน แต่มองไม่เห็น มีเพียงลังใส่ทองที่ทยอยขึ้นมาบนแพ กิตากาว่า เฉ่าและนักบุญดำไปที่โพลงเพื่อสูดอากาศ กริชชักเอะใจที่พวกนั้นหายไปนาน จ่าโทนตระหนักในทันทีว่าโดนหลอก ชักปืนยิงพลุออกมายิงขึ้นฟ้าทันที
กริชไม่ทันตั้งตัวถูกจ่าโทนล็อกตัวเอาปืนจี้ เสือเพลิงจะเข้ามาช่วยถูกยิงตาย อึดใจชุดปฏิบัติการของจ่าโทนปรากฏตัวบนฝั่งเต็มไปหมด กริชขบกรามแน่นด้วยความแค้นที่โดนเพื่อนหักหลัง...
ด้านนักบุญชวนเฉ่ากับกิตากาว่าไปช่วยพวกตัวประกัน กิตากาว่าขอผ่าน มาถึงขนาดนี้แล้วถ้าไม่ได้ทองกลับไปตนขอยอมตายดีกว่า นักบุญไม่เข้าใจเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
“ฉันยังไม่รู้...รู้แต่ว่าถ้าฉันไม่ได้ก็ต้องไม่มีใครได้มันไป” พูดจบกิตากาว่าดำน้ำหายไป นักบุญกับเฉ่าดำน้ำไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปช่วยเทียนหอมกับพวกตัวประกัน...
จ่าโทนไม่ต้องการให้เหลือพยานไว้ สั่งให้หัวหน้าทหารทิ้งคนไว้ขนทองแค่ครึ่งเดียวพอ นอกนั้นให้ไปตามล่าพวกที่หนีมาให้หมด...
นอกจากจะเสียจ่าสังข์ระหว่างการหนีแล้ว มาดามหว่าหวา เสือใบและหนูนาก็ต้องสังเวยชีวิตอีกด้วย เทียนหอมเกือบจะตกเป็นเหยื่อทหารหื่น โชคดีที่นักบุญมาช่วยไว้ทัน ด้านเฉ่าช่วยเหมยฮัวไว้ได้เช่นกัน...
ทองคำแท่งถูกลำเลียงขึ้นแพจนเต็มทั้งสามลำ จ่าโทนสั่งให้ทหารแจวเข้าฝั่งก่อน โมรีกับเสือมิ่งซุ่มดูอยู่เห็นกริชถูกมัดก็พอเดาเหตุการณ์ออกว่าจ่าโทนหักหลัง สักพักทหารคุมตัวทรงศักดิ์กับสารวัตรสมัยเข้ามารายงานจ่าโทนว่าจับสองคนนี้ได้ “แล้วพบศพผู้หญิงคนหนึ่งกับชายคนหนึ่งตายอยู่ทางโน้น”
จ่าโทนพยักหน้ารับรู้ สั่งให้เตรียมตัวเดินทาง กิตากาว่าเห็นทหารรับจ้างนายหนึ่งเดินหาที่ปลดทุกข์มาทางตัวเองอยู่ ค่อยๆย่องเข้าหักคอมันตายคามือลากศพเข้าไปในพุ่มไม้แล้วเอาชุดทหารของมันมาสวมพร้อมกับดึงหมวกหลุบต่ำเพื่ออำพรางใบหน้าที่แท้จริง ก่อนจะเข้าไปควบคุมแพลำสุดท้าย จากนั้นจ่าโทนสั่งให้ออกเดินทางได้ โมรีรู้ว่าเขาจะเอาทองไปพักไว้ที่ไหน รีบหลบออกไปอย่างรวดเร็ว...
อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ นักบุญ เฉ่ากับเหมยฮัวและเทียนหอมซุ่มมองแพล่องผ่านหน้าไปเห็นทรงศักดิ์ กริชและสารวัตรสมัยถูกคุมตัวอยู่บนแพลำหน้าสุด นักบุญสังเกตเห็นกิตากาว่าในคราบทหารรับจ้างบนแพลำสุดท้าย เทียนหอมรู้จากนักบุญว่าจ่าโทนจะเอาทองไปพักไว้ที่ชุมเสือผาด คิดหาทางจะไปช่วยพ่อ นักบุญ เฉ่าและเหมยฮัวตัดสินใจจะบุกไปชุมเสือผาดเพื่อช่วยคนและจะทำทุกทางไม่ให้ทองคำตกไปอยู่ในมือคนชั่ว
ooooooo
จ่าโทนกับทหารรับจ้างเข้าควบคุมชุมเสือผาดไว้ในมือได้ในเวลาอันรวดเร็ว กวาดต้อนชาวชุมเสือไปขังไว้ในรถบัสเก่าๆ และสั่งให้ทหารขนทองไปไว้ในบาร์ จัดคนเฝ้าให้แน่นหนา และให้หัวหน้าวิทยุแจ้งท่านนายพลว่าของมาถึงเรียบร้อยแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของกิตากาว่าตลอด...
ทางฝ่ายนักบุญเอาทองแท่งให้เฉ่าไปขายเพื่อซื้อเรือประมงหนึ่งลำไว้เป็นเรือบัญชาการ รวมทั้งซื้อระเบิดอาวุธและชุดประดาน้ำ เทียนหอมร้อนใจอยากไปช่วยพ่อเร็วๆ นักบุญปลอบว่าไม่ต้องกังวลถึงอย่างไรตนต้องช่วยเขาออกมาให้ได้ เธออยากรู้ว่าหลังเสร็จจากช่วยพ่อของเธอแล้ว เขาจะไปทำอะไรต่อ
“อย่างผมจะไปทำอะไรได้ คงต้องกลับไปรับจ้างเขารบต่อ”
เทียนหอมขอร้องไม่ไปไม่ได้หรือ นักบุญไม่ตอบอะไร ได้แต่ดึงเธอมานั่งมองทะเลสวยด้วยกัน ที่ด้านท้ายเรือ เฉ่ากับเหมยฮัวกำลังช่วยกันประกอบระเบิดไว้ใช้ เขาอดแปลกใจไม่ได้ที่ดูเหมือนเหมยฮัวจะไม่สนใจทอง
“จะให้สนใจของที่ฆ่าพ่อกับพี่ชายฉันได้อย่างไร ฉันหวังอย่างเดียวคือมันควรจะอยู่ในที่ที่มันควรอยู่”...
โมรีพาเสือมิ่งไปเอาอาวุธมากมายที่ซ่อนไว้ จากนั้นตรงไปยังอุโมงค์ลับกลางป่าซึ่งคุณจักรให้คนงาน เก่าแก่ขุดไว้สำหรับเข้าออกจากชุมเสือผาด อุโมงค์นี้มีแค่เธอกับกริชเท่านั้นที่รู้ และมันจะไปสุดที่ห้องนอนของเสือผาด โมรีจะใช้เส้นทางนี้เข้าไปฆ่าพวกมัน และเธอค่อนข้างมั่นใจว่าจ่าโทนจะต้องเก็บทองไว้ที่บาร์
“มิ่ง แกไปปล่อยพวกเราแล้วลุยเลย ฉันจะไปช่วยคุณกริชเอง”...
ทางฝ่ายนักบุญ เทียนหอม เหมยฮัวและเฉ่ามาถึงป่าด้านหน้าชุมเสือผาด โดยวางแผนจะแยกกันทำงานออกเป็นสามสาย เทียนหอมกับเหมยฮัวซึ่งพอรู้เส้นทางที่นี่จะไปช่วยทรงศักดิ์กับสารวัตรสมัย เฉ่าจะเอาระเบิดไปวางตามที่ต่างๆ ส่วนนักบุญจะไปที่ห้องวิทยุเพื่อแจ้งเรื่องนี้ให้ผู้พันทรงยศทราบ...
เสือมิ่งลอบเข้าไปหักคอทหารยามซึ่งเฝ้าที่คุมขังและช่วยพวกชุมเสือออกไปได้ ทหารรับจ้างเห็นเข้าสาดกระสุนใส่ สองฝ่ายเปิดฉากยิงต่อสู้กัน เสียงปืนดังไปถึงจ่าโทนที่อยู่ในห้องคุมขังกริช เขารีบวิ่งออกจากห้อง กิตากาว่าเห็นห้องขังปลอดคน จะไขกุญแจห้องขังให้ทรงศักดิ์กับสารวัตรสมัยออกมา แต่ถูกโมรีเอามีดแทงข้างหลังทะลุหัวใจตายคาที่ แล้วรีบมาไขห้องขังปล่อยกริชออกมา ทิ้งทรงศักดิ์กับสารวัตรสมัยไว้อย่างนั้น
ooooooo
จ่าโทนเห็นท่าไม่ดี สั่งให้ทหารขนทองไปไว้บนรถบรรทุก เตรียมหนี ขณะที่เทียนหอมกับเหมยฮัวเข้าไปยิงประตูห้องขังช่วยทรงศักดิ์กับสารวัตรสมัย ระหว่างจะหนี สารวัตรสมัยเห็นทหารกำลังขนทองขึ้นรถ รีบลัดเลาะไปที่นั่นหวังจะล้างแค้นที่ถูกจ่าโทนหักหลัง กลับโดนเสือผาดฆ่าตาย
นักบุญส่งวิทยุไปแจ้งผู้พันทรงยศเรื่องทองเรียบร้อยก็ตามมาสมทบกับพวกเทียนหอม เห็นกริชจะยิงเฉ่า เขายิงใส่มันเสียก่อนจนกระเด็นไปนอนแน่นิ่ง แล้วหันไปเร่งเฉ่าว่าพวกมันจะเอาทองไปแล้ว นักบุญกับเฉ่ายังไม่ทันจะขยับ เสือมิ่งถึงตัวพลขับก่อน ยิงใส่ไม่ยั้ง กริชลุกขึ้นมาได้เพราะใส่เสื้อเกราะ รีบวิ่งไปที่รถบรรทุก
“พวกแกไม่มีทางเอาไปได้หรอก” จ่าโทนว่าแล้วระดมยิงเสือมิ่งตายคาที่
โมรีตวัดแส้รัดคอจ่าโทนไว้ดึงจนล้มกลิ้ง สกัดไม่ให้เอาทองไป กริชสบช่องเจอเทียนหอมวิ่งผ่านมาพอดี จับไปเป็นตัวประกันแล้วขับรถออกไปโดยมีโมรีนั่งประกบไม่ให้เธอหนี เทียนหอมฤทธิ์เยอะ กริชทนไม่ไหวใช้ด้ามปืนฟาดสลบเหมือด นักบุญรีบโดดขึ้นม้าควบตามจนทันก่อนจะโดดเกาะท้ายรถบรรทุก
กริชฝากให้โมรีขับรถแทน แล้วขึ้นไปต่อสู้กับนักบุญที่กระบะท้าย เทียนหอมฟื้นคืนสติพยายามยื้อแย่งพวงมาลัยรถจากโมรีทำให้รถส่ายไปมาอย่างน่ากลัว เธอหันไปคว้าประแจตีโมรีสลบ ส่วนรถพุ่งไปยังเหวเบื้องหน้า นักบุญเห็นท่าไม่ดีตะโกนบอกให้เทียนหอมโดดหนี แล้วทิ้งตัวลงจากรถ โมรีกับกริชลอยละลิ่วลงหน้าผาพร้อมกับรถคันนั้น โชคดีที่เทียนหอมโดดลงมาได้ทัน
ส่วนที่ชุมเสือผาด ผู้พันทรงยศเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จ่าโทนวิ่งหนีเอาตัวรอดมาที่บ้านพักของเสือผาดเจออุโมงค์ที่เสือผาดใช้เข้าออกชุมเสือโดยไม่มีใครเห็น เฉ่าจะวิ่งตามถูกจ่าโทนเอาไม้ฟาดหัวแล้วหนีลงไปในอุโมงค์ เฉ่าเห็นถังน้ำมันรีบกลิ้งลงอุโมงค์แล้วโยนระเบิดใส่ เกิดไฟลุกท่วม จ่าโทนถูกไฟเผาตายอนาถ...
จากนั้นไม่นานนักบุญ เฉ่า เทียนหอมและเหมยฮัวในชุดประดาน้ำ ล่องแพมาถึงจุดที่เคยลงไปงมทอง นักบุญว่ายนำทางทุกคนไปยังที่ซ่อนลังใส่ทอง 4 ใบ ตั้งแต่เมื่อคราวเขาดำมาเจอทองครั้งแรก
นี่ไม่ใช่ภารกิจสุดท้ายของทหารรับจ้างอย่างนักบุญและเฉ่า ทั้งคู่หมายมั่นปั้นมือจะเข้าไปเอาทองที่ยังเหลืออยู่นับแสนแท่งในถ้ำแห่งนั้น โดยมีเทียนหอมและเหมยฮัวเข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย
ooooooo
-อวสาน-










