ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักบุญทรงกลด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แพของนักบุญกับพวกมาเกยตลิ่งตรงจุดที่พวกเสือผาดขึ้นฝั่ง เสือใบรีบลงไปสำรวจพบแพสามลำของพวกนั้น ทรงศักดิ์มองไปยังภูเขาเบื้องหน้า พึมพำว่าใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว เฉ่าสวนทันที

“ใกล้รวยหรือใกล้ตายเนี่ย”

เหมยฮัวด่าเฉ่าว่าปากเสีย นักบุญเตือนให้ทุกคนระวังตัวเนื่องจากกำลังคนของเรามีน้อยกว่า เหมยฮัวเห็นว่าใกล้มืดแล้ว เราน่าจะพักแรมกันก่อน นักบุญเห็นด้วย ป่านนี้พวกนั้นคงหยุดเดินทางเหมือนกัน เสือใบแนะให้ไปต่อ จากที่ตนคำนวณเวลาและระยะทางตามแผนที่ พวกนั้นน่าจะถึงจุดหมายแล้ว ทรงศักดิ์ไม่เห็นด้วยที่จะเดินทางตามรอยพวกนั้นตอนที่ไม่มีแสงสว่าง เพราะอาจทำให้เราหลุดเส้นทางได้

“ทิศไม่เคยเปลี่ยนเส้นทาง อีกอย่างตรงไหนมีไฟ แสดงว่ามันต้องตั้งแคมป์ที่นั่น” เสือใบชูเข็มทิศในมือ

“เอาอย่างนั้นก็ได้ นำไปเลย” นักบุญผายมือให้เสือใบเดินนำ...

แพของเสือเพลิงหลงทางทำให้เสียเวลาจึงสั่งให้จินฟงมาช่วยกันถ่อแพหน่อย มาดามหว่าหวาเห็นเขาป่วยจึงอาสาถ่อแพให้เอง เทียนหอมเข้าไปช่วยด้วยอีกแรงหนึ่งจึงทำให้แพล่องไปเร็วขึ้น สองเสือไม่ทันสังเกตเห็นหนูนากอดต้นกล้วยเคลื่อนตัวตามแพไม่ยอมให้คลาดสายตา...

ที่ตีนเขาซึ่งเป็นที่ตั้งแคมป์พักแรมของเสือผาดกับพวก กิตากาว่า ฟู่เฉินกับมุซาชิกำลังขะมักเขม้นหาวิธีใช้เพนดูลั่มกับกล่องไม้ใบนั้นโดยมีแผ่นหนังของแห้วกางอยู่ ฟู่เฉินชี้ไปที่แผ่นหนัง

“ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าต้องมีแสงผ่านเพนดูลั่มที่เสียบกับกล่อง”

มุซาชิไม่เข้าใจแล้วมันจะเป็นกุญแจไขทางเข้าขุมสมบัติได้อย่างไร กิตากาว่าเชื่อว่าจะต้องมีทางเข้าไปทองอาจอยู่ในเขาลูกนี้ แต่ถ้าไม่มีแสดงว่าเรามาผิดที่...

อีกมุมหนึ่งของแคมป์ เสือผาดกำลังดื่มเครื่องดื่มอยู่ตอนที่โมรีเข้ามาถามว่านอนไม่หลับหรือ เธอก็นอนไม่หลับเช่นกันเนื่องจากไม่ไว้ใจสายตาแปลกๆของหัวหน้าเผ่า เสือผาดสงสัยแปลกอย่างไร

“มันบอกว่ามันเป็นเพื่อนเสือผาด แต่มันมองอย่างกับไม่เคยไว้ใจเราเลย”

“ฉันก็คิดแบบนั้น ระวังหน่อยก็แล้วกัน”

โมรีพยักหน้ารับคำแล้วมองไปทางที่หัวหน้าเผ่าซึ่งนอนหันหลังให้ โดยไม่รู้ว่าเขานอนลืมตาโพลงอยู่

“คิดจะหลอกกันง่ายๆหรือ ไม่มีทางหรอกไอ้เสือผาดตัวปลอม”

ooooooo

แพของเสือเพลิงเข้าเทียบริมตลิ่งตรงจุดที่แพของนักบุญจอดอยู่ เสือมิ่งเห็นสีหน้าของสองสาวก็เดาได้ไม่ยากว่านี่ต้องเป็นแพของพวกนักบุญ

“ก็ดีนะสิเพราะมาตามหาพวกเขา” เทียนหอมยียวน เสือเพลิงกวนกลับ

“เหรอ แต่ฉันเชื่อว่าถ้าเจอก็คงจะเป็นศพ...เดินไป” เสือเพลิงเดินตามสัญลักษณ์ที่เสือผาดทำไว้

ส่วนเสือใบพานักบุญกับพวกเดินหลงทางอยู่กลางป่า สุดท้ายก็ต้องพักแรมเพื่อเอาแรง...

ไม่นานนัก เสือเพลิงกับเสือมิ่งพาเทียนหอม นนท์ จินฟงและหว่าหวามาถึงที่พักแรมของเสือผาด โมรีเห็นมาดามหว่าหวาถูกจับตัวมาด้วยก็ยิ้มสะใจ

“โธ่ นึกว่าใคร ที่แท้ก็หว่าหวาเพื่อนเก่า”

มาดามหว่าหวาแค้นมากแต่ไม่ตอบโต้ใดๆ เสือผาดถามหาพวกที่เหลืออยู่ไหน เสือเพลิงคิดว่าพวกนั้นน่าจะเดินวนเวียนอยู่แถวนี้ ขณะที่เทียนหอมผิดคาดเพราะคิดว่าจะเจอนักบุญกับพวกที่นี่

ooooooo

นักบุญกับพวกออกเดินทางตามหาพวกเสือผาดแต่เช้าตรู่ ในที่สุดเสือใบก็พบร่องรอยของพวกนั้น

“นี่ถ้าพักตั้งแต่เย็นวาน ป่านนี้คงสดชื่นขึ้นเยอะ” เฉ่าไม่วายแขวะ

“อย่าบ่น” นักบุญปราม ก่อนจะเดินตามเสือใบ...

ที่แคมป์ตีนเขา มาดามหว่าหวา นนท์กับจินฟง และเทียนหอมถูกควบคุมตัวอยู่กลางวงล้อมของกิตากาว่า ฟู่เฉิน โมรี เสือผาดกับพวกและจ่าโทนโดยมีหัวหน้าเผ่ากับลูกน้องชาวป่ายืนคุมเชิงอยู่ กิตากาว่ามองจินฟง

“เก่งมากจินฟง อุตส่าห์ตามมาจนเจอ”

“ไอ้คนอกตัญญู” จินฟงมองฟู่เฉินอย่างเคืองแค้น จ่าโทนตัดบท

“นี่ไม่ใช่เวลามาสั่งสอนกันนะ จะเอายังไงกับพวกที่เหลือ”

เสือผาดมีแผนรับมือกับพวกนั้นแล้ว...

ฝ่ายเสือใบเดินนำนักบุญกับพวกมาตามทางในป่า พลันมีเสียงปืนดังขึ้นสองนัดซ้อน ทุกคนชะงักฝีเท้า ทรงศักดิ์ตั้งข้อสังเกตหรือจะมีพวกตัวประหลาด นักบุญเชื่อว่าเสียงปืนนั่นมาจากพวกเสือผาด

“รีบไปดูเลย จะได้รู้” เฉ่าว่าแล้วทำเนียนจูงมือเหมยฮัวเดิน เธอตบหัวเขาผัวะ ด่าซ้ำว่าทะลึ่ง ก่อนจะสะบัดมือเขาหลุดแล้วเดินตามเสียงปืนไป...

เทียนหอม จินฟง มาดามหว่าหวาและนนท์ถูกมัดโยงไว้กับต้นไม้ โดยมีเสือผาดกับพวกล่าทองทั้งหมดยืนคุมอยู่ไม่ห่าง โมรียิงปืนขึ้นฟ้าอีกสองนัด

“ฉันรู้ว่าพวกแกต้องอยู่แถวนี้ ออกมา”

นักบุญ เสือใบกับเหมยฮัว รวมทั้งเฉ่ากับทรงศักดิ์ลอบเข้ามาใกล้กับแคมป์จนกระทั่งเห็นเทียนหอม นนท์ มาดามหว่าหวาและจินฟงถูกมัดโยงกับต้นไม้ ทรงศักดิ์ตกใจที่เห็นลูกสาว เฉ่าเองก็แปลกใจมากพวกนี้มาถึงนี่ได้อย่างไร เสือใบเป็นห่วงพวกตัวประกันโดยเฉพาะมาดามหว่าหวา ถามนักบุญว่าจะเอาอย่างไรดี เขาขอให้ดูเหตุการณ์ไปก่อน เสือผาดประกาศก้อง

“ให้เวลาอีกไม่มาก ออกมาซะ ไม่อย่างนั้นแกจะได้สี่คนนี่กลับไปแบบเป็นชิ้นส่วนเอาไปประกอบกันเอง”

ทรงศักดิ์เป็นห่วงลูกสาว จะออกไปมอบตัว เฉ่าค้านหัวชนฝาออกไปก็ตายเปล่า เหมยฮัวเป็นห่วงพ่อเดินออกไปคนแรก เฉ่าตามไปหน้าตาเฉยทั้งที่แรกคัดค้าน จากนั้นทุกคนก็จำใจออกไป

“ยายนี่ก่อเรื่องอีกแน่เลย” นักบุญมั่นใจว่าเรื่องทั้งหมดเทียนหอมเป็นต้นเหตุ...

นักบุญ เฉ่า ทรงศักดิ์ เหมยฮัวกับเสือใบถูกนำตัวไปมัดโยงไว้กับพวกที่ถูกจับได้ก่อนหน้า เทียนหอมกับทรงศักดิ์กระหายน้ำมากร้องขอดื่มน้ำหน่อย จ่าโทนเดินเอาน้ำมากรอกให้สองพ่อลูกดื่มจนหายอยาก

กิตากาว่ากับสมุนพากันเดินดูรอบๆบริเวณเผื่อจะเจอทางเข้าที่ซ่อนทอง เสือผาด โมรีกับพวกไม่ยอมพลาดรีบเดินตามโดยมีสารวัตรสมัยและจ่าโทนเดินปิดท้ายขบวน ทิ้งให้จ่าสังข์เฝ้านักโทษอยู่กับฟู่เฉิน

จินฟงเกิดแน่นหน้าอกโรคหัวใจกำเริบ มาดามหว่าหวาเห็นผู้เฒ่าจากเมืองจีนอาการไม่ดี ตะโกนบอก ฟู่เฉินเอายาในเป้ให้ เขากลับนำยาออกมาเททิ้งจนหมดขวด จินฟงกำลังจะสิ้นใจ พยายามฝืนพูด

“แก...แก จะต้องไม่ตายดี” สิ้นเสียงจินฟงก็หมดลมหายใจ เหมยฮัวตกใจร้องหาพ่อลั่น จ่าสังข์ได้แต่มองดูไม่กล้าเข้ามายุ่ง ทุกคนพากันก่นด่าฟู่เฉินว่าเลวไม่มีที่ติ เขากลับยิ้มรับคำด่าอย่างหน้าชื่นก่อนจะเดินจากไป ทั้งหมดพากันเศร้าใจที่เห็นจินฟงถูกแขวนให้สิ้นใจอยู่อย่างนั้น ขณะเหมยฮัวร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด

ooooooo

การสำรวจรอบเชิงเขาของกิตากาว่าและพวกไร้ประโยชน์ไม่มีวี่แววตรงไหนที่จะเป็นปากถ้ำได้ เดินตั้งแต่เช้าจนตะวันตรงหัวก็ไม่เจออะไร เสือผาดบ่นอุบหรือมันจะไม่ใช่ที่นี่ หัวหน้าเผ่าตาวาวทันที

“เรื่องนี้เสือผาดน่าจะรู้ดีนะ”

โมรีนิ่วหน้าแปลกใจหัวหน้าเผ่าพูดเรื่องอะไร เขาอ้างว่าไม่มีอะไรแค่บอกว่ายังไม่ถึงเวลาแล้วแหงนหน้ามองพระอาทิตย์ กิตากาว่ามองเพนดูลั่มที่คล้องคอกับกล่องในมือมุซาชิ พลางพึมพำ

“มันอยู่ที่ไหนแน่ ท่านพ่อ”...

เหมยฮัวยังคงร้องไห้เสียใจต่อการจากไปของพ่อ เทียนหอมได้แต่ปลอบให้ตัดใจบ้าง นักบุญต่อว่า เทียนหอมว่าไม่ต้องทำมาพูดดี ถ้าไม่ใช่เพราะเธอคงไม่ต้องมีใครต้องมาตายแบบนี้ เธอถึงกับหน้าสลด

“นายจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ฉันมันเสียเปรียบอยู่แล้วนี่”

“มันไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก ที่ผมพูดเพราะว่าคุณควรจะคิดว่าไอ้การอวดดีน่ะ ยังไงมันก็มีแต่ผลเสีย...เสียมากหรือเสียน้อยมันก็เสียทั้งนั้น ผมแค่เตือนคุณด้วยความหวังดีเพราะว่าผม...” นักบุญอยากจะพูดว่า “ผมรักคุณ” แต่ยั้งปากไว้เสียก่อน เทียนหอมคาดคั้นให้เขาพูดให้จบ เฉ่าชิงพูดขึ้นลอยๆ

“เพราะว่าผมรักคุณ” คำพูดของเฉ่าทำให้ทั้งนักบุญและเทียนหอมพากันเขินอาย โดยเฉพาะฝ่ายหญิงตัวแทบม้วนเป็นเลขแปด พลันสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนอยู่ในพุ่มไม้ หนูนารีบเอามือจุ๊ปากไม่ให้พูดอะไร...

คณะสำรวจทางเข้าขุมทองเกิดอาการแปลกๆ เหมือนกันคือกระหายน้ำมาก เสือผาดเสนอให้กลับไป ที่แคมป์กันก่อน ทุกคนเห็นดีด้วย รีบเร่งฝีเท้ากลับ...

ความหวังที่จะให้หนูนามาช่วยต้องเป็นหมันเนื่องจากจ่าสังข์รู้ตัวเสียก่อน จึงจับตัวเอาไว้ได้...

ทันทีที่กลับถึงแคมป์ พวกคณะสำรวจทางเข้าขุมทองพากันดื่มน้ำ เสือผาดทำเป็นบ่นทำไมทุกคนถึงคอแห้งเหมือนกันหมด มาดามหว่าหวาหน้าตื่นตะโกนลั่นว่าอย่าดื่มน้ำ ทุกคนโดนว่านพิษทรายเข้าไป ไม่ทันขาดคำ สมุนคนหนึ่งรีบดื่มน้ำไม่ฟังเสียงห้ามปราม อึดใจกระอักเลือดลงไปดิ้นทุรนทุรายก่อนจะขาดใจตาย ทุกคนชะงักมองหน้ากันเลิ่กลั่ก โมรีหันขวับมองหัวหน้าเผ่าสายตากร้าว

“ไม่คิดเลยว่าจะมีคนรู้จักว่านพิษทราย พวกแกทุกคนดื่มน้ำที่ข้าให้ลูกน้องแอบใส่ลงในน้ำเมื่อคืน”

จ่าโทนชักปืนออกมาจะยิงแต่ไม่มีเรี่ยวแรงปืนหล่นพื้น มาดามหว่าหวาอธิบายถึงพิษร้ายของว่านชนิดนี้ว่าใครที่ถูกพิษว่านชนิดนี้จะคอแห้ง แต่ถ้าดื่มน้ำไปเรื่อยๆ พิษจะแพร่ตามน้ำไปสู่อวัยวะต่างๆ เส้นเลือดในร่างกายจะแตกหมด แต่ถ้ายังไม่ดื่มน้ำร่างกายจะหมดแรงไปเรื่อยๆ จนหัวใจไม่มีแรงเต้น นักบุญ เสือใบกับเฉ่า รวมทั้งมาดามหว่าหวาและหนูนาที่ไม่ได้ดื่มน้ำมีพิษ เสือผาดชี้หน้าหัวหน้าเผ่า

“แกทำแบบนี้ทำไม ไหนบอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน”

หัวหน้าเผ่าเป็นเพื่อนกับเสือผาดตัวจริง แต่ไม่ได้เป็นเพื่อนกับเสือผาดตัวปลอมอย่างเขาและที่นี่ก็ไม่ใช่ขุมทองอีกด้วย กิตากาว่าสงสัยหัวหน้าเผ่ารู้ได้อย่างไร เขาเคยไปยังที่เก็บทองกับเสือผาดตัวจริงมาแล้ว แต่เปิดประตูไม่ได้ จึงได้ทองติดไม้ติดมือมาสองสามก้อนที่ตกเรี่ยราดอยู่ด้านนอกเท่านั้น

เสือใบกับมาดามหว่าหวาเห็นด้วยกับหัวหน้าเผ่าเพราะเสือผาดคนนี้ไม่รู้เรื่องที่พ่อกับแม่ของตนถูกฆ่า ระหว่างนั้นเทียนหอมกับทรงศักดิ์อาการน่าเป็นห่วง เรี่ยวแรงเริ่มถดถอย เหมยฮัวขอร้องให้ทำอะไรสักอย่าง เสือผาดซึ่งทำเป็นหมดเรี่ยวแรงหลอกถามหัวหน้าเผ่าถ้ารู้ว่าตนไม่ใช่เสือผาดแต่แรกแล้วตามมาทำไม

“ก็เผื่อว่าแกจะมีแผนที่อีกส่วนหนึ่งไง”

ทุกคนต่างตะลึง มีเพียงนักบุญเท่านั้นที่รู้เรื่องแผนที่ส่วนนี้เพราะอยู่ในมือตัวเอง โมรีถึงบางอ้อที่คุณจักรเข้าป่าไปบ่อยๆก็ไปหาหัวหน้าเผ่านี่เอง แล้วชักปืนยิงหัวหน้าเผ่าล้มลงหายใจรวยริน ลูกน้องจะยิงสู้แต่ถูกเสือผาดตัวปลอมยิงตายหมด หัวหน้าเผ่าแปลกใจทำไมเสือผาดกับโมรี รวมทั้งเสือมิ่งกับเสือเพลิงไม่เป็นอะไร เสือผาดไม่ได้ดื่มน้ำเพราะแอบเห็นพวกชาวป่าเอาบางอย่างใส่ในน้ำดื่มก็เลยไม่ให้พวกตัวเองแตะต้อง

“ไง...คิดไม่ถึงล่ะสิ” โมรียิ้มเยาะก่อนจะยิงใส่หัวหน้าเผ่าตายอนาถ

ooooooo

ทุกคนอยากรู้ว่าภายใต้หน้ากากเสือผาดเป็นใครกันแน่ เสือใบกับมาดามหว่าหวามั่นใจเขาไม่ใช่เสือผาดและยังรู้อีกว่าโมรีไม่ใช่ลูกของคุณจักรแต่เป็นเมีย เบญจ-วรรณเล่าให้พวกเราฟังหมดแล้วว่าโมรีเป็นเด็กที่คุณจักรเอามาเลี้ยงเป็นเมียอีกคนแล้วยังเป็นชู้กับกริชด้วย จ่าโทนโพล่งขึ้น ทั้งคู่ก็ตายไปแล้วจะไปพูดถึงทำไม

“แน่ใจหรือจ่าว่าคุณกริชตาย” นักบุญมองเสือผาดอย่างจ้องจับผิด

“พอเถอะโทน มันคงถึงเวลาแล้วล่ะ” ไม่พูดเปล่าเสือผาดตัวปลอมถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นว่าเป็นกริชนั่นเอง ทุกคนพากันตะลึง เขาเล่าให้ฟังว่าความจริงตัวเองไม่ได้เป็นพี่น้องกับพี่จักร พ่อของพี่จักรเก็บตนมาเลี้ยงพอท่านตายฐานะเราก็แย่ลง ตนเรียนอยู่เมืองนอกเลยต้องกลับมา แต่อยู่ๆพี่จักรก็มีเงินมากมายมาซื้อเหมือง ตนพยายามจะถามว่าไปเอาเงินมาจากไหน เขาก็ไม่ยอมบอก

“ฉันมีหน้าที่ดูแลเหมือง ตอนนั้นเสือผาดกำลังดังเป็นโจรปล้นฆ่าอย่างโหดเหี้ยมแต่ก็ไม่เคยถูกจับ ว่ากันว่าเสือผาดมีอาคม แต่จริงๆแล้วเสือผาดมีคนหนุนหลัง แต่มันก็แค่ลือกันไป”

มาดามหว่าหวางงไปเกี่ยวกับเสือผาดตอนไหนหรือว่าคุณจักรร่วมมือกับเขา โมรีเข้ามาเชยคางเธอ

“ฉลาดนี่ แต่ไม่ถูก” จากนั้นเรื่องราวในอดีตพรั่งพรูออกจากปากโมรี ว่าตอนที่ตัวเองมาอยู่ที่เหมือง คุณจักรมีฐานะแล้ว เขาบอกใครต่อใครว่าเธอเป็นลูกที่เกิดกับเมียที่เพชรบุรี ส่วนกริชได้กลับไปเรียนต่อจนจบและกลับมาช่วยงานพี่ชายร่วมโลก คุณจักรได้เมียใหม่มาอีกหนึ่งคนก็คือเบญจวรรณ เธอไม่ค่อยชอบผู้หญิงคนนี้แต่ที่ยอมปกปิดเรื่องที่เป็นเมียคุณจักรเพื่อเรื่องบางอย่าง และตนกับกริชก็ลักลอบได้เสียกัน

“และวันนั้นสิ่งที่ฉันกับคุณกริชสงสัยมันก็กระจ่างขึ้น”

โมรีได้ยินคุณจักรคุยโทรศัพท์ว่าจะไปปล้นร้านทองที่พังงา แถมคุยอวดว่าเสือผาดซะอย่างรับรองไม่มีพลาดทำให้เธอตระหนักว่าคุณจักรก็คือเสือผาดนั่นเอง เธอจึงชวนกริชเข้าไปค้นดูในห้องนอนของเขา พบหน้ากากเสือผาด ชุดที่สวมใส่และที่สำคัญพบทองแท่งมีตราดอกซากุระ นั่นแสดงว่าข่าวลือเรื่องทองญี่ปุ่นเป็นความจริง เธอสังเกตว่าคุณจักรจะหายไปจากบ้านเป็นเวลาหลายวัน ไม่ไปปล้นก็คงเดินป่ากับหัวหน้าเผ่า

ทรงศักดิ์ซึ่งเรี่ยวแรงแทบไม่เหลือ อยากรู้เรื่องแผนที่ว่าไปเอามาจากไหน กริชเล่าเสริมว่าตนมารู้ตอนหลังว่าคุณจักรร่วมมือกับนายพลบรรหารและหลวงตาจัน จ่าโทนแทรกเข้ามาเล่าเพิ่มเติมว่าหลวงตาจันเกิดปอดแหกดันรักชาติขึ้นมาก็เลยเอาเพนดูลั่มไป พอตนไปเจอนักบุญจึงส่งไปให้กริชในคราบเสือผาดแต่ดันผิดแผนไปหน่อย มาดามหว่าหวาตระหนักในทันทีที่แท้เสือผาดตัวจริงมีแผนที่ชิ้นสุดท้าย

“และเสือผาดกับหัวหน้าเผ่าก็เคยไปที่นั่นมาแล้ว แต่เอาไม่ได้เพราะไม่มีเพนดูลั่ม แต่ก็เจอทองอยู่รอบๆ”

นักบุญอยากรู้ว่าโมรีกับกริชทำอะไรกับเสือผาดตัวจริง โมรีขอเป็นคนตอบคำถามนี้เอง เสือผาดตัวจริงถูกเธอวางยาตายหวังจะเอาแผนที่ลายแทงสมบัติแต่ต้องแห้วเพราะหาไม่เจอ นักบุญยังงงไม่หาย ตนเห็นกริชถูกเสือผาดยิงตายไปแล้ว โมรีเฉลยว่าตัวเองในคราบเสือผาดเป็นคนยิงเขาเอง ทรงศักดิ์ชมเปาะว่าฉลาดมาก

“ถ้าฉันคิดไม่ผิด อีกไม่นานเสือผาดก็ตายแล้วนายกริชก็จะมาใช้สมบัติที่หามาแทน สะอาดทั้งตัวทั้งเงิน”

“แกคิดว่าแกจะหาที่ซ่อนทองเจอหรือ” นักบุญถามหยั่งเชิง กริชตอบอย่างมั่นใจว่าตนกับพวกจะไปที่นั่นได้ ดังนั้นนักบุญกับพวกนี้ทั้งหมดคงไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว

ระหว่างนั้นเทียนหอมกำลังจะหมดสติ มาดามหว่าหวาพยายามร้องเรียกให้เธอรู้สึกตัวแต่ไร้ผล นักบุญร้อนใจมากถามเสียงสั่นจะต้องทำอย่างไร มาดามหว่าหวาต้องออกไปหายาแก้พิษมาให้กิน

นักบุญอยากช่วยเทียนหอมตัดสินใจบอกกริชว่าแผนที่ชิ้นสุดท้ายอยู่ที่ตนเองซึ่งได้มาจากล็อกเกตของ มาดามหว่าหวาที่เสือผาดปล้นไปเพื่อแลกกับการปล่อยตัว กริชสั่งให้ปล่อยนักบุญ เสือเพลิงตัดเชือกที่มัดเขาออก นักบุญหยิบแผนที่ที่ลอกไว้จากที่ใต้เข็มขัดออกมาให้กริชพิจารณาแล้วถึงกับยิ้มออก

“นี่คงเป็นแผนที่ที่ไอ้หัวหน้าเผ่ามันบอก พวกเราไปกันได้แล้ว” กริชว่าแล้วเดินนำโมรี เสือเพลิง เสือมิ่ง จ่าโทนกับสมุนออกไป นักบุญรีบตัดเชือกปล่อยทุกคน มาดามหว่าหวาสั่งให้เหมยฮัวดูแลเทียนหอมไว้ เธอกับเสือใบ เฉ่าและนักบุญจะไปช่วยกันหาสมุนไพรมาแก้พิษให้ทุกคน ฟู่เฉินได้รับพิษไม่มากขอไปหาสมุนไพรด้วย

ooooooo

ขณะกริชนั่งพักอยู่ริมลำธาร เสือมิ่งกับเสือเพลิงเข้ามาถามว่าพวกตนมาอยู่กับเสือผาดตอนไหน

“เสือผาดคนเก่าตายไปแล้ว ฉันถึงรับแกสองคนเข้ามา...หลังจากได้ทองจะไม่มีเสือผาดอีกต่อไปแล้ว ฉันจะให้ส่วนแบ่งกับพวกนายเอาไปทำทุน ชุบตัวเสียใหม่”

เสือเพลิงกับเสือมิ่งขอบคุณกริชมาก ระหว่างนั้นจ่าโทนเตือนให้ระวังตัวไว้ ดูจากพิกัดแล้วที่นี่ไม่ใช่เขตประเทศไทย ข้างหน้าจะเจออะไรอีกก็ไม่รู้ โมรีดูแผนที่ชิ้นสุดท้ายที่ได้จากนักบุญแล้วหันไปบอกกริชว่า

“ที่สุดปลายทางของแผนที่ดูเหมือนเป็นบึงน้ำนะ มีเขาล้อมรอบ”

จ่าโทนพึมพำหรือจะเป็นบึงมรณะที่พวกชนกลุ่มน้อยพูดถึง...

ในระหว่างที่กริชกับคณะมุ่งหน้าสู่บึงมรณะ ฟู่เฉิน เฉ่า เสือใบและมาดามหว่าหวาได้สมุนไพรตามที่ต้องการ ส่วนผสมอย่างสุดท้ายคือเลือดงูเห่ากับพิษของมัน นักบุญซึ่งอาสาไปหาก็ได้มาโดยไม่ยากนัก เฉ่าแปลกใจยาถอนพิษอะไรถึงต้องใช้พิษงูด้วย มาดามหว่าหวาอธิบาย

“นี่เพิ่งจะเริ่มต้น ต่อไปมันจะหนักกว่านี้...ถ้าไม่ได้ผลมันต้องใช้เลือดคนที่มีพิษงูในตัว”...

จากนั้นไม่นานมาดามหว่าหวาทำยาถอนพิษสำเร็จ เทียนหอมได้ดื่มเป็นคนแรกเพราะอาการหนัก แต่ยาถอนพิษใช้ไม่ได้ผล เธอบ่นอุบหรือเราจะต้องใช้เลือดคนจริงๆ

มาเป็นส่วนผสมอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ฟู่เฉินซึ่งอ่อนแรงลงทุกทีคว้ากระติกใส่เลือดและพิษงูขึ้นมาดื่ม เหมยฮัวที่มีสภาพไม่ต่างกันตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น มาดามหว่าหวาอธิบายว่าฟู่เฉินดื่มพิษงูเข้าไปเพื่อให้ตนเอาเลือดของเขามารักษาทุกคน

“แกทำอะไรของแกวะ” เฉ่าโวยวาย

“ในชีวิตฉันมีสิ่งเดียวที่ฉันต้องทำคือทำเพื่อคนที่ฉันรัก...น้องเหมยฮัวพี่ขอโทษ พี่จะขอตามไปขอโทษอาจารย์และรับใช้อาจารย์ในชาติหน้า เฉ่า...ฉันฝากน้องเหมยฮัวไว้กับแกด้วย ดูแลเธอให้ดี”

เฉ่าสัญญาจะดูแลเหมยฮัวอย่างดี ฟู่เฉินขอบใจเขามากแล้วหยิบมีดมาเชือดข้อมือตรงเส้นเลือดใหญ่เพื่อให้มาดามหว่าหวาเอาเลือดไปใช้ปรุงยา ทุกคนต่างมองฟู่เฉินอย่างซาบซึ้งใจ...

เมื่อกริชกับพวกเดินทางมาถึงทุ่งกว้าง จ่าโทนจำได้ว่าเคยมาแถวนี้มาก่อน และบริเวณนี้มีกองกำลังติดอาวุธรับจ้างคุ้มกันสิ่งของอาศัยอยู่ จึงแนะให้จ้างพวกนี้มาคุ้มกันให้ โมรีทักท้วงจะไว้ใจได้หรือ

“พวกนี้ฉันฝึกมากับมือแถมขายอาวุธให้มันด้วย อีกอย่างจะไปบอกพวกมันทำไมว่าเราจะไปหาอะไร พอจบเรื่องก็ปิดปากให้เรียบ” จ่าโทนยิ้มเหี้ยม กริชกับทุกคนเห็นดีด้วยพากันเดินไปยังค่ายของคนพวกนี้

ooooooo

หลังจากผ่านเหตุการณ์เลวร้ายจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด นักบุญกับเทียนหอมก็ปรับความเข้าใจกันได้ เธอเลิกหึงหวงเขากับมาดามหว่าหวาเพราะเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีใจให้เสือใบ ส่วนสารวัตรสมัยเข้ามาขอโทษทรงศักดิ์และสัญญาว่ากลับเมืองไทยเมื่อไหร่จะยกเลิกข้อหาของเขาให้หมด

“คุณไม่กลัวท่านนายพลบรรหารหรือ”

สารวัตรสมัยส่ายหน้า “ทุกคนคิดแต่ประโยชน์ของตัวเอง หลอกใช้ หักหลัง ปลิ้นปล้อนสารพัด”

“เพิ่งคิดได้หรือ” ทรงศักดิ์ยิ้มให้อย่างมีไมตรีก่อนจะเดินจากไป สารวัตรสมัยมองตามโล่งใจ

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เสือใบบ่นกับมาดามหว่าหวาด้วยความเสียดายที่ไม่ได้ล้างแค้นให้พ่อกับแม่ เธอปลอบว่าอย่าไปคิดอะไรมาก อย่างน้อยคนที่ทำร้ายครอบครัวพวกเราก็ได้รับกรรมของตัวเองแล้ว เขาอยากรู้ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป มาดามหว่าหวาอาจจะกลับไปอยู่บ้านเดิมที่จากมานาน เฉ่ามาทันได้ยินพอดี

“จะกลับไปมือเปล่าทำไม ไหนๆก็ลงทุนมาขนาดนี้แล้ว”

“นี่ยังจะคิดตามไปเอาทองอีกเหรอ”

ไม่ใช่แต่เฉ่าเท่านั้นที่คิด เหมยฮัว กิตากาว่า รวมทั้งเทียนหอมกับทรงศักดิ์ก็คิดเหมือนกัน มาดามหว่าหวาสงสัยแล้วเราจะไปเอาทองได้อย่างไร พวกนั้นไม่มีทางทิ้งรอยให้เราตามแน่

“นึกว่าฉันลอกแผนที่ไว้แผ่นเดียวหรือไง” พูดจบนักบุญหยิบม้วนกระดาษเล็กๆออกมา ทรงศักดิ์เสนอแนะให้ออกเดินทางทันที สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์ขอตามไปด้วย นักบุญพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต...

ที่ค่ายของพวกรับจ้างคุ้มกันสินค้า จ่าโทนคุยกับหัวหน้าพวกนั้นเรียบร้อย จึงกลับมาบอกกริชว่าพวกนั้นตกลงจะคุ้มกันให้เราโดยเขาบอกพวกนั้นแค่ว่าเราจะเข้าไปสำรวจแหล่งแร่ กริชถามจ่าโทนที่ต้องการจ้างพวกนี้เพราะกลัวนักบุญกับพวกตามมาใช่ไหม เขายอมรับว่าจริง

“ของแบบนี้มันก็ต้องระวังกันไว้บ้าง มีพวกนี้ไปด้วยก็ไม่เสียหายนี่ อย่างน้อยก็มีไม้ไว้กันหมา”...

ครั้งนี้เหมยฮัวทำหน้าที่เป็นคนนำทางโดยมีเฉ่าคอยประกบไม่ห่าง จากแผนที่ที่นักบุญให้มาเธอประมาณคร่าวๆว่าเราจะต้องเดินทางรอนแรมในป่าเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ชั่วโมง เทียนหอมสงสัยเราจะเข้าถึงทองได้อย่างไรในเมื่อเราไม่มีทั้งเพนดูลั่มและกล่องไม้ใบนั้น เสือใบแนะให้ชิงกลับมา มาดามหว่าหวาแดกดันหนังการ์ตูนยังทำไม่ได้เลย เพราะอาวุธอะไรก็ไม่มีสักอย่าง สารวัตรสมัยเชื่อมั่นว่าต้องมีหนทางทำได้

“เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยคิด คืนนี้เราควรจะพักที่นี่ก่อน” นักบุญสั่งการ...

จ่าโทนเข้ามาเตือนกริชกับโมรีว่าพวกคุ้มกันเตือนให้พวกเราระวังตัว เพราะพรุ่งนี้เราต้องผ่านถิ่นว้าแดง กริชอยากรู้ว่าเราจะยังมีเฮลิคอปเตอร์เป็นกำลังสนับสนุนตามที่จ่าโทนเคยบอกไว้ไหมตอนที่เราได้ทอง

“ตามที่ตกลงไว้ มันเป็นแบบนั้น”...

ที่ค่ายพักแรมของนักบุญกับพวก นักบุญเห็นเท้าของเทียนหอมบวมเนื่องจากเดินมาก เขาเขยิบมาใกล้แล้วจับเท้าเธอขึ้นมาจะนวดให้ เธอจะชักเท้ากลับแต่เขารั้งไว้ ถ้าได้รับการนวดจะทำให้สบายขึ้น เธอเกรงใจไม่อยากให้เขามาจับของต่ำแบบนี้ นักบุญทักท้วงอะไรที่เป็นประโยชน์ไม่ใช่ของต่ำ

“เท้าคู่นี้มันพาคุณเดินทางมาเป็นแสนๆไมล์แล้ว พาคุณไปเจอกับสิ่งต่างๆที่เรียกว่าประสบการณ์มากมายหลายอย่าง ผมว่าเราควรจะเทิดทูนเท้าด้วยซ้ำ” ว่าแล้วนักบุญบีบนวดเท้าให้เทียนหอมอย่างนุ่มนวล

“รู้ไหมว่าเท้าคู่นี้มันพาฉันไปเจออะไรอีก...ความรักไง ขอบใจนายมากนะ”...

คู่ของเฉ่ากับเหมยฮัวก็หวานให้กันไม่แพ้คู่ของ นักบุญกับเทียนหอมเช่นกัน

ooooooo

โมรี กริชกับพวกออกเดินทางแต่เช้าโดยมีพวกคุ้มกันเดินนำไปกับเสือมิ่งและจ่าโทนซึ่งถือแผนที่ในมือ ผ่านไปพักใหญ่ จ่าโทนเห็นสิ่งผิดปกติเบื้องหน้าทำสัญญาณให้หยุด กริชรีบเดินขึ้นไปที่หัวขบวนถามว่ามีอะไร

จ่าโทนชี้ไปทางด้านหน้า เห็นกองสัมภาระกระจายเกลื่อน ทุกคนกระชับอาวุธในมือเตรียมพร้อม หัวหน้าพวกคุ้มกันและเสือเพลิงเป็นหน่วยกล้าตายเข้าไปสำรวจบริเวณนั้นทันที เจอศพพวกชนกลุ่มน้อยนอนตายเกลื่อน กริชและโมรีเข้ามาช่วยกันสำรวจรอบๆ พบศพทหารว้าแดงนอนตายอยู่หนึ่งนาย หัวหน้าพวกคุ้มกันสรุปเหตุการณ์คร่าวๆให้ฟังว่าพวกว้าแดงคงจะมาปล้นพวกที่ขนยาเสพติดตอนกลางคืน

“แล้วคงเกิดการต่อสู้กัน พวกชนกลุ่มน้อยที่รอด คงหนีไปได้”

กริชสั่งให้เก็บอาวุธพวกนี้ไปให้หมดแล้วออกเดินทางต่อไป...

อีกด้านหนึ่งของป่า เหมยฮัวนำทางทุกคนมาใกล้ลำธารเห็นควันไฟลอยอยู่ห่างๆ ชี้ชวนกันให้ดู เฉ่า เสือใบและนักบุญต่างชวนกันไปสำรวจที่นั่น ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็พบที่มาของควันไฟ เป็นกลุ่มทหารว้าแดง 6 นายกำลังปรุงอาหารเช้ากินกัน ข้างๆมีสัมภาระที่ปล้นมาได้เป็นเฮโรอีนลอตใหญ่

นักบุญซึ่งซุ่มดูอยู่กับเฉ่าและเสือใบตัดสินใจจะชิงอาวุธของพวกนี้ เสือใบบ่นอุบตั้งแต่เป็นเสือมายี่สิบปี ไม่เคยเอามีดไปปล้นปืนสักครั้ง นักบุญแบ่งสรรให้แต่ละคนจัดการทหารคนละสองนาย

แม้จะสังหารพวกทหารว้าแดงและชิงอาวุธมาได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของเสือใบ...

ฝ่ายจ่าโทนเดินนำมาตามแผนที่จนมาถึงตีนเขาแห่งหนึ่งซึ่งเป็นจุดสุดท้ายบนแผนที่ กริชกับโมรีมองไปรอบๆดูโล่งไปหมดแล้วขุมทองจะมาตั้งอยู่แถวนี้ได้อย่างไร ก่อนจะหันไปถามจ่าโทนว่าที่นี่แน่หรือ

“ถ้าพี่จักรของแกทำแผนที่ไม่ผิดก็ต้องเป็นที่นี่แหละ”

จากนั้นกริชเอากล่องไม้ เพนดูลั่มและแผ่นหนังของแห้วออกมาวางกับพื้นเพื่อจะตีโจทย์ว่าหมายถึงอะไร จ่าโทนนึกถึงคำพูดของกิตากาว่าที่ว่า ฟ้า พระอาทิตย์ แสงและน้ำ โมรีมองไปรอบๆบริเวณอย่างเซ็งจัดเพราะมองไม่เห็นตรงไหนจะเป็นทางเข้าถ้ำได้ และถ้าไม่เห็นทางเข้าจะเอากุญแจไขเข้าไปได้อย่างไร

เสือเพลิงเข้ามารายงานว่าพวกคุ้มกันให้มาถามว่าจะเอาอย่างไร ถ้าถึงที่หมายแล้วพวกนั้นจะขอจ้างค่าจ้าง จ่าโทนอาสาจะจัดการให้เองแล้วเดินเข้าไปหาหัวหน้าคุ้มกัน สักพักกลับมาบอกว่าพวกนั้นสงสัยเรากำลังทำอะไรกันแน่ กริชเห็นท่าไม่ดีสั่งให้เสือเพลิงพาพวกนั้นไปลาดตระเวนไกลๆ

“ฟ้า พระอาทิตย์แล้วน้ำมาจากไหน ไม่เห็นมีน้ำเลย” โมรีเงยหน้ามองพระอาทิตย์

“แต่ในแผนที่เขียนบึงขนาดใหญ่ไว้นี่” กริช

มองไปทั่วบริเวณไม่เห็นบึงที่ว่า...

ที่พักแรมของนักบุญทุกคนต่างเลือกอาวุธประจำกายที่ยึดได้จากทหารว้าแดง มาดามหว่าหวานั่งหน้าเศร้าคิดถึงเสือใบ นักบุญเข้ามาตบไหล่เบาๆอย่างปลอบใจ เธอเศร้าอยู่สักพัก ก็สูดลมหายใจเข้าเรียกความเข้มแข็ง แล้วหันไปเลือกอาวุธให้ตัวเอง จากนั้นทุกคนก็ออกเดินทางต่อ เหมยฮัวเงยหน้าขึ้นจากแผนที่

“ระวังด้วยนะ ใกล้จะถึงแล้ว”

ooooooo

ขณะเสือเพลิงกับเสือมิ่งพาพวกคุ้มกันมาลาดตระเวนเจอนักบุญกับพวก ต่างฝ่ายเปิดฉากยิงใส่กัน

เสียงปืนดังไปถึงหูกริช โมรีและจ่าโทน ทุกคนกระชับปืนในมือเหลียวมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง เธอตั้งข้อสังเกตหรือพวกนักบุญตามมาจริงๆ

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี ฉันจะได้เปลี่ยนแผน” กริชตาวาวขึ้นทันที...

นักบุญกับเฉ่ายิงใส่พวกคุ้มกัน สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์แยกตัวออกจากกลุ่มแล้วหามุมยิงตอบโต้ มาดามหว่าหวาตะโกนถามเหมยฮัวว่าถึงที่หมายหรือยัง เธอตะโกนตอบว่าตีนเขาข้างหน้า กิตากาว่าได้ยินดังนั้นก็ชวนมุซาชิหลบไปที่นั่น ทรงศักดิ์สั่งให้เทียนหอมรออยู่ตรงนี้ก่อนแล้วลอบตามสองคนนั้นไป นักบุญเห็นทรงศักดิ์วิ่งลัดเลาะไปเพียงลำพังหันไปสั่งเฉ่า

“เฝ้าทางนี้ไว้นะ” สั่งเสร็จนักบุญวิ่งตามทรงศักดิ์...

ด้านกริช โมรีและจ่าโทนกำลังย้อนกลับไปที่กลุ่มของเสือเพลิงแต่เจอกิตากาว่ากับมุซาชิเสียก่อน สองฝ่ายยิงใส่กันอุตลุด กริชรีบโยนถุงใส่กล่องไม้กับเพนดูลั่มและแผ่นหนังของแห้วให้โมรี สั่งให้เอาของพวกนี้หนีไปก่อน ทรงศักดิ์มาทันเห็นพอดีรีบวิ่งตาม กิตากาว่ากับมุซาชิจะตามไปด้วยแต่จ่าโทนกับกริชยิงสกัดไว้ นักบุญวิ่งตามทรงศักดิ์ไปอีกทอดหนึ่งทิ้งให้สองนายบ่าวชาวญี่ปุ่นยิงต่อสู้กับศัตรู

เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่อง เทียนหอมเห็นหนึ่งในพวกคุ้มกันบุกเข้ามาหลับหูหลับตายิงถูกเขาล้มคว่ำขาดใจตายตรงหน้า หนูนาทึ่งเจ้านายสาวมาก

“คุณหนูเก่งจังเลย” ชมเสร็จหนูนาคว้าปืนของพวกคุ้มกันเอาติดตัวไว้

“บอกแล้ว ไม่อยากคุย” ขาดคำกระสุนนัดหนึ่งพุ่งเฉียดเทียนหอมไปหวุดหวิดถึงกับหยุดคุยโม้ทันที...

ทางฝ่ายโมรีวิ่งหนีไปพลางหันมายิงปืนใส่ทรงศักดิ์ที่วิ่งตามอย่างมั่วๆโดยฝ่ายหลังไม่รู้ว่านี่เป็นแผนการของเธอกับกริช เธอแกล้งยิงจนกระสุนหมดแล้วทำเป็นหกล้ม ทรงศักดิ์เอาปืนจ่อไว้พร้อมกับสั่งให้ส่งของนั่นมา เธอโยนปืนทิ้งแล้วหยิบแส้ขึ้นมา ท้าทายให้เขาเข้ามาเอาเอง ทรงศักดิ์จะยิงแต่เธอตวัดแส้ปัดปืนตก ทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยมือเปล่า โมรีเห็นนักบุญตามมาแกล้งสู้ไม่ได้ ทิ้งถุงใส่ของวิ่งหนี

นักบุญจะตามแต่ทรงศักดิ์ห้ามไว้

“ช่างเถอะ ฉันได้ของแล้ว” ทรงศักดิ์เปิดถุงออกดูเห็นกล่องไม้ เพนดูลั่มและแผ่นหนังของแห้วก็ยิ้มพอใจ ขณะที่นักบุญมองของเหล่านั้นด้วยความสงสัยทำไมถึงได้กลับมาง่ายดายนัก...

กริชกับจ่าโทนยิงต่อสู้กับสารวัตรสมัยและจ่าสังข์สักพัก ก็พยักพเยิดให้กัน ก่อนจะวิ่งหนีไปคนละทาง สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์แค้นจ่าโทนไม่หายรีบวิ่งตาม

ครู่ต่อมา กริชตามไปสมทบกับเสือเพลิงและเสือมิ่ง แล้วสั่งให้ถอย แม้สองเสือจะงงๆเพราะพวกตนได้เปรียบอยู่แต่ก็ทำตามคำสั่ง

เฉ่ากับเหมยฮัวมองตามสงสัยทำไมถึงหนีง่ายกันนัก จากนั้นกลุ่มของเฉ่ารีบตามไปสมทบกับทรงศักดิ์และกิตากาว่าซึ่งเห็นกล่องไม้ เพนดูลั่มและแผ่นหนังของแห้วก็ยิ้มพอใจ...

ทางด้านจ่าโทนวิ่งหนีได้ไม่กี่ก้าวก็แกล้งล้มให้ถูกจับ สารวัตรสมัยจะยิงเขาทิ้งแต่นักบุญตามมาห้ามไว้ทัน

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.