กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักบุญทรงกลด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เหมยฮัวลอบเข้ามาในหมู่บ้านพวกปานัว มองไปทางเฉ่าที่ถูกขังกรงอยู่คิดหาทางช่วย ทันใดนั้น ฟู่เฉิน เอามือปิดปากเธอไว้แล้วลากตัวมายังมุมปลอดคนถามว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ เธอจะเข้าไปช่วยเฉ่า

“ไปช่วยก็เท่ากับไปหาที่ตาย ปล่อยมันไว้อย่างนั้น เรากลับกันได้แล้ว”

“อะไร...ทำไมพี่เปลี่ยนไปขนาดนี้”

“เพราะน้องเหมยฮัวไง พี่รู้ว่าน้องยังรักมันถึงน้องจะสาบานว่าจะแต่งงานกับพี่ แต่ถ้ามันยังไม่ตาย พี่ก็ยังไม่สบายใจ” ฟู่เฉินมองไปยังเฉ่าด้วยสายตาริษยา เหมยฮัวแค้นมาก ถ้าเฉ่าตายเธอก็จะขอตายพร้อมเขาแล้วลอบเข้าไปใกล้ๆกับกรงขังเฉ่า ดีดก้อนหินใส่หัวอย่างแม่นยำ เขามองที่มาของหินเห็นเหมยฮัวยืนแอบอยู่ก็ดีใจ ชาวป่าที่เฝ้ายามเห็นเขาทำท่าแปลกๆมองสงสัย ครั้นเห็นเหมยฮัวแอบอยู่โวยวายเสียงลั่นว่ามีผู้บุกรุก

พวกชาวป่าต่างกรูกันล้อมกรอบเหมยฮัวไว้ ฟู่เฉิน ไม่ยอมเข้าไปช่วย หาว่าเธออยากแส่หาเรื่องเอง แล้วหลบฉากออกไป เหมยฮัวต่อสู้อย่างสุดกำลัง หัวหน้าเผ่ากับหมอผีสั่งให้จับเป็น เฉ่าเป็นห่วงเธอมาก

“เหมยฮัวหนีไป ไม่ต้องห่วงฉัน”

ป่วยการจะไล่ เหมยฮัวทั้งเตะต่อย ทั้งใช้มีดสั้น

สังหารชาวป่าไปได้หลายคน ทันใดนั้นมีเชือกสี่เส้นโยนมาคล้องตัวเธอไว้ เหมยฮัวหมดทางสู้จำต้องทิ้งอาวุธ...

ฝ่ายหนูนาเดินหาเทียนหอม ทรงศักดิ์และนนท์จนทั่วแต่ไม่เจอ ถามใครก็ไม่มีใครเห็น จินฟงผ่านมาพอดีถามว่ามีเรื่องอะไรกัน เบญจวรรณแจ้งว่าทรงศักดิ์กับเทียนหอมและนนท์หายตัวไป หาจนทั่วก็ไม่เจอ จ่าโทน จ่าสังข์ สารวัตรสมัย เสือผาดและโมรีกลับจากลาดตระเวนพอดี จินฟงบอกให้สองสาวรอสักครู่หนึ่งก่อนแล้วตามไปสบทบกับพวกนั้น กิตากาว่าอยากรู้ว่าไปลาดตระเวนเป็นอย่างไรบ้าง

“ท่าทางจะผ่านไปได้ยาก พวกมันทั้งมากทั้งโหด ตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่าเรามา” เสือผาดเล่า

นายพลโบไม่เห็นคนของตัวเองก็ถามหาได้ความว่าถูกฆ่าตายหมด เนื่องจากฝีมือไม่ถึง ท่านนายพลแค้นใจ มาก อย่างนี้คงต้องลุยกันสักตั้ง จ่าโทนขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน รอดูเหตุการณ์อีกหน่อยไม่ดีกว่าหรือ

“คนน้อย ตั้งรับดีกว่ามั้ง ยึดภูมิประเทศตรงนี้ไว้ก่อน นายพลโบเป็นนักรบย่อมรู้ดีนี่”

นายพลโบพยักหน้าเห็นด้วยกับสารวัตรสมัย

จินฟงสบช่องถามหาเหมยฮัวและฟู่เฉิน แต่ไม่มีใครยอมตอบคำถาม ระหว่างนั้นเสือเพลิงเข้ามากระซิบกับ

เสือผาดว่าได้ตัวหมดแล้ว เขาพยักหน้าพอใจ

ooooooo

เหมยฮัวถูกนำตัวมาขังไว้ในกรงข้างๆเฉ่าซึ่งไม่พอใจต่อว่าเธอว่าทำไมถึงชอบทำอะไรโง่ๆนัก เธอคิดว่าเขาต่อว่าเรื่องมาช่วย แต่เขาหมายถึงเรื่องที่เธอรับปากจะแต่งงานกับฟู่เฉิน หญิงสาวถอนใจ

“พูดไปนายก็ไม่เข้าใจหรอก”

“ได้ ฉันจะไม่ถามแล้วกัน” เฉ่างอนเมินหน้าหนีไปทางอื่น แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นชาวป่าคุมตัวเทียนหอม นนท์และทรงศักดิ์เข้ามาที่ลานกลางหมู่บ้าน หัวหน้าเผ่าสั่งให้แยกขังหญิงกับหญิง และชายกับชาย...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก นักบุญ เสือใบและมาดามหว่าหวาซุ่มมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง นักบุญจะรอให้มืดก่อนแล้วค่อยเข้าไปช่วย แต่ตอนนี้ขอไปเยี่ยมเฉ่าก่อน ด้านเสือมิ่งสะกดรอยตามนักบุญกับพวกมาอีกทอดหนึ่ง ไม่รอดพ้นสายตาของพวกคนป่า ถูกล้อมจับเอาไว้ได้...

ทางฝ่ายจินฟงเห็นฟู่เฉินกลับมาเพียงลำพังรีบเข้าไปถามว่าเหมยฮัวอยู่ไหน พอรู้ว่าถูกคนป่าจับตัวไป กระชากคอเสื้อเขาเขย่าอย่างแรงพร้อมกับโวยวายทำไมไม่ช่วยเธอออกมา ทำไมปล่อยให้เธอถูกจับตัวไป ไหนว่ารักเธอนักรักเธอหนาแล้วทำไมไม่ช่วย หรือเขาไม่รักเธอแล้ว เขาสะบัดมือจินฟงออก

“ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วอาจารย์ เหมยฮัวต่างหากที่ไม่รักฉัน มันยังมีเยื่อใยกับไอ้เฉ่าอยู่ มันสมควรตายไปพร้อมกัน” ฟู่เฉินเสียงกร้าว อยู่ๆจินฟงมีอาการโรคหัวใจกำเริบ ร้องขอยาที่เขายึดไป ฟู่เฉินไม่ให้ ยืนมองอาจารย์ตัวเองกำลังจะตายอย่างไม่สะทกสะท้าน

จินฟงพยายามขอยาจากเขาเพื่อจะได้มีชีวิตรอดไปช่วย เหมยฮัว แต่เขาไม่สนใจ ระหว่างนั้นมีเสียงง้างนกปืนดังขึ้นจากข้างหลัง เขาหันขวับไปเห็นโมรีจ้องปืนอยู่

“ให้ยาเขาไป”

ฟู่เฉินไม่มีทางเลือกจำต้องทำตาม จินฟงรับยามาอมใต้ลิ้นสักพักอาการดีขึ้น หันไปขอบใจโมรีซึ่งรีบออกตัวว่าแค่ต้องการรักษาชีวิตคนนำทางไว้เท่านั้น แล้วมองไปทางฟู่เฉิน

“ฉันไม่สนว่าแกจะเกลียดใคร แต่อย่าทำให้ฉันเกลียดแกก็แล้วกัน” ขู่จบโมรีเดินจากไป ฟู่เฉินมองตามไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้...

ไม่ไกลจากแคมป์นัก เสือผาดกับเสือเพลิงมาถึงหน้าถ้ำที่ควบคุมตัวนักบุญกับพวกไว้ พบแต่ศพสมุนถูกฆ่าตายเกลื่อน แต่ไม่มีศพเสือมิ่ง ส่วนนักโทษก็อันตรธานเกลี้ยง เสือผาดขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

เสือมิ่งถูกหัวหน้าเผ่า หมอผีและชาวป่าคุมตัวมาที่กรงขัง สั่งให้เอาไปขังรวมไว้กับพวกของเขา เสือมิ่ง ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นพวกเดียวกันแต่เป็นศัตรูกัน หัวหน้าเผ่าอยากรู้ว่าเขาเป็นพวกไหน พอรู้ว่าเป็นสมุนของเสือผาด หัวหน้าเผ่ากับหมอผีเปลี่ยนท่าที สั่งให้ลูกน้องพาไปที่บ้านพักของหัวหน้าเผ่า เฉ่ามองตามแปลกใจ

“ผมว่ามันต้องรู้จักกับเสือผาดแน่เลย ผมได้เห็นท่าทางแบบนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว”

“แต่ทำไมเสือผาดถึงไม่เคยพูดถึงคนพวกนี้เลยล่ะ แถมยังแสดงท่าทางไม่รู้จักด้วย” ทรงศักดิ์ตั้งข้อสังเกต ห่างออกไปไม่มากนัก นักบุญในคราบชายชาวป่าซึ่งเฝ้ามองอยู่แปลกใจเช่นกัน ทำไมพวกชาวป่าถึงไม่ขังเสือมิ่งเหมือนคนอื่น รีบตามไปแอบฟัง

ooooooo

หัวหน้าเผ่าสอบสวนเสือมิ่งเป็นการใหญ่ว่าเป็นสมุนของเสือผาดจริงหรือ ครั้นรู้ว่าเป็นความจริงก็คุยอวดว่าตนเองเป็นเพื่อนกับเสือผาดมานานมากแล้ว เสือมิ่งแปลกใจทำไมไม่เคยรู้มาก่อนว่าเสือผาดมีเพื่อนอยู่แถวนี้ หัวหน้าก็ไม่เคยเห็นหน้าเสือมิ่งเหมือนกัน แล้วซักว่ามากันกี่คน

“หลายคน มีทั้งญี่ปุ่นและนายพลโบ”

“แหม...นายพลโบอยู่ดีๆก็เดินมาให้ข้าสังหาร...เสือผาดคงจะมาตามสัญญา”

เสือมิ่งสงสัยสัญญาอะไร หัวหน้าเผ่าเสียงเข้มทันทีไม่ใช่เรื่องอะไรของคนปลายแถวอย่างเขา กลับไปบอกเสือผาดให้มาพบตนคืนนี้ เสือมิ่งร้องเอะอะเมื่อครู่นี้หัวหน้าเผ่าว่าอะไร หัวหน้าเผ่ายื่นข้อเสนอถ้าอยากฟังซ้ำตนขอตัดหูเขาข้างหนึ่งก่อน เสือมิ่งรีบบอกว่าจำได้แล้วว่าสั่งอะไรไว้

“แค่เสือผาดคนเดียว” หัวหน้าเผ่าย้ำ เสือมิ่ง

พยักหน้ารับรู้ นักบุญกำลังแอบฟังเพลินๆ ถูกชาวป่าเอาปืนยาวของญี่ปุ่นมาจ่อหัว เขาต้องยอมจำนนแต่โดยดี...

ไม่นานนัก นักบุญถูกนำตัวมาไว้ที่กรงขังกรงเดียวกับเฉ่าและทรงศักดิ์ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคน เฉ่าสงสัยเขามาได้อย่างไร ตอนแรกเขาตั้งใจจะมาช่วย แต่ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว

“ไม่ต้องพูดแล้ว แกนี่มันอ่อนจริงๆ”

“เอาน่า แกคิดว่าฉันมาคนเดียวหรือไง ฉันรู้เรื่องสำคัญมาอย่างหนึ่ง ไอ้หัวหน้ามันเป็นเพื่อนกับเสือผาด มันนัดเสือผาดมาเจอคืนนี้”...

เสือใบถึงกับเซ็งเมื่อเห็นนักบุญถูกจับขังกรง บ่นอุบ ไปทะเล่อทะล่าให้ถูกจับได้อย่างไร มาดามหว่าหวาต้องปลอบให้ใจเย็นๆก่อน เราสองคนคงต้องแสดงฝีมือกันหน่อยแล้วคืนนี้

ooooooo

เสือผาด โมรีและเสือมิ่งนั่งคุยกันอยู่ ตอนที่เบญจวรรณเหลือบมาเห็น มั่นใจต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ รีบย่องมาแอบฟัง เสือมิ่งดักคอเสือผาดว่ามีแผนอะไรหรือเปล่าถึงได้ไม่บอกใครว่าเป็นเพื่อนกับพวกปานัว

โมรีเล่นไปตามน้ำ สั่งเสือมิ่งห้ามพูดเรื่องนี้ให้ใครรู้ เสือผาดรับลูกทันที

“ฉันแค่อยากกำจัดหุ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป”

“อย่างนายพลโบใช่ไหม หัวหน้ามันต้องการฆ่านายพลโบ”

โมรียินดีจะจัดการให้ตามที่หัวหน้าเผ่าต้องการ ครั้นเสือมิ่งลับสายตา โมรีอ้าปากจะพูดเรื่องบางอย่าง แต่เสือผาดห้ามไม่ให้พูดอะไรตอนนี้ ไปเจอหัวหน้าเผ่ากันก่อนดีกว่า เบญจวรรณซึ่งแอบฟังอยู่เสียดายมากที่

สองคนนี้ไม่พูดอะไรอีก แต่อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าเสือผาดจะไปพบกับหัวหน้าเผ่า ไม่ห่างกันนัก เสือครุยที่ลอบมองเสือผาดอยู่เห็นเบญจวรรณซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ จัดการตัดเชือกที่มัดตัวเองออกแล้วย่องเข้าไปหา...

ที่เต็นท์ของกิตากาว่า ฟู่เฉิน มุซาชิกำลังนั่งหารือกับกิตากาว่าโดยมีแผนที่บนแผ่นหลังของแห้วกางอยู่บนโต๊ะ กิตากาว่าพอจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรกับแผนที่หนังผืนนี้ แต่มันมีปริศนาสี่คำที่ทรงศักดิ์ซึ่งยังไม่ได้ไข

“ผมเชื่อว่ามันน่าจะเป็นที่ห้วงเวลา และแสงสว่าง ดูนี่สิ” มุซาชิชี้ไปที่รูปเพนดูลั่มที่เปล่งแสงออกมา

“ถ้าไม่มีคำปริศนานั่น เราก็ไขขุมทองไม่ได้ใช่ไหม” ฟู่เฉินซัก

“ตามทฤษฎีว่าอย่างนั้น เราจะไม่รู้จนกว่าจะไปถึงที่นั่น”

ฟู่เฉินอดถามถึงศักดิ์สกุลไม่ได้ กิตากาว่าเชื่อมั่นต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ทรงศักดิ์ก็ต้องตามไปจนเจอทอง ฟู่เฉินมัวแต่คุยไม่ทันเห็นจินฟงลอบไปเอายาแก้โรคหัวใจจากในเป้ของเขามาเก็บไว้เองก่อนจะหายไปในมุมมืดของผืนป่า...

เสือผาดกับโมรีเดินทางเข้าป่าลึกมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านคนป่า เธอคาดหวังว่าถ้าเป็นไปตามที่ตัวเองคิด เราอาจจะไม่ต้องแบ่งทองให้ใครเลย เสือผาดเตือนว่าอย่าลืมของที่พ่อของเธอเก็บเอาไว้ มันยังไม่เปิดเผยออกมา โมรีรู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตาม ตะโกนลั่นให้แสดงตัวออกมาแล้วชักปืนขึ้นมากระชับไว้ในมือ เบญจวรรณซึ่งแอบตามทั้งคู่มายืนตัวแข็งไม่กล้าขยับ โมรีขู่ถ้าไม่ออกมาจะยิง

เบญจวรรณตัดสินใจจะเผยตัวแต่เสือครุยเข้ามาปิดปากเอาไว้ แล้วส่งเสียงร้องเหมือนสัตว์กลางคืน

เสือผาดกับโมรีเชื่อสนิทใจว่าเป็นพวกสัตว์ป่าไม่สงสัยอะไรพากันเดินทางต่อไป เสือครุยรอจนทั้งคู่ลับสายตาแล้วจึงปล่อยมือจากเบญจวรรณซึ่งยกมือไหว้ปลกๆขอร้องอย่าทำอะไรตนเลย

“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก เธอตามพวกเขามาทำไม” เสือครุยมองเบญจวรรณอย่างรอคำตอบ...

ณ หมู่บ้านคนป่า มาดามหว่าหวาและเสือใบ

ปลอมตัวเป็นชาวป่าปะปนเข้ามารับอาหารที่ต้มจากหม้อใบใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กลางหมู่บ้านแล้วเดินไปทางกรงที่ขังพวกนักบุญ แต่เห็นมียามเฝ้าแน่นหนาจำต้องล่าถอย...

อีกมุมหนึ่งที่บ้านพักหัวหน้าเผ่า หมอผีผิดสังเกต ทำไมเสือผาดถึงไม่ตรงมาหาพวกเราตั้งแต่แรก อีกทั้งเส้นทางก็ชำนาญทำไมต้องพึ่งคนนำทาง แล้วไหนจะนายพลโบนั่นอีก หัวหน้าเผ่าให้รอเสือผาดมาก่อน เราคงจะรู้อะไรต่ออะไรมากกว่านี้...

จ่าโทนเดินผ่านหนูนาที่นอนหลับอยู่เพียงลำพังจนไปถึงเสือเพลิงกับเสือมิ่งที่นั่งดื่มสุรากันอยู่ ไม่เห็น เสือผาดอยู่ด้วยก็ถามหา เสือมิ่งโกหกว่าออกไปดูนายพลโบตั้งกองทหารต้อนรับพวกคนป่าข้างหน้า มีธุระอะไรหรือเปล่าตนจะได้ไปตามให้ก็ได้ เขาส่ายหน้าไม่ต้องตาม ก่อนจะหันหลังกลับออกไป...

ทางด้านฟู่เฉินหยิบเป้สะพายหลังออกมาดู ถึงได้รู้ว่ายารักษาโรคหัวใจของจินฟงหายไป เดาได้ว่าอาจารย์คงจะไปช่วยเหมยฮัว...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เสือใบกับมาดามหว่าหวาซ่อนตัวอยู่ไม่ห่างจากกรงขังพวกนักบุญนัก ขณะกำลังหาโอกาสเหมาะเข้าไปช่วยพวกนั้น เหลือบเห็นเสือผาดกับโมรีเดินเข้ามาในหมู่บ้าน อีกทั้งยังมีสมุนของหัวหน้าเผ่าออกมาต้อนรับ ทั้งคู่ไม่ได้ยินเสียงสนทนา แต่ท่าทางนอบน้อมของสมุนทำให้แปลกใจเสือผาดไปรู้จักพวกนี้ได้อย่างไร นักบุญกับพวกก็เห็นเสือผาดกับโมรีเช่นกัน ต่างแปลกใจไม่แพ้เสือใบกับมาดามหว่าหวา

ครู่ต่อมา สมุนพาเสือผาดกับโมรีไปพบกับหัวหน้าเผ่าและหมอผีที่บ้านพัก

“เสือผาดเพื่อนรัก นึกแล้วว่าวันหนึ่งแกต้องมา” หัวหน้าเผ่าพูดจบเข้าไปสวมกอดเสือผาด

เสือผาดเห็นหมอผีมองโมรีเขม็ง แนะนำให้รู้จักว่าเธอเป็นเมียของเขา หัวหน้าเผ่าไม่รู้มาก่อนว่าเสือผาดมีเมียซ่อนไว้ด้วย เขาขอติดเรื่องนี้ไว้ก่อนวันหลังจะเล่าให้ฟัง ตอนนี้เราควรจะคุยธุระกันก่อน

“ฉันรอวันนี้มานานแสนนานแล้ว” หัวหน้าเผ่ายิ้มพอใจ...

การที่เสือผาดรู้จักกับหัวหน้าเผ่ากินคนสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน เสือครุยก็เช่นกัน อยากรู้ว่าพวกนั้นคุยอะไรกันขยับเข้าไปเพื่อจะฟัง โดยมีเบญจวรรณตามติด

ooooooo

ยังไม่ทันที่เสือครุยจะเข้าไปแอบฟัง เสือผาด โมรี หัวหน้าเผ่าและหมอผีออกมาที่หน้าบ้านเสียก่อน หัวหน้าเผ่าถามเสือผาดซ้ำอีกครั้งแน่ใจว่าแผนที่ยังอยู่กับเขา

“ถ้าไม่มีแล้วฉันจะดั้นด้นมาทำไม”

โมรีเร่งให้จัดการเร็วๆแล้วขยับจะไป หัวหน้าเผ่าเรียกไว้ ต้องการให้ดูบางอย่างก่อน แล้วเดินนำไปทางกรงขังนักบุญกับพวกโดยที่หมอผีกลับเข้าบ้านพัก เสือครุยกับเบญจวรรณกำลังแอบมองเพลินๆสมุนของหัวหน้าเผ่าเข้ามาด้านหลัง เสือครุยไวทายาดจัดการเชือดสมุนทิ้งแล้วยึดเอาธนูไป จากนั้นไม่นาน หัวหน้าเผ่าพาเสือผาดกับโมรีมายืนตรงหน้ากรงขังนักบุญกับพวก

“ที่แท้พวกแกก็รู้จักกันจริงๆ” นักบุญโวย

“รู้แล้วทำไม ตอนนี้พวกแกจะทำอะไรได้ ฉันต่างหากที่ถือไพ่เหนือกว่า ตอนนี้พวกแกไม่มีประโยชน์แล้ว คงเข้าใจนะว่าชะตาพวกแกจะเป็นอย่างไร”

หัวหน้าเผ่ามีกฎจะไม่ฆ่าคนตอนกลางคืนที่นี่ถ้าไม่จำเป็น คนพวกนี้จะถูกบูชาเทพเจ้าของเราวันรุ่งขึ้นด้วยการเชือดคอ เสือใบกับมาดามหว่าหวาซึ่งซุ่มดูอยู่ เร่งหาทางช่วยเหลือพวกนักบุญให้ทันก่อนพรุ่งนี้เช้า

เสือครุยเห็นเสือผาดชัดเจน ลุกขึ้นง้างคันธนูจะยิง แต่ถูกหมอผีสาดยิงทิ้งเสียก่อนจะปล่อยลูกธนู เบญจวรรณกรีดร้องด้วยความตกใจและถูกคนป่าจับตัวไว้ได้ หมอผีเชื่อว่าจะต้องมีผู้บุกรุกอีก สั่งให้ออกตามล่า เสือใบกับมาดามหว่าหวาพยายามซ่อนตัวแต่คนป่าที่ออกตามล่าพวกเรามีมากมายนัก เขาคะเนดูแล้วคงหนีไม่พ้น ตัดสินใจจะยอมจำนนเพื่อให้มาดามหว่าหวารอด

“มันจะไม่หยุดค้นหา จนกว่าจะเจอตัวพวกเรา โดยเฉพาะฉัน เธอค่อยหาทางช่วยพวกเราก่อนพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ฉันไม่อยากถูกเชือด ถ้ารอดไปได้ฉันจะยกขันหมากไปขอเธอนะ” เสือใบว่าแล้วดึงมาดามหว่าหวามาจูบมัดจำไว้ก่อนแล้ววิ่งล่อพวกคนป่าไปอีกทางหนึ่ง เขาแกล้งขัดขืนพอเป็นพิธีก่อนจะปล่อยให้คนป่าจับตัว

ooooooo

ณ จุดที่นายพลโบกับกองกำลังดักรอต้อนรับพวกคนป่า ท่านนายพลตื่นขึ้นตอนเช้าพบว่าทหารของตัวเองถูกชาวป่าฆ่าตายด้วยมีดและธนู หัวหน้าเผ่าสั่งการให้สมุนคุมตัวนายพลโบไว้ หมอผีสอบถามหัวหน้าเผ่าเพื่อความแน่ใจว่าจะเข้าไปเจรจากับพวกเสือผาดจริงหรือ

“จริงสิ แต่มันไม่ใช่เสือผาด” หัวหน้าเผ่ายิ้มเจ้าเล่ห์

ภายในแคมป์กิตากาว่า ฟู่เฉินเข้ามารายงานเจ้านายว่าอาจารย์ของตนหนีไปแล้ว กิตากาว่าไม่ใส่ใจ เนื่องจากฟู่เฉินเองก็นำทางได้เช่นกัน ทันใดนั้นหัวหน้าเผ่า หมอผีและพวกคนป่าเดินเข้ามาในแคมป์ ทุกคนกระชับปืนไว้ในมือ เสือผาดต้องร้องห้ามเสียงหลงให้ใจเย็นๆก่อน พวกเดียวกันทั้งนั้น จ่าโทนเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จ่าสังข์มองไปรอบๆไม่เห็นหนูนา ร้องบอกทุกคนว่ามีคนหายไป...

หนูนาเดินตามควันที่ลอยขึ้นเหนือหุบเขาโดยไม่รู้ว่านั่นคือหมู่บ้านคนป่าปานัว...

ที่กรงขังนักบุญกับพวก เบญจวรรณเล่าให้ฟังว่าเคยได้ยินคุณจักรคุยเรื่องคนป่าพวกนี้กับกริช เธอไม่รู้ว่าเขารู้จักคนป่าพวกนี้หรือเปล่า แต่เขาชอบเดินป่าบ่อยๆ ไปครั้งละนานๆ ดังนั้นกิจการส่วนโหญ่จึงฝากกริชดูแล

“อาจจะไม่ใช่เผ่านี้ก็ได้มั้ง ถ้าใช่คงถูกกินไปตั้งนานแล้ว” ทรงศักดิ์ตั้งข้อสังเกต

มาดามหว่าหวาในคราบสาวชาวป่ามีผ้าคลุมหน้า นำน้ำชามาเสิร์ฟให้สมุนที่เฝ้ายาม แล้วขอเอาไปให้พวกนักบุญด้วย อ้างเป็นคำสั่งของนาย สมุนพยักหน้าอนุญาต เธอรีบมาที่กรง ขอยานอนหลับจากเทียนหอมซึ่งรีบหยิบให้ เธอยังไม่ทันเอาขวดยาเก็บ สมุนคนหนึ่งเห็นเสียก่อนร้องถามว่าทำอะไร เธอรีบทิ้งขวดยาลงพื้น เอาเท้าเหยียบไว้ ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร นักบุญช่วยแก้ตัวอีกแรงหนึ่ง

“ฉันแค่ขออาหารเพิ่ม”

สมุนไม่สงสัยอะไร มาดามหว่าหวารีบก้มเก็บขวดยานอนหลับแล้วเดินออกไป...

เสือผาดเลวได้ใจหักหลังนายพลโบหน้าตาเฉย ประกาศลั่นว่าหุ้นส่วนของเราจะไม่มีท่านนายพลอยู่ในนั้นด้วย กิตากาว่าสงสัยถ้าไม่มีนายพลโบแล้วจะเอาทองออกมาได้อย่างไร จ่าโทนจะเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับ จะขนกี่เที่ยวก็ได้ กิตากาว่ายิ้มพอใจ แนะให้ออกเดินทางได้เลย

“ยังก่อน จนกว่าพวกข้าจะบูชายัญเสร็จ” หัวหน้าเผ่าเสียงกร้าว...

ไม่มีการบูชายัญใดๆทั้งสิ้น มาดามหว่าหวาเอายานอนหลับตรงไปยังหม้อต้มอาหารส่วนกลาง จะเทใส่ สมุนมาเห็นเสียก่อน แต่ยังไม่ทันโวยวายถูกจินฟงใช้มีดแทงทะลุหัวใจตายคาที่ มาดามหว่าหวารีบเอายานอนหลับใส่ลงในหม้อแล้วหลบออกมา...

ครั้นเสือผาดกับพวกและหัวหน้าเผ่ากลับมาถึงหมู่บ้านต้องตะลึงเมื่อเห็นชาวป่านอนหลับกันหมด ส่วนในกรงก็ไม่เหลือใครแม้แต่คนเดียว เสือผาดกับโมรีแค้นใจมาก

ooooooo

เมื่อหนีมาถึงมุมปลอดภัย เหมยฮัวโผกอดพ่อไว้แน่น ถามว่ามาถึงนี่ได้อย่างไร แล้วยาที่ฟู่เฉินยึดเอาไว้ท่านขโมยมาหมดแล้ว แล้วเอายาให้เธอดู ทรงศักดิ์อยากรู้เราจะทำอย่างไรต่อไป เทียนหอมต้องการให้ลุยต่อ มาถึงนี่แล้วจะถอยได้อย่างไร เฉ่าสงสัยตกลงเราจะตามพวกนั้นไปใช่ไหม จินฟงส่ายหน้า

“ใครบอก เราจะไปรอพวกมันที่นั่นต่างหาก”

“แผนที่น่ะอยู่ในหัวพ่อหมดแล้ว” เหมยฮัวคุยอวด เสือใบบอกให้จินฟงนำทางไปเลย ทุกคนกำลังจะไปแต่มีเสียงหนูนาดังเข้ามาเสียก่อน “จะไม่รอกันเลยหรือคะ”

เทียนหอมดีใจมากที่หนูนาตามมาสมทบ สองคนโผกอดกันแน่น...

หัวหน้าเผ่าจับนายพลโบขังกรงไว้แทนที่พวกนักบุญ แล้วสั่งให้หมอผีเอาตัวไปให้ทางการพม่า เราจะได้มีความดีความชอบ เสือผาดเชื่อว่าพวกนักบุญจะต้องตามเรามาแน่ๆ

“ก็ไม่ยาก คนของหัวหน้าคงไม่ปล่อยให้พวกมันตามเราไปง่ายๆมั้ง”

หมอผีอาสาจะเป็นคนจัดการเอง จ่าโทนบอกให้กิตากาว่าเอาแผนที่ขุมทองมากางให้หมอผีดู...

จินฟงพานักบุญกับคณะไปคนละเส้นทางกับที่เสือผาดไป ทรงศักดิ์สงสัยเส้นทางที่เราเลือกใช้เป็นทางอ้อมหรือเปล่า จินฟงส่ายหน้ามันไปได้ทั้งสองทาง

“ที่ผมรู้ก็เพราะพ่อผมเคยทำงานในค่ายทหารญี่ปุ่นและเป็นคนที่เคยขโมยทองออกมา”

เทียนหอมตื่นเต้นอยากรู้ว่ามีทองเยอะไหม จินฟงรู้จากพ่อว่ามีเป็นขบวนรถไฟแต่ท่านเอามาได้แค่ก้อนเดียว ทรงศักดิ์พยักหน้าเข้าใจ แสดงว่ากิตากาว่ารู้เรื่องนี้มานานแล้ว

“กิตากาว่าเป็นลูกชายของผู้พันโยชิมูระ นายทหารที่คุมการขนทองที่นี่”

นักบุญถึงบางอ้อทันทีที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง

กิตากาว่าถึงได้รู้เรื่องทองดีนัก จินฟงหนักใจไม่น้อยเพราะรู้สึกเหมือนแผนที่จะขาดหายไปส่วนหนึ่ง กิตากาว่าเอง ก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ...

ด้านหัวหน้าเผ่าเห็นแผนที่ก็มองอย่างสงสัย ก่อนจะหันไปถามเสือผาดว่านี่แผนที่ที่ว่าหรือ จ่าโทนเห็นเสือร้ายอึกอักรีบบอกว่าใช่ และตรงนี้น่าจะเป็นถ้ำที่ซ่อนทอง แล้วเอาไม้จิ้มให้ดู หัวหน้าเผ่าพยักหน้ารับรู้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็อยู่ไม่ไกล ฟู่เฉินอดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวพวกนักบุญจะตามมาชิงทอง หัวหน้าเผ่ารับรอง

“ข้าปิดทุกเส้นทางไว้แล้ว โดยเฉพาะเส้นทางอื่นที่สามารถไปบรรจบได้”

“งั้นก็ดี เรารีบเดินทางต่อดีกว่า” โมรีแนะ ทุกคนต่างเก็บข้าวของของตัวเองเดินทางต่อไป...

ทางฝ่ายเบญจวรรณนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ริมลำธาร เฉ่าถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอไม่ได้เป็นอะไรแค่คิดถึงเรื่องเก่าๆ ไม่รู้ว่าตัวเองมานั่งอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ทั้งๆที่เมื่อก่อนเธอสุขสบายทุกอย่าง ถึงคุณจักรจะไม่ได้ให้สมบัติอะไรแก่เธอ แต่เธอก็มีกินมีใช้ตามสมควร

เฉ่าตั้งข้อสังเกตอาจเป็นเพราะเธออยากได้มากเกินไป เบญจวรรณเห็นด้วยกับเขา แต่ตอนนี้เธอไม่คิดเรื่องนั้นอีกแล้ว ถ้ารอดชีวิตกลับไปได้ จะเปิดร้านตัดเสื้อเล็กๆและใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ เหมยฮัวเห็นทั้งคู่คุยกันอย่างออกรสก็หึงหวงพูดจาไม่ดีด้วย เบญจวรรณต่อว่าเธอว่ารู้แกใจดีว่าตนกับเฉ่าไม่ได้มีอะไรกัน ยังจะมาพูดจาแบบนี้อีก ตนจะบอกให้ฟังว่าเธอโชคดีที่ได้ผู้ชายแบบเฉ่า ผู้ชายที่รักเธอมาก

“ขอให้เธอสองคนรักกันตลอดไปนะ” อวยพรจบเบญจวรรณลุกออกไปโดยไม่รู้ว่านี่เป็นคำพูดสุดท้ายของตัวเอง ทันใดนั้นมีลูกธนูพุ่งปักหลังเธอทะลุหัวใจตายคาที่ เฉ่าและเหมยฮัวตกใจจะเข้าไปดูแต่ต้องโดดหลบเพราะลูกธนูพุ่งเข้ามาเป็นชุด หมอผีกับสมุนนับสิบดาหน้าเข้าหา

นักบุญดึงเทียนหอมหลบแล้วยิงโต้ตอบ ทรงศักดิ์ มาดามหว่าหวาและเสือใบช่วยนักบุญยิงต่อสู้ หมอผีสั่งให้สมุนฆ่าทุกคนอย่าให้รอดกลับไป ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งมาปักแขนมาดามหว่าหวา ทรงศักดิ์กับเธอและเสือใบถูกกระหน่ำยิงจนไม่มีใครเข้าไปช่วยได้ นักบุญตัดสินใจพุ่งตัวออกไปยิงกราดพวกหมอผีตายเกลี้ยง

ooooooo

ฟู่เฉินนำทางทุกคนผ่านป่าผ่านเขากระทั่งมาถึงแม่น้ำใหญ่ แปลกใจทำไมถึงเจอแม่น้ำทั้งที่ในแผนที่บอกว่าเส้นนี้เป็นทางบก จ่าโทนตั้งข้อสังเกต เวลาผ่านมาหลายปีแล้ว อาจมีการเปลี่ยนทิศทางของน้ำที่นี่เลยกลายเป็นแม่น้ำอย่างที่เห็น เสือผาดเห็นด้วย ดังนั้นเราคงต้องต่อแพ หัวหน้าเผ่าอาสาจะจัดการให้

“เราคงต้องค้างแรมที่นี่คืนนี้” ฟู่เฉินเสนอแนะทุกคนเห็นดีด้วย...

ฝ่ายจินฟงเห็นพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า สั่งให้ตั้งแคมป์ คืนนี้เราจะพักที่นี่ก่อน นักบุญ เฉ่าและทรงศักดิ์เข้ามาถามว่าใกล้ หรือยัง จินฟงยอกย้อนถ้าหมายถึงที่หมายก็ยังไม่ใกล้ แต่ถ้าหมายถึงพวกนั้นเราเข้าใกล้ มากแล้ว เพราะจากเส้นทางนี้จะไปบรรจบกับทางที่พวกนั้นใช้เดิน และนั่นเท่ากับเราต้องตามพวกมันไป เฉ่าอาสาจะไปหาอะไรมาให้กิน แล้วเดินไปเรียกเสือใบ

เหมยฮัวขอไปช่วยอีกแรงหนึ่ง

จินฟงมองตามลูกสาวสีหน้าพอใจที่ลูกได้คนดีๆ อย่างเฉ่าคอยดูแล...

ที่ค่ายพักแรมของกิตากาว่า จ่าโทนคุยให้จ่าสังข์และสารวัตรสมัยฟังว่าจะวิทยุไปบอกเฮลิคอปเตอร์ให้มาขนทองกลับ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน โดยจะเอาไปไว้ที่ชุมเสือผาดซึ่งเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด สารวัตรสมัยไม่มั่นใจในตัวเสือผาดนัก อดถามไม่ได้ว่าจ่าโทนรู้จักเขามานานขนาดไหน

“ขนาดที่มั่นใจว่ามันจะไม่หักหลังฉันก็แล้วกัน”

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก โมรีเห็นเสือผาดนั่งยิ้มสบายใจถามว่ามีเรื่องอะไรชวนให้น่ายินดีหรือ เขากำลังจะได้เห็นสิ่งที่เรารอคอยมานานแล้วก็เลยยิ้มออก โมรีสงสัยจะทำอย่างไรกับหัวหน้าเผ่า เขาจะพึ่งพามันกับสมุนแค่วันพรุ่งนี้แล้วก็จะเชือดทิ้ง โมรียังไม่วางใจเพราะยังมีหมอผีกับพวกอยู่อีก

“นี่แหละที่เราต้องคิดมากกว่า ฉันว่าป่านนี้ไอ้หมอผีเสร็จพวกนั้นไปแล้ว ไม่อย่างนั้นมันต้องกลับมาแล้ว”

อีกฟากของค่ายพักแรม ฟู่เฉินเห็นสีหน้าไม่สบายใจของกิตากาว่าถามว่ามีอะไรหนักใจหรือ เขาหนักใจหลายเรื่อง ที่แน่ๆก็คือพวกนักบุญต้องตามมาแน่ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเขาไม่เข้าใจพ่อตัวเอง ทำไมต้องเอาทองมาซ่อนไกลขนาดนี้ แถมยังมีอุบายแยบยลอีกต่างหาก ไหนจะกล่องไม้ ไหนจะเพนดูลั่ม

“คนสมัยก่อนเขาต้องซ่อนให้แยบยล ถามจริงๆเถอะ ทองนี่จะเอาไปคืนรัฐบาลหรือจะเอาไว้เอง”

กิตากาว่าโทษว่าเป็นเพราะรัฐบาลกับทองทำให้เขาต้องกำพร้าพ่อ แล้วเรื่องอะไรจะต้องคืน...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทรงศักดิ์สารภาพกับเทียนหอมว่าเป็นเพราะความโลภของเขาแท้ๆทำให้เราต้องมาติดอยู่ที่นี่ ความจริงเรื่องตามล่าทองไม่ใช่เป็นความคิดของเขาแต่เป็นของท่านนายพลบรรหาร ที่เขายอมทำตามก็เพื่อแลกกับการเปิดสัมปทานป่าไม้ในพม่าและที่สำคัญหากเขาไม่ทำ อาจจะติดคุกเพราะสารวัตรสมัยยัดข้อหาให้ เทียนหอมไม่พอใจที่ทำกันถึงขนาดนี้

“ยิ่งกว่านี้พวกมันก็ทำ พ่อค้าอย่างเราไม่มีอำนาจไปคะคานพวกเจ้าใหญ่นายโตพวกนี้หรอก”...

ทางด้านเสือใบหันมาถามมาดามหว่าหวาคิดว่าเราจะได้กลับไปไหม เธอไม่คิด แต่เชื่อว่าจะต้องกระชากหน้ากากเสือผาดคนที่ฆ่าพ่อฆ่าแม่ของเธอได้ เสือใบเข้าใจแล้วที่แท้เธอยอมเป็นนางบำเรอของกิตากาว่าเพื่อความอยู่รอดและเพราะคิดว่าเขาจะโค่นเสือผาดได้ แต่สุดท้ายพวกมันกลับจูบปากกัน แต่เธอยังไม่ละความพยายาม เสือใบชมเธอว่าไม่ธรรมดาเหมือนเขาเลย แล้วจับมือเธอมากุมไว้อย่างรักใคร่...

ฝ่ายจินฟงเริ่มหวั่นๆว่ายาแก้โรคหัวใจอาจมีไม่พอกินแต่ก็ช่างหัวมันอะไรจะเกิดก็เกิด...

เฉ่ากับนักบุญเห็นทรงศักดิ์นั่งอยู่คนเดียวเข้าไปเตือนให้นอนได้แล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงเราต้องรีบเดินทางไปดักหน้าพวกนั้นให้เร็วที่สุด ทรงศักดิ์มองไปทางนนท์ที่นอนหลับข้างหนูนา ถามว่าจะทำอย่างไรกับเขา นักบุญจะไม่เอาไปด้วย เราจะให้มาดามหว่าหวากับจินฟงดูแลเทียนหอม นนท์และหนูนา

“ถ้าเทียนหอมไม่ยอมล่ะ” ทรงศักดิ์รู้นิสัยลูกสาวดี

“ก็คงต้องตีก้นกันบ้างล่ะ” นักบุญพูดติดตลกทำให้ทรงศักดิ์หัวเราะชอบใจ

ooooooo

แพฝีมือหัวหน้าเผ่ากับสมุนเสร็จทันตอนเช้าพอดี แพสามลำถูกเลื่อนลงแม่น้ำ โดยลำแรกมีฟู่เฉิน เสือผาด โมรี จ่าโทน จ่าสังข์และสารวัตรสมัย แพลำ ที่สองมีกิตากาว่ากับพวกและนักฆ่าชาวญี่ปุ่น ส่วนลำที่สามมีหัวหน้าเผ่ากับพวกสมุนคุมมาด้านหลัง เสือมิ่งกับเสือเพลิงและพวกคนป่าส่วนหนึ่งไม่ได้ไปด้วย

“เพลิง มิ่ง แกสองคนคุมพวกคนของหัวหน้าอยู่ที่นี่ ฉันคิดว่าพวกนักบุญมันยังอยู่ ตะวันเลยหัวไปแล้ว พวกแกค่อยตามไป” เสือผาดสั่งการ...

เทียนหอมตื่นขึ้นมาพบตัวเองถูกมัดติดกับต้นไม้ร้องโวยวายลั่นใครบังอาจมามัดตนไว้ หนูนาอธิบายว่าคุณท่านเป็นคนสั่ง เธอสั่งให้หนูนาไปตามคุณพ่อมาพบ มาดามหว่าหวากับจินฟงเข้ามาแจ้งว่าทรงศักดิ์เดินทางไปแล้ว ส่วนพวกเราจะรออยู่ที่นี่ ถ้าอีกสองวันไม่ได้รับการติดต่อจากพวกนั้นเราจะกลับทันที เทียนหอมดิ้นจะให้หลุดจากเครื่องพันธนาการเพื่อไปตามหาพ่อจนแน่นิ่งไป มาดามหว่าหวาตกใจ

“แก้เชือกให้เขาเถอะหนูนา”...

ฝ่ายเหมยฮัวแปลกใจที่เส้นทางเบื้องหน้าเป็นแม่น้ำ ทั้งๆที่ในแผนที่ที่พ่อเขียนให้บอกว่าเป็นทางบก ทรงศักดิ์ตั้งข้อสังเกตหรือเราจะมาผิดทาง...

มาดามหว่าหวาเห็นจินฟงมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เข้ามาจับชีพจรถามว่ากินยาบ้างหรือเปล่า เขากินตลอดแต่ยาใกล้หมดเต็มทีแล้ว เทียนหอมเดินหงุดหงิดเข้ามาพลางบ่นไม่เลิกที่ถูกทิ้ง มาดามหว่าหวาอธิบายที่พวกเขาต้องทำอย่างนั้นเพราะเป็นห่วงเธอ จินฟงขอร้องให้เธออยู่ที่นี่ ตามไปก็เป็นตัวถ่วงเปล่าๆ

“ฉันจะไปหาสมุนไพรมาต้มให้จินฟงดื่ม เธอช่วยดูแลจินฟงให้หน่อยนะ”

เทียนหอมพยักหน้ารับคำ รอจนมาดามหว่าหวาลับสายตา หลอกถามจินฟงถึงเส้นทางไปขุมทองมีลักษณะเป็นอย่างไร เขาหลงกลเล่าให้ฟังหมดทุกอย่างโดยไม่รู้ว่าเธอมีแผนจะออกตามหาพ่อ...

นักบุญกับพวกเดินทางมาถึงจุดที่เคยเป็นแคมป์ของพวกกิตากาว่า พบว่ามีร่องรอยลากแพลงน้ำ ขณะเสือใบสำรวจดูรอบๆรู้ทันทีว่ามีคนดักซุ่มอยู่ ทันใดนั้นมีลูกธนูพุ่งใส่ทรงศักดิ์ เหมยฮัวคว้าไว้ทัน แล้วชี้ไปยังที่มาของธนูให้พรรคพวกรู้ จากนั้นเสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นป่าพวก

คนป่าถูกสอยร่วงไปทีละคนจนเหลือไม่ถึงห้าคน เสือมิ่งกับเสือเพลิงเห็นท่าไม่ดี เหลียวมองเลิ่กลั่กหาทางหนี ...

ครั้นมาดามหว่าหวากลับมาพร้อมกับสมุนไพรรักษาจินฟงไม่เห็นเทียนหอมอยู่แถวนั้นก็ถามหา ได้ความจากจินฟงว่าเพิ่งคุยถึงเส้นทางที่จะไปขุมทองให้เธอฟัง มาดามหว่าหวาหันมองต้นไม้ที่วางสัมภาระของเทียนหอมพบว่ามันไม่อยู่แล้ว ตระหนักทันทีว่าเธอหนีไปตามหาพ่อ...

เสือเพลิงเห็นท่าไม่ดีชวนเสือมิ่งหนีไปเอาแพที่ซ่อนไว้ จะได้ไปเตือนเสือผาดว่าพวกนี้ตามมา เสือมิ่งเห็นดีด้วยยิงเปิดทางแล้วถอยไปที่แม่น้ำทิ้งให้คนป่ายิงต่อสู้กับพวกนักบุญ เสือใบเห็นสองเสือหนี ขยับจะตามแต่นักบุญห้ามไว้ ทรงศักดิ์กับเฉ่ายิงคนป่าที่เหลือตายหมด เสียงปืนสงบลง ทุกคนจึงออกจากที่ซ่อน

“คงต้องรีบต่อแพ” นักบุญสั่งการ...

ขณะที่นักบุญกับพวกเร่งต่อแพ จินฟงกับมาดามหว่าหวา นนท์และหนูนาแกะรอยตามเทียนหอมมาตามทางรกในป่า มาม่าซังไม่วายบ่นอุบที่เทียนหอมชอบก่อเรื่องไม่เว้น แต่ละวัน หนูนาเหลือบเห็นกล้วยป่าสุกน่ากินจึงบอกให้ทั้งสามคนล่วงหน้าไปก่อน ขอเก็บกล้วยก่อนแล้วจะตามไป

ooooooo

เทียนหอมเดินหลงป่าไปถึงบริเวณที่เสือเพลิงกับเสือมิ่งกำลังหาแพ อยู่ๆมีมือมาแตะไหล่ เธอสะดุ้งโหยงหันมองถึงกับถอนใจโล่งอกที่เห็นจินฟง มาดามหว่าหวาและนนท์ เธอต่อว่าเทียนหอมยกใหญ่ที่หาเรื่องใส่ตัวออกมาตามหาทรงศักดิ์ทั้งที่ป่านนี้เขาไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ พลันมีเสียงเพลิงดังขึ้นด้านหลัง

“ฉันจะช่วยพาไปเอง”

ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นเสือเพลิงกับเสือมิ่งเอาปืนจ่อนนท์อยู่ ทุกคนไม่มีทางเลือกจำต้องยอมจำนนจากนั้นเสือมิ่งคุมตัวทั้งสี่คนไปขึ้นแพ ห่างออกมาไม่ไกลนัก หนูนาถือเครือกล้วยเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีคิดหาทางช่วย แล้วเหลือบมองกล้วยในมือ

“เอาวะเป็นไงเป็นกัน” หนูนาพูดจบย้อนกลับไปตัดต้นกล้วยเอามาโยนลงน้ำแล้วกอดมันล่องตามแพไป...

เสือผาดกับคณะล่าทองนำแพมาจอดเทียบฝั่ง

ที่ริมตลิ่งแห่งหนึ่ง ฟู่เฉินดูแผนที่แล้วบอกอย่างมั่นใจว่านำทางมาถูกต้องแล้ว เสือผาดปักไม้ผูกผ้าไว้เป็นสัญลักษณ์ให้เสือเพลิงรู้ ก่อนจะบอกให้ทุกคนเดินทางต่อไป กิตากาว่ามองมุซาชิอย่างรู้กันว่าจะเริ่มแผนการอะไรบางอย่าง...

ทางฝ่ายนักบุญกับพวกเร่งต่อแพจนสำเร็จแล้วช่วยกันลากลงแม่น้ำ เหมยฮัว เสือใบและทรงศักดิ์ รีบโดดขึ้นไปนั่งโดยมีนักบุญกับเฉ่าทำหน้าที่ถ่อแพ...

กว่าฟู่เฉินจะนำทางทุกคนมาถึงตีนเขาซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางตามแผนที่พระอาทิตย์คล้อยต่ำมากแล้ว หัวหน้าเผ่ามองไปรอบๆบริเวณ ก่อนจะหันไปถามเสือผาดแน่ใจหรือว่าเป็นที่นี่

“ตามแผนที่บอกอย่างนั้น” เสือผาดตอบอย่างระมัดระวัง สารวัตรสมัยโพล่งขึ้นทันที

“ที่แบบนี้จะมีทองซ่อนอยู่ได้ยังไง”

“แหม สมัยเพื่อนรัก ใครเขาจะเอาทองมาวางโจ้งๆ ไว้ล่ะ ไม่งั้นเขาจะมีเพนดูลั่มกับกล่องไว้ทำไมจริงไหม”

จ่าสังข์แนะถ้าเป็นอย่างที่จ่าโทนว่าเราก็ควรจะค้นหาทองต่อไป กิตากาว่าดูจากภาพบนแผ่นหนังของแห้วแล้วบอกว่าต้องใช้แสงช่วยในการค้นหาแต่ตอนนี้กำลังจะมืด คงต้องรอพรุ่งนี้ แล้วหยิบกล่องไม้กับเพนดูลั่มขึ้นมา หัวหน้าเผ่าจ้องมองของในมือกิตากาว่าตาเป็นมัน เสือผาดสังเกตเห็นก็ยิ่งไม่ไว้ใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.