กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักบุญทรงกลด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กริชวิ่งลัดเลาะมาตามสะพานปลาจนสลัดเสือมิ่งหลุด นักบุญลอบตามมาจากอีกด้านหนึ่งเห็นเขาวิ่งหนีไปแถวหมู่บ้านชาวประมงที่ติดทะเล เขาเหลือบเห็นใครบางคนถึงกับตะโกนลั่น

“เสือผาด...อย่า”

สิ้นเสียงร้อง มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด กระสุนเจาะกลางอกกริชกระเด็นตกทะเล เป็นจังหวะเดียวกับนักบุญมาเห็นพอดี แต่ไม่เห็นเสือผาดเพราะเขาอยู่ในมุมที่มีผนังบัง ได้ยินแต่เสียงตะโกนของกริช นักบุญรีบวิ่งไปดูเห็นหลังไวๆของเสือผาดจะตามก็ไม่ทันแล้ว วิ่งไปดูในน้ำเห็นเพียงรอยเลือดผุดขึ้นมา คิดว่ากริชคงไม่รอด รีบกลับไปยังจุดที่มาดามหว่าหว่ากับเบญจวรรณรออยู่ พร้อมกับแจ้งข่าวร้ายว่ากริชถูกเสือผาดยิงตาย

“จะทำยังไงกับเสือเพลิง”

“ส่งตำรวจคงไว้ใจไม่ได้ ผมว่าเอาไปส่งที่ค่ายทหารดีกว่า”

เสือมิ่งคุมตัวเทียนหอมเข้ามา ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเอาตัวเสือเพลิงไปค่ายทหารเด็ดขาด มาดามหว่าหวาส่ายหน้าระอาใจกับพฤติกรรมที่ชอบแส่ไม่เข้าเรื่องของเทียนหอม ถามว่ามาที่นี่ทำไม

“ก็จะตามมาจับผิดคนน่ะสิ ชื่อเหมือนพ่อพระ แต่ใจสกปรก” เทียนหอมด่าไปปรายตามองนักบุญไปด้วย

สองคนเปิดศึกน้ำลายกัน เถียงอย่างไม่มีใครยอมใคร เสือมิ่งรำคาญสั่งให้พอได้แล้วแถมจะเอาเทียนหอมมาทำเมียอีกต่างหาก โชคดีเฉ่ามาช่วยไว้ทัน เฉ่าต่อสู้กับเสือมิ่ง ขณะที่เสือเพลิงปะทะฝีมือกับนักบุญ สองเสือสู้สองเพื่อนซี้ไม่ได้ พากันเผ่นแน่บ...

จากนั้นไม่นาน มาดามหว่าหวา นักบุญ เฉ่ากับเบญจวรรณและเทียนหอมพากันกลับมาที่ไนต์คลับ เบญจวรรณเห็นล็อกเกตชิ้นนั้นก็จำได้ถามมาดามหว่าหวาว่าไปได้

มาจากไหน เธอซื้อมาจากร้านที่เบญจวรรณเอาไปขาย ล็อกเกตชิ้นนี้เป็นของแม่ของเธอซึ่งถูกเสือผาดปล้นไป

“จริงหรือ แต่ล็อกเกตอันนี้ฉันแอบหยิบมาจากคุณจักร พ่อของโมรีน่ะ”

ทุกคนต่างตกใจ ถ้าอย่างนั้นคุณจักรก็คือเสือผาด นักบุญไม่คิดว่าใช่ พ่อของโมรีตายไปนานแล้ว แต่เสือผาดยังอยู่ มาดามหว่าหวาตั้งข้อสังเกตสองคนนี้เกี่ยวพันกันอย่างไร เทียนหอมไม่สนจะเกี่ยวกันอย่างไรก็ไม่เกี่ยวอะไรกับตน ขอตัวกลับบ้าน นักบุญอาสาจะไปส่ง เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง

“ฉันว่าเธอให้นักบุญไปส่งดีกว่า ช่วงนี้มันไม่ค่อยจะปลอดภัย” มาดามหว่าหวาเตือน

“หรือถ้าไม่ให้ผมไปส่ง คุณก็อยู่ที่นี่ไปพลางๆก่อน เอาไง”

เทียนหอมทำงอนไปอย่างนั้นเอง ใจจริงอยากให้นักบุญไปส่งแทบแย่...

ด้านเสือใบบุกไปที่ห้องพักของจ่าโทนพร้อมปืนในมือ จะเล่นงานพวกจ่าโทนฐานทิ้งให้ผจญกรรมกลางป่า สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์ชักปืนขู่ ถ้าเสือใบยิงตนก็จะยิงด้วย แล้วบอกให้วางปืนก่อน คนกันเองทั้งนั้น ยังมีงานใหญ่รออยู่ เสือใบกับเสือเข้มจำใจเก็บปืน แล้วผละจากไปไม่พอใจ

ooooooo

สารวัตรสมัยยังคงสนทนากับจ่าโทนและจ่าสังข์ ต่อไปถึงเรื่องที่ทรงศักดิ์กับกิตากาว่าจะออกเดินทางวันพรุ่งนี้ จ่าโทนแนะให้เอาเสือใบกับพวกไปด้วยเพราะจะให้หาคนใหม่คงไม่ทัน สารวัตรสมัยไม่ค่อยจะไว้ใจเสือใบสักเท่าไหร่และเสือใบเองก็คงไม่ไว้ใจเราเหมือนกัน จ่าสังข์ถึงกับร้องอ้าว แล้วจะทำงานกันได้อย่างไร

“เราต้องพึ่งพวกมัน ฉันมีวิธีจัดการก็แล้วกัน” จ่าโทนสีหน้ามั่นใจ...

ระหว่างทางกลับบ้านพัก เทียนหอมอึดอัดใจมากที่นักบุญเอาแต่ขับรถไม่พูดไม่จา ทนไม่ไหวโวยวายใส่จะนั่งนิ่งเป็นคนขับแท็กซี่แบบนี้หรือ เขายังคงขับรถต่อไปไม่หือไม่อือ เธอยิ่งโมโหหาว่าเขาตั้งใจจะยั่วประสาท

“ผมไม่พูดก็หาว่ายั่ว พอพูดไปก็หาว่ายียวน ถ้าผมเป็นแท็กซี่นะ ผมจะปล้นและฆ่าคุณเลยดีไหม ไม่ข่มขืนดีกว่า คงไม่ไหว” นักบุญมองเทียนหอมอย่างดูแคลน

“หน็อย พูดแบบนี้มันดูถูกกันชัดๆ ใช่สิ ใครจะไปเซ็กซี่เท่ายายหว่าหวาได้ล่ะ หุ่นสะบึมขนาดนั้น”

“พอได้แล้วไม่ต้องไปพาดพิงคนอื่น เขามาเกี่ยวอะไรด้วย”

แทนที่จะหยุด เทียนหอมกลับเถียงฉอดๆ นักบุญไม่พอใจแกล้งขับรถเร็วเพื่อให้เธอหุบปาก...

แม้จะไม่ไว้ใจสารวัตรสมัยกับพวกเท่าใดนัก แต่เสือใบก็ยังจะเดินทางไปค้นหาทองวันพรุ่งนี้ สั่งให้เสือเข้มไปบอกพวกเราให้เตรียมตัวเดินทาง แต่ก่อนจะไปเขามีเรื่องต้องบอกให้รู้ก่อนว่าหากได้ทองคำมา เขาจะแบ่งให้พวกเราแค่พอประมาณไปตั้งตัวได้เท่านั้น ส่วนที่เหลือเขาจะคืนหลวง เสือเข้มตกใจ

“ทำไมทำอย่างนั้นล่ะพี่”

“ข้าต้องการเลิกปล้น ทองทั้งหมดเป็นของหลวงถ้าเราเอาไปคืนหลวง นักบุญเคยบอกข้าว่า เขาอาจจะพิจารณาคดีของพวกเราโดยไม่เอาความ พวกเอ็งก็ไปตั้งตัวใหม่ กลับตัวกลับใจเสีย”

เสือเข้มไม่พอใจโวยวายว่านักบุญล้างสมองลูกพี่ไปแล้วหรือ เขาสั่งให้เสือเข้มหุบปากและทำตามที่สั่งก็พอ ส่วนเขาจะต้องตามล้างแค้นเสือผาดให้ได้ ถ้ามันไม่ตาย เขาก็ไม่ขออยู่เป็นคน...

คนที่เสือใบหมายหัวกำลังนั่งทอดอารมณ์อยู่ที่ชุมเสือของตัวเอง ครั้นเห็นเสือเพลิงกับเสือมิ่งกลับมาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เสือเพลิงงงก็เขายิงกริชตกทะเลไปแล้วไม่ใช่หรือยังจะถามถึงอีก โมรีชิงพูดแทรก

“ใช่สิ อากริชถูกยิงตกทะเลไปแล้ว จริงไหมเสือผาด”

เสือผาดพยักหน้ายิ้มๆแล้วถามโมรีว่าไปไหนมา เธอไปทำธุระมา ตอนนี้กริชก็ตายไปแล้ว เท่ากับเสี้ยนหนามของเธอเหลือเพียงนังเบญจวรรณเท่านั้น เสือผาดส่ายหน้า เบญจวรรณไม่มีพิษมีภัยอะไรแล้ว ส่วนของที่เธอต้องการก็ไม่ได้อยู่ที่เบญจวรรณแล้ว โมรีหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น แล้วถามถึงมาดามหว่าหวาว่าคงไม่เปลี่ยนใจใช่ไหม เสือผาดยืนยัน ถึงอย่างไรเธอก็ต้องร่วมมือกับเรา

“เพราะฉันยังถือไพ่เหนือกว่าหล่อนอยู่ เราจะออกเดินทางวันนี้ ทุกคนไปเตรียมตัวได้”...

ทรงศักดิ์เอ็ดตะโรลั่นเมื่อทั้งแห้วและหนูนาไม่รู้ ว่าเทียนหอมหายไปไหน ระหว่างนั้นนักบุญขับรถมาจอด แล้วพาเทียนหอมมาส่งถึงมือทรงศักดิ์ซึ่งขอบใจเขามากที่ช่วยลูกสาวของตนนับครั้งไม่ถ้วน

ooooooo

เหมยฮัวเอายาที่ได้จากมาดามหว่าหวามาให้จินฟงกิน กำชับต้องกินให้ครบห้ามขาดเด็ดขาด เขาขอบใจลูกมากและต้องขอโทษที่ทำให้ลำบากไปด้วย เธอเป็นลูกก็ต้องดูแลพ่ออยู่แล้ว เรามีกันแค่สองคนเท่านั้น จินฟงดึงลูกมากอดด้วยความรัก อดบ่นถึงฟู่เฉินไม่ได้นี่ ถ้าไม่เป็นเพราะถูกคนชั่วยุยงเขาคงไม่เป็นแบบนี้

“คนยุยง?” เหมยฮัวนิ่วหน้าสงสัย จินฟงต้องกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร

จังหวะนั้นเทียนหอมมายืนตะโกนเรียกเหมยฮัวอยู่หน้าบ้านพัก ครู่ต่อมาสองสาวมาเดินทอดน่องอยู่ริมทะเล เทียนหอมเล่าเรื่องนักบุญซึ่งพักหลังดูจะสนิทสนมกับมาดามหว่าหวาเป็นพิเศษให้ฟัง เหมยฮัวไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเธอหึง ปลอบว่าสองคนนี้ไม่น่าจะมีอะไรกัน อีกอย่างมาดามหว่าหวาเป็นคนของกิตากาว่า

“เชอะ แม่นั่นเขาคงไม่สนหรอก ชอบใคร เป็นเอาหมด”

เห็นความรั้นของเทียนหอมแล้วเหมยฮัวอดขำ ไม่ได้ แนะให้คุยกับนักบุญดีๆ เธอตั้งแง่จะให้ฝ่ายชายเป็นคนมาพูดดีๆกับเธอก่อน เหมยฮัวเชิญเธอทำตามใจได้เลย ตนแนะให้ได้แค่นี้

“แหม...ก็ใช่น่ะสิ ของเธอมันสมหวังแล้วนี่” เทียนหอม แดกดัน เหมยฮัวบ่นอุบว่าเรื่องของตนกับเฉ่าใช่จะลงเอยกันง่ายๆ พ่อของตนยังไม่ยอมรับในตัวเขา เทียนหอมก็ไม่ได้ต่างจากเหมยฮัว พ่อของเธอยังคงอยากให้เธอแต่งงานกับนนท์ เหมยฮัวแปลกใจทำไมเทียนหอมพูดเหมือนไม่อยากแต่งงานกับคู่หมั้น

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มันสับสนไปหมด”

สองสาวมัวแต่คุยกันจึงไม่เห็นฟู่เฉินแอบฟังอยู่ตลอดด้วยสีหน้าเคืองแค้น...

ทั้งที่ยังหาทองไม่เจอ แต่การปันส่วนที่เสือใบกำหนดใหม่สร้างความไม่พอใจให้เหล่าสมุน ยิ่งได้ลูกยุจากเสือครุยที่เพิ่งกลับมาทั้งเสือก้าน เสือเข้มและเสือไพร พร้อมจะแข็งข้อกับเสือใบได้ทุกเมื่อ...

ขณะที่หนูนากับแห้วช่วยกันเตรียมอาหารแห้งสำหรับไปเดินป่าวันพรุ่งนี้ เหลือบเห็นนนท์เดินออกจากบ้าน แห้วกลัวเขาจะไปดื่มเหล้าอีกเพราะคุณท่านสั่งไว้ให้คอยดูแล รีบตามไปดู ถึงได้รู้ว่านนท์นัดแนะมานั่งดื่มเหล้าปรับทุกข์กับฟู่เฉิน โดยฝ่ายหลังคอยพูดยุยงให้เขาหาทางกำจัดนักบุญให้พ้นทางและให้เขาฆ่าเฉ่าเผื่อตนด้วย นนท์ปอดแหก กลัวถูกจับได้ติดคุกหัวโตแน่

“ไม่หรอก จะไม่มีใครจับได้ อีกอย่าง อยู่ในป่า อะไรก็เกิดขึ้นได้” ว่าแล้วฟู่เฉินหยิบกล่องไม้เล็กๆขนาดเท่ากล่องไม้ขีดไฟสองกล่องให้นนท์ “ในกล่องนี้แมลงยูนานที่มีพิษร้ายแรงอยู่กล่องละตัว เมื่อออกเดินทางให้หาจังหวะเอาใส่กระติกน้ำให้นักบุญและเฉ่า รับรองก้างที่ขวางทางคุณอยู่ก็จะหายไปกับสายลมทันที ไม่มีใครจับได้แน่นอน” ฟู่เฉินยิ้มพอใจที่เห็นนนท์คิดคล้อยตามไม่ทันสังเกตเห็นแห้วแอบฟังอยู่

ooooooo

นักบุญเข้ามาในห้องทำงานของมาดามหว่าหวา เห็นเธอกำลังนั่งมองล็อกเกตอยู่ ถามว่าในนั้นมีอะไร ได้ความว่ามีแค่รูปพ่อกับแม่ของเธอเท่านั้น เธอพยายามเปิดอยู่นานแต่ไม่สำเร็จ นักบุญอาสาจะจัดการให้ ปลุกปล้ำอยู่พักใหญ่ในที่สุดก็เปิดได้ ในนั้นไม่มีรูปพวกท่าน มีแต่กระดาษเก่าๆพับเอาไว้หลายทบ

มาดามหว่าหวาไม่ได้สนใจกระดาษชิ้นนั้น หยิบแต่ล็อกเกตขึ้นมาดู แปลกใจที่รูปพ่อกับแม่หายไป นักบุญหยิบกระดาษแผ่นจิ๋วขึ้นมาคลี่ออกเหมือนมีอะไรเขียนไว้ ปรากฏว่ามันเป็นแผนที่บางอย่าง...
ในขณะที่นักบุญกับมาดามหว่าหวาเจอแผนที่ซึ่งอาจจะนำไปสู่ขุมทอง กริชลอยมาติดเสาบ้าน

ชาวประมงหลังหนึ่ง เขาร้องเรียกให้คนช่วย ชาย

ชาวประมงได้ยินเสียงร้องรีบเข้ามาดู...

แดดร่มลมตกพอดีตอนที่จ่าโทนแวะมาหา

เสือใบที่บ้านพัก เห็นเขากำลังนั่งดื่มเหล้าอย่างสบายอารมณ์ แถมเล่าให้ฟังว่านี่จะเป็นงานสุดท้ายของพวกเขา หลังจากนี้เขาจะวางมือ จ่าโทนแปลกใจไม่เป็นเสือแล้วจะทำอะไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน หากคราวนี้รอดกลับมาได้ก็จะมอบตัวสู้คดี จ่าโทนหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องตลก

“แกไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่า หรือว่าเหล้านี่ปลอม”

“กินอุดมการณ์มั้ง...ช่างเถอะ” พูดจบเสือใบหันไปหยิบกล่องไม้ที่ปล้นมาจากกิตากาว่ายื่นให้จ่าโทน ฝากให้เก็บไว้ให้ และหวังว่าเขาจะไม่หักหลังตน จ่าโทนรีบออกตัว มาด้วยกันขนาดนี้แล้ว เขาไม่ทำแบบนั้นแน่ เรื่องที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปแล้วกัน ระหว่างนั้นเสือเข้มเดินเข้ามาพร้อมกับเสือครุย ทั้งเสือใบและจ่าโทน ต่างตกใจ

“เสือครุย แกนี่มันทนทายาดจริงๆ” ว่าแล้วจ่าโทนหัวเราะชอบใจ...

คืนนี้กิตากาว่าจัดให้มีพิธีบูชาบรรพบุรุษขึ้นภายในห้องโถงของบ้านพัก โดยมีมุซาชิ โตเอะและเหล่านักฆ่ายอดฝีมือชาวญี่ปุ่นอีก 5 คนร่วมพิธีด้วย

ครั้นกิตากาว่าสั่งให้เริ่มพิธีได้ ลูกน้องคนหนึ่งดึงม่านเปิดออกเผยให้เห็นรูปถ่ายของผู้พันโยชิมูระ พร้อมชุดเต็มยศวางอยู่ กิตากาว่าคำนับบิดาตัวเอง

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของกิตากาว่า ตอนนั้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว พันตรีโยชิมูระในชุดนายทหารเต็มยศ กำลังจะไปรบที่เมืองไทยโดยมีกิตากาว่ากับแม่ของเขามายืนส่งหน้าบ้าน พอสั่งเสียเสร็จท่านก็เดินไปขึ้นรถ กิตากาว่าในวัย 10 ขวบพยายามกลั้นน้ำตาไว้แต่ไม่สำเร็จ

กิตากาว่าตื่นจากภวังค์ มองรูปภาพพ่อเขม็ง “พ่อครับ ผมจะสานต่องานของพ่อทั้งหมด ทองทั้งหมดต้องกลับไปที่ญี่ปุ่น ผมสัญญา” กิตากาว่าพูดจบคุกเข่า ทุกคนที่ร่วมพิธีทำตาม จากนั้นลูกน้องรินสาเกมาให้ ทุกคนยกถ้วยขึ้นดื่มอย่างพร้อมเพรียงกัน

ooooooo

คณะของโมรีได้รับการต้อนรับอย่างดีจากนายพลโบ มีการจัดงานเลี้ยงขึ้นภายในค่ายทหารของเขา อาหารที่นำมาเลี้ยงล้วนเป็นอาหารอย่างหรู นายพลโบแปลกใจทำไมเสือผาดถึงไม่มาพร้อมกัน

“เดี๋ยวคงมา เสือผาดไม่เคยทิ้งฉันให้อยู่คนเดียวนานๆหรอก” โมรีพูดไม่ทันขาดคำ เสือผาดเดินมานั่งข้างๆเธอซึ่งต่อว่าว่าทำไมถึงมาช้านัก เขาอ้างธุระเยอะ นายพลโบได้ยินจากสมุนของเสือผาดว่าพวกกิตากาว่ากับทรงศักดิ์จะเดินทางวันพรุ่งนี้ เสือผาดบอกให้รู้อีกว่าจ่าโทน เสือใบพร้อมสมุนและเสือครุยก็มาด้วย

“หวังว่าท่านนายพลจะเตรียมต้อนรับพวกมันอย่างสาสม”

“แน่นอน ให้มันผ่านมาทางนี้ก่อนเถอะ”

เสือผาดต้องการให้นายพลโบปล่อยพวกนั้นผ่านไปก่อนแล้วเราจะต้อนรับพวกมันพอให้ไม่ไหวตัว

จากนั้นเราจะถอยแล้วลอบตามพวกมันไป พวกมันจะพาเราไปหาทอง นายพลโบยิ้มพอใจ...

นักบุญนั่งลอกแผนที่ลงกระดาษแผ่นใหม่ เฉ่าเข้ามาเห็นเขาเขียนอะไรอยู่ร้องทักว่าเขียนจดหมายหาสาวหรือ เขารีบพับแผนที่เก็บไว้ ปฏิเสธว่าเปล่า เฉ่าชวนคุยสักพัก นักบุญก็ไล่ให้ไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้า แล้วรอจนเพื่อนรักไปแล้ว เขารีบเอาแผนที่มาทำต่อ

“นี่มันแผนที่อะไรกันแน่ หรือว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเส้นทางไปขุมทอง” นักบุญพึมพำกับตัวเอง

ooooooo

คาราวานของกิตากาว่าและทรงศักดิ์ออกเดินทาง แต่เช้ามุ่งหน้าสู่เขตปกครองของนายพลโบ นักสู้ของ กิตากาว่าสามคนเดินนำขบวน จินฟงกับเหมยฮัวคอยเป็นคนนำทาง ตามมาด้วยเฉ่ากับนักบุญ โดยมีมาดามหว่าหวาและเบญจวรรณเดินตาม คณะของทรงศักดิ์อยู่กลางขบวน ส่วนกิตากาว่ากับพวกเดินปิดท้าย

จินฟงเห็นเดินทางกันมาได้พักใหญ่จึงสั่งให้หยุดพักก่อน เนื่องจากตรงนี้ใกล้กับจุดที่นัดเสือใบไว้ เหมยฮัวขอตัวไปแจ้งให้ทุกคนรู้ก่อนว่านี่เป็นจุดพักเหนื่อย นักบุญได้รับแจ้งจากเธอก็อาสาทำหน้าที่ส่งข่าวแทนแล้วเดินไปยังกลุ่มของเทียนหอมและพวกญี่ปุ่น เทียนหอมต้องการจะยั่วนักบุญแกล้งออเซาะนนท์ให้ช่วยนวดขาให้ เขาตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด

“คุณก็นวดเองสิ โอย...ผมเหนื่อยจนขาจะขาดแล้ว เดินมาตั้งครึ่งวัน เท้าเป็นกีบแล้วก็ไม่รู้”

“ผมว่าคุณน่าจะนวดให้เขามากกว่านะ ท่าทางเป็นหนัก” นักบุญกระเซ้า หนูนาอาสาจะนวดให้เจ้านายสาว แต่เธอส่ายหน้าไม่ต้องการให้นวดแล้ว หายเมื่อยแล้ว...

อีกด้านหนึ่งของป่า เสือใบกับพวกรวมทั้งเสือครุย จ่าโทน สารวัตรสมัยและจ่าสังข์กับลูกหาบกำลังหยุดพักเหนื่อยเช่นกัน จ่าโทนเข้ามาถามเสือใบว่าชายป่าข้างหน้าใช่ไหมเป็นที่ที่เรานัดกับคาราวานของทรงศักดิ์ เสือใบพยักหน้าแทนคำตอบ แล้วเร่งให้ไปที่นั่น จ่าโทนขอให้เขาใจเย็นๆก่อน จะรีบไปไหน

“เราจะแบ่งคนออกไป จะไม่ให้ไปกับกิตากาว่าหมดทุกคน”

“หมายความว่ายังไง” เสือใบนิ่วหน้าสงสัย สารวัตรสมัยจะให้เสือใบกับพวกล่วงหน้าไปก่อน ตนกับจ่าโทน จ่าสังข์และเสือครุยกับลูกหาบจะตามรอยเขาไป เราต้องการแค่เพนดูลั่มกับแผนที่ ถ้าของพวกนี้มาอยู่กับเรา คนกลุ่มนั้นก็หมดความหมาย เสือใบถึงบางอ้อทันที

“ที่แท้พวกแกต้องการให้ฉันขโมยเพนดูลั่มกับแผนที่...แล้วถ้าฉันไม่เอาด้วยล่ะ”

“แกถามลูกน้องแกหรือยัง คนยิ่งน้อยก็ยิ่งแบ่งกันมาก”

เสือใบมองไปทางสมุนของตัวเองเห็นกำลังหารืออยู่กับเสือครุยก็รู้ทันทีว่าจ่าโทนหาพวกเรียบร้อย จ่าโทนอ้างไม่จำเป็นต้องหาพวก ใครก็อยากได้ทองกันทั้งนั้น เสือใบจำต้องทำตามแผนการของจ่าโทน
ห่างไปไม่มากนัก ฟู่เฉินซึ่งสะกดรอยตามคณะของเสือใบแอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่...

ในเวลาเดียวกัน ที่ค่ายทหารของนายพลโบ ขณะเสือผาดกับโมรีกำลังนั่งจิบกาแฟกันอยู่ นายพลโบเข้ามาทักทายทั้งคู่ โมรีใจร้อนอยากรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อ

“ถ้าพวกนั้นออกเดินทางเช้านี้ ก็น่าจะมาถึงเขตของผมพรุ่งนี้”

“เราจะรู้ได้ยังไง” เสือผาดสงสัย

“โถ...นี่มันข้ามเขตประเทศคุณมาแล้วนะ พวกชาวบ้านแถบนี้เป็นคนของผมทั้งนั้น เสือผาดกับคุณโมรี รอดูหนังฟอร์มยักษ์ดีกว่า ยิงกันสนั่นแน่” นายพลโบหัวเราะชอบใจ

ooooooo

ระหว่างรอการมาถึงของเสือใบ จินฟงเอาแผนที่มากาง โดยมีแผนที่ของทรงศักดิ์และแผนที่ส่วนที่เป็นของกิตากาว่ามาต่อกันเป็นเส้นทางสุดท้าย และที่ปรากฏแก่สายตาคือภูเขาลูกหนึ่ง แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรบอก ทรงศักดิ์เชื่อว่าทองน่าจะอยู่ตรงนี้ จินฟง สีหน้าหนักใจ หยิบยาแก้โรคหัวใจขึ้นมากินหนึ่งเม็ด

“ถ้าเป็นที่นี่จริง มันก็อยู่ห่างจากประเทศของเราเป็นร้อยกิโล”

กิตากาว่าไม่สนจะห่างกี่กิโลเมตร ขอให้เจอทองก็แล้วกัน อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก มาดามหว่าหวาขอน้ำนักบุญดื่มแก้กระหายสักหน่อย เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วเอากระติกน้ำให้เธอดื่มอย่างเอาใจ เทียนหอมเห็นภาพบาดตาชักสีหน้าทันที นนท์รู้ว่าเธอกำลังหึง เข้ามาแหย่ซ้ำ

“ดูนายนักบุญสิ ดูเขาเหมาะสมกับมาดามหว่าหวาดีนะ”

“ผีเน่ากับโลงผุน่ะสิ ดูสิ แค่เอาน้ำให้ก็แทบจะป้อนกันแล้ว” แขวะจบเทียนหอมลุกหนี นนท์ฉุกคิดถึงคำพูดของฟู่เฉินที่ให้เอาแมลงยูนานใส่ในกระติกน้ำดื่มของนักบุญ ตัดสินใจจะทำตาม...

ด้านเบญจวรรณเบื่อที่ต้องมาเดินอยู่กลางป่า หันไปบ่นกับมาดามหว่าหวาไม่คิดว่าการมาครั้งนี้จะลำบากลำบน คนฟังรำคาญ ถ้าไม่อยากได้ทองก็ให้กลับไปได้เลย เธอไม่ยอมกลับ อย่างน้อยก็ต้องได้ทองกลับไปตั้งตัว จะได้อยู่อย่างสบายสักที แล้วถามมาดาม

หว่าหวาว่าทำไมดูไม่ค่อยสนใจทองสักเท่าไหร่

“สำหรับฉันมันมีอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่า”

นักบุญเข้ามาหาสองสาวแกล้งพูดเสียงดังว่ามีลำธารอยู่ด้านโน้น อยากไปล้างหน้าล้างตาไหม ทั้งคู่รีบลุกขึ้นไม่ต้องให้ชวนซ้ำ เทียนหอมถึงกับหูผึ่งชวนหนูนาไปที่นั่น หนูนาหันไปชวนแห้วอีกทอดหนึ่งแต่เขาอ้างอยากนอนมากกว่า เชิญทั้งคู่ตามสบาย ส่วนนนท์

ไม่ยอมตามเทียนหอม เพราะเห็นนักบุญทิ้งกระติกน้ำเอาไว้วางแผนจะเอาแมลงยูนานใส่ลงไปในนั้น โดยไม่รู้ว่าแห้วแอบมองเขาอยู่ตลอด...

น้ำในลำธารเชี่ยวมาก เฉ่าต้องคอยเตือนเหมยฮัวให้ระวัง ทั้งสองคนหยอกล้อกันอย่างมีความสุข นักบุญมาเห็นพอดี กระเซ้านึกว่ามาฮันนีมูนกัน มาดามหว่าหวาชวนเบญจวรรณเดินไปทางต้นน้ำ เฉ่าหาว่านักบุญอิจฉาที่เห็นเราสองคนหวานใส่กัน เทียนหอมได้ยินก็แขวะ

“โอ๊ย ใครต้องอิจฉาใครกันนายเฉ่า คู่เขาหวานแหววกว่าของนายอีก...เชอะ” ว่าแล้วเทียนหอมเดินไป ทางน้ำตก นักบุญเป็นห่วงเตือนด้วยความหวังดีว่าตรงนั้นอันตราย เธอกลับไม่สนใจชวนหนูนาเดินลิ่ว แต่ดันก้าวพลาดลื่นไถลตกน้ำที่เชี่ยวกราก ร่างของเธอถูกกระแสน้ำพัดไปทางน้ำตก นักบุญรีบโดดลงไปช่วย ขณะที่เฉ่ากับเหมยฮัววิ่งไปตามริมตลิ่งเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง

นักบุญเร่งว่ายน้ำตามเทียนหอมจนทันคว้าตัวมากอดไว้ได้ เธอกลับไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นด่าซ้ำว่าไอ้คนหลายใจ อย่ามาถูกตัวเธอ นักบุญส่ายหน้าระอาใจ ก่อนจะปล่อยมือ เทียนหอมตกใจโผกอดเขาไว้แน่น

“นายจะฆ่าฉันหรือ ปล่อยฉันทำไม”

“อ้าว...เอายังไงแน่” นักบุญปวดหัว กระแสน้ำพาทั้งคู่เข้าไปใกล้น้ำตกทุกขณะ เทียนหอมหันไปเห็นก็ยิ่งกลัวกอดเขาไม่ยอมปล่อย นักบุญพยายามตะกายเข้าฝั่ง แต่น้ำแรงมาก ต้องสั่งให้เธอเกาะเขาไว้แน่นๆ หากจะตายก็จะตายพร้อมกัน ทันใดนั้นเฉ่าโยนเถาวัลย์ให้นักบุญจับ เทียนหอมเกาะหลังนักบุญได้ไม่เท่าไหร่เริ่มอ่อนแรงจากมือที่เกาะไหล่ไหลลงไปเกาะที่กางเกง

เฉ่าดึงเพื่อนรักขึ้นจากน้ำได้แต่เทียนหอมหมดแรงเกาะนักบุญตัวไหลไปตามกระแสน้ำพร้อมกับกางเกงของเขาเหลือไว้แค่กางเกงบ็อกเซอร์ ก่อนที่เทียนหอมจะถูกน้ำซัดไปถึงน้ำตก เสือใบโยนเชือกบ่วงบาศมาคล้องไว้ทัน และช่วยชีวิตเธอไว้ได้...

ขณะที่เทียนหอมรอดตายหวุดหวิด นนท์แอบเอาแมลงยูนานใส่กระติกน้ำของนักบุญกับของเฉ่าแล้วรีบกลับไปที่ของตัวเองทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่พ้นสายตาจ้องจับผิดของแห้ว

ooooooo

ทรงศักดิ์ขอบใจเสือใบมากที่ช่วยชีวิตเทียนหอมเอาไว้ เสือใบกลับยกความดีความชอบให้นักบุญเพราะเขาเป็นต้นน้ำ ตนแค่ปลายน้ำ ทรงศักดิ์เห็นว่าสำคัญทั้งคู่ไม่ว่าต้นน้ำหรือปลายน้ำ

“ใช่ ในป่าทุกคนมีความสำคัญเท่ากันหมด เพราะไม่มีใครรู้อะไรทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องนำมาแบ่งปัน จริงไหมคุณทรงศักดิ์”

คนถูกพาดพิงรู้สึกชอบกลๆกับคำพูดของจินฟงแต่ไม่พูดอะไร เสือใบตามไปสมทบกับเสือเข้ม เสือก้านและเสือใบที่กำลังนั่งคุยอยู่กับกิตากาว่าซึ่งแปลกใจมากทำไมเสือใบกับพวกมีกันแค่นี้ เสือเข้มพูดแทรกทันที

“ก็ยังดีกว่าไม่มีไม่ใช่หรือ ถึงเราจะมีคนแค่นี้ แต่ก็ยังดีกว่าคนมากแต่ไม่ได้เรื่อง” เสือเข้มจงใจว่ากระทบ

มุซาชิไม่พอใจเกือบจะมีเรื่องกัน เสือใบต้องเตือนให้เสือเข้มรักษามารยาทด้วย แล้วสั่งให้เขาไปตามนักบุญมาที่นี่ เสือเข้มเก็บความไม่พอใจลูกพี่เอาไว้ ก่อนจะลุกออกไป...

เทียนหอมเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็โดนนนท์เข้ามา ต่อว่าว่าบอกแล้วอย่าไปก็ไม่เชื่อ เธอเสียงเขียวใส่นี่จะมาซ้ำเติมกันหรือ เขาไม่ได้จะซ้ำเติมแค่จะเตือนให้เธออยู่ห่างๆนักบุญไว้

“อยู่ห่างได้ยังไง นี่โชคดีนะที่นักบุญเขาช่วยเอาไว้” หนูนาออกโรงปกป้องนักบุญ

“ก็ดี หวังว่าคงจะได้อยู่ช่วยกันตลอดนะ”

แห้วหิ้วอาหารกระป๋องมาให้เทียนหอม บอกว่านักบุญฝากมาให้ เธอเชิดหน้าทันทีว่าไม่หิว หนูนารีบคว้าจะเอาไปกินเอง เธอไม่ให้ หนูนาถึงกับร้องอ้าว ไหนว่าไม่หิว

“ก็แค่ไม่หิวตอนนี้ เดี๋ยวหิวแล้วค่อยกิน เชอะ”

ooooooo

ขณะนนท์กำลังลุ้นให้นักบุญกับเฉ่าดื่มน้ำในกระติกที่ตัวเองหย่อนแมลงยูนานลงไป แต่ต้องผิดหวังเมื่อเสือเข้มเข้ามาตามนักบุญให้ไปพบกับเสือใบเสียก่อน เฉ่าจะตามไปด้วยแต่เขาเอามือกันไว้

“นักบุญคนเดียว” ว่าแล้วเสือเข้มเดินนำนักบุญที่ถือกระติกน้ำติดมือออกไป

ครู่ต่อมา เสือเข้มพานักบุญเข้ามารวมกลุ่มกับทรงศักดิ์ เสือใบ กิตากาว่าและจินฟง เสือเข้มจะอยู่ฟังการประชุมด้วยแต่เสือใบใช้สายตาสั่งให้ออกไป เขาจำต้องเดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก ที่ประชุมให้ความเห็นชอบว่าจะส่งชุดแนวหน้าออกไปชุดหนึ่งก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยจินฟงจะเป็นคนนำและจะมีเหมยฮัวคอยช่วย นักบุญ เฉ่า รวมทั้งเสือใบกับพวกอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย กิตากาว่ายิ้มพอใจ

“ผมจะส่งนักสู้ตามไปเป็นกองหนุน”

ทุกคนพอใจกับการประชุมจากนั้นก็แยกย้ายกันไป นักบุญเดินดื่มน้ำไปพลางกลับมาหาเฉ่าเล่าเรื่องที่ไปประชุมมาเมื่อครู่ เฉ่าคุยกับเพื่อนรักไปก็ดื่มน้ำไปด้วย นนท์ซึ่งแอบมองอยู่ยิ้มสมใจที่เป็นไปตามแผน

หันหลังจะไปแต่ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นแห้วยืนอยู่ เขาถาม ว่าตกใจหรือ นนท์โวยลั่นทำไมจะไม่ตกใจเล่นมาเงียบๆ

“ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้นครับ ผมหมายถึงคุณนนท์ตกใจที่นักบุญดื่มน้ำแล้วไม่เป็นไรใช่ไหมครับ ผมไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ฟู่เฉินเอาให้คุณนนท์คืออะไร แต่คิดว่าไม่ใช่ยาบำรุงร่างกายแน่”

นนท์ตกใจอีกรอบ แห้วรู้ได้อย่างไร เขาเห็นและได้ยินที่นนท์กับฟู่เฉินคุยกัน เรื่องนี้เขายังไม่ได้บอกให้ใครรู้ โชคดีที่เขาแอบเปลี่ยนน้ำในกระติกได้ทัน นนท์เสนอจะให้ค่าปิดปากก้อนโต แห้วไม่ต้องการเงิน ขอแค่ต่อไปเขาจะต้องไม่คิดร้ายกับนักบุญและเฉ่า อีกทั้งต้องเลิกคบหากับฟู่เฉิน ถ้าไม่เลิก ตนจะเอาเรื่องนี้ไปบอกทุกคน

“ก็ไอ้นักบุญมันแย่งเทียนหอมไปจากฉันนี่”

“ผมว่าคุณลองคิดใหม่นะว่านักบุญแย่งคุณเทียนหอมไปจริงๆหรือเปล่า” ว่าแล้วแห้วผละจากไป นนท์มองตามแค้นมาก แต่ทำอะไรไม่ได้...

ฝ่ายนักบุญหลบมานั่งคนเดียวเอาแผนที่ที่ลอกไว้มาดู พอเห็นจินฟงเดินตรงเข้ามา รีบเก็บแผนที่ ผู้อาวุโสชาวจีนอยากรู้ว่าเขาพร้อมแล้วหรือยัง นักบุญพร้อมเสมอ แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเราจะเจอทองจริงๆ จินฟงเชื่อว่าหากแผนที่ที่เรามีถูกต้อง รับรองต้องเจอแน่ ชายหนุ่มย้อนถามแล้วถ้าไม่ถูกจะเป็นอย่างไร

“นั่นมันอยู่ที่วาสนา” พูดไปจินฟงอดสงสัยคำพูดเมื่อครู่นี้ของนักบุญไม่ได้ ระหว่างนั้นเหมยฮัวเดินมากับเฉ่า มาตามจินฟงให้ไปได้แล้ว พอสองพ่อลูกคล้อยหลัง นักบุญกระเซ้าเพื่อนรักว่าหน้าตาดูสดชื่นจริงๆ

“แน่นอน แหมก็ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนรัก ใครก็สดชื่น”

นักบุญเหลือบมองไปทางเทียนหอมซึ่งลอบมองเขาอยู่เช่นกัน สองคนมองสบตากันอึดใจ ก่อนที่เขาจะเดินแยกไปกับเฉ่า อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ฟู่เฉินแอบส่องกล้องมองอยู่ ไม่พอใจที่นักบุญกับเฉ่ายังไม่ตาย

ooooooo

ขณะที่สารวัตรสมัย จ่าโทนและจ่าสังข์กำลังบ่นเป็นหมีกินผึ้งที่ทางคณะของกิตากาว่าไม่มีการเคลื่อนไหว หรือเสือใบไม่ส่งข่าวให้เรารู้ จังหวะนั้น เสือครุยเข้ามาบอกว่าเสือเข้มส่งข่าวมาแล้วว่าทางนั้นส่งชุดแนวหน้าไปสำรวจก่อนแล้วชุดหลังถึงตามไป

จ่าโทนยิ้มเจ้าเล่ห์ ตอนนี้เหมาะที่สุดที่จะโจมตีคณะของกิตากาว่าเพราะกำลังคนถูกแบ่งออกไป เราจะไปชิงแผนที่กับเพนดูลั่มมาเป็นของเรา สารวัตรสมัยชมเปาะว่าจ่าโทนเป็นจอมวางแผนจริงๆ...

ทางฝ่ายเทียนหอมนั่งดูเพนดูลั่มที่ห้อยคออยู่ อดนึกถึงคนให้ไม่ได้ ทรงศักดิ์เข้ามาเห็นลูกหน้าเศร้าถามว่าคิดถึงนักบุญหรือ เธอนิ่งไม่ตอบ เขาสอนว่าไม่มีใคร รู้ใจเราดีเท่าตัวเราเอง คิดอะไรก็ทำไปอย่างนั้น อย่ามาเก็บเอาไว้เพราะสิ่งที่ผ่านไปแล้วมันไม่มีวันเรียกคืนมาได้ เทียนหอมยังคิดไม่ตกเรื่องนนท์

“มันเป็นเรื่องที่ลูกต้องเลือกและพ่อรู้ว่าลูกได้เลือกแล้ว เก็บเพนดูลั่มให้มิดชิดล่ะ พ่อไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแยกกำลังออกไป มันเสี่ยงมาก” สิ้นเสียงพ่อ เทียนหอมเก็บเพนดูลั่มใส่ไว้ในเสื้อ...

นนท์เดินแยกมาปัสสาวะ ฟู่เฉินดึงเขาเข้าไปในพุ่มไม้ ตำหนิทำไมเฉ่ากับนักบุญยังไม่ตาย หรือว่าเขาหักหลังตน นนท์กลัวปากคอสั่น ไม่ได้หักหลังแต่แห้วรู้เข้าก็เลยแอบเปลี่ยนน้ำในกระติก ฟู่เฉินอยากรู้ว่ามีใครรู้อีก

“ไม่มี มีแห้วคนเดียว”...

ในเวลาต่อมา คณะของนักบุญที่ประกอบไปด้วยเสือใบกับพวก เฉ่า เหมยฮัว โตเอะและนักสู้ส่วนหนึ่งเดินบุกป่าจนเข้าเขตปกครองของนายพลโบ จินฟงเตือนทุกคนให้ระวังตัวไว้ เฉ่ากับนักบุญเข้าไปหาเสือใบ

วานให้ช่วยจัดเวรยามดูแลความเรียบร้อย เสือเข้มฮึดฮัดที่เฉ่ากับนักบุญบังอาจมาออกคำสั่ง เสือใบจึงต้องสั่งให้เขาทำตามที่ทั้งคู่บอก นักบุญขอบใจเสือใบมาก

“ลงเรือลำเดียวกัน ก็ต้องช่วยกันพายสิ” คำพูดของเสือใบทำให้นักบุญเบาใจลง โดยไม่รู้ว่ามีชาวบ้านซึ่งเป็นพวกของนายพลโบแอบเห็นกลุ่มของนักบุญ รีบนำข่าวนี้ไปแจ้งท่านนายพล...

คณะของกิตากาว่าซึ่งอยู่ด้านหลังเตรียมกางเต็นท์สำหรับค้างแรมเช่นกัน นนท์ต้องการกำจัดแห้วตามแผนการที่ฟู่เฉินวางไว้ จัดแจงใช้ให้เขาไปตักน้ำมาเพิ่ม หนูนาอาสาไปช่วยอีกแรงหนึ่ง...

หนูนาตักน้ำใส่กระติกเสร็จไปหลายใบก็ส่งให้แห้วเอาส่วนหนึ่งกลับไปก่อน ฟู่เฉินซึ่งซุ่มดูอยู่รีบเดินตาม จนทันบริเวณทางเปลี่ยว เอามีดเชือดคอเขาตายคาที่ กระติกน้ำหล่นไปกองกับพื้น แล้วลากศพเอาไปทิ้ง แต่เหลือบเห็นเสื้อด้านหลังเขาร่นขึ้นไปทำให้เห็นรอยสัก ฟู่เฉินรีบถลกเสื้อดู...

ฝ่ายหนูนารออยู่นานไม่เห็นแห้วกลับมาช่วยขนกระติกอีกรอบ ตัดสินใจหิ้วกระติกทั้งหมดกลับแคมป์ เห็นรอยเลือดเป็นทางก็เอะใจตามไปดู เห็นแห้วถูกฆ่าหมกป่า ถึงกับกรีดร้องลั่น

ooooooo

สภาพศพของแห้วน่าสยดสยองมาก คอถูกปาดเกือบขาดแถมหนังที่แผ่นหลังถูกถลก เทียนหอมที่ยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าหวาดหวั่นไม่เข้าใจทำไมฆาตกรต้องทำอย่างนั้นด้วย ทรงศักดิ์รู้แก่ใจดีว่าเหตุใด แต่ก็แสร้งไม่รู้เรื่อง หนูนาตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นคนป่าก็ได้ กิตากาว่ามั่นใจแถวนี้ไม่มีคนแบบนั้น

“แล้วใครล่ะ ที่ทำแบบนี้” นนท์ถามกลบเกลื่อน “ถ้าผมรู้ผมจะถลกหนังมันบ้าง เอาเป็นว่าทุกคนระวังตัวกันหน่อยแล้วกัน” มุซาชิประกาศกร้าว...

จินฟงกำลังวางแผนเดินทางอยู่กับนักบุญ เฉ่า เสือใบและเหมยฮัว ถ้าเราผ่านเขตของนายพลโบไปได้จุดนี้น่าจะเป็นที่ซ่อนทอง นักบุญอยากรู้ว่ามีทองมากแค่ไหน เท่าที่พ่อของจินฟงเคยเห็นมีประมาณสามโบกี้รถไฟ ทุกคนตาโตตื่นเต้น เหมยฮัวเล่าเสริมว่า ตัวเองก็เพิ่งรู้ว่าอากงของเธอเคยเป็นกุลีในค่ายทหารญี่ปุ่น

“หรือว่าหลวงตาจันเคยอยู่ที่ค่ายนี้เหมือนกัน”

ขาดคำมีเสียงปืนดังสนั่น กระสุนปลิวว่อน

ทุกคนพากันหลบเข้าที่กำบัง เสือผาดตะโกนลั่นว่ายินดีต้อนรับทุกท่านโดยเฉพาะนักบุญ ไม่ต้องบอกก็พอเดาออกว่ามันคงจูบปากนายพลโบไปแล้ว เหมยฮัว

อยากรู้ว่าเราจะเอาอย่างไร เสือใบชิงตอบคำถามแทนว่าให้สู้ แล้วชักปืนยิง สองฝ่ายยิงต่อสู้กันเสียงดังสนั่นป่า

เสียงปืนได้ยินไปถึงแคมป์ของทรงศักดิ์ กิตากาว่าสั่งให้มุซาชิพาคนไปช่วยคณะที่เดินทางล่วงหน้า

มาดามหว่าหวาเข้ามาบอกเทียนหอมให้หาที่ซ่อนก่อน ถ้าศัตรูตีร่นเข้ามาเราจะลำบาก สองสาวยังไม่ทันจะขยับ จ่าโทนยิงปืนทักทายเข้ามา มาดามหว่าหวารีบดึงเทียนหอม หลบออกมาได้ทัน ทรงศักดิ์ชักปืนจะสู้แต่เสือครุยโผล่มาด้านหลังเอาปืนจี้บังคับไว้ จ่าโทนให้พรรคพวกควบคุมตัวทุกคนไว้

เบญจวรรณยืนอยู่ตรงที่มาดามหว่าหวากับเทียนหอม ซ่อนตัว รีบกระซิบบอกให้หนีไป จากนั้นจ่าโทนกับพวกต้อนทุกคนไปรวมตัวกันกลางแคมป์ เสือครุยไม่เห็น

เทียนหอมกับมาดามหว่าหวารู้ทันทีว่าหนีไป จ่าสังข์อาสาจะไปตามเอง แล้วเรียกสมุนสามคนไปด้วย ส่วนสองสาวหนีไปทางเสียงปืนที่ดังอย่างต่อเนื่อง...

ลูกน้องของมุซาชิกลับมารายงานว่าจ่าโทนควบคุมพวกเราไว้หมดแล้ว จะให้พวกตนกลับไปช่วยไหม

มุซาชิส่ายหน้า พวกเราไปสมทบกับจินฟงก่อนจะดีกว่า...

ครั้นนักบุญรู้จากมุซาชิว่าจ่าโทนจับตัวทุกคนไปหมดก็ร้อนใจอยากกลับไปช่วยเทียนหอม จินฟงขอให้ใจเย็นๆ ก่อนตราบใดที่ยังไม่ได้ทอง พวกเราก็ปลอดภัย นักบุญรอไม่ไหวสั่งให้แยกย้ายกันหนี ขืนอยู่แบบนี้จะกลายเป็นเป้านิ่ง เหมยฮัวอยากรู้ว่าจะเจอกันได้อย่างไร นักบุญเชื่อว่าทุกคนคงจำแผนที่ได้ ทุกคนพยักหน้า

“ไปเจอที่นั่น” ว่าแล้วจินฟงเดินนำเฉ่ากับเหมยฮัวออกไป ขณะที่นักบุญนำข่าวนี้ไปแจ้งเสือใบ...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เสือใบยิงตอบโต้โดยมีเสือเข้ม เสือก้านและเสือไพรช่วยกันยิงต่อสู้ นักบุญวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกให้ถอนตัวก่อน เสือใบไม่ยอมถอย วันนี้ต้องปิดบัญชีแค้นให้ได้

“อย่าโง่นักเลย ตอนนี้พวกจ่าโทนคุมตัวกิตากาว่ากับคุณทรงศักดิ์ไว้แล้ว”

“ไอ้จ่าโทนคงสุมหัวกับไอ้เสือครุยล่ะสิ”

ทันใดนั้น เสือเข้ม เสือก้านและเสือไพรเผยธาตุแท้ออกมา “ไม่ใช่แค่เสือครุยหรอก พวกฉันด้วย วางอาวุธลงพี่ใบ ตามฉันกลับไป” เสือเข้มพูดจบยึดปืนไป แล้วสวมกุญแจมือเสือใบกับนักบุญติดกัน ระหว่างคุมตัวทั้งคู่กลับไปหาจ่าโทน นักบุญกับเสือใบอาศัยทีเผลอสังหารเสือไพรกับเสือก้านตาย ส่วนเสือเข้มหนีรอดไปได้...

ด้านมาดามหว่าหวากับเทียนหอมหนีเงื้อมมือ

จ่าสังข์ไม่พ้น ถูกล้อมกรอบไว้ จินฟง เฉ่าและเหมยฮัวก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกันนัก ถูกเสือเพลิงกับสมุนไล่ตามทัน เกิดยิงปะทะกัน จินฟงพลาดท่าถูกยิงที่ไหล่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.