กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักบุญทรงกลด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กลางป่าดงดิบ จังหวัดระนอง พ.ศ.2485 ช่วงสงครามเอเชียบูรพา...

ทหารญี่ปุ่นหลายนายกำลังไล่ล่ากุลีชาวจีนสองคน อย่างเอาเป็นเอาตาย อาหมงหนึ่งในกุลีเกรงว่าหากหนีไปด้วยกันจะไม่รอดทั้งคู่ จึงส่งทองคำสองแท่งให้เพื่อนซึ่งรับไปใส่ย่ามแล้ววิ่งแยกกันไปคนละทาง ทหารญี่ปุ่นจึงต้องแยกกันตามล่า ทาโร่ไล่ตามอาหมงมาถึงน้ำตก แต่เขาโดดน้ำหนีร่างจมหายไปกับสายน้ำเชี่ยวกรากเบื้องล่าง ส่วนเพื่อนของอาหมงหนีรอดไปได้...

ในเวลาต่อมา ขณะพันตรีโยชิมูระนั่งทำงานอยู่ในเต็นท์อำนวยการกลางป่าลึกโดยมีทองคำสามแท่งวางอยู่ใกล้ๆ ทาโร่เข้ามารายงานว่าพวกมันหนีไปได้ ต้องขออภัยเขาด้วย

“มันไม่น่าจะออกจากป่านี้ได้หรอก แต่ยังไงก็ค้นหาต่อไป”

นายจันถือขวดสุราเข้ามา แม้จะได้ยินการสนทนาของทั้งคู่แต่ก็แปลไม่ออกเพราะเป็นภาษาญี่ปุ่น พันตรี โยชิมูระกำชับทาโร่ ต่อไปนี้ต้องเข้มงวดให้มากขึ้น พรุ่งนี้จะมีทองส่งมาจากสิงคโปร์อีก รีบเอามาซ่อนให้ทันเวลา นายจันเอาขวดสุราวางเรียบร้อยก็เดินออกไป แทนที่จะกลับเต็นท์ตัวเอง เขาแอบดูลอดช่องเต็นท์เข้าไปเห็นพันตรีโยชิมูระเอากล่องเพนดูลั่มออกมาดู

ทหารญี่ปุ่นทั้งสองนายดื่มสุรากันไปคุยงานกันไป นายจันฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็พอจะจับทางได้ว่าสองคนนั่นคุยกันถึงเรื่องทองคำแท่ง...

ทางด้านเพื่อนของอาหมง เดินโซซัดโซเซหลงป่า หาทางออกไม่ได้ เหนื่อยจนแทบขาดใจไม่มีแรงเดินต่อไป ทิ้งตัวลงนั่งแล้วเอาทองแท่งออกมาชื่นชม อึดใจเขาเก็บมันไว้ในย่ามอย่างเดิม เอนตัวพิงจอมปลวกเอาใบไม้มาห่มตัว แล้วค่อยๆหลับตาลงสิ้นใจไปในที่สุด

ooooooo

20 ปีถัดมา ที่บาร์แห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี

นักบุญ ทรงกลด ทหารรับจ้างผู้ผ่านสมรภูมิรบที่เวียดนามอย่างโชกโชน ตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์สั่งเหล้ามาดื่ม พาร์ตเนอร์สาวสวยเข้ามาคุยด้วย ครั้นรู้ว่า เขาเป็นทหารรับจ้างกระเป๋าหนัก ขอให้เลี้ยงเหล้าหนึ่งแก้ว นักบุญไม่ขัดข้องหันไปพยักพเยิดให้บาร์เทนเดอร์จัดการให้ เธออยากรู้ว่าเขามาทำอะไรแถวนี้ นักบุญมารอเพื่อน และคงจะอยู่ที่นี่ไม่นานเพราะไม่ค่อยชอบขี้หน้าทหารอเมริกันสันดานเห็นแก่ตัวพวกนี้

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองของนักบุญ ตอนนั้นเขารับจ้างไปรบที่เวียดนาม กลุ่มทหารรับจ้างชาวไทยถูกพวกเวียดกงล้อมและระดมยิงใส่ได้รับบาดเจ็บหลายราย นักบุญกับเฉ่าเพื่อนรักบุกเข้าไปช่วยทุกคนออกมาได้ ครั้นมาถึงยังจุดที่เฮลิคอปเตอร์มารับ พวกทหารฝรั่งกลับเอาเครื่องขึ้นไม่รอพวกเขา

แม้ผ่านมานานแล้ว นักบุญยังจำได้ดีเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน พาร์ตเนอร์สาวอดสงสัยไม่ได้แล้วเขารอดมาได้อย่างไร เขาว่าคงเป็นเพราะบุญเก่า พวกทหารเวียดนามใต้มาช่วยเอาไว้ ทั้งคู่คุยกันต่อไปอย่างออกรส

อยู่ๆจ่าคาร์เตอร์ทหารอเมริกันเมาได้ที่ เข้ามาจับแขนพาร์ตเนอร์สาวชวนไปนอนด้วยเป็นภาษาอังกฤษ เธอฟังไม่ออก นักบุญก็เลยแปลให้ เธอโกรธมากไล่ให้มัน ไปนอนกับแม่ตัวเอง มันดันฟังภาษาไทยออกเข้าไปลากเธอ จะพาไปหลับนอนให้ได้ เธอขัดขืนสุดฤทธิ์ จ่าคาร์เตอร์ ไม่พอใจกระชากมาตบล้มคว่ำแล้วจะเข้าไปซ้ำ นักบุญคว้ามือไว้ทัน จ่าชั่วไม่พอใจจึงเกิดการชกต่อยกันขึ้น เจ้าของร้านเห็นท่าไม่ดี หันไปสั่งลูกน้อง

“รีบไปตามผู้พันทรงยศมาเร็ว”

จ่าชั่วสู้ไม่ได้ก็เลยใช้วิธีหมาหมู่สั่งลูกน้องซึ่งเป็นทหารอเมริกันด้วยกันให้จับตัวนักบุญไว้ เขาต้านพวกมัน ได้ไม่กี่หมัดก็เสียท่าถูกล็อกตัวไว้ได้ ก่อนที่เขาจะโดนซ้อมจนน่วม เฉ่า แซ่ฉ่อย เพื่อนรักของเขาเข้ามาช่วย

“ไอ้นักบุญ แหม วันนี้ขอฟัดกับหมาฝรั่งสักหน่อยวะ”

สิ้นเสียงเฉ่าเกิดการตะลุมบอนกัน จ่าคาร์เตอร์ ชักปืนจะยิงเฉ่าที่ล็อกคอลูกน้องตัวเองอยู่ แต่นักบุญเข้าไปยื้อแย่งปืนไว้ ยื้อกันไปยื้อกันมาปืนลั่นถูกลูกน้องของจ่าคาร์เตอร์ตาย ทหารอเมริกันในร้านต่างชักปืนออกมาเล็งสองเพื่อนซี้ นักบุญตระหนักในทันทีว่างานนี้ถูกยัดข้อหาฆ่าคนตายแน่ๆ

“ซวยแล้วกู หนีเร็ว ไอ้เฉ่า”

ทั้งคู่ยังไม่ทันจะขยับ สารวัตรทหารของไทยนำโดยพันตรีทรงยศ กรูกันเข้ามาทางหน้าร้าน นักบุญกับเฉ่าวิ่งหนีไปทางหลังร้าน และด้วยความช่วยเหลือของพาร์ตเนอร์สาวสวยทำให้ทั้งคู่หนีไปจากบาร์ได้

ด้านพันตรีทรงยศถึงกับหน้าเครียดเมื่อเห็นคนตาย เป็นทหารอเมริกัน

ooooooo

ณ บ้านทรงศักดิ์ที่พระนคร มีงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของเทียนหอม ลูกสาวคนสวยของคหบดีทรงศักดิ์ผู้มั่งคั่ง เธอเพิ่งเรียนจบทางด้านวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยในอเมริกา แขกเหรื่อที่ได้รับเชิญมาร่วมงานล้วนเป็นผู้มีเกียรติในวงสังคม ทรงศักดิ์ยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

มนัสกับนนท์ลูกชายเข้ามาทักทายเจ้าของบ้านอย่างสนิทสนม ทรงศักดิ์เห็นนนท์มาด้วยก็แปลกใจ ไหนว่า ไปดูงานที่สิงคโปร์ มนัสตอบคำถามแทนลูกชาย

“ใช่น่ะสิ แต่พอเขารู้ว่าหนูเทียนหอมกลับมาแล้วแกจัดงานเลี้ยงต้อนรับ ก็รีบบินกลับมาเมื่อเช้านี้เลย”

“แล้วเทียนหอมล่ะครับคุณอา”

“คงกำลังแต่งตัว เดี๋ยวลงมา”

ระหว่างรอการปรากฏตัวของเทียนหอม มนัสกับ ทรงศักดิ์คุยกันถึงเรื่องที่ฝ่ายหลังจะลงไปลุยทำเหมืองแร่ กับป่าไม้ที่ระนองเนื่องจากได้ข่าวว่าแถวนั้นมีไม้มากมายและอาจจะเลยไปขอสัมปทานป่าไม้ในพม่าอีกด้วย นนท์เตือนว่าแถวนั้นยังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนอยู่เลย ทรงศักดิ์ยังไม่ทันจะว่าอะไร แห้วเข้ามารายงานว่าคุณหนูเทียนหอมกำลังลงมาแล้ว เขาพยักหน้ารับรู้ ชวนสองพ่อลูกไปที่ห้องโถง แห้วรีบวิ่งไปประกาศที่ไมโครโฟน

“ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ณ บัดนี้ขอเชิญทุกท่าน พบกับคุณหนูเทียนหอม ขอต้อนรับคุณหนูเทียนหอม กลับสู่เมืองไทยครับ” สิ้นเสียงประกาศ แขกเหรื่อปรบมือกันเสียงดังสนั่น

เทียนหอมไม่ทำให้ทุกคนในงานผิดหวัง เดินลงจากบันไดในชุดสวยงามสง่า นนท์ถึงกับมองตาค้าง

“ไม่ได้เจอกันสี่ห้าปี เทียนหอมสวยขนาดนี้เลยหรือ”...

ในเวลาเดียวกัน นักบุญกับเฉ่าหนีการไล่ล่าของพวกทหารอเมริกันมาตามถนนในเมืองอุดรธานี ทันใดนั้น มีไฟสปอตไลต์สาดมาที่ทั้งคู่ พร้อมกับเสียงตะโกนของจ่าคาร์เตอร์ “มันอยู่นั่น”

ขาดคำห่ากระสุนพุ่งใส่สองเพื่อนซี้จนต้องวิ่งหาที่กำบัง จ่าคาร์เตอร์สั่งให้นักบุญออกมามอบตัว ไม่อย่างนั้น จะถูกจับตาย เฉ่าโล่งอก โชคดีที่ตัวเองไม่ติดร่างแหไปกับเขาด้วย

“ถ้าไม่ออกมาฉันจะจับตายทั้งสองคนเลย”

เฉ่าถึงกับหน้าเสีย ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดคนอย่าง นักบุญไม่ยอมให้ใครมายัดข้อหาง่ายๆ ชักปืนคู่ใจขึ้นมา สาดกระสุนใส่ถูกไฟสปอตไลต์ดับ รวมทั้งไฟหน้ารถจี๊ปทหารด้วย เหลือเพียงไฟถนนซึ่งไม่ค่อยจะสว่างนัก พวกจ่าคาร์เตอร์ยิงตอบโต้กลับมาเป็นระยะๆ เฉ่าเตือน เพื่อนรักทำแบบนี้เท่ากับเพิ่มคดีให้ตัวเอง

“เอาแค่หนีโว้ย ไม่ได้เอาตาย” ว่าแล้วนักบุญสาดกระสุนใส่พวกนั้นเพื่อเปิดทางหนี

แต่กระสุนดันหมดเสียก่อน เฉ่าขอให้ปล่อยเป็นหน้าที่มือระเบิดอย่างเขา แล้วขว้างระเบิดใส่เป็นชุด พวกนั้นพากันหลบให้วุ่นวาย เปิดช่องให้ทั้งคู่หนีรอดไปได้...

ขณะที่นักบุญกับเฉ่ารอดจากเงื้อมมือจ่าคาร์เตอร์ มาได้หวุดหวิด เทียนหอมซึ่งอยู่ในงานเลี้ยงต้อนรับตัวเอง ที่พระนคร เต้นรำอยู่กับนนท์อย่างมีความสุข เขาอยาก เอาใจเธอถามว่ากลับเมืองไทยอยากทำอะไรเป็นอย่างแรก เธอตอบโดยไม่ต้องคิดว่าอยากกินข้าวแช่ที่บางลำพู

ทั้งคู่เต้นรำผ่านหน้ามนัสกับทรงศักดิ์ที่นั่งดูอยู่ด้วยกัน ฝ่ายแรกรู้ว่าลูกชายรักใคร่ชอบพอเทียนหอมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว จึงเอ่ยปากกับทรงศักดิ์ว่าน่าจะถึงเวลาที่เราสองตระกูลจะรวมกันเป็นทองแผ่นเดียวแล้ว

“ฉันไม่ขัดอะไรหรอก ถ้าเทียนหอมเขาตกลง”

ooooooo

ภายในกองพันทหารราบ จังหวัดอุดรธานี พันตรี ทรงยศไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับพันเอกสุริยาที่ให้ออกหมายจับนักบุญกับเฉ่า เพราะเขาสอบปากคำพยานแล้วพบว่าปืนลั่นมาจากจ่าคาร์เตอร์

“มันจะลั่นจากใครไม่สำคัญ ไปจับตัวมาให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน ก่อนที่ทางการสหรัฐฯเขาจะจัดการเอง คราวนี้ยิ่งไม่รอดใหญ่เลย...ไปๆได้แล้ว”

พันตรีทรงยศทำความเคารพแล้วถอยออกไป พันเอกสุริยาอดเป็นกังวลแทนนักบุญกับเฉ่าไม่ได้...

ในเมื่อหนีทางรถยนต์ไม่ได้เนื่องจากตำรวจปิดถนนทุกเส้นที่จะออกจากอุดรธานี นักบุญกับเฉ่าจึงต้องหนีโดยทางรถไฟ กลับพบว่าสถานีรถไฟมีตำรวจเดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด

แม้ทั้งคู่จะแต่งกายแบบชาวบ้านแต่ถ้าเดินอยู่ด้วยกันจะเป็นเป้าสายตาได้ นักบุญจึงให้แยกกันซื้อตั๋วรถไฟ แล้วเห็นยายคนหนึ่งแบกของอยู่ จึงทำทีเข้าไปช่วย ยายขอบใจเขามาก ถามว่าจะไปไหน เขาจะเข้าพระนคร ยายดีใจเพราะจะไปที่นั่นเหมือนกัน นักบุญถือของให้ยายแล้วตรงไปที่ช่องขายตั๋วรถไฟ แต่เห็นกระดาษโรเนียวใบหน้าตัวเองกับเฉ่าแปะอยู่รีบหันไปบอกยาย

“รถไฟจะออกแล้ว ผมว่าผมขนของไปรอยายที่ชานชาลาดีกว่า รบกวนยายซื้อตั๋วให้หน่อยได้ไหมครับ”

“เอาสิ ดีเหมือนกัน เดี๋ยวจะขนของขึ้นรถไม่ทัน”

นักบุญส่งเงินให้ยายแล้วแบกของไปที่ขบวนรถไฟ กำลังจะก้าวขึ้นรถ แต่ถูกสารวัตรทหารสองนายร้องเรียกไว้ สั่งให้หันหน้ามาดู นักบุญจวนตัวไม่รู้จะทำอย่างไรดี เฉ่าเห็นเหตุการณ์โดยตลอด ตัดสินใจช่วยเพื่อน หันไปกระชากกระเป๋าถือของผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินผ่านแล้ววิ่งหนี เธอคนนั้นโวยวายลั่น

“ช่วยด้วยๆ คนวิ่งราวกระเป๋า ช่วยด้วยค่า”

สารวัตรทหารสองนายนั้นรีบวิ่งตามเฉ่าไปทันที นักบุญถึงกับถอนใจโล่งอกแต่ก็อดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้...

นักบุญขึ้นรถไฟไปได้ แต่เฉ่าไม่โชคดีอย่างนั้น ถูกตำรวจจับตัวได้ในที่สุด

ooooooo

เทียนหอมจะออกไปกินข้าวแช่กับนนท์แล้วจะเลยไปซื้อผ้ามาตัดชุดซาฟารีเอาไว้ลุยสำรวจป่ากับพ่อที่ระนอง ทรงศักดิ์แปลกใจลูกรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร หนูนาเด็กรับใช้ของเทียนหอมสารภาพว่าเป็นคนบอกคุณหนูเองเพราะแอบได้ยินท่านคุยโทรศัพท์

“พ่อว่ามันไม่เหมาะหรอกลูก ระนองน่ะมันป่าเถื่อนจะตาย”

“หนูตัดสินใจแล้วค่ะ”

ทรงศักดิ์ยังไม่ทันจะว่าอะไร แห้วเข้ามารายงานว่านนท์มารับคุณหนูแล้ว เทียนหอมวิ่งปรู๊ดออกไปทันที...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เฉ่าถูกนำตัวมาที่สถานีตำรวจ สารวัตรแจ้งข้อหาเขา 4 กระทง รวมทั้งวิ่งราวทรัพย์วันนี้ด้วย จังหวะนั้นพันตรีทรงยศเดินเข้ามาถามเฉ่าเสียงเครียดว่านักบุญอยู่ไหน เขาปิดปากแน่นไม่ยอมบอกอะไร สารวัตรไม่พอใจโวยวายลั่น ทหารมาเกี่ยวอะไรกับคดีพลเรือน

“มันเกี่ยวข้องกับคดีของนายนักบุญที่ยิงฝรั่งตายในบาร์เมื่อคืนนี้ ผมคงต้องขอโอนคดีมาที่ศาลทหาร”

“มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ นายนักบุญก็ไม่ใช่ทหาร ที่ผมรู้มาเขาออกจากราชการแล้วนี่ เพราะฉะนั้นอย่ามาตีกินผลงานของผม และผมก็ไม่ต้องคาดคั้นนายเฉ่าด้วย เพราะมีรายงานมาว่า นายนักบุญอยู่ในรถไฟขาล่องพระนคร ขบวนเมื่อเช้า”

ตำรวจเข้าควบคุมรถไฟขบวนนั้นไว้หมดแล้ว ครั้นมาถึงสถานีปากช่อง ตำรวจอีกหลายนายขึ้นมาทั้งหน้าขบวนและท้ายขบวนเพื่อค้นหาผู้กระทำความผิด จากนั้นรถไฟค่อยๆเคลื่อนออกจากชานชาลา ตำรวจซึ่งตอนนี้มีกำลังมากพอเริ่มค้นหาตั้งแต่หัวขบวนมาจนถึงโบกี้ที่นักบุญนั่งอยู่ เขาไหวตัวทัน รีบเดินไปท้ายขบวนเจอตำรวจอีกชุดหนึ่งเดินมาแต่ไกล เขารีบวิ่งไปที่ประตูโบกี้ แต่ถูกตำรวจนายหนึ่งล็อกตัวไว้ได้

ทั้งสองต่อสู้กันด้วยกำปั้น ตำรวจนายอื่นจะยิงก็ไม่กล้ากลัวถูกผู้โดยสารที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ นักบุญสลัดตำรวจนายนั้นหลุด แล้วหนีขึ้นไปบนหลังคารถไฟ ตำรวจไปดักทั้งหัวและท้ายโบกี้ไว้ เป็นจังหวะเดียวกับรถไฟแล่นมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำ นักบุญหมดทางหนี ตัดสินใจโดดลงไปยังแม่น้ำเบื้องล่าง ก่อนจะจมหายไป

ooooooo

กินข้าวแช่เสร็จ เทียนหอมชวนนนท์ไปร้านตัดเสื้อเพื่อตัดชุดซาฟารีไว้ใส่ไปสำรวจป่าที่ระนองกับพ่อ เขาอยากอยู่ใกล้ๆเธอก็เลยขอไปด้วย

“กำลังจะชวนอยู่พอดี ถ้ามีนนท์ไปด้วยคุณพ่อคงไม่ห้าม”

นนท์ถึงกับเซ็งที่แท้เทียนหอมก็จะให้เขาไปเป็นไม้กันทรงศักดิ์นี่เอง...

ในเวลาต่อมาที่ร้านตัดเสื้อ นนท์เห็นเทียนหอมวัดตัวใกล้เสร็จ บอกให้รออยู่นี่เขาจะไปเอารถมารับ แล้วเดินลิ่วออกไป ครั้นเลี้ยวมุมตึกมีโจรเอามีดจี้ สั่งให้เขาส่งของมีค่ามาให้หมด นนท์ยืนตะลึงไม่รู้จะทำอย่างไรดี

เทียนหอมเห็นเขาไม่มาสักทีตัดสินใจตามไปยังที่จอดรถ ทันทีที่เธอเลี้ยวมุมตึกต้องตกใจเมื่อเห็นนนท์กำลังถอดกางเกงให้โจรเหลือเพียงกางเกงในเชยๆ ตัวเดียว เธอตั้งสติได้ตะโกนเอะอะทำอะไรกัน

“เทียนหอมออกไป นี่มันโจร ดูสิมันจี้ผมจนหมดตัวแล้ว”

แทนที่จะเกรงกลัว หญิงสาวกลับเดินเข้าหา พร้อมกับหยิบปืนกระบอกเล็กออกจากกระเป๋าถือ สั่งให้โจรเอาของของแฟนเธอคืน โจรกลัวตายรีบทำตามสั่งก่อนจะเผ่นแน่บ นนท์ทึ่งมาก เดี๋ยวนี้เธอพกปืนด้วยหรือ

“ปืนที่ไหน นี่มันไฟแช็ก ฉันซื้อมาจากเมืองนอก” ว่าแล้วเทียนหอมจุดปืนไฟแช็กโชว์...

ขณะที่เทียนหอมช่วยนนท์รอดเงื้อมมือโจรกระจอกมาได้ ทรงศักดิ์ซึ่งอยู่ที่ทำงานกำลังโทรศัพท์คุยกับกิตากาว่าจะรีบลงไปที่ระนองเร็วที่สุดและรบกวนให้เขาช่วยหาทีมสำรวจป่าให้ด้วยแล้ววางสาย เป็นจังหวะเดียวกับ สารวัตรสมัยกับจ่าสังข์มาขอพบ แต่ก็มาพูดเรื่องเดิมๆเกี่ยวกับคดีไม้เถื่อนลอตใหญ่ที่ทางการจับได้และสงสัยทรงศักดิ์ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงแต่ยังสาวไม่ถึง

“แต่ผมกำลังจะมีหลักฐานใหม่ มีพยานอีกคนที่เรากำลังตามอยู่ รับรองได้คนนี้มา คุณดิ้นไม่หลุดแน่”

สารวัตรสมัยยังได้ยินมาด้วยว่าทรงศักดิ์จะไปสำรวจป่าที่ระนอง เท่าที่รู้มา ป่าไม้ที่นั่นไม่มีราคาคุ้มค่าความเสี่ยง ทรงศักดิ์ไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวอะไรกับใคร ตนทำไม้มาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ จะคุ้มหรือไม่ตนคิดเองได้ สารวัตรสมัยหมดเรื่องจะพูดด้วยจึงขอตัวกลับ ขณะเดินออกจากห้องเขาไม่ลืมกระซิบกับจ่าสังข์ให้ส่งคนคอยตามประกบผู้ต้องสงสัยเอาไว้ ทรงศักดิ์เห็นท่าไม่ดี สั่งเลขาฯ โทร.นัดพลเอกบรรหารให้ด้วย

ไม่นานนัก ทรงศักดิ์มาพบนั่งอยู่ตรงหน้าพลเอกบรรหาร แจ้งว่าสารวัตรสมัยคอยจับตาดูตนแจ ท่านนายพลรับปากจะจัดการเรื่องนี้ให้ไม่ต้องกังวลใจไป ทรงศักดิ์ไม่วายสงสัยตนจำเป็นต้องไปที่นั่นด้วยหรือ

“จำเป็นสิเพราะคนที่ผมไว้ใจก็มีคุณคนเดียว งานนี้สำคัญนะ ถ้าสำเร็จเราจะรวยล้นฟ้า”

“ขอบคุณครับที่ท่านไว้ใจผม” ทรงศักดิ์ยิ้มสีหน้าสบายใจขึ้น

ooooooo

หลวงตาจันเจอนักบุญนอนสลบอยู่ริมตลิ่งในสภาพหัวแตกเลือดไหล มีกระเป๋าใส่ปืนสะพายติดตัวไว้ จึงช่วยนำตัวไปรักษาที่สำนักสงฆ์ ระหว่างนอนสลบไสล นักบุญฝันเห็นตัวเองเดินอยู่กลางป่า พลันมีแสงทองส่องออกมาจากถ้ำแห่งหนึ่ง รีบเข้าไปดูได้ยินเสียงร้องโหยหวนและเสียงการสู้รบ

จ่าคาร์เตอร์มาจากไหนไม่รู้ เอามีดดาบฟันเขาไม่ยั้ง นักบุญตกใจสะดุ้งตื่น หลวงตาจันซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ ถามว่าฝันร้ายหรือ เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แล้วถามว่าที่นี่ที่ไหน

“สำนักสงฆ์ของอาตมาเอง อาตมาไปพบโยมนอนหมดสติอยู่ริมตลิ่งโน่น อาตมาจะไม่ถามหรอกนะว่าโยมเป็นใคร ไปทำอะไรมา ไหนลองเล่าความฝันให้อาตมาฟังซิ”...

ในระหว่างที่นักบุญเล่าความฝันให้หลวงตาจันฟัง พันตรีทรงยศวิ่งเต้นจนตำรวจยอมให้ประกันตัวเฉ่า ข้อหาอื่นๆถูกยกเลิกหมดเพราะไม่มีหลักฐานซัดทอดเขา เหลือเพียงความผิดฐานวิ่งราวกระเป๋า และเหตุผลที่พันตรีทรงยศประกันตัวเฉ่าก็เพื่อจะได้ไปตามหานักบุญกลับมาสู้คดี ก่อนที่พวกอเมริกันจะเจอก่อนพวกเรา ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ขึ้นศาลเตี้ยแทนศาลทหาร...

ทางด้านหลวงตาจันฟังความฝันของนักบุญแล้ว ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่ท่านนิมิตถึง นักบุญไม่อยากทำให้ท่านเดือดร้อน ตะวันขึ้นเมื่อไหร่เขาจะไปจากที่นี่ หลวงตาจันพยายามจะรั้งตัวไว้ แต่ไม่สำเร็จ...

นอกจากจะโชคร้ายถูกโจรจี้ นนท์ยังเดินซุ่มซ่ามตกบันไดขาหัก ทำให้ไประนองไม่ได้ เทียนหอมถึงกับเซ็ง

ooooooo

เสือผาดซึ่งสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าไว้ตลอดเวลาเหิมเกริมหนัก พาพวกบุกปล้นธนาคารกลางเมืองระนองกลางวันแสกๆ ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ ยกกำลังมาจับกลับถูกเสือผาดกับสมุนใส่ปืนกลยิงใส่จนแตกกระเจิง แล้วพากันขนเงินขึ้นรถขับออกไปอย่างลอยนวล...

หลังตรึกตรองมาทั้งคืนหลวงตาจันมั่นใจว่านักบุญคือชายหนุ่มในนิมิต จึงบอกเขาว่าถ้าเราหนีก็ต้องหนีไปทั้งชีวิต แต่ถ้าอยากจะช่วยชาติสักครั้ง ท่านแนะนำให้ไปที่ระนอง เขานิ่วหน้าสงสัยทำไมต้องเป็นที่นั่น

“ไปถึงแล้วโชคชะตาจะบอกโยมเอง” หลวงตาจันว่าแล้วหยิบเพนดูลั่มที่มีสายห้อยคอขึ้นมายื่นให้นักบุญ “สิ่งนี้จะช่วยไขปัญหาให้โยมทั้งหมด”

นักบุญกราบลาหลวงตาจันแล้วลุกขึ้นจะไป ท่านร้องทักยังไม่รู้จักชื่อเขาเลย เขาชื่อนักบุญ ทรงกลด หลวงตาจันพึมพำไล่หลังชายหนุ่มที่เดินจากไป หวังว่าเขาจะช่วยชาติได้ พลันภาพในอดีตเมื่อ 20 ปีที่แล้วผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของหลวงตาจัน ตอนนั้นแคมป์ของพันตรีโยชิมูระถูกเครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตี

ทุกคนหนีตายกันอลหม่าน ผู้พันวิ่งเข้าไปในเต็นท์ของตัวเองหยิบเพนดูลั่มกับกล่องไม้ออกมา แต่หนีไม่พ้น ระเบิดตกห่างแค่คืบ เขาบาดเจ็บสาหัส กล่องไม้กระเด็นหาย ครั้นหลวงตาจันซึ่งตอนนั้นเป็นแค่นายจันวิ่งมาถึง เขาตายไปแล้วในมือกำเพนดูลั่มเอาไว้ นายจันหยิบมันขึ้นมาดู

หลวงตาจันตื่นจากภวังค์ พึมพำกับตัวเอง “อาตมาก็ไม่รู้ว่าลูกดิ่งอันนั้นเอาไว้ทำอะไร แต่มันต้องเกี่ยวข้องกับทองแน่ เอ็งเป็นผู้มีบุญ อาจจะเอามันกลับมาเป็นสมบัติของชาติได้ นักบุญ”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่เหมืองโมรีในจังหวัดระนอง นายนุ้ยคนงานของเหมืองเมากัญชาคลุ้มคลั่งจับลูกวัย 8 ขวบของตัวเองเป็นตัวประกันขู่เอาเงินจากกริชสามหมื่นบาทเพื่อกลับพัทลุง กริชเกลี้ยกล่อมให้วางมีดแต่ไม่สำเร็จ ทันใดนั้นโมรีตวัดแส้มาฟาดมือนายนุ้ยมีดหล่น เขาคลั่งหนัก พุ่งคว้ามีดจะแทงเธอแทน โมรีชักปืนยิงสามนัดซ้อน นายนุ้ยตายคาที่ กริชเห็นความเหี้ยมของหลานสาวแล้วอดหวั่นใจไม่ได้...

ทรงศักดิ์ เทียนหอมและหนูนาออกเดินทางโดยมีแห้วเป็นพลขับ จุดหมายปลายทางคือระนอง

ทางฝ่ายนักบุญซึ่งสวมหมวกหลุบต่ำเพื่ออำพรางใบหน้าเดินมาที่ท่ารถบัส ผ่านร้านขายหนังสือพิมพ์เห็นรูปตัวเองหราโดยมีบรรยายใต้ภาพว่านี่คือโฉมหน้าฆาตกรฆ่าทหารอเมริกัน เขาซื้อมาหนึ่งฉบับ เก็บใส่ถุงทะเลแล้วเดินไปขึ้นรถบัสมุ่งหน้าสู่ระนองเช่นกัน...

ที่ชุมเสือผาด ชาวบ้านเห็นรถบรรทุกวิ่งฝุ่นตลบเข้ามาร้องตะโกนด้วยความดีใจว่าเสือผาดกลับมาแล้ว ชาวบ้านคนอื่นๆรีบออกมาต้อนรับ เมื่อรถแล่นมาจอดที่ลานกว้าง เสือผาดซึ่งยังคงสวมหน้ากากเอาเงินที่ปล้นได้โปรยแจกชาวบ้านให้เอาไปใช้ เพลิง มิ่งและเหล่าสมุนยิงปืนขึ้นฟ้าฉลองชัยชนะที่ปล้นธนาคารได้

เมื่อเสือผาดกลับถึงบ้าน สมุนเอาจดหมายจากโมรีมาให้ เขาขอบใจสมุนมากแล้วสั่งให้ไปเตรียมงานเลี้ยงฉลองคืนนี้ได้แล้ว ส่วนเขาจะขอนอนพักสักงีบหนึ่งก่อน...

ตกค่ำ ขณะเสือผาดกับสมุนกำลังดื่มฉลองอยู่ในบาร์ของชุมเสือ โมรีเยื้องย่างเข้ามาทวงถามเรื่องที่ขอร้องมาในจดหมาย หวังว่าเขาจะจัดการให้ได้

“สำหรับเธอโมรี ชีวิตฉันก็ให้ได้” เสือผาดว่าแล้วดึงโมรีมาซบไหล่แล้วชวนให้ค้างที่นี่ด้วยกัน เธอพยักหน้าแทนคำตอบ เขายิ้มพอใจโอบกอดเธอไว้แน่น

ooooooo

เข้าเขตจังหวัดระนองที่เต็มไปด้วยป่ารกครึ้ม รถบัสที่นักบุญนั่งมาเริ่มชะลอความเร็วเพราะเป็นทางขึ้นเขา ทันใดนั้นมีเสียงระเบิดดังขึ้นหน้ารถ มันสะอึกสองทีก่อนจะหยุดนิ่ง นักบุญรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากล จับปืนที่อยู่ในถุงทะเลกวาดตามองอย่างระแวดระวัง มีเสียงปืนยิงขู่ดังขึ้นสี่นัดซ้อน

“เอาล่ะพี่น้องทั้งหลาย นี่คือเสือใบ วันนี้เสือใบจะขอแบ่งปันทรัพย์สินจากพี่น้องทั้งหลายเพื่อมาจุนเจือปากท้องบ้างนะครับ...ไอ้เสือ บุก” เสือใบก้าวออกมาจากป่าข้างทางพร้อมกับสมุนนับสิบ อาวุธครบมือ สมุนต่างกรูขึ้นไปบนรถเพื่อฉกชิงทรัพย์สินมีค่า ผู้โดยสารคนหนึ่งโดดหนีทางหน้าต่างแต่ไม่รอดถูกเสือใบยิงตายอย่างเลือดเย็นเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูจะได้ไม่มีใครกล้าหืออีก นักบุญเห็นท่าไม่ดีรีบเอาปืนมานั่งทับไว้

เสียงปืนนัดสุดท้ายดังไปถึงรถของทรงศักดิ์ที่ขับตามมาด้านหลัง ทรงศักดิ์เห็นว่ามีเสียงแค่นัดเดียว น่าจะเป็นพวกล่าสัตว์ คงไม่มีอะไร แห้วพยักหน้าเห็นด้วย ขับรถต่อไปไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก...

เสือก้านเดินริบทรัพย์สินมาถึงเก้าอี้ที่นักบุญนั่ง เขาไม่ต้องรอให้สั่งรีบหยิบเงินให้ ซึ่งมีอยู่แค่ไม่กี่บาท เสือก้านเห็นสภาพของชายหนุ่มแล้วเชื่อว่าไม่มีจริงๆ ขยับจะไปต่อแต่เหลือบเห็นเพนดูลั่มที่ห้อยคอเขา สั่งให้ถอดออกมา เป็นจังหวะเดียวกับเสือเข้มเห็นรถของทรงศักดิ์วิ่งพ้นโค้งเข้ามา รีบตะโกนบอกลูกพี่ซึ่งรีบสั่งการ

“มีรถมา พวกเอ็งซุ่มนั่งเป็นผู้โดยสารไว้ ส่วนไอ้เข้มเอาพวกไปล้อมหลังรถ”...

ทรงศักดิ์เห็นรถบัสจอดตายสนิทขวางถนนอยู่หลงคิดว่ารถเสียต้องการความช่วยเหลือ สั่งให้แห้วจอดรถลงไปดู กลับถูกเสือใบกับพวกจี้จับตัวไว้ นอกจากเอาทรัพย์สินในรถไปแล้ว เสือใบยังเอาตัวเทียนหอมไปด้วย ทรงศักดิ์จะเข้าไปช่วยลูกถูกเสือใบเอาด้ามปืนฟาดท้ายทอยร่วงลงไปกอง แห้วต้องเข้าไปประคอง

นักบุญมองตามพวกโจรที่พากันกลับเข้าป่า คิดหาทางช่วยเทียนหอม...

กริชโกรธควันแทบออกหูที่รู้ว่าแร่ดีบุกหายไปเป็นตันๆ ขู่หัวหน้าคนงานถ้าจับได้ว่าใครขโมยจะเอาส่งตำรวจขังคุกไม่ต้องเห็นเดือนเห็นตะวัน เบญจวรรณต้องขอร้องให้เขาใจเย็นๆ แร่มากมายขนาดนั้นซุกได้ไม่นาน คนขโมยต้องรีบเอาออกขาย กริชรู้เรื่องนี้ดี และคนที่รับซื้อแร่โจรก็มีไม่กี่ราย เพียงแต่เสียความรู้สึกที่เลี้ยงคนไม่เชื่อง โมรีมาทันได้ยิน ร้องถามเขาว่ารู้ตัวพวกมันเหมือนกันหรือ

“โมรี หายไปไหนมาทั้งคืน สนใจงานการบ้างไหมเนี่ย ดูสิแร่หายไปตั้งหลายร้อยตัน”

“ก็ไปจัดการเรื่องนี้แหละค่ะ อากริช” โมรีเห็นเบญจวรรณกับหัวหน้าคนงานอยู่ด้วย ไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องจึงขอคุยกับกริชเป็นการส่วนตัว แล้วเดินนำไปที่ห้องตัวเอง เมื่อได้อยู่ลำพังอาหลาน เธอแจ้งว่าเธอขอให้เสือผาดช่วยจัดการเรื่องนี้อยู่ กริชไม่ค่อยพอใจนักต่อว่าเธอที่ยังคบหากับเสือผาด

เธอโวยกลับ ถ้าไม่มีเสือผาดคุ้มครอง เราจะอยู่มาได้ถึงตอนนี้หรือ แล้วตัดบทขอตัวไปอาบน้ำก่อน เบญจวรรณแอบฟังอยู่หน้าห้อง รีบหลบไปซ่อนตัวก่อนโมรีจะออกมา...

ด้านทรงศักดิ์รีบไปแจ้งความเพื่อให้ตำรวจช่วยตามหาลูกสาว แต่สารวัตรเผดิมเจ้าของท้องที่กลับทำเฉยเมยแถมพูดจาไม่เข้าหูอีกต่างหาก ขนาดกิตากาว่ามาช่วยขอร้องเขาก็ยังทำไม่รู้ไม่ชี้ ทรงศักดิ์ทนไม่ไหวเกือบจะมีเรื่องกัน จังหวะนั้นร้อยเวรเข้ามารายงานเจ้านายว่าพลเอกบรรหารโทร.มา สารวัตรเผดิมรีบไปรับสาย สักพักกลับมาหาทรงศักดิ์อีกครั้ง คราวนี้เปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อม

“แหมเป็นคนของท่านนายพลบรรหารก็ไม่บอก ผมจะรีบจัดกำลังตามหาลูกสาวท่านทันทีเลยครับ”...

ทางฝ่ายนักบุญแกะรอยตามพวกเสือใบมาถึงจุดที่พวกมันจอดรถจี๊ป แล้วเอาทรัพย์สินกับเหยื่อใส่รถแล่นหายเข้าป่า ทีแรกเขาจะเลิกตามแต่ด้วยคุณธรรมในใจทำให้เขาตัดใจไม่ลง...

คนในพื้นที่อย่างกิตากาว่ารู้ดีว่าตำรวจเมืองระนองเป็นแค่เสือกระดาษไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ จึงสั่งให้จินฟงซึ่งเป็นคนที่จะพาทรงศักดิ์สำรวจป่า ไปช่วยตามตัวเทียนหอมให้ เขาไม่รอช้าออกเดินทางทันทีพร้อมกับฟู่เฉินศิษย์เอกและเหมยฮัวลูกสาวของเขา

ooooooo

ที่ชุมเสือใบ นวลเมียของเสือใบไม่พอใจนักที่ผัวจับตัวหญิงสาวมาด้วย เพราะรู้นิสัยเขาดีว่าชมชอบสตรี เสือใบสั่งให้สมุนเอาตัวเทียนหอมไปขังไว้ก่อน คืนนี้ตนค่อยสัมภาษณ์เป็นการส่วนตัว เสือเข้มลากเธอไปขังไว้ในห้อง กำชับให้ทำตัวดีๆ อย่าคิดหนีถ้าตามใจพี่ใบแล้วจะสบาย

“ถุย ฉันไม่มีทางยอมพวกแกง่ายๆหรอก”

เทียนหอมจ้องเสือเข้มอย่างไม่เกรงกลัว

“พี่ใบคงมีทางให้เธอยอมเอง” เสือเข้มว่าแล้วออกจากห้องโดยไม่ลืมล็อกประตูขังเธอไว้...

จากคำบอกเล่าของหลวงตาจัน ทำให้เฉ่าตามนักบุญมาถึงระนองจนได้ เขาแวะร้านก๋วยเตี๋ยวหาอะไรกินรองท้องก่อนจะตามหาเพื่อนรักต่อ แต่กลับถูกนักเลงท้องถิ่นห้าคนเข้ามาหาเรื่อง แม้พวกนั้นจะมากกว่า แต่กลับสู้เฉ่าไม่ได้ถูกอัดล้มกลิ้งล้มหงาย หนึ่งในนักเลงชักปืนจะยิงเขา แต่มีกระสุนพุ่งมาถูกปืนในมือมันกระเด็น

พวกนักเลงหันไปดู เห็นมาดามหว่าหวายืนถือปืนอยู่ ต่างรู้งานวิ่งหนีกันกระเจิง เฉ่าขอบคุณเธอมาก ถ้าจะให้ตอบแทนบุญคุณจะต้องทำอย่างไร เธอให้เขาไปพบที่โรงมวยกิตากาว่า ถามใครที่นี่รู้จักกันหมด...

ครั้นเสือผาดสืบได้ว่าเป็นคนในเหมืองของโมรีเองที่ขโมยแร่เอาไปขายให้กิตากาว่าก็รีบเขียนจดหมายให้คนไปส่งให้โมรี กริชแนะเธอไปแจ้งความดำเนินคดี โมรีส่ายหน้า เขาทักท้วงจะเอาศาลเตี้ยมาตัดสินไม่ได้

“อากริช...นี่เป็นกิจการของโมรี อากริชแค่เป็นน้องของพ่อที่สั่งให้ดูแลโมรีก่อนที่ท่านจะตาย เพราะฉะนั้นจงทำตามที่พ่อโมรีขอร้อง เรื่องธุรกิจโมรีตัดสินใจเองได้” พูดจบโมรีเก็บข้าวของออกไป

เบญจวรรณเห็นสีหน้าไม่พอใจของกริชก็ยุส่ง โมรีพูดแบบนี้เท่ากับไม่เกรงใจเขาเลย ไม่รู้ว่ายังเห็นเขาเป็นอาอยู่หรือเปล่า กริชขบกรามแน่น ถ้าวันไหนโมรีไม่เห็นเขาเป็นอา เขาก็จะไม่เห็นเธอเป็นหลานเช่นกัน...

ในเวลานั้น จินฟงกับพวกแกะรอยมาถึงจุดที่เสือใบใช้เป็นสถานที่จอดรถจี๊ปแล้วถึงไปปล้น ครั้นปล้นเสร็จก็มาที่นี่เพื่อเอารถกลับชุมเสือ แทนที่จะตามต่อไป จินฟงกลับสั่งให้ฟู่เฉินกับเหมยฮัวตั้งแคมป์ พรุ่งนี้ค่อยตามใหม่ เหมยฮัวทักท้วง จะไปช่วยเทียนหอมทันเวลาหรือ

“ข้อตกลงคือช่วยคุณเทียนหอมกลับมา แต่ไม่ได้ตกลงว่าอยู่ในสภาพไหนนี่”...

ฝ่ายกิตากาว่าเห็นทรงศักดิ์หน้าเครียดปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตนมั่นใจว่าจินฟงจะต้องช่วยเทียนหอมได้ ทรงศักดิ์ยังมีอีกเรื่องหนึ่งจะขอให้กิตากาว่าช่วยเหลือ เส้นทางที่เขาจะเข้าไปขอสัมปทานมีเหมืองแห่งหนึ่งขวางอยู่ไม่ทราบว่าเป็นของใคร กิตากาว่านิ่วหน้าก่อนจะบอกว่าเป็นของโมรี มีอะไรหรือ เขาต้องการซื้อเพื่อเปิดเส้นทาง จึงอยากให้ช่วยเจรจาให้ แม้จะหนักใจแต่กิตากาว่าก็รับปากจะลองดู...

ตกค่ำ เสือใบมาหาเทียนหอมที่ห้องกักขังพร้อมกับขวดเหล้าในมือ ยิ่งได้รู้ว่าเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของทรงศักดิ์คหบดีผู้มั่งคั่ง ยิ่งทำให้เขาอยากเป็นลูกเขยเศรษฐี ย่างสามขุมเข้าหา...

ในที่สุดนักบุญก็ลอบเข้ามาถึงชุมเสือใบจนได้ ล็อกคอสมุนคนหนึ่งของเสือใบเอาไว้ คาดคั้นให้บอกที่กักขังเทียนหอม เมื่อรู้บ้านเป้าหมาย เขาจัดการหักคอสมุนแล้วเอาศพไปซ่อน

ก่อนที่เทียนหอมจะเสียทีให้เสือใบ เสือก้านวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าไฟไหม้ยุ้งข้าว เสือใบสั่งให้เขาเฝ้าเธอไว้ แล้วผลุนผลันออกไป นักบุญที่ซุ่มดูอยู่ เห็นเสือใบกับเหล่าสมุนง่วนกับการดับไฟ รีบไปยังที่กักขังเหยื่อ

เทียนหอมรอทีเผลอคว้าขวดเหล้าที่เสือใบเอามาดื่มฟาดหัวเสือก้านหลายครั้งจนสลบเหมือด เป็นจังหวะที่นักบุญเปิดประตูเข้ามา เธอคิดว่าเป็นพวกเดียวกันเอาขวดเหล้าฟาดถึงกับร้องลั่น รีบบอกว่าเขาไม่ใช่โจร แต่มาช่วย เธอไม่เชื่อดูสารรูปแล้วก็โจรดีๆนี่เอง เขาอธิบายว่ายุ้งข้าวที่โดนเผาเป็นฝีมือเขา เธอถึงยอมเชื่อ นักบุญคว้าปืนของเสือก้านก่อนจะวิ่งนำเธอออกไป สักพักเสือก้านรู้สึกตัว รีบไปแจ้งลูกพี่ว่าเทียนหอมหนีไปแล้ว

“ออกตามล่ามันให้ได้” สั่งการเสร็จ เสือใบรีบวิ่งไปขึ้นรถจี๊ปขับออกไปอย่างรวดเร็ว

นักบุญได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถ เร่งให้เทียนหอมวิ่งเร็วขึ้นอีก เธอข้อเท้าพลิกเจ็บจนเดินไม่ไหว เขาจึงต้องให้ขี่หลัง ทันใดนั้นมีแสงจากพลุส่องทางสว่างไปทั่ว เผยให้เห็นนักบุญแบกเทียนหอมวิ่งหนี เสือใบแปลกใจที่มีคนมาช่วยเธอ สั่งให้สมุนยิงใส่ แต่เขาวิ่งเข้าป่าไปเสียก่อน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.