ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สามีตีตรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ฟองดาวเป็นเลขาคนใหม่ของพิศุทธิ์ เธอขวางไม่ให้น้ำผึ้งเข้าไปหาพิศุทธิ์ในห้องทำงานโดยทำตามหน้าที่ มีอะไรตนจะไปรายงานเอง น้ำผึ้งจึงแกล้งฝากงาน ซับซ้อนจนฟองดาวงง ให้น้ำผึ้งเข้าไปบอกพิศุทธิ์เอง น้ำผึ้งยิ้มกริ่มที่ช่างหลอกง่ายดาย

พอเข้ามาพบพิศุทธิ์ได้ น้ำผึ้งก็ขอเลี้ยงข้าวเย็นเขา เป็นการขอบคุณที่ส่งบ้านเมื่อวาน เขาปฏิเสธนุ่มนวลว่ามีนัดแล้ว น้ำผึ้งทำทีน้อยใจ หาว่าเขาอายที่ต้องไปกับผู้หญิงท้องไม่มีพ่อ พิศุทธิ์ส่ายหน้า แต่เธอแทรกขึ้นเหมือนถูกกดดันจนต้องระบายว่าตนไม่อายเพราะเด็กคนนี้เกิดจาก ความรักของตน ถึงผู้ชายคนนั้นจะหลอก พิศุทธิ์งงเพราะเท่าที่เห็นเรื่องเธอไม่ได้เป็นอย่างนี้

น้ำผึ้งเล่าว่าตนกับพ่อเด็กทำงานที่เดียวกัน “แต่ฉันได้เลื่อนตำแหน่งสูงกว่าเขา เขาบอกฉันว่าเขาอายที่มาเป็นลูกน้อง ฉันเลยให้เขาลาออกแล้วเอาเงินเก็บของฉันเปิดบริษัทให้เขา เขาสัญญาว่าจะหาเงินเพื่อสร้างครอบครัวของเรา...แล้ววันหนึ่งเขาก็ทิ้งฉันไป แต่งงานกับผู้หญิงที่รวยกว่า แล้วฉันก็โดนด่าว่าเป็นเมียน้อย ทั้งๆที่ฉันรักกับเขาก่อนผู้หญิงคนนั้น ฉันโดนผู้คนประณามว่าแย่งสามีคนอื่น ทั้งๆที่ฉันเป็นเมียที่จดทะเบียนสมรส”

พิศุทธิ์ชักสงสารเธอที่โด นภูเบศร์หลอก น้ำผึ้งแกล้งเสียใจจนเป็นลม เพื่อให้เขาพาไปหาหมอ แล้วเลยต้องพาไปส่งบ้านอีกครั้ง....พิศุทธิ์โทร.บอกกะรัตระหว่างรอน้ำผึ้ง เข้าหาหมอ ว่าตนเคลียร์งานอยู่ไปช้านิดหน่อย น้ำผึ้งรู้สึกภูมิใจที่ทุกคนมองว่าตนมีสามีพามาตรวจครรภ์ พยาบาลก็เข้าใจว่าเขาเป็นพ่อเด็ก กันตาเดินมาเห็นหลังไวๆ เอะใจแต่ตามไปดูไม่ทัน จึงโทร.ถามกะรัตว่าพิศุทธิ์ไปหาหรือยัง กะรัตบอกว่าเขายังเคลียร์งานอยู่

กะรัตไม่อยากรอ ตัดสินใจไปหาพิศุทธิ์ที่บริษัท พอมาถึงจึงได้รู้ว่าเขากลับไปนานแล้ว กะรัตรีบกลับไปที่ร้านเสื้อ แต่พิศุทธิ์ก็ยังมาไม่ถึง ชักสังหรณ์ใจแต่ไม่กล้าโทร.จิกเกรงเขาโกรธ

รสสุคนธ์เห็นท่าที พิศุทธิ์แล้วไม่อยากคิดตามที่น้ำผึ้งพร่ำบอก ว่าเขาจะมาเป็นหลานเขยในอนาคต จึงเตือนหลาน “อย่าเพิ่งฝันไปเลยผึ้งเอ๊ย ที่เขาดีกับเราเพราะว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจ”

“แต่ผึ้งเชื่อว่าผึ้งไม่ได้แค่ฝัน น้ารสคอยดูแล้วกัน ผึ้งดูอาการคนไม่ผิดหรอก” น้ำผึ้งมั่นใจ

แยก จากน้ำผึ้งมาได้ พิศุทธิ์รีบมาหากะรัตที่ห้องเสื้อบอกเธอตามจริงว่าพาเพื่อนที่ทำงานไปหาหมอ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นน้ำผึ้ง กะรัตคลายความขุ่นข้องหมองใจ รีบทำตามแผนเซอร์ไพรส์เขาด้วยการเอามือปิดตาเขา พาเดินไปที่ราวแขวนเสื้อที่มีเสื้อผ้าผู้ชายเต็มราว

พอเปิดตา พิศุทธิ์อึ้ง “นี่มันอะไรกันครับ คุณจับผมปิดตาเพื่อมาดูเสื้อผ้านี่น่ะเหรอ”

“แน่นอน ค่ะ เพราะเสื้อผ้าทั้งราวเนี่ยเป็นของคุณทั้งหมด...ไม่ต้องอึ้งค่ะ คุณเป็นคนที่กั้งรักแล้วกั้งก็เป็นเจ้าของห้องเสื้อ น้อยกว่านี้ก็แย่สิคะ”

“ไหนคุณบอกว่าชอบที่ผมเป็นผมไง” พิศุทธิ์แกล้งทำหน้าขรึม

กะรัตร้อนตัว รีบบอกว่าตนแค่อยากให้เขาดูดีเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดเปลี่ยนเขา ถ้าเขาไม่ชอบก็ไม่ต้องเอาไป พิศุทธิ์หัวเราะออกมา กะรัตจึงรู้ว่าถูกแกล้ง หยิก เขาแล้วสะบัดหน้างอน เขารู้สึกสดชื่นและมีความสุขที่ตามง้อเธอ...ทั้งสองพากันมาที่โรงหนัง กะรัตชอบหนังรัก แต่เอาใจเขาด้วยการเลือกหนังไซไฟ พิศุทธิ์รู้ทันตัด สินใจดึงกะรัตออกจากโรงหนัง ไปเดินซุปเปอร์มาร์เกตแทน กะรัตตื่นตาเพราะไม่เคยเข้ามาซื้อของในนี้เองมาก่อน

เผอิญคุณนายรำภาและคุณนายศจีเห็นรีบรายงานพวงหยกทันทีว่าเห็นกะรัตเดินอี๋อ๋อกับลูกชายเนื้อแพร พวงหยกเดือดดาล พยายามกดโทรศัพท์หากะรัตแต่เธอไม่รับสาย พวงหยกจึงโทร.หาเนื้อแพรแทน แล้วใส่ไม่ยั้ง

“แกคิดจะเคลมทั้งผัวทั้งลูกฉันเลยรึไงนังเนื้อแพร” เนื้อแพรยังงงว่าใคร แต่พอพวงหยกเอ่ย “จำเสียงฉันไม่ได้หรือไง คนที่แกอยากใช้ผัวร่วมกับฉันไง”

“คุณพวงหยก!”

“แหม...พอพูดเรื่องนี้ฉลาดขึ้นมาเลยนะ”

“มีคุณคนเดียวล่ะที่คิดแต่เรื่องแบบนี้”

“ใครกันแน่ที่คิดแต่เรื่องต่ำๆ แผนสูงนักนะแก ใช้ตัวแลกกับผัวฉันไม่พอ ยังจะซ้อนแผนให้ลูกชายแกตกถังข้าวสารอีกคนหรือไง”

“คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ...”

“เล่นบทหน้าโง่เก่งเหลือเกินนะ ฉันจะไม่ยอมให้ยัยกั้งเสียค่าโง่กับลูกชายแกเด็ดขาด เป็นตายยังไงนายพิศุทธิ์ก็ไม่มีวันได้แอ้มยัยกั้ง จำใส่กะโหลกไว้” พวงหยกทิ้งบอมบ์เสร็จตัดสาย

เนื้อแพรกังวลเรื่องพิศุทธิ์...พิศุทธิ์กับกะรัตขึ้นนั่งบนรถไม่ทันจะออกรถ เนื้อแพรโทร.เข้ามา เขารู้ว่าไม่ควรหนีอีกแล้วจึงบอกกะรัต “ผมคิดมาตลอดว่าถ้าเราคิดจะคบกันจริงๆ เราก็ควรให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ ทั้งฝ่ายผมและที่บ้านของคุณ ถึงเวลาที่คุณกับผมต้องเผชิญความจริงกันแล้ว”

“แต่กั้งไม่ได้เตรียมตัวเลย”

พิศุทธิ์กุมมือให้กำลังใจ “อย่ากังวลเลยครับ แม่ผมเป็นคนมีเหตุผล ถ้าท่านรู้ว่าเราจริงใจที่จะคบกัน ท่านคงไม่ใจร้ายกับเราหรอก”

พิศุทธิ์ตัดสินใจรับสายเนื้อแพร แล้วบอกเธอว่าเย็นนี้จะพาเพื่อนเข้าไปทานข้าวที่บ้าน ให้เธอรอทานข้าวด้วย กะรัตสีหน้ากังวล เนื้อแพรไม่ทันโต้อะไร เขาก็ตัดสายไปเสียแล้ว

ooooooo

ทันทีที่พิศุทธิ์เดินเข้าบ้าน เนื้อแพรเปิดฉากบอกว่าพวงหยกโทร.มา แต่ไม่ทันพูดจบพิศุทธิ์ก็ดึงกะรัตเข้ามา เธอยกมือไหว้เนื้อแพรอย่างเกร็งๆ เนื้อแพรรับไหว้ตะลึง...พิศุทธิ์จะบอกจุดประสงค์ที่พากะรัตมา แต่เนื้อแพรสวน

“ลูกบอกว่าจะพาเพื่อนมาบ้าน แม่ไม่ยักรู้ว่าลูกกับกะรัตเป็นเพื่อนกันอยู่” เนื้อแพรเน้นคำว่าเพื่อน พิศุทธิ์สบตากะรัตอย่างให้กำลังใจ

พิศุทธิ์ชิงบอกเนื้อแพรว่า กะรัตซื้อกับข้าวมามากมาย เนื้อแพรตัดบท “คุณกลับไปเถอะ”

กะรัตหน้าเจื่อน พิศุทธิ์อ้าปากจะพูด กะรัตแทรก “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้ว่าระหว่างเราเริ่มต้นไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้าคุณเป็นฉัน คุณก็คงทำไม่ต่างจากฉันหรอก แต่ตอนนี้ความรู้สึกของฉันเปลี่ยนไปแล้ว ขอโอกาสให้ได้พิสูจน์ว่าฉันสามารถเปลี่ยนตัวเองได้เพื่อลูกชายคุณ”

แต่เนื้อแพรยังย้ำคำเดิมว่าให้เธอกลับไปเสีย แล้วเดินเข้าครัว กะรัตตามเอาใจจะช่วยงานในครัว เนื้อแพรพยายามข่มใจจนหมดความอดทน ถามเธอกำลังทำอะไร มายุ่งกับลูกตนทำไม

“ฉันคิดว่าฉันพูดกับคุณไปชัดเจนแล้วซะอีก”

“แต่เราก็แค่พยายามศึกษากัน มันไม่น่าจะมีอะไร เสียหายนี่คะ”

“แสดงว่าคุณไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันพยายามบอก นอกจาก จะไม่เข้าใจ คุณยังฝืนจะเอาชนะ ฉันบอกตามตรงว่าฉันไม่สบายใจที่เห็นคุณมายุ่งกับพิศุทธิ์ เพราะฉันเองก็พอจะรู้จักนิสัยคุณอยู่บ้าง”

กะรัตยืนยันว่าจะเปลี่ยนตัวเอง แต่เนื้อแพรไม่เชื่อและให้กะรัตตั้งสติ “ก่อนที่จะพูดอะไร ขอให้ตัดคำว่าอยากได้ ต้องได้ออกไป แล้วลองถามใจตัวเองว่าคุณอยากคบพิศุทธิ์จริงหรือเปล่า”

“ฉันจริงใจต่อคุณพิศุทธิ์ ฉันไม่คิดจะคบเขาแค่ฉาบฉวย”

“แล้วคุณแม่คุณยอมไหม!”

กะรัตชะงักก่อนจะรับรองว่าแม่ต้องยอม เนื้อแพร ย้อนเธอไม่รู้จักแม่ตัวเอง “ฉันโดนใครต่อใครตราหน้าต่อว่าเสียๆหายๆยังไง ฉันรับได้ แต่ถ้ามาว่าเขาจะมาจับผู้หญิงรวยๆอย่างคุณ ฉันยอมไม่ได้”

“แต่ฉันรักคุณพิศุทธิ์จริงๆนะคะ”

“คุณก็คงคิดอย่างนี้กับทุกคนที่แล้วมา จริงไหม”

“คุณพิศุทธิ์ไม่เหมือนผู้ชายเลวๆพวกนั้น เขาดีกว่าทุกๆคนที่ฉันเจอมา”

“คุณอยากได้คนดีๆเพียงแค่คุณยังไม่เคยได้ คุณทำยังกับเขาเป็นของสะสมของคุณงั้นล่ะ”

“ไม่ใช่ยังงั้นนะคะ ฉันรู้ว่าฉันผ่านอะไรมามาก แต่ฉันก็อยากแก้ตัวกับเขาเป็นคนสุดท้าย”

“เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงห่วง ฉันไม่ได้มองว่าพิศุทธิ์ดีวิเศษไปกว่าผู้ชายคนอื่น  แต่เขาไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องนี้เท่าคุณ เขาเป็นคนใจดี เขาไม่มีภูมิคุ้มกันในเรื่องแบบนี้ แล้วอีกอย่างอย่าหาว่าฉันงมงายเลยนะ สามีคุณแต่ละคนก็ตายกะทันหันทั้งนั้น  ฉันกลัวพิศุทธิ์อายุสั้นเพราะคุณ”

กะรัตหน้าชา ถามจะให้ตนทำอย่างไร เนื้อแพรเชือดเฉือน ในเมื่อเปลี่ยนอดีตไม่ได้ ก็อย่าทำลายอนาคตของพิศุทธิ์ ตนไม่ได้หวังผู้หญิงที่เลิศเลอเพอร์เฟกต์อะไรมากมาย ขอแค่คนที่จะไม่ทำให้เขาต้องโดนหัวเราะเยาะ ลับหลัง ว่าเป็นแค่ของเล่นคลายเหงาของเธอ เนื้อแพรเน้นชัดๆ

“คุณคงรู้ดีว่าการแต่งงานที่ล้มเหลว มันสร้างบาดแผลให้ชีวิตยังไง อย่าหยิบยื่นบาดแผลนั้นให้คนดีๆอย่างพิศุทธิ์เลยนะ ฉันขอร้อง”

กะรัตชาวูบไปทั้งตัว ลำคอตีบตื้นพูดอะไรไม่ออก พิศุทธิ์ตามเข้ามาเห็นท่าทีสองคนผิดปกติ เนื้อแพรมองว่ากะรัตจะทำอย่างไรต่อไป พิศุทธิ์เข้ามาจับมือกะรัต แต่เธอดึงมือออกอย่างเจ็บปวด รู้สึกตัวเองสกปรกเหลือเกิน ฝืนยิ้มขอตัวกลับ พิศุทธิ์รีบถามแม่พูดอะไร เธอส่ายหน้าอ้างปวดหัว เครียดเรื่องงาน  แล้วเดินออกไป พิศุทธิ์ตามไปรั้งตัว ถามว่าแม่พูดอะไรกับเธอ

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร” พิศุทธิ์ไม่เชื่อ กะรัตกลั้นน้ำตาคิดหาทางทำให้เขาโกรธและตัดใจไปจากตน จึงตวาดใส่ “เลิกเซ้าซี้สักทีได้ไหม คุณอยากรู้ใช่ไหม ได้! แม่คุณบอกว่าฉันทนคุณไม่ได้นานหรอก ผู้ชายอย่างคุณมันน่าเบื่อ จืดชืด ไม่หวือหวาอย่างที่ฉันชอบ แล้วฉันก็ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง!” พิศุทธิ์จะอ้าปาก กะรัตสวน “คุณรู้ไหมว่าฉันอยู่กับคุณ ฉันต้องทำตัวแอ๊บแบ๊ว ไม่มีความเป็นตัวเองเลย บอกตรงๆว่าฉันอึดอัด และที่สำคัญ คนอย่างกะรัตมีศักดิ์ศรีเกินกว่าจะมายืนให้เมียน้อยของพ่อด่าอย่างนี้”

“กะรัต!” พิศุทธิ์โกรธที่จิกว่าแม่ของเขา แต่ก็ยังรั้งเธอไว้ไม่ให้ขึ้นรถ

กะรัตกระชากตัวออกขึ้นรถปิดประตู กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล สตาร์ตรถขับออกไปด้วยหัวใจสลาย พิศุทธิ์ยืนอึ้งน้ำตาคลอ...กลับเข้าบ้านถามเนื้อแพรคุยอะไรกัน ตนไม่เชื่อสิ่งที่กะรัตพูด เนื้อแพรจึงบอกว่า ทุกสิ่งที่ตนพูดกับกะรัต ด้วยความหวังดีต่อเขาทั้งนั้น

“อย่าปล่อยให้เขาเอาความน่าสงสารมาทำให้ลูกติดบ่วง ถ้าลูกเชื่อในความรักของแม่ ก็ขอให้เชื่อว่าสิ่งที่แม่ทำไปมันคือสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด” พูดจบเนื้อแพรเดินไป ปล่อยให้ลูกชายยืนคิดจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่คนเดียว

ooooooo

ด้านพวงหยกกลับมาไล่เบี้ยกันตากับกุนตี รวมไปถึงนวลที่ช่วยกันปิดบังเรื่องกะรัตกับพิศุทธิ์ ทั้งสามนิ่งเงียบ พอดีกะรัตเดินเข้ามา พวงหยกก็ใส่ทันที ถ้าเพื่อนไม่มาบอกตนคงเป็นควายให้เนื้อแพรหัวเราะเยาะ แล้วด่าว่าแทงใจกะรัต

“ผัวเก่ายังไปไม่ถึงนรก แกก็แล่นไปหาเหาใส่หัวอีก จะครองตัวเป็นโสดให้ฉันพักหูจากเสียงครหาบ้าง มันจะอัดอั้นใจตายรึไง”

“กั้งเลิกกับเขาแล้ว ทีนี้แม่พอใจรึยัง” กะรัตโพล่งออกมา ทำเอากันตากับกุนตีตกใจ

พวงหยกยิ่งปรี๊ดที่กะรัตยอมรับว่าคบกับลูกเนื้อ–แพรจริงๆ กะรัตตะโกนกลับว่าจบกันแล้ว พวงหยกโกรธที่ลูกขึ้นเสียง นวลได้ยินเสียงรถกฤชจึงรีบออกไปตามให้มาช่วยห้ามทัพ...พวงหยกกำลังผรุสวาท “แค่พ่อแกโง่คนเดียว ฉันก็ตามล้างตามเช็ดไม่หวาดไม่ไหว นี่ยังจะแกอีกคน โง่ให้ลูกชายมันหลอกเอาได้ แกอยากเห็นฉันตายนักรึไง...หา” กุนตีขอให้เธอใจเย็น “เย็นไม่ไหวแล้ว น้องแกมันจะเอาชื่อเสียงฉันไปขายทอดตลาด ใครจะไปเย็นไหว”

กฤชเข้ามาปราม พวงหยกใส่ไม่ยั้งว่ามีผัวกี่คนตนไม่ว่าแต่ทำไมต้องไปยุ่งกับลูกโสเภณีนั่น กะรัตเจ็บจี๊ด “แม่เอาแต่ด่าโดยไม่ถามซักคำว่ากั้งไปเจออะไรมาบ้าง...ผู้หญิงสามผัวอย่างกั้ง ไม่มีใครเขามาสนใจหรอก กั้งโดนเขาไล่ออกจากบ้านมา ได้ยินชัดรึยัง!”

พวงหยกยิ่งสมน้ำหน้า กฤชสงสารลูก บอกให้พอที แต่พวงหยกยิ่งกราดเกรี้ยวด่าว่าจนกะรัตฟิวส์ขาด ตะโกนทั้งน้ำตานองหน้า “แม่ก็ห่วงแต่ตัวเอง คิดถึงแต่ตัวเอง เคยมองเห็นความทุกข์ของกั้งบ้างไหม เคยไหม!”

กันตากับกุนตีเป็นห่วงมองกะรัตวิ่งร้องไห้ขึ้นห้องไป หันมาตำหนิแม่กันใหญ่ พวงหยกเจ็บใจหาว่าทุกคนเห็นเนื้อแพรดีกว่าตน

คืนนั้น กะรัตเมามายอยู่ในห้อง พิศุทธิ์พยายามโทร.หาแต่เธอไม่รับสาย ขณะเดียวกัน น้ำผึ้งนั่งมองนามบัตรพิศุทธิ์ ฝันหวานว่าจะได้เป็นแฟนคนดีมีชาติตระกูลอย่างเขา นึกครึ้มใจกดโทรศัพท์ไปเย้ยกะรัต ได้ยินน้ำเสียงเธอเมาก็ยิ่งเยาะเย้ยถากถาง

“แหม...ชีวิตเราช่างตรงข้ามกันนะกั้ง ชีวิตฉันมันกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ได้งานใหม่ และเจอใครคนหนึ่งที่รักฉันจากใจ ไม่ใช่รักที่เงิน เหมือนผู้ชายที่เธอเคยเจอ”

“ก็คงจะเป็นผู้ชายแก่คราวพ่อ หายใจรวยรินแต่ยังไม่สิ้นกลิ่นตัณหา...”

น้ำผึ้งเยาะ “เธอทายผิดอีกแล้วล่ะกั้ง เขาทั้งหนุ่มทั้งหล่อดูดี ที่สำคัญเขามีชาติตระกูลพอจะทำให้ฉันกลายเป็นคุณสายน้ำผึ้งที่ใครๆต้องอิจฉา”

กะรัตหาว่าคนท้องไม่มีพ่อชอบเพ้อเจ้อ น้ำผึ้งหาว่ากะรัตเมาเพราะโดนผู้ชายทิ้งอีก กะรัตปรี๊ดแตกที่โดนแทงใจดำ น้ำผึ้งสะใจยิ่งเยาะ “ฉันขอแนะนำในฐานะเพื่อนเก่า เธอควรหยุดระงับกิเลสแล้วเข้าวัดซะ เพราะคนอย่างเธอต่อให้รวยขนาดไหน ก็ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากเอาเธอแล้ว เพราะอะไรรู้ไหม...เพราะเธอมันตัวซวย เป็นผู้หญิงกินผัว รักใครเขาก็ตายหมด”

เสียงหัวเราะน้ำผึ้งก่อนจะตัดสายไปเสียดแทงใจกะรัตจนตัวสั่นด้วยความโกรธ วิ่งออกจากห้องจะไปเล่น

งานน้ำผึ้งที่บ้าน กันตากับกุนตีนั่งอยู่ข้างล่างตกใจช่วยกันจับตัวเธอไว้ กฤชเรียกคนรับใช้มาช่วยกันจับ กะรัตโกรธมากจนสติหลุดเป็นลมล้มฟุบ กฤชตกใจอุ้มลูกกลับห้อง

พอกะรัตฟื้นขึ้นมาเห็นพ่อก็โผกอดร้องไห้โฮ กฤชถามเรื่องพิศุทธิ์ใช่ไหม เธอสะอื้นบอกว่ามันจบแล้ว กฤชย้อนถามถ้าจบทำไมลูกยังเมามาย กะรัตฟูมฟายว่าพิศุทธิ์เป็นคนดี ตนไม่กล้าแตะต้องเขาอีก กฤชให้แง่คิด “เนื้อแพรเขาก็รักลูกชายเหมือนที่แม่กั้งรักกั้งไงลูก”

ทีแรกกะรัตเข้าใจว่ากฤชปกป้องเนื้อแพร กฤชพยายามบอกให้เธอใช้สติแก้ปัญหา ถ้าอยากให้ช่วยอะไรก็บอก กะรัตสะอื้น “พ่อคะ...กั้งมันไร้ค่ามากใช่ไหม กั้งมันไม่มีอะไรดี ใครๆถึงพากันรังเกียจ กั้งสกปรกเกินกว่าจะมีคนดีๆมารักจริงๆใช่ไหม”

“ไม่จริงเลยลูก ลูกของพ่อทั้งสวยทั้งเก่ง ที่สำคัญลูกไม่ได้ทำผิดอะไร”

“แต่ไม่มีใครให้โอกาสกั้ง ทุกคนมองว่ากั้งเป็นผู้หญิงฉาบฉวย เป็นผู้หญิงมักง่ายที่เริ่มต้นกับใครก็ได้ ไม่มีใครรู้ว่ากั้งต้องเจ็บปวดเสียใจแค่ไหน เวลาที่ชีวิตคู่มันพัง”

“ฟังพ่อนะลูก ใครจะเชื่อว่าลูกเป็นยังไงไม่สำคัญ แต่พ่ออยากให้ลูกเชื่อมั่นในตัวเอง ลุกขึ้นมาทำตัวเองให้มีค่ากว่านี้ เพราะถ้าลูกยังไม่รักตัวเอง คงยากที่จะให้ใครมารักเรานะลูก”

กะรัตกอดพ่อร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กตัวน้อยๆ

ooooooo

วันต่อมา พิศุทธิ์มาหากันตาที่โรงพยาบาล ซักถามถึงกะรัต กันตาจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง ตอนนี้พี่สาวตนบอบช้ำหัวใจสลาย กันตานึกได้แกล้งพูดให้พิศุทธิ์ตัดสินใจทำอะไรเพื่อกะรัต จึงทำทีตัดรอนเขา

“พี่กั้งกลัวจะทำให้คนดีๆอย่างคุณมัวหมอง คนมีปมในชีวิต มันก็เป็นแบบนี้ ใครก็ตราหน้า ทั้งๆที่

พี่กั้งก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่รักผู้ชายคนหนึ่ง อยากใช้ชีวิตไปด้วยกัน ยึดเป็นหลักให้กับชีวิต แต่สุดท้ายทุกคนก็จากพี่กั้งไป...คุณเคยคิดจะอยู่กับพี่กั้งทั้งชีวิตบ้างไหมคะ การล้างปมชีวิตพี่กั้งมีอยู่อย่างเดียว คือมีใครสักคนที่อยากอยู่กับพี่กั้งด้วยหัวใจ แต่ถ้าคุณไม่เคยคิดอย่างนั้น ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะค่ะ อย่าเจอพี่กั้งเลย พี่กั้งจะได้ตัดใจจากคุณสักที”

กันตาขอตัวไปทำงาน เธอเดินอมยิ้มที่ทิ้งบอมบ์ไว้ให้พิศุทธิ์ตัดสินใจ...ระหว่างที่กันตาเดินกลับห้องทำงานก็ทักทายคุยกับหมอหนุ่มจิ๊จ๊ะสนุกสนาน ศิวามาเห็นอดหมั่นไส้ไม่ได้ ตามมาดักหน้าติงว่าเธอช่างเสน่ห์แรงเหลือเกิน กันตาไม่สนใจจะฟังเดินหนี เขาตามแขวะ เธอโต้

“อย่ามาตามตื๊อฉันให้เสียเวลาเลย ฉันไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้” ศิวาแปลกใจ “ลูกชายนักธุรกิจหมื่นล้าน เรียนไม่จบ กลับมาตั้งหน้าตั้งตาผลาญเงินพ่อแม่ ควงดาราไม่ซ้ำหน้า แถมยังถูกพ่อส่งมาตรวจหาสารเสพติด” กันตาไล่ให้กลับไป อย่ามาทำให้ตนเสียเวลา

“โห...นี่ขนาดไม่ชอบ สืบประวัติผมซะละเอียดยิบ”

กันตาว่าประวัติเน่าฟุ้ง เดินห่างร้อยเมตรยังได้กลิ่น อย่าหลงตัวเอง ตนดีเกินกว่าจะเป็นของเล่นเพลย์บอย

อย่างเขา กันตาเดินเชิดไป ศิวาอยากเอาชนะแกล้งเป็นลมหมดสติ กันตาตกใจให้พยาบาลมาช่วยพาเข้าห้องฉุกเฉิน แต่แล้วเธอก็ตรวจพบว่าเขาโกหก จึงสั่งสอนให้หลาบจำ แต่ศิวาก็พลิกผันรวบตัวเธอมากอดแบบหมาหยอกไก่...กันตากลับมาบ่นให้กุนตีฟังเรื่องศิวาว่า น่ารำคาญมาก ตนไม่มีวันสนใจผู้ชายเจ้าชู้แบบนี้ แล้วยังเล่าเรื่องพิศุทธิ์ที่ตนวางหมากไว้...

เย็นวันนั้น น้ำผึ้งใช้แผนเดิมเข้ามาชวนพิศุทธิ์ไปทานข้าวเย็น เขาไม่รู้จะอ้างอะไรจึงยอมไปด้วยสักครั้ง เพื่อนๆพนักงานพากันแซวน้ำผึ้งที่มีผู้ชายสนใจทั้งที่ท้องห้าเดือนเข้าไปแล้ว

ในห้างสรรพสินค้าที่ทั้งสองเดินออกจากร้านอาหาร น้ำผึ้งเห็นร้านเพชรก็ทำทีเปรยว่าอยากให้มีคนให้แหวนเป็นของขวัญวันเกิดที่กำลังจะมาถึงบ้าง พิศุทธิ์กลับนึกถึงกะรัต คิดว่าน่าจะซื้อแหวนไปง้อเธอ น้ำผึ้งทำเป็นชี้วงที่ตัวเองชอบ แล้วทำทีพูดว่า

“คุณรู้ไหมคะ ผู้ชายชอบคิดว่า การจะขอผู้หญิงแต่งงาน ต้องมีเงินสินสอดเป็นแสนเป็นล้าน ต้องมีบ้านช่องใหญ่โตหรูหรา แต่ความจริง ผู้หญิงต้องการแค่แหวนเพชรเม็ดเล็กๆมาสวมที่นิ้วนาง พร้อมกับคำสาบานว่าจะรักและอยู่ด้วยกันไปจนกว่าลมหายใจสุดท้าย เท่านี้ก็พอแล้ว”

น้ำผึ้งเขินขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กลับออกมาเห็นพิศุทธิ์เลือกซื้อแหวนและกำลังจ่ายเงิน ก็หลงดีใจหวังท่วมท้นว่าเขาซื้อให้ตัวเอง

เมื่อพิศุทธิ์กลับเข้าบ้าน เนื้อแพรถามยังโกรธตนเรื่องกะรัตอยู่หรือ เขาย้อนถามบ้าง ที่แม่เคยสอน ถ้าจะรักใครสักคน เราไม่ควรเอาเหตุผลเป็นตัวตั้ง เพราะมันไม่ใช่รักแท้ เนื้อแพรหวั่นใจลูกพูดแบบนี้เหมือนรักกะรัตมากจนตัดใจไม่ได้ เขายอมรับว่ากำลังเรียนรู้เธอด้วยหัวใจเป็นธรรมเท่านั้นเอง ไม่ว่าคนภายนอกจะมองกะรัตแรง รักง่ายหน่ายเร็ว แต่ตนว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่อยากมีครอบครัวอบอุ่นเหมือนคนอื่น แต่โชคร้ายที่เจอผู้ชายไม่ซื่อสัตย์ ตนไม่อยากโยนความผิดให้เธอเหมือนคนอื่นๆ เนื้อแพรฟังแล้วยิ่งห่วงกังวล

“แม่ไม่เคยสอนให้ลูกเอาเหตุผลมาตัดสินความรัก แต่เชื่อแม่เถอะว่า ความรักมันจะกลายเป็นซากแห่งความทรงจำทันที ถ้าเขายังไม่ได้เรียนรู้ที่จะอดทนเพื่อคนอื่น...

แม่อยากให้ลูกไตร่ตรองให้ดี” เนื้อแพรพยายามตอกย้ำให้ลูกคิดก่อนจะเดินขึ้นข้างบนไป

พิศุทธิ์ฟังแม่แล้วรู้สึกหนักอึ้งไปหมด หยิบกล่องแหวนขึ้นมามองคิดอะไรบางอย่าง

ooooooo

สายวันใหม่ กฤชซื้อของกินมาหากะรัตที่ห้องเสื้อ เห็นเธอกำลังทำชุดฟินาเล่ที่จะใช้ในงานแฟชั่นโชว์ที่จะมีขึ้นเร็ววันนี้ กฤชเป็นห่วงจิตใจลูกสาวบอกให้ทานก่อนมีแต่ของอร่อยที่เธอชอบ แต่เธอกลับตอบว่าทานไม่ลง กฤชปลอบใจ

“พ่อรู้ว่ากั้งเสียใจ แต่พ่ออยากให้กั้งพิสูจน์ตัวเองว่าเรามีค่า ไม่ได้อยู่ไปวันๆเพียงเพื่อรอผู้ชาย กั้งให้เวลาตัวเองเศร้าได้ แต่อย่านานนัก อดีตที่เลวร้ายจะถูกลบด้วยปัจจุบันที่ดี เชื่อพ่อนะ”

กะรัตฝืนยิ้มมองพ่ออย่างซาบซึ้ง กฤชเขย่าหัวลูกอย่างเอ็นดูก่อนจะขอตัวกลับ...กฤชออกจากร้านไปไม่ทันไร น้ำผึ้งก็ก้าวเข้ามา กะรัตนึกว่าพ่อกลับมาเงยหน้ามองต้องตะลึง น้ำผึ้งเยาะ

“เก่งนี่...ไม่อยากจะเชื่อนะว่าเพื่อนสาวฉันจะลุกขึ้นมาทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวกับเขาได้”

“ใครอนุญาตให้แกเข้ามาในร้านฉัน”

“ฉันไม่ได้มาในฐานะผู้หญิงที่เคยมีผัวคนเดียวกับเธอ แต่ฉันมาในฐานะลูกค้าที่มาดูชุดว่าที่เจ้าสาว”

“ชุดสำหรับแก มีแต่ชุดไปงานศพเท่านั้นแหละ” กะรัตข่มอารมณ์ตอบโต้

“ไม่ขายให้ฉันก็ไม่เป็นไร เพราะป่านนี้ว่าที่เจ้าบ่าวของฉันคงดูชุดที่สวยที่สุด หรูที่สุดไว้ให้ฉันแล้ว ฉันก็แวะมาบอกเท่านี้ล่ะ ไม่ได้หวังว่าชุดจากห้องเสื้อห่วยๆของเธอ จะมีวาสนามาสวมอยู่บนตัวผู้หญิงที่สวยและโชคดีอย่างฉันหรอก” น้ำผึ้งปรายตามองถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานของกะรัต แล้วแกล้งปัดหกราดชุดฟินาเล่ “อุ๊ป! ตายจริง ขอโทษนะจ๊ะ ชุดห่วยของเธอมันเลอะซะละ...เลอะแล้วก็เละเทะเหมือนเจ้าของ”

กะรัตหมดความอดทนกรีดร้อง “อีผึ้ง!” ก่อนจะถลาเข้าตบหน้าเธอฉาดใหญ่ น้ำผึ้งเซไปชนลูกค้าที่เข้าร้านมา และเผอิญเป็นเพื่อนไฮโซของพวงหยกร้องวี้ดว้าย น้ำผึ้งยิ่งยั่วอารมณ์

“ตบนี้ฉันไม่ถือสาหรอกนะ ถือว่าให้ทานผู้หญิงบ้า ที่ผัวสามคนยังหนีไปตายกันหมด”

กะรัตถลาเข้าใส่ น้ำผึ้งวิ่งหนีออกนอกร้าน โบกแท็กซี่ที่แล่นมาขึ้นไปทันที กะรัตด่าลั่น

“อีผึ้ง! อีชั่ว แน่จริงกลับมาซี่ กลับมา” น้ำผึ้งโผล่หน้ามาโบกมือเย้ย กะรัตแค้นจนตัวสั่นหันไปเห็นคนมามุงก็วีนใส่ ก่อนจะก้าวฉับๆกลับเข้าร้าน

พอพวงหยกรู้เรื่องก็โวยลั่นว่ากะรัตอกหักคลั่งเป็นหมาบ้าไล่กัดคนไปทั่ว เจ้าสัวบัญชาเอ็ด ตนเห็นแต่เธอที่โวยวายเสียงแปร๋น และคิดว่าที่กะรัตเป็นแบบนั้นคงมีใครทำ แต่พวงหยกจะเอาเร่ืองกะรัตที่ทำให้ตนอับอายเพื่อน เจ้าสัวให้สติลูกสาว

“แล้วลื้อจะรักษาหน้าไว้ทำไม ถ้ารู้ว่าใจลูกมันเจ็บ จะมีสักครั้งไหมที่ลื้อจะหยุดคิดถึงตัวเอง แล้วนั่งลงฟังปัญหาของลูก ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยมันก็ยังรู้ว่าคนที่คลอดมันออกมาไม่เอาแต่ซ้ำเติม”

“เข้าข้างกันเข้าไป จะมีใครอยู่ข้างฉันบ้างไหมเนี่ย...” พวงหยกบ่นอย่างหงุดหงิด...

ขณะที่พิศุทธิ์ทำงานอยู่ที่บ้าน เผลอปัดแก้วน้ำหก น้ำกระเด็นโดนหน้าปัดมือถือที่มีรูปกะรัต เขาหยิบมาเช็ดจ้องมองแล้วตัดสินใจคว้ากุญแจรถออกไป เนื้อแพรเห็นลูกชายเดินผ่านไม่บอกกล่าว ก็ถอนใจครุ่นคิดว่าตัวเองคิดผิดหรือเปล่า

ส่วนน้ำผึ้งสะใจที่ได้ยั่วอารมณ์กะรัต กลับบ้านมาวางมาดคุณหญิง ชงชานั่งจิบด้วยคิดว่าไม่นานจะต้องเข้าไปอยู่ในวังกับพิศุทธิ์ รสสุคนธ์เตือนไม่ควรดื่มชาก็ไม่เชื่อ

ด้านกะรัตพอได้สงบสติอารมณ์ลง นั่งมองชุดที่น้ำผึ้งทำกาแฟหกใส่อย่างปลงๆ นึกถึงคำพูดของเนื้อแพร ที่ว่าตนรู้ดีว่าการแต่งงานล้มเหลวมันสร้างบาดแผลให้ชีวิตอย่างไร อย่าหยิบยื่นบาดแผลนั้นให้คนดีๆอย่างพิศุทธิ์...กะรัตรู้สึกร้าวรานใจ น้ำตาซึม คำเตือนของพ่อแว่วเข้ามา...พ่ออยากให้ลูกเชื่อมั่นใจตัวเอง ลุกขึ้นมาทำตัวเองให้มีค่า...กะรัตตัดสินใจหยิบกรรไกรมาตัดรอยกาแฟออก แล้วเอาผ้าลูกไม้มาตัดแต่งอย่างสวยงาม ระหว่างนั้น พิศุทธิ์มาแอบมองอยู่หน้าร้าน

ooooooo

เช้าวันใหม่ กฤชลงมานั่งทานอาหารเช้ากับลูกๆ พวงหยกอดกระแหนะกระแหนไม่ได้ พอกะรัตลงมาขอตัวรีบไปทำงาน พวงหยกทวงบัตรฟรีที่จะไปแจกเพื่อนๆ กะรัตวางให้ปึกหนึ่ง กฤชคว้าไว้หนึ่งใบแล้วลุกออกไป พวงหยกแปลกใจถามจะไปให้ใครเขาก็ไม่ตอบ

ด้วยความห่วงว่ากฤชจะเอาบัตรไปให้เนื้อแพร พวงหยกจึงแอบขับรถตามกฤชออกไปแล้วก็พบว่าเขามาหาเนื้อแพรที่ร้านสปาจริงๆ...กฤชมาเพื่อจะเอาการ์ดฝากเนื้อแพรไปให้พิศุทธิ์

“แพร ผมไม่ได้เข้าข้างลูก แต่ผมว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเป็นม่ายและผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบนี้หรอก...ผมเข้าใจคุณนะแพร แล้วก็ไม่ได้อยากเสนอลูกสาว ให้ใคร ผมแค่อยากให้คุณลองให้อิสระกับพวกเขา ไม่ต้อง ควบคุมความคิดเขาอีก ปล่อยให้พวกเขาเลือกเส้นทางของเขาเอง...คนเป็นพ่อเป็นแม่ ความสุขของลูกสำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ” กฤชจับไหล่เนื้อแพรอยู่

พวงหยกโผล่เข้ามา เข้าใจผิดหาว่าสองคนจู๋จี๋กัน ก็วีนแตก ไม่น่าเปิดสปา น่าจะเปิดซ่องมากกว่า เนื้อแพร อึ้งกับวาจาหยาบคายของพวงหยก ขอร้องกฤชให้พาเธอ กลับไป เกรงลูกค้าจะตกใจ แต่พวงหยกกราดเกรี้ยวไม่หยุด จนเนื้อแพรต้องขู่ อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งก็ตามใจ เธอ จึงยอมหยุด แต่ไม่วายอาฆาตไว้

“คอยดูนะ ถ้าฉันรู้ว่าแกปล่อยให้ลูกแกมาวุ่นวายกับลูกฉันอีกละก็ แกไม่ได้อยู่ดีแน่”

เนื้อแพรรู้สึกเครียด หนักใจกับปัญหาคาราคาซังไม่จบสิ้นเสียที...คืนนั้น เนื้อแพรนั่งรอลูกกลับ เห็นท่าทางเขาเศร้าๆ เธอลังเลที่จะให้บัตรแก่เขา แอบมองเข้าไปใน ห้อง เห็นเขาเอาชุดสูทออกมาแขวน...พิศุทธิ์นึกถึงที่กะรัตเคยขอให้เขาวิจัยรสชาติขนมที่ดูเป็นตัวเธอคนเดียว...เขาคิดจะทำอะไรบางอย่างขึ้นมา

รุ่งเช้า เมื่อพิศุทธิ์มาถึงที่ทำงาน พนักงานมองตาค้าง กับมาดหล่อเท่ของเขา ต่างคิดกันไปว่าเขาคงมีดินเนอร์กับน้ำผึ้งเนื่องในวันเกิดเธอ ฟองดาวเอาถุงกระดาษมาวางบนโต๊ะทำงานบอกเป็นของที่เขาให้เลือกซื้อให้ และตนได้สั่งช่อดอกไม้ส่งไปตามที่เขาต้องการแล้ว อีกสักครู่จะจุดเทียนเป่าเค้ก เชิญเขาออกไปร่วมด้วย พิศุทธิ์ยิ้มๆ ไม่ตอบอะไร

เพื่อนๆพนักงานจุดเทียนยกเค้กมาให้น้ำผึ้ง บอกให้เธออธิษฐานก่อน เธอหลับตาขอให้ความรักครั้งใหม่เป็นไปอย่างที่หวัง พอลืมตาก็เจอพิศุทธิ์ส่งของขวัญให้ เป็นกล่องสี่เหลี่ยมกะทัดรัด น้ำผึ้งเข้าใจว่าในนั้นคงเป็นกล่อง ใส่แหวน เธอดีใจยิ้มกระหยิ่มใจที่เอาชนะกะรัตได้...หลังเลิกงาน น้ำผึ้งกับเพื่อนพนักงานชวนพิศุทธิ์ไปเลี้ยงฉลองวันเกิดต่อ แต่เขาได้แต่ยิ้ม

หน้างานแฟชั่นโชว์ของห้องเสื้อกะรัต มีหุ่นใส่เสื้อ ชุดฟินาเล่ที่กะรัตซ่อมแซมตกแต่งใหม่อย่างสวยงามเก๋ไก๋โชว์อยู่ แขกที่มางานต่างชื่นชอบสั่งจองกันหลายราย เจ้าสัวบัญชายืนรับแขกกับกฤช กันตายืนห่างออกมา มองหาใครบางคนจนกุนตีต้องถามว่ารอใคร

“พระเอกของงานน่ะสิ”

“เธอคิดว่าคุณพิศุทธิ์จะมางานนี้เหรอ” กุนตีไม่อยากเชื่อ

“ก็ไม่แน่ เรื่องของความรัก ทำให้เกิดอะไรขึ้นโดยที่เราไม่คาดคิดได้เสมอ”

ไม่ทันไร พวงหยกมาถามหากฤช กันตาบ่นกับกุนตีว่า คืนนี้พ่อโดนแม่คุมแจแน่...หม่อมมลุลีเดินเข้างานมากับท่านชายอ๊อด เขาท่าทางอิดออดไม่อยากมาเพราะเกรงเจอกับเจ้าหนี้ พอพวงหยกเห็นก็เข้าไปแขวะทันที หาว่าอยากให้หลานชายตกถังข้าวสาร หม่อมมลุลีไม่พอใจ

“หลานชายฉันมีคู่หมั้นคู่หมายที่เหมาะสม เขาคงไม่ลดตัวไปทำอะไรมักง่ายอย่างนั้น”

ท่านชายอ๊อดเสริมว่าลูกชายตนเพียบพร้อมทุกอย่าง ผู้หญิงคนไหนได้ไปเหมือนถูกหวย ทั้งสองฝ่ายประฝีปากกันแรงขึ้น ทันใดพิศุทธิ์ปรากฏตัวขึ้นในงานพร้อม

ช่อดอกไม้ในมือ...กันตาตื่นเต้นกระซิบกุนตีให้ดึงแม่ออกไปก่อน กันตาเข้าไปทักพิศุทธิ์ทำนองไม่ยินดียินร้าย

“คุณจะมาทำให้พี่กั้งเจ็บอีกทำไม คุณกลับไปเถอะ พี่กั้งจะได้เริ่มต้นใหม่กับคนอื่นสักที”

“ถ้าผมยอมให้เป็นแบบนั้น ผมคงไม่รีบมาที่นี่หรอกครับ” พิศุทธิ์เดินผ่านกันตาไป

กันตาแอบยกมือทำท่าเยส...อย่างดีใจ พิศุทธิ์ตรงไปหากะรัตที่ห้องแต่งตัว เธอกำลังเตรียมชุดให้นางแบบแต่ละคน พอเห็นพิศุทธิ์เดินเข้ามาก็เลี่ยงหนี ไปสาละวนกับเสื้อผ้า ปากก็บ่น

“ฉันว่าเราควรจะอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ไม่ควรลดตัวเข้ามาในที่ที่ไม่คู่ควรให้แปดเปื้อน”

“คุณจะพูดทำร้ายตัวเองไปเพื่ออะไร”

“เพื่อเตือนสติคุณไงคะ ว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงสกปรกอย่างฉัน ผู้หญิงอย่างฉันต้องการผู้ชายรักสนุกเหมือนกันมากกว่าพวกอยากลองกระดังงาลนไฟว่ามันช่ำชองร้อนแรงขนาดไหน”

กะรัตเดินหนี พิศุทธิ์คว้ามือเธอดึงเข้ามาปะทะอก เธอเงยหน้ามองอย่างท้าทาย “คราวนี้คุณไม่อายแล้วเหรอ ที่กอดฉันกลางฝูงชนอย่างนี้”

“ไม่อาย! แล้วผมจะทำมากกว่านี้อีก”

“ทำอะไร...จะจูบฉันเหรอ เอาซี้...ฉันก็อยากจะรู้ว่าคนอย่างหม่อมราชวงศ์พิศุทธิ์จะกล้าเสียเกียรติมาจูบผู้หญิงกินผัวอย่างฉันจริงๆ” กะรัตยื่นหน้ายั่ว พิศุทธิ์มองหน้าเธออึ้งๆ

พลันหม่อมมลุลีโผล่เข้ามา โวยวายว่ากะรัตคิดจับพิศุทธิ์ กะรัตสะเทือนใจแต่ตอบโต้ “ผู้หญิงอย่างฉัน ไม่ต้องใช่เสน่ห์ให้เหนื่อย ผู้ชายอย่างหลานหม่อมน่ะแค่กระดิกนิ้วก็ตามฉันแล้ว ก็กลิ่นกระดังงาลนไฟมันหอมยั่วยวนนี่คะ แต่พูดไปแม่ม่ายร้างสามีอย่างหม่อมคงไม่เข้าใจ”

หม่อมมลุลีโกรธจนตัวสั่น บอกพิศุทธิ์ว่าผู้หญิงคนนี้ต่ำ ท่านชายอ๊อดปรามแม่ เสียงดังจะทำให้คนมามุงเกรงจะเจอเจ้าหนี้ หม่อมมลุลีเอ็ด “เงียบไปเลยนะชาย ชายไม่รู้รึไงว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ต่างอะไรกับส้วม ที่มีคนใช้แล้วถึง

สามหน...คิดยังไงถึงจะลดตัวไปใช้ส้วมโสโครกนี่ต่อ”

พวงหยกเข้ามาได้ยิน โวยหม่อมที่มาว่าลูกสาวตนเป็นส้วมและตอกกลับ “แทนที่หม่อมจะเหยียดหยามคนอื่น  หม่อมช่วยไปล่ามโซ่หลานชายไม่ให้มายุ่งกับลูกสาวดิฉันดีกว่านะคะ”

“คนดีพร้อมอย่างพิศุทธิ์ไม่มีทางมาคว้าแตงเถาตายอย่างนี้หรอก  ถ้าไม่โดนมารยาร้อยเล่มเกวียนล่อมาให้กินฟรี”

“แหม...ทีแต่ก่อนหม่อมก็ดูชื่นชมตระกูลของดิฉัน ไหนตอนนี้ถึงกลับลำมาด่ากันฉอดๆกันล่ะคะ  แบบนี้ชนชั้นของฉันเรียกว่า...ตลบตะแลง”

“คนที่พยายามจะชุบสีลูกสาวที่เน่าเฉาฉึ่งมาขายใหม่ต่างหาก  ถึงเรียกว่าตลบตะแลง  อย่าคิดหวังจะใช้นามสกุลของฉันกับหลานชายฉันล้างกลิ่นคาวเลย ฉันไม่มีวันยอม!”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะหม่อม  ประตูบ้านฉันไม่ต้อนรับพวกผู้ดีตัวเปล่าที่หวังจะมาตกถังข้าวสารเหมือนกัน!”

พิศุทธิ์เสียงเข้มให้ทุกคนหยุดเหลวไหล  กะรัตแทรกขึ้น เห็นแล้วใช่ไหมว่าตนกับเขาไม่ควรเจอกัน พอดีเจ้าหน้าที่มาตามกะรัตว่างานกำลังจะเริ่ม  กะรัตสบตาพิศุทธิ์อย่างเสียใจก่อนจะเดินผละไป  ท่านชายอ๊อดดึงหม่อมมลุลีไปจากตรงนั้น  คนอื่นที่เหลือมองพิศุทธิ์เป็นตาเดียว  กันตากับกุนตีช่วยกันดึงพวงหยกไว้ก่อนจะโวยวายใส่พิศุทธิ์  กฤชติงถ้าไม่เห็นแก่หน้าตัวเองก็เห็นแก่หน้าลูกบ้าง  ทั้งสามช่วยกันดึงเธอออกไป  เนื้อแพรเข้ามาลูบแขนปลอบลูกชาย

“ไปทำตามที่หัวใจของชายต้องการเถอะลูก”

พิศุทธิ์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง  ยิ้มออกมาด้วยความปลื้มปีติ

ooooooo

ด้านน้ำผึ้งนั่งมองของขวัญที่ได้มาจากพิศุทธิ์ วาดฝันไปว่าเป็นแหวนขอแต่งงาน  เธอหลับตานึกภาพตัวเองในชุดเจ้าสาวจูงมือกับพิศุทธิ์...น้ำผึ้งลืมตาขึ้น ถอดแหวนทองที่ภูเบศร์เคยให้ไว้ออก  ลูบท้องบอกลูกว่า เรามาเปิดของขวัญพ่อหนูพร้อมๆกัน

บนเวทีเต็มไปด้วยแสงสีตระการตา  นางแบบเริ่มเดินโชว์  แขกในงานปรบมือเกรียวกราวกับความสวยงามของเสื้อผ้าที่กะรัตเป็นคนออกแบบ  กฤชมองเนื้อแพรที่ยืนฝั่งตรงข้ามอยากจะเดินไปหา  แต่ถูกพวงหยกรั้งไว้เนื้อ–แพรส่งยิ้มให้ทำนองว่าตนไม่กีดกันความรักของลูกแล้ว  พวงหยกไม่พอใจจะไปลากเนื้อแพรออกจากงาน เจ้าสัวดึงลูกสาวไว้เองและเอ็ด

“อั๊วจะบอกให้นะอาหยก ยิ่งลื้อพยายามไล่เขาออกไปจากชีวิตผัวลื้อเท่าไร  ก็เท่ากับไล่ผัวลื้อออกไปจากชีวิตลื้อมากเท่านั้น...มีสติ  แล้วดูความสำเร็จในชีวิตของลูก”

กะรัตเดินเฉิดฉายออกมาพร้อมนางแบบในชุดฟิ–นาเล่ ท่ามกลางนางแบบที่ปรบมือต้อนรับ แสงแฟลชจากนักข่าวพึ่บพั่บ และป้อนคำถามแนวคิดของชุดฟินาเล่ กะรัตยิ้มตอบ

“คงไม่มีใครทราบว่าเสื้อผ้าชุดนี้เกิดจากความผิดพลาด ถ้าเรารู้จักตั้งสติหาทางแก้ไขแล้วสร้างสรรค์มันขึ้นมาใหม่ สำคัญที่สุดคือเราต้องให้โอกาสกับตัวเองค่ะ”

“แล้วแฟชั่นโชว์ชื่อชุด...มายไลฟ์ ครั้งนี้มีความหมายลึกซึ้งอะไรหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวลือหนาหู เรื่องรักครั้งใหม่ของคุณกะรัต” นักข่าวยิงคำถาม

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คนในข่าว เราเป็นแค่...เพื่อนกันเท่านั้นค่ะ”

พิศุทธิ์โพล่งขึ้นว่า...ไม่จริง กันตาร้องว้าวด้วยความดีใจ หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดหน้าเสีย พิศุทธิ์เดินขึ้นไปบนเวทีเคียงข้างกะรัต พวงหยกโกรธจะให้คนไปดึงเขาลงมา กันตาบอกว่าไม่ได้ เพราะเนี่ยคือไฮไลต์ของงาน เจ้าสัวหันมาถามกฤชว่าใคร เขาตอบตามตรงว่าลูกชายคนเดียวของเนื้อแพรกับท่านชายอ๊อด เจ้าสัวรู้สึกพอใจสิ่งที่พิศุทธิ์ทำ

กะรัตยังอึ้งๆบอกให้พิศุทธิ์กลับไปเสีย แต่เขากลับยืนกรานให้เธอบอกใหม่ว่าเราเป็นอะไรกัน กะรัตโต้ เขาก็รู้ว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ พิศุทธิ์ว่ากะรัตยอมแพ้เองต่างหาก

“คุณคิดไปเอง ถึงคุณจะไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ถึงคุณจะไม่มีค่าสำหรับใคร แต่คุณมีค่าสำหรับผม เข้าใจไหมกั้ง” พิศุทธิ์ดึงริบบิ้นจากช่อดอกไม้มาผูกข้อมือตัวเองกับกะรัต “นี่คือความรู้สึกที่ผมมี มันมากกว่าความรัก มันมากกว่าความห่วงใย มันมากกว่าเกียรติยศชื่อเสียง มันมากกว่าเรื่องเราในอดีตที่ผ่านมา มันเป็นความรู้สึกที่อยากผูกพันคุณไว้กับผม...อยู่กับผม หัวเราะกับผมร้องไห้กับผม คุณพร้อมจะวางอดีตแล้วเดินไปกับปัจจุบันและอนาคตกับผมไหม...กั้ง”

กะรัตมองด้วยความรู้สึกเต็มตื้นหัวใจและเจ็บปวดว่าทำไมผู้ชายดีที่สุดในโลกต้องมารักผู้หญิงอย่างตน...คำด่าทอของใครที่ผ่านมาดังก้องในโสตประสาท แม้แต่คำสุดท้ายที่น้ำผึ้งตอกย้ำว่าผู้ชายกี่คนของตนก็ตายหมด กะรัตรับไม่ได้ดึงริบบิ้นที่ข้อมือออกแล้ววิ่งลงจากเวที ออกจากงานไป พิศุทธิ์ตกใจวิ่งตาม พวงหยกหัวเราะสะใจที่เห็นลูกฉลาดไม่ปล่อยให้เห็บหมัดมาสูบเลือดสูบเนื้ออีก แต่เจ้าสัวกลับโต้ว่าสงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร

พิศุทธิ์วิ่งตามกะรัตเข้าลิฟต์ไม่ทันจึงวิ่งลงบันไดมาแต่ก็เห็นเธอขึ้นรถขับออกไป กันตาวิ่งตามออกมาโยนกุญแจรถตัวเองให้เขาขับตามพี่สาวไป...กะรัตขับรถมาจอดริมถนนด้วยน้ำมันหมด เธอเดินมายืนมองดูโบสถ์เล็กๆที่เปิดไฟสวยงาม รู้สึกเศร้าใจกับชีวิตตัวเอง พอนึกได้ว่าแถวนี้เปลี่ยว จึงพยายามโบกรถให้ช่วย แต่ไม่มีรถยอมจอด  เธอ ตัดสินใจโดดลงไปขวางรถที่แล่นมาอีกคัน ปรากฏว่าเป็นรถพิศุทธิ์ เขารี่ลงมาคว้าตัวเธอไว้ กะรัตดิ้นรนจะหนีห่าง เธอก้มลงกัดมือเขา พิศุทธิ์ร้องโอ๊ย...ทำไมถึงฤทธิ์มากขนาดนี้

“แล้วใครใช้ให้คุณมายุ่งกับฉันล่ะ ฉันไล่คุณให้ไป คุณก็ไปสิ...ฉันก็จะไปตามทางของฉัน  คุณกับฉันไม่มีวันที่ไปด้วยกันได้หรอก”

“ไม่จริงหรอก จำได้ไหม...วันที่คุณโบกรถอยู่กลางทางด่วน ผมมองคุณอย่างลังเลว่า ผมควรจะจอดรับผู้หญิงที่ผมไม่รู้จักไปด้วยดีไหม ผมเกือบจะขับผ่านไป แต่หัวใจผมกลับรู้สึกว่า ทิ้งคุณไปไม่ได้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงรู้สึกอย่างนั้น แล้ววันนี้ผมก็รู้ว่า...วันนั้นที่ผมจอดรถรับคุณ และคุณโบกรถผม เพราะเราสองคนถูกกำหนดให้ต้องร่วมทางกัน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณไปที่ไหน คุณก็ต้องเจอผมที่นั่น คุณหนีผมไปไม่ได้ และผมก็ไม่มีวันจะทิ้งคุณ”

“คุณพิศุทธิ์...” กะรัตสบตาพิศุทธิ์ที่มองด้วยสายตารักหมดใจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นว่า

“แต่งงานกับผมนะครับ...กั้ง”

กะรัตตะลึงเต็มตื้นไปด้วยความดีใจก่อนจะเอ่ยถาม “จะขอแต่งงานน่ะ ไหนล่ะแหวน”

พิศุทธิ์หยิบถุงขนมที่ทำขึ้นเองยื่นให้ เธอถามว่า เอาขนมมาขอแต่งงานเนี่ยนะ เขายิ้มๆ

“คุณจำได้ไหม คุณเคยบอกให้ผมคิดรสชาติขนมที่เป็นเฉพาะของคุณคนเดียว แล้วรสชาตินี้แหละที่ผมมีไว้เพื่อคุณเท่านั้น”

กะรัตมองชื่อรสชาติที่ข้างถุงขนมแล้วยิ้มอย่างมีความสุข...รสพิศุทธิ์...เธอแกะถุงขนม แล้วเห็นกล่องแหวนอยู่ในถุง พิศุทธิ์หยิบกล่องนั้นขึ้นมา เปิดให้เห็นแหวนเพชรก่อนจะสวมใส่ให้เธอ “ขนมรสพิศุทธิ์ ไม่ค่อยหวาน ไม่ค่อยเผ็ด เป็นขนมที่จืดชืด เพราะมันผลิตด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีสารเติมแต่งรส ไม่รู้คุณจะชอบกินไหม”

กะรัตมองแหวนที่พิศุทธิ์สวมให้อย่างตื้นตันใจ ยิ้มเจ้าเล่ห์ “กั้งจะกินให้หมดทั้งตัวเลย”

พิศุทธิ์กลับเป็นฝ่ายเขินกับคำพูดกำกวมของกะรัต เธอโผกอดเขาด้วยความรักหมดใจ พิศุทธิ์บรรจงจูบกะรัตด้วยหัวใจเบ่งบาน เต็มไปด้วยความสุข...

ต่างจากน้ำผึ้งที่เปิดกล่องของขวัญพิศุทธิ์ออกมาเป็นกล่องดนตรี เหมือนฝันสลาย เธอปาของทิ้งร้องกรี๊ด...ไม่จริง รสสุคนธ์ตกใจวิ่งขึ้นมาดู น้ำผึ้งหันมารื้อค้นกระเป๋าว่าแหวนร่วงหล่นอยู่บ้างไหม ฉุกคิดว่าพิศุทธิ์ซื้อแหวนไปให้ใคร ตนจะต้องรู้ให้ได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 09:34 น.