ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สามีตีตรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สนามริมหาดบ้านพักตากอากาศ นวล สมหวัง และสาวใช้ช่วยกันเตรียมบาร์บีคิว กันตากุลีกุจอจัดสถานที่จนกุนตีหมั่นไส้ ดูจะเชียร์หนุ่มคนนี้จนเกินไป กันตาจึงบอกว่าถ้ากุนตีเห็นพิศุทธิ์จะรู้สึกเหมือนตน ไม่ทันไรพิศุทธิ์โทร.เข้ามาขอโทษที่มาไม่ได้ กันตาผิดหวัง

กะรัตแต่งตัวเฉิดฉายทั้งที่ปากว่าไม่สนใจ พอรู้ว่าพิศุทธิ์มาไม่ได้ก็ผิดหวังกึ่งเจ็บใจที่อุตส่าห์แต่งตัว

สวย สักพักกะรัตก็โพล่งขึ้น สั่งนวลยกอาหารไปที่บ้าน พิศุทธิ์ กุนตีตกใจเกรงจะยุ่งกับเขามากเกินไป แต่กะรัตอ้างว่า

“เราอุตส่าห์จะเลี้ยงตอบแทน เขาก็ควรจะรักษาน้ำใจเราบ้าง เรื่องแบบนี้มันเป็นมารยาท ผู้ชายอย่างเขาน่าจะเข้าใจ ยกเว้นแต่ว่าเขาจงใจจะหักหน้ากั้งเท่านั้น”...

นวลคุมสาวใช้หอบอาหารมากมายมาที่บ้านพิศุทธิ์ บอกว่ากะรัตให้นำมา เขามองอาหารอย่างครุ่นคิดก่อนจะฝากนวลไปขอบคุณกะรัตและขอโทษที่ไปไม่ได้...แต่พอนวลกลับมาบอกกะรัต เธอกลับคิดว่าเขาหาเรื่องแก้ตัวให้มันจบๆไป กันตาติงพี่สาวคิดมาก เขาอาจเกรงใจก็ได้

“เธอนั่นแหละที่รู้จักเขาน้อยไป เขาอาจจะมองพี่เหมือนคนอื่นๆ...ผู้หญิงกินผัว นี่เขาคงกลัวพี่จะไปตอแย เขาถึงได้กล้าทำแบบนี้ เขาไม่ตะโกนใส่หน้าหาว่าฉันบ้าผู้ชายก็บุญแค่ไหนแล้ว” กะรัตเดินตึงๆเข้าห้องเจ็บใจที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนปฏิเสธตนแบบนี้มาก่อน...

เช้าวันใหม่ กันตาต้องกลับไปเข้าเวรที่โรงพยาบาลจึงให้สมหวังขับรถไปส่ง กุนตียืนส่งน้องโดยไม่รู้ว่ากะรัตได้ออกจากบ้านไปแต่เช้าแล้วเช่นกัน

กะรัตมาที่บ้านพิศุทธิ์  ถือวิสาสะเข้าบ้านเดินหาเขาไปทั่ว พิศุทธิ์กลับจากวิ่งออกกำลังกายเห็นกะรัตยืนอยู่ในบ้านก็แปลกใจ พอเธอหันมาเจอก็ใส่ทันที อุตส่าห์หลบหน้าตนแทบตายไม่คิดว่าตนจะตามมาหลอกหลอนล่ะสิ พิศุทธิ์นิ่งไม่อยากต่อปากต่อคำ  เดินเลยเธอไปเข้าครัวคั้นน้ำส้มหน้าตาเฉย กะรัตตามตอแย

“ทำไมเมื่อคืนต้องหนีหน้าฉันด้วย ถ้าไม่อยากไปแต่แรกทำไมไม่ปฏิเสธกันตรงๆ”

“แน่ใจเหรอว่าถ้าผมบอกปัดคุณตรงๆคุณจะรับได้”

“คุณรังเกียจอะไรฉันนักหนา ทำไมเราถึงจะทำความรู้จักกันดีๆไม่ได้”

“อย่าดึงผมไปในวงโคจรของคุณเลย ต่อให้คุณจะประชดชีวิตอีกกี่ครั้งก็ใช่ว่าทุกคนบนโลกจะต้องแคร์”

กะรัตโกรธที่เขาหาว่าตนประชดชีวิตเพื่อเรียกความสนใจจากเขา พิศุทธิ์แย้งว่าไม่ถึงขนาดนั้นแต่เธอคงชินว่าทุกคนต้องมาโอ๋ กะรัตจะโวย พิศุทธิ์ยื่นแก้วน้ำส้มให้ บอกดื่มเสียจะได้ใจเย็นลง กะรัตชะงักงงๆที่เขามาทำดีด้วย พิศุทธิ์เองก็งงตัวเองนึกถึงสัมผัสที่เขากอดปลอบเธอเมื่อคืนตอนเธอฝันร้าย เขารีบสลัดความรู้สึกนั้นทิ้ง

“แค่น้ำส้มแก้วเดียวมันคงไม่ได้สรุปว่าผมอยากทำดีกับคุณหรอก”

“แรกๆที่เจอกันคุณก็ยังให้ความช่วยเหลือฉัน แล้วทำไมตอนนี้คุณทำเหมือนรับฉันไม่ได้ขึ้นมา ฉันไม่รู้ตัวว่าทำผิดอะไร ถ้ามันคือเหตุผลที่ทำให้ทุกคนพากันทิ้งฉันไป คุณช่วยสงเคราะห์ฉันทีได้ไหม ว่าฉันต้องทำตัวยังไงกันแน่”

พิศุทธิ์อยากจะหนีห่างแต่อดสงสารไม่ได้ จึงตอบเลี่ยงๆว่า ที่ดีกับเธอเพราะมนุษยธรรม กะรัตเศร้าลงรู้สึกตัวเองไม่มีค่าอะไรเลย พิศุทธิ์ปลอบ “ผมแค่จะบอกว่า แทนที่คุณจะมัวเกาะเกี่ยวคนอื่น คุณควรจะหันมารักตัวเองมากๆจะดีกว่า”

กะรัตยิ่งน้อยใจ “ถึงฉันตายไปตรงหน้าตอนนี้ คุณก็คงไม่แคร์สินะ”

พิศุทธิ์หน่ายใจบอกเธอถ้าคิดจะเรียกร้องความสนใจ ตนบอกได้เลยว่าไม่หลงกลง่ายๆ กะรัตไม่ยอมแพ้เกิดความคิดชั่ววูบ พรวดไปคว้ามีดที่วางอยู่มาจะกรีดข้อมือตัวเอง เพียงอยากรู้ว่าเขาจะยืนดูอยู่เฉยหรือไม่ พิศุทธิ์ตกใจเข้าแย่งมีด เกิดการยื้อแย่งกัน พลาด ปลายมีดเฉี่ยวโดนข้างลำตัวเขาทรุดลง กะรัตเห็นเลือดติดปลายมีดก็ตกใจ เห็นเขากุมแผลเลือดทะลัก ทิ้งมีดพร่ำขอโทษ แต่เขากลับหันมาสำรวจว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนบ้าง กะรัตใจไหววูบกับความห่วงใยของเขา เข้ากอดประคองเขาลุกขึ้นจะพาไปโรงพยาบาล แต่เขาปฏิเสธเกรงเป็นเรื่องใหญ่

“ไปโรงพยาบาลกับฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะกรีดตัวเองให้เจ็บเท่าๆคุณ”

พิศุทธิ์เกรงลูกบ้าของเธอ จึงยอมให้เธอประคอง ไปขึ้นรถ กะรัตขับรถของเขามุ่งหน้าไปโรงพยาบาลปากก็พร่ำขอโทษ พิศุทธิ์กัดฟันตอกกลับว่า เห็นแล้วใช่ไหมชีวิตไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

“อย่าเป็นอะไรนะ ถ้าคุณเป็นอะไรฉันคงรู้สึกผิดจนวันตาย” กะรัตบีบมือพิศุทธิ์แน่น

พิศุทธิ์ให้เธอจอดรถที่หน้าคลินิก เธอนึกว่าเขา ปวดจนทนไม่ไหว รีบจอดตามที่เขาต้องการ...หลังจากหมอทำแผลให้พิศุทธิ์เสร็จ ก็ออกมาบอกกะรัตว่า

“คุณต้องระวังอย่าให้แผลของสามีคุณโดนน้ำ นะคะ แล้วก็อย่าถึงกับลงไม้ลงมือกันอีก ทำร้ายร่างกายสามีก็เป็นข้อหาขึ้นโรงพักได้นะคะ”

กะรัตเหวออ้าปากจะโต้ พิศุทธิ์ชิงรับสมอ้างจะ ระวังแล้วส่งสายตาปรามกะรัตให้เงียบ...เมื่อออกจากคลินิกกะรัตสงสัยทำไมถึงให้หมอเข้าใจอย่างนั้น

“ผมไม่อยากให้คุณโดนข้อหาทำร้ายร่างกายน่ะสิ ทีนี้คงรู้แล้วนะว่าทำไมเราถึงไปรักษาที่โรงพยาบาลไม่ได้”
กะรัตซาบซึ้งใจจะประคองเขาเดิน แต่พิศุทธิ์พยายามออกห่าง กะรัตเอ็ดว่าตนเป็นคนทำเขาเจ็บ ตนต้องรับผิดชอบชีวิตเขา พิศุทธิ์หวั่นไหวกับการใกล้ชิดเธอขยับจะเดินเอง

“คุณดื้อแบบนี้เกิดแผลปริขึ้นมาอีกจะทำยังไง” กะรัตทำเสียงดุกระชับกอดประคองเขา โดยไม่รู้ว่ามีนักข่าวแอบถ่ายภาพเขากับเธอ

ooooooo

น้ำผึ้งจงใจมาตรวจครรภ์ที่แผนกสูตินรีโรงพยาบาลที่กันตาทำงาน เพื่อต้องการให้กะรัตได้รู้ว่าตนดูแลลูกของภูเบศร์ดีอย่างไร กันตาโกรธแทนพี่สาว จึงตอกกลับว่าที่มาต้องการฝากครรภ์หรือเอาเด็กออก น้ำผึ้งสวนจะทำอย่างนั้นทำไม ในเมื่อเด็กเป็นพยานรักของตนกับภูเบศร์

“แหม...ใจถึงดีนะคะ เป็นก้อย ก้อยคงไม่กล้าแต่ก็อย่างว่าพี่ภูไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้ เหลือเด็กติดท้องไว้นับว่าเป็นกำไรแล้วล่ะค่ะ”

น้ำผึ้งยิ้มอย่างเป็นต่อ แกล้งถามว่าถ้ากะรัตอยากรับเป็นลูกก็มาขอตนได้ กันตาตอกกลับ

“ต๊าย...ใจกว้างจังเลยนะคะ ยกสามีให้ทั้งคนแล้วยังจะยกลูกให้อีก แต่อย่าลำบากเลยค่ะ พี่กั้งเขาไม่ได้อัตคัดผู้ชายเท่าไหร่ นี่ก็เพิ่งจะเจอคนใหม่มาช่วยดามหัวใจ คุณสมบัติดีพร้อมแบบที่เขาเรียกกันว่าเพอร์เฟกต์”

น้ำผึ้งอึ้งเมื่อรู้ว่ากะรัตกำลังจะมีอนาคตใหม่ กันตาแอบยิ้มตอกย้ำ “พี่ผึ้งก็อย่าจมปลักกับรักเดิมๆให้นานนักล่ะ จมอยู่แค่เก้าเดือนยังพอทน แต่ถ้ายังไม่ออกจากวังวนอาจต้องทนทั้งชีวิต”

กันตาเดินจากไป น้ำผึ้งเริ่มสั่นสะท้านรับไม่ได้ กับความจริงที่เพิ่งรู้...ด้านกะรัตยังคงเฝ้าดูแลพิศุทธิ์ด้วย รู้สึกผิด ปากก็บ่นว่าเขาน่าจะไปพักฟื้นที่บ้านตน อยู่คนเดียวแบบนี้ใครจะดูแล แถมหาว่าบ้านเขาเล็กอุดอู้ ถ้าแผล ติดเชื้อขึ้นมาจะทำอย่างไร พิศุทธิ์รำคาญบอกให้เธอกลับไป

“เรื่องอะไร เกิดคุณเป็นอะไร ฉันจะได้ถูกจับข้อหาฆ่าคนตาย มานี่ ไปนอนในห้องดีกว่า” กะรัตประคองจะพาไป แล้วต้องตกใจที่เขาตัวร้อนจี๋ “ตายแล้ว! ทำไมตัวร้อนยังงี้”

พิศุทธิ์ปัดว่าเดี๋ยวกินยาแก้อักเสบก็หาย กะรัต คว้าถุงยามาเปิดดู เห็นว่าเป็นยาหลังอาหารจึงนึกได้ว่าต้องหาอาหารให้เขากิน เธอบอกให้เขารอเดี๋ยว ว่าแล้วก็วิ่งกลับบ้าน พิศุทธิ์ร้องห้ามเสียงแหบพร่า เหนื่อยใจกับความจุ้นจ้านของเธอ

ทางบ้าน กุนตียังเข้าใจว่ากะรัตนอนอยู่บนห้อง นวลรายงานเป็นตุเป็นตะว่ากะรัตอยู่เงียบแบบนี้ค่อยหาย ห่วง ไม่ทันไร กะรัตวิ่งมาจากชายหาด ทั้งกุนตีและนวลตกใจ กะรัตไม่ฟังว่าใครจะถามอะไร ลากนวลให้ไปทำ ข้าวต้มด่วน กุนตีรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น กะรัตบอกว่าพิศุทธิ์โดนแทง ทั้งสองตกใจหนักขึ้น ถามจับคนร้ายได้ไหม

“คนร้ายก็กั้งนี่แหละค่ะ ถ้าไม่อยากให้กั้งกลายเป็นผู้ร้ายฆ่าคนก็ช่วยหยุดถามแล้วไปหยอดน้ำข้าวต้มให้เขาเดี๋ยวนี้เลย” กุนตีกับนวลถึงกับเหวอ

เวลาผ่านไป กุนตีเดินตามกะรัตมาที่บ้านไม้หลังเล็กๆของพิศุทธิ์ นวลกับสาวใช้หอบกระเป๋ายาและอาหาร มาถึงเห็นชามข้าววางทิ้งบนโต๊ะและซองยาที่แกะกินแล้ว ก็รู้ได้ทันทีว่าพิศุทธิ์ทำอะไรทานเองเรียบร้อยแล้ว กะรัตกับกุนตีย่องเข้ามาดูเขาในห้องนอน เห็นนอนหลับปุ๋ย กะรัตปรี่เข้าขยับผ้าห่มให้เขาอย่างห่วงใยจนกุนตีกับนวลแปลกใจ นวลเปรยว่ามีพยาบาลส่วนตัว แบบนี้ต้องถือว่าทำบุญมาดี กะรัตแก้ตัวว่าตนแค่แสดงความรับผิดชอบ กุนตีดักคอ

“รับผิดชอบก็ส่วนรับผิดชอบ แต่อย่าส่วนตัวให้มันมากนักละกัน”

“กั้งก็แค่ไม่อยากให้ตัวเองรู้สึกผิดเท่านั้นเองพี่กุ้ง”

กุนตีกระแนะกระแหน ให้มันจริงเถอะ นวลหัวเราะคิกคัก กะรัตฟาดเพี้ยะ...สุดท้ายกะรัตก็อยู่เฝ้าไข้พิศุทธิ์จนค่ำมืด พิศุทธิ์ค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น เห็นกะรัตกำลังถอดเสื้อตนอยู่ก็ตกใจลุกพรวดขึ้น เธอเอ็ดให้อยู่เฉยๆ เพราะเช็ดตัวอยู่ เขาปัดป้องอ้างไม่เหมาะ เธอเป็นผู้หญิง

“แต่เป็นหญิงที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว กะอีแค่จะช่วยเช็ดตัวให้คนป่วยไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน” กะรัตสวนหน้าตาเฉย

“แต่ผมไม่ชินกับการมีผู้หญิงมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ”

“นี่ทำยังกับว่าฉันหื่น อยากลวนลามคุณซะเต็มประดางั้นล่ะ”

“ผมไม่อยากให้คุณเสื่อมเสีย อย่าทำให้ผมลำบากใจเลยดีกว่า ผมขอร้อง”

กะรัตหมั่นไส้กับความเป็นสุภาพบุรุษของเขา ลุกพรวดจะไปแต่เสียจังหวะล้มลงไปทับเขา หน้าประชิดกัน ต่างคนต่างรู้สึกอึ้งๆ นวลเปิดประตูเข้ามาตกใจ “บร๊ะเจ้า! ขะขะขอโทษค่ะ”

กะรัตผละออกเขินๆ หันมาบอกนวลให้ช่วยเช็ดตัวพิศุทธิ์ต่อ แต่เขาปฏิเสธจะทำเอง แล้วเชิญทั้งสองคนออกไปก่อน กะรัตสะบัดหน้าออกไปเคืองๆ พิศุทธิ์เผลอยิ้มเอ็นดูท่าทีของเธอ...นวลอดชมไม่ได้ว่าพิศุทธิ์ช่างเป็นผู้ชายที่น่ารัก กะรัตเขินแก้เก้อบอกให้นวลไปเตรียมข้าวต้ม

กะรัตป้อนข้าวพิศุทธิ์อย่างเก้ๆกังๆ จนเขาอดขำไม่ได้ “ผมเพิ่งรู้ว่าคุณหนูเอาแต่ใจอย่างคุณ ก็เอาใจคนอื่นเป็นเหมือนกัน”

“ที่ฉันยอมทำก็เพราะฉันเป็นคนทำให้คุณเจ็บ ไม่งั้นอย่าหวังเลยว่าฉันจะทำแบบนี้ให้ใครพูดมากนักกินเองแล้วกัน”

“ไหนว่าจะรับผิดชอบ ที่แท้ก็พวกเก่งแต่ปาก” กะรัตจะอ้าปากเรียกนวล “อย่าแม้แต่จะคิด เรื่องนี้นวลไม่เกี่ยว คุณเป็นหนี้ผม คุณทำให้ผมเจ็บ คุณต้องเป็นคนทำเอง”

กะรัตหมั่นไส้ที่เมื่อกี้มาเล่นตัว พิศุทธิ์ติงคนที่เอาแต่อารมณ์อย่างเธอ เป็นพวกวุฒิภาวะทางอารมณ์ต่ำ ไม่มีทางประสบความสำเร็จในชีวิต ถ้าไม่รู้จักควบคุมตัวเอง...กะรัตฉุนที่โดนด่า พิศุทธิ์แก้ต่างว่า ตนพูดตามหลักจิตวิทยา และว่าเธอต้องป้อนข้าวจนเสร็จและทำตามคำสั่งตนทุกอย่าง กะรัตเถียงไม่ออก เขาแอบยิ้มอย่างพอใจ ระหว่างที่ป้อนข้าว ผมกะรัตตกมาปรกหน้า พิศุทธิ์เผลอปาดให้ กะรัตชะงักกับสัมผัสของเขาที่แก้ม เงยมองอึ้งๆ สองคนประสานสายตากัน

กะรัตโพล่งขึ้น “คิดอะไรกับฉันป่ะเนี่ย!”

พิศุทธิ์ชะงักชักมือกลับ แก้เก้อบอกว่าอิ่มแล้ว ไล่เธอให้กลับไปได้ กะรัตโกรธลุกขึ้นเดินปึ่งๆออกไป... นวลล้างชามจนเสร็จบอกกะรัตให้กลับบ้านตนจะดูแลพิศุทธิ์ให้เอง พลันโทรศัพท์บ้านดังขึ้น กะรัตสะดุ้งเข้าไปรับสาย ถามจะพูดกับใคร เนื้อแพรนิ่งไปสักพักที่ได้ยินเสียงผู้หญิงกว่าจะถามว่าพิศุทธิ์อยู่ไหม กะรัตเข้าใจว่าแฟนเขาโทร.มา จึงตอบว่าอยู่แต่ไม่สะดวกมาพูดสายตนจะบอกให้เขาโทร.กลับไปหา เนื้อแพรจึงบอกว่าให้เขาโทร.กลับมาบ้าน และถามนั่นใครพูด

“ดิฉันเป็นเพื่อนบ้าน แค่แวะมาเยี่ยมเขาเท่านั้น ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แค่นี้ก่อนนะคะ”

พิศุทธิ์เดินออกมาแปลกใจที่กะรัตยังไม่กลับ กะรัตเคือง “ไล่ดีนัก น่าจะปล่อยให้ตายไปเลย แต่ถ้าคุณตาย ฉันจะบอกทางบ้านคุณว่ายังไง”

พิศุทธิ์รีบถามเมื่อกี้ที่บ้านตนโทร.มาใช่ไหม กะรัตพยักหน้า เขารีบถามเธอบอกอะไรไปบ้าง กะรัตโวย “นี่ ฉันรู้หรอกนะว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด เชิญโทร.กลับไปรายงานตัวซะ เดี๋ยวเขาจะห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ...ไปเถอะนวล กลับ อยู่ไปเขาจะลำบากใจเปล่าๆ”

กะรัตเดินงอนปึ่งๆไป พิศุทธิ์หนักใจจะแก้ตัวกับแม่อย่างไรดี...นวลบ่นไปตลอดทางผิดหวังที่พิศุทธิ์มีครอบครัวแล้ว ทำไมกะรัตไม่มีผู้ชายดีๆแบบนี้เข้ามาในชีวิตบ้าง กะรัตประชดเพราะตนไม่มีวาสนา ผู้ชายดีๆถึงไม่ชายตาแล นวลมองเจ้านายอย่างสงสาร

ooooooo

ช่วงพักเที่ยง น้ำผึ้งนั่งมองภาพอัลตราซาวนด์ลูก นึกถึงคำถากถางของกันตา ที่ว่าตนอย่าจมปลักกับรักเดิมๆนาน จมอยู่แค่เก้าเดือนก็พอทน อย่าจมอยู่ในวังวนทั้งชีวิต จึงตัดสินใจสั่งซื้อของบางอย่างทางอินเตอร์เน็ต พอดีเพื่อนๆที่ทำงานกลับเข้ามา เธอรีบเปลี่ยนภาพหน้าจอคอม

เพื่อนๆเม้าท์ภาพข่าวในหนังสือพิมพ์กันใหญ่ “งานนี้ทะเลพัทยาคงร้อนฉ่า เพราะแม่ม่ายไฮโซชื่อย่อ ก.แอบควงผู้ชายคนใหม่ไปจี๋จ๋าทั้งที่สามีรายล่าเพิ่งลาโลกไม่ถึงเดือน เห็นทีชาตินี้คงไม่เคยรู้จักคำว่าตรอมใจ เพราะหนุ่มหน้าใสพากันเข้าคิวอาสาดามหัวใจให้เธอ”

“หึม...นี่ขนาดดวงกินผัว ยังมีคนเสนอตัวมาลองของอยู่เรื่อยๆนะยะ...คนอะไร้ แต่งงานเป็นว่าเล่น ผู้หญิงบางคนจะแต่งซักทียังไม่มีวาสนา”

น้ำผึ้งได้ยินแล้วเจ็บจี๊ดกำมือแน่นด้วยความอิจฉาที่กะรัตกำลังมีความสุขขณะที่ตนทุกข์แสนสาหัส เธอลุกพรวดเดินตึงๆออกไปจากตรงนั้น ไม่ทันไร มีคนโทร.มาบอกว่ากำลังเอาของไปส่งให้ที่บ้าน น้ำผึ้งตกใจรีบกลับบ้านเกรงรสสุคนธ์จะเห็นของนั่น

เมื่อถึงบ้าน รสสุคนธ์กำลังรับของจากเมสเซนเจอร์พอดี น้ำผึ้งปรี่เข้าแย่งของนั้น แต่รสสุคนธ์ชักสงสัยจึงฉีกซองดู เห็นเป็นแผงยาทำแท้งก็เอ็ดใส่ทำไมคิดโง่ๆจะฆ่าลูก น้ำผึ้งเถียงว่านี่เป็นชีวิตของตน น้าไม่เกี่ยว รสสุคนธ์สะเทือนใจ

“ใช่...ชีวิตของผึ้ง เป็นชีวิตที่น้าคนนี้รักยิ่งกว่าตัวเอง น้าต้องทนลำบากแค่ไหน กว่าจะเลี้ยงผึ้งให้มีวันนี้ได้ แล้วเนี่ยเหรอคือสิ่งที่ผึ้งจะตอบแทนน้า”

น้ำผึ้งร้องไห้โฮ “แต่ผึ้งอายเขา น้ารู้ไหมว่าสังคมนี้มันไม่มีพื้นที่ให้คนแพ้ยืนหรอก”

“ไม่จริง เราคือคนเลือกว่าเราจะยืนอยู่ตรงไหน ไม่ใช่คนอื่น เชื่อน้าเถอะนะผึ้ง อย่าทำบาปอีก อะไรที่ พลาดไปแล้ว ลืมมันซะแล้วเริ่มต้นใหม่ น้าขอนะ”

น้ำผึ้งมองน้าสาวด้วยน้ำตานองหน้า ไม่อาจทำได้ เธอวิ่งขึ้นห้องปิดประตูโครม รสสุคนธ์ตกใจเกรงหลานสาวจะกินยา วิ่งตามไปตบประตูปังๆ น้ำผึ้งฉีกแผงยา

กระจายเต็มพื้นเหลือเม็ดเดียวในมือ นึกอิจฉาชะตาชีวิตของกะรัตที่แตกต่างกับตนอย่างสิ้นเชิง เสียงทุบประตูปังๆ ยังดังไม่ขาดสาย น้ำผึ้งตัดสินใจกลับมาเปิดประตู...รสสุคนธ์เห็นเม็ดยาเกลื่อนพื้นก็รีบปาดทิ้ง มองน้ำผึ้งว่าทานเข้าไปบ้างหรือเปล่า น้ำผึ้งเชิดหน้าเหมือนฮึดสู้

“ผึ้งไม่โง่ปล่อยให้กั้งมันมีความสุขอยู่คนเดียวหรอก อย่านึกว่าเกมนี้จะล้มกระดานแล้ว หนีไปมีชีวิตใหม่ได้ง่ายๆมันทำลายชีวิตผึ้งขนาดนี้แล้วยังมีหน้าหนีไปเสพสุข ผึ้งไม่ยอมหรอก”

รสสุคนธ์อึ้งกับความคิดของหลาน น้ำผึ้งประกาศกร้าว ถ้าตนทุกข์กะรัตก็ต้องทุกข์ด้วยตนจะใช้ลูกเป็นมารความสุขแทงใจกะรัตไปทั้งชีวิต

ooooooo

วันต่อมา กุนตีแกล้งดักคอน้องสาวไม่ไปดูอาการพิศุทธิ์หรือ กะรัตออกอาการหงุดหงิดที่เขามีเมียโทร.มาหา กุนตีว่าไม่แปลกที่เขาจะมีเมีย ในเมื่อกะรัตยังมีสามีมาแล้วตั้งสามคน แต่อยากรู้ว่าตัวจริงของเขาจะเป็นผู้หญิงแบบไหน นวลเตือนว่าอย่างไรเสียก็ต้องไปทำแผลให้เขา

พิศุทธิ์นอนพักอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงคนเข้ามาในบ้านก็เข้าใจว่าเป็นกะรัตจอมจุ้น จึงค่อยๆพยุงตัวเองออกไป พลันต้องตะลึง เมื่อเป็นเนื้อแพรยืนยิ้มอยู่ เธอบอกว่าต้องการมาดูว่าเขาอยู่กับสาวใด พิศุทธิ์ปฏิเสธว่าคนที่รับสายเมื่อวานเป็นเพื่อนบ้าน เนื้อแพรเห็นอาการลูกชายก็ตกใจเข้าประคองให้นั่ง และดูแลทำแผลให้ใหม่

กะรัตเดินมากับนวล พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นเบื้องหลังหญิงสาวผมยาวดำขลับ กำลังทำแผลให้พิศุทธิ์ ท่าทางเธอสนิทสนม ทั้งกอดทั้งหอม ก็เข้าใจว่าเป็นเมียพิศุทธิ์มา จึงหันหลังกลับชนกับนวลที่ถือกล่องยาหล่นกระจาย พิศุทธิ์กับเนื้อแพรสะดุ้งหันมอง กะรัตเดินจ้ำอ้าว นวลก้มเก็บของไม่ทันจะวิ่งตาม พิศุทธิ์กุมแผลวิ่งผ่านออกไป เขาร้องเรียกกะรัตให้หยุด เนื้อแพรตามดูอย่างสงสัย กะรัตนึกได้ไม่จำเป็นต้องหนีเหมือนคนอกหัก จึงหันมาสู้หน้า เขาถามทำไมต้องหนี

“ฉันนึกได้ว่าลืมของไว้ คุณกำลังมีแขกก็ตามสบายเถอะ”

พิศุทธิ์จะบอกว่าเป็นใครก็พอดีเนื้อแพรตามมาถึง “หนูกั้ง...หนูกั้งใช่ไหม”

กะรัตตกตะลึงอุทานจิกเรียก...นังเนื้อแพร พิศุทธิ์ไม่ค่อยพอใจ กะรัตฉะทันทีว่ามาที่นี่ทำไม เนื้อแพรโต้ “น่าจะเป็นฉันมากกว่าที่ต้องถามว่าคุณมาที่บ้านของเราได้ยังไง”

“ฉันไม่ได้อยากมาเหยียบนักหรอกนะ ถ้ารู้ว่ามันเป็นรังรักที่เธอหลอกฟันเงินพ่อฉันมาซื้อไว้กกผู้ชาย” พิศุทธิ์เอ็ดให้หยุดก้าวร้าว “คุณรู้รึเปล่าว่านังผู้หญิงคนนี้เป็นเมียน้อยพ่อฉัน”

“กะรัต! มันจะมากไปแล้วนะ” พิศุทธิ์เหลืออด

“นี่แสดงว่าเขาไม่ได้บอกคุณ คุณกำลังโดนเขาหลอกรู้ไหม เลิกยุ่งกับเขาซะ เขากำลังสวมเขาให้คุณไม่รู้ตัวรึไง”

“ถ้าคุณไม่หยุดพูด ผมจะจับคุณโยนลงทะเล ล้างคำพูดของคุณออกไปซะ”

เนื้อแพรปรามและพยายามจะอธิบายกับกะรัต แต่เธอกลับโต้อย่างหยาบคาย หาว่าพ่อตนสนองให้ไม่ถึงอกถึงใจถึงได้มาหาทางปลดปล่อยถึงนี่ พิศุทธิ์โกรธจัด อุ้มกะรัตจะเอาไปโยนทะเล เธอดิ้นร้องโวยวาย กระแทกโดนแผลเขาเลือดทะลัก เขาทรุดลงปล่อยเธอ แต่ยังกระชากแขนเธอไว้ให้ขอโทษเนื้อแพรก่อน กะรัตผิดหวังด่าทอ

“สุดท้าย ผู้ชายมันก็เหมือนกันหมด ปลิ้นปล้อน มักมาก เลว!” กะรัตเรียกนวลให้กลับ

พิศุทธิ์ตะโกนลั่น “รู้ไว้ด้วยนะว่า  ชีวิตนี้...ผมไม่มีทางรักใครมากไปกว่าผู้หญิงคนนั้น”

กะรัตสะเทือนใจ  เนื้อแพรมองสองคนอย่างสงสัย ซักไซ้จนพิศุทธิ์ต้องยอมสารภาพว่า  กะรัตเป็นคนทำตนบาดเจ็บ จึงรับผิดชอบด้วยการดูแลเท่านั้น

เนื้อแพรถอนใจ “ฟังแม่นะลูก กะรัตเป็นคนที่น่าสงสารก็จริง  แต่ไม่ใช่ผู้หญิงที่ลูกควรจะสานต่อ  เขาไม่มีวันทำให้ลูกมีความสุขได้ เชื่อแม่”

“แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ  ตราบใดที่เขายังดูถูกแม่แบบนี้  ผมกับเขาไม่มีทางลงเอยกันอย่างที่แม่เป็นห่วงแน่นอน” เนื้อแพรฟังพิศุทธิ์แล้วยังไม่วางใจ

ooooooo

นวลแอบเม้าท์ให้กุนตีฟังเรื่องเนื้อแพร  ในขณะที่กะรัตรัวกดโทรศัพท์หากฤช  แต่เขาติดประชุมไม่รับสาย...กะรัต  กุนตีและนวลเดินทางกลับกรุงเทพฯทันที กว่าจะถึงบ้านก็ค่ำพอดี

กฤชทักทำไมถึงรีบกลับ  กะรัตวีนใส่หาว่าพ่อปิดเครื่องไม่รับสายตน กฤชบอกว่าติดประชุม แบตก็หมด และนี่ก็กำลังจะต้องออกไปงานเลี้ยงอีก  กะรัตไม่รอช้าบอกเรื่องเนื้อแพรแอบเลี้ยงหนุ่มๆไว้เคี้ยวเล่น  พากันไปอี๋อ๋อถึงพัทยา ไม่เชื่อให้ถามนวลได้ กฤชจึงหันไปถาม

“เอ่อ...จริงค่ะคุณผู้ชาย  พูดแล้วยังอยากได้...เอ๊ย ไม่น่าเป็นไปได้เลยนะคะ  คุณเนื้อแพรอยู่ในห้องกันสองต่อสองกับผู้ชาย  ซ้ำผู้ชายคนนั้นยังจะเป็น...”

กะรัตปรามนวลให้หยุด กฤชว่าไม่เป็นความจริง  เนื้อแพรไม่ใช่คนแบบนั้น กะรัตโวย

“เขาสวมเขาให้พ่อขนาดนี้  พ่อยังเข้าข้างเขาอีกเหรอคะ กั้งขอสั่งให้พ่อเลิกกับแม่นั่น ก่อนที่จะถูกนายพิศุทธิ์เยาะเย้ยเอา”

“อะไรนะ! เมื่อกี้กั้งพูดถึงใคร”

กะรัตบอกว่าคู่ขาของเนื้อแพรคือพิศุทธิ์  กฤชหัวเราะก๊าก...กะรัตกับกุนตีทำหน้างง กฤชกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ม.ร.ว.พิศุทธิ์ ศักดิ์โกศล เป็นลูกชายคนเดียวของเนื้อแพรที่เกิดกับท่านชายอ๊อด  ลูกชายแท้ๆของหม่อมมลุลี เจ้าของวังศักดิ์โกศล”

กะรัตยืนช็อกหน้าซีด...คืนนั้น  กันตากลับมารู้เรื่องก็หัวเราะก๊าก  กะรัตยืนเป็นจำเลยอยู่กลางห้อง  “สงสัยก้อยต้องบันทึกในปฏิทินร้อยปี  ว่าวันนี้คือวันหน้าแตกแห่งชาติของพี่กั้ง”

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เล่นหวีทหวานคลุกวงในกันซะขนาดนั้นแล้วยังพูดกำกวมให้กั้งเข้าใจผิด “กุนตีหาว่ากะรัตหึงจนไม่ดูตาม้าตาเรือมากกว่า  กะรัตเหมือนถูกจี้จุด “แล้วทีนี้กั้งจะทำยังไงดีพี่กุ้ง กั้งเล่นงานแม่เขาซะเละไม่มีชิ้นดีเลย”

นวลซ้ำเติมท่าจะประกอบร่างยาก กันตาเสริม หมอไม่รับเย็บด้วย กะรัตโวย ไม่ได้นะเพราะกันตาเป็นคนยุแต่แรก จะทิ้งกันกลางคันไม่ได้ กุนตีขัดขึ้น

“พี่ว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่เขาจะโกรธกั้งมากแค่ไหน แต่มันสำคัญที่เขาเป็นลูกของเนื้อแพร ถึงเขาจะอภัย แต่กั้งจะรับได้เหรอที่เขาเป็นลูกผู้หญิงคนนั้น”

กะรัตทิ้งตัวนั่ง ขยี้หัวตัวเองระบายอารมณ์ นวลเปรยหรือรักแท้ต้องมีอุปสรรค กันตาเห็นด้วยกับนวล แต่กุนตีอยากให้กะรัตตัดใจ เพราะเธอคงยอมรับเนื้อแพรเป็นแม่ผัวไม่ได้จริงไหม กะรัตจิตตกฮวบ กันตาให้กำลังใจว่า คนที่พี่จะอยู่ด้วยคือลูกไม่ใช่แม่ คิดดีๆ

ooooooo

วันต่อมา กะรัตพยายามโทร.หาพิศุทธิ์ แต่เขาลังเลจะรับดีหรือไม่ พอดีท่านชายอ๊อดมา โวยวายที่เขาลาออกจากงานโดยไม่บอก แถมให้เหตุผลว่า ที่ลาออกเพราะที่มหาวิทยาลัยมีแต่คนคุ้นเคยของพ่อ ไม่สะดวกจะทำงานต่อไป เขาจะไปทำงานบริษัทเอกชน ท่านชายตวาด

“นี่แกอยากจะลองดีกับฉันใช่ไหม ถึงกล้าหักหน้าฉันแบบนี้”

พิศุทธิ์อายคนในมหาวิทยาลัย จึงขอให้ไปคุยกันที่บ้าน ว่าแล้วก็เดินหนีไปที่รถ แต่ท่านชายตามไปผลักประตูรถปิด สั่งให้เขาไปรับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีอิสระ

“ผมคงไม่มีบารมีพอจะไปรับตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้น ถ้าท่านพ่อเสียดายก็รับมันไว้เองเถอะนะครับ”

ท่านชายอ๊อดข่มใจ เสนอบ้าน คอนโดหรือรถให้ แต่พิศุทธิ์ยืนยันจะทำงานที่ใช้ความสามารถตัวเอง ท่านชายโวยอยากเห็นตนเสียหายล้มละลายหรือ พิศุทธิ์ถอนใจที่พ่อยอมรับออกมาเสียทีแล้วย้ำ “ผมไม่เคยใช้นามสกุลของท่านพ่อแสวงหาผลประโยชน์อะไร ดังนั้นกรุณาอย่าเห็นผมเป็นสมบัติของตระกูล ที่มีเอาไว้เป็นเครื่องมือหากินอีกเลยครับ” พิศุทธิ์ขับรถออกไป

เช้าวันใหม่ กะรัตตัดสินใจมาขอโทษเนื้อแพรที่ร้านสปาของเธอ เนื้อแพรนึกไม่ถึงว่ากะรัตจะยอมทำขนาดนี้...พิศุทธิ์มาหาเนื้อแพรพอดี ได้ยินคำขอโทษของกะรัตแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เนื้อแพรย้อนถาม “การที่ชายพัวพันกับคนอย่างฉัน คงจะทำให้คุณผิดหวังมาก”

กะรัตยอมรับว่าไม่ชอบเนื้อแพร เนื้อแพรติงเลยพาลรังเกียจพิศุทธิ์ กะรัตสวนทันควันว่า “เปล่า ฉันไม่เคยนึกรังเกียจเขา ฉันยังอยากจะเป็นเพื่อนกับเขา เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ดีกับฉัน”

“สรุปก็คือ คุณแค่ไม่อยากผิดใจกับชาย คุณก็เลยจำเป็นต้องมาขอโทษฉัน”

“เปล่า ฉันรู้ตัวว่าฉันทำผิดต่อคุณก็เลยอยากขอโทษที่ต่อว่าคุณเสียๆหายๆ”

“ทั้งที่คุณยังเข้าใจว่าฉันเป็นเมียน้อยพ่อคุณ”

กะรัตว่ามันคนละเรื่อง เนื้อแพรจึงถามตรงๆทำไมถึงเชื่อว่าตนกับกฤชมีอะไรกัน กะรัตบอกว่าใครๆก็คิดกันทั้งนั้น เนื้อแพรถอนใจ “คุณเชื่อเพราะฟังคำพูดคนอื่น...”

กะรัตย้อนถามว่าเธอกับพ่อไม่มีอะไรกันหรือ เนื้อแพรยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับกฤช ค่อนข้างจะหมิ่นเหม่ต่อความเข้าใจผิดของคนทั่วไป พิศุทธิ์ที่แอบฟังลุ้นคำตอบ

“ไม่ว่าคุณจะเชื่อฉันหรือไม่ก็ตาม ฉันขอยืนยันว่าฉันไม่เคยแย่งสามีใคร ฉันกับคุณกฤชคบหากันด้วยความบริสุทธิ์ใจ ในฐานะเพื่อนและคนที่ทำธุรกิจร่วมกันเท่านั้น” พิศุทธิ์ที่แอบฟังอยู่รู้สึกผิด “ไหนๆเราก็เปิดใจกันมาขนาดนี้ ฉันขอบอกคุณตามตรงว่า ไม่ว่าคุณจะรู้สึกยังไงกับฉันก็ตาม แต่ฉันไม่สบายใจที่คุณคบหากับพิศุทธิ์...ลองถามใจตัวเองดูว่าคุณอยากหาเพื่อน หรือแค่หาใครมาเยียวยาความเหงาของคุณ ถ้าแค่จะหาอะไรแบบนั้น ลองมองหาจากคนอื่นเถอะค่ะ”

กะรัตรู้สึกชาวูบไปทั้งตัวแต่ยังยืดคอตั้งหลังตรง “ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง ฉันยืนยันว่าฉันมาที่นี่เพราะต้องการขอโทษคุณเท่านั้น ส่วนเรื่องพิศุทธิ์ ไม่ว่าเขาแค่สมเพช เวทนาหรือจะเกลียดขี้หน้าฉันไปแล้วก็ไม่เป็นไร ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่คิดว่าควรจะทำ ไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่านั้น”

พิศุทธิ์เหมือนใจหล่นวูบ กะรัตลุกเดินออกจากที่นั่ง เนื้อแพรมองการตัดพ้อของกะรัตแล้วหวั่นใจ เกรงลูกชายจะถลำใจไปกับกะรัตเสียแล้ว...กะรัตเดินอึดอัดออกมาจากร้าน ต้องตกใจเมื่อพบพิศุทธิ์ยืนมองอยู่ สายตาเขาอ่อนโยนลง กะรัตรีบบอกว่าตนมาขอโทษแม่เขาและเสียใจที่พูดจาเหลวไหลออกไปอย่างนั้น ชายหนุ่มเปรยคนไม่รู้ย่อมไม่ผิดจริงไหม

กะรัตตาโพลง “คุณไม่โกรธฉันแล้วเหรอ ไหนว่าไม่อยากให้ฉันมาเจอหน้าอีกแล้วไง”

“คนเอาแต่ใจอย่างคุณ ผมคงห้ามไม่ได้”

กะรัตรู้สึกละอายใจ “คุณเป็นคนดีจริงๆด้วย ฉันขอโทษที่เข้ามาป่วนให้ชีวิตคุณวุ่นวาย”

“คนเป็นเพื่อนกันก็ต้องยกโทษให้กันได้”

กะรัตใจแป้วกับคำว่าเพื่อน “แค่คุณยอมเป็นเพื่อนกับคนอย่างฉันก็นับว่าบุญแล้ว ขอโทษนะคะที่ทำให้คุณเดือดร้อนหลายครั้ง ฉันจะพยายามไม่กวนใจคุณไปมากกว่านี้ก็แล้วกัน”

กะรัตเดินหนีไปดื้อๆ พิศุทธิ์มองตามไม่สบายใจ เนื้อแพรจับตาดูทั้งคู่อย่างอ่อนใจ...พอสองแม่ลูกกลับมาถึงบ้าน เนื้อแพรก็ถามทันทีว่าลูกได้ยินที่ตนคุยกับกะรัตใช่ไหม พิศุทธิ์ยอมรับ

“แม่ไม่ได้อคติอะไรกะรัตนะลูก แม่แค่ไม่อยากให้ลูกไปจริงจังกับคำพูดเขานัก ช่วงนี้เขาเหงา ก็เห็นค่าของเรา แต่ผู้หญิงรักสนุกอย่างนั้น ไม่หยุดอยู่กับใครคนใดคนหนึ่งได้นานแน่”

“แม่อย่าเพิ่งคิดมากสิครับ เขาอาจไม่ทันได้คิดอะไรทำนองนั้นกับผมก็ได้”

เนื้อแพรเปรียบเปรยกะรัตเหมือนไม้เลื้อย อยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ถึงต้องเปลี่ยนสามีปีเว้นปี  พิศุทธิ์แก้ต่างว่าเธออาจไม่มีความสุขที่ต้องเปลี่ยนสามีบ่อย เนื้อแพรย้ำ

“แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ชายจะต้องไปคอยรับผิดชอบความอ่อนไหวของเขานี่จ๊ะ เชื่อเถอะว่ามีคนห่วงเขามากพอแล้ว ลูกแม่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในวังวนของเขาอีกคนหรอกนะลูก ลูกกับเขาต่างกันเกินไป อยู่ให้ห่างเขาไว้จะดีกว่านะลูกนะ”...พิศุทธิ์ครุ่นคิดเครียดๆ

ooooooo

บรรยากาศคืนนี้ กะรัตรู้สึกมันช่างเหงาสุดๆ เธอครุ่นคิดถึงการปฏิบัติต่างๆที่พิศุทธิ์ทำต่อเธอ ทำให้อยากลุกขึ้นมาทำตัวเองให้มีค่าคู่ควรกับเขาบ้าง จึงตั้งใจจะเปิดร้านเสื้อ ทุกคนในบ้านแปลกใจที่จู่ๆคนที่เอาแต่กรีดกรายไปวันๆจะหันมาทำงาน แต่กะรัตยืนยันจะพิสูจน์ตัวเองให้ดู

สองเดือนที่ผ่านมา น้ำผึ้งพยายามหางานทำมาตลอด แต่ไม่มีที่ไหนยอมรับคนท้องเข้าทำงาน เธอเริ่มจะท้อ ในขณะที่กะรัตเปิดร้านเสื้อสวยหรู ส่วนพิศุทธิ์

ลาออกจากการเป็นอาจารย์มาทำงานบริษัทเอกชน แต่จิตใจของกะรัตและพิศุทธิ์ไม่ได้มีความสุข ต่างโหยหากันและกัน...

รสสุคนธ์คอยดูแลหาอาหารบำรุงร่างกายและเป็นกำลังใจให้น้ำผึ้ง อยากให้พักบ้าง แต่น้ำผึ้งโต้

“ผึ้งพักไม่ได้หรอกค่ะ มีคนคอยสมน้ำหน้าผึ้งอยู่ไม่รู้เท่าไหร่ ผึ้งจะต้องรีบหางานใหม่ให้ได้ ผึ้งไม่ยอมให้ใครมาหัวเราะเยาะผึ้งกับลูกได้ทีหลัง” น้ำผึ้งยกหนังสือพิมพ์หางานมาวางอีกปึก

จนกระทั่งมีที่หนึ่งตกลงรับน้ำผึ้งเข้าทำงาน เธอดีใจมาก แต่พอผู้จัดการบอกเหตุผลที่รับว่า เขาจำเธอได้ว่าเป็นเพื่อนกับกะรัต กะรัตมีบุญคุณกับบริษัทเขามาก น้ำผึ้งปรี๊ดทันที

“ขอโทษนะคะ ดิฉันคงไม่สะดวกที่จะร่วมงานกับคนที่ต้องอาศัยใบบุญพวกตระกูลเทพทัต” พูดจบน้ำผึ้งก็ลุกออกไป ผู้จัดการยืนเหวอ

แม้จะตั้งหน้าทำงานแต่จิตใจไม่สงบ ทำให้กะรัตออกแบบเสื้อได้ไม่ถูกใจ ขยำกระดาษทิ้งเกลื่อนห้องทำงาน กันตารู้ว่าพี่สาวคิดถึงพิศุทธิ์จึงแนะให้ติดต่อไปหา แต่กะรัตกลุ้มใจ

“เธอจะให้พี่ทำยังไง แม่เขาออกโรงตีกันขนาดนั้น”

“ให้อีกเดือนเดียว คิดดีๆนะ ถ้าพี่กั้งไม่บุก ผู้ชายดีๆอย่างคุณพิศุทธิ์...หลุดแน่” กันตาขู่

ระหว่างนั้น น้ำผึ้งได้งานที่บริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เพราะเธอยอมแม้กระทั่งต้องเดินทางออกต่างจังหวัด เธอดีใจมากมายืนรอลิฟต์ ลูบท้องบอกลูกว่าแม่ได้งานแล้ว พอเอื้อมมือไปกดลิฟต์ก็ชนกับมืออีกคนเข้าพอดี เธอเงยหน้ามองต้องตะลึงเมื่อคนคนนั้นคือพิศุทธิ์ เธอจำเขาได้รีบบอกว่าตนเพิ่งได้งานที่นี่ และพอรู้ว่าเขาทำงานที่นี่อยู่ก่อนก็ยิ่งดีใจ

พิศุทธิ์อึดอัดใจจำเธอได้เช่นกัน แต่ต้องพูดคุยตามมารยาท เขาฟังเธอรำพันถึงความลำบากในการหางาน จึงเปรย เรื่องดีๆมักจะเกิดตอนที่เราไม่ได้ตั้งตัวแบบนี้แหละ ไม่ทันไร กันตาโทร.มา พิศุทธิ์เลี่ยงไปรับสาย น้ำผึ้งมองเขาอย่างมีความหวังใหม่...กันตาโทร.มาเพื่อขอให้พิศุทธิ์ช่วย กะรัตเอาแต่ซึมไม่ยอมกินยอมนอนตั้งแต่กลับจากขอโทษแม่เขา ตอนนี้นอนให้น้ำเกลืออยู่โรงพยาบาล ขอให้เขาช่วยมาเยี่ยมพี่สาวตน พิศุทธิ์เป็นห่วงกะรัตยอมตกลงทันที

กันตาวางสายแล้วหันมายักคิ้วให้กะรัต กำชับอย่าปล่อยให้พิศุทธิ์หลุดมือไปได้

“ขอแค่รู้ว่าเขายังมีเยื่อใยให้พี่บ้าง รับรองพี่จะเดินหน้าทำทุกอย่างไม่ให้เขาหลุดมือไป”

ทันทีที่พิศุทธิ์มาถึงโรงพยาบาล กะรัตทำทีนอนหลับเพ้อว่าหนาว มือไขว่คว้าเปะปะ เขาเข้ามาห่มผ้าให้อย่างห่วงใย กะรัตปรือตาขึ้นมาดีใจที่เห็นหน้าเขา พิศุทธิ์เอ็ดที่เธอไม่กินไม่นอนเป็นการทำร้ายตัวเอง บอกแล้วไม่ใช่หรือให้รู้จักรักตัวเอง กะรัตคว้ามือเขามากุม น้ำตาคลอ

“ฉันพยายามจะรักตัวเองแล้ว แต่พอรู้ว่าต้องอยู่โดยไม่มีใครรัก ฉันก็ไม่อยากอยู่อีก”

พิศุทธิ์อึ้งพูดไม่ออก กะรัตแทรกขึ้นว่า ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ตนเหงาคิดถึงเขา พลันพิศุทธิ์เห็นปลาสเตอร์ที่ปิดเข็มตรงมือเธอหลุด ไม่มีเข็มสักเล่มจึงแขวะ

“ผมเชื่อแล้วว่าคุณเหงามาก ถึงได้มีเวลาว่างมาแกล้งนอนป่วยแบบนี้” พิศุทธิ์ยกมือเธอขึ้น “ตกลงคุณเล่นตลกอะไร วันๆคุณคงว่างมากถึงได้เที่ยวแกล้งคนอื่นไปทั่วแบบนี้”

กะรัตหน้าเจื่อนที่ถูกจับได้ แต่ยังโต้ “ก็คุณอยากใจดำกับฉันก่อนทำไม”

พิศุทธิ์บอกให้พอทีแล้วจะเดินออกจากห้อง กะรัตรีบวิ่งตามออกมาขอโทษ ยอมรับว่าที่ทำครั้งนี้ตั้งใจ เพราะคิดถึงเขา แต่พิศุทธิ์หาว่าเธออยากเอาชนะมากกว่า

“ตกลงคุณเชื่อคำพูดของแม่คุณจริงๆใช่ไหม คุณไม่เชื่อว่าฉันจะเริ่มต้นใหม่ได้จริงๆ... ฉันเสียใจ ฉันหลงคิดว่าคุณจะมองฉันต่างจากคนอื่น ไม่คิดเลยว่าคุณจะ...” กะรัตน้ำตาร่วง

พิศุทธิ์รีบขัดไม่ใช่อย่างนั้น กะรัตฟูมฟายว่าตนเสียใจที่มีสามีมาถึงสามคน เพียงอยากมีคนที่รักตนจริง ที่หลอกเขาไม่ใช่เห็นเขาเป็นของเล่น ตนอายที่จะต้องแอบรักเขาข้างเดียว พิศุทธิ์ใจเต้นรัวที่เธอพูดออกมาตรงๆ กะรัตกล่าวขอโทษที่ทำให้เขาเสียเวลา แล้วก้มหน้าเดินกลับห้อง

เข้ามาเจอกันตา กะรัตโผกอดน้องร้องไห้โฮ มันจบแล้ว กันตาเหวอ กอดปลอบ ไม่ทันไรพิศุทธิ์กลับเข้ามา กะรัตไม่ทันเห็น พร่ำรำพันว่าตนไม่เจียมตัวดันไปรักผู้ชายดีๆ ทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้ พิศุทธิ์เอ่ย “ผมคงบาปมากเลยนะที่ทำให้คุณเป็นทุกข์ขนาดนี้”

กะรัตตกใจหันมาเห็นพิศุทธิ์ก็ยิ้มดีใจ เขาถามว่าอยากคบกับตนจริงหรือ เธอพยักหน้า เขาจึงขอให้เธอรับปากเรื่องหนึ่ง คือจะเปิดใจมองแม่ของตนใหม่

“ได้ค่ะ ฉันทำได้ ฉันจะพิสูจน์ตัวเองให้ผู้ใหญ่เห็นว่าเราจริงจังกับการเริ่มต้น ไม่ได้คิดจะคบกันแค่ฉาบฉวย ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อลบคำสบประมาทของทุกคน เหมือนอย่างกับร้านของฉันไงคะ ไม่มีใครคิดว่าฉันทำได้ ฉันก็พยายามทำให้ได้”

“แล้วคุณล่ะ อยากให้ผมเปลี่ยนอะไรบ้างไหม”

กะรัตยิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันอยากให้คุณเปลี่ยน...เปลี่ยนจากที่เคยเรียกชื่อฉันเป็นเรียกที่รักแทน”

พิศุทธิ์เขิน กะรัตรบเร้า ถ้าไม่เรียกตนจะหอมแก้ม ว่าแล้วก็ทำท่ากระโจนเข้ากอด เขาตกใจปรามว่าที่นี่โรงพยาบาล และขอผลัดไปเรียกคราวหน้า กะรัตจำยอมและแอบยิ้มอย่างพอใจ

ooooooo

กันตาปลื้มใจกับความสุขของพี่สาว เดินกลับเข้าห้องรอตรวจคนไข้ ทันใด ศิวาผลุนผลันเข้ามาขอหลบในห้องอ้างมีคนตาม กันตาจะร้อง เขารีบเอามือปิดปากเธอไว้ แล้วศิวาก็รู้สึกว่าเธอตัวสั่นใจเต้นแรงจึงแกล้งถามว่าเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้คนไข้ชายหรือ

กันตาสะบัดตัวออกจากเขาโวยว่าที่นี่ห้องตรวจและไล่เขาออกไป พอดีพยาบาลเข้ามาเห็นศิวาก็ถามกันตาว่าได้เจอคนไข้แล้วหรือ กันตาหันมองหน้าศิวายิ้มเยาะ

“ที่แท้คุณก็คือคนไข้พิเศษที่มาตรวจหาสารเสพติดสินะ”

พยาบาลรีบถามจะให้พาไปห้องเลือดไหม กันตายิ้มอย่างมีเลศนัย บอกว่าไม่ต้องตนจัดการตรวจเอง ศิวาโล่งใจคิดว่าไม่โดนเจาะเลือดแล้ว แต่แล้วก็เห็นกันตาถือเข็มเจาะเลือดเล่มโตถึงกับช็อกเป็นลมล้มตึง...ผ่านไปสักพัก ศิวาฟื้นขึ้นมา พอรู้ว่าตัวเองเป็นลมเพราะกลัวเข็มก็อาย บอร์ดี้การ์ดเข้ามาพยุงเจ้านายกลับ เขาเข่นเขี้ยว จะจำชื่อกันตา เทพทัตไว้...เจอกันอีกแน่

วันต่อมา น้ำผึ้งแต่งตัวสดใสขึ้นทั้งที่ท้องโตห้าเดือน เธอเฝ้ามองพิศุทธิ์ประชุมงานอย่างหลงใหล ตกกลางวันก็ทำทีขอปรึกษางานเพื่อจะได้ทานกลางวันกับเขา แต่พิศุทธิ์ขอตัวเพราะมีนัด น้ำผึ้งไม่ย่อท้อ คิดแผนใหม่ไว้รอท่า

พิศุทธิ์นัดทานข้าวกับกะรัต เธอรบเร้าให้เขาเรียกเธอว่าที่รัก เห็นเขาเขินก็แอบขำ เอาใจตักอาหารให้ อ้างว่าเขาทำงานใช้สมองหนักต้องทานเยอะๆ กะรัตขอให้พิศุทธิ์คิดรสชาติขนมที่เป็นรสของตนโดยเฉพาะ พิศุทธิ์แกล้งแขวะต้องรู้ว่าวันๆเธอทำอะไรบ้าง เพื่อเอามาวิเคราะห์ แล้วเขาก็ว่าเธอคงเอาแต่แต่งตัวทำผมทำเล็บ กะรัตค้อนขวับ บอกเขาว่าตนกำลังทำโปรเจกต์ใหญ่เป็นสไตลิสต์ส่วนตัวให้กับเขา พิศุทธิ์เหวอ...

วันนั้นทั้งวัน กะรัตพาพิศุทธิ์ไปเปลี่ยนลุคทั้งการแต่งตัวและทรงผมใหม่จนออกมาหล่อเหลา อดชมเองไม่ได้ว่าแฟนใครหล่อจัง...ว่าแล้วกะรัตก็เอามือถือเขามาถ่ายรูปคู่ ตั้งเป็นภาพเวลาโทร.เข้า และถ่ายอีกภาพสำหรับเครื่องของตัวเอง กะรัตอ้างว่าเขาเห็นจะได้อารมณ์ดี พลันพวงหยกโทร.เข้ามา กะรัตตัดสายทิ้งด้วยไม่อยากทะเลาะกับแม่ต่อหน้าเขา

“แม่เราสองคนคงไม่มีวันเข้าหน้ากันได้” พิศุทธิ์เปรย

“แค่คิดก็รู้แล้วว่า ตอนจบคงเป็นไปไม่ได้ ไร้อนาคต อย่างนี้แล้ว คุณยังจะคบกับฉันไหม”

“นี่เราอยู่ในอนาคตนะ...เป็นอนาคตของเมื่อวาน”

กะรัตอมยิ้มกับความคิดของพิศุทธิ์ สัญญาจะทำวันนี้ของทุกวันให้ดีที่สุด เพื่อพรุ่งนี้จะได้ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอื่น ทุกวันจะเป็นวันดีๆของเรา พิศุทธิ์จูงมือกะรัตอย่างให้ความร่วมมือ

วันรุ่งขึ้น น้ำผึ้งมาในทรงผมใหม่ ด้วยหวังให้สะดุดตาพิศุทธิ์ แต่แล้วกลับตะลึงเมื่อเห็นเขาในลุคใหม่ที่ดูดีมากขึ้น น้ำผึ้งยิ่งคิดว่าเธอกับเขาใจตรงกัน...ด้านกะรัตตั้งหน้าตั้งตาออกแบบเสื้อผ้าให้แก่พิศุทธิ์โดยเฉพาะพวงหยกเข้ามาเห็นเธอรีบกลบเกลื่อนว่ากำลังจะทำเสื้อผ้าผู้ชายออกขาย แต่พวงหยกสงสัยว่าลูกกำลังมีความรักใหม่ ซักถามกุนตีกับนวลก็ปฏิเสธไม่รู้อะไรเลย

เย็นวันนั้น น้ำผึ้งวางแผนทำเป็นหอบแฟ้มงานพะรุงพะรังกลับไปทำบ้าน แล้วทำร่วงหล่นให้พิศุทธิ์ต้องช่วยถือ แล้วยอมไปส่งบ้าน ทำให้น้ำผึ้งยิ่งมั่นใจว่าตัวเองยังมีเสน่ห์อยู่ รสสุคนธ์ไม่อยากให้หลานคิดเข้าข้างตัวเองอย่างนั้น ให้เผื่อใจไว้บ้าง แต่น้ำผึ้งกลับบอกว่า

“ตั้งแต่ผึ้งเลิกคบกับกั้ง ชีวิตผึ้งก็ดีขึ้นทุกวัน ขอแค่ไม่มีกั้งมาเป็นมาร ผึ้งมั่นใจว่าชีวิตผึ้งต้องไปได้ไกลกว่านี้แน่ๆ” น้ำผึ้งมองนามบัตรพิศุทธิ์ที่ขอมาอย่างยิ้มกริ่ม “ถึงเวลาที่เธอจะต้องรับกรรม ด้วยการนั่งมองความโชคดีของฉันบ้างแล้ว...กั้ง” น้ำผึ้งยังจมอยู่กับมิจฉาทิฐิของตัวเอง

คืนนั้น กะรัตโทร.นัดพิศุทธิ์ให้มาหาที่ร้านตอนเลิกงานพรุ่งนี้ เขาแปลกใจว่ามีอะไร

“เดี๋ยวมาก็รู้เองแหละค่ะ ว่าแต่วันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง มีสาวที่ไหนมาหว่านเสน่ห์ใส่แฟนกั้งบ้างหรือเปล่า” กะรัตแกล้งแหย่

พิศุทธิ์ย้อนถามไม่ไว้ใจตนหรือ เธอรีบปฏิเสธแค่ไม่อยากให้เขามองใครนอกจากตน เขาแขวะแค่เอาใจเธอคนเดียวก็แย่แล้ว ถ้ามีหลายคนคงตาย กะรัตยิ้มอย่างพอใจ...แต่แล้วพอหลังเลิกงาน น้ำผึ้งวางแผนเข้าหาพิศุทธิ์อีกครั้ง หวังให้เขาไปส่งบ้าน แต่ต้องมาเจอฟองดาวเลขาคนใหม่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:00 น.