ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สามีตีตรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พอพวงหยกรู้เรื่องก็ด่าว่าน้ำผึ้งยกใหญ่ กันตาเป็นห่วงจิตใจกะรัตที่เจอเรื่องเลวร้ายซับซ้อนขนาดนี้ พวงหยกว่าเดี๋ยวก็ทำใจได้เพราะเป็นครั้งที่สามแล้ว กุนตีเหน็บ แม่ไม่ได้เลี้ยงกะรัตมาเหมือนตน ไม่รู้หรอกว่ากะรัตดูแกร่งนอกแต่ข้างในอ่อนไหวมาก พวงหยกโวย

“ใช่ ซี้...แกไม่ได้มีผัวเจ้าชู้เหมือนฉันนี่ ลำพังคอยตามจับพ่อแกมาใส่กรง ฉันก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว... เชอะ...” สีหน้าพวงหยกสลดลง ใจจริงก็ห่วงจิตใจกะรัตไม่น้อย

กะรัตเอาอัลบั้มรูปสมัยเรียนมาดู คิดถึงอดีตที่เป็นเพื่อนรักสนุกสนานกับน้ำผึ้ง วันเกิดน้ำผึ้งตนก็ซื้อเค้กไปเซอร์ไพรส์ วันแต่งงานก็ดึงน้ำผึ้งเข้ามาถ่ายรูปด้วยเหมือนเป็นหนึ่งในครอบครัว...ความ ไว้ใจของกะรัตถูกเพื่อนรักทำลายจนหมดสิ้น เธอฉีกรูปเหล่านั้นทิ้ง

หน้า บ้าน พิศุทธิ์กลับมาเห็นรถหม่อมมลุลีจอดอยู่ก็ถอนใจ ต้องมีเรื่องหนักใจอีกแน่ พอเข้ามาในบ้าน หม่อมมลุลีก็ทัก “กลับมาแล้วเหรอพ่อตัวดี...”

พิศุทธิ์ยกมือไหว้นอบน้อมก่อนจะถามท่าน มีธุระอะไร หม่อมมลุลีจะให้เขาไปดูตัวสาว พิศุทธิ์ปฏิเสธกรายๆ ขอให้เรื่องคู่เป็นการเลือกของตนเอง

“แต่ย่าเจอแล้ว ชายจะต้องไปหาให้เสียเวลาทำไม”

“นั่นมันคนที่หม่อมย่าถูกใจ ไม่ใช่ผมนี่ครับ”

“เรื่อง อย่างนี้มันไม่ใช่แค่ความถูกใจอย่างเดียวนะชาย มันต้องมีความเหมาะสมด้วย หนูชวาลาเป็นถึงลูกสาวท่านรัฐมนตรีอิสระ แล้วท่านยายของหนูชวาลาก็เป็นหม่อมเหมือนย่า ถึงชายจะมีเลือดบริสุทธิ์จากย่าเพียงครึ่งเดียว ย่าก็อยากรักษาให้ถ่ายทอดถึงรุ่นหลาน รุ่นเหลนให้มากที่สุด ไม่ใช่ปะปนกับเลือดไก่กาจนไม่เหลือ คุณค่าของวงศ์ตระกูลสูงศักดิ์ เพราะฉะนั้นหนูชวาลา เหมาะสมกับชายที่สุดแล้ว ย่าไม่อยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย เหมือนที่พ่อของชายไปคว้าแม่ดาราปลายแถวนั่น”

“แต่ที่ผมได้ดีมาถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะแม่อบรม เลี้ยงดูผมมาเหรอครับ”

“ชายถูกปิดหูปิดตา ไม่รู้หรอกว่าแม่ตัวเองเน่า แค่ไหน”

“ถึงแม่จะไม่ใช่ราชนิกุล แต่แม่ก็มีความดี มีเกียรติไม่น้อยกว่าใคร”

เนื้อ แพรกำลังจะออกไปงานศพ แอบฟังย่าหลานคุยกันอย่างสะเทือนใจ...พิศุทธิ์แก้ต่างให้แม่ทุกอย่างที่ หม่อมมลุลีปรักปรำ จนเธอโมโหที่เขาเถียงไม่ตกฟาก เขายืนยันว่าแม่ไม่ทำตัวเสียหาย และเมื่อตนมีนิสัยแย่ๆ ก็ไม่เหมาะสมกับคนที่ย่าหาให้...เนื้อแพรเห็นจะไปกันใหญ่ทำทีเดินออกมาบอก พิศุทธิ์พร้อมจะไปหรือยัง เขารับมุกควงแขนแม่ออกไป หม่อมมลุลีเต้นผาง

ขับรถออกมาจากบ้านได้ พิศุทธิ์บ่นเมื่อไหร่ย่าจะหยุดหาคู่ให้ตนเสียที เนื้อแพรตอบขำๆว่าเมื่อเขา

มีใครสักคน พิศุทธิ์อึ้งหัวใจดันเต้นรัวตวัดไปนึกถึงกะรัต จนต้องแปลกใจตัวเอง...

กัน ตากับกุนตีประคองกะรัตมาวัด ทั้งสองบ่นว่าจะมาทำไมเมาขนาดนี้ นวลจึงอาสาพากลับบ้าน นวลประคองกะรัตไม่ไหวจึงให้เธอนั่งรอ จะไปตามสมหวังเอารถมารับ พอดีพิศุทธิ์จอดรถส่งเนื้อแพรที่ลานจอดรถของวัด เธอแซวลูกชายที่เลือกมาส่งแม่แทนที่จะไปดูตัวสาวลูกเศรษฐีร้อยล้าน พิศุทธิ์อ้อนไม่เสียดายลูกคนนี้บ้างหรือ เนื้อแพรตบแก้มลูกเบาๆอย่างเอ็นดูแล้วหอมแก้มฟอด ชวนเข้าไปสวดศพด้วยกัน แต่เขาขอตัวแล้วจะกลับมารับ เนื้อแพรบอกว่ามีเพื่อนไปส่ง...ด้านนวล เอารถมาถึงหากะรัตไม่เจอก็ตกใจ บอกสมหวังลงมาตามหากันจ้าละหวั่น

พิศุทธิ์ ขับรถจะออกประตูวัด ต้องแปลกใจเมื่อเห็นกะรัตเดินใจลอยอยู่ข้างทางมืดค่ำ จึงขับรถตามเธออย่างห่วงๆ พลันมีมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเฉี่ยวเธอล้มลง แถมด่าหาว่าเธอเดินเกะกะ พิศุทธิ์รีบจอดรถลงมาช่วยพยุง เธอมองหน้าเขาคิดๆว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เขาจึงเอานาฬิกาออกมาคืนให้ “ผมว่าจะฝากคนไปคืนคุณอยู่พอดี”

กะรัตเห็นนาฬิกาก็จำได้ แล้วตกใจ “นี่คุณไม่ได้เป็นใบ้เหรอ...คุณหลอกฉัน!”

“เฮ้ย! ผมไม่ได้หลอกอะไรคุณเลย คุณเห็นอะไรคุณก็คิดและเชื่อไปเอง โดยที่คุณไม่ถามผมสักคำ”

กะรัตยัดนาฬิกาคืนใส่มือเขา “ฉันบอกว่าให้เป็นค่าตอบแทนไง ฉันไม่เคยใช้ใครฟรีๆ”

“คุณไม่รู้จักคำว่าน้ำใจรึไง”

กะรัตเสียงเยาะ “คำนั้นมันไม่มีจริงหรอกคุณ” แล้วฟูมฟายขึ้นมา “ในโลกนี้มันไม่มีคำว่าน้ำใจ ไม่มีคำว่า ความรักแท้ ไม่มีคำว่าเพื่อน”

พิศุทธิ์ พยุงกะรัตลุกขึ้น เธอเซเพราะยังมึนเมา เขาจะพาเข้าไปส่งในวัดแต่เธอไม่ยอมไป เขาจึงพาเธอมานั่งในรถและจะไปส่งบ้านให้ กะรัตเห็นรอยลิปสติกที่แก้มเขาก็เข้าใจว่าเขาเป็นผู้ชายรักสนุก จึงย้อนถามว่าคนที่บ้านไม่รอแย่หรือ เขาตอบไม่เป็นไรแล้วขับรถออกมา

กะรัต มองไปข้างหน้าเห็นโรงแรมม่านรูด ก็คิดไปว่าเขาคงต้องการเหมือนผู้ชายทั่วไป จึงหยั่งเชิงถามว่าเขาทำดีกับผู้หญิงทุกคนที่ไม่รู้จักเหมือนทำกับตนหรือ เปล่า

“การที่คุณไม่รู้จักผม ไม่ได้แปลว่าผมไม่รู้จักคุณนะ”

กะรัต ยิ่งมั่นใจ เขารู้ว่าตนรวยจึงอยากรู้จัก ความเมาทำให้นึกประชดชีวิต เธอบอกให้เขาเลี้ยวรถเข้าม่านรูด พิศุทธิ์ตกใจถามให้เข้าไปทำไม

“แหม...ฉันรู้น่า คุณลงทุนวางแผนอยากรู้จักฉันขนาดนี้ ฉันก็เปิดโอกาสให้คุณไง”

“ผมว่าคุณเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ”

“เอาน่า...เราแวะทำความรู้จักกันอีกนิดเถอะ ฉันว่าฉันอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้แล้วล่ะ”

พนักงาน ฉายไฟโบกให้เข้าจอด พิศุทธิ์พยายามอธิบายว่าตนไม่ได้หวังทำอะไรเธอ แต่เธอไม่เชื่อ โวยวายว่าตนเชื่อในสิ่งที่เห็น แล้วด่าว่าผู้ชายก็เลวเหมือนกันหมด ในหัวมีแต่เรื่องเซ็กซ์ กะรัตโน้มคอพิศุทธิ์ลงมา เขาเริ่มโมโหผลักดันเธอออก ขู่ถ้าไม่หยุดจะปล่อยลงตรงนี้ เธอกลับหาว่าเขากลัวการผูกมัด หาว่าเล่นตัว จะเรียกเงินเท่าไหร่ตนมีจ่าย ใครๆก็หวังเงินจากตนทั้งนั้น พิศุทธิ์เหลืออด เสียงเขียว...ทำไมถึงทำตัวแบบนี้

“ทำไมล่ะบอกฉันหน่อยว่าทำไม...ฉัน อยากมั่วดูบ้าง ในเมื่อเป็นผู้หญิงดีๆแล้วมันไม่ถึงใจ โดนผัวทุกคน นอกใจหมด ฉันก็อยากจะรู้ว่าถ้าฉันทำตัวสำส่อนแล้วจะมัดใจผู้ชายได้บ้างไหม”

พิศุทธิ์จับแขนกะรัตให้หยุด “ฟังนะ ผมไม่รู้ว่าคุณไปเจอคนประเภทไหนมา แต่ผมสาบานได้ว่า ผมไม่เคยคิดอะไรในทางเกินเลยกับคุณสักนิด”

“ไม่คิดแล้วสะกดรอยตามฉันทำไม ทำไมฉันถึงได้เจอคุณทุกที่ที่ฉันไป”

พิศุทธิ์ งงที่กะรัตหาว่าเขาตามจีบเพราะความรวยของเธอ จึงตอกกลับ “ขอโทษนะที่ผมต้องพูดตรงๆ แต่ผมไม่ได้พิศวาสอะไรคุณสักนิด แค่ในเสี้ยวความคิดก็ยังไม่มีเลย...ถ้าคุณอยากจะสนุกประชดชีวิต คงต้องไปหาคนที่เขาเต็มใจ ซึ่งนั่นไม่ใช่ผม”

กะรัตเหมือนถูกกระแทก บาดแผลที่เจ็บหนัก จ้องหน้าเขาน้ำตารื้น ก่อนจะลงรถปิดประตูปัง สบถจะไปไหนก็ไปเลยผู้ชายเฮงซวย...พิศุทธิ์ยังเป็นห่วงเธอที่อยู่หน้าโรงแรม ม่านรูด จึงบอกให้เธอกลับขึ้นรถ แต่ด้วยความเมาทำให้คิดสั้น กะรัตวิ่งออกไปกลางถนนให้รถชน เสียงรถบีบแตรลั่น พิศุทธิ์ตกใจสุดขีดวิ่งลงไปดู

ooooooo

ภายในวัด กฤช กุนตี กันตา นวลและเนื้อแพรช่วยกันตามหากะรัต นวลร้องไห้โทษตัวเองที่ปล่อยกะรัตตามลำพัง ไม่ทันไร มือถือกันตาดัง พอกดรับสายเธอตกใจมากเมื่อกะรัตโทร.มาบอกว่ารถชน ให้มารับที่โรงพยาบาล กันตาจึงให้กฤชอยู่รับหน้าแขก ตนจะไปรับกับกุนตี

พิศุทธิ์นั่งรออยู่ หน้าห้องฉุกเฉิน กันตาวิ่งมาถามพยาบาลถึงกะรัต พิศุทธิ์ได้ยินก็รีบเข้ามาถามว่าเธอเป็นญาติกะรัตใช่ไหม ตนเป็นคนพาเธอมาส่งโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าเธอปลอดภัยดี แต่อยากให้แอดมิตดูอาการสักคืน กันตารีบถามแล้วทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุ พิศุทธิ์ถอนใจ

“คงเรียกว่าอุบัติเหตุไม่ได้หรอกครับ ต้องเรียกว่าเจตนาฆ่าตัวตาย ในเมื่อเจ้าตัวเป็นคนยืนให้รถพุ่งเข้าใส่”

กัน ตาตกใจไม่คิดว่าพี่สาวจะขาดสติขนาดนั้น พิศุทธิ์ฝากนาฬิกาคืนให้กะรัต กันตาแปลกใจเพราะนี่เป็นของรักที่ก๋งซื้อให้ พิศุทธิ์บอกว่าตนช่วยเพราะอยากช่วย ไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน กันตาซาบซึ้งขอถามชื่อและเบอร์โทร. เขาบอกชื่อแต่ไม่ให้เบอร์โทร.เพราะกะรัตคงไม่ได้อยากเจอะเจอเขาอีก กันตามองตามหลังพิศุทธิ์อย่างปลื้มๆ

กุนตีมองสภาพกะรัตที่ยังเมาค้าง มีบาดแผลถลอกตามแขนขา อดเอ็ดไม่ได้ที่น้องอ่อนแอทำร้ายตัวเองแบบนี้ กะรัตโต้ว่าตนตั้งใจจะตามไปคิดบัญชีกับภูเบศร์ในนรก

“เฮ้อ..กั้งเอ๊ย หยุดคิดเรื่องที่มันเป็นอกุศลซะทีเถอะ จะคิดไปทำไมให้จิตใจเศร้าหมอง”

“แต่ ชีวิตกั้งมันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ถึงอยู่ต่อไป กั้งก็คงต้องเจอกับความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำอีก ใจกั้งมันรับไม่ไหวแล้วพี่กุ้ง...” กะรัตสะอื้นน้ำตาไหลพราก กุนตีกอดปลอบ

กัน ตาเข้ามายื่นนาฬิกาให้บอกว่าพิศุทธิ์ฝากคืน กะรัตงงว่าใคร “ก็พระเอกขี่ม้าขาวที่พาพี่กั้งมาส่งโรงพยาบาลไง ตกลงพี่กั้งรู้จักเขามาก่อนใช่ไหม นาฬิกาของพี่กั้งถึงไปอยู่กับเขาได้”

กะรัต นึกสักพักก็จำได้ กันตาบอกว่าผู้ชายอบอุ่นแบบนี้สเปกตนเลย กะรัตแย้งระวังจะเจอฝันร้าย...กะรัตล้มตัวลงนอนคิดถึงท่าทีและคำพูดของ พิศุทธิ์ที่แสดงออกต่อตน

ooooooo

รุ่งเช้า พิศุทธิ์เล่าให้เนื้อแพรฟังถึงเรื่องกะรัตแล้วบ่นว่าทำไมตอนแม่เจอเรื่อง ร้ายๆ ไม่เคยเห็นแม่ทำอะไรแย่ๆอย่างเธอ เนื้อแพรอธิบายว่ามันไม่เหมือนกัน หัวใจกะรัตไม่มีอะไรยึดเหนี่ยว แต่ตนมีลูกชาย ถ้าไม่มีลูก ตนก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่เหมือนกัน

“ความเจ็บปวดที่เกิดจากความรัก มันทำลายชีวิตคนให้พังพินาศได้จริงๆ” เห็นลูกชายเหม่อเนื้อแพรท้วง “ชาย...คิดอะไรอยู่เหรอลูก”

“ปะ...เปล่าครับ ผมแค่รู้สึกว่าเขาน่าสงสาร ผู้หญิงตัวเล็กๆแต่กลับต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ ก็น่าเห็นใจเขานะครับ”

“ถึงกะรัตจะน่าสงสารยังไง แต่เขาก็ยังเป็นผู้หญิงอันตรายในความคิดของแม่อยู่ดี”

พิศุทธิ์กระอักกระอ่วนเมื่อรู้ว่าเธอเข้ามาป้วนเปี้ยนในหัวใจตนเสียแล้ว...

เมื่อ ฮึดขึ้นมา น้ำผึ้งรู้ข่าวกะรัตป่วยอยู่โรงพยาบาล ก็ลุกขึ้นแต่งตัวโฉบเฉี่ยวจะไปเยี่ยม รสสุคนธ์ปรามรักษาน้ำใจกันไว้บ้าง ทำกับเขาเจ็บช้ำไม่น้อย น้ำผึ้งโต้เสียงกร้าว

“แล้วที่ผึ้งต้องอยู่กินหลบๆซ่อนๆกับภูมานานไม่ใช่เพราะมัวแต่รักษาน้ำใจมันเหรอคะ”

“แต่ผึ้งรู้แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร ไอ้ที่ไปลักลอบได้เสียกับสามีเขา ผึ้งไม่รู้สึกผิดบ้างเลยรึ”

น้ำ ผึ้งเถียงว่าภูเบศร์รักตน รสสุคนธ์ปลอบประโลม คำว่ารักของผู้ชาย จะใช้อ้างเพื่อแย่งเขามาจากใครไม่ได้ น้ำผึ้งชูซองเอกสารขึ้นมาว่าตนมีทะเบียนถูกต้อง รสสุคนธ์ ตกใจที่หลานสาวตั้งใจหลอกลวงเพื่อน น้ำผึ้งอ้างว่าภูเบศร์ตั้งใจทำเพื่อตนและลูกเอง สายตาเธอกร้าวขึ้น

“ในเมื่อกั้งเขาดี เขาวิเศษสูงส่งนัก ผึ้งก็แค่อยากรู้ว่าเขาจะเป็นยังไงถ้าเราต้องใช้สามีคนเดียวกัน”

รส สุคนธ์น้ำตาร่วงเสียใจ น้ำผึ้งเข่นเขี้ยวว่ากะรัตทำให้ลูกตนไม่มีพ่อ ตนกลายเป็นคนเลวในสายตาทุกคน ตนก็จะดึงเธอลงมาดูว่า นรกที่ตนต้องเผชิญ มันโหดร้ายทรมานขนาดไหน...

ในห้องคนไข้ กะรัตเดินออกจากห้องน้ำ เอ่ยถามจะให้ตนออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ พลันเห็นน้ำผึ้งในชุดดำถือกระเช้าดอกไม้ยืนอยู่ ก็ตกใจไล่ให้กลับไป น้ำผึ้งยั่วว่าเพื่อนไม่สบายทั้งทีตนก็ต้องมาเยี่ยม กะรัตสวนว่าเธอไม่ใช่เพื่อนตน

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธอนะกั้ง ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่าฉันกับภูเรารักกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

ผัวฉันไม่ใช่เสาไฟฟ้าที่แค่ใครมาฉี่รดโคนขาก็จะมาอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของได้”

น้ำผึ้งหัวเราะ “พูดซะเต็มปากเชียวนะจ๊ะว่าเขาเป็นผัวเธอ...ถ้าเธอคิดว่าเงินของเธอจะซื้อใจผู้ชายได้ เธอก็คิดผิดแล้วล่ะ”

“หน้าด้าน! ฉันไม่คิดเลยว่าเธอไร้ยางอาย ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ภูเขาแต่งงานกับฉันอย่างออกหน้าออกตา”

น้ำผึ้งสวนว่าภูเบศร์ก็มีตน ที่สำคัญเขาเลือกตนเป็นแม่ของลูก กะรัตด่าว่าชั่ว น้ำผึ้งปรามให้ฟังความจริงที่เธอรู้แก่ใจแต่แกล้งลืม  เพื่อให้ตัวเองดูวิเศษเหนือคนอื่น

“ความจริงบ้าบออะไรของแก...”

“ก็ความจริงที่เธอมันห่วยไงกั้ง เธอมันห่วยจนผัวทุกคนทนไม่ไหว ต้องออกไปหาเศษหาเลยนอกบ้าน ฉันไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงอย่างเธอจะไม่เคยได้รับความรักจากผู้ชายคนไหนเลย”

“แต่อย่างน้อยฉันก็ยังเป็นคนที่ผู้ชายเลือกจะเรียกว่าเมีย ไม่ใช่นางบำเรอหรือชู้อย่างแก”

“เมีย! เธอเผลอเรียกตัวเองว่าเมียอีกแล้วนะกั้ง” น้ำผึ้งดึงเอกสารจากซองชูตรงหน้ากะรัต

“ถ้าเธอขยันเรียนว่านี้ซักนิด หาความรู้รอบตัวซักหน่อย เธอก็จะรู้ว่า คำว่าเมีย...เขาหมายถึงผู้หญิงที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรส ไม่ใช่แค่มีพิธีอลังการแต่ไร้ค่าอย่างเธอ”

กะรัตมองชื่อในทะเบียนสมรสว่าจดมาก่อนตนแต่งงานเกือบปีแล้วตัวชาวูบ ถอยกรูดไปติดผนัง กุนตีเปิดประตูเข้ามาได้ยินพอดี ปรี่เข้าต่อว่าน้ำผึ้ง ทำแบบนี้ทำไม พยาบาลที่ตามเข้ามาเชิญน้ำผึ้งออกจากห้อง น้ำผึ้งเยาะหยัน รู้แล้วใช่ไหมว่าใครคือเมียน้อย กะรัตปรี๊ด...ผลักรถเข็นใส่น้ำผึ้ง เธอหลบทันแล้วหาว่ากะรัตจะฆ่าลูกในท้องตน กะรัตคว้าแจกันจะปาใส่ กุนตีดึงไว้ทัน

น้ำผึ้งยิ่งท้าทาย “ขอบอกให้รู้ว่าทรัพย์สินของภูจะต้องตกถึงฉันและลูกตามสิทธิ์ทางกฎหมาย”

“ไปทวงจากนรกก็แล้วกัน ฉันจัดให้” กะรัตสะบัดมือหลุดจากกุนตี ปาแจกันใส่หน้าน้ำผึ้ง หน้าผากแตกเลือดไหล กุนตีตกตะลึงให้พยาบาลพาน้ำผึ้งไปทำแผล

น้ำผึ้งขู่ เธอจะเสียใจที่ทำกับตนวันนี้...กะรัตกรี๊ดไล่ให้ออกไป ทันทีที่น้ำผึ้งเดินไป กะรัตก็ทรุดลงร้องไห้โฮ กุนตีโผกอดปลอบน้องด้วยความสงสารจับใจ...ส่วนน้ำผึ้งไม่ยอมให้พยาบาลทำแผล กันตาเห็นเธอเป็นเพื่อนพี่จึงขอให้เลิกจองเวรจองกรรมเสียที น้ำผึ้งโวยถึงภูเบศร์จะตายแต่เรื่องทุกอย่างยังไม่จบ กะรัตต้องชดใช้ที่พรากทุกอย่างไปจากตน กันตารู้สึกกังวลใจ

ooooooo

พวงหยกกับเจ้าสัวบัญชานั่งจิบกาแฟคุยกันเรื่องกะรัต ที่ถูกภูเบศร์หลอกมาตลอดสามปี เจ้าสัวเปรย เพียงแค่ทะเบียนสมรสแผ่นเดียว จะอะไรกันนักหนา พวงหยกแย้งว่ามันทำให้กะรัตกลายเป็นเมียน้อย เจ้าสัวแขวะ

“ดีแล้วที่อากั้งมันไม่โง่เอากระดาษแผ่นเดียวมาผูกมัดผู้ชาย...ดูอย่างลื้อสิ กอดทะเบียนสมรสไว้แล้วเคยมีความสุขบ้างไหม”

“อ้าวเตี่ย...มาแขวะหนูทำไมเนี่ย แต่ถึงมันไม่สุขแต่อย่างน้อยก็สะใจล่ะค่ะ”

เจ้าสัวว่ามัดใจไม่ได้เลยเอาทะเบียนมาเป็นโซ่ล่าม แล้วเป็นอย่างไร ตัวก็ไม่ได้ ใจก็ไม่ได้ ได้แต่กอดกระดาษแผ่นเดียว...พวงหยกโต้ บางทีทะเบียนก็ทำให้คนที่คิดนอกใจเดินกลับเข้าคอก  กฤชเดินมาได้ยินพอดี จึงเดินผ่านพวงหยกไป บอกเจ้าสัวว่า กันตาโทร.มาบอกจะพากะรัตไปพักฟื้นบ้านพัทยา พวงหยกมองสามีที่แต่งตัวเหมือนจะออกจากบ้าน อดแขวะไม่ได้ว่าลูกไม่สบายไปพักฟื้น ไม่แปลก แต่เขาจะไปเสียชีวิตที่ไหนไม่ทราบ วันนี้วันหยุดแท้ๆ กฤชพยายามใจเย็น

“ผมกำลังจะไปทำหน้าที่พ่อแวะไปดูลูกที่โรงพยาบาล แล้วจะเลยไปธุระต่อ” กฤชเดินไป

พวงหยกตะโกนไล่หลังว่าไปให้ถูกโรงนะ โรงพยาบาลไม่ใช่โรงแรม เจ้าสัวเอ็ดถ้าเป็นตนก็จะไปโรงแรมหรือไม่ก็ไปโรงฆ่าสัตว์ ยอมให้คนเชือดทำตือฮวนยังดีกว่าทู่ซี้อยู่กับเมียปากเสียอย่างเธอ  พวงหยกอยากร้องกรี๊ดแต่ร้องไม่ออก...

บ่ายวันนั้น ท่านชายอ๊อดมาดักรอพิศุทธิ์ถึงหน้าคณะที่เขาทำงาน พอเข้ามาในห้องพักอาจารย์ ก็ทำทีบ่นว่า  อุตส่าห์ไปเรียนเมืองนอกเมืองนากลับมาทำงานอุดอู้แบบนี้ คิดจะสอนหนังสือไปจนแก่หรือ พิศุทธิ์ถอนใจให้บอกมาเลยว่ามีธุระอะไร ท่านชายอ๊อดหาว่าเขาเห็นแก่ตัว

“ฉันต้องการให้แกลาออกจากอาจารย์ไปเป็นที่ปรึกษาท่านรัฐมนตรีอิสระ ไหนๆแกก็มีราชสกุลติดตัวแล้ว แกก็น่าจะสร้างเกียรติยศตอบแทนให้วงศ์ตระกูลบ้าง”

พิศุทธิ์สะดุดหู เมื่อเช้าหม่อมมลุลีก็มาบังคับให้ไปดูตัวลูกสาวท่านรัฐมนตรีอิสระ คราวนี้ท่านพ่อมาให้ไปทำงานด้วย ตกลงมันสร้างเกียรติหรือสร้างผลประโยชน์กันแน่ ตนได้ข่าวมาว่าทางกระทรวงมีโครงการสร้างทางด่วน ถ้าท่านพ่อมีเส้นสายช่วยประมูลโครงสร้างนี้ได้ บริษัทคงมีกำไรจากการโก่งราคามหาศาล ท่านชายอ๊อดโมโหกลบเกลื่อน หาว่าเขาหาความ ตนแค่ห่วงกลัวจะลำบาก พิศุทธิ์ถากถาง ไม่ต้องห่วง เพราะตนกับแม่อยู่อย่างไม่เคยลำบาก

“ก็แม่แกถึงต้องเป็นฝ่ายเอาตัวเข้าแลกเป็นเมียน้อยเขา”

“แค่ข่าวซุบซิบดารา แม่ไม่เคยทำอะไรเสียหายอย่างที่ท่านพ่อกล่าวหา”

ท่านชายอ๊อดโต้ว่าถ้าไม่เอาตัวเข้าแลกจะมีกิจการใหญ่โตอย่างนี้หรือ พิศุทธิ์เถียงแทนแม่ว่า ตนรู้จักแม่ดี ท่านชายอ๊อดเยาะว่า ให้ไปถามพวกตระกูลเทพทัตดูเลยว่าเขาขยาดเนื้อแพรแค่ไหน พิศุทธิ์เพิ่งได้ยินนามสกุลนี้จากกะรัต ก็ตกใจเมื่อรู้ว่าหุ้นส่วนของแม่คือ กฤช เทพทัต

อดรนทนไม่ไหว พิศุทธิ์แวะมาหาเนื้อแพรที่ทำงาน อ้างมารับกลับบ้าน แต่เนื้อแพรมีนัดประชุมงานกับกฤช เขาจึงถามตรงๆว่า กฤชเป็นพ่อของกะรัตใช่ไหม เนื้อแพรตอบว่าใช่แบบไม่สงสัยอะไร  เขาติงว่าไม่เคยเล่าให้ฟังบ้าง เนื้อแพรว่าไม่ชอบเอาเรื่องงานไปคุยให้ลูกปวดหัว

“ลูกอุตส่าห์เรียนจนคว้าเกียรตินิยมมาให้แม่

ชื่นใจถึงสองใบ...คุณกฤชเขาเป็นคนใจกว้าง ลงทุนแต่ไม่เคยมายุ่งเรื่องบริหารให้แม่ลำบากใจเลย”

“จริงๆถ้าแม่จะขยายกิจการ ให้ผมหาทุนให้ก็ได้ จะได้ไม่ต้องไปรบกวนคนอื่น”

เนื้อแพรลูบแก้มลูกชายอย่างรักใคร่ ให้เขาเก็บเงินไว้สร้างอนาคตดีกว่า ตนไม่ชอบเป็นภาระของใคร พิศุทธิ์น้อยใจที่แม่ยอมเป็นภาระของกฤช เนื้อแพรเอะใจแสดงว่าเขาต้องไปได้ฟังอะไรมา พอดีกฤชมารับ เธอจึงบอกลูกไว้ไปคุยเรื่องนี้ต่อที่บ้าน เขารับคำอย่างไม่ค่อยสบายใจ

พิศุทธิ์ยืนมองแม่ขึ้นรถไปกับกฤช ท่านชายอ๊อดเดินเข้ามาเยาะเห็นกับตาแล้วใช่ไหม เขาแปลกใจที่พ่อตามมาถึงนี่ เขาแก้ตัวแทนแม่และว่าตนเชื่อมั่นในตัวแม่ว่าไม่เคยทำตัวเสียหาย...

พิศุทธิ์กลับบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด ตัดสินใจโทร.หาเนื้อแพรบอกว่าตนจะไปพักผ่อนที่พัทยา ว่าแล้วก็จัดกระเป๋าเดินทางออกไป

ooooooo

ในบ้านพักตากอากาศกุนตีกับกันตากำลังสำรวจดูความเรียบร้อยที่ให้นวลกับสาวใช้ช่วยกันเก็บของมีคมทุกชนิดที่อาจเป็นอาวุธทำร้ายร่างกายได้ออกไปให้หมด  รวมถึงแจกันขวดแก้ว นวลแซวกุนตี  สมแล้วที่เป็นคนควบคุมบัญชีบริษัทท่านเจ้าสัว รอบคอบมากๆ

กันตานึกได้ถ้ากะรัตคิดโดดน้ำตายล่ะ กุนตีว่าคงยากเพราะกะรัตว่ายน้ำเป็น  นวลรับรองจะจับตาดูกะรัต

ไม่ให้คลาดสายตา...แล้วนวลกับสาวใช้ก็เดินมาเมียงมองกะรัตที่นอนสวมแว่นดำอยู่ริมสระว่ายน้ำ  หวั่นใจว่าเธอยังหายใจอยู่หรือเปล่า  นวลเข้าไปชะโงกหน้าใกล้ๆ  กะรัตแว้ดใส่กระฟัดกระเฟียดลุกเดินหนีอย่างรำคาญ นวลตามถามจะทานอะไรอย่างห่วงใย กะรัตจึงสั่งให้ไปเอาเหล้ามา  นวลชะงักถูกสั่งห้ามไว้เด็ดขาด  กะรัตไม่พอใจเดินปึงปังขึ้นห้อง

ผ่านไปสักระยะ กันตากับกุนตีแปลกใจที่กะรัตไม่ออกมาทานข้าว จึงเคาะเรียกเห็นเธอเงียบ จึงไขประตูเข้าไป  ปรากฏว่าไม่มีกะรัตในห้อง  มีแต่หน้าต่างเปิดอ้าอยู่ ทุกคนตกตะลึง...

พิศุทธิ์เดินออกจากบ้านพักของตัวเองมาเดินเล่นริมหาด พลันเห็นสาวคนหนึ่งยืนเหม่ออยู่บนสะพานไม้ที่ยื่นออกไปในทะเล เขารู้สึกสะดุดตา ดูเธอสวยกลมกลืนกับท้องฟ้าและผืนทะเล แต่แล้วลมพัดผ้าพันคอเธอปลิว เขาเห็นเธอก้าวไปสุดปลายสะพานก็ตกใจคิดว่าเธอจะโดดน้ำตาย จึงวิ่งเข้าไปรวบตัวเธอมากอดไว้ พอหมุนตัวเธอมาเป็นกะรัต ต่างคนต่างตกใจ

“ปล่อย! ปล่อยฉันนะไอ้คนฉวยโอกาส ช่วยด้วย!”

พิศุทธิ์ตกใจท้วง เธอจะบ้าหรือ กะรัตโวยให้ปล่อย เขานึกได้คลายอ้อมกอด กะรัตโกรธหน้าดำหน้าแดง ยิ่งเข้าใจว่าเขาเป็นเหมือนผู้ชายฉวยโอกาสทั่วไป พิศุทธิ์พยายามจะอธิบาย

“ผมเนี่ยนะปล้ำคุณ ถ้าผมจะทำอะไรทุเรศแบบนั้น ผมจะหนีคุณออกมาจากม่านรูดนั่นทำไม ในเมื่อคุณเองก็ให้ท่าผมซะขนาดนั้น คุณนี่มันร้ายกว่าที่ผมคิดไว้มาก คิดฆ่าตัวตายอยู่แท้ๆ พอผมมาห้ามก็พาลเปลี่ยนเรื่องโยนความผิดให้คนอื่น แสบจริงๆ...” พิศุทธิ์สอนให้เธอคิดในแง่ดีว่าการสูญเสียครั้งนี้ทำให้เธอตาสว่างและหลุดพ้นจากคนเห็นแก่ตัวพวกนั้น

กะรัตหน้าเหวอตนหรือจะคิดฆ่าตัวตาย ว่าแล้วก็ชี้ไปที่ผ้าพันคอในทะเล ว่าตนจะเก็บผ้านั่นต่างหาก  พิศุทธิ์เปลี่ยนมาเหวอแทน กะรัตไม่รอช้าไล่เบี้ยเขาทันที

“แต่ที่สำคัญกว่าความเข้าใจผิดของคุณ คือฉันอยากรู้ว่าคุณมาที่นี่ได้ยังไง และคุณรู้ลึกเรื่องส่วนตัวของฉันได้ยังไงไม่ทราบ...ว่าไงคะ จะตอบคำถามไหนก่อนดี  เรื่องที่คุณสะกดรอยตามฉัน หรือเรื่องที่คุณแอบล้วงลึกอดีตของฉันซะแจ่มแจ้งแดงแจ๋”

“มันไม่ใช่ทั้งสองอย่าง เรื่องที่ผมมาเจอคุณที่นี่มันเป็นแค่ความบังเอิญ ส่วนเรื่อง...เผอิญมีคนพูดเรื่องของคุณให้ผมฟัง ก็แค่นั้น” กะรัตถามแน่ใจ “นี่! อย่ามาทำท่าต้อนเหมือนผมเป็นจำเลยของคุณหน่อยได้ไหม ถ้าคุณไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายจริงๆผมก็ขอโทษที่เข้าใจผิด เป็นอันว่าเรื่องของเราจบกัน” พิศุทธิ์รู้สึกหน้าแตกยับเยินจะเดินหนี

กะรัตโวยวายยังไม่เคลียร์จะมาเดินหนีแบบนี้ไม่ได้ พลันเธอเหยียบไม้ที่ผุหัก เซแซ่ดๆตกน้ำตูม...พิศุทธิ์ได้ยินเสียงตกใจ กระโดดตามลงไปช่วย เขากอดเธอแน่นพากลับเข้าฝั่ง เธอดิ้นขลุกขลักอย่างไว้ตัว พอเขาวางร่างเธอลง เธอลุกขึ้นแล้วเซเพราะข้อเท้าแพลง พิศุทธิ์จึงถามว่าบ้านอยู่ไหนตนจะไปส่ง กะรัตน้ำตาเอ่อไม่อยากกลับไปให้พี่น้องควบคุม ปัดว่าไม่มีบ้านที่ไหน

พิศุทธิ์ถอนใจ รู้สึกว่าตนกับเธอต้องร่วมเวรร่วมกรรมกันอีก เขาตัดสินใจอุ้มพาเธอไปบ้านพักตัวเอง กะรัตแอบมองใบหน้าขาวสะอาดของเขาอึ้งๆ...

ทุกคนในบ้านกะรัตตามหาเธอให้พล่าน นวลเดินร้องไห้ไปที่สะพานไม้ด้วยความเป็นห่วงเจ้านายก็ไม่พบ...ด้านกะรัตเธอเปิดประตูห้องน้ำแล้วยืนนิ่งใน

ชุดเสื้อผ้าหลวมโพรกที่พิศุทธิ์เอาให้เปลี่ยน รอเขามาประคองเดิน พิศุทธิ์แอบยิ้มอย่างเอ็นดู

พิศุทธิ์พากะรัตมานั่งแล้วย่อตัวลงพับขากางเกงให้ แล้วเอายามาทานวดข้อเท้าอย่างเบามือ กะรัตรู้สึกถึงความเนี้ยบและเป็นสุภาพบุรุษของเขา อดแขวะไม่ได้ที่เขามีของทุกอย่างพร้อม

“ใครจะรู้ว่าเราจะต้องเจอกับเหตุการณ์อะไรบ้าง เพราะงั้นเราถึงไม่ควรประมาท”

“คุณกำลังจะตำหนิฉันงั้นสิ”

“เปล่า...ที่คุณเจ็บตัวก็เพราะอุบัติเหตุ ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ”

“แต่อุบัติเหตุมันเกิดจากความไม่ระวังไม่ใช่เหรอ”

“รู้เหมือนกันนี่” พิศุทธิ์อมยิ้ม กะรัตค้อนที่ไม่น่าเปิดช่องโหว่ เขารีบเอาใจ “โอเค...ตอนนี้ก็ถึงคิวที่คุณต้องโทร.ไปบอกที่บ้านมารับแล้ว” กะรัตอ้างไม่มีโทรศัพท์ พิศุทธิ์ยื่นให้ “โทร.ซะ”

กะรัตหมั่นไส้ สะบัดเสียงรู้แล้วน่า พิศุทธิ์เดินออกไปเตรียมอาหารให้ กะรัตเบ้ปากแล้ววางมือถือลงไม่คิดจะโทร.ตามใครทั้งนั้น...พยายามเดินกะเผลก

ออกมายืนดูพิศุทธิ์ทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว เขาหันมาถาม โทร.เรียบร้อยแล้วหรือ เธอพยักพเยิดไปงั้นๆ พิศุทธิ์ยกข้าวต้มมาวางให้ กะรัตรู้สึกทึ่งปนอบอุ่นเพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำให้แบบนี้

ooooooo

โถงรับแขกในวังหม่อมมลุลี ท่านชายอ๊อดเดินคุยโทรศัพท์ท่าทางหงุดหงิด ผัดผ่อนการชำระหนี้ที่ถูกทวงถาม สุธาทิพย์เดินนำไหมและเม่น ลูกสาวลูกชายลงมาจากชั้นบน บอกท่านชายว่าตนจะพาลูกๆไป ทานข้าวกับคุณหญิงพัชรีที่โรงแรมแชงกรีล่า มื้อนี้ตนอาสาเป็นเจ้ามือ

ท่านชายอ๊อดแอบเซ็งแต่ทำหน้าใหญ่เตือนให้สั่งของดีๆแพงๆให้ท่าน อย่าให้ใครซุบซิบนินทาเราได้ สุธาทิพย์รับคำ หม่อมมลุลีเดินสวนสามคนแม่ลูกเข้ามา ท่านชายอ๊อดรี่เข้ากอดอย่างประจบ หม่อมรู้ทันดักคอไว้ก่อนว่าตนไม่มีเงินให้ไถ ท่านชายทำหน้าเจื่อนๆออกตัวว่าคิดถึงแม่ต่างหาก ไม่ได้เจอหน้ากันหลายวัน หม่อมมลุลียิ้มเยาะ

“คนอย่างชายถ้าไม่ขอเงินแม่ แล้วจะเอาเงิน ที่ไหน ได้ข่าวว่าคราวนี้โดนบริษัทรับเหมาที่ฮั้วงานกัน มันทิ้งงานก่อสร้างค้างไว้แล้วเชิดเงินหนีไปสิบล้านเลยไม่ใช่เหรอ แม่บอกไว้ก่อนนะว่าไม่เหลือสมบัติอะไรจะขายเอาเงินมาช่วยชายอีกแล้ว สิ่งเดียวที่เหลือคือวังกับชีวิตคนแก่คนนี้”

“ผมทราบแล้วล่ะครับ ผมถึงได้ให้ท่านแม่ไปพูดกับไอ้ลูกหัวดื้อนั่น ให้มันดองกับท่านรัฐมนตรีอิสระ”

หม่อมมลุลีอ่อนใจเพราะพิศุทธิ์ไม่ยอม ท่านชายหัวเสียเพราะตนก็โดนปฏิเสธมาเช่นกัน

“แล้วจะทำยังไง แม่บอกไว้ก่อนนะว่าแม่ไม่ยอม ให้ชายลากชื่อเสียงเราไปเสื่อมเสียเพราะความเขลาของชายเด็ดขาด...พิศุทธิ์ก็อีกคน ไม่เคยให้ความร่วมมืออะไรกันเลย เฮอะ...นี่มันคงโดนนังเนื้อแพรเสี้ยมซะจนพลอยใฝ่ต่ำไปด้วย เวรกรรมของฉันจริงๆมีลูกก็ดีแต่ผลาญ มีหลานก็ซื่อจนโง่” ท่านชายอ๊อดสะดุ้งที่โดนหางเลข หม่อมมลุลีสั่งให้เขาไปบังคับพิศุทธิ์ให้ได้

ด้านพิศุทธิ์ยืนพิงขอบประตูมองกะรัตกวาดข้าวต้มในชามกินจนเกลี้ยง แอบปลื้มแสดงว่าอร่อย กะรัตโต้ว่าตนหิวต่างหาก ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ทานอะไรเลย พิศุทธิ์เปรยขณะเก็บชามล้าง

“ผมไม่เข้าใจ คุณจะทำให้ตัวเองลำบากไปทำไม เป็นถึงหลานสาวเจ้าสัวร่ำรวยล้นฟ้า”

“รู้สึกคุณจะรู้ประวัติฉันทะลุทะลวงเหลือเกินนะรู้ตัวไหมว่าคุณทำฉันเซอร์ไพรส์ตลอด”

“คุณเองก็มีเรื่องทำให้ผมช็อกทุกครั้งที่เจอเหมือนกัน” พลันมือถือที่วางบนโต๊ะดัง

พิศุทธิ์คว้ามาดูเป็นเนื้อแพรที่โทร.มา จึงเลี่ยงไปคุยตรงระเบียง กะรัตหมั่นไส้เข้าใจว่าเป็นแฟนโทร.มา จึงกะเผลกไปแอบฟัง...เนื้อแพรคิดว่าเขาไม่พอใจเรื่องกฤชจึงหนีมา จะอธิบายพิศุทธิ์ว่าไม่ใช่ ไว้ตนกลับไปค่อยคุยกัน ไม่ทันไร กะรัตเซไปชนตู้ แจกันตกมาแตกอุทานเสียงดัง พิศุทธิ์ชะงักตัดสาย เนื้อแพรงงได้ยินเสียงผู้หญิง...

พิศุทธิ์เดินมาดู เห็นแจกันแตกก็ก้มลงเก็บ กะรัตขอโทษขอโพยแล้วบอกว่าตนจะเก็บเอง ให้เขาไปคุยกับแฟนต่อ เขาเหล่มองที่เธอแอบฟัง

“ผมว่าแทนที่คุณจะอยากรู้ คุณไปโทร.ถามคนที่บ้านดีกว่าถึงไหนแล้ว  นี่มันเกือบสามชั่วโมงเข้าไปแล้วนะ”

กะรัตอ้ำอึ้ง พิศุทธิ์เอะใจเอามือถือมากดดูเบอร์สุดท้ายที่โทร.ออก ไม่มีเบอร์แปลกปลอมจึงรู้ว่ากะรัตไม่ได้โทร.ตามที่บ้านมารับ จึงต่อว่าป่านนี้คนที่บ้านเธอคงห่วงมาก กะรัตโพล่งขึ้น

“ฉันมันตัวปัญหา คุณรู้ไหมว่าฉันทำให้คนในครอบครัวอับอายขายหน้าแค่ไหน” พิศุทธิ์ติงว่าคิดมากเกินไป กะรัตปล่อยโฮ “ฉันแต่งงานมาสามครั้ง ถูกสามีหักหลังทั้งสามคน แล้วล่าสุด...นอกจากมันจะนอกใจฉัน ฉันยังถูกเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ยังเด็กทรยศเอา ไม่ใช่แค่นั้น แต่มันยังทำให้ฉันกลายเป็นเมียน้อย คุณได้ยินไหม...ก่อนหน้าฉันจะมาที่นี่ คนที่เคยเป็นเพื่อนรักของฉัน เอาทะเบียนสมรสที่มันแอบไปจดกับสามีฉัน มาบอกกับฉันว่ามันคือเมียหลวง ส่วนฉันนอกจากจะถูกสวมเขามาตลอดเวลา ฉันยังถูกเพื่อนชั่วหักหลังเอาอย่างหน้าด้านๆ คุณคิดว่าจะมีใครยอมรับเหตุการณ์แบบนี้ได้ง่ายๆ งั้นเหรอ”

พิศุทธิ์ยืนมึนมองกะรัตฟูมฟาย รำพันว่าเธอทำให้คนที่รักเธอทั้งหมดเสียใจกับความโง่ของตัวเอง พิศุทธิ์ปลอบว่าเธอเป็นฝ่ายถูกกระทำ ทุกคนต้องเข้าใจ แต่กะรัตก็ยังเสียใจที่ทำให้ทุกคนอับอายผิดหวัง ตน

ไม่รู้จะเริ่มต้นกับชีวิตต่อไปอย่างไรดี กะรัตสะอื้น ขอร้องพิศุทธิ์ ขอพักใจอยู่บ้านเขาสักคืน เผื่อตนจะไม่นอนฝันร้ายอีก พิศุทธิ์สงสารเธอจับใจ

คืนนั้น กะรัตยืนมองพิศุทธิ์เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ใหม่อย่างคล่องแคล่ว เขาบอกให้เธอนอนอย่างสบายมีอะไรตะโกนเรียกได้ตลอดเวลา กะรัตยิ่งประทับใจในตัวเขา...และแล้ว ในคืนนั้นกะรัตก็นอนฝันร้าย ร้องกรี๊ดขึ้นมากลางดึก พิศุทธิ์ถลาเข้ามาปลุก กะรัตลืมตามาโผกอดเขาร้องไห้ตัวสั่นเหมือนลูกนก เขาปลอบเธอแล้วให้เธอนอนลง ห่มผ้าให้อย่างอาทร

ooooooo

วันใหม่ น้ำผึ้งมาทำงานตามปกติ แต่ด้วยอาการแพ้ท้องทำให้เธอโก่งคออาเจียนอยู่ในห้องน้ำ พลันได้ยินลูกน้องเม้าท์กันว่าเธอแอบไปท้องโย้กับใคร น้ำผึ้งอับอายไม่รู้จะทำอย่างไรกับอนาคตตัวเองดี ...ตัดสินใจไปหาแม่ของภูเบศร์ที่อยู่ในชุมชนแออัด

บ้านแม่ของภูเบศร์เป็นร้านตัดเสื้อเล็กๆ มีหญิงสาวหน้าตาบ้านๆ ช่วยเย็บจักรและมีเด็กเล็กๆ นั่งเล่นข้างๆ...

นํ้าผึ้งแสดงตัวกับแม่ภูเบศร์ว่าตนเป็นเมียเขาและกำลังจะมีลูกด้วยกัน แม่เขาชะงักไม่ยินดียินร้าย กลับบอกว่าถ้าจะมาทวงสิทธิ์ขอบอกว่าไม่มี และถ้าจะบอกว่ามีทะเบียนสมรสก็จงรู้ไว้ว่านั่นเป็นทะเบียนซ้อน เพราะเมียและลูกถูกต้องตามกฎหมายของภูเบศร์คือหญิงหน้าบ้านๆคนนั้น ที่ยอมอยู่อย่างสงบปากสงบคำ เพื่อแลกกับเงินที่ผัวตอดจากเมียเศรษฐีมาให้

นํ้าผึ้งช็อก นํ้าตาร่วงพรูเมื่อรู้ว่าตนก็เป็นเมียน้อยเหมือนกะรัต นึกย้อนถึงคำพูดต่างๆของภูเบศร์ที่ขอแต่งงานกับกะรัตเพื่อจะเอาเงินมาสร้างครอบครัวกับตน...เสียงกะรัตผุดในความคิด

“นี่มันคงพล่ามให้เธอหลงเชื่อว่ามันมีสิทธิ์อย่างโน้นอย่างนี้ล่ะสิ...เธอมันโง่ๆๆๆ”

นํ้าผึ้งเดินโซเซสมเพชตัวเองกลับออกมา รู้สึกเหมือนโดนทิ้งอยู่ตัวคนเดียวในโลก...ด้านพิศุทธิ์ออกมาซื้อของกิน เดินผ่านนวลซึ่งกำลังเอารูปกะรัตเที่ยวถามใครต่อใครอยู่จึงหันมอง...

กะรัตนอนหลับสบายอยู่ในห้อง เสียงเคาะประตูปลุกให้สะดุ้งตื่น เธอรีบกะเผลกไปเปิดประตูเขินๆ ที่ตัวเองตื่นเกือบบ่าย ไม่ทันไร นวลแทรกตัวเข้ามาโผกอด

“คุณกั้ง! คุณกั้งจริงๆด้วย คุณกั้งขา รู้ไหมคะว่านวลออกตามหาคุณกั้งทั้งคืนเลย ทำไมคุณกั้งถึงมานอนอยู่ที่นี่ ทำไมไม่กลับบ้านคะ” นวลรัวคำถามเป็นชุด

“เขาคงลืมมั้งครับว่ามีบ้านอยู่ใกล้แค่นี้” พิศุทธิ์กัดเล็กๆ

กะรัตหน้าเสีย โกรธนวลก็โกรธ ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรเดินปึ่งๆออกไป นวลขอบคุณพิศุทธิ์ที่ช่วยนายตนไว้ ไม่รู้ทำไมเธอถึงมารบกวนเขา พิศุทธิ์พูดเชิงเตือน

“ผมว่าตอนนี้เขาคงต้องการที่พึ่งทางใจ ที่ไม่ใช่การควบคุมกักขัง...คนดื้อแบบนี้ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งผลักเขาออกไป”

“เอ๊ะ แล้วทำไมคุณถึงได้พูดเหมือนรู้ใจคุณกะรัตมากขนาดนี้ล่ะคะ รึว่า...”

พิศุทธิ์หน้าเจื่อนที่เผลอพูด พอดีกะรัตตะโกนเร่งนวลให้กลับ เขาโล่งอกหวังว่าจะไม่ต้องเจอกันอีกบ่อยๆ กะรัตค้อนเขาวงใหญ่ก่อนจะจํ้าอ้าวไป...ทันทีที่กะรัตกลับมาถึงบ้านพัก กันตาและกุนตีต่างแปลกใจกับเสื้อผ้าที่เธอใส่ ไม่ทันซักถามว่าหายไปไหนมาทั้งคืน กะรัตรู้สึกเขินๆ เดินรี่เข้าห้องนอนไป นวลรีบรายงานเท่าที่รู้ สองสาวตกตะลึงที่กะรัตไปค้างอ้างแรมบ้านผู้ชาย

“แต่เขาก็ดูเป็นสุภาพบุรุษมากนะคะ”

“ว่างไม่เท่าไหร่ก็เริ่มหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว” กุนตีอ่อนใจกับน้องสาวคนนี้

“โธ่ พี่กุ้งก็...จะเป็นไรไปล่ะคะ ถ้าเขาคนนั้นทำให้พี่กั้งเริ่มรักชีวิตตัวเองขึ้นมาได้”

แต่กุนตีเกรงจะโดนหลอกอีก กันตาหันมาซักไซ้นวลว่า ผู้ชายคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง นวลอวยซะเลิศเลอจนกันตารู้สึกจะต้องไปดูด้วยตาตัวเอง ว่าผู้ชายคนนี้ควรให้กะรัตเดินหน้าหรือไม่

กันตาเอาชุดที่กะรัตใส่กลับมา ใส่ถุงมาคืนพิศุทธิ์ พอเห็นว่าเขาคือคนที่ช่วยกะรัตตอนเกิดอุบัติเหตุก็ดีใจ เชื่อว่าคงเป็นพรหมลิขิตแน่ๆ กันตาปลื้มพิศุทธิ์อยู่แล้ว... กะรัตอาบน้ำแต่งตัวใหม่ มานั่งคิดถึงแต่สิ่งที่พิศุทธิ์ทำให้ต่างๆจนแปลกใจตัวเองว่า ไปคิดถึงเขาทำไม พอนวลยกของว่างมาให้จึงถามถึงเสื้อผ้าของพิศุทธิ์ นวลบอกว่ากันตาเอาไปคืนให้แล้ว เธอรู้สึกเคืองๆ

ooooooo

พิศุทธิ์เคลียร์ตัวเองกับกันตาว่า ตนไม่รู้ว่ากะรัตมีบ้านพักอยู่ใกล้ๆแค่นี้ เธอบอกว่าไม่มีบ้านจึงให้ที่พัก แต่กันตากลับเห็นว่าเขาเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาคอยช่วยเหลือกะรัต กันตาถือโอกาสรวบรัดเชิญเขาไปปาร์ตี้บาร์บีคิวที่บ้านคืนนี้ เขาถอนใจเฮือกที่ถูกมัดมือชก

พอกันตาเดินเข้าบ้าน กะรัตก็ถามทันที ไปไหนมา... กันตาหันมายั่ว “พี่กั้งไม่รู้จริงๆเหรอคะว่าก้อย ไปไหนมา เอ...รึถามเพราะอยากได้ยินชื่อเขากันแน่น้า”

กะรัตปฏิเสธเขินๆเงื้อมือจะตี กันตาวิ่งหนีหัวเราะร่า กุนตีถอนใจ “เฮ้อ...พอกัน คนนึงก็ไปค้างอ้างแรมกับเขาทั้งที่ยังไม่รู้หัวนอนปลายเท้า อีกคนก็ไปหาเขาถึงที่บ้าน แล้วนี่ยังมีอะไรเซอร์ไพรส์ให้พี่หัวใจวายอีกไหมเนี่ย แม่ตัวแสบ”

กันตาโพล่งขึ้น “มีค่ะ แต่ก้อยว่ามันจะทำให้หัวใจใครบางคนพองฟูเป็นบอลลูนมากกว่า”

นวลรีบถามว่าอะไร กันตาปรายตามองกะรัตยิ้มๆ ว่า ตนเชิญพิศุทธิ์มาดินเนอร์ที่บ้านคืนนี้ แล้วดึงนวลเข้าครัวไปเตรียมอาหาร กุนตีอ้าปากค้าง กะรัตแอบตื่นเต้นแต่พยายามกลบเกลื่อน

ด้านน้ำผึ้งโซเซกลับบ้าน รสสุคนธ์แปลกใจคิดว่าหลานไม่สบาย น้ำผึ้งบอกว่าตนลาออกจากงานแล้ว รสสุคนธ์ตกใจต่อว่าทำอะไรผลีผลาม ไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือยแล้ว ควรมีความรับผิดชอบบ้าง น้ำผึ้งระเบิดอารมณ์

“น้ารสไม่ใช่ผึ้ง น้ารสไม่เข้าใจหรอก ทุกคนรอบตัว มันพร้อมจะซ้ำเติมผึ้งกันทั้งนั้น”

“แต่ที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะเราทำตัวเองนะ”

“นี่น้ารสจะสมน้ำหน้าผึ้งอีกแล้วใช่ไหมคะ ทำไม คะ...ทีกั้งแย่งผัวผึ้ง ทำไมกรรมถึงไม่ไปสนองมันบ้าง” น้ำผึ้งปรี๊ด

“เรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ได้ แน่ใจเหรอว่าเราจะเป็นแม่คนได้” รสสุคนธ์อ่อนใจ

“ไม่ต้องเป็นก็ดี ผึ้งก็อยากจะให้ทุกอย่างมันจบๆ ไปในวันนี้เหมือนกัน!”

รสสุคนธ์ตกใจว่าหลานสาวจะทำอะไร วิ่งตามหลานขึ้นไปบนห้อง เห็นน้ำผึ้งรื้อข้าวของที่เป็นของภูเบศร์กระจัดกระจาย เธอค้นหาขวดยาขับเลือดออกมา ฟูมฟายว่า

“ในเมื่อแม้แต่พ่อของมันยังไม่ต้องการ ก็อย่าให้มันเกิดมาประจานความโง่ของผึ้งอีกเลย” น้ำผึ้งเปิดฝาขวดจะยกดื่ม

รสสุคนธ์ปราดเข้าแย่งขวดเขวี้ยงทิ้ง “จะสร้างบาปสร้างกรรมไปถึงไหน”

“แล้วน้ารสจะให้ผึ้งทำยังไงถึงจะพ้นเรื่องบ้าๆ นี่ ผึ้งรักภู ลูกของผึ้งก็เกิดมาด้วยความรัก แต่ทำไมทุกอย่างมันถึงกลายเป็นแบบนี้ ผึ้งแค่อยากเริ่มต้นชีวิตกับคนที่ผึ้ง รักมันผิดตรงไหน ผึ้งทำผิดอะไร ทำไมผึ้งต้องถูกทุกคนรุมทำร้ายแบบนี้”

“แต่เด็กในท้องไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ผึ้งมีสิทธิ์อะไรไปทำร้ายชีวิตเขา ถ้าผึ้งบอกว่าเขาเกิดมาจากความรักจริงๆ ผึ้งก็ต้องดูแลเขา เลี้ยงเขาด้วยความรักถึงจะถูก”

น้ำผึ้งเอามือลูบท้องฟูมฟายว่าไม่รู้จะสู้หน้าคนอื่นได้อย่างไร รสสุคนธ์เข้ากอดปลอบให้ลืมเรื่องเลวร้ายทั้งหมด ตั้งต้นชีวิตใหม่ ไม่มีใครซ้ำเติมเราได้เท่ากับเราซ้ำเติมตัวเอง...น้ำผึ้งสะอื้นฮักกับความผิดหวังสูญเสียที่เกิดขึ้น...

เมื่อจนตรอก ท่านชายอ๊อดบุกมาบ้านเนื้อแพร ต้องการพบพิศุทธิ์ เนื้อแพรบอกว่าลูกไม่อยู่และสงสัยต้องมีอะไรกดดันให้ลูกหนีไป พอดีกฤชแวะมารับพลอยโดนแขวะ

“ฉันว่าเธอควรจะโทษตัวเองมากกว่า ที่ชายมันต้องหลบหน้าไปแบบนี้ก็เพราะมันหน้าบางเกินกว่าจะอยู่รับรู้เรื่องคาวโลกีย์ของแม่มันนั่นแหละ” ท่านชายอ๊อดมองกฤชอย่างรังเกียจก่อนจะกลับออกไป กฤชหน้าเสียจะตามไปอธิบายแต่เนื้อแพรรั้งไว้

“คุณจะตามไปจัดการทุกคนที่ไม่เข้าใจเราได้เหรอคะ ยังไงแพรก็ไม่มีวันดีในสายตาพวกเขาอยู่แล้ว ตอนนี้แพรเป็นห่วงก็แต่ลูก แพรว่าท่านอ๊อดต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ลูกหนีหน้าไปแน่”

กฤชกังวลไปด้วย ถามจะทำอย่างไร เนื้อแพรคิดว่าจะปล่อยลูกสู้ปัญหาลำพังไม่ได้...ค่ำวันนั้น พิศุทธิ์กำลังจะออกไปบ้านกะรัต โทรศัพท์ในบ้านดังขึ้น เขาชะงักก่อนจะรับสาย เนื้อแพรกรอกเสียงถาม “บอกแม่ได้ไหมว่าอะไรทำให้ชายไม่สบายใจถึงกับต้องหลบหน้าทุกคนแบบนี้”

พิศุทธิ์อึ้งที่แม่ถามอย่างจู่โจม พยายามปฏิเสธว่าไม่มีอะไรอย่าคิดมาก เนื้อแพรโพล่งขึ้น ถ้าไม่มีอะไรแล้วทำไมท่านชายอ๊อดถึงมาตามหาเขาที่บ้าน เรื่องนี้เกี่ยวกับพ่อใช่ไหม พิศุทธิ์หนักใจที่ปัญหาชักบานปลาย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:58 น.