ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สามีตีตรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

รถยุโรปราคาแพงหรูคันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าโรงแรมด้วยความเร็วสูง เสียงล้อรถเบียดถนนดังเอี๊ยด...หญิงสาวในชุดราตรีสีแดงรัดรูป โชว์แผ่นหลังถึงสะโพก ผ่าข้างเห็นเรียวขาขาวก้าวเดินเข้าโรงแรม สะดุดตาแขกทุกคนให้มองตามจนเหลียวหลัง

บรรยากาศในห้องบอลรูมจัดงานแต่งงานเลิศหรูอลังการ แขกเหรื่อในงานแต่งตัวดูดีมีฐานะนั่งอยู่เต็มห้อง บ่าวสาวจูงมือเดินบนทางที่โรยกลีบกุหลาบขึ้นสู่เวที สาวสวยสุดเซ็กซี่เดินตรงมายังห้องบอลรูม...ขณะเดียวกัน กุนตีกับกันตาลงจากรถแวนสีดำวิ่งตามเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนใจ พิธีกรกำลังเล่าความเป็นมาของความรักบ่าวสาว ควบคู่กับภาพบนจอ แขกเหรื่อหัวเราะชื่นชม ทันใดภาพบนจอก็เปลี่ยนเป็นภาพชายหญิงกอดจูบนัวเนียกันในโรงแรมม่านรูด

สาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ขึ้นไปแย่งไมค์จากพิธีกรมากล่าว “ทุกท่านอาจจะสงสัยว่าผู้หญิงเริงร่านในวีดิโอนั้นเป็นใครใช่ไหมคะ...มันคือนังนี่แหละค่ะ” สปอตไลต์ส่องไปยังหญิงสาวที่กำลังลุกหนี “นังไฮโซแม่พระสร้างภาพเป็นผู้แสวงบุญ ที่แท้เป็นพวกลอบแสวงสวาทกับผัวชาวบ้าน”

ทุกคนหันมอง เห็นหน้าเหมือนในจอก็ฮือฮากันใหญ่ สาวนางนั้นปฏิเสธลั่นว่าไม่ใช่ตน ตนถูกใส่ความ ไฟในห้องสว่างพรึ่บขึ้น เห็นสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่กำลังยิ้มเยาะเหยียดหยาม

“คุณกะรัต!”

“ถ้าแกรู้จักชื่อฉัน แกก็ควรจะรู้ว่า ฉันเป็นเมียของผู้ชายที่แกสมสู่ แกอย่าได้พาร่างกายที่โสโครกกับจิตใจที่โสมมของแกเข้าวัดปฏิบัติธรรมให้ศาสนาหม่นหมองอีกเลย แต่ถ้าอยากจะชะล้าง ฉันจะอนุโมทนาให้” กะรัตลงจากเวที หยิบน้ำหมักสุดเหม็นที่เตรียมมาสาดใส่

หญิงสาวร้องกรี๊ด กะรัตตบหน้าอีกฉาด “คิดจะแย่งผัวใครไม่แย่ง มาแย่งผัวกะรัต ก็ต้องตบล้างด้วยน้ำหมักในถังขี้อย่างนี้แหละ”

กันตากับกุนตีวิ่งเข้ามาดึงรั้งกะรัตไว้ พนักงานเสิร์ฟช่วยกันดึงหญิงสาวที่โดนตบไว้ กุนตีขอให้กะรัตหยุด เพราะหญิงคนนั้นเป็นหุ้นส่วนบริษัทของภูเบศร์ กะรัตโวยวาย

“ต่อให้เป็นโคตรเหง้าศักราช ถ้ามายุ่งกับผัวกั้ง กั้งไม่เอาไว้หรอกพี่กุ้ง...ปล่อยกั้ง”

“พี่กั้งไม่เห็นเหรอ พี่พังงานแต่งคนอื่นหมดแล้ว” กันตาเตือนสติพี่สาว

สองพี่น้องช่วยกันดึงลากกะรัตออกไปจากงาน นักข่าวกรูถ่ายภาพยกใหญ่

ooooooo

เช้าวันใหม่ กะรัตนอนแช่น้ำในอ่างจากุซซี่ท่าทางเซ็งกับชีวิต ภายในห้องน้ำใหญ่ของบ้านพักตากอากาศ ผนังห้องเป็นกระจกทำให้เห็นวิวทะเลสีสดตัดกับท้องฟ้าสีขาว พวงหยก กันตาและกุนตียืนมองกะรัตอย่างห่วงๆ พวงหยกผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้น

“แน่ใจนะว่ายัยกั้งจะอยู่ที่นี่คนเดียว ไม่ใช่คิดเชือดข้อมือเหมือนคราวก่อนอีก”

กันตากับกุนตีสะกิดแม่ไม่ให้พูดยํ้าอดีตของกะรัต แต่กะรัตรำพัน “ชีวิตกั้งนี่ทำบุญคนไม่ขึ้นจริงๆ ทำดีกับใครไม่เคยไว้ใจใครได้เลย”

กันตาปลอบพี่สาวว่าภูเบศร์สารภาพแล้วว่าทำไปเพราะเมา อีกอย่างผู้หญิงขู่จะถอนหุ้น กะรัตสวน “เขาเลยต้องขายตัวงั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ...ฉันมีเงินเยอะกว่านังนั่นตั้งร้อยเท่าพันเท่าทำไมภูไม่มาเอา”

กันตาแก้ตัวแทนว่าภูเบศร์คงกลัวพวกปากหอย ปากปูนินทาว่าตกถังข้าวสาร “ก้อยไม่ได้เข้าข้างพี่ภูนะแต่เราไม่เคยจน เราไม่รู้หรอกว่าการโดนดูถูกมันเป็นยังไง มองอีกแง่หนึ่ง พี่ภูเขาเป็นคนดีไม่หวังเอาเงินจากพี่กั้ง”

“แต่มันนอกใจฉันนะ!”

“มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย คิดเสียว่าเขาแค่ไปลองอาหารเช้าข้างทางแล้วกัน สุดท้ายก็ต้องกลับมาทานอาหารเหลาอย่างพี่กั้งวันยันคํ่า ให้พี่ภูมาหาพี่กั้งนะ”

“อย่าให้มันเสนอหน้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่รับประกันว่ามีดหรือลูกปืนจะพุ่งใส่กบาลมันก่อนกัน”

“แต่ยังไงตาภูก็ต้องมา แกลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน นิตยสารไฮโซเขาล็อกคิวทำสกู๊ปชีวิตครอบครัวแกไว้ ยังไงแกกับตาภูก็ต้องสร้างภาพว่ารักกัน”

“เหมือนเมื่อเดือนที่แล้ว พ่อกับแม่ถ่ายรูปสร้างภาพลงหนังสือพิมพ์ว่ายังรักกันไงกั้ง” กุนตีเบ้ปาก กะรัตโพล่งขึ้น ตนสะตอไม่เป็น

พวงหยกสะดุ้งแว้ด “นี่แกว่าฉันสะตอเหรอยัยกั้ง!”

กะรัตแก้ตัวว่าเปล่า แล้วตัดบทให้ทุกคนกลับกรุงเทพฯเสีย ตนอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ พวงหยกตอกกลับว่าตนกลับแน่ แต่ยํ้าให้กะรัตกลับไปให้สัมภาษณ์นิตยสาร เพราะตนไม่อยากให้ใครมาพูดว่า ผู้หญิงตระกูลนี้โดนนอกใจตั้งแต่แม่ยันลูก...กะรัตเจ็บจี๊ดแต่ตัดใจเพราะคนอื่นไม่ใช่คนเจ็บ ตนจะเลิกกับภูเบศร์ พวงหยกจะต่อว่า แต่กุนตีดึงแขนปราม ดึงออกจากห้องนํ้า

พ้นประตูห้อง พวงหยกโวยกุนตีจะลากออกมาทำไม ตนจะคุยกับกะรัตให้รู้เรื่องว่านี่เป็นการแต่งงานครั้งที่สามแล้ว ผัวสองคนแรกก็ตายโหงจนอายชาวบ้าน กุนตียืนยันแทนว่าน้องไม่เลิกกับภูเบศร์แน่ พอดีนวลสาวใช้คนสนิทที่โตมาพร้อมกับกะรัตถือชามก๋วยเตี๋ยวเนื้อผ่านมา กันตาเปรียบเทียบทันที เหมือนก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่กะรัตบอกเลิกกินแต่ก็เลิกไม่ได้เสียที ความรักเหมือนของอร่อย จะเลิกก็ยาก พวงหยกหมั่นไส้การเปรียบเทียบของลูกสาว

นวลถือชามก๋วยเตี๋ยวเนื้อมาให้กะรัตที่ห้อง แล้วถามว่าจะยกเลิกการสัมภาษณ์ไหม กะรัตลุกพรวดออกจากอ่างอาบน้ำ นวลรีบเอาเสื้อไปคลุมให้

“แม่พูดถูก ขืนฉันยกเลิก อีพวกกากชะนีมันก็ระริกระรี้คิดว่าฉันเลิกกับภูแล้วน่ะสิ ฉันจะทำให้พวกมันเห็นว่า สุดท้ายภูต้องเลือกฉันเพราะฉันมีปัญญาให้ภูได้ทุกอย่าง ในขณะที่พวกมันเป็นได้แค่ปลิงเกาะภู”

นวลถอนใจ สุดท้ายกะรัตก็ใช้เงินซื้อความสุขจอมปลอมแล้วจะได้ความสุขแท้จริงอย่างไร...ในขณะที่ภูเบศร์เพิ่งเสร็จภารกิจกับนิลุบลบนเตียงนอนโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง เขาได้รับโทรศัพท์จากนวลว่ากะรัตให้รีบไปหา จึงคว้าเสื้อผ้ามาใส่อย่างรวดเร็ว บอกหญิงสาวว่าตนต้องรีบไปพัทยา หญิงสาวแขวะจะรีบไปง้อเมียปีศาจหรือ ภูเบศร์ไม่ใส่ใจ พลันมือถือดัง เขารับสาย

“ฮัลโหล...อย่าโกรธนะครับที่รัก ผมบอกแล้วว่าเรื่องนั้นผมทำไปเพราะผลประโยชน์ ผมยอมทำทุกอย่างให้เรามีเงิน เพื่อสร้างครอบครัวของเรา ตอนนี้ผมกำลังไปง้อกั้ง เห็นนวลบอกว่ากั้งให้ผมลาออกจากบริษัทเก่า แล้วจะให้เงินผมตั้งบริษัทเอง”

“จริงเหรอคะ งั้นถ้าคุณได้เงินแล้ว คุณก็เลิกกับเขาได้แล้วสิ ทีนี้พวกเราก็จะอยู่กันพร้อมหน้า พ่อแม่ลูกกันสักที”....ภูเบศร์รับคำวางสาย รีบไปขึ้นรถ นิลุบลแต่งตัวเสร็จตามออกมา

ooooooo

ทุกอย่างของกะรัตต้องเลิศหรู มีทั้งดีไซเนอร์ ช่างผม ช่างแต่งหน้ารุมปรุงแต่งความงามให้แก่เธอ ระหว่างนั้น เธอก็พร่ำบ่นที่ภูเบศร์ยังมาไม่ถึงเสียที พาลวีนใส่ดีไซเนอร์ว่าเอาชุดจากสำเพ็งมาให้ตนหรืออย่างไร ตนขอแบบใหม่ๆบ้าง ดีไซเนอร์รีบจัดแจงเอามาให้เลือก

นวลเห็นความตึงเครียดของทุกคน จึงเอาน้ำและอาหารว่างมาเสิร์ฟให้ กะรัตถามถึงเรื่องที่ตนให้เปลี่ยนโซนจัดงานจากนอกร้านมาเป็นในร้าน นวลอึกอักบอกแล้ว แต่ทางร้านทำไม่ได้ เพราะมีคนจองจัดงานในร้านอยู่ก่อน กะรัตหาว่าทางร้านยึกยักอยากได้เงินเพิ่ม

“ไม่ใช่ค่ะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ร้าน แต่อยู่ที่คนอื่น”

กะรัตขมวดคิ้วไม่พอใจ ใครที่กล้ามีปัญหากับตน “ไอ้นั่นมันเป็นใครถึงกล้ามาสั่งให้ฉันจัดงานที่ชายหาด อ๋อ...นี่มันคงรู้ว่าฉันรวย เลยแกล้งมีปัญหาหวังเรียกร้องเงินจากฉันล่ะสิ”

นวลพยายามแก้ว่าทุกคนไม่คิดแบบนั้น แต่กะรัตโต้ว่าตลอดชีวิตตนเจอแต่คนแบบนั้น นวลโน้มน้าวให้กะรัตยอมจัดงานนอกร้านตามเดิม ที่ชายหาดก็สวยบรรยากาศโรแมนติก แต่กะรัตแว้ดไม่ยอมจะไปจัดการด้วยตัวเอง นวลร้อนรนคิดหาคนที่จะช่วยห้ามกะรัตได้...

พิศุทธิ์นักวิชาการหนุ่มหล่อ สมาร์ทมีชาติตระกูลดี กำลังบรรยายวิชาการแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา เจ้าของร้านเปิดประตูเข้ามาทำหน้าแหยๆ พิศุทธิ์มองอย่างระอาเพราะรู้ว่าเขามาเรื่องอะไร ทั้งสองออกมาคุยกันนอกห้องสัมมนา เจ้าของร้านอ้อนวอน

“นะครับอาจารย์ ผมทราบว่าอาจารย์จองร้านเพื่อเลี้ยงคณะอาจารย์ นักศึกษาและพวกเด็กๆไว้นานแล้ว แต่ผมลำบากใจจริงๆที่จะปฏิเสธคุณกะรัต”

พิศุทธิ์สะดุดหูกับชื่อเก๋ๆนี้ แต่เขาก็ไม่ยอมเปลี่ยนไปจัดเลี้ยงริมหาด เพราะคณะของเขามีครอบครัวมาร่วมด้วย มีเด็กเล็กซึ่งจะอันตรายถ้าจัดนอกร้าน เขาย้ำ “คุณเป็นอีกคนที่ผมชื่นชมในจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี หวังว่าคุณคงไม่ปล่อยให้เงินของผู้หญิงคนนั้น ซื้อสำนึกของคุณได้”

เจ้าของร้านเครียด เสนอลดราคาให้ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่พิศุทธิ์ก็นิ่งเฉย...ด้านนวลคิดหาทางขวางไม่ให้กะรัตไปก่อเรื่องที่ร้าน จึงโทร.ตามน้ำผึ้ง เพื่อนสนิทที่กะรัตรักและเกรงใจมาช่วยห้าม กะรัตกำลังจะขึ้นรถ เห็นน้ำผึ้งมาจึงชวนไปด้วยกัน แต่น้ำผึ้งกลับขู่ ถ้าก๋งรู้ว่าเธอทำแบบนี้คงไม่ภูมิใจแน่ๆ กะรัตชะงักอ่อนยวบลง...นวลกระซิบสมหวัง ตนคิดไม่ผิดเลยที่ตามน้ำผึ้งมาช่วย

กะรัตหันมาต่อว่านวล คราวหลังจะยึดมือถือจะได้ไม่โทร.ไปฟ้องน้ำผึ้งอีก นวลทำหน้าจ๋อย น้ำผึ้งช่วยพูดให้กะรัตเห็นว่าการจัดงานริมทะเลก็ดูดี แต่ถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยนร้านไปเลย ไม่ใช่ใช้เงินบีบบังคับคนอื่น กะรัตโอดโอยว่าร้านนั้นเป็นร้านที่ตนกับภูเบศร์กินกันครั้งแรก น้ำผึ้งย้อนถามว่าหายโกรธภูเบศร์แล้วหรือ กะรัตกระฟัดกระเฟียดว่า

“ไม่หายหรอก แต่เราต้องทนมองหน้ามันไปทั้งชีวิต อีกหน่อยถ้ามีลูก ไม่อยากให้ลูกเห็นแม่ปั้นหน้ายักษ์ใส่พ่อมัน”

น้ำผึ้งสะอึก เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเพื่อนพูดเรื่องลูก แต่งงานสองครั้งก่อนไม่เคยสนใจ กะรัตบอกว่าตนใช้เงินสิบล้านซื้อความเจ้าชู้ของภูเบศร์ เพื่อให้เขาตั้งบริษัทของตัวเอง ตนพร้อมจะจดทะเบียนสมรสด้วย น้ำผึ้งใจหายวาบ กะรัตชวนน้ำผึ้งไปให้ช่างแต่งหน้าทำผม เพราะตนมีบางอย่างรอเซอร์ไพรส์...กะรัตจัดแจงให้เพื่อนรัก โดยไม่ได้สนใจว่าเพื่อนจะพอใจหรือไม่

บรรยากาศในร้านเป็นงานเลี้ยงของพิศุทธิ์ นักข่าวที่รอสัมภาษณ์กะรัตเข้ามานั่งรออยู่มุมหนึ่ง เด็กที่พิศุทธิ์พามาเลี้ยงเป็นเด็กพิการใบ้เสีย 5-6 คน เขาจึงใช้ภาษามือสนทนาด้วย ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างชื่นชมกับความใจบุญของเขา ที่เขาเอาเวลาส่วนตัวมาให้ความสุขกับเด็กด้อยโอกาสมากกว่าจะไปเที่ยวดูหนังฟังเพลงอย่างคนหนุ่มทั่วไป พิศุทธิ์อ้างว่าตนยังโสด เนื้อคู่ยังไม่เกิด ผู้ร่วมสัมมนาสัพยอก เรื่องแบบนี้เวลาอยากเจอไม่ค่อยเจอ แต่เวลาไม่อยากเจอก็มาอย่างคาดไม่ถึง

ทันใดก็มีเสียงฮือฮาจากกลุ่มนักศึกษาที่มองออกไปหน้าร้าน พิศุทธิ์จึงมองตาม เห็นน้ำผึ้งในชุดราตรีสั้นสวยงามเดินไปที่ซุ้มจัดงาน กลุ่มนักข่าวรีบออกจากร้านไปถ่ายภาพ ไม่ทันไร ทุกคนก็เบนความสนใจมาทางกะรัตที่เดินตามมา เธออยู่ในชุดราตรีสั้นเช่นกัน แต่ดูเซ็กซี่น่ามองอย่างยิ่ง น้ำผึ้งรู้สึกอิจฉาที่เป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาตนไปไหนมาไหนกับกะรัต

กะรัตจะมีท่าประจำคือดีดนิ้วป๊อกๆ เรียกพนักงานเสิร์ฟให้มาบริการนักข่าว พลันเหลือบไปเห็นพิศุทธิ์ที่อยู่ในร้านกำลังส่งภาษามือกับเด็กๆ เธอรู้สึกสะดุดตากับมาดเท่ของเขา นึกเสียดายที่เขาเป็นใบ้ พิศุทธิ์เองก็แอบมองกะรัต เจ้าของร้านเข้ามาถามความเรียบร้อยแล้วขอตัวไปขอบคุณกะรัตที่ยอมเปลี่ยนใจไม่ใช้สถานที่ในร้าน พิศุทธิ์ถามขึ้น ผู้หญิงคนนั้นหรือ ที่ชื่อกะรัต

“ใช่ครับ...คุณหนูกะรัต เพิ่งขึ้นหน้าข่าวสังคมเลยครับอาจารย์” เจ้าของร้านหยิบหนังสือมาเปิดหน้าข่าวสังคมให้

พิศุทธิ์อ่านข่าวแล้วเงยหน้ามองท่าทีกะรัตที่กำลังคุยกับน้ำผึ้งดูน่ารักมีความสุขไม่เหมือนภาพข่าวที่ตบตีกันในงาน ตรงข้ามกับน้ำผึ้งที่นิ่งขรึมยิ้มเย็นๆ เขารู้สึกสองสาวนี้ต่างกันสิ้นเชิง

ooooooo

นิลุบลรบเร้าให้ภูเบศร์แวะส่งตนที่สัตหีบ เขาอึดอัดใจเกรงไปไม่ทันงาน กะรัตโทร.เข้ามา เขาไม่กล้ารับเกรงจะได้ยินเสียงนิลุบลเล็ดลอดเข้าไปแล้วต้องชวดเงินสิบล้าน จึงตัดสายทิ้ง

น้ำผึ้งรู้สึกมึนหัวจะอาเจียน  เห็นไม่มีใครก็เอายาแก้แพ้ขึ้นมากิน กะรัตมาตามให้เธอไปร่วมสัมภาษณ์ “นี่แหละเรื่องเซอร์ไพรส์...กั้งบอกทีมงานว่าอยากให้ลงรูปเราสองคนในนิตยสารด้วย ผึ้งเป็นคนสำคัญอีกคนนึงในชีวิตกั้ง กั้งคงไม่มีวันเจอภูได้ ถ้าวันนั้นผึ้งไม่พาภูมาพบกั้ง”

สีหน้าน้ำผึ้งเหยียดหยาม กำมือเก็บความเจ็บแค้น กะรัตจูงมือน้ำผึ้งเข้ามานั่งให้สัมภาษณ์ บอกถึงความสนิทสนมของเราตั้งแต่มัธยมต้น ตนไม่ค่อยมีเพื่อน มีแต่น้ำผึ้งที่ยอมเป็นเพื่อนสนิท เรารักกันมากถึงขนาดซื้อต่างหูก็ต้องเหมือนกัน กะรัตเผลอพูดถึงปมด้อยของเพื่อน

“น้ำผึ้งไม่ค่อยยอมใส่ บอกว่ามันแพง กั้งเป็นคนแบบว่าถ้ากั้งมีอะไรต้องซื้อให้ผึ้งด้วย เราเคยสัญญาว่าถ้ามีอะไรก็ต้องคิดถึงอีกคนด้วย มีอะไรต้องบอกกัน ไม่มีความลับต่อกันจริงไหม”

น้ำผึ้งฝืนยิ้มกระซิบถามกะรัตถึงภูเบศร์ กะรัตตอบว่าส่งข้อความไปแล้วถ้าไม่มาภายในสิบนาทีจะไม่ให้เงิน น้ำผึ้งเผลอขึ้นเสียงเดี๋ยวเขาต้องรีบขับรถจนเกิดอุบัติเหตุได้ กะรัตผงะงงๆ น้ำผึ้งรู้ตัวกลบเกลื่อน “คือผึ้งอยากให้กั้งพูดจากับคุณภูดีกว่านี้ กั้งชอบให้คนอื่นเอาใจ พูดดีๆกับกั้งเท่าไหร่ คนอื่นก็อยากให้กั้งพูดดีๆด้วยเท่านั้น”

กะรัตกระเซ้าว่าเพื่อนทำเหมือนคนแต่งงานแล้ว น้ำผึ้งทำหน้านิ่งๆในใจเป็นห่วงภูเบศร์ ในขณะเดียวกัน ภูเบศร์บึ่งรถจะไปส่งนิลุบลเพื่อไปให้ทันงานของกะรัต แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นจนได้...น้ำผึ้งทำแก้วน้ำในมือตกแตก เธอใจคอไม่ดี กะรัตดีดมือป๊อกๆเรียกนวลให้ตามพนักงานมาเก็บกวาด และให้น้ำผึ้งไปถ่ายภาพกับทีมงานก่อน กะรัตหงุดหงิดที่ภูเบศร์ไม่มาเสียที ไม่ทันไร พวงหยกโทร.มาบอกว่าเกิดอุบัติเหตุกับภูเบศร์ เธอช็อกโทรศัพท์ร่วงจากมือ เดินรี่ไปที่รถ นวลตกใจละล้าละลังจะตามกะรัต หรือไปบอกน้ำผึ้งดี สุดท้ายตัดสินใจตามกะรัต กะรัตสั่งสมหวัง ให้รอรับน้ำผึ้งไปเจอโรงพยาบาลที่กันตาทำงานอยู่

กันตาในชุดกาวน์กับทีมพยาบาลรับรถเข็นร่างภูเบศร์เข้ามา พยาบาลรายงานว่า รถประสานงากับรถบรรทุก ถูกด้านหน้ารถอัดกระแทกอย่างแรง และโดนเหล็ก ของรถแทงตามร่างกาย เธอเห็นสภาพเขาแล้วเศร้าใจสงสารพี่สาวอย่างยิ่ง

กะรัตขับรถเร็วจี๋ปาดหน้ารถทุกคันจนเกือบชนกับรถของพิศุทธิ์ สุดท้ายก็ไปชนรถที่สวนมาอย่างจัง เธอตกใจหันมาดูนวลก่อนว่าบาดเจ็บตรงไหน นวลเห็นหน้าผากกะรัตเลือดไหล แต่เธอไม่สนใจสั่งนวลให้รอจัดการกับประกัน ตัวเองวิ่งไปโบกรถ ไม่มีใครยอมจอด ตัดสินใจเอาตัวเองขวางรถที่กำลังแล่นมา ปรากฏเป็นรถพิศุทธิ์ เขาลดกระจกลงจะต่อว่า แต่พอเห็นหน้ากะรัตมีเลือดก็ชะงัก กะรัตเห็นหน้าเขาก็จำได้ แต่นวลชิงพูดก่อนว่าขอติดรถเข้ากรุงเทพฯด้วยคน

“เขาฟังไม่ได้ยินหรอก เขาเป็นใบ้” กะรัตบอกนวล พิศุทธิ์มองเธองงๆ

กะรัตบอกว่าเห็นเขาส่งภาษามือที่ร้าน พิศุทธิ์จึงเลยตามเลย กะรัตทำมือพร้อมพูดขอติดรถไปกรุงเทพฯด้วยคน นวลเป็นห่วง แต่กะรัตว่า คนอย่างกะรัตไม่เสียท่าคนใบ้หรอก ว่าแล้วก็ควักเงินในตัวเป็นปึกให้นวลไว้เป็นค่าเดินทางกลับ พิศุทธิ์ส่ายหน้าขำๆไม่อยากจะแก้ไข

ระหว่างทาง พิศุทธิ์ขับรถช้า กะรัตร้อนใจทำมือสื่อให้เขาขับเร็วขึ้น แต่เขาก็ยังขับช้าอยู่ เธอคิดว่าเขาไม่เข้าใจที่พูด จึงร้องไห้ระบายความอัดอั้นออกมา เพราะคิดว่าพิศุทธิ์ฟังไม่รู้เรื่อง

“มันจะซวยอะไรนักหนา แค่จะไปหาภู อยากจับมือให้กำลังใจอย่างที่เมียควรจะทำ ฉันก็ยังทำไม่ได้ สมควรแล้วที่ผัวจะไปมีผู้หญิงอื่น อดทนไว้นะภู ถ้าภูหายคราวนี้ กั้งจะทำตัวใหม่ จะเป็นเมียที่ดี คอยอยู่บ้านทำอาหารรอภู ไม่อาละวาด จะคอยเอาใจดูแลภู”

พิศุทธิ์เหลือบมองกะรัต รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนท่าทางที่แสดงออก กลับอ่อนแอเสียอีก จึงเร่งความเร็วรถขึ้น กะรัตดีใจหันมายิ้มให้ เขาประทับใจรอยยิ้มนั้นมาก

เมื่อรถจอดหน้าโรงพยาบาล กะรัตลงจากรถวิ่งไป พิศุทธิ์สบถ จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี ไม่ทันไร กะรัตวกกลับมาจะควักเงินให้ แต่ไม่มีเพราะให้นวลไปหมด จึงถอดนาฬิกาข้อมือวางไว้ให้แทน “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เคยใช้ใครฟรีๆ”

พิศุทธิ์จะตามไปคืนให้แต่ถูกยามเป่านกหวีดไล่ไม่ให้จอดตรงนี้...กะรัตวิ่งมาหน้าห้องฉุกเฉิน พบพวงหยกกับกุนตีหน้าเศร้าไม่อยากเดาว่าอะไร พลันแม่ของภูเบศร์ร้องไห้โฮเข้ามา ผลักอกกะรัตหาว่าเป็นผู้หญิงกินผัว เป็นกาลกิณี พวงหยกเหลืออดตอบโต้ปกป้องลูกสาว เถียงกันสักพัก กันตาออกมาจากห้องฉุกเฉินสั่งพยาบาลพาแม่ภูเบศร์ไปสงบอารมณ์ พวงหยกยังโวย

“เพราะพ่อแกคนเดียว ร่านไปกับนังเนื้อแพร อีดาราหน้าด้าน ใครต่อใครถึงมาประณามฉัน ป่านนี้ไม่รู้ไปสำเริงสำราญอยู่ฮ่องกงหรือห้องไหนก็ไม่รู้”

กะรัตโพล่งขึ้นว่าต้องการเห็นภูเบศร์ แต่กันตาไม่อยากให้เข้าไป  ก็ขวางไม่อยู่...พิศุทธิ์แอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอึ้งๆ

ooooooo

น้ำผึ้งนั่งรถที่สมหวังขับด้วยความรู้สึกเครียดเป็นกังวล ห่วงภูเบศร์จนเกิดอาการคลื่นไส้ เกรงสมหวังจะรู้ว่าตัวเองแพ้ท้อง จึงขอลงรถ อ้างอยากกลับบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน โดยไม่ให้เขาไปส่ง จากนั้นเธอก็โบกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลทันที

กะรัตตามเจ้าหน้าที่เข้ามาในห้องดับจิต เจ้าหน้าที่บอกว่ามีสองศพ เธอเอะใจหรือภูเบศร์จะนอกใจอีก พลันแม่ของนิลุบลโผล่มาเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะนิลุบลเป็นเมียภูเบศร์ กะรัตปรี๊ดแตก ผลักศพนิลุบลไปชนแม่ของเธอ ผรุสวาทออกมา

“อยากได้ค่าเสียหายเหรออีป้า ถ้าอยากได้ส่วนบุญ ก็ไปจิกทึ้งเอากับศพไอ้ผัวชั่วนั่น อย่าคิดจะมาเอาจากฉัน แม้แต่สลึงเดียวฉันก็ไม่ให้”

กะรัตเดินออกจากห้องดับจิต พิศุทธิ์จะเอานาฬิกาไปคืนให้ ก็พอดีเห็นพวกญาติๆร้องไห้กันอยู่ กะรัตสติหลุดแหกปาก “จะร้องไห้กันทำไม มันก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก ไอ้คนตายมันเป็นพวกเห็นแก่ตัว มันหนีไปสบายตัวเดียวแล้วทิ้งความทุกข์ไว้ให้คนข้างหลัง เลว! เลว!”

พิศุทธิ์ชะงักคิดว่าไม่ใช่เวลาจะคืนนาฬิกา กะรัตเดินไปไม่ทันไร เขาก็ได้ยินเสียงโครมคราม หันมองเป็นน้ำผึ้งท่าทางร้อนรนเข้าไปในห้องดับจิต ทันทีที่เห็นศพภูเบศร์ เธอก็ร่ำไห้กอดร่างเขารำพันอย่าทิ้งตนกับลูกไป...กะรัตเดินไปไม่เท่าไหร่นึกอยากกลับไปเล่นงานศพภูเบศร์ให้หายแค้น เธอหันกลับมุ่งเดินไปที่ห้องดับจิตอีก พวงหยก กุนตีและกันตารีบตามไปห้าม

พิศุทธิ์เห็นกะรัตกลับมาก็นึกเป็นห่วงจะเจอกับน้ำผึ้ง กุนตีมาดึงรั้งน้องสาวไว้ ให้อโหสิกรรมแก่ภูเบศร์จะดีกว่า กะรัตเสียงกร้าว “ไม่มีทาง! กั้งเกลียดการโดนหักหลังที่สุด ใครที่มันทำกั้งเจ็บ อย่าหวังเลยว่ากั้งจะให้อภัย กั้งจะตามจองล้างจองผลาญมันไปทุกชาติ”

เสียงกะรัตโวยวายทำให้น้ำผึ้งตกใจรีบหลบหลังประตู กะรัตจะผลักประตูเข้า กันตาเสียงเข้มขู่จะโทร.ไปฟ้องก๋ง กะรัตชะงักทันที...เจ้าสัวบัญชาเป็นอาก๋งที่กะรัตเกรงใจที่สุด พิศุทธิ์พลอยผ่อนลมโล่งอกไปด้วย ทุกคนดึงกะรัตให้กลับ น้ำผึ้งเห็นเสียงเงียบจึงล่ำลาศพภูเบศร์ก่อนจะกลับออกมา เธอหน้าซีดซวนเซเป็นลม พิศุทธิ์เข้าประคองก่อนที่เธอจะล้มหัวฟาด

หน้าห้องตรวจ พิศุทธิ์เป็นห่วงรอฟังอาการ หมอออกมาแสดงความยินดีว่าน้ำผึ้งท้องได้สองเดือน เขารีบบอกว่าตนเป็นเพียงคนที่ช่วยเธอไว้ไม่ได้เป็นญาติ ว่าแล้วก็ลากลับ น้ำผึ้งแอบหนีออกจากห้องพักเพราะเกรงกันตาจะรู้เรื่องของตน ก็พอดีกันตาเดินมาเห็นน้ำผึ้งแวบๆ เรียกไม่ทัน หมอกำลังมองหาคนไข้ กันตาจึงถามว่าหาใคร เขาบอกคนไข้หนีไปไหนไม่รู้ กำลังตั้งท้องอยู่ด้วย กันตาตกใจไม่อยากคาดเดาว่าคนไข้คนนั้นคือน้ำผึ้ง...

กันตาวิ่งตามออกมาหน้าโรงพยาบาล เห็นน้ำผึ้งขึ้นแท็กซี่ไปหลังไวๆพลันกฤชโทร.เข้ามาจึงกดรับสาย

“สวัสดีค่ะพ่อ...พ่อกลับจากฮ่องกงแล้วเหรอคะ”

ooooooo

กฤชนั่งรถสนามบินมาส่งเนื้อแพรที่บ้าน กำลังขนของลงจากรถ พอรู้ข่าวกะรัตจากกันตาก็ตกใจ กันตาขอให้เขากลับไปดูกะรัต เพราะความใจเย็นของพ่อช่วยลูบไล้กะรัตให้อ่อนลงได้

กฤชบอกเนื้อแพรว่าตนต้องรีบกลับบ้าน เนื้อแพรรู้สึกสงสารกะรัตอย่างจริงใจ เธอกุมมือกฤชปลอบใจ พลันรถพิศุทธิ์แล่นเข้ามา ทั้งสองปล่อยมือจากกัน พิศุทธิ์เข้ามาสวัสดี ติงจะกลับทำไมไม่ให้ตนไปรับ เนื้อแพรหอมแก้มลูกชายอย่างรักใคร่

“แค่นี้เอง แม่กลับได้...ชายกลัวใครฉุดแม่เหรอจ๊ะ ถ้าแม่ไม่ยอม ไม่มีใครฉุดแม่ได้หรอก จริงไหมคะคุณกฤช” กริชยิ้มรับ เนื้อแพรรู้ว่าเขาห่วงลูกสาว จึงเร่งให้เขากลับ

กะรัตอาละวาดปาข้าวของรูปถ่ายแต่งงานทิ้งลงพื้น โครมคราม นวลกับสมหวังพยายามห้าม พวงหยกเอ็ดว่าพื้นกระเบื้องจากฝรั่งตนเสียหายหมด สั่งนวลกับสมหวังจับกะรัตไว้ กฤชโผล่เข้ามาปรามจะโกรธแค้นคนตายไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร รู้จักอโหสิกรรมดีกว่า

พวงหยกแขวะ “แหม...มาถึงก็เข้าข้างลูกเขยเลยนะ อ้อ ใช่สิ ก็มันพวกเดียวกันนี่เนอะ ไงล่ะ ไปฮ่องกงคราวนี้ ลองลิ้มชิมรสติ่มซำของนังเนื้อแพรล้นกระเพาะชั้นบนไหลลงกระเพาะชั้นล่างเลยไหมล่ะ”

กฤชเอ็ดให้หยุด แต่พวงหยกแย้งไม่ต้องกลัวที่ตนพูดไม่ได้ห้าม เพราะรู้ว่าคนจะหยุดแรดได้ก็ต่อเมื่อเป็นโรคหรือไม่ก็ตายโหงอย่างภูเบศร์ กะรัตสะเทือนใจ เดินหนีเข้าห้อง ไม่ทันไร นวลเห็นควันลอดออกมา ก็โวยวายว่าไฟไหม้ ทุกคนกรูไปเปิดประตูห้องเห็นกะรัตกำลังเผาเสื้อผ้าของภูเบศร์ทิ้ง ก็ช่วยกันดับไฟ กะรัตฟูมฟายว่าตนซื้อแต่ของแพงๆที่เขาอยากได้ให้ทั้งนั้น

ดีที่ตายโหง ไม่อย่างนั้นตนจะไปฆ่าทั้งเขาและชู้คาเตียง กฤชบอกลูกสาวให้มีสติ ใช้แต่อารมณ์ชีวิตถึงได้พัง กะรัตเหมือนโดนกระแทกใจ วีนกลับ

“ที่ชีวิตพังไม่ใช่เพราะตัวกั้ง แต่เป็นเพราะความเห็นแก่ตัว ไม่รู้จักพอของผู้ชาย พ่อเองก็ไม่ต่างจากไอ้ภูหรอก”

กุนตีปราม พวงหยกหัวเราะเยาะที่กฤชโดนลูกย้อน กฤชถอนใจ บอกกะรัตเมื่อลูกคิดแบบนั้น ตนก็จะไม่อยู่รบกวนจิตใจ ว่าแล้วก็เดินไปลากกระเป๋ากลับไปที่รถ พวงหยกโวยไล่หลังว่าคิดจะไปกินติ่มซำของเนื้อแพรอีกมากกว่า กุนตีต่อว่ากะรัตพูดแบบนั้นกับพ่อได้อย่างไร กะรัตสำนึกผิด กุนตีวิ่งตามไปขอพ่ออย่าถือสาน้อง กฤชให้กุนตีคอยเตือนกะรัต อย่าเอาแต่โทษคนอื่น ถ้าเราทำบ้านให้ร่มเย็น ไม่มีใครอยากย้ายไปอยู่ที่อื่นหรอก พูดจบกฤชขึ้นรถขับออกไป

พวงหยกด่าทอไล่หลัง กุนตีภาวนาขอให้มีคนมาสอนกะรัตให้รู้จักคุณค่าของหัวใจมากกว่าค่าของเงินเสียที...ด้านเนื้อแพร นั่งทานอาหารว่างกับพิสุทธิ์ คุยกันเรื่องของกะรัต

“ชายเจอคุณกะรัตแล้วเหรอ...คุณกะรัตเป็นคนน่าสงสารนะ ถึงแม้ท่าทางภายนอกจะดูเปรี้ยว ฉูดฉาด บ้านมีฐานะ เป็นถึงหลานเจ้าสัวบัญชา เจ้าพ่อธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารส่งออกของประเทศ แต่แม่ไม่เคยเห็นกะรัตมีความสุขเลย มีสามีสามคน แต่ละคนก็เหมือนจะดูดี แต่ความจริงเป็นพวกข้างนอกสดใส ข้างในกลวงเป็นโพรง คิดจะมาเกาะคุณกะรัตทั้งนั้น เห็นคุณกฤชบอกว่าคนล่าสุดก็ตายกับผู้หญิงอื่น...นี่แหละนะเป็นคนรวยก็ใช่ว่าจะดี หาคนไว้ใจยาก”

พิศุทธิ์พึมพำ แม้แต่เพื่อนก็ไว้ใจไม่ได้ เนื้อแพรได้ยินไม่ถนัด ถามอะไรนะ เขาสะดุ้งแก้ตัวว่าบังเอิญไปรู้เรื่องเพื่อนเธอ เนื้อแพรทำหน้างง เขาถามแม่เชื่อเรื่องความลับไม่มีในโลกไหม

ระหว่างนั้น น้ำผึ้งมีอาการแพ้ท้องคลื่นไส้อาเจียน รสสุคนธ์น้าสาวชงยาหอมมาให้ แล้วสงสัยในอาการ แต่ไม่อยากปักใจว่าหลานที่เลี้ยงมากับมือจะท้องได้ น้ำผึ้งก็ปัดว่าตนเป็นโรคกระเพาะ มียาทานแล้ว แต่นึกได้ลืมกระเป๋าไว้ในรถสมหวัง จึงหวั่นใจว่ากะรัตจะเปิดดูแล้วเจอยาแก้แพ้ท้อง จึงรีบโทร.ไปดัก

กุนตีให้เด็กรับใช้ช่วยกันทำความสะอาดจัดห้อง กะรัตให้เรียบร้อย ขนของภูเบศร์ออกไปจนหมด นวลฉีดพรมน้ำหอมให้หมดกลิ่นตัวเขา กะรัตบ่นไม่ได้กลิ่นแต่ภาพมันติดอยู่ในสมอง

กุนตียื่นหนังสือสวดมนต์ให้ “งั้นสวดมนต์เสียพี่ช่วยลบภาพนายภูได้แค่สิ่งของ แต่ในจิตใจของกั้งต้องล้างเขาออกไปเอง...รีบนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปรดน้ำศพนายภู”

กะรัตปรี๊ดทันที ประกาศจะไม่ไปงานศพเพราะอาจ จะมีการเผาทั้งศาลา พลันนวลถือกระเป๋าน้ำผึ้งมายื่นให้ กะรัตเอะใจว่าเพื่อนลืมมือถือไว้ในกระเป๋าถึงติดต่อไม่ได้ ไม่ทันจะเปิดดู น้ำผึ้งโทร.เข้ามาว่าจะมาเอากระเป๋า กะรัตบอกมาพรุ่งนี้ก็ได้ น้ำผึ้งเสียงกร้าวต้องการเดี๋ยวนี้กะรัตตกใจ น้ำผึ้งรู้สึกตัวกลบเกลื่อนว่าตนมีของเซอร์ไพรส์ให้เธอ ไม่อยากให้เธอเห็นก่อน

“จริงเหรอ งั้นกั้งไม่เปิดก็ได้ ผึ้งไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้กั้งเอาไปให้เอง”

น้ำผึ้งหงุดหงิดอยากไปเอาเดี๋ยวนี้แต่ไม่อยากขัดใจเกรงจะสงสัย แต่ก็กลัวกะรัตจะเปิดเจอยา...แล้วกะรัตก็อยากรู้จริงๆ เธอแอบจะเปิดกระเป๋า นวลอุ้มพระพุทธรูปเข้ามากระแอมห้าม กะรัตเซ็งที่ตอนแรกนวลไม่กล้านอนเป็นเพื่อนเพราะกลัวผีภูเบศร์ แล้วตอนนี้กลับมาทำไม

“นวลไม่ได้บอกสักคำว่าจะกลับไปนอนห้องแต่จะบอกว่านวลไปนิมนต์พระประธานมาประดิษฐานที่นี่ ...นิมนต์ขนาดนี้ ผีไม่มีทางกล้ำกราย” นวลวางองค์พระแล้วปูที่นอนนอน พลันนึกได้กระเด้งขึ้นมาจะหยิบน้ำแร่ “คุณกั้งดื่มน้ำแร่ก่อนนอนค่ะ...”

“ขวดที่พี่กุ้งผสมยาน่ะ มันขวดโน้น”

“อ้าว...เหรอคะ อ่ะโด๊ะ!” นวลคิดได้ว่าโดนหลอกเผลอตอบรับ

กะรัตเอ็ดคิดว่าตนโง่หรือ นวลเสียงอ่อนเสียงหวาน ว่าทุกคนห่วงเธออยากให้หลับสบาย กะรัตจึงบอกให้นวลเฝ้าตนไว้ดีๆ ถ้าเผลอตนจะหนีไปกระโดดน้ำตาย นวลนั่งถ่างตาเฝ้า

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น นวลนอนแผ่หลาอยู่กลางพื้นสะดุ้งพรวดขึ้นมาเห็นฟ้าสว่าง มองไปที่เตียงไม่เห็นกะรัตก็ตกใจ...ข้างล่าง พวงหยกกับกุนตีนั่งดื่มกาแฟกันอยู่ กันตาออกเวรกลับมาบ่นว่าเมื่อคืนอุบัติเหตุมากคนไข้ เข้ามาไม่หยุดหย่อน พวงหยกถามหนึ่งในนั้นมีพ่อเราบ้างไหม

กันตาเหล่กุนตีเชิงถามทะเลาะกันแล้วแม่ตะเพิดพ่อไปนอนคอนโดใช่ไหม พวงหยกแว้ด “ฉันไม่เคยตะเพิด! มีแต่พ่อแกตะเกียกตะกายออกจากบ้านไปหานังเนื้อแพรดาราค้างคืนนั่นเอง”

“เอาน่าแม่คิดซะว่าพ่อเขาอินกับรายการ ฉันไปค้างคืนกับซุปตาร์มากไปหน่อย” กันตาเย้า

พวงหยกตาเขียว กันตานึกได้จะเล่าเรื่องน้ำผึ้ง แต่นวลมาขัดเสียก่อนว่ากะรัตหายตัวไป ทุกคนเครียด... ไม่ทันไร กะรัตขับรถสปอร์ตบีบแตรเสียงดังลั่นเข้ามา เปิดเพลงแดนซ์กระจายจากเครื่องเสียงในรถ มีชายหนุ่มร่างกำยำสองสามคนดิ้นมาในรถ พวงหยกออกมาโวย

“แกหายไปไหนมายัยกั้ง แล้วผู้ชายพวกนี้มันอะไรกัน ผัวแกเพิ่งตายหยกๆ แทนที่จะไว้ทุกข์ กลับมาเต้นแร้งเต้นกาอะไรเนี่ย”

กะรัตโต้จะเครียดให้หน้าเหี่ยวไปทำไม สนุกกันดีกว่า ใช้เงินซื้อความสุขได้ ไหนๆผู้ชายในชีวิตมันหวังแต่เงินเรา เราก็ซื้อมันซะเลย กะรัตเต้นโยกย้ายไปมาในฝูงผู้ชาย ทุกคนรู้ว่าเธอกำลังประชดชีวิต ทันใดเสียงเจ้าสัวบัญชาสั่งให้หยุด กะรัตชะงัก ทุกคนหัวหดพินอบพิเทา

“ก๋งไปเมืองจีนไม่กี่อาทิตย์ หลานก๋งใจแตกขนาดนี้เลยเหรอ แต่จะว่าเด็กมันก็ไม่ถูก ต้องด่าผู้ใหญ่ที่มันดูแลลูกไม่ดี”

“อ้าว! ทำไมมาโทษหนูล่ะเตี่ย”

“ถ้าลื้อเลี้ยงลูกดี ลูกมันจะไปหาอ้อมกอดของคนอื่นอย่างนั้นเหรอ”

กะรัตออกรับแทนแม่ว่าเป็นเพราะตนเอง อยากสนุกให้กับชีวิตเฮงซวยเท่านั้น กะรัตเข้าอ้อนก๋ง เขามองหน้าหลานสาวด้วยความสงสารชะตาชีวิตของเธอ เอ่ยถาม เหนื่อยไหม...เหมือนค้อนทุบเขื่อนที่กักเก็บความเจ็บปวดไว้ ทำให้น้ำตากะรัตไหลพรั่งพรู โผกอดก๋งสะอื้นฮัก

“ยิ่งแค้น ใจเราก็เป็นทุกข์ แล้วจะแค้นไปทำไม ก๋งขอร้อง รวบรวมสติกำลังใจให้ดี แล้วคืนนี้เดินเชิดหน้าไปงานศพเขา ทำให้ใครๆเขารู้ว่า คนอย่างกะรัต เทพทัต แม้จะโดนผู้ชายสารเลวรังแก แต่ก็แกร่งและเก่งที่จะลุกขึ้นได้เองอย่างสง่างามนะลูกนะ”

กะรัตมองหน้าเจ้าสัวบัญชาโดยไม่บ่งบอกว่าจะยอมไปหรือไม่...ด้านน้ำผึ้ง ทุกข์ทรมานใจกับหนทางที่มืดมน จนต้องมากราบไหว้หลวงพ่อ ขอให้ช่วยดับทุกข์ หลวงพ่อให้คติพจน์

“ธรรมชาติสร้างดวงตาของเราให้อยู่ด้านหน้าไม่ใช่มองแต่ข้างหลัง...ธรรมชาติสร้างขาเพื่อให้ก้าวเดินต่อไป ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่...ธรรมชาติสร้างสมองให้มีส่วนคิดและจดจำ แปลว่าให้รู้จักคิด จะจำอะไรและไม่ควรจำอะไร ไม่ใช่เอาแต่จำโดยไม่คิด ข้อมูลก็อยู่รกเต็มสมองคล้ายห้องที่รก ไม่มีช่องว่างให้แสงผ่านเข้ามา ถึงได้มืดมนไงโยม”

“ถึงไม่อยากจำ แต่ก็ลืมไม่ง่ายนะคะหลวงพ่อ สามีหนูตายไปทั้งคนนะคะ”

หลวงพ่อให้น้ำผึ้งแบมือ แล้วเทน้ำลงบนมือ บอกให้เธอกำน้ำไว้ให้ได้ เธอไม่อาจทำได้หลวงพ่อชี้ให้เห็นว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเรา มันก็เหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านมือ อยากจะยึดมันไว้ก็ทำไม่ได้ เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรจีรัง ความมืดมนในชีวิตของโยมแก้ได้้ไม่ยาก เพียงแค่ปล่อยวาง...น้ำผึ้งเกิดอาการคลื่นไส้ จึงกราบหลวงพ่อแล้วรีบวิ่งออกไปหาที่อาเจียน

ค่ำวันนี้ น้ำผึ้งนั่งหน้าโลงศพคอยจุดธูปให้แขกที่มากราบศพภูเบศร์ สีหน้าเธอโศกเศร้าเกินกว่าเป็นเพียงเพื่อนภรรยา กันตาจับตาดูน้ำผึ้ง สบโอกาสเข้ามาแย็บ

“พี่ผึ้งนี่เป็นเพื่อนที่น่ารักจังเลยนะคะ ทำหน้าที่แทนพี่กั้งได้ทู้กอย่าง”

น้ำผึ้งหลบตา อ้างกะรัตเป็นเพื่อนรัก แล้วขอตัวไปดูแลอาหาร กันตามองอย่างจับผิด...ด้านหน้างาน กฤชยืนรับแขกอยู่ เนื้อแพรเดินสง่างามเข้ามาหา เธอถามไถ่สารทุกข์ของกะรัตอย่างจริงใจ กฤชเปรยว่าถ้าลูกสาวเข้มแข็งได้เหมือนเธอก็คงจะดี เนื้อแพรยินดีจะเป็นกำลังใจให้ ถ้ากะรัตไม่มองว่าตนเป็นศัตรู กฤชถอนใจอยากให้ครอบครัวรู้จักตัวตนเนื้อแพรจริงๆ

เนื้อแพรมองไปเห็นน้ำผึ้งที่กำลังรับพวงหรีดหน้าตาดูเศร้าสุดๆ ก็นึกถึงที่พิศุทธิ์เล่า พอดีมีคุณนายเข้ามาทักทายกฤช พอเห็นเนื้อแพรก็แขวะ ไม่ยักรู้ว่าเนื้อแพรเป็นเจ้าภาพงานนี้ด้วย เนื้อแพรออกตัวว่าตนมาสวดศพเท่านั้น คุณนายเยาะก่อนจะเดินไป

“ก็ว่าอยู่ เห็นเขียนว่าเจ้าภาพคือครอบครัว ไม่ใช่สมาคมบ้านเล็กแห่งประเทศไทย”

กฤชไม่พอใจจะตามไปแก้ เนื้อแพรรั้งไว้เตือนว่าที่นี่เป็นเขตอภัยทาน...กันตากับกุนตีเห็นเนื้อแพรคุยกับพ่อก็ตกใจเกรงจะเกิดเรื่องฉาวอีก กุนตีมองไปที่บรรดาสาวๆแต่งตัวเหมือนโคโยตี้ นั่งร้องไห้ระนาวก็เอือม “ตกลงนี่มันงานประชันเมียน้อยหรือไงเนี่ย เดี๋ยวเถอะคุณนายพวงหยกมาถึงงานเมื่อไหร่ ได้รู้กันล่ะว่าใครจะแจ็กพอต”

กันตามองไปที่น้ำผึ้ง กังวลเช่นกันว่าแจ็กพอตจะไปแตกที่ใคร...และแล้ว พวงหยกก็มางานพร้อมกับหม่อมมลุลี ซึ่งเป็นย่าของพิศุทธิ์ พอเห็นเนื้อแพรต่างก็ชักสีหน้า

“ต๊าย นังเนื้อแพร หม่อมคะ ดูแม่สะใภ้ตัวดีของหม่อมสิคะ”

“นี่ เธอต้องเรียกอดีตสะใภ้ถึงจะถูก เพราะแม่นั่นถูกอัปเปหิออกจากวังของฉันไปนานนักหนาแล้ว”

“พอถูกตะเพิดจนเป็นอดีตของท่าน ก็เลยตัวสั่นอยากมาเป็นปัจจุบันของผัวหนู”

หม่อมมลุลีตรงเข้าต่อว่าเนื้อแพรทำงามหน้าแย่งผัวชาวบ้าน กฤชจะแก้ตัวแทนแต่เนื้อแพรขัดไม่จำเป็น เราเป็นอะไรกันรู้อยู่แก่ใจเราสองคนก็พอ พวงหยกหน้าเชิดข่ม บอกกฤชควรจะไปต้อนรับหม่อมมลุลี เนื้อแพรพยักหน้าให้เขาไป พวงหยกสะบัดหน้าเดินตาม

เนื้อแพรจับตามองน้ำผึ้ง พอมีโอกาสก็เข้าไปคุยด้วย น้ำผึ้งไม่ไว้ใจเลี่ยงหนี ไม่ทันไรเนื้อแพรได้ยินเสียงน้ำผึ้งอาเจียนก็เข้ามาช่วย เผอิญกระเป๋าถือน้ำผึ้งหล่น เห็นภาพถ่ายของภูเบศร์น้ำผึ้งรีบเก็บ เนื้อแพรจึงมั่นใจถามตรงๆว่า เด็กในท้องเป็นลูกภูเบศร์ใช่ไหม น้ำผึ้งชะงัก

“มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ ถอยไป”

“รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นสามีเพื่อน เธอยังปล่อยให้เกิดเรื่องผิดพลาดแบบนี้”

“ระหว่างเรามันไม่ใช่เรื่องผิดพลาด! ภูเขารักฉัน คนอื่นต่างหากที่ผิดพลาดอยากได้ภูจนตัวสั่น”

เนื้อแพรว่านั่นเป็นข้ออ้างของคนที่เป็นชู้ น้ำผึ้งตอกกลับเธอก็ไม่วิเศษจากไหน เนื้อแพรโต้ว่าต่าง...เพราะตนไม่เผลอไผลให้เลยเถิด น้ำผึ้งแว้ดว่าตนกับภูเบศร์ไม่ได้เผลอไผล เรารักกัน เนื้อแพรถามแทงใจว่าเขาเคยบอกรักเธอคนเดียวไหม น้ำผึ้งอึ้งแต่ยังเถียงว่าเขาก็ไม่เคยบอกกะรัต

เนื้อแพรปลง “เธอทนได้แม้ว่าเขาจะบอกรักผู้หญิงอีกเป็นร้อยเป็นพัน ใครก็ได้ขอแค่ไม่ใช่หนูกั้ง งั้นใช่ไหม” เห็นน้ำผึ้งนิ่ง เนื้อแพรถามถ้ากะรัตรู้ว่าเธอท้องกับสามีเธอจะทำอย่างไร

น้ำผึ้งยักไหล่ไม่แคร์ เนื้อแพรเปรยบทนางร้ายแบบนี้ตนเล่นจนได้รางวัลมาสองครั้งแล้ว และให้ข้อคิดว่า เธอจะเดินไปจากชีวิตกะรัตหรือจะจมอยู่ในโศกนาฏกรรมที่ไม่มีวันเป็นผู้ชนะ

รถเจ้าสัวบัญชามาจอดหน้าศาลา เจ้าสัวก้าวลงจากรถพร้อมกะรัต เธอเดินเชิดอย่างสง่างาม พอเห็นเนื้อแพรพยุงน้ำผึ้งก็เข้าไปดึงเพื่อนออกมา แล้วถามใครเชิญเธอมา กฤชเดินเข้ามาบอกว่าพ่อเชิญมาเอง พวงหยกหมั่นไส้อดแขวะไม่ได้

“เมื่อคืนหายหัวไปกินในที่ลับกันไม่พอ ยังต้องลากกันมากินในที่แจ้งประจานความเสื่อมศีลธรรมให้คนอื่นเห็นอีกเหรอ”

เจ้าสัวเอ็ดหยุดแล้วสั่งทุกคนเข้าศาลา เนื้อแพรยิ้มให้กฤชไม่ต้องห่วงตน...กะรัตเดินอย่างนางพญาเข้าไปยืนมองโลงศพภูเบศร์ สักพักก็ขอตัวไปนั่งนอกศาลา น้ำผึ้งยังคงนั่งมองโลงศพเศร้าๆ ไม่ทันไรมี

เสียงกะรัตเอะอะโวยวาย ทุกคนออกมาดู มีสาวชื่อ

ซอลลี่มาส่งบิลปึกใหญ่ให้อ้างตัวเป็นเมียภูเบศร์ ให้กะรัตเคลียร์หนี้ทั้งหมดแทน  แถมเปิดคลิปบอกรักของภูเบศร์ยืนยัน น้ำผึ้งปรี๊ดแตกเข้าไปกระชากมือถือมาปาทิ้ง “ไม่จริง...ภูไม่มีวันรักเด็กใจแตกอย่างแก...”

ทุกคนตกตะลึง กะรัตเองก็มองเพื่อนงงๆ น้ำผึ้งรู้สึกตัวรีบกลบเกลื่อนว่าตนเป็นเพื่อนรักภรรยาภูเบศร์ แต่พอซอลลี่ย้ำว่าภูเบศร์บอกว่ารักตนคนเดียวและจะเลิกกับกะรัตโกยเงินมาอยู่กับตน น้ำผึ้งสติแตกชี้หน้าว่าตอแหล สองสาวพุ่งเข้าตบกันนัว กะรัตยืนอึ้งอย่างสงสัยกุนตีกับกันตาช่วยกันแยกสองสาวออกจากกัน ซอลลี่ยังแหกปากโวยวาย เจ้าสัวดึงกะรัตกลับบ้าน ญาติพี่น้องเดินตามไปขึ้นรถ นวลนึกได้ว่ายังไม่ได้คืนกระเป๋าให้น้ำผึ้ง กะรัตจึงคว้ามาเปิดดู

น้ำผึ้งกลับมาบ้านอย่างบอบช้ำไม่สนใจอาหารที่รสสุคนธ์ตระเตรียมไว้ให้ เธอเข้าห้องร้องไห้มองภาพถ่ายภูเบศร์ที่ถ่ายคู่กัน ทันใด กะรัตมาที่บ้านน้ำผึ้ง ตรงขึ้นห้องเปิดประตูเข้ามายื่นยาแก้แพ้ให้ “เธอท้องใช่ไหมผึ้ง!”

น้ำผึ้งทำไม่รู้เรื่อง แต่พอกะรัตย้ำอีกจึงยอมรับ กะรัตถามว่าท้องกับใคร เธอนิ่งเงียบแล้วบอกให้กะรัตกลับไป กะรัตโวยเสียงลั่น

“มาถึงขนาดนี้เธอจะให้ฉันกลับไปโดยไม่รู้ความจริงงั้นเหรอ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าพ่อของเด็กเป็นใคร”

กันตา กุนตีและนวลตามมานั่งรออยู่กับรสสุคนธ์ ตกใจเสียงกะรัต วิ่งกรูขึ้นไป น้ำผึ้งฟิวส์ขาดยอมรับว่าท้องกับภูเบศร์ “ได้ยินชัดรึยัง ผัวของเธอก็เป็นผัวของฉัน...”

กะรัตแค้นใจตบหน้าน้ำผึ้งหลายฉาดจนเลือดไหลมุมปาก ด่าว่าเพื่อนชั่ว น้ำผึ้งเหลืออดตอบโต้ว่าใครกันแน่ที่ชั่ว ตนเป็นเมียภูเบศร์ก่อน เธอเป็นแค่เมียน้อย กันตาถลาเข้ามาถามทำไมน้ำผึ้งไม่บอกกะรัตก่อนที่จะแต่งงาน น้ำผึ้งโต้อย่างเจ็บแสบ

“เธอคิดว่าคนอย่างพี่สาวเธอ เวลานอมันงอกขึ้นมาแล้ว มันจะหยุดขวิดผู้ชายได้” น้ำผึ้งย้ำว่าภูเบศร์รักตนมากกว่า ที่แต่งงานกับเธอเพราะจะเอาเงินมาสร้างบ้านสร้างครอบครัวกับตน

กะรัตกรี๊ดให้หยุด แต่น้ำผึ้งยังพรั่งพรูให้กะรัตปวดร้าวมากขึ้น จนกะรัตตวาด อย่าหวังว่าจะได้เงินจากตนเพราะภูเบศร์ยังเป็นผัวนอกกฎหมาย แม้แต่เศษเงินก็จะไม่ได้จากตน น้ำผึ้งตะลึง กะรัตหัวเราะเยาะ “โถๆๆ ลงทุนให้มันทับจนท้อง สุดท้ายก็ไม่ได้อะไร ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือผัว”

น้ำผึ้งรำพันไม่จริง เพราะภูเบศร์บอกกับตนไว้ กะรัตหยัน เขาคงพล่ามวาดวิมานว่ามีสิทธิ์อย่างโน้นอย่างนี้ เธอมันโง่...น้ำผึ้งปิดหูร้องไห้โฮ กะรัตดึงมือออกตอกย้ำให้ฟัง “ต่อจากนี้เธอก็จะเป็นแค่ผู้หญิงหน้าโง่ที่ถูกผู้ชายหลอกฟัน สุดท้ายต้องแบกไอ้ก้อนเลือดชั่วๆ ไว้ประจานความเลวของตัวเอง คลอดออกมา ลูกก็ต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกตราหน้าว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ”

รสสุคนธ์สุดทน ขอร้องกะรัตให้พอ ขอโทษแทนหลานสาว กะรัตได้แต่บอกว่า ขอให้ต่างคนต่างอยู่ อย่ามายุ่งกับชีวิตตนอีก น้ำผึ้งร้องไห้ฟูมฟายแทบสติแตก พักใหญ่ก็แข็งกร้าวขึ้น...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:49 น.