นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พิมภามองสาวสวยตรงหน้าอย่างเอาเรื่องเพราะปักใจว่าเป็นกิ๊กลับๆ ของฤชวี กิ่งแก้วขำท่าทีหึงออก นอกหน้าของพิมภาแต่ต้องเก็บอาการ ฤชวีไม่รู้เรื่องแนะนำญาติสาวให้รู้จักแต่พิมภาไม่เชื่อ ภัทรพลจึงส่งสัญญาณให้มินท์ปรากฏตัวเพื่อยืนยัน พิมภาทำหน้าไม่ถูก เพราะออกตัวแรงก่อนหน้านี้ กิ่งแก้วสงสารเลยทักยิ้มๆ

    “ต้นชมคุณพิมให้ฟังบ่อยๆ ว่าสวยมาก แล้วก็สวยจริงๆ อย่างที่ต้นบอกเลยค่ะ”

    “คุณกิ่งแก้วก็น่ารักมากค่ะ”

    พิมภาละอายจนไม่อยากอยู่ต่อ ขอตัวกลับไปหาภัทรพลกับนันทิกานต์ที่โต๊ะ ภัทรพลแกล้งพูดชมกิ่งแก้วว่าสวยและดูอ่อนหวานน่าเป็นกิ๊กด้วย นันทิกานต์ฮึดฮัดเพราะรู้สึกเหมือนโดนพูดกระทบ

    “พี่ภัทร...พูดแบบนี้หญิงมันสะเทือนนะ แบบแนนกับไอ้พิมไม่ดีตรงไหน”

    “ผู้หญิงอย่างพวกเธอ สวย เก่งแต่เข้มเกินไป แล้วก็ฟอร์มเยอะ ปากไม่ตรงกับใจ มีตรรกะความคิดที่ประหลาด สรุปคือ...เข้าใจยาก เพลีย เหนื่อยจะตาม”

    พิมภาไม่ค่อยพอใจคำวิพากษ์วิจารณ์เท่าไหร่แต่ ตีหน้าเฉยเพราะกลัวพี่ชายจับความรู้สึกได้ หันไปเห็นสามีกำมะลอพูดคุยกับกิ่งแก้วอย่างสนิทสนมก็หมั่นไส้ พาลกินข้าวไม่ลง เร่งให้เพื่อนและพี่ชายกลับเข้าบริษัท นันทิกานต์มองหน้าภัทรพลขำๆ สะใจที่พิมภาแสดงอาการหึงฤชวีให้เห็น

    ด้านมินท์กับกิ่งแก้ว...มองตามคณะของพิมภาออกจากร้าน ยกนิ้วโอเคและทำท่ากระดี๊กระด๊ากับภัทรพลและนันทิกานต์จนฤชวีสงสัย ซักไซ้จนได้ความว่าเรื่องทั้งหมดเป็นการจัดฉากเพื่อทดสอบความรู้สึกของพิมภาที่มีต่อเขา

    ภัทรพลไปส่งพิมภากับนันทิกานต์ พิมภาเดินฉับๆ เข้าบริษัทไปอย่างหัวเสีย ภัทรพลมองตามยิ้มๆ แล้วบอกให้นันทิกานต์ตามไปเค้นอารมณ์ต่อเพราะจังหวะกำลังดี ส่วนตัวเองย้อนกลับไปขึ้นรถ สวนกับลัลนาโดยบังเอิญ ภัทรพลชะงักและทำเมินเดินผ่าน ลัลนาใจหาย พยายามปลอบตัวเองไม่ให้คิดมากแต่ก็ทำได้ไม่ดีนัก

    นันทิกานต์ไปหาพิมภาที่ห้อง แซวเพื่อนรักที่ออกอาการหึงฤชวีในร้านอาหาร พิมภาไม่ยอมรับตามประสาพวกฟอร์มจัด แถว่าเสียหน้าต่างหากที่หลุดปากแนะนำตัวเองว่าเป็นภรรยาของฤชวีทั้งๆที่ไม่ใช่ความจริง นันทิ–กานต์ส่ายหน้าให้ความเยอะของเพื่อนและพูดเตือนสติ

    “มันไม่ใช่เรื่องจริงเพราะแกไม่ยอมให้มันเป็นต่างหาก ไอ้การที่แกเดินไปบอกคนโน้นคนนี้ว่าแกเป็นภรรยาคุณต้นเพราะคิดว่าเขามีกิ๊ก รู้ไหมว่าแกทำเหมือนเวลาที่น้องหมามันฉี่รดเสาไฟฟ้า”

    พิมภาเคืองที่โดนพูดแทงใจดำแต่ก็เถียงไม่ออก หาว่าเพื่อนเพ้อเจ้อคิดไปเอง นันทิกานต์มองท่าทีร้อนตัวขำๆ มั่นใจว่าเพื่อนรู้สึกดีกับฤชวีแต่ปากแข็ง พยายามกล่อมให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น

    “ไม่แปลกหรอกนะถ้าแกจะรักคุณต้นขึ้นมาจริงๆ เขาเป็นผู้ชายที่ดี มีความคิดและคอยช่วยเหลือแกตลอด ที่สำคัญ...หายากนะ คนที่อดทนคนเรื่องมากอย่างแกได้”

    “ฉันไม่ได้รักเขา”

    “ตอนแกประกาศว่าเป็นภรรยาคุณต้น แกรู้สึกยังไง...หวงและหึง คนเราไม่หวงไม่หึงหรอกนะ ถ้าไม่รัก”

    นันทิกานต์ทิ้งท้ายก่อนออกจากห้อง ทิ้งพิมภาไว้กับความสับสนในหัวใจที่ไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง...

    ooooooo

    นันทิกานต์โทร.หาภัทรพลเพื่อรายงานอาการพิมภา ภัทรพลยิ้มร่า เดินเข้าตึกสำนักพิมพ์ของกิ่งแก้วอย่างอารมณ์ดีแล้วชะงัก เห็นฤชวีนั่งรออยู่ มินท์กับกิ่งแก้วส่งสายตาบอกว่าฤชวีรู้เรื่องแล้ว ภัทรพลเตรียมชิ่ง ฤชวีเลยรีบดักคอ ชวนให้อยู่คุยด้วย ภัทรพลเห็นว่าไม่มีประโยชน์จะปิดบัง ยืดอกสารภาพ

    “ผมแค่อยากจะแน่ใจว่ายายพิมมันหลงรักสามีหลอกๆ เข้าแล้วใช่ไหม”

    “สามีหลอกๆ นี่คุณภัทรรู้...”

    “ครับ...แล้วผมก็อยากให้คุณรู้ด้วยว่าผมอยากได้คุณเป็นน้องเขยจริงๆ”

    ฤชวีเหวอเพราะผิดคาด ภัทรพลยิ้มเจ้าเล่ห์และบอกว่าฤชวีเป็นต่อเพราะพิมภาดูมีใจ ฤชวีดีใจที่ภัทรพลไม่โกรธแต่ไม่มั่นใจเรื่องความรู้สึกพิมภาเพราะตกลงเป็นสามีภรรยากันแบบหลอกๆจนกว่าความจะแตก กิ่งแก้วเสนอให้ภัทรพลทำเนียน ไม่รับรู้เรื่องโกหกของพิมภากับฤชวี ภัทรพลเห็นดีด้วยและวางแผนช่วยฤชวีให้

    ใกล้ชิดกับน้องสาวมากขึ้น

    “ไอ้พิมมันบ้างาน ถึงกลางวันมันไม่ได้กินอะไร มันก็คงไม่ออกไปหาอะไรกินแน่ๆ คุณต้องโทร.ไปหาและบอกให้รีบกลับมาทานข้าว คุณจะทำอาหารเย็นไว้รอ ทรมานให้ไอ้พิมหิวจัด เลิกงานจะได้รีบกลับบ้าน”

    กิ่งแก้วกับมินท์มองภัทรพลอย่างทึ่งๆ ที่เจ้าแผนการอย่างหนัก ฤชวีลังเลแต่สุดท้ายก็ยอมโทร.

    ฟากพิมภา...รับปากทานอาหารเย็นกับฤชวีและกดวางสายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ตรีวิญเห็นท่าทางหญิงสาวแล้วแอบเศร้า เสชื่นชมแผนงานและบอกว่าจะสนับสนุนพิมภาให้เติบโตไปพร้อมกับนารี

    “ผมเชื่อว่าคุณคือคนที่พร้อมจะไปยืนตรงจุดนั้นได้ แต่กว่าที่ใครจะถึงจุดนั้น อาจต้องเสียสละอะไรหลายอย่างแลกกับความสำเร็จ...โดยเฉพาะชีวิตส่วนตัว”

    “คุณตรีวิญคะ...พิมก็มีเป้าหมายในชีวิตคือความสำเร็จในเรื่องงานเหมือนกัน พิมเข้าใจค่ะว่าคุณหมายความว่าอะไร แต่พิมเชื่อว่าพิมแยกแยะได้ค่ะ”

    พิมภาพูดอย่างมาดมั่น ตรีวิญได้โอกาส บอกให้หญิงสาวอยู่คุยงานต่อช่วงเย็น พิมภาลังเลเพราะนัดกับฤชวีไว้ แต่สุดท้ายก็รับปากตามประสาคนบ้างาน...

    ฝ่ายการะเกตุ...คุยงานแบบสองแง่สองง่ามกับเอกพลในห้อง สินีนาฏแวะมาหาหลานสาว มองเอกพลอย่างไม่ชอบใจ ปรามหลานสาวให้เลือกคบคน การะเกตุไม่ยี่หระเพราะมั่นใจว่าควบคุมเอกพลได้ สินีนาฏถามถึงเรื่องฤชวีและสาธยายถึงผลประโยชน์ที่จะได้จากการเกี่ยวดองกับครอบครัวชุติภา

    “บอกแล้วไงว่าชุติภารู้จักกับคนใหญ่โตเยอะ ถ้าได้หลานมันมาเป็นเขย ไอ้พวกใหญ่ๆในจังหวัดที่

    จ้องจับผิดยายเรื่องที่ปล่อยกู้ดอกแพงๆจะได้เกรงใจ”

    “เขาแต่งงานแล้ว จะไปกระชากมายังไงคะ”

    “พูดเหมือนแกไม่กล้ากระชาก...อะไรที่แกอยากได้มาจากคนอื่น”

    “ก็ลูกไม้ไม่ควรจะหล่นไกลต้นนี่คะ เราคงไม่รวยขนาดนี้ถ้าคุณยายไม่กระชากคุณตามา...จริงไหมคะ”

    สินีนาฏยิ้มรับอย่างภูมิใจ มองการะเกตุอย่างเชื่อมั่นว่าพิษสงรอบตัวหลานสาวจะทำให้จับฤชวีได้

    ooooooo

    พิมภาคุยงานกับตรีวิญจนค่ำมืด ฤชวีรออยู่นาน หญิงสาวก็ยังไม่กลับ ภัทรพลร้อนใจแทนโทร.ไปตามและแกล้งฮึดฮัด ขู่จะเทอาหารฝีมือฤชวีทิ้งแล้วกดวางสาย ฤชวีหน้าเสีย แต่ภัทรพลสีหน้าระรื่นแล้วลงมือทานอาหารทั้งหมดแทน บอกว่าเป็นแผนสำรอง

    “หลอกว่าโกรธและเททิ้งหมด พอไอ้พิมกลับมา คุณก็ทำอะไรให้ทาน เหนื่อยและหิวมา...ยายพิมซึ้งแน่ๆ”

    “คุณภัทรนี่ร้ายกว่าที่ผมคิดไว้เยอะนะครับ”

    “คุณก็ใช่ย่อย ผมรู้ว่าคุณก็ไม่เบา เพียงแต่คุณเลือกที่จะร้ายหรือไม่ร้ายใส่ใครเท่านั้น...ใช่ไหมน้องเขย”

    ฤชวียิ้มรับ มองแววตาเจ้าเล่ห์ของภัทรพลขำๆ... พี่ชายกับน้องสาว เจ้าแผนการพอกัน!

    หลังวางสายจากภัทรพล...พิมภาเริ่มร้อนรนเพราะกลัวฤชวีน้อยใจ เร่งทำงานและขอตัวกลับ ตรีวิญอนุญาตเพราะเห็นสมควรแก่เวลา พิมภารีบร้อนไปขึ้นรถแต่ต้องหัวเสียเพราะล้อโดนตะปูจนยางแบนติดพื้น ฤชวีโทร.มาพอดี บอกให้เรียกแท็กซี่เพื่อช่วยเปลี่ยนยางอะไหล่ ตรีวิญผ่านมาเห็นอาสาไปส่งที่บ้าน ฤชวีเห็นด้วยและบอกว่าจะไปรอรับที่หน้าคอนโด พิมภาวางสายและยิ้มอย่างอุ่นใจ ตรีวิญลอบมองด้วยแววตาปวดร้าว

    พิมภาครุ่นคิดไปตลอดทางที่อยู่ในรถตรีวิญ นึกเปรียบเทียบพฤติกรรมของตรีวิญกับฤชวีจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พูดลอยๆว่าอยากลองเปลี่ยนยางหรือเรียกแท็กซี่ให้ช่วยเปลี่ยนเพราะเกรงใจชายหนุ่มและอยากลองช่วยตัวเอง ตรีวิญหน้าเจื่อน รู้สึกผิดที่แกล้งยื้อหญิงสาวให้ทำงานจนดึกแถมยังช่วยอะไรไม่ได้ พิมภามองท่าทีเจ้านายหนุ่มแล้วคิดได้ว่าอาจพูดกระทบใจ รีบขอโทษ ตรีวิญไม่ถือสาแต่แอบสะเทือนใจ

    ฤชวียืนรอพิมภาหน้าคอนโดอย่างที่สัญญาไว้และพาขึ้นห้อง พิมภาถามถึงภัทรพล ฤชวีดูออกว่าหญิงสาวกังวล บอกว่าภัทรพลเข้านอนแล้วและชวนคุยเรื่องอื่น มือถือเขาดังขึ้น กิ่งแก้วโทร.มาปรึกษาเรื่องนิยาย พิมภาหูผึ่งทันทีแต่พยายามเก็บอาการ ฤชวีคุยโทรศัพท์และดูแลหญิงสาว ทั้งเสิร์ฟน้ำและอาหาร พิมภาทำตัวไม่ถูกในช่วงแรก แต่พอเห็นท่าทีเอาใจใส่ก็ปลื้ม สุขใจมากที่มีชายหนุ่มวนเวียนอยู่ใกล้ๆ

    ขณะที่พิมภากับฤชวีชื่นมื่น...เอกพลหน้าเสียเพราะโดนการะเกตุเหวี่ยงใส่ การะเกตุมองผู้จัดการห้างหนุ่มหล่อคู่ขาคนใหม่อย่างไม่แคร์ เอกพลสะกดอารมณ์ตัวเองอย่างสุดความสามารถ แสร้งตัดพ้อต่อว่าเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ การะเกตุแสยะยิ้ม รู้ทันมุกน้ำเน่า ตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า

    “ฉันไม่ชอบให้ใครแอบฟังเรื่องของฉัน ถ้าอยากรู้ก็จะบอก...คุณต้นเป็นคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่หาให้...แล้วฉันก็พอใจ”

    “ใจร้ายจังนะครับ พูดแบบนี้ผมก็ใจเสียหมดสิครับ”

    “ใจเสียแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน เข้าใจเสียใหม่นะ...ว่าการที่ฉันมีอะไรกับคุณมันก็แค่กิจกรรมยามว่าง ถ้าคิดจะผูกพันกับฉัน...หวังสูงไปหรือเปล่า คิดจะอยู่

    กับฉัน ก็ควรจะรู้ว่าตัวเองต้องอยู่ตรงไหน...จำไว้”

    การะเกตุสะบัดหน้าออกไป เอกพลมองตามอย่างหัวเสีย...ขัดใจที่ต้องยอม

    เอกพลแบกอารมณ์งุ่นง่านกลับมาบ้าน เห็นปราสินีอ่านแมกกาซีนเกี่ยวกับแม่และเด็กก็ของขึ้น เข้าใจว่าหญิงสาวยังไม่เอาเด็กออก ปราสินีแข็งใจเกลี้ยกล่อมให้เก็บเด็กไว้แต่เอกพลไม่ยอม สั่งให้รีบไปจัดการแล้ว ผลุนผลันเข้าห้อง ปราสินีมองตามด้วยแววตาเจ็บช้ำ โกรธตัวเองที่ดูคนผิด

    หลังมื้อค่ำแสนอบอุ่น...พิมภากับฤชวีเตรียมตัวเข้านอน ฤชวีหยิบหมอนกับผ้าห่มมานอนที่พื้น พิมภามองอย่างรู้สึกผิดแต่ยังปากหนัก ฤชวีขอบคุณหญิงสาวที่ช่วยดูแล เมื่อคืนก่อน พิมภาเขิน เฉไฉกลบเกลื่อนว่าทำตามหน้าที่ ฤชวีรู้ทัน ส่ายหัวยิ้มๆ ในความมืดให้กับความฟอร์มจัดของหญิงสาว มือถือเขาดังขึ้น ชุติภาโทร.มาตัดพ้อเรื่องพิมภา

    “แกไม่รักย่าแล้วใช่ไหม ถึงไม่อยากให้ย่ารู้จักว่าเมียแกเป็นใคร”

    ฤชวีได้ยินคำถามไม้ตายแล้วใจอ่อน พยายามปลอบประโลมแต่คุณย่าชุติภาไม่ยอม

    “แกแต่งกันแล้ว ย่าจะทำอะไรได้ หรือว่าไม่เห็นหัวย่าตอนแต่ง มาถึงตอนนี้แกก็ยังไม่เห็นหัวย่ากันอยู่ดี”

    ชุติภารู้ว่าตัวเองเป็นต่อ ออกคำสั่งให้พาพิมภามาที่บ้านวันรุ่งขึ้นแล้วกดวางสายทันที ฤชวีลำบากใจ  ลังเลไม่กล้าบอกหญิงสาว พิมภาเดาว่าต้องมีเรื่อง สบตาเขานิ่ง แล้วตัดสินใจพูด

    “ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณลำบากใจ ฉันก็ทำให้คุณลำบากมามาก ครั้งนี้ถ้าฉันทำอะไรให้คุณบ้าง ก็ถือว่าเจ๊ากันนะคะ”

    ฤชวีใจชื้นขึ้น มองพิมภาอย่างขอบคุณ เธอยิ้มให้อย่างจริงใจและกุมมือเขาไว้

    “ถ้าตอนนี้เราสวมบทบาทเป็นสามีภรรยากันเท่ากับตอนนี้ฉันมีหน้าที่ต้องเคียงข้างคุณและทำความรู้จักกับครอบครัวของคุณใช่ไหมคะ...ให้ฉันช่วยคุณนะคะ”

    ฤชวีหน้าบาน มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พิมภาเห็นรอยยิ้มเขาก็พลอยสุขใจไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว

    เวลาเดียวกันที่หน้าคอนโดฯพิมภา...ตรีวิญยังจอดรถอยู่ เหม่อมองไปที่ตัวตึกด้วยแววตาหงอยๆ แล้วตัดสินใจ ขับรถกลับบ้าน นั่งดูไฟล์งานที่พิมภาส่งมาอย่างครุ่นคิด...

    วางแผนการบางอย่างแล้วยิ้มอย่างมาดมั่น

    ooooooo

    ฤชวีตื่นมาทำอาหารเช้าอย่างอารมณ์ดี ภัทรพลทักยิ้มๆ เพราะคิดว่าแผนสำรองต้องได้ผลดีแน่ พิมภาออกจากห้องมาในชุดเรียบร้อย มองพี่ชายอย่างรู้สึกผิด ที่ทำให้โมโหหิวเมื่อคืนวาน ภัทรพลแกล้งงอนและบ่น กระปอดกระแปดเรื่องความบ้างานจนลืมเวลาของน้องสาว

    “พี่แค่อยากให้แกรู้จักรักษาเวลา อย่าลืมว่าตอนนี้แกไม่ใช่คนตัวเปล่า เลิกงานก็ควรกลับบ้านมาหาสามี”

    พิมภาหน้าเจื่อน ฤชวีตีหน้าขรึมแต่ในใจแอบขำความร้ายของภัทรพล ชวนสองพี่น้องทานข้าวเพื่อปรับอารมณ์ ภัทรพลยังสวมบทพี่ชายขี้บ่นไม่หยุดจนพิมภาเหนื่อยใจ มือถือหญิงสาวดังขึ้น ตรีวิญโทร.บอกให้เข้าบริษัทด่วนเพื่อเคลียร์งานที่ทางผู้ใหญ่เร่งมา

    “ผมขอโทษนะครับที่ต้องให้คุณพิมมาทำงานวันหยุด”

    พิมภาปฏิเสธไม่ได้ตามประสาคนบ้างานแต่ก็แอบ กังวลใจที่ต้องปล่อยให้ฤชวีล่วงหน้าไปหาชุติภาคนเดียว

    ฝ่ายฤชวีก็กลุ้มใจไม่แพ้พิมภา...ชุติภานั่งหน้านิ่งจนน่าอึดอัด ฤชวีพยายามแก้ตัวแทนพิมภาแต่โดนคุณย่าตัดบทและพูดจากระแนะกระแหนจนเขาหนักใจแทนหญิงสาว

    “ย่าประทับใจมากนะที่เมียแกทำแบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรก ที่พบกัน เป็นพวกบ้างานสินะ”

    ฤชวีหน้าเสีย ส่งสายตาเหมือนจะบอกว่าพิมภาก็บ้างานเหมือนคุณย่านั่นแหละ

    ด้านพิมภา...เร่งทำงานเพราะกลัวฤชวีรอนาน ส่วนตรีวิญไม่รู้เรื่อง มัวแต่ดีใจที่ดึงตัวหญิงสาวไว้ได้ พยายามถ่วงเวลาเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดเธอนานขึ้น พิมภาเริ่มร้อนรนแต่พูดไม่ออก ไม่รู้จะอธิบายยังไง

    ขณะที่พิมภากับฤชวีเจอศึกสองด้าน...ภัทรพลกับนันทิกานต์ไปสืบเรื่องคุณย่าชุติภาจากมินท์กับกิ่งแก้ว มินท์บรรยายสรรพคุณคุณย่าชุติภาด้วยสีหน้าแหยงๆ ว่าเป็นคนใจดี รักลูกหลานแต่เจ้าเผด็จการ

    “ที่สำคัญคุณย่าทาบทามหลานสาวเพื่อนไว้ให้พี่ต้น แต่พี่ต้นดันมาแต่งกับคุณพิม ขอบอกว่าคุณย่าโกรธมาก”

    ภัทรพลกับนันทิกานต์หวั่นใจแทนพิมภา แต่กิ่งแก้วกลับมองว่าน่าสนใจ เพราะเชื่อว่าพิมภาเป็นพวกสู้คน ไม่น่ายอมให้คุณย่าชุติภาข่มได้ง่ายๆ ทุกคนเห็นด้วยแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้...

    พิมภาก้มหน้าก้มตาทำงานจนเที่ยงวัน ตรีวิญชวนทานข้าวและอาสาเป็นเจ้ามือ พิมภาอึกอักแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจปฏิเสธและขอตัวกลับเพราะมีธุระที่บ้าน ตรีวิญใจเสียแต่ยังฝืนยิ้มและเสนอตัวไปส่ง

    หลังแยกจากมินท์กับกิ่งแก้ว...ภัทรพลมาส่งนันทิกานต์ที่ห้างสรรพสินค้า บ่นแทนเพื่อนรักน้องสาวที่ต้องทำงานวันหยุดจนไม่มีเวลาหาแฟน นันทิกานต์เห็นลัลนาเดินสวนไปขึ้นรถเลยแกล้งแซวกลับบ้าง ภัทรพลมองตามลัลนาตาละห้อยแต่ยังรักษาท่าที ทันใดนั้น...มีโจรกระชากกระเป๋า ลัลนาไม่ยอม ยื้อจนเสียหลักล้มข้อเท้าซ้น ภัทรพลกับนันทิกานต์มาช่วยไว้ ภัทรพลเห็นท่าทีกะเผลกของลัลนาก็อดไม่ได้ ประคองลงนั่งแล้วนวดให้

    ลัลนาเคลิ้มกับสัมผัสอ่อนโยนของภัทรพลแล้วรู้สึกตัวชักเท้าออก ภัทรพลบอกว่าจะพาไปหาหมอแต่ลัลนาดื้อไม่ยอมไป เขาปล่อยให้เธอลองเดินเอง สุดท้ายก็ไม่ไหว สติแตกร้องไห้กระซิกๆ ภัทรพลมองอย่างเอ็นดู

    “จะแสดงฤทธิ์อะไรให้ดูสถานการณ์บ้าง ยืนยังไม่มีปัญญา อย่าหยิ่งไม่ถูกเวลา”

    ลัลนาสะอึก ไม่กล้าแผลงฤทธิ์ ยอมให้ภัทรพลกับนันทิกานต์พยุงไปแต่โดยดี

    ภัทรพลมาส่งลัลนาที่บ้าน ลัลนามองเข้าไปเห็นข้าวของตัวเองถูกนำมากองไว้ นวลจันทร์เมียใหญ่พ่อเธอคอยบงการชี้นิ้วอยู่ไม่ห่าง ลัลนาโมโหมากแหวขึ้นเสียงเขียวว่าบ้านเป็นของเธอกับแม่ วรรณาเห็นท่าไม่ดีพยายามปรามลูก ภัทรพลอดไม่ได้เถียงแทนและตอกกลับอย่างไม่สะทกสะท้านเมื่อนวลจันทร์จะเอาเรื่อง

    “ผมเป็นใครไม่สำคัญ แต่ถ้าพวกคุณไม่ออกไป ผมก็โทร.แจ้งความเลยครับ ข้อหาบุกรุก”

    “แกกล้าเหรอ”

    “เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก คุณไม่รู้หรอกครับว่าความกล้าผมมีมากแค่ไหน และผมชื่อภัทรพลครับ เผื่อเจอกันอีก คุณจะได้จำได้ว่าผมแสบแค่ไหน จะได้ไม่เสียเวลามาทะเลาะกับผม”

    นวลจันทร์เลือดขึ้นหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้ ผลุนผลันออกไป ลัลนากอดปลอบแม่ที่สะเทือนใจจนเป็นลม ภัทรพลถลาไปช่วยประคอง มองลัลนาที่ร้องไห้น้ำตานองหน้าด้วยความเห็นใจ

    ooooooo

    ตรีวิญมาส่งพิมภาที่หน้าบ้านชุติภา มองตามหญิงสาวเศร้าๆ ตัดสินใจแอบจอดรถรอที่ด้านนอก พิมภาสูดลมหายใจเตรียมตัวแล้วเดินไปอย่างมาดมั่น ฤชวีบอกว่าคุณย่านอนเอนหลังที่ชั้นบน พิมภาสบตาเขาด้วยแววตาเครียดๆ

    “คุณว่าย่าคุณจะจำฉันได้ไหม...เรื่องที่สมุยน่ะ”

    “ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะไม่ให้คุณย่าทำอะไรคุณแน่...ไว้ใจผมนะครับ”

    สองสามีภรรยากำมะลอกุมมือถ่ายทอดกำลังใจให้กันและกัน ชุติภาลงมาเห็นพิมภาก็จำได้ว่าเคยเจอที่สมุย จ้องหน้าจนพิมภาทำตัวไม่ถูก ยกมือไหว้แบบเก้อๆ ชุติภาเปิดฉากพูดกระทบเรื่องที่สมุย ตั้งท่าจับผิดว่าริอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง ไม่เห็นหัวผู้หลักผู้ใหญ่ ฤชวีร้อนตัว แก้ต่างแทนว่าแยกพักคนละห้อง ชุติภารู้ตัวว่าเป็นต่อ แขวะกลับเนียนๆ

    “มาบอกย่าทำไม ย่าดูออกว่าคุณพิมภาภรรยาแกน่า จะเป็นผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัว...ถ้ายังไม่แต่งงานกัน ถึงนอนห้องเดียวกัน แกกับภรรยาก็คงจะกุมมือกันหลับไปจนเช้า ไม่เกิดอะไรขึ้น...ใช่ไหมคุณพิมภา”

    พิมภาหน้าเจื่อน หงุดหงิดแต่พยายามเก็บอาการ รู้ตัวว่าโดนชุติภาพูดยั่วโมโห

    “แปลกนะที่คนรู้จักคิดอย่างแกสองคน...แต่งงานกันโดยไม่บอกผู้หลักผู้ใหญ่...หรือว่ามันเป็นความผิดพลาด”

    “ขอโทษจริงๆ ค่ะคุณย่า ถึงเราสองคนจะรู้ดีว่า น้ำกับน้ำมันไม่ควรอยู่ใกล้กัน แต่เราก็พลาดจนได้ คุณต้น ก็เลยข้ามขั้นตอนที่จะพาพิมมาให้คุณย่าพิจารณาก่อน เราพลาดจริงๆ...คุณย่าเดาถูกค่ะ”

    ชุติภาเหวอเพราะผิดคาด พิมภาไม่สลดแถมยืดอกยอมรับ ฤชวีช่วยยืนยันว่าพิมภาเป็นคนที่เขาเลือกแล้ว การะเกตุมาถึงพอดี ชุติภายิ้มต้อนรับ แนะนำฤชวีให้รู้จักกับคู่หมั้นที่เธอหาไว้ให้อย่างเป็นทางการ การะเกตุโปรยเสน่ห์ ใส่ฤชวีอย่างตั้งใจ พิมภามองท่าทางยั่วยวนนั้นด้วยแววตารังเกียจและไม่ไว้ใจสุดๆ

    พิมภากับการะเกตุจ้องหน้ากันอย่างเอาเรื่อง ฤชวีเห็นว่าพิมภาเริ่มเดือด พยายามส่งสัญญาณเตือนให้ระงับอารมณ์ การะเกตุรู้ว่าพิมภายั่วขึ้น พูดจากระแนะกระแหนเรื่องงานเลี้ยงของนารีที่จัดที่รีสอร์ตของครอบครัวชุติภา

    “ถ้าไม่ได้จัดที่รีสอร์ต เกตุก็ไม่ค่อยเห็นนารีจัดงานได้ใหญ่โตแบบนี้ เชิญมาตั้งหลายครั้ง...เกตุถึงไม่เคยไป”

    “งานนี้เราเลือกเฉพาะกลุ่มที่คิดว่าจะเป็นลูกค้าชั้นดีของเราได้ค่ะ แต่ถึงเชิญไปแล้ว เราก็จะเลือกอีกว่าคิดถูกหรือเปล่า นารีเป็นบริษัทไม่ใหญ่นัก แต่ก็มีมาตรฐานค่ะ”

    การะเกตุสะอึกที่โดนตอกกลับหน้าหงาย ชุติภาเห็นคนของตนพลาดท่า ช่วยเปลี่ยนเรื่องถามถึงทางบ้านพิมภา พิมภาบอกว่าทำธุรกิจบ่อพลอยที่จันทบุรี การะเกตุตาโต สนใจขึ้นมานิดหน่อย

    “บ่อพลอย...อย่าบอกนะคะว่าใหญ่ที่สุดในเมืองจันท์”

    “บังเอิญว่าใช่ค่ะ แต่ครอบครัวเราก็ไม่ซีเรียสเรื่องนั้น เราเน้นที่คุณภาพของพลอยที่ส่งออกสู่ตลาดมากกว่า เพราะหินบางก้อนตอนเราได้มา เรานึกว่าเป็นพลอย แต่พอเจียระไนแล้ว มันก็แสดงตัวออกมาค่ะว่ามันไม่ใช่”

    การะเกตุรู้ว่าโดนประชด แค้นใจแต่ยังเก็บอาการ ชุติภาเห็นท่าไม่ดี ชวนพิมภาไปช่วยจัดของว่างในครัวทิ้งฤชวีไว้กับการะเกตุตามลำพัง พิมภาส่งสายตาบอกฤชวีว่าไม่เป็นไรแล้วเดินตามคุณย่าไป

    ฤชวีเป็นห่วงพิมภา อยากตามไปแต่กลัวคุณย่าไม่พอใจ การะเกตุจ้องชายหนุ่มตาวาว พยายามชวนคุยเพื่อสร้างความสนิทสนม ฤชวีอึดอัดแต่ต้องคุยด้วยตามมารยาท การะเกตุรู้ว่าชายหนุ่มเป็นนักเขียน พูดเป็นนัยถามถึงประเภทนางเอกที่เขาชื่นชอบ ฤชวีรู้ทันและตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ปกติผมเขียนทีละเรื่อง และเรื่องที่กำลังเขียนนางเอกก็น่าสนใจ ยังไม่สนใจนางเอกแบบอื่น”

    “แล้วจะเขียนอีกนานไหมคะเรื่องนี้”

    “ก็น่าจะตลอดชีวิตครับ”

    การะเกตุหน้าเสีย เจ็บใจที่โดนฤชวีปฏิเสธแบบเนียนๆ ขอตัวออกไปเข้าห้องน้ำอย่างหัวเสีย

    ฟากพิมภา...รับศึกหนักไม่แพ้ฤชวี ชุติภาจงใจแยกเธอออกมาเพื่อสืบประวัติและยั่วโมโห

    “เท่าที่ฟัง...ถึงบ้านเธอจะมีฐานะ แต่ก็คงไม่คุ้นกับพิธีทางสังคม ดูจากที่บ้านเธอยอมให้แต่งกับตาต้นง่ายๆ”

    “ทางบ้านพิมก็เพิ่งรู้หลังจากที่เราจดทะเบียนกันค่ะ”

    “ตระกูลของเราเป็นตระกูลเก่าแก่ ฉันชินกับการที่คนหวังจะใช้ตระกูลเราสร้างความนับหน้าถือตาให้ตัวเอง ถ้าบ้านเธอเป็นถึงเจ้าของบ่อพลอย เธอคงไม่ได้หิวเงิน แต่คงโหยหายศฐาบรรดาศักดิ์มากกว่า”

    “พิมไม่อยากเถียงเพราะคิดว่าคุณย่าคงมองคนออก”

    ชุติภาอึ้งเพราะไม่คิดว่าหญิงสาวจะจิตแข็งขนาดนี้ ส่วนพิมภาของขึ้นที่โดนหยามแต่พยายามเก็บอาการ ขอตัวยกขนมกลับไปหาฤชวีที่ห้องรับแขก สวนกับกา–ระเกตุที่มาเข้าห้องน้ำ ฤชวีตามมาเห็นสองสาวเผชิญหน้ากันก็หลบที่มุมหนึ่งเพื่อแอบฟัง พิมภาชวนการะเกตุกินขนมและเปิดฉากแขวะทันที

    “นักการตลาดอย่างฉันประมาณสถานการณ์จากสิ่งที่เราเห็นและเคยได้ข้อมูลมาค่ะ เท่าที่เห็นคุณตอนอยู่กับสามีฉัน ก็ประมาณเอาว่าคุณน่าจะหิวจน...หน้ามืด”

    การะเกตุอ้าปากค้าง พิมภายิ้มเยาะแล้วเดินผ่านไป ฤชวีมองอย่างพอใจแต่ไม่ยอมแสดงตัว ทั้งสามไปเจอกันอีกครั้งที่ห้องรับแขก ชุติภาชวนทุกคนทานขนม การะเกตุสบโอกาสแกล้งพูดแดกดันพิมภากับฤชวี

    “ที่จริง...คุณต้นกับคุณพิมดู...ขอโทษนะคะ ไม่ค่อยเข้ากันเลยนะคะ ขอโทษนะคะที่ต้องพูดตรงๆ”

    “คุณการะเกตุจะบอกว่า เหมือนพิมได้ของที่ไม่เหมาะมาอยู่ในมือเหรอคะ แต่ฉันก็ได้มาแล้ว...นี่สิคะประเด็น”

    การะเกตุสะอึกเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน ฤชวีเห็นท่าไม่ดีเพราะดูท่าพิมภาจะระงับอารมณ์ต่อไม่ไหว ขอตัวพาภรรยากำมะลอกลับบ้าน ชุติภารับไหว้ทั้งสองแบบไม่มองหน้า การะเกตุได้จังหวะรีบปั่นหัวคุณย่าลับหลังสองสามีภรรยา ว่ามีหลานชายคนเดียวก็เกรงเมียจนไม่สนย่า ชุติภาหน้าแดงเพราะความเคือง ส่วนการะเกตุลอบยิ้มอย่างสะใจ

    ooooooo

    ลัลนาเฝ้าพยาบาลวรรณาจนฟื้นและแนะนำภัทรพลว่าเป็นเพื่อน วรรณายิ้มรับและขอบคุณชายหนุ่มที่ช่วยเรื่องบ้าน ภัทรพลมองท่าทีอ่อนโยนของลัลนาที่มีต่อมารดาด้วยความชื่นชมและขออนุญาตพาเธอไปหาหมอ ลัลนาอิดออดแต่สุดท้ายก็ยอมเพราะไม่อยากขัดใจแม่ ฝืนกะเผลกไปเองจนชายหนุ่มรำคาญ ตัดสินใจอุ้มไปที่รถ

    “ตอนนี้คุณเจ็บ ให้ผมดูแลคุณดีกว่า บอกตรงๆ ว่าผมเป็นห่วง”

    “ลัลมีอะไรน่าเป็นห่วงคะ”

    “เอาตรงๆ นะครับ ตอนนี้ที่บ้านคุณมีเรื่องยุ่งและก็เจ็บ...บ้าๆ บอๆ อย่างคุณ ผมกลัวจะรับสถานการณ์ไม่ทัน ให้ผมดูแลคุณดีกว่า...ไปหาหมอนะครับคุณลัล”

    ลัลนาเขินหน้าแดงที่ภัทรพลอุ้ม ค้อนนิดๆ ที่โดนหยอกแต่ก็แอบอุ่นใจที่มีเขาอยู่ข้างๆ

    เมื่อเขาพาเธอไปหาหมอและมาส่งที่บ้าน ลัลนาตัดสินใจถามตรงๆ ว่าทำไมถึงช่วยเธอ ภัทรพลแกล้งบอกว่าทำเพราะมนุษยธรรม ลัลนาอึ้ง แอบน้อยใจที่ชายหนุ่มไม่มีท่าทีสนใจเป็นพิเศษเหมือนเคย ภัทรพลมองตามหญิงสาวเขยกเข้าบ้านยิ้มๆ รู้ทันว่าลัลนาใจเสียแต่อยากดัดนิสัยเลือดร้อนเอาแต่ใจบ้าง

    ฝ่ายพิมภากับฤชวี...ไปทานสุกี้ในห้างหลังออกจากบ้านคุณย่า พิมภาแปลกใจที่ชายหนุ่มลากเธอออกมาก่อน ฤชวีบอกว่าเห็นใจเพราะดูท่าเธอจะอึดอัดมาก

    “ผมรู้ดีว่าย่าผมเป็นยังไง และก็รู้ว่าคุณเป็นยังไง... ลับฝีปากกับคุณย่าผมสนุกไหม”

    “ฉันก็แค่...ชี้แจงเรื่องที่คุณย่าเข้าใจผิดฉันนิดๆ หน่อยๆ ไม่ได้รุนแรงอะไร...แค่จัดให้ตามความเหมาะสม”

    “แล้วคุณการะเกตุล่ะครับ จัดไปตามความเหมาะสมหรือเปล่า”

    พิมภาได้ยินชื่อการะเกตุแล้วหงุดหงิด พาลเหวี่ยงใส่ฤชวีที่ไม่ช่วยเธอรับหน้า ฤชวีอมยิ้มขำๆ

    “ที่คุณจัดไปก็ดีแล้ว มีอะไรเป็นแรงขับเคลื่อนเหรอครับ แอบหึงผมหรือเปล่าคุณภรรยากำมะลอเล่นซะเนียน”

    พิมภาไม่ยอมตอบ เฉไฉชวนให้ทานอาหาร ฤชวีสังเกตุว่าหญิงสาวชอบทานสุกี้เป็นพิเศษ พิมภายิ้มรับ

    “ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวนะคะ บ้านฉันชอบทานสุกี้กันทุกคน มันเหมือนว่าได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก ฉันก็เลยชอบ”

    “ใครๆ ก็อยาก...ใช้เวลากับคนที่เรารัก”

    ฤชวีส่งสายตาหวานสื่อความในใจอย่างไม่ปิดบัง พิมภาเขินไม่กล้าสบตา....ในใจก็รู้สึกดีไม่ต่างกัน

    ขณะที่พิมภากับฤชวีมีช่วงเวลาหวาน...ตรีวิญที่แอบตามทั้งสองมาจากบ้านคุณย่าชุติภา มองภาพบาดตาตรงหน้าด้วยใจที่เจ็บแปลบ พิมภากับฤชวีออกจากร้านสุกี้แล้วไปหยุดที่หน้าตู้ไข่พลาสติก พิมภาตื่นเต้นมากเพราะอยากได้แหวนของเล่นเหมือนในวัยเด็ก ฤชวีใส่เหรียญที่ช่อง พิมภาไขได้แหวนสมใจ กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ ตรีวิญตัดสินใจปรากฏตัว มองสิ่งของในมือพิมภาอย่างประเมินและบอกว่าทำให้ดูเด็ก พิมภาหน้าเจื่อน ฤชวีรีบออกตัวแทน

    “แต่ผมว่าไม่นะครับ การย้อนความทรงจำดีๆ ทำให้จิตใจเราไม่แข็งกระด้าง”

    “แต่มันดูไม่เข้ากับวัยเท่าไหร่หรือเปล่าครับ”

    “อย่าเอาเรื่องวัยมาจำกัดความสุขของตัวเองสิครับ ถ้าคุณพิมกลัวไม่เข้ากับวัย...ผมเก็บไว้เองก็ได้ครับ”

    ฤชวีดึงแหวนจากมือพิมภามาใส่กระเป๋าเสื้อไว้ พิมภารู้สึกถึงบรรยากาศมาคุเลยชวนเปลี่ยนเรื่อง ตรีวิญหาเรื่องขอให้พิมภาช่วยเลือกของขวัญ ฤชวีดูออกว่าตรีวิญจงใจแทรกแซงความสัมพันธ์เลยเสนอตัวไปด้วยแล้วสวมบทบาทสามีอย่างแนบเนียน ช่วยพิมภาเลือกของขวัญอย่างสนิทสนมจนตรีวิญรู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน มองอย่างอิจฉาแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะรู้ว่าไม่มีสิทธิ์

    ด้านภัทรพลกับนันทิกานต์...มารอพิมภากับฤชวีที่บ้านด้วยความเป็นห่วง สองสามีภรรยากำมะลอหอบถุงข้าวของเข้ามา นันทิกานต์ถลาไปตรวจสอบตามร่างกายเพื่อนรัก เห็นว่าไม่มีร่องรอยอะไรก็สบายใจ ฤชวีบอกยิ้มๆว่าพิมภาเอาอยู่ ภัทรพลกับนันทิกานต์ถอนหายใจ มองตามหลังน้องเขยกับน้องสาวที่หอบถุงข้าวของเข้าครัวอย่างโล่งอก

    “ถ้าย่าคุณต้นรับยายพิมได้ก็ไม่มีปัญหา เพราะพ่อแม่พี่น่ะชอบคุณต้นอยู่แล้ว”

    “แต่ถ้าพ่อแม่พี่รู้ว่าสองคนนี้โกหก ระเบิดไม่ลงหรือพี่ภัทร”

    “เดายาก แต่ถึงไม่รู้วันนี้ วันหนึ่งก็ต้องรู้อยู่ดี จะช้าหรือเร็วเท่านั้น”

    นันทิกานต์มองหน้าภัทรพลเครียดๆ เป็นห่วงว่าเรื่องจะไม่จบลงง่ายๆแบบที่คิด...หลังจากนันทิกานต์กลับบ้านไปแล้ว ภัทรพลก็แยกเข้าห้อง ส่วนพิมภากับฤชวีเตรียมตัวเข้านอน พิมภาบ่นกระปอดกระแปดว่าเมื่อไหร่พี่ชายจะกลับจันทบุรีเพราะอึดอัดที่ต้องเล่นละครตบตาตลอดเวลา ฤชวีแกล้งตัดพ้อน้อยใจ ขอย้ายไปนอนนอกห้องเพื่อความสบายใจของเธอ พิมภารั้งไว้และบอกว่าไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องยุ่งยาก ฤชวีแซวยิ้มๆ

    “ปกติผมเห็นคุณพิมชอบทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยากนี่ครับ”

    พิมภาไม่ชอบใจที่โดนพูดแทงใจดำ สวนกลับเรื่องการะเกตุอย่างพาลๆ

    “ไม่ใช่เพราะวันนี้เจอว่าที่คู่หมั้น เลยอยากทำตัวให้ว่างเว้นหรือฟรี อะไรทำนองนี้เหรอคะ”

    “คุณก็ได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าผมว่าง

    หรือไม่ คุณการะเกตุเขาก็รอ”

    “ถามจริงๆนะ...ที่จริงคู่หมั้นคุณก็ไม่เลว เงินก็มี ถ้าคุณยอมแต่งก็ไม่น่ามีปัญหา ดูเหมาะสมกันดี”

    “เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องของหัวใจไม่ใช่ความเหมาะสม ถ้าเราจะอยู่กับใครสักคนไปจนตาย ต้องเป็นคนที่ผมตื่นมาเจอเขาเป็นคนแรก และได้เห็นเขาก่อนหลับตา”

    ฤชวีส่งตาหวานบอกความในใจ พิมภาปลื้มแต่เก็บอาการ เสบอกชายหนุ่มว่าเขียนนิยายจนเพ้อ ฤชวีหน้าเสียแต่เข้าใจว่าหญิงสาวฟอร์มเยอะ พิมภานึกได้ถามถึงแหวนของเล่น ฤชวีแกล้งบอกว่าทิ้งไปแล้ว พิมภาโวยวายและมองชายหนุ่มอย่างไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ล้มตัวลงนอนอย่างเคืองๆ ฤชวีนอนหันหลังให้และแอบหยิบแหวนของเล่นที่เก็บไว้มาดู ดีใจที่หญิงสาวยังอยากได้

    ooooooo

    พิมภาเคืองฤชวีไม่หายเรื่องแหวนของเล่น พาลเย็นชากับชายหนุ่มตลอดมื้อเช้า ภัทรพลแซวน้องขำๆ ว่าช่วงนี้งอนสามีบ่อยขึ้น สงสัยจะรักมาก พิมภาร้อนตัว เถียงกลับข้างๆ คูๆ อย่างไม่ลดละ เสียงกริ่งประตูดังขึ้น ฤชวีอาสาไปเปิดให้ ภาณุวัฒน์ถลาเข้ามาด้วยหน้าตาตื่นๆ หาว่าพิมภาโกหกเรื่องแต่งงาน

    ฤชวีกับพิมภาตกใจ พิมมาลาส่ายหน้าให้กับท่าทางเหมือนกระต่ายตื่นตูมของสามีอย่างเหนื่อยหน่าย เล่าที่มาที่ไปให้ทุกคนฟังว่าเป็นความคิดมากจนฟุ้งซ่านของภาณุวัฒน์ ฤชวีถอนใจอย่างโล่งอก

    “สรุปว่าคุณภัทรฟ้องคุณพ่อคุณแม่เรื่องคุณตรีวิญ คุณพ่อเลยเครียดจนเก็บไปฝันเหรอครับ”

    “แต่มันเหมือนจริงมาก พิมกับต้นร้องไห้ตรงหน้าพ่อ และสารภาพว่าการแต่งงานเป็นเรื่องโกหก”

    พิมภาหน้าเสียเพราะสิ่งที่พ่อฝันสะท้อนเรื่องจริง เสกลบเกลื่อนบอกพ่อไม่ให้คิดมาก ภาณุวัฒน์สวนกลับทันที

    “ไม่คิดได้ไง คราวที่แล้วก็ทะเลาะกันจนตาต้นหนีไปจันท์  นี่แกมีผู้ชายมาจีบ พ่อไม่อยากให้ชีวิตคู่พิมมีปัญหา”

    “พิมรู้ค่ะ...แต่พ่อกับแม่ก็เห็นนี่คะ ว่าคุณต้นกับพิมยังอยู่ด้วยกัน แสดงว่าฝันของพ่อไม่แม่น”

    พิมภาควงแขนและซบไหล่สามีกำมะลอโชว์และขอตัวไปทำงาน ฤชวีหาอาหารเช้ามาบริการพ่อตาแม่ยาย สามคนพ่อแม่ลูกมองตามด้วยความปลื้มใจที่พิมภา

    มีสามีที่ดีคอยดูแล ภัทรพลเห็นเป็นโอกาสหาตัวช่วย ตัดสินใจบอกพ่อแม่เรื่องการแต่งงานหลอกๆ ของพิมภากับฤชวี

    พิมมาลากับภาณุวัฒน์ของขึ้นทันทีที่ฟังลูกชายเล่าจบ ตั้งท่าเหมือนจะเอาเรื่องฤชวีที่ออกมาเสิร์ฟอาหารเช้า ลูกเขยกำมะลอหน้าเสีย ยกมือไหว้เพื่อขอโทษจากใจจริง ภัทรพลเห็นท่าไม่ดี กล่อมพ่อกับแม่ให้คิดดีๆ

    “ใจเย็นสิพ่อแม่ จะขึ้นก็ต้องขึ้นให้มันถูกคน เรื่องทั้งหมดนี่...ไอ้พิมต่างหากที่เป็นคนผิด”

    พิมมาลากับภาณุวัฒน์เริ่มคล้อยตาม ฤชวีช่วยแก้ต่างให้พิมภาว่าตัดสินใจสร้างเรื่องทั้งหมดเพื่อความสบายใจของพ่อกับแม่ จะได้ไม่เสียใจที่ต้องมีงานล่มเป็นครั้งที่สอง ภาณุวัฒน์ย้อนกลับเสียงเรียบ

    “แล้วมันทำให้อะไรๆ มันดีขึ้นหรือคุณต้น”

    “ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะทำให้อะไรดีขึ้นไหม แต่ผมรู้ว่าคุณพิมห่วงความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่และคุณภัทรถึงได้ทำแบบนี้ ผมอยากให้ทุกคนเห็นใจคุณพิมบ้าง”

    ฤชวีมองอย่างขอความเห็นใจจากทุกคน ภัทรพล พิมมาลากับภาณุวัฒน์มองหน้ากันยิ้มๆ...ในใจคิดแผนดัดหลังลูกสาวคนเล็กไว้เรียบร้อยแล้ว...

    ฟากลัลนา...มาทำงานตอนเช้าอย่างเซื่องซึม ใช้ยานวดข้อเท้าด้วยท่าทางเหม่อๆจนซูซี่ทัก ลัลนากำลังนึกถึงภาพภัทรพลช่วยนวดข้อเท้าให้เมื่อวาน ตกใจ

    เสียงซูซี่ เสกลบเกลื่อนทวงงานที่สั่งไว้ ซูซี่รายงานอย่างคล่องแคล่วแล้วพูดถึงพิมภาปิดท้ายว่าน่าอิจฉาที่ได้สามีที่ดีอย่างฤชวี ลัลนาเปรยเสียงเศร้า

    “เรื่องคู่นี่มันอยู่ที่ความพึงพอใจต่างหากค่ะ ไม่มีของใครดีกว่าของใครหรอก”

    “นี่น้องลัลมีการพัฒนาระดับจิตใจไปอีกขั้นโดยไม่บอกพี่ล่วงหน้าอีกแล้วนะคะ”

    “เมื่อก่อนลัลแย่มากหรือคะ ลัลว่าจะลองปรับ

    ข้อเสียของตัวเองดูบ้างดีไหม”

    “น้องลัล...ค่อยๆค่ะ อย่าเปลี่ยนปุบปับ...ใครกันคะที่ทำให้น้องลัลอยากเปลี่ยนตัวเองขนาดนี้”

    ลัลนาปากแข็ง เฉไฉบอกว่าทำเพื่อตัวเอง...แต่ในใจมีภาพภัทรพลลอยเด่นขึ้นมา ซูซี่จับตามองหัวหน้าทีมสาวอย่างสงสัย มั่นใจว่าต้องมีเรื่องลับลมคมในแน่

    ooooooo

    การะเกตุเจ็บใจพิมภาไม่หาย โวยวายให้สินีนาฎฟังเรื่องที่โดนตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า สินีนาฎให้กำลังใจหลานว่าต้องร้ายกาจกว่าและจับฤชวีให้ได้ การะเกตุจึงโทร.หาเอกพลให้ช่วยหาทางไปป่วนในบริษัทนารีเพื่อแก้เผ็ดพิมภา เอกพลยิ้มในหน้าอย่างเข้าทาง...อยากล้างแค้นอยู่แล้ว

    เวลาเดียวกัน...นันทิกานต์ซักไซ้พิมภาเรื่องไปเผชิญหน้าคุณย่าชุติภาจอมเผด็จการเป็นครั้งแรก พิมภาสารภาพว่าจัดการตอบโต้ไปพอหอมปากหอมคอ แต่

    ที่น่าหนักใจกว่าคือคู่หมั้นที่คุณย่าหามาให้ชายหนุ่ม นันทิกานต์เบิกตากว้างที่ได้ยินชื่อการะเกตุ คู่ค้าขาวีนที่เคยปะทะคารมกันในงานเลี้ยงบริษัท พิมภาบอกว่าไม่มีวันยอมให้ฤชวีไปตกหลุมพรางนางแมวยั่วสวาทอย่างการะเกตุแน่ๆ นันทิกานต์ขำท่าทีหึงหวงแต่ไม่รู้ตัวของเพื่อน อดกระเซ้าไม่ได้

    “แหม...ทั้งรักทั้งหวงว่างั้น”

    “ไอ้แนน...แกเป็นอะไร ยุฉันเรื่องคุณต้นอยู่ได้”

    “เขาเป็นคนดี ฉันเห็นว่าแกเจอคนดีๆแล้วก็ไม่อยากให้หลุดมือ”

    พิมภาเขินแต่กลบเกลื่อนด้วยท่าทีขึงขัง ชวนเพื่อนไปทำงาน ตรีวิญโผล่มาชวนพิมภาไปทานกลางวัน อ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องงาน นันทิกานต์รู้ทันเสนอตัวไปด้วย ส่งสายตาเหมือนบอกว่าจะตามไปเป็นก้างเพื่อปกป้องสิทธิ์ให้ฤชวี พิมภาส่ายหน้าอย่างเอือมๆกับความเจ้ากี้เจ้าการของเพื่อน แต่ก็แอบอุ่นใจที่ไม่ต้องไปกับเจ้านายหนุ่มสองต่อสอง

    ตรีวิญเดินนำพิมภากับนันทิกานต์ไปทานข้าว สวนกับทีมลัลนาระหว่างทาง ลัลนาอดแขวะคู่ปรับไม่ได้

    พิมภาตั้งท่าจะตอกกลับ ตรีวิญเห็นท่าไม่ดี บอกว่าเป็นคนชวนเองเพราะมีเรื่องงานจะปรึกษา ลัลนาไม่อยากเชื่อ

    ขอตามไปด้วยเผื่อจะช่วยได้อีกแรง แต่ก่อนที่ทั้งหมดจะได้เคลื่อนไปไหน ลิลลี่ลูกน้องทีมลัลนาวิ่งมาตาม

    และบอกว่า สุกัญญาเรียกพิมภา ตรีวิญ และลัลนาไปพบที่ห้องด่วน

    ฝ่ายฤชวี...พยายามเกลี้ยกล่อมให้พิมมาลากับภาณุวัฒน์ยกโทษให้พิมภา พิมมาลายิ้มเจ้าเล่ห์และบอกว่าฤชวีสมควรถูกลงโทษด้วยการเป็นลูกเขยของเธอตลอดไป ฤชวีเหวอเพราะผิดคาด พิมมาลาอธิบายว่าเธอและสามีจะไม่ขอรับรู้เรื่องความลับใดๆ หรือต่อให้ความแตกจริง ก็จะแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม ข้อตกลงเรื่องแต่งงานจะได้คงอยู่ตลอดไป ฤชวีมองพ่อตาแม่ยายอย่างซาบซึ้งที่เอาใจช่วยเขา ภัทรพลมองพ่อกับแม่ยิ้มๆ

    “ขอเดาว่าคุณต้นรอด...แต่ไอ้พิมไม่รอด”

    พิมมาลากับภาณุวัฒน์มองหน้ากันแล้วแสยะยิ้ม ภัทรพลเห็นแล้วชักหวาดๆแทนน้องสาว

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:27 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์