ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ฤชวี นักเขียนหนุ่มรูปงามแววตาอบอุ่น เดินทางขึ้นดอยทางเหนือเพื่อหาแรงบันดาลใจเขียนนิยายรัก เขาแพนกล้องคู่ใจถ่ายภาพบรรยากาศบนยอดเขาอย่างเชี่ยวชาญ หยิบเครื่องบันทึกเสียงในกระเป๋าสะพายกดอัดความคิดที่ฟุ้งขึ้นเพื่อใช้เขียนงาน

“เปิดบทแรก...กระซิบรักในสายลม บนดอยสูง ท่ามกลางทะเลหมอก...”

ฤชวีเก็บภาพเรื่อยๆ จนถึงทางแยกเพื่อเลี้ยวไปอีกทาง มองเห็นดอกซากุระขยับได้ผ่านเลนส์กล้อง เขาเคลื่อนตัวตามจนเห็นว่าดอกซากุระนั้นประดับบนที่คาดผมของหญิงสาวหน้าสวยหวานในชุดเสื้อคลุมทรงกิโมโน สวมรองเท้าคล้ายเกี๊ยะญี่ปุ่นเข้าชุดกัน ฤชวีลดกล้องลง มองหญิงสาวตาค้าง ตกตะลึงในความงาม

พิมภา ผู้จัดการคนสวยประจำบริษัทเครื่องสำอางนารี มองชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มๆ ขอทางไปหานันทิกานต์ เพื่อนซี้พ่วงตำแหน่งผู้ช่วยในทีมที่ยืนถ่ายรูปตัวเองอย่างเมามันด้านหลังชายหนุ่ม ฤชวีขยับหลบให้เก้อๆ มองตามหญิงสาวในฝันราวกับตกในภวังค์ ตัดสินใจเดินตามอย่างสนใจ ลืมกระเป๋าที่วางไว้เบื้องหลัง

นันทิกานต์ต่อปากต่อคำกับพิมภาไปตลอดทางอย่างสนุกปาก ขยับเสื้อโค้ตฟูฟ่องกระพือให้ลมพัดผ่าน พิมภามองท่าทีเพื่อนขำๆ แซวด้วยความหมั่นไส้

“แหม...ชอบจัดเต็ม เชียงใหม่ปลายฝน ดันใส่โอเวอร์โค้ตยังกับสององศาแถวเทือกเขาหิมาลัย”

“ทีแกล่ะ...พิม หลงประเทศหรือเปล่า นี่ดอยนะยะไม่ใช่ฮอกไกโด ไม่จัดกิโมโนเต็มยศไปเลยล่ะ”

“สมองเท่าขี้มดจริงๆ ยายแนน...เราเป็นตัวแทนบอสมาร่วมยินดีกับลูกค้าชาวญี่ปุ่น จะให้ฉันแต่งชุดฮาวายมายินดีกับเขาหรือไง ลูกค้าคือคนสำคัญ เราต้องใส่ใจแม้เรื่องเล็กน้อย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ”

พิมภาขยับเสื้อกิโมโนให้เข้าที่ ซักซ้อมบทสนทนาทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่ว ฤชวีที่แอบตามมา มองอย่างชื่นชมแล้วเกิดความคิดเรื่องพล็อตนิยาย ควานมือหากระเป๋าเพื่อหยิบเครื่องบันทึกเสียงแต่หาไม่เจอ นึกขึ้นได้ว่าวางทิ้งไว้ตรงที่เจอหญิงสาวหน้าหวานเป็นครั้งแรก รีบวิ่งกลับไปเอา

พิมภามัวเม้าท์กับนันทิกานต์เพลินจนเกือบถึงเวลานัดกับมิสเตอร์ไดซุเกะ ลูกค้าชาวญี่ปุ่นคนสำคัญของบริษัทที่มาถ่ายวีดิโองานแต่งงานบนดอยนี้ หญิงสาวรื้อกระเป๋าถือ คว้ากระเป๋าสตางค์มาวางไว้บนพุ่มไม้ข้างทาง หยิบนามบัตรลูกค้าและกดมือถือโทร.ถามทาง แล้วรีบร้อนกันไป ลืมนึกถึงกระเป๋าสตางค์ซะสนิท!

ฤชวีวิ่งกลับมาแต่ไม่เจอหญิงสาวหน้าหวาน หมุนตัวเลี้ยวไปอีกทางเผื่อเจออีกครั้ง ส่วนพิมภากับนันทิกานต์ตามหากองถ่ายของลูกค้าจนเจอ ยืนมองคู่บ่าวสาวพูดถึงความในใจที่มีต่อกันด้วยแววตาเคลิ้มฝัน

“เอ๋เป็นผู้หญิงที่น่ารัก สดใส ครั้งแรกที่ได้เห็น...ผมก็รู้เลยว่าเขาเป็นอีกครึ่งชีวิตที่หายไป เมื่อคบกัน...ผมก็รู้ว่ารักเขามากจนคิดว่าคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา”

“ไดซุเกะเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ดูแลและเอาใจใส่เอ๋มาก การที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้อยู่กับคนที่รักเรา ...และเราก็รักเขา เอ๋เชื่อว่านั่นคือความสุขค่ะ”

ฤชวีตามหาจนเจอ แอบแฝงตัวกับกองถ่าย บันทึกภาพหญิงสาวไว้เป็นที่ระลึกอย่างมีความสุข คู่บ่าวสาวมองตากันหวานฉ่ำ โอบกอดกันด้วยความตื้นตันใจ พิมภา พลอยซาบซึ้งตรึงใจจนน้ำตาซึม นันทิกานต์ทักเพื่อนยิ้มๆ

“เดี๋ยวแกก็ต้องถ่ายวิีดิโองานแต่งตัวเองเหมือนกันนี่ ไม่น้ำตาแตกยิ่งกว่าเหรอ...แน่ใจนะว่าจะสละโสดจริงๆ”

“หยุดเลยไอ้แนน...ฉันตัดสินใจไปแล้ว ใครก็เปลี่ยนไม่ได้!”

ถึงเวลาพักการถ่ายทำ พิมภานำของขวัญที่เตรียมมาไปแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว แนะนำตัวอย่างมั่นใจ

“สวัสดีค่ะ ดิฉันพิมภา ตัวแทนบริษัท Naree คุณสุกัญญาติดธุระด่วน ให้ดิฉันนำของขวัญมาร่วมยินดีแทนค่ะ”

ooooooo

หลังพูดคุยแสดงความยินดี...คู่บ่าวสาวกลับไปถ่ายภาพนิ่ง นันทิกานต์ขอตัวไปหาอะไรกิน ส่วนพิมภาอยากอยู่ดูงานต่อ ล้วงกระเป๋าถือเพื่อหยิบเบี้ยเลี้ยงบริษัทให้เพื่อน แต่หากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ นึกได้ว่าวางทิ้งไว้ตอนรื้อหานามบัตรลูกค้า ลากเพื่อนกลับไปเอาด้วยความร้อนใจ

ด้านฤชวี...ก้มลงเปลี่ยนฟิล์ม หันกลับมาอีกทีก็ไม่เห็นสาวหน้าหวานแล้ว เขาตามหาจนถึงที่ที่เจอเธอเป็นครั้งแรก เสียงมือถือดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อกิ่งแก้ว ญาติสาวและเจ้าของสำนักพิมพ์คนสวย เขากดรับด้วยสีหน้ายิ้มๆ

“สวัสดีครับกิ่ง ผมอยู่ที่เชียงใหม่ครับ...ถ้าถามทั่วๆ ไปผมสบายดี แต่ถ้าถามถึงงาน ผมมาถ่ายรูปเก็บข้อมูลสถานที่จริง เป็นแรงบันดาลใจใช้เขียนนิยายเรื่องใหม่”

“อย่านานนักนะต้น อีกสามเดือนจะมีสัปดาห์หนังสือ กิ่งอยากได้หนังสือต้นมาเป็นหนังสือขายดีให้สำนักพิมพ์”

“สามเดือน! กิ่งครับ...สมองผมไม่ใช่ก๊อกน้ำนะ เปิดปุ๊บจะได้ไหลปั๊บ”

“เรื่องที่แล้วต้นใช้เวลาสองเดือนเองนะ กิ่งจำได้”

“นั่นมันนิยายกึ่งสารคดี แต่นี่มันเรื่องรัก...ผมไม่มั่นใจว่าสมองจะแล่น”

กิ่งแก้วแนะนำให้ญาติหนุ่มหาแฟนสักคน เผื่อจะเขียนเรื่องรักคล่องขึ้น ฤชวีทำหน้าเคลิ้ม นึกถึงใบหน้าหวานๆ ของหญิงสาวที่เขาตามเก็บภาพตลอดเช้าอย่างไม่รู้ตัว

“นี่ผมมีชื่อเรื่องในใจแล้วนะ...กระซิบรักในสายลม”

“ต้นจ๊ะ...ชื่อเรื่องเชยได้ใจมาก เนื้อเรื่องจะยุงชุมขนาดไหน”

“ก็แบบพระเอกพบนางเอกโดยบังเอิญ ตั้งชื่อให้นางเอกที่สวยเหมือนดอกซากุระว่า...ซากุระ”

กิ่งแก้วส่ายหน้าน้อยๆ กับพล็อตหวานจนเลี่ยนของญาติหนุ่ม...ท่าทางเธอจะได้หนังสือขายดีเร็วๆนี้แน่!

ฤชวีมองไปรอบๆ เหลือบเห็นกระเป๋าสตางค์บนพุ่มไม้ข้างทาง กิ่งแก้วยังอยู่ในสาย แนะให้หาบัตรประชาชนเพื่อดูชื่อเจ้าของ พิมภากับนันทิกานต์โผล่มาทันเห็นชายหนุ่มค้นกระเป๋า พิมภาถอดรองเท้าเขวี้ยงไปแต่พลาดโดนต้นไม้ข้างทาง เธอขว้างอีกข้าง คราวนี้โดนที่หน้าผากชายหนุ่มจังๆ แล้วถลาไปอาละวาดทุบทีพัลวัน ฤชวีตัดสายกิ่งแก้ว เบี่ยงตัวหลบและพยายามชี้แจง

“ผมไม่ได้ขโมย คุณลืมไว้...”

“ยังจะโกหก มือเท้ามีทำไมไม่หางานทำ ขโมยเขากินน่ะไม่อายหรือ มีศักดิ์ศรีบ้างไหม แก้ตัวกับตำรวจแล้วกัน ให้ตำรวจอุทยานจับนอนคุกซะให้เข็ด!”

“จริงๆนะครับ ผมเก็บได้ที่พุ่มไม้โน่น”

“ตลกเลย ตั้งแต่มาถึงนี่ ฉันไม่ได้หยิบกระเป๋าเงินออกมาเลย ฉันหยิบแต่นามบัตร...”

พิมภาได้สติ ถึงบางอ้อว่าเป็นความผิดของตนที่สะเพร่าวางกระเป๋าสตางค์ทิ้งไว้ ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่แต่ชายหนุ่มไม่ถือสา นันทิกานต์หยิบเกี๊ยะข้างหนึ่งส่งให้เพื่อน พิมภามองหาอีกข้าง ฤชวีคุกเข่าตรงหน้าแล้วสวมคืนให้อย่างนุ่มนวล พิมภาเช็ดรอยเปื้อนที่หน้าผากให้ ฤชวีหลับตาเคลิ้ม แต่เมื่อลืมตาขึ้นก็ไม่เห็นสองสาวแล้ว ทิ้งไว้แต่ผ้าเช็ดหน้าสีหวาน เขาตัดสินใจออกตามหา

หลังแยกกับชายหนุ่ม...พิมภาโทร.หาเอกพลคู่หมั้นสุดหล่อมาดเนี้ยบ นัดแนะเวลารับที่สนามบินกรุงเทพฯ เพื่อไปถ่ายวีดิโองานแต่งของทั้งคู่ที่จัดขึ้นในอีกไม่กี่วัน เอกพลพร่ำบอกรัก แต่พิมภาไม่รู้สึกใจเต้นเหมือนตอนที่ยืนฟังมิสเตอร์ไดซุเกะกับแฟนสาวพูดถึงกันและกัน วางสายอย่างเซ็งๆ นันทิกานต์ถามหยั่งเชิง

“ถ้าไม่รู้สึก แล้วแกจะแต่งงานกับพี่เอกทำไมวะ”

“ก็...เขาเป็นคนดี เสมอต้นเสมอปลาย สามปีแล้วที่เขาดูแลเอาใจใส่ฉันไม่เปลี่ยนแปลง การงานก็ดี ฐานะ ก็ใช้ได้ หน้าตาก็โอเค เดินด้วยได้ไม่อายใคร คนดีขนาดนี้ ขอแต่งงาน...เป็นแกจะปฏิเสธไหม”

“คิดๆแล้วมันก็ถูกของแก เป็นฉันคงต้องรักษาไว้ ...แต่แกแน่ใจแล้วหรือว่ารักเขา”

“ฉันก็...ไม่ค่อยแน่ใจ ความรักสำหรับฉันอาจเป็นผู้ชายดีๆ สักคนที่ฉันจะฝากชีวิตแล้วก็ดูแลกันและกันจนแก่เฒ่าเหมือนพ่อแม่ฉันล่ะมั้ง แต่ที่ฉันมั่นใจมากตอนนี้คือพี่เอกเป็นผู้ชายดีๆคนนั้น”

นันทิกานต์แกล้งถามว่าถ้าต้องตายแทนเอกพล พิมภาตอบโดยไม่ลังเลว่าไม่มีทาง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอไม่ได้รักเขา นันทิกานต์พยายามเตือนสติ

“ความเหมาะสมไง แกคิดว่าเขาเหมาะกับแก ถ้าแกรออีกนิด แกอาจเจอรักแท้ที่ทำทุกอย่างเพื่อกันและกัน...แบบตายแทนกันได้”

“รักแท้แบบนั้น...มันมีแต่ในละคร เพ้อเจ้อจริงๆ”

ฤชวีเห็นหลังสองสาวไวๆที่ลานจอดรถแต่ตามไม่ทัน เห็นแค่สติ๊กเกอร์ข้างรถที่สองสาวนั่งเป็นชื่อร้าน รถเช่าในตัวเมือง รีบโบกมือเรียกรถตามไปแต่ก็คลาดกันแบบหวุดหวิด กิ่งแก้วโทร.กลับมาเช็กญาติหนุ่มที่ตัดสายไปดื้อๆ อย่างเป็นห่วง ฤชวีบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ที่สำคัญก็คือ...เขาเจอหญิงสาวในฝัน...คนที่ฟ้าส่งมาให้แล้ว!

ooooooo

เอกพลมารับพิมภากับนันทิกานต์ที่สนามบินตรงเวลา เอาอกเอาใจจนพิมภาอึดอัด ส่วนนันทิกานต์เอียนอยากอ้วก เขาขับรถพาสองสาวไปที่โรงแรมหรูเพื่อถ่ายทำวีดิโองานแต่ง ทีมงานขอให้ว่าที่บ่าวสาวพูดความในใจถึงกันและกัน

“พิมเป็นผู้หญิงสวยและเก่ง สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ และผมก็เชื่อว่าพิมจะเป็นภรรยาที่ผมจะเดินเคียงข้างด้วยความภูมิใจ...ดีใจครับที่ได้เจอและรักพิม”

“พี่เอกเป็นคนดีมีความสามารถ เป็นผู้ชายแบบที่พิมชื่นชม...เป็นผู้ชายที่คิดว่าจะฝากชีวิตไว้ตลอดไป”

พิมภาลุกมาพัก นันทิกานต์ตามประกบ กระแนะ– กระแหนเพื่อนขำๆ

“สายตาแกแห้งแล้งที่สุด แกกับพี่เอกเหมาะที่จะแต่งงานกันมาก แกพูดแต่ดี เก่ง...แต่แกไม่พูดว่ารักสักคำ”

“ก็ฉันไม่ได้ระ...”

“นั่นแน่...ยอมรับแล้วใช่ไหม ว่าแกไม่ได้รักไอ้พี่เอก”

พิมภาอ้ำอึ้ง สะกิดใจนิดๆ แต่ยังเชื่อมั่นในตัวเอกพล ปราสินี ผู้ช่วยและเพื่อนซี้อีกคนของพิมภา ถือเครื่องดื่มมาให้และรายงานเรื่องภารกิจเพื่อนเจ้าสาว พิมภากอดขอบคุณปราสินีอย่างปลื้มใจ แขวะนันทิกานต์ยิ้มๆ

“ยายแนน...ดูไว้นะยะ เพื่อนตัวอย่างมันต้องแบบนี้”

“ใช่สิ...แกเล่นใช้ยายปลาจัดการเรื่องงานแต่งทุกอย่าง เหลืออย่างเดียวที่ไม่ได้ทำคือ...เป็นเจ้าสาวซะเอง”

ปราสินีหน้าเจื่อน นัยน์ตามีแววเศร้าลึกแต่ฝืนยิ้มแย้ม พิมภาแก้ต่างให้ นันทิกานต์แกล้งงอน สามสาวกอดคอและยิ้มให้กันอย่างสนิทสนม

หลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำ เอกพลไปส่งพิมภาที่คอนโดฯ ถามความคืบหน้าเรื่องตำแหน่งที่ปรึกษาบริษัทนารี ที่คู่หมั้นสาวรับปากช่วยแนะนำให้ พิมภาบอกให้ไปคุยกับสุกัญญาเจ้านายเธอหลังงานแต่ง เอกพลยิ้มหวานและถือโอกาสถึงเนื้อถึงตัว พิมภาเบี่ยงตัวหลบอย่างอึดอัด เผลอผลักเขาออกอย่างรุนแรง เอกพลมึนกับท่าทีหวงตัวแต่ไม่กล้าแสดงสีหน้าไม่พอใจ

พิมภาเดินเข้าคอนโดฯอย่างหัวเสีย ขนลุกกับท่าทางแสดงความรักของเอกพล ปอย พนักงานสาวประจำคอนโดฯรายงานเรื่องที่มีชุดเจ้าสาวมาส่ง พิมภาหยิบใบรับของมาดูเซ็งๆ แล้วผลุนผลันขึ้นลิฟต์ไป สุวิทย์ รปภ.คอนโดฯแอบนินทาท่าทีหยิ่งๆของหญิงสาวไล่หลัง

“คุณพิมนี่จะรีบไปไหนตลอดเวลานะ พูดไม่เคยทันแกเดินสักที”

“พี่วิทย์ก็...งานเขายุ่งมั้ง ป้านงค์แม่บ้านบอกว่าคุณพิมเก่งจะตาย ตำแหน่งใหญ่โตเลยล่ะ”

“ถึงว่าไม่เห็นหัวเรา...”

พิมภานั่งกุมขมับบนโซฟา นึกถึงคำพูดเตือนสติของนันทิกานต์เมื่อกลางวันแล้วทิ้งตัวลงนอนเครียดๆ ทอดสายตามองชุดเจ้าสาวแสนสวยอย่างชั่งใจ ทันใดนั้น... มีเสียงเอะอะดังมาจากหน้าห้อง หญิงสาววิ่งหน้าตื่นไปดูแล้วถลันไปขวางระหว่างสองผัวเมียข้างห้องที่กำลังตีกันเสียงอึกทึก

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ผู้หญิงโดนรังแก ฉันต้องยุ่ง! ถ้าไม่ยุ่งฉันก็มีความผิด”

“เพ้อเจ้ออะไรวะ เรื่องของผัวเมีย คนนอกอย่ายุ่ง ไม่งั้นฉันจะแจ้งความ”

“ดักดาน! ไม่รู้ใช่ไหมว่ารัฐเขาออกกฎหมายแล้ว ถ้าคุณไม่หยุด คุณจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย”

ผัวฮึดฮัดหมุนตัวออกไป เมียถลาไปอาละวาดทุบตี ผัวปัดป้องแล้วผลักเมียล้มลงพื้น พิมภาตั้งท่าจะห้าม ชะงักเมื่อเห็นภาณุวัฒน์พ่อของเธอเดินหน้านิ่งท่องศีลมาแต่ไกล

“กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี การละเว้นจากการ ประพฤติผิดในกามจะนำความสงบสุขมาสู่ครอบครัว”

พิมมาลาแม่ของพิมภาตามมาสบทบ วิเคราะห์สถานการณ์ของผัวเมียอย่างเชี่ยวชาญ

“แล้วแม่ก็ยอมไม่ได้ที่คนเป็นสามีจะขโมยของภรรยาตัวเองไปให้ผู้หญิงอื่น...สายสร้อยทองที่ห้อยตรงกระเป๋ากางเกง เป็นลายดอกไม้แบบที่ผู้ชายไม่ใส่ ท่าทางร้อนรนเหงื่อแตก เป็นลักษณะของคนที่ปิดบังความผิด”

เมียพยักหน้าตามหงึกๆ ภัทรพลพี่ชายคนเดียวของพิมภามารั้งท้ายสุด เสริมพ่อกับแม่นิ่มๆด้วยบทกลอนสอนใจ

“พี่ชายแต่งงานแล้วต้องจำไว้นะครับ...รักเมียต้องอดทน ต้องเป็นคนเคารพเมีย รักเมียต้องส่งเสีย อย่าให้เมียต้องสงสัย รักเมียต้องรักเดียว อย่าได้เที่ยวไปรักใคร รักเมียต้องทำใจ ถึงอย่างไรเธอก็เมีย”

ผัวของขึ้นที่โดนสอนและหยาม ตบผัวะที่หน้าเมีย ภาณุวัฒน์เลือดขึ้นหน้า ถลันไปต่อยหน้าหงาย พิมภาตะลึงท่าทีโหดเข้มของพ่อ สั่นหัวตั้งสติและบอกให้แม่กับพี่ชายช่วยกันห้าม...ก่อนเรื่องจะลุกลามใหญ่โต!

ooooooo

กว่าเหตุการณ์ชุลมุนของผัวเมียข้างห้องจะยุติ พิมภาก็เหนื่อยล้า อดีตตำรวจเก่าอย่างภาณุวัฒน์จัดการผัวใจโฉดซะน่วม พิมภาภูมิใจในตัวพ่อแต่ไม่อยากชมมากเพราะเป็นห่วงพ่อที่อายุมากขึ้นทุกวัน เธอบอกให้ภัทรพลช่วยทำความสะอาดห้องให้พ่อแม่พัก พี่ชายเธอมองรอบห้องด้วยสีหน้าแหยงๆ

“ฉันนึกไม่ออกเลยว่าจะจัดห้องแกให้สะอาดยังไง ไอ้แฟนขี้เต๊ะรู้ไหมว่าเรื่องงานบ้าน...แกไม่ได้เรื่อง”

“จ้างแม่บ้านก็สิ้นเรื่อง...มาช่วยฉันเก็บห้องหน่อย”

“แกจะจ่ายเงินจ้างแม่บ้านเหรอ เชื่อเขาเลย!...ไม่ต้องจัดหรอก แม่เช่าห้องข้างๆไว้แล้ว”

ตอนที่ 2

ปราสินีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นหญิงสาวในชุดคลุมท้องประกาศฐานะความเป็นเมียของเอกพล ถลาไปกรี๊ดใส่หน้าด้วยความลืมตัว

“ไม่จริง...แกโกหก ฉันต่างหากที่เป็นเมียพี่เอก...นางแมวขโมย พี่เอกน่ะผัวฉัน!”

“ของแกน่ะแค่ผัว แต่ของฉันน่ะพ่อของลูกย่ะ...นังหน้าโง่!”

“ฉันไม่โง่ อีบ้า! พี่เอกรักฉัน”

ปรา สินีกับสาวท้องโย้อาละวาดด่าทอและตบตีกันอย่างเมามันโดยไม่อายสายตาคนในงาน ลัลนามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสะใจ ชี้ชวนให้ซูซี่ผู้ช่วยคนสนิทถ่ายภาพเป็นหลักฐาน

ด้านพิมภา...มองสองสาว ทุบตีกันด้วยท่าทีเย็นชาแต่แววตาวาวโรจน์ เอกพลมองเจ้าสาวอย่างหวาดๆ อาการภูเขาน้ำแข็งแบบนี้น่ากลัวกว่าตอนปรี๊ดแตกเป็นไหนๆ เขารีบคิดหาทางเอาตัวรอด ขยับไปอธิบายเสียงสั่น

“พิม...อย่าไปเชื่อนะ พี่ไม่มีอะไรกับสองคนนั้นจริงๆ”

“พี่เอกไม่เคยยุ่งกับสองคนนั้นเลย? แล้วบนจอล่ะคะ อย่าบอกนะ...ว่าเขาตัดต่อเอาหน้าพี่เอกไปใส่”

“ผู้หญิงคนนี้ตามตื๊อพี่ พี่ว่าต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ คิดดูสิจ๊ะ ผู้หญิงสติดีที่ไหนจะเอารูปมาประจานตัวเองให้ดูแย่”

“ไอ้ตอแหล!...ฉันกินข้าวไม่ได้กินหญ้า!”

พิม ภาตวัดฝ่ามือฟาดหน้าเอกพลสุดแรงจนชายหนุ่มเสียหลักร่วงจากเวที หญิงสาวโกรธจนเลือดขึ้นหน้าปรี่ตามไปกระชากคอเสื้อแล้วตบซ้ำ ทุกคนในงานตกใจ ไม่คิดว่าเจ้าสาวคนสวยฟอร์มจัดจะน็อตหลุดขนาดนี้ พิมภาหายใจหอบถี่ ตวัดสายตาไปที่ปราสินี

“ปลา...เพื่อนทรยศ!”

“ปลาไม่ผิด...ปลารักกับพี่เอกมาก่อน พี่เอกจะให้พิมช่วยเรื่องงาน บอกว่าต้องแต่งงานกับพิม ปลาถึงยอม”

“ยอมมีผู้ชายคนเดียวกันเนี่ยนะ”

“ไม่มีใครยอมได้หรอก แต่ปลายอมเพราะเห็นว่าพิมเป็นเพื่อน”

พิม ภาถึงกับจุก เสียใจมากที่โดนเพื่อนหักหลัง เงื้อมือจะตบด้วยความแค้นใจ แต่เมื่อนึกถึงมิตรภาพดีๆ ที่เคยมีแล้วตบไม่ลง ถลันไปดึงร่างเอกพลและเหวี่ยงไปทางปราสินี

“อยากได้นักก็เอาไป ฉันยกให้! ผู้ชายห่วยๆ ฉันไม่เอามาทำพันธุ์ให้เสียชื่อวงศ์ตระกูลหรอก และแก...ไอ้พี่เอก อย่าเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีก ไม่งั้นฉันตบคอหักแน่ เธอด้วยนะยัยปลา...ถ้ายังอยากมีชีวิตรกโลกต่อไป!”

พิมภาเบนสายตาไปทางหญิงสาวท้องโย้ ชี้หน้าและย่างสามขุมไปใกล้

“ส่วนเธอ...ฉันจะละเว้นเพราะเห็นว่าท้อง ขอบใจที่ทำให้ตาสว่าง ส่วนผู้ชายคนนั้นจะเป็นผัวใคร เธอต้องไปตกลงกันเอง...เข้าใจไหม”

สาวท้องโย้ถอยหลังกรูด ยกมือไหว้พิมภาปลกๆด้วยความกลัว

พิม ภายังโมโหและพร้อมจะเหวี่ยงต่อ แต่เมื่อมองรอบตัว เห็นสายตาของทุกคนในครอบครัว เจ้านายและเพื่อนร่วมงานก็เกิดความละอาย พยายามควบคุมสติและเดินกลับไปบนเวที แถลงการณ์ด้วยน้ำเสียงมาดมั่น

“สวัสดี ค่ะ...แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉันทราบว่าทุกท่านสละเวลาอันมีค่าเพื่อมางานวันนี้ แต่ต้องมาพบกับเหตุการณ์น่าสังเวชใจ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดในค่ำ คืนนี้...ดิฉันคงไม่สามารถพูดคำใดได้นอกจาก...ขอโทษค่ะ”

พิมภายิ้มหวาน แล้วลงจากเวทีด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับนางพญา ฝ่ากลุ่มแขกเหรื่อออกจากห้อง นันทิกานต์กระโจนขึ้นเวทีไปคว้าทะเบียนสมรสและวิ่งตามเพื่อนรัก พิมมาลากับภัทรพลจะไปด้วยแต่ติดต้องปรามภาณุวัฒน์ที่หันไปเอาเรื่องเอกพล

ขณะ ที่งานแต่งพิมภาล่มไม่เป็นท่า...ฤชวีกับกิ่งแก้วทานกลางวันในห้องอาหาร โรงแรม ได้ยินพนักงานเสิร์ฟสองคนเม้าท์กันสีหน้าแตกตื่นถึงเหตุการณ์ชุลมุนที่งาน แต่งในห้องจัดเลี้ยง

“พี่ๆ ตีกันใหญ่เลย มีผู้หญิงท้องโย้ประกาศว่าเป็นเมียเจ้าบ่าว ตบกันกระจาย...แต่คนตบไม่ใช่เจ้าสาวนะ เป็นเมียอีกคนของเจ้าบ่าว”

“เมียน้อยสองคนเลยเหรอ”

ฤชวีกับกิ่งแก้วมองหน้ากันงงๆ เห็นใจเจ้าสาวในงานไม่แพ้กัน...

หลัง จากนั้น...ฤชวีกับกิ่งแก้วลงบันไดจากห้องอาหาร พูดคุยเรื่องเซฟเฮาส์ที่ชายหนุ่มจะไปเก็บตัวเขียนนิยาย พิมภาในชุดเจ้าสาวกรุยกรายจ้ำอ้าวจากงานน้ำตาคลอ สะดุดชายกระโปรงตัวเองจนเกือบตกบันได ฤชวีรับร่างหญิงสาวไว้ทัน พิมภาพึมพำขอบคุณแล้วขอตัวจากไป ฤชวีจำหญิงสาวได้ รีบวิ่งตาม

ด้านเอก พล...อาละวาดใส่ปราสินีที่คอยพยาบาลอย่างหัวเสีย ทุกคนในครอบครัวพิมภามองด้วยสายตาเหยียดๆ เห็นธาตุแท้ชายหนุ่ม...รวมทั้งสุกัญญาว่าที่เจ้านายคนใหม่ พากันเดินออกจากงาน

เวลาเดียวกัน...นันทิกานต์ตามพิมภาทันที่หน้าโรงแรม กระโจนพรวดขึ้นรถที่เพื่อนขับ ส่วนฤชวีเห็นแค่ท้ายรถ มองตามด้วยความเสียดาย กิ่งแก้วที่วิ่งตามมา ยืนหอบอยู่ใกล้ๆ

“ต้น! วิ่งตามเขาทำไม รู้จักเขาเหรอ”

“เจ้าสาวคนนั้นคือคุณซากุระครับ”

“เจ้าสาวที่งานแต่งล่มเนี่ยนะ” กิ่งแก้วอุทานหน้าตาตื่น

ooooooo

พิม ภาเหยียบคันเร่งรถจนมิด ขับออกนอกเมืองอย่างไร้จุดหมาย ในใจคิดแค่อยากหนีให้พ้นจากบรรยากาศน่าอับอายและความรู้สึกคับแค้นใจที่โดน เพื่อนทรยศ นันทิกานต์มองท่าทางเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง

“ไอ้พิมขับช้าหน่อยสิ แกขับเร็วไปแล้ว...อยากตายหรือไง”

“ไม่มี ทาง คนอย่างพิมภาไม่โง่ยอมตายเพราะผู้ชายเส็งเคร็ง ฉันไม่ยอมให้พ่อแม่ผิดหวังมากกว่านี้หรอก คนอย่างพิมภาเดินหน้า...ไม่มีวันถอยหลัง!”

พิมภาจอดรถที่ชายหาดเงียบสงบ แห่งหนึ่ง วิ่งไปที่ทะเลและตะโกนตัดพ้อต่อว่าปราสินีอย่างบ้าคลั่ง นันทิกานต์ตามไปห้าม กลัวเพื่อนทำร้ายตัวเอง  แต่กลับชะงักเมื่อเห็นเพื่อนยืนเหม่อไปข้างหน้าด้วยท่าทีนิ่งจนผิดสังเกต

“ฉันโง่มากใช่ไหม...แนน”

ตอนที่ 3

พิมภาหัวเสียมาก ทั้งเรื่องปราสินีที่หักหลังเธอมาตลอด และคำพูดเยาะเย้ยของลัลนา หญิงสาวหยิบหมอนอิงใบสวยบนเก้าอี้ทำงานมาซุกหน้าและกรี๊ดใส่เพื่อระบาย อารมณ์ นันทิกานต์ตามมาด้วยความเป็นห่วง ยื่นเอกสารให้

“เอกสารจดทะเบียนสมรส ฉันเก็บมาเพราะมันมีลายเซ็นแกแล้ว กลัวไอ้พี่เอกเอาไปเซ็นแล้วหาเจ้าหน้าที่รับรองได้ จะมาตุกติกกับแกทางกฎหมาย”

พิม ภาขอบใจเพื่อนและเก็บเอกสารไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน อารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย แม่บ้านบริษัทมาเสิร์ฟกาแฟยามบ่าย มองหน้าพิมภาเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง

“คุณพิมสู้ๆนะคะ ผู้ชาย...ไม่ตายก็หาใหม่ได้ค่ะ”

“ป้าไปรู้เรื่องฉันมาจากไหน”

“คุณลัลกับคุณซูซี่เดินสายเม้าท์ตั้งแต่หลังงานแต่งของคุณพิมแล้วค่ะ ตอนนี้ทุกคนเป็นกำลังใจให้คุณพิมนะคะ”

พิม ภาของขึ้น แค้นลัลนาที่เที่ยวโพนทะนาเรื่องน่าอัปยศของเธอ นันทิกานต์เห็นถาดมีแก้วน้ำและถ้วยใส่ยาเล็กๆ แม่บ้านบอกว่าเป็นยาแก้ปวดศีรษะและยาแก้แพ้ของลัลนา พิมภาหูผึ่งตาวาว คิดแผนแก้แค้นบางอย่างได้ บอกแม่บ้านให้รีบไปหาลัลนา แล้วอธิบายกับนันทิกานต์ยิ้มๆ

“แกรู้ไหมแนน...ว่ายาแก้แพ้ที่ยัยลัลจะกินน่ะ กินแล้วหลับทุกราย”

ขณะ เดียวกันที่ห้องลัลนา...เจ้าของห้องเม้าท์กับซูซี่อย่างสะใจที่ทำให้เรื่อง วิวาห์ล่มของพิมภากระฉ่อนไปทั่วบริษัท แม่บ้านถือถาดน้ำและยามาเสิร์ฟ ลัลนาจึงหยุดพูดเล่น หันไปสั่งงานซูซี่อย่างจริงจัง เมื่อลูกน้องคนสนิทออกไปแล้ว ลัลนาหยิบยามาทานแล้วตั้งเวลาเพื่องีบหลับ พิมภากับนันทิกานต์แอบมาดู ยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัย

ลัลนางีบหลับไปพัก ใหญ่ ตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ภายใน หญิงสาวรับสายเสียงงัวเงียเพราะฤทธิ์ยา เสียงพนักงานบอกว่ามีพัสดุถึงเธอ ให้มาเซ็นชื่อรับที่ล็อบบี้บริษัท ลัลนาลุกออกไปรับ บรรดาพนักงานมองหน้าเธอแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่หญิงสาวไม่ติดใจเพราะคิดว่าทุกคนยิ้มชื่นชมความสวยตามประสาคนหลงตัวเอง

ลัล นาถามหาพัสดุที่เคาน์เตอร์แต่ไม่มีของ เหวี่ยงใส่พนักงานต้อนรับด้วยความโมโหที่โดนหลอกให้ลงมา สุกัญญา พิมภา และนันทิกานต์เปิดประตูบริษัทเข้ามา ลัลนารีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม พิมภาทักคู่แข่งยิ้มๆ

“ลัล...นี่แต่งหน้าเทรนด์ใหม่หรือจ๊ะ...เป๊ะนะ”

“สำหรับฉันไม่ใช่แค่เป๊ะเฉยๆ...แต่ต้องเป๊ะเว่อร์ นี่เทรนด์ใหม่จากเกาหลีที่จะนำเสนอคุณสุในงานเปิดตัว

อายแชโดว์วันพรุ่งนี้ คุณสุจะไปดูสถานที่ตอนบ่ายใช่ไหมคะ ลัลดูแลงานนี้อยู่แล้วจะได้ไปพร้อมคุณสุเลย”

“ไม่เป็นไรจ้ะ งานพรุ่งนี้ให้พิมภาเป็นคนดูแลแล้วกัน”

“แต่งานนี้เป็นของลัลนะคะ ทำไมจู่ๆถึงให้พิมภาทำล่ะคะ”

“ก็ไปส่องกระจกดูสิ...จะได้รู้ว่าทำไม”

ลัล นารีบคว้าตลับกระจกมาส่อง เห็นสภาพหน้าตัวเองที่โดนแต่งเติมจนเหมือนตัวประหลาดแล้วส่งเสียงกรี๊ดสนั่น พิมภากับนันทิกานต์ยิ้มให้กันอย่างสมใจ สุกัญญามองหน้าพิมภา ส่งสายตารู้ทันและเตือนเป็นนัยๆว่า

อย่าให้มีเป็นครั้งที่สอง พิมภายิ้มแหยแต่ก็สะใจที่ได้เอาคืนลัลนาบ้าง

พิม ภาอารมณ์ดีขึ้นมากที่ได้ล้างแค้น นันทิกานต์กลัวเพื่อนโดนสุกัญญาเล่นงาน พิมภาแน่ใจว่าเจ้านายสาวมีความยุติธรรมมากพอ ถ้ารู้ว่าลัลนาก่อเรื่องอะไรไว้กับเธอบ้าง

“ฉันดูสายตาคุณสุเหมือนเขาบอกว่า...ครั้งนี้เขายกให้ แต่ครั้งหน้าไม่รอดแน่ เสี่ยงหน่อยแต่คุ้ม”

“เพื่อนฉัน...ทำไมเก่งนัก ฉันดีใจนะที่แกยังแข็งแรง...ไม่ล้ม ฉันคิดว่าจะเห็นแกฟูมฟายจะเป็นจะตายซะแล้ว”

“ไม่ เห็นไม่ได้แปลว่าฉันไม่เจ็บ สำหรับยัยปลา... ทำให้ฉันรู้ว่าการโดนหลอกจากคนที่เราไว้ใจมันเจ็บแค่ไหน ส่วนเอกพล...ฉันเจ็บใจที่เสียรู้ผู้ชายเลวๆ แต่ไม่เสียใจ ที่สุดแล้ว...ผู้ชายดีๆ ก็มีแต่ในนิยายจริงๆ”

นันทิกานต์เห็นใจพิมภาที่ โดนทำร้ายจิตใจ แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนหมดศรัทธากับความรัก ยุเพื่อนให้พิจารณาฤชวี พิมภาบ่ายเบี่ยงเพราะยังเข็ดกับความรักครั้งก่อน

“ฉันกลัวโดนหลอกซ้ำ...แต่ไม่ใช่เพราะกลัวผู้ชาย ฉันไม่อยากให้พ่อกับแม่ห่วงฉัน”

“ชีวิตแกมันคงไม่ได้ซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนั้นหรอกมั้ง”

ด้านลัลนา...ล้างเครื่องสำอางส่วนเกินออกจนหมด ตรงไปต่อว่าพิมภากับนันทิกานต์ถึงห้องที่แกล้งแต่งหน้าเธอตอนงีบหลับ จนกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งบริษัท พิมภาตีหน้าใสซื่อบอกว่าไม่รู้เรื่อง ลัลนาโกรธจัด ขู่จะเอาเรื่องไปฟ้องสุกัญญา พิมภาตอกกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

“เธอคิดว่าคุณสุไม่รู้เหรอว่าเรามีเรื่องอะไรกัน รู้ใช่ไหมว่าถ้าทำให้เป็นเรื่องใหญ่...คุณสุจะเข้าข้างใคร”

“ฉันต้องเอาคืนเรื่องครั้งนี้ให้ได้...ฉันไม่ใช่พวกกระจอกงอกง่อยอย่างเธอ เธอก็รู้นี่ว่า...”

“เป็นลูกสาวของหุ้นส่วนแล้วมันน่ากลัวตรงไหน ในเมื่อคนมีอำนาจบริหารสูงสุดคือคุณสุคนเดียวเท่านั้น”

“ฉันจะทำให้เธอไม่มีหน้าจะอยู่ในบริษัทนี้เลยคอยดู!”

พิมภามองตอบอย่างท้าทาย ลัลนาแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ สะบัดหน้าออกจากห้องไป...

ooooooo

ภัทรพลตั้งใจจะจีบลัลนาอย่างจริงจัง เขาเข้ากรุงเทพฯ และมาที่บริษัทนารีเพื่อดักพบหญิงสาว ลัลนา เหวอที่เจอชายหนุ่มหน้าคุ้นแต่ยังนึกไม่ออก ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับมุกสุดเชย

“สวัสดีครับ...ผมภัทรพล คนน่ารัก รูปไม่หล่อแต่พ่อรวยมาก”

พิมภาออกมาเห็นภัทรพลก้อร่อก้อติกกับลัลนาก็ไม่พอใจ ทักพี่ชายเสียงดังอย่างจงใจ ลัลนาถึงบางอ้อว่าชายหนุ่มเป็นพี่ชายคู่แข่งจึงแกล้งทิ้งสายตาเพื่อยั่วโมโห ภัทรพลมองตามตาเคลิ้ม นันทิกานต์ที่ตามพิมภามาเห็นท่าไม่ดี ขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพราะกลัวลูกหลงจากเพื่อนรัก

พิมภาซักไซ้ภัทรพลเรื่องลัลนา ออกปากห้ามพี่ชายจีบหรือยุ่งเกี่ยวใดๆกับคู่แข่งคนสำคัญอย่างเด็ดขาด ภัทรพลกลัวน้องสาววีนแตก รับปากแกนๆ แต่ในใจฟันธงไปแล้วจะเดินหน้าจีบลัลนาต่อ ตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วขอตัวออกไป พิมภามองตามอย่างสงสัยแต่เลือกไม่คิดอะไรมาก หญิงสาวกลับห้อง มองภาพตนเองที่ถ่ายคู่กับปราสินีและ นันทิกานต์อย่างเหม่อลอย หยิบเอกสารทะเบียนสมรสจากลิ้นชักแล้วมองอย่างชั่งใจ

หลังแยกจากน้องสาว...ภัทรพลมาดักรอนันทิกานต์ที่หน้าห้องน้ำ ขอร้องให้ช่วยปิดพิมภาเรื่องลัลนาและให้ช่วยจีบด้วย นันทิกานต์อ่อนใจเพราะกลัวมีปัญหากับเพื่อนรักแต่ทนเสียงอ้อนวอนจากภัทรพลไม่ไหว วางแผนให้ชายหนุ่มได้รู้จักและพูดคุยกับลัลนามากขึ้น

ด้านลัลนา...ถามความคืบหน้าเรื่องพิมภาลาหยุดยาวหลังงานวิวาห์ล่มจากซูซี่ ลูกน้องคนสนิทบอกว่าสุกัญญาเป็นคนสั่งอนุมัติเอง ลัลนาคับแค้นใจที่คู่แข่งได้คะแนนความสงสารจากสุกัญญา ซูซี่ยุแยงให้ลัลนาใช้บารมีพ่อที่เป็นหุ้นส่วนบริษัทบีบให้สุกัญญาออก แล้วเลื่อนตำแหน่งให้ตัวเอง ลัลนาปฏิเสธเสียงขื่น

“เป็นไปไม่ได้ พ่อไม่เคยฟังลัลอยู่แล้ว ตั้งแต่คุณสุมาบริหาร นารีก็ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าได้ขนาดนี้ ลัลเพิ่งทำงานแค่ห้าปี ไม่มีใครกล้าเสี่ยงกับลัลหรอกค่ะ”

“แต่น้องลัลก็ออกจะมีความสามารถ”

“ถ้าลัลจะทำให้พ่อยอมรับก็ต้องทำให้คุณสุยอมรับให้ได้ซะก่อน ครั้งนี้...ลัลต้องได้ตำแหน่งผู้จัดการสาขา!”

“แต่มันยากนะคะน้องลัล ปีที่แล้วน้องพิมเพิ่มยอดชนะน้องลัลขาดลอยนะคะ”

“ยิ่งยากยิ่งดี ลัลจะเขี่ยยัยพิมให้กระเด็นออกไปให้ได้...ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม!”

ลัลนามีแววตามุ่งมั่น เสียงมือถือดังขึ้น กดรับงงๆ เพราะเบอร์ที่โชว์ไม่คุ้น ภัทรพลส่งเสียงทักทายอย่างร่าเริง ปล่อยมุกแนวเสร่ออย่างเป็นธรรมชาติ ลัลนาแอบทำหน้าเบ้แต่แสร้งคุยดีด้วยเพราะมีแผนเอาคืนพิมภาโดยใช้ชายหนุ่มเป็นเครื่องมือ นันทิกานต์มองท่าทางภัทรพลที่ระริกระรี้อย่างหมั่นไส้

“พี่ภัทร...มุกเสร่อแบบนี้ยัยลัลไม่ชอบหรอก อย่างยัยนั่นต้องเท่ เจ๋ง หรู ถึงจะมอง”

“แบบนั้นมันไม่มีสไตล์ แกคอยดูฝีมือพี่ รับรองว่าคว้าหัวใจคุณลัลได้แน่”

นันทิกานต์ไม่ค่อยเชื่อ ยื่นมือขอเงินค่าจ้าง ภัทรพลจ่ายให้อย่างยินดี...ปลื้มใจที่ได้ยินเสียงลัลนา

ooooooo

ฤชวีนั่งใจลอยหน้าจอคอมพิวเตอร์ งานไม่เดินเพราะมัวรอสายจากพิมภา กิ่งแก้วมองญาติหนุ่มด้วยความเห็นใจ ปลอบว่าหญิงสาวคงยังไม่ไว้ใจ เวลาแค่วันสองวันคงสั้นเกินไปที่จะรู้สึกผูกพันและโทร.หา ฤชวียิ้มออก นึกได้ว่าควรเป็นฝ่ายเข้าหา เริ่มต้นหาข้อมูลของพิมภาอย่างกระตือรือร้น

เย็นวันเดียวกันนั้น...ฤชวีไปหาพิมภาที่บริษัทนารี สวนกับพิมภาที่ออกไปกับนันทิกานต์อย่างหวุดหวิด แต่เขาก็ไม่ท้อใจเพราะอย่างน้อยก็รู้ที่ทำงานหญิงสาวแล้ว

ด้านพิมภา...กลับไปสะสางงานต่อที่คอนโด โดยมีนันทิกานต์ไปค้างด้วย หญิงสาวเดินหามุมวางกรอบรูปทั่วห้อง นันทิกานต์มองด้วยความสงสัย เห็นเอกสารในกรอบรูปแล้วชะงัก แปลกใจที่เพื่อนนำทะเบียนสมรสมาใส่กรอบอย่างดี ไม่มีท่าทีแสลงใจให้เห็นอย่างที่ควรจะเป็น

“ไอ้พิม...เอาเอกสารทะเบียนสมรสไปใส่กรอบทำไม”

“ก็ของที่ระลึกไง แขวนไว้เตือนตัวเองว่าครั้งหนึ่งฉันเคยโง่แค่ไหน”

“จะดีเหรอแก...แล้วถ้ามีใครมาที่ห้อง หรือพ่อแม่แกมาเห็นเข้าจะไม่แสลงใจหรือ”

“ไม่หรอก...ผิดเป็นครูไงแก แหม...ไอ้เรื่องที่เกิดเนี่ย ไม่มีใครรู้เลยนะ”

นันทิกานต์มองพิมภาอย่างนับถือ เพื่อนเธอเข้มแข็งขึ้นแล้ว สองสาวกอดคอกันไปทำงานต่ออย่างขะมักเขม้น เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือได้ย้ายไปประจำสาขาที่ญี่ปุ่น...

ขณะที่ชีวิตพิมภาเริ่มดีขึ้น...เอกพลเหมือนมีเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ชายหนุ่มโทร.ทวงค่าจ้างงวดสุดท้ายจากบริษัทเก่าแต่ไม่มีความคืบหน้า พาลโกรธและอาละวาดกับปราสินีที่ดันแสดงตัวจนไม่ได้แต่งงานกับพิมภา ชวดเงินค่าจ้างจากบริษัทนารีไปอย่างน่าเสียดาย ปราสินีมองด้วย แววตาขมขื่น น้อยใจที่เขาไม่ซาบซึ้งถึงสิ่งที่เธอทุ่มเทให้

“ก็ผู้หญิงโง่ๆคนนี้ไม่ใช่เหรอคะที่ช่วยพาพี่ ไปหายัยพิม ทนให้แฟนตัวเองไปแต่งกับคนอื่นเพราะเชื่อว่าอนาคตเขาจะดีขึ้น เชื่อว่าเขาจะแต่งงานด้วย และมีเราคนเดียว แต่พี่แต่งกับนังเหมียว มีลูกกับมัน พี่โกหกปลา!”

“โว้ย! ก็ตอนนี้พี่อยู่กับเธอแล้วจะเอายังไงอีก”

“พี่ต้องหย่ากับนังเหมียว หย่ากับมันแล้วมาแต่งงานกับปลา พิสูจน์ให้เห็นว่าพี่รักปลา”

“รักแล้วจนจะทำอะไรได้! พี่ตกงาน ปลาโดนย้าย ถ้าแต่งกับพิมป่านนี้มีเงินใช้สบายทั้งเธอและพี่แล้ว”

“ไม่จำเป็นต้องง้อพิม ปลาก็หาเงินให้พี่ได้”

“เงินเดือนผู้ช่วยปลายแถวจะไปพออะไร ทั้งค่าสูท น้ำหอม เติมน้ำมัน เธอมีหรือไง...เป็นแค่หางแมว คิดจะไปงัดกับหัวเสืออย่างพิมแล้วก็กระเด็นออกมาจากบริษัท โง่ซ้ำซาก...กลับไปเลยไป!”

ปราสินีน้ำตาร่วงด้วยความช้ำใจ กำมือแน่น ตั้งใจแน่วแน่จะเอาชนะพิมภาให้ได้!

เวลาเดียวกัน...พิมภากับนันทิกานต์สะสางงานจนดึกดื่น ภาณุวัฒน์โทร.มาเช็กลูกสาวเหมือนเคย พิมภากดวางสายแบบเนือยๆ บ่นกับเพื่อนอย่างหนักใจที่พ่อกับแม่เป็นห่วงจนเกิดเหตุ

“ฉันรู้ว่าพ่อกับแม่รักฉันแล้วก็ห่วงฉัน แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ ไอ้แนนเอ๊ย...ตอนเห็นพ่อแม่ร้องไห้เพราะฉัน ฉันสาบานกับตัวเองเลยว่าจะไม่มีวันทำให้เขาเสียใจแบบนั้นอีก”

“แกคิดถูกแล้ว พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ในบ้าน แกทำน้ำตาเขาหยดหนึ่งแหมะ ตายไปก็พุ่งลงนรกก่อนแน่ เพราะอย่างนี้ใช่ไหม แกถึงคิดจะเอางานมากู้ความสบายใจของพ่อแม่”

“กู้หน้าฉันเองด้วย หาความสำเร็จมาทดแทนความผิดพลาด ตำแหน่งหน้าที่ก็เหมือนกระเป๋าแบรนด์เนม ประดับตัวไว้ให้เราดูมีค่า แต่มันดีกว่าที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ ใช้สมองกับสองมือแลกมา”

“และดูฉลาดกว่า แล้วแกประดับไว้ให้ใครดูล่ะพิม”

“ใครก็ได้ที่มองเข้ามา...พ่อแม่พี่น้อง เพื่อน เจ้านาย และก็คู่แข่ง”

“ชีวิตแกไม่ใช่เรียลลิตี้ ไม่ต้องสร้างภาพยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ได้ มนุษย์ไม่ได้เกิดมาแข่งขันชิงดีชิงเด่น”

นันทิกานต์เตือนสติอย่างจริงใจ พิมภาซึ้งน้ำใจเพื่อนแต่ยังไม่คิดอะไรมาก นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้จบแผนแก้เผ็ดลัลนาเมื่อกลางวัน จัดการส่งภาพลัลนาที่นอนหลับพร้อมใบหน้าที่ตกแต่งอย่างน่าเกลียดไปให้ ลัลนากดดูภาพด้วยความแค้นใจ วางแผนเอาคืนอย่างสาสม!

ooooooo

พิมภากับนันทิกานต์เข้าบริษัทด้วยความสดชื่น เห็นเหล่าพนักงานมุงดูจอโทรทัศน์กลางล็อบบี้กันอย่างสนอกสนใจ เดียกับฤทธิ์ลูกทีมของพิมภาเข้าไปขวางหัวหน้าทีมคนสวยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พิมภากับนันทิกานต์แปลกใจ แต่ก็ถึงบางอ้อเมื่อได้ยินเสียงจากจอโทรทัศน์ว่าเป็นคลิปวิวาห์ล่ม

พิมภายืนอึ้ง ภาพบนจอคือฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนเธออยู่หลายคืน ทั้งภาพปราสินีตบตีกับสาวท้องโย้ และตัวเธอเองอาละวาดใส่เอกพล ลัลนากับซูซี่ก้าวมาจากมุมหนึ่ง พูดแดกดันหญิงสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“อุ๊บ! คดีพลิก ความจริง...เจ้าสาวแย่งผัวเพื่อน” ซูซี่เปิดประเด็น

“โอ๊ะ! ตายแล้ว...นี่มันชอตเด็ดคนดังอย่างพิมนี่จ๊ะ โถ...เสียใจด้วยนะจ๊ะที่กลายเป็นเจ้าสาววิวาห์ล่ม!”

พิมภาเลือดขึ้นหน้า ถลาไปต่อยหน้าลัลนาอย่างแรง ลัลนาผงะ คลำจมูกที่เพิ่งไปทำมาโดยอัตโนมัติ พุ่งไปเอาเรื่องแต่โดนตอกกลับหน้าหงาย

“มันก็สมควรกับคนใจสกปรกอย่างเธอแล้ว คิดจะประจานฉันมันก็ต้องแลกกันด้วยแบบนี้”

“แล้วตอนแกแกล้งฉัน แกสะอาดตรงไหน”

“ตรงที่ฉันไม่เคยเอาศักดิ์ศรีของใครมาเหยียบย่ำ อยากซ้ำเติมก็เอา...คนอย่างฉันเดินหน้าแล้วไม่มีวันถอยหลัง!”

ซูซี่เห็นท่าลัลนาจะเพลี่ยงพล้ำ ขู่จะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องสุกัญญา พิมภาไม่กลัวโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน

“เอาเลย...แล้วฟ้องด้วยนะว่าใครที่มันเอาของบริษัทมาใช้ทำเรื่องสกปรกแบบนี้ จะได้รู้ว่าใครจะโดนไล่ออก!”

ลัลนากับซูซี่หน้าหงอ เหล่าพนักงานมองสองสาวด้วยสายตาเหยียดหยาม พิมภาโกรธจนตัวสั่น สะบัดออกไป นันทิกานต์จะตามแต่เพื่อนสาวยกมือห้ามเพราะอยากสงบสติอารมณ์คนเดียวสักพัก

ลัลนามองตามพิมภาด้วยแววตาเคียดแค้น มือกุมจมูกที่มีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด ซูซี่เข้าพยุง และส่งสายตาคาดโทษไปยังพนักงานที่มุงดู ไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปแพร่งพรายจนรู้ถึงหูสุกัญญา เหล่าพนักงานจับกลุ่มเม้าท์กันอย่างมันปาก เห็นอกเห็นใจพิมภาและนินทาลัลนาว่าเป็นพวกบ้าอำนาจ ใช้บารมีพ่อในทางมิชอบ!

หลังห้ามเลือดและตรวจไม่พบความเสียหายที่จมูก...

ลัลนาสงบนิ่งลงอย่างน่ากลัว ซูซี่ยังไม่รับรู้ถึงคลื่นใต้น้ำ

ยุแยงหัวหน้าสาวให้โพสต์คลิปวิวาห์ล่มทั่วบริษัทเพื่อล้างแค้น ลัลนาหยิบโทรศัพท์มาลบคลิปทิ้งหน้าตาเฉย

“น้องลัลลบคลิปทิ้งทำไมคะ อย่าบอกนะคะว่าสงสาร”

“วันนี้คนเห็นทั้งบริษัทว่าเรามีคลิปอันนี้ ถ้าหลุดไปอีกยัยพิมจะเล่นงานเราได้ พยานรู้เห็นเต็มบริษัท”

“จริงสิ...แต่ลบไปแบบนี้น้องลัลก็แพ้สิคะ”

“คนอย่างลัลไม่ยอมแพ้ใคร...ลัลต้องชนะอย่างเดียวเท่านั้น!”

ด้านฤชวี...นั่งเขียนนิยายที่ร้านกาแฟบรรยากาศดี มินท์นำกระเป๋าเสื้อผ้ากับข้าวของเครื่องใช้ของชายหนุ่มจากบ้านมาให้ ฤชวีชวนน้องไปเป็นเพื่อนเที่ยวผับเพื่อหาแรงบันดาลใจเขียนงาน มินท์ปฏิเสธเพราะติดภารกิจไปถ่ายโฆษณาที่ต่างจังหวัดแต่เช้า ชายหนุ่มเลยตัดสินใจไปคนเดียว...

ขณะเดียวกัน...พิมภากำลังเตรียมตัวไปพบลูกค้าหลังเลิกงาน นันทิกานต์จะตามไปหลังเสร็จธุระ สองสาวเก็บของออกจากบริษัท สวนกับลัลนาที่หน้าลิฟต์ ส่งสายตาพิฆาตกันอย่างไม่มีใครยอมใคร พิมภาเดินขึ้นรถอย่างโมโหจัด ทุบพวงมาลัยแรงๆ เพื่อระบายอารมณ์ นึกโกรธชายหนุ่มต้นเรื่องขึ้นมาอีก

“เอกพล...ฉันต้องเป็นตัวตลกเพราะแกคนเดียว!”

พิมภามาถึงสถานที่นัดกับลูกค้าซึ่งคือผับแห่งหนึ่งเวลาไม่นานหลังจากนั้น เธอรอจนเลยเวลานัดนานผิดสังเกต โทร.ถามนันทิกานต์ถึงทราบว่าลูกค้ายกเลิกนัดกะทันหัน หญิงสาวเรียกเช็กบิลแบบเซ็งๆ กลับไปที่รถแต่ยังออกไม่ได้เพราะมีรถจอดขวางและใส่เบรกมือไว้ หญิงสาวชักหงุดหงิด ตัดสินใจกลับไปรอในผับจนกว่าเจ้าของรถคันนั้นจะกลับ

พิมภานั่งรออีกพักใหญ่ก็ทนไม่ไหว ลุกพรวดจะกลับบ้าน แก๊งปาลูกดอกในผับเห็นหญิงสาวมาคนเดียวก็ตรงเข้าหา แสร้งชวนให้ร่วมปาลูกดอกด้วยและถือโอกาสหยอดยาลงในเครื่องดื่มของเธอ พิมภาไม่รู้จะปฏิเสธยังไงและไม่ทันระวังตัว รับเครื่องดื่มผสมยาไปดื่ม แก๊งปาลูกดอกส่งสายตาให้กันอย่างยินดี

ขณะที่พิมภาตกอยู่ในอันตราย...ฤชวีมาถึงผับเดียวกัน ชายหนุ่มเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างแขนเสื้อที่เปื้อนน้ำส้มเพราะโดนลูกค้าคนอื่นทำหกใส่ ได้ยินเด็กหนุ่มสองคนคุยเรื่องพาหญิงสาวไปหาความสุขกันต่อ ฤชวีไม่คิดอะไรมาก เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ

ด้านพิมภา...ยาเริ่มออกฤทธิ์ทำให้เกิดอาการเซและเห็นภาพซ้อน แก๊งปาลูกดอกมองหน้ากันยิ้มๆ ส่งสัญญาณให้พาตัวหญิงสาวผู้โชคร้ายออกไป พิมภาพยายามรวบรวมสติที่เหลือ ปฏิเสธการประคับประคองเสียงแผ่ว ยาออกฤทธิ์มากขึ้น พิมภาเสียหลักล้มลงปัดแก้วเครื่องดื่มหกใส่ตัวเอง พวกเขารีบพาตัวหญิงสาวออกไป ฤชวีหันมาเห็นพิมภาโดนหิ้วพอดี รีบตามออกไปหน้าเครียด

ฤชวีตามไปทันที่ลานจอดรถ จำหน้าสมาชิกสองในสามคนนั้นได้ว่าเป็นสองหนุ่มที่คุยเรื่องพาหญิงสาวไปหาความสุขต่อ เพียงแต่เขาไม่คิดว่าจะเป็นพิมภา ชายหนุ่มมีเรื่องชกต่อยเพื่อชิงตัวพิมภา พนักงานลานจอดรถผับตะโกนขู่ว่าตำรวจมา ทำให้ทั้งแก๊งยอมรามือและขึ้นรถหนีไป ฤชวีมองพิมภาด้วยความเป็นห่วง ตัดสินใจพาไปส่งบ้าน

ooooooo

ฤชวีใช้ข้อมูลจากคีย์การ์ดในกระเป๋าถือพิมภาตามหาคอนโดฯของเธอ สุวิทย์ รปภ.ประจำคอนโดฯ

ตอนที่ 4

หลังฤชวีกับครอบครัวพิมภาออกจากบ้านสักครู่ใหญ่ ชุติภาก็ยังมาไม่ถึง มินท์ร้อนใจกลัวความลับเรื่องพี่ชายกลับบ้านจะแตก รีบโทร.เช็กคุณย่า ซึ่งเวลานั้นชุติภากำลังเร่งคนขับให้ตามรถที่เห็นหลานชายนั่งอยู่อย่างไม่ ให้คาด สายตารับสายหลานสาวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ฉันกำลังตามพี่ชายแกอยู่ไง”

“ตามพี่ชาย?...พี่ต้นกลับมาแล้วเหรอคะ”

“ไม่ต้องมาแสดง! พี่ชายแกนั่งรถสวนออกจากซอยบ้านแก แกไม่รู้ได้ไง เดี๋ยวฉันจะจับให้ได้คาหนังคาเขาเลย”

มินท์ตกใจ กดวางสายแล้วโทร.หาฤชวีแต่สายไม่ว่าง พยายามใหม่อย่างไม่ย่อท้อ

ด้าน ชุติภา...ไม่ได้ยินเสียงมินท์เลยโทร.กลับแต่สายไม่ว่าง เดาได้ว่าหลานสาวตัวดีกำลังโทร.เตือนฤชวี หันไปเร่งคนขับให้ขับเร็วขึ้นจนโดนตำรวจเรียกเพราะฝ่าไฟแดง

ขณะที่ชุติ ภามองหารถต้องสงสัยด้วยความร้อนรน... ภัทรพลเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันแถวๆนั้นเพื่อซื้อของทานเล่นและเข้าห้องน้ำ พิมมาลาบอกว่าต้องกลับจันทบุรีวันนี้เพราะลูกค้ารายใหญ่โทร.มานัดเพื่อขอแก้ แบบสร้อย ภาณุวัฒน์บอกลูกชายให้ไปส่งฤชวีที่คอนโดฯแล้วค่อยกลับ

ฤชวีหลบ ไปเข้าห้องน้ำ โทร.หามินท์ด้วยความกังวลใจ มินท์บอกว่าคุณย่าชุติภากำลังตามรถของภัทรพล ฤชวีตกใจ เหลือบมองรอบๆปั๊ม เห็นรถคุณย่าตั้งลำเพื่อเลี้ยวเข้า ตัดสินใจบอกครอบครัวภัทรพลว่ามีธุระด่วนเรื่องงานและขอแยกตัวไปก่อน

ชุติ ภาสั่งคนขับให้จอดขวางรถที่ต้องสงสัย เดินฉับๆไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับแล้วชะงัก ไม่พบฤชวีอย่างที่เข้าใจ ครอบครัวพิมภามองด้วยความสงสัย ชุติภาหน้าแตกยับ ขอโทษที่เข้าใจผิดแล้วกลับขึ้นรถอย่างหัวเสีย!

หลังเอาตัวรอดอย่าง หวุดหวิด...ฤชวีตรงไปหากิ่งแก้วที่สำนักพิมพ์ เล่าเรื่องทั้งหมดให้ญาติสาวและมินท์ที่ตามมาสมทบฟังด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ มินท์บอกว่าคุณย่าชุติภาโกรธมาก โทร.ไปคาดคั้นเธอใหญ่โตแต่ไม่ได้เรื่องอะไรไปมากเพราะเธอตีมึนใส่ ฤชวีโล่งอก มินท์ขยับเข้าใกล้พี่ชายแล้วเริ่มสอบสวน โดยมีกิ่งแก้วร่วมด้วยช่วยกันคาดคั้น

“แต่มินท์ต้องได้คำตอบเดี๋ยวนี้ว่าพี่ต้นรู้จักพ่อแม่ คุณพิมได้ยังไง แล้วที่แห่กันไปบ้านมินท์วันนี้...มันเกิดอะไรขึ้น”

“แล้วก็ที่หายไปทั้งคืนด้วย กิ่งกับมินท์เป็นห่วงแทบแย่...ต้นไปไหนมา”

ฤ ชวีอึกอักแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่าให้สองสาวฟัง มินท์กับกิ่งแก้วฟังเรื่องข้อตกลงสามีกำมะลอแล้วหน้าเหวอ ถึงบางอ้อว่าทำไมครอบครัวพิมภาถึงแล่นไปเช็กประวัติฤชวีถึงบ้าน กิ่งแก้ววิเคราะห์สถานการณ์ญาติหนุ่ม

“มันไม่ประหลาดไปหน่อยเหรอต้น”

“กิ่งต้องใช้คำว่าพรหมลิขิตถึงจะถูก”

“เจอกันโดยบังเอิญ ได้ช่วยเหลือและผูกพันกัน กิ่งว่านะ...ถ้าเอาเรื่องของต้นกับคุณพิมมาแต่งนิยายคงดี”

“แต่นี่มันเรื่องส่วนตัวนะกิ่ง ต้นอยากเก็บไว้ในใจ”

“ถ้าเป็นแค่นิยายพระเอกคงต้องทำทุกอย่างเพื่อเลื่อนฐานะจากสามีกำมะลอเป็นสามีตัวจริงให้ได้...ถูกไหม”

“กิ่งคิดว่า...ต้นจะเลื่อนเป็นตัวจริงได้ไหม”

“ได้ สิต้น...เคยได้ยินเพลงนี้ไหม...น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แล้วหัวใจอ่อนๆของคุณพิม...ถ้ากระหน่ำความดี มอบความจริงใจให้ ต้นต้องชนะใจคุณพิมได้แน่ๆ”

กิ่งแก้วส่งสัญญาณให้มินท์ช่วยเสริม ฤชวีหน้าบานใจขึ้นเป็นกอง ขอตัวไปซื้อของทำมื้อเย็นให้พิมภา มินท์มองตามอย่างไม่แน่ใจ กิ่งแก้วบอกว่าไม่เคยเห็นฤชวีมีอาการอยากจีบสาวออกนอกหน้าขนาดนี้ แสดงว่าพิมภาคงถูกใจจริงๆ ต้องช่วยให้สมหวังถึงจะถูก...

ขณะที่ฤชวีมี ความหวัง...พิมภาเครียดจัด เล่าเรื่องที่โดนหยอดยาและฤชวีพากลับบ้านจนตกกระไดพลอยโจนมาเป็นสามีกำมะลอ ด้วยน้ำเสียงหนักใจ นันทิกานต์ตื่นเต้นที่จู่ๆเพื่อนก็มีสามีกะทันหัน พิมภาแก้ตัวพัลวัน

“พูดให้ดี ฉันกับเขาเป็นสามีภรรยาจดทะเบียนกันในนาม ตัวฉันยังบริสุทธิ์ย่ะ ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้...อยู่ดีๆก็มีสามีตอนไร้สติ!”

“แล้วตอนนี้แกปล่อยให้คุณต้นอยู่กับพ่อแม่แกเหรอ”

“เออสิ...ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน แต่ฉันก็ไม่อยากให้พ่อกับแม่เสียใจเรื่องฉันอีกแล้ว”

“งั้นก็เดินหน้าต่อไป...คนอย่างพิมภาเดินหน้าไม่มีวันถอยหลังอยู่แล้วนี่”

พิมภาคิดตามเครียดๆ...ไม่แน่ใจว่าจะเดินไปได้ไกลแค่ไหนกับเรื่องประหลาดๆแบบนี้!

ooooooo

พิม ภาโทร.หาพิมมาลาเพราะเป็นห่วงสถานการณ์ที่บ้าน กลัวฤชวีทำความลับเรื่องเป็นสามีกำมะลอแตก พิมมาลาบอกว่ากำลังกลับจันทบุรีกับภาณุวัฒน์และภัทรพลเพราะมีเรื่องงานต้อง สะสาง ส่วนฤชวีแยกไปคุยเรื่องงาน

“แม่ว่าตาต้นดูเป็นคนดีนะลูก ถึงเจอกันไม่เท่าไหร่ แต่แม่มองออกว่าตาต้นน่ะรักลูกแม่ แม่ดีใจนะที่มีผู้ชายดีๆ มาดูแลลูก พิมต้องเอาแต่ใจให้น้อยลง ยอมฟังตาต้นบ้าง ชีวิตคู่จะได้ราบรื่นนะ”

ภาณุวัฒน์กับภัทรพล แม้ยังไม่วางใจนัก แต่เบาใจ ขึ้นนิดหน่อยที่ฤชวีไม่มีประวัติเสียหาย ส่วนพิมภา...กด วางสายแม่ด้วยความรู้สึกผิดในใจที่โกหกครอบครัว...

พิมภากลับคอนโดฯหลังเลิกงาน มองสภาพห้องสะอาดเอี่ยมและเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าที่เคยอย่างตื่นตะลึง ฤชวีต้อนรับด้วยน้ำส้มคั้นเย็นฉ่ำ พิมภามองอย่างลังเล ชายหนุ่มเทแบ่งลงแก้วและดืื่มเป็นตัวอย่าง พิมภาลองจิบแล้วฝืนยิ้มให้เจื่อนๆ ฤชวีเข้าใจความอึดอัดของเธอดี พยายามแสดงความจริงใจเพื่อสร้างความไว้วางใจอย่างไม่ย่อท้อ

ฤชวียังเซอร์ไพรส์พิมภาไม่หมด หญิงสาวมองแจกันดอกไม้น่ารักกลางห้องอย่างทึ่งๆ ตาโตที่เห็นอาหารเย็นหน้าตาน่าทานบนโต๊ะ ฤชวีเป็นคนทำเองทั้งหมดและชิมให้ดูอย่างรู้หน้าที่ พิมภาตักชิมบ้าง ถูกใจรสชาติแต่ตีหน้าขรึมเก็บอาการ ฤชวีปลื้ม...เดาว่าหญิงสาวชอบแต่ฟอร์มจัดไปอย่างนั้นเอง

ด้านลัลนา...เดินคุยโทรศัพท์เรื่องงานเข้ามาในบ้าน ได้ยินเสียงเอะอะเลยวางสายแล้วรีบไปดู เห็นนวลจันทร์เมียหลวงของพ่อยื้อยุดกุญแจรถคันใหม่จากวรรณาแม่ของเธอ ลัลนาแยกทั้งคู่ออกจากกันแล้วหันไปส่งสายตาเกรี้ยวกราดใส่เมียหลวง นวลจันทร์เชิดหน้าบอกว่าสมบัติทุกอย่างของพ่อลัลนาเป็นของเธอ ลัลนาเหลืออด ผลักนวลจันทร์กระแทกกับพื้นและตวาดไล่ นวลจันทร์ของขึ้น

“ก็เอาสิ...ลูกเมียน้อยอย่างแกกับเมียหลวงอย่างฉัน คิดว่าพ่อแกจะฟังใคร...อีกาฝาก!”

วรรณาเห็นเรื่องจะไปกันใหญ่ ยื่นกุญแจรถคันใหม่ให้อย่างตัดใจ นวลจันทร์กระชากไปแล้วก้าวพรวดออกจากบ้าน ลัลนาไม่ยอมจะแย่งคืนแต่วรรณารั้งไว้

“ทำไมเราจะต้องยอมมันด้วยล่ะแม่”

“ลูกต้องยอมรับความจริงว่าแม่มาทีหลัง เป็นแค่เมียรอง...ไม่ใช่ตัวจริง”

“พ่อไม่เคยปกป้องแม่กับลัล ไม่เคยสนใจว่าบ้านโน้นจะระรานและทำร้ายเราแค่ไหน...สักวันลัลจะเล่นงานคืน ลัลจะไม่ยอมแพ้ คนอย่างลัลจะต้องเป็นตัวจริง...เป็นที่หนึ่งเท่านั้น!”

ขณะที่ลัลนาแค้นจัด...พิมภาก็เจอศึกหนักที่คอนโดฯ อึดอัดและไม่ชินที่มีฤชวีป้วนเปี้ยนในห้อง เธอเห็นตะกร้าผ้าในห้องว่างเปล่าแล้วตกใจ ผลุนผลันไปถามชายหนุ่ม ฤชวีบอกว่าเป็นคนซักให้ ส่วนชิ้นเล็ก

ชิ้นน้อย เขาแยกไว้เพราะคิดว่าเธอคงอยากจัดการเอง พิมภาอับอายแต่ไม่รู้จะต่อว่าความหวังดีที่ไม่ต้องการยังไง สะบัดตัวเข้าห้องอย่างเคืองๆ ฤชวีมองตามหน้าจ๋อยที่ทำไม่ถูกใจพิมภา

พิมภาพยายามสงบสติ เปิดเพลงเพื่อผ่อนคลายแล้วเข้าไปอาบน้ำ อารมณ์ดีขึ้นบ้างที่ได้อยู่คนเดียว เธอแต่งชุดอยู่บ้านแต่แอบเซ็กซี่ ออกไปหยิบขวดน้ำมาดื่มที่ห้อง ฤชวีมองหญิงสาวในลุคใหม่อย่างตื่นตะลึง สะดุ้งเฮือกที่เห็นสายตารู้ทัน เสหยิบหนังสือมาอ่านโดยไม่รู้ว่าอ่านกลับหัวกลับหางอยู่ พิมภาทักยิ้มๆ หยิบมีดปอกผลไม้อันเล็กขึ้นขู่หากชายหนุ่มกล้าบุกเข้าหากลางดึก ฤชวีหน้าเจื่อน มองตามหญิงสาวที่เดินเข้าห้องอย่างเซ็งๆ

พิมภารื้อกางเกงขายาวแบบหนาและรัดมาใส่กันเหนียว พยายามข่มตานอนแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ค่อยๆแง้มประตูแอบดูฤชวี เห็นเขาฟุบหลับที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หญิงสาวเอื้อมไปกดแป้นคีย์บอร์ดเพื่อดูข้อมูลในจอ ฤชวีรู้สึกตัว มองหญิงสาวในระยะประชิดด้วยแววตาเหมือนโดนสะกด พิมภายิ้มเก้อ เฉไฉบอกจะปิดเครื่องให้เพราะกลัวไฟช็อตในบ้าน ฤชวีรู้ทัน ทักเรื่องกางเกงฟิตเปรี๊ยะยิ้มๆ พิมภาตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้อย่างมีฟอร์ม ฤชวีมองตามหลังหญิงสาวที่กลับเข้าห้องด้วยความพึงพอใจ...เขินแล้วก็น่ารักดี!

ooooooo

พิมภานอนกระสับกระส่ายทั้งคืน อึดอัดใจที่ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ที่คอนโดฯ นันทิกานต์รับฟังด้วยท่าทีเนือยๆ เพราะเชื่อว่าฤชวีเป็นคนดี เผื่อเพื่อนรักจะมีชายหนุ่มคนใหม่มาดามใจที่บอบช้ำจากรักครั้งที่แล้ว

“เท่าที่ฉันฟังก็ดีออก กลับบ้านมีคนเอาน้ำส้มเย็นๆ มาให้ ทำความสะอาดบ้าน ทำกับข้าวรอ...ดีจะตาย”

“มันไม่เป็นส่วนตัว...เข้าใจไหม ฉันต้องแต่งตัวมิดชิดในห้องฉันเอง จะเกลือกกลิ้งกับพื้นก็ไม่ได้ อยากใส่ชุดชั้นในเดินว่อนรอบห้องเหมือนเคยก็ไม่ได้ จะตดยังต้องขมิบ มันอึดอัด...ที่สำคัญ...นายต้นเอาเสื้อผ้าฉันไปซัก”

“แล้วมันไม่ดีตรงไหน”

“ก็ตรงที่นายนั่นแยกประเภทให้ด้วย แล้วฉันก็ไม่ได้ถอดชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วพับเป็นสามเหลี่ยมใส่ตะกร้า”

“แกหมายถึง...แกรูดมันลงเป็นเลขแปด แล้วใช้ขาเกี่ยวลงตะกร้างั้นสิ”

“ก็เออสิ...พอกันที ฉันต้องทวงอธิปไตยของฉันคืน!”

ด้านฤชวี...กังวลไม่แพ้พิมภาเพราะอยากใกล้ชิดและดูแลหญิงสาวมากกว่านี้ กิ่งแก้วที่โดนเรียกมาแต่เช้า มองท่าทีร้อนรนเพราะความรักของญาติหนุ่มด้วยแววตาขำขัน ฤชวีอธิบายความรู้สึกตัวเองด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย อยากดูแล อยากเห็นเขายิ้มให้ มันบรรยายไม่ถูกจริงๆ ต้นจะทำยังไงดีล่ะกิ่ง ให้เขาไว้ใจ ให้โอกาสต้น...ให้เราได้ศึกษากันและกัน”

“อยากเป็นสามีตัวจริงต้องอดทนนะ มุ่งมั่นไว้...

สักวันนางเอกก็ใจอ่อนเอง แต่ความรักที่มันเริ่มด้วยการโกหก...มันไม่มีทางจะยั่งยืนหรอก เมื่อวันที่ความจริงเปิดเผย ความรักปลอมๆ ที่ก่อไว้ก็ต้องจบลงด้วย”

“ไม่นะ...ต้นจะไม่ยอมให้คุณพิมเดือดร้อน ต้นจะไม่เริ่มต้นด้วยการโกหก มันต้องมีทางแก้ไขใช่ไหมกิ่ง”

“มันก็มีได้แค่ทางเดียว...ต้องจบเรื่องโกหกแล้วเริ่มต้นใหม่”

ฤชวีคิดตาม ตัดสินใจจะจบเรื่องหลอกลวงทุกอย่างแล้วเริ่มต้นใหม่อย่างโปร่งใส กิ่งแก้วยิ้มให้กำลังใจ แม้จะเป็นห่วงอยู่ลึกๆ ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูคุณย่าชุติภา...ตายหมู่แน่ๆ!

พิมภากับฤชวีกลับคอนโดฯตอนเย็นวันนั้นด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันแต่คนละวัตถุประสงค์ พิมภาอยากจบทุกอย่างเพราะต้องการชีวิตส่วนตัวคืน ส่วนฤชวีต้องการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยความรู้สึกที่แท้จริง

“ผมขอยกเลิกการเป็นสามีกำมะลอครับ ผมไม่อยากเริ่มต้นทุกอย่างด้วยการโกหก เพราะมันจะทำให้เราต้องโกหกไปตลอดชีวิต คุณไม่ควรหลอกทุกคนว่าเราเป็นสามีภรรยากัน ผมว่าสิ่งที่คุณทำมันไม่ถูกต้อง”

“นายไม่มีสิทธิ์มาบอกว่าที่ฉันทำมันถูกหรือผิด”

“ถ้ามันเป็นเรื่องถูกต้อง คุณคงไม่ต้องโกหกหรอก...จริงไหมครับ”

“ฉันไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ แต่มันผิดพลาด... เข้าใจไหม ทั้งเรื่องที่ผับ เรื่องโดนหยอดยา เรื่องที่เจอนาย เรื่องจดทะเบียน มันเป็นความผิดพลาดของฉัน เพราะเรื่องบ้าๆนั่น ฉันถึงต้องมีนายเป็นตัวปัญหาอยู่นี่ไง!”

“ผม...เป็นตัวปัญหาเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ...ถ้านายไม่มาที่นี่ ฉันจะต้องโกหกทุกคนไหม ฉันอยากจบเรื่องนี้...นายไปได้แล้ว”

ฤชวีมองพิมภาอย่างอึ้งๆ เสียใจที่หญิงสาวตัดรอนและพูดไม่รักษาน้ำใจ คว้าสัมภาระของตนแล้วจากไปอย่างสงบ พิมภามองตามด้วยแววตารู้สึกผิดแต่ยังไม่รู้ตัว พร่ำบอกตัวเองว่าตัดสินใจถูกแล้ว...จะได้จบปัญหาสักที!

พิมภาไปทำงานในเช้าวันถัดมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด เช่นเดียวกันกับลัลนาที่ยังแค้นเรื่องนวลจันทร์เมียหลวงของพ่อไม่หาย สองสาวปะทะฝีปากข่มกันไปมาเหมือนเคย สุกัญญามาตามพิมภาไปคุยด้วยที่ห้อง พิมภาส่งสายตาเย้ยคู่แข่ง ลัลนามองตามด้วยสายตาอยากรู้...อิจฉาพิมภาที่ได้รับความไว้วางใจมากกว่าตน

ขณะที่ลัลนาเจ็บใจเพราะความริษยา...พิมภารายงานความคืบหน้าเรื่องสินค้าเลียนแบบ สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือคนในมากกว่าคนนอก เพราะนอกจากทีมวิจัย ก็มีแค่เธอกับนันทิกานต์ที่เคยเห็นผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง

“รู้ใช่ไหมว่าพูดแบบนี้ คุณกับแนนจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยทันที”

“ทราบค่ะ แต่พิมกับแนนบริสุทธิ์ใจ พิมจึงวิเคราะห์ให้คุณสุฟังตามนี้”

สุกัญญามองพิมภาด้วยความพอใจ ชื่นชมความตรงไปตรงมาและความซื่อสัตย์ต่อองค์กร พิมภาบอกว่าจะหาหนอนบ่อนไส้ตัวจริงให้เจอ...สุกัญญาเชื่อว่าลูกน้องสาวต้องทำได้แน่
นันทิกานต์รอพิมภาที่หน้าห้องสุกัญญาด้วยความเป็นห่วง ลัลนากับซูซี่ตามมาสังเกตการณ์ด้วย ค่อนแคะด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ทันทีที่เห็นคู่แข่ง พิมภาตอกกลับไม่ไว้หน้า

“ทำตัวเหมือนลูกเมียน้อย อิจฉาทุกเรื่อง...แค่เจ้านายเรียกฉันยังอิจฉา ทั้งที่ไม่รู้ว่าเรียกไปคุยเรื่องอะไรเนี่ยนะ”

ลัลนาหน้าตึง เลือดขึ้นหน้าที่พิมภาตีถูกปม นันทิ–กานต์เห็นท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนผิดสังเกต แกล้งแหย่

“นี่อย่าบอกนะยัยลัล...ว่าเธอเป็นลูกเมียน้อยจริงๆ”

ซูซี่หลุดอาการพิรุธ พิมภากับนันทิกานต์มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริง เหวอไปนิดเพราะคิดไม่ถึง ลัลนาอับอายจึงกลบเกลื่อนด้วยการขู่อาฆาตจะทำให้พิมภาออกจากบริษัทให้ได้ พิมภาท้าทายกลับอย่างไม่กลัวและไม่ยอมแพ้

ลัลนาเจ็บใจที่ปล่อยให้พิมภารู้จุดอ่อน มองซูซี่อย่างโกรธๆ ที่มีพิรุธจนคู่แข่งจับได้ ซูซี่ขอโทษเสียงอ่อย ลัลนาโกรธไม่นานเพราะรู้ว่าซูซี่ไม่ได้ตั้งใจ สั่งการให้เรียกประชุมโดยด่วน...เธอต้องสร้างผลงานเพื่อเด่นกว่าพิมภาให้ได้!

ooooooo

หลังแยกจากทีมลัลนาที่หน้าห้องสุกัญญา พิมภากลับห้องด้วยท่าทีเคร่งเครียด นันทิกานต์คิดว่าเพื่อนกลุ้มเรื่องงาน ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงพิมภาบอกว่าทุกอย่างน่าจะมีทางออกแต่ยังทำหน้าหงิก นันทิกานต์เดาว่าคงมีเรื่องกับฤชวีมากกว่า พิมภาเล่าเรื่องที่เถียงกับชายหนุ่มและเรื่องที่ไล่เขาออกจากคอนโดฯ

“แกมันจอมพาลเลยนะไอ้พิม ฉันถามหน่อย...แกด่าเขาขนาดนั้น ตอนนี้แกรู้สึกยังไง ถ้าแกสะใจ...ฉันขอบอกว่าแกเลวมาก แต่ถ้าแกเสียใจแสดงว่าแกยังมีความเป็นคนอยู่”

“แรงไปไหม...ฉันเป็นเพื่อนแกนะ และจะกดดันทำไมเนี่ย...ก็ฉันทำไปแล้ว”

“ก็ฉันเป็นเพื่อนแกไง...นี่ยังน้อยกว่าที่แกด่าคนที่เขาช่วยเหลือว่าเป็นตัวปัญหา ถ้าแกโดนบ้าง...จะทนได้ไหม”

พิมภาสะอึก พูดไม่ออกแต่ยังฟอร์มจัด นันทิกานต์ถามว่าจะแก้ตัวกับครอบครัวยังไง พิมภาบอกว่าคงสร้างเรื่องให้ฤชวีไปทำงานไกลๆ และแอบเหลวไหลนอกใจจึงต้องเลิกกัน นันทิกานต์ส่ายหน้าในความเอาแต่ใจของเพื่อน...ท่าทางจะกู่กลับยาก!

ขณะที่พิมภาดันทุรังไม่เลิก...ฤชวียังทำใจไม่ได้กับคำพูดหักหาญน้ำใจของพิมภา แล่นไปหามินท์ที่กองถ่ายในจังหวัดจันทบุรี มินท์อดสงสารพี่ชายไม่ได้ แต่ต้องปลอบให้คิดบวกเพราะกลัวพี่ชายจะถลำลึกแล้วเจ็บกว่านี้

มินท์ไปทำงาน ปล่อยให้ฤชวีเตร็ดเตร่ที่ริมหาด ภัทรพลผ่านมาเห็น จำหน้าน้องเขยคนใหม่ได้เลยไปทัก

ฤชวีบอกว่ามาหามินท์ที่กองถ่ายโฆษณา ภัทรพลหลอกถามอย่างจับผิด ขอให้พาไปดูกองถ่าย ฤชวีรู้ว่าโดนเช็กแต่เต็มใจพาไปดู ภัทรพลโล่งใจแต่ยังติดใจว่าทำไมน้องเขยมาคนเดียว ฤชวีอ้างว่าพิมภาไม่ยอมลางาน ภัทรพลไม่เชื่อ สังหรณ์ว่าทั้งสองต้องมีเรื่องกันแน่ๆ

ภัทรพลเก็บเรื่องที่สงสัยไปปรึกษาภาณุวัฒน์กับพิมมาลาที่บ้าน สามคนพ่อแม่ลูกถกเถียงกันใหญ่โตเพราะกลัวพิมภาเป็นม่ายอีกรอบ ภาณุวัฒน์ใจร้อน บอกให้ลากฤชวีกลับกรุงเทพฯ คืนนี้ พิมมาลารั้งไว้แล้วเตือนสติสามี

“สองคนนั้นทะเลาะกันก็แย่แล้ว ถ้าพ่อไปกดดันลูกเขยซ้ำ ลูกสาวเราได้เป็นม่ายจริงๆแน่ ที่เราควรทำคือช่วยตาต้นปรับความเข้าใจกับยายพิมไม่ใช่หรือ”

ภาณุวัฒน์กับภัทรพลมองหน้ากันงงๆ พิมมาลายิ้มอย่างมีแผนแล้วโทร.หาพิมภา บอกเสียงนิ่มๆว่าจะไปค้างด้วยที่กรุงเทพฯ สักระยะเพราะอยากทำความรู้จักกับฤชวีมากกว่านี้แล้วกดวางสายทันที สามคนพ่อแม่ลูกมองหน้ากันด้วยแววตาเจ้าเล่ห์...เชื่อได้เลยว่าพิมภาต้องหาเรื่องง้อฤชวีแน่ๆ

พิมภาร้อนรนจริงๆ อย่างที่พ่อแม่และพี่ชายคาดไว้ นันทิกานต์แนะให้โทร.หาชายหนุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือ พิมภาจำใจโทร.ด้วยท่าทีเซ็งสุดขีด ฤชวีดีใจที่ได้ยินเสียงหญิงสาวแต่ต้องเก็บอาการเพราะอยากให้บทเรียนกับเธอบ้างที่เอาแต่ใจขั้นร้ายกาจและชอบพูดจาไม่รักษาน้ำใจคนอื่น

“คุณยังจำได้ไหมครับว่าพูดอะไรไว้กับผม”

“จำได้...แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจ นายกลับมาช่วยฉันหน่อยสิ”

“ทำให้เห็นสิครับว่าคุณอยากให้ผมช่วยจริงๆ”

“ฉันก็พูดขอร้องนายอยู่นี่ไงว่ามาช่วยฉันหน่อย”

“จะให้ช่วยคุณ แค่โทร.มาแบบนี้ผมไม่โอเค คุณมาง้อผมสิ...ทำเป็นไหมครับ แต่ถ้าไม่ก็ถือว่าจบแค่นี้”

พิมภาไม่มีทางเลือก รับปากไปหาชายหนุ่มอย่างเสียไม่ได้ นันทิกานต์ปลอบเพื่อนให้ตั้งสติเพราะต้องการความช่วยเหลือจากฤชวีจริงๆ พิมภาขับรถด้วยความหงุดหงิด นันทิกานต์ตามไปด้วยความเป็นห่วง กลัวเพื่อนไปก่อเรื่อง

ขณะที่พิมภาหัวเสียอย่างหนัก...ฤชวียิ้มอย่างพอใจ อารมณ์ดีขึ้นจนเห็นได้ชัด มินท์ทึ่งพี่ชายมากที่กล้าต่อรอง ฤชวีบอกว่าพิมภาต้องได้บทเรียนบ้าง ไม่งั้นก็จะคิดว่าตัวเองคิดถูกและตั้งตนอยู่เหนือคนอื่นเสมอ

“ว่าแต่...ถ้าคุณพิมมาจริงๆ พี่จะยอมกลับไปกับเขาเลยใช่ไหม”

“ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ หรอกนะ”

มินท์มองพี่ชายอย่างหวาดๆ ไม่เคยเห็นมาดเด็ดขาดของพี่ชายมาก่อน...ท่าทางพิมภาจะรอดยาก!

ooooooo

พิมภาเปิดเพลงเสียงดังเพื่อกลบอารมณ์ฉุนเฉียวที่ต้องแบกหน้าไปง้อฤชวี นันทิกานต์มองอย่างเหนื่อยหน่าย เอือมความเอาแต่ใจและฟอร์มเยอะของเพื่อน เดาได้ว่าพิมภารู้ตัวว่าผิดแต่ไม่ยอมรับเพราะรับไม่ได้ที่ต้องเสียหน้าและเป็นฝ่ายที่คิดผิด พิมภาเจ็บจี๊ดเมื่อได้ยินนันทิกานต์พูดคำว่าง้อชายหนุ่มกรอกหูตลอดเวลา

“อย่าพูดคำว่าง้อได้ไหม ได้ยินแล้วจะคลั่ง ฉันเกลียดการตกเป็นรอง...ที่ต้องง้องอนคนง่อยๆ อย่างนายนั่น”

“ก็ยังไม่สำนึกนะไอ้พิม...งั้นก็เลิกโกหกแล้วบอกความจริงกับพ่อแม่แกซะ”

“ไม่! ก็เพราะทำเพื่อพ่อแม่นั่นแหละ ฉันถึงต้องโกหก”

“กตัญญูมาก...ตอบแทนบุญคุณด้วยการโกหก แกก็รู้...ว่าลูกกตัญญูต้องทำยังไง แพ้ก็ต้องยอมรับนะว่าแพ้”

พิมภาเคืองที่เพื่อนไม่เข้าข้างแถมซ้ำเติม พาลโกรธไปถึงฤชวี...ตัวปัญหาที่ทำให้เธอต้องเจอเรื่องแบบนี้!

ด้านฤชวี...แอบเป็นห่วงพิมภา มินท์แซวยิ้มๆ อย่างรู้ทันว่าให้โทร.ไปเช็ก ฤชวีปฏิเสธเพราะไม่อยากให้พิมภาได้ใจ มินท์แย้งว่าที่ผ่านมาก็ยอมให้ตลอด ฤชวีบอกว่าเธอสั่งได้เพราะเขายอมให้ ไม่ได้หมายความว่าเขาหงอ มินท์ถึงกับทึ่ง...ท่าทางพิมภาจะแหย่เสือหลับเข้าให้แล้ว

พิมภาโทร.หาฤชวีทันทีที่มาถึงโรงแรมที่จันทบุรี ฤชวีแกล้งบอกว่ามาเจอไม่ไหวเพราะไม่สบาย ให้มาเจอกันพรุ่งนี้ที่สระน้ำตอนเก้าโมงเช้า พิมภาของขึ้นเพราะเข้าใจว่าเขาหาเรื่องไม่มาเจอเพื่อกวนประสาท ฤชวีตอกกลับว่าไม่ได้ขอให้มาแต่หญิงสาวมาเองโดยไม่ถามความสะดวกของเขา แล้วกดวางสาย

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:50 น.