นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พิมภากับฤชวีเตรียมตัวออกจากบ้านในเช้าวันถัดมา พิมภามองท่าทียิ้มแย้ม ทักทายคนโน้นคนนี้อย่างคนอัธยาศัยดีของฤชวีด้วยความหมั่นไส้ ฤชวีมองหญิงสาวนิ่งแล้วถามเสียงนุ่ม

    “คุณพิมอยู่ที่นี่มาตั้งนานทำไมถึงไม่รู้จักพวกเขาล่ะครับ ชีวิตเร่งรีบของคุณแบ่งมาสักสองสามนาที ใส่ใจคนรอบข้างบ้าง มันก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของคุณเดินช้าลงหรอกนะครับ...คุณเคยยิ้มให้คนที่นี่บ้างไหมครับ”

    พิมภาสะอึกเพราะไม่เคยคิด มองไปรอบตัวเห็นผู้คน คุ้นหน้าแล้วลองยิ้มให้บ้าง ทุกคนส่งยิ้มกลับอย่างมีไมตรีจิต พิมภารู้สึกดี...เริ่มเชื่อและคิดตามในสิ่งที่ชายหนุ่มบอก

    พิมภาโทร.ฝากงานกับนันทิกานต์แล้วนั่งรถไปกับฤชวีมาที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง โดยมีซูซี่ขับรถตามสังเกตการณ์ด้วยความสงสัยว่าชายหนุ่มที่นั่งไปกับพิมภาคือใคร พิมภาเล่าให้ฤชวีฟังอย่างภูมิใจว่ารับผิดชอบงานนี้แทนลัลนาที่เคยรับผิดชอบงานนี้ทุกปี แต่กระดากไม่อยากบอกว่าพิถีพิถันเรื่องสถานที่เพื่อการเปิดตัวตรีวิญกับสื่อโดยเฉพาะ เฉไฉว่าเพราะอยากสร้างผลงานให้ดีกว่าลัลนา ฤชวีทักเสียงอ่อน

    “มันเหนื่อยเกินไปไหมครับ ถ้าต้องใช้ชีวิตแข่งขันตลอดเวลา”

    “อยู่เฉยๆ ก็ไม่ก้าวหน้า ถ้าอยากมีที่ยืนก็ต้องแข่งขันถึงจะได้มา”

    “เราทุกคนมีที่ยืนครับ แต่ที่ที่คุณอยากยืนคือเหนือคนอื่น...แม้กระทั่งตอนนี้”

    พิมภามองตัวเองที่ยืนบนขั้นบันไดเหนือฤชวีแล้วอึ้ง แต่ยังแถตามประสาคนไม่ชอบแพ้

    “แล้วมันผิดตรงไหน ในเมื่อฉันทำงานหนักเพื่อความก้าวหน้า”

    “ไม่ผิดหรอกครับ แต่ยืนเหนือคนอื่นหมายถึงยืนคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว...คุณพิมชอบชีวิตแบบนั้นเหรอครับ”

    พิมภาสะอึกเป็นรอบที่สอง เพราะตลอดชีวิตคิดแต่จะเป็นที่หนึ่ง เหวี่ยงใส่ฤชวีแล้วเดินหนีเพราะเถียงไม่ออก ฤชวีเดินตาม ส่ายหน้าให้กับความดื้อของหญิงสาว

    พิมภาติดต่อเจ้าหน้าที่ขอพบผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงตามที่นัดหมาย พนักงานบอกว่ามีคนของบริษัทนารีชื่อ ลัลนามาพบผู้จัดการก่อนหน้านี้แล้ว พิมภาของขึ้น เห็นคู่แข่งเดินกับผู้จัดการก็ถลาไปแนะนำตัวและชี้แจงเรื่องผู้รับผิดชอบงานนี้โดยไม่มองหน้าลัลนาแม้แต่น้อย

    “ขอโทษนะคะ ข้อตกลงก่อนหน้านี้คงต้องขอยกเลิก ดิฉันจะเป็นคนคุยรายละเอียดทั้งหมดเพราะเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้โดยตรง ถ้าผู้จัดการต้องการคำยืนยันก็สามารถโทร.ไปเช็กได้ที่บริษัทค่ะ”

    ลัลนาโต้ตอบอย่างไม่ยอมแพ้ พิมภาไม่ยอม สองสาวปะทะคารมอย่างดุเดือด ฤชวีพยายามปรามแต่ไม่ได้ผล ผู้จัดการมองสองสาวเถียงกันจนมึน ห้ามเสียงห้วนและบอกให้ไปตัดสินกันเองว่าใครจะรับผิดชอบแล้วเดินจากไป ลัลนายิ้มเยาะ พิมภาแหวขึ้นอย่างเอาเรื่อง
    “ลัล...ไม่เคยเรียนมาหรือไงว่าแทรกแซงงานคนอื่นเนี่ย...เรียกว่าไร้มารยาท”

    “แล้วคนที่มันสอพลอแย่งงานคนอื่น จะให้เรียกว่าอะไร...หน้าด้านดีไหม”

    “คุณสุต้องการคนเก่งและไว้ใจว่าจะรับผิดชอบงานใหญ่ได้ และคนนั้นก็คือฉัน ไม่ใช่เธอ...ความสามารถคนเราไม่เท่ากัน ถ้าด้อยกว่าก็ต้องยอมรับนะลัลนา!”

    ลัลนาเลือดขึ้นหน้า ขยับไปใกล้จะเอาเรื่องพิมภา ซูซี่ที่ตามสังเกตการณ์วิ่งมาห้าม ส่วนฤชวีเข้าขวางระหว่างสองสาว ลัลนาตะลึงที่เห็นชายหนุ่มหน้าตาดี ฤชวีจะแสดงตัวแต่พิมภาส่งสัญญาณเตือนเพราะไม่อยากให้คู่ปรับรู้เรื่องเขา ฤชวีเลยบอกให้สองสาวไปหาผู้บังคับบัญชาเพื่อตัดสินเรื่องนี้ ลัลนาหน้าเสียเพราะรู้ตัวว่าทำผิดจริงแต่ยังขู่ทิ้งท้าย

    “สักวัน...ฉันจะทำให้เธอได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวจริง”

    ลัลนากับซูซี่ผลุนผลันออกไปแล้ว พิมภาเครียดจัดเพราะแน่ใจว่าชวดโรงแรมนี้แน่ ฤชวีปลอบว่ายังมีโรงแรมอื่น พิมภาเปิดสมุดโน้ตดูรายชื่อแล้วขึ้นรถอย่างเซ็งๆ

    เวลาเดียวกัน...เกษมแฟนคลับตัวยงของฤชวีนำหนังสือมาให้เซ็นที่คอนโดฯ ภัทรพลมาต้อนรับแทน สอบถามจนได้ความว่าเกษมเป็นคนสืบเรื่องคนบงการใส่ร้ายพิมภาเรื่องงาน เกษมเข้าใจว่าภัทรพลเป็นพี่ชายพิมภาภรรยาของฤชวี เล่ารายละเอียดทุกอย่างให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง ภัทรพลยิ้มอย่างพอใจ...น้องเขยคนนี้ท่าจะรักน้องเขามากจริงๆ

    ooooooo

    ฤชวีกับพิมภาตระเวนหาสถานที่จัดงานจนบ่ายโดยไม่มีอะไรตกถึงท้อง ฤชวีแวะร้านอาหาร พิมภาอิดออดเพราะร้อนใจเรื่องงาน แต่สุดท้ายก็ยอมเพราะจนด้วยเหตุผลที่ชายหนุ่มยกมาอ้าง ฤชวีส่ายหัวให้กับอาการหิวแต่ยังท่ามากของหญิงสาว แต่ก็ปลื้มที่อย่างน้อยเธอก็ลดความเอาแต่ใจลงบ้าง

    ขณะที่พิมภากับฤชวีดูเมนูอย่างสนใจ...เอกพลกับปราสินีเข้ามาที่ร้านอาหารเดียวกัน เอกพลคุยมือถือแล้ววางสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ปราสินีแตะแขนเพื่อปลอบแต่เขาสะบัดมือโดนหน้าแล้วแหวขึ้นเสียงห้วน

    “ไอ้ประธานบริษัทซันชายน์มันเบี้ยวไม่ยอมจ่าย ขู่ด้วยว่าจะให้เราชดใช้ค่าเสียหายที่มันต้องถอนสินค้าออกก่อนที่นารีจะฟ้อง...สูญเงินเป็นล้านก็เพราะความโง่ของเธอแท้ๆ”

    ปราสินีหน้าเสีย น้อยใจที่เอกพลไม่เคยเห็นความดี สองผัวเมียนั่งที่โต๊ะติดกับพิมภาและฤชวี พิมภาชะงักแล้วหน้าตึงที่เห็นอดีตเพื่อนรักกับแฟนเก่า เอกพลดีใจออกนอกหน้า ถลาไปหาหมายจะปรับความเข้าใจกับพิมภา ฤชวีเข้าขวางและแสดงตัวว่าเป็นสามี เอกพลผงะและแขวะด้วยความแค้นใจ

    “พิมคงรักพี่มากถึงได้ประชด รีบแต่งงานทั้งที่ไม่ได้รัก แล้วพิมลืม...เรื่องลึกซึ้งของเราได้เหรอ”

    พิมภาเลือดขึ้นหน้าที่เอกพลหยามศักดิ์ศรี ถลาไปชกหน้าเขาเต็มแรง ปราสินีร้องกรี๊ดแล้วเข้าประคองผัว ด่าทออดีตเพื่อนรักอย่างเสียๆหายๆ พิมภาเสียใจจนกลายเป็นโกรธ ตอกกลับอย่างเหลืออด

    “รู้ไหมปลา...ฉันไม่เคยรังเกียจที่เธอมาจากสลัม ไม่เคยรำคาญที่เธอเวิ่นเว้อกับความไม่มี เพราะฉันคิดว่าเธอคือเพื่อน แต่วันนี้...ฉันเห็นแล้วว่าเธอมันใจต่ำและน่าสมเพช ตัวจริงเธอมันเน่า เก่งนะที่กลบมาเป็นสิบปี”

    “โชคดีที่เธอมันโง่ไง ให้นกเอี้ยงอย่างฉันเกาะหลังได้ตั้งนาน ชอบไหมล่ะ พิมภา...เจ้าสาวเขางอกแห่งปี!”

    พิมภาเดือดจัด เงื้อมือจะตบแต่ฤชวีจับมือห้ามไว้ โต้ตอบแทนด้วยน้ำเสียงนุ่มแต่จริงจัง

    ฤชวีจูงมือพิมภาออกไปแล้ว ปราสินีหน้าชา มองตามอดีตเพื่อนรักด้วยแววตาคั่งแค้น!

    พิมภาขึ้นรถด้วยท่าทางหัวเสียสุดๆ ฤชวีคิดว่าหญิงสาวยังมีเยื่อใยกับคนรักเก่า ทักขึ้นด้วยความน้อยใจ พิมภานิ่งไปนิดเพราะยังสับสนในตัวเอง แต่สุดท้ายก็โพล่งออกไปว่าไม่ได้รักเอกพล

    “ฉันไม่ได้รักแต่แค้น ฉันต้องเสียหน้ากับทุกคนโดยเฉพาะยัยลัลคู่แข่งของฉัน ฉันต้องมีจุดอ่อนเพราะเขา

    แต่ตอนนี้กรรมตามสนองแล้ว สองคนนั่นหมดอนาคตเพราะทำเลว สุดท้ายฉันก็ชนะเลิศเหมือนเดิม”

    “รู้ไหมว่าคุณกำลังแพ้ จิตใจไม่สงบสุขเพราะเขา คุณให้เขามามีอิทธิพลเหนืออารมณ์จนคุมตัวเองไม่ได้”

    พิมภาคิดตามแล้วค่อยเย็นลง ขอบคุณฤชวีที่ช่วยเตือนสติและชวนไปเลี้ยงข้าวตอบแทน

    ฤชวีกับพิมภาไปทานอาหาร พูดคุยด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันมากขึ้น พิมภาสบายใจและอบอุ่นที่อยู่ใกล้เขา ส่วนฤชวีก็ชื่นชมในความคิดและท่าทางเชื่อมั่นในตัวเองของเธอ

    หลังอาหารมื้อกระชับสัมพันธ์ พิมภาพาฤชวีตระเวนหาสถานที่ต่ออีกหลายแห่งจนดึกดื่น สองหนุ่มสาว

    กลับคอนโดด้วยความเหนื่อยอ่อน ฤชวียื่นถุงขนมมาฝากพนักงานที่คอนโดฯ พิมภามองด้วยความแปลกใจ ไม่เห็นความจำเป็นต้องเอื้อเฟื้อมากขนาดนั้น เพราะคิดว่าพนักงานทุกคนต้องทำตามหน้าที่ ฤชวีอธิบายเสียงอ่อน

    “สำหรับคุณอาจจะคิดว่าเป็นหน้าที่ แต่ผมคิดว่าเป็นน้ำใจ คิดบวกบ้างสิ เดี๋ยวจิตใจจะตายด้านนะครับ”

    พิมภาหน้ามุ่ยเพราะเข้าใจว่าโดนแดกดัน ฤชวีบอกว่าแค่แสดงความเห็นอย่าตีความเอาเอง พิมภาเถียงไม่ออกเลยเดินหนีขึ้นลิฟต์ ฤชวีมองตามอย่างปลื้มใจที่หญิงสาวยอมฟังมากขึ้น

    ทั้งคู่ออกจากลิฟต์ ป้านงค์แม่บ้านประจำคอนโดฯ

    มองตามชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างสนใจ คันปากยิบๆ อยากเม้าท์ เพราะเข้าใจเอาเองว่าพิมภาพาผู้ชายเข้าบ้าน

    ขณะที่ป้านงค์เตรียมเม้าท์...หนุ่มสาวเจ้าของเรื่องตั้งหน้าตั้งตาหาสถานที่จัดงานต่ออย่างใจจดจ่อ ภัทรพลมองท่าทางเคร่งเครียดของพิมภาด้วยความรู้สึกผิด รู้ตัวว่าเป็นคนหลุดปากเรื่องงานของน้องให้ลัลนารู้ กลบเกลื่อนถามถึงเรื่องวุ่นวายที่โรงแรม พิมภาเล่าด้วยน้ำ
    เสียงมีอารมณ์และผลุนผลันเข้าห้องนอนไป มือถือของภัทรพลดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับสายลัลนาด้วยใบหน้าดีใจและออกไปคุยที่ระเบียง ฤชวีแอบตามไปฟังด้วยแววตาสงสัย

    ลัลนาใช้มารยาหลอกถามข้อมูลจากภัทรพล ชายหนุ่มเดาเจตนาได้ เสชวนเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากทำผิดกับพิมภาซ้ำสอง ยิงมุกเสี่ยวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจนลัลนาเอียนแล้วขอวางสาย ภัทรพลมองโทรศัพท์ยิ้มๆ เชื่อว่าวันหนึ่งหญิงสาวต้องใจอ่อน ฤชวีแสดงตัวว่าได้ยินทุกอย่าง เตือนเสียงเรียบ

    “ที่คุณลัลรู้ข้อมูลโรงแรมจากคุณภัทรน่ะ ถ้าคุณภัทรไม่บอกแล้วคุณพิมรู้เองจะยิ่งโกรธนะครับ”

    “แล้วทีคุณล่ะ เรื่องที่คุณทำตัวเป็นฮีโร่ในมุมมืด คนชื่อเกษมเอาหนังสือมาให้คุณเซ็นหลังจากที่ทำงานเสร็จตามที่คุณขอ พิมรู้ไหมว่าคุณจ้างนักสืบช่วยหาตัวคนใส่ร้ายเรื่องงาน”

    “คุณพิมไม่จำเป็นต้องรู้หรอกครับ ผมแค่อยากช่วยเท่านั้น”

    ภัทรพลมองน้องเขยด้วยความชื่นชม...เชื่อว่าพิมภาเลือกผู้ชายไม่ผิด

    ooooooo

    ภัทรพลเอาขยะไปทิ้งที่หน้าลิฟต์ตอนเช้า ได้ยินป้านงค์แม่บ้านเม้าท์เรื่องพิมภาพาผู้ชายเข้าบ้านอย่างเสียๆ หายๆ อดไม่ได้ชี้แจงจนเรื่องฤชวีเป็นสามีแบบสายฟ้าแลบของพิมภาแพร่สะพัดไปทั่วคอนโดฯอย่างรวดเร็ว ซูซี่ที่ได้รับมอบหมายจากลัลนาให้สืบเรื่องชายหนุ่มปริศนาถึงกับตาโต รีบโทร.ไปรายงานเจ้านายสาว

    เวลาเดียวกัน...ภัทรพลหงุดหงิดเรื่องพิมภาโดนเม้าท์ เคืองน้องที่ไม่ยอมบอกคนอื่นเรื่องฤชวีเป็นสามี พิมภาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว โทรศัพท์เธอดังขึ้น นันทิกานต์โทร.บอกให้เข้าบริษัทด่วนเพราะสุกัญญาต้องการพบ พิมภาวางสายแล้วรีบร้อนออกไป ทิ้งสมุดโน้ตไว้ ฤชวีมองตามอย่างเป็นห่วงและตั้งใจตามเอาไปให้

    ด้านพิมภากับลัลนา...มองซองจดหมายตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง สุกัญญาชี้แจงด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

    “ทางโรงแรมส่งจดหมายมาเรื่องพิมกับลัลทะเลาะกันเรื่องติดต่อสถานที่ ตำหนิว่าเราทำงานไม่เป็นระบบ

    ไม่สิ...ต้องบอกว่าเหมือนคนของเราทำงานไม่เป็น!”

    พิมภากับลัลนาถึงกับอึ้งเพราะไม่คิดว่าเรื่องจะลุกลามใหญ่โต พิมภาขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับลัลนาที่คิดว่าเถียงไปก็มีแต่จะเข้าตัว สุกัญญาบอกว่าทางโรงแรมไม่เพียงส่งจดหมายมาตำหนิแต่แจ้งปฏิเสธเรื่องใช้สถานที่ด้วย เจ้านายสาวเร่งพิมภาให้หาที่อื่นเพราะกลัวเสียงาน พร้อมกับคาดโทษไว้ว่าให้พลาดได้แค่ครั้งนี้ พิมภาเครียดจัดแต่ยังเก็บอาการ รับปากแข็งขันจะจัดการให้เรียบร้อยแล้วขอตัวออกไป

    ลับร่างพิมภา...สุกัญญาหันมาตำหนิลัลนาที่แทรกแซงงานคนอื่น ลัลนาเถียงกลับว่าเจ้านายสาวลำเอียงให้ความสำคัญกับพิมภามากกว่าตนที่เป็นเจ้าของงานนี้มาตลอด สุกัญญาชี้แจงเสียงเรียบว่ามอบหมายงานตามความเหมาะสม และงานนี้ไม่เหมาะกับลัลนาเพราะที่ผ่านมามีเสียงบ่นจากลูกค้าตลอด ลัลนาขอโอกาสอีกครั้งแต่สุกัญญายืนยันให้พิมภารับผิดชอบงานนี้ ลัลนาของขึ้นและขู่จะฟ้องพ่อ สุกัญญาไม่ยี่หระแล้วตอกกลับ

    “คุณพ่อเธอกับหุ้นส่วนซื้อตัวพี่มาบริหารนารีให้ได้กำไรสูงสุด ระหว่างลูกสาวเอาแต่ใจกับผลประโยชน์บริษัท คิดว่าคุณพ่อเธอจะฟังใคร เอาเวลาไปทุ่มกับสินค้าที่จะเปิดตัวดีกว่า สำหรับบริษัท...ยอดขายสำคัญกว่าทำงานเอาหน้า”

    ลัลนากำมือแน่น ตั้งใจว่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองและเอาชนะพิมภาให้ได้!

    ด้านพิมภา...สติแตกที่โดนสุกัญญาตำหนิ นันทิกานต์ปรามเพื่อนให้หยุดโทษตัวเองและปลอบว่าเรื่องทั้งหมดอยู่เหนือการควบคุม โดยเฉพาะเรื่องการแทรกแซงของลัลนา พิมภาพยายามตั้งสติด้วยความยากลำบาก เสียงมืิอถือเธอดังขึ้น นันทิกานต์บอกว่าฤชวีโทร.มา พิมภาหงุดหงิดไม่ยอมรับสาย นันทิกานต์รับแทนแล้วบอกว่าชายหนุ่มมีของมาให้ แต่พิมภาไม่สนใจ นันทิกานต์วางสายแล้วลากเพื่อนสาวจอมดื้อให้ลงไปเจอชายหนุ่มจนได้

    พิมภาเดินหน้าบูดมากับนันทิกานต์ที่ยิ้มแย้มทักทายฤชวีอย่างอารมณ์ดี ฤชวีมองท่าทางหัวเสียของพิมภาอย่างแปลกใจ นันทิกานต์เห็นท่าไม่ดี เสชวนชายหนุ่มไปทานข้าวกลางวันเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ พิมภาอิดออดแต่สุดท้ายก็ต้องไปเพราะขัดเพื่อนไม่ได้ ตรีวิญออกจากลิฟต์ ทันเห็นสองสาวไปกับชายหนุ่มแปลกหน้าแต่หน้าตาดี มองตามด้วยความอยากรู้

    นันทิกานต์ พิมภา และฤชวีเลือกได้ร้านข้าวแกงแถวบริษัท ฤชวียื่นสมุดโน้ตให้พิมภาแต่โดนหญิงสาวเหวี่ยงกลับว่าไม่ต้องใช้เพราะสำรวจทุกรายชื่อในนั้นหมดแล้ว นันทิกานต์มองเพื่อนอย่างปรามๆ และส่งสัญญาณบอกฤชวีให้ไปคุยด้วยที่ด้านนอก เล่าว่าพิมภาโดนเจ้านายตำหนิเรื่องเหตุวิวาทที่โรงแรม แถมสติแตกเพราะยังหาโรงแรมทดแทนไม่ได้ ฤชวีสงสารและตั้งใจจะหาทางช่วยพิมภาให้ได้

    ฤชวีกลับมาส่งพิมภากับนันทิกานต์ที่บริษัทหลังมื้อกลางวัน ตรีวิญดักรออยู่ แกล้งส่งเสียงทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พิมภาแนะนำตรีวิญกับฤชวีให้รู้จักกัน ตรีวิญส่งสายตาท้าทายและจงใจพูดจายียวนฤชวี

    “คุณต้น...คนที่คุณพิมบอกว่าเป็นคนดูแลบ้านใช่ไหมครับ”

    พิมภาหน้าเสีย ฤชวีมองท่าทางเจ้านายหนุ่มของพิมภาด้วยแววตารู้ทัน ตอกกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

    “ครับ...ผมเป็นคนดูแลบ้าน แล้วก็ดูแลทุกเรื่องในชีวิตคุณพิมน่ะครับ”

    พิมภาทำหน้าไม่ถูก นันทิกานต์มองท่าทีนิ่งแต่ดูมาคุของสองหนุ่มด้วยความทึ่ง...ดูท่างานนี้เพื่อนรักจะลำบาก!

    ooooooo

    นันทิกานต์ยังติดใจภาพการปะทะคารมของฤชวีกับตรีวิญ แซวเพื่อนยิ้มๆว่าหัวกระไดจะไม่แห้งก็งานนี้ เพราะดูท่าฤชวีจะขี้หึงกว่าที่คิด พิมภาบอกว่าเป็นแค่การแสดง เฉไฉเปลี่ยนเรื่องไปทำงาน นันทิกานต์มองเพื่อนอย่างรู้ทัน พิมภาหงุดหงิดทั้งเรื่องงานและเรื่องฤชวี ผลุนผลันออกจากห้องไป

    พิมภาไปยืนสงบสติอารมณ์ที่ชั้นดาดฟ้า โมโหตัวเองไม่หายที่พลาดท่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ตรีวิญที่แอบตามหญิงสาวมามองอาการกระฟัดกระเฟียดด้วยใบหน้ายิ้มๆ ยื่นน้ำกระป๋องให้และพูดให้กำลังใจ

    “คุณพิมเป็นคนมีความสามารถ ผมหวังว่าสักวันคุณจะขึ้นมายืนในจุดเดียวกับผม...ในพื้นที่เดียวกันนะครับ”

    พิมภามองตรีวิญด้วยความรู้สึกหัวใจพองโต ปลื้มที่เขาชื่นชม...มีกำลังใจทำงานมากขึ้น หลังจากนั้นทั้งคู่เดินลงจากชั้นดาดฟ้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ลัลนากับซูซี่ผ่านมาเห็นและรู้สึกไม่พอใจ หมั่นไส้ที่ใครๆก็รุมชอบพิมภา โดยเฉพาะตรีวิญกับสุกัญญา ซูซี่ยุว่าถ้าพิมภาได้เป็นแฟนตรีวิญ ลัลนาชวดตำแหน่งผู้จัดการสาขาที่ญี่ปุ่นแน่ ลัลนาไม่ยอม ประกาศกร้าวว่าจะต้องคว้าตำแหน่งและทำให้พิมภาออกจากบริษัทให้ได้!

    ด้านพิมภา...มีกำลังใจฮึดสู้งานเพราะคำพูดของตรีวิญ บอกนันทิกานต์ให้หารายชื่อโรงแรมห้าดาวทั่วประเทศ นันทิกานต์มองท่าทีกระตือรือร้นของเพื่อนอย่างแปลกใจ แต่ก็ดีใจที่เพื่อนกลับมาสู้กับปัญหา สองสาวคร่ำเคร่งกับงานจนค่ำมืดดึกดื่น ภัทรพลโทร.มาตามให้กลับบ้าน พิมภาอิดออดแต่โดนนันทิกานต์ลากกลับไปทำต่อที่บ้านจนได้

    ขณะที่พิมภามุ่งมั่นเรื่องงาน...เอกพลกับปราสินีตามหางานใหม่อย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่มีบริษัทไหนรับ เพราะประวัติเสื่อมเสียเมื่อครั้งก่อน เอกพลคิดหนักแล้วตัดสินใจง้อพิมภาอีกรอบ ปราสินียื้อไว้แต่ไม่สำเร็จ มองตามผัวแล้วนึกถึงอดีตเพื่อนรักด้วยความเคียดแค้น...สักวันหนึ่งฉันต้องเหนือกว่าเธอให้ได้...พิมภา!

    ด้านภัทรพล...หลังวางสายจากพิมภาก็รู้สึกผิดมากขึ้นที่ทำให้น้องลำบากหาสถานที่ใหม่ ฤชวีรับฟังด้วยความเห็นใจ เข้าใจดีว่าภัทรพลรักน้องสาวแต่ก็อยากเอาใจคนที่รักด้วย ปลอบไม่ให้คิดมาก เพราะเชื่อว่าเจตนาที่ดีจะทำให้เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดีในที่สุด...เหมือนที่เขาพยายามทำอยู่ตอนนี้

    เวลาเดียวกันที่หน้าห้อง...พิมภากับนันทิกานต์ออกจากลิฟต์ด้วยสภาพอิดโรย เอกพลที่มาดักรอเดินมาขวางหน้าประตูห้อง อ้อนวอนขอโอกาสจากพิมภาอีกครั้ง พร้อมโยนความผิดให้ปราสินีทุกเรื่อง นันทิกานต์ทนไม่ได้ ตอกกลับไม่ไว้หน้า เอกพลไม่สะทกสะท้านแถมยังพร่ำรักเสียงหวาน พิมภาเหลืออดแหวขึ้น

    “ฉันไม่ได้กินหญ้าเคล้าน้ำส้ม สวมคันไถเป็นเครื่องประดับนะจะได้เชื่อคำลวง สงสัยไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงานแล้วล่ะสิ ถึงคิดใช้ฉันเป็นสะพาน อย่าฝันเลย... คุณสุไม่จับคุณกับยัยปลาเข้าคุกก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

    เอกพลไม่ยอมแพ้ ถลาไปจับมือพิมภา ภัทรพลกับฤชวีได้ยินเสียงเอะอะหน้าห้อง เปิดประตูมาเห็นเอกพลก็ชะงัก ฤชวีโมโหหึงแต่ยังไม่รู้ตัว ดึงพิมภาเข้าหาและประกาศตัวเป็นสามีอีกรอบ เอกพลมองท่าทางเอาเรื่องของฤชวีกับภัทรพลแล้วตัดสินใจถอย พิมภาถอนใจโล่งอก เรียกนันทิกานต์เข้าห้องอย่างเซ็งจัด ฤชวีกับภัทรพลตามไปด้วยสีหน้าหนักใจ

    ด้านปราสินี...ตามมาดักรอเอกพลที่หน้าคอนโดฯ พิมภา ตัดพ้อต่อว่าผัวที่ไม่เคยนึกถึงใจเธอเลย เอกพลยอกย้อนอย่างไร้เยื่อใย ปราสินีสะเทือนใจและรู้สึกคลื่นไส้จนต้องหลบไปอ้วก เอกพลไม่เอะใจ ผละไปด้วยความรำคาญ ปราสินีมองตามด้วยความน้อยใจสุดขีด

    หลังมื้อค่ำ...พิมภากับนันทิกานต์ติดต่อโรงแรมอย่างไม่ยอมเสียเวลา ภัทรพลสงสารน้องที่ต้องทำงานหนักเพราะความปากพล่อยของตน ฤชวีอยากช่วยพิมภา แอบโทร.เช็กกับมินท์เรื่องรีสอร์ตที่เพชรบูรณ์และพบว่าทางสะดวก คุณย่าชุติภามาทำธุระที่กรุงเทพฯ พิมภาลังเลกับทางเลือกที่ฤชวีนำเสนอแต่ไม่มีทางเลือก ตัดสินใจไปดูสถานที่ในวันรุ่งขึ้น ส่วนนันทิกานต์ให้อยู่ประสานงานและรายงานความคืบหน้ากับสุกัญญาเป็นระยะ

    ooooooo

    ลัลนาทราบเรื่องพิมภาหาสถานที่จัดงานได้ในเช้าวันถัดมา ซูซี่ยุแยงว่าพิมภาคงได้หน้าเพราะหาสถานที่ได้ตามกำหนด ลัลนาไม่ยี่หระเพราะคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าเรื่องฤชวีเป็นสามีลับๆของพิมภา มั่นใจว่าถ้าทุกคนในบริษัทรู้ คะแนนความนิยมของคู่ปรับต้องตกลงแน่

    เวลาเดียวกัน...ฤชวีขับรถพาพิมภากับภัทรพลไปดูสถานที่จัดงานในรีสอร์ตที่เพชรบูรณ์ ชายหนุ่มขับรถอย่างชำนาญเส้นทางจนภัทรพลทัก ฤชวีบอกว่าเกิดและโตที่เพชรบูรณ์ ภัทรพลแปลกใจที่พิมภาไม่เคยรู้ ฤชวีกลัวความแตก เปลี่ยนเรื่องไปถามถึงงบประมาณจัดงานของบริษัทนารี พิมภารับมุกบอกว่ามีพอสมควร ขอให้รีสอร์ตที่ว่าสวยอย่างฤชวีอวดอ้างไว้ก็พอ ฤชวียิ้มอย่างมั่นใจ

    ฤชวีจอดรถที่หน้ารีสอร์ตไม่นานหลังจากนั้น พิมภามองการตกแต่งและบรรยากาศเรียบหรูด้วยความพอใจ แต่แอบหนักใจเพราะกลัวงบประมาณไม่พอ

    ฤชวีปลอบว่าไม่ต้องคิดมากเพราะราคาอาจไม่สูงมากอย่างที่คิด พิมภาไม่ค่อยเชื่อแต่ก็เดินเข้าไปด้านในอย่างตื่นตาตื่นใจ

    ฤชวีให้พิมภากับภัทรพลรอที่ล็อบบี้โรงแรม ส่วน ตัวเองไปซักซ้อมกับผู้จัดการรีสอร์ตให้ต้อนรับเขาอย่างแขกไม่ใช่เจ้าของ ผู้จัดการแปลกใจแต่น้อมรับคำสั่งโดยดี ภัทรพลสังเกตว่าพนักงานและผู้จัดการนอบน้อมกับฤชวีมากจนน่าสงสัย พิมภาไม่คิดมากเพราะคิดว่ารีสอร์ตระดับนี้ พนักงานน่าจะได้รับการอบรมมาดี ภัทรพลไม่แย้งอะไรแต่จับตาดูท่าทางน้องเขย สังหรณ์ใจเรื่องรีสอร์ตหรูว่าต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังแน่ๆ

    ฤชวีพาพิมภาสำรวจห้องจัดเลี้ยงที่จองไว้ พิมภามองรอบๆ ด้วยสายตาพึงพอใจ หยิบแผนผังงานมาคำนวณการจัดสถานที่ ผู้จัดการรีสอร์ตมาขอปรึกษา

    ฤชวีเรื่องงบประมาณจัดงาน ชายหนุ่มเห็นพิมภาคร่ำเคร่งกับการวางแผนพื้นที่ก็เบาใจ แยกไปคุยกับผู้จัดการอีกมุม โดยมีภัทรพลแอบตามไปฟังใกล้ๆ

    “งบประมาณจัดงานนี้ที่คุณต้นแจ้งมา มันต่ำกว่าราคามาตรฐานของทางรีสอร์ตนะครับ ผมเกรงว่าถ้าคุณหญิงตรวจงานแล้วทราบเรื่องจะมีปัญหา”

    “เอาเป็นว่าคุณจัดการทุกอย่างให้คุณพิมตามที่เธอต้องการ ค่าใช้จ่ายส่วนที่ขาดผมจะจ่ายให้เอง ไม่ต้องลงรายงานเรื่องการจัดงานครั้งนี้ ผมไม่ต้องการให้คุณย่าทราบ”

    ผู้จัดการน้อมรับคำสั่ง ฤชวีถามถึงธุระของคุณย่าชุติภาที่กรุงเทพฯ แต่ไม่มีใครรู้รายละเอียด เขาชักอยากรู้ว่าธุระที่ว่านั้นคือเรื่องอะไร ส่วนภัทรพลถึงกับอึ้งที่รู้ว่าฤชวีเป็นถึงหลานเจ้าของรีสอร์ต!

    ธุระของคุณย่าชุติภาที่กรุงเทพฯ ที่ว่าคือไปทานข้าวกับสินีนาฏเพื่อนสมัยเด็กเพื่อดูตัวหลานสะใภ้ สินีนาฏแนะนำ การะเกตุหลานสาวว่าเพิ่งจบจากเมืองนอกและกำลังดูแลห้างสรรพสินค้ากิจการของครอบครัว ชุติภามองกิริยาเรียบร้อย ของการะเกตุด้วยความพอใจ แต่ถึงกระนั้นก็บอกให้นักสืบประจำตัวหาข้อมูลหลานสาวเพื่อนรักอย่างละเอียด

    ด้านการะเกตุกับสินีนาฏ...หลังส่งชุติภาขึ้นรถก็กลับ มานั่งทานอาหารต่อแบบไม่เก็บอาการ สินีนาฏบ่นท่าทางกระด้างของหลานแต่ไม่จริงจังนัก บอกว่าให้รีบกินจะได้เตรียมตัวไปงานเปิดร้านเพชรด้วยกัน การะเกตุเบ้หน้า

    “ยายไม่เบื่อออกงานเหรอ ไปงานไหนก็โดนจิกกัดว่าเป็นเศรษฐีบ้านนอกอยากยกระดับเป็นไฮโซกรุงเทพฯ เกตุได้ยินแล้วอยากตบให้ปากเบี้ยวเคี้ยวข้าวไม่ได้เลย สรุปว่า ยายเรียกเกตุมาหายายแก่เพื่อนยายเพื่อหาผู้ชายให้ใช่ไหม”

    “ใช่...ยายชุเขามีเชื้อสายเป็นผู้ดีเก่า ถ้าแต่งกัน พวกปากมากจะได้เลิกเม้าท์เราสักที”

    “เป็นนักเขียน พวกศิลปินประสาทไม่ปกติหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าหน้าตาไม่จี๊ด หุ่นไม่เปรี๊ยะ เกตุไม่เอานะยาย”

    “นังเกตุ...เก็บหางแกหน่อย อย่าให้โผล่มาเพ่นพ่านนัก หน้าตาก็ดี เงินเราก็มี ทำชีวิตให้มันดีๆ หน่อย อย่าให้เละเทะนัก เดี๋ยววันไหนมีคลิปฉาวให้อับอายจะแก้ไขไม่ได้”

    “ระดับหลานยายแล้ว ไม่เคยทิ้งหลักฐานให้ยายเดือดร้อนสักที”

    สินีนาฏอ้าปากจะบ่น มือถือของการะเกตุดังขึ้น พนักงานที่บริษัทโทร.มาแจ้งเรื่องนัดสัมภาษณ์งาน การะเกตุ วางสายแล้วขอตัว บอกให้ยายไปงานกับคนขับรถแทน สินีนาฏมองตามอย่างเหนื่อยใจ

    ด้านปราสินี...เห็นเอกพลแต่งตัวหล่อก็ระแวงกลัวเขาย้อนไปของานทำกับพิมภา เอกพลไม่พอใจที่โดนจับผิด บอกเสียงห้วนว่าจะไปสัมภาษณ์งานผู้จัดการห้างเปิดใหม่ ปราสินีมองท่าทีฮึดฮัดแล้วใจเสีย เปลี่ยนมาใช้ลูกอ้อนเพราะกลัวโดนทิ้ง เอกพลมองปราสินีอย่างเบื่อหน่าย...อยากเลิกเต็มที่แต่ยังเลี้ยงไว้แก้ขัด!

    ooooooo

    พิมภาวางแผนงานแล้วทำเป็นรายงานส่งเข้าอีเมล์นันทิกานต์ เพื่อนำเสนอสุกัญญาและส่งต่อให้แผนกที่เกี่ยวข้องเตรียมงาน ภัทรพลแวะมาคุยด้วยและถือโอกาสพูด เป็นนัยถึงความสัมพันธ์ของฤชวีกับเจ้าของสถานที่ พิมภา ไม่สนใจจะตีความและหันไปเตรียมงานต่อ ภัทรพลยิ้มใน หน้า...หมายมั่นอย่างอารมณ์ดีว่าค่อยเฉลยทีหลังก็ได้

    วันเดียวกันที่กรุงเทพฯ...นันทิกานต์นำรายงานของพิมภานำเสนอต่อสุกัญญา ชี้แจงรายละเอียดและกำหนดการต่างๆ ให้ทีมทำงานรับทราบ สุกัญญาเห็นดีด้วยกับแผนงานทุกอย่าง ลัลนายิ้มอย่างมีเลศนัยและเสนอตัวเป็นพิธีกร อ้างว่าเคยรับหน้าที่นี้ทุกปี สุกัญญาไม่ขัด ส่วนนันทิกานต์ฝืนรับคำ มองลัลนาอย่างไม่ไว้ใจ

    ลัลนาดีใจที่แผนขอเป็นพิธีกรในงานของพิมภาเป็นไปด้วยดี วางแผนงานส่วนอื่นๆร่วมกับทีม แล้วตบท้ายด้วยแผนการลับป่วนช่วงสัมภาษณ์ตรีวิญไฮไลต์ของงาน ซูซี่ยิ้มร้าย มองลัลนาอย่างรู้กันว่าต้องทำยังไง...

    ขณะที่ลัลนาเตรียมแผนป่วน...ฤชวีช่วยพิมภาจัดงานที่รีสอร์ตอย่างแข็งขัน ภัทรพลจับตาดูน้องเขยและหลอกถามจากผู้จัดการจนแน่ใจว่าฤชวีคือหลานชายแท้ๆ ของเจ้าของรีสอร์ต แกล้งทักชายหนุ่มที่ยอมจ่ายค่าจัดงานส่วนต่างเพื่อเอาใจพิมภาอย่างเนียนๆ ฤชวีตกใจหน้าซีด ภัทรพลได้ทีซักไซ้ต่อ

    “ทำไมพิมถึงไม่รู้ว่าที่นี่เป็นรีสอร์ตของคุณ คนเป็นสามีภรรยากันทำไมต้องมีความลับกันด้วย”

    “เราแต่งงานกันกะทันหัน มีเวลาศึกษากันน้อยน่ะครับ”

    ฤชวีแถแบบขอไปที เสชวนภัทรพลไปหาพิมภาเพื่อไปทานข้าว ภัทรพลเดินตามอย่างงงๆ

    ด้านพิมภา...โทร.สั่งการและมอบหมายหน้าที่ต่างๆ ให้ลูกน้องในทีม นันทิกานต์เตือนเรื่องลัลนาอาสาเป็นพิธีกร พิมภาไม่ยี่หระเพราะมั่นใจว่ารับมือคู่ปรับได้ ย้ำให้นันทิกานต์เข้มงวดเรื่องแขกที่มาสัมภาษณ์คู่กับตรีวิญเพราะเป็นไฮไลต์ของงาน ฤชวีที่เดินมาได้ยินเต็มสองหูว่างานนี้จัดเพื่อตรีวิญโดยเฉพาะก็หึงจัด ภัทรพลเห็นท่าไม่ดีรีบขอตัวไม่ไปทานข้าวด้วย เพราะอยากให้น้องสาวกับสามีเคลียร์กันเอง

    ฤชวีพาพิมภาไปที่ร้านอาหารบนเขา พิมภาดื่มด่ำกับบรรยากาศเลยเจริญอาหารเป็นพิเศษ ต่างกับฤชวีที่ก้มหน้าทานอาหารไม่พูดไม่จา พิมภาชักเอะใจท่าทางเงียบผิดปกติ พยายามถามแต่ฤชวีบ่ายเบี่ยงไม่ยอมบอก พิมภาอึดอัดจนกลายเป็นโกรธ คาดคั้นจนชายหนุ่มทนไม่ไหว เรียกพนักงานมาเช็กบิลแล้วผลุนผลันออกไป

    พิมภาวิ่งตามฤชวีขึ้นรถด้วยความโมโห บังคับให้ชายหนุ่มจอดรถกลางทางและบอกเรื่องที่ไม่พอใจทั้งหมด ฤชวีรู้ว่าคงยื้อเวลาต่อไปไม่ได้ โพล่งขึ้นอย่างเหลืออด

    “ผมเห็นคุณกระตือรือร้นกับงานนี้มาก คิดว่าคุณทุ่มเทจัดงานครั้งนี้เพราะคุณเป็นคนรักงาน แต่ผมเพิ่งรู้ว่าที่คุณตั้งใจมากเพราะคุณตรีวิญ...คุณน่าจะบอกให้ผมรู้”

    “ทำไมฉันต้องบอกคุณทุกเรื่อง เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ฉันรู้นะว่าคุณเป็นศิลปินอินทุกเรื่อง แต่การแสดงเป็นสามีน่ะ มันไม่ใช่เรื่องจริง...กรุณาอย่าอิน!”

    ฤชวีน้อยใจเปิดประตูลงจากรถ พิมภาตามมาขวางเพราะกลัวเขาทิ้งงานกลางคัน ฤชวีตอกกลับว่าทำไมต้องสนเพราะไม่ได้เป็นอะไรกัน พิมภาสะอึกแต่ยังไม่ยอมแพ้ ตะโกนตัดพ้อไล่หลัง

    “แล้วงานฉันล่ะ ฉันทุ่มเทกับงานนี้มากนะ คุณจะทิ้งไปแบบนี้ไม่ได้ หัดคิดถึงใจคนอื่นบ้างสิ...อย่างี่เง่าได้ไหม”

    คำว่างี่เง่าของพิมภาดังสะท้อนไปทั่วทั้งเขา ฤชวีสะเทือนใจกับคำพูดไร้น้ำใจของหญิงสาว ย้อนด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

    “ได้ยินแล้วใช่ไหมครับว่าคุณเป็นคนยังไง”

    พิมภาหน้าชา กระโดดขึ้นรถและขับไล่ตามฤชวี ชายหนุ่มไม่สนก้มหน้าเดินไปเรื่อยๆ พิมภาหมั่นไส้เลยออกรถและทิ้งชายหนุ่มไว้เบื้องหลัง ฤชวีมองตามด้วย แววตาน้อยใจสุดๆ

    เวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ...การะเกตุมองเอกพลที่มาสัมภาษณ์งานอย่างถูกใจ เอกพลมองท่าทีและสายตายั่วยวนด้วยแววตารู้ทัน แนะนำตัวและโฆษณาความสามารถของตนอย่างมาดมั่น การะเกตุตั้งคำถามเสียงหวาน

    “แล้วจากประสบการณ์ คุณประเมินว่าพื้นที่ห้างของฉัน...น่าสนใจไหม”

    “ทำเลน่าสนใจมาก ถ้าผมได้สำรวจพื้นที่อย่างละเอียดก็คงวางแผนการบริหารได้ทั่วถึง”

    การะเกตุพอใจกับคำตอบแบบมีนัยของเอกพล ส่งสายตาเชิญชวนตามประสาสาวไฟแรงสูง!

    ooooooo

    พิมภาเดินหน้าบูดมาหาภัทรพลที่ห้องอาหาร ของรีสอร์ต บ่นเรื่องงี่เง่าของฤชวีให้พี่ชายฟังอย่างหัวเสีย ภัทรพลถามหาน้องเขยเพราะไม่เห็นตามมาด้วยเหมือนเคย พิมภาหน้าเจื่อน แก้ตัวข้างๆคูๆว่าทิ้งชายหนุ่มไว้กลางทางเพราะความโมโห ภัทรพลส่ายหน้ากับความรั้นและเอาแต่ใจของน้องสาว ปรามขึ้นอย่างเหลืออด

    “แกแน่ใจเหรอ...ว่าคุณต้นคือคนที่งี่เง่า อย่างน้อยฉันก็มั่นใจว่าเขาจะไม่ทิ้งแกไว้กลางป่ากลางเขาแล้วหนีกลับมาก่อนแน่ ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาแกจะทำยังไง”

    พิมภารู้สึกผิดแต่ยังท่ามาก ภัทรพลเคืองน้องที่ใจดำ ขู่ว่าฤชวีอาจเป็นอันตรายจากสัตว์ป่า พิมภาคิดตามแล้วใจเสีย กระโจนขึ้นรถกับพี่ชายไปตามหาฤชวีด้วยความเป็นห่วง พยายามโทร.หาแต่ไม่มีสัญญาณ สองพี่น้องมองหาฤชวีตามทางด้วยความร้อนใจอยู่ค่อนคืนจึงตัดสินใจกลับรีสอร์ต

    ขณะที่พิมภากับภัทรพลตามหากันให้วุ่น...ฤชวีกลับถึงรีสอร์ตอย่างปลอดภัยและตรงไปควบคุมงานให้พิมภาอย่างพิถีพิถัน ผู้จัดการรีสอร์ตมองด้วยแววตาชื่นชม ปลื้มใจแทนชุติภาที่ชายหนุ่มยอมกลับมาดูแลกิจการของครอบครัว

    “คุณหญิงเคยเปรยๆ ว่าคุณต้นไม่ยอมกลับมาดูแลรีสอร์ต แต่ครั้งนี้คงเป็นเพราะคุณพิมภาใช่ไหมครับ”

    “เขาคือคนสำคัญน่ะครับ ผมอยากให้งานของเขาสมบูรณ์ที่สุด”

    ผู้จัดการรับฟังยิ้มๆ ฤชวีเหลือบเห็นพิมภากับ ภัทรพล รีบบอกผู้จัดการให้ไม่รู้ไม่เห็นเขาแล้วหลบไปอีกทาง พิมภาร้อนใจจนอยากแจ้งความ ฤชวีจึงขยับตัวให้ภัทรพลเห็นและส่งสัญญาณไม่ให้บอกพิมภา ภัทรพลเข้าใจทันทีว่า ฤชวีต้องการดัดนิสัยพิมภา จึงไล่น้องให้กลับไปทำงานต่อ และอาสาจัดการเรื่องแจ้งความเอง พิมภาหงุดหงิดเพราะรู้สึกผิด ฤชวีสงสารแต่ต้องใจแข็งเพราะอยากให้ หญิงสาวรู้จักสำนึกผิด...

    เวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ...การะเกตุกับเอกพลทดลองงานกันอย่างเร่าร้อนในรถที่จอดอยู่ในมุมมืดแห่งหนึ่ง หญิงสาวพอใจลีลาเด็ดของผู้จัดการห้างคนใหม่มาก ออกปากให้เริ่มงานทันที พร้อมค่าตอบแทนตามที่ขอ

    เอกพลยิ้มอย่างพอใจ เหลือบเห็นการ์ดเชิญงานเลี้ยงประจำปี จากบริษัทนารีแล้วตาวาว เกลี้ยกล่อมเจ้านายสาวให้ไป ร่วมงานพร้อมกับตนเพราะมีแผนอยู่ในใจ การะเกตุรับปากด้วยแววตาพราวระยับ...มองหน้าเอกพลอย่างรู้กัน

    ขณะที่เอกพลทดลองงานอย่างเร่าร้อน...ปราสินีรอทานข้าวอย่างกระวนกระวาย พร้อมอาการคลื่นไส้ที่นับวันก็ชักจะหนักข้อขึ้น เอกพลกลับมาด้วยสีหน้าแช่มชื่น สั่ง ปราสินีให้จัดกระเป๋าเตรียมไปงานต่างจังหวัดกับเจ้านายใหม่ ปราสินีระแวง เอกพลตวาดกลับเพราะไม่ชอบให้เซ้าซี้แล้วสะบัดเข้าห้องอย่างหัวเสีย ปราสินีนั่งกินข้าวทั้งน้ำตา... น้อยใจที่ผัวไม่เคยเห็นหัวหรือเห็นความดีของเธอเลย...

    ด้านพิมภา...หลบไปนั่งที่ล็อบบี้เพราะไม่มีอารมณ์ทำงานและเป็นห่วงฤชวี พยายามกดโทรศัพท์หาเขาหลายครั้งแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ ภัทรพลแกล้งถามหยั่งเชิงว่าห่วงฤชวีหรือ พิมภายังฟอร์มจัด เฉไฉว่าห่วงงานมากกว่า ภัทรพลหมั่นไส้ความท่ามากของน้องเลยไล่ให้ขึ้นไปนอน พิมภาฝากพนักงานต้อนรับให้โทร.หาทันทีถ้าเห็นฤชวีกลับมา ฤชวีรู้เรื่องจากพนักงานแล้วปลื้มที่หญิงสาวเป็นห่วง ภัทรพลตบไหล่น้องเขยเบาๆ ปลอบเสียงอ่อน

    “ยายพิมมันก็ปากแข็งใจอ่อนแบบนี้แหละ”

    “ผมทราบครับ คุณพิมเอาแต่ใจใช้แต่อารมณ์จนเคยชิน ผมอยากให้เขารู้ว่าต้องใส่ใจความรู้สึกคนอื่นบ้าง”

    “ไอ้พิมเจอมวยถูกคู่ละ...เสร็จแน่!”

    ด้านพิมภา...นอนกระสับกระส่าย พยายามบอกตัวเองให้ข่มตานอนเพราะมีงานหนักในวันรุ่งขึ้น แต่ไม่สำเร็จ เพราะความรู้สึกผิดในใจมีมากกว่า...พาลเคืองฤชวีที่ทำให้เป็นห่วงทั้งคืน

    ooooooo

    นันทิกานต์กับลูกทีมช่วยกันเตรียมงานเลี้ยงบริษัทอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะเรื่องประสานงานกับแขกรับเชิญคนสำคัญที่จะมาสัมภาษณ์ร่วมกับตรีวิญ ซูซี่จ้องหาช่องป่วนงานอยู่แล้ว แกล้งชวนทะเลาะกับทีมนันทิกานต์เพื่อดึงความสนใจแล้วแอบสับเปลี่ยนแผนที่จัดงานที่จะส่งให้แขกคนสำคัญ

    ด้านพิมภา...ตื่นเช้ามาที่ห้องอาหารของรีสอร์ตด้วยสภาพอิดโรยเพราะนอนไม่หลับทั้งคืน ภัทรพลบอกว่าฤชวียังไม่กลับมา พิมภาหงุดหงิดด้วยความเป็นห่วงผลุนผลัน ไปดูงาน ภัทรพลเดินตามอย่างเอือมๆ...เซ็งกับความดื้อรั้นและเอาแต่ใจของน้องสาวแบบสุดๆ

    พิมภากระฟัดกระเฟียดมาที่ห้องจัดเลี้ยงแล้วตื่นตะลึง เพราะภายในห้องถูกตกแต่งเรียบร้อย ตรงตามคอนเซปต์ที่เธอออกแบบไว้ทุกอย่าง ภัทรพลเข้ามายืนข้างๆ แล้วกระซิบบอกเป็นนัยว่าต้องสวยอยู่แล้ว เพราะเจ้าของสถานที่ควบคุมงานเองทั้งคืน พิมภาปลื้มกับงานเบื้องหน้าจนไม่เอะใจคำพูดแปลกๆของพี่ชาย

    เย็นวันเดียวกันนั้นที่กรุงเทพฯ...มินท์ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นคุณย่าชุติภามาค้างด้วยที่บ้านเพื่อดักรอฤชวี เพราะปักใจเชื่อว่าพี่ชายเธอกลับจากเมืองนอกแล้ว เพียงแต่ยังจับไม่ได้คาหนังคาเขาเท่านั้น ชุติภาทำอาหารให้หลานสาวเพราะทนไม่ได้ที่เห็นตู้กับข้าวมีแต่อาหารสำเร็จรูป มินท์ทานอย่างเอร็ดอร่อยแล้วแทบสำลักเมื่อคุณย่าบอกว่ามากรุงเทพฯเพื่อดูตัวคู่หมั้นให้ฤชวี และจะกลับเพชรบูรณ์ในวันรุ่งขึ้น

    มินท์แสร้งปวดหัวและเป็นลมหมดสติเพื่อถ่วงเวลาคุณย่าให้อยู่ดูแล และหาโอกาสโทร.หาฤชวีเพื่อปรึกษา ฤชวีขอร้องให้น้องสาวช่วยดึงคุณย่าไว้ที่กรุงเทพฯ จนกว่าจะพ้นงานฉลองของพิมภา มินท์หนักใจแต่ขัดพี่ชายไม่ได้ กดวางสายแล้วออดอ้อนชุติภาที่เข้ามาป้อนยาให้อยู่เป็นเพื่อนอีกสองวัน ชุติภาทนแววตาและน้ำเสียงอ้อนวอนของหลานไม่ไหว ใจอ่อนรับปากอยู่เป็นเพื่อนด้วยความสงสาร

    ด้านพิมภา...กระวนกระวายเรื่องฤชวีที่หายหน้าหายตาไปเป็นวัน นึกเคืองความขี้ใจน้อยของชายหนุ่ม หญิงสาวไปดูงานด้วยที่ห้องจัดเลี้ยงแล้วชะงักที่เห็นฤชวียืนจัดดอกไม้ในงานด้วยตัวเองอย่างตั้งใจ ภัทรพลจับตาดูน้องสาวอยู่แล้ว แกล้งไปยืนด้านหลังแล้วแซวยิ้มๆ

    “เห็นไหมว่าเจ้าของที่นี่เขาทุ่มเทขนาดไหน”

    “เจ้าของที่นี่เหรอ...คุณต้นเนี่ยนะ”

    “ใช่...แล้วงบประมาณบริษัทแกน่ะมันน้อย คุณต้นชักเนื้อตัวเองจ่ายแทนแก แล้วก็มาดูงานให้ตั้งแต่เมื่อคืน นี่ไงคนที่แกบอกว่าไม่รับผิดชอบ...ทอดทิ้งแกน่ะ”

    พิมภารู้สึกผิดแต่ไม่ยอมรับตามประสาคนฟอร์มจัด เสแยกขึ้นห้องไป ภัทรพลส่ายหน้าให้ความท่ามากของน้อง ฤชวีมองตามยิ้มๆ ไม่ถือสาเพราะแค่พิมภาแสดงท่าทีเป็นห่วงก็ดีเกินคาดแล้ว ส่วนพิมภา...หลบไปยิ้มปลื้มอยู่คนเดียวที่ห้อง ประทับใจความใส่ใจและความทุ่มเทของฤชวีมาก...ลืมเรื่องที่เคยเคืองเขาไปหมด

    พิมภาตื่นมาดูงานแต่เช้าด้วยความสดชื่น มอง บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ผู้จัดการรีสอร์ตบอกว่าฤชวีควบคุมงานและจัดดอกไม้จนถึงเช้า เพิ่งผล็อยหลับไปเมื่อสักครู่ พิมภามองตามมือผู้จัดการแล้วยิ้มน้อยๆ ที่เห็นชายหนุ่มนั่งหลับที่ข้างเวที อาสาไปปลุกเอง

    ผู้จัดการรีสอร์ตและพนักงานคนอื่นๆหลบไปพัก ทั้งห้องจึงเหลือแค่พิมภากับฤชวี หญิงสาวเดินไปดูเขาหลับใกล้ๆ แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความเขินระคนเอ็นดู ฤชวีพูดทั้งที่ยังหลับตา

    “ตามหาผม...มีอะไรอยากพูดกับผมหรือเปล่า”

    พิมภาอึกอักแต่ยังฟอร์มจัดไม่ยอมพูดขอโทษ ฤชวีไม่ทันพูดอะไร นันทิกานต์ก็เดินนำสุกัญญา ลัลนาและทีมทำงานเข้ามาตรวจงาน ฤชวีจึงปลีกตัวออกไปโดยมีสายตาของลัลนากับซูซี่มองตามอย่างอยากรู้อยากเห็น ลัลนาขยับไปหาพิมภาแล้วแขวะยิ้มๆ

    “งานออกมาดีนี่ แต่รสนิยมวัดชัยชนะไม่ได้หรอก มันต้องวัดกันที่ยอดสั่งซื้อ”

    “ทำใจไว้บ้างก็ดีนะ...ลัล แพ้บ่อยๆ เดี๋ยวจะเครียดจนหน้าเหี่ยว”

    “งั้นมาแข่งกัน ถ้าครั้งนี้ยอดสั่งซื้อของฉันชนะเธอ...เธอต้องลาออก...กล้าไหมล่ะ”

    “แล้วถ้าฉันชนะ”

    “ฉันก็จะทำเหมือนกัน”

    พิมภาตอบตกลงทันทีตามประสาคนไม่ยอมแพ้ นันทิกานต์กับซูซี่ตกใจกับการท้าทายแบบสุดเสี่ยงของทั้งคู่ มองสองสาวคู่ปรับที่จ้องหน้ากันอย่างไม่ลดละด้วยความ เหนื่อยใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:09 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์