นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พิมภาอ่านข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ ลูกค้าวีนแตก นันทิกานต์คุ้นกับอาการบ้างานของเพื่อนดี เอ่ยทักด้วยใบหน้ายิ้มๆ

    “แล้วแกคิดหรือยังว่าจะจัดการเรื่องวันนี้ด้วยวิธีไหน”

    “ฉัน ไม่ยอมเด็ดขาด เรื่องไม่มีมูล ถ้าขอโทษเท่ากับเราทำจริง เรามีแต่จะเสียหาย ฉันจะต้อนให้มันสารภาพว่าใครเป็นคนบงการ ฉันต้องหาตัวคนผิดมาให้ได้”

    “แต่แกต้องใจเย็นๆก่อน...ฉันจะไปดูสถานการณ์ที่ร้านก่อน แกไปกับฉันเลยไหม”

    พิม ภาปฏิเสธเพราะไม่อยากให้รู้ว่าฤชวีตามมาด้วย นันทิกานต์ถามถึงผู้จัดการการตลาดคนใหม่ พิมภาไม่สนใจ บอกว่าถ้าแก้ปัญหาได้แล้วค่อยเจอคงยังไม่สาย นันทิกานต์เห็นด้วยแล้วออกไป

    พิม ภาโทร.นัดแนะฤชวีเพื่อไปรับ ชายหนุ่มวางสายแล้วมองแก้วกาแฟในมืออย่างอารมณ์ดี หวังว่าเธอจะชอบกาแฟที่เขาเลือกให้ ส่วนพิมภารีบเก็บของเตรียมออก โทรศัพท์ในห้องดังขึ้น มีเสียงบอกว่านันทิกานต์ล้มหัวฟาดพื้นที่ห้องน้ำชั้นห้องเธอ พิมภาตกใจจนไม่ทันไตร่ตรอง วางสายแล้วผลุนผลันไปดูเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

    พิม ภาวิ่งหน้าตื่นมาที่ห้องน้ำ ผลักประตูเข้าไปแล้วชะงัก เพราะห้องน้ำว่างเปล่า ไร้ร่างเพื่อนรัก หญิงสาวเริ่มได้สติ รู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันแปลกๆ จะถอยออก  ทันใดนั้น... มีมือปริศนาผลักเธอกลับเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูขัง พิมภาหน้าเสีย ตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างบ้าคลั่ง

    ที่หน้าห้องน้ำ...ลัลนา ซูซี่  และลิลลี่ช่วยกันเอาไม้ขัดประตูไว้ ยิ้มให้กันอย่างสมใจ ลัลนาเชิดหน้ามองไปที่ประตูห้องน้ำ เหมือนจะให้ทะลุไปถึงพิมภาด้านใน

    “ฉันไม่ยอมให้เธอมาทำลายโอกาสสร้างผลงานฉันแน่...ยัยพิม!”

    ขณะที่พิมภาทุบประตูขอความช่วยเหลืออย่างร้อนรน...ฤชวีชักเป็นกังวลเพราะเลยเวลานัดมานาน พยายามโทร.หาแต่ไม่มีคนรับสาย ตัดสินใจไปตามที่บริษัท แต่พนักงานต้อนรับไม่ยอมให้เข้า ชายหนุ่มขอให้โทร.หานันทิกานต์เพื่อยืนยันว่าเขารู้จักพิมภาจริงและขอความช่วยเหลือ นันทิกานต์ฟังเรื่องทั้งหมดแล้วเป็นห่วงเพื่อน ช่วยพูดกับพนักงานต้อนรับให้พาฤชวีขึ้นไปเช็กพิมภาที่ห้อง และถ้ามีอะไรผิดปกติให้โทร.บอกเธอ

    ด้านพิมภา...ออกแรงดันประตูและตะโกนจนเกือบหมดแรง ได้ยินเสียงกุกกักหน้าห้อง มีความหวังและพยายามดันออก ประตูถูกดึง พิมภาเสียหลัก ถลาไปพร้อมประตูและล้มทับชายหนุ่มแปลกหน้าแต่หน้าตาดี ตรีวิญมองหญิงสาวในอ้อมกอดอย่างตื่นตะลึง ส่วนพิมภารีบพยุงตัวขึ้นแล้วขอตัวเพราะเป็นห่วงงาน ตรีวิญมองตามด้วยสายตาพึงพอใจ จำได้ว่าคือพิมภา...รักแรกและรักเดียวของเขาเสมอมา!

    ด้านฤชวี...ตามหาพิมภาแต่ไม่เจอ ได้ยินแค่เสียงแว่วๆ เขาเดินย้อนไปที่หน้าห้อง เห็นหญิงสาววิ่งหน้าตื่นกลับมา พิมภาแปลกใจที่เห็นเขาแต่ไม่ทันได้ถามเพราะกำลังรีบ คว้ากระเป๋าแล้วบอกชายหนุ่มให้ตามออกไป

    ขณะที่พิมภากับฤชวีมุ่งหน้าไปร้านค้า...ลัลนามองฝูงชนที่มายืนออหน้าร้านด้วยแววตากระหยิ่ม มั่นใจว่าต้องแก้ไขสถานการณ์ได้แน่ ซูซี่หวั่นใจเพราะกลัวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ลัลนาเชิดหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงมาดมั่น

    “สร้างผลงานตัวเองไม่เจ๋งเท่าสร้างผลงานบนปัญหาของคู่แข่งหรอกค่ะ ถ้าสำเร็จ...ยัยพิมคะแนนตกแน่!”

    ลัลนาเข้าไปในร้านแล้ว ซูซี่กับลูกทีมที่ตามมาพากันห่อไหล่ มองตามหัวหน้าทีมสาวหวั่นๆ

    ooooooo

    นันทิกานต์กับลูกทีมช่วยกันเจรจาไกล่เกลี่ยกับลูกค้าเจ้าปัญหาและบรรดาผู้คนที่มายืนออดูเหตุการณ์ด้วยใบหน้าอ่อนล้า เบอร์รี่แกนนำลูกค้าขาวีนร้องเรียกให้นำตัวพิมภาออกมาขอโทษ นันทิกานต์กล่อมให้ใจเย็นและบอกว่าพิมภากำลังเดินทางมา เบอร์รี่ไม่ยอมแขวะกลับด้วยความโมโห

    “ไม่กระตือรือร้นแบบนี้เท่ากับไม่แคร์ลูกค้า บริษัทนารีทำกับลูกค้าแบบนี้...แย่ที่สุด”

    “รอให้คุณพิมมาถึงก่อนดีกว่านะคะ ไม่งั้นคุณอาจโดนข้อหาหมิ่นประมาทบริษัทได้นะคะ”

    “นี่คิดจะเข้าข้างกันใช่ไหม ไม่นึกถึงใจลูกค้าที่ถูกทำร้าย ฉันจะประจานให้ถึงที่สุดเลย!”

    นันทิกานต์หน้าตึงเพราะชักหมดความอดทนท่าทีเหวี่ยงๆ ของลูกค้าขาวีน เช่นเดียวกับลูกทีมที่เหลือ สองฝ่ายจ้องหน้ากันอย่างเอาเรื่อง ลัลนาโผล่มาขวางแล้วปาดหน้าเจรจาเพื่อสงบศึก นันทิกานต์กับลูกทีมมองอย่างตื่นตะลึง ไม่คิดว่าคู่แข่งคนสำคัญของพิมภาจะกล้าทำเช่นนี้ เบอร์รี่มองลัลนาอย่างประเมินและยื่นข้อเสนอ

    “ฉันต้องการคำขอโทษและการกระทำที่ทำให้เห็นว่าทางคุณสำนึกผิด”

    “ถ้าเช่นนั้น...ทางเราต้องขอประทานโทษกับเรื่องทั้งหมด และเพื่อเป็นการปลอบขวัญ ทางบริษัทขอมอบบัตรของขวัญมูลค่าห้าพันบาทให้คุณลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ของเรานะคะ”

    “ฉันต้องการให้พนักงานที่ชื่อพิมภาขอโทษฉันออกสื่อด้วยว่าสำนึกผิดจริง”

    “ดิฉันขอให้เรื่องจบที่ตรงนี้ ตอนนี้ได้ไหมคะ”

    “ไม่ได้! ถ้าไม่ได้ตามนี้ก็ให้พี่ๆ นักข่าวทำข่าวไปเลยว่าบริษัทนารีไม่เห็นหัวลูกค้า”

    ลัลนาระงับอารมณ์อย่างเต็มที่ไม่ให้กระโดดข่วนหน้าลูกค้าขาวีน ฝืนยิ้มและรับปากจัดการให้ กลุ่มลูกค้าออกไปแล้ว นันทิกานต์ถลามาเอาเรื่องลัลนาทันทีที่ยุ่งเรื่องของพิมภา ลัลนาเชิดใส่และถามถึงพิมภาที่จนป่านนี้ก็ยังไม่ปรากฏตัว นันทิกานต์พูดไม่ออก ปล่อยให้ลัลนายิ้มเยาะแล้วไปรายงานความดีความชอบกับผู้จัดการการตลาดคนใหม่

    ขณะที่นันทิกานต์มึนจัดเพราะเพื่อนรักยังไม่มา... พิมภามาถึงด้วยความร้อนใจไม่แพ้กัน สั่งฤชวีให้เอารถไปจอดและรีบไปดูสถานการณ์ ฤชวีบอกให้ใจเย็นและควบคุมทุกอย่างด้วยสติ พิมภารับปากและวิ่งไปทันที

    หลังวีนแตกที่ร้านค้าของนารีจนสาแก่ใจ...เบอร์รี่นัดเจอกับปราสินีที่ลานจอดรถ ตกลงนัดแนะแผนการขั้นต่อไปและจ่ายเงินค่าจ้าง ฤชวีที่นำรถไปจอดให้พิมภาผ่านมาเห็นเข้า ตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นถ่ายเป็นคลิปเก็บไว้

    พิมภามาถึงหน้าร้านด้วยใบหน้าร้อนรน มองไปรอบๆ แต่ทุกอย่างดูสงบดี ส่งสายตาแทนคำถามไปยังลูกทีม อย่างงงๆ นันทิกานต์อึกอัก บอกว่าลัลนาจัดการทุกอย่างแล้ว แถมยังรับข้อเสนอขอโทษต่อหน้าสื่อแทนอีกด้วย ฤชวีมาถึงพอดี พิมภาที่กำลังเดือดจัดสั่งให้เอารถกลับบ้านไปก่อน ส่วนเธอจะไปเอาเรื่องลัลนาที่บริษัท นันทิกานต์วิ่งตามเพื่อนอย่างละล้าละลัง เป็นห่วงเพื่อนและแปลกใจที่เห็นฤชวี

    พิมภาผลุนผลันไปแล้ว ฤชวีอยากช่วยหญิงสาว โทร.หากิ่งแก้วเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องกล้องวงจรปิด กิ่งแก้วเตือนญาติหนุ่มให้ระวังใจตัวเองให้ดี อย่าถลำลึกหรือตั้งความหวังมากไปเพราะจะเจ็บหนัก ฤชวีเข้าใจความหวังดีของญาติสาวแต่เชื่อมั่นว่าทำในสิ่งที่หัวใจตนเองเรียกร้อง...สักวันพิมภาน่าจะเห็นใจ

    ด้านลัลนา...ดื่มกาแฟที่ห้องในบริษัทอย่างสบายอารมณ์ พิมภาพรวดพราดเข้ามาอย่างสติแตก ต่อว่าคู่แข่งที่เข้ามายุ่งเรื่องของเธอ ลัลนายังไม่ทันตอบโต้ ตรีวิญก็โผล่มาขวางและแก้ต่างแทน พิมภาจำชายหนุ่มที่ช่วยเธอจากห้องน้ำได้แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร

    “ที่คุณลัลนาต้องเข้ามายุ่งกับปัญหาของคุณเพราะคุณไม่อยู่แก้ปัญหาไงครับ ที่จริง...ต้องเรียกว่าแก้ปัญหาของบริษัทมากกว่า เพราะชื่อของคุณทำให้บริษัทเสียหาย...ผมพูดถูกไหม”

    พิมภาหน้าตึง แหวกลับเพราะไม่รู้เรื่อง ซูซี่บอกว่าชายหนุ่มเป็นผู้จัดการการตลาดคนใหม่ ตรีวิญมองหน้าเหวอจัดของพิมภาอย่างเห็นใจ อธิบายว่าเป็นคนอนุญาตให้ลัลนาจัดการเรื่องนี้เอง พิมภาแย้งว่าเขาทำไม่ถูกและวิธีการขอโทษต่อหน้าสื่ออาจทำให้เกิดความเข้าใจว่าเธอทำผิดจริง ตรีวิญมองหญิงสาวอย่างประเมิน

    “แล้วคุณมีความคิดจะรับมือเรื่องนี้ยังไง”

    “ดิฉันคิดว่าควรจะยืนยันความบริสุทธิ์ใจ เพราะเรื่องครั้งนี้ต้องมีคนจงใจใส่ร้ายดิฉัน”

    “แสดงว่าคุณคือต้นเหตุของปัญหา”

    “อย่างน้อยก็ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ เขาระบุว่าเป็นดิฉัน แสดงว่าพุ่งเป้ามาแล้ว ดิฉันขอแก้ปัญหานี้เอง”

    พิมภามองมาด้วยแววตามุ่งมั่น ตรีวิญยิ้ม ประทับใจท่าทางเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ของเธอ

    ooooooo

    ฤชวีตั้งหน้าตั้งตาหาทางช่วยพิมภา ติดต่อขอความช่วยเหลือจากเกษมแฟนคลับของตนให้ช่วยสืบหาคนบงการ ชายหนุ่มถ่ายคลิปจากมือถือลงคอม- พิวเตอร์ เพื่อเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิด สันนิษฐานว่าหนึ่งในสองสาวต้องเป็นคนบงการแน่ เพราะจำหน้าอีกคนที่เป็นแกนนำขาวีนได้ เกษมรับปากเป็นมั่นเหมาะ ฤชวีดีใจที่ได้ช่วยพิมภา

    ด้านลัลนา...มองกระทู้ล่าสุดบนหน้าจอด้วยความแค้นใจ แทนที่ไกล่เกลี่ยแล้วเรื่องจะดีขึ้นกลับมีกระแสทางลบมากกว่าเดิม พิมภาโผล่พรวดมาเอาเรื่อง

    “เห็นผลของการแก้ปัญหาด้วยวิธีโง่ๆ ของเธอ หรือยัง เธอควรจะฉลาดตั้งแต่เห็นข้อความครั้งแรกแล้วว่ามันไม่ใช่กรณีทั่วไป ตามัวเพราะมองแต่จะสร้างผลงานจนไม่มีหัวคิด...ทำชื่อเสียงของบริษัทตกต่ำ”

    “คนที่ทำให้บริษัทตกต่ำคือเธอต่างหาก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ...บริษัทจะถูกโจมตีแบบนี้ได้ยังไง”

    พิมภาเหลืออด ตอกกลับว่าเรื่องนั้นเธอรู้ดี แต่เรื่องที่ลัลนาวางแผนขังเธอในห้องน้ำเพื่อไปสร้างผลงานแทนนั้นเธอรับไม่ได้ ลัลนาหน้าเสียแต่ยังแถว่าทำเพื่อบริษัท นันทิกานต์มองสองสาวอย่างเอือมๆ ตะโกนห้ามและชวนให้แข่งกันแก้ปัญหาดีกว่า พิมภาเชิดหน้าและบอกว่าจะหาตัวคนบงการให้ได้ ส่วนลัลนาไม่ยอมน้อยหน้า บอกว่าจะหาหนอนบ่อนไส้ให้เจอ สองสาวมองหน้ากันอย่างท้าทาย...แม้ร่วมมือกันแต่ยังฟอร์มใส่กันสุดฤทธิ์!

    ซูซี่ได้ยินเรื่องพันธมิตรเฉพาะกิจระหว่างพิมภากับลัลนาแล้วเซอร์ไพรส์ ไม่ค่อยเชื่อว่าคู่แข่งตลอดกาลจะร่วมมือกันได้ ลัลนาบอกว่าทำเพื่อบริษัทและเพื่อยอดขาย ซูซี่พยักหน้าเข้าใจ ถามถึงแผนขั้นต่อไป ลัลนาคิดว่าต้องย้อนไปสืบตั้งแต่ต้นทางว่าสินค้าตัวอย่างต้องผ่านมือใครบ้าง

    ขณะที่ลัลนาลงมือหาหนอนบ่อนไส้อย่างแข็งขัน ...พิมภาก็สืบหาต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดอย่างเอาเป็น เอาตายจนลืมวันเวลา ฤชวีโทร.มาเช็กด้วยความเป็นห่วงและบอกจะจอดรถรอที่ซอยข้างบริษัทเพื่อรับเธอกลับบ้าน พิมภาไม่ทันได้ปฏิเสธเพราะชายหนุ่มวางสายไปเสียก่อน มองโทรศัพท์ด้วยความหมั่นไส้และรีบทำงานต่อ

    เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง...พิมภายังสะสางงานไม่เสร็จ มือถือดังขึ้น พิมมาลาโทร.มาและถามถึงฤชวีที่ยังไม่กลับคอนโดฯ พิมภาสังหรณ์ใจบางอย่าง วางสายแม่แล้วออกจากบริษัททันที

    พิมภาเห็นรถตัวเองจอดในซอยข้างบริษัทอย่างที่สังหรณ์ ฤชวีนอนหลับบนที่นั่งฝั่งคนขับ พิมภาหงุดหงิด เคืองทั้งตัวเองและชายหนุ่ม เคาะกระจกอย่างแรงเพื่อปลุกเขา ฤชวีสะดุ้งตื่นแต่พอเห็นหญิงสาวก็ส่งยิ้มอย่างดีใจ พิมภาโกรธชายหนุ่มไม่ลงแต่ยังฟอร์มจัด ถามเสียงขุ่น

    “ทำไมไม่กลับบ้านไปก่อน”

    “ผมเป็นห่วง ไม่อยากให้คุณกลับแท็กซี่นี่ครับ”

    พิมภาเย็นลงเล็กน้อย อาสาขับรถให้เพราะแอบเกรงใจชายหนุ่มที่รอนาน ฤชวีขอขับเองเพราะกลัวหญิงสาวเหนื่อย หยิบแซนด์วิชและนมที่ซื้อเตรียมไว้ส่งให้ บอกให้ทานรองท้องก่อนมื้อเย็น พิมภารับมาแต่โดยดี ฤชวีมองตามยิ้มๆ...อย่างน้อยเธอก็รับความหวังดีของเขาบ้างแล้ว

    ภัทรพล พิมมาลา และภาณุวัฒน์รอคอยการกลับ บ้านของพิมภาอย่างใจจดใจจ่อ พิมภารู้สึกแปลกๆ แต่แอบดีใจที่ทุกคนรอทานข้าว พิมมาลาเอาอกเอาใจฤชวี ทำอาหารให้ทานหลายอย่างเพราะยังไม่รู้ว่าเขาชอบอะไร พิมภาแขวะด้วยความหมั่นไส้ที่ทุกคนสนใจแต่ฤชวีไม่ใช่เธอ

    “แม่ไม่ต้องยุ่งยากหรอก ต้นเขาเป็นคนง่ายๆ ไม่เรื่องมากเหมือนพิมหรอก...ว่าแต่ไม่มีไข่ตุ๋นเหรอแม่”

    พิมมาลาไม่ได้ทำเพราะลูกสาวไม่ได้บอกก่อน ภัทรพลแขวะน้องว่าเรื่องมาก ฤชวีอยากเอาใจพิมภาเข้าครัวไปทำมาให้ พิมภาดีใจแต่เก็บอาการ คนอื่นๆชิมและ ชื่นชมฤชวีใหญ่ พิมมาลาอาสาสอนสูตรอาหารโปรดของพิมภาให้ ฤชวีหน้าบาน ตักไข่ตุ๋นเอาใจพิมภาที่กินจนหมดโดยไม่ปริปากแต่แอบหน้าแดง ภัทรพลเห็นอาการน้องแล้วกระซิบยิ้มๆ

    “ลืมเรื่องร้ายในอดีตไปเถอะนะ ในเมื่อปัจจุบันของแกดีจะตาย”

    ครอบครัวพิมภามองปฏิกิริยาของคู่หนุ่มสาวด้วยความปลื้มใจ...มั่นใจว่าพิมภาเจอผู้ชายที่ดีที่สุดแล้ว

    ooooooo

    หลังมื้อค่ำที่อบอวลด้วยความอบอุ่น ภัทรพลปลีกตัวมาที่ระเบียง ถ่ายคลิปหน้าตัวเองพร้อมข้อความสุดเสี่ยวส่งให้ลัลนาอย่างที่ชอบทำพักหลัง พิมภาแอบดูท่าทางกระดี๊กระด๊าด้วยสายตาหมั่นไส้ เดาได้ว่าพี่ชายตัวดีกำลังติดพันสาว...แต่ที่น่าแค้นใจคือสาวที่พี่ชายเลือกไปติดพันนี่สิ!

    “ส่งให้ยัยลัลใช่ไหมพี่ภัทร พิมเตือนไว้ก่อนนะว่ายัยนั่นมันงูพิษ อย่าไปยุ่งเด็ดขาด”

    “ไอ้พิม...แกกับคุณลัลทะเลาะกันก็เรื่องหนึ่ง แต่ฉันกับแกมันคนละคน ฉันไม่เคยยุ่งการตัดสินใจของแก”

    “พิมไม่ยุ่งก็ได้ ชีวิตใครชีวิตมัน แต่จำไว้ว่าพิมเตือนแล้วนะ ถ้าพี่ไม่เลิก...สักวันจะเสียใจ”

    “แกเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ก่อนจะยุ่งเรื่องคนอื่นน่ะ”

    พิมภาเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าห้อง เคืองภัทรพลที่ขัดใจ พาลหมั่นไส้ฤชวีที่ดูอารมณ์ดีเกินหน้าเกินตา หาเรื่องกระแนะกระแหนเพื่อระบายความหงุดหงิด

    “นายนี่เล่นซะเนียนเลย ทำตัวกลมกลืนอย่างกับเป็นลูกเขยจริงๆ”

    “ก็ต้องทำคะแนนกันหน่อยครับ สักวันผมก็ต้องเป็นสามีใครสักคน ฝึกทำคะแนนไว้ก่อนก็ดีไม่ใช่เหรอครับ”

    พิมภาอึ้งไปนิดแต่ยังไม่คิดมาก ฤชวีถามถึงเรื่องวุ่นวายที่ทำงาน พิมภาบอกว่ากำลังสืบหาตัวการใหญ่ แต่ที่น่าหนักใจคือผู้จัดการการตลาดคนใหม่ที่ดูไม่ชอบหน้าเธอ ฤชวีให้กำลังใจหญิงสาว เชื่อว่าเธอต้องพิสูจน์ตัวเอง ได้แน่ พิมภาพยักหน้ารับอย่างมุ่งมั่น คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป

    พิมภาอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ เริ่มคุ้นเคยและ รู้สึกดีที่มีฤชวีดูแลและเอาอกเอาใจ ทั้งเรื่องส่วนตัว อาหารการกิน รวมถึงถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวออกจากห้องน้ำ เห็นชายหนุ่มนั่งสวดมนต์ก็นึกชื่นชมแต่ไม่ยอมแสดงออก เสไปหยิบผ้าห่มสำรองในตู้ส่งให้ ฤชวีรับมาด้วยความปลื้มใจ

    พิมภากับฤชวีตั้งท่าจะนอนคนละมุมของห้อง ทันใด นั้น...เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมเสียงเรียกของพิมมาลากับภาณุวัฒน์ สองหนุ่มสาววิ่งพล่านจัดที่จัดทางให้วุ่น ฤชวีนอนบนเตียงอย่างเตรียมพร้อม พิมภาสูดลมหายใจลึกและเปิดประตูให้พ่อแม่ พิมมาลากับภาณุวัฒน์มองท่าทีตื่นๆของลูกสาวกับลูกเขยด้วยแววตาล้อเลียน ยื่นแก้วนมส่งให้ทั้งคู่แล้วออกไป พิมภาปิดประตูด้วยท่าทีงงๆ

    “วันนี้พ่อกับแม่สวนสนามกันไปมาทำไมเนี่ย”

    “ผมรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่คุณกำลังจับผิดเราอยู่”

    พิมภายิ้มเครียดๆ ส่วนฤชวีกลับไปที่มุมของตน พิมภาบอกให้มานอนข้างเตียง เผื่อใครเข้ามาอีกจะได้ไม่พลาด ฤชวีลังเลเพราะกลัวหญิงสาวลำบากใจ พิมภาหยิบกรรไกรอันเล็กบนหัวเตียงมาขู่ทำนองว่า...ถ้ากล้านอกเหนือคำสั่งก็ลองดู ฤชวียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ขยับไปนอนข้างเตียงอย่างกระหยิ่มใจ...ปลื้มที่ได้รับ ความไว้ใจมากขึ้น

    ooooooo

    ขณะที่ฤชวีมีความหวังมากขึ้น...กิ่งแก้วกับมินท์กังวลใจเพราะกลัวเขาจะถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น สอง สาวรุมล้อมหน้าล้อมหลังชายหนุ่มเป็นการใหญ่เมื่อเจอหน้ากันในตอนเช้าวันถัดมา

    “พี่ต้นตื่นเถอะ ทำแบบนี้มันจะดีเหรอพี่ ใจไปรักเขาก่อน มินท์ว่าเวลาเจ็บมันจะหนักนะ”

    “แต่กิ่งเชื่อว่าต้นเผื่อใจแล้วกับเรื่องนี้...ใช่ไหม”

    “ไม่ปฏิเสธนะว่ามีความหวัง วันนี้อาจเป็นแค่สามีกำมะลอ แต่ต้นจะเปลี่ยนเป็นตัวจริงสักวัน”

    “ไม่ได้นะพี่ต้น พี่จะใช้กำลังข่มเหงคุณพิมไม่ได้นะ มินท์ไม่ยอม”

    “พี่จะทำให้คุณพิมยอมรับพี่ด้วยใจต่างหาก”

    มินท์กับกิ่งแก้วมองหน้ากันอย่างอ่อนใจ...ในเมื่อห้ามไม่ได้ก็ขอลุ้นสุดตัวแล้วกัน

    ด้านพิมภา...ไปทำงานอย่างสบายใจขึ้นเล็กน้อย สุกัญญาเรียกไปพบเพื่อมอบหมายให้พาตรีวิญไปชมโรงงานผลิตสินค้าทั้งหมดของนารี เพราะเชื่อว่าหญิงสาวจะเป็นไกด์ที่ดีที่สุด พิมภารับหน้าที่ด้วยความเต็มใจตามประสาคนบ้างาน ส่วนตรีวิญแอบดีใจที่จะได้อยู่ใกล้หญิงสาว

    พิมภาพาตรีวิญไปขึ้นรถเพราะโรงงานอยู่นอกเมือง สองหนุ่มสาวคุยกันเพลินจนมองไม่เห็นรถที่สวนมาด้วยความเร็ว ตรีวิญโอบพิมภาไว้เพื่อหลบรถ สองคนสบตากันแล้วอึ้งๆ พิมภาได้สติผละออกและชวนให้รีบไป

    เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง พิมภาพาตรีวิญชมโรงงานของบริษัทอย่างคนรู้งาน พาเข้าห้องโน้นออกห้องนี้และอธิบายประกอบด้วยความชำนาญ ตรีวิญปลื้มความสามารถและความรู้จริงของหญิงสาว สอบถามถึงแนวแพทย์เฉพาะทางที่นำมาใช้ผลิตสินค้าคุณภาพจนกลายเป็นจุดขายของบริษัทนารี

    “เท่าที่ผมทราบ สมุทัยเวชศาสตร์คือการย้อน กระบวนการที่ทำให้ร่างกายเสียสมดุลจนเกิดเป็นโรคเรื้อรัง”

    “ใช่ค่ะ...เป็นการเข้าใจถึงต้นเหตุอาการป่วย เราต้องแยกระหว่างการบำรุงและการรักษา ผิวที่ป่วยบำรุงยังไงก็ไม่สวยสมบูรณ์แบบ เราต้องทำให้ผิวหายป่วยก่อนค่ะ”

    ตรีวิญพอใจคำอธิบายที่เข้าใจง่ายของพิมภา ชื่นชมหญิงสาวที่ร่วมกับนักวิชาการประจำโรงงาน อธิบายปัญหาเรื่องผิวและโครงการอาสาสมัครทดลองต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว และชายหนุ่มก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าโครงการสมุทัยเวชศาสตร์ที่น่ายกย่องนี้เป็นฝีมือการริเริ่มของพิมภากับนักวิชาการของบริษัท

    “พิมเคยป่วยเป็นภูมิแพ้เรื้อรังค่ะ พอป่วยมากๆ ก็เริ่มมีปัญหากับการทำงาน พิมเลยลองไปหาหมอสมุทัยหาต้นเหตุเพื่อรักษาให้ตรงจุด แล้วก็เลยเกิดไอเดียว่าน่าจะนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ของนารี”

    ตรีวิญเอ่ยปากชมหญิงสาวจากใจจริง แต่ระวังไม่ให้มากจนผิดสังเกต ส่วนพิมภาปลื้มที่พิสูจน์ตัวเองได้บ้าง ตรีวิญถือโอกาสชวนหญิงสาวทานอาหารกลางวัน พิมภายังไม่ทันตอบ มือถือเธอก็ดังขึ้นเสียก่อน จึงขอแยกตัวไปคุย ฤชวีโทร.มาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเธอทานข้าวกลางวันหรือยัง พิมภาหน้าหงิก

    “ยัง...โทร.มาถามแค่นี้เหรอ ฉันต้องมารับสายและฟังคำถามไร้สาระ มันเสียเวลานะ”

    “แยกไม่ออกหรือครับ...ว่ามันไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นการแสดงความห่วงใย”

    พิมภาชะงักไปนิดที่รู้ว่าฤชวีเป็นห่วง แต่แกล้งยั่วประสาทกลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน

    “แล้วไม่อยากรู้เหรอ...ว่าฉันไปทานข้าวกับใคร”

    “ในละครที่ผมเขียน ถ้านางเอกถามพระเอกแบบนี้...แปลว่านางเอกต้องการให้พระเอกหึงนะครับ แต่ในความเป็นจริง คุณจะไปทานกับใครมันก็สิทธิ์ของคุณ เพราะผมมันก็แค่...สามีกำมะลอ”

    ฤชวีย้ำพิมภาให้ทานข้าวตรงเวลาแล้ววางสาย พิมภามองมือถืองงๆ สับสนในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ตรีวิญเห็นอาการเดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวบึ้งของหญิงสาวแล้วเอะใจ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจทัก พิมภาทำหน้าแหย พาลเคืองฤชวี... ต้นเหตุที่ทำให้เธอเสียหน้า

    หลังวางสายจากพิมภา ฤชวีก็ตีหน้าขรึม มอบหมายงานให้มินท์ออกแบบปกนิยายเล่มใหม่ของตน มินท์แซวพี่ชายที่อารมณ์ดีเพราะได้ต่อปากต่อคำกับพิมภาอย่างที่ไม่เคยเห็นทำกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ฤชวีหน้าแดง บอกว่าโทร.ไปเช็กความคืบหน้าเรื่องวุ่นวายที่บริษัทหญิงสาวต่างหากว่าไปถึงไหน มินท์มองพี่ชายยิ้มๆ...ทุ่มสุดตัว เลยพี่ชายเรา

    ด้านพิมภา...หงุดหงิดเรื่องฤชวีที่ทำให้สับสนในหัวใจไม่หาย พึมพำพูดคนเดียวจนตรีวิญผิดสังเกต แปลกใจที่หญิงสาวฟอร์มจัดอย่างพิมภาจะหลุดขนาดนี้ เขาชวนเธอสั่งอาหารและแอบถามถึงบุคคลปริศนาที่โทร.หาเธอ

    “สนิทกันมากใช่ไหมครับ เห็นคุณพิมคุยไปยิ้มไป เหมือนเวลาที่คุยกับคนที่สนิทกันมาก”

    “คนดูแลบ้านน่ะค่ะ สนิทที่ไหนกัน กวนประสาทพิมจะตาย คุยด้วยก็เสียเวลา”

    “แต่คุณก็ยอมเสียเวลาคุยกับเขา”

    พิมภาอึ้งเล็กน้อยที่โดนพูดแทงใจดำ แอบทึ่งที่เขาจับสังเกตอยู่ตลอด ตรีวิญยิ้มน้อยๆ บอกว่าทำจนเป็นนิสัยเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมคนรอบตัว พูดถึงพิมภาตามที่เขาเข้าใจ

    “คุณพิมเป็นคนรอบคอบ ใส่ใจผู้ร่วมงาน ดูจากที่คุณให้ข้อมูลที่ผมน่าจะสนใจอย่างตรงจุด ถึงจะดูจริงจังแต่คุณก็มีมุมสนุกสนาน ดูจากที่คุณยอมเสียเวลาคุยกับคนดูแลบ้านที่คุณบอกว่ากวนประสาท”

    พิมภาไม่ยอมแพ้ วิเคราะห์ผู้จัดการหนุ่มแบบสดๆร้อนๆ แต่แม่นยำบ้าง

    “งั้นขออนุญาตนะคะ คุณตรีวิญเป็นคนมั่นใจในตัวเอง ดูจากที่คุณสั่งอาหาร ก็โดยไม่ลังเลแต่พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะ ที่สำคัญคุณเป็นคนคาดการณ์ได้ดี ดูจากจำนวนอาหารที่สั่งพอสำหรับสองคน ไม่มากหรือน้อยเกินไป”

    “คนรอบคอบอย่างคุณ ไม่น่าปล่อยให้ใครมาใส่ร้ายได้”

    “ตอนที่เกิดเรื่อง พิมกำลังยุ่งกับปัญหาส่วนตัวอยู่ค่ะ”

    “ผมเชื่อว่ามืออาชีพอย่างคุณคงรู้ว่าเราต้องแยกระหว่างงานกับเรื่องส่วนตัว”

    ตรีวิญเตือนด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ให้ความมั่นใจว่าจะอยู่ข้างๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหา พิมภาประทับใจมาดเท่ของผู้บังคับบัญชาคนใหม่...แอบอุ่นใจเล็กๆ ที่มีกองหนุนดี

    ooooooo

    ฤชวีนำตัวอย่างนิยายเล่มใหม่ไปให้กิ่งแก้วอ่าน โดยมีมินท์ตามไปช่วยลุ้นงานของพี่ชายอย่างใจจดใจจ่อ กิ่งแก้วอ่านจบแล้วเดินไปที่ริมหน้าต่าง หันหลังให้สองพี่น้อง ฤชวีหน้าเสีย คิดว่าผลงานตนคงแย่มาก กิ่งแก้วหันหน้ามาปาดน้ำตาที่คลอๆ แล้วชื่นชมนิยายรักเล่มแรกของญาติหนุ่มจากใจจริง

    “ไม่ใช่แค่กิ่งนะที่ชอบ กิ่งเชื่อว่าผู้หญิงไม่ต่ำกว่าล้านคนต้องกดไลท์ให้นิยายเรื่องนี้ของต้น พระเอก...สามีกำมะลอที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จของนางเอก แม้เธอจะไม่เคยชายตามองเพราะมีชายในฝันอยู่แล้ว”

    ฤชวีมองท่าเคลิ้มๆของญาติสาวด้วยความปลื้มใจ มินท์สบตาพี่ชายอย่างรู้กันว่าเค้าโครงเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจ จากเรื่องจริงของเขากับพิมภา แม้จะเจ็บจี๊ดทุกครั้งที่พิมภาชอบย้ำเรื่องความกำมะลอของเขาบ่อยๆ แต่ก็ยังมีความหวังว่าสักวันจะได้เป็นตัวจริง เมื่อเกษมโทร.บอกว่าได้ข้อมูลเรื่องตัวบงการแล้ว ฤชวีดีใจบอกให้รีบส่งทุกอย่างให้พิมภาแต่ต้องเป็นความลับสุดยอด...อย่าเพิ่งให้รู้ว่าเขาเป็นคนส่ง มินท์กับกิ่งแก้วมองหน้ากันยิ้มๆ...ฤชวีอาการหนักมาก!

    ด้านพิมภา...อารมณ์ดีจนนันทิกานต์ผิดสังเกต เข้าใจว่าเพื่อนรักปลื้มตรีวิญจนออกนอกหน้า หลังจากที่ได้ทำความคุ้นเคยกันระหว่างไปดูงานที่โรงงานของบริษัทเมื่อช่วงเช้า นันทิกานต์แขวะด้วยความหมั่นไส้เพราะคิดว่าเพื่อนกำลังเอาใจออกห่างชายหนุ่มดีๆ อย่างฤชวี พิมภาไม่ ปฏิเสธแถมรับมุก นันทิกานต์จึงเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น

    “ยังไม่สำนึก ร่าเริงกับชายที่ไม่ใช่สามี กริยาเช่นนี้ฉันเห็นว่าเสื่อมย่ะ”

    “แค่สามีกำมะลอ”

    “ช่วยนึกถึงตอนที่ไปอ้อนวอนคุณต้นให้ช่วยเป็นสามีแกหน่อย แล้วเรียกเขาแบบนั้น คิดไหมว่าเขาจะรู้สึกยังไง”

    “จะไปรู้สึกอะไร...พ่อนักเขียนนั่นเป็นคนคิดคำนี้ขึ้นเองเลยนะ”

    “วันหนึ่งนะพิม...แกจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้”

    พิมภาชะงักและคิดตามนิดหน่อยแต่ไม่จริงจังนัก พอดีมีเอกสารปึกใหญ่ไร้ชื่อผู้ส่งมาถึง พิมภาเปิดดูแล้วหน้าตื่น ชวนนันทิกานต์อ่านรายละเอียดทั้งหมดด้วยสีหน้าตื่นตะลึง

    ขณะที่พิมภาได้ข้อมูลลับจากผู้ช่วยปริศนา...ลัลนา คร่ำเคร่งตามหาหนอนบ่อนไส้ตั้งแต่เช้าและคิดว่าน่าลองไปตรวจสอบที่แผนกวิจัยผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพราะนอกจากทีมการตลาดของเธอกับพิมภาที่มีโอกาสเห็นสินค้าก่อน ทีมนี้ก็น่าสงสัยไม่น้อย และคนที่เธอสงสัยก็คือนิคม...พนักงานวิจัยที่รับผิดชอบสินค้าที่โดนเลียนแบบ

    หลังเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกันพักใหญ่...นิคมก็ไม่ยอมรับอย่างที่สันนิษฐาน ลัลนาเลยใช้วิธีลักไก่ถามเผื่อเห็นอาการพิรุธแต่ไม่ได้ผล นิคมปากแข็งกว่าที่คิดไว้มาก ซูซี่มองหัวหน้าทีมสาวอย่างหนักใจ ลัลนาบอกว่าต้องหาตัวช่วย... คงถึงเวลาร่วมมือกับคู่แข่งตลอดกาลอย่างจริงๆจังๆสักที!

    ลัลนากับพิมภามองหน้ากันอย่างดูเชิง ต่างก็ต้องการข้อมูลของกันและกันแต่ยังฟอร์มจัดไม่ยอมเอ่ยปากก่อน ลัลนาทนไม่ไหว ออกตัวว่าเป็นการร่วมมือกันแบบเฉพาะกิจและทำเพื่อบริษัทเท่านั้น และบอกเรื่องนิคมหนอนบ่อนไส้ที่สันนิษฐานไว้แต่ยังขาดหลักฐานมัดตัว พิมภาพยักหน้าบอกให้นันทิกานต์ส่งข้อมูลที่เพิ่งได้มาให้ลัลนาดู คือภาพปราสินีกับนิคมและปราสินีกับเบอร์รี่แกนนำลูกค้าขาวีน

    ภาพและข้อมูลทั้งหมดชี้ว่านิคมคือหนอนบ่อนไส้ ส่วนปราสินีคือคนบงการเรื่องทั้งหมดเพื่อล้างแค้นพิมภาและทำลายชื่อเสียงของบริษัทนารี เรื่องแรงบันดาลใจคงไม่ต้องสงสัย แต่ลัลนาติดใจว่าปราสินีทำงานให้ใคร พิมภาเป็นผู้ไขความข้องใจนั้นให้ด้วยใบหน้ายิ้มแต่นัยน์ตาแข็งกร้าว

    “เธอไม่รู้เหรอยัยลัล...ว่าใครคือผู้จัดการแบรนด์คนใหม่ของบริษัทซันชายน์ คู่แข่งของเรา!”

    ลัลนากับซูซี่ถึงบางอ้อ พิมภาเสริมว่าเอกพลก็ได้เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่ของที่นั่นด้วย ลัลนาแอบแขวะนิดหน่อยแต่พิมภาไม่สนใจนัก หารือถึงวิธีแก้เผ็ดผัวเมียสุดแสบ ลัลนาเสนอให้แจ้งจับ แต่พิมภาต้องการมากกว่านั้น ยิ้มเหี้ยมและพูดเสียงเคร่ง

    “ฉันต้องการคำสารภาพจากคนผิด บริษัทเราต้องได้รับการขอโทษอย่างเป็นทางการ”

    ลัลนาปรบมือให้กับวิธีการสุดแสบของพิมภา สองสาวสุมหัวกันปรึกษาเรื่องโน้นนี้ราวกับไม่เคยมีเรื่องขัดแย้ง นันทิกานต์กับซูซี่มองด้วยความอึ้ง...แม้จะเซอร์ไพร์สแต่ก็อยากให้เป็นอย่างนี้ไปนานๆ เพราะดูจะเป็นทีมเวิร์คที่ดี

    ooooooo

    ปราสินีชื่นชมห้องและป้ายตำแหน่งใหม่ของ ตัวเองที่บริษัทซันชายน์ด้วยแววตาสะใจ ในที่สุดเธอก็เท่าเทียมกับพิมภา อดีตศัตรูหัวใจและเพื่อนรักที่กลายเป็นคู่แค้น มือถือเธอดังขึ้น ปราสินีคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่แววตามีเลศนัย

    ปราสินีมาพบนิคมช่วงบ่ายวันเดียวกันนั้น พิมภา ลัลนา นันทิกานต์และซูซี่สะกดรอยตามโดยไม่ให้ทั้งสองรู้ตัว นิคมถามปราสินีเรื่องข่าวฉาวกับอดีตเจ้าบ่าวของพิมภา ปราสินีใช้มารยาสาไถยบีบน้ำตาบอกว่าเป็นแค่ข่าวลือ นิคมใจชื้น หยิบลิปสติกตัวอย่างล่าสุดจากห้องทดลองออกมาให้ดู บรรยายสรรพคุณเลิศหรูแล้วเก็บลงกระเป๋าสะพาย ปราสินีแสร้งยิ้มหวาน แต่นัยน์ตาจ้องกระเป๋าชายหนุ่มตาเป็นมัน...วันนี้เธอต้องเอาลิปสติกนั่นมาให้ได้!

    ปราสินีแกล้งให้ท่านิคมเพื่อให้เขาตายใจ ทำทีปัดแก้วน้ำหกเพื่อให้เขาไปเข้าห้องน้ำและฉวยโอกาสขโมยลิปสติกตัวอย่าง พิมภา ลัลนา นันทิกานต์และซูซี่มานั่งประกบและเอ่ยทักเสียงหวานแต่แววตาเฉือดเฉือน ปราสินีตกใจแต่พยายามทำใจดีสู้เสือ พิมภายิ้มหยัน เจ็บแต่ต้องทำเพื่อให้เพื่อนสำนึก

    “ปลาจ๊ะ...เป็นเพื่อนกันมาสิบกว่าปี ไม่คิดเลยว่าเธอจะใช้เสน่ห์หลอกใช้ผู้ชายเก่งแบบนี้ นี่เธอคงหลอกเอาสินค้าตัวอย่างจากนิคมไปให้คู่แข่งมาตลอดเลยใช่ไหม”

    ซูซี่โชว์หลักฐานเป็นคลิปที่แอบถ่ายตอนหญิงสาวขโมยตัวอย่างสินค้า ปราสินีหน้าซีดที่โดนจับได้ กระโจนเข้ายื้อกล้องกับซูซี่แต่โดนพิมภากับลัลนาล็อกตัวไว้

    ลัลนาตะโกนเรียกนิคมให้ออกจากมุมลับตา ปราสินีงงแต่เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวก็หน้าเสีย ร้องไห้และตะโกนโหวกเหวกขอความช่วยเหลือ แต่โดนพิมภากับลัลนา

    ขู่จะเอาเรื่องถึงโรงพักถ้ายังขัดขืน ปราสินีหน้าจ๋อย ยอมให้สี่สาวลากตัวออกไป

    ปราสินีถูกนำตัวกลับไปสอบสวนที่บริษัทนารี พิมภาบอกเจตจำนงจะให้ปราสินีสารภาพร่วมกับเบอร์รี่เพื่อกู้ชื่อให้ตนเองและบริษัท ปราสินีไม่เต็มใจแต่ไม่มีทางเลือก มองพิมภากับลัลนาด้วยความแปลกใจที่ร่วมมือกันอย่างเข้าขา พิมภาบอกว่าเธอและลัลนาทำได้ทุกอย่างเพื่อบริษัท ลัลนาเหลืออดแว้ดขึ้น

    “รีบเรียกยัยเบอร์รี่คนปล่อยกระทู้นั่นมาสักที เราจะได้เริ่มถ่ายทำกัน ตั้งชื่อว่าไงดีพิม”

    “คำสารภาพของเพื่อนเก่าดีไหม”

    ลัลนาชอบใจชื่อที่พิมภาตั้ง ส่งสายตาบังคับไปทางปราสินี อดีตพนักงานของนารีหน้าเจื่อน หยิบมือถือมาโทร.ออกด้วยท่าทีหงอยๆ ซูซี่กับนันทิกานต์มองด้วยความสมเพช...เลวขนาดนี้ก็สมควรแล้ว!

    หลังถ่ายทำคลิปสารภาพเสร็จช่วงเย็น...พิมภากับลัลนานำไปให้สุกัญญากับตรีวิญดู ปราสินีสารภาพว่าเป็นคนบงการทั้งหมด ตั้งแต่จ้างเบอร์รี่เขียนกระทู้โจมตีบริษัทจนไปก่อเหตุวีนแตกที่หน้าร้าน ลัลนาเสนอให้นำคลิปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตเพื่อแก้ชื่อเสียงบริษัท ส่วนเรื่องสินค้าเลียนแบบ พิมภาเสนอไม่ให้พาดพิงตรงๆ แต่เรื่องฉาวนี้อาจกดดันให้ซันชายน์ยอมถอดสินค้าออกโดยทางนารีไม่ต้องเสียเวลาต่อรองและภาพลักษณ์ สุกัญญา กับตรีวิญเห็นดีด้วยและพอใจความร่วมมือของทั้งสอง พิมภาสบโอกาสขอร้องเจ้านายทั้งสองไม่ให้เอาเรื่องปรา–สินีเพราะสงสาร...อย่างน้อยก็เคยเป็นเพื่อน สุกัญญาลังเลแต่พิมภามีเหตุผล

    “แค่นี้ปลาก็คงหางานที่อื่นทำได้ยากแล้ว สิ้นความน่าเชื่อถือก็หมดอนาคต เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว”

    ตรีวิญนับถือน้ำใจของพิมภา ยกสิทธิ์ตัดสินใจให้เป็นของเธอ พิมภายิ้มรับ...ปลื้มที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี

    ooooooo

    หลังนำคลิปสารภาพใส่อินเตอร์เน็ตเพื่อแก้ข่าวให้บริษัท นันทิกานต์นั่งดูรูปและข้อมูลต่างๆที่พิมภาได้จากผู้ช่วยปริศนาแล้วชื่นชมว่าข้อมูลเจ๋งมาก ช่วยประหยัดเวลาได้ตั้งเยอะ พิมภาสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของตรีวิญเพราะปักใจที่เขาเคยรับปากจะช่วย นันทิกานต์ไม่เห็นด้วย สังหรณ์ใจว่าอาจเป็นฤชวีแต่ไม่อยากบอกเพื่อนตรงๆ

    “ก่อนจะมอบความชื่นชมให้คุณตรีวิญ ลองนึกดูดีๆ รอบตัวแกยังมีใครอีกบ้างที่รู้เรื่องนี้และเป็นห่วงแกมากพอจะลงทุนขนาดนี้ จะได้ขอบคุณไม่ผิดตัว”

    พิมภาไม่ทันตอบโต้ มือถือก็ดังขึ้นก่อน หญิงสาวปั้นหน้าขรึมและรับสาย นันทิกานต์เดาได้ทันทีว่าเป็นฤชวีแน่ที่โทร.มา แอบมองเพื่อนคุยโทรศัพท์อย่างจับสังเกต ได้ยินเสียงห้วนจัดของเพื่อนปฏิเสธไม่ให้มารับ และวางสายใส่ด้วยสีหน้าเคืองๆ นันทิกานต์ยิ้มล้อเลียน พิมภาโมโหเลยพาลเหวี่ยงใส่ที่โดนกวนประสาทซ้ำ

    พิมภากลับบ้านอย่างหัวเสีย มองจานตับบดเสิร์ฟคู่กับขนมปังและผักสลัดด้วยใบหน้าเหลอหลา หน้าแตกไม่รับเย็บเพราะเข้าใจผิดและวางสายใส่ชายหนุ่มเพราะคิดว่าเขาจะชวนไปกินตับ แต่ที่จริงแล้วคือตับบดออเดิร์ฟจานหรู หญิงสาวฟอร์มจัดไม่ยอมกินแต่โดนฤชวีกดดันจนต้องกินให้หมดอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

    ฤชวีบอกว่าครอบครัวเธอกลับจันทบุรีแล้ว พิมภาซึมวูบหนึ่งแล้วเปลี่ยนเป็นเฉยๆ ฤชวีเห็นแต่เลือกไม่พูดอะไรถ้าเธอยังไม่พร้อม หันไปเอาใจด้วยน้ำปั่นเย็นฉ่ำจนเธออารมณ์ดีขึ้น ชวนคุยจนรู้ว่าข้อมูลที่เขาแอบส่งให้ช่วยจับคนบงการเรื่องกระทู้โจมตีบริษัทได้ แต่ต้องจ๋อยเพราะพิมภาเชื่อว่าเป็นฝีมือตรีวิญ ฤชวีน้อยใจแต่ฝืนทำปกติ ขอตัวกลับเพราะครอบครัวเธอไม่อยู่ พิมภาให้อยู่ต่อแต่ต้องแยกไปนอนอีกห้อง ฤชวีไม่อยากเชื่อแต่ก็แอบดีใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดเธอ

    ด้านภัทรพล...สะสางงานด่วนที่ทำให้ต้องกลับมาจันทบุรีแล้วชวนพ่อแม่กลับกรุงเทพฯ พิมมาลาอยากปล่อยให้พิมภากับฤชวีได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองบ้าง ภัทรพลหน้าเบ้ แขวะน้องที่บ้างานจนไม่มีเวลาทำหลานให้แม่ โอ่ให้ลุ้นตนดีกว่า พิมมาลาตื่นเต้นแต่ภาณุวัฒน์ไม่เชื่อถ้ายังไม่เห็นหน้าลูกสะใภ้ด้วยตา...

    พิมภาตื่นเช้าด้วยความสดชื่น ออกไปที่ห้องรับแขกแล้วรู้สึกรกหูรกตา เห็นฤชวีนั่งจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์แล้วหมั่นไส้ ค่อนแคะชายหนุ่มให้ช่วยทำความสะอาดห้อง ฤชวีเลิกคิ้ว ถามว่าปกติใครทำหน้าที่นี้  หญิงสาวบอกว่า

    จ้างแม่บ้านแต่เลิกจ้างชั่วคราวเพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องเขา ฤชวีน้อยใจเลยหลอกให้หญิงสาวสอนงานบ้านจะได้ฝึกทำไปในตัว กว่าพิมภาจะรู้ตัว ห้องก็สะอาดเกือบหมดแล้ว
    พิมภากับฤชวีใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวัน ทั้งทำ ความสะอาดบ้าน ไปซื้อของซุปเปอร์มาร์เก็ตและทำอาหาร พิมภาหงุดหงิดในช่วงแรกๆ เพราะไม่ชินที่โดนกะเกณฑ์ แต่พอนานเข้าก็เริ่มสนุกและรู้สึกดีกับชายหนุ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    ขณะที่พิมภากับฤชวีพยายามเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน...ภัทรพลส่งข้อความถึงลัลนาแต่ไม่สำเร็จเพราะหญิงสาวตั้งโปรแกรมบล็อกเบอร์ของเขาไว้ หนุ่มมุกเสี่ยวไม่ยอมแพ้กดโทร.หาแต่ไม่มีคนรับสาย ด้านลัลนา...ฟังเสียงมือถือด้วยความรำคาญ ตัดสินใจปิดเครื่องและเข้านอนในที่สุด

    พิมภามาทำงานในเช้าวันใหม่ด้วยสีหน้าแช่มชื่น ยื่นกล่องข้าวกลางวันให้นันทิกานต์และบอกว่าเป็นฝีมือฤชวี นันทิกานต์ยิ้มให้เพื่อนอย่างล้อๆ ยุเพื่อนให้ตกลงปลงใจเป็นสามีภรรยาจริงๆกับชายหนุ่มไปเลย พิมภาปฏิเสธเสียงหลงตามประสาคนฟอร์มจัด นันทิกานต์ดูออกว่าเพื่อนน่าจะรู้สึกดีกับชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน แซวอย่างจับผิด

    “ทำไมเขาอยู่ด้วยไม่ดีหรือ...พ่อแม่ไม่อยู่แล้วทำไมไม่ไล่เขากลับล่ะ ให้เขาอยู่บ้านเดียวกับแกทำไม”

    “ก็เผื่อพ่อแม่มากะทันหัน จะได้ไม่ต้องไปตาม”

    “อยากให้เขาอยู่ใกล้ๆ ว่างั้น”

    พิมภาบ่ายเบี่ยงหาว่านันทิกานต์คิดลึก เฉไฉว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความผิดพลาด นันทิกานต์เบ้ปาก

    “แกเรียกการมาของผู้ชายคนนี้ว่าความผิดพลาดเหรอ แบบนี้ฉันเรียกว่าความโชคดีว่ะ...ปาฏิหาริย์เลยล่ะ”

    พิมภานิ่งคิดตามแต่ยังไม่ทันได้สะระตะโทรศัพท์ที่โต๊ะก็ดังขึ้นก่อน สุกัญญาโทร.บอกให้ไปพบที่ห้อง หญิงสาวรีบออกไปโดยไม่ทันสังเกตว่าซูซี่แอบตามไปด้วยความสงสัย

    ขณะที่ซูซี่นำเรื่องที่สงสัยไปรายงานลัลนา...สุกัญญามอบหมายให้พิมภาจัดงานเลี้ยงประจำปีของบริษัท และเชิญสื่อเพื่อเปิดตัวตรีวิญในฐานะผู้บริหารไฟแรงคนใหม่ พิมภารับปากจัดการให้ภายในสามวัน

    พิมภากลับไปเก็บเสื้อผ้าหลังเลิกงาน เตรียมไปหาสถานที่จัดงานเลี้ยงของบริษัท ภัทรพลที่มากรุงเทพฯ เพื่อเดินหน้าเรื่องลัลนาสงสัยว่าทำไมไม่ให้ฤชวีไปเป็นเพื่อน พิมภาตัดปัญหารับปากพาสามีกำมะลอไปด้วย ฤชวีหน้าบานแต่เก็บอาการเพราะไม่อยากให้ผิดสังเกต

    ขณะเดียวกัน...ซูซี่สืบจนรู้ว่าพิมภาลาหยุดสามวัน ลัลนากระวนกระวายเพราะความอยากรู้เรื่องคู่แข่ง เสียงมือถือดังขึ้นพอดี ลัลนามองชื่อภัทรพลที่หน้าจอแล้วคิดได้ ตัดสินใจรับสายเพื่อสืบเรื่องพิมภา

    ลัลนายอมไปทานมื้อดึกกับภัทรพลคืนนั้น หลอกถามจนรู้ว่าพิมภาลางานเพื่อไปดูสถานที่จัดงานเลี้ยงของบริษัท และเปิดตัวตรีวิญ ลัลนาตาร้อนผ่าวด้วยความอิจฉา มาดมั่นจะหาทางตัดหน้าสร้างผลงานให้ได้!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน
    16 ต.ค. 2564

    01:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 20:53 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์