นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ปราสินีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นหญิงสาวในชุดคลุมท้องประกาศฐานะความเป็นเมียของเอกพล ถลาไปกรี๊ดใส่หน้าด้วยความลืมตัว

    “ไม่จริง...แกโกหก ฉันต่างหากที่เป็นเมียพี่เอก...นางแมวขโมย พี่เอกน่ะผัวฉัน!”

    “ของแกน่ะแค่ผัว แต่ของฉันน่ะพ่อของลูกย่ะ...นังหน้าโง่!”

    “ฉันไม่โง่ อีบ้า! พี่เอกรักฉัน”

    ปรา สินีกับสาวท้องโย้อาละวาดด่าทอและตบตีกันอย่างเมามันโดยไม่อายสายตาคนในงาน ลัลนามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสะใจ ชี้ชวนให้ซูซี่ผู้ช่วยคนสนิทถ่ายภาพเป็นหลักฐาน

    ด้านพิมภา...มองสองสาว ทุบตีกันด้วยท่าทีเย็นชาแต่แววตาวาวโรจน์ เอกพลมองเจ้าสาวอย่างหวาดๆ อาการภูเขาน้ำแข็งแบบนี้น่ากลัวกว่าตอนปรี๊ดแตกเป็นไหนๆ เขารีบคิดหาทางเอาตัวรอด ขยับไปอธิบายเสียงสั่น

    “พิม...อย่าไปเชื่อนะ พี่ไม่มีอะไรกับสองคนนั้นจริงๆ”

    “พี่เอกไม่เคยยุ่งกับสองคนนั้นเลย? แล้วบนจอล่ะคะ อย่าบอกนะ...ว่าเขาตัดต่อเอาหน้าพี่เอกไปใส่”

    “ผู้หญิงคนนี้ตามตื๊อพี่ พี่ว่าต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ คิดดูสิจ๊ะ ผู้หญิงสติดีที่ไหนจะเอารูปมาประจานตัวเองให้ดูแย่”

    “ไอ้ตอแหล!...ฉันกินข้าวไม่ได้กินหญ้า!”

    พิม ภาตวัดฝ่ามือฟาดหน้าเอกพลสุดแรงจนชายหนุ่มเสียหลักร่วงจากเวที หญิงสาวโกรธจนเลือดขึ้นหน้าปรี่ตามไปกระชากคอเสื้อแล้วตบซ้ำ ทุกคนในงานตกใจ ไม่คิดว่าเจ้าสาวคนสวยฟอร์มจัดจะน็อตหลุดขนาดนี้ พิมภาหายใจหอบถี่ ตวัดสายตาไปที่ปราสินี

    “ปลา...เพื่อนทรยศ!”

    “ปลาไม่ผิด...ปลารักกับพี่เอกมาก่อน พี่เอกจะให้พิมช่วยเรื่องงาน บอกว่าต้องแต่งงานกับพิม ปลาถึงยอม”

    “ยอมมีผู้ชายคนเดียวกันเนี่ยนะ”

    “ไม่มีใครยอมได้หรอก แต่ปลายอมเพราะเห็นว่าพิมเป็นเพื่อน”

    พิม ภาถึงกับจุก เสียใจมากที่โดนเพื่อนหักหลัง เงื้อมือจะตบด้วยความแค้นใจ แต่เมื่อนึกถึงมิตรภาพดีๆ ที่เคยมีแล้วตบไม่ลง ถลันไปดึงร่างเอกพลและเหวี่ยงไปทางปราสินี

    “อยากได้นักก็เอาไป ฉันยกให้! ผู้ชายห่วยๆ ฉันไม่เอามาทำพันธุ์ให้เสียชื่อวงศ์ตระกูลหรอก และแก...ไอ้พี่เอก อย่าเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีก ไม่งั้นฉันตบคอหักแน่ เธอด้วยนะยัยปลา...ถ้ายังอยากมีชีวิตรกโลกต่อไป!”

    พิมภาเบนสายตาไปทางหญิงสาวท้องโย้ ชี้หน้าและย่างสามขุมไปใกล้

    “ส่วนเธอ...ฉันจะละเว้นเพราะเห็นว่าท้อง ขอบใจที่ทำให้ตาสว่าง ส่วนผู้ชายคนนั้นจะเป็นผัวใคร เธอต้องไปตกลงกันเอง...เข้าใจไหม”

    สาวท้องโย้ถอยหลังกรูด ยกมือไหว้พิมภาปลกๆด้วยความกลัว

    พิม ภายังโมโหและพร้อมจะเหวี่ยงต่อ แต่เมื่อมองรอบตัว เห็นสายตาของทุกคนในครอบครัว เจ้านายและเพื่อนร่วมงานก็เกิดความละอาย พยายามควบคุมสติและเดินกลับไปบนเวที แถลงการณ์ด้วยน้ำเสียงมาดมั่น

    “สวัสดี ค่ะ...แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉันทราบว่าทุกท่านสละเวลาอันมีค่าเพื่อมางานวันนี้ แต่ต้องมาพบกับเหตุการณ์น่าสังเวชใจ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดในค่ำ คืนนี้...ดิฉันคงไม่สามารถพูดคำใดได้นอกจาก...ขอโทษค่ะ”

    พิมภายิ้มหวาน แล้วลงจากเวทีด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับนางพญา ฝ่ากลุ่มแขกเหรื่อออกจากห้อง นันทิกานต์กระโจนขึ้นเวทีไปคว้าทะเบียนสมรสและวิ่งตามเพื่อนรัก พิมมาลากับภัทรพลจะไปด้วยแต่ติดต้องปรามภาณุวัฒน์ที่หันไปเอาเรื่องเอกพล

    ขณะ ที่งานแต่งพิมภาล่มไม่เป็นท่า...ฤชวีกับกิ่งแก้วทานกลางวันในห้องอาหาร โรงแรม ได้ยินพนักงานเสิร์ฟสองคนเม้าท์กันสีหน้าแตกตื่นถึงเหตุการณ์ชุลมุนที่งาน แต่งในห้องจัดเลี้ยง

    “พี่ๆ ตีกันใหญ่เลย มีผู้หญิงท้องโย้ประกาศว่าเป็นเมียเจ้าบ่าว ตบกันกระจาย...แต่คนตบไม่ใช่เจ้าสาวนะ เป็นเมียอีกคนของเจ้าบ่าว”

    “เมียน้อยสองคนเลยเหรอ”

    ฤชวีกับกิ่งแก้วมองหน้ากันงงๆ เห็นใจเจ้าสาวในงานไม่แพ้กัน...

    หลัง จากนั้น...ฤชวีกับกิ่งแก้วลงบันไดจากห้องอาหาร พูดคุยเรื่องเซฟเฮาส์ที่ชายหนุ่มจะไปเก็บตัวเขียนนิยาย พิมภาในชุดเจ้าสาวกรุยกรายจ้ำอ้าวจากงานน้ำตาคลอ สะดุดชายกระโปรงตัวเองจนเกือบตกบันได ฤชวีรับร่างหญิงสาวไว้ทัน พิมภาพึมพำขอบคุณแล้วขอตัวจากไป ฤชวีจำหญิงสาวได้ รีบวิ่งตาม

    ด้านเอก พล...อาละวาดใส่ปราสินีที่คอยพยาบาลอย่างหัวเสีย ทุกคนในครอบครัวพิมภามองด้วยสายตาเหยียดๆ เห็นธาตุแท้ชายหนุ่ม...รวมทั้งสุกัญญาว่าที่เจ้านายคนใหม่ พากันเดินออกจากงาน

    เวลาเดียวกัน...นันทิกานต์ตามพิมภาทันที่หน้าโรงแรม กระโจนพรวดขึ้นรถที่เพื่อนขับ ส่วนฤชวีเห็นแค่ท้ายรถ มองตามด้วยความเสียดาย กิ่งแก้วที่วิ่งตามมา ยืนหอบอยู่ใกล้ๆ

    “ต้น! วิ่งตามเขาทำไม รู้จักเขาเหรอ”

    “เจ้าสาวคนนั้นคือคุณซากุระครับ”

    “เจ้าสาวที่งานแต่งล่มเนี่ยนะ” กิ่งแก้วอุทานหน้าตาตื่น

    ooooooo

    พิม ภาเหยียบคันเร่งรถจนมิด ขับออกนอกเมืองอย่างไร้จุดหมาย ในใจคิดแค่อยากหนีให้พ้นจากบรรยากาศน่าอับอายและความรู้สึกคับแค้นใจที่โดน เพื่อนทรยศ นันทิกานต์มองท่าทางเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง

    “ไอ้พิมขับช้าหน่อยสิ แกขับเร็วไปแล้ว...อยากตายหรือไง”

    “ไม่มี ทาง คนอย่างพิมภาไม่โง่ยอมตายเพราะผู้ชายเส็งเคร็ง ฉันไม่ยอมให้พ่อแม่ผิดหวังมากกว่านี้หรอก คนอย่างพิมภาเดินหน้า...ไม่มีวันถอยหลัง!”

    พิมภาจอดรถที่ชายหาดเงียบสงบ แห่งหนึ่ง วิ่งไปที่ทะเลและตะโกนตัดพ้อต่อว่าปราสินีอย่างบ้าคลั่ง นันทิกานต์ตามไปห้าม กลัวเพื่อนทำร้ายตัวเอง  แต่กลับชะงักเมื่อเห็นเพื่อนยืนเหม่อไปข้างหน้าด้วยท่าทีนิ่งจนผิดสังเกต

    “ฉันโง่มากใช่ไหม...แนน”

    “เอ่อ...ไม่หรอก ก็แกไม่รู้นี่”

    “ไม่รู้ก็คือโง่นั่นแหละ...โง่มากๆใช่ไหม”

    “เออ...แกโง่! พอใจหรือยัง”

    “ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าปลาจะทำกับฉันแบบนี้ สิบห้าปีที่เป็นเพื่อนกันมา ฉัน...”

    นันทิกานต์เข้าไปกอดเพื่อนอย่างปลอบประโลม พิมภาน้ำตาไหลด้วยความเสียใจแต่แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง

    “ฉันจะไม่เสียน้ำตากับคนที่เลวกับฉัน...จำไว้!”

    ขณะเดียวกัน...ภาณุวัฒน์ พิมมาลา และภัทรพลรีบร้อนกลับคอนโดฯด้วยความเป็นห่วงพิมภา แต่หญิงสาวไม่อยู่ที่ห้องและไม่ได้เอามือถือติดตัวไปด้วย สามคนพ่อแม่ลูกมองหน้ากันเครียดๆ

    หลังเล่นน้ำระบายอารมณ์...นันทิกานต์พาพิมภามานั่งพักริมหาดและตัดสินใจโทร.หาพิมมาลาเพื่อรายงานอาการเพื่อนรัก พิมภามองเพื่อนวางสายจากแม่ตนด้วยสายตาเหม่อลอย นันทิกานต์โอบไหล่เพื่อนรัก ถ่ายทอดพลังใจให้เพื่อนยืนหยัดสู้ต่อไป พิมภายืดอกขึ้น พยายามเรียกกำลังใจคืนมา

    “คนอย่างพิมภา...”

    “เดินหน้าแล้วไม่มีวันถอยหลัง!”

    “แล้วไม่จมปลักด้วย เพราะฉันไม่ใช่ควาย!”

    “มันต้องอย่างนี้สิเพื่อน”

    สองสาวกอดคอกันแน่น นันทิกานต์มองเพื่อนที่มีรอยยิ้มมากขึ้นด้วยความโล่งใจ พิมภาชวนกลับบ้าน...ถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความจริง!

    พิมภามาถึงบ้านในเช้าตรู่วันถัดมา ภาณุวัฒน์ พิมมาลา และภัทรพลดีใจมาก เอาอกเอาใจสารพัดแต่หลีกเลี่ยงจะพูดถึงเรื่องในงานแต่งเมื่อคืนที่ผ่านมา พิมภาซาบซึ้งที่พ่อแม่และพี่ชายเป็นห่วงความรู้สึกเธอ...ตั้งใจแน่วแน่จะฟื้นสภาพจิตใจเพื่อเดินหน้าต่อไป

    หลังทานข้าวกับครอบครัว...พิมภาอาบน้ำและล้มตัวนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน ภาณุวัฒน์กับพิมมาลาเข้ามาดูลูกด้วยความเป็นห่วงลึกๆ ภาณุวัฒน์ยังโกรธตัวเองเรื่องเอกพลไม่หาย ต่อว่าตัวเองเสียงเคร่ง

    “พ่อน่าจะสืบเรื่องไอ้เอกให้ละเอียด ลูกจะได้ไม่ต้องเสียใจแบบนี้”

    “พ่อ...อย่างน้อยเราก็โชคดีที่แค่เสียรู้ ไม่เสียอย่างอื่นนะพ่อ”

    “พ่อเลี้ยงลูกมา สักแปะก็ไม่เคยตีให้ลูกต้องร้องไห้ แต่นี่ลูกต้องเสียใจเพราะพ่อเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ”

    ภาณุวัฒน์น้ำตาไหลออกมาด้วยความแค้นใจ หยดบนมือพิมภาจนรู้สึกตัวแต่แกล้งหลับต่อ ภัทรพลโผล่มาเรียกพ่อแม่เพราะกลัวน้องสาวตื่นมาเห็นจะไม่สบายใจ

    พิมภาลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงปิดประตู กลั้นสะอื้นไว้สุดความสามารถ...ความรู้สึกผิดถาโถมที่ดูคนไม่ออก ทำให้ครอบครัวผิดหวัง

    ooooooo

    ฤชวีนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์แต่ไม่ได้ทำงาน มัวแต่เหม่อลอยถึงใบหน้าสวยหวานน้ำตาคลอของหญิงสาวในฝัน มินท์ทักพี่ชายด้วยความสงสัย ฤชวีสารภาพเสียงเศร้า

    “มินท์เคยรู้สึกไหมว่าเจออีกครึ่งชีวิตที่ตามหาแล้ว”

    “โอ้โฮ! ขนาดนั้นเลยหรือพี่ เมื่อวานไปเจอสาวไหนมาถึงได้มาพร่ำเพ้อแบบนี้”

    “เจ้าของผ้าเช็ดหน้า”

    “จริงหรือพี่ แล้วรู้ชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์หรือยัง เดี๋ยวมินท์จะได้สืบต่อให้”

    “ได้ยินว่าชื่อพิม นอกนั้นไม่รู้...เมื่อวานวันแต่งงานเขา แต่งานเขาล่ม พี่เลยไม่กล้าถาม”

    “ดูพี่จะเป็นห่วงคุณพิมมากเลยนะ ถูกใจพี่ชายขนาดนี้ แต่จะถูกใจคุณย่าหรือเปล่านี่สิ...คิดหนัก”

    “ถ้าพี่มีโอกาส พี่จะขอให้คุณย่ายอมรับคุณพิมให้ได้”

    มินท์มองท่าทีมุ่งมั่นของฤชวียิ้มๆ...ถ้าพี่ชายมีคนรักเป็นตัวเป็นตนคงดีไม่น้อย เธออยากให้เขามีความสุข

    ด้านพิมภา...ตื่นเช้าด้วยความรู้สึกสดชื่นขึ้นนิดหน่อย แอบได้ยินภัทรพลกับภาณุวัฒน์เกลี้ยกล่อมพิมมาลาให้กลับจันทบุรีเพื่อพบลูกค้าสั่งทำสร้อยพลอย พิมมาลาไม่กลับเพราะเป็นห่วงลูกสาว พิมภาช่วยกล่อมอีกแรงเพราะไม่อยากเป็นภาระ พิมมาลาลังเลแต่ทนแรงยุของสามีกับลูกไม่ไหว ประกอบกับลูกค้าโทร.มาทำให้ตัดสินใจกลับในที่สุด บอกว่าจะรีบกลับมาเมื่อเสร็จธุระ สี่คนพ่อแม่ลูกกอดกันกลม เป็นกำลังใจให้กันและกัน...

    พิมภาแต่งตัวไปทำงาน นันทิกานต์โทร.มาบอกให้ไปพบสุกัญญาที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง พิมภารีบไปตามนัด มองเห็นเจ้านายสาวรออยู่แล้วในมุมลับตาของร้าน พิมภาสูดลมหายใจลึกเพื่อรวบรวมพลังใจ ขอโทษเจ้านายที่เชิญไปเป็นสักขีพยานในงานน่าอับอายของตน สุกัญญามองหน้าลูกน้องสาวนิ่ง

    “พี่ไม่ได้คิดว่าเป็นความผิดของพิมหรอกนะ พี่พอจะเข้าใจว่าเมื่อคืนมันเกิดเรื่องเพราะใคร”

    “ขอบคุณค่ะคุณสุที่เข้าใจพิม”

    “ที่พี่นัดพิมมาที่นี่เพราะพี่ไม่อยากให้คุณเข้าบริษัท...และพี่อนุญาตให้พิมลาพักหนึ่งอาทิตย์”

    “แต่พิมทำงานได้นะคะ”

    “พี่เชื่อว่าคนเราถ้าบอกจิตใจตัวเองว่าแข็งแรงก็คงทำให้มาทำงานได้ แต่พิมพร้อมแล้วเหรอที่จะเข้าบริษัทไปเจอกับสายตาและคำถาม พิมต้องถามตัวเองนะว่าใจแข็งแรงจริงๆ หรือว่ากำลังหลอกตัวเองอยู่”

    พิมภาอึ้งไปนิด สุกัญญายิ้มน้อยๆ พร้อมยื่นตั๋วเครื่องบินไปกลับสมุยให้ พิมภาเกรงใจไม่กล้ารับแต่ขัดเจ้านายไม่ได้ เธอฝากฝังงานที่บริษัทกับนันทิกานต์ เพื่อนสาวรับปากเป็นมั่นเหมาะและจะรายงานทุกอย่างผ่านอีเมล์ทุกวัน พิมภายิ้มนิดๆอย่างโล่งใจ...นอกจากครอบครัวและนันทิกานต์แล้ว...ยังมีสุกัญญาอีกคนที่เข้าใจเธอ

    ขณะที่พิมภาไปพักร้อนเพื่อฟื้นฟูจิตใจ...ฤชวีตัดสินใจเดินหน้าเรื่องหญิงสาว กลับไปที่โรงแรมเพื่อหาข้อมูลของเธอแต่ต้องผิดหวัง เพราะแทบทุกอย่างจองผ่านชื่อเอกพลเจ้าบ่าวของงาน ที่สำคัญทางโรงแรมไม่มีนโยบายเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าโดยไม่จำเป็น ชายหนุ่มออกจากโรงแรมด้วยสภาพเซ็งๆ กิ่งแก้วที่มาเป็นเพื่อน ปลอบใจญาติหนุ่มด้วยข่าวดีเรื่องเซฟเฮาส์ที่เพิ่งหาได้ ให้เขารีบไปจะได้เขียนนิยายและหลบจากรัศมีคุณย่า...

    พิมภามาถึงสมุยช่วงเย็นวันเดียวกันนั้น โทร.บอกภาณุวัฒน์กับพิมมาลา เผื่อกลับมาหาที่คอนโดแล้วไม่เจอ ภาณุวัฒน์หัวเสียด้วยความเป็นห่วงลูก พิมมาลาต่อว่าเสียงอ่อน

    “พิม...ทำไมดื้ออย่างนี้ล่ะลูก รู้ไหมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วง”

    “แค่อาทิตย์เดียว ตั๋วและที่พักฟรีเจ้านายให้มา แม่จ๋า...ไม่ต้องห่วงนะ พิมอยากมาอยู่สงบๆ ตั้งสติน่ะจ้ะ”

    “ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลตัวเองดีๆนะลูก...แล้วก็รอรับโทรศัพท์พ่อเขาด้วย”

    “จะไม่ให้พลาดสักสายเลยจ้ะ”

    ooooooo

    ฤชวีหิ้วกระเป๋ามาเช็กอินที่โรงแรมเดียวกับพิมภา เดินผ่านห้องจัดเลี้ยง มองป้ายชื่อมูลนิธิเจ้าของงานด้วยความรู้สึกแปลกๆ คุ้นชื่ออย่างบอกไม่ถูก เขาโทร.หามินท์ให้ช่วยเช็ก สังหรณ์ว่ามูลนิธินี้จะเป็นของชุติมาคุณย่าจอมเผด็จการ มินท์รับปากและกดวางสาย ชะงักเมื่อเห็นคุณย่าจอมโหดยืนจังก้ารออยู่

    “แกคุยกับใคร พี่ที่ไหน ตาต้นใช่ไหม...แกรวมหัวกันปิดย่าเรื่องตาต้นกลับมาแล้วใช่ไหม”

    มินท์ปฏิเสธหน้าตายว่าไม่รู้เรื่องฤชวีกลับจากอเมริกา เฉไฉว่าพูดธุระกับรุ่นพี่ที่ทำงาน ชุติมาไม่เชื่อขอดูมือถือ มินท์จำใจยื่นให้แล้วแกล้งทำหล่นในอ่างน้ำหน้าบ้าน ตีหน้าตื่นผวาไปคว้าโทรศัพท์มาถอดแบตเตอรี่และหักซิมทิ้ง ชุติมาไม่ยอมแพ้กระชากมือถือมาใส่แบตเตอรี่เพื่อตรวจประวัติการโทร.ออกแต่ข้อมูลหายหมด คุณย่าจอมบงการโกรธจัด ขึ้นไปสำรวจชั้นบนเพื่อหาร่องรอยหลานชายสุดที่รัก

    “ตาต้นกลับมาแล้ว บอกมาว่าพี่แกอยู่ที่ไหน”

    “คุณย่าคะพี่ต้นยังไม่กลับมาจริงๆนะคะ”

    “โกหก! ห้องนี้ปิดไว้ตั้งแต่ตาต้นไปเรียน แต่นี่สะอาดไม่มีฝุ่นจับสักนิด จะบอกว่าขี้เกียจตัวเป็นขนอย่างแกเป็นคนทำหรือไง ห้องไม่มีกลิ่นอับ...แสดงว่าเปิดหน้าต่างถ่ายเทอากาศ ที่จับหน้าต่างก็ไม่มีฝุ่น แกจะอ้างอะไรอีก”

    “โห...นี่คุณย่าเป็นเชอร์ล็อคโฮมหรือเปล่าคะเนี่ย วิเคราะห์ซะขนาดนี้”

    “คิดว่าหลานหัวดื้ออย่างแกจะชนะย่าหรือ คืนนี้ย่าไม่มีเวลา อีกสี่ห้าวันย่าเสร็จธุระแล้วจะสอบสวนแก ระหว่างนี้ก็คิดแล้วกัน ว่าจะยอมบอกย่าแต่โดยดี หรือจะให้ย่าเค้นคอแกให้พูด”

    ชุติมาผลุนผลันขึ้นรถ มินท์เข่าอ่อน คว้าโทรศัพท์บ้านโทร.หาฤชวีแต่ไม่มีคนรับ เธอกระแทกหูโทรศัพท์ลงแป้นอย่างขัดใจ สมองหมุนเร็วจี๋หาทางช่วยพี่ชายสุดที่รักแต่ยังคิดไม่ออก ได้แต่ยกหูโทร.ใหม่อย่างไม่ยอมแพ้!

    เช้าวันใหม่...พิมภาตื่นไปวิ่งออกกำลังที่ริมหาด พลางใส่หูฟังคุยเรื่องงานกับนันทิกานต์ เพื่อนสาวบอกให้เที่ยวให้สนุกและไม่ต้องกังวลเรื่องงาน มีคนช่วยรับผิดชอบเยอะแยะ

    “เล่นน้ำเผื่อฉันด้วย พักผ่อนให้เต็มที่นะแก ว่าแต่... ไปที่โน่นไม่เจอโดนๆบ้างเหรอแก”

    “อะไร...ผู้ชายน่ะเหรอ ถ้าดีๆ ไม่มีก็อย่าหาเรื่องดีกว่า”

    “มันต้องมีผู้ชายดีบ้างล่ะ แกแค่โชคร้ายเจอไอ้พี่เอก วันร้ายมันผ่านไปแล้วพิม ต่อไปต้องเป็นวันดีๆของแก”

    สองสาวหยอกล้อกันอีกสักพักแล้ววางสายเพราะนันทิกานต์เห็นสายตาสอดรู้สอดเห็นของซูซี่ลูกน้องคนสนิทของลัลนาคู่แข่งคนสำคัญของพิมภา ซูซี่เห็นท่าทางร่าเริงของนันทิกานต์ สงสัยว่าอาจคุยกับพิมภาที่หายเงียบไม่มาทำงาน พยายามหลอกถาม แต่โดนนันทิกานต์ตอกกลับหน้าหงาย...

    พิมภาวางสายจากนันทิกานต์แล้ววิ่งไปเรื่อยๆ จนเจอเก้าอี้ริมหาด วางผ้าขนหนูผืนเล็ก มือถือ และหูฟังเพื่อลงเล่นน้ำแก้เครียด ฤชวีนั่งทำงานในบริเวณใกล้กัน มองหญิงสาวอย่างตื่นตะลึง ดีใจได้เจออีกครั้ง

    ฤชวีมองตามหญิงสาวจนเห็นความผิดปกติ ท่าทางตะเกียกตะกายทำให้เขาร้อนรน กระโจนไปช่วยและพาร่างปวกเปียกของเธอขึ้นฝั่ง ชายหนุ่มมองสภาพไร้สติด้วยความเป็นห่วง ตัดสินใจปฐมพยาบาลด้วยวิธีเม้าท์ทูเม้าท์ พิมภารู้สึกตัว ตกใจที่เห็นชายหนุ่มแปลกหน้าในระยะประชิดแล้วสำเหนียกได้ว่าเขาเป็นคนช่วยชีวิตเธอ พึมพำขอบคุณด้วยความละอายที่เข้าใจผิด ฤชวีไม่ถือสา สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันและแนะนำชื่อตัวเองเก้อๆ

    พิมภามองชายหนุ่มด้วยสายตาดีขึ้น คุ้นหน้าแต่ยังนึกไม่ออก ฤชวียิ้มเขิน เสบอกให้ลุกไปล้างตัวแต่พิมภาเจ็บขาลุกไม่ไหว ชายหนุ่มหยิบผ้าขนหนูคลุมขาข้างที่เจ็บแล้วนวดให้อย่างเบามือ พิมภาลองลุกอีกครั้งแต่ไม่ค่อยถนัด ฤชวีเห็นท่าไม่ดี เรียกพนักงานผู้หญิงมาช่วยประคอง พิมภานึกทึ่งชายหนุ่ม...ประทับใจในความสุภาพของเขาไม่น้อย

    ooooooo

    ซูซี่รายงานลัลนาเรื่องพิมภาไม่มาทำงานตั้งแต่เช้า คอยสอดแนมบรรดาผู้ช่วยก็ไม่ได้ความ ทุกนางปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง ผู้ช่วยคนสนิทของลัลนาแอบเห็นใจพิมภานิดหน่อยเรื่องงานแต่งล่ม ลัลนาสะบัดหน้ามาค้อน

    “พี่คิดจะเข้าข้างยัยพิมใช่ไหม ถ้างั้นน้ำหอมจากปารีส กระเป๋าจากอิตาลีที่ลัลจะให้พี่ ลัลคงต้องให้คนอื่น”

    “ว้าย...พี่ต้องอยู่ข้างเดียวกับน้องลัลอยู่แล้วค่ะ”

    “ศัตรูใจอ่อนให้มีแต่จะเหยียบเราให้จมดิน คนอย่างลัลฆ่าได้ แพ้ไม่ได้...แต่คนอย่างยัยพิมไม่กล้าหยุดงานโดยไม่ลาหรอก พี่ไปสืบมาทีว่ายัยพิมส่งใบลาหรือเปล่า”

    ซูซี่รีบสืบต่อเพราะเห็นแก่สินน้ำใจ ลัลนาไม่เชื่อว่าพิมภาจะหยุดโดยไม่ยื่นใบลา ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ

    เช้าวันเดียวกัน เดียกับฤทธิ์ลูกทีมของพิมภาเม้าท์เรื่องงานแต่งและความเลวของเอกพล พาลไปแขวะปราสินีเพราะรู้ว่าเป็นหนึ่งในสองสาวที่ป่วนจนงานพิมภาล่มไม่เป็นท่า นันทิกานต์ส่งเสียงปรามขาเม้าท์ทั้งสอง ปราสินีใจชื้น คิดว่าเพื่อนเข้าข้างแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินคำพูดแดกดัน

    “เอาปากไปถากกับขี้เรื้อน เดี๋ยวเกลื้อนมันจะติดปาก”

    “แนน! ฉันเพื่อนเธอนะ”

    “ทำชั่วแล้วหวังจะเหมือนเดิม สมองคงไม่สำนึกเลยใช่ไหม...ทุเรศว่ะ”

    “มันจะมากไปแล้วนะแนน!”

    สองสาวอดีตเพื่อนรักคงพุ่งหากันแล้ว ถ้าซูซี่ที่สืบเรื่องพิมภาไม่มาแทรกและโดนตอกกลับหน้าหงายเหมือนเคย...

    ขณะเดียวกันนั้น ที่สมุย...ฤชวีเดินตามพนักงานหญิงที่ประคองพิมภากลับห้องพักในโรงแรม เขาวางโทรศัพท์กับคีย์การ์ดไว้บนโต๊ะ ยื่นทิปให้พนักงานแล้วขอตัวออกไป พิมภารีบเรียกไว้ ตัดสินใจถามเรื่องที่คาใจ

    “เดี๋ยวค่ะ...คือฉันคุ้นๆหน้าคุณ เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าคะ”

    “เราเคยเจอกันที่เชียงใหม่”

    พิมภานึกย้อนไป ฉากเขวี้ยงเกี๊ยะใส่ฤชวีเพราะความเข้าใจผิดแล่นเข้ามาในความคิด...

    “คุณขโมย เอ๊ย...คุณนั่นเอง คราวที่แล้วฉันต้องขอโทษจริงๆ”

    “ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณเข้าใจผิด ผมเข้าใจ”

    “ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ คุณฤทธิ์...เอ่อ”

    “เรียกผมว่าต้นก็ได้ครับ...ผมอยู่ในห้องนี้นานแล้ว คงไม่เหมาะ...ขอตัวก่อนนะครับ”

    พิมภามองตามด้วยความแปลกใจ...ผู้ชายนิสัยดีแถมเป็นสุภาพบุรุษแบบนี้ยังมีเหลือบนโลกนี้อีกหรือ...

    ฤชวีเองก็ปลื้มมากที่ได้เจอหญิงสาวในฝันอีกครั้ง แต่ทันทีที่นั่งลงเขียนนิยาย ฝันหวานก็สลายเมื่อเห็นชุติมายืนตรวจความเรียบร้อยซุ้มงานมูลนิธิ เขาฟุบหน้ากับโต๊ะโดยใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กบังไว้ นึกต่อว่ามินท์น้องสาวที่ไม่ส่งข่าว ควานหามือถือเพื่อโทร.ถามแต่ไม่เจอ นึกได้ว่าลืมทิ้งไว้ในห้อง ชุติมาคลับคล้ายคลับคลาว่าเห็นหลานชายสุดที่รักจากระยะไกล พยายามเพ่งแต่มองไม่ชัด ฤชวีหาทางหนีทีไล่จนหนีขึ้นห้องได้ในที่สุด

    ฤชวีรีบโทร.หามินท์เมื่อถึงห้อง มินท์เล่าเหตุการณ์ที่ชุติภาแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์และคาดคั้นเรื่องเขา จนเธอต้องยอมทิ้งมือถือลงน้ำและหักซิมทิ้งเพื่อลบเบอร์ เธอขอร้องให้พี่ชายเก็บของและออกจากที่นั่นเพื่อความ ปลอดภัย ฤชวีปฏิเสธเพราะไม่อยากเสียโอกาสทำความรู้จักพิมภาให้มากกว่านี้

    “พี่จะเดินหน้าหรือ...โหย...ฤาษีต้นจะออกจากถ้ำ ถ้ารักก็สู้เลย มินท์เชียร์ขาดใจ แต่ระวังตัวหน่อยนะพี่ ถ้าคุณย่ารู้ คุณพิมของพี่เละเป็นโจ๊กแน่”

    “พี่รู้...เราก็ระวังตัวด้วยนะ คุณย่าไม่รามือแน่”

    “นี่มินท์จะต้องไปทำงานก็หลบหน้าคุณย่าได้สักเดือน พี่กลับมาก็หาที่อยู่ใหม่ก่อนนะ”

    ฤชวีวางสายน้องสาวด้วยรอยยิ้ม...แม้คุณย่าจะขัดขวาง เขาก็จะสู้...เพื่อรักแท้!

    ด้านชุติภา...ติดใจเรื่องอาจเห็นฤชวีในโรงแรม เช็กรายชื่อแขกที่เข้าพักแต่ไม่พบชื่อหลานหรือใครในครอบครัว คุณย่าจอมโหดคงถอดใจและคิดว่าเป็นการเข้าใจผิด ถ้าไม่ได้รับโทรศัพท์จากสายสืบที่จ้างไว้ตามเรื่องฤชวี ว่าหลานชายสุดที่รักมาหลบอยู่ที่สมุยจริงๆ

    “คิดจะหลบย่าเหรอ...ไอ้หลานหัวดื้อ!”

    ooooooo

    ฤชวีถือโอกาสไปเยี่ยมพิมภาที่ห้อง ประหม่าเล็กน้อยเพราะกลัวเธอจับได้ว่าคิดจีบ พิมภาเพิ่งวางสายจากภาณุวัฒน์ที่โทร.มาเช็กเป็นระยะๆ เปิดประตูต้อนรับชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ ฤชวีตื่นเต้นจนมือชื้นเหงื่อแต่ก็ตัดสินใจชวนหญิงสาวไปทานข้าวเย็นในที่สุด

    “คุณพิมทานข้าวหรือยังครับ”

    “กำลังจะไปค่ะ คุณต้นทานด้วยกันไหม ไถ่โทษที่เคยเข้าใจคุณผิด แล้วขอบคุณที่ช่วยฉันวันนี้”

    “ด้วยความยินดีครับ”

    ฤชวีเดินไปที่ห้องอาหารกับพิมภา ระแวดระวังเพราะกลัวชุติภาเห็นจนพิมภาผิดสังเกต ฤชวีเห็นสายตาสงสัยของหญิงสาว พยายามชวนคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ซักถามเรื่องหน้าที่การงานของเธอและเล่าถึงอาชีพนักเขียนของตัวเอง พิมภารู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองกับชายหนุ่มมากขึ้นจนกล้าถามเรื่องส่วนตัวมากกว่าเดิม

    “คุณต้นมาเที่ยวคนเดียวเหรอคะ”

    “เรียกว่ามาหาที่สงบๆ ทำงานจะตรงกว่าครับ”

    “กรุงเทพฯ ไม่สงบเหรอคะถึงต้องมาไกลขนาดนี้”

    “ถ้าเอาเหตุผลตามจริง คุณพิมอย่าขำนะครับ ผมหนีคุณย่ามาครับ...ถ้าตามพล็อตนิยาย ผู้ใหญ่มักพยายามจับลูกหลานแต่งงาน เมื่อคิดว่าถึงเวลาน่ะครับ”

    “สมัยนี้ยังมีคลุมถุงชนอีกเหรอคะ”

    “คุณย่าของผมไม่เหมือนใครครับ ถ้าท่านต้องการให้เราทำอะไร เราก็ต้องทำตาม ถ้าไม่ทำท่านก็มีวิธีทำให้เราต้องยอมตามใจอยู่ดี แล้วยิ่งไม้ตายของท่านทำให้ผมพูดไม่ออกทุกที”

    ขณะที่หนุ่มสาวคุยกันเพลิดเพลิน...ฤชวีเหลือบเห็นชุติภาคุณย่าจอมโหดมาที่ห้องอาหารและนั่งห่างไปสองสามโต๊ะ เขารีบส่งสัญญาณให้พิมภาหยุดพูด กระซิบเสียงแผ่วว่าคุณย่าอยู่ที่นี่ด้วย พิมภาชะงักและค่อยๆหันไปมอง เข้าใจเขามากขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางเผด็จการของคุณย่า ฤชวีร้อนรนและขอตัวหลบออกไปเพราะกลัวถูกจับได้ พิมภาสงสารและอยากไถ่โทษ อาสาช่วยชายหนุ่ม

    พิมภาสั่งน้ำส้มและเดินไปรับเมื่อเห็นพนักงานถือถาดมาเสิร์ฟ กะระยะที่พนักงานจะผ่านโต๊ะคุณย่าพอดีแล้วแกล้งกระแทกถาดอย่างแรงจนน้ำส้มหกใส่คุณย่า ชุติภาลุกพรวดเตรียมเอาเรื่อง พิมภาแสร้งละล่ำละลักขอโทษเสียงอ่อน อ้างว่ารีบไปทำธุระในห้องน้ำ พร้อมกับส่งสัญญาณให้ฤชวีรีบออกไป

    “ขอโทษนะคะคุณย่า ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

    “อย่ามาเรียกฉันสนิทสนม ฉันไม่ได้เป็นญาติหล่อน”

    “ค่ะ...ขอโทษที่บังอาจ ถ้ายังไงดิฉันขอจ่ายค่าซักแห้ง ให้นะคะ...ถือว่าเป็นการขอโทษ”

    “ไม่จำเป็น! เปลี่ยนเป็นสั่งสอนตัวเองให้หัดระวังกว่านี้ จะได้ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน...หย่อนการอบรมจริงๆ”

    “ประทานโทษนะคะคุณย่า ดิฉันซุ่มซ่ามนะคะไม่ใช่ฆ่าคนตาย ดิฉันผิดก็ยอมรับและหวังจะได้เห็นความเมตตาจากผู้ใหญ่เพื่ออภัยในความผิดครั้งนี้ แค่นี้คุณย่าพอจะให้ได้ไหมคะ”

    “นี่หล่อน!”

    “ขอประทานโทษอีกครั้ง ดิฉันไม่ได้เป็นคนรับใช้หรือลูกหลานของท่านที่จะใช้น้ำเสียงและสรรพนามจิกกันขนาดนี้ ไม่ต้องเมตตากรุณาก็ได้ค่ะ แต่ได้โปรดให้เกียรติผู้อื่นบ้างนะคะ ถ้าไม่ต้องการให้ดิฉันชดใช้...ดิฉันก็ขอตัวค่ะ”

    ชุติภามองตามหญิงสาวด้วยความแค้นใจ...สาวๆ สมัยนี้ ขาดการอบรมสมบัติผู้ดีจริงๆ!

    พิมภาเดินเลยไปนอกห้องอาหาร ฤชวีมาดักรอและชวนไปคุยต่อที่ห้องเธอ พิมภารับปากยิ้มๆ ขำท่าทีตื่นๆเหมือนเด็กกลัวถูกจับได้ด้วยสายตาเอ็นดู ฤชวีขอโทษขอโพยหญิงสาวที่ต้องลำบากปะทะคารมกับคุณย่า พิมภาไม่ถือสา เข้าใจชายหนุ่มที่มีย่าเป็นจอมโหด...ขนาดอยู่ด้วยครู่เดียวเธอยังเครียด ฤชวียิ้มแหย

    “เป็นครั้งแรกในชีวิตผมที่เห็นคนกล้าพูดกับคุณย่าแบบนั้น”

    “ขอโทษนะคะที่ก้าวร้าวกับคุณย่า ที่จริงจะให้มันตกตรงพื้นแถวที่ท่านนั่ง แต่เล็งผิด...ลงเต็มไหล่คุณย่าเลย”

    ฤชวีไม่ถือโทษพิมภาเพราะมั่นใจว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ พิมภาชวนเขาสั่งอาหารมาทานบนห้อง ฤชวีลังเล

    “แต่อยู่ในห้องสองต่อสองแบบนี้ ผมไม่อยากให้คนมองคุณพิมไม่ดี”

    “ฉันไม่ใช่เซเลบ ไม่ใช่ดารา แต่ฉันเป็นคนธรรมดาที่หิวข้าวมาก โอเคไหมคะ”

    ฤชวีโทร.สั่งอาหารอย่างกระตือรือร้น พิมภามองตามขำๆ ท่าทางชายหนุ่มก็น่ารักดี!

    ooooooo

    พิมมาลามองแบบสร้อยที่ภัทรพลส่งมาให้ดูอย่างถูกใจ ลูกชายเป็นนักออกแบบเครื่องประดับฝีมือดีทีเดียว เธอแกล้งถามอย่างมีความหวังเรื่องหาลูกสะใภ้ ภัทรพลหน้าแดง นึกออกแต่หน้าลัลนา พิมมาลาบอกว่าอย่าช้า ถ้าจีบติดจะยกมรดกให้ และถ้าได้แต่งงานมีลูกจะเพิ่มโบนัสพิเศษให้อีก ภัทรพลมีกำลังใจ...ตั้งใจว่าจะลงมือจีบซะที!

    แต่สำหรับฤชวีนั้นไม่ต้องมีใครให้รางวัลอะไรเลย เขาพึงพอใจพิมภาอย่างที่สุด และยามนี้เขากำลังสำลัก ความสุขอยู่ที่สมุย อาหารมื้อค่ำแสนอร่อยและเพื่อนคุยสาวหน้าหวานในฝันทำให้แทบอยากหยุดเวลาไว้ เขาตัดสินใจชวนเธอไปเดินเล่นที่ตลาดตอนเช้า พิมภาตอบตกลงในที่สุด...อย่างน้อยเธอก็อยากมีเพื่อนคุยดีๆ ระหว่างที่พักใจที่นี่ ฤชวีอมยิ้มหน้าแดงแล้วขอตัวกลับห้อง

    พิมภาโทร.หานันทิกานต์ทันทีที่ลับร่างชายหนุ่ม เล่าถึงความบังเอิญและเหตุการณ์จมน้ำที่ชายหนุ่มตามมาช่วยชีวิตตนไว้ นันทิกานต์รู้สึกได้ว่าเพื่อนเริ่มสนใจผู้ชายชื่อแปลกคนนี้ พยายามแหย่และยุให้เปิดใจเพื่อศึกษาคนใหม่ๆ จะได้ลืมเรื่องเก่าๆ ที่ยังคอยหลอกหลอน พิมภายังปากแข็งไม่ยอมรับว่าสนใจฤชวี

    “ก็เห็นว่าเขาดูเป็นสุภาพบุรุษดี ไม่ฉวยโอกาส น่าไว้ใจ”

    “น่าไว้ใจ...หรือว่าน่ามอบใจให้ยะ คืนนี้แกก็มาส์ก หน้าสักหน่อย ตอนเช้าเจอคุณต้นหน้าจะได้สวยใส”

    “เว่อร์ละ...ฉันไม่ได้ชอบใครง่ายๆอย่างที่แกคิดนะยะ แล้วทำไมฉันจะต้องทำสวยเพื่อคนที่เพิ่งรู้จักด้วย กับพี่เอกฉันยังไม่เคยทำขนาดนั้นเลย”

    สองสาวเม้าท์กันเรื่องงานอีกพักใหญ่ก่อนวางสาย พิมภาคิดถึงคำพูดเพื่อนยิ้มๆ เดินไปหยิบมาส์กหน้าที่มักพกติดในกระเป๋าเดินทางเสมอ อ้างว่าทำสวยเพื่อตัวเอง... ไม่ใช่เพื่อใครทั้งนั้น!

    ด้านฤชวี...มีความสุขจนล้นที่มีโอกาสพูดคุยและไปเที่ยวกับพิมภา ตั้งใจแน่วแน่จะเดินเครื่องจีบหญิงสาวอย่างเต็มที่ เสียงมือถือดังขึ้น กิ่งแก้วโทร.มาแจ้งข่าวร้ายเรื่องคุณย่าชุติภาโทร.มาคาดคั้นให้สารภาพเรื่องชายหนุ่ม ฤชวีหน้าตื่น วางสายและเก็บกระเป๋ากลับกรุงเทพฯ กลางดึกคืนนั้น...

    พิมภาตื่นแต่เช้าด้วยเสียงนาฬิกาปลุกในวันถัดมา เข้าห้องน้ำและแต่งตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันนัดกับฤชวี เสียงเคาะประตูดังขึ้นตรงเวลา พิมภายิ้มหน้าบานไปเปิดประตู แล้วหน้าเจื่อนเมื่อเห็นพนักงานโรงแรมมาพร้อมช่อดอกลิลลี่และการ์ดจากฤชวี พิมภาเปิดการ์ดอ่าน เห็นลายมือเรียบร้อยเหมือนตัวคนเขียน

    “ผมขอโทษที่ต้องผิดนัดคุณพิม แต่ผมมีเรื่องด่วนต้องรีบกลับกรุงเทพฯตั้งแต่กลางดึก ผมอยากมาลาคุณแต่กลัวเป็นการรบกวน จึงฝากการ์ดนี้ไว้พร้อมเบอร์ติดต่อผมด้านหลังการ์ดใบนี้ หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง...ฤชวี”

    พิมภามองการ์ดในมือเซ็งๆ ตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปวิ่งออกกำลังที่ริมหาดเหมือนเคย หญิงสาวได้ยินเสียงแว้ดๆคุ้นหู หันไปเห็นคุณย่าจอมโหดของฤชวีแล้วถึงบางอ้อ...รู้แล้วว่าทำไมชายหนุ่มถึงรีบกลับ

    ขณะเดียวกัน...ฤชวีหิ้วกระเป๋าเดินทางไปหากิ่งแก้วที่สำนักพิมพ์ มองดูมือถือด้วยความหวังว่าพิมภาจะโทร.หา แต่ต้องซึมเพราะไม่มีวี่แววตั้งแต่เช้า กิ่งแก้วมองญาติหนุ่มอย่างเห็นใจที่เจอศึกรอบด้าน ไหนจะคุณย่าชุติภาจอมบงการ ไหนจะหญิงสาวในฝันที่ต้องผละจากมาด้วยความจำใจ เธอพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาเจรจากับคุณย่าดีๆ เผื่อท่านจะยอมรามือเหมือนตอนที่ชายหนุ่มไปเรียนต่อเมืองนอก

    “ที่ยอมเพราะพ่อแม่และปู่ออกหน้าให้ต้น แต่หลังจากทุกท่านประสบอุบัติเหตุก็ไม่มีใครคานอำนาจคุณย่าอีก ต้นกับมินท์ถึงต้องเอาตัวรอดแบบนี้ไง ถ้าเจอจังๆ ก็ขัดท่านไม่ได้หรอก”

    “แล้วถ้าต้นกับคุณพิมมีโอกาสได้คบกัน ถ้าคุณย่าไม่ยอม ต้นจะ...”

    “สู้หัวชนฝาเลย ถ้าไม่ใช่เรื่องแต่งงาน ต้นก็ไม่อยากขัดใจท่านนะ ยังไงท่านก็ทำเพราะรักต้น ต้นถึงเลี่ยงไม่เจอ เพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจท่าน”

    “บ้านก็กลับไม่ได้ต้องมาเร่ร่อน นี่ทายาทมหา เศรษฐีเพชรบูรณ์นะเนี่ย หนีหัวซุกหัวซุนเป็นนักโทษการเมืองเชียว”

    กิ่งแก้วล้อขำๆ ฤชวีไม่ตลกด้วย มองหน้าจอมือถือที่ยังเงียบสงบด้วยแววตาเซ็งจัดกว่าเดิม!

    ooooooo

    พิมภาพักใจที่สมุยต่ออีกหลายวันจนถึงกำหนดกลับ หญิงสาวเผลอมองที่ช่อลิลลี่และการ์ดของฤชวีอย่างเหงาๆบ่อยครั้ง ตัดสินใจเก็บทั้งสองสิ่งกลับกรุงเทพฯเพื่อเป็นที่ระลึก ส่วนฤชวี...ยังมีอาการเดิมๆ หยิบมือถือมาดูวันละหลายรอบ หวังว่าจะได้รับการติดต่อจากหญิงสาว

    นันทิกานต์ไปรอรับพิมภาที่คอนโดฯ สองสาวกอดกันกลมด้วยความคิดถึง พิมภารื้อกระเป๋าและ

    หยิบช่อดอกลิลลี่และการ์ดมาวางไว้อย่างดี นันทิกานต์มองเพื่อนอย่างจับสังเกต หยิบของทั้งสองสิ่งมาดูอย่างพินิจ

    “แกรู้ไหมว่าดอกลิลลี่สีขาวหมายถึงอะไร...มันแทนคำขอโทษย่ะ เป็นผู้ชายละเอียดอ่อนนะเนี่ย...ให้เบอร์ไว้ด้วยเหรอ อ่อยกันชัดๆ แกโทร.หรือยัง”

    “ฉันไม่โทร.หรอก เป็นผู้หญิงมันต้องไว้ตัวกันบ้าง”

    “แกคิดดี...ถูกต้อง แต่ถ้าเขาเป็นคนดีก็น่าเสียดายนะ”

    “ฉันยังไม่คิดเรื่องอื่นนอกจากงาน”

    “เราก็จับทำเพื่อนได้นี่ ไม่ใช่ว่าคุยแล้วจะจับทำ...เอ่อ...แฟนตลอด...ถูกไหม”

    พิมภาชักคล้อยตามแต่ไม่อยากทำท่าเห็นด้วยให้เพื่อนล้อ เสชวนคุยเรื่องงาน นันทิกานต์บอกไม่มีอะไรมาก เป็นห่วงก็แต่เพื่อนสาวจะรับมือสายตาอยากรู้อยากเห็นได้หรือไม่เท่านั้น พิมภากอดคอเพื่อนแล้วบอกว่ามีกำลังใจดีจากครอบครัว เพื่อน และเจ้านาย...เธอไม่กลัวอะไรทั้งนั้น!

    พิมภามาทำงานในเช้าวันถัดมา หญิงสาวขับรถมาจอดไล่เลี่ยกับลัลนา ท่าทางมาดมั่นของพิมภาทำให้ลัลนาแปลกใจ ไม่อยากเชื่อว่าคู่แข่งคนสำคัญจะเข้มแข็งได้เร็วขนาดนี้ สองสาวปะทะคารมกันเหมือนเคย สุกัญญาเข้ามาทักและบอกให้สองสาวและลูกทีมทั้งหมดเข้าประชุม...มีเรื่องสำคัญต้องสะสาง!

    สุกัญญานั่งที่หัวโต๊ะในห้องประชุม เกริ่นถึงเหตุขัดแย้งระหว่างพนักงานในงานแต่งของพิมภา

    จนต้องยกเลิกพิธี ทุกคนหันมามองพิมภาตาโต ลัลนาตื่นเต้น มั่นใจมากว่าคู่แข่งคนสำคัญต้องโดนไล่ออก เพราะตามกฎเหล็กของบริษัท ถ้าพนักงานมีเรื่องทะเลาะ เบาะแว้งกันจะโดนยื่นซองขาวทั้งคู่ พิมภายืดอกรับโทษแต่สุกัญญาพูดแทรกขึ้น ปรายตาไปทางปราสินีที่นั่งหน้าซีด

    “ครั้งนี้...คุณพิมไม่รู้มาก่อนว่าจะเกิดเรื่อง...

    ใช่ไหมปราสินี ดังนั้น...ฉันให้สิทธิ์คุณพิมนะ ว่าอยากจะทำอย่างไรกับปราสินีก็ได้ แล้วแต่คุณพิมจะตัดสินใจ”

    ปราสินีหน้าถอดสี พิมภามองมาด้วยแววตาแข็งกร้าว...

    หลังประชุมเลิก...ปราสินีวิ่งตามสุกัญญา อ้อนวอนให้พิจารณาโทษของเธอใหม่อีกครั้ง สุกัญญาปฏิเสธ บอกว่ายกสิทธิ์เรื่องนี้ให้พิมภาไปแล้ว ปราสินีเลือดขึ้นหน้า ต่อมแบ๊วแตก อาละวาดบอกว่าเจ้านายสาวลำเอียงและขอลาออก สุกัญญาไม่สนใจและเดินออกไป ปราสินีเลยหันมาพาลกับคนอื่นๆที่เหลือ

    “ร้ายกาจนะ แว้งกัดไม่เลือก...สมแล้วที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน” ลัลนาแขวะพร้อมปรายตาไปทางพิมภา

    “ลัลนี่คงทานหวานบ่อยนะ ถึงทั้งดุทั้งเห่าและกัดไม่เลือกแบบนี้”

    “แอ๊บแตกแล้วปากร้ายนะยะ แทงข้างหลังเก่งขนาดนี้...คงไม่ใช่แค่เรื่องผู้ชายล่ะมั้ง ฉันรู้แล้วที่ปลาชอบมาเล่าเรื่องงานของยัยพิมให้ลัลฟัง เพราะอยากยืมมือลัลทำร้ายพิมนี่เอง”

    พิมภากับนันทิกานต์ฟังแล้วของขึ้น ตะโกนไล่อดีตเพื่อนรักเสียงเครียดแล้วหมุนตัวออกไป ลัลนาส่งเสียงค่อนแคะไล่หลัง

    “สโลแกนวันนี้...ผัวเพื่อนก็เหมือนผัวเราใช่ไหมพิม”

    “คันปากมากหรือ...ฉันจะได้เกาให้”

    “น่ากลัวมากๆ เอะอะก็ใช้กำลัง แบบนี้ไงถึงโดนแฟนสวมเขา...เป็นเจ้าสาวที่ฉาวที่สุดแห่งปี!”

    ลัลนากับซูซี่หัวเราะอย่างสะใจแล้วเดินจากไป พิมภามองตามด้วยนัยน์ตาแค้นจัด...ฝากไว้ก่อนเถอะ!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์