นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ฤชวี นักเขียนหนุ่มรูปงามแววตาอบอุ่น เดินทางขึ้นดอยทางเหนือเพื่อหาแรงบันดาลใจเขียนนิยายรัก เขาแพนกล้องคู่ใจถ่ายภาพบรรยากาศบนยอดเขาอย่างเชี่ยวชาญ หยิบเครื่องบันทึกเสียงในกระเป๋าสะพายกดอัดความคิดที่ฟุ้งขึ้นเพื่อใช้เขียนงาน

    “เปิดบทแรก...กระซิบรักในสายลม บนดอยสูง ท่ามกลางทะเลหมอก...”

    ฤชวีเก็บภาพเรื่อยๆ จนถึงทางแยกเพื่อเลี้ยวไปอีกทาง มองเห็นดอกซากุระขยับได้ผ่านเลนส์กล้อง เขาเคลื่อนตัวตามจนเห็นว่าดอกซากุระนั้นประดับบนที่คาดผมของหญิงสาวหน้าสวยหวานในชุดเสื้อคลุมทรงกิโมโน สวมรองเท้าคล้ายเกี๊ยะญี่ปุ่นเข้าชุดกัน ฤชวีลดกล้องลง มองหญิงสาวตาค้าง ตกตะลึงในความงาม

    พิมภา ผู้จัดการคนสวยประจำบริษัทเครื่องสำอางนารี มองชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มๆ ขอทางไปหานันทิกานต์ เพื่อนซี้พ่วงตำแหน่งผู้ช่วยในทีมที่ยืนถ่ายรูปตัวเองอย่างเมามันด้านหลังชายหนุ่ม ฤชวีขยับหลบให้เก้อๆ มองตามหญิงสาวในฝันราวกับตกในภวังค์ ตัดสินใจเดินตามอย่างสนใจ ลืมกระเป๋าที่วางไว้เบื้องหลัง

    นันทิกานต์ต่อปากต่อคำกับพิมภาไปตลอดทางอย่างสนุกปาก ขยับเสื้อโค้ตฟูฟ่องกระพือให้ลมพัดผ่าน พิมภามองท่าทีเพื่อนขำๆ แซวด้วยความหมั่นไส้

    “แหม...ชอบจัดเต็ม เชียงใหม่ปลายฝน ดันใส่โอเวอร์โค้ตยังกับสององศาแถวเทือกเขาหิมาลัย”

    “ทีแกล่ะ...พิม หลงประเทศหรือเปล่า นี่ดอยนะยะไม่ใช่ฮอกไกโด ไม่จัดกิโมโนเต็มยศไปเลยล่ะ”

    “สมองเท่าขี้มดจริงๆ ยายแนน...เราเป็นตัวแทนบอสมาร่วมยินดีกับลูกค้าชาวญี่ปุ่น จะให้ฉันแต่งชุดฮาวายมายินดีกับเขาหรือไง ลูกค้าคือคนสำคัญ เราต้องใส่ใจแม้เรื่องเล็กน้อย เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ”

    พิมภาขยับเสื้อกิโมโนให้เข้าที่ ซักซ้อมบทสนทนาทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่ว ฤชวีที่แอบตามมา มองอย่างชื่นชมแล้วเกิดความคิดเรื่องพล็อตนิยาย ควานมือหากระเป๋าเพื่อหยิบเครื่องบันทึกเสียงแต่หาไม่เจอ นึกขึ้นได้ว่าวางทิ้งไว้ตรงที่เจอหญิงสาวหน้าหวานเป็นครั้งแรก รีบวิ่งกลับไปเอา

    พิมภามัวเม้าท์กับนันทิกานต์เพลินจนเกือบถึงเวลานัดกับมิสเตอร์ไดซุเกะ ลูกค้าชาวญี่ปุ่นคนสำคัญของบริษัทที่มาถ่ายวีดิโองานแต่งงานบนดอยนี้ หญิงสาวรื้อกระเป๋าถือ คว้ากระเป๋าสตางค์มาวางไว้บนพุ่มไม้ข้างทาง หยิบนามบัตรลูกค้าและกดมือถือโทร.ถามทาง แล้วรีบร้อนกันไป ลืมนึกถึงกระเป๋าสตางค์ซะสนิท!

    ฤชวีวิ่งกลับมาแต่ไม่เจอหญิงสาวหน้าหวาน หมุนตัวเลี้ยวไปอีกทางเผื่อเจออีกครั้ง ส่วนพิมภากับนันทิกานต์ตามหากองถ่ายของลูกค้าจนเจอ ยืนมองคู่บ่าวสาวพูดถึงความในใจที่มีต่อกันด้วยแววตาเคลิ้มฝัน

    “เอ๋เป็นผู้หญิงที่น่ารัก สดใส ครั้งแรกที่ได้เห็น...ผมก็รู้เลยว่าเขาเป็นอีกครึ่งชีวิตที่หายไป เมื่อคบกัน...ผมก็รู้ว่ารักเขามากจนคิดว่าคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา”

    “ไดซุเกะเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ดูแลและเอาใจใส่เอ๋มาก การที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้อยู่กับคนที่รักเรา ...และเราก็รักเขา เอ๋เชื่อว่านั่นคือความสุขค่ะ”

    ฤชวีตามหาจนเจอ แอบแฝงตัวกับกองถ่าย บันทึกภาพหญิงสาวไว้เป็นที่ระลึกอย่างมีความสุข คู่บ่าวสาวมองตากันหวานฉ่ำ โอบกอดกันด้วยความตื้นตันใจ พิมภา พลอยซาบซึ้งตรึงใจจนน้ำตาซึม นันทิกานต์ทักเพื่อนยิ้มๆ

    “เดี๋ยวแกก็ต้องถ่ายวิีดิโองานแต่งตัวเองเหมือนกันนี่ ไม่น้ำตาแตกยิ่งกว่าเหรอ...แน่ใจนะว่าจะสละโสดจริงๆ”

    “หยุดเลยไอ้แนน...ฉันตัดสินใจไปแล้ว ใครก็เปลี่ยนไม่ได้!”

    ถึงเวลาพักการถ่ายทำ พิมภานำของขวัญที่เตรียมมาไปแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว แนะนำตัวอย่างมั่นใจ

    “สวัสดีค่ะ ดิฉันพิมภา ตัวแทนบริษัท Naree คุณสุกัญญาติดธุระด่วน ให้ดิฉันนำของขวัญมาร่วมยินดีแทนค่ะ”

    ooooooo

    หลังพูดคุยแสดงความยินดี...คู่บ่าวสาวกลับไปถ่ายภาพนิ่ง นันทิกานต์ขอตัวไปหาอะไรกิน ส่วนพิมภาอยากอยู่ดูงานต่อ ล้วงกระเป๋าถือเพื่อหยิบเบี้ยเลี้ยงบริษัทให้เพื่อน แต่หากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ นึกได้ว่าวางทิ้งไว้ตอนรื้อหานามบัตรลูกค้า ลากเพื่อนกลับไปเอาด้วยความร้อนใจ

    ด้านฤชวี...ก้มลงเปลี่ยนฟิล์ม หันกลับมาอีกทีก็ไม่เห็นสาวหน้าหวานแล้ว เขาตามหาจนถึงที่ที่เจอเธอเป็นครั้งแรก เสียงมือถือดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อกิ่งแก้ว ญาติสาวและเจ้าของสำนักพิมพ์คนสวย เขากดรับด้วยสีหน้ายิ้มๆ

    “สวัสดีครับกิ่ง ผมอยู่ที่เชียงใหม่ครับ...ถ้าถามทั่วๆ ไปผมสบายดี แต่ถ้าถามถึงงาน ผมมาถ่ายรูปเก็บข้อมูลสถานที่จริง เป็นแรงบันดาลใจใช้เขียนนิยายเรื่องใหม่”

    “อย่านานนักนะต้น อีกสามเดือนจะมีสัปดาห์หนังสือ กิ่งอยากได้หนังสือต้นมาเป็นหนังสือขายดีให้สำนักพิมพ์”

    “สามเดือน! กิ่งครับ...สมองผมไม่ใช่ก๊อกน้ำนะ เปิดปุ๊บจะได้ไหลปั๊บ”

    “เรื่องที่แล้วต้นใช้เวลาสองเดือนเองนะ กิ่งจำได้”

    “นั่นมันนิยายกึ่งสารคดี แต่นี่มันเรื่องรัก...ผมไม่มั่นใจว่าสมองจะแล่น”

    กิ่งแก้วแนะนำให้ญาติหนุ่มหาแฟนสักคน เผื่อจะเขียนเรื่องรักคล่องขึ้น ฤชวีทำหน้าเคลิ้ม นึกถึงใบหน้าหวานๆ ของหญิงสาวที่เขาตามเก็บภาพตลอดเช้าอย่างไม่รู้ตัว

    “นี่ผมมีชื่อเรื่องในใจแล้วนะ...กระซิบรักในสายลม”

    “ต้นจ๊ะ...ชื่อเรื่องเชยได้ใจมาก เนื้อเรื่องจะยุงชุมขนาดไหน”

    “ก็แบบพระเอกพบนางเอกโดยบังเอิญ ตั้งชื่อให้นางเอกที่สวยเหมือนดอกซากุระว่า...ซากุระ”

    กิ่งแก้วส่ายหน้าน้อยๆ กับพล็อตหวานจนเลี่ยนของญาติหนุ่ม...ท่าทางเธอจะได้หนังสือขายดีเร็วๆนี้แน่!

    ฤชวีมองไปรอบๆ เหลือบเห็นกระเป๋าสตางค์บนพุ่มไม้ข้างทาง กิ่งแก้วยังอยู่ในสาย แนะให้หาบัตรประชาชนเพื่อดูชื่อเจ้าของ พิมภากับนันทิกานต์โผล่มาทันเห็นชายหนุ่มค้นกระเป๋า พิมภาถอดรองเท้าเขวี้ยงไปแต่พลาดโดนต้นไม้ข้างทาง เธอขว้างอีกข้าง คราวนี้โดนที่หน้าผากชายหนุ่มจังๆ แล้วถลาไปอาละวาดทุบทีพัลวัน ฤชวีตัดสายกิ่งแก้ว เบี่ยงตัวหลบและพยายามชี้แจง

    “ผมไม่ได้ขโมย คุณลืมไว้...”

    “ยังจะโกหก มือเท้ามีทำไมไม่หางานทำ ขโมยเขากินน่ะไม่อายหรือ มีศักดิ์ศรีบ้างไหม แก้ตัวกับตำรวจแล้วกัน ให้ตำรวจอุทยานจับนอนคุกซะให้เข็ด!”

    “จริงๆนะครับ ผมเก็บได้ที่พุ่มไม้โน่น”

    “ตลกเลย ตั้งแต่มาถึงนี่ ฉันไม่ได้หยิบกระเป๋าเงินออกมาเลย ฉันหยิบแต่นามบัตร...”

    พิมภาได้สติ ถึงบางอ้อว่าเป็นความผิดของตนที่สะเพร่าวางกระเป๋าสตางค์ทิ้งไว้ ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่แต่ชายหนุ่มไม่ถือสา นันทิกานต์หยิบเกี๊ยะข้างหนึ่งส่งให้เพื่อน พิมภามองหาอีกข้าง ฤชวีคุกเข่าตรงหน้าแล้วสวมคืนให้อย่างนุ่มนวล พิมภาเช็ดรอยเปื้อนที่หน้าผากให้ ฤชวีหลับตาเคลิ้ม แต่เมื่อลืมตาขึ้นก็ไม่เห็นสองสาวแล้ว ทิ้งไว้แต่ผ้าเช็ดหน้าสีหวาน เขาตัดสินใจออกตามหา

    หลังแยกกับชายหนุ่ม...พิมภาโทร.หาเอกพลคู่หมั้นสุดหล่อมาดเนี้ยบ นัดแนะเวลารับที่สนามบินกรุงเทพฯ เพื่อไปถ่ายวีดิโองานแต่งของทั้งคู่ที่จัดขึ้นในอีกไม่กี่วัน เอกพลพร่ำบอกรัก แต่พิมภาไม่รู้สึกใจเต้นเหมือนตอนที่ยืนฟังมิสเตอร์ไดซุเกะกับแฟนสาวพูดถึงกันและกัน วางสายอย่างเซ็งๆ นันทิกานต์ถามหยั่งเชิง

    “ถ้าไม่รู้สึก แล้วแกจะแต่งงานกับพี่เอกทำไมวะ”

    “ก็...เขาเป็นคนดี เสมอต้นเสมอปลาย สามปีแล้วที่เขาดูแลเอาใจใส่ฉันไม่เปลี่ยนแปลง การงานก็ดี ฐานะ ก็ใช้ได้ หน้าตาก็โอเค เดินด้วยได้ไม่อายใคร คนดีขนาดนี้ ขอแต่งงาน...เป็นแกจะปฏิเสธไหม”

    “คิดๆแล้วมันก็ถูกของแก เป็นฉันคงต้องรักษาไว้ ...แต่แกแน่ใจแล้วหรือว่ารักเขา”

    “ฉันก็...ไม่ค่อยแน่ใจ ความรักสำหรับฉันอาจเป็นผู้ชายดีๆ สักคนที่ฉันจะฝากชีวิตแล้วก็ดูแลกันและกันจนแก่เฒ่าเหมือนพ่อแม่ฉันล่ะมั้ง แต่ที่ฉันมั่นใจมากตอนนี้คือพี่เอกเป็นผู้ชายดีๆคนนั้น”

    นันทิกานต์แกล้งถามว่าถ้าต้องตายแทนเอกพล พิมภาตอบโดยไม่ลังเลว่าไม่มีทาง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอไม่ได้รักเขา นันทิกานต์พยายามเตือนสติ

    “ความเหมาะสมไง แกคิดว่าเขาเหมาะกับแก ถ้าแกรออีกนิด แกอาจเจอรักแท้ที่ทำทุกอย่างเพื่อกันและกัน...แบบตายแทนกันได้”

    “รักแท้แบบนั้น...มันมีแต่ในละคร เพ้อเจ้อจริงๆ”

    ฤชวีเห็นหลังสองสาวไวๆที่ลานจอดรถแต่ตามไม่ทัน เห็นแค่สติ๊กเกอร์ข้างรถที่สองสาวนั่งเป็นชื่อร้าน รถเช่าในตัวเมือง รีบโบกมือเรียกรถตามไปแต่ก็คลาดกันแบบหวุดหวิด กิ่งแก้วโทร.กลับมาเช็กญาติหนุ่มที่ตัดสายไปดื้อๆ อย่างเป็นห่วง ฤชวีบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ที่สำคัญก็คือ...เขาเจอหญิงสาวในฝัน...คนที่ฟ้าส่งมาให้แล้ว!

    ooooooo

    เอกพลมารับพิมภากับนันทิกานต์ที่สนามบินตรงเวลา เอาอกเอาใจจนพิมภาอึดอัด ส่วนนันทิกานต์เอียนอยากอ้วก เขาขับรถพาสองสาวไปที่โรงแรมหรูเพื่อถ่ายทำวีดิโองานแต่ง ทีมงานขอให้ว่าที่บ่าวสาวพูดความในใจถึงกันและกัน

    “พิมเป็นผู้หญิงสวยและเก่ง สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ และผมก็เชื่อว่าพิมจะเป็นภรรยาที่ผมจะเดินเคียงข้างด้วยความภูมิใจ...ดีใจครับที่ได้เจอและรักพิม”

    “พี่เอกเป็นคนดีมีความสามารถ เป็นผู้ชายแบบที่พิมชื่นชม...เป็นผู้ชายที่คิดว่าจะฝากชีวิตไว้ตลอดไป”

    พิมภาลุกมาพัก นันทิกานต์ตามประกบ กระแนะ– กระแหนเพื่อนขำๆ

    “สายตาแกแห้งแล้งที่สุด แกกับพี่เอกเหมาะที่จะแต่งงานกันมาก แกพูดแต่ดี เก่ง...แต่แกไม่พูดว่ารักสักคำ”

    “ก็ฉันไม่ได้ระ...”

    “นั่นแน่...ยอมรับแล้วใช่ไหม ว่าแกไม่ได้รักไอ้พี่เอก”

    พิมภาอ้ำอึ้ง สะกิดใจนิดๆ แต่ยังเชื่อมั่นในตัวเอกพล ปราสินี ผู้ช่วยและเพื่อนซี้อีกคนของพิมภา ถือเครื่องดื่มมาให้และรายงานเรื่องภารกิจเพื่อนเจ้าสาว พิมภากอดขอบคุณปราสินีอย่างปลื้มใจ แขวะนันทิกานต์ยิ้มๆ

    “ยายแนน...ดูไว้นะยะ เพื่อนตัวอย่างมันต้องแบบนี้”

    “ใช่สิ...แกเล่นใช้ยายปลาจัดการเรื่องงานแต่งทุกอย่าง เหลืออย่างเดียวที่ไม่ได้ทำคือ...เป็นเจ้าสาวซะเอง”

    ปราสินีหน้าเจื่อน นัยน์ตามีแววเศร้าลึกแต่ฝืนยิ้มแย้ม พิมภาแก้ต่างให้ นันทิกานต์แกล้งงอน สามสาวกอดคอและยิ้มให้กันอย่างสนิทสนม

    หลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำ เอกพลไปส่งพิมภาที่คอนโดฯ ถามความคืบหน้าเรื่องตำแหน่งที่ปรึกษาบริษัทนารี ที่คู่หมั้นสาวรับปากช่วยแนะนำให้ พิมภาบอกให้ไปคุยกับสุกัญญาเจ้านายเธอหลังงานแต่ง เอกพลยิ้มหวานและถือโอกาสถึงเนื้อถึงตัว พิมภาเบี่ยงตัวหลบอย่างอึดอัด เผลอผลักเขาออกอย่างรุนแรง เอกพลมึนกับท่าทีหวงตัวแต่ไม่กล้าแสดงสีหน้าไม่พอใจ

    พิมภาเดินเข้าคอนโดฯอย่างหัวเสีย ขนลุกกับท่าทางแสดงความรักของเอกพล ปอย พนักงานสาวประจำคอนโดฯรายงานเรื่องที่มีชุดเจ้าสาวมาส่ง พิมภาหยิบใบรับของมาดูเซ็งๆ แล้วผลุนผลันขึ้นลิฟต์ไป สุวิทย์ รปภ.คอนโดฯแอบนินทาท่าทีหยิ่งๆของหญิงสาวไล่หลัง

    “คุณพิมนี่จะรีบไปไหนตลอดเวลานะ พูดไม่เคยทันแกเดินสักที”

    “พี่วิทย์ก็...งานเขายุ่งมั้ง ป้านงค์แม่บ้านบอกว่าคุณพิมเก่งจะตาย ตำแหน่งใหญ่โตเลยล่ะ”

    “ถึงว่าไม่เห็นหัวเรา...”

    พิมภานั่งกุมขมับบนโซฟา นึกถึงคำพูดเตือนสติของนันทิกานต์เมื่อกลางวันแล้วทิ้งตัวลงนอนเครียดๆ ทอดสายตามองชุดเจ้าสาวแสนสวยอย่างชั่งใจ ทันใดนั้น... มีเสียงเอะอะดังมาจากหน้าห้อง หญิงสาววิ่งหน้าตื่นไปดูแล้วถลันไปขวางระหว่างสองผัวเมียข้างห้องที่กำลังตีกันเสียงอึกทึก

    “หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ผู้หญิงโดนรังแก ฉันต้องยุ่ง! ถ้าไม่ยุ่งฉันก็มีความผิด”

    “เพ้อเจ้ออะไรวะ เรื่องของผัวเมีย คนนอกอย่ายุ่ง ไม่งั้นฉันจะแจ้งความ”

    “ดักดาน! ไม่รู้ใช่ไหมว่ารัฐเขาออกกฎหมายแล้ว ถ้าคุณไม่หยุด คุณจะโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย”

    ผัวฮึดฮัดหมุนตัวออกไป เมียถลาไปอาละวาดทุบตี ผัวปัดป้องแล้วผลักเมียล้มลงพื้น พิมภาตั้งท่าจะห้าม ชะงักเมื่อเห็นภาณุวัฒน์พ่อของเธอเดินหน้านิ่งท่องศีลมาแต่ไกล

    “กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี การละเว้นจากการ ประพฤติผิดในกามจะนำความสงบสุขมาสู่ครอบครัว”

    พิมมาลาแม่ของพิมภาตามมาสบทบ วิเคราะห์สถานการณ์ของผัวเมียอย่างเชี่ยวชาญ

    “แล้วแม่ก็ยอมไม่ได้ที่คนเป็นสามีจะขโมยของภรรยาตัวเองไปให้ผู้หญิงอื่น...สายสร้อยทองที่ห้อยตรงกระเป๋ากางเกง เป็นลายดอกไม้แบบที่ผู้ชายไม่ใส่ ท่าทางร้อนรนเหงื่อแตก เป็นลักษณะของคนที่ปิดบังความผิด”

    เมียพยักหน้าตามหงึกๆ ภัทรพลพี่ชายคนเดียวของพิมภามารั้งท้ายสุด เสริมพ่อกับแม่นิ่มๆด้วยบทกลอนสอนใจ

    “พี่ชายแต่งงานแล้วต้องจำไว้นะครับ...รักเมียต้องอดทน ต้องเป็นคนเคารพเมีย รักเมียต้องส่งเสีย อย่าให้เมียต้องสงสัย รักเมียต้องรักเดียว อย่าได้เที่ยวไปรักใคร รักเมียต้องทำใจ ถึงอย่างไรเธอก็เมีย”

    ผัวของขึ้นที่โดนสอนและหยาม ตบผัวะที่หน้าเมีย ภาณุวัฒน์เลือดขึ้นหน้า ถลันไปต่อยหน้าหงาย พิมภาตะลึงท่าทีโหดเข้มของพ่อ สั่นหัวตั้งสติและบอกให้แม่กับพี่ชายช่วยกันห้าม...ก่อนเรื่องจะลุกลามใหญ่โต!

    ooooooo

    กว่าเหตุการณ์ชุลมุนของผัวเมียข้างห้องจะยุติ พิมภาก็เหนื่อยล้า อดีตตำรวจเก่าอย่างภาณุวัฒน์จัดการผัวใจโฉดซะน่วม พิมภาภูมิใจในตัวพ่อแต่ไม่อยากชมมากเพราะเป็นห่วงพ่อที่อายุมากขึ้นทุกวัน เธอบอกให้ภัทรพลช่วยทำความสะอาดห้องให้พ่อแม่พัก พี่ชายเธอมองรอบห้องด้วยสีหน้าแหยงๆ

    “ฉันนึกไม่ออกเลยว่าจะจัดห้องแกให้สะอาดยังไง ไอ้แฟนขี้เต๊ะรู้ไหมว่าเรื่องงานบ้าน...แกไม่ได้เรื่อง”

    “จ้างแม่บ้านก็สิ้นเรื่อง...มาช่วยฉันเก็บห้องหน่อย”

    “แกจะจ่ายเงินจ้างแม่บ้านเหรอ เชื่อเขาเลย!...ไม่ต้องจัดหรอก แม่เช่าห้องข้างๆไว้แล้ว”

    ภาณุวัฒน์เห็นชุดแต่งงานของพิมภาก็น้ำตาคลอ หวงลูกสาวขึ้นนิดๆ แต่ข่มไว้ พิมมาลาส่ายหน้าอ่อนใจ

    “พ่อ...ลูกแค่แต่งงาน ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย คิดถึงก็มาเยี่ยมได้”

    “ให้พิมมันลงจากคานเถอะพ่อ ไม่งั้นอีกสามปีมันก็เป็นสาวแก่แล้วนะ”

    “พี่ภัทร! หยาบคาย พ่อกับแม่ลงมากรุงเทพฯ ก็ดีแล้ว พิมคิดถึงพอดี”

    พิมมาลาบอกให้ชวนเอกพลมาทานข้าวเย็นด้วยกันพรุ่งนี้ พิมภารับปากและขอตัวไปนอน

    ขณะที่ครอบครัวพิมภารวมตัวพร้อมหน้า...ฤชวีไปค้างกับมินท์น้องสาวแท้ๆ ที่บ้านในกรุงเทพฯ ชายหนุ่มสวมวิญญาณพ่อครัวหัวป่าก์ทำอาหารอย่างชำนิชำนาญและถือโอกาสเขียนนิยายรอน้องสาวกลับบ้าน ภาพหญิงสาวบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เจ้าของผ้าเช็ดหน้าสีหวานที่วางอยู่ข้างๆ ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจเขียนเรื่อง

    “เป็นครั้งแรกที่ผมไม่สนว่ามันจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ขอแค่ทุกเวลามีคุณอยู่ข้างๆ...ถ้าได้เจอกันอีกครั้ง ผมไม่พลาดอีกแน่ๆ”

    มินท์เพิ่งกลับ เห็นพี่ชายนั่งจ้องหน้าจอเคลิ้มๆ ชะโงกหน้าไปขัดจังหวะ ฤชวีตกใจแต่กลบเกลื่อนเสียงเข้ม ห้ามน้องไม่ให้บอกย่าเรื่องที่เขากลับจากอเมริกา

    “โอ๊ย...ระดับคุณย่าชุติภา กระดิกนิ้วสองทีก็ตามพี่เจอแล้ว นี่ก็โทร.จิกมินท์ถี่มาก เห็นว่าเล็งสาวไว้ให้พี่คนหนึ่ง”

    “ก็สาเหตุนี้ล่ะที่พี่พยายามหลบท่านอยู่ พี่ต้องรีบทำงาน ไม่อยากปวดหัวไปดูตัวกับใคร”

    “เพราะเจ้าของผ้าเช็ดหน้าฝืนนี้ใช่ป่ะ...เพ้อใหญ่เลยพี่ฉัน”

    “ไม่ได้เพ้อ...พี่เขียนนิยายอยู่”

    มินท์ติดใจเรื่องเจ้าของผ้าเช็ดหน้าสีหวาน ซักไซ้ไล่เรียงใหญ่โตจนฤชวีหน้าแดง บอกว่าเป็นของหญิงสาวในฝันที่เชื่อว่าจะต้องได้เจอกันใหม่ มินท์อยากเห็นพี่ชายมีความสุข เอาใจช่วยสุดฤทธิ์...

    เช้าวันถัดมา...พิมภาตื่นไปทำงานด้วยความเร่งรีบ นึกได้ว่ามีนัดประชุมกับผู้บริหารตอนเช้า เธอแต่งตัวอย่างรวดเร็วและทานอาหารบนรถตามประสาคนทำงานในเมืองหลวง ภาณุวัฒน์ พิมมาลาและภัทรพลมองตามหลังอย่างเคยชิน...พิมภาเป็นผู้หญิงเก่ง บ้างานและจริงจังกับทุกเรื่องมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

    ขณะที่พิมภาเหยียบคันเร่งจนสุดเพื่อมาให้ทันประชุมนัดสำคัญ...พนักงานคนอื่นๆ รวมทั้งลูกทีมเธอ นันทิกานต์ ปราสินี เดียและฤทธิ์ มายืนออที่หน้าบริษัทเหมือนรอดูเหตุการณ์สำคัญ ซูซี่ จุ๋มและลิลลี่ ลูกทีมลัลนา ผู้จัดการแบรนด์สาวสวยสไตล์เกาหลี คู่แข่งคนสำคัญของพิมภา ตามมาสมทบเพื่อรอรับหัวหน้าทีมของตน

    ลูกทีมของพิมภาและลัลนาปะทะคารม ถากถางเพื่อข่มขวัญกันและกันเหมือนทุกครั้งที่เจอหน้า รปภ.บริษัทเอาแก้วน้ำสองใบมาวางที่หน้าประตู รถของพิมภากับลัลนามาถึงหน้ารั้วบริษัทในเวลาไล่เลี่ยกัน จอดรอสัญญาณรปภ.เป่านกหวีด รถทั้งสองพุ่งทะยานมาจอดก่อนถึงแก้วน้ำอย่างฉิวเฉียด สองสาวลงรถมาจ้องหน้ากัน แววตาไม่มีใครยอมใคร!

    ooooooo

    พิมภากับลัลนาเดินเข้าบริษัทด้วยมาดนางพญา ลูกทีมทั้งสองตามติด ประชาสัมพันธ์สาวหน้าใสก้าวมาดักหน้า ขอสัมภาษณ์แบรนด์เมเนเจอร์ลงนิตยสาร ลัลนาตัดหน้าบอกให้นัดเวลาเธอกับซูซี่ ประชาสัมพันธ์สาวยิ้มกลัวๆ แอบถามเพื่อความแน่ใจว่าลัลนาหรือพิมภาเป็นคนมอบของขวัญให้มิสเตอร์ไดซุเกะ

    “คือน้องต้องทำสัมภาษณ์เรื่องมอบของขวัญแต่งงานให้มิสเตอร์ไดซุเกะน่ะค่ะ แล้วน้องเพิ่งมาทำงานวันแรก ก็เลยไม่ทราบว่าใครเป็นใคร”

    “ไม่เป็นไรจ้ะ พี่ชื่อพิมนะ...เดี๋ยวสักสิบโมง น้องโทร.หาพี่แนนนะ พี่เขาจะเช็กตารางงานของพี่ให้”

    พิมภามองไปที่นันทิกานต์เป็นเชิงแนะนำให้ประชาสัมพันธ์สาวรู้จัก ยิ้มเย้ยลัลนาที่หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ

    “มันคนละระดับกันนะ”

    “ทำเป็นตัวพองปลาบปลื้ม ไปมอบของขวัญมันหน้าที่พนักงานส่งเอกสารชัดๆ”

    “แต่ก็เป็นหน้าที่ที่เธออยากได้จนตัวสั่น อุตส่าห์ไปอาสากับคุณสุไม่ใช่เหรอ อิจฉาล่ะสิ...งานสำคัญเขาก็ต้องให้คนมีความสามารถทำ!”
    ลัลนาตัวสั่นด้วยความแค้นใจที่โดนพูดแทงใจดำ พิมภาแกล้งเอานิ้วชี้ไปทิ่มที่ปลายจมูกลัลนา

    “ไม่เจอกันแค่สามวัน ได้จมูกใหม่มาอีกแล้วหรือ เธอซื้อชาเขียวแถมซิลิโคนยัดจมูกหรือไง เปลี่ยนทุกเดือนจนฉันจำหน้าเดิมเธอไม่ได้แล้วนะเนี่ย”
    ลัลนาเต้นผาง พิมภาสะใจ เลื่อนมือจากจมูกลงมาชี้ที่หน้าอกสะบึม

    “เดือนที่แล้วคัพเอ เดือนนี้คัพอี ยัดซะใหญ่ขนาดนี้ ไม่กลัวนมแตกหรือไง...แต่ก็น่าเห็นใจนะ อุตส่าห์ไปทำมาตั้งหลายแสน ป่านนี้ยังเดินเหี่ยวจนซิลิโคนหมดอายุ”

    “ใครจะคันอย่างหล่อน ต้องมีผัวเพราะกลัวขึ้นคาน”

    “ก็จะให้ดักดานจนหยากไย่ขึ้นแบบเธอ...ฉันก็ทำไม่ได้จริงๆ”

    สองสาวคงปะทะคารมกันต่อถ้ามือถือพิมภาไม่ดังขึ้น สุกัญญาโทร.ตามให้เข้าประชุม พิมภาวางสายแล้วพุ่งเข้าลิฟต์พร้อมๆกับลัลนาและลูกทีมทั้งหมด...พักความแค้นไว้ชั่วคราว

    พิมภากับลัลนาก้าวไปนั่งประจำตำแหน่งในห้องประชุม เดียกับฤทธิ์ลูกทีมของพิมภาเม้าท์เรื่องตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่กำลังว่าง โอ้อวดสรรพคุณของหัวหน้าทีมตนเพื่อข่มทีมลัลนา

    “งานนี้ต้องพี่พิม...ดูแลตั้งแต่เริ่มผลิตสินค้า ทำแพ็กเกจ วางแผนขาย จัดงานแสดงสินค้าและทำโฆษณา”

    “ครอบจักรวาลขนาดนี้ ต้องคนเก่งและมีความสามารถ เดียกับพี่ฤทธิ์สแกนรอบห้อง ไม่มีใครเหมาะกับตำแหน่งนี้เท่าพี่พิม”

    ซูซี่ลูกน้องคนสนิทของลัลนาทนไม่ได้ โปรโมตคุณสมบัติของหัวหน้าทีมตนบ้าง

    “สมองช้ารึเปล่ายะ ตำแหน่งนี้ต้องมีวิสัยทัศน์ดี ภาพลักษณ์ดี มีมันสมองและเพิ่มยอดขายได้อย่างน้องลัลสิจ๊ะ”

    “มันก็ต้องได้สิ พิมวางแผนทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี ไอ้พวกมาเสียบมันก็คว้าพุงไปกิน ไม่ต้องใช้ความสามารถ... หน้าด้านล้วนๆ” นันทิกานต์แอบแขวะ

    ลัลนาของขึ้นที่โดนหยาม แม้จะสวยแอ๊บแบ๊วแต่เธอก็จริงจังเรื่องงาน ตอกกลับเสียงเขียวใส่หน้าพิมภา

    “ฉันสร้างผลงานด้วยมันสมองย่ะ ไม่ใช่ด้วยปากอย่างเธอ สโลแกนเขาว่ายังไงนะพี่ซูซี่ ทำงานเป็นรอง แต่สอพลอเป็นหลักใช่ไหม”

    “ห้าปีที่ฉันทำที่นี่ ถ้าไม่ดีจริง คุณสุคงไม่อัพเงินเดือนให้รถประจำตำแหน่งฉัน...แล้วห้าปีของเธอได้อะไร เมื่อไหร่จะยอมรับสักทีว่าเธอกับฉัน...มันคนละชั้นกัน!”

    ลัลนาเหลืออด คว้าแฟ้มเขวี้ยงใส่พิมภา สุกัญญาเข้ามารับไว้ได้อย่างเหมาะเหม็ง สองสาวยืนตาค้าง แก้ตัวกันพัลวันว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แค่สลับแฟ้มดูงานเท่านั้น สุกัญญาเลิกคิ้ว ไม่ค่อยเชื่อแต่ขี้เกียจซักไซ้

    “เห็นแล้วสบายใจที่พนักงานของนารีรักใคร่กลมเกลียวกันแบบนี้ มีข่าวลือเข้าหูพี่บ่อยว่าเธอสองคนไม่ถูกกัน”

    พิมภากับลัลนาโผเข้ากอดคอกันเพื่อยืนยันคำพูดว่ารักใคร่กลมเกลียวกันดี สุกัญญาพูดขู่ยิ้มๆ

    “ดีแล้ว เพราะพี่เกลียดพนักงานทะเลาะกันเอง มันทำลายจุดแข็งของนารี ถ้าใครทำพี่จะยื่นซองขาวให้”

    พิมภากับลัลนาหน้าเหวอ เสียวสันหลังวูบ กลัวความลับเรื่องเกลียดกันเข้าไส้จะแตก สุกัญญาตัดบทเพื่อเปิดการประชุม มองไปรอบห้องแล้วหงุดหงิดเพราะที่นั่งฝั่งพิมภายังว่าง นันทิกานต์รีบลุกไปตามปราสินี พิมภามองตามหลังเพื่อนเครียดๆ

    ooooooo

    นันทิกานต์เดินมาถึงหน้าห้องวิจัยผลิตภัณฑ์ ปราสินียืนคุยกับนิคมพนักงานวิจัยเครื่องสำอางท่าทางมีพิรุธ นันทิกานต์ถามถึงแป้งตัวใหม่ นิคมอ้าปากจะพูดบางอย่างแต่ปราสินีตัดบทและลากเพื่อนกลับห้องประชุม

    พิมภามองปราสินีด้วยแววตาเป็นห่วง กลัวเพื่อนโดนสุกัญญาเล่นงาน ลัลนากับซูซี่ได้ที แกล้งพูดกระแนะกระแหนปราสินี สุกัญญาไม่เล่นด้วย ตอกกลับสองสาวหน้าม้าน

    “ปราสินี...ทำไมถึงเข้าห้องประชุมสาย เธอไม่รู้เรื่องหรือ”

    “ปลาไปหยิบเอกสารให้คุณพิมน่ะค่ะ”

    พิมภากับนันทิกานต์มองหน้ากันงงๆ สุกัญญาหันมาถาม สองสาวจำรับมุกแบบฝืดๆ

    หลังเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระ...สุกัญญาประกาศเปิดการประชุม แจ้งว่ามีเรื่องให้ทีมพิมภากับลัลนารับทราบ เธอกดเปิดเครื่องโปรเจกเตอร์ด้านหลัง เผยให้เห็นแผนผังตำแหน่งงานต่างๆในบริษัท

    “ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนเก่าลาออกเพื่อย้ายตามครอบครัวไปฝรั่งเศส ในส่วนตำแหน่งที่ว่าง...พี่ติดต่อคนที่เหมาะสมไว้แล้ว อีกไม่นานจะเข้ามารับตำแหน่ง ส่วนตอนนี้...พี่จะดูแลงานส่วนนี้เอง”

    พิมภากับลัลนาหน้าเสียเพราะหวังกับตำแหน่งนี้ไว้มาก สุกัญญาอ่านท่าทางสองสาวออก ชี้แจงเสียงอ่อน

    “ตอนแรกพี่ตั้งใจว่าจะดึงผู้จัดการแบรนด์ขึ้นมา แต่พี่พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีคนที่เหมาะสม...ที่ไม่มีไม่ใช่ว่าฝีมือไม่ถึง แต่พี่มีโปรเจกต์สำคัญกว่า”

    ภาพบนโปรเจกเตอร์ด้านหลังเปลี่ยนเป็นแผนที่ของภูมิภาคพื้นเอเชีย มีโลโก้บริษัทนารีกระจายทั่ว ภาพแผนที่ในมุมกว้างค่อยๆ แคบลงจนเหลือแค่ประเทศญี่ปุ่น พิมภากับลัลนาตาโต พอเดาได้ว่าโปรเจกต์ที่ว่าคืออะไร

    “การขยายสาขาในญี่ปุ่น พี่ต้องการทีมงานเปี่ยมด้วยความสามารถเพื่อเจาะตลาดเครื่องสำอางญี่ปุ่น โดยพี่จะคัดเลือกจากทีมที่ทำยอดขายเพิ่มมากกว่าไตรมาสที่แล้วหกสิบเปอร์เซ็นต์...ภายในเวลาครึ่งปี!”

    พนักงานทุกคนเงียบเป็นเป่าสาก คำนวณระยะเวลาและยอดขายที่ต้องทำแล้วหนักใจ เพราะกระชั้นชิดและเสี่ยงเกินที่จะตอบรับ พิมภากับลัลนาลุกพรวดพร้อมกัน ประกาศกร้าวว่าต้องการพิชิตโปรเจกต์ยิ่งใหญ่นี้

    “นารี...ความสวยสำหรับหญิงสาวเช่นคุณ...มันช่างเป็นงานที่ท้าทายพิมที่สุดค่ะคุณสุ”

    “ลัลจะดันนารีให้มียอดเกินหกสิบเปอร์เซ็นต์ให้ได้”

    “พี่ขอเสริมอีกนิดนะ หัวหน้าทีมจะได้ตำแหน่งหัวหน้าสาขาที่ญี่ปุ่น ส่วนลูกทีมที่ได้รับเลือกจะได้ขึ้นเงินเดือนสองเท่าจากฐานเงินเดือนปัจจุบัน พร้อมโบนัสหกเดือนก่อนย้ายไปญี่ปุ่น”

    พิมภากับลัลนาตาโตกับข้อเสนอตอบแทน มีแรงบันดาลใจยิ่งกว่าเก่า ปรายตามองกันและกันอย่างประกาศศึก สุกัญญามองท่าทีฮึกเหิมของสองสาวด้วยความพอใจ

    ขณะที่พิมภาตื่นเต้นกับโปรเจกต์ใหม่...ฤชวีเกือบทำความลับตัวเองแตก มินท์กลับบ้านมาทันแย่งพี่ชายรับโทรศัพท์ แก้ต่างกับคุณย่าและปิดบังความจริงเรื่องพี่ชายกลับเมืองไทย ฤชวีแปลกใจว่าทำไมมาถึงทันเวลา มินท์อธิบายว่าคุณย่าโทร.หาที่มือถือไม่ติดเลยโทร.มาที่บ้านแทนเพราะเธอไม่ได้เข้าบริษัทวันนี้

    “ดีนะพี่ต้น...ที่เราไหวตัวทัน ถ้าคุณย่ารู้ว่ามินท์ช่วยปิดบัง บ่นชาตินี้ยันชาติหน้าแน่ๆ”

    “พี่ว่าบ้านมินท์ไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ ไว้พรุ่งนี้พี่คุยงานกับกิ่งเรียบร้อยแล้วพี่คงต้องหาเซฟเฮ้าส์ของพี่เอง”

    มินท์ยกนิ้วให้อย่างเห็นด้วย ฤชวีคิดหนัก...เขาจะหาทางหนีจากคุณย่าจอมบงการได้ไหมนี่!

    ooooooo

    นันทิกานต์ชวนพิมภากับปราสินีไปฉลองอำลาความโสดหลังเลิกงาน พิมภาขอตัวเพราะมีนัดพาเอกพลไปทานข้าวกับครอบครัวที่บ้าน เอกพลชวนสองสาวไปด้วยแต่ปราสินีปฏิเสธ อ้างว่ามีนัดไปซื้อของกับนันทิกานต์ พิมภากับนันทิกานต์มองหน้ากันงงๆ แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน

    พิมภากับเอกพลถึงบ้านตรงเวลา ภาณุวัฒน์กับภัทรพลช่วยกันจัดโต๊ะอาหารอย่างขะมักเขม้น พิมมาลายกอาหารมาสมทบ เอกพลเอาอกเอาใจทุกคนในครอบครัวคู่หมั้นสาวด้วยความนอบน้อม ภาณุวัฒน์พูดถึงงานวันพรุ่งนี้

    “ที่จริงไม่น่าจัดใหญ่โตขนาดนี้นะ จัดเล็กๆ พอเป็นพิธีก็พอ”

    “ไม่ได้หรอกครับ ผมอยากให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่และพิมครับ”

    “แค่ดูแลให้ดี รักลูกสาวพ่ออย่างที่พ่อรัก ไม่ทำให้เสียใจก็พอ”

    “ผมสัญญาครับว่าจะดูแลพิมอย่างดี”

    ภาณุวัฒน์มองว่าที่ลูกเขยอย่างพอใจ...หมดห่วงที่ลูกสาวมีคนดูแล

    พิมภาส่งเอกพลที่หน้าห้องหลังมื้อเย็น คู่หมั้นหนุ่มพยายามถึงเนื้อถึงตัวกับเธออีกครั้ง พิมภาร้องห้ามเสียงหลง อ้างว่าอยากรอถึงคืนแต่งงาน เอกพลมึนกับท่าทางหวงตัว พิมภาถอนใจหนักหน่วง...ขนลุกกับสัมผัสหื่นๆของคู่หมั้น!

    ขณะที่พิมภาสับสนว้าวุ่นใจ แต่ใครบางคนกำลังคิดถึงเธอ...ฤชวีเหม่อมองดวงจันทร์ที่งดงามประหนึ่งดวงหน้าของหญิงสาวในฝัน มินท์สังเกตท่าทีเคลิ้มฝันของพี่ชายอย่างสงสัย แกล้งถามถึงเจ้าของผ้าเช็ดหน้าสีหวาน ฤชวียิ้มหน้าแดง เผยความในใจให้น้องรู้แบบไม่มีกั๊ก

    “นั่นสินะ...ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณซากุระไปอยู่ที่ไหน”

    “คุณซากุระ?”

    “ก็เขาสวยหวานเหมือนซากุระ”

    “เฮ้อ...กู่ไม่กลับแล้วพี่ต้นเอ๊ย!”

    กลางดึกคืนนั้น...พิมภานอนไม่หลับ นั่งเล่นที่นอกระเบียงอย่างเซ็งๆ ไม่แน่ใจว่าการแต่งงานคือสิ่งที่ต้องการจริงๆหรือไม่ พิมมาลามองท่าทีเหม่อลอยของลูกอย่างเป็นห่วง พิมภากอดเอวแม่และถามเสียงลังเล

    “แม่...พิมจะมีความสุขใช่ไหมจ๊ะ”

    “พิมรู้ไหมว่าความสุขอยู่ที่ไหน”

    “อยู่ที่เราได้ทุกอย่างที่ต้องการมั้งคะ หน้าที่การงาน ...คนรัก พิมกำลังมีทุกอย่าง แต่ทำไมพิมถึง...”

    “ก็ความสุขมันอยู่ที่ใจ พิมถามตัวเองบ้างไหมว่าพรุ่งนี้พิมจะแต่งงาน...แต่ใจของพิมอยากแต่งจริงหรือเปล่า”

    “พี่เอกเป็นคนดี แล้วเขาก็รักพิมมาก เหตุผลแค่นี้ยังไม่พอหรือคะแม่”

    “คนเรามีเหตุผลมากมายในการตัดสินใจ เหตุผลที่คนอื่นอาจไม่เข้าใจ แต่แม่เข้าใจพิมนะ ชีวิตพิม...พิมต้องเลือกทางเดินเอง และถ้าพิมเลือกแล้ว พิมก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาด้วย...รู้ใช่ไหม”

    พิมภาพยักหน้าน้ำตาคลอ กอดแม่แน่นขึ้นอย่างคนที่ขาดที่พึ่งทางใจ หญิงสาวตัดสินใจเชื่อมั่นกับทางเลือกเดิม แม้ว่าจะยังสับสนในใจอยู่ไม่น้อย

    ooooooo

    เช้าวันแต่งงาน...พิมภาสะดุ้งตื่นด้วยใบหน้าไม่สดชื่นเท่าที่ควร พิมมาลาติดใจท่าทีแปลกๆของลูกเมื่อคืน มองด้วยความเป็นห่วง แต่ก็เชื่อว่าทุกอย่างต้องผ่านพ้นได้ด้วยดี

    พิมภานั่งให้ช่างแต่งหน้าทำผมในห้องโรงแรมอย่างเนือยๆ นันทิกานต์กับปราสินีเข้ามาดูความเรียบร้อยในฐานะเพื่อนเจ้าสาว ปราสินีมองชุดแต่งงานบนหุ่นกลางห้องด้วยแววตาขื่นขม แกล้งเดินถือแก้วกาแฟไปใกล้และทำหกใส่ ตีสีหน้าตกใจสุดขีดที่ทำชุดเพื่อนเปื้อน

    “ขอโทษนะพิม กาแฟมันร้อน ปลาตกใจก็เลยหลุดมือ”

    นันทิกานต์ไม่ทันคิด เอะอะโวยวายเพราะกลัวหาชุดเปลี่ยนไม่ทัน พิมภาเห็นดอกกุหลาบในห้องแล้วเกิดไอเดียซ่อมชุดเจ้าสาว ยิ้มให้ปราสินีอย่างจริงใจ

    “ไม่ต้องกังวลนะปลา ยังไงพิมก็ได้แต่งอยู่ดี”

    ปราสินียิ้มเครียด เสหยิบกองสมุดเซ็นอวยพรออกไปอย่างเซ็งๆ

    ขณะที่พิมภาเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว...ฤชวีมาคุยงานเรื่องนิยายรักกับกิ่งแก้วที่สำนักพิมพ์ กิ่งแก้วมองหน้าญาติหนุ่มด้วยแววตาล้อเลียน ชอบใจกับสำนวนและพล็อตเรื่องสุดโรแมนติก เร่งให้เขียนเสร็จภายในสามเดือนเพื่อวางแผงขายในงานสัปดาห์หนังสือ ฤชวีพยายามต่อรอง

    “หกเดือนนะกิ่ง...เห็นแก่ความเป็นลูกพี่ลูกน้องของตระกูลเรา”

    “เล่นถึงตระกูลเลย...ก็ได้ หุบยิ้มได้แล้ว ว่าแต่หญิงสาว เจ้าของแรงบันดาลใจเนี่ย หน้าตาเป็นยังไงเหรอ”

    “ตาโต ปากสวยได้รูป จมูกโด่ง ผิวขาวละเอียด แก้มชมพูเหมือนกลีบดอกซากุระ”

    “น่าเสียดายนะที่คลาดกัน”

    “แต่ต้นก็หวังว่าจะได้เจออีก คราวนี้ต้นจะไม่ยอมให้พลาดเลย”

    “ต้น...เขียนนิยายมากไปแล้วนะกิ่งว่า...เพ้อใหญ่เชียว!”

    กิ่งแก้วแซวขำๆ แล้วชวนไปทานกลางวัน ฤชวียิ้มรับเขินๆ...เขาหมายความตามที่พูดทุกคำ!

    เวลาเดียวกัน...งานฉลองแต่งงานของพิมภากับเอกพลเริ่มคึกคัก แขกผู้มีเกียรติทยอยเข้างานไม่ขาดสาย คู่บ่าวสาวยืนประจำที่ซุ้มถ่ายรูปหน้างานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผิดกับปราสินีที่มองภาพแห่งความสุขด้วยแววตาเศร้าหมอง นันทิกานต์กระซิบบอกพิมภาถึงการมาถึงของลัลนากับซูซี่ พิมภาทักคู่แข่งคนสำคัญเสียงหยัน

    “ไม่คิดเลยว่าเธอจะกล้ามา กลัวเธอจะแสลงใจน่ะ”

    “เพื่อนร่วมงานจับผู้ชายสำเร็จทั้งที ฉันก็ต้องมาแสดงความยินดีสิจ๊ะ”

    “มาดูเป็นตัวอย่างก็ไม่ว่าหรอกจ้ะ แต่จะเอาไปใช้เมื่อไหร่ล่ะ ทำงานกันมาห้าปี ไม่เห็นมีใครพาลงจากคาน”

    พิมภากับลัลนายิ้มให้กันต่อหน้าผู้คน แต่สายตาเหมือนข่มกันตลอด ภาณุวัฒน์เอียงหน้าถามนันทิกานต์

    “สองคนนี้เขาเป็นเพื่อนกันจริงหรือเปล่า พ่อว่าอีกนิดเดียว เขาจะกระโดดขบหัวกันแล้วนะ”

    “ถ้าไม่ติดว่าคนเยอะก็กระโดดเตะก้านคอกันไปแล้วล่ะค่ะคุณพ่อ”

    สุกัญญามาถึงพอดี พิมภากับลัลนาปรับสีหน้าเป็นรักกันจี๋จ๋า ทักทายเจ้านายสาวเสียงหวาน นันทิกานต์รับหน้าที่พาสุกัญญา ลัลนา และซูซี่เข้างาน

    ด้านพิมมาลา...วิ่งวุ่นรับแขกจนเมื่อย ภัทรพลหยิบน้ำจากบริกรส่งให้แม่ด้วยความเป็นห่วง พิมมาลาพึมพำ ขอบใจ...หายห่วงเรื่องลูกสาว หันมาห่วงเรื่องคู่ลูกชายแทน

    “ภัทร...งานนี้สาวๆเพียบเลยนะลูก ไม่เข้าตาแกบ้างหรือ”

    “ไม่เห็นมีใครสามสิบแปด ยี่สิบสี่ สามสิบหก ตาแบ๊วอย่างที่ผมชอบสักคน”

    “แกก็ลดสเปคสาวให้มันน้อยลงหน่อยสิ แม่ล่ะกลัวว่านามสกุลเราจะด้วนที่แกจริงๆ”

    “ผู้ชายอกสามศอกอย่างผม...แพ้ผู้หญิงอกสามสิบแปดครับแม่ ถ้าไม่มีผู้หญิงที่ใช่ ผมยอมเหี่ยวแห้งดีกว่า”

    พิมมาลามองค้อน ภัทรพลหัวเราะเบาๆ มองไปรอบงานแล้วชะงัก สาวสวยสไตล์เกาหลี รูปร่างอึ๋มโดนใจ ลัลนาหันมาสบตาชายหนุ่มพอดี โปรยสเน่ห์ให้อย่างมีชั้นเชิง ภัทรพลถึงกับเคลิ้ม แยกจากพิมมาลาและลากนันทิกานต์มาถามถึงหญิงสาวปริศนา

    นันทิกานต์ฟังภัทรพลบรรยายรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวปริศนาแล้วตาโต รีบห้ามเขาจีบเพราะกลัวพิมภาปรี๊ดแตกถ้ารู้เรื่องพี่ชายแอบปิ๊งคู่แค้นคนสำคัญ

    “ยายลัลนาเป็นคู่แข่งกับไอ้พิมเลย เวลาสองคนนี้เข้าห้องประชุมทีไรนะ จิกกันเลือดสาดทุกที”

    “ขนาดนั้นเชียว สวยๆ ตาแบ๊วๆ อย่างนั้นน่ะนะ”

    “ก็ตัวแม่ทั้งคู่ แข่งกันทุกอย่างตั้งแต่แต่งตัว หน้าที่การงาน ถ้าพี่จีบยายลัล ไอ้พิมมันแล่เนื้อเถือหนังพี่แน่!”

    ภัทรพลคิดหนัก...แต่ก็อยากลองจีบดูสักตั้ง!

    ooooooo

    ฤชวีมาทานข้าวกับกิ่งแก้วที่โรงแรมเดียวกับงานแต่งของพิมภาและเอกพล ชายหนุ่มมองซุ้มถ่ายรูปหน้างานด้วยความสนใจ กิ่งแก้วคิดว่าเขาคงอยากมีงานแบบนี้บ้าง ฤชวีหน้าแดง บอกว่าถ้าแต่งกับหญิงสาวซากุระ เจ้าของแรงบันดาลใจนิยายรักเรื่องล่าสุดก็ไม่แน่ กิ่งแก้วมองหน้าญาติหนุ่มยิ้มๆ อยากเห็นแม่ซากุระนี่เสียจริง!

    ฤชวีแยกไปเข้าห้องน้ำ สวนกับพิมภาและนันทิกานต์์ที่ก้มหน้าก้มตาแกะชุดแต่งงานที่เกี่ยวบานพับ ทำให้มองไม่เห็นกัน ฤชวีรู้สึกแปลกๆ แต่พยายามไม่คิดมาก...เขาอาจจะคิดถึงแม่สาวซากุระมากเกินไป

    พิมภากับนันทิกานต์กลับจากห้องน้ำทันเวลาขึ้นเวทีพอดี เอกพลพาพิมภาไปเตรียมตัว นันทิกานต์เรียกปราสินีเข้าข้างในเพื่อร่วมเป็นสักขีพยาน ปราสินีมองตามคู่บ่าวสาวเศร้าๆ นันทิกานต์คิดว่าเพื่อนอยากเป็นเจ้าสาวบ้าง

    “อยากสวยก็ต้องมาเป็นเจ้าสาวเอง...เมื่อไหร่ดีล่ะ”

    “คงอีกไม่นาน...เขาสัญญาว่าจะแต่งงานกับปลาเร็วๆนี้”

    “ใครเหรอ บอกกันมั่งสิ”

    “ปลาก็อยากแนะนำ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”

    นันทิกานต์แยกไปขึ้นเวทีเพื่อทำหน้าที่พิธีกร ปราสินีถือโอกาสเดินไปหาลัลนากับซูซี่เพื่อยุแยงเรื่องพิมภา

    “พิมบอกว่าหลังแต่งงานจะพาพี่เอกไปคุยกับคุณสุ เรื่องที่พี่เอกจะมาเป็นที่ปรึกษาให้นารี ต่อไปพิมคงสบายมีพี่เอกช่วยพูดส่งเสริม เก่งแล้วยังมีคนคอยช่วยอีก...ดีจังเลย”

    “น้องลัลคะ ถ้าคุณเอกพลมาเป็นที่ปรึกษาให้คุณสุจริง น้องลัลหัวเน่าแน่ค่ะ ผัวประกบซ้าย เมียประกบขวา เป่ากันจนคุณสุหูดับ ไล่น้องลัลออกจากงานได้เลยนะคะ” ซูซี่วิเคราะห์

    “ร้ายนักนังพิม คิดจะเล่นงานฉันหรือ...ฝันไปเถอะ!”

    ด้านฤชวี...ระบายเรื่องหนักใจเกี่ยวกับคุณย่าให้กิ่งแก้วฟัง เขาไม่อยากขัดขืนแต่ก็ไม่ชอบใจให้ย่าบงการ

    “คุณย่าห่วงต้นมากเกินไป”

    “ก็หลานชายคนเดียวนี่ แล้วต้นจะปิดท่านเรื่องกลับมาแล้วถึงเมื่อไหร่”

    “ก็จนกว่านิยายจะเสร็จ ถ้าคุณย่าเจอตัวต้น รับรองเลยได้ว่ากิ่งไม่ได้ต้นฉบับด้วย”

    “งั้นไม่ต้องห่วง กิ่งปิดปากแน่นเลย”

    ขณะเดียวกัน...พิธีการสำคัญในงานพิมภากับเอกพลดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสบนเวที พิมภาเซ็นชื่อตัวเองเรียบร้อย ทันใดนั้น...ก่อนที่เอกพลจะเซ็นชื่อ ไฟในห้องดับพรึ่บ จอโปรเจกเตอร์ปรากฏคลิปของ

    เอกพลกับหญิงสาวนิรนามนัวเนียกันด้วยลีลาหวาดเสียว

    ทุกคนในงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ส่งเสียงวิพากษ์ วิจารณ์กันอื้ออึง ทันทีที่แสงไฟสว่างขึ้น...หญิงสาวในชุดคลุมท้อง หน้าตาละม้ายเหมือนตัวละครเอกในคลิปโผล่ที่กลางห้องท่าทีเอาเรื่อง

    “ของขวัญแต่งงานจอมปลอม...ชอบไหมคะผัวขา”

    เอกพลตกใจหน้าซีดเผือด ตะโกนสั่งให้ รปภ.นำตัวหญิงสาวท้องโตออกไป แต่เธอสะบัด มองเขาตาเขียวปั้ด

    “พี่บอกจะหลอกให้นังนี่พาเข้าทำงานที่บริษัทมันแล้วเขี่ยทิ้ง ทำไมพี่มาแต่งงานกับมันแบบนี้ ผู้หญิงหน้าด้าน! ไม่มีปัญญาหาผู้ชายหรือไง ต้องมาแย่งผัวคนอื่นเขา...เอาผัวฉันคืนมา!”

    พิมภาตัวชา เอกพลหน้าตาลนลาน หญิงสาวในชุดคลุมท้องควักใบทะเบียนสมรสขึ้นมาโชว์

    “ดูซะ...นางสมองฝ่อ พี่เอกเขาจดทะเบียนสมรสกับฉัน...ฉันคือเมียคนแรกและคนเดียวของเขา!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:22 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์