ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ป่านางเสือ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จ้องตากันสักพัก นาคีดีดตัวเข้าหา งิ้วสาดกระสุนใส่ไม่นับ แต่พลาดเป้าหมดเพราะเธอหายตัวแวบไปแวบมา ก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งตรงหน้างิ้ว ปัดปืนในมือกระเด็น งิ้วต้านพลังของนาคีได้ไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกฝ่ามือฟาดกระเด็นไปกองกับพื้นใกล้ปืนที่ตกอยู่ เธอจะคว้ามัน แต่นาคีใช้พลังหยุดร่างไว้ แค่สะบัดมือ ร่างของงิ้วก็หันกลับมา นาคีทำมือขยุ้มส่งพลังไปบีบคอ ทำให้เธอหายใจไม่ออกพยายามแกะมือที่มองไม่เห็น นาคียิ้มเยาะ

“ฝีมือของเจ้ายังด้อยนัก”

งิ้วดิ้นรนจะให้ไปถึงไกปืน ไม่ได้จะยิงนาคี แต่จะยิงไปทางที่จักจั่นยืนอยู่ ในที่สุดก็เอื้อมถึง เหนี่ยวไกปืนเปรี้ยง กระสุนพุ่งเฉียดใบหูจักจั่นไปนิดเดียว ทำให้เธอตื่นจากภวังค์ ตวัดปืนยิงใส่นาคีเป็นชุด

กระสุนพุ่งเจาะร่างจนเซตามแรงอัดของลูกปืน งิ้วเป็นอิสระสูดหายใจเข้าปอดเต็มแรง จักจั่นหายตัวแวบเข้าไปถีบนาคีกระเด็น แล้วส่งมือให้งิ้วจับ ร่างของสองสาว หายวับออกไปอย่างรวดเร็ว นาคีดีดตัวจะตาม แต่แล้วกลับซวนเซยืนไม่อยู่ คายามังปราดเข้ามารับไว้ได้ทัน...

ระหว่างนั่งรถกลับศูนย์ลับแห่งใหม่ งิ้วยังงงไม่หายทำไมจักจั่นถึงได้ยืนค้างเป็นหุ่นแบบนั้น เธอหลบแสงจากดวงตาของนาคีไม่ทัน งิ้วถึงกับร้องเอะอะเล่นปล่อยแสงได้แบบนี้พวกเราต้องแย่แน่ๆ

“ยังมีแย่กว่านั้นอีก กระสุนปืนทำอะไรมันไม่ได้” จักจั่นสีหน้าเคร่งเครียดขณะที่งิ้วอึ้งพูดอะไรไม่ออก...

ในเวลาเดียวกัน ที่เซฟเฮาส์ของลุงเดช ฤทธิชัยรู้ตัวดีว่าอาจก่อปัญหาให้ทุกคนเพราะนาคีสัมผัสเขาได้ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เธอต้องไปปรากฏตัวที่นั่น ดังนั้นเขาควรต้องอยู่ให้ห่างจากทุกคน ดาวเห็นด้วย และที่สำคัญนาคีไม่คิดจะทำอันตรายเขา ยิ่งเขายื้อเธอให้อยู่ด้วยนานเท่าไหร่ พวกเราก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น ในเมื่อดาวไม่คัดค้าน ฤทธิชัยจะออกเดินทางไปจากที่นี่ตอนนี้เลย และจะไปให้ไกลจากทุกคนมากที่สุด

“ดาวจะไปส่งคุณหนึ่งสักระยะหนึ่ง ก่อนที่นางงูจะสัมผัสได้”

ไผ่ จันจิรา ลุงเดช และพ่อแสงมองตามทั้งคู่เดินจากไปด้วยความหดหู่ใจ ไม่นานนัก ฤทธิชัยกับดาวร่อนลงมายังลานหินเล็กๆลึกเข้าไปในป่า ดาวสัญญาจะแวะมาหาบ่อยๆ เขาดึงเธอมากอดด้วยความรักและอาลัย...

ที่โรงงานลับแห่งใหม่ นายโจไม่พอใจมากที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น โทษว่าเป็นเพราะคายามังไปหาเขาที่บริษัท พวกนั้นเลยตามไปที่นั่นถูก ไหนคายามังเคยบอกไว้ว่าไม่มีใครต้านนาคีได้ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้

“นาคีเก่งก็จริง แต่ก็ไม่สามารถต้านคนมีวิชาสูงหลายคนพร้อมๆกันได้ ยิ่งตอนจำศีลยิ่งอ่อนแอ คนของท่านไม่ดีพอ ปล่อยให้ศัตรูเข้าไปถึงตัวนาคีได้”

“แล้วตอนนี้นาคีเป็นยังไงบ้าง”

“กระสุนถูกแสกหน้าอย่างจังซึ่งเป็นจุดอ่อนทั่วไปของงูอยู่แล้ว ดีที่นาคีแข็งแกร่งพักจำศีลสักหน่อยก็หาย”

ooooooo

หลังจากนพให้อภิชาติ จักจั่น และงิ้วดูภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องพิสูจน์หลักฐาน ตอนที่นางงูนาคีสังหารเจ้าหน้าที่ อภิชาติสั่งให้นพไปประกาศให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทราบว่าห้ามเผชิญหน้ากับเธอเด็ดขาด เขารีบไปทำตามคำสั่งทันที จักจั่นหันมาเตือนงิ้วว่าควรจะอยู่ห่างๆนาคีเช่นกัน และปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่เราสองคน

“งิ้วรู้ว่าคุณสองคนมีฝีมือ แล้วก็หวังดี แต่ในเมื่อคุณสองคนไม่ถอย งิ้วก็ไม่ถอย”

จักจั่นกับอภิชาติมองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความลับว่าเป็นพวกนางเสือ ทีแรกงิ้วไม่เชื่อ จักจั่นจึงต้องพิสูจน์คำพูดด้วยการชักปืนยิงอภิชาติให้เห็นกันชัดๆว่าอยู่ยงคงกระพัน แถมมีวิชาพรางตัวไร้ร่องรอย เธอถึงยอมเชื่อ และยังบอกอีกว่าพวกนางเสือไม่ได้มีแค่เราสองคน ยังมีฤทธิชัย ดาว ไผ่ และจันจิราด้วย

“เราทุกคนโชคดีได้รับพรจากสวรรค์...ให้มีฝีมือ มีพลังและรอดพ้นจากการบาดเจ็บทั้งปวง”

“เราถึงสามารถต้านนางงูได้ แม้ว่าจะยังไม่ชนะก็ตาม” จักจั่นเสริม ทั้งคู่ยังหวังด้วยว่างิ้วจะเชื่อฟัง ยอมอยู่ห่างๆนาคี และปล่อยให้พวกเราจัดการ...

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะกำจัดคนชั่วให้พ้นไปจากแผ่นดินไทย ดาว ไผ่ และจันจิรายังคงคอยตามขัดขวาง พวกแบล็กอีวิลไม่ให้ขนยาเสพติดออกไปจากป่า ดักปล้นรถบรรทุกและทำลายยาเสพติดของพวกนั้นพินาศ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ดาวกับพวกปล้นรถขนยาเสพติดของพวกศัตรู แต่กลับไม่พบการขัดขวางจากนาคี ทำให้เธอคิดเอาเองว่าเป็นเพราะฤทธิชัยไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย...

นายใหญ่รู้ข่าวรถขนยาเสพติดสองขบวนถูกพวกนางเสือเผาเป็นจุณ ออนไลน์มาเล่นงานนายโจยกใหญ่ ถามหานาคีหายหัวไปไหน ทำไมไม่คุ้มครองขบวนรถขนสินค้า ทำให้องค์กรต้องสูญเงินนับร้อยล้าน นายโจถึงกับเต้น รีบไปยังโรงงานลับแห่งใหม่ ตรงเข้าไปต่อว่าคายามัง

“อาจารย์บอกว่านาคีพักหน่อยก็หาย สองวันที่ผ่านมาสินค้าเสียหายนับร้อยล้าน”

“เราผิดเอง...ตอนนี้พลังของนาคีกลับคืนเหมือนเดิม นาคีพร้อมแล้ว”

นายโจพยักหน้ารับรู้ รีบโทร.ไปรายงานให้นายใหญ่ทราบถึงเรื่องนี้ เขาสั่งการให้เปิดงานที่ชะงักให้หมด

ทุกจุด เตรียมรับสินค้า อาวุธและอุปกรณ์ชุดใหม่ที่กำลังเดินทางเข้ามา อีกทั้งยังสั่งให้กำลังคนชุดใหม่นอกประเทศเคลื่อนตัวเข้ายึดหมู่บ้านตามแนวชายแดนให้หมด แล้วให้คอยฟังคำสั่งต่อไป

“ถ้าท่านรองก้องเกียรติรู้ว่าเรากำลังจะประสบความสำเร็จ คงกระอักเลือดตายแน่” นายใหญ่ยิ้มพอใจก่อนจะวางสาย นายโจต้องการจะเลียแข้งเลียขาเจ้านาย รีบขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังรังใหญ่แบล็กอีวิลหลังกำแพงมนตร์ เพื่อเยาะเย้ยถากถางท่านรองก้องเกียรติที่ถูกกักขังไว้ที่นั่นว่า อีกไม่นานประเทศไทยก็จะถูกพวกตนยึดครอง

“ผมกลัวว่านายใหญ่กับพวกคุณจะไม่มีประเทศให้ซุกหัวอยู่มากกว่า” ท่านรองก้องเกียรติโต้ไม่ยอมแพ้

“นางเสือกับคนสนิทของท่านสองคน กำลังใกล้ดับ อีกไม่นานท่านรองก็จะได้ออกจากที่นี่...ไปร่วมฉลองความสำเร็จของเรา ก่อนที่จะรับโทษที่เราจัดไว้ให้” นายโจว่าแล้วเดินหัวเราะเยาะเย้ยออกไป

“คุณฤทธิชัย คุณอภิชาติ พวกคุณทำอะไรกันอยู่” ท่านรองก้องเกียรติพึมพำเบาๆอย่างเป็นกังวล

ooooooo

งิ้วถึงกับเซ็งที่ฝ่ายข้อมูลของหน่วยงานพิเศษยังไม่ได้เบาะแสอะไรคืบหน้า จับเสียงจับตำแหน่งของพวกแบล็กอีวิลไม่ได้เลยสักอย่าง แล้วเมื่อไหร่จะมีทางเข้าถึงตัวนายใหญ่ได้ จักจั่นค้านทันที

“ไม่จำเป็นหรอก...เราจัดการนางงู ทำลายทั้งกำลังคนกำลังเงิน วันหนึ่งมันต้องหมดตูดหัวหดกลับไป”

“เริ่มตัดที่หางไปก่อน เดี๋ยวก็ไปถึงหัวเองนั่นแหละ” อภิชาติเสริม งิ้วนึกอะไรขึ้นมาได้ ไม่ใช่จะมีแต่นางงู เท่านั้นที่มีหาง แล้วคีย์ข้อมูลเรียกประวัติของผู้กองสัตยา ท่านรองศักดาและนายโจจากคอมพิวเตอร์ขึ้นมาดู

“สามคนนี้ล้วนเป็นส่วนหางที่เราควรหาทางกำจัด นอกเหนือจากงู...แทนที่จะตามเล่นงานนายใหญ่ของมัน เราตามเล่นงานคนพวกนี้ จับมันขังไว้ที่ไหนสักแห่ง”

“นายใหญ่ไม่มีใครรับคำสั่ง จักจั่นเชื่อว่ามันต้องโผล่หัวออกมาแน่นอน”

“เดี๋ยวก่อน...ผมเกรงว่ามันจะส่งตัวปลอมมาแทนที่สามคนนี้อีกน่ะสิ”

จักจั่นแนะให้เล่นงานสามคนนี้ด้วยความผิดตามกฎหมายแบบที่พวกนั้นทำกับท่านรองก้องเกียรติ แล้วออกข่าวให้รู้ทั่วกัน จะทำให้พวกศัตรูส่งตัวปลอมออกมาไม่ได้ อภิชาติเห็นด้วย นักข่าวที่พร้อมจะร่วมมือกับพวกเราก็มีอยู่แล้ว คือ กำจรเพื่อนของเขานั่นเอง...

ขณะที่จักจั่นกับพวกวางแผนเด็ดหางนายใหญ่แบล็กอีวิล แต่เขาชิงเปิดเกมรุกเต็มรูปแบบเสียก่อน ทั้งเปิดค่ายตัดไม้ใหม่ ขนอาวุธเถื่อนและยาเสพติด อีกทั้งดาวยังได้รับรายงานจากจักจั่นว่า สายตรวจพิเศษทางอากาศพบการเคลื่อนไหวของพวกแบล็กอีวิลตลอดแนวชายแดน ลุงเดชกับพ่อแสงอดเป็นห่วงชาวบ้านแถวนั้นไม่ได้ อาสาจะลงพื้นที่เผื่อจะช่วยชาวบ้านได้ ดาวยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร พ่อแสงแย่งพูดขึ้นก่อน

“แค่พวกมือปืนเคลื่อนกำลัง นางงูคงไม่โผล่ไปให้เสียเวลาหรอก”

“ลุงเดชกับพ่อแสงไปช่วยชาวบ้านทางทิศใต้ของชายแดน ดาวจะไปส่งข่าวให้คุณหนึ่งไปทางทิศเหนือ”

“เท่ากับว่าให้ผู้กองพานางงูไปโผล่ให้ไกลจากพวกเรามากที่สุด”

ดาวพยักหน้า นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ ลุงเดชเตือนเธอว่านางงูนาคีร้ายกาจมาก ถ้าเจอแล้วพลาดพลั้ง เขาอยากให้เธอถอย อย่าดื้อดึงถือทิฐิ ถอยวันนี้เพื่อชัยชนะในวันหน้า เธอรับคำก่อนจะดีดตัวออกไป...

ไม่นานนัก ดาวมาถึงแคมป์ชั่วคราวกลางป่าของฤทธิชัย ทั้งสองคนต่างดีใจโผกอดกันกลม เธอมาแจ้งข่าวว่าพวกศัตรูเริ่มเคลื่อนไหวเข้าหมู่บ้านชายแดน ลุงเดชกับพ่อแสงอาสาจะไปดูทางทิศใต้ ส่วนเขา เธอจะให้ไปทางทิศเหนือ เขาพยักหน้ารับรู้ แล้วดึงเธอมากอดอีกครั้งหนึ่ง ทั้งคู่มัวแต่หวานใส่กันจึงไม่เห็นงูตัวเขื่องอยู่บนกิ่งไม้ จ้องมองตามทุกฝีก้าว ดาวขอตัวกลับก่อน แล้วถอยออกจากอ้อมกอดเขา ก่อนจะดีดตัวหายเข้าราวป่า

ฤทธิชัยรู้สึกแปลกๆ หันขวับขึ้นไปมองบนต้นไม้ แต่ไม่เห็นอะไร กวาดตามองไปรอบๆก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติ...

ในเวลาเดียวกัน นายโจมาที่โรงงานลับแห่งใหม่เพื่อปรึกษาคายามัง

“ผมเชื่อว่าพวกไอ้ฤทธิชัยกับนางเสือต้องแยกกันสกัดการทำงานของพวกเราทุกจุด ผมสงสัยว่าแบบนี้นาคีจะแยกตัวไปสกัดพวกมันได้อย่างไร” นายโจสีหน้าเป็นกังวล คายามังชูสร้อยสายร่มสีดำมีจี้รูปงูชูคอให้ดู

“สร้อยเส้นนี้คือสัญลักษณ์ของนาคี...แจกจ่ายให้หัวหน้าหน่วยของท่านทุกหน่วยใส่สร้อยปลุกเสกเอาไว้...

ตัวท่านใส่ไว้ก็ดีเหมือนกัน” เขาว่าแล้วส่งย่ามใส่สร้อยคอให้ นายโจรับมาอย่างงงๆ

ooooooo

ระหว่างดีดตัวตามยอดไม้กลับเซฟเฮาส์ มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น ดาวพุ่งไปตามเสียง เห็นร่มชูชีพผูกอยู่เหนือตู้คอนเทนเนอร์กำลังลอยลงมาจากท้องฟ้า เสียงเฮลิคอปเตอร์ค่อยๆบินห่างออกไป เธอกวาดสายตาไปรอบๆ เห็นหัวรถบรรทุกพ่วงและรถจี๊ปของศัตรูวิ่งออกมาจากแนวป่า มีพวกมือปืนนั่งกันมาเต็มคันรถ

“พวกนี้เล่นทุกรูปแบบ...มันวิ่งรถบรรทุกเปล่าตบตาเจ้าหน้าที่ ผ่านด่านเข้ามาถึงนี่จนได้” ดาวว่าแล้วพุ่งตัวไปยังทิศทางที่ขบวนรถของศัตรูแล่นไป ครู่ต่อมา เธอดีดตัวลงจากยอดไม้ดักหน้าขบวนรถไว้ พวกมือปืนเปิดฉากยิงใส่ไม่ยั้ง เธอยิงโต้ตอบใส่ขาบ้าง แขนบ้าง ไม่ต้องการให้ถึงตาย ในที่สุดพวกนั้นก็ยกมือยอมแพ้

“รีบกลับไปถ้ายังอยากจะรอด”

พวกนั้นหนีตายกันลนลาน ทันใดนั้น ร่างของงูนาคีปรากฏขึ้น ดาวอดสงสัยไม่ได้ ฤทธิชัยไม่ได้อยู่ที่นี่ทำไมเธอถึงมาได้ สองฝ่ายยิงใส่กันไฟแลบจนกระสุนหมด จากนั้นจึงต่อสู้กันด้วยมือเปล่า

ดาวสู้พลังนาคีไม่ได้ ถูกฝ่ามือกระแทกหงายหลังปากแตก พลันคำเตือนของลุงเดชที่บอกให้ถอยก่อนถ้าเพลี่ยงพล้ำดังขึ้นมาในความคิด เธอสะบัดมีดสั้นสองเล่มใส่นาคี แล้วดีดตัวหนีไปได้ ไม่นานนัก ดาวกลับถึงเซฟเฮาส์ของตัวเอง พร้อมบาดแผลโดนยิงที่หน้าอก แม้จะใช้พลังผลักหัวกระสุนออกจากร่างได้แล้ว

แต่ร่างกายสูญเสียพลังไปมากถึงกับทรุด ไผ่สัมผัสถึงอาการบาดเจ็บของเธอได้ รีบพาจันจิรามาดูอาการให้ ดาวเล่าให้ทั้งคู่ฟังว่าที่ได้รับบาดเจ็บเพราะไปหาฤทธิชัยมา คาดไม่ถึงว่านาคีจะอยู่ที่นั่นแล้ว เธอเผลอไปทำให้นางตามไปจนได้ ไผ่บอกให้เธอพักผ่อนมากๆ อย่าเพิ่งเป็นกังวลอะไร แล้วชวนจันจิรากลับ

“พี่ไผ่...ไม่ต้องบอกเรื่องที่จ๊ะเอ๋กับนางงูนะ ดาวไม่อยากให้ลุงเดชกับพ่อแสง แม่สมพรต้องเป็นห่วง”...

เนื่องจากลุงเดชกับพ่อแสงต้องออกเดินทางไปยังหมู่บ้านติดชายแดนเขมรด้านใต้ จึงพาแม่สมพร เม่งจู หรือผึ้งกับอาตงหรือต่อ มาพักที่บ้านป้าเนียน โดยมีสมาชิกโจรสองคนที่อาสามาช่วยเฝ้าระวังอยู่หน้าบ้าน ไผ่เห็นพ่อแสงท่าทางไม่ค่อยสบายใจ ปลอบว่าไม่ต้องกังวลอะไร เขากับจันจิราจะอยู่ดูแลแม่กับทุกคนเอง...

ในเวลาเดียวกันที่ศูนย์ลับของหน่วยพิเศษ ขณะจักจั่นกับงิ้วกำลังนั่งเซ็งที่ไม่มีอะไรตื่นเต้นให้ทำ คนสนิทของดำรงโทร.มาขอร้องอภิชาติช่วยไปดูแลความปลอดภัยให้ดำรง กลัวพวกศัตรูจะส่งคนไปเก็บ อภิชาติตัดสินใจจะไปช่วยคุ้มกันดำรง เพราะถ้าเขาหายเอ๋อเมื่อไหร่จะได้เปิดเผยรายชื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วการประมูล ทุกอย่างจะได้เป็นโมฆะ ส่วนสองสาวไม่อยากอยู่เฉยๆ ชักชวนกันไปสืบหาเบาะแสที่บริษัท อินเตอร์บิส

ooooooo

ระหว่างทางที่ฤทธิชัยเดินทางไปยังหมู่บ้านติดชายแดนด้านเหนือ พบพวกศัตรูตั้งด่านตรวจทุกคนที่เดินทางเข้าออก ไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกันเองก็ต้องมีบัตรผ่าน ถ้าเขาคิดจะแฝงตัวเข้าไปร่วมขบวนการกับพวกนั้นต้องหาบัตรผ่านมาติดตัวไว้ คิดได้ดังนั้นเขาจึงใช้ความสามารถเฉพาะตัวจัดการชิงบัตรผ่านมาจากมือปืนคนหนึ่งได้ แล้วแฝงตัวเข้าไปร่วมกับพวกมือปืนได้สำเร็จ

ในเวลาต่อมา กลุ่มที่ฤทธิชัยเข้าไปแฝงตัวก็มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หัวหน้ามือปืนสั่งให้สมุนเคลียร์บ้านหลังใหญ่เพื่อใช้เป็นที่ค้างแรม สมุนหายเข้าไปในบ้าน

พักเดียวก็ลากเจ้าของบ้านผัวเมียออกมา แล้วโยนถุงใส่เสื้อผ้าข้าวของให้ ขู่ถ้าไม่รีบไปจะให้กินลูกปืนต่างข้าว ทั้งคู่พากันเผ่นแน่บ

“เอาเว้ยตามสบาย...บ้านข้าเอง” หัวหน้ามือปืนหัวเราะชอบใจ พวกสมุนพากันหัวเราะตาม แล้วลุยเข้าไปในบ้าน ค้นข้าวของออกมากินดื่มกันอย่างสนุกสนาน ฤทธิชัยถึงกับหน้าเครียด...

ทางฝ่ายลุงเดชกับพ่อแสงขับรถตะลุยเข้าไปในป่า เหลืออีก 5 กิโลเมตรเท่านั้นก็จะถึงชายแดน รีบนำรถ

ไปจอดหลังพุ่มไม้หนา แล้วช่วยกันเอากิ่งไม้มาพรางไว้ ก่อนจะพากันเดินเท้าต่อ จนกระทั่งถึงทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีขอนไม้มาสุมขวางทางและมีชายฉกรรจ์ 5 คนยืนเฝ้าระวังอยู่

ทั้งคู่คิดว่าพวกนั้นยึดหมู่บ้าน แต่กลับผิดคาดชายฉกรรจ์เหล่านี้เป็นอาสาระวังภัย คอยดูแลไม่ให้พวกนอกประเทศเข้ามายึดหมู่บ้าน ยึดแผ่นดินไทย ลุงเดชจึงเปิดเผยตัวว่าเป็นพวกรักชาติรักแผ่นดินเช่นกัน

ขณะที่ต่างฝ่ายต่างดีใจที่ได้แนวร่วม มีเสียงปืนดังมาจากหน้าหมู่บ้าน ทุกคนคว้าอาวุธวิ่งกรูกันไปยังต้นเสียง เห็นชาวบ้านกำลังยิงต่อสู้กับพวกศัตรูที่ซุ่มอยู่ หลังรถกระบะสามคันจึงเข้าไปช่วย การยิงต่อสู้กันดำเนินไปได้พักใหญ่ พวกศัตรูซึ่งมีกำลังน้อยกว่าแตกพ่ายกลับไป ลุงเดชประเมินสถานการณ์ดูแล้ว อีกไม่นานพวกศัตรูต้องกลับมาอีกแน่นอน และคงจะนำกำลังมามากกว่าเก่า ชาวบ้านที่นี่คงต้านไม่ไหว

“ฉันว่า...เตรียมพวกที่เหลือหลบไปที่บ้านดอนเสือก่อนดีกว่า”

หัวหน้าหมู่บ้านเห็นด้วยกับลุงเดช สั่งลูกบ้านให้เตรียมตัวเดินทาง...

ตกค่ำ ที่หมู่บ้านติดชายแดนทางด้านเหนือ ฤทธิชัยอาศัยจังหวะที่พวกมือปืนเมาได้ที่ หลอกถามว่าเข้าร่วมขบวนการแล้วต้องทำอะไรบ้าง ตนเองไม่รู้เพราะเพิ่งมาใหม่

“ก็เดิมๆล่ะวะ เดินขบวนก่อความไม่สงบ เผาโรง– เรียนวางระเบิด” หัวหน้ามือปืนพูดจบกระดกเหล้าเข้าปาก

“เรายึดที่นี่แล้ว...เอาพวกชาวบ้านไปไว้ไหน” ฤทธิชัย ซักเพิ่มเติมได้ความว่าใครยอมรับเงินก็อยู่ได้ ใครไม่ยอมก็ไสหัวไป ส่วนใครขัดขืนก็ถูกฝัง เขากวาดตามองไปรอบๆ สีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

หัวหน้ามือปืนตะโกนเรียกสมุนกับฤทธิชัยให้เตรียมตัวเคลื่อนกำลังแต่เช้า และสั่งให้จัดการเผาหมู่บ้านนี้ให้ราบ ฤทธิชัยทักท้วงทำไมต้องเผา แล้วชาวบ้านจะไปอยู่ที่ไหน

“เปลี่ยนแผน...ต้องเก็บให้หมด พวกนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ เดี๋ยวพวกมันออกไปแจ้งทางการ แผนจะเสียหมด”

ครู่ต่อมา สมุนต้อนชาวบ้านทั้งหมดมารวมกันที่ลานกลางหมู่บ้านเพื่อจะสังหารหมู่ ชาวบ้านคนหนึ่งโวยว่าให้ความร่วมมือแล้วทำไมต้องฆ่าแกงกันด้วย หัวหน้ามือปืนตัดรำคาญ ชักปืนยิงเปรี้ยงเดียวล้มคว่ำจมกองเลือด

ทันใดนั้น มีเสียงเสือสายฟ้าคำรามก้อง ฤทธิชัย

ในชุดดำสวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้นบนยอดไม้ หัวหน้ามือปืนอ้าปากจะสั่งให้ฆ่าเขาทิ้ง เขายิงสวนเข้าปากฟุบคาที่ พวกสมุนตาเหลือกกราดกระสุนใส่อุตลุด เขาหายตัวแวบไปแวบมาหลบกระสุนได้หมด แล้วสังหารพวกนั้นตายยกก๊วน ชาวบ้านพากันยกมือไหว้ขอบคุณที่ช่วยชีวิต

“คิดขายตัวให้คนเลว ก็ต้องเจอแบบนี้ล่ะ...รีบไปเสียก่อนที่พวกมันจะมากันอีก”

ชาวบ้านไม่รอให้บอกซ้ำ ต่างแยกย้ายกันหนี ฤทธิชัยได้แต่ส่ายหน้า พลันมีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยวสายลม ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า เขาหันขวับไปมองต้องตกใจที่เห็นนาคียืนอยู่ เสียงร้องเตือนของสายลมทำให้ดาวซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรรับรู้ได้ นึกเป็นห่วงชายคนรักขึ้นมาทันที...

ฝ่ายฤทธิชัยยืนจ้องนาคีอย่างไม่เกรงกลัว เหน็บว่าเธอมาช้าไปพวกนั้นตายหมดแล้ว เธอไม่สนใจพวกหางแถวนั่น ที่มาที่นี่เพราะเขาต่างหาก เธอเคยบอกไว้แล้วว่าเธอเป็นของเขา

“แต่ผมไม่ใช่ของคุณ” เขาแวบหายเข้าป่าอย่าง รวดเร็ว นาคีพึมพำว่าหลบอย่างไรก็ไม่มีวันพ้นเงื้อมมือเธอ...

ขณะที่ฤทธิชัยถูกนาคีตามตื๊อไม่เลิก ไผ่กับจันจิราไม่ค่อยพอใจนักที่ทำอะไรค่ายสำรวจป่าไม่ได้เพราะมีสัมปทานถูกต้อง ทั้งคู่จึงหันไปป่วนที่บ่อนของพวกนั้นแทน ไผ่ใช้พลังพิเศษมองทะลุถ้วยไฮโลเข้าไปเห็นแต้มและชักชวนให้นักพนันแทงแต้มนั้น ทำให้เจ้ามือโต๊ะไฮโลเสียพนันจำนวนมากต้องส่งสัญญาณให้หัวหน้านักเลงคุมบ่อนมาช่วย เขาสั่งให้ปิดโต๊ะพนัน ไผ่กับจันจิราไม่ยอมให้ปิด อัดเขากับพวกสมุนสลบเหมือด

“ทุกคนแทงต่อได้” ไผ่เชิญชวน นักพนันเฮลั่น ต่างวางเงินตามแต้มที่ไผ่บอก เจ้ามือถึงกับหน้าซีด...

หลังจากลุงเดชกับพ่อแสง พาชาวบ้านนับสิบคนจากหมู่บ้านใกล้ชายแดนมาส่งที่ค่ายอาสาบ้านดอนเสืออย่างปลอดภัย ผู้อาวุโสทั้งสองก็กลับไปยังชายแดนด้านใต้อีกครั้งเพื่อหาทางช่วยหมู่บ้านที่เหลือ...

สายวันเดียวกัน อภิชาติไปพบกับอาเสี่ยหุ้นส่วนคนสนิทของดำรงที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งตามนัด หลังจากตรวจดูพื้นที่รอบๆแล้ว เขาขอให้อาเสี่ยจัดกำลังคนคุ้มกันมาเพิ่มอีก 10 คน ผลัดเวรกันตลอด 24 ชั่วโมง อาเสี่ยเห็นว่าอภิชาติมาอยู่ดูแลความปลอดภัยให้ดำรงแล้ว เขาจึงขอตัวไปทำธุระ พอดีหลานสาวของเพื่อนเขาเพิ่งมาจากเมืองนอกเมื่อคืน ไม่ค่อยสบาย เขานัดจะพาไปหาหมอ

“เชิญครับ...คุณเสี่ยไม่ต้องกลับมาหรอก” อภิชาติพูดจบเดินไปส่งเขาที่รถ แล้วตรวจดูรอบๆบ้านอีกครั้ง

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้กองสัตยามาถึงบ้านลึกลับหลังหนึ่งตามที่ท่านรองศักดานัด เพื่อแจ้งให้เขาทราบว่านายใหญ่ไม่พอใจมากที่ทำงานพลาด เขาเถียงว่าไม่ใช่ความผิดของเขา คนของนายใหญ่ต่างหากที่พลาดเพราะตามแผนการที่วางไว้ดำรงจะต้องตาย แล้วเขาถึงจะหาเรื่องรวบรัดเก็บพวกฤทธิชัย

“ยังไงก็แล้วแต่...ลูกสาวนายณุพันธ์ นายฤทธิชัยแล้วก็นายอภิชาติยังลอยนวลอยู่ คนพวกนี้ต้องถูกกำจัด ส่วนคุณดาวกับคุณจักจั่น ให้คนคอยตามประกบ ถ้าคิดว่าเกี่ยวข้องก็จัดการเสีย”

“บอกตามตรงผมชักเบื่อที่จะทำงานให้คนที่ไม่รู้จักหน้าไม่รู้จักตัวตนเต็มทีแล้ว” ผู้กองสัตยาพูดจบ ลุกพรวดออกไปอย่างไม่ค่อยพอใจ...

เย็นวันเดียวกัน ที่หน้าบริษัทอินเตอร์บิส จักจั่นกับงิ้วต่างซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่บนรถของตัวเองโดยใช้วิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วติดต่อกัน คราวนี้ไม่ใช่เสียบไว้ที่หูแต่เป็นครอบไว้ที่ฟันแทน จังหวะนั้น นายโจขึ้นรถตู้ออกจากบริษัท งิ้วอาสาจะตามไปเองปล่อยให้จักจั่นเฝ้าอยู่ทางนี้เผื่อนายใหญ่จะโผล่มา

ไม่นานนัก งิ้วตามนายโจมาถึงคลับส่วนตัวแห่งหนึ่ง เธอต้องติดสินบนพนักงานถึงตามเขาเข้าไปข้างในได้ เห็นเขาเดินตรงเข้าไปยังโต๊ะที่ผู้กองสัตยานั่งดื่มกับสาวสวย นายโจไล่เธอออกไปก่อน แล้วทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม งิ้วไปยืนหลบๆที่บาร์เหล้าลอบมองทั้งคู่ไม่วางตา แต่เนื่องจากอยู่ไกล เธอจึงส่งแชมเปญพร้อมถังแช่ติดเครื่องดังฟังไปให้สองหนุ่มโดยติดสินบน บริกรให้บอกไปว่าเป็นอภินันทนาการจากผู้จัดการคลับ

“เอ้า...ว่ามาได้แล้ว สาวๆของผมรอยู่” ผู้กองสัตยามองนายโจอย่างไม่เป็นมิตร เขาแค่จะมาบอกให้รู้ว่าไม่มีใครมีสิทธิ์รู้จักนายใหญ่ ผู้กองชั่วแดกดันว่าเก่งมาก เรื่องนี้ตนคุยกับท่านรองศักดา แต่เรื่องกลับรู้ถึงเขา

“ถ้าคุณคิดถอนตัว...ก็บอกมา...แต่ถ้าไม่...ก็ทำงานตามคำสั่งอย่าให้พลาด”

“ถ้าพลาดแล้วจะมีคนมาแทนแบบโจคนที่สองยังงั้นหรือ”

งิ้วแอบฟังอยู่ถึงกับงง ใครคือโจคนที่สอง นายโจนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะแดกดันว่าคนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องมี ตัวแทน ผู้กองสัตยาเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองเขาเดินจากไป หันกลับมาอีกที เพิ่งสังเกตเห็นเครื่องดักฟังที่ติดอยู่บนถังแช่แชมเปญ เขากวาดตามองไปรอบๆ เห็นงิ้วยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาบังหน้าตัวเองขณะที่นายโจเดินผ่าน เขาคว้าถังใส่แชมเปญเดินไปถามเธอว่าต้องการสักแก้วไหม เธอหยิบแก้วเครื่องดื่มตัวเองขึ้นมา

“ไม่ชอบของไฮโซเท่าไหร่” แล้วทำทีจะยกขึ้นดื่ม แต่กลับเอาสาดหน้าเขาแล้วตามด้วยหมัดตรง

เขาถึงกับหงายหลังตึง ก่อนที่เธอจะทันขยับ นายโจ เข้ามาด้านหลังฟาดท้ายทอยสลบเหมือด...

ขณะที่งิ้วตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน วิวัฒน์ไม่พอใจมากที่ไผ่กับจันจิราเข้าไปป่วนที่บ่อนจนทำให้ต้องเสียรายได้ไปนับล้านบาท จึงส่งสมุนมาที่สถานีอนามัยเพื่อลากตัวจันจิราไปพบ พวกสมุนฝีมือต่ำชั้นถูกเธออัดสะบักสะบอม แล้วสั่งให้กลับไปบอกวิวัฒน์ด้วยว่าเธอจะไปหาเขาแน่นอน

ooooooo

พวกแบล็กอีวิลยังไม่ยอมรามือ ส่งอาเสี่ยตัวปลอม มาที่เซฟเฮาส์เพื่อสังหารดำรง แต่อภิชาติไหวตัวทันรู้ว่า เขาเป็นตัวปลอม เอาปืนขู่ให้บอกมาว่าเป็นใคร อาเสี่ยตัวปลอมต่อสู้ขัดขืน อภิชาติเลี่ยงไม่ได้จำต้องยิงทิ้ง...

ในเวลาเดียวกัน จักจั่นซึ่งกำลังดักซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่หน้าบริษัทอินเตอร์บิส ต้องแปลกใจที่เห็นนายโจกลับมาแล้วแต่งิ้วไม่ตามเขากลับมาด้วย สังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่อง รีบโทร.บอกอภิชาติว่าจะไปตามหางิ้ว

“ผมให้สองชั่วโมง ถ้าไม่โทร.มา ผมจะออกไปตาม”

จักจั่นวางสายแล้วกดคีย์บอร์ดบนมือถือ สักพัก ที่หน้าจอปรากฏจุดสีแดงบอกตำแหน่งของงิ้ว...

ด้านงิ้วรู้สึกตัวอีกทีพบว่าตัวเองถูกมัดติดกับเก้าอี้ภายในโกดังเก็บของ โดยมีผู้กองสัตยานั่งคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ไม่ห่าง พอเห็นเธอได้สติ เขากดวางสายแล้วถามคาดคั้นเธอว่า พ่อของเธอส่งพัสดุอะไรไปให้ เธองงไม่เข้าใจเขาพูดเรื่องอะไร

“ถ้าผมได้พัสดุเรื่องก็จบ...คุณไปทางคุณ ผมไปทางผม”

“เห็นฉันเป็นนางเอกละครน้ำเน่าหรือไง...บอกไปนายก็ไม่ให้ฉันรอดอยู่ดี”

ผู้กองสัตยาทั้งตบทั้งขู่จะปล้ำทำเมีย เธอก็ไม่ยอมบอกอะไร เพราะความจริงแล้วเธอไม่รู้เรื่องพัสดุที่เขาว่า ก่อนที่เธอจะเสียท่าให้เขา จักจั่นในชุดปฏิบัติการนางเสือเข้ามาช่วยไว้ทัน อัดเขาสองหมัดแถมด้วยจระเข้ฟาดหางถึงกับหลับกลางอากาศ แล้วหันมาสะบัดมือใส่เชือกที่มัดงิ้ว เชือกขาดกระจุย พอเป็นอิสระ งิ้วพุ่งเข้าไปเตะชายโครงผู้กองชั่วหนึ่งทีเป็นการแก้แค้น

“เราจะจัดการกับนายนี่ยังไงถึงจะเข้าแผน” จักจั่นสีหน้าครุ่นคิด ขณะที่งิ้วยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที...

ในเวลาต่อมา ผู้กองสัตยารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องพักของโรงแรม ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ต้องตกใจเพราะบนเตียงมีถุงใส่ยาเสพติดหลายเม็ดวางอยู่ แถมยังมีหนุ่มล่ำบึ้กนอนอยู่ข้างๆอีกหนึ่งคน พลันประตูห้องเปิดผลัวะ แสงจ้าจากไฟของกล้องวีดิโอสาดเข้ามา ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งนักข่าวกรูกันเข้ามา...

ภาพเหตุการณ์ตอนที่ตำรวจบุกเข้าไปเจอผู้กองสัตยาพร้อมกับยาเสพติดออกอากาศทางทีวีทุกช่อง จักจั่นกับงิ้วกำลังดูผลงานของตัวเองอยู่หน้าจอทีวีภายในห้องพัก เห็นกำจรกำลังรายงานข่าวอยู่หน้าโรงแรมเกิดเหตุ

“ผู้กองสัตยาแห่งหน่วยพิเศษ เมายาเสพติดอยู่ในโรงแรมพร้อมของกลางและหนุ่มล่ำบึก ทางการยังต้องสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป...ใครจะรู้อาจจะบริสุทธิ์ก็ได้...ผม...กำจร แสงรุ่งเรืองรายงาน”

จักจั่นกับงิ้วพากันขำกลิ้ง อยากรู้จริงๆว่าพวกนั้นจะแก้เกมกันอย่างไร

ooooooo

ดาวรีบไปหาฤทธิชัยที่แคมป์ชั่วคราวแต่เช้า เล่าให้ฟังว่าครั้งก่อนที่เธอมาหาเขาไม่ทันระวังถูกนาคีสะกดรอยตาม ฤทธิชัยตกใจ รู้สึกตงิดๆอยู่เหมือนกันว่านาคีมา แต่ไม่ทันเอะใจ ดาวรีบเปลี่ยนเรื่องพูด

“ชายแดนเป็นยังไงบ้างคะ”

“พวกมันโหดมาก ชาวบ้านต้องรับเคราะห์ ผมต้องกลับไปดูอีก”

ทันใดนั้น เสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือนดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า ฤทธิชัยสัมผัสได้ถึงพลังของนาคี บอกให้ดาวรีบกลับ และเตือนว่าอย่าเผชิญ หน้ากับเธอ หญิงสาวดึงหน้ากากนางเสือขึ้นมาสวมรีบดีดตัวออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ไปได้ยังไม่ถึงครึ่งทาง นาคีปรากฏร่างดักหน้าไว้ ประกาศลั่นว่าถ้าไม่มีเธอความรักของตนกับฤทธิชัยต้องสมหวังแน่นอน ดาวคาดไม่ถึง สวมหน้ากากนางเสืออยู่แท้ๆทำไมถึงรู้ว่าเป็นเธอ

“เราสัมผัสมนุษย์ได้ที่จิตวิญญาณไม่ใช่ที่ลักษณะภายนอก...หน้ากากของท่านปกปิดเราไม่ได้หรอก”

“ในเมื่อท่านรู้ก็ดีแล้ว” ดาวสะบัดมือหน้ากากหายไปทันที

“ท่านคือมนุษย์คนเดียวที่ครองใจชายที่เราต้องการ”

ดาวโต้ว่าถึงจะไม่มีเธอ ความรักของนาคีก็ไม่มีทางสมหวังเพราะความรักบังคับกันไม่ได้ นังงูร้ายยืนยันว่าบังคับความรักได้ ทั้งสองปะทะฝีมือกัน นาคีเหนือกว่าเล่นงานดาวกระเด็น แล้วจะตามเข้าไปซ้ำ เธอชักปืนยิงใส่เป็นชุดจนผงะถอยหลังตามแรงปะทะของกระสุน เธอฉวยโอกาสดีดตัวหนี เสียงปืนดังไปถึงฤทธิชัย รู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่อง รีบดีดตัวไปยังต้นเสียง

นาคีไล่ตามศัตรูหัวใจมาทันกันบริเวณหน้าผา กระแทกฝ่ามือใส่เธอจนเซเข้าไปใกล้ขอบเหวอย่างน่าหวาดเสียว แล้วตามเข้าไปบีบคอซ้ำ เธอพยายามดิ้นหนี ทันใดนั้น มีแสงจากร่างเธอผ่านมือที่ขยุ้มคอไปคลุมตัวนาคีไว้เปลี่ยนให้กลายเป็นร่างดาวราวกับฝาแฝด นังงูร้ายในคราบดาวหัวเราะสะใจ

“เราทำให้คนของท่านรักเราได้แน่นอน”

ดาวกันฟันปัดมือเธอออกจากคอแล้วใช้หน้าผากโขกเธอกระเด็นหงายหลัง เธอกลับคืนร่างเดิมอีกครั้งหนึ่ง ดาวเหมือนคนขาดสติโดดถีบนังงูร้ายเซถลาไปใกล้หน้าผา ยิ่งโดนเย้ยหยันว่าไม่มีทางหยุดเธอได้ ดาวหมดความอดทนพุ่งชนนังงูร้ายเต็มแรง ร่างของทั้งคู่ลอยละลิ่วตกจากหน้าผา

เป็นจังหวะเดียวกับฤทธิชัยร่อนลงจากต้นไม้ใกล้ๆ กวาดตามมองไปรอบๆไม่พบใคร เห็นเพียงร่องรอยการต่อสู้ เขาเดินตามรอยนั้นไปถึงริมผาพบดาวค่อยๆโผล่มาจากขอบหิน ีรบเข้าไปช่วยดึงตัวขึ้นมา เธอยืนไม่ไหวเป็นลมล้มพับ ทันใดนั้น มีเสียงเหยี่ยวสายลงร้องเตือนดังขึ้น ฤทธิชัยเห็นขบวนรถของพวกมือปืนแล่นฝุ่นตลบใกล้เข้ามา รีบคว้าตัวเธอวิ่งหนี โดยมีพวกนั้นยิงไล่หลังเสียงดังสนั่นไปทั้งป่า

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:04 น.