ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ป่านางเสือ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากควันปืนจางลง เผยให้เห็นร่างของฤทธิชัย และอภิชาตินอนจมกองเลือดอยู่หน้ากรงขังใกล้หมดสติเต็มที ร่างของนายโจนอนตายห่างออกไป และยังมีร่างของพวกมือปืนหลายคนนอนร้องครวญครางอยู่ที่พื้น แต่แล้วนายโจอีกคนหนึ่งพร้อมด้วยมือปืนคุ้มกันเดินออกมาจากหลังถ้ำ ยืนค้ำร่างของสองเพื่อนซี้ไว้

“แกคงนึกว่าแกเก็บฉันได้แล้วสิ...ไอ้นั่น น่ะมันของปลอม แต่ฉันเป็นตัวจริงหรือเปล่าแกก็ไม่รู้” นายโจหัวเราะเยาะเย้ย แล้วหันไปสั่งมือปืน “...ปล่อยให้พวกมันตายที่นี่”

“แล้วคนของเราที่บาดเจ็บล่ะครับเจ้านาย”

นาย โจสั่งให้ช่วยสงเคราะห์พวกนั้นไปหายมบาลให้ด้วย มือปืนตวัดปืนยิงใส่พวกเดียวกันเองที่นอนบาดเจ็บตายเรียบ แล้วเดินตามเจ้านายออกไป พอมาถึงปากถ้ำ นายโจยังโหดเหี้ยมไม่พอสั่งให้มือปืนระเบิดปิดปากถ้ำ จะได้ฝังพวกนั้นไปในตัว พวกมือปืนต่างโยนระเบิดมือเข้าไป เสียงระเบิดดังติดๆกันหลายครั้งก่อนหินจะถล่มลงมาปิดปากถ้ำ สมุนคนสนิทของนายใหญ่ยิ้มสะใจ แล้วพากันขึ้นรถขับออกไป...

ไม่กี่อึดใจ ถัดมา ดาวกับจักจั่นในชุดนางเสือดีดตัวลงมาหน้าถ้ำ ร่วมกันปล่อยพลังกระแทกหินที่ปิดปากถ้ำกระเด็นหายไปหมดราวกับมีมือยักษ์มา ปัดออก จากนั้นสองสาวรีบพุ่งเข้าไปข้างใน ทันทีที่พวกเธอลับสายตานายโจพร้อมกับมือปืนนับสิบคน ยกกำลังกลับมาที่ถ้ำ

“...นาย ใหญ่คาดไว้ไม่ผิด นางเสือต้องมีอะไรเกี่ยวพันกับไอ้สองคนนั่นจริงๆ” นายโจว่าแล้ว โบกมือเป็นสัญญาณให้พวกมือปืนบุก กำชับว่างานเสร็จเมื่อไหร่ให้รีบรายงาน แล้วขึ้นรถจี๊ปขับที่โฉบเข้ารับออกไป...

จักจั่นถึงกับปล่อยโฮเมื่อเห็น สภาพสามีสุดที่รัก ดาวเองก็ใจเสียไม่แพ้เธอเช่นกัน แต่ยังคุมสติได้ พยายามปลอบให้เธอเข้มแข็งไว้ แล้วบอกให้ไปตรวจดูท่านรองก้องเกียรติที่อยู่ในกรงขังว่าเป็นตัวจริงหรือ เปล่า เธอพยักหน้ารับคำ ปาดน้ำตาทิ้ง เข้าไปตรวจหาสิ่งผิดปกติ ในที่สุดก็พบ กระชากหน้ากากติดมือมาด้วย

“ตัวปลอมพี่ดาว...ไอ้โจนั่นก็ต้องปลอม”

“มาช่วยพี่เร็วเข้า คุณหนึ่งกับคุณอภิชาติลมหายใจแผ่วเต็มที” ดาวว่าแล้วเอามือแตะที่อกฤทธิชัย

ขณะ ที่จักจั่นเอามือแตะที่อกอภิชาติ แล้วตั้งสมาธิปล่อยพลังเพื่อช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา เห็นแสงสีทองที่มือของสองสาวแผ่ไปที่อกของพวกเขา ทันใดนั้นมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้อง ดาวลืมตาหันไปทางปากถ้ำ รู้ทันทีว่านี่เป็นแผนซ้อนแผนของพวกศัตรู สั่งให้จักจั่นอยู่ช่วยสองหนุ่มที่นี่ เธอจะไปจัดการพวกนั้นเอง จักจั่นไวกว่าพุ่งออกไปเสียก่อน ดาวจำต้องปล่อยให้เธอลุยเดี่ยว แล้วใช้อีกมือหนึ่งปล่อยพลังช่วยอภิชาติแทน...

ฝ่ายจักจั่นใช้วิชาพราง ตัวสังหารมือปืนที่ดาหน้าเข้ามาทีละคนๆตายเกลื่อนถ้ำ แล้วดีดตัวออกไปหน้าถ้ำ ดาวซึ่งกำลังช่วยชีวิตอภิชาติกับฤทธิชัย สัมผัสได้ถึงภัยที่เข้ามาใกล้ตัวจักจั่น พะว้าพะวังไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ในที่สุดตัดสินใจดีดตัวออกไปทางปากถ้ำ เห็นนินจา ฝีมือฉกาจสี่คนกำลังรุมเล่นงานจักจั่นอยู่ เธอตวัดมีดสั้นเข้าไปช่วยต่อสู้ สองสาวสังหารพวกนินจาตายไปหนึ่งคน พวกที่เหลือพากันเผ่นหนี จักจั่นแค้นมากจะตามไปเล่นงาน แต่ดาวตะโกนเรียกให้กลับไปช่วยอภิชาติกับฤทธิชัยกันก่อน

ooooooo

นาย โจถึงกับฉุนขาดเมื่อได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าพวกมือสังหารถูกนางเสือฆ่าตายหมด ส่วนอภิชาติกับฤทธิชัยถูกพาตัวออกจากถ้ำไปแล้ว เขาเพิ่งคุยโม้ให้นายใหญ่ฟังก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีว่าจัดการพวกนั้นได้แล้ว

“ใช้คลื่นวิทยุตามหาตำแหน่งของพวกมันแล้วส่งคนไปจัดการให้เร็วที่สุด” เขาพูดจบกระแทกสายโครม...

อาการ ของอภิชาติกับฤทธิชัยสาหัสมาก ดาวตัดสินใจจะพาทั้งคู่ไปยังถ้ำพระภิกษุ ไผ่กับจันจิราตามมาช่วยทันทีหลังจากได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเธอ โดยมีลุงเดชแสง และสมาชิกโจรอีกห้าคนไปช่วยคุ้มกันความปลอดภัยให้ เมื่อไปถึงถ้ำดังกล่าว เหล่าสมาชิกโจรช่วยกันนำร่างของทั้งคู่มาวางบนแท่นหินกลางถ้ำ

ทัมไดรฟ์ที่เอามาจากบ้านณุพันธ์หล่นจากกระเป๋าของฤทธิชัยตกอยู่ข้างตัวโดยไม่มีใครเห็น ลุงเดช แสงกับเหล่าสมาชิกโจรออกไปรอหน้าถ้ำ ขณะที่ดาวคุกเข่าลงข้างๆแท่นหินที่วางร่างทั้งสองไว้ จักจั่น ไผ่ และจันจิราทำตาม แล้วพนมมืออธิษฐาน

“คุณหนึ่งกับคุณอภิชาติช่วยคนดีปกป้องแผ่นดิน ถูกคนชั่วทำร้าย ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองด้วย”

ทุกคนก้มลงกราบ ทันใดนั้นเกิดแสงสีทองเหนือแท่นหิน แล้วค่อยๆขยายวงกว้างแผ่คลุมร่างของสองหนุ่มไว้ หัวกระสุนที่อยู่ในร่างพวกเขาลอยออกมาช้าๆก่อนจะสลายไป จักจั่นดีใจมากจะเข้าไปหาคนรัก แต่เข้าไม่ได้ถูกม่านสีทองกั้นไว้ หันไปถามดาวด้วยความสงสัย ทำไมถึงเป็นแบบนี้

“คงเพื่อป้องกันคุณหนึ่งกับคุณอภิชาติจนกว่าจะปลอดภัย” ดาวว่าแล้วยกมือไหว้...

ที่ปากถ้ำ ขณะลุงเดช แสง และเหล่าสมาชิกโจรกำลังยืนเฝ้าระวังอยู่ มีเสียงเหยี่ยวสายฟ้าร้องเตือนดังขึ้น อึดใจเดียวเสียงปืนดังสนั่นตามมา ทุกคนพากันหลบเข้าที่กำบังยิงโต้ตอบ ลุงเดชสั่งให้ยิงสกัดพวกศัตรูไว้อย่าให้หลุดเข้าไปในถ้ำเด็ดขาด เสียงปืนดังเข้าไปถึงในถ้ำ ดาว จักจั่น กับไผ่แปลกใจ ทำไมพวกศัตรูถึงตามมาถูก รีบออกไปช่วยพวกลุงเดช ปล่อยให้จันจิราอยู่เฝ้าอภิชาติกับฤทธิชัยเพียงลำพัง

พอดาวกับพวกคล้อยหลัง นินจาสามคนปรากฏตัวขึ้น จันจิราตวัดปืนยิงใส่ พวกนั้นเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะโดดเตะโครมเดียวเธอสลบเหมือด แล้วย่างสามขุมเข้าไปที่แท่นหิน มองม่านสีทองด้วยความพิศวง...

เหล่าสมาชิกโจรถูกพวกมือปืนยิงถล่มตายไปสองคน ที่เหลือบาดเจ็บสาหัส ลุงเดชกับแสงพร้อมด้วยคนเจ็บต้องถอยร่นเข้าไปในถ้ำ ดาว จักจั่น และไผ่เข้ามาต่อสู้แทนที่ พวกสมาชิกโจรยิงกราดพวกศัตรูตายไปหลายคน พลันมีระเบิดควันพุ่งมาตกใกล้ๆดาวกับพวก พอควันจาง นินจามือสังหารนับสิบล้อมทั้งสามคนไว้ ส่วนพวกมือปืนถอยหายเข้าป่าไปจนหมด

ooooooo

อีกมุมหนึ่งภายในถ้ำ นินจาทั้งสามคนพยายามจะฝ่าม่านสีทองเข้าไปฆ่าสองหนุ่ม แต่ไม่สำเร็จ พวกนั้นใช้นิ้วกลางกับนิ้วชี้แตะที่ดาบท่องคาถาอยู่อึดใจ แล้วฟันใส่ม่านสีทองเต็มแรง ม่านที่แข็งแกร่งถึงกับเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว พวกนั้นย่ามใจระดมฟันใส่ไม่ยั้งหวังจะทำลายม่านสีทองให้ได้ ลุงเดชกับแสงเข้ามาขัดขวางเสียก่อน นินจาฝีมือเยี่ยมใช้ดาบปัดป้องลูกปืนที่สองผู้อาวุโสยิงใส่ได้หมด แล้วรุกคืบเข้าหา

สองอาวุโสตวัดปืนลูกซองยิงใส่พวกนินจากระเด็นหงายหลังตึง พวกนั้นไม่เป็นอะไรกลับลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่ต้องชะงักเมื่อเจออภิชาติกับฤทธิชัยยืนยิ้มอยู่ ส่วนลุงเดชกับแสงถอยไปยืนดูอยู่ด้านหลัง

“ฝากลุงเดชกับลุงแสงไปดูคุณจันจิราดีกว่าครับ ทางนี้พวกผมจัดการเอง”

ทั้งคู่รีบเข้าไปดูจันจิราที่รู้สึกตัวลุกขึ้นมา นินจาไม่รอช้าพุ่งเข้าหาอภิชาติและฤทธิชัยที่เตะสวนโครมเดียว พวกนั้นปลิวกระแทกผนังถ้ำ สองหนุ่มต่างตะลึง ทำไมตัวเองถึงมีแรงมหาศาลขนาดนี้ นินจาทนทายาดดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าต่อสู้กับทั้งคู่อุตลุด ลุงเดช แสง และจันจิรา ซึ่งยืนดูอยู่ข้างๆตื่นเต้นที่เห็นสองหนุ่มฟื้นจากอาการปางตาย แถมมีพลังเพิ่มขึ้น...

ทางฝ่ายดาว จักจั่น และไผ่ ถูกพวกนินจาล่อให้ไปต่อสู้ห่างจากถ้ำพระภิกษุ ดาวเพิ่งรู้ตัวว่าพวกนั้นถ่วงเวลา เร่งไผ่กับจักจั่นให้ตีฝ่าวงล้อมศัตรูกลับไปที่ถ้ำให้เร็วที่สุด ทั้งสามคนรวมพลังกันจัดการพวกนินจาแตกกระเจิง ถอยร่นหายเข้าป่าไปในที่สุด...

ด้านฤทธิชัยกับอภิชาติช่วยกันสังหารนินจาตายไปหนึ่งคน สองคนที่เหลือเห็นท่าไม่ดี เผ่นหนีไปทางปากถ้ำ โชคร้ายเจอดาวกับพวกกลับมาพอดี สะบัดมีดสั้นใส่ตายสนิท จักจั่นเป็นห่วงอภิชาติมากรีบวิ่งเข้าไปในถ้ำ ดีใจน้ำตาไหลที่เห็นสองหนุ่มฟื้นขึ้นมา โผกอดสามีไว้แน่น ดาวเดินยิ้มทั้งน้ำตาเข้าไปหาฤทธิชัย แต่แล้วสีหน้าเธอเปลี่ยนไปเมื่อเห็นทัมไดรฟ์ตกอยู่บนแท่นหิน รีบหยิบขึ้นมาดู

“พวกมันตามมาได้เพราะไอ้นี่”

“ทัมไดรฟ์ที่ผมได้มาจากนายณุพันธ์ ที่แท้เป็นเครื่องวิทยุบอกตำแหน่ง”

ดาวบีบมันแหลกคามือป้องกันไม่ให้พวกศัตรูตามมาอีก ลุงเดชชวนทุกคนกลับค่าย ขืนอยู่นานเดี๋ยวพวกนั้นจะยกโขยงมาเล่นงานพวกเราอีกรอบ...

ทันทีที่กลับถึงค่ายโจร แสงสั่งให้นายผันเอาเงินที่ยึดได้จากพวกศัตรูไปแจกจ่ายให้ครอบครัวของสมาชิกโจรที่เสียชีวิตและกำชับให้ดูแลพวกนั้นอย่างดี ให้สมกับที่หัวหน้าครอบครัวยอมสละชีพป้องปกแผ่นดิน...

อภิชาติตื่นเต้นมากเมื่อจักจั่นบอกว่าเขาอาจจะมีพลังเทียบเท่าพลังของพวกนางเสือ เพราะเธอ ดาวกับไผ่ก็ได้รับพรจากพระภิกษุและมีแสงสีทองปกคลุมร่างกายเหมือนกันกับเขาและฤทธิชัย แต่ถ้าจะให้แน่ใจ พรุ่งนี้เราค่อยไปทดสอบ อภิชาติใจร้อนไม่อยากรอ ลองใช้พลังดับไฟในห้องนอนดู ไฟดับพรึบสมใจ

ooooooo

ดาวพาฤทธิชัยกับอภิชาติมาฝึกใช้พลังพิเศษแต่เช้า โดยมีจักจั่น ไผ่ และจันจิราคอยเอาใจช่วยขั้นแรกเธอสอนให้สองหนุ่มตั้งสมาธิลอยตัวกลางอากาศ ทีแรกดูติดๆขัดๆ แต่พอฝึกหลายครั้งเข้าก็กลายเป็นเรื่องง่าย อภิชาติข้ามขั้นลองใช้พลังหายตัว แล้วไปโผล่พรวดหน้าจักจั่น เธอตกใจสะบัดมือใส่ เขากระเด็นกระแทกพื้นนอนแน่นิ่ง พอตั้งสติจักจั่นรีบวิ่งไปดู ทุกคนวิ่งตามไปติดๆ เธอพยายามเขย่าตัวเรียก แต่เขานอนไม่ไหวติง

“นายอภิชาติมันสำออยน่ะครับคุณจักจั่น” ฤทธิชัยดักคอ

อภิชาติลืมตาขึ้นทันที ต่อว่าเพื่อนรักที่ขัดจังหวะความสุข จักจั่นถามเพื่อความแน่ใจว่าเขาไม่เป็นอะไรใช่ไหม เขายืนยันว่าไม่เป็นอะไร ตอนนี้มีพลังซุปเปอร์แล้ว เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ ทุกคนต่างยิ้มขำ...

ขณะที่พวกนางเสือกำลังยินดีที่ได้สมาชิกที่มีพลังพิเศษมาช่วยกันกำจัดคนชั่วเพิ่มขึ้นอีกสองคน นายโจกำลังถูกนายใหญ่กดดันอย่างหนักที่กำจัดนางเสือกับพวกไม่สำเร็จ ยื่นคำขาด ถ้านางเสือยังอยู่ เขาต้องเป็นฝ่ายไป เขารับปากจะเร่งคายามังให้รีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

จากนั้น นายโจขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรงไปยังถ้ำหลังกำแพงมนตร์ เห็นคายามังกำลังร่ายคาถาอยู่หน้ารูปปั้นนางงูเก็งกอง ที่บนแท่นศิลาใกล้ๆมีร่างของหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาสะสวยถูกตรึงแขนขาไว้ พลันมีแสงรางๆ จากรูปปั้นลอยเข้าร่างของหญิงสาวช้าๆ เธอดิ้นรน ร้องขึ้นสุดเสียงก่อนจะเงียบไป แสงรางๆ พลอยหายไปด้วย

คายามังลืมตาขึ้นมองสีหน้าผิดหวัง นายโจเดินเข้ามาที่แท่นศิลา บ่นอย่างไม่พอใจที่พิธีไม่สำเร็จ อยากรู้ว่า พลาดตรงไหน เขาอ้างว่าวิญญาณนางงูเก็งกองไม่ชอบร่างที่ได้มา ต้องหาร่างที่สวยและสาวกว่านี้

“บ้าที่สุด...นายใหญ่ไม่พอใจมาก...ท่านแน่ใจหรือว่าไอ้รูปปั้นบ้าบอนี่จะได้ผล”

คายามังยืนยันว่าถ้าทำสำเร็จ นางเสือไม่มีทางต้านพลังนี้ได้ นายโจเร่งให้เขารีบทำงานให้สำเร็จ  ก่อนที่หัวของเราสองคนจะหลุดจากบ่า จอมขมังเวทต่อรองถ้าอยากให้สำเร็จเร็วๆต้องหาสาวสวยมาให้อีก...

สายวันเดียวกัน ผู้กองสัตยายังไม่ยอมรามือมาตามหาอภิชาติกับฤทธิชัยมาถึงค่ายอาสาบ้านดอนเสือ ดาวกับจักจั่นไม่ชอบขี้หน้าผู้กองชั่วเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงกวนประสาทใส่ อ้างว่าไม่รู้ทั้งคู่อยู่ไหนเพราะเราหย่ากันแล้ว แล้วไล่เขากลับไป ผู้กองชั่วแค้นใจมาก จำต้องยกกำลังเจ้าหน้าที่กลับ สองสาวยิ้มสะใจ

ครู่ต่อมา ดาวกับจักจั่นพาอภิชาติกับฤทธิชัยไปที่เซฟเฮาส์ของดาวซึ่งอยู่ใกล้ป่าบ้านดอนเสือ อภิชาติรีบเปิดทีวีจะดูข่าวณุพันธ์ แต่ต้องหงุดหงิดเมื่อได้ยินนักข่าวรายงานว่า เขากับฤทธิชัยกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าณุพันธ์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคดี ผู้กองสัตยากล่าวหาว่าทั้งคู่ต้องการฆ่าณุพันธ์เพื่อปกปิดความผิดเรื่องสัมปทานโครงการต่างๆของรัฐบาล และยังกล่าวหาว่าท่านรองก้องเกียรติมีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้ด้วย อภิชาติเจ็บใจมากเร่งให้ทุกคนช่วยกันหาตัวท่านรองก้องเกียรติกับคณะกรรมการตัวจริงกลับมาให้เร็วที่สุด

“เมื่อนั้นการอนุมัติทุกอย่างก็จะถือว่าเป็นโมฆะ ยกเลิกหมด ผมแค่หวังว่าคนพวกนี้ยังมีชีวิตอยู่” ฤทธิชัยหน้าเครียด พลอยทำให้ทุกคนเครียดไปด้วย...

ท่านรองก้องเกียรติยังไม่ตาย ถูกขังไว้ที่ค่ายใหญ่ของแบล็กอีวิลหลังกำแพงมนตร์ มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น  เขาหันมอง ต้องชะงักเมื่อเห็นฤทธิชัยยืนเกาะลูกกรงอยู่ แต่พอฝ่ายนั้น ออกปากทักทาย เขารู้ทันทีว่าเป็นตัวปลอม

“ผมว่าคุณเป็นคนบ้า หลงใหลในผลงานของตัวเอง วันๆเอาแต่ปลอมตัวเป็นคนโน้นคนนี้”

“ผมแค่อยากให้คุณจำภาพคุณฤทธิชัยเป็นครั้งสุดท้าย เพราะคุณจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว ทั้งคุณฤทธิชัยและคุณอภิชาติ” นายใหญ่ในคราบฤทธิชัยยิ้มเยาะ ก่อนจะผละจากไป

ooooooo

ที่เซฟเฮาส์ของดาว อภิชาติ ฤทธิชัย  ดาว และจักจั่นให้ความสนใจข่าวทางทีวีที่กำจรกำลังรายงานการพบศพวัยรุ่นสาวสวยอายุประมาณ 20 ปี อยู่ในราวป่าไม่ห่างจาก บ้านดอนเสือ ที่สำคัญนี่ไม่ใช่ศพแรก แต่เป็นศพที่สาม ภายในสัปดาห์เดียว และที่น่าแปลกก็คือ สาเหตุการ ตายของหญิงวัยรุ่นทั้งสามคนเกิดจากหัวใจล้มเหลว

ฤทธิชัยสงสัยว่าคดีนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับพวกแบล็กอีวิล จึงให้อภิชาติลองโทร.เช็กกับกำจรดูได้ความว่าหญิงสาวที่ตายเป็นนางแบบ ซึ่งผ่านการสัมภาษณ์งานที่เอเจนซี่แห่งหนึ่งในเครือบริษัทอินเตอร์บิส

“สัมภาษณ์ที่เดียวกัน ตายลักษณะเดียวกัน พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่” ฤทธิชัยสีหน้าครุ่นคิด

ดาวไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะสำคัญเร่งด่วน พวกเราควรเริ่มวางแผนถล่มค่ายของพวกแบล็กอีวิลกันดีกว่า...

ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานของนายโจภายในบริษัทอินเตอร์บิส นายโจกำลังโทร.สั่งงานอยู่

“อาวุธส่งไปที่บ้านดอนมะเดืื่อ ยาส่งไปที่บ้านโคกเนินปลวก ส่วนเงินสดส่งไปที่บ้านหนองปลาชุม อีกสองสามวันผมจะไปตรวจความเรียบร้อย” เขาวางสาย ยิ้มพอใจ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าสถานที่ทั้งสามแห่งตกเป็นเป้าหมายตามแผนถล่มให้ราบของพวกนางเสือ

ดาวได้ข้อมูลเหล่านี้จากคอมพิวเตอร์ของนายโจที่เธอกับจักจั่นแอบเข้าไปจารกรรมมาได้ งานถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม บ้านหนองปลาชุมจะมีเธอกับฤทธิชัยเข้าไปจัดการ บ้านโคกเนินปลวกเป็นหน้าที่ของอภิชาติและจักจั่น ส่วนบ้านดอนมะเดื่อ ไผ่กับจันจิราเป็นคนรับผิดชอบ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสามกลุ่มแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ดาวกับฤทธิชัยไปที่บาร์ประจำหมู่บ้านหนอง-ปลาชุม เรียกร้องความสนใจจากพวกมือปืนที่นั่งหน้าสลอนอยู่ในร้านด้วยการสั่งน้ำส้มมาดื่ม พวกนั้นจ้องมอง มาเป็นตาเดียวกัน จากนั้น  ทั้งคู่เข้าไปหาเรื่องชกต่อยกับพวกมือปืนอุตลุด หลีกเลี่ยงไม่ใช้พลังพิเศษให้เป็นที่สงสัย ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้น ทุกคนชะงักหันไปยังทิศทางของเสียง เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่กับมือปืนคุ้มกันสองคน

“ข้าเป็นกำนัน...พวกเอ็งมาทำอะไรกันที่นี่” กำนันจ้องหน้าผู้มาเยือนเขม็ง

“ฉันกับแฟนอยู่บ้านนอกคอกนา สมองทึบเหมือนควาย  ไม่ชอบเรียนหนังสือ ไม่ชอบงานหนัก ชอบอยู่สบายๆ ได้ข่าวว่าที่นี่มีเงินแจกก็เลยลองมาเสี่ยงโชคดู” ฤทธิชัยเข้าเรื่องทันที

“เอ็งมาถูกที่แล้ว...แต่ถ้าพวกเอ็งเป็นทหารปลอมมา พวกเอ็งตาย” สิ้นเสียงกำนัน พวกมือปืนต่างเลื่อนมือไปที่ปืนของตัวเอง ดาวรู้งานคุยโม้ว่าแฟนของเธอเพิ่งยิงทหารตายไปหลายศพ พวกนั้นหลงเชื่อ ส่งเสียงเฮลั่นร้าน ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ จากนั้นไม่นาน ดาวกับฤทธิชัยออกมาเดินสำรวจตลาดอย่างสบายใจที่แผนขั้นแรกสำเร็จด้วยดี พลันสายตาเหลือบไปเห็นวิวัฒน์เจ้าของโรงเลื่อยคนใหม่นั่งรถจี๊ปวิ่งตรงเข้ามา

ทั้งคู่รีบหันหลังให้ พอรถแล่นผ่านจึงค่อยๆหันกลับไปมอง เห็นรถเข้าไปจอดหน้าบาร์ กำนันเดินออกมาขึ้นรถคันนั้นแล้วพากันออกไป ฤทธิชัยมองด้วยความสนใจ ก่อนจะชวนดาวตามไปดู...

ขณะที่ดาวกับฤทธิชัยแฝงตัวเข้าไปในบ้านหนองปลาชุมสำเร็จ ที่กลางตลาดบ้านโคกเนินปลวก อภิชาติทำทีต่อสู้กับจักจั่นในคราบนางเสือ แล้วแกล้งพลาดท่าโดนเธอเตะกระเด็น ขณะที่เธอจะตามเข้าไปซ้ำ หัวหน้ามือปืนที่นั่นกับพวกกระหน่ำยิงใส่ เธอดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้ อภิชาติลุกขึ้นเดินโซเซคล้ายเมายาไปเก็บปืนตัวเองที่ตกอยู่ขึ้นมาเหน็บเอวไว้ คุยโม้ว่ากำลังจะจัดการนางเสือได้อยู่แล้ว ถ้าพวกมือปืนไม่เข้ามาแส่เสียก่อน

“ถุย...ข้าเห็นเอ็งถูกนางเสือเหยียบตับทรุดอยู่กับตา” หัวหน้ามองหยามๆ

“น้อยๆ หน่อยเพื่อน เอ็งกำลังพูดอยู่กับข้า...มือปืนระดับพระกาฬ ศัตรูที่นางเสือต้องผวา” อภิชาติทำเสียงอ้อแอ้ ยืนโงนเงน หัวหน้ามือปืนสั่งให้สมุนเอาตัวเขาไปที่บ่อนประจำหมู่บ้าน สมุนยึดปืนไปจากเอวแล้วลากตัวเขาออกไป จักจั่นแอบมองอยู่อดขำไม่ได้ที่สามีตัวเองแสดงละครตบตาได้เว่อร์มาก

ครู่ต่อมา สมุนผลักอภิชาติเข้ามาในบ่อน ซึ่งเต็มไปด้วยมือปืนและนักพนันกำลังเล่นพนันกันหน้าดำคร่ำเคร่ง แล้วลากตัวไปที่โต๊ะเล่นไฮโลซึ่งมีหัวหน้านักเลงคุมบ่อนยืนอยู่ อภิชาติต้องการเจอหัวโจกที่คุมบ้านโคกเนินปลวก จึงแกล้งป่วนวงไฮโล ทำให้เจ้ามือเสียพนันก้อนโต เพราะชวนนักพนันทั้งโต๊ะแทงแต้มที่เขาใช้พลังมองทะลุถ้วยไฮโลเข้าไปเห็น หัวหน้านักเลงไม่พอใจที่สูญเงิน สั่งให้พวกมือปืนพาไอ้ตัวป่วนไปพบปลัดซึ่งคุม

หมู่บ้านนี้ พวกนักพนันจะรั้งตัวเขาไว้ แต่พวกมือปืนไม่ยอมให้อยู่ต่อ ลากเขาออกไปจนได้

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ไผ่กับจันจิรามาถึงบ้านดอนมะเดื่อ ผู้ใหญ่บ้านเห็นเป็นพวกต่างถิ่น เข้ามาซักถามว่าจะไปไหนกัน ไผ่แต่งเรื่องว่าจะพาเมียซึ่งเป็นพยาบาลไปสถานีอนามัย เขามองทั้งคู่อย่างพิจารณา ก่อนจะชี้ทางไปที่นั่นให้ ไม่นานนัก ทั้งสองคน ก็มาถึงสถานีอนามัย โชคดีที่หมู่บ้านนี้ขาดพยาบาลพอดี

คนเฝ้าจึงยกสถานีอนามัยให้เป็นหน้าที่จันจิราดูแลไปเลย แล้วเดินจากไปหน้าตาเฉย ไผ่มองตามไป  เธอไปจนถึงด้านหน้าสถานีอนามัย เห็นผู้ใหญ่บ้านนั่งอยู่บนรถจี๊ปกำลังจ้องจับผิดมาทางตน อึดใจก็เคลื่อนรถออกไป พลันมี เสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น ไผ่แหงนหน้ามองครู่หนึ่ง

“เรามาได้เวลาพอดี พวกมันกำลังขนอาวุธมา พี่จะออกไปดูสักหน่อย จันอยู่ที่นี่ระวังตัวให้ดี”

“ตามสบายไม่ต้องห่วงจัน” เธอว่าแล้วคว้าปืนที่เหน็บไว้ด้านหลังขึ้นมากระชับไว้ในมือ...

อึดใจเดียว ไผ่มาโผล่ในราวป่า เห็นรถบรรทุกอาวุธเต็มคันรถวิ่งไปตามเส้นทางคดเคี้ยว โดยมีรถกระบะพร้อมมือปืน 5 คนขับนำหน้า เสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้อง ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า ทำให้คนขับรถกระบะถึงกับผวาเหยียบเบรก รถบรรทุกต้องจอดตาม หัวหน้ามือปืนซึ่งนั่งข้างคนขับโวยลั่นว่าจอดทำไม

“เสียงเสือคำราม...ฉันเคยได้ยินเรื่องนางเสือ”

“ไอ้บ้า...นี่ไม่ใช่บ้านดอนเสือ แล้วก็อยู่ลึกกว่าบ้านดอนเสือเกือบ 100 กิโลเมตร เอ็งอย่าบ้า”

สิ้นเสียงของหัวหน้ามือปืน เสือสายฟ้าปรากฏร่างขึ้นเบื้องหน้า พวกสมุนร้องกันลั่นทั้งรถ หัวหน้ามือปืนไม่พอใจ เปิดประตูรถออกไปจะยิง แต่มันหายไปแล้ว มีเพียงไผ่ในชุดดำสวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้นแทนที่ สั่งให้ทุกคนทิ้งรถขนอาวุธไว้ที่นี่ ถ้าไม่อยากกลายเป็นผีเฝ้าป่า พวกนั้นขัดขืนคิดต่อสู้ เขาจึงสังหารจนสิ้นซาก เหลือเพียงคนขับรถบรรทุกที่วิ่งหนีเอาตัวรอด ไผ่ตั้งสมาธิ แล้วสะบัดมือใส่รถบรรทุกเกิดไฟลุกท่วมก่อนจะระเบิดเป็นจุณ...

หลังจากคนขับรถบรรทุกขนอาวุธโทร.มาแจ้งข่าว ผู้ใหญ่บ้านดอนมะเดื่อตรงไปที่สถานีอนามัย สอบถามจันจิราว่าแฟนของเธอไปไหน เธออ้างว่าไปซื้อของที่ตลาด เขาสั่งให้สมุนเอาตัวเธอออกไป แต่พวกนั้นต้องชะงักเมื่อเจอไผ่ยืนขวางทางอยู่ ผู้ใหญ่บ้านโวยวายใส่ทันทีว่ารถขนอาวุธของพวกตนถูกทำลาย

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” ไผ่ตีหน้าตาย

“พอพวกเอ็งมาถึง...ก็มีเรื่อง...ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าเอ็งยังไม่ยอมแพ้จะยิงนังนี่ทิ้ง”

พวกสมุนเริ่มนับหนึ่ง ยังไม่ทันจะถึงสาม จันจิราหายวับไปต่อหน้า แล้วโผล่ไปยืนข้างๆไผ่ ในมือของทั้งคู่ถือปืนเรียบร้อย ผู้ใหญ่บ้านมัวแต่ตะลึงยังไม่ทันจะตั้งตัว กระสุนของทั้งคู่เจาะร่างทั้งผู้ใหญ่บ้านทั้งสมุนตายอนาถ ไผ่อดสงสัยไม่ได้ว่าจันจิราได้พรหายตัวมาได้อย่างไร เธอเดาว่าน่าจะเกิดขึ้นตอนที่อยู่ในถ้ำพระภิกษุ เธอถูกพวกนินจาเตะกระเด็นเข้าไปสลบอยู่ในม่านสีทองที่คลุมร่างฤทธิชัยกับอภิชาติ

“ยอดเลย...ถ้างั้นเราลุยค่ายพวกมันให้เรียบ” ไผ่ว่าแล้วดึงเธอเข้ามากอดด้วยความดีใจ...

ทางด้านดาวกับฤทธิชัยวิ่งลัดเลาะลึกเข้าไปป่าบ้านหนองปลาชุมเพื่อเอาเป้สัมภาระที่ซ่อนไว้ แต่เจอพวกมือปืนออกมาลาดตระเวนพอดี ทั้งสองคนรีบเอาเป้ซ่อนแล้วแกล้งพลอดรักกัน เธอกระซิบข้างหูเขาว่าต้องจัดการพวกนี้ให้เงียบที่สุด ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะไหวตัวทัน พวกมือปืนกรูเข้ามาล้อมกรอบทั้งคู่ไว้ แค่ลัดนิ้วมือเดียว พวกนั้นสลบเหมือด ฤทธิชัยเอาปืนพวกศัตรูโยนทิ้ง แล้วคว้าเป้ที่ซ่อนไว้ขึ้นมาสะพายหลัง

ooooooo

ในเวลาต่อมา หัวหน้ามือปืนพาอภิชาติซึ่งยังสวมบทขี้ยามาถึงหน้ากระท่อมหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ชายป่าบ้านโคกเนินปลวก ปลัดซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ของที่นี่ออกจากกระท่อมมามองสำรวจตัวป่วน

“ไอ้นี่หรือที่สู้กับนางเสือ”

“ใช่แล้วเพื่อน ข้าสู้กับนางเสือ ข้าสู้กับพวกเอ็ง...ข้าสู้กับใครได้ทั้งนั้น” อภิชาติทำตาขวางเหมือนเมายาบ้า

ปลัดต่อรองว่าถ้าเขาจัดการนางเสือได้อย่างที่คุย ตนมียาให้เพียบอยู่ในกระท่อมหลังนั้น ทั้งยาบ้า ยาไอซ์ และเฮโรอีน พอรู้แหล่งซุกซ่อนยาเสพติด จักจั่นในคราบนางเสือ ซึ่งแอบซุ่มดูอยู่ก็ปรากฏตัวขึ้น ยิงกราดพวกนั้นตายเรียบ ก่อนจะเผากระท่อมพร้อมยาเสพติดวอดทั้งหลัง...

ทางฝ่ายไผ่กับจันจิราลัดเลาะมาถึงค่ายของพวกแบล็กอีวิล ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่ใกล้ชายป่าบ้านดอนมะเดื่อ ด้วยความช่วยเหลือของเหยี่ยวสายลม ทำให้ไผ่รู้ว่าอาวุธซ่อนอยู่ในกระท่อมหลังไหน ทั้งคู่ฆ่าพวกมือปืนตายเรียบ แล้วเผาค่ายและคลังอาวุธราบเป็นหน้ากลอง...

ทันทีที่รู้ข่าวว่านางเสือทำลายคลังอาวุธเสียหายยับเยิน นายใหญ่ตำหนินายโจผ่านทางกล้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ยกใหญ่ ตะคอกถามว่าอาจารย์อาคมของเขามัวแต่ทำอะไรอยู่ เขาแก้ตัวว่าอาจารย์กำลังเร่งมืออยู่

“ยังดีไม่พอ...ต้องเร็วกว่านี้ ไม่อย่างนั้นทั้งคุณ ทั้งอาจารย์จบแน่” นายใหญ่ขู่เสร็จ ตัดการติดต่อ เขาถึงกับหน้าเสีย หายใจไม่ทั่วท้อง...

ไม่ใช่แค่อาวุธกับยาเสพติดเท่านั้นที่ถูกทำลาย ดาวกับฤทธิชัยในชุดปฏิบัติการนางเสือยังยึดเงินอีกสองร้อยล้านบาท ที่อยู่ในรถตู้สองคันจากวิวัฒน์และกำนันบ้านหนองปลาชุมไปด้วย วิวัฒน์หนีรอดคมกระสุนของนางเสือไปได้หวุดหวิด แต่กำนันกับสมุนไม่รอดกลายเป็นผีเฝ้าป่าบ้านหนองปลาชุม...

หลังจากภารกิจลุล่วงไปด้วยดี ดาว ฤทธิชัย อภิชาติกับจักจั่น รวมทั้งไผ่และจันจิราต่างกลับไปฉลองความสำเร็จ พร้อมกับเงินอีกสองร้อยล้านบาทที่ค่ายของลุงเดช ดาวรู้เรื่องที่จันจิราได้พรจากถํ้าพระภิกษุ รีบเข้ามาแสดงความยินดี ตอนนี้เท่ากับพวกเรามีนางเสือเพิ่มเป็น 6 คนแล้ว

“แต่มันนึกว่ามีนางเสือเพียงคนเดียว” จักจั่นว่าแล้วยกแก้วเครื่องดื่มชูขึ้น ขอดื่มให้กับทีมนางเสือ ทุกคนในค่ายต่างชูแก้วในมือ ดื่มฉลองกันอย่างมีความสุข

ooooooo

นายใหญ่ติดต่อนายโจผ่านทางคอมพิวเตอร์ เช่นเคย เล่นงานเขาที่ปล่อยให้ข้อมูลที่ตั้งค่ายของพวกเรารั่วไหล นายโจปฏิเสธว่าไม่มีใครได้ข้อมูลจากเขา ทั้งๆที่จริงแล้วเขารู้ว่าข้อมูลถูกจารกรรม แต่ไม่กล้ารายงานกลัวโดนฆ่า อ้างว่าพวกนางเสือมีเสือเจ้าป่าและมีเหยี่ยวอาคมที่สามารถมองเห็นหรือสัมผัสพวกเราได้ ยกเว้นค่ายใหญ่ของพวกเรา เพราะคายามังใช้กำแพงมนตร์กั้นไว้ เขาเร่งให้นายโจหาทางกำจัดนางเสือ ให้เร็วที่สุด

“ผมให้อาจารย์คายามังเร่งมือเต็มที่อยู่แล้วครับ...”

จังหวะนั้น มีเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น นายใหญ่อ้างว่าส่งคนไปช่วย ให้เขาเชิญคนๆนั้นเข้ามาได้ นายโจไม่กล้าหือรีบทำตามคำสั่ง ร่างของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาพอเห็นหน้าชัดๆ เขาถึงกับตะลึง เพราะเหมือนตนเองไม่มีผิดเพี้ยน ชายคนนั้นใช้ปืนเก็บเสียงยิงนายโจเต็มแสกหน้าฟุบคาเก้าอี้ ลากเขาทิ้งลงพื้น แล้วเข้าไปนั่งแทนที่

“เราต้องการโต้ตอบนางเสือ...จับพวกชาวบ้านมาเป็นตัวประกัน วางระเบิดก่อกวน ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ของเราบีบคั้นพวกมัน...ท่านรู้แล้วว่าถ้าพลาด...อะไรจะเกิดขึ้น” นายใหญ่ขู่ตบท้าย ก่อนจะตัดการติดต่อ...

อภิชาติกับฤทธิชัยเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อช่วยค้นหาตัวนายใหญ่ของแบล็กอีวิลอีกทางหนึ่ง ส่วนดาวกับจักจั่นจะอยู่ดูท่าทีพวกนั้นที่นี่ก่อน ถ้าทางเขา มีอะไรให้รีบส่งข่าว เธอสองคนจะตามไปสมทบทันที ดาวกับจักจั่นยืนส่งสองหนุ่มขับรถออกไปจนลับสายตา ก่อนจะชวนกันไปเที่ยวบ่อนบ้านดอนเสือฆ่าเวลา...

ในเวลาเดียวกัน แบล็กอีวิลตอบโต้นางเสือด้วยการส่งมือปืนเข้าไปจับพวกชาวเขาทั้งหมู่บ้าน ครอบครัวของเม่งจูกับอาตง หนีพวกนั้นมาจนมุมที่หน้าผา พ่อกับแม่ของเด็กทั้งสองพยายามจะอุ้มลูกไว้เพื่อปกป้อง แต่พวกมือปืนไม่ปรานีสาดกระสุนใส่ ร่างของทั้งสี่คนร่วงตกหน้าผาหายไปกับสายน้ำเบื้องล่าง...

อีกมุมหนึ่งของป่า ขณะไผ่กำลังสำรวจค่ายที่เหลือแต่ซากของพวกแบล็กอีวิล ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น รีบดีดตัวมายังทิศทางต้นเสียง เห็นพวกมือปืนกำลังสาดกระสุนจากหน้าผาลงยังผืนน้ำเบื้องล่างก่อนจะเคลื่อนกำลังออกไป เขารอจนพวกนั้นลับสายตา จึงดีดตัวมาที่หน้าผา มองไปยังเบื้องล่างด้วยสายตาของเหยี่ยวสายลม

เห็นบางอย่างเคลื่อนไหว เขาดีดตัวไปยังจุดนั้นทันที เมื่อมาถึงเบื้องล่าง เห็นเด็กน้อยสองคนติดอยู่ตรงซอกหิน ไผ่รีบดึงพวกเขาขึ้นจากน้ำ จับให้นอนหงายแล้วใช้ฝ่ามือทาบไปที่อก ปล่อยพลังสีทองช่วยชีวิตเด็กๆไว้ได้ทันเวลา...

ที่หน้าบ่อนบ้านดอนเสือ เมื่อนักเลงคุมบ่อนเห็นดาวกับจักจั่นในชุดเซ็กซี่ ยอมปล่อยให้สองสาวเข้าไปข้างในอย่างง่ายดาย จากนั้น พวกเธอหาเรื่องต่อยตีกับพวกนักเลงคุมบ่อนจนข้าวของพังพินาศ แล้วอัดพวกนั้นสลบเหมือด ก่อนจะจากไปพวกเธอยังบอกให้ชาวบ้านเอาเงินพนันกลับไปด้วย พวกนี้ดีใจส่งเสียงเฮลั่น...

ขณะไผ่กำลังซักถามเด็กน้อยทั้งสองคนอยู่ ได้ยินเสียงพวกมือปืนที่ตามหาพวกหลบหนีย่ำเท้าเข้ามาใกล้ เขารีบพาเด็กทั้งสองคนไปซ่อนไว้หลังพุ่มไม้หนา แล้วดีดตัวเข้าจัดการพวกนั้นตายเรียบ จากนั้น พาเด็กทั้งสองไปยังค่ายของลุงเดช ฝากให้พ่อแสงกับแม่สมพรช่วยดูแล

ooooooo

กลับกรุงเทพฯ นั่งยังไม่ทันจะได้พัก นพจากหน่วยพิเศษที่ฤทธิชัยตั้งขึ้น โทร.มารายงานว่าเที่ยงวันนี้ท่านรองศักดาจะมาเป็นประธานในงานเลี้ยงต้อนรับสมาชิกหอการค้าเอเชียที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง อภิชาติกับฤทธิชัยขับรถเข้าไปในลานจอดรถของโรงแรม รอให้ท่านรองศักดาปรากฏตัว จะจี้จับตัวไปเค้นความจริง

ผ่านไปสองชั่วโมง ท่านรองศักดาจึงออกจากโรงแรมมาขึ้นรถตู้พร้อมกับบอดี้การ์ดล่ำบึ้กอีกสามคน อภิชาติรีบขับรถตามไปจนถึงหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง มีรถมอเตอร์ไซค์เร่งเครื่องตัดหน้ารถของอภิชาติ ก่อนจะขี่ตีคู่ด้านคนขับรถตู้ แล้วชักปืนยิงยางรถล้อหน้ากระจุย รถตู้เสียหลักเฉเข้าจอดข้างทาง คนขี่มอเตอร์ไซค์ในชุดดำสวมหมวกกันน็อกขี่รถตามไปจอดขวางหน้าไว้ บอดี้การ์ดพุ่งลงจากรถ ชักปืนจะยิง

คนขี่มอเตอร์ไซค์ถอดหมวกกันน็อกขว้างใส่หนึ่งในพวกนั้นกระเด็น เผยให้เห็นว่าเป็นผู้หญิง เธอเข้าถึง ตัวบอดี้การ์ดที่เหลือ เตะต่อยอุตลุด ท่านรองศักดาเห็น ท่าไม่ดีวิ่งหนี อภิชาติจะวิ่งตาม แต่ฤทธิชัยรั้งไว้ เตือนว่ามีคนมา รถของผู้กองสัตยาแล่นผ่านรถของอภิชาติไปจอดหลังรถตู้ ผู้กองชั่วกับลูกน้องกรูกันล้อมหญิงสาวไว้ อภิชาติขับรถโฉบเข้าไป พร้อมกับเปิดประตูหลังอ้าไว้ ตะโกนเรียกสาวลึกลับให้ขึ้นรถ

เธอพุ่งตัวเข้าไปข้างในทันที ส่วนเขารีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้กองสัตยาตวัดปืนยิงลูกดอกติดวิทยุเข้าใส่ท้ายรถของอภิชาติอย่างแม่นยำ ท่านรองศักดาที่เพิ่งกลับเข้ามาสั่งการให้ลากคอพวกนั้นมาให้ได้...

อภิชาติกับฤทธิชัยเพิ่งรู้ว่าสาวลึกลับคนนี้เป็นลูกของณุพันธ์ ชื่อ งิ้ว พอทั้งคู่แนะนำตัวเองให้เธอรู้จัก เธอตวัดปืนขึ้นมาจะยิง เพราะจำได้แม่นว่าทั้งคู่เป็นคนฆ่าพ่อของเธอ อภิชาติกระแทกเบรกทันที เธอถึงกับถลามาติดเบาะหน้า ฤทธิชัยแย่งปืนไปได้ ตวัดจ่อหน้าเธอไว้

“พวกเราก็ถูกท่านรองศักดาใส่ร้ายเหมือนกัน... นายณุพันธ์ตายแล้วสองชั่วโมงก่อนที่เราจะไปถึง”

“ถ้าคุณข้องใจ ควรจะถามนายสัตยา คนที่โผล่มาขวางทางคุณก่อนที่เราจะเข้าไปเอ่อ...ช่วยคุณออกมา”

งิ้วมองสองหนุ่มสลับกันไปมาอย่างพิจารณา

“เอาล่ะ...ฉันจะลองเชื่อพวกคุณดูก่อน” แล้วขอลงจากรถ

อภิชาติแกล้งเบรกรถกะทันหันจนเธอหน้าทิ่ม งิ้วค้อนหนึ่งวงก่อนจะลงจากรถ เขาถอนใจ หนักใจ ขืนเธอยังกัดท่านรองศักดาไม่ปล่อยแบบนี้ แผนของเราอาจจะพังได้ ฤทธิชัยขอให้ใจเย็นๆ ลองดูท่าทีเธอไปก่อน...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านดอนเสือ แบล็กอีวิลโต้ตอบนางเสือหนักข้อขึ้นถึงขั้นวางระเบิดตลาดสด ทำให้ชาวบ้านบาดเจ็บล้มตายไปหลายราย และยังทิ้งจดหมายไว้ในที่เกิดเหตุมีข้อความว่า

“ถึงนางเสือ...นี่คือผลที่ต่อต้านพวกเรา”

นอกจากนี้ยังยุยงให้ชาวบ้านเดินขบวนต่อต้านนางเสือ หาว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดความวุ่นวาย ชาวบ้านต้องเดือดร้อนไม่มีงานทำ จังหวะนั้นมีรถแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าฝูงชน วิวัฒน์ลงจากรถมาประกาศกับชาวบ้าน

“กำลังเสริมของเจ้าหน้าที่พิเศษมาถึงแล้ว

จัดการกับนางเสืออย่างเด็ดขาด พรุ่งนี้ขอให้ทุกคนกลับไปทำงานได้ ใครที่ขัดสนเงินใช้บัตรเครดิตของท่านเบิกเงินได้” ขาดคำ รถของทหารสองคันพร้อมทหารนับสิบนายเต็มคันรถแล่นผ่านหน้าดาวกับจักจั่นซึ่งยืนดูขบวนประท้วงไปทางสถานีตำรวจบ้านดอนเสือ

“แผนของพวกมันร้ายมาก มันให้ชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่มาตายแทนพวกมัน” ดาวมองตามหน้าเครียดจักจั่นเจ็บใจมากทนฟังชาวบ้านด่านางเสือไม่ไหว ชวนดาวไปดูเด็กน้อยที่ไผ่พาไปฝากไว้กับแม่สมพรดีกว่า...

หลังจากไผ่กับจันจิราส่งเด็กน้อยถึงมือแม่สมพรแล้ว ขอตัวกลับไปดูแถวหมู่บ้านชาวเขาอีกครั้ง เผื่อเจอค่ายพวกศัตรู ลุงเดชเตือนทั้งคู่ให้ระวังตัวให้ดี พวกศัตรูมีแผนการซับซ้อน อย่าประมาทเด็ดขาด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:28 น.