ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ป่านางเสือ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภายในโกดังลึกลับ อภิชาติค่อยๆลืมตาขึ้นพบว่าถูกมัดมือมัดเท้าขึงพืดไว้กับเตียงนอน ยังเห็นห้องหมุน จากฤทธิ์ยาสลบที่ถูกฉีด พอตั้งสติได้ เขาส่งกระแสจิตไปหาจักจั่นที่ถูกขังไว้อีกห้องหนึ่งในสภาพเดียวกัน

เธอได้ยินเสียงเรียกของเขา แต่ยังไม่ยอมลืมตาจะขอนอนต่อ เขาต้องหลอกล่อว่าขืนชักช้าจะอดไปช็อปปิ้ง เธอลืมตาโพลงขึ้นทันที ส่งกระแสจิตไปถามว่าเราอยู่ที่ไหน

“พวกเราถูกพวกมันบังคับให้จำยอม จำได้หรือยัง”

เธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อ๋อ...ใช่แล้ว...อย่างนี้ต้องตบสั่งสอน”

อภิชาติซักอีกว่างิ้วอยู่ด้วยหรือเปล่า ได้ความว่าเธออยู่คนเดียวไม่รู้ว่างิ้วอยู่ไหน เขาบอกให้เธอรอก่อนเดี๋ยวจะไปหา จังหวะนั้นมีเสียงดังขึ้นหน้าประตูห้องขัง อภิชาติรีบหลับตาทำเหมือนยังไม่ฟื้น หมอเดินนำมือปืนเข้ามาในห้องจะมาตรวจร่างกายเขาเพื่อเตรียมเข้าผ่าตัด มือปืนเตือนหมอให้ระวังๆไว้หน่อย

“ผมฉีดยาสลบไว้แล้ว...พวกมันไม่ฟื้นง่ายๆหรอก”

ขณะที่หมอใช้หูฟังตรวจการเต้นของหัวใจ อภิชาติใช้พลังดึงปืนจากเอวมือปืนขึ้นมาจ่อหัวเจ้าของไว้ หมอยังคงตรวจไปเรื่อยโดยไม่รู้เรื่อง มือปืนต้องเรียกให้หัน

มาดู เขาตกใจเมื่อเห็นปืนลอยอยู่ในอากาศตรงหน้ามือปืน อภิชาติลืมตามอง ก่อนจะสั่งให้มือปืนวางปืนกลในมือลง แล้วให้ถอยไปยืนที่มุมห้อง ปืนลอยตามไปคุมเชิงแจ

เขาใช้พลังสะบั้นเชือกที่มัดแขนขากระจุย ดีดตัวลงมายืนยิ้มแฉ่ง ทุบหมอสลบแล้วเอาเสื้อผ้าของเขามาใส่ สั่งให้มือปืนเคาะประตูเรียกเพื่อนที่อยู่หน้าห้องขังให้เปิดประตู เพื่อนมือปืนไม่เอะใจเปิดประตูให้

“ถ้ามันฟื้นเอะอะโวยวายก็อย่าไปสนใจมัน ข้าจะพาหมอไปดูนังผู้หญิงสองคนนั่น” มือปืนที่ถูกจี้จับตัวว่าแล้วเดินนำอภิชาติในคราบหมอออกไป ครู่ต่อมา อภิชาติช่วยจักจั่นออกจากห้องขังได้อย่างปลอดภัย โดยไม่รู้ว่างิ้วอยู่ที่ไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร

ooooooo

พวกแบล็กอีวิลเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง คราวนี้สั่งให้เหล่าสมุนกวาดต้อนชาวบ้านตามชายแดนมาเป็นแรงงานทดแทนพวกของตนที่ถูกนาคีฆ่าตายไป

จำนวนมาก ผู้กองสัตยามอบหมายให้ลุงเดชกับพ่อแสงเป็นคนคุมงานนี้ กำชับว่าต้องรวบรวมชาวบ้านมาให้ได้มากที่สุด มีงานใหญ่กำลังใกล้เข้ามา

ลุงเดชกับพ่อแสงมองสบตากัน แล้วมองไปยังกลุ่มชาวบ้านที่ถูกกวาดต้อนมา ทันใดนั้น มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น ลุงเดชกวาดตามองไปรอบๆ เห็นไผ่ซุ่มมองอยู่ ก่อนจะดีดตัวหายไป...

ด้านฤทธิชัยกับดาวหนีรอดเงื้อมมือนาคีมาหลบอยู่ที่ลานเล็กๆแห่งหนึ่งกลางป่า จากนี้ไปเขาต้องการให้เราสองคนอยู่ด้วยกัน นาคีไม่ใช่สัมผัสเขาได้คนเดียวเท่านั้น ยังสัมผัสเธอได้ด้วย

“นาคีตามคุณหนึ่งเพื่อความรัก แต่ตามดาวเพื่อกำจัด”

“เราต้องรวมพลังกันถึงจะมีทางรอด” เขาว่าแล้วดึงเธอมากอดไว้แนบอก ไผ่ซึ่งยืนดูอยู่พักหนึ่งแล้ว อดรนทนไม่ไหว แซวทั้งคู่ว่าหวานกันจนไม่รู้ตัวเลยว่าเขามา

“มาขัดจังหวะทำไมมิทราบพี่ไผ่”

“พวกมันกำลังรวบรวมพวกชาวบ้านเป็นการใหญ่ เหมือนกำลังจะสร้างค่ายใหม่อย่างเร่งด่วน”

“แปลกมาก ปกติมันจะหายไปก่อนแล้วไปโผล่ที่ลึกลับที่ไหนสักแห่ง” ฤทธิชัยตั้งข้อสังเกต ดาวเห็นด้วยกับเขา แสดงว่าต้องมีบางอย่างที่สำคัญมาก พวกนั้นถึงรอไม่ได้ ฤทธิชัยติดต่อหน่วยพิเศษแล้ว แต่กำลังไม่พอจะต้านนางงูได้ ส่วนกำลังของทางการก็ถูกท่านรองศักดาคุมอยู่ เราเลยทำอะไรไม่ได้

“ที่เราทำได้ตอนนี้คือ...สกัดทุกอย่างที่พวกมันส่งเข้ามา” ดาวตาวาวโรจน์ พลันมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น ดาวหลับตาทำสมาธิ สัมผัสได้ว่าศัตรูมีการเคลื่อนไหว ทั้งสามคนรีบตรงไปยังเป้าหมายทันที...

ไม่นานนัก ดาว ฤทธิชัย และไผ่ในชุดปฏิบัติการนางเสือ มาแอบซุ่มอยู่บนเนินดินหลังพุ่มไม้หนา มองยังถนนเบื้องหน้าเห็นขบวนรถบรรทุกของศัตรูสองคัน มีรถกระบะขนมือปืนคุ้มกันนำหน้าและอีกคันหนึ่งปิดท้ายขบวน ฤทธิชัยจะคอยสกัดนาคีไว้ ถ้าเกิดปรากฏตัวขึ้นมา

“ผมกับน้องดาวจะรีบทำลายขบวนสินค้าของมันให้เร็วที่สุด”

“หลังจากนั้น เราสองคนจะรีบไปช่วยคุณหนึ่งทันที”

“ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีนะครับ” ฤทธิชัยพูดจบ ดีดตัวออกไป ส่วนดาวกับไผ่อ้อมไปอีกด้านหนึ่ง พอได้จังหวะทั้งสามคนบุกโจมตีขบวนรถ สังหารมือปืนคุ้มกันตายเป็นเบือ หัวหน้ามือปืนเห็นท่าไม่ดี หยิบสร้อยรูปงูที่ห้อยคอขึ้นมาสวดคาถาที่คายามังให้ไว้สำหรับเรียกนาคี

“พวกมันใช้คาถาเรียกนางงู ดาวเคยเห็นนางงูโผล่มากับตา”

“คาถาเรียกนางงู  ต้องเจอคาถาหยุดนางงูสักหน่อย” ไผ่ว่าแล้วยิงใบหูหัวหน้ามือปืนถึงกับร้องลั่น ขู่ซ้ำถ้ายังไม่หยุดสวดคาถา  จะส่งไปเฝ้ายมบาล เขาหยุดสวด แล้วหันไปสั่งให้สมุนฆ่าพวกนางเสือให้สิ้นซาก มือปืนระดมยิงไม่ยั้ง ทั้งสามฝีมือเหนือกว่า นกกระจอกยังไม่ทันจะกินน้ำก็อัดพวกนั้นนอนร้องครวญครางไปตามๆกัน

“ฉันไม่อยากทำบาป...รีบไปซะ” ดาวตะเพิดเสียงลั่น พวกมือปืนต่างประคองกันวิ่งหนี

“ลองดูหน่อยสิว่า พวกมันขนอะไรมา เผื่อจะอ่านแผนของมันออก” ฤทธิชัยเดินนำดาวกับไผ่ไปด้านหลังรถบรรทุก แล้วใช้พลังดึงประตูตู้สินค้าเปิดออก เผยให้เห็นข้าวอัดอยู่เต็ม

“ข้าวเยอะขนาดนี้เลี้ยงคนได้เป็นพันๆคน” ฤทธิ-ชัยจ้องข้าวตรงหน้าไม่วางตา

“อาจเป็นหมื่นก็ได้ถ้าขนมาอีกสักเที่ยวสองเที่ยว” ไผ่ตั้งข้อสังเกต  ฤทธิชัยอดสงสัยไม่ได้  พวกศัตรูจะเตรียมผู้คนมากมายไว้ทำไม ดาวสรุปว่าพวกนั้นกำลังเตรียมกองทัพ ทั้งสามมองหน้ากันสีหน้าเป็นกังวลสุดๆ

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ภายในห้องที่เคยกักขังอภิชาติ หมอค่อยๆรู้สึกตัวได้สติ รีบพุ่งไปที่ประตูห้องขัง ทุบปังๆๆ สั่งให้เปิด มือปืนยืนยามรำคาญตะโกนลั่น

“เฮ้ย...เงียบๆเว้ย”

“ไอ้โง่...พวกมันหนีไปแล้ว” หมอยังคงทุบประตูห้องไม่หยุด มือปืนรีบเปิดประตู เห็นหมอเดินโซเซออกมา รีบคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมาแจ้งศูนย์ว่านักโทษหนี ทันทีที่นายโจรู้ข่าว สั่งให้จับตายนักโทษทุกคน อย่าให้ใครรอดไปได้เด็ดขาด...

หลังจากได้รับรายงานว่านางเสือจู่โจมขบวนรถขนสินค้า ผู้กองสัตยาส่งมือปืนให้ไปรับตัวคายามังมาพบที่ลานกว้างไม่ห่างจากกำแพงมนต์นัก ต่อว่าเขาว่าเสบียงของพวกเราเพิ่งถูกนางเสือทำลายเสียหายยับเยิน นาคีหายหัวไปไหนทำไมถึงไม่ตามไปคุ้มกัน

“พวกมันมีสร้อยงูที่ข้าให้ไป แค่ท่องคาถาไม่กี่คำ ถ้าทำไม่ได้ก็สมควรตาย”

“มีสองข้อ...ข้อแรกคาถาของท่านเฮงซวย...ข้อสองนางงูไม่สนท่าน ลองแสดงให้ดูหน่อยสิว่าเป็นข้อไหน”ผู้กองสัตยาว่าแล้วถอดสร้อยรูปงูที่ห้อยคอตัวเองยื่นให้

คายามังรับไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะพึมพำท่องคาถา แต่ไม่มีวี่แววนาคี จอมขมังเวทขบกรามแน่นด้วยความโกรธ

“รู้สึกว่าจะเป็นข้อสองนะท่าน” ผู้กองสัตยายิ้มเยาะ

“พลังของนางงูแข็งแกร่งขึ้นเกินกว่าที่คาถาจะบังคับได้เสียแล้ว”

ผู้กองสัตยาไม่พอใจ ต่อว่าว่าทำไมพูดชุ่ยๆ แบบนี้ คายามังรับรองว่าเรื่องนี้แก้ไขได้ไม่ยาก เขากำชับให้จัดการเรื่องให้เร็วที่สุด เราจะมีทั้งของทั้งเสบียงมาส่งอีกหลายเที่ยว เราเสียหายไปมากแล้วและไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก คายามังจ้องหน้าเขาด้วยสายตาเยือกเย็น ก่อนจะหายตัวไป ลุงเดชกับพ่อแสงซึ่งยืนอยู่ในกลุ่มมือปืน ต่างลอบสบตากัน

ooooooo

อภิชาติกับจักจั่นบังคับให้มือปืนที่พวกตนจี้จับตัวไว้นำทางไปยังห้องกักขังงิ้ว จากนั้นจัดการมือปืนสองคนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าห้องขังราบคาบ แล้วสั่งให้มือปืนนำทางลากพรรคพวกตัวเองเข้าไปไว้ในห้อง

จักจั่นเห็นงิ้วนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนเตียงรีบเข้าไปตบแก้มเบาๆให้รู้สึกตัว แต่เธอมึนงงจากฤทธิ์ยาสลบยังไม่ได้สติ อภิชาติไม่ต้องใช้บริการของมือปืนนำทางอีกต่อไปแล้ว จึงฟาดหัวเขาสลบเหมือด แล้วใช้พลังทำลายเชือกที่มัดมือมัดเท้างิ้วออก

“สวีตฮาร์ท นำทาง ผมจะอุ้มคุณงิ้วไปเอง”

จักจั่นมองเหล่ ก่อนจะดีดตัวออกจากห้อง อภิชาติยิ้ม แล้วรีบเดินตาม...

ขณะที่อภิชาติกับจักจั่นกำลังหาทางหนีออกจากที่คุมขัง พวกมือปืนของแบล็กอีวิลไล่ล่าชาวบ้านที่ไม่ ให้ความร่วมมือเข้าไปในป่าลึก ชาวบ้านพยายามหนีสุดชีวิตแต่ไม่พ้นถูกพวกนั้นล้อมไว้ และยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า

“ใครคิดหนีอีก ตายอย่างเดียว”

พลันมีเสียง เสือสายฟ้าคำรามก้อง พวกมือปืนต่าง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พอเห็นอะไรไหวๆ สาดกระสุนใส่ด้วยความหวาดกลัว พวกชาวบ้านต่างนอนราบกับพื้นหลบห่ากระสุน จังหวะนั้น ฤทธิชัยในชุดปฏิบัติการนางเสือ ร่อนลงกลางวงพวกมือปืน เตะกวาดรวดเดียวมือปืนพากันทรุดลงไปกองกับพื้น แล้วหันไปทางชาวบ้าน

“รีบไปจากที่นี่เร็วเข้า...ไปที่บ้านดอนเสือจะปลอดภัย”

ชาวบ้านพากันวิ่งหายเข้าไปในราวป่า ฤทธิชัยมองตาม แต่พอหันกลับมาอีกทีเจอนาคียืนจ้องอยู่ เขาขอร้องเธอเลิกยุ่งกับเขาได้แล้ว เราสองคนต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า เธอไม่อาจลืมเขาได้ พยายามอ้อนวอน

“ท่านพี่รู้ไหม เราต้องถูกอาจารย์ทรมานแค่ไหนที่เราคอยปกป้องท่าน...ช่วยเหลือท่าน”

“ผมรู้...แต่คุณเลือกทางเดินเองจะมาโทษผมไม่ได้” เขาพยายามจะปลีกตัว แต่เธอขวางไว้

“ในเมื่อท่านไม่ต้องการความรัก เราจะให้ท่านเป็นทาสของเรา” เธอว่าแล้วเข้าโจมตี เขาปัดป้องก่อนจะดีดตัวถอยห่าง เธอโกรธจัดเส้นผมบนหัวเปลี่ยนเป็นงูเก็งกองส่ายไปมา

ฤทธิชัยตั้งท่าเตรียมต่อสู้ นาคีจู่โจมอย่างดุดัน เขาตั้งรับแล้วโต้กลับได้ไม่กี่กระบวนท่าก็เริ่มถูกรุกไล่จนต้องถอยร่น เธอสะบัดฝ่ามือใส่ล้มกลิ้งล้มหงาย แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ แต่มีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเธอผงะถอยหลังตามแรงอัดของกระสุน ดาวในคราบนางเสือร่อนลงไปยืนข้างชายคนรัก

“...ถึงพวกท่านจะอยู่ในคราบนางเสือก็ไม่สามารถต้านพลังเราได้” นาคียิ้มเยาะ

“ลองดูก่อนไม่เสียหาย ความชั่วไม่เคยชนะความดี”

“ท่านเพ้อเจ้อไปแล้ว” นาคีพูดจบหายตัวมาโผล่ตรงหน้าดาวกับฤทธิชัย สองคนรวมพลังกันต้านเธอสุดฤทธิ์ ทีแรกดูท่าว่าจะต่อกรได้ แต่ผ่านไปไม่นานก็เริ่มเสียเปรียบ ดาวถูกพลังกระแทกกระเด็น ฤทธิชัยเข้าต่อสู้ถ่วงเวลาไว้ พอเธอตั้งหลักได้สาดกระสุนใส่นาคีเป็นชุด จากนั้นเขาตามเข้าไปฟาดฝ่ามือซ้ำจนกระเด็น

นังงูร้ายโกรธจัด ยกมือขึ้นพร้อมกันสองข้างเตรียมปล่อยไม้ตาย แต่แล้วกลับชะงักหายใจไม่ออก พยายามดึงเส้นเงินที่รัดคอออกแต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายก็หายตัววับไป ดาวกับฤทธิชัยอดแปลกใจกับท่าทีของเธอไม่ได้ หลังจากสำรวจรอบบริเวณอย่างถี่ถ้วนจนมั่นใจว่านาคีไปแล้วจริงๆ ทั้งคู่ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง

“คุณดาวคิดอะไรอยู่ คราวหลังถ้าผมเผชิญหน้าติดพันอยู่กับนาคี ห้ามเข้ามาเด็ดขาด”

“ได้ไง...อ๋อ...นี่สนใจนาคีแล้วคิดปัดดาวให้พ้นทางหรือคะ” เธอตีหน้ายักษ์ใส่ แกล้งผลักเขาออกห่าง

“โธ่...คุณดาว ผมเป็นห่วงคุณดาว ผมต้องการให้คุณดาวคอยหาทางเล่นงานจากวงนอกมากกว่า”

เธอเข้ามากอดเขาไว้ หัวเราะคิกคัก “ดาวแกล้งหึงแบบตัวอิจฉาเล่นๆน่ะค่ะ ดาวรู้ค่ะว่าคุณหนึ่งเป็นห่วง”

“แต่ความจริงหึงก็ดีเหมือนกันนะ ผมชอบ” เขากอดเธอไว้แน่น เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่ต่อสู้กัน นาคีมีอาการผิดปกติก่อนที่จะจากไป ฤทธิชัยไม่สนใจท่าทางเหล่านั้น ขอเพียงให้เธอไปพ้นๆก็พอ

ooooooo

ระหว่างที่คายามังกำลังนั่งบริกรรมคาถาอยู่ในถ้ำของนาคี เจ้าของถ้ำปรากฏตัวขึ้น หายใจอย่างยากลำบากพลางจับเส้นเงินที่รัดคอไว้ เขาลืมตาขึ้นมองหยุดท่องคาถา เธอคลายความอึดอัด หายใจได้เป็นปกติ

“เจ้ามัวแต่ตามหาผู้ชายของเจ้า จนเสียงาน นายใหญ่ไม่พอใจ” คายามังต่อว่า

“เรากำลังจะกำจัดศัตรูให้ท่าน แต่ท่านกลับขัดจังหวะเรียกเรามา ถือว่าท่านเป็นคนปล่อยให้ศัตรูหนีไป”

“เจ้าไม่ต้องแก้ตัว เจ้าไม่ยอมปรากฏตัวตามคาถาเรียก...เอาล่ะ แล้วไปแล้ว ยังมีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำ”

นาคีสีหน้าเฉยเมย แต่สายตาฉายแววแค้นขึ้นมาแวบหนึ่งโดยที่คายามังไม่ทันสังเกต...

ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างคายามังกับนาคีใกล้ถึงจุดแตกหัก จักจั่นวิ่งนำอภิชาติที่อุ้มงิ้วไว้ในอ้อมแขนไปตามลังเก็บของที่วางเรียงรายอยู่ในโกดังลึกลับ จนกระทั่งไปถึงห้องห้องหนึ่ง  มีมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่สาม คน จักจั่นหยุดมองด้วยความสนใจ อภิชาติอดสงสัยไม่ได้ว่าหยุดทำไม

“พวกมือปืน มันเฝ้าอะไรอยู่สักอย่าง”

“ช่างมัน...ทางออกน่าจะอยู่ด้านโน้น” อภิชาติพยักพเยิดไปอีกทางหนึ่ง แต่จักจั่นไม่สนใจ

“ตามหลักพวกมือปืนพวกนี้ต้องออกตามล่าพวกเรา แต่ยังอยู่ที่นี่แสดงว่าหลังห้องนั้นต้องมีบางอย่างน่าสนใจ” เธอจ้องห้องนั้นไม่วางตา เขารู้จักนิสัยใจคอเธอดีว่าจะไม่ยอมไปไหนแน่ ถ้าไม่เข้าไปดูให้เห็นกับตาว่าข้างในมีอะไร จึงวางงิ้วลง หยิบผ้าใบแถวนั้นมาคลุมร่างเธอไว้

“โอเค...เราเข้าไปดูกัน...แล้วจะเอาไง”

จักจั่นหรี่ตามองชุดหมอที่อภิชาติสวมอยู่อึดใจก่อนจะคิดแผนการออก ครู่ต่อมา ทั้งคู่ก็มาถึงหน้าห้องเป้าหมาย มือปืนที่ยืนเฝ้าระวังต่างหันมามองอภิชาติซึ่งอุ้มจักจั่นที่แน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนด้วยความแปลกใจ

“คุณหมอ...จะไปไหน”

“เปิดประตูห้อง จะพานักโทษเข้าไป”

“ห้องนี้ไม่ใช่ห้องพยาบาลเข้าไม่ได้” มือปืนทักท้วง

ทันใดนั้น อภิชาติโยนจักจั่นใส่ มือปืนรับไว้ด้วยความตกใจ สองคนรุมเตะต่อยไม่กี่อึดใจพวกนั้นสลบเหมือด แล้วรีบพุ่งเข้าไปในห้อง พบว่าเป็นห้องประชุมเล็กๆที่ผนังมีจอสำหรับฉายภาพ จักจั่นตรงไปเปิดเครื่องฉายสไลด์ ปรากฏภาพขึ้นมาทีละภาพๆ เธอสงสัยว่าพวกนี้เป็นใครกัน ทำไมสำคัญถึงขนาดต้องมีคนเฝ้า

“รัฐมนตรีช่วยฯของกระทรวงต่างๆ”

“จักจั่นนึกว่าเป้าหมายของมันจะเป็นพวกรัฐมนตรีเสียอีก”

“มีบางอย่างไม่ลงตัวเสียแล้ว...เรารีบออกไปจากที่นี่ดีกว่า” อภิชาติหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก แล้วเดินนำจักจั่นออกจากห้องเป้าหมาย แต่ต้องชะงักเมื่อเจอนายโจพร้อมกับสมุนนับสิบควบคุมตัวงิ้วที่ยังมึนยาไว้ สั่งให้ทั้งคู่ยอมจำนนถ้าไม่อยากเห็นเธอต้องเป็นอะไรไป

จากนั้น อภิชาติกับพวกถูกนำตัวมาขังไว้ในห้องแคบๆห้องหนึ่ง มีเพียงช่องลมขนาดเท่าหัวคนติดอยู่เหนือเพดานห้อง ที่มุมห้องด้านหนึ่งมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ อภิชาติกราดมองอย่างพิจารณา ก่อนจะพึมพำเบาๆ

“ไม่ดี...แบบนี้ไม่ดี”

ขาดคำ มีควันออกมาจากช่องลมเล็กๆ เขารู้ทันทีว่าเป็นแก๊สพิษ รีบจี้สกัดจุดที่ต้นคองิ้วถึงกับหมดสติทันที ขณะที่ควันพิษเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง...

อีกด้านหนึ่งของโกดัง ภายในห้องควบคุม นายโจ จ้องภาพจากกล้องวงจรปิดเขม็ง เห็นร่างของอภิชาติจักจั่น  และงิ้วนอนนิ่งอยู่กับพื้นห้อง สั่งให้เจ้าหน้าที่เทคนิคปล่อยแก๊สพิษเข้าไปอีก เอาให้แน่ใจว่าพวกนั้นตายสนิท เขารีบทำตามคำสั่ง สักพัก เห็นควันพิษหนาขึ้นๆ  จนกระทั่งมองอะไรไม่เห็น

ooooooo

ในเมื่อไม่มีทางหลบนาคีพ้น ฤทธิชัยจึงตัดสินใจกลับมาอยู่กับดาวที่เซฟเฮาส์ของเธอใกล้ป่าบ้านดอนเสือ เธอถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่าเขาจะอยู่ที่นี่จริงหรือ

“ครับ...อยู่ที่ไหนนาคีก็หาเราพบอยู่ดี อยู่ที่นี่เราจะได้ติดต่อกับทุกคนได้...เราสองคนช่วยกันต้านนาคีก็พอจะรอดได้ ถ้าไม่ไหวรีบเผ่นก็ยังทัน”

“ได้ค่ะ...ดาวเผ่นทันอยู่แล้ว...” ดาวยิ้มขำ แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อได้รับโทรศัพท์จากนพแจ้งว่า อภิชาติ จักจั่นและงิ้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย...

ขณะที่ดาวกับฤทธิชัยเป็นกังวลที่อภิชาติกับสองสาวหายตัวไป จันจิราในคราบสาวเปรี้ยวกับไผ่ในคราบนักพนัน วางแผนจะแวะไปเผาบ่อนแห่งใหม่ของวิวัฒน์ที่ตั้งอยู่ในตลาดบ้านมะกรูดให้ราบ ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าบ่อนตอนที่มือปืนของศัตรู 3 คนเข้ามาทักผิดคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน กำลังจะนำตัวผู้หญิงหากินมาส่ง เร่งให้ทั้งคู่รีบขึ้นรถตู้ ไผ่ปล่อยเลยตามเลยเดินตามพวกนั้นไปที่รถ หนึ่งในมือปืนจะเข้ามาคว้าจันจิรา เขาห้ามไว้

“เฮ้ย...คนนี้ข้าดูแลเอง เดี๋ยวพวกเอ็งทำช้ำหมด”

มือปืนคนนั้นพยักหน้าเข้าใจ รีบเลื่อนประตูรถตู้ให้จันจิราเข้าไปนั่งด้านหลังซึ่งมีสาวสวย 3 คนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ไผ่รีบขึ้นตาม ส่วนมือปืนคนนั้นขึ้นไปนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ ขณะสองคนที่เหลือเดินไปขึ้นรถตู้อีกคัน หนึ่งที่จอดอยู่ด้านหลัง แล้วรถทั้งสองคันก็เคลื่อนออกไป...

ในเวลาต่อมา ฤทธิชัยกับดาวมาถึงศูนย์ลับย่อยแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ นพพร้อมด้วยทีมงาน 5 คน มารอต้อนรับอยู่แล้ว ทันทีที่ทั้งคู่ลงจากรถ เขารีบเข้ามารายงานว่าข้อมูลทุกอย่างเตรียมพร้อมรออยู่ที่ห้องปฏิบัติการแล้ว ดาวสั่งให้เขารีบพาทุกคนออกไปจากที่นี่ และให้เตรียมทีมสแตนบายไว้ นพรับคำแล้วโบกมือให้ทีมงานทุกคนขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ดาวกับฤทธิชัยอยู่เพียงลำพัง

“คุณคิดว่านางงูจะตามเรามาถึงที่นี่เลยหรือ”

“ไม่ประมาทจะดีกว่าค่ะ” ดาวว่าแล้วกวาดตามองไปรอบๆบริเวณอย่างระแวดระวัง ก่อนจะพากันไปยังห้องปฏิบัติการ เรียกข้อมูลที่อภิชาติรวบรวมไว้ในคอมพิวเตอร์ขึ้นมาดู

“พวกมันร้ายกาจจริงๆ หาทางส่งคนของมันเข้าไปแทนพวกรัฐมนตรีด้วยการทำศัลยกรรม”

“นายโจ ท่านรองศักดา แล้วก็นายสัตยา สามคนนี่คือจุดหมายสำคัญตามแฟ้มของนายชาติ ครั้งล่าสุดที่ บันทึกไว้ มันเตรียมกำลังคน ส่งรัฐมนตรีปลอมเข้าสภา นายใหญ่ของมันคิดจะยึดประเทศหรือไง” ฤทธิชัยเรียกข้อมูลขึ้นมาดูทีละแฟ้มด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

ooooooo

ผ่านไปพักใหญ่ รถตู้สองคันที่ขนหญิงสาวสวย พร้อมด้วยจันจิราและไผ่มาถึงบ้านหรูแห่งหนึ่ง พอลงจากรถ ไผ่รีบมองสำรวจโดยรอบ เห็นมือปืนยืนเฝ้าระวังตามจุดต่างๆของบ้านอย่างเข้มงวด

“ท่าทางต้องเป็นงานระดับวีไอพี” ไผ่พูดขึ้นลอยๆ

“พวกรัฐมนตรีทั้งนั้น มาประชุมสัญจร...เจ้านายจัดงานต้อนรับเป็นพิเศษชุดใหญ่” มือปืนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่คุยโม้ หัวหน้ามือปืนออกมาจากในตัวบ้านโวยลั่นว่า ทำไมชักช้า เร่งให้พาพวกผู้หญิงเข้าข้างใน ไผ่จำต้องปล่อยจันจิราฉายเดี่ยว ได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง

หัวหน้ามือปืนพาสี่สาวมาถึงห้องรับแขก เห็นมีหญิงสาวอีก 5 คนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาสั่งให้สมุนมือปืนเอายาน้ำที่บรรจุอยู่ในหลอดแก้วขนาดเล็กแจกให้พวกสาวๆ

“นี่คือยากล่อมประสาทอย่างอ่อน ใส่ให้แขก วีไอพีของตัวเอง อย่าให้พลาด”

จากนั้น สมุนมือปืนพาสาวๆไปส่งตามห้องต่างๆที่อยู่ด้านใน จันจิราจำต้องเล่นไปตามน้ำ...

ไม่นานนัก หัวหน้ามือปืนออกมาบอกพวกมือปืนที่ยืนรออยู่อีกมุมหนึ่งของบ้านว่ารถของพวกวีไอพีพร้อมแล้ว มือปืนสามคนลุกขึ้นเดินออกไป ไผ่ขยับจะตาม แต่เขารั้งไว้

“เอ็งมากับผู้หญิง เอ็งก็รอเอาผู้หญิงไปส่งกับไอ้พวกนั้น” หัวหน้ามือปืนพยักพเยิดไปทางมือปืนสองคนที่เหลืออยู่ แล้วเดินเข้าตัวบ้าน ทั้งสองคนต่างมองไผ่อย่างสงสัย

“เอ็งเมาหรือเปล่าวะ ชุดใครชุดมันเว้ย...วีไอพีชุดหนึ่ง ผู้หญิงชุดหนึ่งไม่มีการมั่ว”

“ฉันมึนไปหน่อย เห็นเรียกก็เลยลุก ไม่ทันฟังว่าชุดไหน” ไผ่ไหลไปได้เรื่อย พวกนั้นต่างขำไม่ติดใจสงสัยอะไร จังหวะนั้น คนขับรถตู้เข้ามาแจ้งว่ารถของสาวๆ พร้อมแล้วไผ่รีบเดินตามพวกนั้นออกไป เมื่อถึงประตูรั้ว หัวหน้ามือปืนส่งเงินค่าจ้างให้ทุกคนคนละหนึ่งปึกใหญ่

“ปิดปากให้หมดทุกคน เงินของพวกผู้หญิง พวกเอ็งเอาไปแบ่งกัน”

สักพัก พวกสาวๆออกมาสมทบ ไผ่ลอบสบตาจันจิราก่อนจะพยักหน้าให้ หัวหน้ามือปืนสั่งให้สาวๆแบ่งกันไปขึ้นรถตู้ที่มีอยู่สองคันจะได้นั่งสบายๆ

“พวกผู้หญิงอยู่คันเดียวกันก็ได้พี่ พวกหนูอยากเม้าท์กัน” จันจิราอ้อน

“อยากเบียดกันก็ตามใจ” มือปืนคุ้มกันว่าแล้วเปิดประตูรถต้อนสาวๆขึ้นรถ

“ข้าไปกับสาวๆ เอ็งสองคนไปคันหลัง” ไผ่พูดจบโดดขึ้นไปนั่งรวมกับพวกสาวๆ โดยมีมือปืนคุ้มกันคนหนึ่งขึ้นไปนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ ส่วนมือปืนอีกสองคนเดินไปขึ้นรถคันหลัง

ooooooo

หลังจากที่ควันพิษถูกดูดออกจากห้องจนหมด มือปืน 4 คนพร้อมอาวุธครบมือมาที่หน้าห้องรมควัน

“โดนแก๊สเข้าไปสองรอบ ตายจนกระดูกผุไปแล้วมั้ง...เร็วเว้ย...เอาพวกมันไปฝัง” หัวหน้าชุดสั่งการ

มือปืนสองคนเข้าไปยกร่างของอภิชาติออกมาวางไว้หน้าห้อง แต่แล้วต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นเขาลืมตาขึ้นมามอง จักจั่นอาศัยจังหวะนั้นพุ่งออกจากห้อง หมุนตัวเตะรวดเดียวสลบเหมือดกันหมด แล้วต่างรีบกลับเข้าไปดูอาการของงิ้ว อภิชาติคลายจุดที่ต้นคอให้เธอค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมอง

“จักจั่น...คุณอภิชาติ เกิดอะไรขึ้น”

“เอาไว้เม้าท์กันที่หลังดีกว่า” จักจั่นพูดจบพยุงเธอลุกขึ้น แล้วพากันออกจากห้องโดยที่ไม่ลืมคว้าอาวุธของพวกมือปืนติดมือมาด้วย ทั้งสามคนบุกตะลุยตีฝ่าพวกมือปืนจนมาถึงประตูโกดัง จักจั่นยืนหน้าออกไปดูเห็นเป็นลานกว้าง ส่วนทางด้านขวามือคือประตูรั้วเหล็กทางออกใหญ่ เธอบอกให้ทั้งคู่รอที่นี่ แล้ววิ่งพรวดออกไป ทันใดนั้น มีรถตู้สองคันแล่นมาจอดตรงหน้า นายโจกับพวกมือปืนนับสิบกรูกันลงจากรถ ล้อมกรอบเธอไว้

“อืม...ฝีมือศัลยกรรมยอดเยี่ยม นายดูเหมือนนายโจตัวเก่าจริงๆ” จักจั่นจ้องนายโจอย่างพิจารณา

“คุณอภิชาติกับอีกคนอยู่ที่ไหน”

จักจั่นมองไปยังประตูโกดัง ไม่เห็นทั้งคู่ เลยทำไก๋ไม่รู้ว่าหายไปไหน นายโจพยักหน้าให้มือปืนเข้าไปยึดปืนของเธอไว้ แล้วสั่งให้กระจายกำลังกันออกตามหาสองคนนั่นมาให้ได้ พวกมือปืนแยกย้ายกันออกไปค้นหา เหลือมือปืนเพียง 5 คนที่ยืนคุมเชิงอยู่

“แค่นี้จะพอหรือ” จักจั่นยิ้มยั่ว

ขาดคำ มือปืนอีก 10 คนกรูออกมาจากโกดังมาสมทบ เธอกวาดตามองไปรอบๆหาทางหนี แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างจางๆของอภิชาติที่ใช้วิชาพรางตัวจูงมืองิ้วตรงยังรถตู้ที่จอดอยู่ นายโจมองตามสายตาเธอ แต่ไม่เห็นอะไรผิดปกติจึงไม่สนใจอะไรอีก ทนายหนุ่มเปิดประตูให้งิ้วขึ้นไปนั่งด้านข้างคนขับ พอเขาปล่อยมือร่างของเธอก็ปรากฏขึ้น เขารีบขึ้นไปสตาร์ตรถทะยานออกไปทันที นายโจหันไปเห็น โวยวายลั่น

“เฮ้ย...อย่าให้พวกมันรอดไปได้”

เหล่ามือปืนกราดยิงใส่รถตู้ไม่ยั้ง จักจั่นอาศัยจังหวะนั้นตบมือปืนที่อยู่ใกล้ตัวกระเด็น แล้วเอาปืนจี้หัวนายโจไว้ สั่งให้พวกมือปืนหยุดยิงและทิ้งปืนให้หมด พวกนั้นเกรงเจ้านายจะเป็นอันตรายรีบทำตามสั่ง

“นายโจ...นายมากับฉัน” เธอลากเขาไปยังรถตู้ที่อภิชาติขับมาจอดอยู่หน้าประตูใหญ่

เห็นงิ้วโดดลงจากรถ ยิงโซ่ที่ล็อกประตูเหล็กไว้ขาดกระเด็น อภิชาติใช้พลังผลักประตูเหล็กให้เปิดออก เป็นจังหวะเดียวกับจักจั่นพานายโจมาถึงรถพอดี

“แล้วเจอกันใหม่...นายโจ” เธอตบเขาด้วยด้ามปืนจนหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น แล้วโดดขึ้นรถ อภิชาติบึ่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว นายโจเจ็บใจมากคว้าปืนที่เหน็บไว้ด้านหลังขึ้นมายิงใส่ไม่ยั้ง แต่ช้าเกินไปรถตู้แล่นพ้นประตูไปแล้ว รถของพวกมือปืนสองคันแล่นพรวดมาจอดรับเขาแล้วขับไล่ล่าไปติดๆ...

ทางด้านดาวไม่สามารถติดต่อจักจั่นกับพวกด้วยวิธีปกติได้ จำต้องอาศัยตาทิพย์ของเหยี่ยวสายลมช่วย เธอนั่งหลับตาทำสมาธิพักเดียวก็เจอ

ooooooo

หลังเดินทางออกจากบ้านหรูมาได้สักระยะ ไผ่ส่งกระแสจิตบอกจันจิราว่าพวกมือปืนวางแผนจะฆ่าปิดปากสาวๆทุกคน เธอพยักหน้าช้าๆกับเขาอย่างรู้กัน แล้วหันไปอ้อนคนขับรถตู้

“พี่จ๊ะ...จอดรถหน่อยได้ไหมจ๊ะ...ฉันปวดฉี่”

คนขับได้ยินเสียงหวานๆของสาวสวยไม่ได้ ทำท่าจะเบนรถเข้าจอด แต่สาวคนหนึ่งขัดขึ้นว่าน่าจะไปเข้าที่ปั๊มน้ำมันดีกว่า แถวนี้มีแต่สวน จันจิราอ้างว่าปวดมากทนไม่ไหว ไผ่ต้องช่วยพูดอีกแรง

“จอดหน่อยก็แล้วกัน ใครไม่ปวดไม่ต้องลง”

มือปืนที่นั่งมาด้วยเห็นสวนร้างไร้ผู้คนเหมาะหมกพวกสาวๆ รีบสั่งให้คนขับจอด รถตู้ที่ตามมาด้านหลังจอดตาม จันจิราชักชวนให้สาวๆทุกคนลงจากรถจนได้ แล้วรีบพาเข้าไปในสวน หัวหน้าชุดสังหารส่งสัญญาณให้พรรคพวกสองคนตามไปจัดการพวกเธอให้สิ้นซาก ด้านจันจิราพาพวกสาวๆเดินลึกเข้าไปในสวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอเห็นพวกนั้นยังไม่ตามมารีบบอกทุกคนว่า

“พวกมันจะฆ่าเราปิดปาก...ทุกคนต้องตามฉันเข้าไปในสวนให้เร็วที่สุด” เธอว่าแล้วรีบสาวเท้าพรวดๆ พวกที่เหลือจ้ำตาม แต่มีอยู่คนหนึ่งไม่เชื่อ ยืนรอจนมือปืนสองคนมาถึง

“พวกนั้นบ้าไปแล้ว ยัยนั่นบอกว่าพวกพี่จะฆ่าปิดปากพวกฉัน”

มือปืนไม่พูดอะไร ยิงเธอเปรี้ยงเดียวตายสนิท แล้วชวนกันไล่ล่าพวกผู้หญิงต่อไป เสียงปืนทำให้สาวๆ

สวมวิญญาณน้องหมาโกยแน่บ พวกนั้นเห็นหลังไวๆ

สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง แต่พลาดโดนกิ่งไม้กระจุย จันจิรา สั่งให้พวกสาวๆวิ่งต่อไปอย่าหยุด แล้วตัวเองพุ่งเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ มือปืนสองคนวิ่งตามมาเห็นอะไรไหวๆ

อยู่ในพุ่มไม้ตวัดปืนจะยิง ต้องชะงักเมื่อเห็นไผ่เดินออกมาทำท่ารูดซิปกางเกง

“โธ่พี่...ยิงกันดังสนั่นแบบนี้เกือบฉี่ไม่ออก”

“เฮ้ย...พวกผู้หญิงหนีไปหมดแล้ว”

“เห็นวิ่งไปทางโน้นแน่ะพี่” ไผ่ชี้ไปยังทิศทางตรงข้ามกับที่พวกผู้หญิงไป มือปืนสั่งให้เขาไปรอที่รถแล้ว วิ่งไปตามทิศทางที่เขาบอก จันจิรารู้งานดีดตัวขึ้นไปดักรอ อยู่บนกิ่งไม้ พอพวกมือปืนเดินผ่านจึงร่อนตัวลงมาด้านหลัง เตะต่อยสามหมัด สองมือปืนล้มคว่ำไม่เป็นท่า แล้วคว้าปืนที่ตกอยู่มาถือไว้ เธอรู้สึกเหมือนมีใครมายืนอยู่ด้านหลัง หันขวับตวัดปืนตาม ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นไผ่ยืนอยู่

“เก่งมาก ไปตามพวกสาวๆมา พี่จะไปรอที่รถ”

จันจิรารับคำ รีบดีดตัวไปยังทิศทางที่พวกสาวๆ

วิ่งหนี ที่อีกด้านหนึ่งของสวนร้าง คนขับรถกับหัวหน้าชุดสังหารยืนรออยู่ที่รถตู้อย่างสบายอารมณ์

“เสียงปืนเงียบไปแล้ว ฉันว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” คนขับรถหันไปยิ้มให้หัวหน้า พลันมีเสียงดังขึ้น

“สงสัยว่ามือปืนของพี่จะเดี้ยงกันหมด”

ทั้งสองคนหันมองตามเสียง เห็นไผ่ยืนยิ้มหน้าเป็นอยู่ หัวหน้าถามเสียงเครียดว่ารู้ได้อย่างไร เขายืนยันว่าไปเห็น มาด้วยตาตัวเอง หัวหน้าชักปืนจะยิง แต่เขาหายตัวแวบมาโผล่ตรงหน้า ปล่อยหมัดชุดเข้าใส่พวกนั้นทรุดฮวบลงไปกอง กับพื้น เป็นจังหวะเดียวกับจันจิราพาพวกสาวๆกลับมา

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน รถของอภิชาติหนีการไล่ล่าของนายโจกับพวกมือปืนไม่พ้น ถูกยิงเจาะยางล้อรถระเบิด รถเสียหลักพุ่งลงสวนผลไม้ข้างทาง หัวปักเข้าไปในพุ่มไม้นิ่งสนิท รถของนายโจกับพวกเสียบพรวดเข้ามาจอด แล้วสาดกระสุนใส่รถเป้าหมายพรุนไปทั้งคัน แต่กลับไม่พบใครอยู่ในรถ

นายโจเห็นหลังอภิชาติ จักจั่น กับงิ้วไวๆวิ่งเข้าไป ในสวน สั่งให้พวกมือปืนออกล่าตัวมาให้ได้ ทั้งสามคนวิ่งหนีพลางยิงสกัดพวกนั้นเป็นระยะๆจนกระสุนใกล้หมดเหลือรวมกันไม่ถึงสิบนัด จำต้องหลบตั้งหลักหลังต้นไม้

“จักจั่นว่าถึงยิงโดนทุกลูก พวกมันก็ยังเหลืออีกเป็นสิบ เราคงฝ่าดงกระสุนออกไปได้ยาก”

“คุณจักจั่นกับคุณอภิชาติใช้พลังนางเสือฝ่าออกไปไม่ได้หรือ”

“ได้...แต่คุณงิ้วอาจไม่รอด”

ทันใดนั้น มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้นดาวกับฤทธิชัยในชุดปฏิบัติการนางเสือร่อนจากต้นไม้ลงมายืนท่ามกลางพวกศัตรู สาดกระสุนพวกนั้นตายเป็นใบไม้ร่วงช่วยอภิชาติ จักจั่น และงิ้วรอดมาได้หวุดหวิด...

ทันทีที่กลับถึงศูนย์ลับ จักจั่นรีบส่งตัวงิ้วให้หมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด โชคดีที่เธอไม่เป็นอะไรทุกอย่างเคลียร์หมดทั้งแก๊สทั้งพิษ จักจั่นถึงกับถอนใจโล่งอก แต่ไม่วายเหน็บแนม

“ไงล่ะคุณงิ้วจอมซ่า”

“จำได้แวบๆว่าพวกมันปล่อยแก๊สเข้ามา ทำไมงิ้วถึงรอดมาได้คะคุณจักจั่น”

“คุณอภิชาติจับเส้นให้ร่างกายคุณหยุดทำงานในช่วงเวลานั้น...พักตามสบาย หายเร็วๆจะได้บู๊กันอีก”

จักจั่นว่าแล้วออกไป ปล่อยให้งิ้วได้นอนพัก...

ทางด้านไผ่ส่งพวกสาวๆให้ไปอยู่ในความคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะจากกัน จันจิรากำชับทุกคนว่า ถ้าตำรวจสอบถามอะไรให้บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เป็นแค่การปล้นเท่านั้น

“แล้วอยู่เงียบๆสักพัก จนกว่าพี่จะติดต่อไป เงินที่ให้ไปน่าจะพอ อย่าออกมาซ่าไม่อย่างนั้นพวกมันตามเจอแน่ ขอให้โชคดี”

สาวๆพากันพยักหน้ารับคำ เดินไปขึ้นรถตำรวจที่จอดรออยู่ ไผ่นึกเสียดายที่เราสองคนไม่รู้ว่าศัตรูพาพวก วีไอพีไปไหน จันจิราอมยิ้ม

“เฮ้อ...เผอิญจันเอาเครื่องจีพีเอสติดตัวไว้ที่ท่านวีไอพีของจันไว้เสียด้วย”

“เก่งมาก...สุดยอดจริงๆแฟนเรา”

“เรารีบไปกันดีกว่า จันไม่ได้ใส่ยากล่อมประสาทให้กิน เดี๋ยวฟื้นขึ้นมาจะถูกพวกมันเล่นงานเอา”

ไผ่อดสงสัยไม่ได้แล้วท่านของเธอหลับได้อย่างไร เธอชูกำปั้นตัวเองขึ้นมาให้ดู ทั้งสองต่างหัวเราะขำ...

ไม่นานนัก ไผ่กับจันจิราตามสัญญาณเครื่อง

จีพีเอสมาถึงอาคารลึกลับแห่งหนึ่ง เห็นพวกมือปืน

ยืนเฝ้าระวังอยู่โดยรอบ เธอยกเครื่องตรวจจับสัญญาณบนข้อมือขึ้นมาดู เห็นจุดแดงกะพริบบอกตำแหน่งห่างไปไม่ถึง 100 เมตร รีบเดินนำเขาไปยังทางเข้าอาคาร จัดการมือปืนยืนเฝ้าระวัง 3 คนสลบกลางอากาศอย่างเงียบกริบ ทั้งคู่ใช้พลังสะบัดมือผ่านหน้าตัวเองตั้งแต่หัวจดเท้า พริบตาเดียวกลายเป็นสวมชุดปฏิบัติการนางเสือ

จากนั้น ค่อยๆคืบคลานเข้าไปในตัวอาคาร ปืนในมือกราดไปมาเตรียมพร้อม สัญญาณบอกตำแหน่งจีพีเอสกะพริบถี่ขึ้นๆ เมื่อมาถึงห้องห้องหนึ่งที่ประตู

เปิดแง้มอยู่ พอก้าวเข้าไปข้างในต้องแปลกใจที่พบเพียงตะกร้าใส่ผ้าขนาดใหญ่วางอยู่ จันจิราเข้าไปค้นดู พบเครื่องจีพีเอสอยู่ในกระเป๋าเสื้อนอกตัวหนึ่ง

“เครื่องจีพีเอสที่จันแอบใส่ให้วีไอพี อยู่แต่เสื้อคนไม่อยู่”

“เราต้องรีบแล้ว” ไผ่เดินนำเธอออกจากห้องสำรวจไปตามโถงทางเดินพบห้องอีกห้องหนึ่งลักษณะเหมือนห้องออกกำลังกาย ภายในห้องมีเตียงสูงติดล้อเข็นตั้งเรียงรายอยู่นับสิบเตียง บนเตียงมีร่างผู้ชายนอนอยู่ ทั้งสองเข้าไปดูใกล้ๆ พวกนี้ไม่ใช่พวกรัฐมนตรี แต่เป็นรัฐมนตรี ช่วยฯ ซึ่งปรากฏบนภาพสไลด์ที่อภิชาติกับจักจั่นเจอ

“พวกวีไอพี” จันจิราจำหน้าพวกนี้ได้แม่นยำ

“พวกรัฐมนตรีช่วยฯ...ตายหมดแล้ว...จัน...มีคนมา” ไผ่รีบคว้ามือจันจิราไว้ ก่อนจะใช้วิชาพรางตัว

ooooooo

ที่ห้องปฏิบัติการภายในศูนย์ลับ ดาวกำลังเล่าให้อภิชาติฟังว่าทำไมเธอกับฤทธิชัยต้องมาที่นี่ เพราะ นพติดตามตัวพวกเขาทั้งสามคนไม่ได้ เธอเลยต้องให้เหยี่ยวสายลมใช้ตาทิพย์ช่วยตามหาถึงได้เจอตัว

“ขอบคุณมากครับคุณดาว...เดี๋ยวก่อน...นายหนึ่งมาอยู่ที่นี่ นางงูจะไม่ตามมาหรือ”

“ตราบใดที่พวกเราอยู่พร้อมกันสองคนขึ้นไป ก็พอมีทางสู้ แต่ถ้าคนเดียว ดาวแนะให้หนีก่อนค่ะ”

“ตามรายงานของนาย พวกมันจะหาคนมาแทนพวกรัฐมนตรีอย่างนั้นหรือ” ฤทธิชัยว่าแล้วเปิดแฟ้มที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาดู อภิชาติพยักหน้าแทนคำตอบ แต่ถึงตอนนี้แล้วเขาชักไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะตอนที่หนีออกมาจากโกดังลับของศัตรู เจอหลักฐานว่าพวกนั้นมีแฟ้มของพวกรัฐมนตรีช่วยฯด้วยเหมือนกัน

“พวกมันคิดจะเปลี่ยนคนของทางการ ทั้งรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีช่วยฯด้วยหรือไง” ดาวนิ่วหน้าสงสัย

“ตามที่นายชาติบอก ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นครับ”

จังหวะนั้น นพเข้ามารายงานว่า พวกหมอในงานสัมมนาหายตัวไปอย่างลึกลับ ทางหน่วยพิเศษของเรากำลังส่งทีมไปติดตามอยู่ อภิชาติอดหวั่นใจไม่ได้ว่าพวกเราจะช้ากว่าศัตรูหนึ่งก้าว...

เป็นอย่างที่อภิชาติหวั่นใจ พวกแบล็กอีวิลรุกหนัก เหิมเกริมขนาดส่งนาคีเข้าโจมตีขบวนรถของรัฐมนตรี–กลาโหม ผบ.เหล่าทัพพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่นับสิบคันรถ ขณะกำลังเดินทางไปยังค่ายทหารเพื่อร่วมงานประชุมการซ้อมรบระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา พร้อมกับเปิดตัวอาวุธนำสมัยใหม่ล่าสุดจากสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

เจ้าหน้าที่คุ้มกันไม่สามารถต้านทานพลังอำนาจอันแกร่งกล้าของนาคีได้ ถูกสังหารเรียบ รถตู้ของท่านรัฐมนตรีกับของ ผบ.เหล่าทัพรีบถอยหนี แต่เธอใช้พลังดึงปืนกลในมือของเจ้าหน้าที่คุ้มกันมาเป็นอาวุธของตัวแล้วยิงกราดใส่รถตู้เหล่านั้นพรุนทั้งคัน...

ข่าวการลอบโจมตีถูกเผยแพร่ไปทั่ว กำจรไม่พลาดข่าวนี้เช่นกัน รายงานสดทางทีวีจากสถานที่เกิดเหตุว่ารัฐมนตรีกลาโหมและ ผบ.ทั้งสามเหล่าทัพได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ยังไม่มีรายงานข่าวที่แน่ชัดว่าอาการหนักหนาสาหัสแค่ไหน จังหวะนั้น เขาเห็นท่านรองศักดามา รีบเข้าไปสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“เราได้เบาะแสว่าเหตุการณ์ที่โหดเหี้ยมครั้งนี้ เป็นฝีมือของผู้หญิงซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพวกนางเสือ ขณะที่ทางการได้ตั้งรางวัลนำจับพวกนางเสือแล้วเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท”

“ครับ...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมไทยอย่างใหญ่หลวง อะไรกำลังเกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเรากันแน่...ผม...กำจร แสงรุ่งเรือง...รายงาน”

จักจั่นคว้ารีโมตทีวีมากดปิด บ่นด้วยความเจ็บใจว่าต้องเป็นฝีมือนังงูร้ายนั่นแน่ๆ ฤทธิชัยสงสัยว่าทำไมพวกแบล็กอีวิลถึงคิดกำจัดพวกรัฐมนตรี ทั้งๆที่มีแผนการจะส่งคนเข้าไปแทนอยู่แล้ว

“ฉันว่าเราคาดการณ์ผิดบางอย่าง...ลองคิดดูสิว่า ถ้ารัฐมนตรีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อะไรจะเกิดขึ้น”

“รัฐมนตรีช่วยฯ จะทำหน้าที่แทน” ดาวโพล่งขึ้นทันที

“เราเสียท่าพวกมันเต็มๆ...เรามัวแต่ตามระวังพวกรัฐมนตรี ในขณะที่พวกมันดำเนินการเปลี่ยนตัวพวกรัฐมนตรีช่วยฯ” อภิชาติสรุปตบท้ายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลอยทำให้ทุกคนเครียดไปด้วย

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่อาคารลึกลับ ไผ่กับจันจิราซึ่งใช้วิชาพรางตัวมองไปที่ประตูห้อง เห็นหมอสองคนในชุดเสื้อกาวน์สีขาวเดินเข้ามาพร้อมกับ

ชายฉกรรจ์อีกสองคน ตรงไปชี้ร่างของรัฐมนตรีช่วยฯ ร่างหนึ่ง ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนรีบเข็นเตียงนั้นออกตามหมอออกไป ทันทีที่พวกนั้นลับสายตา ร่างของไผ่กับจันจิราค่อยๆปรากฏขึ้น

“พี่ไผ่...มันจะเอาศพไปทำไม”

“เราตามไปดูดีกว่า” ไผ่รีบเดินนำจันจิราออกไปอย่างเงียบกริบ...

ด้านชายฉกรรจ์เข็นศพรัฐมนตรีช่วยฯไปยังห้องผ่าตัดซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก เอารถเข็นมาจอดทิ้งไว้ข้างๆเตียงผ่าตัด ซึ่งมีร่างของชายคนหนึ่งนอนรออยู่ จันจิรากับไผ่รอให้พวกนั้นออกจากห้องแล้วถึงเดินเข้าไปดู ต้องตะลึงเมื่อเห็นร่างทั้งสอง

“ที่แท้ มันจะผ่าตัดชิ้นส่วนของศพไปทำศัลยกรรม”

“แผนของมันร้ายกาจมาก มันคิดส่งพวกมันเข้าไปแทนรัฐมนตรีทั้งหมด”

มีเสียงฝีเท้าคนใกล้เข้ามา ทั้งคู่รีบดีดตัวออกไปหน้าห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว ในมือถือปืนเตรียมพร้อมทันใดนั้น พวกมือปืนที่ซ่อนตัวอยู่ สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ทั้งคู่ยิงโต้กลับ ถูกพวกนั้นล้มตายไปทีละคนๆจนหมด

“พวกแกเลวเกินไป ขอให้อย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลย” ไผ่สาปแช่งด้วยความแค้น...

ขณะที่ไผ่กับจันจิราถล่มพวกแบล็กอีวิลที่อาคารลึกลับตายเรียบ ฤทธิชัยกำลังเรียกดูภาพของรัฐมนตรีช่วยฯจากคอมพิวเตอร์ขึ้นมาให้อภิชาติดู

“นี่คือคนที่แกเห็นในรังของพวกมันใช่ไหม”

“เป๊ะทุกคนเลยเพื่อน”

“เราต้องรีบส่งข่าวให้คนพวกนี้รู้ไว้ ก่อนที่พวกมันจะเข้าถึงตัว” ดาวแนะ จังหวะนั้น นพเข้ามารายงานว่า

“มีข่าวล่าสุดว่าพวกรัฐมนตรีช่วยฯออกไปต่างจังหวัด ตามนโยบายรัฐมนตรีสัญจรพบปะประชาชนครับ”

ฤทธิชัยสั่งการให้นพรีบส่งคนไปสืบให้ได้ว่าตอนนี้รัฐมนตรีช่วยฯพวกนั้นอยู่ที่ไหนด่วนที่สุด มีเสียงมือถือของดาวดังขึ้น ไผ่โทร.มาแจ้งว่าพวกรัฐมนตรีช่วยฯทุกคนที่พวกเราตามหาตายหมดแล้ว ศัตรูกำลังทำศัลยกรรมแปลงโฉมสร้างพวกนั้นขึ้นมาใหม่ทดแทนพวกที่ตาย ทั้งฤทธิชัย อภิชาติ จักจั่น และดาวพากันเครียดหนัก

“พวกมันส่งรัฐมนตรีช่วยฯปลอมเข้าสภา...แล้วก็เกณฑ์คนจำนวนมาก แต่ถ้ามันคิดจะยึดประเทศอย่างที่คุณดาวคาด มันตื้นเกินไป ต้องมีอะไรมากกว่านี้” ฤทธิชัยตั้งข้อสังเกต

“จริงของนาย...มีบางอย่างที่ไม่ลงตัว”

“เดี๋ยว...ดาวนึกออกแล้ว” เธอว่าแล้วรีบไปเปิดคลิปข่าวการโจมตีขบวนรถของรัฐมนตรีกลาโหมขึ้นมาดูพอถึงตอนที่กำจรรายงานข่าวว่าท่านรัฐมนตรีกำลังจะเดินทางไปประชุมเรื่องการซ้อมรบระหว่างไทยกับสหรัฐ– อเมริกา เธอหยุดภาพค้างไว้ ฤทธิชัยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะนึกขึ้นได้

“ซ้อมรบ?”

“ถูกต้องค่ะ...ซ้อมรบระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา”

“ที่แท้ มันคิดจะปล้นอาวุธที่ใช้ในการซ้อมรบนี่เอง”

“แน่นอน...ของครบ ส่งถึงที่ ไม่ต้องขนมาเอง”

ฤทธิชัยพอจะมีรอยยิ้มเปื้อนหน้าขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็รู้เป้าหมายที่แท้จริงของพวกศัตรู

ooooooo

ในเวลาต่อมา ไผ่ขับรถมาส่งจันจิราที่สถานี อนามัยบ้านดอนเสือ

“ฝากสวัสดีป้าเนียนด้วยนะจ๊ะน้องจัน”

“เลยไม่ได้พังบ่อนพวกมันเลย” จันจิรายังคันไม้คันมือไม่หาย

“เอาไว้วันหลัง” เขายิ้มให้ ก่อนจะเคลื่อนรถออกไป เธอยกมือโบกลาแล้วเดินเข้าไปข้างใน ผู้ช่วยพยาบาลหันมาเห็น ถลาเข้ามาหาด้วยสีหน้าตื่นๆละล่ำละลักว่าป้าเนียนถูกตำรวจจับตัวไป ข้อหารับของโจร เธอถึงกับร้องเอะอะลั่นว่าแกจะไปรับของโจรได้อย่างไร

“คือ...คือ...เงินของนางเสือน่ะค่ะ”

จันจิราฉุนขาด รีบตรงไปยังสถานีตำรวจเพื่อ

สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น ทราบจากร้อยเวรว่า วิวัฒน์เป็นผู้แจ้งความเอาผิดป้าเนียนฐานรับเงินจากนางเสือ เธอถามว่ามีหลักฐานอะไรมายืนยันความผิด

“มีผู้ป่วยหลายคนเป็นพยานว่า ป้าเนียนเคยพูดว่ายาและอุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลหลายชิ้น ได้รับอภินันทนาการจากนางเสือ”

เธอไม่อยากต่อความด้วย รีบทำเรื่องขอประกันตัวแกออกมา ไม่นานนัก ป้าเนียนกับจันจิรามาถึงสถานีอนามัย พวกผู้ป่วยที่ทราบข่าวว่าป้าเนียนถูกกลั่นแกล้งต่างตบมือให้กำลังใจ

“นึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะเล่นไม้นี้” จันจิรายังเจ็บใจไม่หาย

“ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ถูกลากเอาไปเป็นพยานโดยไม่รู้ตัว”

“ไม่ต้องกลัวหรอกป้าเนียน คุณอภิชาติเป็นทนายเก่ง พวกมันทำอะไรเราไม่ได้หรอก” จันจิราปลอบใจ แต่ดูเหมือนเธอยังไม่คลายกังวล ตำหนิตัวเองที่พูดมากไปหน่อยไม่นึกว่าจะเป็นเรื่องขึ้นมา

“ไม่เป็นเรื่องหรอกค่ะ...นายวิวัฒน์คิดอะไรไม่ออกก็หาเรื่องสร้างความรำคาญไปอย่างนั้นเอง”

จันจิราคาดผิด วิวัฒน์ไม่ได้แค่สร้างความรำคาญให้ป้าเนียนเท่านั้น ยังตามไปรังควานถึงค่ายอาสาอีกด้วย เจ้าหน้าที่ของค่ายอาสาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานว่า ตำรวจยกกำลังไปปิดล้อมค่าย ซ้ำแจ้งข้อหาหนักว่าค่ายอาสาของเราบริหารงานด้วยเงินของนางเสือซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่กฎหมายต้องการตัว

“แย่แล้วหนูจัน เราจะทำอย่างไรดี หนูดาว คุณหนึ่ง ไผ่ก็ไม่อยู่”

“จันจัดการเองค่ะ” เธอพูดจบ ผลุนผลันออกไป

ooooooo

ขณะที่แบล็กอีวิลเปิดเกมรุกหนัก คิดยืมมือกฎหมายมาเล่นงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับนางเสือไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือสถานที่ ดาวกับฤทธิชัยตัดสินใจกลับบ้านดอนเสือเพื่อสังเกตการณ์พวกศัตรูที่อยู่ตามชายแดน ส่วนอภิชาติ จักจั่น และงิ้วจะอยู่กรุงเทพฯเพื่อล่าตัวนายใหญ่ต่อไป...

หลังจากดาวกับฤทธิชัยกลับไปแล้ว อภิชาติกับจักจั่นง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ตรวจข้อมูลทุกอย่างเท่าที่จะหาได้เผื่อจะมีอะไรเพิ่มเติม ส่วนงิ้วไล่เช็กข่าวเกี่ยวกับการตายของรัฐมนตรีช่วยฯ แต่กลับเงียบกริบ ไม่มีรายงานการพบศพหรือร่องรอยใดๆทั้งสิ้น

“แน่นอนครับ...ขืนมีข่าว แผนส่งคนของมันเข้าไปแทนก็จบ ตายแล้วจะฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร”

“เท่ากับว่าตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้ ต้องรออย่างเดียว” จักจั่นถอนใจ เซ็ง

“ใจเย็นๆ ดาร์ลิ้ง ไอ้นายใหญ่ของมันต้องป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ล่ะ อย่าลืมเอาเครื่องจับสัญญาณแบตเตอรี่

หัวใจของมันติดตัวไว้ก็แล้วกัน”

จังหวะนั้น กำจรโทร.มาแจ้งอภิชาติว่า บริษัทอินเตอร์บิสมีปาร์ตี้ฉลองการได้สัมปทานทั้งหมดของทางราชการ โดยมีดำรงซึ่งเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ รับเป็นเจ้าภาพจัดงานให้ ทนายหนุ่มถึงกับอึ้ง ก่อนจะหันมาถามสองสาวว่า ใครสนใจจะไปงานที่ดำรงจะจัดปาร์ตี้ให้บริษัทอินเตอร์บิสบ้าง งิ้วรีบยกมือทันที...

ในระหว่างที่อภิชาติวางแผนป่วนงานเลี้ยงฉลองของดำรงอยู่นั้น ที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งติดชายแดนทางด้านใต้ รถของผู้กองสัตยาแล่นเข้ามาจอดใกล้ๆกับกลุ่มชาวบ้านชายหญิงที่ถูกพวกมือปืนคุมตัวไว้ ผู้กองชั่วเดินนำลุงเดช พ่อแสง และมือปืนคุ้มกันเข้ามามองสำรวจกลุ่มชาวบ้าน เห็นเด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง เกิดถูกใจขึ้นมา สั่งให้มือปืนไปนำตัวเธอมาให้เขาดูใกล้ๆ

“อืม...สวยดี...เอาตัวไปที่พักของข้า”

พ่อแม่ของเด็กสาวเข้ามาขอร้องอย่าเอาตัวลูกสาวของตนไปเลย แต่เขาไม่ฟัง สั่งให้ถอยไป มือปืนคุ้มกันปราดเข้ามาเอาพานท้ายปืนเสยหน้าพ่อของเด็กสาวหงายหลังตึง ส่วนมือปืนอีกคนหนึ่งลากแม่ของเธอกลับไปที่กลุ่มชาวบ้าน พ่อไม่ยอมแพ้ตะเกียกตะกายเข้าไปหาผู้กองสัตยา ขอร้องให้ปล่อยลูกสาวของตน

“ไอ้แก่...ถ้าไม่ถอยไปตายแน่” ผู้กองชั่วชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ เขายกมือไหว้ปลกๆ พยายามอ้อนวอนขอลูกคืน เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงหันมาขอร้องให้ลุงเดชกับพ่อแสงช่วยเหลือ ผู้กองสัตยาถึงกับหน้าเครียด

“เอ็งรู้จักไอ้เดชด้วยหรือ”

“ข้ารู้จัก...ลุงเดช บ้านดอนเสือ” ขาดคำ ผู้กองสัตยาหันปากกระบอกปืนเล็งลุงเดชกับพ่อแสงแทน พวกมือปืนที่ยืนอยู่รอบๆต่างทำแบบเดียวกันกับเจ้านาย...

ไม่นานนัก ลุงเดชกับพ่อแสงถูกนำตัวไปมัดไว้ที่เสากลางหุบเขาไม่ห่างจากหมู่บ้านแห่งนั้นนัก มีมือปืนยืนเฝ้าระวังโดยรอบ ผู้กองสัตยาลงมือซ้อมทั้งคู่ด้วยความแค้นใจจนหน้าตาบวมปูด เลือดกบปาก

“เอ็งสองคนนี่เองที่เป็นสายให้ฤทธิชัยกับนังดาวเข้ามาถล่มค่ายของเรา”

“วันของเอ็งใกล้เข้ามาแล้ว” ลุงเดชจ้องหน้าเขม็ง เขาไม่พอใจตบเปรี้ยง

“วันของพวกเอ็งมาก่อนข้าแน่นอน...เฝ้าพวกมันไว้ให้ดี อาจจะมีประโยชน์ก็ได้้” ผู้กองสัตยาสั่งเสร็จ เดินออกไป ลุงเดชกับพ่อแสงต่างมีสีหน้าเยือกเย็นไม่หวั่นไหว

ooooooo

ขณะที่สองผู้อาวุโสแห่งหมู่บ้านสมาชิกโจรกำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ไผ่แวะมาเยี่ยมแม่สมพรที่กระท่อมหลบภัยโดยไม่ลืมซื้อขนมติดมือมาด้วย อาตงกับเม่งจูต่างดีใจรีบวิ่งเข้าไปหา เขาอุ้มเด็กทั้งสองไว้ในอ้อมแขนคนละข้างแล้วเดินเข้าไปหาแม่สมพร

“สวัสดีครับแม่ สบายดีนะ”

“ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ใจคอไม่ดีเลย เป็นห่วงพ่อแสง”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ พ่อกับลุงเดชเจ๋งอยู่แล้ว”

ทันใดนั้น มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังก้อง แม่สมพรยิ่งใจเสีย ขอให้เขาช่วยไปดูทั้งคู่ให้หน่อย ไผ่รู้อยู่แก่ใจดีว่ามีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้น แต่เก็บอาการไว้ไม่อยากทำให้แม่เป็นกังวล

“ก็ได้จ้ะ แม่จะได้สบายใจ...เด็กๆแล้วพี่ไผ่จะมาใหม่นะ บ๊ายบาย...ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะแม่ ไผ่อยู่ทั้งคน” เขาพูดจบก็ลุกออกไป เหยี่ยวสายลมส่งเสียงร้องขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นกังวล ก่อนจะดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้...

ในเวลาเดียวกัน จันจิรามาถึงค่ายอาสาบ้านดอนเสือ เห็นชาวค่ายทั้งหมดยืนประจันหน้ากับตำรวจนับสิบนายที่เตรียมจะลุยเข้าไปปิดค่าย เธอเดินเข้าไปสอบถามหัวหน้าตำรวจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

“ทางการให้มาปิดค่ายครับ เพราะรับเงินสนับสนุนจากนางเสือ”

“ค่ายนี้ตั้งขึ้นโดยท่านอิทธิ อดีตเจ้าหน้าที่ป่าไม้ คุณดาวลูกสาวท่านอิทธิเป็นคนสานต่อ พวกที่จะปิดค่ายนี้คือพวกทุจริตคิดทำลายป่าเท่านั้น” จันจิราเสียงกร้าว

“...ผมแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นครับ กรุณาให้ชาวค่ายอาสาหลีกทางด้วยครับ...เราไม่อยากใช้ความรุนแรง ...อ้อ...เรามีหมายมาจับตัวคุณดาวกับคุณฤทธิชัยด้วยครับ”

พลัน มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้อง ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า ชาวค่ายอาสาต่างดีใจเพราะนั่นเป็นสัญญาณการปรากฏตัวของนางเสือ ตำรวจทุกนายต่างมองกราดไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

“ทุกคนเตรียมพร้อมจับนางเสือ” หัวหน้าตำรวจ สั่งการ

แต่แล้วพวกตำรวจต้องตะลึงเมื่อปืนของตนถูกดึงลอยออกจากซองปืน ขึ้นมาส่องหน้าเจ้าของ พวกนั้นต่างยืนนิ่งไม่กล้าขยับ หัวหน้าตำรวจรู้งาน ค่อยๆโบกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องถอย ทั้งปืนสั้น ปืนยาวต่างลอยตามไปคุม จนกระทั่งตำรวจทุกนายพากันขึ้นรถ ปืนเหล่านั้นลอยตามเข้าไปในรถ ต่างรีบคว้ากันวุ่นวาย

ในที่สุดขบวนรถตำรวจก็แล่นจากไป ชาวค่ายส่ง เสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ ดาวกับฤทธิชัยแอบซุ่มอยู่อีกมุมหนึ่งของค่ายอาสามองอย่างพอใจ

“ท่านรองศักดา คิดยืมมือกฎหมายมาเล่นงานเรา”

“ว่างๆต้องให้นายชาติไปเยี่ยมตักเตือนสักหน่อย” ฤทธิชัยว่าแล้วหันไปยิ้มให้ดาวที่ยิ้มตอบมาเช่นกัน...

ระหว่างที่ลุงเดชกับพ่อแสงหมดเรี่ยวแรงเพราะถูกมัดไว้กลางแดด ไผ่ทำทีเอาน้ำเข้าไปสาดโครมใหญ่เพื่อให้ทั้งคู่ได้คลายร้อน พวกมือปืนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นไม่เอะใจ กลับเห็นเป็นเรื่องตลกพากันหัวเราะ

“ไง...น้า...ฉันไม่อยู่แป๊บเดียว ซ่าจนได้เรื่อง” ไผ่กระเซ้า พวกมือปืนหัวเราะก๊าก หัวหน้ามือปืนคนใหม่ได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาถามเสียงเขียวว่าทำอะไรกัน ไผ่อ้างว่าแค่หยอกเล่นกันสนุกๆ เขาเอ็ดตะโรลั่น

“ถอยไปให้หมด เจ้านายสั่งไว้ห้ามใครยุ่ง ห้ามให้น้ำ ให้อาหาร ใครฝ่าฝืนตาย”

“ไปก็ได้” ไผ่มองลุงเดชกับพ่อแสงอึดใจ ก่อนจะผละจากไป พวกมือปืนพากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัว ลุงเดชกับพ่อแสงต่างยิ้มให้กัน นึกขอบใจที่ไผ่ช่วยสาดน้ำให้ความร้อนบรรเทา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:38 น.