นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    มนตร์กาลบันดาลรัก

    SHARE
    ตอนที่ 15

    ในระหว่างกินอาหารมื้อนั้นด้วยกัน เดียวไม่ได้มีท่าทีชื่นชอบชาลีเป็นพิเศษ แต่แบมก็ยังอุตส่าห์ชงอยู่เรื่อย ขณะที่ชาลีนั้นท่าทางพออกพอใจเดียวไม่ใช่น้อย

    หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา เดียวขับรถออกจากร้านได้สักพักแบมก็โทร.หา เดียวรับสายพร้อมเสียงหัวเราะ กระเซ้าเพื่อนรุ่นพี่ว่า “ไม่ยอมให้เสียเวลาเลยนะเจ๊”

    ตอนที่ 14

    แบมกับป้ามอลลี่ช่วยกันปฐมพยาบาลเดียวโดยใช้เวลาไม่นานก็รู้สึกตัว เดียวบอกทุกคนทั้งน้ำตาว่าตนต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ เอ๋ยอยู่ในห้องผ่าตัด แบมอาสาขับรถให้ แต่ไม่ทันจะออกไปโรสออกจากห้องมาเห็น ถามว่ามีอะไรกัน

    “เอ๋ยโดนแทงค่ะ”

    ตอนที่ 13

    ยิ้มกลับห้องพักภายในคอนโดด้วยสภาพไร้เรี่ยวแรง โยนกระเป๋าสะพายและกุญแจรถไปที่โซฟาแล้วทิ้งตัวลงนั่งฟุบหน้ากับฝ่ามือ น้ำตาไหลซึมออกมาด้วยความเจ็บใจ

    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ยิ้มสะดุ้งเฮือก หยิบโทรศัพท์มาเห็นหน้าจอเป็นรูปทวีก็โยนมันทิ้งอย่างเกลียดชัง

    ตอนที่ 12

    นอกจากทวีกับสาธิตแล้ว ยิ้มก็เป็นอีกคนที่รู้ว่าเดียวแอบสมัครงานใหม่ รวมทั้งเรื่องที่เดียวโดน

    บังคมเร่งรัดการสัมภาษณ์เขมินทร์ ยิ้มก็รู้ด้วยเหมือนกัน

    ตอนที่ 11

    ทรรศิกาสดชื่นแจ่มใสขึ้นทันตาหลังจากเธอกับลูกสาวปรับความเข้าใจกันได้ด้วยดี เดียวบอกเอ๋ยในระหว่างเดินทางกลับบ้านในวันถัดมาว่าทั้งสบายใจและโล่งใจ เอ๋ยเลยจะขอรางวัลตอบแทน

    เดียวพูดโพล่งว่าอนุญาตให้เขาพาครูดาราไปเดตได้ แต่เอ๋ยบอกว่าตนไม่ต้องการใครนอกจากเดียวคนเดียว คำพูดนั้นเล่นเอาคนฟังเงียบงัน รู้สึกยุ่งยากลำบากใจขึ้นมาทันที

    ตอนที่ 10

    หลังจากมาพบสุเมธพ่อของเอ๋ยและได้จดหมายจากกำธรที่จะเป็นใบเบิกทางไปหาเคี้ยงเพื่อนสนิทของเขมินทร์อีกครั้งอย่างมีความหวัง เดียวส่งซิกให้เอ๋ยคุยกับกลุ่มของสุเมธไปพลางๆ ส่วนตัวเองแยกมาพบโรสที่บ้านอีกหลังซึ่งอยู่ในรั้วเดียวกัน

    ก่อนหน้าที่เดียวจะเข้ามาในบ้าน โรสนึกย้อนอดีตตัวเองกับเขมินทร์ที่เริ่มรู้จักกันตั้งแต่ทำงานที่ซีซั่น จนเธอไต่เต้าขึ้นเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ แต่เขายังเป็นช่างภาพที่กินแต่เหล้าเมามายและมาสายเป็นประจำ กระทั่งวันหนึ่งเธอทนพฤติกรรมแย่ๆนี้ไม่ได้ถึงกับไล่เขาออก ทั้งที่ตอนนั้นเขาและเธอคบหากันเป็นแฟนแล้ว

    ตอนที่ 9

    หลังจากคุยโทรศัพท์กับเดียวแล้วชาลีก็เอาแต่นั่งซึม สีหน้าหม่นหมอง สภาพไม่ต่างจากคนอกหัก พิมพาสังเกตเห็นก่อนเดินเข้ามาพูดดักคอและพาดพิงถึงเดียว

    “เกิดอะไรขึ้น คุณเดียวก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะรังเกียจเธอนี่ หรือว่าไลฟ์สไตล์...ทัศนคติ”

    ตอนที่ 8

    คืนเดียวกันโรสโทร.มาถามไถ่อาการของเอ๋ย แล้วก็พูดเรื่องของเดียวกัน เอ๋ยบอกว่าเดียวรู้สึกว่าถูกกดดัน โรสอธิบายอย่างคนเข้าใจชีวิตว่า

    “มีใครไม่ถูกกดดันบ้าง ทุกคนต้องต่อสู้กับความรู้สึกถูกกดดันทั้งนั้น เพราะทุกคนต้องแก่งแย่งเพื่อการงาน เพื่อความก้าวหน้า เพื่อให้มีชีวิตรอด ถ้าสู้ได้เราก็ชนะ สู้ไม่ได้ก็แพ้ไป แล้วเดียวอยากจะแพ้หรืออยากชนะล่ะ”

    ตอนที่ 7

    ในบ้านหลังนั้นไม่มีใครอยู่จริงๆ เพราะจำรัสพาทรรศิกาไปทำคีโมรักษามะเร็ง โดยที่ปิ่นคนรับใช้ก็ไปด้วย จำรัสให้กำลังใจทรรศิกาอย่างมากเพราะรู้ดีว่าการทำคีโมนั้นทุกทรมานแค่ไหน ทุกครั้งหลังทำเธอเจ็บปวดเจียนตายกับผลข้างเคียง ซึ่งจำรัสอยากให้เดียวรับรู้ด้วยแต่ทรรศิกาก็ไม่ยินยอม

    เอ๋ยกับดารามีผลไม้ติดมือไปเยี่ยมเยียนแม่ของเบญจที่ป่วยอยู่ในสภาพอิดโรย จากการพูดคุยทำให้สองคนไม่กล้าซักถามอะไรมาก ซึ่งแม่ยืนยันว่าเบญจทำงานหนักในวันหยุดและหลังเลิกเรียนจนดึกดื่น ตั้งแต่พ่อตายเขาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเพียงคนเดียว แม่สงสารลูกแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะแม่เองก็เป็นโรคร้ายที่ต้องใช้เงินเยอะในการรักษา

    ตอนที่ 6

    โพล้เพล้ใกล้ค่ำ เอ๋ยขับรถจะออกจากโรงเรียนเหลือบเห็นปทุมกำลังคุยหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับภารโรง ที่เข้าเวรรอบเย็น เขาจอดรถแอบข้างทางแล้วลงเดินตรงไปที่คนทั้งสองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ปทุมเห็นอาจารย์เอ๋ยก็หน้าเสีย ขณะที่ภารโรงสีหน้าเจื่อนเล็กน้อย

    เอ๋ยเปิดฉากกับปทุมอย่างไม่อ้อมค้อม “ผมบอกป้าแล้วว่าห้ามขายอาหารหน้าโรงเรียน”

    ตอนที่ 5

    ความหวังของเดียวพังทลายเมื่อตื่นเช้าพบว่าทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นแจกันดอกกุหลาบหนูสีชมพูตามมุมต่างๆ หนังสือโป๊และกล่องถุงยางอนามัยในลิ้นชัก รวมทั้งเสื้อผ้าของเอ๋ยยังอยู่ครบ เพียงแต่ไม่มีตัวเขาที่เมื่อคืนนอนอยู่ข้างกัน

    เอ๋ยออกไปตลาดหาซื้อของมาทำข้าวคลุกกะปิสำหรับมื้อกลางวัน วิธูมาที่นี่เหมือนกัน เขาตั้งใจมาอุดหนุนดาราที่นำกุหลาบมาขายตรงโซนขายดอกไม้ที่เพิ่งเปิดใหม่ ขมิ้นกับปุ่นก็มาขายลูกชิ้นปิ้งกับน้ำดื่มอยู่ข้างๆ

    ตอนที่ 4

    ไม่ทันข้ามวัน ปทุมบุกเข้ามาเอาเรื่องพวกปุ่นเพราะเจ็บใจที่โดนวิธูตำหนิเมื่อตอนกลางวัน ขมิ้นที่อยู่ฝ่ายปุ่นรีบให้วิไลไปตามอาจารย์วิธู แต่ปทุมหาได้กลัวเกรง กลับท้าเหยงๆให้ไปตามมาเดี๋ยวนี้เลย

    ปรากฏว่าวิธูช่วยอะไรพวกปุ่นไม่ได้เลย แถมยังพูดกลับคำว่าจะไม่เอาเรื่องกับปทุมแล้ว ทำให้พวกปุ่นข้องใจสงสัยแต่ไม่กล้าซักไซ้เพราะดูท่าทีวิธูหงุดหงิด แล้วที่สุดก็เดินหนีไป

    ตอนที่ 3

    เดียวไม่ได้ขึ้นไปอาบน้ำตามที่บอกเอ๋ย แต่ไปบ่นกับอาม่าในห้องว่าทำไมตนถึงหาร้านซีแซ่บเว่อร์ไม่เจอสักที ถามอาม่าว่าจำได้สักนิดไหมว่าร้านนี้อยู่ตรงไหน

    “มันตั้ง 3 ปีมาแล้วนะอาเดียว”

    ตอนที่ 2

    ฝนตกค่อนข้างหนาเม็ด เอ๋ยยืนกางร่มชะเง้อมองหน้าประตู เมื่อมีแสงไฟจากหน้ารถส่องตรงมาก็โล่งใจและดีใจรีบกางร่มออกไปเปิดประตูให้เดียวขับรถเข้ามาจอด แล้วพาเข้าบ้านกอดเธอแน่นพลางถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

    “เดียวไปไหนมา รู้ไหมว่าเอ๋ยเป็นห่วงแทบแย่”

    ตอนที่ 1

    “ทรงกลด” หรือ “อาจารย์เอ๋ย” ของนักเรียนมัธยมชายล้วนโรงเรียนปราชญาวิทย์ รูปหล่อล่ำสัน ผิวขาวอมชมพู หน้าตาค่อนไปทางฝรั่ง สอนวิชาภาษาไทยและอยู่ฝ่ายปกครอง

    วันนี้ที่โรงเรียนมีกีฬาสีโดยมีบรรดาอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักเรียนร่วมงานด้วยความสนุกสนาน เมื่อถึงเวลานักเรียนแข่งฟุตบอล กองเชียร์ข้างสนามของคู่แข่งเกิดเขม่นกันโดยแกนนำคือเบญจกับสมชายที่อยู่กันคนละทีม

    มนตร์กาลบันดาลรัก เรื่องย่อละคร

    น้ำหนึ่ง  (เมลดา  สุศรี) คอลัมนิสต์สาวสวยของนิตยสาร SEASON  ส่องกระจกแต่งตัวอีกครั้งก่อนออกจากบ้าน  วันนี้เธอได้รับมอบหมายงานสำคัญจาก  สวรส  บรรณาธิการของ  SEASON  ให้ไปสัมภาษณ์  กาลรุจิ เตชพิพัฒน์  อดีตไฮโซสาวที่มีชื่อเสียงมาก  ที่ชีวิตต้องพลิกผัน  เมื่อเธอถูกรถชนจนต้องเป็นคนพิการ  อีกทั้งต้องเผชิญปัญหาชีวิตมากมาย  จนชีวิตเหมือนดิ่งลงเหว แต่เธอต่อสู้จนปัจจุบันเธอกลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงมาก บทสัมภาษณ์นี้จะตีพิมพ์ในคอลัมน์ดล  ซึ่งมีแนวคิดในการนำประสบการณ์ของบุคคลต่างๆ ที่เคยล้ม หรือประสบปัญหาชีวิตมากมายแล้วต่อสู้จนประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง  เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านที่ประสบปัญหาได้ลุกขึ้นมาต่อสู้บ้าง คอลัมน์ ดลนี้  เป็นที่ยอมรับของผู้อ่านในวงกว้าง  เรียกได้ว่า  เป็นจุดขายและจุดแข็งอย่างหนึ่งของนิตยสาร SEASON   สวรสจึงกำกับดูแลอย่างเข้มงวด  ซึ่งไม่ใช่ใครก็ได้จะรับหน้าที่สัมภาษณ์  แล้วได้เขียน บทความนี้  สวรสจะเลือกคนที่มีความสามารถจริงๆ เท่านั้น  ทีสำคัญคือ  หลังจากกาลรุจิ ประสบอุบัติเหตุเธอเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยออกงานสังคมเหมือนเมื่อก่อน ไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับสื่อใดทั้งสิ้น  นอกจากครั้งนี้กับ SEASON  ดังนั้นน้ำหนึ่งจึงภูมิใจมาก เธอจะพลาดไม่ได้  เพราะเป็นโอกาสเดียวก่อนที่กาลรุจิ จะเดินทางไปต่างประเทศในวันนี้  ยิ่งไปกว่านั้นเธอหวังว่าผลงานครั้งนี้จะช่วยให้เธอได้เลื่อนตำแหน่ง 

    ทว่า ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่ต้องการ  เริ่มตั้งแต่รถยางแบน จนต้องไปยืมรถ ทรรศิกา (อัจฉรา ทองเทพ) ซึ่งเป็นมารดา แถมยังประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถไปสัมภาษณ์กาลรุจิได้ทันเวลาจนต้องให้ ยดา (ศรัณย่า ชุณหศาสตร์) เพื่อนรุ่นน้องไปแทน วันรุ่งขึ้นสวรสซึ่งเป็นบรรณาธิการของ SEASON เรียกน้ำหนึ่งเข้าไปตำหนิอย่างรุนแรงที่ตัดสินใจให้ยดาไปสัมภาษณ์กาลรุจิโดนพลการ ถึงจะได้งานมา แต่การที่น้ำหนึ่งตัดสินใจเองโดยไม่รายงานให้เธอทราบถือเป็นการผิดมารยาทอย่างมาก สวรสคาดโทษน้ำหนึ่งว่าถ้ายดาเขียนรายงานการสัมภาษณ์ออกมาไม่ดีน้ำหนึ่งต้องรับผิดชอบ และควรจะรู้ตัวว่าต้องทำอย่างไร หญิงสาวขอโทษสวรส แล้วเดินหน้ามุ่ยออกมาจากห้องทำงานของเธอ  น้ำหนึ่งนั่งทำงานอย่างซังกะตายจน มนัสวี (อินทิรา เจริญปุระ) เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกันและเป็นหัวหน้าฝ่ายขายมาคุยด้วย  น้ำหนึ่งจึงค่อยสบายใจขึ้นมาบ้าง  วันต่อมาบรรยากาศในที่ทำงานยิ่งแย่ลงไปอีก  สำหรับความรู้สึกของน้ำหนึ่ง  เมื่อสวรสเดินออกมาชมยดาต่อหน้าทุกคนที่กองบรรณาธิการว่า  เขียนบทสัมภาษณ์กาลรุจิออกมาได้ดีมาก  แถมยังพูดเหน็บแนมน้ำหนึ่งให้เจ็บใจอีก     น้ำหนึ่งแสดงความยินดีกับยดาอย่างจริงใจ  แม้จะอดน้อยใจไม่ได้ว่าการที่ SEASON  มีผลงานได้สัมภาษณ์กาลรุจิส่วนหนึ่งก็เป็นความสามารถของเธอเช่นกัน  ที่มีเพื่อนสนิทของมารดา คือ จำรัส (สมิท ธนโชติ ) ช่วย พูดให้  ถ้าไม่ใช่จำรัสแล้ว  คงไม่มีใครที่จะได้พบตัวกาลรุจิแน่นอน  แต่เมื่อไม่มีใครคิดถึงน้ำหนึ่งได้แต่นั่งเบื่อโลกอยู่คนเดียว  และยังทำใจไม่ได้  เย็นวันนั้น เมื่อ มนัสวี ชวนเธอออกไปเที่ยวที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง  โดยมี พงศกร กราฟฟิกดีไซน์เนอร์หนุ่มเพื่อนของเธอไปด้วย  น้ำหนึ่งจึงปฏิเสธ  และตั้งใจขับรถไปคืนทรรศิกา  บางทีการได้คุยกับมารดาเธออาจจะรู้สึกดีขึ้นก็ได้  แต่กลับกลายเป็นว่าเธอทะเลาะกับ มารดาอย่างรุนแรง  เมื่อไดรู้โดยบังเอิญว่าทรรศิกากับจรัสมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินไปกว่าความเป็นเพื่อนสนิทเสียแล้ว  คำพูดตัดพ้อร้ายๆที่น้ำหนึ่งต่อว่าทรรศิกา  ทำให้เธอต้องตบหน้าลูกสาวเพื่อเตือนสติ  แต่น้ำหนึ่งไม่เข้าใจ   เธอผลุนผลันออกจากที่นั่น  ทั้งที่น้ำตานองหน้า  ได้ยินเสียงจำรัส กับ ทรรศิกา เรียก แต่ความเสียใจ น้อยใจ ผิดหวัง มันมากเสียจนเธอไม่อยากหันหลังกลับไปที่นั่นอีก  

    น้ำหนึ่งเดินแกมวิ่งไปตามถนน  ปาดน้ำตาไปตลอดทางจนมาถึงหน้าร้านอาหาร  ซีแซ่บเวอร์  ที่มี มาสคอต รูปหมึกสีชมพูสด  เด็กแถวนั้นบอกว่านี่คือ เจ้าแม่หมึกซีซ่า ที่ศักดิ์สิทธิ์มาก แต่น้ำหนึ่งไม่อยากจะเชื่อ  ขณะดูอะไรเพลินๆ หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว เมื่อ อาม่า หยก (ดวงดาว  จารุจินดา) ย่าของเธอ สะกิด เรียกชื่อแล้วถามว่ามาทำอะไรที่นี่  น้ำหนึ่งยกมือลูบแก้มข้างที่โดนทรรศิกาทำร้ายทันที  น้ำตาเริ่มกลบตาอีกครั้ง  แต่ไม่ทันได้พูดอะไร  อาม่าหยกก็ลูบแขนเธอเบาๆเหมือนจะปลอบ  น้ำหนึ่งถามเบาๆว่า  อาม่ารู้แล้วใช่มั้ย อาม่าหยกพยักหน้ายิ้มๆ อาม่าจูงมือน้ำหนึ่งไปหาเจ้าแม่ซีซ่า  แล้วบอกน้ำหนึ่งให้ลองขอพรดูบ้าง น้ำหนึ่งลังเล  เพราะไม่เชื่อในตัวเจ้าแม่หมึกสีชมพูสักนิดเดียว  แต่อาม่าก็คะยั้นคะยอให้เธอลองขอพรดูขำๆ  น้ำหนึ่งยอมตามใจอาม่าหยก  เธอซื้อพวงมาลัย ธูปเทียนจากเด็กคนขาย จุดเทียน จุดธูป  แล้วน้ำหนึ่งก็ยกมือไหว้  และขอพรให้เธอได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อสามวันก่อนหน้านี้   อาม่าหยกยิ้มพอใจ แล้วชวนเธอกลับบ้านทันที  สายมากแล้ว  เมื่อน้ำหนึ่งเริ่มรู้สึกตัวตื่น  เธออิดออดไม่ยอมตื่น เพราะมั่นใจว่าเป็นวันเสาร์  หญิงสาวบิดขี้เกียจ แม้หูจะได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งกระซิบปลุกเธออย่างล้อเลียน  น้ำหนึ่งงัวเงียลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจเดินเข้าห้องน้ำ  เมื่อเห็นตัวเองในกระจก น้ำหนึ่งขยี้ตาตัวเอง  เมื่อผมที่ซอยสั้นเก๋ทันสมัยกลายเป็นผมยาว แถมมีผมม้าเสียอีก  เธอลองดึงผมตัวเองแรงๆ เข้าใจว่ามีคนเอาวิกผมมาแกล้งเธอ  แต่เจ็บหนังศีรษะจนมั่นใจว่าเป็นผมตัวเอง  น้ำหนึ่งรีบออกจากห้องน้ำเรียกหาอาม่าหยกอย่างตกใจ 


    เธอพบอาม่าที่หน้าบ้าน  อาม่าปล่อยให้เธอโวยวายไป  ก่อนจะถามว่าจำได้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น น้ำหนึ่งเล่าเรื่องขอพรเจ้าแม่หมึกซีซ่าให้ย้อนเวลา สาม วัน  อาม่าหัวเราะก่อนจะหยิบหนังสือพิมพ์รายวันมาให้เธอดู  น้ำหนึ่งตกใจมาก  เพราะเวลาในหนังสือพิมพ์คือสามปีล่วงหน้าในอนาคต  เจ้าแม่หมึกซีซ่า คงลงโทษเธอที่ลบหลู่ไม่เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ จึงลงโทษเธอด้วยการส่งเธอข้ามเวลามาในอนาคต ถึง สามปี  น้ำหนึ่งถามอาม่าหยกอย่างงงๆ  ว่าชีวิตเธอเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง  เพื่อจะได้รับสถานการณ์ได้ถูก อาม่าหยกบอกว่า  เธอยังทำงานที่เดิม ตำแหน่งเดิม และแต่งงานแล้วกับ  ทรงกลด  (มิกค์   ทองระย้า) ครูสอนภาษาไทยที่โรงเรียนปราชญาวิทย์  พอพูดถึงทรงกลดก็เดินลงบันไดมา  น้ำหนึ่งมองเขาอย่างคนแปลกหน้า  สามีของเธอไม่ใช่ผู้ชายตรงสเป็คอย่างที่ฝัน  แต่เป็นชายหนุ่มลูกครึ่งตาน้ำข้าวรูปร่างใหญ่โต  น้ำหนึ่งไม่เข้าใจว่า  อะไรทำให้เธอตัดสินใจแต่งงานกับเขา วันนั้น น้ำหนึ่งตัดสินใจลางาน  เพื่อตั้งสติกับเรื่องการข้ามเวลาของเธอ  ทรงกลดเป็นห่วง เมื่อภรรยาบอกว่าไม่ค่อยสบาย  ทำท่าจะพาเธอไปหาหมอ  แต่เธอรีบปฏิเสธ  ก่อนจะบอกว่าเธออยู่กับอาม่าได้ไม่ต้องห่วง  เมื่อทรงกลดไปทำงานแล้ว น้ำหนึ่งรีบบอก อาม่าว่า  คืนนี้เธอจะขอมานอนกับอาม่าด้วย   อาม่าหยกพยักหน้ายิ้มๆ น้ำหนึ่งถามอาม่าอีกว่าการแต่งงาน ระหว่างเธอกับทรงกลดเป็นไปอย่างเต็มใจ  หรือมีใครบังคับ  อาม่าบอกยิ้มๆว่าไม่มีใครบังคับน้ำหนึ่งได้  แต่น้ำหนึ่งเป็นคนฉลาด  เลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองตลอดมา  อีกอย่างหนึ่ง  ตั้งแต่แต่งงานกัน   ทรงกลด รัก และ ดูแล น้ำหนึ่งดีมาก หญิงสาวส่ายหน้าแบบไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก  น้ำหนึ่งกลับขึ้นไปห้องนอน  เปิดโน้ตบุ๊คเพื่อหาข้อมูลของ SEASON และเรื่องราวทั่วๆไป  เธอปวดหัว  เมื่อเห็นว่า วัน เวลา มันคือ อนาคตสามปี  จากที่เธอจำได้  น้ำหนึ่งพบไฟล์ภาพ จึงเปิดดูเธอพูดไม่ออก  เมื่อเห็นว่ามันเป็นภาพงานแต่งงานของเธอกับทรงกลด และทุกรูปเธอยิ้มหวาน สดใสมีความสุขเหมือนเจ้าสาวทุกคน  น้ำหนึ่งถอนใจยาว  สงสัยว่าอะไรดลใจให้เธอแต่งงานกับทรงกลดผู้ชายที่ไม่ได้อยู่ในสเป็คเลยสักนิด    วันนั้นทั้งวัน น้ำหนึ่งวุ่นวายอยู่กับการหาข้อมูลต่างๆจนกระทั่งเย็น เมื่อทรงกลดกลับมาจากทำงาน  เขาเข้ามาดูแลเธออย่างเป็นห่วง ทั้งจับศีรษะว่าตัวร้อนหรือไม่  กินอะไรบ้าง  ชายหนุ่มวุ่นวายนัวเนียอยู่ใกล้น้ำหนึ่งจนเธอหนาวๆร้อนๆจะเป็นไข้ให้ได้  คืนนั้นน้ำหนึ่งนอนกับอาม่า  ในขณะที่ทรงกลดไม่ค่อยพอใจนัก เพราะเป็นห่วงเธอนั่นเอง

    วันรุ่งขึ้น น้ำหนึ่งต้องเรียนรู้  และพยายามทำความเข้าใจกับทุกอย่างที่เปลี่ยนไป  เริ่มจากการที่เธอแต่งงานกับทรงกลดหลานชายของสวรส  ทำให้เธอมี สถานะเป็นหลานสะใภ้ของบรรณาธิการจอมดุ ที่เธอแอบเรียกว่ายัยปิศาจ  ยดาได้เป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ SEASON  จากรุ่นน้องที่น้ำหนึ่งสอนงานมา กลายเป็นหัวหน้าของเธอ  ยดาเปลี่ยนไปมากจากหญิงสาวอ่อนหวานเคารพน้ำหนึ่ง  ในวันนี้เธอกลายเป็นคนแข็งกระด้าง และพูดกับน้ำหนึ่งเหมือนเจ้านายกับลูกน้องจริงๆ  ทั้งจิกด้วยสายตา และเหน็บด้วยคำพูด  มนัสวีเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทมาก ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายขาย  เธอแต่งงานแล้วกับพงศกรกราฟฟิกดีไซน์เนอร์ เพื่อนของ น้ำหนึ่ง และมีลูกชาย อายุประมาณ 2 ขวบชื่อ น้องกานต์  หญิงสาวพยายามตั้งสติ กับเรื่องต่างๆ ที่สำคัญ  คือเธอต้องทำเหมือนรู้เรื่องทุกอย่างดี  ระหว่างที่ต้องรีบทำงานส่งยดาที่ตามจิกเธอไม่เลิก 

    ในห้องประชุม ของ บริษัท สรรค์สื่อ ดี บังคม (ติ๊ก  ชิโร่) ซึ่งเป็นเจ้าของ และบรรณาธิการบริหารเรียกประชุมบรรณาธิการทุกคน ของนิตยสารในเครือ คือ สวรส  บรรณาธิการ SEASON  ทวี (อิทธิกร  สาธุธรรม) บรรณาธิการ THIRTY  สาธิต (ศรุฒ สุวรรณภักดี) บรรณาธิการ ดาราพาเหรด และ ศลิษา บรรณาธิการ นิตยสาร อิ่ม-สุข ในที่ประชุม นอกจากเรื่องสรุปยอดขาย  แล้วยังมีเรื่องการพิจารณาหาตัวบรรณาธิการ นิตยสาร SPRING  ที่จะเปิดใหม่ แตกไลน์ออกมาจาก SEASON โดยจะเน้นกลุ่มคนทำงาน  สวรสเสนอน้ำหนึ่ง  โดยมีศลิษาสนับสนุน แต่ ทวีไม่เห็นด้วย  เขาเกรงว่าจะเกิดข้อครหาว่าน้ำหนึ่งได้ตำแหน่งนี้มาเพราะเป็นหลานสะใภ้ของสวรส เขาเสนอชื่อลูกศิษย์ของเขา  ที่ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการอยู่กับนิตยสารคู่แข่ง  ซึ่งทวีรับปากว่าจะดึงตัวมาได้แทน  แต่สวรสก็ค้านเต็มที่  จนทวีพูดว่า  ถ้าจะให้น้ำหนึ่งได้ตำแหน่งนี้ เธอก็จะต้องพิสูจน์ ความสามารถของตัวเอง  ด้วยการไปสัมภาษณ์ เขมินทร์  ช่างภาพคนไทยที่เคยทำงานที่ SEASON ก่อนจะลาออกไปแล้วไปอยู่อเมริกา  ทำงานจนมีชื่อสียงระดับโลกมาลงในคอลัมน์ดลได้  น้ำหนึ่งก็จะเป็น บรรณาธิการ SPRING ได้อย่างที่ไม่ใครครหา บังคมเห็นด้วย เพราะได้ข่าวมาเหมือนกันว่าเขมินทร์ กลับมาเยี่ยมเมืองไทยเวลานี้พอดี  บังคมสรุปให้น้ำหนึ่งทำงานนี้   ก่อนจะออกจากห้องประชุมไป  สวรส มองทวีอย่างรู้ทันว่า เจตนาแกล้งเธอกับน้ำหนึ่ง  เพราะเธอรู้ว่าเขมินทร์ไม่มีทางยอมให้สัมภาษณ์ง่ายๆ แน่นอน ในเมื่อเขมินทร์ จาก SEASON ไปอย่างไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน  โดยมีเธอเป็นต้นเหตุ  เมื่อ บังคมไปแล้ว  สาธิต กับ ศลิษา ก็ออกไปจากห้องประชุม ทวี กับ สวรส  จึงคุยกันตามลำพังอย่างเชือดเฉือน   เพราะต่างก็เห็นว่า  อีกฝ่ายเป็นศัตรู ทวี กับ สวรส ตกลงกันว่า  ถ้าน้ำหนึ่งสัมภาษณ์เขมินทร์ไม่ได้ สวรสต้องลาออกจาก SEASON ในทางกลับกัน  ถ้าน้ำหนึ่งสัมภาษณ์ เขมินทร์ได้  ทวีต้องเป็นฝ่ายลาออก...เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามความสนุกเรื่อง"มนตร์กาลบันดาลรัก" ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น.ทางช่อง 7 เริ่มตอนแรกศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม 2562

    เรื่องย่อละครเรื่อง "มนตร์กาลบันดาลรัก"

    มิกค์ ทองระย้า               รับบทเป็น  ทรงกลด/เอ๋ย(พระเอก)
    เมลดา สุศรี                    รับบทเป็น น้ำหนึ่ง/เดียว(นางเอก)
    ดวงดาว จารุจินดา          รับบทเป็น อาม่าหยก
    ศรัณย่า ชุณหศาสตร์       รับบทเป็นยดา/ยิ้ม          
    ศรันทร์ธร ก้องธรนินทร์   รับบทเป็น ชาลี
    กัญญา รัตนเพชร์            รับบทเป็น ครูดารา  
    อินทิรา เจริญปุระ           รับบทเป็น มนัสวีร์/แบม    
    พูลภัทร อัตถปัญญาพล   รับบทเป็น อ๋อ  
    ฌัฐชยกานต์ปากหวาน    รับบทเป็น วรรณวรางค์ศรี
    สุธิตา (เกตานนท์) โบดา รับบทเป็น โรส
    ธัญสินี   พรมสุทธิ์           รับบทเป็น พุ่ม
    อัจฉรา ทองเทพ              รับบทเป็น ทรรศิกา    
    สมิท ธนโชติ                   รับบทเป็น จำรัส
    ติ๊ก ชิโร่                           รับบทเป็น บังคม
    อิทธิกร สาธุธรรม           รับบทเป็น ทวี
    ศรุฒ สุวรรณภักดี           รับบทเป็น สาธิต
    พศิน  ศรีธรรม                รับบทเป็น วิธู
    เล็ก ไอศูรย์                    รับบทเป็น สุเมธ
    พบศิลป์ โตสกุล             รับบทเป็น เชน    
    ชาลี กรรณสูต                รับบทเป็น พจน์    
    พจนีย์  ใยละออ              รับบทเป็น มอลลี่
    ทับ ท่ากระดาน               รับบทเป็น ศักดิ์ชาย
    ภัคสิร์ชา ราย                รับบทเป็น ขมิ่น
    สวีเดน  ทะสานนท์         รับบทเป็น เบญจ

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 15:34 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์