ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นางสาวจำแลงรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สิ่งที่นาวินขอเป็นข้อแลกเปลี่ยนจากอาโก๊ะ ก็คือ เขาต้องการให้เธอเลิกติดต่อกับคิมหันต์ เขาทนเห็นเธอถูกทำร้ายจิตใจอีกไม่ได้ เนริสาผิดหวังในตัวพี่ชายมากและรู้สึกสงสารคิมหันต์ แต่นาวินย้ำอีกว่า คิมหันต์ได้รับโอกาสมาพอแล้ว สมควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง

บุรุษพยาบาลเข็นเตียงคิมหันต์เข้าห้องฉุกเฉิน จอห์นวิ่งเกาะขอบเตียงด้วยความเป็นห่วง หมอกับพยาบาลมาถึง จอห์นรีบขอให้ช่วยด้วย คนถูกรถชน หมอตรวจอาการคิมหันต์แล้วถาม
“คุณชื่ออะไร คุณจำได้มั้ย”

“คนเจ็บชื่อคิมหันต์ครับ เขาเป็นดารา” จอห์นตอบแทน

“ผมจะเช็กอาการคนไข้”

จอห์นร้องอ้าว หมอให้คิมหันต์บอกเบอร์โทรศัพท์ตัวเอง เขาตะกุกตะกัก จอห์นกระซิบบอกทีละตัว หมอทำตาดุใส่ จอห์นนึกได้รีบเอามือปิดปาก คิมหันต์บอกหมอว่าเขาจำไม่ได้ หมอสั่งพยาบาลให้พาไปทำ CT Scan ด่วน แล้วหันมาถามจอห์นว่า เป็นญาติคนไข้หรือเปล่า

“คนไข้ไม่มีญาติครับหมอ ผมเป็นผู้จัดการของเขา”

“ดูเหมือนสมองเขาจะกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เราอาจจำเป็นต้องผ่าตัด”

จอห์นตกใจ...ข่าวคิมหันต์แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ทีวีออกข่าวด่วน ว่าคิมหันต์ถูกรถขนนักโทษของทางเรือนจำชนได้รับบาดเจ็บสาหัส นำส่งโรงพยาบาลแล้ว และเป็นเหตุให้นักโทษคดียาเสพติดสองคนฉวยโอกาสหนีไปได้ คือ จออูและจอปา ตำรวจกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดี

สมพรได้ยินข่าว หัวเราะสะใจ...ในขณะที่ผลการตรวจของคิมหันต์ออกมาว่า มีจุดเล็กๆที่สมองส่วนล่าง ทำให้เลือดออกและเกิดอาการสมองบวม จอห์นรีบถามว่า มียาทาให้หายไหม

แผลที่สมองนะคุณ ไม่ใช่หัวเข่า แต่คุณอย่าห่วงไปเลยนะ ถ้าอาการแทรกซ้อนไม่รุนแรง ก็คงไม่ต้องผ่า”

“อาการแทรกซ้อน...แบบไหนเหรอครับ” จอห์นใจคอไม่ดี หมอใช้ความคิดที่จะอธิบาย

คิมหันต์ถูกเข็นกลับมาที่ห้องพัก เขายังหลับใหลไม่ได้สติ จอห์นกุมมือรำพัน “ไม่จริงใช่มั้ยพี่คิ้ม คิมหันต์ ประจัญบาน ไม่เคยแพ้ใคร พี่ต้องเป็นพระเอกนักบู๊หมายเลขหนึ่งตลอดกาล พี่ต้องหายนะ พี่คิ้ม” จอห์นแทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความเป็นห่วง...

คืนนั้น ในห้องที่มิสเตอร์ไวท์กับมิสเตอร์คลีนพัก มองออกไปทางหน้าต่าง เห็นคัตเอาต์โฆษณาที่นาวินถ่ายคู่กับอาโก๊ะ มิสเตอร์ไวท์พอใจอาโก๊ะมาก ยิ่งพอรู้ว่าเป็นนางแบบโนเนมยิ่งอยากได้มาแสดงหนังคู่กับนาวิน
วันต่อมา เนริสาเห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ว่าคิมหันต์ถูกรถขยี้ปางตาย อาโก๊ะรู้ข่าวจากป้าแมว ต่างฝ่ายต่างตกใจจะไปเยี่ยม...

คิมหันต์รู้สึกตัวขึ้นมา ฟังอาการจากจอรห์นว่า  สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวของเขากระทบกระเทือน อาจมีผลข้างเคียง คิมหันต์ไม่อยากเชื่อ ขยับลงจากเตียงเช็กอาการตัวเอง จึงได้รู้ว่า ขาซ้ายของเขาอ่อนแรงล้มลง ทั้งสองหน้าเสีย รีบไปฟังคำอธิบายจากหมอ

“อันที่จริงร่างกายคุณปกติดีทุกอย่างครับ  แต่ก้อนเลือดที่คั่งอยู่ในสมองมันกดทับเส้นประสาทเอาไว้  ก็เลยทำให้ระบบสั่งงานมีปัญหา”

คิมหันต์รีบถามถึงวิธีรักษา หมอบอกว่า ผ่าตัดเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด แต่มันเสี่ยง หมอจึงแนะนำให้ใช้ยาสลายลิ่มเลือดจะปลอดภัยกว่า แต่อาจใช้เวลาสองสัปดาห์หรือสองเดือน คิมหันต์ลองถามว่าถ้าอย่างช้า หมอตอบว่า พิการตลอดชีวิต ทำเอาเขาหน้าซีด จอห์นเป็นกังวลไปด้วย...คิมหันต์เสียใจเก็บตัวอยู่ในห้องคนไข้คนเดียว ไม่ยอมแพ้ฝืนที่จะลุกยืนก็ล้มชนของร่วงหล่น จอห์นอยู่หน้าห้องพยายามกลั้นนํ้าตาและห้ามใจตัวเองไม่ให้เปิดประตูเข้าไป

ooooooo

เมื่อเรื่องคลี่คลายออกมา เสี่ยทรงชัยรีบมาพบมิสเตอร์ไวท์กับมิสเตอร์คลีนที่โรงแรม เพื่อขอโทษที่ลูกน้องทำเรื่องให้สับสน มิสเตอร์ไวท์ไม่ถือโทษขอพบตัวนาวินทันที เสี่ยทรงชัยให้แองจี้ตามนาวินมาพบที่คอฟฟี่ช็อป แองจี้หลบมาโทร.หานาวินตรงล็อบบี้อย่างกระวนกระวาย

“ฮัลโหลนาวิน ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ทุกคนรอคุณอยู่นะ”

“ผมสายแค่สิบห้านาที อย่าตื่นเต้นนักสิ”

“ถ้างานนี้คุณทำพังล่ะก็ ฉันเอาเรื่องคุณแน่”

“ยังไง คุณจะหักอกผมอีกรอบเหรอแองจี้”

แองจี้ชะงัก เมื่อเสียงนั้นดังอยู่ข้างหลัง หันมาเจอนาวินยืนอยู่ แองจี้ถามว่าเขาจะเล่นตัวหรือ นาวินตอบว่าเปล่า เขามัวทำการบ้านอ่านสคริปต์อยู่ แองจี้โล่งอกถามแล้วเขาชอบไหม...นาวินมาเจรจากับมิสเตอร์ไวท์
เอง ว่าในบทเขาต้องประลองฝีมือกับพระเอก แล้วแพ้ สุดท้ายมาเป็นเพื่อนกัน เขาขอให้แก้บทเป็นเสมอกัน  มิสเตอร์ไวท์ถามว่ากลัว
เสียหน้าหรือ

“เปล่า แต่ในเรื่องผมใช้มวยไทยในการต่อสู้ และผมคิดว่ามันมีศักดิ์ศรีเกินกว่าจะแพ้ หนังเรื่องนี้รวมดาราจากหลายประเทศไว้ด้วยกัน แถมยังจัดจำหน่ายไปทั่วโลก ผมอยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด”

“โอเค ผมเข้าใจแล้ว เรื่องนั้นไม่มีปัญหา แล้วเรื่องดาราที่จะมารับบทเพื่อนหญิงของคุณ คุณเล็งใครไว้รึยัง” มิสเตอร์ไวท์หยั่งเชิง

นาวินไม่รู้เรื่องนี้ก่อนจึงหันไปมองแองจี้ เธอตอบแทนว่า กำลังหาอยู่เพราะตามบทเล่นไม่กี่ฉากแถมต้องโชว์

คิวบู๊เสี่ยงตาย ดาราใหญ่ๆไม่ปลื้มบทแบบนี้ มิสเตอร์คลีนจึงเสนอ

“ถ้างั้นทำไมไม่ลองให้บั๊ดดี้ของคุณนาวินมาเทสต์ดูล่ะครับ ผมว่าท่าทางเธอโอเคนะ”

เสี่ยทรงชัยงงหมายถึงใคร มิสเตอร์คลีนชี้ไปที่คัตเอาต์ข้างนอก คือนางแบบที่ถ่ายคู่กับนาวินบนโฆษณานั่น แองจี้มองตามเห็นเป็นอาโก๊ะ ก็มองหน้าเสี่ยทรงชัยอย่างอึดอัด...

พอแยกตัวกลับ แองจี้ตามนาวินออกมาเพื่อแขวะที่เขาคงจะดีใจ แต่ตนไม่ยอมให้อาโก๊ะมายุ่มย่ามกับโปรเจกต์นี้และคนที่จะคัดเลือกนักแสดงคือตน นาวินย้อนว่า คือนายทุนไม่ใช่เธอ

ooooooo

อาโก๊ะลงมือต้มยาสมุนไพรตามแบบฉบับเผ่าเคอ เพื่อเอาไปให้คิมหันต์กินที่โรงพยาบาลป้าแมวผงะ เมื่อได้กลิ่นยาที่เหม็นตลบอบอวล

คิมหันต์ร่ำๆจะออกจากโรงพยาบาล กลัวนักข่าวมาวุ่นวาย จอห์นจึงมาติดต่อชำระเงินเผอิญเจอกันเนริสาที่มาขอเยี่ยมคิมหันต์ จอห์นจึงพาเข้ามาในห้องพัก เนริสารีบขอโทษคิมหันต์แทนนาวินที่บีบให้อาโก๊ะทำแบบนั้น

“เลิกคบกับผม...”

“แค่ห่างๆเท่านั้นเองค่ะ เพราะพี่นาวินไม่อยากเห็นอาโก๊ะต้องเดือดร้อนมากไปกว่านี้”

“ใช่สิ ผมมันตัวซวย ใครอยู่ใกล้ก็โชคร้าย”

“พี่รู้ด้วยเหรอครับ” จอห์นหลุดปากออกไป คิมหันต์ถลึงตาใส่ จอห์นรีบบอกว่าแค่ขำๆนะ

คิมหันต์ให้เนริสากลับไป เขาไม่โกรธเธอและอาโก๊ะ แต่สำหรับนาวินต้องคิดดูก่อน...ขณะเดียวกัน อาโก๊ะถือกระติกยาสมุนไพรมากับอาปู้ ท่าทางรีบร้อนด้วยความเป็นห่วงคิมหันต์ แล้วอาโก๊ะนึกได้ว่าต้องมีดอกไม้เยี่ยมไข้  จึงแวะร้านดอกไม้ในโรงพยาบาล ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงิน 500 บาท เธอบอกคนขายว่าอยากได้ดอกไม้ใหญ่ๆเพื่อแสดงถึงความรักในหัวใจตน อาปู้ชี้ไปที่พวงหรีดอาโก๊ะชอบใจ คนขายจะห้ามแต่อาโก๊ะไม่ฟังแถมขอให้ติดชื่อคิมหันต์ด้วย

ท่าทางอาโก๊ะกับอาปู้ภูมิใจกับพวงหรีดที่ถือมา เดินหาห้องคิมหันต์ระหว่างนั้น จอห์นเข็นรถคิมหันต์ออกมาพร้อมกับเนริสา เธอถามถึงอาการจากจอห์น คิมหันต์กระแอมส่งซิกจอห์นจึงบอกว่า แค่ข้อเท้าเคล็ดนิดหน่อย เนริสาโล่งอก คิมหันต์เห็นคนเริ่มมองแล้วซุบซิบมาที่เขา จึงบอกจอห์นให้รีบพาเขากลับ พลันอาโก๊ะกับอาปู้เดินมา คิมหันต์ไม่ต้องการให้อาโก๊ะรู้อาการป่วยของตน จึงขอร้องเนริสา

“คุณเนริสา คุณอยากให้ผมเลิกโกรธพี่ชายคุณใช่มั้ย” พอเนริสาพยักหน้า เขาก็ขอให้ทำอะไรให้เขาอย่างหนึ่ง

“อะไรเหรอคะ”

แทนคำตอบ  คิมหันต์รวบแขนเธอมากอดอย่างสนิทสนม จอห์นตกใจ อาโก๊ะหันมาเห็นตกใจเช่นกัน เนริสาพยายามดึงมือออก แต่คิมหันต์กอดไว้แน่น เขาทำเป็นทักทายอาโก๊ะ

“หมูหันกับคุณสา ทำไม...” อาโก๊ะย้อนถาม

“อ๋อ อาชีพดารามันก็แบบนี้แหละ อาโก๊ะจ๋า ต้องเอาใจแฟนคลับกันหน่อย โดยเฉพาะแฟนคลับสวยๆ อย่างคุณสาเนี่ย ต้องเอาใจเป็นพิเศษ ใช่มั้ยจ๊ะ ที่รัก” คิมหันต์หวานใส่เนริสา

“ฮึย ไม่ใช่แบบนั้นนะอาโก๊ะ ความจริงฉัน...” เนริสาจะไปอธิบายกับอาโก๊ะ แต่คิมหันต์กระชากแขน เธอจึงเสียหลักล้มลงปากประกบคิมหันต์เข้าเต็มๆ

ทุกคนตกตะลึง เนริสาผละออกหน้าเสีย คิมหันต์ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร อาโก๊ะฉุน

“อาโก๊ะนึกว่าหมูหันไม่สบายมากก็เลยอุตส่าห์มาเยี่ยม”

“โธ่ยัยบ๊องส์ โดนฉันหลอกมาทีนึงแล้วยังไม่เข็ดอีกเหรอ ฉันแกล้งเจ็บตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจจากแฟนๆต่างหาก ยัยคนป่าหน้าโง่”

อาปู้ต่อว่าคิมหันต์ที่เรียกอาโก๊ะแบบนั้น อาโก๊ะหมดความอดทน ปากระติกยาใส่ แต่คิมหันต์กับเนริสาหลบ กระติกลอยไปโขกหัวจอห์นอย่างจัง อาปู้โกรธปาพวงหรีดตามไปอีก คิมหันต์กับเนริสาหลบทัน พวงหรีดจึงไปคล้องคอจอห์นเข้าพอดิบพอดี อาปู้ชวนอาโก๊ะกลับไปหานาวิน คิมหันต์ข่มใจตะโกนไล่หลัง

“เออไปเลย ไปแล้วอย่ากลับมา ต่อไปนี้พวกเธออยู่ ข้างนาวิน  ส่วนฉันอยู่ข้าง...ข้างตัวฉันเอง ไปเลยไป”  เสียงคิมหันต์ แผ่วลงอย่างเศร้าใจ

นึกได้ คิมหันต์หันมาขอโทษเนริสา เธอจึงรู้ตัวว่าที่คิมหันต์ทำไปเป็นแค่การแสดง เธอเสียใจมากตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนีไป จอห์นได้สติรีบวิ่งตามเนริสาไปทันที่หน้าลิฟต์ จอห์นขวางไม่ให้เธอเข้าลิฟต์ เขาขอโทษแทนคิมหันต์ และบอกว่าที่ทำไปต้องมีเหตุผลฃ

“คุณจะแก้ตัวให้เขาไปถึงไหนกันคะ คุณจอห์นเขาเอาเปรียบสา คุณก็เห็น”

“แต่คุณสารักพี่คิ้มไม่ใช่เหรอครับ”

“มีเรื่องนึงที่คุณพูดถูก ผู้ชายคนนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่สาเคยฝันไว้ เขาเป็นคนเห็นแก่ตัว แล้วตอนนี้เขาก็ได้จูบแรกของสาไป สาขยะแขยงเขา นั่นคือความรู้สึกที่ไม่มีใครลบล้างได้”

ไม่ทันตั้งตัว จอห์นโผเข้ากอดจูบเนริสาอย่างทะนุถนอม เนริสายืนนิ่งเหมือนโดนสะกด

“นี่ต่างหากครับที่เป็นจูบแรกของคุณ จูบของคนที่รักคุณสาอย่างแท้จริง”

เนริสาทั้งตกใจและสับสน เธอผลักเขาออกเดินเข้าลิฟต์ไป จอห์นยืนจมอยู่กับความสงสัยว่าเธอจะเข้าใจเขาหรือเปล่า ในขณะที่เนริสาสับสนว่าสัมผัสที่ได้รับ อันไหนคือจุมพิตแห่งรักแท้จริงจากคนที่เธอหมายปองหรือคนที่รักเธอ

ooooooo

มังลาเดินทางมาจนถึงถ้ำเสือไฟ เขาครุ่นคิดถึงอดีตที่ผ่านมา ระหว่างความใกล้ชิดสนิทสนมของตนกับอาโก๊ะ เขาไม่เคยยอมรับทั้งที่อาโก๊ะ พูดเสมอว่ารักเขาอย่างพี่ชาย อย่างเพื่อนสุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้จนได้ อากิ๊กโผล่มาพร้อมสัมภาระ เธอยืนยันว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อน สองคนกินอาหารจนอิ่มแปร้แล้วมังลาก็บอกอากิ๊กว่าเธอต้องกลับไปแต่เช้า อากิ๊กผิดหวังอุตส่าห์เดินทางมา

“ข้าไม่สน แต่แกต้องรีบกลับ ไม่งั้นคนในหมู่บ้านอาจนินทาได้”

“แต่เราโตมาด้วยกันนะ”


“ข้าเป็นชาย แกเป็นหญิง ไม่ควรอยู่กันตามลำพัง”
“ทีอาโก๊ะไม่เห็นแกพูดแบบนี้เลย”

“ข้ารู้แกหวังดี แต่ข้าไม่อยากให้แกเสียเวลาอยู่ที่นี่ ยังมีหนุ่มๆอีกหลายคน ที่รอความรักจากแกอยู่นะ”

อากิ๊กเสียใจ ปาห่อข้าวทิ้งเดินหนีแล้วมาหยุดชะงัก หันมองมังลาผ่านกองไฟอย่างผิดหวัง

ooooooo

กลับถึงบ้าน นาวินก็ได้รับรายงานจากป้าแมวว่า อาโก๊ะแอบไปเยี่ยมคิมหันต์ นาวินผิดหวังเล็กน้อย เดินมาคุยกับอาโก๊ะที่ริมสระน้ำ อาโก๊ะขอโทษที่ผิดสัญญา แต่ตนไม่เข้าใจว่าทำไมนาวินต้องห้าม ทั้งที่ตนเป็นเมียคิมหันต์ นาวินย้ำเตือนอย่าลืมว่าคิมหันต์บอกเลิกไปแล้ว

“เธอมีค่ามากกว่านั้นนะอาโก๊ะ มีค่ามากเกินกว่าจะ เป็นเบี้ยล่างให้คนอื่น พวกผู้ชายต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามเธอ”

“อาโก๊ะเป็นคนป่า ใครจะมาสน”

“ไม่เชื่องั้นเหรอ ก็ได้ ถ้างั้นพี่ชายคนนี้จะพิสูจน์ให้เธอเห็นเอง”

อาโก๊ะทำหน้างุนงง นาวินอธิบายว่า เขาจะทำให้ผู้ชายทุกคนรวมทั้งคิมหันต์ต้องอิจฉาที่เขามีอาโก๊ะอยู่เคียงข้าง...

วันต่อมา จอห์นยังเคืองคิมหันต์ที่ใช้เนริสาเป็นเครื่องมือ เขาตื่นแต่เช้ามาทำอาหารด้วยสีหน้าบึ้งตึง คิมหันต์รู้ดีว่าจอห์นโกรธเรื่องอะไรจึงถามว่า หึงเขาหรือ จอห์นปฏิเสธเสียงหลง

“โกหกเป็นตุ๊ดนะเว้ย”

“กรี๊ด...อ้าย...เฮ้ยไม่ใช่แบบนั้น พี่ก็รู้นี่ว่าผมชอบคุณสา แต่พี่ก็ยัง...ยัง...” จอห์นสะบัดก้นไป

“ไอ้จอห์น มันเป็นอุบัติเหตุนะเว้ย ข้าไม่ได้วางแผนว่าจะทำขนาดนั้น”

“แต่พี่ก็ไม่ควรทำท่าเหมือนมีอะไรกับคุณเนริสา ต่อให้เขาชอบพี่ก็จริง แต่เขาไม่ได้เป็นแฟนพี่”

คิมหันต์เศร้าลงบอกจอห์นว่ามันจำเป็น จอห์นหาว่าจำเป็นที่จะแก้เผ็ดอาโก๊ะเพราะไปคบกับนาวิน แต่ก็ไม่น่าทำร้ายจิตใจเนริสา คิมหันต์ยอมรับว่าตนผิด แต่ที่ทำไปเพราะ ไม่อยากรั้งอาโก๊ะไว้ ในเมื่อนาวินรักอาโก๊ะมากกว่า เขาก็ควรหลีกทางให้ คิมหันต์พูดอย่างสะเทือนใจ

“ข้ายังเป็นลูกผู้ชาย ข้ารับได้ทุกคำประณาม คำด่า แต่อย่างเดียวที่ข้าไม่รับก็คือความสมเพชเวทนา โดยเฉพาะจากคนที่เขารักเขาเป็นห่วงข้า...อย่าว่าแต่ขาเป๋เลยว่ะ ต่อให้ขาขาด ข้าก็ไม่ยอมเป็นภาระของใครทั้งนั้น”

จอห์นเริ่มเข้าใจความรู้สึกของคิมหันต์ จึงมีท่าทีอ่อนลง คิมหันต์ขอโทษกับทุกเรื่อง...

พอได้คิด อาปู้ซึ่งเมื่อวานโกรธเนริสาตามอาโก๊ะ ไปด้วย ก็มาขอโทษเธอ เนริสาไม่ถือโกรธ อาปู้ถามตรงๆ ว่าเธอชอบคิมหันต์อยู่หรือเปล่า เนริสาขอปิดเป็นความลับ เรื่องบางเรื่องตนระบายกับใครไม่ได้นอกจากสมุดบันทึก อาปู้ไม่รู้จัก เนริสาจึงอธิบาย

“สมุดบันทึกก็คือสมุดที่ใช้จดเรื่องราวที่เราประทับใจยังไงล่ะ ไม่ว่าเรื่องดีหรือร้ายก็จดไว้ เพื่อทบทวนตัวเอง” เนริสาบุ้ยใบ้ไปที่สมุดบนโต๊ะ อาปู้มองด้วยความอยากรู้อยากเห็น...

เห็นว่าอาการดีขึ้นแต่ยังต้องใช้ไม้เท้าค้ำยัน คิมหันต์ก็ให้จอห์นพาออกหางานตามค่ายหนังต่างๆ แม้จะเป็นค่่ายเล็กๆ แต่ทุกแห่งก็ปฏิเสธเขา เพราะแม้จะเดินยังลำบากแล้วจะแสดงบทบู๊ได้อย่างไร คิมหันต์เริ่มจำนน

“นี่ข้าจนตรอกแล้วเหรอวะไอ้จอห์น ข้ากำลังแพ้เหรอวะ”

“ให้พูดจริงๆหรือโกหกพี่”

“โกหกนี๊สนึงก็ดีว่ะ”

จอห์นปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มแล้วบอกคิมหันต์ว่า ไม่ต้องห่วง อย่างคิมหันต์ ประจัญบานไม่มีคำว่าแพ้ คิมหันต์ฮึดสู้ลุกขึ้นเดินตะเบ็งเสียงขึ้นว่า ใช่เขาต้องไม่แพ้ เขาต้องสู้ จอห์นชักหวั่น

เมื่อเสี่ยทรงชัยกับแองจี้ได้ข่าวคิมหันต์ก็หัวเราะเยาะกันใหญ่ แล้ววางแผนจะทำให้ตกต่ำถึงขีดสุด

ooooooo

วันใหม่แล้ว อากิ๊กยังไม่ยอมกลับ มังลาจึงย้ำเตือนถ้าไม่ไปเขาจะลากไปเอง อากิ๊กน้อยใจขอกินข้าวอีกมื้อแล้วจะกลับ อากิ๊กเดินหงุดหงิดใจมาตักน้ำที่ริมลำธาร พอเห็นน้ำใสน่าอาบ นึกได้ว่าตนอาจจะตัวเหม็นไม่มีเสน่ห์เหมือนหญิงอื่น จึงลงอาบน้ำชำระร่างกาย

ระหว่างนั้น จอปากับจออูที่หนีการจับกุมมาได้ จะกลับฐานที่พักของพวกตน แต่เกิดหลงป่าอีกจนได้ เดินอิดโรยมาถึงลำธารก็รีบตะเกียกตะกายจะดื่นน้ำ แต่พอเห็นอากิ๊กก็ตื่นเต้นหันมาตกลงกันว่าใครจะได้ตัวเธอก่อนกัน อากิ๊กได้ยินเสียงรีบขึ้นจากน้ำแต่งตัวไปแอบซ่อน สองคนหันมาไม่เห็นตกใจนึกว่าผี แต่คิดได้ว่าผีจะมาอาบน้ำตอนกลางวันทำไมจึงช่วยกันค้นหา

มังลาเห็นอากิ๊กหายไปนานก็เริ่มเป็นห่วง ออกตามจนพบรอยเท้าของผู้บุกรุก... อากิ๊กถูกจออูกับจอปาจับตัวได้โดยใช้ปืนขู่ แต่ยังไม่ทำอะไรเธอ เพราะมีความคิดว่าให้เธอช่วยหาทางกลับฐานก่อนค่อยจัดการทีหลัง...

ได้จังหวะ อาโก๊ะออกไปกับนาวิน เนริสากำลังจะไปทำงาน อาปู้เฝ้ามองจนเธอออกไป ก็แอบวิ่งขึ้นไปบนห้องเธอ แล้วมองหาสมุดบันทึกเพราะอยากรู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับตนบ้าง... เผอิญเนริสาลืมกระเป๋าสตางค์กลับเข้ามาเอา เจออาปู้กำลังจะเปิดสมุดบันทึก จึงเอ็ดให้

“อาปู้แค่อยากรู้ว่าคุณเนริสาชอบใครแน่” อาปู้ยอมสารภาพ

“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฉันนะอาปู้ เธอไม่จำเป็นต้องรู้” เนริสาดึงสมุดคืนมา

“ก็อาปู้ชอบเนริสา อาปู้ก็เลยเป็นห่วง อาปู้ไม่อยากให้คุณเนริสาไปคบกับคนไม่ดี”

เนริสาอึงไปพักหนึ่ง เพื่อหาคำตอบมาปลอบอาปู้ว่าเขายังเด็กเกินกว่าที่ตนจะชอบเป็นอย่างอื่นนอกจากเป็นน้องชาย อาปู้นิ่งไปด้วยความเสียใจ เนริสากอดอาปู้และขอเป็นพี่สาว

นาวินพาอาโก๊ะออกมาพบมิสเตอร์ไวท์และมิสเตอร์คลีนที่คอฟฟี่ช็อปโรงแรม  ทั้งสองให้อาโก๊ะโพสท่าต่อสู้

และถ่ายคลิปเก็บไว้ แองจี้ไม่ค่อยพอใจพยายามพูดให้มิสเตอร์ไวท์รู้ว่าอาโก๊ะเป็นเมียเก็บดาราคนหนึ่ง ไม่มีการศึกษา แถมเป็นคนป่าอ่านหนังสือไม่ออก แต่ทั้งมิสเตอร์ไวท์และมิสเตอร์คลีนไม่สนใจข่าวทั้งหมด พวกเขาสนใจปัจจุบันและอนาคตมากกว่าและที่สำคัญ เธอมีบทพูดเพียงสามประโยค ถ้าพูดได้และแสดงบทบู๊ได้ดีเขาก็ว่าเธอผ่านแล้ว นาวินยิ้มเยาะแองจี้นิดๆ แองจี้เสียหน้าทนไม่ได้ เธอแอบมาว่าจ้างพนักงานช่างของทางโรงแรม

“ฉันให้พวกนายแสนนึง ถ้าล็อกตัวผู้หญิงคนนั้นไว้ได้”

“ฮึย จะดีเหรอคุณ คุกนะ” สามช่างหวั่นๆ

“เธอเป็นนักแสดง แค่อยากลองเทสต์บทบาทดูเท่านั้นเอง แสนนึง แค่จับเธอกดไว้กับพื้นมีอะไรฉันรับผิดชอบเอง”

สามช่างเดินตามแองจี้ไป นาวินเห็นผิดสังเกต ถามว่าเธอจะทำอะไร แองจี้ตอบว่าตนแค่อยากพิสูจน์ ว่าแล้วก็ให้สามช่างจัดการอาโก๊ะได้ ทุกคนตะลึง แต่แล้วก็ต้องทึ่ง เมื่อเห็นอาโก๊ะวาดลวดลาย กระโดดไต่กำแพงตีลังกาหลบหลีกการจับกุม และเอาตัวรอดได้สารพัดท่าทาง มิสเตอร์ไวท์กับมิสเตอร์คลีนลุกยืนปรบมือ ต่างยินดี

“มหัศจรรย์มาก ตกลง ผมต้องการเธอ เธอได้ร่วมงานกับเรา”

แองจี้ได้แต่มองเจ็บใจ...กลับมาโวยวายกับเสี่ยทรงชัยให้เฉดหัวอาโก๊ะออกไปจากโปรเจกต์งานนี้ เสี่ยทรงชัยเองก็ชอบอาโก๊ะมาก พยายามปลอบลูกสาว

“เอาน่าลูก อย่าเคร่งเครียดสิจ๊ะ ทำใจสบายๆเพราะอีกไม่นาน ป๊ามีอะไรหนุกๆจะให้หนูดูด้วยนะ”

“อะไรเหรอคะ”

“อะไรที่เกี่ยวกับความหายนะของอดีตพระเอกนักบู๊ชื่อดัง คิมหันต์ ประจัญบาน” เสี่ยทรงชัยเล่าแผนที่จะทำลายคิมหันต์ให้ฟัง

ไม่นาน มีค่ายหนังจากบริษัทไพโรจน์ฟิล์มโทร.หาจอห์น นัดให้เข้ามาพบในเย็นวันนั้น จอห์นพาคิมหันต์กะเผลกมา บริษัทนั้นเล็กและดูวังเวงชอบกล จอห์นบอกคิมหันต์ว่าบริษัทนี้พอมีชื่อเสียงทางทำหนังแผ่นอยู่บ้าง คิมหันต์ชะงักที่เขาต้องลดตัวมาเล่นหนังแผ่นแล้วหรือ

“พี่ไม่เลือกงานไม่ยากจนนะครับ ตอนนี้ทำๆไปก่อนเหอะพี่ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”

คิมหันต์ได้คิด ฮึดสู้เต็มที่...เข้าพบไพโรจน์ที่ทักทายอย่างเป็นมิตรและพูดจาให้เกียรติดูน่าร่วมงานด้วย ไพโรจน์เกลี้ยกล่อม

“อันที่จริงซุปเปอร์สตาร์ระดับคุณ จะให้ผมจ้างลูกน้องมันก็กระไรอยู่นะครับคุณคิมหันต์ ผมว่าเรามาเป็นหุ้นส่วนกันดีกว่า จะได้ไม่มีใครรองใคร”

จอห์นร้องเฮ้ย...ไม่เห็นด้วย แต่คิมหันต์ท่าทางลังเล “มันจะดีเหรอครับ”

“แน่นอน คิดดูสิครับ ถ้าเราเป็นหุ้นส่วนกัน บริษัทผมก็เป็นของคุณ ตัวคุณก็เป็นของผม เรามาออกทุนทำหนังร่วมกัน คุณอยากได้งานแบบไหน คุณบอกผมมาได้เลย ผมสนองคุณเต็มที่”

จอห์นจะแย้ง ไพโรจน์รีบชวนคิมหันต์เซ็นสัญญา

ผูกมิตรกันทันที คิมหันต์ไม่ฟังเสียงจอห์นเลย...หลังจากนั้น คิมหันต์ก็ถือหนังสือสัญญาออกมา โดยจอห์นเดินตามเซ็งๆ

“พี่คิ้มนะพี่คิ้ม ใจร้อนแบบนี้จะดีเหรอพี่”

“ทำไมจะไม่ดีวะ ไอ้จอห์น ก็เอ็งเช็กข่าวมาแล้วไม่ใช่ เหรอว่าค่ายของคุณไพโรจน์เขามีผลงานจริงๆ เชื่อถือได้”

“มันก็ใช่ แต่พี่ไปลงทุนกับเขา พี่รู้มั้ยว่าพี่ต้องจ่ายเท่าไหร่”

“แค่ไม่กี่ล้าน ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก”

แต่จอห์นบอกว่าเงินเก็บไม่มีแล้ว คิมหันต์มุ่งมั่นให้เอาของมีค่าออกไปขายให้หมด เขาทุ่มไม่อั้นงานนี้ แต่ก็แอบเครียดถ้างานนี้พลาด

ooooooo

เมื่ออาโก๊ะได้รับเลือกแล้ว เธอถามนาวินว่าทำไมถึงอยากให้ตนเป็นนักแสดง นาวินตอบว่า เขาอยากให้ทุกคนเห็นคุณค่าของเธอ เพราะอดีต เขาเคยวิ่งไล่ตามความรักอย่างเธอ ทุ่มเททุกอย่าง แต่แล้วก็ไม่มีใครเห็นคุณค่า เขาจึงอยากทำให้ทุกคนอิจฉาเธอกับเขา อาโก๊ะมองอย่างลังเล เพราะดูเหมือนไม่ใช่สิ่งที่ตนต้องการสักเท่าไหร่

เข้าห้องมาเห็นอาปู้นั่งกอดเข่ามองสมุดตรงหน้า อาปู้บอกว่าเนริสาให้มาไว้เขียนเรื่องทุกอย่างที่เรารู้สึกลงไป ทั้งเรื่องดีและไม่ดี หรือจะแปะรูปลงไปก็ได้ แต่เขารู้สึกว่า ความรู้สึกบางอย่างมันใหญ่มาก ใหญ่เกินกว่าจะเขียนออกมาเป็นข้อความ อาโก๊ะเข้าใจความรู้สึกของอาปู้ดี เพราะตนก็กำลังประสบกับความรู้สึกนั้นอยู่...

พอได้รู้ว่าเนริสาชอบเขียนสมุดบันทึก อาโก๊ะจึงอยากรู้ว่า เนริสาคิดอย่างไรกับคิมหันต์กันแน่ เธอจึงแอบย่องเข้าไปในห้องนอนเนริสาขณะเธอนอนหลับอยู่ ค้นหาสมุดบันทึกมาจะอ่าน แต่แล้วได้เห็นรูปคิมหันต์เหน็บอยู่ เท่านั้นก็เป็นคำตอบแล้ว

สายวันนั้น อาโก๊ะเอาแต่ชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ ไม่มากินข้าว เนริสามาตาม อาโก๊ะอ้างว่าต้องซ้อมไว้เล่นบทบู๊กับนาวิน เนริสาขอให้ไปทานข้าวก่อน อาโก๊ะหงุดหงิดถอดนวมปาทิ้งแล้วเดินหนี เนริสาสงสัยว่าอาโก๊ะยังโกรธตนเรื่องคิมหันต์อยู่จึงตามมาเคลียร์ว่าเข้าใจผิด

“ไม่ผิด อาโก๊ะดูออก ที่ผ่านมาคุณเนริสาชอบหมูหัน แล้วตอนนี้หมูหันก็ชอบคุณเนริสาด้วย”

“แต่ฉันกับคุณคิมหันต์ไม่ได้มีอะไรกัน”

“ก็มีซะสิ เพราะตอนนี้หมูหันไม่ใช่ของอาโก๊ะแล้วนี่”

“อาโก๊ะ...ฉันนึกว่าเราเป็นเพื่อนกันซะอีก” เนริสาเริ่มฉุน

“ก็เพราะเป็นเพื่อนไง ถ้าไม่ใช่เพื่อน ป่านนี้อาโก๊ะ

เล่นงานคุณเนริสาไปแล้ว”

เนริสาอึ้งมองอาโก๊ะ ที่บ่ายหน้าเดินจากไป...

ooooooo

คิมหันต์ดูเหมือนจะจริงจังกับงานสร้างหนังมาก เขาชวนยุทธการและชาญรบมาคุยที่ห้อง จอห์นออกอาการเป็นห่วง เพราะถ้าหนังไปได้ดีคิมหันต์รับเละ แต่ถ้าเจ๊งก็จ่ายเละเหมือนกัน

“ไอ้นี่ มือไม่พายอย่าเอาเท้ารานํ้าได้มั้ย งานนี้ข้าสู้ตายเว้ย...พรุ่งนี้ผมจะเอาเงินเข้าบัญชีของบริษัทคุณไพโรจน์ เพื่อถือหุ้นอย่างเป็นทางการ พี่กับไอ้ชาญต้องช่วยผมทั้งกำกับและเขียนบท ต้องอัดให้เต็มที่”

“ช่วยน่ะช่วยได้ แต่หนังจะดังไม่ดังมันไม่ใช่แค่ดีอย่างเดียวนะเว้ยไอ้คิ้ม” ยุทธการเตือน

“ถูก มันต้องโปรโมตด้วยเว้ยเพื่อน” ชาญรบเห็นด้วย

“เรื่องนั้นผมเตรียมแผนไว้แล้ว ผมจะขายทรัพย์สินทั้งหมดของผม แล้วเอามาโปรโมตหนังเรื่องนี้”

ทั้งยุทธการ ชาญรบเป็นห่วงความระหํ่าของคิมหันต์ แต่จอห์นนึกสังหรณ์ใจบางอย่าง...

คืนนั้น ไพโรจน์มาพบเสี่ยทรงชัยเพื่อรายงาน “เรียบร้อยครับเสี่ย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน มันไม่รู้ด้วยซํ้าว่าเสี่ย

อยู่เบื้องหลังบริษัทของผม บริษัทจวนเจ๊งจำกัด”

“หึๆ ก็อีแค่บริษัททำหนังแผ่นที่ข้ามีไว้ฟอกเงินเลี่ยงภาษี ใครมันจะไปรู้กันวะ ว่าแต่มันยอมเซ็นสัญญารึเปล่า”

“ครับเสี่ย ตอนนี้มันกลายเป็นผู้บริหารของบริษัทไปแล้ว”

เสี่ยทรงชัยยิ้มอย่างสะใจมากที่ฉากสุดท้ายของคิมหันต์มาถึงจนได้...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:26 น.