ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเจ้าหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อุมาไม่ยอมให้มินตราลาออกจากการเป็นนักข่าว เธอกับจิระเพียรมาดักเจอมินตราที่บ้านอีกครั้งแล้วมัดมือชกจับตัวยัดใส่รถไปด้วยกันโดยไม่ฟังเสียงโวยวายใดๆทั้งสิ้น

มินตราทั้งงงและไม่พอใจแต่สุดท้ายก็ขัดอุมาไม่ได้ ต้องกลับมาทำหน้าที่สัมภาษณ์นักแสดงชายคนหนึ่งที่มีความฝันอยากเป็นตำรวจจราจร ซึ่งมินตราต้องแต่งชุดเดียวกับเขาเพื่อให้งานที่ออกมาดีเลิศ

มินตราไม่ค่อยปลื้มอาชีพตำรวจ ก็เลยต้องฝืนใจจ่อไมค์สัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มโดยมีจิระเป็นตากล้องคู่ใจเหมือนเดิม

“น้องแดนพอจะบอกได้ไหมคะ อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้น้องแดนฝันอยากเป็นตำรวจคะ”

“ผมโตมากับหนังหรือละครเกี่ยวกับตำรวจมั้งครับ”

“มันก็แค่ฮีโร่ในหนังในละคร ความเป็นจริงคงไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างนั้น”

“ผมก็เคยอคติเหมือนพี่ แต่พอผมมีโอกาสฝึกอบรมเป็นอาสาตำรวจจราจร ความคิดผมก็เปลี่ยนไป พี่ลองคิดดูสิครับ เราก้าวเท้าออกจากบ้านเราเจอใคร...ตำรวจทำงานทุกที่ตั้งแต่เช้ายันค่ำ และเสี่ยงอันตรายตลอดเวลาแล้วเราล่ะครับเคยคิดจะช่วยแบ่งเบาภาระพวกเขาบ้างไหม นี่เป็นเหตุผลที่ผมฝันอยากอาสาช่วยงานตำรวจครับ”

คำตอบของแดนทำให้มินตราถึงกับพูดไม่ออก แล้วพอเสร็จจากงานชิ้นนี้ มินตราก็โดนอุมาเรียกมารับงานใหม่หน้าตาเฉย คราวนี้เลยโดนโวยเข้าให้บ้าง

“พี่ตกลงกับมินแล้วนะ มินทำเทปน้องแดนเสร็จ พี่จะยอมให้มินเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น”

“ฉันไม่เคยรับปากแก แกเอาอะไรมาพูด”

มินตรามีหลักฐาน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดเสียงที่บันทึกไว้ให้อุมาฟังทันที

“แกช่วยฉันทำเทปนี้ก่อน หลังจากนั้นแกอยากได้อะไรก็ว่ากัน”

อุมาหน้าเจื่อน ไม่คิดว่ามินตราจะอัดเสียงตนไว้ รีบแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆว่า

“แกไปจ้างใครอัดเสียง ดัดเสียงซะเหมือนฉันเชียว”

“พี่อุมา! หรือว่าพี่เห็นเป็นผู้หญิงทำข่าวอาชญากรรมไม่ได้”

“สถานะทางเพศไม่ใช่ข้อจำกัดในการทำงาน ฉันก็โตมาจากสายข่าวอาชญากรรม”

“พี่ก็ให้มินทำสิ”

“ถึงแกจะไปเรียนหมัดมวยป้องกันตัว...มันก็เสี่ยง”

“ทุกวันนี้ชีวิตเราทุกคนก็อยู่บนความเสี่ยง พี่ก็รู้ว่าพวกติดยาเดินให้เกลื่อนถนน เราไม่มีวันรู้ว่าเมื่อไหร่มันจะเกิดอาการคลั่งแล้วฆ่าคน มินขอเถอะ มินอยากทำ”

“เพราะฉันรู้ว่าแกสนใจข่าวยาเสพติด ฉันถึงไม่ให้แกทำ แกจมอยู่กับความแค้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจเถอะ”

“ก็เพราะใครล่ะพี่ ไมค์ถึงตาย”

อุมารู้สึกผิดที่ไปกระตุ้นความเศร้าในใจมินตรา...

มินตราเดินหนีไปอย่างทำใจไม่ได้ คิดถึงไมค์น้องชายที่กำลังมีอนาคตสดใส ไมค์เรียนเก่งมาก เขาวาดฝันว่าเรียนจบจะทำงานหาเงินมาช่วยมินตราดูแลยาย แต่เขาต้องมาตายเพราะถูกชายคลั่งยาบ้าปาดคอไปเสียก่อน และไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปกี่เดือนกี่ปี มินตราก็ไม่อาจลืมภาพเหตุการณ์เลวร้ายวันนั้นได้

ooooooo

คณินทร์นอนรักษาตัวอยู่ไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลไปร่วมงานศพสายสืบของตนด้วยความเศร้าสลด เสร็จแล้วกลับมายังสถานีตำรวจเพื่อถามความคืบหน้าเรื่องงานที่สั่งไว้กับสุจิตรา แต่ด้วยความเป็นห่วง สุจิตราทักคณินทร์ก่อนว่า

“ผู้กองยังไม่หายดี น่าจะพักฟื้นก่อน”

คณินทร์ไม่พูดเรื่องนี้ แต่ถามหมวดสาวว่าเรื่องที่ให้สืบไปถึงไหนแล้ว

“ฉันกล่อมจนยอมพูด แต่ร้องขอกินข้าวก่อนฉันเพิ่งสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปซื้อมาให้ค่ะ”

ตำรวจนายหนึ่งถือถุงใส่กล่องอาหารมาให้สุจิตรา คณินทร์เดินนำเข้าด้านในแล้วหันมาบอกหมวดให้เอาอาหารไปตรวจสอบก่อน สุจิตราจึงเดินแยกออกไปเพื่อเอาอาหารที่ซื้อมาไปทดสอบว่ามีสารพิษหรือไม่ ส่วนคณินทร์เดินตรงไปยังห้องขัง

คณินทร์ตกใจมากเมื่อมองเข้าไปในห้องขังเห็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดที่โดนจับนอนตาย บางคนดิ้นทุรนทุราย เขาตะโกนขอกุญแจห้อง ก่อนพุ่งพรวดเข้าไปพร้อมสุจิตราและตำรวจอีกนายแต่ก็ช่วยชีวิตใครไม่ได้สักคน

คณินทร์ฟันธงทันทีว่าผู้ต้องหาโดนวางยา สั่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดแต่ไม่มีภาพปรากฏ แล้วฉุกใจตอนเดินเข้ามาสวนกับเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด เชื่อว่าน่าจะเป็นมัน!

ผู้กองหนุ่มวิ่งนำหมวดสาวไปข้างหลังสถานีตำรวจเห็นคนร้ายกำลังเผาทำลายหลักฐานก่อนวิ่งหนีไป สองคนตามไล่บี้แต่ไม่สำเร็จเพราะมีรถคันหนึ่งซิ่งมาจอดรับมันไป ซึ่งชายในรถก็คือไอ้แหลมคู่ปรับของคณินทร์นั่นเอง

ไอ้แหลมทำให้คณินทร์บาดเจ็บซ้ำอีกแล้วหนีลอยนวลไปได้ แม้ตำรวจจะสกัดจับตามด่านก็ไม่พบตัว มีเพียงวาทิศที่ใครๆรู้ว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มใจบุญ ช่วยเหลืองานกุศล แต่นั่นก็คือฉากหน้าของวาทิศ แท้จริงเขาคือหัวหน้าแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ

วาทิศช่วยให้ไอ้แหลมรอดพ้นเงื้อมมือตำรวจอย่างง่ายดาย ส่วนคณินทร์นั้นได้รับบาดเจ็บที่ขาต้องเข้าเฝือกเดินเหินไม่ได้ เจษฎาจึงให้เขาพักงานจนกว่าจะหาย แล้วตั้งปรมัตถ์ขึ้นมาทำหน้าที่แทน

สุจิตรารู้ว่าคณินทร์ไม่ชอบอยู่เฉยแน่ จึงทำรายงานสรุปเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้เขาไปทบทวน ส่วนปรมัตถ์ดีใจที่ได้รับหน้าที่แทนคณินทร์ เขานัดเลี้ยงเจษฎากับมาโนชและสุจิตราที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วได้เจอมินตราโดยบังเอิญที่ลานจอดรถ

ปรมัตถ์ปิ๊งมินตราตั้งแต่แรกเห็นและมีโอกาสได้ช่วยเหลือเธอจากโจรขโมยรถ ทำให้มินตรารู้สึกประทับใจในความมีน้ำใจของเขาอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นตำรวจ

มินตรานัดอุมากับจิระกินข้าวที่ร้านนี้ จิระเห็นตอนที่มินตราคุยกับปรมัตถ์จึงเอามาแซวในโต๊ะอาหาร ทำให้อุมาพลอยผสมโรงว่าอาจจะเป็นรักแรกพบ เช่นเดียวกับมาโนชที่เห็นหนุ่มสาวคุยกันก่อนเข้ามาในร้านก็หยอกล้ออย่างสนุก ทำเอาปรมัตถ์เขินอายจนหน้าแดง

ในระหว่างกินอาหาร เจษฎาเน้นย้ำเรื่องความสัมพันธ์ของตนกับคณินทร์ที่เหมือนพ่อกับลูก เพราะคณินทร์เป็นลูกชายของเพื่อน แต่เจษฎาไม่เคยให้อภิสิทธิ์ใดๆในการทำงานกับคณินทร์ ไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวกับงาน ขอให้ทุกคนวางใจ

ด้านมินตราที่กินอาหารอยู่กับอุมาและจิระ เธอดีใจมากเมื่อได้ยินอุมาบอกว่าจะให้ทำข่าวอาชญากรรมตามที่ต้องการ แต่มีข้อแม้ที่ทำให้มินตราหน้าตูมขึ้นมาทันที

“งานข่าวยาเสพติดมันอันตราย แกต้องมีแบ็กอัพ ถ้าผู้กองคณินทร์ยอมให้แกทำข่าว ฉันโอเค”

“ทำไมพี่ต้องตั้งเงื่อนไขงี่เง่าด้วย”

“นี่แกว่าฉันงี่เง่าเหรอ”

“มินหมายถึงทำไมต้องเป็นผู้กองนั่นด้วย ขอเป็นคนอื่นได้ไหม”

“ไม่ได้ ฉันเคยทำข่าวกับเขามาก่อน เขาเก่งและมีความสามารถ เขาจะปกป้องแกได้”

“แต่มินไม่ชอบหน้านายนั่น”

“พรุ่งนี้ฉันจะไปเยี่ยมเขา แกไปกับฉัน ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องทำ”

มินตราโดนอุมากดดันจนพูดไม่ออก แต่ยังพยายามจะขอร้องทางไลน์ขณะแยกย้ายกันไปขึ้นรถของตน

ปรมัตถ์ที่ดักรอสาวสวยเห็นเธอเล่นโทรศัพท์มือถือก็ได้โอกาสเข้ามาเตือนด้วยความห่วงใย ทำให้เขาและเธอมีโอกาสพูดคุยกันอีกครั้ง
คราวนี้ต่างคนต่างแนะนำชื่อของตน แถมชายหนุ่มยังขอไลน์หญิงสาวไปได้ อ้างว่ากรุ๊ปไลน์เพื่อนของตนมีคลิปเตือนภัยดีๆที่น่าจะมีประโยชน์กับเธอ

ooooooo

เช้าวันถัดมา คณินทร์ยังใส่เฝือกที่ขาและต้องนั่งรถเข็น เขาจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลที่บ้านเพราะไม่อยากอุดอู้อยู่ที่โรงพยาบาล

คณินทร์ใช้ช่วงเวลาที่ไม่ได้ปฏิบัติงาน อ่านรายงานสรุปเรื่องการวางยาฆ่าตัดตอนผู้ต้องขังที่สุจิตราให้มา ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจคือคนร้ายที่ปลอมตัวเข้ามามีประวัติต้องโทษคดีค้ายาเพิ่งพ้นโทษไม่นาน และเคยติดคุกแดนเดียวกับไอ้แหลม

ขณะที่คณินทร์กำลังง่วนอยู่กับแฟ้มรายงานนั้น อุมาก็พามินตรามาเยี่ยมเขาถึงบ้าน มินตราอิดออดอยู่นานพอควรกว่าจะยอมเข้ามา
อุมานำกระเช้าของเยี่ยมให้คณินทร์พร้อมกับขอโทษที่มาโดยไม่ได้โทร.บอกล่วงหน้า แล้วแนะนำว่ามินตราเป็นนักข่าวที่ออฟฟิศของตน แทนที่คณินทร์จะตอบรับอย่างมีมารยาท เขากลับบอกว่าพี่มาเยี่ยมคนเดียวก็ได้ ลูกน้องจะได้ไม่ต้องเสียงาน แถมยังไม่ค่อยอยากจะฟังเรื่องราวของมินตราที่อุมาพยายามจะพูดให้ฟังถึงสาเหตุการมาครั้งนี้

มินตราทนไม่ไหวกับความไร้มารยาทของคณินทร์จึงชวนอุมากลับ เพราะเจ้าของบ้านออกปากไล่แล้ว

“ผมยังไม่ไล่สักคำ คุณทำงานเป็นนักข่าวควรจะตีความให้ตรงกับประโยคที่ผมพูด”

“ฉันคิดว่าเด็กอนุบาลก็รู้ว่าคุณสื่อถึงอะไร”

“คุณไม่ควรคิดแทนคนอื่น แล้วผมก็เชื่อว่าเด็กอนุบาลคงไม่มองโลกในแง่ร้ายเหมือนคุณ”

“ฉันรู้ว่าคนอื่นรู้สึกและคิดยังไง ไม่เหมือนกับคุณที่สนใจและหมกมุ่นกับตัวเอง”

อุมาสีหน้าไม่สู้ดี มองคนโน้นทีคนนี้ทีที่โต้คารมเอาชนะกัน ในที่สุดมินตราเหม็นขี้หน้าผู้กองหนุ่ม

จะขอตัวไปรอที่รถ แต่อุมาไม่ยอมเพราะอยากให้มินตราดูแลคณินทร์เพื่อหวังได้งาน

เมื่อรู้ว่าคณินทร์จ้างพยาบาลพิเศษ อุมาวางแผนอย่างว่องไวขอคุยกับพยาบาลเป็นการส่วนตัว โดยบังคับให้มินตราป้อนอาหารผู้กองไปพลางๆ

อุมาอ้างตัวเป็นญาติผู้กอง และผู้หญิงที่มาด้วยคือแฟนของเขา พยาบาลจึงไม่อิดออดที่จะวางมือแต่ยังจัดโปรแกรมอาหารและยาไว้ให้ก่อนกลับไป

เมื่อมินตรารู้ว่าอุมาเจ้ากี้เจ้าการให้เธอดูแลคณินทร์แทนพยาบาลก็โวยวายไม่ยอม เพราะตนไม่ใช่พยาบาล ไม่พร้อมดูแลและเอาใจใคร โดยเฉพาะคนปากเสีย สิ้นคิด ผู้ป่วยซ้ำซ้อน แล้วตนก็เกลียดตำรวจด้วย

แต่แล้วมินตราก็ต้องเปลี่ยนใจยอมทำตามคำสั่งของอุมา ด้วยเหตุผลที่อุมาติดหนี้บุญคุณคณินทร์เคยช่วยชีวิตเธอไว้ตอนทำข่าวแล้วเกือบถูกคนร้ายยิงตาย และครั้งนี้มินตราก็อยากทำข่าวอาชญากรรมเลยต้องฝืนใจตัวเอง

คณินทร์แอบได้ยินทุกคำด่าของมินตรา คิดจะสั่งสอนและเอาคืนก็เลยปล่อยตามน้ำอย่างที่อุมาต้องการ โดยอุมากับมินตราตกลงกันว่าจะผลัดเวรกันดูแลเขา ช่วงกลางวันเป็นหน้าที่มินตรา และกลางคืนเป็นของอุมา

แน่นอนว่าคนไม่ชอบหน้ากันแต่ต้องมาอยู่ดูแลใกล้ชิดกันแบบนี้ย่อมไม่ราบรื่น คณินทร์ไม่เคยพูดดีกับมินตราและหนักไปทางกลั่นแกล้ง ในขณะที่มินตราก็ไม่อดทนกับคนอย่างเขา สองคนจึงมีปากเสียงกันแทบจะตลอดเวลา สุดท้ายอยู่ไม่ทันข้ามวันมินตราก็บอกศาลา แต่พอได้ยินคณินทร์เยาะหยันดูแคลนก็ทำให้เกิดแรงฮึดหันกลับมาตอบโต้

“คุณจงใจแกล้งฉันทุกอย่าง ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น คุณทำตัวคุณเองก็รับผิดชอบตัวเอง”

“นี่เหรอนักข่าวที่ใฝ่ฝันอยากทำข่าวอาชญากรรม เจอแค่นี้ก็ยอมแพ้ ไม่มีความอดทน ก็คงเป็นจริงอย่างเขาว่าเด็กรุ่นใหม่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เอาแต่หนีปัญหา”

“มันคนละเรื่องกันนะคุณ”

“มันเรื่องเดียวกัน ฉันแค่ลองใจเธอ เธอยังทนไม่ได้ แล้วเธอจะอดทนกับปัญหาใหญ่ๆได้ยังไง งานยาเสพติดน่ะเธอต้องเจออะไรอีกเยอะ มันไม่ใช่แค่มีไมค์มีกล้องแล้วจะทำได้ เธอต้องทำงานร่วมกับคนอื่น กับคนที่คุณไม่รู้จัก คนเถื่อนถ่อยไร้มารยาท เธอต้องเจอภาวะที่หนักหนาสาหัส นักข่าวบางคนต้องเสี่ยงตายเข้าไปในเขตยิงต่อสู้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้กินไม่ได้นอน เธอทำได้ไหมล่ะ...ฉันไม่น่าเสียเวลาพล่ามสอนคนไม่เอาถ่าน เธอมันก็แค่กากในวงการข่าว”

หญิงสาวโกรธเนื้อตัวสั่นและต้องการพิสูจน์ตัวเองเพื่อเอาชนะคนอย่างเขา ไม่ว่าคณินทร์จะกลั่นแกล้งยังไงก็อดทน ขนาดเขาเทชามข้าวต้มทิ้งก็ยังอุตส่าห์จะไปทำอาหารมาให้ใหม่ แต่ปรากฏว่าข้าวของในครัวไม่มีอะไรให้ทำสักอย่าง คณินทร์ให้เธอออกไปซื้อหน้าปากซอย

มินตราหงุดหงิดมาก เดินออกจากบ้านไปปากซอยมองหาร้านอาหารแต่ไม่เจอสักร้าน ระหว่างนี้ได้ยินเสียงไลน์ดัง กดดูเป็นของปรมัตถ์ส่งมา ซึ่งเป็นข้อความให้กำลังใจได้ดีทีเดียวในช่วงเวลาแบบนี้

“เหนื่อยไหมครับ สู้ๆนะครับ ผมเป็นกำลังใจให้”

ข้อความนั้นและสติกเกอร์น่ารักๆ ทำให้หญิงสาวยิ้มได้ อารมณ์ดีขึ้น และรู้สึกผ่อนคลาย เธอตั้งสติ

ก้าวเดินหาร้านอาหารต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

ฝ่ายปรมัตต์อยู่ที่โต๊ะทำงาน นั่งอมยิ้มจ้องโทรศัพท์มือถือจนมาโนชกับสุจิตราแปลกใจ พอรู้ว่าหัวหน้ารอการตอบกลับจากมินตราต่างพากันช่วยลุ้น แต่รอนานเข้าปรมัตถ์ก็เริ่มใจเสีย บ่นออกมา

“เมื่อคืนก็ส่งไปแต่เขาไม่ตอบ คงปิดจ๊อบแล้วล่ะ”

พูดขาดคำเสียงไลน์ดังขึ้น ปรมัตถ์ตื่นเต้นดีใจโพล่งขึ้นมา “คุณมินเธอไลน์ตอบแล้ว”

มาโนชกับสุจิตราพลอยตื่นเต้นอยากรู้ว่าเธอตอบอะไรมา แต่ปรมัตถ์กลับไม่ยอมให้ดูแถมยังพูดตัดบทด้วยท่าทีเคร่งขรึมว่า

“ความลับทางราชการ...ไปทำงานกันได้แล้ว”

มาโนชกับสุจิตราผิดหวังเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเองด้วยท่าทีเซ็งๆ ตรงข้ามกับปรมัตถ์ที่กดอ่านข้อความด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณสำหรับกำลังใจ...ในวันฟ้าหม่นค่ะ”

ข้อความนั้นทำให้ปรมัตถ์สดชื่นมีความสุข มีกำลังใจที่จะสานสัมพันธ์กับเธอต่อไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เข้ม-อ๊อฟ" ขอบคุณแฟนละคร “เผาขน” ฟาดเรตติ้งเปิดตัวสูงสุดของปี

"เข้ม-อ๊อฟ" ขอบคุณแฟนละคร “เผาขน” ฟาดเรตติ้งเปิดตัวสูงสุดของปี
17 พ.ค. 2564

12:00 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:10 น.