ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเจ้าหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

“เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของ ประชาชน”

คือวิสัยทัศน์ของตำรวจที่ต้องยึดเป็นแนวนโยบาย โดยต้องเป็นข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ ความสามารถ รู้ลึก รู้รอบ รู้จริง ในงานที่ทำและต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ซื่อตรง อดทน เสียสละ ต้องขยัน และมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดต้องตระหนักเสมอว่าเป้าหมายการทำงานของตำรวจคือความผาสุกของประชาชน

ร.ต.อ.คณินทร์ เวโรจน์ มือปราบหนุ่มบ้าดีเดือด สังกัดกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด คือนายตำรวจที่ยึดมั่นในหลักการนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด ด้วยอุดมการณ์ส่วนตัวที่มีการตายของบิดาซึ่งเป็นอดีตตำรวจสายสืบยาเสพติดที่ถูกหัวหน้าเครือข่ายองค์กรยาเสพติดข้ามชาติ กลุ่ม DEAD HERO ฆ่าตาย กลายเป็นแรงขับในการทำหน้าที่

คณินทร์มุ่งมั่นที่จะทำลายล้างองค์กรนี้ให้หมดไปจากประเทศไทย โดยทุ่มเทการทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย และแล้วคณินทร์ก็ได้เบาะแสว่ากลุ่ม DEAD HERO กำลังจะจัดปาร์ตี้ขอบคุณเอเย่นต์ขายยาในผับใจกลางกรุง ซึ่งมีไอ้แหลม ผู้ดูแลเครือข่ายเอเย่นต์ทั้งหมดเดินทางมาเป็นโต้โผในงาน

คณินทร์พรางตัวลุยเดี่ยวเข้ามาหมายเล่นงานไอ้แหลมให้อยู่หมัด แต่มันไหวตัวชิงหนีไปแล้วยัง

ทำให้คณินทร์ต้องกลายเป็นขโมยในพริบตา เพราะเขาคว้ามอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านติดตามมันไปโดยไม่ทันได้ขอยืม

เสียงเจ้าของรถโวยวายว่าตำรวจขโมยรถทำให้ผู้คนบริเวณนั้นแตกตื่น รวมทั้งมินตราที่เพิ่งใส่บาตรเสร็จและเตรียมตัวจะไปทำงานให้ทัน แต่แล้วเธอต้องมา

เสียเวลากับเหตุการณ์ตรงหน้า คณินทร์ทำให้เธอเสียหลักเกือบล้มถ้าไม่ตะปบคอเสื้อเขาไว้จนสร้อยที่คอหลุดติดมือมา

มินตราพยายามจะตามเอาสร้อยไปคืน โดยเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไล่จี้ แต่ก็คลาดกันไปจนได้ เพราะ คณินทร์มุ่งมั่นจะเล่นงานไอ้แหลมจึงไม่รู้ว่าสร้อยตัวเองหาย

ไอ้แหลมไม่ได้มาคนเดียว แต่มันส่งสัญญาณเรียกกลุ่มวัยรุ่นติดยามาเป็นแนวร่วม คณินทร์ต้องระวังเป็นพิเศษในการปราบปราม การปฏิบัติงานยากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

ooooooo

เมื่อตามเจ้าของสร้อยไม่ได้แล้ว มินตรา นักข่าวสาวสวยรีบไปยังจุดนัดหมายที่มีการถ่ายทำรายการทีวีโดยมีเพ่ยเพ่ยซุปเปอร์สตาร์หน้าใหม่เป็นแขกรับเชิญ

แต่เพราะมินตรามาสายทำให้เพ่ยเพ่ยกับผู้จัดการส่วนตัวไม่พอใจอย่างแรงถึงกับยกเลิกการถ่ายทำ แม้มินตรากับจิระตากล้องคู่ใจจะวิงวอนขอร้องยังไงก็ไม่เป็นผล แถมยังโดนผู้จัดการสาปส่งไม่ขอเจอหน้า

นักข่าวไร้คุณภาพอย่างมินตรา แล้วพอกลับไปออฟฟิศก็โดนอุมา บก.ข่าวเล่นงานซ้ำอีก

มินตราเล่าสาเหตุที่ไปสายเพราะช่วยจับโจรปล้นรถ แล้วโจรคนนั้นก็เป็นตำรวจเสียเองด้วย อุมาไม่ต้องการรับรู้อะไร เธอรู้แต่ว่ามินตราทำให้งานเสียหาย เลยบ่นลูกน้องเป็นกระบุงก่อนจะให้โอกาสแก้ตัวใหม่อีกครั้ง...

ส่วนทางด้านคณินทร์ตัวต้นเหตุที่ทำให้มินตราไปทำงานไม่ทัน เขายังคงไล่ล่าไอ้แหลมกับแนวร่วมอย่างไม่ลดละ แต่แล้วไอ้แหลมกลับเป็นฝ่ายล่อหลอกจนคณินทร์พลาดท่าเกือบแย่ถ้าไม่ได้ปรมัตถ์เพื่อนตำรวจด้วยกันเข้ามาช่วย

คณินทร์โกรธแค้นไอ้แหลม คิดจะตามล่าตัวมันอีก ผลักปรมัตถ์ที่พยายามห้ามปรามให้หยุดพร้อมกับตวาดถามว่ารถของเขาอยู่ไหน ตนจะตามไปฆ่ามัน

“แกหยุดบ้าได้แล้ว มันหนีไปแล้ว”

คณินทร์ไม่ฟังเสียงห้าม วิ่งพล่านมองหาไอ้แหลมไปทั่วทิศ เมื่อไม่เห็นร่องรอยของมันก็ระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะตามปรมัตถ์กลับไปพบ พ.ต.อ.เจษฎา ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา

“ผู้กองคณินทร์ ผมกำชับกี่ครั้งแล้วให้คุณเลิกปฏิบัติการลุยเดี่ยว”

“ผู้กำกับครับ...เป็นเหตุซึ่งหน้าครับ”

เจษฎาวางภาพถ่ายซึ่งเป็นภาพแอบถ่ายคณินทร์ที่ไปคอยดักสืบและสะกดรอยพวกไอ้แหลมอยู่หลายวัน คณินทร์รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือปรมัตถ์ หันขวับไปมองอย่างไม่พอใจ เจษฎาตำหนิคณินทร์ว่า

“ตำรวจกลายเป็นโจรขโมยรถ รถประชาชนเสียหาย ภาพลักษณ์ตำรวจที่มันแย่อยู่แล้วก็แย่ลงไปอีก...คุณอย่าลืมสิ หน้าที่ของเราคือรักษาความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน”

“ผมยึดมั่นในข้อนี้เสมอครับ ผมถึงต้องทำทุกทางเพื่อจับไอ้แหลมก่อนที่มันจะขายยาทำลายชีวิตคนอีกมาก ถ้าผมจับมันได้ก็สาวถึงหัวหน้า ปิดคดีแก๊ง DEAD HERO”

“แต่สิ่งที่นายทำ มันไม่คุ้มกันเลย หลักฐานไม่พอที่จะเอาผิด ผู้ต้องหาเป็นแค่ผู้เสพ พวกกุ๊ยที่จับได้ก็แค่ปลายแถว ถ้านายไม่ทำตัววันแมนโชว์ แจ้งให้ทีมวางแผนร่วมกันคงจับไอ้แหลมได้”

คณินทร์ทนฟังปรมัตถ์ต่อว่าไม่ไหว พูดใส่หน้าว่าตนไม่เคยคิดทำงานเอาหน้าเหมือนเขา ปรมัตถ์ฉุนกึกทำท่าจะตอบโต้ แต่เจษฎาขัดขึ้นเสียก่อนว่า

“ผมเห็นด้วยกับปรมัตถ์ นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ...ท่านให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันทุกหน่วยทุกองค์กร แม้กระทั่งทำงานร่วมกับพลเรือน ฮีโร่ไม่ได้หมายถึงหนึ่งเดียว ผมยังเชื่อมั่นในการทำงานเป็นทีม”

“ผู้กำกับครับ ผมไม่เคยคิดเป็นฮีโร่ ไม่อยากได้แม้เหรียญเกียรติยศ ผมแค่ต้องการทำลายล้างพวกมัน ก่อนที่พวกมันจะใช้ยาเสพติดบั่นทำลายประเทศชาติ คนชั่วอย่างพวกมันไม่สมควรมีลมหายใจอยู่ต่อไป”

“แต่นายไม่ควรวู่วาม”

“แกไม่เคยสูญเสีย แกไม่มีวันเข้าใจ”

คณินทร์ตวาดใส่ปรมัตถ์ที่หาว่าเขาวู่วาม แล้วเดินออกไปทันที ปรมัตถ์ได้ยินคำว่าสูญเสียก็หน้าสลด เพราะรู้ปมชีวิตของคณินทร์อยู่เหมือนกัน

พ่อของคณินทร์โดนแก๊งค้ายาเสพติดยิงตาย

หน้าบ้านพร้อมกับแม่ ตอนนั้นคณินทร์สิบขวบ เห็นภาพพ่อแม่สิ้นใจจมกองเลือดกับตาตัวเอง ภาพนั้นยังตามหลอกหลอนเขาไม่รู้ลืม...

ในวันถัดมา เจษฎาพาคณินทร์กับปรมัตถ์เข้าพบ ผบ.ตร. เนื่องจากมีภารกิจสำคัญ

“ผมเรียกพวกคุณมาเพราะมีภารกิจสำคัญ ทางกระทรวงกลาโหมทำหนังสือสำคัญเรื่องผู้ก่อการร้ายตั้งกองกำลังทำลายความมั่นคงของชาติ ค้าอาวุธสงครามและค้ามนุษย์ ผู้กองคณินทร์ย่อมทราบดี คุณเองก็เข้าร่วมปฏิบัติการ”

“ครับผม”

“หน่วยข่าวกรองรายงานว่า แก๊ง DEAD HERO เครือข่ายค้ายาเสพติดที่พวกคุณปฏิบัติการไล่ล่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญให้กับองค์กรนี้ เราจำเป็นต้องตัดท่อน้ำเลี้ยงและปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด ผมจึงขอแต่งตั้งให้ผู้กำกับเจษฎา เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษเสือดาว และพวกคุณคือกำลังสำคัญของชุดพิเศษ พร้อมทีมสนับสนุนอีกสองคน”

ร.ต.ท.มาโนช และ ร.ต.ท.หญิงสุจิตรา ก้าวเข้ามารายงานตัว

“ผมเลือกพวกคุณเพราะพวกคุณเคยร่วมปฏิบัติการพิเศษชุดสยบไพรีมาก่อน และผลงานของพวกคุณก็เป็นที่น่าพอใจ ผมขอให้พวกคุณปฏิบัติภารกิจพิเศษเสือดาวได้สำเร็จตามเป้าหมาย และข้อสำคัญขอให้ทุกคนปฏิบัติงานเป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน”

ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนทำความเคารพและรับคำสั่งจาก ผบ.ตร.โดยพร้อมเพรียง

ooooooo

เมื่อได้โอกาสแก้ตัวจากอุมาซึ่งพยายามนัดเพ่ยเพ่ยถ่ายทำรายการทีวีอีกครั้ง มินตรากับจิระเตรียมความพร้อมแล้วพากันไปที่วัดซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำ

มินตราเตรียมชุดรำไทยมาใส่ดำเนินรายการ

เพื่อให้เข้ากับความฝันของเพ่ยเพ่ยที่ได้ข้อมูลมาจากอุมา แต่กลายเป็นพอมินตราอยู่ในชุดรำไทยสวยงาม กลับโดนผู้จัดการของเพ่ยเพ่ยด่ากระจายว่าใส่มาเพื่อฆ่าซุปตาร์ของตน

มินตราอึ้งเหวอ ไม่เข้าใจว่าใครฆ่าใคร ผู้จัดการหมั่นไส้กระแทกเสียงใส่ทันที

“แหกตาดูชุดหล่อน แล้วดูชุดน้องเพ่ยเพ่ยสิคะ”

มินตราหันไปที่ศาลาเห็นเพ่ยเพ่ยในชุดไทยสไบเรียบง่ายกำลังนั่งร้อยมาลัยพวงใหญ่ พอเพ่ยเพ่ยเห็น

ชุดของมินตราก็น้ำตาซึม เพราะตนเองด้อยกว่านักข่าวจนรับไม่ได้

“นี่หล่อนกะฆ่าน้องเพ่ยเพ่ยให้ตายคาศาลาแล้วหามขึ้นเมรุเผา”

“ไม่ใช่นะคะพี่แก้ว”

“หล่อนมันเจ้าคิดเจ้าแค้นที่น้องยกเลิกคิว ก็เลยวางแผนหักหน้าน้อง”

“พี่แก้วแจ้งพี่อุมาว่าน้องเปลี่ยนความฝันจากเล่นงิ้วเป็นรำแก้บน มินก็แต่งชุดรำแก้บนมาให้เข้ากับธีม แล้วทำไมน้อง...”

“น้องฝันอยากเป็นหญิงไทยใจงาม ร้อยมาลัยถวายพระ”

“อ้าว...น้องเปลี่ยนความฝันอีกแล้วเหรอคะ”

“นี่หล่อนกำลังกล่าวหาว่าน้องโลเลไม่มีจุดยืน สับปลับ กลับกลอก ตอหลดตอ...”

โฮ!! เพ่ยเพ่ยร้องไห้สวนขึ้นมาก่อนที่ผู้จัดการจะพูดจบ บอกว่าตนอยากกลับบ้าน ผู้จัดการเลยพาออกไปท่ามกลางสายตาแฟนคลับที่มองตามด้วยความสงสารซุปตาร์คนโปรด

มินตราตัดสินใจก้าวตามสองคนนั้นไปโดยมีจิระรั้งท้าย บรรดาแฟนคลับของเพ่ยเพ่ยเห็นดังนั้นก็กรูตามมาสังเกตการณ์ ทำให้เพ่ยเพ่ยได้ใจ หันมาเผชิญหน้ากับนักข่าวสาวสวยแล้วสาธยายยาวเหยียด

“พี่คะ ถึงเพ่ยเพ่ยจะเป็นดาราหน้าใหม่ แต่ยอดไลค์คนตามไอจีหลักแสนนะคะ พี่จะทำอะไรก็ให้เกียรติกันบ้าง ครั้งที่แล้วพี่ปล่อยให้เพ่ยเพ่ยรอ นี่ยังมาทำให้เสียหน้าอีก แต่ก็เอาเถอะ เพ่ยเพ่ยรู้ว่าพี่ยังไม่ดัง ต้องเกาะกระแสเพ่ยเพ่ยอัพเลเวล เพ่ยเพ่ยจะกลับไปถ่ายรายการให้ค่ะ แต่พี่ต้องกราบขอโทษเพ่ยเพ่ย”

มินตราอึ้งกิมกี่ เหลือเชื่อว่าเพ่ยเพ่ยจะมีความคิดแบบนี้ จิระเองก็เหวอ อยากรู้มินตราจะตัดสินใจยังไง

ปรากฏว่ามินตราเดินเข้ามาเผชิญหน้าเพ่ยเพ่ยในระยะใกล้ ตอบโต้นิ่มๆแต่เจ็บแสบไปถึงทรวง

“พี่เรียนนิเทศเพราะพี่มีฝันอยากเป็นนักข่าว อยากมีชื่อเสียงและมีคุณภาพ พี่จะยอมทำทุกอย่างที่ถูกต้องเพื่อความฝันของพี่ ส่วนน้อง...ถ้ายังหาความฝันไม่เจอก็หยุดทำลายฝันคนอื่น แล้วตั้งสติหาฝันตัวเองให้เจอก่อนจะแก่ตาย ไม่งั้นน้องจะกลายเป็นขยะเปียกในวงการ”

เพ่ยเพ่ยหน้าเสียแทบร้องไห้ ผู้จัดการโกรธมินตรามาก ประกาศจะเอาเรื่องให้สถานีปลดออก มินตราไม่สน

เดินกลับมาที่รถ แต่จิระวิตกกังวลเพราะไม่ได้งานตามคำสั่งอุมา เขาก้าวตามมาถามนักข่าวคู่ใจว่าจะทำยังไงดี

มินตราไม่ตอบแต่ถอดบัตรนักข่าวส่งให้จิระไปคืนพี่อุมา จิระตกใจหน้าเจื่อนทำท่าจะท้วง แต่มินตราตบบ่าเขาแล้วย้ำว่า

“แกเป็นคนถ่ายภาพสวย อย่าทิ้งความฝัน”

พูดไปแล้วมินตราก็เจ็บปวดที่ต้องทิ้งความฝันของตน จิระเสียดายและเสียใจรีบกลับมาบอกอุมาพร้อมกับนำบัตรนักข่าวของมินตรามาคืนด้วย

อุมาคาดไม่ถึงว่ามินตราจะวู่วามขนาดนี้ เธอเสียดายความสามารถของลูกน้อง ไม่ยอมให้หนีปัญหาไปง่ายๆ จึงตามไปเคาะประตูบ้านเรียกมินตราให้ออกมาคุยกัน แต่ต้องผิดหวังเพราะเจ้าตัวไม่อยู่บ้าน

ooooooo

มินตราอยู่ที่ตลาดไม่ไกลจากบ้าน กำลังซื้อกล้วยทอดตั้งใจเอาไปฝากน้องชาย แต่ไม่ทันจะกลับออกจากร้านก็ได้ยินเสียงชาวบ้านพูดกันเซ็งแซ่ว่าพวกขี้ยาหลังวัดก่อเรื่องอีกแล้ว

เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแหวกอากาศขึ้นมาดังลั่น มินตราที่ตอนแรกตัดใจจะไม่ยุ่งต้องเปลี่ยนใจกะทันหัน วิ่งไปยังบ้านที่มีคนร้องขอความช่วยเหลือ

“ป้ามีเรื่องอะไรกัน”

“ไอ้พวกขี้ยามันแอบไปต้มใบกระท่อมในบ้านป้า พวกมันต้องเข้าไปขโมยเงินของป้า”

“มันหนีไปทางไหนป้า”

พอป้าชี้บอกทาง มินตราวิ่งพรวดไปทันที โดยไม่รู้ว่าตำรวจกำลังไล่กวดเล่นงานพวกขี้ยาอยู่

จ่าขจรโทร.ตามคณินทร์มาจับวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาและก่อความเดือดร้อนภายในชุมชน คนแรกที่จับได้

คือจอม ส่วนบอยกับโน้ตวิ่งหนีไปได้

มินตรารู้ทางหนีทีไล่ ดักหน้าบอยแล้วพยายามล็อกตัว แต่บอยใช้มีดพกขนาดเล็กจะแทงเธอ โชคดีที่คณินทร์พุ่งเข้ามาถีบไอ้ขี้ยากระเด็นไป มินตราขอบคุณเขาแล้ววิ่งตามบอยไปอีกทั้งที่ตัวเองโดนคมมีดที่แขนเป็นได้เลือด

สุดท้ายทั้งคณินทร์และมินตราก็ตามจับบอยกับโน้ตไม่ได้ เพราะมีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งโฉบมารับสองคนนี้ไปต่อหน้าต่อตา

มินตราไม่สบอารมณ์ อยากจะตามไปจับมันให้ได้ แต่คณินทร์จับแขนเธอไว้ เลยมีการจ้องหน้ากัน ทำให้เธอจำเขาได้

“ไอ้โจรขโมยรถ!! แกขวางฉัน เด็กพวกนั้นเป็น ลูกน้องแกใช่มั้ย”

คณินทร์ในชุดตำรวจนอกเครื่องแบบทำหน้างง แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงบอกให้เธอรีบไปทำแผลก่อน มินตราไม่เชื่อและไม่ไว้ใจ กล่าวหาเขาหน้าตาเฉย

“แกไม่ต้องแสร้งทำดี แกมันพวกเดียวกัน”

“ผู้กองครับ” เสียงจ่าขจรดังมา มินตราหันขวับ ไปทันที

จ่าขจรเข้ามาทำความเคารพผู้กองคณินทร์ก่อนจะเร่งเขาให้พาผู้หญิงไปทำแผล เพราะเลือดไหลไม่หยุด มินตรามองแขนตัวเองก็เห็นจริงอย่างที่จ่าว่า เลยปฏิเสธไม่ได้...

คณินทร์พามินตราไปทำแผลที่สถานีตำรวจ ระหว่างนี้อุมากับจิระรีบร้อนเข้ามาด้วยความเป็นห่วง แต่ดันมาเจอผัวเมียคู่หนึ่งกำลังทะเลาะกันเอ็ดอึงจนเกือบจะโดนลูกหลง กว่าจะหาจังหวะแจ้งกับจ่าและนายดาบได้ว่าตนมาหาลูกน้องก็เล่นเอาเสียเวลาพอสมควร

ooooooo

ทำแผลเสร็จ มินตราขอบคุณคณินทร์และเริ่มรู้สึกดีกับเขาขึ้นมาบ้าง แต่ยังไม่ทันจะออกไปพ้นห้องก็ต้องอารมณ์เสียเพราะโดนเขาตำหนิ

“คุณกลับได้แล้ว คราวหน้ามีอะไรก็เรียกตำรวจ อย่าอวดเก่งอวดดี”

“คุณไม่คิดจะขอบคุณฉันสักคำ ยังตำหนิพลเมืองที่ช่วยทำดี เพราะพวกคุณคิดแบบนี้ บ้านเมืองถึงไม่พัฒนา”

“ถ้าไม่มีคุณเป็นภาระ ป่านนี้ผมก็ไล่จับได้แล้ว”

มินตราไม่พอใจจะอ้าปากเถียง แต่พอดีอุมากับจิระปรี่เข้ามาขัดจังหวะ

“มิน...แกเป็นไงบ้าง เรื่องเป็นไงมาไง แกโดนปล้น โดนฉุด รึโดน...” อุมาหยุดชะงัก มองผู้กองหนุ่มอย่างจำได้ “ผู้กองคณินทร์...สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอผู้กองนานเลย ผู้กองสบายดีนะคะ”

“ครับ” คณินทร์ตอบรับด้วยรอยยิ้มแล้วเหลือบไปเห็นจ่าขจร จึงเรียกเข้ามาซักถามเรื่องวัยรุ่นที่จับได้หนึ่งคน

“วัยรุ่นที่ผู้กองจับใส่กุญแจมือ มีคนช่วยหนีไปแล้วครับ คนในชุมชนก็เครือญาติกันทั้งนั้น”

“ผมฝากจ่าตามต่อ ไม่อยากให้พวกมันไปก่อคดีหรือทำร้ายใครอีก”

“เมื่อไหร่ประชาชนจะพึ่งตำรวจได้สักที คดีเด็กวัยรุ่นก็คว้าน้ำเหลว ปัญหายาเสพติดที่ค้าขายเป็นขบวนการก็คงไม่มีหวัง...หรือคุณจะเถียงว่าฉันพูดเกินจริงคะผู้กอง”

มินตราจงใจพูดแขวะตำรวจ คณินทร์เจ็บใจแต่เลือกที่จะนิ่งเงียบเพราะมันคือเรื่องจริงแล้วเดินเลี่ยงออกไป

“เจ๊เห็นไหมล่ะ พูดไม่ออก เพราะมินพูดเรื่องจริง... จ่าคะ ในฐานะประชาชน ฉันขอฝากด้วยนะคะ ช่วยปราบปรามยาเสพติดให้หมด ไม่งั้นคนบริสุทธิ์ต้องรับกรรมจากความผิดพลาดหรือด้อยประสิทธิภาพของตำรวจ”

อุมาสะดุ้งวาบกับถ้อยคำรุนแรงของมินตรา รีบขอโทษจ่าขจรแทนลูกน้องของตน แล้วยกมือไหว้บอกลาก่อนก้าวตามมินตราที่เดินลิ่วไป
อุมากับจิระตามมาติงมินตราว่าพูดแรงเกินไป แต่มินตราเชื่อมั่นว่าตัวเองไม่ได้พูดแรง แค่ไม่มีใครกล้าพูดเหมือนตนเท่านั้น

“จ้า...เอางี้ หมดทุกข์หมดโศกแล้วไปหาของกินอร่อยๆสะเดาะเคราะห์ ฉันเลี้ยงเอง”

อุมาเสนอตัว แต่มินตราปฏิเสธเพราะเธอจะไปหา น้องชายที่วัด อุมากับจิระได้ยินถึงกับหน้าสลด สงสารมินตราที่สูญเสียน้องชายด้วยน้ำมือของชายคลั่งยาเสพติด...

ooooooo

หลังผิดหวังจากการตามไล่ล่าไอ้แหลมเมื่อหลายวันก่อน...วันนี้คณินทร์ได้เบาะแสใหม่จากสายสืบของตนที่เข้าไปคลุกวงในว่ามีการจัดปาร์ตี้เลี้ยงเอเย่นต์ค้ายาเสพติดอีกครั้งที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง

ผู้กำกับเจษฎามอบหมายภารกิจนี้ให้ชุดปฏิบัติการเสือดาวโดยให้คณินทร์เป็นหัวหน้าและขอกำลังเสริมจากหน่วยอรินทราช ปรมัตถ์ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ คณินทร์ไม่ชอบใจนัก แขวะคณินทร์ว่าชอบทำงานเอาหน้าอยู่คนเดียว

คณินทร์ไม่ใส่ใจ ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่เพื่อกวาดล้างพวกค้ายาเสพติดให้หมดไป เขานำทีมบุกจู่โจมงานปาร์ตี้ แต่ไอ้แหลมพาหัวหน้าแก๊งที่ไม่เคยมีใครเห็นโฉมหน้าแท้จริงภายใต้หน้ากากหนีไปได้แล้วย้อนกลับมายิงสายสืบของคณินทร์ตายคาที่

คณินทร์ตกใจและเสียใจมาก ไล่ล่าพวกไอ้แหลมเพื่อแก้แค้นให้สายสืบอย่างไม่กลัวตาย ร่วมด้วยปรมัตถ์ มาโนชและสุจิตรา ทุกคนตามมาถึงท่าเรือและเห็นพวกไอ้แหลมหนีลงเรือเร็วไป คณินทร์ทำท่าจะกระโดดลงเรือเร็วอีกลำที่จอดเทียบท่าแต่ปรมัตถ์ร้องห้ามไม่ให้วู่วาม ต้องการให้มาโนชสแกนเรือก่อน แต่คณินทร์ใจร้อนเกินกว่าจะรอ กระโดดลงเรือขับไล่ล่าคนร้ายไป

ปรมัตถ์หัวเสียกับความใจร้อนของคณินทร์ เร่งสุจิตราให้ประสานตำรวจทางน้ำด่วน แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดการไล่ล่ากันด้วยเรือเป็นเวลายาวนาน ก่อนที่วาทิศหัวหน้าแก๊งยาเสพติดจะใช้ระเบิดเล่นงานเรือที่คณินทร์ขับจนแหลกเป็นจุณแล้วตัวเองกับสมุนพากันหนีไปอย่างไร้ร่องรอย

คณินทร์ดวงแข็ง รอดตายและถูกค้นพบในสภาพหมดสติอยู่ใต้น้ำแล้วถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจอย่างเร่งด่วน

เมื่อฟื้นขึ้นมาคณินทร์ยังโกรธพวกแก๊งค้ายา จะดึงสายน้ำเกลือและสายเครื่องต่างๆที่ติดตามร่างกายออกเพื่อไปไล่ล่าพวกมันอีก แต่มาโนชกับสุจิตราถือของเยี่ยมเข้ามาเห็นเสียก่อน

สองคนช่วยกันห้ามคณินทร์โกลาหลแต่ไม่เป็นผล กระทั่งปรมัตถ์โผล่เข้ามาอีกคน ตวาดเสียงเขียวว่า

“แกออกไปตอนนี้ ก็ทำอะไรมันไม่ได้”

คณินทร์ชะงัก...แล้วพอรู้ว่าคนร้ายหนีลอยนวลไปได้ก็ต่อว่าปรมัตถ์อย่างหัวเสีย

“มันหนีไปได้ ก็ใช้หลักฐานที่มีเอาผิดมันสิวะ”

“พวกเอเย่นต์ที่จับได้ไม่ปริปากสักคำ ทนายปกป้องและกีดกันทุกทาง ยืนยันจะให้การในชั้นศาล”

คำพูดของสุจิตราทำให้คณินทร์นิ่งลง ก่อนจะนึกเรื่องหลักฐานที่สายสืบของตนเก็บมาได้ ถามมาโนชว่ากู้ไฟล์ได้อะไรบ้างไหม

“ผู้กองก็เห็นว่าถูกยิงเละ ข้อมูลน่าจะถูกทำลาย หมดแล้ว”

“อะไรกัน!! สายของฉันตายเพื่อหาหลักฐานสำคัญ แต่พวกแกกลับทำอะไรไม่ได้สักอย่าง คนของฉันต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่ออะไร”

“ทุกคนพยายามทำเต็มที่แล้ว” ปรมัตถ์พูดโพล่ง

“ถ้าเต็มที่ก็ต้องจับได้สาวตัวถึงพวกมันได้...สุจิตรา คุณไปสืบสวนพวกมัน เค้นให้ถึงตัวการใหญ่ มาโนช...นายทำไงก็ได้กู้ข้อมูลมาให้ได้ ส่วนแก...ปรมัตถ์ แกไปลากตัวมันมา ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไปซะ”

“แกก็ดีแต่โยนความผิดให้คนอื่น ภารกิจล้มเหลวเพราะมีแกเป็นหัวหน้า ฉันสงสารสายของแกว่ะ คนที่ ต้องตายไม่ควรเป็นเขา แต่น่าจะเป็นแก”

ปรมัตถ์ตอกกลับแล้วเดินออกไป คณินทร์รู้สึกเสียหน้า มาโนชกับสุจิตรารับรู้ถึงความรู้สึกคณินทร์ ให้กำลังใจและรับปากว่าพวกตนจะพยายามทำให้ดีที่สุด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"
12 พ.ค. 2564

05:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 06:00 น.