ตอนที่ 6
อนิรุทธิ์แปลกใจว่าวิกันดาไปไหน ถามนวลก็ไม่รู้เรื่อง นวลถือโอกาสออดอ้อนว่าไม่ชอบอรอินทร์ คิดว่าเธอทำเสน่ห์เขาแน่ๆ อนิรุทธิ์จึงรู้ว่าที่นวลทำร้ายอรอินทร์เพราะเหตุนี้ จึงนึกขำช่างบ๊องแต่ก็น่ารัก...ถึงยังห่วงวิกันดา พยายามโทร.หาแต่ก็มีแก่ใจหยอกเย้าเด็กในบ้าน
ด้านวิกันดาเข้ามาในห้องที่บรรยากาศทึบน่ากลัว คิดจะเดินออก แต่หมอเสน่ห์โผล่มาบอกให้เธอถอดเสื้อจะลงนะหน้าทองเสริมมงคลให้ผัวรักผัวหลง วิกันดารีบ ปฏิเสธและว่ามีธุระต้องรีบไป แต่เขาไม่ยอมพยายามจะปลุกปล้ำ เธอจึงร้องกรี๊ดๆให้คนช่วย ต่อสู้สุดฤทธิ์วิ่งมาทุบประตูโครมๆ หมอเสน่ห์หัวเราะร่ามองด้วยสายตาโลมเลีย นานๆจะมีขาวๆสวยๆมาเป็นเหยื่อ
โชคดีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งไปแจ้งความเอาตำรวจบุกมาจับจึงช่วยวิกันดาไว้ได้ทัน วิกันดามีท่าทีตกใจกลัวมากจนทำอะไรไม่ถูก อับอายกลัวเป็นข่าวด้วยความโง่ของตัวเอง มือไม้สั่นโทร.หาอนิรุทธิ์แต่เขาไม่รับสาย ฟุบหน้าร้องไห้อยู่กับพวงมาลัยรถ ทันใดเจนจบโทร.เข้ามา เธอดีใจมากให้เขามาช่วย เจนจบรีบนั่งแท็กซี่มาที่เกิดเหตุ
ด้วยไม่รู้จะไปไหน เจนจบพาวิกันดามานั่งสงบสติอารมณ์ที่บ้านตน แล้วค่อยขับรถไปส่ง เขาเลียบเคียงถามว่าเธอไปทำอะไรที่นั่น วิกันดายอมรับว่าตัวเองหน้ามืดไม่รู้งมงายไปได้อย่างไร เจนจบสงสารและเข้าใจว่าเธอเครียดไม่มีทางออก เขาเผลอพูดว่ายินดีทำทุกอย่างให้เธอ วิกันดาชะงักนิ่งๆ เจนจบจึงรู้สึกเขินกับคำพูดของตัวเอง
ระหว่างนั้นวิกันดาเห็นข่าวในทีวี เป็นข่าวบุกจับหมอเสน่ห์ลวงโลก เห็นตัวเองเดินผ่านกล้องแต่ดีที่มีกระเป๋าปิดหน้าจึงไม่มีใครจำได้ ตั้งปณิธานจะไม่ทำอะไร โง่ๆอีก
ตกค่ำ เจนจบขับรถมาจอดหน้าบ้าน วิกันดาโทร.เรียกแท็กซี่ให้เขากลับ แต่แล้วเห็นอรอินทร์เดินจับมือกับอนิรุทธิ์อยู่ในบ้านก็หยุดมองนิ่ง เจนจบจะเข้าไปช่วยดึงอรอินทร์ออกมา
“อย่าค่ะ ปล่อยเขาไปก่อน”
“ผมไม่เข้าใจเลย ทำไมคุณถึงใจดีกับอรอินทร์มากขนาดนี้ เขาทำแบบนี้ยังทำเฉยไม่รู้ไม่เห็นอีกเหรอ”
“อรอินทร์ฉลาดเข้าใจแหย่ จี้ใจดำให้คนลุกขึ้นเต้น ถ้าฉันเอาเรื่องจริงๆเขาจะทำให้ฉันเป็นนางร้ายในสายตาทุกคน โดยเฉพาะกับคุณรุทธิ์”
“แล้วจะเป็นอย่างนี้อีกนานแค่ไหน ผมเป็นห่วง คุณจริงๆนะ”
วิกันดาอึ้งบอกเขาอีกไม่นาน...ในคืนนั้นวิกันดานั่งทายารอยช้ำตามแขนของตัวเองอยู่ อนิรุทธิ์ออกจากห้องน้ำท่าทางอารมณ์ดี เข้ามาดึงแขนเธอไปดูถามอย่างห่วงใย เธอประชดเพิ่งเห็นหรือ เขายอมรับว่าไม่ทันสังเกตปลอบอย่างอนและเอาใจหวีผมให้พร้อมกับชื่นชม
“ไม่งอนก็ดี เมียผมตอนยิ้มสวยที่สุดในโลกเลย ไหนยิ้มหวานๆให้ชื่นใจหน่อย”
วิกันดาฝืนยิ้มขื่นๆ ตัดพ้อ “ตั้งแต่อรอินทร์มาอยู่ที่นี่ คุณเองก็ไปเอาใจใส่แต่เขา นี่ถ้าคนไม่รู้จักมาเห็น คงนึกว่าเขาเป็นเมียไม่ใช่ฉัน” อนิรุทธิ์หาว่าคิดมาก เธอปัด “ก็พูดเฉยๆ ไปนอนเถอะค่ะ เดี๋ยววิทาครีมอีกแป๊บนึง”
“ไม่ต้องทาก็หอมแล้ว” อนิรุทธิ์โอบกอดหอมซุกไซ้ก่อนจะอุ้มช้อนตัวไปที่เตียง
อรอินทร์เดินมาตามอนิรุทธิ์ที่ห้อง ตั้งใจจะเคาะประตูแต่เปลี่ยนใจเปิดเข้าไปดื้อๆ แล้วต้องตกใจร้องว้าย! เมื่อเห็นเขากำลังซุกไซ้กับวิกันดาบนเตียง ทั้งสองสะดุ้งลุกพรวดขึ้น อนิรุทธิ์ถามเสียงเข้มเข้ามาทำไม เธออึกอักๆแก้ตัวว่าจะขอให้ไปช่วยดูโคมไฟหัวเตียงมันดับ เขาปัดจะดูให้พรุ่งนี้ แต่อรอินทร์ว่าอยู่มืดๆไม่ได้ วิกันดาทำทียิ้มหวานแตะบ่าอนิรุทธิ์เอาคางเกยกระซิบข้างหูเขา “ไปดูเถอะค่ะ กลับมาเร็วๆนะคะ วิจะรอ” เธอจุ๊บแก้มเขาเบาๆ
อรอินทร์เหวอไม่คิดว่าวิกันดาจะกล้าทำต่อหน้า อนิรุทธิ์ยิ้มปลื้มรับคำจะรีบกลับมา...พอมาถึงห้อง
อรอินทร์กลับไม่มีไฟดวงไหนเสีย เธอปลดเสื้อคลุมออกเผยชุดนอนเซ็กซี่โอบกอด
“ไม่มีหรอก อรแค่เหงาอยากให้มานอนด้วย อย่าหาว่าหลอกเลย พี่รุทธิ์ไม่คิดถึงอรหรือ”
“คิดถึงสิ แต่ไม่ได้หรอก ถ้านอนนี่วิเขาจะคิดยังไง”
“แล้วพี่รุทธิ์ไม่ห่วงความรู้สึกอรบ้างเหรอคะ บ่นว่าเบื่อที่บ้าน แต่อรเห็นก็สวีตกับคุณพี่ทุกคืน อรเนี่ยสิ... เหมือนคนถูกทิ้ง”
“ก็ไม่ได้ทิ้ง แต่พี่อยากให้รู้กาลเทศะหน่อย อย่างเมื่อกี้ไม่ดีเลย ยังไงที่นี่ก็เป็นบ้านพี่กับวิ อรต้องให้เกียรติเขาบ้าง”
อรอินทร์ปั้นปึ่งขอโทษ อนิรุทธิ์ย้ำถ้าอยู่กันสองคนก็ไม่เป็นอะไร แต่ในบ้านเธอต้องเกรงใจวิกันดา อรอินทร์รู้ตัวแล้วว่าอนิรุทธิ์เห็นแก่ตัวแต่ยังอยากเอาชนะ สวมกอดเล้าโลมให้เขานอนด้วย เขาพยายามดันเธอออก...วิกันดาใช้การกระทำเดียวกัน เปิดประตูเข้ามาแล้วเคาะบอก ทำทีเอาหลอดไฟมาให้ อนิรุทธิ์โกหกว่าขยับนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว วิกันดาหลอกด่าแบบผู้ดี
“ดีนะคะ ของเก่ายังใช้งานได้ จะได้ไม่ต้องเอาของใหม่มาใช้ เพราะเราไม่รู้ว่าใหม่จริง หรือย้อมแมว... ฉันหมายถึงหลอดไฟน่ะ พอดีไปซื้อจากร้านข้างทาง” พูดจบก็สอดแขนควงอนิรุทธิ์ สบตาอรอินทร์ “กู๊ดไนต์ค่ะ ขอตัวคืนก่อนนะ”
อรอินทร์มองแววตามีรอยเยาะหยันของวิกันดาแล้วเจ็บใจ รู้สึกว่าร้ายไม่เบาเหมือนกัน...พอกลับมาที่ห้องนอน วิกันดาก็ขอตัวนอนเพราะมีประชุมเช้า อนิรุทธิ์พยายามเล้าโลมแต่เธอหลับไปก่อน เขาถอนใจทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้
ooooooo
เช้าวันใหม่ วิกันดาพรีเซนต์งานให้วิภารดีและผู้เข้าประชุมฟังอย่างคล่องแคล่วแบบมืออาชีพ วรนารีมองอย่างหมั่นไส้ แกล้งเตะสายปลั๊กหลุด จอดับคอมพ์ดับ วิกันดาตรวจสอบบอกมีคนเตะปลั๊ก แล้วลงมือเซตเครื่องใหม่อย่างคล่องแคล่ว บรรยายต่อจนจบ ทุกคนปรบมือชื่นชม
พอถึงคิววรนารี เธอถ่ายเอกสารมาแจกให้ทุกคนอ่านไปพร้อมกับการอธิบายของเธอ แต่เอกสารไม่ครบคน เท่านั้นไม่พอ ผู้ฟังขอให้ทำแบบวิกันดา ฟังแล้วเข้าใจง่ายกว่า เธอทำไม่เป็น วิกันดายกมือถามถึงเรื่องสื่องานประชาสัมพันธ์ที่เธอขอไปทำเองว่าประสานไปถึงไหน เธออึกอักลืมทำ วิกันดาจึงกล่าวว่า เธอคงไม่ถนัด ตนจะมอบให้อนงค์นารถเป็นคนทำ วิภารดีเห็นดีด้วย ให้วรนารีศึกษางานกับอนงค์นารถเสียเลย วรนารีหน้าเสียเจ็บใจ
บ่ายวันนั้น วรนารีมาโวยวายให้อรอินทร์ฟังว่าโดนวิกันดาหักหน้า อรอินทร์ว่าเพื่อนพลาดเอง แต่ยังเอาคืนได้ ให้มาร่วมมือกัน...ในตอนเย็น อรอินทร์พาวรนารี ลูกนัทและเอมี่มาปาร์ตี้ที่บ้านอนิรุทธิ์ พอวิกันดารับลูกกลับมา อรอินทร์เรียกเด็กๆไปสวัสดีเพื่อนๆเธอ วิกันดาไม่พอใจเดินเข้ามา วรนารีทำเสียงอ่อนเสียงหวานสวัสดี ขอมาปาร์ตี้สบายๆบ้านเพื่อนคงไม่รบกวน
“แหม รบกวนที่ไหน เราคนกันเองทั้งนั้น ใช่ไหมคะ” อรอินทร์ดักคอ วิกันดาเสียงเข้มทำไมไม่บอกล่วงหน้า “แหม ปาร์ตี้เล็กๆไม่รบกวนคุณพี่ช่วยดูแลหรอกค่ะอรดีลได้”
“ไม่สำคัญที่ใหญ่หรือเล็ก แต่ควรจะต้องบอกเจ้าของบ้านก่อนว่าจะพาคนมา”
อรอินทร์กระเซ้าว่าซีเรียสเกินไปแล้วหันมาอ้อนอนิรุทธิ์ เขาลุกขึ้นไกล่เกลี่ยว่ามาแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับ
วิกันดาพยายามคุมอารมณ์ตำหนิอนิรุทธิ์ คราวหน้าช่วยบอกก่อน อรอินทร์ตอบแทนอย่างกวนๆ อย่าถือสาตนเลย ตนอยู่ที่นี่จนเหมือนเป็นบ้านอีกหลัง เลยลืมตัวไปหน่อย
“ก็อย่าลืมบ่อย มันไม่ดี” วิกันดาสบตากร้าวอย่างรู้ทัน
นวลโดนใช้ให้ทำอาหาร บ่นไปทำไปอยู่ในครัว พอเห็นวิกันดามาก็ฟ้องยกใหญ่ ว่าตนต้องทำเพราะพวกนั้นสั่งผ่านคุณผู้ชาย เธอจึงบอกว่าเขาให้ทำก็ทำไป อยากทำอะไรตามใจ นวลสะดุดหู คิดแผนร้ายได้ แอบใส่สลอดในยำรสแซ่บ
กลุ่มอรอินทร์เริ่มส่งเสียงเฮฮาดังขึ้น อรอินทร์ดึงอนิรุทธิ์ให้ลุกขึ้นเต้นรำ วิกันดายืนมองจากในบ้านด้วยสายตาเศร้าน้อยใจ...ขณะที่อนิรุทธิ์แยกออกไปคุยโทรศัพท์ นวลยกอาหารมาวางแต่แสดงพิรุธเองให้อรอินทร์ไม่ไว้ใจ ทำให้อรอินทร์ห้ามเพื่อนๆอย่าเพิ่งกิน แล้วให้นวลชิมอาหารทุกจานก่อน นวลจะวิ่งหนี จึงถูกจับกรอกอาหารใส่ปากเละไปหมด
อนิรุทธิ์คุยโทรศัพท์เสร็จเข้ามาชวนวิกันดาออกไปกินอาหารด้วยกัน ไม่ทันจะไปได้ยินเสียงเอะอะข้างนอกก็รีบวิ่งออกไปดู เห็นพวกอรอินทร์รุมนวลอยู่ อนิรุทธิ์เสียงเข้มให้หยุด นวลร้องไห้ฟ้องว่าโดนรุม อรอินทร์รีบบอกว่านวลแอบใส่ยาพิษในอาหาร นวลปฏิเสธเสียงแข็ง วิกันดาให้อรอินทร์เอาหลักฐานมายืนยันไม่ใช่แค่ความคิดเห็น อรอินทร์จนมุมส่ายหน้าไม่มี
วิกันดาให้นวลเก็บกวาดที่นี่ และบอกทุกคนคงต้องกลับไปก่อน อรอินทร์โวยไล่เพื่อนตนไม่ได้ วิกันดาเสียงแข็งอย่าลืมว่าตนมีสิทธิ์ในฐานะเจ้าของบ้าน อรอินทร์หันไปอ้อนอนิรุทธิ์ เขากลับบอกเช่นเดียวกับวิกันดา เพื่อนๆอรอินทร์หน้าเจื่อนพากันกลับ อรอินทร์ไม่พอใจกระแทกกระทั้นหาว่าทำอย่างนี้เป็นการหักหน้าตน อนิรุทธิ์ให้เลิกโวยวายและไปอาบน้ำล้างตัวจะดีกว่า
“ก็พี่รุทธิ์กับคุณพี่ทำไม่ถูก ป่านนี้อรโดนเพื่อนเม้าท์ตายแล้ว”
“ก็ปล่อยไป เพื่อนเราก็ด้วย น้องอรเองก็ทำไม่ถูกเรื่องกับข้าว”
“เอ๊ะ ก็อรสงสัยนี่คะ”
“สงสัยก็ไม่ควรทำแบบนี้ อย่าให้มีปัญหาอีกเลยพี่ปวดหัวไปหมด ทะเลาะกันไม่เว้นวัน”
อรอินทร์หาว่าอนิรุทธิ์เข้าข้างนวล เขาบอกไม่เข้าข้างใครทั้งนั้นและคาดโทษถ้าเกิดเรื่องอีก แล้วเธอยังหาคอนโดไม่ได้ ตนจะช่วยหาให้เอง อรอินทร์หน้าง้ำเห็นสายตาวิกันดายิ้มเยาะ
ooooooo
คืนนั้น อรอินทร์ส่งข้อความหาอนิรุทธิ์ ขอโทษเรื่องเมื่อกลางวันและอ้อนนอนไม่หลับอยากให้เขามากล่อม อนิรุทธิ์ชะโงกมองวิกันดาว่าหลับหรือยังแล้วย่องออกจากห้อง นวลกำลังรับผลของสลอดที่ใส่ในอาหาร วิ่งเข้าห้องน้ำหลายรอบ เห็นอนิรุทธิ์เดินผ่านหัวบันไดก็เอะใจ
อรอินทร์เห็นอนิรุทธิ์มาหาก็ดีใจโน้มคอเขามาจูบเล้าโลม นวลย่องตามมาจะเข้าไปขัดขวาง นึกได้ชะงักยิ้มอย่างมีเลศนัย...นวลเดินไปห้องวิกันดา เข้าไปปลุกเบาๆบอกเกิดเรื่องแล้วต้องไปดูเอง วิกันดาไม่เห็นอนิรุทธิ์นอนข้างๆก็หวั่นใจ
อนิรุทธิ์กำลังนัวเนียกับอรอินทร์บนเตียง นวลเดินตามวิกันดามาหน้าห้องยิ้มอย่างสะใจ วิกันดาแง้มประตูเห็นภาพบาดใจ รู้สึกโมโหผิดหวังและเจ็บปวดอย่างมาก เปิดสวิตช์ไฟสว่างขึ้น ทั้งสองสะดุ้งลุกพรวด อนิรุทธิ์หน้าซีดตามจะอธิบาย วิกันดาไม่ฟังอะไรทั้งนั้นเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าจะออกจากบ้าน เขารั้งแขน เธอสะบัดออกอย่างรังเกียจ
“อย่ามาถูกตัวฉัน ฉันทนอยู่บ้านเดียวกับคุณไม่ได้แล้ว ฉันนอนอยู่ในห้องใกล้ๆ ลูกเราก็อยู่ในบ้าน คุณยังแอบไปทำเรื่องทุเรศหน้าไม่อาย ถามจริงๆเถอะ จิตใจคุณทำด้วยอะไร ทำไมถึงไม่รู้ผิดชอบชั่วดีบ้าง”
“คุณพี่คะ อรขอโทษ อรไม่ได้ตั้งใจ” อรอินทร์แสร้งสำนึกผิด
“หยุดตีสองหน้าตอแหลได้แล้ว เธอตั้งใจทำให้เรื่องมันเกิด อ้อ แล้วถ้าคิดไม่ผิด เธอเป็นฝ่ายเรียกสามีฉันไปนอนกกใช่ไหม หน้าด้าน”
อนิรุทธิ์พยายามขอให้วิกันดาใจเย็นอย่าเพิ่งออกไปตอนนี้จะไปอยู่ไหน แต่เธอทนไม่ได้อีกแล้ว อันตรายแค่ไหนก็ช่าง โหน่งกับนุ่นตื่นมาเห็นแม่ถือกระเป๋าเสื้อผ้าก็ร้องไห้งอแงไม่ให้แม่ไป วิกันดานั่งลงกอดลูกทั้งสอง สัญญาจะไม่ทิ้งไปไหน จะกลับมาให้เร็วที่สุด แล้วฝากนวลดูแลน้องๆให้ดี อนิรุทธิ์ขอให้สงสารลูก
ลูกเสียใจ ตนขอร้อง
“คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำนี้แล้ว ด็อกเตอร์อนิรุทธิ์ หึ มั่วไม่เลือก สักวันคุณต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสม” อรอินทร์เข้ารั้งแขนขอร้องอย่าไป วิกันดาสะบัดอย่างแรง “ชอบลักกินขโมยกินก็ดี ฉันจะถือว่าทำทานของเหลือเดนให้สัมภเวสี”
อรอินทร์หน้าชาที่โดนด่าแรง อนิรุทธิ์ดึงกระเป๋าไว้ วิกันดากระชากกลับจ้องหน้าเขาอย่างไร้เยื่อใย เยาะหยันใส่หน้า “ผู้หญิงก็ร้าย ผู้ชายก็เลว”
อรอินทร์แอบยิ้มสมใจ...อนิรุทธิ์กลับมานั่งเครียดในบ้าน อรอินทร์ทำหน้าเศร้าปลอบว่าวิกันดาคงช็อก แล้วหยั่งเชิงถามเมื่อเธอรู้แล้วเรื่องของเราจะเอาอย่างไร อนิรุทธิ์ตอบอย่างเห็นแก่ตัวตามเคย ว่าไม่ยังไง ก็เหมือนเดิม อรอินทร์กอดอ้อนถามเหมือนเดิมคืออะไร
“น้องอรก็น่าจะรู้ใจพี่ดีอยู่แล้ว”
“ถ้าพี่รุทธิ์ยังไม่ชัดเจนแบบนี้ เราจะเสียกันหมดนะคะ”
อนิรุทธิ์ปัดว่าง่วงไว้คุยกันตอนวิกันดากลับมา อรอินทร์แกล้งถามไม่ห่วงเธอแล้วหรือว่าไปไหน เขาคิดว่าคงไปบ้านเพื่อนคนใดคนหนึ่งเดี๋ยวก็กลับมา อรอินทร์ทึ่งกับผู้ชายคนนี้จริงๆ
วิกันดามานั่งร้องไห้ที่บ้านฉวีเพ็ญ อนงค์นารถตามมาปลอบ แต่พอสีหนาทเมากลับมาพูดจาไม่รู้เรื่อง วิกันดาจึงรู้ว่าอยู่บ้านนี้ไม่ได้ ส่วนบ้านอนงค์นารถก็เล็กเกินไปที่จะไปรบกวน
สุดท้ายวิกันดาก็นึกถึงเจนจบ ครอบครัวเจนจบเป็นแบบคนจีน พี่น้องอยู่ในรั้วเดียวกันแต่คนละหลัง
พ่อแม่อยู่หลังใหญ่ เจนจบยกบ้านตัวเองให้วิกันดาอยู่กับลูกๆ ตัวเขาไปนอนบ้านพี่สาว...วิกันดากับเจนจบมารับโหน่งกับนุ่น สั่งนวลให้ดูแลบ้านดีๆ นวลดีใจวาดฝันจะได้ครองบ้านหลังนี้ เหลือแค่กำจัดอรอินทร์อีกคน
พออนิรุทธิ์กลับบ้านรู้ว่าวิกันดามาเก็บของและพาลูกๆออกไปก็เครียดมาก นวลจีบปากจีบคอเล่าว่าเจนจบมาช่วยเก็บของแต่ไปอยู่ที่ไหนตนไม่รู้
ooooooo
ถึงเวลาทานข้าวเย็น ทุกคนต้องมากินที่หลังใหญ่ มีป๊า ม้า พี่สาว พี่เขยของเจนจบ ม้าของเจนจบเห็นโหน่งกับนุ่นเป็นเด็กมีมารยาท ช่วยเหลือตัวเองได้ กินข้าวแกะก้างปลาเป็น ก็ชื่นชม
“ด็อกเตอร์วิกันดาสอนลูกเก่ง น่ารักมากเลย เห็นแล้วนึกถึงยัยนิ่มหลานฉัน เสียดายแม่มันไม่รักดี ไม่ใส่ใจลูก กลัวเด็กจะเสียคนเพราะแม่มันจริงๆ”
พี่สาวปราม ม้าเปลี่ยนมาชมวิกันดา “อาตี๋ก็อายุเยอะแล้วนะ หาเมียดีๆไม่ได้สักที พลาดไปเก็บอะไรข้างทางมาก็ไม่รู้ ถ้ามีสะใภ้สวยๆเก่งๆแบบคุณวิกันดา ม้าคงตายตาหลับ...นี่เขาเลิกกับผัวแล้วใช่ไหม ได้แบบนี้ก็ดีนะอาตี๋ มีลูกโตทันใช้ ชายคนหญิงคนม้าชอบ”
วิกันดากระอักกระอ่วน เจนจบไม่รู้จะตอบอย่างไร เธอจึงตอบอย่างนอบน้อมว่าเจนจบเป็นคนดี สักวันต้องเจอคนที่เหมาะสม ม้าคิดว่าวิกันดาเขินจึงบอกให้ดูๆกันไป
“ขอบคุณค่ะ เกรงใจมากเลย”
“อุ๊ยไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่ามาพักนอนโรงแรม มีอาหารสามมื้อ ก็ประมาณคืนละพันห้า”
เจนจบกับพี่สาวปรามม้าพร้อมกัน วิกันดามองงงๆว่าพูดจริงพูดเล่น...พอตอนเดินกลับบ้านวิกันดาจึงถามเจนจบว่าปกติเก็บเงินค่าที่พักไหม เขาบอกก็มีบ้างแต่สำหรับเธอไม่คิด เพราะเพิ่งมาครั้งแรก ถ้าคิดจะดูน่าเกลียด วิกันดาทึ่งกับความงกของครอบครัวนี้แล้วนึกได้เปลี่ยนเรื่อง
“เอ้อ คุณเห็นอีเมลนัดประชุมคณะทำงานของท่านผู้หญิงแล้วหรือยัง จะให้ใครมาเป็นตัวแทนบริษัทไปปูซานเหรอคะ”
เจนจบตอบว่าตนจะไปเองเพราะอยากไปกับเธอ งานที่บริษัทให้เลขาดูแล วิกันดาพยักหน้าหงึกๆไม่อยากคิดอะไรมาก
วันต่อมา อนิรุทธิ์มารอวิกันดาที่ห้องทำงานเพื่อต่อว่าไม่มีสิทธิ์เอาลูกไปอยู่ที่อื่น แต่กลับโดนเธอย้อนแล้วเขามีสิทธิ์เอาผู้หญิงมานอนที่บ้านหรือ เขาแก้ตัวว่ายังไม่ได้ทำอะไร วิกันดาสวนแต่เคยทำมาแล้ว กี่ครั้งที่เขาทำเรื่องอุบาทว์แบบนี้ อนิรุทธิ์สลด สัญญาจะไม่ทำให้เรื่องนี้กระทบครอบครัว วิกันดาจ้องหน้าเข่นเขี้ยวเลวทั้งคู่
“เอาเลย อยากด่าผมยังไงก็เชิญ แต่น้องอรเขาไม่ใช่แบบนั้น คุณต้องการอะไร จะให้ผมเลิกกับเขาเลยหรือไง”
“แล้วมันควรเลิกไหมล่ะ”
“วิ...ไม่เห็นใจเขาบ้างเหรอ คุณมีทุกอย่าง แต่น้องอรไม่มีใครเลยนะ มีแต่ผม”
“พูดเอาแต่ได้ เคยคิดถึงความรู้สึกวิบ้างไหม”
“ผมก็เคยมีคนอื่นมาก่อนไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ คุณเป็นแค่เมียนะ ไม่ใช่เจ้าชีวิตผม...อย่าบ้าอำนาจ”
วิกันดาร้าวรานใจมาก “ทำไมฉันถึงแต่งงานกับผู้ชายอย่างคุณได้ เป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิตที่ฉันเลือกคุณ”
อนิรุทธิ์สะอึกนิ่งไปชั่วครู่แล้วทำไม่สนใจ สั่งให้พาลูกกลับบ้านเย็นนี้ เธอปฏิเสธเสียงแข็ง จะให้ลูกกลับไปรับรู้เรื่องชั่วๆของเขาหรือ เขาต่างหากที่ต้องให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปจากบ้านแล้วไม่ต้องกลับมาอีก อนิรุทธิ์ถามทำอย่างนั้นแล้วเธอยอมออกจากบ้านเจนจบใช่ไหม
“คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไร จะกลับหรือไม่กลับอยู่ที่ฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ”
อนิรุทธิ์โมโหที่วิกันดาไม่โอนอ่อน หันหลังกลับผลักประตูโครม เจออนงค์นารถกับฉวีเพ็ญก็มองตาขวางก่อนจะเดินผ่านไป วิกันดาขออยู่คนเดียว สองเพื่อนจึงปิดประตูให้เบาๆ
การประชุมบ่ายวันนั้น วิภารดีบอกถึงเมืองที่เราจะไปดูงานคือเมืองซากะ ที่นั่นมีรีสอร์ตสำหรับผู้สูงอายุ เป็นเมืองธรรมชาติสามารถปรับใช้กับรีสอร์ตของตนได้ วิกันดาหน้าซีดครุ่นคิดหนัก เพราะอนิรุทธิ์กำลังจะไปเมืองนี้เช่นกัน เจนจบปลอบคงไม่ไปสถานที่เดียวกัน
วิกันดามีท่าทางผ่อนคลายขึ้น สองเพื่อนแปลกใจที่ทำใจได้เร็ว วิกันดาให้เหตุผลว่า เศร้าไปก็เท่านั้น เหนื่อยใจอยู่ฝ่ายเดียว แล้วฝากฉวีเพ็ญไปอยู่ดูแลลูกๆ ที่บ้าน ให้สีหนาทไปนอนด้วยก็ได้ อนงค์นารถบอกตนจะพยายามไปช่วย แต่ในใจยังอยากรู้เรื่องครอบครัวจะจัดการอย่างไร
เย็นวันนั้นอนิรุทธิ์กลับถึงบ้านไม่เห็นวิกันดากลับมาก็หงุดหงิด ถามอรอินทร์ว่าบ้านเจนจบอยู่ที่ไหน...
อรอินทร์จำต้องพาไป อนิรุทธิ์ไปถึงก็ปรี่เข้าชกเจนจบล้มกลิ้ง นุ่นร้องกรี๊ดตกใจ วิกันดาต้องกอดลูกทั้งสองไม่ให้กลัว แล้วร้องห้ามอนิรุทธิ์ให้หยุด ป๊ากับม้าเจนจบวิ่งมาห้าม
วิกันดาพยายามไกล่เกลี่ย กราบขอโทษป๊ากับม้า ทั้งสองมองไปเห็นอรอินทร์ ม้าชี้หน้า
“อ้อ ลื้อใช่ไหมตัวการทำครอบครัวเขาแตกแยก นังหน้าด้าน” ม้าไล่อรอินทร์ออกไป
เจนจบต้องปรามแม่ อนิรุทธิ์หันมาปลอบลูกบอกจะพากลับบ้าน วิกันดากราบขอโทษอีกครั้ง เจนจบบอกม้าโกรธง่ายหายเร็ว และไม่ลืมหยอด “ถ้ารู้สึกผิดก็อย่าลืมตอบแทนผมแล้วกัน”
เห็นวิกันดาทำหน้างง จึงบอกว่าล้อเล่น อรอินทร์หมั่นไส้แขวะวิกันดาทำคนอื่นวุ่นวายไปหมด เจนจบมองเหยียดสวนแทน
“คุณนั่นแหละที่ทำเขาวุ่นวาย สำนึกซะบ้าง”
อรอินทร์หาว่าพูดไร้สาระ ชวนวิกันดากลับบ้านเรา วิกันดาเสียงเข้ม เราหมายถึงใครกับใคร อรอินทร์หัวเราะกลบเกลื่อนว่าพูดผิดมันหลุดปาก วิกันดาเดินไปเปิดประตูรถข้างคนขับ อรอินทร์รีบบอกว่าตนบอกแล้วว่าตนเมารถ วิกันดาตวาดไล่ไปนั่งข้างหลังถ้าอยากให้กลับ อนิรุทธิ์จึงขอร้องอรอินทร์ โหน่งกับนุ่นนั่งเบียดกันด้วยรังเกียจไม่อยากอยู่ใกล้อรอินทร์
พอถึงบ้าน วิกันดาให้นวลพาเด็กๆขึ้นนอนแล้วไปเก็บของในห้องอรอินทร์ให้หมดอย่าให้เหลืออะไรไว้ อรอินทร์งงหมายความว่าอย่างไร วิกันดาไล่ “ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว...”
“แหม อย่าใจดำนักสิคะ คุณพี่ก็รู้นี่ว่าอรไม่มีที่ไป ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะคะ อรเหนื่อย”
“ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือไง ออกไปเดี๋ยวนี้!”
อรอินทร์เริ่มวีน จะให้ขับรถออกไปค่ำมืดคนเดียวได้อย่างไรมันอันตราย ขอนอนอีกสักคืน นวลหอบกระเป๋ามาโยนตรงหน้า วิกันดาไล่ซ้ำอย่ากลับมาเป็นเสนียดที่นี่อีก ถ้ายังมาจุ้นจ้านจะเจอหนักกว่านี้ อรอินทร์หันไปอ้อนอนิรุทธิ์ เขากลับบอกให้เธอกลับไปก่อน อรอินทร์ โกรธ เข่นเขี้ยวแล้วจะเสียใจที่ทำแบบนี้กับตน
วิกันดาขึ้นมานั่งน้ำตาซึมบนห้องนอน อนิรุทธิ์ตามมาถามพอใจแล้วใช่ไหมแล้วเอ่ยขอคบกับอรอินทร์ต่อ ให้เหตุผลว่าคนนี้ไม่เหมือนคนอื่น วิกันดามองอย่างรังเกียจ
“คิดบ้างไหมว่าทำแบบนี้คุณถาวรจะรู้สึกยังไง ที่คุณเห็นน้องสาวเขาเป็นของเล่น”
“แล้วถ้าผมเห็นเขาเป็นของจริงล่ะ”
“มักมากไม่รู้จักพอ” วิกันดาสุดทนหอบหมอนออกไปนอนห้องลูกด้วยขยะแขยงเต็มทน
โหน่งกับนุ่นเห็นแม่มาก็เข้าไปกอดปลอบว่าพวกเขารักแม่จะไม่รักอรอินทร์อีกแล้ว วิกันดาน้ำตาพรั่งพรูตื้นตันใจที่ยังมีลูกๆเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
อรอินทร์มาบ่นกับวรนารี เธอยุให้เลิกเพราะผู้ชายคนนี้เห็นแก่ตัว แต่อรอินทร์จะเอาชนะให้ได้ อีกไม่กี่วันจะไปปูซานด้วยกัน ตนจะมัดใจเขาให้อยู่หมัด วรนารีนึกได้บอกหมายกำหนดการของป้า ขยับมาไปวันเดียวกับที่อนิรุทธิ์ไป และไปที่เดียวกันด้วย อรอินทร์อึ้งนึกแค้นใจ
ooooooo
วันเดินทาง เจนจบช่วยเช็กอินพาสปอร์ตให้วิกันดา สีหน้าเขาตื่นเต้นดีใจที่ได้เดินทางกับเธอ
วิกันดายิ้มเล็กน้อยไม่มีแก่ใจจะคิดอะไร...จนมาถึงโรงแรมที่ปูซาน เจนจบจัดการเช็กอินเข้าห้องพักให้ วิกันดาเดินถ่ายรูปการตกแต่งของโรงแรมที่ดูสวยงามให้ความรู้สึกแปลกใหม่
พอทั้งสองเดินเข้าลิฟต์ อนิรุทธิ์กับอรอินทร์ควงกันออกมาจากห้องอาหาร ชวนกันไปนั่งรถเล่น...บริเวณลานจอดรถบัสชมเมือง เจนจบเห็นว่าว่างครึ่งวันจึงชวนวิกันดานั่งรถชมเมือง ไม่ทันจะขึ้นรถ ทั้งสองเห็นอนิรุทธิ์กับอรอินทร์เดินควงกันอยู่ต่างฝ่ายต่างชะงัก อนิรุทธิ์แปลกใจที่วิกันดามากับเจนจบได้อย่างไร เจนจบตอบแทนว่าเรามาดูงาน อนิรุทธิ์สวนตนถามภรรยาตน
อนิรุทธิ์ฉุดแขนวิกันดาเดินแยกไป เจนจบมองอรอินทร์แล้วแค่นหัวเราะ “แผนเธอสินะ จงใจให้เมียเขาเห็นว่าอยู่ด้วยกัน ถามหน่อยว่าเอาอะไรคิด”
“ฉันมาทำงาน พี่รุทธิ์ก็ด้วย ใครจะไปรู้ว่าคุณพี่มาพักโรงแรมเดียวกัน วันเดียวกัน”
เจนจบไม่เชื่อ สบถสงสารลูกที่มีแม่อย่างเธอ อรอินทร์เดือดประชดแล้วพ่ออย่างเขาพาเมียคนอื่นมาเที่ยว ลูกคงภูมิใจมาก เจนจบต้องข่มอารมณ์ไว้
ด้านอนิรุทธิ์ตัดพ้อวิกันดาเราเป็นผัวเมียกันไปไหนทำไมไม่บอกกล่าว เธอสวนเยาะๆ ว่าผัวกับเมียหลายคน เขานิ่งสักพักแล้วถามใหม่ ทำไมถึงมากับเจนจบไม่บอกก่อน
“บอกหรือไม่บอกก็มีค่าเท่ากัน ทำไมคะ หรือว่าถ้ารู้ก่อนจะได้วางแผนไม่ให้เจอกัน”
“ไม่ใช่อย่างนั้น ผมมาสัมมนาวันไหน ยังไงก็บอกคุณก่อนแล้วนะ ถ้าคิดว่ากลัวเจอ จะบอกหมายกำหนดการหมดแบบนี้เหรอ”
“ไม่ยักรู้ว่าตารางสัมมนาของคุณ...มีอรอินทร์เข้าร่วมด้วย” วิกันดาย้อนทำเอาอนิรุทธิ์อึ้ง
อรอินทร์เดินมาตามมองเย้ยวิกันดา เจนจบเข้ามาบอกว่ารถจะออกแล้ว วิกันดาพยักหน้ารับ อนิรุทธิ์มองอย่างหึงหวง...ระหว่างนั่งบนรถ สายตาอนิรุทธิ์
จับจ้องไปที่วิกันดาตลอด จนไม่สนใจสิ่งที่อรอินทร์ชี้ชวนให้ดู ตลอดเวลาที่เดินชมวิว อนิรุทธิ์พยายามชวนมาเดินด้วยกัน จนถึงตลาด อนิรุทธิ์ทนไม่ไหวถามอีกครั้งทำไมถึงมากับเจนจบ วิกันดาบอกไม่สำคัญ
อรอินทร์แทรกเข้ามาคล้องแขนและซบไหล่ชวนอนิรุทธิ์ไปทานร้านอร่อยของเมืองนี้ เขาชวนวิกันดาไปด้วยกัน เจนจบบอกว่าได้จองโต๊ะร้านหนึ่งไว้แล้ว อรอินทร์เยาะทันที
“ยังไงดีคะคุณพี่ ให้จอมงกเลี้ยง สงสัยไปนั่งกินข้างทาง เงินวอนไม่มีกระเด็น”
เจนจบถลึงตาใส่แล้วชวนวิกันดาเดินไป อนิรุทธิ์จะตามแต่อรอินทร์รั้งไว้ สุดท้ายทั้งสองคู่มาร้านเดียวกัน วิกันดาไม่ยอมนั่งโต๊ะเดียวกับอนิรุทธิ์ อรอินทร์แกล้งป้อนปูอนิรุทธิ์ยั่ว เจนจบก็ไม่น้อยหน้า แกะปูใส่จานให้วิกันดาอย่างเอาใจ อนิรุทธิ์เขม่นมอง อรอินทร์เยาะเดี๋ยวนี้ทำให้คนอื่นเป็นด้วย มีพัฒนาการขึ้น เขาถอนใจมองเฉยๆไม่อยากต่อความยาว
เจนจบบอกหมายกำหนดการพรุ่งนี้ต้องไปพบคิม ผู้เชี่ยวชาญด้านแลนด์สเคปที่นัดไว้ อนิรุทธิ์ฉุนโพล่งขึ้น ใจคอจะไม่บอกหรือว่าจะไปไหน ทำอะไรกับใคร วิกันดา เหลือทน
“ฉันมาทำงาน ถ้าคุณใส่ใจสักนิด ถามลูกหรือนวลก็คงรู้ว่าฉันมาที่นี่” อนิรุทธิ์สวนตนกลายเป็นคนผิดหรือ เธอตอกกลับ “ก็แล้วแต่จะคิด”
อรอินทร์ทำเสียงแหย่ มาทำงานอย่างเดียวหรือ ดูเอาใจกันมาก แกะปูให้กินทีตอนอยู่กับตนไม่เห็นเคยทำ เจนจบสวนพวกตนมาทำงานแล้วเธอมาทำอะไร เกาะติดยิ่งกว่าตังเม อรอินทร์เหน็บ “บอกแล้วไงว่ามาทำงาน เหมือนกัน นี่ปูที่กำลังจะเข้าปาก คิดเป็นเงินไทยหลาย บาทนะ กินลงเหรอ ตอนนี้ทำหน้าใหญ่เมื่อก่อนน่ะเหรอ แค่ร้อยเดียวยังไม่อยากจะควัก”
วิกันดาเอือมระอาขอให้หยุด เกรงใจคนในร้านบ้าง ทั้งสองยังแขวะกันไปมาอีกสักพัก อนิรุทธิ์สบตาวิกันดาเห็นแววความขมขื่น รู้สึกสะท้อนใจ
พอกลับมาเจอกับทีมวิภารดี วรนารียั่วทันที คงเจอกับอรอินทร์แล้ว บังเอิญเหลือเกินที่มาพักที่เดียวกัน วิกันดารับนิ่งๆว่าเจอแล้ว...วิภารดีพูดขึ้นว่า มาดามฮงตอบรับให้ไปดูรีสอร์ตได้ วิกันดาเห็นว่าดีเพราะจะไปพบคิมที่เกาะก่อนแล้วไปรีสอร์ตต่อ วรนารีขอไปด้วยแต่วิภารดีส่ายหน้า เธอมาเป็นเลขาก็ต้องไปประชุมงานกับตนทุกแห่ง วรนารีหน้าเจื่อนที่หมดโอกาสเที่ยว
ooooooo
ระหว่างนั่งเรือมาเกาะ Jang Sa วิกันดาเหม่อมองวิวเศร้าๆ เจนจบชวนคุยให้ครึกครื้น และถ่ายรูปเล่นจนมาถึงท่าเรือ...บนชะง่อนผาสูงมีคนยืนมองมายังวิกันดาอย่างสนใจ
เจนจบไม่เห็นคิมมารอรับจึงแยกกันหา วิกันดาตื่นตาตื่นใจเมื่อเดินหลุดเข้ามาในเรือนกระจกที่มีพันธุ์ไม้หลากหลาย ลืมความเศร้าไปชั่วครู่...เคนยกกระบะต้นกล้าหันมาอย่างเร็วเกือบชนวิกันดา เธอเบี่ยงตัวหลบแต่แขนเสื้อเกี่ยวกิ่งไม้เลอะดิน เคนรีบวางของขอโทษเป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลี เพราะไม่แน่ใจว่าเธอเป็นคนชาติไหน วิกันดาอุทานภาษาไทยแล้วกล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่าไม่เป็นไร เขาจึงรู้ว่าเธอเป็นคนไทย
เจนจบเดินตามมา พอเห็นเคนต่างคนต่างตกใจโผกอดกันอย่างคนรู้จักกันมานาน “เฮ้ย!ไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมเนี่ย แล้วอยู่ด้วยกันได้ไง ทำไมมาที่นี่ อย่าบอกนะว่านายเป็นคนที่เลขาฉันนัด ไหนว่าชื่อคิมๆอะไรสักอย่าง”
“ทีละคำถามนะ คุณคนนี้รู้จักกันเมื่อกี้เลยครับ พอดีมีแอ็กซิเดนท์นิดหน่อย ส่วนถ้าเลขาพี่นัดคิมที่เป็นนักจัดสวน ก็ผมเอง คนที่นี่เรียกผมว่าคิม”
เจนจบบอกว่าเคนเป็นรุ่นน้องเรียนด้วยกันที่อเมริกา เคนเล่าว่ามาคุมงานที่นี่ได้ไม่ถึงสองเดือน อีกสักพักจะไปทำงานที่เมืองไทย มหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯตอบรับให้ตนไปสอน เจนจบยินดีด้วย แล้วบอกกับวิกันดาว่า เคนเป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น วิกันดาแสดงความยินดี เคนยิ้มตาวาว
ด้านอนิรุทธิ์มาพบคิมเจอูประธานการสัมมนาที่มหาวิทยาลัยปูซาน ต่างคนต่างแลกนามบัตรกัน อนิรุทธิ์แนะนำว่าอรอินทร์เป็นน้องสาว ทำให้อรอินทร์ไม่พอใจ... เมื่อทั้งสองคุยกันเรื่องการเรียนการสอน อรอินทร์จึงขอตัวอ้างฟังไม่รู้เรื่อง อนิรุทธิ์หน้าเสียเล็กน้อย
อรอินทร์มานั่งคุยโทรศัพท์กับทีมงานหนังสือของเธอ อนิรุทธิ์คุยงานเสร็จตามออกมาเห็นเธอหน้าตึงจึงถามยังโกรธเรื่องที่ร้านปูหรือ เธอสะบัดเสียงกระเง้ากระงอดว่าไม่ใช่ เพราะเขาไม่แนะนำว่าตนเป็นเมีย อนิรุทธิ์ถอนใจโอบไหล่อธิบาย
“แล้วจะให้ทำยังไง เขารู้ว่าพี่มีเมียแล้ว ขืนบอกว่านี่ก็เมียอีกคน น้องอรแหละจะเสียหาย บอกเป็นน้องน่ะดีแล้ว ก็แค่พูดไปอย่างที่ควรจะเป็น อย่าอารมณ์เสียสิคะ”
“พี่รุทธิ์ก็พูดได้นี่”
“เราเป็นอะไรก็รู้อยู่แก่ใจไม่จำเป็นต้องบอกคนอื่น ไหนว่าเรารักกันก็พอแล้วไง...รักมากด้วย อย่างอนพี่เลยคนดี พี่รักน้องอรนะ” อนิรุทธิ์โอบกอดจูบหน้าผากเบาๆ
อรอินทร์ใจอ่อนยวบสวมกอดตอบ ขอแค่เขาอย่าทำให้ตนเสียใจก็พอ อนิรุทธิ์รับคำแล้วชวนกลับ...ที่หน้าลิฟต์โรงแรม วิกันดารออยู่กับเคน เผอิญทำคีย์การ์ดหล่น เคนก้มลงช่วยเก็บ อนิรุทธิ์เดินมากับอรอินทร์เห็นเหมือนเคนกำลังทำอะไรใกล้ขาวิกันดา ก็ผละจากอรอินทร์เดินรี่ไปกระชากคอเสื้อเคนขึ้นมาถาม ทำอะไรเมียตน พอดีลิฟต์เปิดออก เจนจบ วิภารดีและวรนารีออกมาตกใจ เจนจบปราดเข้าดึงมืออนิรุทธิ์ออกจากคอเสื้อเคน แล้วบอกว่านี่เพื่อนตน
วิภารดีถามมีอะไรกัน วิกันดารีบแนะนำว่าเคนคือผู้เชี่ยวชาญด้านแลนด์สเคป อนิรุทธิ์เป็นสามี ส่วน
อรอินทร์คืออดีตภรรยาของเจนจบ เป็นเพื่อนของอนิรุทธิ์ อรอินทร์หน้าตึง เคนรีบอธิบายว่าวิกันดาทำคีย์การ์ดหล่นตนช่วยเก็บให้เท่านั้น วิภารดีถามอนิรุทธิ์มาทำงานที่นี่หรือ
“ผมมาสัมมนากับมหาวิทยาลัยปูซาน ส่วนน้องอรมาทำงานคนเดียว เพื่อนเลยฝากดูแล”
เจนจบเหน็บว่าถาวรคงดีใจที่มีเพื่อนอย่างเขา วรนารีกอดแขนวิภารดีอย่างประจบ ยกยอเพื่อน “อรเป็นเพื่อนซี้วอค่ะ เห็นว่าคราวนี้มาคุมงานถ่ายแบบให้ดาราเกาหลีชื่อดัง แถมยังเป็นบอกอนิตยสารแฟชั่นด้วยนะคะ”
วิภารดียิ้มอย่างเอ็นดูและว่าคงได้ช่วยงานกันอรอินทร์ยิ้มยินดี ส่วนอนิรุทธิ์ขอโทษเคนที่เข้าใจผิด
วิภารดีเข้าใจสถานการณ์แล้วจึงเอ่ยขึ้น
“แหมทริปนี้มีแต่ความบังเอิญ แต่ก็ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ ไว้มาช่วยดูๆโปรเจกต์กัน โดยเฉพาะคุณเคน หวังว่าต่อไปอาจจะได้ร่วมงานกัน”
เคนยิ้มรับ ด้านวิกันดายังโมโหอนิรุทธิ์ไม่หายแต่อดกลั้นไว้ พอแยกออกมา อนิรุทธิ์ตามขอโทษที่หึงมากไป วิกันดาโกรธคิดได้อย่างไรว่าตนมีผู้ชายอื่น อรอินทร์แอบมองอย่างไม่พอใจ อนิรุทธิ์พยายามกอดชวนคุย “ดีจังที่บังเอิญเจอกัน เราไปเที่ยวกันสองคนนะ”
“อยู่กันแค่สองคนไม่ต้องฝืนทำหรอก จะไปไหนกับใครก็เชิญ” วิกันดาผลักตัวออก
อรอินทร์เข้ามาเยาะหยัน “เหนื่อยไหมคะ ต้องสร้างภาพว่ายังรักกันตลอดเวลา”
“เธอล่ะ วิ่งตามสามีคนอื่นตลอดเวลา ไม่เหนื่อยเหรอ”
“โทษนะคะไม่ได้ตามค่ะ ตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะมาด้วยกัน คุณพี่ต่างหากที่ตามมาทีหลัง”
อนิรุทธิ์รีบแก้ตัวไม่ใช่อย่างนั้น และปรามอรอินทร์ให้หยุด วิกันดาเดินหนีเขาจะตามแต่อรอินทร์ไม่ยอมให้ไป เขาแกะมือเธอออกแล้วรีบเดินตามวิกันดาไปอรอินทร์ร้องลั่น
“หยุดนะพี่รุทธิ์ อย่าทำให้อรต้องโกรธ”
เคนเดินเข้ามาดึงแขน อรอินทร์หันมองอย่างโกรธจัด พอเห็นเป็นเคนก็เกรงใจ เขาบอกอย่าตามไปเลย หาที่นั่งคุยกันดีกว่าไม่ได้เจอกันตั้งนาน อรอินทร์ไม่กล้าปฏิเสธ...เคนพาเธอมานั่งคุยร่วมกับเจนจบ ดีใจที่ทั้งสองยังเป็นเพื่อนกันได้ อรอินทร์ชักสีหน้าไม่ได้เต็มใจ เจนจบถามเคนจะไปทำงานมหาวิทยาลัยไหน
ที่เมืองไทย พอเขาบอกชื่อ อรอินทร์ตาวาวเพราะเป็นที่เดียวกับที่อนิรุทธิ์สอนอยู่ เคนถามย้ำว่าคือสามีวิกันดาหรือ เจนจบรับว่าใช่ อรอินทร์เยาะ
“เป็นแค่สามีตามกฎหมายเท่านั้นแหละ แต่อีกไม่นานเดี๋ยวก็เลิกกัน”
เคนงง เจนจบแขวะช่างภูมิใจมากที่ทำครอบครัวคนอื่นแตกแยก อรอินทร์หันมาจ้องหน้า ไม่อยากโวยต่อหน้าเคน จึงบอกจะไปคุยกับวรนารีแล้วเดินไป เคนมองทำนองอยากรู้ปัญหา
ooooooo
อนิรุทธิ์ขอย้ายมานอนห้องเดียวกับวิกันดาซึ่งอยู่คนละชั้นกับห้องตัว ให้เหตุผลว่าสามีภรรยาแยกกันนอน ทีมงานและท่านผู้หญิงจะมองไม่ดี วิกันดาไม่ให้เขาเข้าห้อง อนิรุทธิ์พยายามกอดซุกไซ้อ้อนๆ อรอินทร์ประคองวรนารีมาส่งห้องซึ่งอยู่ชั้นเดียวกับวิกันดา
พอเห็นภาพบาดตาก็ทิ้งเพื่อนทันทีเดินรี่เข้ามาโวยเสียงดัง “ว้อนมาก นี้ดมาก อยากโชว์มากไปโน่นค่ะ กลางสวนไม่ก็หน้าโรงแรมเลย”
อนิรุทธิ์ปรามให้หยุดแต่เธอไม่หยุด เขาจึงปิดปากเธอลากตัวออกไป วรนารีตาโพลงหายเมาพึมพำ...เป็นเรื่องแล้ว อนิรุทธิ์ลากอรอินทร์กลับขึ้นมาหน้าห้อง
อีกชั้น ห้องเขากับเธออยู่ตรงข้ามกัน เขาต่อว่าเธอยกใหญ่แต่เธอไม่สนใจจะเข้านอนห้องเขา อนิรุทธิ์ปฏิเสธเกรงใครมาเห็น
“พวกท่านผู้หญิงเขาไม่สาระแนมาเห็นว่าเราอยู่ห้องเดียวกันหรอก จะกลัวคนอื่นทำไมนักหนา” อนิรุทธิ์ไม่ใจอ่อนเข้าห้องปิดประตู อรอินทร์ทุบประตู “เปิด...บอกให้เปิดเดี๋ยวนี้...”
อนิรุทธิ์ล้มตัวนอนเอาหมอนปิดหูพยายามหลับไม่สนใจ...เช้าตรู่ วิกันดาลงมาเดินเล่น คุยสไกป์กับโหน่งและนุ่นสีหน้าสดใส เคนกับเจนจบเดินมาเจอ เคนชมว่าลูกๆเธอน่ารัก วิกันดาเน้นว่าลูกๆเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต ระหว่างนั้นทั้งสามเห็นกองถ่ายแฟชั่นก็รู้ว่าเป็นของอรอินทร์ วิกันดาชวนเดินไปทางอื่น
โรงภาพยนตร์กลางแจ้งที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายแฟชั่น การ์ดชุดดำสามสี่คนเดินคุ้มกันลีจุน นายแบบเกาหลีเข้ามา อรอินทร์ยิ้มแย้มต้อนรับ ลีจุนเคยไปเมืองไทยบ่อยจึงพอพูดไทยได้หลายประโยค เขามองเธออย่างสนใจ เธอจึงโปรยเสน่ห์เพื่อให้การทำงานราบรื่นขึ้น อนิรุทธิ์มาเห็นเกิดอารมณ์หึง ไม่พอใจที่อรอินทร์ต้องถึงเนื้อถึงตัวลีจุน เธอได้ทีแกล้งยั่วให้เขาหึงมากขึ้น
พอเสร็จงาน อนิรุทธิ์ต่อว่าอรอินทร์กะยั่วให้ตนหึงหรือ เธอสวน ทีเขาทำจี๋จ๋ากับเมียต่อหน้าตน เห็นตนไม่มีค่าเป็นได้แค่น้องสาว ทั้งที่ตนเป็นเมียเหมือนกัน อนิรุทธิ์อ่อนลงสวมกอดอ้อน “พี่แคร์น้องอรนะ แคร์มากที่สุด น้องอรเป็นผู้หญิงคนพิเศษของพี่ไง จำได้หรือเปล่า”
อรอินทร์เห็นวิกันดายืนมองจึงแกล้งกอดตอบอนิรุทธิ์แน่น เจนจบเห็นวิกันดาน้ำตาคลอนึกสงสาร
เคนมองอยู่อีกทางอย่างห่วงใยเธอเช่นกัน เจนจบเข้ามาปลอบใจวิกันดาว่าอรอินทร์เป็นผู้หญิงที่รุกเร็ว เด็ดขาด อยากได้อะไรต้องได้ ไม่คิดถึงจิตใจคนอื่น ให้เธอสู้อย่าอยู่เฉย แต่วิกันดาเห็นว่าจะสู้เพื่ออะไร ในเมื่อทั้งสองอยากได้กันขนาดนั้น อุตส่าห์หอบหิ้วกันมาถึงนี่
“เพื่อครอบครัวไงครับ อย่ายอมแพ้ ถ้าอรอินทร์รุกคุณก็ต้องยอมถอยให้อนิรุทธิ์บ้าง อย่าทิฐิ อย่ายอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่สู้ คุณเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายนะครับอย่าให้ลูกต้องขาดพ่อ”
วิกันดาน้ำตาซึม ฮึดจะลองทำตามที่เขาแนะนำ...เย็นวันนั้นอนิรุทธิ์เช็กเอาต์ห้องตัวเองหอบกระเป๋ามาขออยู่ห้องวิกันดา เธอบ่ายเบี่ยงเล็กน้อย ค่อนขอดทำไมไม่ไปอยู่ห้องอรอินทร์ อนิรุทธิ์พยายามขอโทษ วิกันดานึกถึงคำพูดของเจนจบที่ให้ทำเพื่อครอบครัว อย่ายอมแพ้จึงลังเล
พอดีวิภารดีเดินผ่านมาเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าก็ทัก “ย้ายมานอนห้องเดียวกันแล้วเหรอ ดีแล้ว แหม น่าจะอยู่ด้วยกันตั้งแต่แรกจะได้ไม่เปลือง”
อนิรุทธิ์ยิ้มรับแล้วรีบลากกระเป๋าเข้าห้องวิกันดาไปนอนแผ่บนเตียง ด้านอรอินทร์กำลังเคาะห้องอนิรุทธิ์หวังจะนอนด้วยคืนนี้ เจนจบเดินมาเสียบคีย์การ์ดห้องข้างๆ เอ่ยปากบอกให้เลิกเคาะเพราะอนิรุทธิ์ย้ายไปอยู่ห้องวิกันดาแล้ว อรอินทร์ปรี๊ดหาว่าเขาพูดบ้าๆ เจนจบเยาะ
“เสียใจด้วยนะอุตส่าห์ลงทุนสารพัดแต่ก็คว้าน้ำเหลวอย่างว่าแหละ พระไม่เข้าข้างคนชั่ว”
อรอินทร์โกรธจัดพุ่งเข้าทุบตีอดีตสามีพัลวัน เจนจบรวบตัวเธอหวังปราบพยศ เธอดิ้นรนจนหน้ามาชิดกันก็ชะงัก เจนจบเคลิ้มไปกับสัมผัสเผลอจะจูบ อรอินทร์ผลักเขาออกอย่างแรงตวาดใส่ “อย่ามาแตะต้องฉัน
ฉันไม่ได้รักคุณแล้ว...ไม่สิ ฉันไม่เคยรักคุณต่างหาก”
อรอินทร์เชิดใส่เดินไป เจนจบทั้งอึ้งและเสียใจ แววตาขมขื่น...ด้านอนิรุทธิ์พยายามเอาใจวิกันดาสารพัด เห็นเธอนั่งทำงานจึงจุดอโรม่ากลิ่นหอมให้ แต่เขาลืมไปว่าเธอแพ้กลิ่นพวกนี้ เกิดอาการจามยกใหญ่ไล่ให้เอาออกไป
อนิรุทธิ์นอนมองวิกันดาทำงานอย่างเหงาๆ เอ่ยชวนว่าพรุ่งนี้ทานข้าวด้วยกัน เธอบอกปัดต้องทำงานไม่รู้ว่าเสร็จเมื่อไหร่ เขาเซ็งที่เธอไม่ใจอ่อนลุกไปเปิดประตูจะออกจากห้อง ถามเธอว่าไม่ถามตนหรือว่าจะไปไหน เธอนิ่ง เขาจึงเดินเซ็งๆออกไป วิกันดาละมือจากงานร้องไห้
สุดท้ายอนิรุทธิ์กลับมาหาอรอินทร์ที่ห้อง เธอสะใจไม่งอนมากพยายามเอาอกเอาใจเพื่อดึงให้เขาอยู่ด้วยทั้งคืนแล้วแกล้งถ่ายคลิปส่งมายั่ววิกันดาพร้อมข้อความว่า ไม่ต้องห่วงว่าอนิรุทธิ์หายไปไหน คืนนี้ตนดูแลให้ วิกันดาน้ำตาร่วงด้วยความเจ็บปวด
รุ่งเช้าวิกันดาคุยกับลูกๆทางโทรศัพท์เสร็จ กำลังจะขึ้นรถตู้ที่หน้าโรงแรม อรอินทร์สะพายกล้องโปรควงแขนอนิรุทธิ์โผล่มาขวางขอไปเที่ยวด้วย อ้างท่านหญิงให้ช่วยไปเก็บภาพและแกล้งยั่วขอพาอนิรุทธิ์ไปด้วย อนิรุทธิ์ออกตัวว่าว่างสองสามวันรอคิวสัมมนา วิกันดามองสามีอย่างผิดหวังเสียใจ อรอินทร์แกล้งป้อนน้ำขนมอนิรุทธิ์เยาะอย่างสะใจ
พอมาถึงรีสอร์ต อนิรุทธิ์รีบเดินเคียงคู่วิกันดา เธอกระซิบไล่ให้ไปเดินกับอรอินทร์ เขาถามเห็นหน้าตนแล้วเซ็งหรือ เธอสวน “ฉันไม่ได้เซ็ง แต่โกรธที่คุณไม่รู้จักหักห้ามใจ แล้วก็อายที่ต้องประจานให้คนอื่นรู้ว่าเรามีปัญหา”
อนิรุทธิ์โต้เอาแต่ว่าตน ทีเธอไม่เห็นความสำคัญของตนเลย วิกันดาโกรธที่โทษเธอผิด
ooooooo










