ตอนที่ 5
พอแม้นเทพเห็นเจิมเข้ามาเดินอยู่ในบ้าน จำได้ว่าคือคนที่เขาเห็นพูดโทรศัพท์ท่าทางไม่น่าไว้ใจเมื่อวันก่อน จึงเล่าให้มะลิฟัง มะลิบ่นว่าถึงเป็นพี่ชายจันทราก็น่าห่วงจึงตั้งใจจะให้เดือนแรมย้ายมาอยู่บ้านตน จันทราแอบยิ้มกริ่ม
“กว่าพวกแกจะพานังแรมไป นังแรมมันก็กลายเป็นพี่สะใภ้ฉันไปแล้วล่ะย่ะ”
ชุติมาเข้ามาถามว่าเอาเจิมมาอยู่ที่บ้านทำไม เดี๋ยวก็ซวยกันหมด จันทราถามซวยอย่างไร
“ก็ลุงเป็นคนไม่ดี เรื่องชั่วๆทุกอย่างทำหมด แม่จะเอาเสนียดเข้ามาในบ้านทำไม”
“ถ้าแกจะบอกว่าฉันเอาเสนียดเข้าบ้าน มันก็เสนียดตั้งแต่วันที่ฉันพาแกเข้ามาแล้วล่ะ”
“แม่...หนูเลวนักเหรอในสายตาแม่ แม่ถึงได้เกลียดหนูนักหนา มีแต่หนูนั่นแหละที่โดนกระทำ” ชุติมาหน้าเสียน้ำตาคลอ
จันทราตอกกลับ มีแต่เธอที่สร้างความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน ชุติมาน้อยใจร้องไห้วิ่งออกไป แม้นเทพเดินสวนมาสงสัยว่าชุติมาร้องไห้เรื่องอะไรอีก จึงตามไปถาม ชุติมาซึ้งใจรู้ว่าเขาห่วงเดือนแรมมาก จึงปาดน้ำตาทำเข้มแข็งบอกเขาว่า ตนจะดูแลไม่ให้ใครทำร้ายเดือนแรมเพราะเขาดีกับตน ตนก็จะดีกับเดือนแรม แม้นเทพงงแต่ก็ขอบใจเธอและยอมให้เธอเรียกเขาว่า...พี่ต้อม ชุติมาน้ำตาไหลด้วยความดีใจ
แม้นเทพเล่าทุกอย่างให้มะลิฟัง มะลิสังหรณ์ใจเพราะคนอย่างชุติมาร้องไห้ จะต้องเป็นเรื่องรุนแรงแน่ ปกติเป็นคนก้าวร้าวเหมือนจันทรา แต่แม้นเทพกลับรู้สึกว่า ชุติมาทำตัวก้าวร้าวเพื่อปกปิดความอ่อนแอของตัวเอง...
คำพูดของเดือนแรมรบกวนจิตใจธิติรัตน์จนไม่เป็นอันทำงาน เขากลับวังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เห็นรูปเดือนแรมตั้งอยู่ก็เผลอยิ้มออกมาก่อนจะนึกได้ ทำหน้าบึ้งอย่างเดิม ละเอียดแอบเห็นอมยิ้มอย่างรู้ทัน ธิติรัตน์นั่งมองมือถือ หงุดหงิดที่เดือนแรมไม่โทร.เข้ามา ด้านเดือน–แรมอยากจะโทร. หาธิติรัตน์แต่เกรงเขายังโกรธอยู่ จึงไม่กล้าโทร.เพ็ญประกายยืนมองท่าทีเดือนแรมรู้ว่าคิดอะไรอยู่ ตัดสินใจมาเปรยกับจันทราว่า
“คุณแม่จำได้มั้ยคะ ว่าที่เราเคยสงสัย ว่าคุณชายมีคนอื่น...ผู้หญิงคนนั้นคือเดือนแรม”
“นังแรม...แม่มันทำให้แม่เจ็บปวด มาถึงตอนนี้มันยังมาทำให้ลูกของแม่ต้องเจ็บปวดอีก สมควรที่ฉันจะต้องจัดการกับแก นังแรม” จันทราปรี๊ด...
ในขณะที่เมินนั่งมองภาพราศรีที่แอบซ่อนไว้หลังกรอบรูปจันทรา เขารำพันว่ากำลังทำความฝันของเธอให้เป็นความจริงอยู่ คือการสร้างบ้านพักตากอากาศแบบที่เธอชอบ จันทราโผล่เข้ามา เขารีบซ่อนรูปไว้อย่างเดิม จันทราทำทีเป็นไม่สบาย ขอให้เขาพาไปหาหมอ และให้เพ็ญประกายกับชุติมาไปด้วย ชุติมายังน้อยใจอยู่ไม่อยากไป แต่ถูกบังคับให้ไป จึงชักสงสัยว่าต้องมีอะไรลับลมคมในแน่ พลันเห็นสายตาเจิมที่มองเดือนแรมอย่างประสงค์ร้าย
พอทุกคนออกจากบ้านไปหมด เดือนแรมจะออกไปมหาวิทยาลัย เจิมเข้ามากระชากแขนจนหนังสือเรียนตกเกลื่อนพื้น เดือนแรมตกใจดิ้นรนต่อสู้ แป้นเห็นเหตุการณ์แต่ไม่กล้าเข้าไปช่วย ตั้งใจจะมาบอกมะลิ เผอิญมะลิชวนไปถือของที่ตลาดจึงรีบรับคำ เพราะไม่อยากอยู่ในเหตุการณ์แล้วช่วยไม่ได้ ด้วยกลัวจันทรา
สุดท้าย ธิติรัตน์แพ้ใจตัวเอง โทรศัพท์หาเดือนแรม ขณะนั้นเธอกำลังดิ้นรนต่อสู้กับเจิม เสียงมือถือที่หล่นอยู่กับพื้นดังขึ้น เธอโถมตัวเข้ากดรับ เจิมปัดออก ธิติรัตน์แปลกใจทำไมเดือนแรมไม่ยอมพูด เสียงเดือนแรมร้องช่วยด้วยๆ เขาตกใจมาก รีบวิ่งออกจากที่ทำงานทันที
เดือนแรมถูกเจิมตบและชกเข้าที่ท้อง ทำให้เธออ่อนแรงลง...ระหว่างนั้น ชุติมารู้สึกผิดสังเกตที่จันทราบังคับให้ทุกคนออกจากบ้าน จึงแกล้งทำเป็นมีเพื่อนโทร.มาเรียก แล้วขอให้เมินจอดรถ ตนขอไปหาเพื่อน จันทรามองค้อนอย่างไม่พอใจ...ชุติมารีบนั่งแท็กซี่กลับมาที่บ้าน แต่ช้ากว่าธิติรัตน์ เขาเข้าไปช่วยเดือนแรมให้รอดพ้นจากเจิมด้วยการใช้เสียมฟาดหัวเจิมจนสลบ เขาดึงเดือนแรมมากอดแล้วพาเธออกไป ชุติมาเห็นเดือนแรมปลอดภัยก็โล่งอก
ธิติรัตน์พาเดือนแรมมาที่วังศิลาลาย เขาขอหม่อมรัตนา “บ้านของเดือนแรมคือที่ที่อันตรายที่สุด เพื่อความปลอดภัยของแรม ผมขออนุญาตพาแรมเข้ามาอยู่ที่นี่นะครับคุณแม่”
“แม่อนุญาต...ไม่ต้องกลัวนะแรม อยู่ที่นี่ ฉันรับรองว่าหนูจะปลอดภัย” หม่อมรัตนามองเดือนแรมที่น้ำตานองหน้า ท่าทางยังเสียขวัญ เนื้อตัวเขียวช้ำ
เดือนแรมกราบหม่อมรัตนาอย่างซาบซึ้ง ธิติรัตน์อยากให้เดือนแรมแจ้งความ แต่หม่อมรัตนาท้วงไว้ เพราะคนที่จะเป็นข่าวเสียหายคือเดือนแรม...ธิติรัตน์ไม่อยากให้เดือนแรมถูกครหานินทา จึงให้เจ๊กอไก่ช่วย จันทราแม้จะเจ็บใจที่เจิมทำงานไม่สำเร็จและไม่รู้ว่าใครมาช่วยพาออกจากบ้านไป แต่เธอและเพ็ญประกายก็ช่วยกันใส่ไฟให้เมินฟังว่าเดือนแรมออกไปกับผู้ชาย
“โกหก ความจริงคือพี่ชายของคุณอาจะปล้ำแรม” เดือนแรมเดินเข้ามากับเจ๊กอไก่
จันทรากับเจิมหน้าเจื่อนปฏิเสธเสียงหลง เพ็ญประกายช่วยพูดทับถมเดือนแรม “อย่าโยนความผิดให้คนอื่นดีกว่าแรม ถึงแรมจะทำผิดแค่ไหน พี่เชื่อว่ายังไงคุณพ่อก็ให้อภัย”
เมินขึ้นเสียงว่าไม่ให้อภัย เดือนแรมหน้าเสีย
ขอพ่อเชื่อตน เมินตอบว่า ตนเชื่อความรู้สึกตัวเองแล้วเดินจากไป จันทรายิ้มเยาะ เจ๊กอไก่จึงบอกทุกคนว่า
ตนมาขอพาเดือนแรมไปอยู่ด้วยเพื่อสะดวกในการทำงาน เพ็ญประกายรีบไล่ให้ไป เจ๊กอไก่แขวะ ขอเวลาเดือนแรมเก็บเสื้อผ้า ไม่ได้หรือ... เดือนแรมกับเจ๊กอไก่เข้ามาในห้อง ช่วยกันเก็บของ เดือนแรมเห็นกล่องของขวัญที่ตนเตรียมไว้ให้เมินจึงขอเอาไปให้พ่อก่อน เจ๊กอไก่จึงเก็บข้าวของใส่กระเป๋าให้ อารามรีบ ทำให้ปัดกรอบรูป หล่น เจ๊กอไก่ได้เห็นจดหมายและการ์ดของธิติรัตน์ที่เดือนแรมซ่อนไว้หลังกรอบรูปเจ๊กอไก่จึงรู้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันมานานแล้ว
เดือนแรมเอากล่องของขวัญพร้อมการ์ดเล็กๆ... สุขสันต์วันเกิดค่ะ คุณพ่อ...แนบมาด้วย วางไว้หน้าประตูห้อง เมินเปิดประตูมาเจอ ตื้นตันน้ำตาซึม
ooooooo
ออกมาจากบ้าน เจ๊กอไก่ส่งเดือนแรมให้ธิติรัตน์ที่จอดรถรออยู่ปากซอย เขาถามทันทีว่าที่บ้านว่าอย่างไร บ้าง เจ๊กอไก่ตอบอย่างเคืองๆว่าก็ดีใจที่เดือนแรมออกมาจากบ้านได้น่ะสิ...
ความจริงทุกอย่าง ชุติมารู้เห็นแต่ไม่ปริปากบอกใคร เพราะถึงอย่างไรคนที่คิดร้ายก็เป็นแม่ของตน เธอได้แต่ยืนมองจากหน้าต่าง เห็นรถแม้นเทพเข้ามาจอด ป้าพิม ออกมารับของ แม้นเทพยิ้มให้และแตะแขนป้าพิมดูอบอุ่น ชุติมาน้ำตาซึมสะท้อนใจ
“ขนาดแม่บ้านยังได้รับความรักจากพี่ แล้วถ้าเป็นคนพิเศษ พี่ต้อมจะดีกับเขาขนาดไหนชุอยากเป็นคนคนนั้น...พี่ต้อม...”
วันรุ่งขึ้น เพ็ญประกายรู้สึกสดชื่นที่ไม่มีเดือนแรมมาขวางหูขวางตา ตั้งใจจะออกไปหาธิติรัตน์ โดยการสนับสนุนของจันทรา แต่ชุติมากลับแขวะ
“ภูมิใจมากนักใช่มั้ย ที่ทำให้น้องระหกระเหินออกจากบ้านได้...ผู้หญิงสองคนที่ไม่เคยรู้จักกัน แต่สามารถเกลียดกันได้มากมายเพราะผู้ชายคนเดียว ฉันยังพอเข้าใจ แต่คนที่เป็นพี่น้องกันอย่างเธอกับเดือนแรม ฉันไม่เข้าใจว่า ทำไมทำร้ายกันได้ถึงขนาดนี้”
เพ็ญประกายไม่รู้เรื่องที่เจิมปล้ำเดือนแรม แต่ชุติมาไม่เชื่อ แถมบอกให้รู้ว่า ผู้ชายที่มาช่วยเดือนแรมคือธิติรัตน์ นั่นเอง เพ็ญประกายตกตะลึง รีบมาโวยวายจันทรา
“คุณชายธิติรัตน์มาช่วยแรม เพราะแผนสกปรกของคุณแม่ คุณแม่ทำได้ยังไงคะ ให้ลุงเจิมไปปล้ำแรม”
“ที่แม่ทำยังงั้นก็เพื่อเพ็ญ ลองถ้านังแรมมันเป็นเมียของลุงเจิม ผู้ชายดีๆที่ไหนจะเข้ามาหามันอีก”...เพ็ญประกายอึ้งคิดตามที่จันทราพูด
ด้านธิติรัตน์ ดูเขาสดชื่นจนหม่อมรัตนาแปลกใจ ไม่เคยตื่นเช้ามาเข้าครัว กลับเข้าไปเป็นลูกมือเดือนแรม ทำหมูหย็องของชอบ ทั้งที่ขั้นตอนการทำยุ่งยากมาก
ooooooo
ดุจแขยังคงดื่มจนเมา จารุณีระอาไม่เข้าใจว่าจะทรมานตัวเองทำไม ทั้งที่ธิติรัตน์ก็ไม่มีวันกลับมารัก และเตือนให้หันมามองสรรชัย ดุจแขกลับคิดเข้าข้างตัวเองว่า
“เคยได้ยินมั้ย...คนบางคนทำให้เรารู้สึกดี แต่ไม่ได้รู้สึกรัก...คนบางคนถึงจะทำให้เราเจ็บหนัก แต่คำว่ารักก็เป็นของเขาอยู่ดี ที่สำคัญ คุณชายไม่เคยทำให้ฉันเจ็บ มีแต่ฉันนี่แหละที่เป็นฝ่ายทำร้ายคุณชาย ถึงยังไงฉันก็จะทวงคุณชายของฉันคืน...”
ว่าแล้ว ดุจแขก็มาหาเพ็ญประกายที่บ้าน ยัดเงินกับแป้นเพื่อให้เปิดประตูปล่อยตนเข้ามาในบ้าน ดุจแขพูดจาถากถางเพ็ญประกาย ว่าธิติรัตน์กับตนรักกัน อย่ามาเป็นมือที่สามแถมเยาะเย้ยว่า เขาไม่เคยมาหาเพราะ อยู่กับตนทุกวัน และให้ตนมาบอกเธอว่า ถึงแต่งงานกันก็ได้แต่ชื่อ ส่วนตัวอยู่กับตน...เพ็ญประกายเจ็บแค้นถึงกับเกร็ง ชักกระตุกเหมือนคนมีอาการทางจิต ดุจแขกลับไป เพ็ญประกายก็ร้องกรี๊ดๆ จันทรากับเมินตกใจกับอาการของลูก รีบพาส่งโรงพยาบาล...
ผิดกับเดือนแรม ที่ดูสดชื่นมีความสุขขึ้น ธิติรัตน์ให้ความรัก ความเมตตา และมอบหมายหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัวให้ พอมือถือเขาดัง เขาก็ให้เธอเป็นคนรับสายแทน แต่มันเป็นภาพส่งเข้ามา เดือนแรมอึ้งพูดไม่ออก ธิติรัตน์ถามว่าใครส่งอะไรมา เดือนแรมยื่นให้ดูเอง
“ก็ฉันให้เธอเป็นเลขา มีอะไรก็บอกมาเลยสิ จะเอามาให้ฉันดูทำไม”
เดือนแรมตอบว่าเป็นภาพ ธิติรัตน์มองดูเห็นภาพหวานชื่นของตนกับดุจแขเมื่อห้าปีก่อน เขาโกรธมาก คว้าโทรศัพท์มาปาทิ้ง...สักพักก็ขบกรามแน่น พึมพำว่า ดุจแขคิดผิดแล้วที่ใช้วิธีนี้กับตน ว่าแล้วก็ดึงเดือนแรมมาโอบกอด แล้วใช้มือถือถ่ายภาพส่งกลับไปให้ดุจแข พอดุจแขได้รับถึงกับร้องกรี๊ดๆอย่างรับไม่ได้ สรรชัยตกใจเข้ามาดู เห็นภาพในมือถือก็ปลอบใจให้ยอมรับความจริง แต่ดุจแขไม่ยอมกลับทุบตีเขายกใหญ่ สรรชัยเริ่มจะรู้สึกสมเพชดุจแขมากกว่าที่เคยรักเสียแล้ว...ธิติรัตน์มองภาพที่ถ่ายในมือถือเห็นเดือนแรมน่ารักดี จึงส่งเข้าเครื่องของเดือนแรมด้วย เธอเพิ่งเดินเลี่ยงมา มองภาพที่ส่งเข้ามา ทั้งดีใจทั้งอาย มือกุมหัวใจ
“อย่าเต้นดังนักสิแรม คุณชายเขาแค่เอาเธอเป็นไม้กันหมา”
ธิติรัตน์เดินตามมาถามว่าเห็นรูปหรือยัง ไม่ชอบหรือ เดือนแรมได้แต่ก้มหน้าตอบค่ะๆ
“นี่...ใจคอเธอจะไม่พูดอะไรบ้างเลยเหรอ นอกจากคำว่าคะ...ค่ะ...เฮ้อ เธอนี่ไม่ได้ดั่งใจฉันเลย” ธิติรัตน์ส่ายหน้าเดินไปฉุนๆ เดือนแรมมองตามเดาอารมณ์เขาไม่ถูก
“ก็จะให้แรมพูดได้ยังไงคะ ว่าแรมตื่นเต้นจนจะเป็นลมตายอยู่แล้ว อีกอย่างแรมเห็นรูปของคุณชายกับคุณดุจแข แรมก็...แล้วจะไปหึงทำไม เราไม่ได้เป็นอะไร กับคุณชายซักหน่อย คนที่คุณชายยังแคร์คือดุจแข ไม่งั้นคงไม่ทำอย่างนี้หรอก” เดือนแรมพึมพำคนเดียว
วันรุ่งขึ้น หม่อมรัตนาเข้ามาคุยกับเดือนแรมถึงภาพที่เห็นธิติรัตน์โอบกอดเธอ เดือนแรมตอบเสียงอ่อยๆ ว่าธิติรัตน์แค่ถ่ายภาพส่งกลับไปให้ดุจแขเท่านั้น
“ดุจแขมายุ่งกับตาชายอีกแล้วเหรอ เฮ้อ...ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้นซะที”
“คุณดุจแขคงรักคุณชายมากค่ะ”
“ถ้าเขารักตาชายจริง เขาไม่ทำร้ายตาชายอย่างที่ผ่านมาหรอก เฮ้อ ที่ทำอย่างนี้ เขาคงคิดว่าถ่านไฟเก่ามันจะคุ” หม่อมรัตนาเห็นสายตาเต็มไปด้วยคำถามของเดือนแรม จึงพูดต่ออีกว่า “ตาชายเหมือนเสือ ไม่กินเนื้อชิ้นเก่า จบก็คือจบ และฉันมั่นใจว่าตาชายต้องได้เจอผู้หญิงคนใหม่ คนที่จะไม่ทำร้ายเขาอีก รวมทั้งคนที่ตาชายรักและไว้ใจพอที่จะเล่าทุกอย่างในชีวิตให้ฟังได้”
เดือนแรมสับสนว้าวุ่นใจ มาปรับทุกข์กับเจ๊กอไก่ เจ๊ฟันธงว่าธิติรัตน์รู้สึกดีๆกับเธอ...และในวันนั้น ธิติรัตน์ก็สั่งเลขา ไม่รับโทรศัพท์ของดุจแข แถมล็อกเบอร์ในมือถือตัวเองด้วย ยิ่งสร้างความเจ็บช้ำให้ดุจแข เธอจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากวีระ วีระมาบอกธิติรัตน์ว่าดุจแขกินยาตาย ธิติรัตน์ไม่สนใจ วีระโกรธถึงกับชกหน้าธิติรัตน์หาว่าใจร้าย
“ทำไมนายถึงใจดำอย่างนี้ คนจะตายเพราะนายทั้งคน ยังไม่ดูดำดูดีอีก”
“ฉันไม่เดินตามเกมของผู้หญิง”
“เกม...นายมองชีวิตของคุณแขเป็นแค่เกม ไม่มีคนโง่คนไหนหรอกที่จะเล่นกับความตาย”
“คนโง่อย่างดุจแข ยอมทำร้ายตัวเองเพื่อเอาชนะคนอื่น”
วีระยิ่งโกรธ ชกธิติรัตน์อีก เขาได้แต่ปัดป้องไม่ตอบโต้ วีระชี้หน้าอย่างโกรธมาก ถ้าดุจแขเป็นอะไรไป เขาคือฆาตกร ธิติรัตน์ไม่สะทกสะท้าน กลับเรียกศรัณย์ให้มาเอาตัววีระออกไป วีระโวยวายว่าใจธิติรัตน์ทำด้วย อะไร คนเคยรักกันแท้ๆ ศรัณย์ลากวีระออกมาแล้วตอบว่า
“แค่คนเคยรักกัน...นายต้องเข้าใจซะทีนะ ว่าเรื่อง ของคุณแขกับนายชายจบกันไปนานแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณแขจะทำอะไร มันไม่เกี่ยวกับนายชาย”
“แต่ที่คุณแขเขาฆ่าตัวตายเพราะนายชาย”
ศรัณย์ย้อนถามว่าเค้าคือใคร วีระจึงบอกว่าดุจแขโทร.บอกตนก่อนที่จะกินยาตาย ศรัณย์หัวเราะแบบหยันๆ
บอกวีระว่า เขาถูกหลอกใช้ให้คาบข่าวมาบอกธิติรัตน์ เขาเป็นแค่หมากตัวหนึ่งของดุจแขเท่านั้น วีระไม่อยากเชื่อ...
เผอิญหมอที่ล้างท้องให้ดุจแขคือเกรียง ธิดากับหม่อมรัตนาจึงรู้ข่าวไปด้วยว่า ดุจแขทานยาเข้าไปไม่มาก หวังประชดบางคน สรรชัยเป็นคนส่งดุจแขมาโรงพยาบาล พอเธอฟื้นขึ้นมา ก็รีบบอกเกรียงว่า ตนกับสรรชัยไม่ใช่แฟนกัน ตนยังรักธิติรัตน์ เกรียงตอบว่า เรื่องอดีตไม่ควรเอามาพูดถึงอีก ดุจแขเจ็บใจ แต่ยังเชื่อว่าธิติรัตน์ต้องมาเยี่ยม สรรชัยสุดจะทน
“คุณไม่อายบ้างเหรอ ขนาดผมยืนฟังเฉยๆผมยังอาย”
“คุณไม่เคยได้ยินหรือไง ด้านได้ อายอด”
“งั้นคุณคงกลัวจะอดจริงๆ ขนาดเขาจับได้ไล่ทันว่าคุณแกล้งกินยาตายเพื่อเรียกร้องความสนใจ ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้”
ดุจแขว่าตนรู้จุดอ่อนของธิติรัตน์ ว่ากลัวตนตาย จึงกดโทรศัพท์หาวีระ ร้องไห้ขอให้เขาพาธิติรัตน์มาพบเป็นครั้งสุดท้าย สรรชัยมองเธออย่างสมเพช...วีระร้อนใจเป็นห่วงดุจแข มาขอร้องธิติรัตน์อีกครั้งให้ไปเยี่ยม
ดุจแข ธิติรัตน์จึงย้อนรอยดุจแขบ้าง เขาพาเดือนแรมแต่งตัวสวยมาเยี่ยมดุจแข...ธิติรัตน์กับเดือนแรมเดินเข้ามาในโรงพยาบาล ชุติมาซึ่งเดินลงมาซื้อของเห็นเข้าก็แปลกใจ กลับขึ้นมาบนห้อง เมินกำลังปลอบเพ็ญประกายซึ่งนอนตาเหม่อลอย
“พ่อไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ที่ลูกต้องเข้ามานอนโรงพยาบาลเพราะแฟนเก่าคุณชายมาหา”
“ลูกเราออกจะบอบบางไร้เดียงสา เจอผู้หญิงชั้นต่ำ ไร้ยางอายอย่างยัยดุจแข ตามมาหาเรื่องถึงบ้าน จะไม่ช็อกได้ยังไง” จันทราลูบหัวเพ็ญประกายอย่างห่วงใย
ชุติมาตั้งใจจะมาบอกเรื่องที่พบธิติรัตน์เปลี่ยนเป็นหัวเราะเยาะ “ที่ช็อกเพราะรู้อยู่แก่ใจมากกว่ามั้ง ว่าคุณชายไม่มีใจให้ พอใครมาพูดอะไรนิดหน่อย เลยทำท่าจะเป็นจะตาย สมแล้วที่หมอบอกว่า มีอาการทางจิต เธอมีสิทธิ์เป็นบ้าแน่ยัยเพ็ญ”
จันทราหันมาเอ็ด ชุติมาเถียง คนอะไรหน้าด้านอยากมีผัวจนเป็นบ้า จันทราตบผัวะ ชุติมาหน้าหันน้ำตานอง จ้ำพรวดๆออกไป เมินรู้สึกว่าตนผิดที่ยอมให้เพ็ญประกายเป็นมาหยารัศมี เขาหลบออกมาจากห้อง และได้เห็นธิติรัตน์เดินอยู่กับเดือนแรม จะตามไป พอดีจันทราตามออกมา จึงหันมาถกเถียงกันสักพัก มองไป สองคนก็หายไปแล้ว
ooooooo
ธิติรัตน์ให้เดือนแรมเข้าไปเยี่ยมดุจแขตามลำพัง ตนรออยู่หน้าห้อง ให้เดือนแรมบอกดุจแขว่าตนเป็นคนรักของเขา และขอให้เธอเลิกวุ่นวายกับเขาเสียที สรรชัยแปลกใจที่เดือนแรมเก่งกล้ามาคนเดียวได้ เดือนแรมขอคุยเป็นการส่วนตัว สรรชัยจึงออกมา
เดือนแรมพูดตามคำพูดที่ธิติรัตน์สอนมาว่า ดุจแขเป็นแค่แฟนเก่า “แฟนเก่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าผี เพราะผีถึงจะเชื่อว่ามีอยู่จริง แต่ก็ไม่เคยเห็น ไม่เหมือนกับแฟนเก่า ไม่เคยสนใจว่ามีจริง แต่ดันตามหลอกหลอนยิ่งกว่าผีเสียอีก แถมยังทำตัวเป็นสัมภเวสี ไม่ยอมไปผุดไปเกิดซักที”
ดุจแขโกรธจนตัวสั่น “ขนาดคู่หมั้นของเขาฉันยังไม่กลัว นับประสาอะไรที่ฉันจะกลัวคนหน้าจืดๆอย่างเธอ”
“แต่คนหน้าจืดๆคนนี้ล่ะค่ะ ที่คุณชายให้ความสำคัญกว่าคู่หมั้น”
“หน้าด้าน...”
“อย่าด่าตัวเองสิคะ เพราะที่แรมมาที่นี่เพราะคุณชายให้สิทธิ์แรม ซึ่งต่างจากคุณที่คุณชายไม่ได้ต้องการ และมันควรจะจบแค่คำว่าแฟนเก่าเท่านั้นค่ะ”
“ฉันจะทวงคุณชายของฉันคืน”
“แรมก็จะใช้หัวใจรักของแรม ดึงคุณชายเอาไว้เหมือนกันค่ะ...ขอโทษนะคะ แรมเคยคิดว่าการไล่ล่าผู้ชายเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดในชีวิต ไม่อยากเชื่อ พอมาเจอกับตัวมันจำเป็นต้องทำ เพราะผู้หญิงบางคนเป็นยิ่งกว่าปลิง อ้อ แล้วถ้าคุณดุจแขยังทำใจไม่ได้ แรมขอแนะนำให้ไปฟังเพลงกฎของแฟนเก่า...นะคะ เผื่อความฟุ้งซ่านจะจางลงบ้าง” พูดจบเดือนแรมจะเดินออก
ดุจแขโผนเข้ากระชากผม เดือนแรมหันมาดึงผมเธอบ้างและบอกว่า อย่าต้องมาเจ็บหน้าเพราะมือตนเลย เดี๋ยวเธอต้องให้หมอถากหน้าออกเพราะตอนนี้มันหนามาก...ดุจแขตกใจนึกไม่ถึงว่าเดือนแรมจะปากร้ายขนาดนี้ เดือนแรมผลักดุจแขล้มไปหัวกระแทกเตียง ดุจแขคว้ามีดปอกผลไม้จะแทง ธิติรัตน์เข้ามาแย่งมีดไว้ได้ ผลักดุจแขออก ดึงเดือนแรมมากอดไว้
“ถ้าคุณทำคนของผมแม้แต่ปลายนิ้ว คุณเจอดีแน่”
ดุจแขกรี๊ดลั่นจะเข้าตบเดือนแรมอีก ธิติรัตน์ปกป้องเดือนแรมและบอกอย่ามาทำร้ายคนที่ตนรัก แล้วพาเธอออกไป ปล่อยให้ดุจแขร้องกรี๊ดอยู่แบบนั้น...สรรชัยซึ่งห่วงเดือนแรมอยู่แล้วเห็นธิติรัตน์ประคองเธอหน้าตาตื่นออกมา เผอิญเพ็ญประกายมองมาเห็นทั้งสองคนขึ้นรถไปด้วยกัน ก็ร้องไห้โฮฟ้องจันทราว่าเดือนแรมแย่งธิติรัตน์ จันทรายุลูกจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้
ระหว่างนั่งรถออกมา ธิติรัตน์ซักถามว่าเดือนแรมพูดอะไรกับดุจแขบ้าง เธอเล่าว่าพูดตามที่เขาสอนและบางประโยคก็มาจากเจ๊กอไก่ ธิติรัตน์ได้ฟังก็อมยิ้มโทร.ไปขอบใจเจ๊กอไก่ และหวังว่าครั้งนี้ ดุจแขจะไม่กลับมาวุ่นวายกับตนอีก
ooooooo
กลับถึงวังศิลาลาย เดือนแรมขอโทษธิติรัตน์ถ้าตนพูดอะไรกับดุจแขแรงเกินไป ธิติรัตน์กลับเข้าใจว่าเดือนแรมกังวลใจเรื่องสรรชัย จึงเหวี่ยงอารมณ์ใส่ อยากพูดอะไรก็พูดออกมา เดือนแรมน้อยใจอยากถามถึงคำพูดที่เขาบอกดุจแขว่าเขารักตน แต่เขากลับไม่เข้าใจ
“คุณชายไม่คิดถึงใจแรมเลยเหรอคะ ว่าแรมจะรู้สึกยังไง”
“ถ้าเธอไม่บอก ฉันก็จะไม่ถาม เพราะคนอย่างฉัน ไม่เคยสนใจใคร”
“แต่ถ้าเป็นแรม ถึงคนที่แรมรักเขาจะไม่ถาม แรมก็อยากจะบอก ไม่ใช่แค่นี้ด้วยค่ะ เพราะถ้าแรมรักใคร แรมจะไปตามหาเขา ไปดูแลเขา ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ามีเขาอยู่ในโลกเลยค่ะ” เดือนแรมพูดจบ ก็วิ่งหนีเข้าบ้าน ธิติรัตน์ตะโกนตามหลังว่า แล้วเธอรักใคร
เดือนแรมน้ำตาไหลวิ่งเข้าห้อง ธิติรัตน์ตามมาอยากจะเคาะประตูแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เดือนแรมเสียใจนึกถึงคำพูดของธิติรัตน์ตอนอยู่ในรถ ที่ว่า “ที่ฉันบอกว่ารักเธอมันไม่ได้เป็นความจริง ฉันแค่พูดให้ดุจแขเขาเลิกยุ่งกับฉันเท่านั้น”
“แรมรู้ค่ะ ว่าคุณชายไม่ได้รักแรม แต่คุณชายคงไม่รู้ว่าแรมเจ็บแค่ไหนที่ได้ยินคุณชายพูดอย่างนั้น เพราะแรม...แรมรักคุณชายค่ะ” เดือนแรมรำพันอยู่คนเดียว...
ออกจากโรงพยาบาล ดุจแขยังคงดื่มเหล้าเมาตลอด สรรชัยเริ่มตัดใจจากเธอได้ เขาอยากบอกเดือนแรมเป็นคนแรก จึงโทร.นัดเธอออกมาพบช่วงพักเรียน ธิติรัตน์ได้ยินเดือนแรมพูดโทรศัพท์นัดหมายกันก็หงุดหงิดใจ พูดจาประชดประชัน จนเดือนแรมเองก็ไม่เข้าใจ
เดือนแรมพบกับสรรชัยตามนัด สองคนปรับทุกข์เรื่องความรักเหมือนพี่เหมือนน้องกัน...ธิติรัตน์นั่งมองมือถืออย่างหงุดหงิด ตัดสินใจโทร.ไป เดือนแรมเพิ่งเรียนเสร็จ เขาจึงแกล้งบอกว่าไม่สบายให้รีบกลับบ้าน เดือนแรมหน้าตื่นกลับมาพบว่าเขาล้างรถอย่างอารมณ์ดี แถมบอกแค่อยากรู้ว่าระหว่างเขากับคนพิเศษใครสำคัญกว่ากัน เดือนแรมน้ำตาคลอที่เขาเอาความรู้สึกของตนมาล้อเล่นเป็นเกมอย่างหนึ่ง ไม่ว่าใครจะแพ้จะชนะ ก็ต้องมีคนหนึ่งที่สูญเสียความรู้สึกดีๆ เพียงแค่ต้องการชนะ มันเป็นความภาคภูมิใจ แต่เขาจะไม่มีตนตลอดชีวิต...
ooooooo










