กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาสีมุก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กลับถึงบ้านในคืนนั้น คีรินทร์ซึมเศร้าและเหม่อลอย ดึกแล้วก็ยังไม่เข้านอน กระทั่งเขมทัตกับมณีลงมาเจอ เขาบอกพ่อแม่ว่ายังไม่ง่วง มณีจับสังเกตท่าทีลูกชายแล้วดักคออย่างหมั่นไส้

“อย่าบอกนะว่ายังอาลัยนังลูกขอทานอยู่ แม่ขอเลย ถึงลูกไก่จะไม่ใช่คนดีเด่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังมีสกุลรุนช่อง ไม่เหมือนยายไข่มุก”

“ไข่มุกไม่ได้ต่ำต้อยกว่าลูกไก่เลยนะแม่ เขาเป็นลูกสาวของปาร์คจินจูครับ”

มณีช็อกอ้าปากค้าง หันมองเขมทัตซึ่งฟังอย่างแปลกใจเหมือนกัน

“อำรึเปล่า เป็นไปได้ไง แล้วนังวันดีแม่มันล่ะ”

“เรื่องจริงครับแม่ วันดีเป็นแม่เลี้ยง”

“ไม่ขำย่ะ ทำอย่างกับนิยาย แล้วเราไปรู้มาได้ไง”

“ไข่มุกบอกผมเอง แต่จริงๆก็สงสัยมานานแล้วว่าทำไมจินจูถึงได้ดีกับเขา แล้วก็เอ็นดูมากกว่าคนอื่น”

“เป็นไปได้จริงๆเหรอ” เขมทัตสีหน้าคลางแคลงใจ แต่พอลูกชายพยักหน้าอย่างจริงจังก็หมดข้อกังขา

“แล้วทำไมไม่บอกแต่แรก โธ่พลาดแล้วฉัน โอ๊ย... คิดแล้วเสียดาย ลูกดาราระดับซุปตาร์เชียวนะ รินทร์นะ รินทร์ทำไมเพิ่งมาบอก” มณีโวยวาย...คีรินทร์ยังคงนั่งนิ่ง เขมทัตลอบมองลูกชายด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

เมื่อมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ วัฒนากับนุชนารถจึงพากันไปหาเช่าบ้านหลังใหม่ที่เงียบและห่างไกลจากผู้คน ตั้งใจว่าบ้านหลังนี้จะเป็นที่ตายของใครหลายคนที่เป็นศัตรูกับพวกตน

ด้านมณีที่รู้ความจริงเกี่ยวกับไข่มุกก็อดพูดจากระทบกระเทียบภัททิมาไม่ได้ แต่ถึงจะพูดมากแค่ไหนก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว เพราะฤกษ์วันแต่งได้มาเรียบร้อย อีกทั้งชลลดาก็คิดรวบรัดตัดความเพื่อความชัวร์ หาฤกษ์จดทะเบียนมาให้ก่อนวันแต่งสองวัน

“ได้ฤกษ์จดทะเบียนมาวันศุกร์นี้ จดก่อนงานแต่งสองวัน วันแต่งจะได้ไม่ต้องยุ่งหลายอย่าง”

“น้อยๆหน่อยย่ะ ถามเจ้าบ่าวเขาซะก่อนว่าว่างหรือเปล่า เธอไม่ได้เป็นคนจดนะยะ จะได้คิดเองเออเอง” มณีเสียงเขียวใส่ชลลดาอย่างหมั่นไส้

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะครับ” คีรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ

“อ้าว ทำไมล่ะคะ หลวงพี่ท่านอุตส่าห์หาฤกษ์ดีมาให้”

“ผมยังไม่พร้อม”

“แล้วจะพร้อมเมื่อไหร่”

ชลลดาจี้ติดแต่คีรินทร์เฉยไม่ตอบ ภัททิมาเลยกระแซะมาใกล้ๆ

“รินทร์ขา...แต่ตอนนี้ลูกไก่ว่าง...ลูกเราจะได้เกิดมาถูกต้องตามกฎหมายไงคะ”

“ยังก่อน ตอนนี้อยากโฟกัสเรื่องงาน ไว้ให้อะไรลงตัวกว่านี้ค่อยพูดเรื่องนี้กัน”

“แหม...ยังต้องห่วงอะไรอีกคะ อันที่จริงจดให้มันเสร็จเลยก็ดี จะได้ไม่มีปัญหา กะอีแค่เซ็นชื่อนิดเดียวไม่เห็นต้องรอให้พร้อมอะไรเลย”

คีรินทร์นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีก ชลลดาไม่พอใจแต่พยายามเก็บอาการ ต่างจากภัททิมาที่แสดงออกทางสีหน้าชัดเจนว่าเซ็งจัด

ooooooo

เมื่อยังไม่มีวี่แววและข่าวคราวของไข่มุก จินจูถึงกับนอนซมด้วยความเสียใจ รำพันกับคธาว่าลูกคงโกรธเกลียดตนมาก ตนผิดเองที่ไม่ยอมรับความจริงต่อหน้านักข่าว

“ผมเข้าใจคุณนะ ถ้ารับ...เรื่องอื่นๆคงโดนขุดคุ้ย ไข่มุกเองก็คงโดนด้วย บางทีสถานการณ์ก็ทำให้เรายอมรับไม่ได้”

“ฉันทำร้ายจิตใจลูกมาก คธาคะ ฉันอยากเจอลูก”

“คุณต้องพักผ่อนให้แข็งแรงก่อน ตอนนี้ที่ผมห่วงมากที่สุดคือสุขภาพของคุณ ส่วนเรื่องลูก พวกเราต้องหาไข่มุกเจอแน่”

จินจูหลับตาลงอย่างทุกข์ใจ คธาเองก็หนักใจ อีกสักครู่ออกมาคุยกับแทยอนและคีรินทร์ที่ดูกระวนกระวายใจไม่แพ้กัน

“จินจูเป็นยังไงบ้าง”

“เครียดมากจนหมอต้องสั่งยาคลายเครียดไว้ให้ กินยาไปถึงหลับได้”

“ผมให้นักสืบออกตามหาไข่มุกหลายคนแล้วแต่ยังไม่ได้ข่าวเลย”

“คราวนี้คงหายากกว่าเดิม เพราะเจ้าตัวจงใจหลบหน้าเรา”

“ยังไงไข่มุกคงไม่หนีไปตลอดชีวิต” คธามั่นใจอย่างที่พูด

“บอกคุณจินจูด้วยว่าไม่ต้องห่วง ยังไงผมต้องตามให้เจอจนได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน” คีรินทร์กล่าวหนักแน่น มุ่งมั่น แต่ถึงกระนั้นคธาก็ยังไม่คลายความกังวลอยู่ดี

ooooooo

ไข่มุกแอบเอาเช็คห้าล้านกลับมาวางคืนไว้ในห้องทำงานคีรินทร์แล้วหลบออกไปอย่างรวดเร็ว คีรินทร์จำเช็คนี้ได้ทำท่าจะออกตามหาไข่มุกอีกแต่เขมทัตไม่ยอมเพราะค่ำนี้เขาต้องเป็นเจ้าบ่าวของภัททิมา

จินจูทราบจากคธาเรื่องงานแต่งงานคีรินทร์ ซึ่งคธาบอกว่าเขมทัตขอให้ตนเล่นเปียโนในงานนี้ และถามจินจูว่าจะไปร่วมงานด้วยหรือไม่

“ที่จริงคืนนี้เจ้าสาวควรจะเป็นไข่มุก ฉันทำใจไปร่วมงานไม่ไหวหรอกค่ะ ลูกเราก็ใจแข็งเกินไป ไม่ยอมบอกเรื่องลูกให้คีรินทร์รู้สักคำ ปิดปากเงียบ ทิ้งทุกอย่างให้ผู้หญิงอื่นเข้ามาแทน ฉันไม่เข้าใจลูกเลย”

“ไข่มุก...ลูกเราท้องเหรอ ทำไมผมไม่รู้เลย”

“ฉันก็เพิ่งรู้ แถมยังเกิดเรื่องยุ่งๆอีก เลยไม่ได้บอกคุณ เพราะอย่างนี้ฉันถึงห่วงลูกเหลือเกิน นอกจากตัวแล้วยังมีหลานของเราอีก คนท้องอยู่คนเดียว ถ้าไม่สบายใครจะดูแล”

จินจูหน้าเศร้าเป็นห่วงลูกเหลือเกิน คธาก็รู้สึกไม่ต่างกัน ไข่มุกแอบมองทั้งคู่ตั้งแต่แรก อยากมาหาพ่อแม่แต่ก็ยังน้อยใจและเสียใจ...ตัดใจหันหลังจากไปเงียบๆ

ขณะนั้นที่บ้านคีรินทร์ มณีเอาเพชรนิลจินดาเครื่องประดับมาให้ภัททิมาเลือกใส่ในงานคืนนี้ ชลลดาคัดเพชรเม็ดใหญ่ให้ลูกสาว อ้างว่าเพื่อเป็นหน้าเป็นตากับครอบครัวเจ้าบ่าว หนูนาเห็นของสวยๆงามๆก็อยากได้บ้าง มณีจึงจัดสร้อยคอให้หนึ่งเส้นเหมาะสมกับวัย

“ใส่แล้วอย่าทำหายนะ ไว้โตแล้วจะได้เก็บไว้เป็นของตัวเอง เป็นของขวัญจากแม่”

“หนูนาจะเก็บให้ดีเลยค่ะ รักคุณแม่จัง” หนูนา กอดมณีอย่างประจบ

ขณะที่ทุกคนเพลิดเพลินกับเครื่องประดับล้ำค่า นึกไม่ถึงว่าวัฒนากับนุชนารถจะโผล่พรวดเข้ามาทำเอาตกอกตกใจกันไปหมด

“พวกเธอ...มาทำอะไร” มณีพูดปากคอสั่น

“วันนี้ฤกษ์ดี เลยจะมาแสดงความยินดีกับเจ้าสาวคนใหม่ซะหน่อย”

นุชนารถตวัดตามองภัททิมาอย่างน่ากลัว พอเห็นทั้งคู่มีสมุนมาด้วยอีกสองสามคนก็ยิ่งไม่ไว้ใจ มณียืนบังหนูนาเอาไว้ ถามวัฒนาว่าต้องการอะไร

“ต้องการอะไรงั้นเหรอ...ก็ทั้งหมดนั่น รวมทั้งชีวิตพวกแกด้วย...จัดการ” วัฒนาพยักพเยิดไปทางลูกน้อง

ไม่ช้าไม่นาน ผู้ใหญ่ทั้งสามก็โดนโปะยาสลบหมดแรงสู้ หนูนาตกใจมากร่ำร้องเสียงหลง เรียกคนโน้นคนนี้และขอร้องวัฒนากับนุชนารถอย่าทำอะไรแม่ของตน

วัฒนาสั่งลูกน้องรีบกวาดเครื่องเพชรใส่ถุง นุชนารถเดินมาย่อตัวลงมองหนูนาแล้วยิ้มหวาน ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กหญิงไปมา วัฒนามองอย่างไม่ไว้ใจ รีบดักคอ

“อย่าทำอะไรเด็กนะนุชนารถ”

“ฉันไม่เลวขนาดทำเด็กหรอกน่า”

หนูนาสะอึกสะอื้นหวาดกลัว เห็นวัฒนาเข้ามาใกล้อีกคนก็ลนลาน “พี่วัฒน์อย่าฆ่าหนูนานะคะ กลัวแล้ว”

“ไม่หรอก เป็นเด็กดีนะ ไม่ต้องกลัว...สร้อยเส้นนี้สวยดี ขอพี่แล้วกัน คนเก่ง อย่าร้องนะ”

วัฒนาปลดสร้อยออกจากคอหนูนา ส่วนนุชนารถยัดจดหมายใส่มือเด็กหญิงพร้อมสำทับเสียงแข็ง

“เก็บจดหมายนี่ไว้ให้พี่รินทร์ที่รักซะ แล้วก็บอกเขาด้วยว่าเป็นเพราะเขาที่ทำให้ฉันต้องทำแบบนี้”

หลังจากนั้น วัฒนาสั่งลูกน้องให้แบกมณี ชลลดาและภัททิมาในสภาพหมดสติออกไปใส่รถตู้หน้าบ้าน หนูนาร้องไห้ระงม จะเข็นรถตามก็ไม่กล้า ได้แต่ตะโกนเสียงหลง

“จะพาไปไหน พี่วัฒน์อย่าเอาคุณแม่ไปนะคะ พี่นุช...อย่าทำอะไรคุณแม่”

นุชนารถไม่สนใจหนูนา เดินไปฉวยชุดเจ้าสาวของภัททิมาติดมือไปด้วย

ooooooo

กว่าคีรินทร์กับเขมทัตจะรู้ว่าที่บ้านเกิดเหตุร้ายก็บ่ายมากแล้ว ช้อยกับคนขับรถที่โดนโปะยาสลบก่อนพวกมณีที่หน้าบ้าน พอฟื้นขึ้นมาก็มึนงงแทบจำอะไรไม่ได้เลยเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก รู้แต่ว่ามีคนร้ายมากันประมาณห้าคน

“แล้วหนูล่ะ เห็นหน้าตาคนร้ายหรือเปล่า ตกลงเขามากันห้าคนใช่ไหม”

“มีพี่วัฒน์ พี่นุช แล้วก็ใครไม่รู้อีกสามคนมั้ง เขาเอาปืนจี้น้าชลด้วย พี่นุชน่ากลัวมาก เขาจะทำร้ายคุณแม่ไหมคะ”

“ไม่หรอกลูก แม่จะต้องปลอดภัย” เขมทัตปลอบลูกสาว

“เพื่อนบ้านแถวนี้บอกว่าเห็นรถตู้สีขาวแล่นมาจอดพักหนึ่งแล้วก็ขับออกไป แต่จำยี่ห้อหรือทะเบียนรถไม่ได้เลยครับ” ตำรวจรายงาน

“ทำไมต้องเกิดเรื่องบ้าๆแบบนี้ขึ้นด้วย” คีรินทร์หน้าเครียดจัด

คธากับจินจูเห็นใจคีรินทร์ ช่วยประสานไปทางโรงแรมให้เลื่อนงานแต่งงานคืนนี้ออกไปก่อน จากนั้นก็ช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงต่อ เป็นห่วงทั้งสามคนที่ถูกจับตัวไป เขมทัตบ่นอย่างเจ็บใจวัฒนากับนุชนารถซึ่งเป็นคนเก่าแก่ทำไมถึงหันมาแว้งกัดกันได้

“ยังไงก็ตาม...ฉันเชื่อว่าทุกคนจะปลอดภัยค่ะ” จินจูให้กำลังใจคีรินทร์กับเขมทัต ส่วนตำรวจสรุปด้วยความมั่นใจเช่นกันว่า

“อีกไม่นานคนร้ายจะต้องติดต่อมานัดแลกตัวประกันกับเงินค่าไถ่แน่นอน รอฟังข่าวเถอะครับ”

ooooooo

ไข่มุกทิ้งความเป็นดาราหนีมาใช้ชีวิตคนธรรมดาอย่างเดิมด้วยการเข็นรถขายส้มตำไปเรื่อยตามตรอกซอกซอย โดยพรางหน้าตาเพราะกลัวคนจำได้ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ติดใจสงสัย คิดว่าเธอเป็นไข้หวัดจริงๆถึงต้องใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจาย

แต่ถึงแม้จะขายส้มตำ ไข่มุกก็ยังทราบข่าววิวาห์ล่มของคีรินทร์จากบรรดาลูกค้าที่เม้าท์ข่าวในหนังสือพิมพ์กันอย่างออกรส ซึ่งสาเหตุนั้นยังเป็นปริศนา ไข่มุกแปลกใจและเป็นห่วงคีรินทร์ประสาคนที่ยังมีเยื่อใย

ด้านพวกมณีที่ถูกวัฒนากับนุชนารถจับตัวไปขังไว้ที่บ้านเช่าสุดซอยปลอดคน ทุกคนหมดหนทางหนีเพราะถูกล่ามโซ่ที่ขา ชลลดาโกรธมากด่าทอและขู่จะแจ้งตำรวจ เลยโดนนุชนารถตบคว่ำ ส่วนภัททิมาก็เกือบถูกบีบคอตายถ้าวัฒนาไม่เข้ามาห้ามนุชนารถเสียก่อน

“ห้ามทำไม...ปล่อย!”

“อย่าลืมสิว่าพวกนี้มีค่าตัวเท่าไหร่”

มณีมองวัฒนาอย่างเศร้าใจ นึกไม่ถึงว่าจะร่วมมือกับนุชนารถทำเรื่องเลวร้ายถึงเพียงนี้ ขณะเดียวกันนั้น คีรินทร์ก็มั่นใจแล้วว่าวัฒนาเตรียมพร้อมเป็นโจรเต็มที่ ถึงขนาดทิ้งบ้านแล้วขนข้าวของไปเกือบหมด คงไม่คิดกลับมาอีกเป็นแน่

หลังจากตบตีกับนุชนารถจนสภาพสะบักสะบอมดูไม่ได้ ชลลดาเพิ่งนึกขึ้นได้ ถามหาเครื่องเพชรว่าอยู่ที่ไหน นุชนารถหยิบออกมาโชว์แต่ไม่ยอมคืนให้

“จะตายแล้วยังโลภ พวกแกไม่คู่ควรกับของพวกนี้หรอก”

นุชนารถมองสองแม่ลูกอย่างกึ่งแค้นกึ่งหยาม มณีมองวัฒนากับนุชนารถอย่างผิดหวัง ตัดพ้อต่อว่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“วัฒน์...เธอเป็นเพื่อนกับรินทร์มาตั้งแต่เด็ก แม่เห็นเธอเหมือนลูกคนนึง เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน แล้วทำไมถึงทำแบบนี้”

“ครอบครัวเดียวกัน แล้วที่ไอ้รินทร์ไล่ผมเหมือนหมาก็ครอบครัวงั้นสิ”

“เรื่องนั้นแม่ต้องขอโทษแทนรินทร์ด้วย”

“คุณไม่ต้องมาทำพูดดี ผมไม่ใช่ไอ้โง่ที่จะทำงานงกๆเพื่อโรงแรมเฮงซวยนั่นแล้ว”

“นุชนารถ...เราเคยอยู่ด้วยกันมานาน ฉันดีกับเธอตั้งเท่าไหร่ เธอต้องเตือนวัฒนานะ รู้ว่าเธอสองคนกำลังโกรธ แต่ขอให้นึกถึงสิ่งดีๆที่เคยทำให้กัน”

“ดีกับนังสองคนแม่ลูก กับนังกีกี้น่ะสิ รู้ทั้งรู้ว่าฉันเป็นเมียคีรินทร์อยู่ ยังหาผู้หญิงใหม่มาแต่งงานกับเขาอีก นี่น่ะเหรอดีของคุณ นังนุชนารถคนนี้มันเจ็บแล้วจำ ใครทำอะไรไว้ ตอนนี้จะเอาคืนเป็นสิบเท่า ให้รู้ไปว่าคนอย่างฉัน ไม่มีวันแพ้พวกแก”

ตัวประกันทั้งสามคนสะอึกอึ้ง มองนุชนารถสลับกับวัฒนาอย่างหวาดกลัว นุชนารถตาขวางใส่ภัททิมา แล้วกระชากชุดเจ้าสาวจนขาดคามือ!

คืนเดียวกันนั้น คีรินทร์เครียดจนนอนไม่หลับ บ่นกับเขมทัตและหนูนาว่าเป็นห่วงแม่และภัททิมา เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะตนเป็นต้นเหตุ

“รินทร์ไม่ผิดหรอก เพียงแต่อาจจะคิดถึงจิตใจคนอื่นน้อยไปนิด บางเรื่องที่เราทำลงไปโดยไม่ตั้งใจก็อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเราได้”

“แต่ผมนึกไม่ถึงเลย ทั้งนุชทั้งวัฒน์จะทำได้ขนาดนี้”

“แล้วเราล่ะ เคยทำอะไรกับเขาไว้บ้าง จำเอาไว้เป็นบทเรียน เราต้องรู้จักเห็นใจและคิดถึงจิตใจคนอื่นให้มาก ยิ่งเป็นหัวหน้าเขายิ่งต้องมีทั้งเมตตาและกรุณา อย่าต้อนใครให้จนตรอก จนเขาลุกขึ้นสู้หันมาทำกับเราอย่างนี้”

“ผมขอโทษครับพ่อ”

“ไม่เป็นไรลูก ใครบ้างไม่เคยทำผิด แต่ทำแล้วต้องรู้จักแก้ไข อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ซ้ำสองได้”

คีรินทร์พยักหน้ารับรู้ หนูนากอดแขนพี่ชาย ให้กำลังใจว่าต้องสู้ และพาแม่กลับมาเร็วๆ

“พี่สัญญา...แม่จะต้องปลอดภัย” คีรินทร์กล่าวหนักแน่น...เขมทัตสบตาลูกชายอย่างเชื่อมั่นและเชื่อใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ไข่มุกเข็นรถขายส้มตำลึกเข้ามาท้ายซอย ตะโกนปาวๆขายส้มตำไก่ย่างจนพวกมณีที่ถูกขังอยู่ในบ้านเช่าแตกตื่นชะโงกหน้าผ่านหน้าต่างประสานเสียงขอความช่วยเหลือ ไข่มุกได้ยินแว่วๆแต่ไม่ใส่ใจนักจึงเข็นรถกลับไปทางเดิม ทิ้งทั้งสามคนยืนคอตกด้วยความผิดหวัง

ในที่สุดวัฒนาก็ติดต่อนัดพบคีรินทร์ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งตอนบ่ายสามโมง...สองหนุ่มเผชิญหน้ากันด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง คีรินทร์เจ็บแค้นใจกับการกระทำของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนรัก ขณะที่วัฒนาก็สะใจที่ได้แก้แค้น ทำให้อีกฝ่ายเดือดเนื้อร้อนใจ

“เอาแม่กับลูกไก่ไปไว้ที่ไหน” คีรินทร์กระชากเสียงใส่

“ใจเย็นๆ ฉันมีอะไรให้นายดู”

วัฒนาเปิดคลิปในโทรศัพท์มือถือให้คีรินทร์ดู เป็นภาพตัวประกันทั้งสามคนที่ถูกคุมขังและโดนนุชนารถตบตีทำร้าย คีรินทร์เห็นแล้วอึ้งอย่างคิดไม่ถึง

“พวกแกทำอะไรแม่ฉัน”

“ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ทั้งสามคนยังสุขสบายดี”

“นายทำอย่างนี้ทำไม”

“เพื่อเงิน แล้วก็ความสะใจไง”

“แกทำได้ไงวะไอ้วัฒน์ แม่ฉันทั้งรักทั้งดีกับแกสารพัด ช่วยเหลือทุกอย่างเหมือนแกเป็นลูกคนหนึ่ง เป็นคนในครอบครัว ทำไมถึงทำได้ลงคอ”

“แม่ลูกพูดเหมือนกันไม่มีผิด จนป่านนี้ยังมีหน้ามาทวงบุญคุณอีกเหรอวะ เหมือนลูก เหมือนครอบครัวเดียวกัน...เห็นฉันเป็นขี้ข้ามากกว่ามั้ง”

“ฉันไม่เคย...”

“ไล่ฉันเหมือนหมา ทำลายอนาคตเรื่องงานทั้งหมด อย่างงี้เหรอวะที่เรียกว่าเพื่อน บอกสิว่าไม่ใช่เพราะฉันที่ทุ่มเททั้งหมดให้งาน โรงแรมถึงได้ดีขึ้นมาถึงขนาดนี้ ในตอนที่นายไปควงสาว ไปกินเหล้า ใครที่นั่งทำงานจนเกือบถึงสว่าง ถ้าไม่ใช่ไอ้วัฒนาคนนี้ แต่ไม่เห็นมีใครสักคนจะเห็นใจ ฉันทำเพื่อโรงแรม เพื่อให้นายเสวยสุขตั้งเท่าไหร่ แต่กลับตอบแทนด้วยการไล่ออกยิ่งกว่าหมาข้างถนน เป็นนายจะไม่แค้นเหรอ”

“แล้วทำไมไม่แก้แค้นที่ฉัน ไปทำคนอื่นทำไม”

“ทำนาย...นายก็แค่เจ็บตัว แต่ทำกับคนที่นายรัก... นายจะได้จำและไม่มีวันให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิตไง”

คีรินทร์กำหมัดแน่น วัฒนาแสยะยิ้มร้ายกาจ ยื่นคำขาดอย่างเป็นต่อ

“ฉันให้เวลาสามวัน เตรียมห้าสิบล้านไว้ให้พร้อม ถ้าไม่ได้...ก็เตรียมจัดงานศพได้เลย”

ooooooo

ไข่มุกมาเยี่ยมวันดีที่เรือนจำ โดยการพูดคุยเห็นหน้าตากันแต่ต้องใช้โทรศัพท์เป็นการสื่อสารตามกฎระเบียบ

“เป็นไงบ้างแม่”

“จะยังไงวะ ก็คุกน่ะสิ...แล้วนั่นเป็นอะไร ทำหน้าหมาป่วยแบบนี้ทีหลังไม่ต้องมาเยี่ยม นังมุกเอ๊ย...ทำไมไม่ไปคืนดีกับผัวเอ็งวะ ท่าทางเขาก็ยังรักเอ็งอยู่นะ”

“เขาไม่ได้รักหนูหรอก”

“ชะช้า...แม่นางเอก เล่นตัวซะจริง จะอะไรนักหนาวะ แกเองก็เป็นตั้งลูกดาราดัง ได้กะนายคีรินทร์ก็เหมาะสมกันแล้ว จะน้อยใจไปทำไม”

“อย่าพูดถึงคุณจินจูเลย หนูเป็นลูกแม่คนเดียว”

“เอ้า! เอาใหญ่แล้ว โรคอะไรกำเริบวะ เป็นข้าหน่อยไม่ได้ จะเอาทั้งผัวเก่าทั้งแม่ดารา เดินโชว์ชาวบ้านให้ทั่ว เท่จะตาย นี่อย่าบอกนะว่าจะไปตำส้มตำปิ้งไก่ขาย โอ๊ย...จะบ้าตาย รีบกลับไปง้อผัวด่วน...เอ็งนี่มันไม่ได้เลือดฉลาดจากนังวันดีเล้ย”

“ตำส้มตำขายยังดีกว่า...คุณรินทร์เองก็ไม่ได้ต้องการหนูแล้วจะกลับไปทำไม”

“ชีวิตเอ็งนี่มันน้ำเน่าจริงๆ เอาเหอะ ไม่รักไม่ห่วงก็ไม่ต้องกลับไปหาเขา...ถามใจตัวเองดีๆแล้วกันว่าคิดยังไง”

ไข่มุกนิ่งอึ้งไม่พูดอะไรอีก แต่ลึกๆยอมรับว่าคิดถึงและเป็นห่วงคีรินทร์เหลือเกิน

ooooooo

ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงคีรินทร์ ไข่มุกย้อนกลับมาที่โรงแรม เห็นเขาพูดคุยกับตำรวจหน้าตาเคร่งเครียด คาดเดาว่าน่าจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากล

“ในเมื่อคนร้ายยืนยันเรื่องเงินค่าไถ่ เราต้องยอมทำตามไปก่อน คุณต้องขอกำหนดสถานที่ส่งเงิน เอาให้ ห่างจากชุมชน คนอื่นจะได้ไม่โดนลูกหลง” สารวัตรแนะนำ แต่คีรินทร์ตอบกลับอย่างหนักใจว่า

“ผมขอคิดก่อนเรื่องแผนย้อนรอยพวกมัน ไม่อยากให้แม่เสี่ยง”

“การที่คุณเดินเอาเงินไปแลกเองก็เสี่ยงไม่แพ้กันครับ ถ้าคุณยอมให้ทางเราช่วยเหลือ น่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่า”

“ผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าถ้าร่วมมือกับตำรวจแผนจะไม่ผิดพลาด”

“ทุกอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่ทางเราจะวางแผนให้รัดกุมและแม่นยำที่สุดครับ”

“ผมทราบครับ แต่ขอไปปรึกษาที่บ้านก่อน ยังไงก็ขอบคุณสารวัตรนะครับ”

“เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วง ผมเชื่อว่าทุกคนจะต้องปลอดภัยกลับมาแน่นอน”

คีรินทร์นิ่งไป ในใจยังกังวล ไข่มุกแอบมองอยู่ห่างๆ ทั้งสงสัยและเป็นห่วง แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปหา ตัดใจเดินจากมาด้วยใบหน้าเศร้าหมอง

ส่วนที่บ้านเช่าซึ่งนุชนารถกับวัฒนาจับมณี ชลลดา และภัททิมาคุมขังไว้ เวลานี้ทั้งสามคนร่างกายอ่อนล้า ข้าวปลาอาหารได้กินไม่ครบมื้อ ภัททิมาจะกินน้ำแก้กระหายก็โดนนุชนารถปัดขวดหล่นน้ำหกกระจาย เกิดมีปากเสียงกันเอ็ดอึง

“นังนุช...ทำบ้าอะไรของแก มาปัดขวดน้ำฉันทำไม ดูสิ เลอะเทอะหมดแล้ว”

“ก็อยากทำ มีอะไรมั้ย”

“ถ้าฉันขาดน้ำตายขึ้นมาทำไง ดูสิ ผิวเหี่ยวแห้งหมดแล้ว เอาน้ำมาให้ฉันเดี๋ยวนี้”

ภัททิมากรี๊ดลั่น ชลลดาทำท่าจะโวย แต่นุชนารถถลึงตาใส่เลยชะงักไป

“พอได้แล้วนุชนารถ เห็นแก่หลานฉันในท้องเถอะ” มณีโพล่งขึ้น

“ว่าไงนะ” นุชนารถเสียงเขียว หันขวับมองภัททิมาที่หน้าซีดไม่กล้าพูด “อย่าบอกนะว่าแกท้องกับรินทร์...

นังเมียน้อย แกท้องรึเปล่า...พูดมา”

ภัททิมาปากสั่นด้วยความกลัว มณีห่วงหลานรีบปรามนุชนารถ

“หยุดซะที ถ้าเขาแท้งจะทำยังไง ใจคอเธอทำด้วยอะไร”

“รักมันมากนักใช่มั้ย ดี จะส่งไปลงนรกกันทั้งบ้าน ได้เงินเมื่อไหร่พวกแกตายเป็นผีเฝ้าหลุมแน่”

“ได้เงินแล้วก็ต้องปล่อยตัวพวกเราสิ คิดจะฆ่าแกงกันได้ยังไง”

“ปล่อยเหรอ ฝันไปเถอะ ทั้งพวกแกทั้งไอ้เด็กในท้องนั่นไม่ได้เกิดมาแน่ ทุกคนต้องชดใช้ที่ทำกับฉัน”

นุชนารถทำท่าจะทุบท้องภัททิมา มณีรีบเอาตัวเข้าบัง นุชนารถยั้งมือแล้วหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่ง ทำเอาทั้งสามคนหวาดผวา กลัวซี้แหงแก๋อยู่ที่นี่

ooooooo

คืนนั้น คีรินทร์กลับมาปรึกษาเขมทัตเรื่องที่วัฒนาเรียกเงินค่าไถ่ห้าสิบล้าน ซึ่งเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของมณีกับสองแม่ลูกจึงยังไม่ตกปากรับคำวิธีของตำรวจ

“รินทร์ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร ถึงให้เงินไปก็ไม่แน่ว่าวัฒนาจะปล่อยแม่เขาออกมา แต่ถ้าเราร่วมมือกับตำรวจ อย่างน้อยพวกเขาก็ชำนาญเรื่องนี้มากกว่าเรา”

“แต่ผมกลัวว่าถ้าแผนพลาด ไอ้วัฒน์จะยิ่งโกรธ ผมเป็นห่วงแม่ครับ”

“พ่อก็เป็นห่วงไม่แพ้แกหรอก ถึงตอนนี้เราต้องยอมเสี่ยงแล้ว”

ฟังพ่อแล้วคีิรินทร์ถึงกับนิ่งไปอย่างหมดทางเลือก...

วันรุ่งขึ้น ไข่มุกได้ยินคนร้ายลูกน้องวัฒนาที่มาซื้อส้มตำพูดคุยกันเรื่องจับคนมาขังไว้บ้านท้ายซอย ด้วยความสงสัยทำให้ไข่มุกแกล้งเข้าไปขายส้มตำและได้เห็นพวกมณีที่พยายามขอความช่วยเหลือ แต่ลำพังตัวคนเดียวจึงช่วยใครไม่ได้แถมตัวเองยังโดนคนร้ายจับมาขังรวมกัน

เมื่อเห็นชัดว่าในบ้านมีทั้งมณี ชลลดา และภัททิมา ไข่มุกตกใจมาก ละล่ำละลักถามทุกคนว่าโดนจับตัวมาเมื่อไหร่ยังไง แทนที่จะตอบคำถาม ทั้งสามคนกลับดุด่าไข่มุกว่าเซ่อซ่าจนโดนจับได้ จะให้มาช่วยดันมาแย่งอากาศหายใจอีก

นุชนารถเดินเข้ามาแสยะยิ้มจ้องมองไข่มุกอย่างเกลียดชัง

“รนหาที่ตายจังนะแก โดนเขี่ยทิ้งแล้วยังอุตส่าห์อยากเป็นคนดีมาช่วยแม่ผัว นังพวกนี้มันเห็นหัวแกบ้างมั้ย นังโง่เอ๊ย”

“คุณลักพาตัวพวกคุณมณีมาทำไม”

“ไม่ใช่เรื่องของแก ไม่ต้องสะเออะถาม สอดรู้ สอดเห็นดีนัก อยู่ด้วยกันนี่แหละดีจะได้เก็บศพทีเดียว”

“เฮ้ย! จะจับฉันทำไม ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย” ไข่มุกทำเนียนจะเดินออกไป นุชนารถมือไวจิกผมเธอจนหน้าหงาย

“เพราะรินทร์รักแกไง ฆ่าแกด้วยก็ดี เขาจะได้รู้ว่า ความเสียใจเป็นยังไง จะได้รู้ว่าฉันเป็นบ้าแค่ไหนตอนที่โดนเขาทิ้ง”

“ปล่อยฉัน” ไข่มุกดิ้นรนขัดขืนและต่อสู้อย่างไม่ยอม พวกมณีส่งเสียงเชียร์ลั่นไปหมด นุชนารถสู้มือเปล่าไม่ไหวหันไปคว้าไม้มาฟาดไข่มุกล้มลง แล้วจะฟาดซ้ำแต่ถูกถีบจนหงายหลัง

ลูกน้องวัฒนาวิ่งพรวดเข้ามาทันเวลา ช่วยนุชนารถที่กำลังพลาดท่าเสียทีไข่มุก

“แสบมากนะน้อง เอ็งโดนแน่” มันกระชากไข่มุกอย่างแรง

นุชนารถตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาเช็ดเลือดมุมปาก ปรี่เข้าหาไข่มุกอย่างแค้นมาก

“จับมันไว้แน่นๆ”

ลูกน้องล็อกตัวไข่มุกแน่นขึ้น นุชนารถมองอย่างอาฆาต เงื้อมือกะฟาดเต็มแรง ทันใดนั้นวัฒนาพรวดพราดเข้ามาจับมือห้ามไว้

“ปล่อย! ฉันบอกให้ปล่อยไง”

“ใจเย็น...นุชนารถ”

“ขอตบสักทีไม่ได้รึไง”

“รอให้ได้เงินก่อน แล้วคุณจะทำอะไรผมจะไม่ห้ามเลย”

ไข่มุกและพวกมณีหน้าซีดใจหายวาบ นุชนารถแสยะยิ้มมองมาทางไข่มุกอย่างฝากไว้ก่อน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.