ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาสีมุก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภายในห้องโถงของโรงแรม คีรินทร์มอบช่อ ดอกไม้ให้แทยอนท่ามกลางสาวๆที่เข้ารอบสิบคนและนักข่าวอีกจำนวนหนึ่ง นุชนารถยืนมองอยู่รอบนอก แววตาทั้งรักทั้งแค้นคีรินทร์ และมองเลยไปยังไข่มุกอย่างอาฆาต หาทางกำจัด

“ยินดีต้อนรับผู้เข้าประกวดทุกท่านที่มาเก็บตัว ฝึกซ้อมนะครับ ทางโรงแรมของเราจะดูแลให้ดีที่สุด ขอบคุณที่ไว้วางใจโรงแรมของเรา” คีรินทร์กล่าวและโปรยยิ้มแจกทุกคน

ภัททิมายิ้มหวานก้าวออกมาควงแขนเขาอย่างประกาศตัวเต็มที่ “อุ๊ย มารอรับลูกไก่เหรอคะคุณรินทร์ขา แหมน่ารักจริงๆ แฟนใครไม่รู้”

คีรินทร์ไม่ชอบใจดึงแขนออกพลางกระซิบเตือนหญิงสาว “อย่าให้มากไป เดี๋ยวก็โดนตัดสิทธิ์หรอก ผมเป็นตัวแทนโรงแรมมารอรับทุกคนต่างหาก”

ภัททิมาหน้าเหวอ...กีกี้ แองจี้ และแพรวพากันหัวเราะสะใจ สาวผู้เข้ารอบรับดอกไม้คนละช่อจากคีรินทร์ กีกี้ทำสะดิ้งหอมแก้มเขาหนึ่งฟอด จินจูกับซอนซาเดินเข้ามาเห็นพอดี

“ขอบคุณเรื่องดอกไม้ไงคะ ที่รักของกีกี้ ยังไงก็รักตลอดไป”

นักข่าวถ่ายรูปกันวูบวาบ แพรวกับแองจี้เดินเข้ามาพร้อมกันเพื่อรับดอกไม้จากคีรินทร์และทำท่าจะหอมแก้มเขาอย่างกีกี้บ้าง แต่คีรินทร์หลบวูบจนสองสาวเกือบจะหอมกันเอง

คีรินทร์ถือดอกไม้ช่อสุดท้ายไปทางไข่มุก แต่ยังกั๊กไม่ส่งให้ พูดประชดว่า “เหมือนเราไม่ได้เจอกันมานานเลยนะ”

“ต่างคนต่างก็มีทางเดินของตัวเองแล้วคงเจอกันยาก” ไข่มุกตอบนิ่งๆ

“ใช่สิ จะได้เป็นดาราแล้วนี่ เธอคงลืมเรื่องเก่าๆของเราไปหมดแล้ว”

“คุณต่างหากที่ลืมก่อน ไม่ใช่ฉัน...ขอดอกไม้ด้วยค่ะ”

คีรินทร์ส่งให้ทั้งที่ยังเคืองระคนน้อยใจ จากนั้นเป็นการถ่ายรูปรวมกัน ไข่มุกยืนอยู่ตรงกลาง คีรินทร์เบียดคนอื่นมายืนข้างๆ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ฉีกยิ้มถ่ายรูปคู่หน้าบาน โดยไม่รู้ว่าด้านล่างเวทีที่มีนักข่าวถ่ายรูปกันเต็มไปหมดนั้นนุชนารถเดินมามองทั้งคู่หน้าเหี้ยม แววตาวาวโรจน์น่ากลัว

ถึงเวลาผู้เข้าประกวดจับสลากห้องพักที่ต้องอยู่ห้องละสองคน ปรากฏว่ากีกี้จับได้ห้องเดียวกับไข่มุกแต่เธอรีบสับเปลี่ยนเพราะรังเกียจ โดยแอบติดสินบนกัสจังด้วยเงินสามพันบาท ทำให้ไข่มุกต้องไปอยู่ห้องเดียวกับภัททิมา

แค่เพียงย่างก้าวเข้าห้อง ไข่มุกก็ถูกภัททิมามองหัวจดเท้าอย่างเหยียดๆ ก่อนหันไปเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าแขวนเข้าตู้ และเอาข้าวของออกมากองบนเตียงเต็มไปหมด ไข่มุกไม่อยากมีเรื่องถามเธอดีๆว่าจะนอนเตียงไหน กลับได้คำตอบที่เห็นแก่ตัวว่า

“นอนเตียงนี้ แล้วก็เตียงนั้น คงไม่คิดนะว่าคนอย่างแกจะมานอนห้องเดียวกับฉัน แต่เอาเถอะ เมื่อกองประกวดให้อยู่ด้วยกันได้ นอนที่พื้นหน้าห้องน้ำละกัน แต่เธอลงไปใช้ห้องน้ำที่ล็อบบี้ ฉันไม่ชอบใช้ร่วมกับใคร”

ไข่มุกไม่พอใจแต่ไม่ตอบโต้ เดินไปหยิบของบนเตียงด้านในออกมากองบนเตียงด้านนอกที่ภัททิมานั่งอยู่

“จะทำอะไรยะ ฉันบอกว่าจะเอาสองเตียงมาติดกัน หูแตกรึไง”

“ถึงแม่ฉันจะเคยเป็นหนี้แม่คุณ แต่ตอนนี้ถือว่าชดใช้กันหมดแล้ว และเราก็มีความเป็นคนเหมือนกัน ฉันจะนอนเตียงนี้ ของคุณต้องอยู่เตียงคุณ อย่ามาล้ำที่กัน”

“หนี้สินของแม่แกอาจหมด แต่ของแกยังไม่หมด ฉันเห็นนะ แหมทำเป็นไม่สน แต่แอบเล่นหูเล่นตากับคุณรินทร์ตลอด อย่าคิดว่าจะหลบตาเรดาร์ตัวแม่อย่างฉันไปได้”

ไข่มุกทั้งเซ็งทั้งระอา เอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า พูดโดยไม่มองภัททิมา

“ขอพักก่อนเถอะคุณลูกไก่ อย่าเพิ่งอะไรตอนนี้เลย เราใช้ห้องร่วมกันก็แบ่งเขตคนละครึ่งห้อง ห้องน้ำฉันก็จะใช้เพราะมีสิทธิ์ใช้ ถ้าไม่ชอบใช้ร่วมกับใครคุณก็ลงไปใช้ที่ล็อบบี้แทน”

“เอ๊ะนังนี่...แกนั่นแหละลงไป ทั้งห้องน้ำทั้งผัวฉันไม่ใช้ร่วมกับใครเด็ดขาด อย่าคิดใช้โอกาสนี้ตีสนิทแล้วคิดรีเทิร์น ฉันหวง คนนี้ของฉัน อย่าคิดแตะเด็ดขาด ไม่งั้นเอาแกตายแน่”

ไข่มุกถอนใจอย่างเบื่อหน่าย ไม่อยากอยู่ต่อปาก ต่อคำ เดินออกจากห้องอย่างเหนื่อยล้า...ถึงเวลาต้องไปเรียนการแต่งหน้า ก็ไม่วายโดนสามสาวกิ๊กของคีรินทร์รังแครังคัดเอาอีก พอจะลงลิฟต์มาที่ล็อบบี้พร้อมคณะกรรมการ ไข่มุกก็โดนภัททิมากีดกันอ้างว่าลิฟต์เต็มให้เดินลงไปเองแค่สิบกว่าชั้นคนระดับล่างอย่างเธอคงไม่ลำบาก

แน่นอนว่าไม่ลำบาก แต่มันทำให้ไข่มุกเกือบถูกนุชนารถรัดคอตายคาบันได ถ้าไม่ใช้วิชาหมัดมวยต่อสู้หนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

ไข่มุกสีหน้าตื่นตระหนกวิ่งหนีมาถึงบริเวณล็อบบี้แต่ยังเหลียวหน้าเหลียวหลังไม่วางใจกลัวนุชนารถตามมา คีรินทร์เห็นแล้วแปลกใจ เดินมาถามกึ่งบ่นเธอว่าไปไหนมา ปล่อยให้คนอื่นรอ

“ต๊าย...ไปสู้กับใครมา หัวหูกระเจิงกระเซิงฟูฟ่องเชียว” กัสจังกรีดเสียงเข้ามาอีกคน ไข่มุกอึกอักแล้วตัดสินใจไม่บอกใครเพราะเกรงจะเป็นเรื่องใหญ่ทำให้คนอื่นแตกตื่น

ขณะเดียวกันนั้น นุชนารถยืนหน้าถมึงทึงอยู่ต่อหน้าวัฒนา สองมือบิดผ้าพันคอไปมา วัฒนาเห็นแล้วขยาด ได้ยินเธอกล่าวอาฆาตไข่มุกก็ยิ่งไม่ค่อยไว้ใจ

“คราวนี้หนีไปได้ คราวหน้ามันไม่รอดแน่”

“นี่กะว่าจะฆ่าทุกคนเพื่อเอาไอ้รินทร์กลับมาให้ได้เลยหรือไง อย่าให้มันถึงตายเลยน่า”

“ห่วงคุณรินทร์เหรอ”

“ห่วงทำไม ผมห่วงตัวเอง ต้องให้มันโดนปลดก่อนถึงตายได้ แล้วคุณล่ะยังไง จะเอาไงต่อ”

นุชหัวเราะสลับกับร้องไห้ราวคนจิตไม่ปกติ เค้นเสียงออกมาอย่างดุดันน่ากลัว “คนที่เขารักคือนังไข่มุก มันต้องตาย แล้วคุณรินทร์จะได้รู้ว่าเวลาเจ็บมันเป็นยังไง ฉันจะฆ่ามัน จะฆ่ามันให้ตาย”

ooooooo

ทวยไทยยังไม่เลิกก่อกวนป่วนคีรินทร์ด้วยการส่งลูกน้องมาจ้างม็อบพ่อค้าแม่ค้าอย่างต่อเนื่อง วันดีเห็นแก่เงินเข้าร่วมด้วยทุกครั้ง หนำซ้ำวันนี้ยังซื้อไข่มาขว้างใส่รถคีรินทร์ตามคำสั่ง แต่เพราะหาไข่ไก่ไม่ได้จึงโยกมาใช้ไข่นกกระทาแทน

คีรินทร์หงุดหงิดเดือดดาลแล่นมาเล่นงานไข่มุกที่กำลังเตรียมตัวออกกำลังกายขณะเก็บตัวในโรงแรม

“แม่เธอน่ะตัวแสบ วันนี้เอาไข่นกกระทามาปารถฉัน เหม็นหึ่งไปหมด”

“ก็แล้วไง ไม่ได้ปาฉันสักหน่อย”

“แม่ยายทำ ลูกสาวต้องรับผิดชอบ”

“ฉวยโอกาส...แม่ยายอะไร คุณไม่ใช่ลูกเขยแล้ว”

“แน่ะ งอนๆ อยากให้ทบทวนเรื่องลูกเขยอีกก็ไม่บอก”

ไข่มุกค้อนใส่ ออกวิ่งต่ออย่างไม่สนใจ คีรินทร์วิ่งตามประกบข้าง

“ฉันจะออกกำลังกาย คุณไปทำงานได้แล้ว”

“เห็นเธอแล้วฉันอยากออกกำลังกายด้วย สนใจครูฝึกตัวต่อตัวมั้ย”

“ไปฝึกว่าที่ภรรยาคุณเถอะ”

“รายนั้นเป๊ะเว่อร์ เผลอๆเก่งกว่าฉันอีก” พูดไปแล้วเห็นเธอหยุดกึกเลยหยอกเย้า “ฮั่นแน่ คิดอะไร ฉันหมายถึงออกกำลังกายซะหุ่นเป๊ะเว่อร์ ไม่ต้องไปดูแลหรอก”

คีรินทร์ทำเนียนกอดไข่มุก แต่โดนเธอถองด้วยศอกจนร้องโอ๊ย กระนั้นก็ยังไม่วายวิ่งตามไปถึงห้องซ้อม เห็นชิงช้าที่เจ้าหน้าที่เซ็ตขึ้นมาเพื่อให้สาวๆถ่ายมิวสิกวีดิโอซ้อมร้องเพลงกับคธาเพื่อนำไปตัดต่อส่งโปรโมตทางทีวีก็นึกสนุกอยากย้อนวันวานกลับไปเป็นเด็ก จึงขอลองเล่นก่อนใคร

ปรากฏว่าเขากระโดดขึ้นไปแกว่งเล่นได้ครู่เดียว ก็ร่วงลงมากระแทกไข่มุกที่ยืนอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่ล้มไปด้วยกัน ต่างคนต่างมองหน้ากันนิ่งด้วยความรัก

“เธอ...เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ”

“ไม่เป็นไรก็ดี ชิงช้าเฮงซวยอะไรก็ไม่รู้ ของไม่มีคุณภาพชัดๆ อยู่กับเธอเจ็บตัวทุกที”

คีรินทร์กลบเกลื่อนความรู้สึกเดินออกไปอย่างหัวเสีย นุชนารถแอบดูผลงานตัวเอง อุตส่าห์แอบมาคลายน็อตที่ชิงช้าออกแต่ต้องผิดหวัง ไข่มุกเดินมาสำรวจชิงช้าและเห็นน็อตตัวหนึ่งหล่นอยู่กับพื้น หยิบมันขึ้นมาพิศดูด้วยความสงสัย

“แปลก...อย่างกับมีรอยขันออกเลย”

นุชนารถเห็นแล้วยิ่งแค้น ยกมือทุบผนังดังปัง ไข่มุกสะดุ้งเฮือกหันซ้ายหันขวาแล้วเผ่นหนีออกมาอย่างหวาดกลัว

“คราวหน้าฉันไม่พลาดแน่ แกเตรียมตัวทำศพได้เลยนังมุก” นุชนารถคำรามในลำคอ แววตาแข็งกร้าวคล้ายจิตวิปริต!

ooooooo

การเก็บตัวเพื่อฝึกซ้อมความสามารถด้านต่างๆ

ของผู้เข้ารอบสิบคนเริ่มต้นอย่างจริงจังในวันนี้ โดยหนึ่งในคณะกรรมการได้อธิบายรายละเอียดแก่ทุกคนต่อหน้าสื่อมวลชนอีกครั้ง

“แต่นี้ต่อไปพวกคุณต้องฝึกซ้อมและเรียนรู้

ให้มากที่สุดเพื่อจะเป็นสุดยอดนางเอกของเรา การฝึก

ทุกด้านจะอยู่ภายใต้การดูแลของซุปเปอร์สตาร์ระดับเอเชีย คุณปาร์คจินจูจะดูแลด้านการแสดง การเต้นโดยคุณโฮซอนซา และการร้องเพลงโดยคุณคธา คุณแทยอนจะดูในภาพรวม การเก็บคะแนนจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ ขอให้ทุกคนตั้งใจทำให้ดีที่สุด สุดท้ายนี้คณะกรรมการขอขอบคุณโรงแรมสยามกรุ๊ปที่สนับสนุนสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมในครั้งนี้ครับ”

เสียงปรบมือดังกราว จินจูเป็นตัวแทนมอบดอกไม้ให้คีรินทร์ ภัททิมายิ้มหน้าบานอย่างเป็นปลื้ม แต่พอเหลือบเห็นพิพัฒน์กิ๊กเก่าโบกมือไหวๆอยู่มุมหนึ่งก็อึ้งเหวอ ใจคอไม่ดีกลัวโดนแฉประสาคนมีชนักติดหลัง

หลังจากเห็นกิ๊กเก่าเต็มๆตา ภัททิมาไม่เป็นอันฝึกซ้อม คอยระแวดระวังจนชลลดาเข้ามาสอบถามด้วยความแปลกใจ พอรู้ว่าพิพัฒน์มาป้วนเปี้ยนก็ตกใจนิดหน่อย แล้วย้ำกับลูกสาวว่าไม่ต้องกลัว อย่ากังวล  ตั้งใจแข่งให้ชนะกีกี้กับไข่มุก เรื่องอื่นแม่จัดการเอง

ผู้เข้ารอบทั้งสิบคนขะมักเขม้นมาก กีกี้อยากชนะถึงขนาดจ้างโค้ชมาสอนส่วนตัว คนอื่นๆก็มีผู้ช่วยกันหมด ยกเว้นไข่มุกเพียงคนเดียวที่โดดเดี่ยว ความกังวลบวกกับความกดดันเรื่องนุชนารถที่ไม่กล้าบอกใครทำให้เธอเครียดจัด ฝึกซ้อมได้ไม่เต็มที่จนจินจูสังเกตได้
“ไม่ค่อยสบายเหรอ ดูแปลกๆไปนะ”

“ทุกคนมีโค้ชหมด หนูคงสู้เขาไม่ได้”

“แล้วอยากมีบ้างไหมล่ะโค้ชน่ะ”

“ไม่รู้สิคะ มีก็อาจจะดี แต่หนูก็ไม่รู้จะไปหาจากที่ไหน จะให้จ้างก็ไม่มีเงินด้วย”

“รู้แบบนั้นแล้วหนูจะทุกข์ทำไม ทำแค่เท่าที่มีให้ดีที่สุดก็พอ หนูน่ะเคยสอนคนอื่นเต้นมาตั้งเยอะ แล้วจะต้องให้ครูที่ไหนมาสอนอีก”

“แต่หนูยังกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ”

“การเต้นอยู่ที่การฝึกฝน ต่อให้โค้ชดีแค่ไหนแต่ไม่ฝึกก็ไม่มีทางพัฒนา หนูเข้าใจที่ฉันพูดไหม” ไข่มุกพยักหน้ารับ จินจูขยับเข้ามาใกล้จับมือหญิงสาวบีบเบาๆ ส่งกำลังใจ “ฉันชอบสุภาษิตจีนบทนึงที่ว่า กระบี่อยู่ที่ใจ ถ้าหัวใจเข้มแข็งก็ไม่มีใครมาทำให้แพ้ได้”

“กระบี่...อยู่ที่ใจเหรอคะ”

“ใช่ ตอนฉันเล่นหนังผู้กำกับจะบอกเสมอว่าให้ชูมือขึ้นสูง อย่าให้ปลายกระบี่ตกชี้ลงพื้น กระบี่ต้องพุ่งตรงไปข้างหน้าเสมอ ก็เหมือนกับกำลังใจของเรา ถ้าหมดไปหรือท้อถอยเมื่อไหร่ก็จะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวที เข้าใจแล้วใช่ไหม”

ไข่มุกยิ้มแทนคำตอบ รู้สึกมีพลังกายและใจที่จะฝึกซ้อมต่อไป เช้าวันใหม่เธอมุ่งมั่นตั้งใจมากขึ้น ลงมาวิ่งและซ้อมเต้นคนเดียวโดยไม่เห็นว่าคีรินทร์แอบมองอยู่ กระทั่งวัฒนาเดินผ่านมาทักเธออย่างสนิทสนมและแย้มว่ามีคนแอบดู เธอเหลียวมองรอบตัวแต่ไม่เห็นใครสักคน

วัฒนาไม่พูดอะไรอีกนอกจากหัวเราะหึๆ แล้วเดินจากไป ส่วนไข่มุกหลบเข้ามุมเพื่อจับตัวคนแอบมอง

ครู่เดียวก็จับได้ ยืนกอดอกมองคีรินทร์ที่กำลังเหลียวซ้ายแลขวาหาเธอ

คีรินทร์ปากแข็งว่าไม่ได้แอบดู หาว่าไข่มุกคิดไปเอง พอถูกซักไซ้ว่ามาทำลับๆล่อๆแถวนี้ทำไมก็อ้างว่า

“ก็นี่โรงแรมฉัน จะเดินไปไหนจะทำอะไรต้องบอกเธอด้วยเหรอ แล้วถ้าไม่ได้จู๋จี๋กับใครในสวนจะร้อนตัวไปทำไมว่าใครแอบมอง”

“ฉันไม่ได้จู๋จี๋กับใคร คุณเองก็เถอะ ไหนว่าเราจะไม่ยุ่งวุ่นวายกันแล้วไม่ใช่เหรอ”

“อ๋อ กำลังจะเป็นนางเอกโกอินเตอร์แล้วนี่ ต่อไปหางตาคงไม่มองฉันแล้วมั้ง แต่ช่างเถอะ ก็ไม่เกี่ยวกันแล้วนี่”

ตัดพ้อต่อว่าเสร็จเขาทำท่าจะผละไป ไข่มุกเรียกไว้เพราะมีเรื่องอยากบอก แต่ท่าทางเขาไม่ไว้ใจรีบดักคอว่ามีเรื่องอะไรจะหลอกอีก หรือจะหลอกให้มาช่วยสอนเต้นเหมือนที่ทำกับวัฒนาเมื่อสักครู่

“ปากแบบนี้อีกแล้ว ไม่น่ามาพูดด้วยเลย” ไข่มุกหมั่นไส้จะเดินหนี คีรินทร์คว้าแขนเธอไว้ น้ำเสียงอ่อนลงให้เธอพูดมา

“ม็อบที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงแรม พวกพ่อค้าแม่ค้าเขาไม่ได้ตั้งใจจะประท้วงหรอก แต่มีคนเอาเงินให้พวกเขาประท้วงคุณ”

“อะไรนะ...ม็อบจัดตั้งเหรอ”

“ใช่ เอาเงินซุกในข้าวกล่อง แม่ฉันเลยเลิกขายส้มตำมาประท้วงอย่างเดียว”

“มิน่า...แล้วใครมันเอาไปแจก ใครอยู่เบื้องหลัง”

“ไม่รู้ค่ะ แต่ที่แน่ๆเขาไม่หวังดีกับคุณ...ระวังตัวด้วย”

คีรินทร์คิดหนักว่าใครอยู่เบื้องหลังกันแน่...ไข่มุกพูดธุระเสร็จก็ผละไป จู่ๆพิพัฒน์โผล่พรวดมายืนดักหน้า ซักถามถึงภัททิมาอย่างอาวรณ์ อยากรู้ว่าเธอมีแฟนใหม่หรือยัง แล้วชลลดามาเป็นโค้ชได้ยังไง ไข่มุกไม่ตอบสักคำถามและไม่รับฝากอะไรทั้งนั้น โบ้ยให้เขาไปถามกันเอาเอง

ขณะซ้อมเต้นที่ซอนซาเป็นผู้ฝึกสอน ชลลดา

เฝ้ามองอย่างมีแผนบางอย่างในใจ พอเสร็จปุ๊บก็รีบเข้ามาประจอประแจทำทีชื่นชมซอนซาว่าเก่งกาจสมเป็นดาราเจ้าบทบาท ลูกสาวของตนโชคดีที่ได้ครูดี

“เป็นหน้าที่ค่ะ ก็ฝึกให้ทุกคนเท่ากัน”

“ฉันเชื่อว่าคุณซอนซาให้ทุกคนเท่ากัน แต่ยายไข่มุกนั่นเด็กคุณจินจู ใครๆก็รู้ อวยกันตั้งแต่รอบแรกเส้นปึ้กแข็งปั๋ง”

“พูดแบบนี้จะสื่ออะไรคะ คิดอาศัยมือฉันเล่นงานไข่มุกหรือไง”

“ต๊าย...ทำไมคิดแบบนั้นล่ะคะ บาปกรรมแย่ ผู้ใหญ่ไม่รังแกเด็กหรอกค่ะ เพียงแต่อยากให้ทุกคนยุติธรรมเหมือนคุณซอนซา”

“ลูกสาวคุณก็พอตัวอยู่ มีแม่เก่งกาจขนาดนี้ไม่ต้องกลัวหรอก ขอตัวพักก่อนนะคะ”

ชลลดาฉีกยิ้ม แต่พอซอนซาลับกายก็เปลี่ยนเป็นเข่นเขี้ยวเจ็บใจที่โดนรู้ทัน ซอนซาออกมาเจอแทยอนกับจินจูนอกห้องซ้อม แทยอนทักถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทุกคนเต้นกันใช้ได้ไหม?

“ก็ดีค่ะ ดูตั้งใจกันดี มีฝีมือกันทุกคน โดยเฉพาะคนชื่อไข่มุกมีทั้งฝีมือและมีทั้งข่าวลือ”

“ลืออะไร”

“ลือว่าจินจูหนุนหลัง ที่ผ่านเข้ารอบมาได้เพราะใช้เส้น”

จินจูชะงักเล็กน้อยก่อนบอกซอนซาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “เธอไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ ฉันไม่ชอบใช้เส้นสาย งานนี้คนชนะต้องใช้ความสามารถล้วนๆ”

“ก็ดี...ขืนเข้าข้าง ฉันก็ไม่ไว้หน้าแน่” ซอนซาจริงจังมากจนแทยอนหวาดหวั่น เห็นเค้าลางความวุ่นวาย

ooooooo

หลังจากทราบข้อมูลเรื่องม็อบจัดตั้งจากไข่มุก คีรินทร์ส่งนายเดชแฝงตัวไปเกาะติดจนได้หลักฐานสำคัญมัดตัวผู้อยู่เบื้องหลังอย่างทวยไทย

ภาพถ่ายชัดเจนตอนทวยไทยให้เงินลูกน้องไปแจกจ่ายม็อบ คีรินทร์นำมาเล่นงานเขาต่อหน้าบอร์ดผู้บริหารโรงแรมกลางโต๊ะประชุม แต่ทวยไทยยังทำเฉยไม่รับรู้

“หลักฐานขนาดนี้ยังจะมีอะไรแก้ตัวอีกไหมคุณทวยไทย คุณอยู่เบื้องหลังม็อบแม่ค้าพวกนี้เพื่อดิสเครดิตผม”

ทวยไทยหยิบรูปมาดูแล้วขว้างทิ้งด้วยความโมโห “หลักฐานบ้าอะไร รูปตัดต่อชัดๆ”

“คนของผมที่แฝงตัวในกลุ่มเป็นพยานได้ คุณดิ้นไม่หลุดแน่ ยอมรับอย่างลูกผู้ชายเถอะ หรืออยากให้เรื่องถึงตำรวจ”

“นี่ขู่กันเหรอ คุณฟ้องได้ผมก็ฟ้องได้ หลักฐานมั่วๆจะเอามาบีบกันใช่ไหม ไม่ง่ายอย่างงั้นหรอก”

“ใจเย็น...อย่าให้เรื่องถึงตำรวจจะไปกันใหญ่ ให้จบแค่ในห้องนี่ดีกว่า ทุกท่านมีความเห็นยังไงบ้างครับ”

เขมทัตขอความเห็นจากคนอื่นๆ ซึ่งผู้บริหาร

ทุกคนหารือกันไม่กี่อึดใจก็ได้คำตอบเป็นเสียงเดียวว่า พยานหลักฐานชัดขนาดนี้พวกตนขอเสนอให้ปลดทวยไทยออกจากบอร์ดกรรมการบริหาร

“จะปลดกันง่ายๆได้ไง คุณกลัวผมได้ถือหุ้นใหญ่ที่นี่ล่ะสิ ถึงให้ลูกชายสร้างเรื่องกะจะเขี่ยผมออก” ทวยไทย โวยวาย

“ผมมีศักดิ์ศรีพอ ไม่ทำแบบนั้นแน่ แล้วผมก็ไม่เคยกลัวใคร โดยเฉพาะคนหวังทำลายโรงแรมที่ผมสร้างมาทั้งชีวิต” เขมทัตตอกหน้าจนทวยไทยอึ้งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสบถออกมาอย่างพาลๆ

“โธ่เว้ย...โรงแรมห่วยๆ มีเพลย์บอยโง่ๆบริหาร ก็ตามใจ...ถ้าไม่เห็นฝีมือคนอย่างผม ขายหุ้นให้หมดก็ได้วะ อย่ามาง้อก็แล้วกัน”

ทวยไทยออกจากห้องอย่างฉุนเฉียว วัฒนาใจเสียรีบเดินตามมาขอร้องให้ใจเย็นก่อน ทำแบบนี้เหมือนยอมแพ้ง่ายๆ

“โง่...มันโง่กันทั้งพ่อทั้งลูก มาไล่กันแบบนี้ผมไม่หน้าหนาอยู่หรอก ไอ้คีรินทร์นี่นึกว่าดีแต่ยุ่งเรื่องผู้หญิง ที่แท้มันแสบเหมือนกัน”

“ทิ้งกันกลางทางแบบนี้แล้วผมจะทำยังไง”

“เรื่องของคุณ เอาตัวรอดเองละกัน ผมไม่เอาแล้วโรงแรมซังกะบ๊วย”

ทวยไทยเดินหนี วัฒนามองตามอย่างผิดหวัง หันกลับมาเกือบจะชนนุชนารถ อารามตกใจรีบลากแขนเธอไปหลบมุม ถามว่ามาทำอะไรที่นี่ อยากให้มีคนเห็นหรือไง

“โทร.หาตั้งหลายครั้งแต่คุณไม่รับสาย ฉันมีเรื่องให้ช่วย”

นุชนารถต้องการเป็นแม่บ้านเพื่อเข้าถึงตัวไข่มุกแล้วหาโอกาสจัดการเพราะแค้นที่เธอเป็นต้นเหตุทำให้ คีรินทร์เปลี่ยนไป ไม่สนใจไยดีเธอเหมือนแต่ก่อน เมื่อวัฒนาช่วยได้นุชนารถก็เริ่มวางแผนทำร้ายไข่มุกด้วยการแอบตัดส้นรองเท้าข้างหนึ่งทำให้เสียการทรงตัวขณะซ้อม โชคดีที่คีรินทร์พุ่งเข้าไปรับไว้ทัน

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ไข่มุกระวังตัวแจ แน่ใจว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมื่อกลับเข้าห้องพักก็เจอรูปถ่ายตัวเองกับคีรินทร์ซุกบนเตียงนอน แต่ใบหน้าของเธอมีรอยไฟไหม้เป็นรูโหว่หายไปครึ่งหนึ่ง พลิกดูหน้าหลังมีข้อความ “คีรินทร์...ที่รักของฉันคนเดียว” ไข่มุกหน้าเสีย นึกรู้ว่าเป็นฝีมือนุชนารถแน่ๆ

เช้าวันใหม่ เธอลงมาวิ่งออกกำลังกายเหมือนทุกวัน ขนาดระวังตัวก็ยังไม่วายโดนนุชนารถเข้ามาล็อกคอหมายเอาชีวิต ไข่มุกดิ้นรนสะบัดอย่างแรงจนอีกฝ่ายเซถลา

“เธออีกแล้ว...จะจองล้างจองผลาญอะไรกันนักหนา รูปบนเตียงฝีมือเธอใช่มั้ย ฉันไปทำอะไรให้ถึงต้องโกรธเกลียดกันนัก”

“เพราะแกเป็นคนสำคัญของรินทร์ ไม่มีแก เขาก็ต้องกลับมาหาฉัน”

“เข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้มีความหมายอะไรกับคุณคีรินทร์เลย เราไม่เกี่ยวข้องอะไรกันอีกแล้ว เลิกตามฆ่าฉันได้แล้ว”

“โกหก...ฉันดูออกว่าแกยังมีใจให้รินทร์ อย่ามาสะตอ ถ้าแกไม่ถอนตัวจากการประกวดแล้วไปจากเขา ชีวิตแกไม่เป็นสุขแน่”

“ไม่!! การประกวดครั้งนี้สำคัญกับฉันมาก ยังไงก็ไม่ยอมถอนตัวแน่ แต่เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณคีรินทร์เลยด้วย”

“ถ้าแกยังอยู่ รินทร์ก็จะไม่กลับมาหาฉัน...อยากท้าทายใช่มั้ย ลองดูก็ได้ แล้วจะรู้ว่าตำแหน่งนางเอกต้องแลกมาด้วยชีวิตของแกเอง”

นุชนารถพุ่งเข้าใส่จะบีบคอไข่มุก พลันได้ยินเสียงกัสจังมาแต่ไกลก็ชะงัก ไข่มุกได้โอกาสสะบัดตัววิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว

หนีรอดมาได้ ไข่มุกออกไปหาวันดีที่แผงลอยหน้าโรงแรมเพื่อขอข้าวกินสักกล่อง กลายเป็นว่าวันดีหงุดหงิดใส่อย่างอารมณ์เสีย

“ข้าวก่งข้าวกล่องอะไร ไม่มีแล้ว มันเลิกแจกหมดแล้ว สงสัยไอ้เจ้าของงบหมด พูดแล้วหงุดหงิด”

“ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องเซ็งๆ หนูก็ไม่รู้จะชนะการประกวดไหม หนูถอนตัวกลับมาขายส้มตำกันดีกว่ามั้ยแม่”

“เฮ้ย...ไม่ได้ หัวเด็ดตีนขาดเอ็งก็ห้ามกลับ ยังไงก็ต้องชนะ ผัวเก่าก็โหลยโท่ย เอามาไม่ได้สักบาท ตอนนี้มีโอกาสคว้าเงินแสนเงินล้านอย่ามาทำใจเซาะ สู้มันไปซิวะ”

“แต่ว่ามีบางคนเขา...เขาไม่อยากให้หนู...”

“ใครมันอยากให้คนอื่นเกินหน้า ยิ่งพวกประกวดแบบนี้มันเล่นกันสารพัด อย่าทำเป็นพวกอ่อนแอ อัดมาก็อัดกลับ อย่ายอมแพ้ง่ายๆ”

ไข่มุกพูดไม่ออก ไม่กล้าเล่าเรื่องนุชนารถให้ฟัง แม่ค้าร้านข้างเคียงเดินเข้ามากระซิบวันดี

“นี่เห็นเขาว่าจะเรียกพวกเราคุยอีกบ่ายนี้ ไม่รู้เรื่องอะไร”

“จริงเหรอวะ สงสัยได้มีม็อบแจกข้าวกล่องกันอีกแล้วนังมุก” วันดีกระดี๊กระด๊าหายเซ็งเป็นปลิดทิ้ง

ครั้นถึงเวลานัดหมาย คีรินทร์มาพร้อมคุณนายละเมียดเจ้าของพื้นที่และเจ้าหน้าที่เทศกิจเพื่อเจรจากับพ่อค้าแม่ค้าแผงลอย

“โรงแรมไม่เคยคิดรังแกใคร ทุกคนมีสิทธิ์ค้าขาย แต่ก็ต้องไม่ละเมิดสิทธิ์คนอื่น ผมว่าเราควรร่วมมือกัน”

บรรดาพ่อค้าแม่ขายฟังคีรินทร์แล้วพอใจ แต่วันดีอยากให้เขาช่วยขยายให้ชัดเจนกว่านี้หน่อย

“จะมีการจัดระเบียบแบ่งพื้นที่บนฟุตปาทเป็นสองด้าน ให้ขายของแค่ด้านเดียว ชาวบ้านคนอื่นจะได้เดินบนฟุตปาทได้ ไม่ใช่ขายของกันจนเต็มไปหมดคนต้องลงไปเดินบนถนน เราจะใช้สีแบ่งเขตคนเดินกับขายของ ตรงส่วนร้านจะพ่นเป็นล็อกๆ ขอให้ทุกคนร่วมมือเพื่อความเป็นระเบียบ สรุปง่ายๆว่าขายได้แต่ต้องมีระเบียบนะครับ”

ทุกคนปรบมือเฮฮาอย่างรับได้...พอเจรจาเสร็จต่างก็แยกย้ายไปทำมาค้าขายกันต่อ ไข่มุกซึ่งยืนฟังอยู่ด้วยเดินมาหาคุยกับคีรินทร์

“ไม่นึกเลยว่าคุณจะเปลี่ยนใจ”

“ฉันไม่ได้เปลี่ยนใจอะไร เรื่องขายของถึงขั้นนี้แล้วจะให้ไปไล่ที่ก็สงสารคนค้าขาย สู้ทำให้เป็นระเบียบ ทำเป็นจุดขายโรงแรมอีกอย่างดีกว่า”

“ยังไงก็ขอบคุณแทนทุกคนด้วยนะคะ”

“ฉันก็ขอบใจเธอเรื่องที่มาบอกว่าเป็นม็อบจัดตั้ง ไม่งั้นเรื่องไม่จบดีแบบนี้หรอก ที่เล่นงานตัวหัวหน้ามันได้ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอ”

นุชนารถยืนมองทั้งคู่อยู่อีกฝั่งถนนด้วยสีหน้าแววตาอาฆาตแค้น แล้วฉวยโอกาสตอนเดินสวนกันกลางถนนแอบใช้มีดแทงไข่มุกแต่เผอิญมีชายคนหนึ่งวิ่งมาเบียด มีดเลยแทงเข้าที่เขาเต็มๆ นุชนารถรีบปล่อยมีดแล้วเดินสวนข้ามไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ชายคนนั้นทรุดฮวบลงต่อหน้าต่อตาคีรินทร์กับไข่มุก

ไข่มุกหน้าซีดหน้าเสีย มองเห็นนุชนารถยืนยิ้มตาวาวแล้วเดินหายไปในกลุ่มคน นึกรู้ว่าเธอต้องการฆ่าตนเองแน่ คีรินทร์เข้าใจว่าไข่มุกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด จึงพาเธอกลับเข้าห้องทำงานแล้วให้ลูกน้องหายาหอมยาดมมาด่วน

“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ฉันไม่เป็นไร”

“หน้าซีดขนาดนี้ไม่เป็นไรได้ไง ไม่นึกเลยว่าจะเห็นกันจะจะต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ใครมันแทงเขา ทำไมตอนข้ามถนนฉันไม่เห็นมีอะไรผิดสังเกตเลย มันแทงกันตอนไหน”

“ผู้ชายคนนั้นจะตายไหมคะ”

“ไม่รู้ แต่ท่าทางจะโดนเข้าเต็มๆเหมือนกันนะ ทำไมสังคมมันแย่ขนาดนี้...เธอหน้ายังซีดอยู่เลยนะ ทำไมยาดมช้าจัง”

“ฉันไม่ได้เป็นไรแล้วค่ะ”

คีรินทร์เข้ามาเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าไข่มุกให้อย่างเป็นห่วง ทั้งสองคนสบตากัน แต่แล้วคีรินทร์ชะงักขยับออกห่าง ไข่มุกหน้าเสียไปนิด รู้ว่าเขาไม่ให้อภัยง่ายๆ เรื่องที่เธอหลอกลวงสลับตัวมาแต่งงานกับเขา

สักครู่ คีรินทร์เหมือนนึกอะไรได้ เดินไปหยิบรองเท้าไข่มุกที่เก็บไว้เมื่อวันก่อนมาให้ดู หญิงสาวเห็นร่องรอยบ่งบอกว่ามีการเลื่อยที่ส้น ก็ยิ่งหน้าเสียไปกันใหญ่

“มีคนจงใจทำให้ส้นรองเท้าหัก”

“ใช่ แต่คงไม่ชำนาญเท่าไหร่ ไม่งั้นคงไม่ทิ้งร่องรอยให้จับได้แบบนี้หรอก”

ไข่มุกหวาดหวั่น แน่ใจว่าเป็นฝีมือนุชนารถ แต่ไม่ยอมพูดออกมา

“ไปทำอะไรใครไว้เปล่า ถึงได้มีคนตามมาล้างแค้น”

ไข่มุกคิดหนักอย่างสับสนและหวาดกลัว “หรือว่า...ฉันควรจะถอนตัวจากงานนี้”

“แม่เธอคงยอมหรอก เงินตั้งล้านห้า...แกล้งแอ๊บอะไรอีก มุกนางเอกอ่อนแอยอมคนสมัยนี้เขาไม่ใช้กันแล้ว...อ้าว ไม่ขำซะงั้น เครียดอะไรนักเธอเนี่ย”

คีรินทร์พูดเรื่อยเจื้อย กระทั่งเห็นไข่มุกนั่งนิ่งสีหน้าเป็นกังวลก็เริ่มเอะใจ ลอบมองอย่างเป็นห่วงปนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก
19 พ.ย. 2562
07:15 น.