ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาสีมุก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วัฒนาหาห้องเช่าให้นุชนารถอยู่ชั่วคราว กำชับให้ทนหน่อยเพราะที่นี่ไม่หรูหราเหมือนบ้านคีรินทร์ ปรากฏว่านุชนารถไม่เรื่องมากเหมือนก่อน บอกว่าแค่นี้ก็ดีแล้ว

“ช่วงนี้ก็อยู่เงียบๆเก็บตัวไปก่อน เรื่องยังวุ่นวายอย่าเพิ่งออกไปไหนแล้วกัน”

“พวกเขาแจ้งความรึเปล่า”

“ไม่มีนะ เรื่องไอ้รินทร์ก็ปิดข่าวเงียบ ออกข่าวแต่ว่าไม่สบาย อีกสองสามวันจะกลับมาทำงาน คุณเองอยู่ที่นี่ให้เรื่องเงียบสักพัก แล้วจะกลับบ้านต่างจังหวัดก็ตามใจ”

“ไม่! ไม่มีวันยอมแพ้ ฉันจะเอาคืนทุกอย่าง ทุกคน เอาคืนเป็นสองเท่า คอยดูฝีมือนุชนารถคนนี้ก็แล้วกัน”

“ดี...อย่างนี้ค่อยได้ใจหน่อย ผมจะคอยช่วยแล้วกัน”

ทั้งคู่สบตากันแล้วยิ้มร้าย ต่างก็มีเป้าหมายไปคนละอย่าง...ขณะเดียวกันที่โรงพยาบาล คีิรินทร์รู้สึกตัวหลังจากหลับไปพักใหญ่ เรียกหาลูกไก่เหมือนจำได้ลางๆว่าเธอมาหา ทันใดภัททิมาเยี่ยมหน้าเข้ามากระดี๊กระด๊าทำตาปิ๊งๆ นึกว่าเขาเรียกตนเอง เอ่ยเสียงใสว่าลูกไก่อยู่นี่ไง

“แล้วผมเป็นอะไร มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“ก็นังนุชคนดีของคุณมันวางยาแล้วก็ลักพาตัวคุณไปไงคะ คนใจยักษ์ โรคจิต นี่ถ้าลูกไก่ไม่ไปช่วยป่านนี้นังนั่นจะทำอะไรก็ไม่รู้ คนอะไรน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าไส้เดือน ดีนะที่คุณไม่เป็นไร ไม่งั้นลูกไก่จะตบๆๆนังนุชให้ตายเลย”

“แล้วไข่มุกไม่ได้มาช่วยผมเหรอ”

“ช่วยเช่ยอะไรกันคะ ตั้งแต่มาโรงพยาบาลยังไม่เคยเห็นหน้าสักนิด คนหลอกลวงปลิ้นปล้อนจะไปคิดถึงทำไม มันสนใจคุณที่ไหน นี่สิลูกไก่ตัวจริงอยู่ด้วยทั้งคน มีแต่คนนี้แหละที่รักและหวังดีกับคุณรินทร์”

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ถึงนังมุกใจดำไม่ยอมมาดูแต่ลูกไก่จะอยู่กับคุณ คอยดูแลจนกว่าจะหาย รับรองว่าจะปรนนิบัติอย่างดี”

“ถึงขนาดนี้แล้วยังไม่มาดูสักนิดเลยหรือไง” คีรินทร์แอบบ่นกับตัวเองด้วยความน้อยใจไข่มุก

หารู้ไม่ว่าไข่มุกยังป้วนเปี้ยนอยู่ในโรงพยาบาล สักพักเห็นภัททิมาพาคีรินทร์ลงมานั่งเล่นในสวนหย่อมร่มรื่น เธอจับตามองแต่ไม่กล้าเผยตัว

“คุณรินทร์ผอมลงนะคะ เดี๋ยวกลับไปบ้านลูกไก่จะทำกับข้าวให้ทาน จะได้หล่อเหมือนเดิม ที่จริงทำไม่เป็นหรอก พูดให้ดูดีไปงั้นแหละ แต่ลูกไก่ซื้อเก่งนะ ซื้อของจากร้านอร่อยๆมาโด้ปคุณได้ ไม่เชื่อให้มาแสนนึงสิ ซื้อแป๊บเดียว หมดแสนเลย เอาไหมคะ”

“ไม่เป็นไร”

“อุ๊ยนั่นดอกไม้ สวยจัง เด็ดเอาไปใส่แจกันในห้องไหมคะ จะได้สดชื่น”

“ไม่เห็นป้ายหรือไงว่าห้ามเด็ดของโรงพยาบาล หรือไม่ได้ทำงานนานจนอ่านหนังสือไม่ออก”

ภัททิมาหน้าเสีย คีรินทร์มองเลยไปฝั่งตรงข้ามแล้วนิ่วหน้าสงสัย ถามภัททิมาว่าเห็นเงาใครตรงนั้นไหม

“ไม่มีนี่คะ สงสัยตายังเบลอเพราะฤทธิ์ยาอยู่”

“แต่ผมเห็นเหมือน...ไข่มุก”

“นังมุกมันไม่มีหน้ามาหาหรอกค่ะ ดีไม่ดีป่านนี้เดินตัวปลิวมีกิ๊กใหม่ไปแล้ว ไปนอนพักดีกว่านะคะ ลูกไก่ดูแลคุณเอง”

ภัททิมากุลีกุจอพาคีรินทร์ไป ไข่มุกค่อยๆโผล่จากที่ซ่อนมองตามหลังอย่างเป็นห่วง...เมื่อกลับเข้าห้องได้สักครู่ หมอมาตรวจอาการคีรินทร์ก่อนบอกว่าทุกอย่างสมบูรณ์ดีเหมือนเดิม อนุญาตให้กลับบ้านได้ พยาบาลนำของที่เก็บไว้มาคืนคนไข้ คีรินทร์ทำหน้างงๆแต่ก็รับที่มัดผมนั้นมา

คิดไปคิดมาเขาจำได้ว่าตัวเองซื้อให้ไข่มุกและรีบเก็บซ่อนเมื่อภัททิมากลับเข้ามาพร้อมเสื้อผ้าหลากสีหลายตัวแต่ไม่ถูกใจสักชุด ขอจัดการเองเพราะไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว ภัททิมาถึงสะอึก นิ่งไปอย่างผิดหวังและเสียหน้า

กลับมาบ้านได้ไม่ทันข้ามวัน คีรินทร์แต่งตัวจะไปทำงาน มณีห้ามก็ไม่ฟัง ยืนยันว่าตนแข็งแรง นอนมาหลายวันป่านนี้มีงานให้เคลียร์เพียบแน่

“ยังไม่ต้องรีบไปก็ได้ รอให้เรื่องซา...เอ๊ย...ให้หายป่วยก่อน” มณีหลุกหลิกมีพิรุธ คว้าหนังสือพิมพ์มาซ่อนข้างหลังทำให้ลูกชายสงสัย ดึงออกมาดู “พวกนี้ชอบลงข่าวมั่ว รินทร์อย่าไปใส่ใจนะ แค่สองสามวันเดี๋ยวคนก็ลืมๆไปแล้ว อย่าเครียดนะ”

คีรินทร์เห็นแล้วกลับพูดขึ้นอย่างไม่ยี่หระ “ลงข่าวซะผมเป็นคาสโนว่าสิ้นลาย เสียเชิงชายหมด ข่าวพวกนี้ผมไม่แคร์หรอก ลงสิยิ่งดี เรตติ้งจะได้พุ่งกระฉูด สาวๆได้มากันอีกเพียบ”

มณีฟังแล้วอึ้ง เหลือบมองชลลดาที่เร่งภัททิมายิกๆ

“รีบแต่งตัวเอาของมาสิลูก จะได้ไปพร้อมคุณรินทร์เลย ไหนๆก็ไปที่เดียวกัน พาน้องไปด้วยนะ”

“อย่าดีกว่า ผมไม่ชอบให้ใครมาตาม ทุกวันก็ไปเองได้ไม่ใช่เหรอ”

คีรินทร์พูดอย่างไม่แยแสแล้วผละไป ภัททิมาหน้าตูมตึง ชลลดาอึ้งเหวอ มณียิ้มเยาะสะใจ

“ไงล่ะ อยากยัดเยียดลูกสาวให้ลูกฉันดีนัก หน้าแตกหกคะเมนหัวฟาดสลบไปเลย สมน้ำหน้า”

“ถึงจะไม่ชอบลูกไก่ แต่ลูกสาวดิฉันก็ยังดีกว่านังนุชใจยักษ์ กับนังไข่มุกลูกขอทาน หรือว่าคุณมณีชอบลูกสะใภ้แบบนั้นจะได้ไปตามกลับมาให้ อุ๊ย แต่ระวังข่าวลือหน่อยนะ เดี๋ยวพวกคุณนายไฮโซจะแอบนินทาเอา”

ชลลดาจีบปากจีบคอยอกย้อน มณีเจ็บใจสะบัดหน้าพรืดจากไป

ooooooo

ไข่มุกช่วยวันดีขายส้มตำมือเป็นระวิง ขายดีแต่ก็เหนื่อยมาก วันดีเห็นแล้วสงสาร อดบ่นไม่ได้ว่า

“นังมุกเอ๊ยนังมุก จะมามัวขายส้มตำให้ลำบากทำไม เอ็งไปง้อผัวหน่อยสิวะ จะได้กลับไปสบายเหมือนเก่า แล้วเผื่อแผ่มาถึงข้าด้วย”

“ไม่เอาหรอกแม่ เขาไม่ยอมหรอก”

“หรือจะให้ข้าง้อแทน เอ็งนี่มันโง่ชิบเป๋ง เป็นคุณนายดีๆไม่ชอบ ดันอยากมาใช้แรงงาน ผัวเอ็งลงทุนง้อนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย หยิ่งนักนะเอ็งเนี่ย...ถามจริงเหอะ เอ็งเป็นเมียมันหรือยัง”

ไข่มุกเงียบไม่ตอบ เม้มปากแน่นนัยน์ตาเศร้า วันดีทำหน้าเซ็ง สุดจะคาดเดา ขณะเดียวกันที่โรงแรม คีรินทร์หายไปหลายวันเพิ่งมาทำงาน วัฒนาลอบมองสะใจก่อนเดินเข้ามาทักและบอกว่าทวยไทยอยากเจอ อยากเลี้ยงข้าวต้อนรับที่เขาหายป่วย

“มีเงินซื้อกินเอง ไม่ต้องให้ใครเลี้ยง”

“ยังไงเขาก็เป็นผู้ใหญ่ ยอมลงให้หน่อยจะเป็นไรไป”

“แต่ฉันเป็น...แล้วก็อย่าพูดเรื่องแบบนี้ให้ได้ยินอีก ไอ้นายทวยไทยทุยไทยอะไรนั่นมาไม่กี่วันก็ตามไปกระดิกหางเลียมือมันแล้ว มีศักดิ์ศรีซะบ้างสิ”

วัฒนาไม่พอใจแต่ข่มไว้ บอกว่าอยากให้เขากับทวยไทยปรับความเข้าใจ เตือนเขาอย่าทำตัวเป็นเด็กๆไปหน่อยเลย

“อยากทำอะไรก็เชิญทำไปเลย อย่าเอาฉันไปยุ่ง แล้วก็ขอเตือนไว้หน่อยนะ เลียเยอะๆระวังลิ้นจะด้านหมด” ว่าแล้วคีรินทร์เดินจากไป วัฒนากำมือแน่น มองตามสายตาอาฆาต

บ่ายนั้นมีประชุม คีรินทร์เผชิญหน้าทวยไทยและบอร์ดบริหารอีกหลายคน ยังไม่ทันเริ่มเรื่องงาน ทวยไทยโยนหนังสือพิมพ์ที่มีภาพข่าวคีรินทร์ลงบนโต๊ะพร้อมกับประจานอย่างเยาะหยัน

“คาสโนว่าของเราได้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ทำอีท่าไหนถึงได้เป็นข่าวขนาดนี้”

“ไม่ยักรู้ว่าคุณเป็นห่วงผม...หรือกลัวผมไม่เสียชื่อเสียงกันแน่” คีรินทร์สวนทันควันอย่างไม่เกรงใจ

“เปล่าเลย ห่วงโรงแรมต่างหาก รู้ไหมว่าข่าวออกไปแบบนี้ลูกค้าจะไม่เชื่อมั่นในตัวผู้บริหารที่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ แถมยังอื้อฉาวเรื่องคาวๆ”

“ก็ช่วยไม่ได้ คนมันหน้าตาดี...ลืมไป คนหน้าตาไม่ดีไม่มีวันเข้าใจหรอก ขอโทษนะที่หล่อเลือกได้ สาวๆเลยต้องมารุมแย่งไม่เหลือไปถึงแก่หน้าเหี่ยว”

คีรินทร์กระแทกเสียงแล้วผลุนผลันออกไป ทวย-ไทยสีหน้าโกรธขึ้ง ตรงข้ามกับเขมทัตยิ้มพอใจ...

มุมหนึ่งในโรงแรม ซอนซาดารารุ่นน้องจินจูเดินทางมาพร้อมแทยอนที่กลับไปดูงานหนังที่เกาหลีแล้วกลับมาที่นี่อีกครั้ง ท่าทางซอนซาชอบแทยอนและแสดงออกว่าไม่ชอบจินจู แขวะเรื่องเธอมาเมืองไทยทำให้แทยอน วุ่นวาย หรือว่าที่นี่มีผู้ชายให้ติดใจ พอแทยอนดุ ซอนซาก็อ้างว่าแค่หยอกเล่น

จินจูลุกหนีไปเงียบๆ แทยอนตามมาปลอบไม่ให้เธอคิดมาก ปรากฏว่าเธอแค่ไม่พอใจคำพูดแรงๆของซอนซาแต่ไม่ได้คิดมากเลยสักนิด ย้ำว่าถ้าเขามีความสุขเธอก็ยินดีด้วย

“แต่ผมไม่เคยคิดอะไรกับซอนซา คุณเองก็น่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ แต่พี่ก็รู้ว่าพี่เป็นพี่ชายของฉันเสมอ”

“พี่ชาย...ผมเป็นได้แค่นี้สำหรับคุณใช่ไหมจินจู ตลอดยี่สิบกว่าปีผมทำทุกอย่างก็เพื่อคุณ ที่ผ่านมาไม่มีความหมายเลยหรือไง”

“พี่สำคัญกับฉันเสมอ แต่ฉันรักใครไม่ได้อีกแล้ว” จินจูย้ำหนักแน่นจนแทยอนหมดหวัง เดินคอตกไปนั่งที่ล็อบบี้ ถอนใจออกมาพร้อมๆกับคีรินทร์ที่นั่งถัดไป...สองคนมองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่แทยอนจะเป็นฝ่ายถามขึ้นว่า

“คนหนุ่มอย่างคุณมีเรื่องกลุ้มใจอะไรถึงกับต้องถอนใจ”

“ก็...นิดหน่อยครับ”

“การงานก็ดี ภรรยาก็น่ารักเนี่ยนะจะมีปัญหากลุ้มใจ”

“ตอนนี้ไม่มีแล้ว...ตอนนี้ผมไม่มีภรรยาแล้ว”

แทยอนไม่เข้าใจ คีรินทร์ถอนหายใจอีกครั้ง บ่นอุบว่าผู้หญิงไว้ใจไม่ได้ โกหกหลอกลวงกันได้หน้าซื่อๆ จิตใจทำด้วยอะไร

“แต่ผู้ชายบางคนก็โกหกจนต้องมานั่งถอนใจรับผลกรรมตัวเองก็มี” แทยอนเปรยหน้าเศร้า...คีรินทร์ชะงัก สงสัยคำพูดของอีกฝ่ายที่คล้ายมีเรื่องไม่สบายใจ

ooooooo

จินจูคิดถึงและเป็นห่วงไข่มุกที่ตัวเองเข้าใจมาตลอดว่าชื่อลูกไก่ วันนี้เห็นคีรินทร์มาทำงานจึงเข้ามาซักถามเพราะก่อนหน้านี้ทราบจากภัททิมาว่าไข่มุกเป็นสิบแปดมงกุฎและโดนไล่ออกจากบ้านเขมทัตไปแล้ว

“ที่ฉันมาถามก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณหรอกนะ แต่ลูกไก่เขาทำผิดอะไร คุณถึงได้ทำเรื่องใจดำกับเขาถึงขนาดนี้”

คีรินทร์ปฏิเสธว่าตนไม่ได้ใจร้ายใจดำ ไข่มุกต่างหากที่หลอกลวงตน ไม่เคยจริงใจ ไม่เคยเห็นความสำคัญของตนสักนิด ป่านนี้คงนั่งหัวเราะหาว่าตนเป็นไอ้หน้าโง่

“งั้นลูกไก่ก็คงโง่เหมือนกันที่ยอมลงทุนโทร.ทางไกลจากเกาหลีให้ช่วยคนไม่สำคัญอย่างคุณ” คีรินทร์ชะงัก นิ่งฟังจินจูบอกเล่าต่อไป “ลูกไก่เขารู้ว่าฉันสนิทกับประธานลีซอนมิน เลยโทร.มาขอให้ฉันช่วยพูดเรื่องคลิปของคุณ ไม่งั้นคุณคิดเหรอว่าเขาจะยอมยกโทษแล้วเซ็นสัญญากับคุณง่ายๆ”

“ที่แท้เพราะคุณนี่เอง ผมก็ยังสงสัยทำไมเขาเปลี่ยนใจเร็วขนาดนั้น”

“เพราะลูกไก่ต่างหาก คิดให้ดีสิ ถ้าไม่รักคุณ เขาจะหาทางช่วยคุณถึงขนาดนี้เหรอ คุณอยู่กับเขาตั้งนาน ยังดูไม่ออกอีกหรือไง”

คีรินทร์คิดได้ รู้สึกผิดต่อไข่มุกรีบออกตามหาแต่โดนกะเทยกัสจังหลอกจนหัวปั่นแทบกลายเป็นเรื่องเป็นราว แถมยังไม่เจอตัวไข่มุกด้วย ต้องย้อนกลับมาบ้านขอที่อยู่จากชลลดาแต่หล่อนมีชนักติดหลังจึงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมบอก

ด้านจินจูเพิ่งรู้ความจริงหลังจากบังเอิญได้ยินแทยอนกับคธาคุยกัน แท้จริงแล้วคธาไม่เคยทอดทิ้งเธอแต่ เพราะโดนแทยอนขัดขวางแถมยังส่งนักเลงมาทำร้ายเขาเกือบตาย...จินจูผิดหวังมากทั้งโกรธและเสียใจ คืนนั้นเธอต่อว่าแทยอนทั้งน้ำตา

“ไม่นึกเลยว่าพี่จะเป็นคนทำเรื่องทั้งหมด พี่กีดกันฉันกับเขามาตลอด ทำเหมือนคธาไม่รักไม่สนใจ ไม่ต้องการฉันกับลูก ทั้งๆที่เขาทำทุกอย่างเพื่อฉัน ทำไมล่ะพี่แทยอน...ทำไม”

“จินจูฟังก่อน ผมแค่คิดว่าการที่คุณรักกับคธาไม่เหมาะสม คุณเป็นดาราชื่อดัง...เขาเป็นแค่นักดนตรีต่างชาติ มันไม่มีทาง เข้าใจไหม”

“ใครกำหนดว่าเหมาะสม พี่เหรอ แล้วการที่แยกลูกไปจากฉัน แยกผู้ชายที่รักที่สุดไป ถูกต้องนักหรือไง ฉันทำผิดอะไร ฉันทำอะไรให้พี่โกรธเกลียด ถึงต้องทำร้ายกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้”

“ผมไม่เคยเกลียด ไม่เคยโกรธคุณเลย”

“พี่ไม่เคยเกลียด แต่สิ่งที่ทำมันทรมานฉันยิ่งกว่าตายทั้งเป็น ทำไมไม่ฆ่ากันเลยล่ะ จะปล่อยให้อยู่คนเดียว ทั้งที่พรากหัวใจฉันไปแล้ว”

จินจูร้องสะอึกสะอื้น แทยอนแตะไหล่ตั้งใจจะปลอบแต่เธอปัดมือออกและเมินหน้าหนี

“ผมขอโทษ...กับสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด”

“รู้มั้ย ฉันเคยคิดว่าพี่จะเป็นคนเดียวที่ไม่ทำร้ายกันในวันที่ไม่มีใคร แต่จริงๆแล้วพี่ต่างหากที่ทำให้ฉันไม่เหลือใคร ฉันผิดที่หลงไว้ใจพี่มาตลอด ทำไม...ทำไมล่ะ ทำไปเพื่ออะไร”

“ที่ผมทำไปทั้งหมดเพราะรักคุณ”

จินจูตบหน้าแทยอนอย่างแรงแล้วประกาศชัดก่อนเดินหนีออกจากห้องไป “แต่ฉันไม่มีวันรักพี่ ไม่มีวัน”

แทยอนยืนอึ้ง ทั้งเจ็บปวด สำนึกผิด และเสียใจ จินจูออกไปพบคธาที่กำลังจะกลับบ้านหลังเล่นดนตรีเสร็จ เธอโผเข้ากอดเขาทั้งน้ำตา รำพึงรำพันด้วยความเสียใจ

“คธา...ฉันขอโทษ ฉันผิดเองที่ไม่รู้อะไรเลย”

“ไม่หรอก ไม่เป็นไรจินจู” คธากอดปลอบ...

แทยอนตามมาเห็นยืนนิ่งก้าวขาไม่ออก แววตาเจ็บช้ำและเสียใจ ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างขมขื่น

ooooooo

ในเมื่อชลลดาไม่บอกที่อยู่ไข่มุก...คีรินทร์จึงใช้วิธีสะกดรอยตามเธอไปถึงบ้านวันดี แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เรื่องเพราะวันดีซึ่งเป็นฝ่ายเห็นชลลดาก่อนรีบซ่อนตัว และช่วงเวลานั้นไข่มุกก็ไม่อยู่บ้าน

หลังจากต่างคนต่างกลับไปแล้ว ไข่มุกกลับเข้าบ้านเจอวันดีลุกลี้ลุกลนพิกลแต่ก็ไม่ติดใจสงสัยจนกระทั่งวันดีหายไปพักหนึ่งแล้วกลับมาเร่งให้เธอเก็บข้าวของเตรียมย้ายหาบ้านเช่าใหม่ ไข่มุกซักถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไร นอกจากว่าแถวนี้เทศกิจรบกวนหากินยาก อยากไปหาทำเลใหม่ค้าขาย ปะเหมาะพอดีเม่นกลับมาบอกว่ามีเพื่อนบ้านชวนไปขายส้มตำที่ใหม่ วันดีจึงตกลงทันที

ก่อนหน้านี้วันดีเจอคธากับจินจูมาถามหาวันดีกับลูกสาว ทั้งคู่จุดใต้ตำตอเพราะไม่รู้จักหน้าตาวันดีมาก่อน ก็เลยโดนหลอกว่ามันไปต่างจังหวัด เป็นเดือนกว่าจะกลับ ที่สำคัญมันไม่มีลูกผัว พวกเขาคงจำคนผิดแล้ว...

ทำเลใหม่ที่เพื่อนชวนไปขายส้มตำที่แท้คือแผง ลอยฝั่งตรงข้ามโรงแรมคีรินทร์ ไข่มุกเห็นแล้วจะถอยแต่วันดีไม่ยอม

“จะไปสนใจทำไม ทีมันยังไม่สนเอ็งเลย ให้มาย่ำต็อกๆตากแดดตำส้มตำ กล้ามขึ้นแล้วเนี่ย”

“แต่ถ้าเขารู้เข้า...”

“ก็ให้รู้ไปสิวะ หน็อย...มันคงสนเอ็งหรอก”

ว่าแล้ววันดีผละไปเดินดูร้านค้า ทิ้งไข่มุกไว้คนเดียว... คีรินทร์กับวัฒนาเดินมาด้วยกัน หยุดยืนหน้าโรงแรม

คีรินทร์ขมวดคิ้วไม่พอใจถามวัฒนาว่ามาจากไหนกันเยอะแยะ

“คงบอกต่อๆกันมามั้ง วันก่อนยังไม่เยอะเท่านี้เลย”

“ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว นี่วัฒน์ นายไปจัดการพวกนี้ให้หน่อยแล้วกัน ทำได้ใช่มั้ย ถ้าไม่ได้เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

วัฒนามองร้านค้าแผงลอยพลางครุ่นคิดแผนการบางอย่างแล้วกลับมารายงานทวยไทยในโรงแรม ทวย-ไทยเปิดม่านห้องทำงานมองออกไปด้านนอกเห็นร้านค้าก็หันมายิ้มกับวัฒนา

“ดี ปล่อยให้มันจัดการไป คราวนี้ได้ทีดิสเครดิตเทวดาขี้หลีอย่างไอ้คีรินทร์แล้ว” ทวยไทยยิ้มสะใจ ไม่ต่างจากวัฒนาที่จ้องเล่นงานคีรินทร์อยู่เช่นกัน

ในเมื่อวันดีให้ขายก็ต้องขาย ไข่มุกตำส้มตำสลับกับปิ้งไก่ย่าง พักกลางวันมีพนักงานในโรงแรมออกมาซื้อ ทุกคนจำไข่มุกได้ว่าคือคุณลูกไก่ภรรยาคีรินทร์ บางคนทักถามแต่บางคนก็ไม่กล้า ได้แต่มองๆแล้วซุบซิบ ไข่มุกแกล้งไม่สนใจ ค้าขายต่อไปทั้งที่อับอาย

วันเดียวกันนี้เอง คธากับจินจูย้อนกลับมาที่บ้านวันดีอีกครั้ง คราวนี้เจอชาวบ้านใกล้เคียงจึงสอบถามว่ารู้จักคนชื่อวันดีหรือเปล่า

“ก็นั่นไงบ้านมัน แต่ตอนนี้ย้ายไปแล้ว ไม่รู้หนีหนี้ใครเขารึเปล่า เห็นรีบย้ายกันฉุกละหุกทั้งแม่ทั้งลูก หอบของไปกันเต็มมือหมด”

“เขามีลูกด้วยเหรอ”

“มีสิคุณ ลูกสาวสวยเชียวล่ะ แต่ท่าทางผู้ดี๊ผู้ดี ผิดกับแม่มันลิบลับ ไม่รู้นังวันดีไปเอาลูกใครมาเลี้ยงหรือเปล่า ไม่ได้เหมือนแม่มันสักนิด”

จินจูกับคธาอึ้ง สบตากันอย่างนึกเอะใจและกังวล พอเดินเลยออกมาหน่อยจินจูบอกคธาว่าเด็กคนนั้นต้องเป็นยองแอแน่ๆ

“หรือว่าวันดีจะรู้ที่เรามาตาม เลยพายองแอหนี แล้วแบบนี้เราจะเจอลูกได้ยังไง”

“ต้องได้สิ ยังไงเราก็ต้องหาลูกให้เจอ ใจเย็นๆนะคุณ อย่างน้อยเราก็ได้รู้แล้วว่ายองแอยังมีชีวิตอยู่”

จินจูพยักหน้ารับอย่างมีความหวัง

ooooooo

บ่ายนั้นคีรินทร์เดินผ่านกลุ่มพนักงานกำลังซุบซิบเรื่องไข่มุกขายส้มตำ พอเห็นเจ้านายทุกรายก็หุบปากเงียบ คีรินทร์่สงสัยแต่ไม่ได้สนใจจะซักถาม เดินจ้ำออกไปฝั่งตรงข้ามเพื่อเจรจากับละเมียดเจ้าของพื้นที่แผงลอย

“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆพวกรถเข็นหาบเร่ถึงมากันเต็มแบบนี้ เมื่อวันสองวันก่อนมีแค่ไม่กี่เจ้า ตอนนี้ตั้งกันเต็มไปหมด ไล่ก็ไม่ไป แถมยังด่าฉันกลับอีกนะ”

“แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ภาพลักษณ์ของโรงแรมเสียหายแน่ ดูสิครับ ทั้งขยะ ทั้งเศษอาหาร ผมว่าเราน่าจะจัดระเบียบกันให้เรียบร้อยกว่านี้”

“ฉันเห็นด้วย แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง พวกห้องแถวเขาก็บ่นกันจะแย่”

“เดี๋ยวผมจัดการให้เอง”

วันดีคึกคักเชิญชวนผู้คนกินส้มตำลอยฟ้า ไข่มุกตั้งหน้าตั้งตาตำเพราะลูกค้าเยอะ กระทั่งได้ยินเสียง

คีรินทร์ถามว่าใครให้มาขายที่นี่ สองแม่ลูกถึงกับชะงัก หันมองเป็นตาเดียว

คีรินทร์แทบไม่เชื่อสายตา จ้องหน้าไข่มุกแล้วลากแขนเธอเข้าไปในโรงแรม คุยกันส่วนตัวภายในห้องทำงานของเขา

“ไปอยู่ที่ไหนมายายตัวแสบ ฉันตามหาเธอแทบตาย”

“ตามหาฉันทำไมคะ ยังด่าไม่สะใจ หรือจะเอาอะไรอีก”

“ช่างมันเถอะ แล้วเธอมาขายส้มตำซังกะบ๊วยหน้าโรงแรมได้ยังไง หรือว่านึกอยากจะทำให้ฉันขายหน้าขึ้นมาบ้าง มิน่าล่ะ พวกพนักงานถึงได้ซุบซิบนินทากัน เธอนี่ร้ายขั้นเทพจริงๆ”

“เปล่านะคะ แต่ที่เก่าโดนเทศกิจไล่จับประจำเลยต้องหาที่ใหม่”

“แล้วทำไมต้องเป็นที่นี่ อ๋อ อยากเจอฉันก็บอกมาเถอะ”

“ไม่ใช่ ใครจะอยากเจอคนอย่างคุณ เราสองคนต่างคนต่างไปดีแล้ว ไม่ต้องเจอหน้ากันเลยยิ่งดี”

คีรินทร์ไม่ยอมให้เธอไปง่ายๆ ทวงเงินล้านห้าที่จ่ายหนี้แทนชลลดา ไข่มุกไม่รับรู้ โต้ว่าตนไม่ได้ไปเล่นพนันในบ่อนด้วยสักหน่อย

“จะยังไงก็เถอะ เท่ากับว่าตอนนี้เธอเป็นหนี้ฉันอยู่ล้านห้า อยากจะไปก็เอาเงินคืนมาก่อน”

“เงินเยอะขนาดนั้นฉันไม่มีหรอก”

“ไม่มีก็ต้องมี ฉันเป็นนักธุรกิจไม่ใช่ประชาสงเคราะห์ ทำอะไรก็ต้องได้คืน ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่คิดดอกเบี้ยด้วย”

“ฉันจะไปหาที่ไหน อย่าว่าแต่ล้านห้าเลย หมื่นนึงยังไม่มี ฉันไม่ใช่คนรวยจะได้เสกเงินได้ตามใจแบบคุณ”

“ถ้าไม่มีก็ต้องทำงานใช้หนี้ให้ฉัน”

และแล้วคีรินทร์ก็พาไข่มุกเข้าบ้านในฐานะสาวใช้ มณีไม่พอใจแต่ก็ขัดลูกชายไม่ได้ เพราะเขายืนยันว่ามีเหตุผลส่วนตัว ชลลดากับภัททิมาที่ยังเกาะบ้านนี้เป็นปลิงก็ไม่ชอบใจ กลัวไข่มุกแย่งคีรินทร์ จึงหาทางกลั่นแกล้งจิกด่าอยู่ตลอดเวลา ช้อยเองก็ใช่ย่อย แสดงท่าทางรังเกียจไข่มุกเพราะเข้าใจว่าเป็นพวกต้มตุ๋น มณีให้อยู่ห้องเดียวกัน ช้อยก็ไล่ไปนอนคนละมุม

นอกจากทำงานในบ้านแล้ว คีรินทร์ยังให้ไข่มุกไปสอนฟิตเนสที่โรงแรมอย่างเดิมเพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มเอามาใช้หนี้เขา แต่ภัททิมาไม่ยอม บ้งเบ้งใส่ผู้จัดการจนคีรินทร์ต้องเข้ามาเคลียร์ และให้เธอกลับมาเป็นผู้ช่วยเลขาเขาอย่างเก่า

ภัททิมาฮึดฮัดขัดใจแต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากจิกตาใส่ไข่มุกอย่างอาฆาต จินจูเดินผ่านมาเห็น ยิ้มแย้มดีใจเข้ามาทักไข่มุกก่อนจะพาออกไปคุยกันมุมหนึ่ง

“ฉันดีใจมากที่เจอหนูเสียที พยายามจะถามคนอื่นว่าไปไหน แต่ใครๆก็พูดแต่ไม่รู้ มีอะไรเกิดขึ้นหรือจ๊ะ”

“หนูเองก็นึกว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว ขอโทษนะคะ”

“ขอโทษทำไม ทำอะไรผิดเหรอถึงต้องขอโทษ”

“หนูไม่ได้ชื่อลูกไก่แต่ชื่อไข่มุก แล้วก็ไม่ใช่ลูกสาวคุณชลลดาอย่างที่ทุกคนคิด หนูหลอกทุกคน...หลอกคุณ”

“พอเถอะไม่ต้องอธิบายแล้ว ฉันเชื่อว่าทุกอย่างที่ทำไปคงมีเหตุผล จะชื่ออะไรก็ช่าง สำหรับฉันหนูก็คือหนู”

“คุณไม่โกรธเหรอคะที่หนูหลอกคุณ”

“ไม่หรอก...นี่รู้ไหมชื่อเราเป็นชื่อเดียวกันเลยนะ จินจูแปลว่าไข่มุก พอรู้ว่าหนูชื่อนี้ฉันยิ่งคิดว่าชะตาเราต้องกันมากจริงๆ”

“ไข่มุก...จินจู...แปลว่าไข่มุกเหรอคะ”

“ใช่ แล้วต่อไปนี้ถ้ามีเรื่องอะไรขอให้หนูคิดถึงฉัน อย่าหนีหายกันไปแบบนี้ คิดเสียว่าเป็นญาติผู้ใหญ่คนนึงที่จะคอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษา สำหรับฉันเองหนูก็เป็นเหมือนลูกสาวคนนึง”

ไข่มุกกอดและซบหน้าลงกับอกจินจูอย่างตื้นตันใจ จินจูลูบหัวสาวน้อยเบาๆ ทั้งสงสารและเอ็นดู

ooooooo

หลังจากนั้นไข่มุกกลับมาสอนฟิตเนสตามหน้าที่ที่คีรินทร์มอบหมายแต่โดนสามกิ๊กของเขากลั่นแกล้งจนไม่มีสมาธิ แต่ก็ไม่คิดตอบโต้เหมือนเมื่อก่อน ทำเอาสามสาวพากันหมั่นไส้ด่าใส่อีกชุดใหญ่ที่มาหลอกลวงแต่งงานกับคีรินทร์

เมื่อวัฒนารู้ว่าไข่มุกกลับมาทำงานที่โรงแรมก็แจ้นมาสอบถามคีรินทร์อย่างจงใจเยาะหยัน

“นายว่าไงเรื่องคุณไข่มุก จะให้ประกาศเลยไหมว่าไม่ใช่ภรรยาแล้ว”

“ไม่ต้อง”

“ทำไมล่ะ เดี๋ยวก็เข้าใจผิดกันไปใหญ่  แถมตอนนี้คุณไข่มุกเป็นแค่แม่ค้าส้มตำ ใครๆก็เห็นกันหมด พนักงานก็ไปเป็นลูกค้าด้วย จะยังมาเป็นเมียนายได้ยังไง”

“ทำไมจะไม่ได้ ดูนายเดือดร้อนมากกว่าตัวฉันอีกนะ”

“ก็แค่เตือน ขืนปล่อยไปจะปกครองลูกน้องยังไง ไหนชาวบ้านจะนินทา แล้วอีกอย่าง ถ้าพวกในวงการรู้ว่าเมียผู้บริหารระดับสูงไปยืนเต้นขายส้มตำ เขาจะว่ายังไง”

“นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่ใช่เรื่องของนาย ขอบใจที่ห่วงแทน แต่อยู่เฉยๆอย่ายุ่งดีกว่า เอาเวลาไปทำงานของนายเถอะ”

คีรินทร์ตัดบทแล้วก้มหน้าทำงานต่อ...วัฒนาหน้าตึงตาขวาง สะสมความแค้นไว้ในใจ...

เสร็จงานที่โรงแรมไข่มุกต้องกลับไปทำงานบ้านต่อ กีกี้ไม่ไว้ใจตามมาเป็นก้างกลัวคีรินทร์ใจอ่อนกับไข่มุก ภัททิมาไม่พอใจกีกี้ มีปากเสียงกันกลางโต๊ะอาหารสร้างความรำคาญให้เขมทัต แต่คีรินทร์กลับนิ่งเฉย แถมยังทำหวานหยดกับกีกี้เพื่อประชดไข่มุก บอกว่ากินข้าวเสร็จจะพาเธอเที่ยวแล้วไปนอนที่คอนโด

กีกี้ยิ้มหน้าบาน แต่เอาเข้าจริงคีรินทร์แค่พาเธอไปส่งบ้านแล้วกลับมานอนก่ายหน้าผากมองเพดานครุ่นคิดเรื่องไข่มุก...เขมทัตเปิดประตูเข้ามาเงียบๆ รู้ทั้งรู้ว่าลูกอยู่แต่แกล้งทัก

“อ้าว...นึกว่านอนที่คอนโดซะอีก”

“แค่พาไปดริ๊งก์ต่อนิดหน่อยครับ กีกี้ลืมว่ามีถ่ายแบบพรุ่งนี้ พ่อมีอะไรหรือเปล่า”

“พ่อน่ะไม่มี แต่เราล่ะรินทร์...ตกลงเรื่องไข่มุกจะเอายังไง”

“ผมยังไม่ได้คิด...ยังคิดไม่ออก”

“ถ้าไม่ได้รักเขาแล้วเอาตัวกลับมาทำไม ให้เรื่องมันแล้วๆไปไม่ได้เหรอ” เขมทัตสบตาลูกชายอย่างค้นหา

“ไม่! ผู้หญิงคนนี้ต้องชดใช้ให้ผม” คีรินทร์สีหน้าทั้งรักทั้งแค้น เขมทัตมองอย่างรู้ทันและเป็นห่วง

เช้าขึ้น คีรินทร์ทำเข้มสั่งงานไข่มุกหลายอย่าง อ้างว่าจะได้ใช้หนี้ให้หมดเสียที ไม่ห้ามแม้แต่เธอจะไปขายส้มตำหรือรับจ๊อบเป็นตัวประกอบ

“แล้วคุณไม่อายเหรอ ที่ฉันจะไปทำงานพวกนั้น”

“จะอายทำไม ถ้าเธอไม่ไปขายยาบ้า ไม่ได้โกงใคร ไม่ทำงานทุจริตเสี่ยงๆที่จะเดือดร้อนถึงฉัน ก็ทำได้ทั้งนั้น ใช้หนี้หมดเมื่อไหร่ เธอก็เป็นอิสระ”

“รับรองว่าจะไม่ทำให้เดือดร้อนแน่ๆ ฉันจะรีบหาเงินมาให้เร็วที่สุด จะได้ไม่ต้องอยู่ให้คุณรำคาญสายตาอีก”

“ก็ดี...จะได้จบๆกันไปเสียที ไม่ต้องมารู้จักกันอีกแล้ว”

“ค่ะ...ดีจริงๆ” ไข่มุกประชดกลับ เม้มปากแน่นอย่างเสียใจระคนน้อยใจ คีรินทร์วางท่าเย็นชาแต่แววตาบ่งบอกว่าเจ็บปวดสะเทือนใจ

วัฒนาเดินหน้าตีสนิทไข่มุกและหาโอกาสยุแหย่เพื่อหาแนวร่วมทำลายชื่อเสียงคีรินทร์ แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรเธอก็ไม่คล้อยตามแถมยังออกรับแทนเสียด้วยซ้ำ

“นายรินทร์นี่ก็แปลกนะครับ ปล่อยให้คุณมาขายส้มตำได้ยังไง ถึงจะโกรธแค่ไหนแต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำแบบนี้”

“ฉันก็ไม่ได้ลำบากอะไร ขายส้มตำก็สบายใจดี”

“แต่ผมว่านายรินทร์ใจร้ายเกินไป อยู่ด้วยกันตั้งนานไม่เห็นใจคุณเลย คุณเป็นเมียเขานะครับ อย่างน้อยก็น่าจะเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองบ้าง ถ้าคุณกลัวก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมหาทนายให้”

“อย่าดีกว่าค่ะ ฉันอยู่แบบนี้ก็พอใจแล้ว”

วัฒนาปั้นยิ้มแต่ความจริงผิดหวังที่ยุไม่ขึ้น ขณะเดียวกันทวยไทยก็ยังเล่นงานคีรินทร์ไม่ได้เหมือนกัน หนำซ้ำโดนตอกหน้าในที่ประชุมบอร์ดจนอึ้งด้วยความเจ็บใจ เพราะดันไปวิจารณ์ไข่มุกทำตัวเป็นขาใหญ่ขายส้มตำ พวกพนักงานซุบซิบกันสนุกปาก ไม่อายบ้างหรือไง

“เขาทำมาหากินสุจริตก็ไม่เห็นแปลกเลย อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้โกงใคร หรือคิดจะฮุบกิจการของใคร ไม่เห็นมีอะไรต้องอาย”

“นี่แสดงว่าคุณส่งเสริมให้ภรรยาไปตำส้มตำงั้นเหรอ”

“ผมว่าอย่าพูดเรื่องนี้มากไปดีกว่า แค่นี้ก็เหมือนรังแกผู้หญิงอยู่แล้ว ลูกผู้ชายดีๆเขาไม่ทำกันหรอก จะเล่นกันก็ต้องเอาตรงๆ อย่าใช้ใครมาเป็นเครื่องมือ”

ทวยไทยสะอึก จ้องหน้าคีรินทร์อย่างโกรธจัด...บ่ายวันเดียวกัน จินจูมากินส้มตำร้านไข่มุกแต่ไม่เจอวันดีที่เดินไปเม้าท์กับแม่ค้าร้านอื่น ด้วยความผูกพันทางสายเลือดทำให้จินจูห่วงใยไข่มุกเป็นพิเศษ เห็นเหน็ดเหนื่อยก็อยากช่วยเหลือจะหางานอื่นให้ทำ แต่หญิงสาวเกรงใจจึงปฏิเสธว่าไม่เป็นไร หนูชอบตำส้มตำ

“ถ้ามีอะไรอยากให้ฉันช่วยก็บอกได้นะ จะเรื่องเงินหรืออะไรก็ได้ อย่าเห็นว่าเป็นคนอื่นเลย”

“ขอบคุณมากนะคะ แต่เรื่องนี้เป็นหน้าที่ที่หนูต้องจัดการเอง แค่นี้สบายมากค่ะ แต่ถ้าไม่ไหวเมื่อไหร่หนูจะบอกคุณแน่ๆ”

“พูดแล้วก็อย่าลืม ต้องนึกถึงกัน ฉันพร้อมจะช่วยหนูเสมอ เพิ่งเคยกินส้มตำของไทย ไม่แปลกใจเลยที่ขายดี อร่อยกว่าอาหารแพงๆอีก”

“ไว้มาทานบ่อยๆนะคะ หนูจะตำให้สุดฝีมือเลย” ไข่มุกแสร้งยิ้มแย้มร่าเริง จินจูสังเกตอย่างรู้ทัน

ขายส้มตำเสร็จ ไข่มุกรีบเก็บอุปกรณ์กลับมาล้างที่บ้านเช่าแล้วต้องไปทำงานที่บ้านคีรินทร์ต่อ ช้อยเห็นว่ามาช้าก็เลยทั้งบ่นทั้งด่า ส่วนกีกี้ที่รอกินข้าวเย็นก็หัวเสียเข้ามาเร่งถึงในครัว ไข่มุกเลยโดนกระหน่ำแทบร้องไห้

เขมทัตรู้เห็นก็อดสงสารไม่ได้ พยายามพูดไม่ให้ไข่มุกน้อยเนื้อต่ำใจแต่คีรินทร์กลับคอยขัดคอ ทำเหมือนตัวเองไม่มีเยื่อใย ทั้งที่ลึกๆก็สงสารเธอเหมือนกัน

หลังอาหารมื้อนั้น คีรินทร์เข้ามาคุยกับไข่มุกในครัว บอกให้เลิกขายส้มตำ วิ่งรอกทำงานหลายที่เดี๋ยวได้ป่วยตายคาบ้าน

“เลิกแล้วแม่จะขายกับใคร ไม่ได้หรอกค่ะ”

“งั้นฉันให้คนไปช่วย โอเคมั้ย”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ไม่อยากรับน้ำใจให้เป็นบุญคุณเยอะ กลัวใช้คืนไม่หมด”

“แต่มาขายอย่างนี้เกิดใครรู้จักเธอ คิดว่าเธอยังเป็นเมียฉัน เขาจะมองยังไง เอาเป็นว่าเธอเลิกขายซะ แล้วจะขึ้นเงินเดือนให้”

“แต่คุณเคยบอกเองว่าแค่ฉันทำงานสุจริต ไม่โกงใคร คุณก็โอเค ไม่เห็นจะน่าอายตรงไหน”

“แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ว่าไงจะเอาเพิ่มเท่าไหร่ หมื่น...สองหมื่น ฉันให้เธอเพิ่มสามหมื่นเลยก็ได้ แต่ต้องเลิกขายตั้งแต่พรุ่งนี้”

ไข่มุกเลี่ยงมานั่งเช็ดจานไม่พูดไม่จา คีรินทร์เดินมายืนตรงหน้าดึงผ้าเช็ดในมือออก

“ฉันจะรีบไปนอนค่ะ ขอผ้าคืนด้วย”

“ไม่...เธอต้องคุยให้รู้เรื่องก่อน เลิกขายซะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน”

“ไม่ได้ค่ะ ยังไงก็ไม่เลิก ฉันก็มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ให้เอาเงินฟาดหัวได้ง่ายๆ ถึงคุณจะว่าเป็นอาชีพต่ำต้อยไม่มีเกียรติ แต่ก็เป็นอาชีพสุจริตที่น่าภูมิใจ ไม่ต้องพึ่งใครทั้งนั้น”

“ไม่ต้องมาอ้างนู่นอ้างนี่ จะทำให้สงสารหรือไง ฉันเลิกโง่แล้ว แล้วก็รู้ด้วยว่าที่เธอมาขายส้มตำหน้าโรงแรม ก็เพราะอยากให้ฉันขายหน้าคนอื่น ให้ลูกน้องมันหัวเราะเยาะเอา ขอบอกเลยว่าฉันจะไม่หลงกลเธออีกแน่นอน...ไงล่ะ เถียงไม่ออกล่ะสิ เงียบไปเลย”

ไข่มุกก้มหน้านิ่งเงียบ คีรินทร์เริ่มโมโหจับเธอเงยหน้า ปรากฏว่าเธอหลับไปเสียแล้ว ด้วยความสงสารเลยอุ้มขึ้นไปนอนบนห้อง ทั้งคู่นอนกอดกันทั้งคืนจนกระทั่งเช้าไข่มุกตื่นก่อน มองหน้าเขาด้วยแววตาทั้งรักและขอโทษ

คีรินทร์รู้สึกตัว ขยับออกห่างพร้อมกับเอ่ยปากด้วยท่าทีมึนตึง “เธอลงไปได้แล้ว” ไข่มุกปวดร้าว ลุกจากมาหน้าเศร้า มณีเห็นอดีตลูกสะใภ้ออกจากห้องลูกชายก็หน้าตึงตรงดิ่งมาด่า ชลลดากับภัททิมางัวเงียออกมาสมทบ ช่วยกันคาดคั้นเสียงเขียว

“แก...นังมุก แกมาอยู่หน้าห้องคุณรินทร์ได้ยังไง หรือว่าแกนอนที่ห้องนี้เมื่อคืน”

ไข่มุกไม่ตอบจะเดินเลี่ยงไป พอดีกีกี้ส่งเสียงมาจากชั้นล่าง

“มอร์นิ่งค่ะคุณแม่ กีกี้มาแต่เช้าจะเอาของมาฝากคุณรินทร์” พูดจบเงยหน้าเห็นไข่มุก วิ่งพรวดมากรีดเสียงใส่อย่างไม่พอใจ “แกมาทำอะไรตรงนี้ยะ”

“อุ๊ย โง่หรือเซ่อจ๊ะ มันออกมาจากห้องนอนคุณรินทร์ มาทำกับข้าวบนนี้มั้ง” ภัททิมาลอยหน้าลอยตา กีกี้ถลึงตาดุใส่ ชลลดารีบเบนความสนใจ ใส่ไฟไข่มุกเพื่อยืมมือกีกี้จัดการ

“เธอนี่ร้ายไม่เลิก คงอยากจะเป็นสะใภ้บ้านนี้อีกครั้งจนตัวสั่นถึงขั้นลงทุนปีนบันไดมานอนด้วย แหมแรงได้อีก”

ได้ผลทันที! กีกี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟกระโจนเข้าใส่ไข่มุก ภัททิมาจัดแจงล็อกตัวเอาไว้ให้ มณีตกใจร้องลั่น

“ว้าย! อะไรกัน มาทะเลาะอะไรตรงนี้ พอๆพอได้แล้ว”

ปรากฏว่าไม่มีใครฟังสักคน กีกี้กับภัททิมารุมไข่มุก ทั้งหยิกทั้งทึ้งพัลวันไปหมด ชลลดายืนดูอย่างสะใจ กว่ามณีจะห้ามสำเร็จ ไข่มุกก็ฟกช้ำไม่ใช่น้อย ช้อยเห็นแล้วหัวเราะเยาะ ขนมในปากเกือบติดคอตายถ้าไข่มุกไม่ช่วยเหลือ...เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ช้อยเริ่มมองไข่มุกในแง่ดี พูดจาเป็นมิตรมากขึ้น

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม
12 พ.ย. 2562
09:01 น.