ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายาสีมุก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไข่มุก เด็กสาววัย 20 แสนสวยจิตใจดีงามและมีความกตัญญู ความยากจนทำให้เธอทำงานทุกอย่างที่สุจริตเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว

วันนี้เธอวนเวียนอยู่ในกองถ่ายละคร ถูกเรียกไปเป็นสตั๊นต์เกิร์ลแสดงเป็นสาวในชุดนางเสือแทนกีกี้นางร้ายตัวจริงเธอแสดงโลดโผนห้อยโหนโจนทะยานได้อย่างคล่องแคล่วสวยงาม แต่มาพลาดท่าตอนสุดท้ายตกลงมาจุกแอ้ก ถูกผู้กำกับไล่และธุรกิจใช้ให้ไปตามตัวกีกี้ นางเอกตัวจริงมาเข้าฉาก

ไปตามกีกี้เจอกำลังพลอดรักอยู่กับคีรินทร์เพลย์บอยรูปหล่ออยู่หลังราวแขวนเสื้อผ้านักแสดง โดนด่าซ้ำเพราะมาขัดจังหวะกำลังปล้ำกันมันหยด

พอได้รับเงินค่าจ้างก็รีบเอากลับบ้านไปให้วันดี แม่ที่รอรับเงินอยู่ที่บ้านโทรมๆ ในชุมชนแออัด

“สองร้อยอีกแล้ว มันจะหักยุบหักยิบอะไรนักหนาวะนังมุก หรือว่าเอ็งเม้มไว้ อย่าให้ข้ารู้นะโว้ย” วันดีโวยลั่น

“จะมีเหลือให้เม้มเหรอจ๊ะแม่ ได้มาเท่าไรฉันก็ให้แม่หมดทุกที แสดงแทนเขา เจ็บหลังแทบหักยังไม่เจ็บใจเท่าโดนหักสองเด้ง”

วันดีบ่นไม่หยุดว่าจะมาหักอะไรกับนักแสดงต๊อกต๋อย ไข่มุกแจกแจงอย่างเจ็บใจว่า

“มันหักหมดแหละแม่ ก็คนที่เรียกฉันหักค่านายหน้าไป 60 แถมมาไถค่ารถอีก 40 เลือดซิบเลย ไม่ให้ก็ไม่เรียกอีก ทำไงได้แม่”

วันดีบ่นว่าทำทั้งวันได้น้อยกว่าตนขายส้มตำอีก ไข่มุกหยอกว่าบ่นนักงั้นไม่ต้องเอา ฉวยเงินคืนจากวันดี โดนวันดีด่าไม่ทันจบ เม่นพ่อขี้เมาก็มาข้างหลังวันดีคว้าเงินไป แถมด่าวันดีว่านิสัยไม่ดีหากินกับลูก

“ไอ้เม่น ไอ้เลว การงานไม่รู้จักทำ ดีแต่ไถข้าเอาคืนมา” วันดีหันไปทะเลาะกับเม่นแทน ไข่มุกบอกเม่นว่าอยากได้ก็เอาไปแล้วไปให้ไกลๆเลย

“ถ้าไม่อยากให้ข้าทำอะไรแม่เอ็ง ก็หาเงินมาให้ข้าเยอะๆสิวะ ไม่งั้น ไม่ใช่แค่นังวันดี แต่เอ็งก็จะโดนด้วย”

เม่นกำเงินแน่นขู่ดุดันแล้วเดินไป ไข่มุกกับวันดีมองตามเม่นไปอย่างแค้นใจ

ooooooo

วันนี้ไข่มุกเลยต้องไปขายส้มตำตูดไก่ย่าง เธอตำส้มตำด้วยลีลานักบู๊หนังกำลังภายใน ควงครกควงสากอย่างคล่องแคล่ว แม้แต่ตูดไก่ที่จะปิ้งก็ยังโยนขึ้นเอาไม้เสียบกลางอากาศอย่างแม่นยำ

พวกลูกค้าที่มารอซื้อดูลีลาขายของไข่มุกจนลืมไปเลยว่ามายืนรอส้มตำอยู่

ยังไม่ทันมีใครได้ส้มตำ เสียงนกหวีดของเทศกิจก็ทำลายบรรยากาศหมดสิ้น ไข่มุกเข็นรถหนี พวกลูกค้าก็แตกกันกระเจิง

“ทำไมดวงจู๋อย่างนี้วะไอ้มุก...ขายยังไม่ได้สักกะบาท ต้องวิ่งขาขวิดอีกแล้ว” ไข่มุกเข็นรถหนีขึ้นสะพานเตี้ยๆ

พอจวนตัวก็กระโดดขึ้นหลังคารถที่ติดกันเป็นพืดอยู่บนถนน กระโดดจากหลังคารถคันนี้ไปคันโน้นลีลาไม่แพ้จาพนม

“มาถ่ายหนังอะไรบนรถข้าวะ...ลงไป” เจ้าของรถคันหนึ่งโผล่หน้าต่างรถออกมาด่า

ไข่มุกโดดจากหลังคารถลงไปเข็นรถหนีต่อ เทศกิจวิ่งไล่จนลิ้นห้อย จำต้องปล่อยไข่มุกหนีไป

ooooooo

เขมทัตเจ้าของโรงแรมห้าดาวพ่อของคีรินทร์หนุ่มเพลย์บอย อยากให้ลูกชายคนเดียวมีภาพลักษณ์ที่ดีและดูแลกิจการต่อจากตน วันนี้จึงเรียกประชุมกรรมการบริษัท เสนอว่า

“ผมขอเสนอที่ประชุมบอร์ดนะครับ ว่าจะให้คีรินทร์ขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการ ดูแลทุกอย่างแทนผม”

ผู้ร่วมประชุมซุบซิบกัน คนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่าตนเห็นด้วยแต่คีรินทร์ยังอายุน้อย เสนอว่าวัฒนาน่าจะเหมาะสมกว่า คีรินทร์แย้งทันทีอย่างไม่พอใจว่า ตนกับวัฒนาอายุเท่ากันเป็นเพื่อนกัน มันน้อยกว่าตรงไหนไม่ทราบ

“แต่คุณวัฒนามีครอบครัวแล้ว ดูภูมิฐานกว่าหนุ่มสำอาง ตำแหน่งนี้ต้องเป็นคนมีความรับผิดชอบ ถ้ามีครอบครัวแล้วดูจะมีวุฒิภาวะดีกว่า” บอร์ดอีกคนชี้แจง

“โสดไม่โสดไม่เกี่ยวมังครับ คุณคีรินทร์ก็มีความรู้ความสามารถไม่น้อยไปกว่าผม” วัฒนาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและเป็นลูกน้องของคีรินทร์เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

“ถ้าอย่างนั้น ที่ประชุมก็ต้องโหวต แต่ดูเสียงส่วนมากจะไปทางคุณวัฒนานะ” บอร์ดอีกคนเสนอ ทุกคนเห็นด้วย

คีรินทร์นิ่งไป รู้สึกเสียหน้ามาก

ooooooo

บ้านหลังไม่ใหญ่และไม่หรูหรานัก แต่ออกแนวผู้ดีเก่า เป็นบ้านของชลลดา หญิงวัย 45 หน้าตาเค็ม เขี้ยว แววตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ เธอคือเจ้าหนี้ที่เหมือนเจ้าชีวิตของวันดี

ที่ห้องรับแขก ชลลดานั่งเชิดอยู่บนเก้าอี้ มองไข่มุกกับวันดีที่นั่งหน้าเศร้าที่พื้นหยันๆ พูดจิกอย่างถือตัว

“ดอกเก่าก็ยังส่งไม่ครบ ยังมีหน้ามาขอกู้ใหม่อีกเหรอยะ เห็นฉันเป็นตู้เอทีเอ็มรึไง”

“คุณนายขา...อิฉันเดือดร้อนจริงๆ วันนี้ก็โดนเทศกิจจับ ทุนหายกำไรหด ตูดไก่ก็เสียหมด สงสารเถอะค่ะ ขอสักสองสามพันไปทำทุน” วันดีอ้อนวอนจนแทบจะกราบ

ทันใดนั้น เสียงเอะอะดังเข้ามา เป็นเสียงของภัททิมาลูกสาววัย 23 ปีของชลลดาที่ถอดแบบนิสัยแม่บวกนิสัยแย่ของตัวเองที่เปรี้ยวซ่าหลงตัวเอง กำลังโวยวายตามหลังสาวใช้พม่าที่หิ้วกระเป๋าจะกลับบ้านทั้งที่เพิ่งมาทำงานได้แค่ 5 วัน

ชลลดามองขวับไปที่ไข่มุกทันที เสนอเงื่อนไขว่าถ้าวันดีจะยืมเงินก็ให้เอาไข่มุกมาทำงานบ้านก่อนก็แล้วกัน

“หนูทำไม่เป็น...หนูเป็นเด็กขี้เกียจ” ไข่มุกรีบบอก

“ถ้าไม่มา ฉันก็ไม่ให้ยืมเงินต่อ แล้วทั้งต้นทั้งดอกคืนมาให้หมดวันนี้ ตอนนี้เลย! แต่ถ้าให้อยู่...”

“คุณนายจะยกดอกเบี้ยให้หมดเลยใช่ไหม” วันดีถามอย่างตื่นเต้น ถูกด่าว่าดอกเบี้ยตั้งสี่แสนห้ายกให้ก็บ้าแล้ว นิ่งคิดก่อนเสนอว่า

“เอางี้ ฉันลดดอกให้แสนนึง แต่ต้องทำสัญญาให้นังนี่ทำงานอยู่บ้านฉันห้าปี แต่ถ้าเบี้ยวหนีไปก่อน แกต้องชดใช้คืนให้ฉันเป็นสามเท่า”

วันดีถามว่าไม่เค็มไปหน่อยหรือ ชลลดาอ่อยว่าระหว่างทำงาน จะให้เงินเดือนเดือนละสี่พันห้า วันดีติงว่าถูกไปตอนนี้ค่าแรงวันละสามร้อยแล้ว ก็ต้องได้เดือนละเก้าพัน พูดแล้วแอบบ่น “ผู้ดีทำไมตกเลขวะ”

ชลลดายอมเพิ่มให้เป็นเดือนละห้าพันจ่ายล่วงหน้าหนึ่งเดือน แล้วรีบควักเงินมานับ วันดีกำลังจะโวยพอเห็นเงินเลยพูดไม่ออก ชลลดาบอกว่าถ้าตกลงเดี๋ยวเซ็นสัญญาแล้วเอาเงินไปเลย

ไข่มุกฟังการต่อรองและดูอาการของแม่แล้วอยากจะร้องไห้ เชื่อว่าแม่ต้องยอมคุณนายแน่ๆ

ooooooo

หลังการประชุมกรรมการบริษัท เขมทัตเรียกคีรินทร์ไปนั่งในห้องทำงาน ถามลูกชายว่าจำอายง-ยุทธเพื่อนพ่อที่ตายไปแล้วได้ไหม คีรินทร์บอกว่าจำได้รางๆ ถามว่าทำไมหรือ

“เราสองคนเคยคุยกันว่า จะให้แกแต่งงานกับลูกสาวเขา” คีรินทร์ตกใจทักท้วงว่านี่มันหมดยุคคลุมถุงชนเข้าสู่ยุคพกถุงยางแล้ว “พวกบอร์ดพูดถูก กรรมการผู้จัดการควรมีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องมีวุฒิภาวะที่จะดูแลบริษัท และพนักงานเกือบพันคนได้ ไม่ใช่เพลย์บอยจีบคนโน้นยุ่งกับคนนี้ พ่อต้องการให้แกแต่งงานกับลูกสาวยงยุทธ”

คีรินทร์อึ้งที่ถูกพ่อจับมัดมือชกรวบรัดรวดเร็วแบบนี้

ooooooo

ไข่มุกถักเปียหิ้วกระเป๋ามอซอมาเป็นคนรับใช้บ้านชลลดา ก็ถูกพิพัฒน์แฟนของภัททิมาเข้ามาทำกรุ้ม กริ่มจะแต๊ะอั๋ง แทนที่จะว่าพิพัฒน์ ภัททิมากลับด่าไข่มุกว่า

“ไม่ทันเข้าบ้านก็ออกลาย อย่าให้รู้เชียวนะ แม่ตบเหงือกฉีก”

พอเข้าบ้านก็ถูกชลลดาจิกหัวด่าว่าให้ตนรอตั้ง แต่เช้า มัวแต่ไปเถลไถลที่ไหนถึงได้เพิ่งมา แล้วบอกว่าภัททิมาเป็นลูกสาวตนต่อไปให้เรียกว่าคุณลูกไก่ พิพัฒน์เป็นแฟนลูกสาว และให้เรียกตนว่าคุณผู้หญิง จากนั้นสั่งงาน ทันที ให้เช็ดถูบ้านให้สะอาดทุกซอกทุกมุม เร่งให้รีบทำเพราะมีงานอีกเป็นสิบอย่างรออยู่ จิกตาบอกว่าต้องใช้ให้คุ้มห้าพัน

สั่งงานไข่มุกเสร็จก็ไปนั่งวางมาดคุณนายที่ห้องรับแขก ต้องตกใจเมื่อภัททิมาเดินมาบอกว่าเขมทัตโทร.มา ชลลดาตกใจถามว่าเขาบอกหรือเปล่าว่ามีเรื่องอะไร ภัททิมาถามว่าตกใจอะไรขนาดนั้น แฟนเก่าแม่หรือ

“ใช่ที่ไหน เจ้าหนี้รายใหญ่ของเราต่างหาก” ชลลดาตอบหน้าเป็นกังวล

ทั้งสองนัดพบกันที่ร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง เขมทัตทักว่าไม่เจอกันสิบกว่าปีลูกสาวคงโตเป็นสาวแล้ว ชลลดาตอบอย่างเป็นกังวลว่าลูกไก่สบายดีแต่ตนยุ่งเหลือเกิน พูดออกตัวว่า

“นี่ก็พยายามรวบรวมเงินมาใช้หนี้บ้าง แต่มันก็ไม่ค่อยจะเหลือเลย ต้องส่งลูกไก่เรียนหนังสือ เพิ่งจบเนี่ย แต่ก็ยังหางานทำไม่ได้”

“ผมไม่ได้มาทวงเงิน แต่มาพูดถึงสัญญาที่เคยตกลงกับยุทธไว้ ที่จะให้ลูกสองบ้านแต่งงานกัน”

ชลลดาตาโตอย่างคิดไม่ถึงถามว่าเขมทัตยังคิดอย่างนั้นจริงๆหรือ นึกว่าเขาคุยเล่นๆกับยงยุทธเท่านั้น ถามว่าแล้วลูกชายเขาเป็นอย่างไรบ้าง ธุรกิจโรงแรมของเขาคงใหญ่ขึ้นแล้วสินะ

“ก็อย่างนั้นแหละคุณ ไอ้เจ้าลูกชายก็ยังรักสนุกอยู่ ถึงอยากขอหนูลูกไก่ไปอบรมดูแลมันไง”

“อ้าว...งั้นหรอกเหรอคะ...นึกว่าจะดี” เขมทัตถามว่าแล้วหนูลูกไก่มีแฟนหรือยัง เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธเสียงสูงว่าไม่มี ยังใสซื่อบริสุทธิ์มดไม่เคยไต่ไรไม่เคยตอม เขมทัตยิ้มนิดๆอย่างพอใจ แต่ชลลดาเริ่มรู้สึกไม่ปลื้มกับคีรินทร์นัก

ชลลดารีบกลับมาเล่าให้ภัททิมาฟัง ลุ้นว่าถ้าลูกแต่งงานกับลูกชายบ้านโน้นเท่ากับเราได้ล้างหนี้เกลี้ยงเลย อ้อนถามลูกว่า “คุณลูกไก่ขา...ตกลงโอเคไหม??”

พิพัฒน์ไม่เห็นด้วยเพราะภัททิมามีตนเป็นแฟนอยู่แล้วจะให้ไปแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไง ถูกชลลดาเสียงเขียวใส่ว่าแค่แฟน ถามว่าเขาจะเลี้ยงลูกสาวตนได้หรือเห็นมีแต่มาขอเงินตนอีกต่างหาก
ภัททิมาถามเช็กฐานะของเขมทัตว่ารวยจริงหรือเปล่า ไหนแม่บอกว่าเขามีแค่โรงแรมจิ้งหรีด ซ้ำวันนี้ก็ยังนัดพบกันที่ร้านกาแฟเล็กๆ แถมยังบอกว่าลูกชายไม่เอาไหนจะให้ตนไปสอนอีกด้วย พูดแล้วทำหน้าสยองปฏิเสธว่า

“โอ๊ย...ไม่เอา หัวเด็ดตีนขาดหนูก็ไม่แต่ง พวกเศรษฐีใหม่ไร้สกุล ตอนนี้จะยังรายไหมก็ไม่รู้ อย่างพัฒน์เขาลูกผู้ดีมีเชื้อมีสาย ไปไหนก็ไม่อายใคร”

ทั้งภัททิมาและพิพัฒน์รุมกันตำหนิติเตียนฝ่ายเขมทัตจนชลลดาเสียงอ่อยขอร้องว่าให้แต่งกันหลอกๆ ก็ได้ เพราะแค่เขายกหนี้ให้เป็นของขวัญวันแต่งงานก็เยอะแล้ว ภัททิมายืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมแต่ง พอแม่ถามว่าแล้วถ้าทางโน้นไม่ยอมจะให้แม่ทำอย่างไร ก็ได้รับคำตอบหน้าตาเฉยว่า

“หนี้ของแม่ ก็หาเองสิคะ หนูไม่รู้ด้วย”

ooooooo

ฝ่ายคีรินทร์ เที่ยวข้ามคืนเพิ่งกลับมาถึงบ้านตอนเช้า ก็ถูกเขมทัตจับมาสั่งว่า พ่อคุยกับบ้านโน้นแล้วเดี๋ยวนัดเจอทำความรู้จักกันเสีย มณีผู้เป็นแม่พูดเสียงดังกลบเสียงเขมทัตว่า

“โอ๊ย...ไม่ต้องไปก็รู้จักแล้ว ชื่อออกจะกระฉ่อนเมือง ใจแตกแต่เด็ก สาวเซ็กซี่ ไฮโซ ทั้งเปรี้ยวทั้งซ่าส์”

“ขนาดนั้น...สเปกเลย” คีรินทร์ตบเข่าฉาด แต่มณีไม่ยอมบอกว่าจะมีสะใภ้ทั้งทีก็ต้องขอเกรดเอเท่านั้น เขมทัตเสียงอ่อนขอร้องว่า เมื่อยงยุทธไม่อยู่แล้วตนก็ควรดูแลครอบครัวเขาบ้าง
แม้มณีจะยังค้านเสียงแข็ง แต่คีรินทร์กลับยิ้มกริ่มบอกเขมทัตว่า

“แซบเว่อร์ขนาดนี้ แค่ได้ยินก็อยากชิมแล้ว...ไม่มีปัญหาครับ...ถ้าเขาจับผมได้นะ”

ฝ่ายชลลดาจับภัททิมาพาไปนวดหน้าขัดผิว สั่งไข่มุกไว้ว่าถ้าใครมาห้ามพูดอะไรเด็ดขาด ยิ่งถ้าเป็นคนชื่อเขมทัตหรือคีรินทร์ด้วยแล้วห้ามพูดอะไรทั้งนั้น ถ้าเขา
พูดอะไรก็ อือๆ ค่ะๆ ไป ไข่มุกถามว่าแล้วถ้าเขาถามล่ะ ชลลดาตวาดว่า

“ก็ไม่ต้องตอบ ทำไมโง่จริง”

ไข่มุกพยักหน้ามองสองแม่ลูกออกไป ถอนใจอย่างโล่งโปร่งใจที่ไม่ต้องมีใครมาตามจิกตามด่าตลอดเวลา พอไปทำความสะอาดในห้องภัททิมา เปิดตู้เสื้อผ้าเห็นชุดสวยๆเลยหยิบมาลองทาบกับตัว ดูเข้าท่าเลยใส่ แล้วแต่งหน้าแต่งตาสวยปิ๊ง ยืนเอียงไปเอียงมาดูตัวเองในกระจกอย่างภูมิใจ

คีรินทร์เกิดอยากเห็นหน้าว่าที่เจ้าสาวขึ้นมาจึงดุ่ยๆ ไปไม่บอกใคร กดออดหน้าบ้าน ไข่มุกตกใจเปลี่ยนอะไรไม่ทันเดินไปดู พอเห็นหน้าคีรินทร์ก็จำได้ว่าเคยเห็นปล้ำกับกีกี้ที่หลังราวแขวนชุดนักแสดง ส่วนคีรินทร์เห็นไข่มุกในชุดสวยแต่งหน้าออกมาครบเครื่องก็มองตาค้าง ถามประสาหนุ่มเพลย์บอยว่า “รอกิ๊กเบอร์อะไรมารับล่ะ”

ไข่มุกอึกอัก ท่องขึ้นใจว่าคุณผู้หญิงไม่ให้พูดไม่ให้ตอบอะไรทั้งนั้น คีรินทร์ถามว่า

“ภัททิมาใช่ไหม” เห็นไข่มุกอึกอักก็แนะนำตัวเอง “ผม คีรินทร์นะ ลูกคุณเขมทัต แม่คุณคงบอกเรื่องเราแล้ว” ไข่มุกอ้ำอึ้ง คีรินทร์รุกอย่างช่ำชองว่าแค่อยากมารู้จักต่อไปจะได้เจอกันบ่อย ถามว่าเธอพอมีเวลาจัดคิวเพิ่มหน่อยได้ไหม

“เออะ...ได้ค่ะ”

คีรินทร์อ้างว่า เธอจะจริงจังกับเรื่องนี้หรือไม่ตนไม่รู้แต่ตนต้องดูให้ละเอียดถี่ถ้วนถามว่า “เข้าใจไหม”

“ละเอียด...คะ...เข้าใจ”

คีรินทร์มองสำรวจถามว่าจะออกไปไหนหรือ ไข่มุกอยากหนีให้พ้นการเผชิญหน้าที่ไม่น่าไว้ใจ เลยบอกว่าจะไปซื้อของ คีรินทร์จับแขนมองสำรวจทั้งตัวเห็นใส่รองเท้าเก๊า...เก่า หยอกว่า “สวยไปมั้งคู่นี้” ไข่มุกเลยกลับไปเปลี่ยนใส่รองเท้าของภัททิมาแทนแม้จะหลวมไปนิด ก็อดทนเพื่อให้ดูดี

พอออกมาคีรินทร์ถามว่าจะไปอย่าง เธอบอกว่ารถเมล์ พูดแล้วนึกได้รีบเปลี่ยนเป็นว่า “จะนั่ง...แท็กซี่”

อาการอึกๆ อักๆ ของไข่มุกทำให้คีรินทร์ที่คุ้นเคยแต่กับสาวๆ จอมมายากลับรู้สึกดี เขามองเธอยิ้มอย่างเอ็นดู

ooooooo

ไข่มุกนั่งแท็กซี่ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ตาจ้องมิเตอร์ตลอดเวลา เพราะในกระเป๋ามีเงินอยู่แค่ 40 บาท พอมิเตอร์ขึ้นถึง 39 บาทก็บอกให้จอดแล้วลง ส่งเงินให้ 40 บาท ทวงเงินทอนอีก 1 บาท จนแท็กซี่ส่ายหน้าบ่นว่า

“คนรวยนี่ ขี้ตืดแท้”

พอลงจากแท็กซี่เหลือเงิน 1 บาท คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ก็มีเสียงแตรรถดังขึ้น พอหันมองเห็นคีรินทร์ยิ้มเผล่ เรียกให้ขึ้นรถถ้าไม่ขึ้นจะบีบอยู่อย่างนี้แหละ เลยจำต้องขึ้นรถหนีสายตาชาวบ้าน
คีรินทร์หาทางได้อยู่ใกล้ชิดเลยพาไปกินอาหารในร้านหรู ไข่มุกหยิบช้อนส้อมผิดๆถูกๆ ระหว่างนั้นคีรินทร์ถามถึงเรื่องแต่งงาน ไข่มุกตกใจเพราะไม่เคยรู้อะไรมาก่อน คีรินทร์ดักคอว่าคุณแม่เธออาจจะปิดเรื่องนี้ แล้วทำเป็นบอกว่าตนเข้าใจคนหัวอกเดียวกันที่ยังอยาก ใช้ชีวิตอิสระไม่ผูกมัดกับใคร

กินอาหารกันอย่างทุลักทุเลแล้ว คีรินทร์พาไปร้านเช่าซีดี ไข่มุกเลือกแต่หนังเกาหลีพูดอย่างคลั่งไคล้ว่า ชอบจินจู ดูทีไรก็มีความสุข ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร รู้แต่อยากดูเขา

ครั้นผ่านร้านส้มตำไก่ย่าง ไข่มุกพาเข้าไปสั่งส้มตำ เธอเห็นปลาร้าเป็นต่อนๆก็ซี๊ดปากทำท่าอร่อยบ่นเสียดายที่ไม่มีหนอน คีรินทร์พูดอย่างทึ่งว่าเธอติดดินกว่าที่ตนคิด ไข่มุกเลยชวนลองกินดู แล้วตัวเองก็จกกิน ทำหน้าเหยบอกว่ามันขาดอะไรไปสักอย่าง แล้วเดินไปลงมือควงสากกะเบือตำ ด้วยลีลาเด็ดดวงของตัวเอง ตำเสร็จตักมากินกัน

“ไม่เคยกินส้มตำที่ไหนอร่อยแบบนี้เลย” คีรินทร์ยกนิ้วให้

“โห...ของมันแน่อยู่แล้ว ทำอยู่ทุกวัน” ไข่มุกลืมตัวคุยโว คีรินทร์ถามงงๆว่า

“ที่บ้านกินกันทุกวันเลยเหรอ ไม่อยากเชื่อว่าแม่คุณจะฝึกลูกสาวให้ตำส้มตำเก่งขนาดนี้”

ไข่มุกเลยยิ้มแห้งๆ ทำเฉไฉก้มหน้าก้มตากินส้มตำไก่ย่าง กินเอ๊า...กินเอา ไม่คุยอีกเลย

พาเที่ยวพากินเสร็จ คีรินทร์ขับรถพามาส่งบ้าน แต่เพราะไข่มุกใส่รองเท้าหลวมพอลงจากรถเลยเดินพลิกเท้าแพลงเสียหลักจะล้ม คีรินทร์ประคองไว้ทัน หน้ากับหน้าเกือบสัมผัสกันทำเอาไข่มุกใจเต้นตูมตาม พอรู้สึกตัวจะถอยห่างถูกคีรินทร์กอดไว้ไม่ปล่อยเลยด่าว่าโรคจิต เอาเปรียบผู้หญิง

คีรินทร์ลงโทษด้วยการจูบจ๊วบบบ...ไข่มุกตกใจเบิก

ตาโพลง พอคีรินทร์ถอนปากออกเธอก็อ่อนระทวยเป็นลมไปเลย ทำให้คีรินทร์ต้องพาเข้าไปปฐมพยาบาลในบ้าน พอรู้สึกตัวขึ้นมาก็ด่าต่อ ถูกคีรินทร์ขู่ว่าขืนด่าจะจูบอีกที เลยหุบปากเงียบ ทำหน้าทั้งกลัว ทั้งโมโห จนอยากจะร้องไห้

กิริยาอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติของไข่มุกทำให้คีรินทร์หัวเราะออกมา ถามสบายๆว่า

“ทำอย่างกับจูบแรกในชีวิต ตกลงเราจะแต่งงานกันรึยัง”

ไข่มุกทำหน้าบ้องแบ๊วไม่กล้าพูดอะไรเพราะคุณผู้หญิงสั่งไว้ว่าห้ามพูด

ooooooo

กลับถึงบ้าน คีรินทร์บอกเขมทัตว่าถ้าคุณพ่ออยากให้ตนแต่งงานก็ไม่มีปัญหา เขมทัตจึงโทร.คุยกับชลลดาบอกว่าคีรินทร์ไม่มีปัญหาเพราะเมื่อวานมาเจอหนูลูกไก่แล้ว

ชลลดากับภัททิมางง เพราะเมื่อวานไม่มีใครอยู่บ้านเลย คิดไปคิดมาลงเอยที่ไข่มุก เชื่อว่าคีรินทร์ต้องมาเจอไข่มุกแน่ๆ พอเรียกมาซักถาม ไข่มุกก็อ้างว่า

“คุณผู้หญิงห้ามหนูพูดกับเขา แต่ไม่ได้ห้ามหนูเถียงเขานี่คะ”

“นังเด็กเวร...ว่าแล้วยังจะย้อนอีก ที่จริงคีรินทร์เข้าใจผิดก็ดีแล้ว...ต่อไปแกได้อยู่กับมันอย่างที่แกอยากแน่ ว่าแต่หนูลูกไก่ไม่อยากแต่งงานกับคีรินทร์แน่นะ”

“แน่สิคะแม่ ไร้สกุลแบบนั้น ไม่เอาด้วยหรอก แถมมาโง่ๆเซ่อๆ เห็นคนใช้อย่างมันเป็นหนูอีก รับไม่ได้”

“ดี...งั้นก็ให้มันแต่งงานกับภัททิมาตัวปลอมไป” ชลลดายิ้มร้าย ไข่มุกหน้าตาตื่นถามว่าหมายความว่าอย่างไร “แกอยากแส่เอาชุดคุณลูกไก่ไปใส่จนเขาเข้าใจผิด แกก็ต้องรับผิดชอบแต่งงานกับมันไป หนี้สินของพวกเราที่มีกับบ้านนั้นก็จะได้หมดสิ้นกันเสียที”

“ไม่ได้นะคะ หนูไม่ยอม” ภัททิมาค้านเสียงดัง ชลลดาถามว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ เมื่อไม่อยากแต่ง

แม่ก็วางแผนให้กลับไม่ยอมอีก ภัททิมาชี้แจงว่า จะให้ไข่มุกปลอมเป็นตนตลอดไปไม่ได้ สักวันความจริงต้องปรากฏแล้วตนจะทำอย่างไร

“มันไม่ตลอดไปหรอก แต่ช่วงสั้นๆ พอเราให้นังไข่มุกรีดเงินจากเจ้าคีรินทร์ได้มากพอ เราค่อยบอกความจริง ถึงตอนนั้นเราก็รวยแล้ว” พิพัฒน์ถามว่าถ้าคีรินทร์เอาเรื่องขึ้นมาล่ะ “ก็ให้นังไข่มุกรับไปสิ จะได้ไปสะตอต่อในคุก ติดไม่กี่ปีมันก็คงได้ออกมาแล้ว”

ไข่มุกเป็นทุกข์หนัก เมื่อพวกชลลดาไปนั่งกันที่โต๊ะสวนในบ้าน ชลลดาก็ยังหว่านล้อม แต่ไข่มุกรับไม่ได้ เลยถูกขู่

“ฉันขี้เกียจจะพูดแล้ว แกมีสองทางเลือก แต่งงานกับคีรินทร์ หรือไม่ก็...ไปตายซะ!”

“หนูยอมตาย” ไข่มุกชูมือพูดเหมือนเด็กนักเรียน ทำหน้าจะร้องไห้กับความซวยที่ชลลดายัดเยียดให้ กลับถึงห้องเช่าก็บอกลารูปของจินจูที่ติดไว้ข้างฝาหลายรูป คิดจะผูกคอตาย

วันดีมาเจอทั้งด่าทั้งตบว่าบ้าไปแล้วรึไงถึงจะฆ่าตัวตายแบบนี้ ไข่มุกบอกว่าตนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว วันดีมองลูกแววตาเจ้าเล่ห์

การเจรจาเป็นทางการระหว่างเขมทัต มณี กับชลลดาเริ่มขึ้นที่ห้องอาหารในโรงแรมหรู เขมทัตยอมตามที่ชลลดาเรียกงานนี้ถือว่าล้างหนี้กันไป ส่วนสินสอดก็เป็นเงินสดเก้าล้านเก้าแสน แหวนเพชรหนึ่งวงพร้อมทองคำอีกร้อยบาท ส่วนที่เหลือค่อยว่ากันอีกที

พอตกลงกันได้ชลลดาดีใจมาก ถูกมณีเหน็บว่าเอาลูกใส่ตะกร้าล้างน้ำให้ดีๆให้คุ้มกับค่าสินสอดด้วย คีรินทร์กับไข่มุกเดินเข้ามาได้ยินพอดี ไข่มุกทะลุกลางปล้องขึ้นว่า

“หนูไม่ต้องการทั้งสินสอดและทองหมั้นอะไรทั้งนั้น หนูขอแต่งเฉยๆค่ะ”

ชลลดาตาเหลือกหงายพิงเก้าอี้หน้าซีดเหงื่อแตกพลั่ก พอกลับบ้านก็เล่นงานไข่มุกด่าว่าไม่เอาทั้งเงินทั้งทองแล้วจะแต่งทำไมให้โง่ ขู่ว่าต่อไปอย่าสาระแนแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้นไม่เพียงตัวเองเดือดร้อนพ่อแม่ก็ต้องเดือดร้อนด้วย

วันรุ่งขึ้น ชลลดาไปหาเขมทัตที่บ้านคุยกันใหม่ตามเงื่อนไขเดิม ซึ่งเขมทัตก็ไม่ขัดข้อง ชลลดาแถมอีกข้อว่า ให้จัดเป็นการภายในมีแค่คนกันเองไม่กี่คนก็พอ

ooooooo

ไข่มุกกลับถึงบ้านเช่าก็เอาแต่ซึมเศร้า วันดีถามจนรู้เรื่อง ก็ตาโตหาทางให้ไข่มุกยอมแต่งงาน ไข่มุกถามแม่ว่ารักตนไหม วันดีบอกว่าตนเลี้ยงมายี่สิบกว่าปีหมดเงินตั้งเท่าไร ไข่มุกก็ต้องรู้จักชดใช้ หัดกตัญญูให้พ่อแม่สบายบ้าง

วันดีลำเลิกขู่แกมบังคับแล้วสะบัดออกจากห้องไป ไข่มุกร้องไห้โฮ มองรูปเก่าๆของจินจูที่ข้างฝาอย่างหวังพึ่ง...

เวลาเดียวกัน จินจูที่กรุงโซลไปหาแทยอนเจ้าพ่อวงการภาพยนตร์ของเกาหลีที่ห้องนอน ถูกนักข่าวมาซุ่มถ่ายรูปไว้

แทยอนนอนป่วยอยู่ในห้องส่วนตัว เมื่อจินจูมาถึงเขาถามว่า ได้ข่าวว่าจะมีการสร้างหนังเชื่อมสัมพันธไมตรีไทยเกาหลีหรือ แล้วเธอจะรับเล่นไหม

“ก็ไม่รู้ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะกลับไปเมืองไทยได้อีกไหม ที่นั่นมีแต่ความทรงจำของเขา...ฉันบอกตรงๆว่ากลัว”

“เธอยังไม่ลืมเขาอีกหรือ เรื่องมันนานมาแล้ว”

“ฉันไม่เคยลืม และจะไม่มีวันลืม เขาอยู่ในใจฉันทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที ต่อให้ตายก็ไม่มีวันลืมเขาได้”

“ทำยังไงเธอถึงจะลืมเขาได้” แทยอนมองไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเศร้าอ่อนเพลียมาก

“ไม่มีวันหรอกแทยอน ไม่มีวัน” จินจูเม้มปากแน่น แต่หลังจากนั้น เธอได้รับการติดต่อขณะกำลังไหว้พระที่วัดผ่านโทรศัพท์มือถือ พอเธอรับสายก็ตอบทันทีว่า “ได้...ฉันจะไปเมืองไทย”

ooooooo

เมื่อผู้ใหญ่สองฝ่ายตกลงกันลงตัวแล้ว คีรินทร์มารับไข่มุกไปดูชุดแต่งงาน ชลลดาถามว่ามณีหาฤกษ์์ได้แล้วหรือ คีรินทร์ตอบแบบเพลย์บอยตัวพ่อว่าตนถือคติเอาฤกษ์สะดวก

คีรินทร์พาไข่มุกไปที่เวดดิ้งสตูดิโอ ไข่มุกทำหน้าซัง กะตาย เขาทำเสียงเข้มว่าพามาเลือกชุดแต่งงานไม่ได้พามาเชือดทำหน้าให้ดีๆหน่อย ทำเหมือนไม่อยากแต่ง ไข่มุกได้ทีถามว่าถ้าไม่อยากเขาจะยกเลิกงานแต่งไหม เพราะตนยังไม่พร้อม เราเพิ่งรู้จักกันยังไม่ได้รักกันมันเร็วเกินไป

ไข่มุกพยายามหว่านล้อมว่าเขาเองก็มีสาวๆเยอะถ้าไม่แต่งเขาก็ไม่ต้องมีภาระจะทำอะไรก็ไม่ต้องกังวล พูดแล้วเสนอให้ยกเลิกงานแต่งกันดีไหม คีรินทร์ตอบทันทีว่า “ไม่” เธอถามว่าทำไม เขาพูดกลั้วหัวเราะว่า

“ชอบแกล้งเธอ...สนุกดี”

“โธ่เอ๊ย...หลอกให้พูดจนเหนื่อย อุตส่าห์ตีบทแตกแล้วนะเนี่ย” ไข่มุกบ่นกระปอดกระแปด

หลังจากนั้นคีรินทร์พาไปซื้อแหวนเพชร คนขายหยิบวงสองกะรัตให้ แต่เธอกลับเลือกเม็ดเล็กที่สุด ทำให้คนขายผิดหวังเสียดายมาก

เสร็จแล้วพากลับบ้านไปดูห้องนอน ไข่มุกมองตื่นๆ เพราะบ้านใหญ่มาก คีรินทร์แนะนำให้รู้จักกับรัตนาน้องสาวที่นั่งรถเข็นต้องจ้างนุชนารถเป็นพยาบาลมาคอยดูแล รัตนาดีใจมากที่จะได้พี่สะใภ้ชมว่าไข่มุกสวยมาก แต่นุชนารถที่มีอะไรกับคีรินทร์มานานแล้ว ชักสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจ พาลเข็นรถกระแทกกระทั้นรัตนาที่เห่อว่าที่พี่สะใภ้อย่างออกนอกหน้า

ooooooo

เมื่อพาไข่มุกไปดูห้องนอน คีรินทร์บอกว่าอยากเปลี่ยนหรือแต่งอะไรใหม่บอกได้เลยไม่มีปัญหา

“ฉันนอนห้องเล็กๆก็ได้ค่ะ”

“นี่...จะเอามาเป็นเมียนะ ไม่ใช่แม่บ้าน จะได้ให้ไปนอนห้องเล็ก เตียงผมนอนสบายนะ ลองสิ” คีรินทร์ใช้ความช่ำชองของเพลย์บอยดึงไข่มุกลงนอนบนเตียง ไข่มุกใช้ความชำนาญในการแสดงบทบู๊ พลิกตัวหลบได้หวุดหวิด

คีรินทร์ไม่ยอมนึกว่าเธอจะง่ายเหมือนผู้หญิงคนอื่นของเขา เลยได้รู้พิษสงของสตั๊นต์เกิร์ลมืออาชีพอย่างไข่มุก เล่นเสียจนเขายอมแพ้ ถามว่าไปฝึกแบบนี้มาจากไหน ไข่มุกไม่บอก

แต่คีรินทร์ก็อาศัยทีเผลอของไข่มุกรวบตัวกดตรึงไว้บนเตียง ก้มกระซิบ “คืนนี้ค้างนี่นะ” ไข่มุกเอาตัวรอดอ้างว่าไหนว่าจะไปซื้อของอีกหลายอย่าง กระนั้นคีรินทร์ก็ขอจูบแถมอีกที

ลีลาบู๊ล้างผลาญไม่ยอมให้ถูกแต๊ะอั๋งง่ายๆของไข่มุก ถูกใจคีรินทร์มาก ยิ่งได้ปะทะกันก็ยิ่งรู้สึกชอบโดยไม่รู้ตัว

เมื่อพาไปส่งที่บ้านชลลดา พอลงจากรถไข่มุกบอกให้เขากลับไปเสีย คีรินทร์ยังอ้อยอิ่งอ้อนว่า

“อย่าลืมฝันถึงจูบฉันนะ”

ไข่มุกยกมะเหงกให้ เขาหัวเราะชอบใจแล้วขับรถออกไป

แต่พอไข่มุกหันหลังจะเข้าประตูรั้ว ก็มีชายสองคนพรวดเข้ามาล็อกเธอไว้เอาถุงคลุมหัวอย่างเร็ว!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"

ฝันเป็นจริง “เอี๊ยง” ร่วมซีน “เขตต์” นักแสดงในดวงใจ ในละคร "เรือนสายสวาท"
25 ก.พ. 2563
10:37 น.