ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เพราะโรสใส่ส้นสูงทำให้เซเสียหลักล้มลงทับมือตัวเองซ้ำข้อเท้ายังพลิกด้วย เธอนั่งทำหน้าเจ็บปวดอยู่กับถนน

พฤกษ์ตกใจรีบลงมาดูถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง โรสด่าและโทษคนอื่นตามเคย พฤกษ์ถอดหมวกกันน็อกโต้ว่าเพราะเธอเองมาก้มๆเงยๆอยู่กลางถนนคิดว่าเป็นแคตวอล์กรึไง โรสมองหน้าคราวนี้ยิ่งเจ็บใจร้องกรี๊ดว่า

“นี่นายอีกแล้วเหรอ ทำไมฉันต้องซวยเพราะนายอีกแล้ว” พอเหลือบเห็นไทยมุงเริ่มไหลมาก็รีบคว้าหมวกกันน็อกจากพฤกษ์ไปสวม “เดี๋ยวใครก็รู้หรอกว่าฉันเป็นใคร รีบพาฉันไปส่งโรงพยาบาลสิ เร็วเข้า เอ้า...นี่กุญแจ”

โรสส่งกุญแจรถของตนให้ บอกให้รีบพาไปที่รถเพราะคนแห่มากันมากขึ้นทุกทีแล้ว พฤกษ์เลยต้องอุ้มไปที่รถแล้วขอเอามอเตอร์ไซค์ของตนไปเก็บก่อน โรสไล่ให้รีบไปแล้วรีบมาพาตรงไปโรงพยาบาลเร็วๆ

ooooooo

ไสวไปหาบานชื่นที่ร้านให้ช่วยหาทางทำให้ผู้ใหญ่ผันยอมรับตนเป็นเมีย บานชื่นถามว่าไสวมีหลักฐานอะไรไหม

“หลักฐานอะไรล่ะ ไม่ได้เตรียมกล้องไปถ่ายนี่หว่า ทุกอย่างไวพึ่บพั่บจนข้าตั้งตัวไม่ทัน เอ...หรือจะไปให้หมอตรวจวะ”

บานชื่นถามว่าถ้าตรวจแล้วผลออกมาว่าสมยอมล่ะ? ไอ้เพี้ยนถามดาวเรืองว่าจะช่วยป้าไหวยังไงดีเสียสาวฟรีๆมันน่าอายนะ เลยโดนดาวเรืองเขกกะโหลกด่าว่าแก่แดด ไล่ให้ไปทำการบ้านเสีย

“ถูกของไอ้เพี้ยนมัน เกิดมาข้าก็อยากมีผัวคนเดียว แต่งงานครั้งเดียว ถ้ามันไม่ยอมแต่งข้าก็ไม่รู้จะไปสู้หน้าชาวบ้านยังไง ป่าวประกาศไปทั่วแล้วด้วย ไอ้เรือง...ไหนๆ เอ็งก็ช่วยให้ข้ามีผัวแล้ว ก็ช่วยให้เขายอมรับข้าด้วยเถอะนะ” ไสวหันไปอ้อนดาวเรืองที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่

“ได้ เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ!! มา...สุมหัว!!” ดาวเรืองมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีกับแผนเด็ดของตน

ไวเท่าความคิด ดาวเรืองเอาขนมกล้วยไปให้ปลัดที่ห้องทำงาน ปลัดถามอย่างเข็ดเขี้ยวกับขนมครกของเด็กมะเฟืองมาแล้ว ถามอย่างระแวงว่าให้หรือขาย ดาวเรืองบอกว่าให้ ปลัดถามอีกว่าใส่ยานอนหลับรึเปล่า ดาวเรืองบอกว่ายานอนหลับน่ะแพงกว่าขนมนี่อีก

“แล้วเอามาให้ทำไม อยากได้อะไรแลกเปลี่ยน” ปลัดถามอย่างรู้ทันว่าดาวเรืองต้องมีแผนอะไรแน่ พอปลัดรู้ทันดาวเรืองก็พูดตรงๆ

“คืออย่างนี้ ก็ผู้ใหญ่ผันน่ะสิ ไม่ยอมจ่ายค่าตั๋วบ่อนไก่ ไปทวงหลายครั้งก็ไม่ยอมให้สักที คุณปลัดก็รู้ว่าบ้านนั้นนักเลงแค่ไหน ขี้แพ้ชวนตีด้วย อย่างไอ้วรรณมันก็จ้องจะเล่นงานฉันอยู่แล้ว ฉันเลยอยากขอให้ปลัดไปด้วยกันหน่อย”

“มาชวนไปเป็นไม้กันหมาว่างั้นเถอะ”

ดาวเรืองทั้งยกยอปอปั้นทั้งชมแล้วพูดน่าสงสารว่า “ถือว่าช่วยลูกนกลูกกาละกัน” ปลัดอมยิ้มกับความฉลาดพูดช่างปะเหลาะของดาวเรือง แค่เห็นปลัดยิ้มดาวเรืองก็ยิ้มยิ่งกว่าแต่แอบยิ้มในใจที่แผนของตนสำเร็จขั้นหนึ่งแล้ว

ส่วนที่สำนักหลวงตาคง ก็ถูกวรรณกับไอ้แหลมไอ้กรอดไปยึดพากันไปนอนเขลง วางของของตัวเองเกะกะไปหมด ส่วนของของหลวงตาถูกกวาดไปรวมกันที่มุมราวกับกองขยะ หลวงตาเอะอะว่าใครใช้ให้มานอนเกะกะที่นี่

วรรณบอกว่าพ่อไล่ไม่ให้อยู่บ้าน ไอ้แหลมครวญว่าจะถูกตัดพ่อตัดลูกหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วไอ้กรอดก็ตบท้ายว่า

“ใช่...ถ้าพี่วรรณโดนตัดจากกองมรดกก็เพราะหลวงตาคนเดียว”

“ข้าไปเกี่ยวอะไรด้วย” หลวงตางง

“ก็หลงตาให้ฤกษ์มั่วๆ ฉันเลยไปฉุดมาผิดคน อุตส่าห์ยกให้พ่อ พ่อก็ดันมาโกรธจนไม่ให้เข้าบ้าน แล้วจะให้ฉันไปนอนที่ไหนนอกจากที่นี่” วรรณยัดเยียดความผิดให้หลวงตาจนได้  ไอ้แหลมขู่สำทับว่าวรรณไม่เผาสำนักทิ้งก็ดีแล้ว ส่วนไอ้กรอดให้กำลังใจว่า ไม่เกิน 7 วันยังไงพ่อผู้ใหญ่ก็ใจอ่อนให้วรรณกลับเข้าบ้านแล้ว หลวงตาอดทนหน่อยก็แล้วกัน

“แต่ถ้าเอ็งไม่อยากรอถึง 7 วันละก็...ข้ามีวิธี” เสมอใจก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชาเมินเฉย วรรณเห็นเสมอใจก็ผวาเฮือก แต่เสมอใจบอกว่า “ข้ามาเรื่องป้าข้ากับพ่อเอ็ง ข้าไปปรึกษาจ่าแม่นมาแล้ว เอ็งมีความผิด 2 กระทง คือพรากผู้สูงอายุกับเคลื่อนย้ายวัตถุโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าเอ็งไม่รีบไปจัดการกับคนที่บ้านให้เรียบร้อย ข้าแจ้งความเอาเรื่องเอ็งแน่”

“เอ็งจะให้ข้าจัดการยังไง”

“ข้าเตรียมขบวนขันหมากกับแตรวงที่พ่อเอ็งจะมาขอป้าข้าไว้แล้ว พวกเอ็งก็ไปนำขบวนโห่แล้วจ่ายตังค์ ก็แค่นั้น” แล้วพูดกับหลงตาคง “ขอเชิญหลงตาไป

ด้วยนะจ๊ะ ถ้าไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ไปเป็นสักขีพยาน  ป้าเวียงกับบรรดาเมียๆ อาจจะไม่ยอม” วรรณถามว่าทำแล้วตนพ้นคุกแน่นะ เสมอใจกระแทกเสียง “เออ!” สะบัดหน้าใส่วรรณแล้วเดินออกไป

ooooooo

ไสวหอบผ้าผ่อนไปที่บ้านผู้ใหญ่ผันจะมาอยู่ด้วย อ้างว่าตนเป็นเมียคนสุดท้องของผู้ใหญ่ ถูกเวียงและบรรดาเมียๆทั้ง 8 คนรุมกันไล่ไม่ให้อยู่

“คนทั้งดอนล้อมแรดเขารู้กันหมดแล้วว่าข้าเป็นเมียผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบ!” ไสวเสียงแข็ง

“แต่ข้าไม่ได้สมยอม ข้าถูกล่วงละเมิดทางเพศ” ผู้ใหญ่ผันแหวกบรรดาเมียๆ มาเผชิญหน้า ไสวบรรยายความหวานชื่นกับผู้ใหญ่เมื่อคืนจนบรรดาเมียๆทนฟังไม่ได้ แล้วถามผู้ใหญ่ว่าที่พูดมาจริงไหม ผู้ใหญ่จำต้องรับว่าจริงถามว่าแล้วจะให้ทำไง “พี่ผู้ใหญ่ต้องพาฉันเข้าบ้านและแต่งงานตามประเพณี” ถูกเวียงสะอึกออกไปตะโกนใส่หน้าว่า “ไม่ได้!!”

ทันใดนั้น รถอีเฉื่อยของปลัดจิ๋นก็มาจอดหน้าบ้าน ดาวเรืองเตี๊ยมกับปลัดก่อนลงจากรถว่า

“ฉันให้ป้าไหวมาช่วยเจรจาก่อน  แต่เชื่อสิว่าคนอย่างผู้ใหญ่ไม่มีทางยอมง่ายๆ”

ปลัดพยักหน้ารับรู้แล้วพากันเดินขึ้นบ้าน ยังไม่ทันถึงก็ได้ยินเสียงผู้ใหญ่แผดจากบนบ้าน...

“ไสหัวไปจากบ้านข้า นังไหว!!”

ดาวเรืองมองหน้าปลัดถามว่าผิดจากที่ตนพูดเสียที่ไหนล่ะ แล้วเดินเข้าไปแทรกแซงทันทีถามผู้ใหญ่ว่าตกลงจะไม่ยอมจริงๆหรือ ผู้ใหญ่ย้อนถามว่า “เอ็งเกี่ยวอะไรด้วย”

“อ้าวววว ก็ป้าไหวมาทวงสัญญา ผู้ใหญ่ไล่ป้าไหวแบบนี้หมายความว่าผู้ใหญ่จะไม่รับผิดชอบว่างั้นเหอะ” ผู้ใหญ่ตอบ เออ!! ดาวเรืองได้ทีหันไปบอกปลัด “ปลัดดูสิ แก่จนหัวหงอกแถมเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านยังไม่สนว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป”

“ใช่ครับ” ปลัดไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ถูกดาวเรืองเล่นเกมก็พาซื่อ ปรามผู้ใหญ่ว่า “เรื่องนี้ถ้าดูตามกฎหมายแล้ว ทางผู้ใหญ่ผิดเต็มๆ ผมว่าถ้าผู้ใหญ่ไม่รับผิดชอบจะผิดหลายกระทงนะครับ”

ผู้ใหญ่งงๆ  ส่วนไสวก็ร้องไห้กระซิกๆ อยู่ตรงนั้น ผู้ใหญ่เลยสารภาพว่า “ที่จริงเรื่องนี้มันเป็นความผิดของไอ้วรรณ ฉันก็แค่ตกกระไดพลอยโจน” ดาวเรืองถามว่าหรือจะให้วรรณมารับผิดชอบด้วยจะได้เข้าคุกอีกรอบ เวียงโวยวายว่าไม่ยอมให้วรรณเข้าคุกเด็ดขาด บอกผู้ใหญ่ว่าก่อเรื่องเองก็รับผิดชอบคนเดียวสิ ทำเอาพวกเมียๆแทบเป็นลมที่เวียงยอมให้ผู้ใหญ่มีเมียคนที่ 10

“ขอบใจนะไอ้เรือง ที่ข้าได้มีผัวเป็นตัวเป็นตนครั้งนี้เพราะเอ็งตั้งต้น ข้าจะไม่ลืมบุญคุณเอ็งเลย” ไสวดีใจสุดๆ

“อะไรกันเนี่ยดาวเรือง” ปลัดถาม แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะเสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากมาถึงหน้าบ้านแล้ว ปลัดได้แต่มองคนโน้นทีคนนี้ทีงงเป็นไก่ตาแตก

ผู้ใหญ่ผันพร้อมบรรดาเมียๆพรวดลงบันไดไปที่หน้าบ้าน ตะโกนถามว่ามาเอะอะอะไรที่หน้าบ้านตน

วรรณบอกว่าขบวนขันหมากของพ่อมาสู่ขอป้าไหว มีหลวงตาคงมาเป็นเถ้าแก่ให้ด้วย หลวงตารีบรวบรัดตัดบทให้ผู้ใหญ่คล้องแขนเจ้าสาวอวยพรว่าอีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว ฉะนั้นขอให้ใช้เวลาที่เหลือดูแลกันให้ดี และเมื่อผู้ใหญ่ผัน ขยันสอยได้เมียคนที่ 10 แล้ว ก็ให้ปิดฉากขยันสอยเสียที

นาทีนี้ ปลัดจิ๋นจึงรู้ตัวว่าถูกดาวเรืองหลอกมา เมื่อกลับถึงร้าน ดาวเรืองจะเข้าบ้าน ปลัดเรียกไว้ให้มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน ดาวเรืองหันมาเผชิญหน้าพูดอย่างท้าทายว่า

“เออ! ฉันหลอกปลัด แล้วทำไม ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีไม่ใช่รึ มีใครเดือดร้อนบ้าง ทุกคนมีความสุข ป้าไหวได้เข้าไปอยู่ในบ้านสามีแกตามที่ควรจะเป็น ถ้าปลัดกลัวตัวเองจะเดือดร้อน ต่อไปก็อยู่ให้ห่างฉันสิ” พูดแล้วเดินไปทางเล้าเป็ด

พออยู่กับลูกเป็ด ดาวเรืองก็อารมณ์ดี พูดคุยกับลูกเป็ดอย่างน่ารัก เรียกตัวนั้น ตัวนี้ ตัวโน้น จนปลัดถามว่าทำไมไม่ตั้งชื่อให้จะได้เรียกง่าย พลางอุ้มลูกเป็ดขึ้นมาตัวหนึ่ง ถามว่าตัวนี้จะให้ชื่ออะไรดี ดาวกระจายดีไหม แล้วชี้ไปตัวนั้น ตัวโน้น ตั้งชื่อให้ว่า มะลิ ชบา จำปี จำปา ถูกดาวเรืองเบรกว่าไม่ตั้งชื่อดอกไม้เดี๋ยวซ้ำกับปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอาของตน

“งั้นชื่ออะไรดี” ดาวเรืองถามว่าแล้วปลัดมีชื่อเล่นอะไร วันนั้นได้ยินคุณนายเรียก...ปลัดบอกว่า “จิ๋น”

“ฮ่าๆๆ เอิ้กๆ ผู้ชายอะไรชื่อจิ๋ม!” ปลัดรีบบอกว่าชื่อจิ๋นไม่ใช่จิ๋ม “อะๆในฐานะที่ปลัดจิ๋ม เอ๊ย...จิ๋น เป็นเจ้าของเป็ด งั้นใช้ตัว จ.จาน ตั้งชื่อพวกนี้แล้วกัน” แล้วทั้งสองก็ช่วยกันตั้งชื่อเป็ดเป็นอักษร จ.ทุกตัว สุดท้ายตัวที่ปลัดอุ้มอยู่ให้ชื่อจี๊ดจ๊าดเพราะตัวนี้มันเฮี้ยวกว่าเพื่อน

จากที่ได้เห็นดาวเรืองในมุมที่เล่นกับลูกเป็ดอย่างอ่อนโยนทำให้ปลัดมองดาวเรืองอย่างเอ็นดูมากขึ้น...มากขึ้น...ทุกที

ooooooo

กำนันเทิ้มไปที่โรงสีดอนล้อมหมี เจอศักดิ์ไปพบชาติมือขวาของเสี่ยกำพล เห็นทั้งสองซุบซิบอะไรกัน แอบฟังได้ความว่า พรุ่งนี้บ่ายสี่จะขนอาวุธสงครามข้ามชายแดนมา และเที่ยงคืนจะขนเข้ากรุงเทพฯ

กำนันรีบส่งข่าวดาวเรือง บอกดาวเรืองว่าคราวนี้ต้องจับให้ได้ ตายเป็นตาย ดาวเรืองเตือนกำนันอย่าใจร้อน ตนจะไปขอกำลังจากผู้กำกับ นัดทุ่มนึงให้มารับตนที่นี่ แต่กำนันไม่รับปาก

ดาวเรืองรีบไปที่โรงพัก เจอจ่าแม่น จ่าถามว่าจะไปไหน ดาวเรืองบอกว่ามาหาผู้กำกับ ปรากฏว่าผู้กำกับไม่อยู่ จะกลับเมื่อไรไม่รู้ จ่ามีแก่ใจโทรศัพท์ติดต่อให้แต่ไม่มีสัญญาณ จ่าถามดักคอว่าไปทำผิดอะไรไว้หรือถึงต้องรอพบผู้กำกับให้ได้ ฝากตนไว้ก็ได้ ดาวเรืองบอกว่าไม่มี แค่มาเยี่ยมเฉยๆ

“ไม่มีทาง คนอย่างเอ็งเนี่ยนะจะเสียเวลามาเยี่ยมใครโดยไม่หวังผล หรือว่าเอ็ง...”  จ่าแม่นทำหน้าอำๆทำนองชู้สาว แต่ดาวเรืองคิดว่าจ่ารู้เรื่องตนเป็นสายให้ผู้กำกับ พอจ่าบอกว่าผู้กำกับเขามีลูกมีเมียแล้วนะ ดาวเรืองเลยด่าเช็ด “ผู้กำกับเขาไม่หน้าหม้อหน้ากะละมังเหมือนจ่าหรอก อยู่ด้วยแล้วอารมณ์เสีย ไอ้พวกแก่กะโหลกกะลาเนี่ย” ด่าแล้วลงจากโรงพักไป

“เอ็งว่าใครหน้าหม้อหน้ากะละมังหาไอ้เรือง!!” จ่าลุกขึ้นตะโกนถาม ถูกคนบนโรงพักมองเป็นตาเดียว จ่าเขินเลยค่อยๆนั่งลงก้มหน้าก้มตาทำเป็นเครียดกับงานบนโต๊ะกลบเกลื่อน

ooooooo

บ่ายแก่ๆ กำนันเทิ้มไปหาดาวเรืองที่ร้าน บานชื่น บอกว่าคงไปรับไอ้เพี้ยนเดี๋ยวก็มา กำนันรออีกพักใหญ่ทนไม่ได้เลยขอกระดาษปากกามาเขียนข้อความฝากบานชื่นไว้ให้แล้วกลับไป

ดาวเรืองขี่ซาเล้งพาไอ้เพี้ยนกลับจากโรงเรียน บานชื่นฝากให้ดูแลร้านแล้วออกไปเก็บพริกหลังบ้าน ดาวเรืองจึงเห็นจดหมายของกำนันเทิ้ม รีบคลี่อ่าน

“ข้าจะรีบไปดูที่ปางไม้ให้เห็นกับตาว่ามันซ่อนอาวุธไว้จริงหรือเปล่า จะได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานมัดตัวมัน แล้วจะซุ่มรอแถวนั้นจนกว่าเอ็งจะพาตำรวจมา...เทิ้ม”

ดาวเรืองตกใจมาก ถามบานชื่นที่เพิ่งกลับ จากเก็บพริกว่ากำนันเทิ้มไปตั้งแต่เมื่อไร บานชื่นบอกว่ากำนันมารอ 2 ชั่วโมงและออกไปได้ราวชั่วโมงหนึ่งแล้ว ดาวเรืองวิ่งไปสตาร์ตมอเตอร์ไซค์ ปรากฏว่าสตาร์ตไม่ติด โชคดีปลัดขับอีเฉื่อยมาพอดี ชวนไปบ้านดอนล้อมเก้งกัน ดาวเรืองโดดขึ้นรถทันที

ระหว่างทางดาวเรืองเร่งปลัดให้ขับอีเฉื่อยเร็วกว่านี้ได้ไหม ปลัดบอกว่าถนนแบบนี้ก็ขับได้แค่นี้แหละจะรีบไปไหน

“ขับๆไปเหอะ เดี๋ยวถึงก็รู้เอง”

ดาวเรืองบอกทางให้ปลัดขับไปตามทางที่มุ่งไปสู่ปางไม้ของเสี่ยกำพล จนถึงป่าใกล้ปางไม้ ดาวเรืองบอก ให้จอดเร่งให้ปลัดรีบลงมา ปลัดเห็นรถของกำนันเทิ้ม ซ่อนอยู่ในป่าจำได้ บอกดาวเรืองว่า “รถกำนันเทิ้มนี่”

“กำนันเทิ้มกำลังตกอยู่ในอันตราย ขืนช้ากว่านี้ แกแย่แน่!” ดาวเรืองวิ่งนำไปอย่างเร็ว ปลัดไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่วิ่งตามไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าดาวเรืองพาวิ่งไปไหน

กำนันเทิ้มเอารถซ่อนไว้ในป่าแล้วเล็ดลอดเข้าไปจนถึงปางไม้ของเสี่ยกำพ จนเห็นลังอาวุธวางซ้อนกัน อยู่มากมาย กำนันแอบเข้าไปเปิดลังแล้วถ่ายรูปไว้

หยิบปืนขึ้นมาดูปรากฏว่าเป็นปืนปลอม! กำนันขว้างทิ้งอย่างเจ็บใจ

“ฮ่ะๆๆ ผิดหวังมากสิมึง!! ไม่นึกเลยว่ากำนัน กระดูกเหล็กจะหลอกได้ง่ายดายขนาดนี้” เสี่ยหัวเราะเยาะตบและเตะต่อยกำนันจนทรุดกองกับพื้นปากแตกเลือดออก เสี่ยก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อขึ้นมาตะคอก “มึงรู้ตัวรึเปล่า ว่ามึงยื่นหน้ามาขวางตีนใคร!!”

ดาวเรืองวิ่งนำปลัดมา ได้ยินเสียงปืนดังมาจากที่ใกล้มาก ทั้งสองพากันหลบ ดาวเรืองบอกว่าพวกเสี่ย ต้องเห็นเราแล้วแน่เลย ปลัดจึงเข้าใจถามว่า “ที่นี่เขตปางไม้ของเสี่ยเหรอ?”

ทั้งสองวิ่งผ่านมาจนถึงป่าโปร่งซึ่งไม่มีที่หลบซ่อน เสียงปืนไล่ตามใกล้มาทุกที จึงตัดสินใจจับมือกัน

กระโดดลงบึงบัวที่มีบัวขึ้นแน่น ทิ้งตัวจมดิ่งลงไปแล้วค่อยๆโผล่ขึ้นมากลางใบบัวที่หนาทึบ

ที่ป่าโปร่งริมบึงบัวนั่นเอง กำนันเทิ้มถูกลูกน้อง เสี่ยไล่ตามทัน กำนันถลาเข้ามาในสภาพใบหน้ามีแผลยับเยิน ต้นแขนขวาถูกยิงเลือดอาบ ตะเกียกตะกายพยายามนั่ง ครู่เดียวเสี่ยกำพลก็ย่างสามขุมเข้ามาพร้อมปืนในมือ

“ไอ้แก่เอ๊ย ฤทธิ์เยอะจนนาทีสุดท้ายเลยนะมึง จะตายอยู่แล้วยังจะทำให้พวกกูต้องเสียเหงื่อ!”

ดาวเรืองกับปลัดซ่อนตัวเงียบกริบ เห็นเสี่ยและ ลูกน้องทำร้ายกำนันอย่างเหี้ยมโหด เสี่ยยกปืนเล็งตะคอก

“มึงทำกูเสียหายหลายสิบล้าน เพราะฉะนั้นมึงต้องทรมาน... นานหน่อย” สิ้นเสียงก็ยิงที่ขาขวากำนัน เมื่อกำนันพยายามคลานหนีก็ยิงขาซ้ายจากด้านหลัง กำนันร้องลั่น แต่ไม่เพียงไม่ร้องขอชีวิต กำนันยังตะโกนด่า

“คนชั่วอย่างมึงไม่มีวันตายดี!!”

“คนไม่ตายดีน่ะมึงต่างหาก!!” เสี่ยตวาดแล้วยิงเข้าที่แขนซ้ายกำนันก่อนถีบตกลงในสระบัวอย่างอำมหิต สั่งลูกน้อง “ศพมันลอยขึ้นมาเมื่อไหร่ ค่อยลากไปเผา ในป่า” แล้วเดินกลับไปพร้อมลูกน้อง

ดาวเรืองแทบขาดใจกับภาพที่เห็น มองจุดที่กำนันเทิ้มถูกถีบลงน้ำร้องไห้โฮ ปลัดเองก็ช็อก

ooooooo

รุ่งขึ้น ดาวเรืองและปลัดไปหาผู้กำกับที่สถานีตำรวจ ดาวเรืองตบโต๊ะปังอย่างโกรธจัด ถามว่ามัวยืนทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ไปจับพวกมัน!

ผู้กำกับขอให้ใจเย็นๆแต่ดาวเรืองเย็นไม่ไหว เล่าสภาพที่กำนันเทิ้มถูกเสี่ยทำร้ายกระทั่งถีบลงสระบัว ถามผู้กำกับว่า

“คนชั่วอย่างไอ้กำพลมันไม่ควรลอยหน้าลอยตาให้คนทั้งจังหวัดยกมือไหว้มันอีกต่อไป!”

“ดาวเรือง ลืมไปแล้วหรือว่าฉันก็อยู่ที่นั่น ฉันเห็นทุกอย่างกับตาเหมือนเธอ เราสองคนจะเอาผิดเสี่ยกำพลยังไงล่ะ เรามีแค่คำพูด ชาวบ้านจะเชื่อเราหรือ ต่อให้ผู้กำกับออกหมายจับเขาเดี๋ยวนี้ เขาก็พ้นข้อหาได้ง่ายๆ เพราะหลักฐานของเราไม่พอ” ปลัดเตือนสติ

“แล้วเราจะปล่อยให้ไอ้ฆาตกรมันลอยนวลต่อไปรึไง นอกจากกำนันเทิ้มแล้ว จะต้องรอให้มีใครถูกมันฆ่าอีก!!”

“นั่นแหละที่ฉันเป็นห่วง” ผู้กำกับเอ่ยขึ้น “ถ้าเราผลีผลามทำอะไรตอนนี้ คนที่จะถูกฆ่าปิดปากเป็นรายต่อไปก็คือปลัดจินตวัฒน์และเธอ...ดาวเรือง”

“ถ้าเราดันทุรังเอาผิดเสี่ยกำพลโดยที่มีหลักฐานแค่พยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งก็คือเราสองคน นอกจากจะทวงความยุติธรรมให้กำนันเทิ้มไม่ได้แล้ว ยังสร้างปัญหาให้ผู้กำกับ แล้วเราสองคนก็จะตกอยู่ในอันตรายด้วย จะจัดการกับคนอย่างเสี่ยกำพลต้องมีสติ ต้องใช้สมอง ไม่งั้นสิ่งที่กำนันเทิ้มทำมาตลอดจะสูญเปล่า”

ดาวเรืองน้ำตาไหลพรากๆ เมื่อนึกถึงภาพที่กำนันเทิ้มถูกทำร้ายและถีบลงสระบัว...

“ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือ จัดงานศพของกำนันเทิ้มให้ดีที่สุด” ผู้กำกับสรุป เมื่อเห็นดาวเรืองสงบลง

ooooooo

ไสวได้เข้าไปอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่โดยหิ้วเสมอใจไปด้วย อ้างว่าเป็นสาวเป็นนางเลิกงานกลับบ้านดึกไม่ปลอดภัย ทำเอาวรรณแทบกระอักเลือด ถึงขั้นขีดเส้นแบ่งเขตห้ามเสมอใจล้ำเขตของตน อยู่นอกบ้านก็ให้อยู่ห่างหนึ่งเมตรเป็นอย่างน้อย

วันนี้ผู้ใหญ่กับบรรดาเมียๆยกโขยงกันไปงานศพกำนันเทิ้ม ทิ้งเสมอใจไว้ปิดบ้าน เสมอใจปดวรรณว่าแม่เวียงให้ตนไปกับวรรณ ถ้าไม่เชื่อให้โทร.ถามดู แล้วขู่ว่า

“แต่แม่เวียงยังเคืองเอ็งอยู่นะ เรื่องที่เป็นเถ้าแก่ขอเมียคนที่สิบให้พ่อน่ะ เอ็งจะกล้าขัดใจแม่ ทิ้งข้าไว้ให้เดินไปวัดคนเดียวก็ตามใจ”

“นังเหมอ!!” วรรณคำรามอย่างเจ็บใจที่ต้องไปวัดกับเสมอใจจนได้

ที่​ศาลา​สวด จ่า​แม่น​เล่า​ให้​ชาว​บ้าน​ที่มา​งาน​ฟัง​ว่า​  เจอ​ศพ​กำนัน​เทิ้ม​ที่​ดอน​ล้อม​เก้ง​ลอย​มา​ติด​อยู่​ใน​ดง​ผักตบชวา ไม่​รู้​ไป​โดน​ยิง​มา​จาก​ไหน ส่วน​สาเหตุ​ที่​กำนัน​เทิ้ม​ถูก​ยิง​ตาย​จ่า​บอก​ว่า​ไม่​รู้​คดี​ไหน​  เพราะ​กำนัน​มี​ตั้ง​ร้อยแปด​พัน​เก้า​คดี​ จะ​ไป​จับ​มือ​ใคร​ดม​ได้

“แต่​ยัง​ไง​เรา​ต้องหา​ตัว​คนร้าย​ให้​ได้ ไม่​ต้อง​ห่วง กำนัน​ไม่​ตาย​ฟรี​แน่” ผู้​กำกับ​ให้​ความ​หวัง กำจร​เสนอว่า​หรือ​จะ​ให้​หลวง​ตา​คง​ทรงเจ้า​แม่​ถึดทือ​ถาม​กัน​ให้​รู้​ดำรู้แดง​ไป​เลย หลวง​ตา​ได้ยิน​รีบ​บอก​ว่า​ไม่ได้ เจ้าแม่​ท่าน​ไม่ว่าง เรื่อง​คดี​ปล่อย​ให้​ตำรวจ​จัดการ แต่​ถ้า​ใคร​อยาก​ได้ของดีเอาไว้​ กัน​กระสุน​กัน​มีด​พร้า​มา​กระซิบ​ได้ พอ​จะ​มี​ติดย่ามอยู่บ้าง

แต่​พอ​ถึง​เวลา​สวด​พระ​อภิธรรม พระครู​จ้อย​ขอ​สนทนา​ธรรม​กับ​ญาติโยม​เล็กน้อย​ก่อน

“ใคร​ที่​กำลัง​คิด​จะ​ฉวย​โอกาส​เอา​ผี​บังหน้า​ตั้ง​วง​หรือ​จะ​กำ​โป​ไฮโล​ถั่ว​แก้​ง่วง ให้​เลิก​คิด เลิก​ฝัน ส่วนใคร​ที่​กะ​จะ​ใช้​งาน​ศพ​หาเสียง​หรือ​ทำ​ธุรกิจ​ก็​ให้​หยุด​คิด​หยุด​ทำ เพราะ​มัน​บาป ถือว่า​ไม่​ให้​เกียรติ​คน​ตา​ย รู้​ไหมโยม​เทิ้ม​เกลียด​เรื่อง​พวก​นี้”

บรรดา​ผู้​ที่​มี​แผนการ​ใน​งาน​นี้​ต่าง​สะดุ้ง​กัน​เป็นแถว

ระหว่าง​ปลัด​ไป​ไหว้​ที่​หน้า​โลง​ศพ ปลัด​บอกกล่าว​ว่า “ผม​สัญญา​ว่า​จะ​จับ​ตัว​คนร้าย​มา​ลงโทษ​ให้​ได้” ถูก​ดาวเรือง​ถาม​จิก​ว่า รู้อยู่​แล้ว​จะ​รอ​อยู่​ทำไม พลัน​ทุกคน​ก็​ชะงัก​เมื่อ​ผู้ใหญ่​ผัน​ร้อง​ทัก​เสียง​ดัง

“อ้าว...เสี่ย​กำพล เชิญ​ครับ​เชิญ...”

ดาวเรือง​มอง​ขวับ​จน​ปลัด​ต้อง​เตือน​ให้​ใจเย็นๆ อดทน​ไว้ ส่วน​เสี่ย​กำพล​ก็​ทักทาย​ชาว​บ้าน​พูดโอ่​น่าซึ้งใจว่า

“ไม่​อยาก​จะ​เชื่อ​เลย​ครับ พอ​รู้​ข่าว ผม​ทิ้ง​งานที่​ดูไบ​แล้ว​รีบ​บิน​กลับ​มา​เลย  ถ้า​ยัง​ไง​ผม​ขอ​เป็น​เจ้าภาพใน​วัน​ที่​เหลือ​นะ​ครับ”

ดาวเรือง​พึมพำ​ลอด​ไรฟัน “เล่น​ละคร​เก่ง​ชิบ​เป๋ง” ปลัด​กระซิบ​ว่า “เรา​ต้อง​เล่น​ให้​เก่ง​กว่า​เขา”

แม้​จะ​ถูก​ปลัด​คอย​ติง​คอย​เตือน​ตลอด​เวลาแต่ดาวเรือง​ก็​ยัง​ทำใจ​ไม่ได้  จน​ต้อง​หลบ​ไป​สงบ​สติ​อารมณ์​ที่​มุม​สงบ  เมื่อ​ปลัด​ตาม​ไป   ดาวเรือง​บอก​ว่า​อยาก​จะ​ฆ่า​ไอ้คนลิ้นสองแฉก ​ให้​ตาย​คา​มือ เห็น​หน้า​แล้ว​อยาก​เอา​ปืน​ไล่​ยิง​เหมือนที่มัน ​ยิง​กำนัน​เทิ้ม  ปลัด​เตือน​ว่า​แค่​คิด​ก็​บาป​แล้ว​และ​นั่นไม่ใช่วิธี​ ของ​คน​ฉลาด เพราะ​นอกจาก​จะ​ติด​คุก​แล้ว​ยัง​ตก​นรกด้วย

“ตก​ก็​ตก​สิ จะ​บอก​ยมบาล​ว่า​ฆ่า​คน​ชั่วคน​หนัก​แผ่นดิน​ตาย”

“ยมบาล​ท่าน​จะ​ฟัง​หรือ​ไม่​ฟัง​เรา​ไม่​รู้  แต่​ศาลท่าน​ฟัง​ถ้า​เรา​หา​หลักฐาน​มา​ได้  หยุด​ฟุ้งซ่าน​แล้ว​ตั้ง​สตินะดาวเรือง อุตส่าห์​อดทน​มา​ได้​ถึง​ขนาด​นี้​แล้ว”

ปลัด​บอก​ว่า​หลัง​งาน​ศพ​ตน​จะ​เริ่ม​ลุย​สืบ​ดู​ว่า​กำนัน​ทิ้ง​เบาะแส​อะไร​ไว้​บ้าง  ดาวเรือง​นึกถึง​จดหมาย​ของกำนัน​ฉบับ​นั้น  รีบ​กลับ​ไป​ค้น​หา  ปรากฏ​ว่าบานชื่น​ให้​ไอ้เพี้ยน​เอา​ไป​เผา​ทิ้ง​หมด​แล้ว  เพราะ​มี​แต่​เศษ​ผัก​เศษ​อาหารทิ้งไว้​ก็​เหม็น  ดาวเรือง​รู้สึก​สิ้น​หวัง  แต่​ปลัด​ยัง​ให้​ความ​หวังว่า

“อย่า​เพิ่ง​ท้อ  ฉัน​จะ​ช่วย​เธอ​เรียก​ร้อง​ความ​ยุติธรรม​ให้​กำนัน​เทิ้ม​เอง  เราะ​จะ​กระชาก​หน้ากาก​คน​ชั่ว​ด้วยกัน”

ดาวเรือง​บอก​ปลัด​ให้​กลับ​ไป​เสีย  เขา​อยู่​ที่​นี่ก็มี​แต่​จะ​ตาย​เปล่า ปลัด​ถาม​ว่า​ทำไม​ตน​ต้อง​ไป

“นาย​อยาก​จะ​เป็น​อย่าง​กำนัน​เทิ้ม​งั้น​เหรอ  นาย​อยาก​ถูก​ยิง แล้ว​ถูก​มัน​ถีบ​ตก​น้ำ อยาก​โดน​ฆ่า​หมก​ป่า หรือ​ถูก​พวก​มัน​จับ​เผา​นั่ง​ยาง​แบบ​ผี​ไม่​มี​ญาติ​รึ​ไง!...เก็บ​อุดมการณ์​ของ​นาย​แล้ว​กลับ​บ้าน​ไป​ซะ”

ปลัด​นิ่ง​ไป  พูด​ไม่​ออก  ทั้ง​สอง​นั่ง​เงียบ​กันอยู่ท่ามกลาง​คืน​ที่​ไร้​แสง​เดือน​และ​เงา​ดาว...บรรยากาศ​หดหู่​ยิ่ง...

ooooooo

จู่ๆก็​มี​ข่าว​สะพัด​และ​คน​ที่​อำเภอ​ก็​เห็น​ว่า​ปลัด​จิ​นต​วัฒน์​ขอ​ย้าย​กลับกรุงเทพฯ​แล้ว  และ​หิ้ว​กระเป๋าใบโต​เดิน​ผ่าน​ไป  กำจร​บ่น​เสียดาย​ที่​ปลัด​ดีๆหา​ยาก​แบบนี้​อยู่​ได้​ไม่​นาน​ก็​ต้อง​ไป

ดาวเรือง​พา​ไอ้​เพี้ยน​ไป​ทำ​บัตร​เสร็จ​เดิน​ออกมาเห็น​ปลัด​จิ๋น​หิ้ว​กระเป๋า​เดิน​ผ่าน​ไป​ไวๆ ก็​พึมพำ “ไป​ไหน?...” แต่​ไอ้​เพี้ยน​รู้ บอก​ว่า​ปลัด​ขอ​ย้าย​แล้ว บอก​ดาวเรือง​ว่า​ต่อ​ไป​นี้​ก็​ไม่​มี​ใคร​มา​ตาม​จับ​ตาม​มอง​เรา​อีก​แล้ว  จะ​ตีไก่ ต้ม​เหล้า ขาย​หวย เล่น​ไพ่​ก็​สบาย​บรื๋อ

“ใคร​จะ​ไป​ไหน​ก็​ช่าง  แต่​เอ็ง​ต้อง​รีบ​ไป​โรงเรียน เร็ว​เข้า” ดาวเรือง​พูด​ไป​อย่าง​นั้น ทั้ง​ใจหาย​แว้​บ...

ฝ่าย​วรรณ​พอได้​ข่าว​ปลัด​จิ๋น​ย้าย​ก็​จะ​พลิก​วิกฤติ​ให้​เป็น​โอกาส  เตรียม​เสียบ​เข้าไป​ตอน​ที่​ดาวเรืองกำลังเศร้า ว่า​แล้ว​ก็​ขี่​มอเตอร์ไซค์​ไป​หา​ดาวเรือง​ทันที

ดาวเรือง​กำลัง​เศร้า​อยู่​กับ​เจ้า​จี๊ด​จ๊าด  พูด​กับจี๊ดจ๊าดว่า

“ใคร​จะ​มา​ทน​อยู่​กับ​เรา​ได้​ตลอด​ล่ะ”

วรรณ​มา​ถึง​พอดี  บอก​ไอ้​แหลม​กับ​ไอ้​กรอด​ให้ยืน​รอ​ห่างๆ ตัว​เอง​เข้าไป​หา​ดาวเรือง​หวัง​ทำ​คะแนน ถูกดาวเรือง​ไล่​จะ​ไป​ตาย​ที่ไหน​ก็​ไป วรรณ​ทำหน้าเป็น บอกว่า​เดี๋ยว​เจอ​กัน​ที่​บ้าน​แม่ยาย​นะ​จ๊ะ แล้ว​ตะโกน...

“เฮ้ย...ไป​เว้ย​พวก​เรา ไป​เอาใจ​แม่ยาย​ข้า​หน่อย”

พอ​พวก​วรรณ​ไป ดาวเรือง​ก็​ถอน​ใจ​เฮือก...เซ็ง​จน​บอก​ไม่​ถูก

ooooooo

สาม​ทโมน​ไป​ถึง​ร้าน​ดาวเรือง​ก็​เดิน​วางก้าม​เข้าไป บานชื่น​ถาม​ว่า​จะ​มา​กิน​หรือ​มาก​วน ถ้ามาก​วน​ก็​ไสหัว​ออก​ไป​เลย

“ฆ่า​ให้​ตาย​ก็​ไม่​ไป เพราะ​หัวใจ​ไอ้​วรรณ​อยู่​ที่นี่... และ​ที่มา​วัน​นี้​เพราะ​จะ​มา​เสนอ​ตัว​เป็น​ลูกเขย​ให้​น้าบานพิจารณา

“อันธพาล​อย่าง​เอ็ง​ใคร​จะ​เอา​ไป​ทำ​พันธุ์”

วรรณ​บอก​ว่า​ตน​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​ได้​แล้ว​จริงๆ แล้ว​ขยิบ​ตา​ให้​ไอ้​แหลม​กับ​ไอ้​กรอด​พิสูจน์​ให้​ดู ทุก​คนกระวี กระวาด​ช่วย​เช็ด​โต๊ะ ล้าง​จาน กวาด​ร้าน​กัน​วุ่นวายจน​บานชื่น​ถาม​ว่า

“อะไร​เข้า​สิง​พวก​เอ็ง​วะ​เนี่ย”

ครู่​เดียว​ดาวเรือง​ก็​ขี่​ซาเล้ง​กลับ​มา​มี​กล่อง​ใส่​เป็ด​มา​ด้วย พอ​เห็น​สาม​ทโมน​อยู่​ใน​ร้าน​ก็​บ่น​แม่ว่า​ปล่อยให้หมา​เข้า​มา​ใน​ร้าน​ได้​ไง เดือดร้อน​ต้องหา​ยามา​ฉีด​เห็บหมัดอีก

แต่​สาม​ทโมน​โดน​ด่า​ก็​ไม่​สลด กลับ​กระ​ดี๊​กระ​ด๊า​เอาใจ​ดาวเรือง​ช่วย​กัน​ยก​เก้าอี้​ให้​นั่ง เอา​น้ำ​มา​เสิร์ฟ

“ไม่​ต้อง ที่​นี่​ร้าน​ข้า ไม่​ต้อง​แส่” แล้ว​พูด​กับเป็ด​เสียงอ่อน​หวาน “ไป​กัน​เถอะ​เด็กๆ” แล้ว​ต้อน​ฝูง​เป็ดไปหลังร้าน

“ข้าว​ปลา​ไม่​กิน วันๆอยู่​แต่​กับ​เป็ด มัน​จะ​อะไร​กับ​เป็ด​นักหนา​เนี่ย” บานชื่น​อด​บ่น​ไม่ได้

วรรณ​ได้ยิน​ก็​อิจฉา​เป็ด เจ็บใจ​ที่​หมด​ปลัด​ที่​เป็น ก้างขวางคอ​ไป​คน ยัง​เหลือ​เป็ด​ของ​ปลัด​เป็น​หอกตำใจอยู่อีก​ แล้ว​วรรณ​ก็​แอบ​ขโมย​เป็ด ไล่​จับ​อยู่​นาน​ก็​ไม่ได้ เจอจี๊ดจ๊าด​ตัว​เล็ก​กว่า​เพื่อน​นั่ง​จุ้ม​ปุ๊​กอ​ยู่​ก็​ตรง​ไป​อุ้ม​ซ่อน​ไว้​ใน​เสื้อ แล้ว​ออก​มา​ส่ง​สัญญาณ​ให้​ไอ้​แหลม​กับ​ไอ้​กรอด สองตัวนั้น​ทิ้ง​งาน​วิ่ง​ออก​ไป​ขี่​มอเตอร์ไซค์​ตาม​กัน​ไป​ฝุ่น​ตลบ

“ไอ้​พวก​นี้ ผีเข้าผีออก” บานชื่น​บ่น​เซ​็งๆ

ooooooo

วรรณ​ขโมย​เจ้า​จี๊ด​จ๊า​ดก​ลับ​ไป​บอกบุญ​ปลอดว่า​อยาก​กิน​กะเพรา​เป็ด ชมว่า​น้า​ปลอด​ผัดอร่อยทำให้หน่อย

“น้า​ไม่​ฆ่า​สัตว์​ตัด​ชีวิต” บุญ​ปลอด​ปฏิเสธ วรรณ​หัน​ไป​หา​บุญ​ปลีก ก็​ถูก​ปฏิเสธ​ว่า “ช่วง​นี้​น้า​ลิ้น​ชา ชิม​อะไร​ไม่ค่อย​รู้​รส ให้​เมีย​เบอร์​สุดท้าย​แต่​แก่​สุด​ของ​พ่อ​ทำ​ก็​แล้วกัน​นะ”

“เอ็น​มือ​ข้า​พลิก ก็​พี่​ผัน​น่ะ​สิ เรียก​ไป​นาบ เอ๊ย...นวด​อยู่​เรื่อย” ไสว​เล่นตัว

“ฉัน​ทำให้​จ้ะ ไป​ผัด​ให้​เดี๋ยวนี้​เลย” เสมอ​ใจ​ที่​กำลัง​ตัด​เล็บ​เท้า​ให้​เวียง​อยู่​อาสา

“เสนอ​หน้า​อีก​ละ ตัด​มา​กี่​คนแล้ว​ล่ะ​นั่น” วรรณ​ทำท่า​รังเกียจ

“ทั้ง​บ้าน​เลย​จ้ะ แต่​ไม่​ต้อง​ห่วง ฉัน​จะ​ล้างมือ​ให้​สะอาด” เสมอ​ใจ​ลุก​ขึ้น วรรณ​มองๆ แล้ว​ยื่น​เป็ด​ให้

ooooooo

ดาวเรือง​ไป​ที่​ตลาด​ส่ง​โพยหวย​ให้​เจ๊​หมวย​ที่​ร้าน​ขาย​ของชำ เจ๊​หมวย​บ่น​ว่า​พัก​นี้​ไม่ค่อย​มี​คน​แทง​หวย​เท่า​ไหร่

พอดี​เจ้ามือ​หวย​ต่าง​ตำบล​เดิน​เข้า​มา​ส่ง​โพย​ให้​เจ๊​หมวย เจ๊​บอก​ว่ามาก็ดีแล้ว เพราะ​ชาติ​ลูกน้อง​เสี่ย​กำพล​บอก​ว่า​ไอ้​ศักดิ์​อยาก​ได้​คน​เพิ่ม มี​เส้นสาย​ฝั่ง​โน้น​บ้างไหม​จัด​มา​ให้​สัก​สิบ​ยี่สิบ​ก็ดี เผื่อ​ตน​จะ​ได้​ค่าหัว​คิว​บ้าง

“หา​ยาก​แล้ว​เจ๊ เขา​ส่ง​ไป​ออก​เรือ​ทาง​ใต้​หมดแล้ว”

ดาวเรือง​หูผึ่ง​แต่​แกล้ง​ทำ​เป็น​ไม่​สนใจ เจ๊​หมวย​ถาม​ดาวเรือง​ว่า

“เอ็ง​รู้จัก​ใคร​ที่​ฝั่ง​โน้น​บ้าง​ไหม หัว​ละ​เป็น​หมื่น​เชียว​นะ”

“ฉัน​จะ​ไป​รู้จัก​ใคร​ล่ะ​เจ๊ ไม่​เคย​ข้าม​ไป​ฝั่ง​นู้น​เลย นี่​ถ้า​รู้​ว่า​ค้า​คน​มัน​กำไร​งาม​ขนาด​นี้ คง​หา​ลู่ทาง​ไว้​บ้างแล้ว”

กลับ​จาก​ส่ง​โพยหวย ดาวเรือง​หิ้ว​ถุง​กล้วยแขก​ไป​ฝาก​ผู้​กำกับ​ที่​โรงพัก ถูก​จ่า​แม่น​เตือน​เรื่อง​ผู้​กำกับ​มี​ลูก​มี​เมีย​แล้ว​อีก ดาวเรือง​เลย​ฝาก​ให้​จ่า​เอา​ไป​ให้​ก็​แล้วกัน

พอ​ผู้​กำกับ​รับ​ถุง​กล้วยแขก​ก็​เปิด​ดู รอจน​จ่า​แม่น​ออก​ไป​แล้ว จึง​เท​กล้วยแขก​ใส่​ถุง​ก๊​อบ​แก๊บ​แล้ว​เอา​ถุง​กล้วยแขก​ฉีก​ดู​มี​ลายมือ​ดาวเรือง​เขียน​ว่า

“ต่างด้าว ชาย​แดน ลอต​ใหญ่”

ooooooo

ที่​กรุงเทพฯ...โ​รส​อ้าง​ว่า​พฤกษ์​ทำให้​ตน​ได้​รับ​บาดเจ็บ​ ฉะนั้น​ต้อง​ส่งตนไป​โรงพยาบาล​และ​ดูแล​จนกว่าจะหาย

วัน​นี้​พฤกษ์​รับ​เธอ​ออก​จาก​โรงพยาบาล ขณะ​พฤกษ์​ไป​รับ​ยา แฟน​คลับ​ของ​โ​รส​พา​กัน​มา​ขอ​ถ่ายรูป พฤกษ์​กลับ​มา​พอดี​ขอร้อง​แฟน​คลับ​ว่า​โ​รส​กำลัง​ไม่สบาย แต่​โ​รส​บอก​ว่า​ไม่​เป็นไร​ แล้ว​ลุก​โพส​ท่า​ให้​ถ่าย​อย่าง​นาง​แบบ แต่​เพราะ​ยัง​ไม่​หาย​ดี​เลย​เซ​จะ​ล้ม พฤกษ์​ประคอง​ไว้​ทัน​เลย​เหมือน​กำลัง​กอด​กัน บรรดา​แฟน​คลับ​กด​ชัตเตอร์​กัน​มือเป็น​ระวิง

พฤกษ์​พา​โ​รส​ไป​ส่ง​ที่​ห้อง​แล้ว​จะ​กลับ เธอ​ขอ​ให้​ช่วย​อุ่น​อาหาร​ให้​หน่อย อาบ​น้ำ​เสร็จ​จะ​ได้​ออก​มา​กินเลย ระหว่าง​เธอ​ไป​อาบ​น้ำ และ​พฤกษ์​อุ่น​อาหาร​ให้​นั้น โทรศัพท์​ที่​ห้อง​นอน​ดัง​ขึ้น พฤกษ์​ปล่อย​ให้​มัน​หยุด​ไป​เอง​สอง​ครั้ง พอ​ครั้ง​ที่​สาม​เขา​ตัดสินใจ​เข้าไปรับ

“สวัสดี​ครับ อ๋อ...ใช่​ครับ เบอร์​คุณ​โ​รส​ สุดา​ว​ดี ครับ ครับ...ตอน​นี้​คุณ​โ​รส​ติด​ธุระ...คือ...อาบ​น้ำ​อยู่​น่ะ​ครับ...มี​ธุระ​อะไร​จะ​ฝาก​ไว้​ไหม​ครับ”

คน​ที่โทร.​เข้า​มา​คือ ​จิ​นต​วัฒน์​นั่นเอง! เขา​ตอบอย่าง​ไม่สบาย​ใจ​ว่า ไม่​เป็นไร​เดี๋ยว​ค่อยโทร.​มา​ใหม่ แล้ววางสาย

พฤกษ์​รีบ​ไป​จัด​เตรียม​อาหาร​เสร็จ​ก็​ขอ​กลับ​บอก​ว่า​มี​ธุระ​ต้อง​ทำ​ต่อ ไม่​นาน​ปลัด​จิ๋น​ก็โทร.​มา​ใหม่ โ​รสเห็น​เบอร์​แปลกๆ พอ​รับ​สาย​รู้​ว่า​เป็น​ปลัด​จิ๋น​ก็​ทัก​ว่า​ทำไม​ใช้​เบอร์​นี้โทร.

“แบ​ต​หมด​น่ะ แต่​เป็น​ห่วง​ก็​เลยโทร. โ​รส​เป็นไงบ้าง” ปลัด​จิ๋น​ทำ​เสียง​ปกติ

โ​รส​บอก​ว่า​เพิ่ง​ออก​จาก​โรงพยาบาล อ้อน​ว่า​ตอน​นี้​น้ำ​หวาน​ก็​ไม่​อยู่​สงสัยต้อง​หา​คน​มา​ขับ​รถ​ป้อน​ข้าว​แทน​แล้ว​ล่ะ ปลัด​จิ๋น​เงียบ​ไป​นาน ทำใจ​ถามว่า

“ไม่​ใช่​ว่า​ตอน​นี้​มี​ใคร​มา​ดูแล​แทน​ผม​แล้ว​จริงๆเหรอ”

“ไม่​เอา​น่า...อย่า​คิดมาก​สิ​คะ...แค่​นี้​ก่อน​นะ โ​รส​ต้อง​กิน​ข้าว กิน​ยา ต้อง​รีบ​หายเดี๋ยว​ไม่​สวย ขอ​ให้​ทำงาน​ให้​สนุก​นะ​คะ” พอ​วาง​สายโ​รส​ยิ้ม​พึมพำ​อย่าง​มี​ความสุข “หึง​ล่ะ​ซิ...ฮิๆ”

ส่วน​ปลัด​จิ๋น​วาง​สาย​จาก​โ​รส​ด้วย​ความรู้สึก​สับสน กลุ้ม ลังเล ผิดหวัง ประดัง​ประ​เด​เข้า​มา​จน​ตัว​เอง​ก็​บอก​ไม่​ถูก​ว่า​เป็น​ความรู้สึก​อะไร​แน่

ooooooo

ที่​ร้าน​ดาวเรือง...บานชื่น​ทำ​งาน​อยู่​คน​เดียวพอ​ดาวเรือง​กับ​ไอ้​เพี้ยน​ขี่​มอเตอร์ไซค์​กลับ​มา​ก็​บ่น​ประชด

“ตะวัน​ไม่​ตกดิน ไม่​กลับ​บ้าน​นะ หายหัว​ทั้ง​วัน”

“ว่า​จะ​เอา​หัว​ไว้​ที่​บ้าน​ก็​เกรงใจ เลย​เอา​หัว​ไป​ทำ​มา​หา​รับประทาน​ด้วย ไป​ส่ง​โพย​มา​จ้ะ​แม่ นี่​จ้ะ หนึ่ง​พัน​ห้า​ร้อย​บาท​ถ้วน” ดาวเรือง​ส่ง​เงิน​ให้ บานชื่น​จึง​ยิ้ม​ออก ถูก​ไอ้​เพี้ยน​แซว​ว่า​อารมณ์​ดี​ขึ้น​มา​กะทันหัน​เลย

“แต่​จะ​เสีย​ก็​เพราะ​ปาก​เอ็ง ไป​ล้าง​ไม้​ล้างมือ​ให้​เรียบร้อย​แล้ว​มา​กิน​ข้าว วัน​นี้​ข้า​ตำ​น้ำพริก​มะอึก​ของ​โปรด​เอ็ง​ด้วย”

“โอ๊​ยยยย...อ​ยา​กกิน​นน แต่​ขอ​เวลา​แป๊บ ไปเตรียม​ข้าว​ให้​เป็ด​ก่อน เดี๋ยว​มา”

“ชาติ​ที่​แล้ว​แม่​มัน​คง​ชื่อ​เป็ด​นะ ถึง​ได้​ตาม​ดูแล​กัน​อยู่​ได้” บานชื่น​บ่น

“แหม​แม่...ก็​เป็ด​มัน​ตำ​น้ำพริก​กิน​เอง​ไม่​เป็น​นี่ ถ้า​มัน​ทำได้​ฉัน​ก็​คง​ไม่​เป็น​นัง​แจ๋ว​คอย​เสิร์ฟ​มัน​เช้า กลางวัน เย็น แบบ​นี้​หรอก” ว่า​แล้ว​วิ่ง​จู๊ด​ไป

ooooooo

ดาวเรือง​วิ่ง​ไป​ที่​เล้า​เป็ด​หลัง​บ้าน เอา​หยวก​กล้วย​ที่​สับ​แล้ว​ผสม​กับ​อาหาร​ใน​กะละมัง​ยก​เข้าไป​ใน​เล้าเป็ด

“มา​เร้วววว...​มา​กิน​กัน​ให้​ไว​เลย...จ๋อ​ม​แจ๋​มพาน้องๆ มา​เร้ววว”

ดาวเรือง​เคาะ​กะละมัง​เรียก​เป็ด​มา​กิน​อาหาร เห็น​เป็ด​วิ่ง​กรู​กัน​มา​ก็​มอง​อย่าง​สนุกสบาย​ใจ​ไป​ด้วย แต่​มอง​ไป​มอง​มา​ก็​เอะใจ เมื่อ​ไม่​เห็น​จี๊ด​จ๊าด

“เจ้าตัว​เล็ก จี๊ด​จ๊าดๆๆ อยู่​ไหน​ลูก ออก​มาเร็ว... เฮ้ย...หาย​ไป​ไหน​วะ จุบจิบ เจ​ย์​โจ แจ​จึง จุ๊กจิ๊ก เห็น​น้อง​ไหม​น้อง​หาย​ไป​ไหน”

เมื่อ​มอง​หาไม่​เห็น ดาวเรือง​ใจไม่ดี วิ่ง​ออกจากเล้าเป็ด​ไป​ที่​ร้าน เห็น​บานชื่น ไอ้​เพี้ยน และ​เสมอใจ​นั่ง​กิน​ข้าว​ด้วย​กัน​อยู่ บานชื่น​เรียก​ดาวเรือง​กิน​ข้าว “ไอ้​เรือง ชิม​แกง​นัง​เห​มอ​ดู ฝีมือ​เป็น​รอง​ข้า​นิดหน่อย แต่​ก็​ถือว่า​ใช้ได้”

“น้ำพริก​น้า​บาน​นี่​ก็​แซบ​สะบัด มื้อ​นี้​พุง​กาง​แน่” เสมอ​ใจ​ปากหวาน​ชม​คืน

บานชื่น​บอก​ไอ้​เพี้ยน​ให้​ตัก​ข้าว​ให้​ดาวเรือง ดาวเรือง​บอก​ว่า​กิน​ไม่​ลง ไม่​รู้​จี๊ด​จ๊าด​หาย​ไป​ไหน ถาม​แม่ว่า​เห็น​ไหม เสมอ​ใจ​ถาม​ว่า​เป็ด​หรือ​ไก่ ไอ้​เพี้ยน​บอก​ว่าเป็ด

บานชื่น​ถาม​ว่า​หา​ดีแล้ว​หรือ​ยัง มัน​ตัว​เล็ก​สุด​อาจ​ซุก​อยู่​ตรง​ไหน​ก็ได้ ดาวเรือง​ยืนยัน​ว่า​ตน​หา​ทั่ว​แล้ว​ไม่มี

“ใคร​จะ​เอา​ไป​ทำ​อะไร ตัว​กะ​เปี๊ยก​แค่​นั้น มา​กิน​กะเพรา​เป็ด​ดี​กว่า​ไอ้​เรือง ไอ้​วรรณ​อุตส่าห์​มี​น้ำใจ​แบ่ง มาให้”

“ลง​จาก​กระทะ​ปั๊บ​ก็​แบ่ง​มา​นี่​เลย ไม่​รู้​ไอ้​วรรณ​มัน​ไป​เอา​เป็ด​มา​จาก​ไหน เป็ด​สาว​เนื้อ​อ๊อ​น...อ่อน”

ดาวเรือง​สะดุด​กึก ถาม​บานชื่น​ว่า​พวก​ไอ้​วรรณ​มา​ที่​นี่​รึ​เปล่า บานชื่น​บอก​ว่า​มัน​ก็​ไปๆ มาๆ หลายรอบ ดาวเรือง​หน้าเสีย​ถาม​เสมอ​ใจ​ว่า เป็ด​ที่​วรรณเอา​ไป​ให้ทำ หน้าตา​เป็น​ไง เสมอ​ใจ​ตอบ​งงๆ ว่า​หน้า​เหมือน​เป็ด​ตัวเล็ก​สี​ขาว​ปลอด

ดาวเรือง​แทบ​จะ​เข่า​อ่อน​ตรง​นั้น นึกถึง​คำ​อาฆาตของ​วรรณ​ที่​ว่า “เห็น​เป็ด​ดี​กว่า​ข้า​ใช่​ไหม ได้​เห็นดี​กันแน่ไอ้เรือง”

ดาวเรือง​ก็​ถึง​กับ​ตัว​สั่น วิ่ง​ไป​หยิบ​มีด​อีโต้​สับ​หมู​ที่​เ​คาน์เ​ตอ​ร์​คำราม​แค้น

“ไอ้​วรรณ!!!”

ดาวเรือง​วิ่ง​ไป​ถึง​สะพาน​ก็​เหนื่อย​หอบ​ร้องไห้​สงสาร​จี๊ด​จ๊าด พลัน​ก็​สะดุ้ง​เฮือก​เมื่อ​มี​มือ​มา​วาง​ที่​ไหล่ หัน​ขวับ​ไป​พร้อม​สู้ แล้ว​ก็​ต้อง​ชะงัก อุทาน “นาย!!”

ปลัด​จิ๋น​ถาม​ว่า​ร้องไห้​ทำไม ดาวเรือง​ย้อน​ถามว่า​เขา​กลับ​มา​ทำไม ไม่ได้​ย้าย​กลับ​กรุงเทพฯ ไป​แล้วหรือเพราะ​น้า​จร​กับ​ไอ้​เพี้ยน​บอก​ว่า​ปลัด​ย้าย​เข้า​กรุงเทพฯ ไปแล้ว

“ก็​ฉัน​อยู่​ที่​นี่​แล้ว​จะ​ไป​ไหน...ไม่​ใช่​ฉัน...ธีร​เดช​ต่างหาก​ที่​ขอ​ย้าย​กลับ​กรุงเทพฯ ฉัน​เอา​กระเป๋า​ไป​ส่ง​เขา​ที่​ท่า​รถ แล้ว​ก็​ประชุม​ที่​จังหวัด ประชุม​เสร็จ​ก็​กลับ​มา​เนี่ย อ๋อ...นี่​เธอ​คิด​ว่า​ฉัน​ย้าย​กลับ​บ้าน​เลย​เสียใจ​งั้นสิ เพิ่ง​รู้​นะ​เนี่ย ว่า​ฉัน​สำคัญ​มาก​ขนาด​นี้” ปลัดลูบหัว​ดาวเรือง​ที่​ยิ่ง​ร้องไห้​สะอึกสะอื้น “ไม่​ต้อง​ร้องไห้ ฉัน​กลับ​มา​แล้ว”

“ฉัน​ไม่ได้​ร้อง​เพราะ​นาย!!” ดาวเรือง​ตวาด​แว้​ด ปลัด​ผงะ​ร้อง​อ้าว​ถาม​ว่า...แล้ว​ร้อง​ทำไม

“เจ้า​จี๊ด​จ๊าด​มัน​ตาย...ได้ยิน​ไหม เจ้า​จี๊ด​จ๊าด​มันตาย​แล้วว ฮือๆๆ” ปลัด​ผงะ ดาวเรือง​ตะโกน “ไอ้วรรณ ไอ้

ฆาต​ก​ร...​ฉัน​จะ​ฆ่า​มัน!!!” ดาวเรือง​ชู​อีโต้​พุ่ง​ออก​ไปทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 09:05 น.