ตอนที่ 7
เพราะโรสใส่ส้นสูงทำให้เซเสียหลักล้มลงทับมือตัวเองซ้ำข้อเท้ายังพลิกด้วย เธอนั่งทำหน้าเจ็บปวดอยู่กับถนน
พฤกษ์ตกใจรีบลงมาดูถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง โรสด่าและโทษคนอื่นตามเคย พฤกษ์ถอดหมวกกันน็อกโต้ว่าเพราะเธอเองมาก้มๆเงยๆอยู่กลางถนนคิดว่าเป็นแคตวอล์กรึไง โรสมองหน้าคราวนี้ยิ่งเจ็บใจร้องกรี๊ดว่า
“นี่นายอีกแล้วเหรอ ทำไมฉันต้องซวยเพราะนายอีกแล้ว” พอเหลือบเห็นไทยมุงเริ่มไหลมาก็รีบคว้าหมวกกันน็อกจากพฤกษ์ไปสวม “เดี๋ยวใครก็รู้หรอกว่าฉันเป็นใคร รีบพาฉันไปส่งโรงพยาบาลสิ เร็วเข้า เอ้า...นี่กุญแจ”
โรสส่งกุญแจรถของตนให้ บอกให้รีบพาไปที่รถเพราะคนแห่มากันมากขึ้นทุกทีแล้ว พฤกษ์เลยต้องอุ้มไปที่รถแล้วขอเอามอเตอร์ไซค์ของตนไปเก็บก่อน โรสไล่ให้รีบไปแล้วรีบมาพาตรงไปโรงพยาบาลเร็วๆ
ooooooo
ไสวไปหาบานชื่นที่ร้านให้ช่วยหาทางทำให้ผู้ใหญ่ผันยอมรับตนเป็นเมีย บานชื่นถามว่าไสวมีหลักฐานอะไรไหม
“หลักฐานอะไรล่ะ ไม่ได้เตรียมกล้องไปถ่ายนี่หว่า ทุกอย่างไวพึ่บพั่บจนข้าตั้งตัวไม่ทัน เอ...หรือจะไปให้หมอตรวจวะ”
บานชื่นถามว่าถ้าตรวจแล้วผลออกมาว่าสมยอมล่ะ? ไอ้เพี้ยนถามดาวเรืองว่าจะช่วยป้าไหวยังไงดีเสียสาวฟรีๆมันน่าอายนะ เลยโดนดาวเรืองเขกกะโหลกด่าว่าแก่แดด ไล่ให้ไปทำการบ้านเสีย
“ถูกของไอ้เพี้ยนมัน เกิดมาข้าก็อยากมีผัวคนเดียว แต่งงานครั้งเดียว ถ้ามันไม่ยอมแต่งข้าก็ไม่รู้จะไปสู้หน้าชาวบ้านยังไง ป่าวประกาศไปทั่วแล้วด้วย ไอ้เรือง...ไหนๆ เอ็งก็ช่วยให้ข้ามีผัวแล้ว ก็ช่วยให้เขายอมรับข้าด้วยเถอะนะ” ไสวหันไปอ้อนดาวเรืองที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่
“ได้ เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ!! มา...สุมหัว!!” ดาวเรืองมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีกับแผนเด็ดของตน
ไวเท่าความคิด ดาวเรืองเอาขนมกล้วยไปให้ปลัดที่ห้องทำงาน ปลัดถามอย่างเข็ดเขี้ยวกับขนมครกของเด็กมะเฟืองมาแล้ว ถามอย่างระแวงว่าให้หรือขาย ดาวเรืองบอกว่าให้ ปลัดถามอีกว่าใส่ยานอนหลับรึเปล่า ดาวเรืองบอกว่ายานอนหลับน่ะแพงกว่าขนมนี่อีก
“แล้วเอามาให้ทำไม อยากได้อะไรแลกเปลี่ยน” ปลัดถามอย่างรู้ทันว่าดาวเรืองต้องมีแผนอะไรแน่ พอปลัดรู้ทันดาวเรืองก็พูดตรงๆ
“คืออย่างนี้ ก็ผู้ใหญ่ผันน่ะสิ ไม่ยอมจ่ายค่าตั๋วบ่อนไก่ ไปทวงหลายครั้งก็ไม่ยอมให้สักที คุณปลัดก็รู้ว่าบ้านนั้นนักเลงแค่ไหน ขี้แพ้ชวนตีด้วย อย่างไอ้วรรณมันก็จ้องจะเล่นงานฉันอยู่แล้ว ฉันเลยอยากขอให้ปลัดไปด้วยกันหน่อย”
“มาชวนไปเป็นไม้กันหมาว่างั้นเถอะ”
ดาวเรืองทั้งยกยอปอปั้นทั้งชมแล้วพูดน่าสงสารว่า “ถือว่าช่วยลูกนกลูกกาละกัน” ปลัดอมยิ้มกับความฉลาดพูดช่างปะเหลาะของดาวเรือง แค่เห็นปลัดยิ้มดาวเรืองก็ยิ้มยิ่งกว่าแต่แอบยิ้มในใจที่แผนของตนสำเร็จขั้นหนึ่งแล้ว
ส่วนที่สำนักหลวงตาคง ก็ถูกวรรณกับไอ้แหลมไอ้กรอดไปยึดพากันไปนอนเขลง วางของของตัวเองเกะกะไปหมด ส่วนของของหลวงตาถูกกวาดไปรวมกันที่มุมราวกับกองขยะ หลวงตาเอะอะว่าใครใช้ให้มานอนเกะกะที่นี่
วรรณบอกว่าพ่อไล่ไม่ให้อยู่บ้าน ไอ้แหลมครวญว่าจะถูกตัดพ่อตัดลูกหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วไอ้กรอดก็ตบท้ายว่า
“ใช่...ถ้าพี่วรรณโดนตัดจากกองมรดกก็เพราะหลวงตาคนเดียว”
“ข้าไปเกี่ยวอะไรด้วย” หลวงตางง
“ก็หลงตาให้ฤกษ์มั่วๆ ฉันเลยไปฉุดมาผิดคน อุตส่าห์ยกให้พ่อ พ่อก็ดันมาโกรธจนไม่ให้เข้าบ้าน แล้วจะให้ฉันไปนอนที่ไหนนอกจากที่นี่” วรรณยัดเยียดความผิดให้หลวงตาจนได้ ไอ้แหลมขู่สำทับว่าวรรณไม่เผาสำนักทิ้งก็ดีแล้ว ส่วนไอ้กรอดให้กำลังใจว่า ไม่เกิน 7 วันยังไงพ่อผู้ใหญ่ก็ใจอ่อนให้วรรณกลับเข้าบ้านแล้ว หลวงตาอดทนหน่อยก็แล้วกัน
“แต่ถ้าเอ็งไม่อยากรอถึง 7 วันละก็...ข้ามีวิธี” เสมอใจก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชาเมินเฉย วรรณเห็นเสมอใจก็ผวาเฮือก แต่เสมอใจบอกว่า “ข้ามาเรื่องป้าข้ากับพ่อเอ็ง ข้าไปปรึกษาจ่าแม่นมาแล้ว เอ็งมีความผิด 2 กระทง คือพรากผู้สูงอายุกับเคลื่อนย้ายวัตถุโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าเอ็งไม่รีบไปจัดการกับคนที่บ้านให้เรียบร้อย ข้าแจ้งความเอาเรื่องเอ็งแน่”
“เอ็งจะให้ข้าจัดการยังไง”
“ข้าเตรียมขบวนขันหมากกับแตรวงที่พ่อเอ็งจะมาขอป้าข้าไว้แล้ว พวกเอ็งก็ไปนำขบวนโห่แล้วจ่ายตังค์ ก็แค่นั้น” แล้วพูดกับหลงตาคง “ขอเชิญหลงตาไป
ด้วยนะจ๊ะ ถ้าไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ไปเป็นสักขีพยาน ป้าเวียงกับบรรดาเมียๆ อาจจะไม่ยอม” วรรณถามว่าทำแล้วตนพ้นคุกแน่นะ เสมอใจกระแทกเสียง “เออ!” สะบัดหน้าใส่วรรณแล้วเดินออกไป
ooooooo
ไสวหอบผ้าผ่อนไปที่บ้านผู้ใหญ่ผันจะมาอยู่ด้วย อ้างว่าตนเป็นเมียคนสุดท้องของผู้ใหญ่ ถูกเวียงและบรรดาเมียๆทั้ง 8 คนรุมกันไล่ไม่ให้อยู่
“คนทั้งดอนล้อมแรดเขารู้กันหมดแล้วว่าข้าเป็นเมียผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบ!” ไสวเสียงแข็ง
“แต่ข้าไม่ได้สมยอม ข้าถูกล่วงละเมิดทางเพศ” ผู้ใหญ่ผันแหวกบรรดาเมียๆ มาเผชิญหน้า ไสวบรรยายความหวานชื่นกับผู้ใหญ่เมื่อคืนจนบรรดาเมียๆทนฟังไม่ได้ แล้วถามผู้ใหญ่ว่าที่พูดมาจริงไหม ผู้ใหญ่จำต้องรับว่าจริงถามว่าแล้วจะให้ทำไง “พี่ผู้ใหญ่ต้องพาฉันเข้าบ้านและแต่งงานตามประเพณี” ถูกเวียงสะอึกออกไปตะโกนใส่หน้าว่า “ไม่ได้!!”
ทันใดนั้น รถอีเฉื่อยของปลัดจิ๋นก็มาจอดหน้าบ้าน ดาวเรืองเตี๊ยมกับปลัดก่อนลงจากรถว่า
“ฉันให้ป้าไหวมาช่วยเจรจาก่อน แต่เชื่อสิว่าคนอย่างผู้ใหญ่ไม่มีทางยอมง่ายๆ”
ปลัดพยักหน้ารับรู้แล้วพากันเดินขึ้นบ้าน ยังไม่ทันถึงก็ได้ยินเสียงผู้ใหญ่แผดจากบนบ้าน...
“ไสหัวไปจากบ้านข้า นังไหว!!”
ดาวเรืองมองหน้าปลัดถามว่าผิดจากที่ตนพูดเสียที่ไหนล่ะ แล้วเดินเข้าไปแทรกแซงทันทีถามผู้ใหญ่ว่าตกลงจะไม่ยอมจริงๆหรือ ผู้ใหญ่ย้อนถามว่า “เอ็งเกี่ยวอะไรด้วย”
“อ้าวววว ก็ป้าไหวมาทวงสัญญา ผู้ใหญ่ไล่ป้าไหวแบบนี้หมายความว่าผู้ใหญ่จะไม่รับผิดชอบว่างั้นเหอะ” ผู้ใหญ่ตอบ เออ!! ดาวเรืองได้ทีหันไปบอกปลัด “ปลัดดูสิ แก่จนหัวหงอกแถมเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านยังไม่สนว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป”
“ใช่ครับ” ปลัดไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ถูกดาวเรืองเล่นเกมก็พาซื่อ ปรามผู้ใหญ่ว่า “เรื่องนี้ถ้าดูตามกฎหมายแล้ว ทางผู้ใหญ่ผิดเต็มๆ ผมว่าถ้าผู้ใหญ่ไม่รับผิดชอบจะผิดหลายกระทงนะครับ”
ผู้ใหญ่งงๆ ส่วนไสวก็ร้องไห้กระซิกๆ อยู่ตรงนั้น ผู้ใหญ่เลยสารภาพว่า “ที่จริงเรื่องนี้มันเป็นความผิดของไอ้วรรณ ฉันก็แค่ตกกระไดพลอยโจน” ดาวเรืองถามว่าหรือจะให้วรรณมารับผิดชอบด้วยจะได้เข้าคุกอีกรอบ เวียงโวยวายว่าไม่ยอมให้วรรณเข้าคุกเด็ดขาด บอกผู้ใหญ่ว่าก่อเรื่องเองก็รับผิดชอบคนเดียวสิ ทำเอาพวกเมียๆแทบเป็นลมที่เวียงยอมให้ผู้ใหญ่มีเมียคนที่ 10
“ขอบใจนะไอ้เรือง ที่ข้าได้มีผัวเป็นตัวเป็นตนครั้งนี้เพราะเอ็งตั้งต้น ข้าจะไม่ลืมบุญคุณเอ็งเลย” ไสวดีใจสุดๆ
“อะไรกันเนี่ยดาวเรือง” ปลัดถาม แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะเสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากมาถึงหน้าบ้านแล้ว ปลัดได้แต่มองคนโน้นทีคนนี้ทีงงเป็นไก่ตาแตก
ผู้ใหญ่ผันพร้อมบรรดาเมียๆพรวดลงบันไดไปที่หน้าบ้าน ตะโกนถามว่ามาเอะอะอะไรที่หน้าบ้านตน
วรรณบอกว่าขบวนขันหมากของพ่อมาสู่ขอป้าไหว มีหลวงตาคงมาเป็นเถ้าแก่ให้ด้วย หลวงตารีบรวบรัดตัดบทให้ผู้ใหญ่คล้องแขนเจ้าสาวอวยพรว่าอีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว ฉะนั้นขอให้ใช้เวลาที่เหลือดูแลกันให้ดี และเมื่อผู้ใหญ่ผัน ขยันสอยได้เมียคนที่ 10 แล้ว ก็ให้ปิดฉากขยันสอยเสียที
นาทีนี้ ปลัดจิ๋นจึงรู้ตัวว่าถูกดาวเรืองหลอกมา เมื่อกลับถึงร้าน ดาวเรืองจะเข้าบ้าน ปลัดเรียกไว้ให้มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน ดาวเรืองหันมาเผชิญหน้าพูดอย่างท้าทายว่า
“เออ! ฉันหลอกปลัด แล้วทำไม ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีไม่ใช่รึ มีใครเดือดร้อนบ้าง ทุกคนมีความสุข ป้าไหวได้เข้าไปอยู่ในบ้านสามีแกตามที่ควรจะเป็น ถ้าปลัดกลัวตัวเองจะเดือดร้อน ต่อไปก็อยู่ให้ห่างฉันสิ” พูดแล้วเดินไปทางเล้าเป็ด
พออยู่กับลูกเป็ด ดาวเรืองก็อารมณ์ดี พูดคุยกับลูกเป็ดอย่างน่ารัก เรียกตัวนั้น ตัวนี้ ตัวโน้น จนปลัดถามว่าทำไมไม่ตั้งชื่อให้จะได้เรียกง่าย พลางอุ้มลูกเป็ดขึ้นมาตัวหนึ่ง ถามว่าตัวนี้จะให้ชื่ออะไรดี ดาวกระจายดีไหม แล้วชี้ไปตัวนั้น ตัวโน้น ตั้งชื่อให้ว่า มะลิ ชบา จำปี จำปา ถูกดาวเรืองเบรกว่าไม่ตั้งชื่อดอกไม้เดี๋ยวซ้ำกับปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอาของตน
“งั้นชื่ออะไรดี” ดาวเรืองถามว่าแล้วปลัดมีชื่อเล่นอะไร วันนั้นได้ยินคุณนายเรียก...ปลัดบอกว่า “จิ๋น”
“ฮ่าๆๆ เอิ้กๆ ผู้ชายอะไรชื่อจิ๋ม!” ปลัดรีบบอกว่าชื่อจิ๋นไม่ใช่จิ๋ม “อะๆในฐานะที่ปลัดจิ๋ม เอ๊ย...จิ๋น เป็นเจ้าของเป็ด งั้นใช้ตัว จ.จาน ตั้งชื่อพวกนี้แล้วกัน” แล้วทั้งสองก็ช่วยกันตั้งชื่อเป็ดเป็นอักษร จ.ทุกตัว สุดท้ายตัวที่ปลัดอุ้มอยู่ให้ชื่อจี๊ดจ๊าดเพราะตัวนี้มันเฮี้ยวกว่าเพื่อน
จากที่ได้เห็นดาวเรืองในมุมที่เล่นกับลูกเป็ดอย่างอ่อนโยนทำให้ปลัดมองดาวเรืองอย่างเอ็นดูมากขึ้น...มากขึ้น...ทุกที
ooooooo
กำนันเทิ้มไปที่โรงสีดอนล้อมหมี เจอศักดิ์ไปพบชาติมือขวาของเสี่ยกำพล เห็นทั้งสองซุบซิบอะไรกัน แอบฟังได้ความว่า พรุ่งนี้บ่ายสี่จะขนอาวุธสงครามข้ามชายแดนมา และเที่ยงคืนจะขนเข้ากรุงเทพฯ
กำนันรีบส่งข่าวดาวเรือง บอกดาวเรืองว่าคราวนี้ต้องจับให้ได้ ตายเป็นตาย ดาวเรืองเตือนกำนันอย่าใจร้อน ตนจะไปขอกำลังจากผู้กำกับ นัดทุ่มนึงให้มารับตนที่นี่ แต่กำนันไม่รับปาก
ดาวเรืองรีบไปที่โรงพัก เจอจ่าแม่น จ่าถามว่าจะไปไหน ดาวเรืองบอกว่ามาหาผู้กำกับ ปรากฏว่าผู้กำกับไม่อยู่ จะกลับเมื่อไรไม่รู้ จ่ามีแก่ใจโทรศัพท์ติดต่อให้แต่ไม่มีสัญญาณ จ่าถามดักคอว่าไปทำผิดอะไรไว้หรือถึงต้องรอพบผู้กำกับให้ได้ ฝากตนไว้ก็ได้ ดาวเรืองบอกว่าไม่มี แค่มาเยี่ยมเฉยๆ
“ไม่มีทาง คนอย่างเอ็งเนี่ยนะจะเสียเวลามาเยี่ยมใครโดยไม่หวังผล หรือว่าเอ็ง...” จ่าแม่นทำหน้าอำๆทำนองชู้สาว แต่ดาวเรืองคิดว่าจ่ารู้เรื่องตนเป็นสายให้ผู้กำกับ พอจ่าบอกว่าผู้กำกับเขามีลูกมีเมียแล้วนะ ดาวเรืองเลยด่าเช็ด “ผู้กำกับเขาไม่หน้าหม้อหน้ากะละมังเหมือนจ่าหรอก อยู่ด้วยแล้วอารมณ์เสีย ไอ้พวกแก่กะโหลกกะลาเนี่ย” ด่าแล้วลงจากโรงพักไป
“เอ็งว่าใครหน้าหม้อหน้ากะละมังหาไอ้เรือง!!” จ่าลุกขึ้นตะโกนถาม ถูกคนบนโรงพักมองเป็นตาเดียว จ่าเขินเลยค่อยๆนั่งลงก้มหน้าก้มตาทำเป็นเครียดกับงานบนโต๊ะกลบเกลื่อน
ooooooo
บ่ายแก่ๆ กำนันเทิ้มไปหาดาวเรืองที่ร้าน บานชื่น บอกว่าคงไปรับไอ้เพี้ยนเดี๋ยวก็มา กำนันรออีกพักใหญ่ทนไม่ได้เลยขอกระดาษปากกามาเขียนข้อความฝากบานชื่นไว้ให้แล้วกลับไป
ดาวเรืองขี่ซาเล้งพาไอ้เพี้ยนกลับจากโรงเรียน บานชื่นฝากให้ดูแลร้านแล้วออกไปเก็บพริกหลังบ้าน ดาวเรืองจึงเห็นจดหมายของกำนันเทิ้ม รีบคลี่อ่าน
“ข้าจะรีบไปดูที่ปางไม้ให้เห็นกับตาว่ามันซ่อนอาวุธไว้จริงหรือเปล่า จะได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานมัดตัวมัน แล้วจะซุ่มรอแถวนั้นจนกว่าเอ็งจะพาตำรวจมา...เทิ้ม”
ดาวเรืองตกใจมาก ถามบานชื่นที่เพิ่งกลับ จากเก็บพริกว่ากำนันเทิ้มไปตั้งแต่เมื่อไร บานชื่นบอกว่ากำนันมารอ 2 ชั่วโมงและออกไปได้ราวชั่วโมงหนึ่งแล้ว ดาวเรืองวิ่งไปสตาร์ตมอเตอร์ไซค์ ปรากฏว่าสตาร์ตไม่ติด โชคดีปลัดขับอีเฉื่อยมาพอดี ชวนไปบ้านดอนล้อมเก้งกัน ดาวเรืองโดดขึ้นรถทันที
ระหว่างทางดาวเรืองเร่งปลัดให้ขับอีเฉื่อยเร็วกว่านี้ได้ไหม ปลัดบอกว่าถนนแบบนี้ก็ขับได้แค่นี้แหละจะรีบไปไหน
“ขับๆไปเหอะ เดี๋ยวถึงก็รู้เอง”
ดาวเรืองบอกทางให้ปลัดขับไปตามทางที่มุ่งไปสู่ปางไม้ของเสี่ยกำพล จนถึงป่าใกล้ปางไม้ ดาวเรืองบอก ให้จอดเร่งให้ปลัดรีบลงมา ปลัดเห็นรถของกำนันเทิ้ม ซ่อนอยู่ในป่าจำได้ บอกดาวเรืองว่า “รถกำนันเทิ้มนี่”
“กำนันเทิ้มกำลังตกอยู่ในอันตราย ขืนช้ากว่านี้ แกแย่แน่!” ดาวเรืองวิ่งนำไปอย่างเร็ว ปลัดไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่วิ่งตามไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าดาวเรืองพาวิ่งไปไหน
กำนันเทิ้มเอารถซ่อนไว้ในป่าแล้วเล็ดลอดเข้าไปจนถึงปางไม้ของเสี่ยกำพ จนเห็นลังอาวุธวางซ้อนกัน อยู่มากมาย กำนันแอบเข้าไปเปิดลังแล้วถ่ายรูปไว้
หยิบปืนขึ้นมาดูปรากฏว่าเป็นปืนปลอม! กำนันขว้างทิ้งอย่างเจ็บใจ
“ฮ่ะๆๆ ผิดหวังมากสิมึง!! ไม่นึกเลยว่ากำนัน กระดูกเหล็กจะหลอกได้ง่ายดายขนาดนี้” เสี่ยหัวเราะเยาะตบและเตะต่อยกำนันจนทรุดกองกับพื้นปากแตกเลือดออก เสี่ยก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อขึ้นมาตะคอก “มึงรู้ตัวรึเปล่า ว่ามึงยื่นหน้ามาขวางตีนใคร!!”
ดาวเรืองวิ่งนำปลัดมา ได้ยินเสียงปืนดังมาจากที่ใกล้มาก ทั้งสองพากันหลบ ดาวเรืองบอกว่าพวกเสี่ย ต้องเห็นเราแล้วแน่เลย ปลัดจึงเข้าใจถามว่า “ที่นี่เขตปางไม้ของเสี่ยเหรอ?”
ทั้งสองวิ่งผ่านมาจนถึงป่าโปร่งซึ่งไม่มีที่หลบซ่อน เสียงปืนไล่ตามใกล้มาทุกที จึงตัดสินใจจับมือกัน
กระโดดลงบึงบัวที่มีบัวขึ้นแน่น ทิ้งตัวจมดิ่งลงไปแล้วค่อยๆโผล่ขึ้นมากลางใบบัวที่หนาทึบ
ที่ป่าโปร่งริมบึงบัวนั่นเอง กำนันเทิ้มถูกลูกน้อง เสี่ยไล่ตามทัน กำนันถลาเข้ามาในสภาพใบหน้ามีแผลยับเยิน ต้นแขนขวาถูกยิงเลือดอาบ ตะเกียกตะกายพยายามนั่ง ครู่เดียวเสี่ยกำพลก็ย่างสามขุมเข้ามาพร้อมปืนในมือ
“ไอ้แก่เอ๊ย ฤทธิ์เยอะจนนาทีสุดท้ายเลยนะมึง จะตายอยู่แล้วยังจะทำให้พวกกูต้องเสียเหงื่อ!”
ดาวเรืองกับปลัดซ่อนตัวเงียบกริบ เห็นเสี่ยและ ลูกน้องทำร้ายกำนันอย่างเหี้ยมโหด เสี่ยยกปืนเล็งตะคอก
“มึงทำกูเสียหายหลายสิบล้าน เพราะฉะนั้นมึงต้องทรมาน... นานหน่อย” สิ้นเสียงก็ยิงที่ขาขวากำนัน เมื่อกำนันพยายามคลานหนีก็ยิงขาซ้ายจากด้านหลัง กำนันร้องลั่น แต่ไม่เพียงไม่ร้องขอชีวิต กำนันยังตะโกนด่า
“คนชั่วอย่างมึงไม่มีวันตายดี!!”
“คนไม่ตายดีน่ะมึงต่างหาก!!” เสี่ยตวาดแล้วยิงเข้าที่แขนซ้ายกำนันก่อนถีบตกลงในสระบัวอย่างอำมหิต สั่งลูกน้อง “ศพมันลอยขึ้นมาเมื่อไหร่ ค่อยลากไปเผา ในป่า” แล้วเดินกลับไปพร้อมลูกน้อง
ดาวเรืองแทบขาดใจกับภาพที่เห็น มองจุดที่กำนันเทิ้มถูกถีบลงน้ำร้องไห้โฮ ปลัดเองก็ช็อก
ooooooo
รุ่งขึ้น ดาวเรืองและปลัดไปหาผู้กำกับที่สถานีตำรวจ ดาวเรืองตบโต๊ะปังอย่างโกรธจัด ถามว่ามัวยืนทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ไปจับพวกมัน!
ผู้กำกับขอให้ใจเย็นๆแต่ดาวเรืองเย็นไม่ไหว เล่าสภาพที่กำนันเทิ้มถูกเสี่ยทำร้ายกระทั่งถีบลงสระบัว ถามผู้กำกับว่า
“คนชั่วอย่างไอ้กำพลมันไม่ควรลอยหน้าลอยตาให้คนทั้งจังหวัดยกมือไหว้มันอีกต่อไป!”
“ดาวเรือง ลืมไปแล้วหรือว่าฉันก็อยู่ที่นั่น ฉันเห็นทุกอย่างกับตาเหมือนเธอ เราสองคนจะเอาผิดเสี่ยกำพลยังไงล่ะ เรามีแค่คำพูด ชาวบ้านจะเชื่อเราหรือ ต่อให้ผู้กำกับออกหมายจับเขาเดี๋ยวนี้ เขาก็พ้นข้อหาได้ง่ายๆ เพราะหลักฐานของเราไม่พอ” ปลัดเตือนสติ
“แล้วเราจะปล่อยให้ไอ้ฆาตกรมันลอยนวลต่อไปรึไง นอกจากกำนันเทิ้มแล้ว จะต้องรอให้มีใครถูกมันฆ่าอีก!!”
“นั่นแหละที่ฉันเป็นห่วง” ผู้กำกับเอ่ยขึ้น “ถ้าเราผลีผลามทำอะไรตอนนี้ คนที่จะถูกฆ่าปิดปากเป็นรายต่อไปก็คือปลัดจินตวัฒน์และเธอ...ดาวเรือง”
“ถ้าเราดันทุรังเอาผิดเสี่ยกำพลโดยที่มีหลักฐานแค่พยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งก็คือเราสองคน นอกจากจะทวงความยุติธรรมให้กำนันเทิ้มไม่ได้แล้ว ยังสร้างปัญหาให้ผู้กำกับ แล้วเราสองคนก็จะตกอยู่ในอันตรายด้วย จะจัดการกับคนอย่างเสี่ยกำพลต้องมีสติ ต้องใช้สมอง ไม่งั้นสิ่งที่กำนันเทิ้มทำมาตลอดจะสูญเปล่า”
ดาวเรืองน้ำตาไหลพรากๆ เมื่อนึกถึงภาพที่กำนันเทิ้มถูกทำร้ายและถีบลงสระบัว...
“ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือ จัดงานศพของกำนันเทิ้มให้ดีที่สุด” ผู้กำกับสรุป เมื่อเห็นดาวเรืองสงบลง
ooooooo
ไสวได้เข้าไปอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่โดยหิ้วเสมอใจไปด้วย อ้างว่าเป็นสาวเป็นนางเลิกงานกลับบ้านดึกไม่ปลอดภัย ทำเอาวรรณแทบกระอักเลือด ถึงขั้นขีดเส้นแบ่งเขตห้ามเสมอใจล้ำเขตของตน อยู่นอกบ้านก็ให้อยู่ห่างหนึ่งเมตรเป็นอย่างน้อย
วันนี้ผู้ใหญ่กับบรรดาเมียๆยกโขยงกันไปงานศพกำนันเทิ้ม ทิ้งเสมอใจไว้ปิดบ้าน เสมอใจปดวรรณว่าแม่เวียงให้ตนไปกับวรรณ ถ้าไม่เชื่อให้โทร.ถามดู แล้วขู่ว่า
“แต่แม่เวียงยังเคืองเอ็งอยู่นะ เรื่องที่เป็นเถ้าแก่ขอเมียคนที่สิบให้พ่อน่ะ เอ็งจะกล้าขัดใจแม่ ทิ้งข้าไว้ให้เดินไปวัดคนเดียวก็ตามใจ”
“นังเหมอ!!” วรรณคำรามอย่างเจ็บใจที่ต้องไปวัดกับเสมอใจจนได้
ที่ศาลาสวด จ่าแม่นเล่าให้ชาวบ้านที่มางานฟังว่า เจอศพกำนันเทิ้มที่ดอนล้อมเก้งลอยมาติดอยู่ในดงผักตบชวา ไม่รู้ไปโดนยิงมาจากไหน ส่วนสาเหตุที่กำนันเทิ้มถูกยิงตายจ่าบอกว่าไม่รู้คดีไหน เพราะกำนันมีตั้งร้อยแปดพันเก้าคดี จะไปจับมือใครดมได้
“แต่ยังไงเราต้องหาตัวคนร้ายให้ได้ ไม่ต้องห่วง กำนันไม่ตายฟรีแน่” ผู้กำกับให้ความหวัง กำจรเสนอว่าหรือจะให้หลวงตาคงทรงเจ้าแม่ถึดทือถามกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลย หลวงตาได้ยินรีบบอกว่าไม่ได้ เจ้าแม่ท่านไม่ว่าง เรื่องคดีปล่อยให้ตำรวจจัดการ แต่ถ้าใครอยากได้ของดีเอาไว้ กันกระสุนกันมีดพร้ามากระซิบได้ พอจะมีติดย่ามอยู่บ้าง
แต่พอถึงเวลาสวดพระอภิธรรม พระครูจ้อยขอสนทนาธรรมกับญาติโยมเล็กน้อยก่อน
“ใครที่กำลังคิดจะฉวยโอกาสเอาผีบังหน้าตั้งวงหรือจะกำโปไฮโลถั่วแก้ง่วง ให้เลิกคิด เลิกฝัน ส่วนใครที่กะจะใช้งานศพหาเสียงหรือทำธุรกิจก็ให้หยุดคิดหยุดทำ เพราะมันบาป ถือว่าไม่ให้เกียรติคนตาย รู้ไหมโยมเทิ้มเกลียดเรื่องพวกนี้”
บรรดาผู้ที่มีแผนการในงานนี้ต่างสะดุ้งกันเป็นแถว
ระหว่างปลัดไปไหว้ที่หน้าโลงศพ ปลัดบอกกล่าวว่า “ผมสัญญาว่าจะจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้” ถูกดาวเรืองถามจิกว่า รู้อยู่แล้วจะรออยู่ทำไม พลันทุกคนก็ชะงักเมื่อผู้ใหญ่ผันร้องทักเสียงดัง
“อ้าว...เสี่ยกำพล เชิญครับเชิญ...”
ดาวเรืองมองขวับจนปลัดต้องเตือนให้ใจเย็นๆ อดทนไว้ ส่วนเสี่ยกำพลก็ทักทายชาวบ้านพูดโอ่น่าซึ้งใจว่า
“ไม่อยากจะเชื่อเลยครับ พอรู้ข่าว ผมทิ้งงานที่ดูไบแล้วรีบบินกลับมาเลย ถ้ายังไงผมขอเป็นเจ้าภาพในวันที่เหลือนะครับ”
ดาวเรืองพึมพำลอดไรฟัน “เล่นละครเก่งชิบเป๋ง” ปลัดกระซิบว่า “เราต้องเล่นให้เก่งกว่าเขา”
แม้จะถูกปลัดคอยติงคอยเตือนตลอดเวลาแต่ดาวเรืองก็ยังทำใจไม่ได้ จนต้องหลบไปสงบสติอารมณ์ที่มุมสงบ เมื่อปลัดตามไป ดาวเรืองบอกว่าอยากจะฆ่าไอ้คนลิ้นสองแฉก ให้ตายคามือ เห็นหน้าแล้วอยากเอาปืนไล่ยิงเหมือนที่มัน ยิงกำนันเทิ้ม ปลัดเตือนว่าแค่คิดก็บาปแล้วและนั่นไม่ใช่วิธี ของคนฉลาด เพราะนอกจากจะติดคุกแล้วยังตกนรกด้วย
“ตกก็ตกสิ จะบอกยมบาลว่าฆ่าคนชั่วคนหนักแผ่นดินตาย”
“ยมบาลท่านจะฟังหรือไม่ฟังเราไม่รู้ แต่ศาลท่านฟังถ้าเราหาหลักฐานมาได้ หยุดฟุ้งซ่านแล้วตั้งสตินะดาวเรือง อุตส่าห์อดทนมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว”
ปลัดบอกว่าหลังงานศพตนจะเริ่มลุยสืบดูว่ากำนันทิ้งเบาะแสอะไรไว้บ้าง ดาวเรืองนึกถึงจดหมายของกำนันฉบับนั้น รีบกลับไปค้นหา ปรากฏว่าบานชื่นให้ไอ้เพี้ยนเอาไปเผาทิ้งหมดแล้ว เพราะมีแต่เศษผักเศษอาหารทิ้งไว้ก็เหม็น ดาวเรืองรู้สึกสิ้นหวัง แต่ปลัดยังให้ความหวังว่า
“อย่าเพิ่งท้อ ฉันจะช่วยเธอเรียกร้องความยุติธรรมให้กำนันเทิ้มเอง เราะจะกระชากหน้ากากคนชั่วด้วยกัน”
ดาวเรืองบอกปลัดให้กลับไปเสีย เขาอยู่ที่นี่ก็มีแต่จะตายเปล่า ปลัดถามว่าทำไมตนต้องไป
“นายอยากจะเป็นอย่างกำนันเทิ้มงั้นเหรอ นายอยากถูกยิง แล้วถูกมันถีบตกน้ำ อยากโดนฆ่าหมกป่า หรือถูกพวกมันจับเผานั่งยางแบบผีไม่มีญาติรึไง!...เก็บอุดมการณ์ของนายแล้วกลับบ้านไปซะ”
ปลัดนิ่งไป พูดไม่ออก ทั้งสองนั่งเงียบกันอยู่ท่ามกลางคืนที่ไร้แสงเดือนและเงาดาว...บรรยากาศหดหู่ยิ่ง...
ooooooo
จู่ๆก็มีข่าวสะพัดและคนที่อำเภอก็เห็นว่าปลัดจินตวัฒน์ขอย้ายกลับกรุงเทพฯแล้ว และหิ้วกระเป๋าใบโตเดินผ่านไป กำจรบ่นเสียดายที่ปลัดดีๆหายากแบบนี้อยู่ได้ไม่นานก็ต้องไป
ดาวเรืองพาไอ้เพี้ยนไปทำบัตรเสร็จเดินออกมาเห็นปลัดจิ๋นหิ้วกระเป๋าเดินผ่านไปไวๆ ก็พึมพำ “ไปไหน?...” แต่ไอ้เพี้ยนรู้ บอกว่าปลัดขอย้ายแล้ว บอกดาวเรืองว่าต่อไปนี้ก็ไม่มีใครมาตามจับตามมองเราอีกแล้ว จะตีไก่ ต้มเหล้า ขายหวย เล่นไพ่ก็สบายบรื๋อ
“ใครจะไปไหนก็ช่าง แต่เอ็งต้องรีบไปโรงเรียน เร็วเข้า” ดาวเรืองพูดไปอย่างนั้น ทั้งใจหายแว้บ...
ฝ่ายวรรณพอได้ข่าวปลัดจิ๋นย้ายก็จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เตรียมเสียบเข้าไปตอนที่ดาวเรืองกำลังเศร้า ว่าแล้วก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาดาวเรืองทันที
ดาวเรืองกำลังเศร้าอยู่กับเจ้าจี๊ดจ๊าด พูดกับจี๊ดจ๊าดว่า
“ใครจะมาทนอยู่กับเราได้ตลอดล่ะ”
วรรณมาถึงพอดี บอกไอ้แหลมกับไอ้กรอดให้ยืนรอห่างๆ ตัวเองเข้าไปหาดาวเรืองหวังทำคะแนน ถูกดาวเรืองไล่จะไปตายที่ไหนก็ไป วรรณทำหน้าเป็น บอกว่าเดี๋ยวเจอกันที่บ้านแม่ยายนะจ๊ะ แล้วตะโกน...
“เฮ้ย...ไปเว้ยพวกเรา ไปเอาใจแม่ยายข้าหน่อย”
พอพวกวรรณไป ดาวเรืองก็ถอนใจเฮือก...เซ็งจนบอกไม่ถูก
ooooooo
สามทโมนไปถึงร้านดาวเรืองก็เดินวางก้ามเข้าไป บานชื่นถามว่าจะมากินหรือมากวน ถ้ามากวนก็ไสหัวออกไปเลย
“ฆ่าให้ตายก็ไม่ไป เพราะหัวใจไอ้วรรณอยู่ที่นี่... และที่มาวันนี้เพราะจะมาเสนอตัวเป็นลูกเขยให้น้าบานพิจารณา
“อันธพาลอย่างเอ็งใครจะเอาไปทำพันธุ์”
วรรณบอกว่าตนกลับตัวกลับใจได้แล้วจริงๆ แล้วขยิบตาให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอดพิสูจน์ให้ดู ทุกคนกระวี กระวาดช่วยเช็ดโต๊ะ ล้างจาน กวาดร้านกันวุ่นวายจนบานชื่นถามว่า
“อะไรเข้าสิงพวกเอ็งวะเนี่ย”
ครู่เดียวดาวเรืองก็ขี่ซาเล้งกลับมามีกล่องใส่เป็ดมาด้วย พอเห็นสามทโมนอยู่ในร้านก็บ่นแม่ว่าปล่อยให้หมาเข้ามาในร้านได้ไง เดือดร้อนต้องหายามาฉีดเห็บหมัดอีก
แต่สามทโมนโดนด่าก็ไม่สลด กลับกระดี๊กระด๊าเอาใจดาวเรืองช่วยกันยกเก้าอี้ให้นั่ง เอาน้ำมาเสิร์ฟ
“ไม่ต้อง ที่นี่ร้านข้า ไม่ต้องแส่” แล้วพูดกับเป็ดเสียงอ่อนหวาน “ไปกันเถอะเด็กๆ” แล้วต้อนฝูงเป็ดไปหลังร้าน
“ข้าวปลาไม่กิน วันๆอยู่แต่กับเป็ด มันจะอะไรกับเป็ดนักหนาเนี่ย” บานชื่นอดบ่นไม่ได้
วรรณได้ยินก็อิจฉาเป็ด เจ็บใจที่หมดปลัดที่เป็น ก้างขวางคอไปคน ยังเหลือเป็ดของปลัดเป็นหอกตำใจอยู่อีก แล้ววรรณก็แอบขโมยเป็ด ไล่จับอยู่นานก็ไม่ได้ เจอจี๊ดจ๊าดตัวเล็กกว่าเพื่อนนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ก็ตรงไปอุ้มซ่อนไว้ในเสื้อ แล้วออกมาส่งสัญญาณให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอด สองตัวนั้นทิ้งงานวิ่งออกไปขี่มอเตอร์ไซค์ตามกันไปฝุ่นตลบ
“ไอ้พวกนี้ ผีเข้าผีออก” บานชื่นบ่นเซ็งๆ
ooooooo
วรรณขโมยเจ้าจี๊ดจ๊าดกลับไปบอกบุญปลอดว่าอยากกินกะเพราเป็ด ชมว่าน้าปลอดผัดอร่อยทำให้หน่อย
“น้าไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต” บุญปลอดปฏิเสธ วรรณหันไปหาบุญปลีก ก็ถูกปฏิเสธว่า “ช่วงนี้น้าลิ้นชา ชิมอะไรไม่ค่อยรู้รส ให้เมียเบอร์สุดท้ายแต่แก่สุดของพ่อทำก็แล้วกันนะ”
“เอ็นมือข้าพลิก ก็พี่ผันน่ะสิ เรียกไปนาบ เอ๊ย...นวดอยู่เรื่อย” ไสวเล่นตัว
“ฉันทำให้จ้ะ ไปผัดให้เดี๋ยวนี้เลย” เสมอใจที่กำลังตัดเล็บเท้าให้เวียงอยู่อาสา
“เสนอหน้าอีกละ ตัดมากี่คนแล้วล่ะนั่น” วรรณทำท่ารังเกียจ
“ทั้งบ้านเลยจ้ะ แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะล้างมือให้สะอาด” เสมอใจลุกขึ้น วรรณมองๆ แล้วยื่นเป็ดให้
ooooooo
ดาวเรืองไปที่ตลาดส่งโพยหวยให้เจ๊หมวยที่ร้านขายของชำ เจ๊หมวยบ่นว่าพักนี้ไม่ค่อยมีคนแทงหวยเท่าไหร่
พอดีเจ้ามือหวยต่างตำบลเดินเข้ามาส่งโพยให้เจ๊หมวย เจ๊บอกว่ามาก็ดีแล้ว เพราะชาติลูกน้องเสี่ยกำพลบอกว่าไอ้ศักดิ์อยากได้คนเพิ่ม มีเส้นสายฝั่งโน้นบ้างไหมจัดมาให้สักสิบยี่สิบก็ดี เผื่อตนจะได้ค่าหัวคิวบ้าง
“หายากแล้วเจ๊ เขาส่งไปออกเรือทางใต้หมดแล้ว”
ดาวเรืองหูผึ่งแต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ เจ๊หมวยถามดาวเรืองว่า
“เอ็งรู้จักใครที่ฝั่งโน้นบ้างไหม หัวละเป็นหมื่นเชียวนะ”
“ฉันจะไปรู้จักใครล่ะเจ๊ ไม่เคยข้ามไปฝั่งนู้นเลย นี่ถ้ารู้ว่าค้าคนมันกำไรงามขนาดนี้ คงหาลู่ทางไว้บ้างแล้ว”
กลับจากส่งโพยหวย ดาวเรืองหิ้วถุงกล้วยแขกไปฝากผู้กำกับที่โรงพัก ถูกจ่าแม่นเตือนเรื่องผู้กำกับมีลูกมีเมียแล้วอีก ดาวเรืองเลยฝากให้จ่าเอาไปให้ก็แล้วกัน
พอผู้กำกับรับถุงกล้วยแขกก็เปิดดู รอจนจ่าแม่นออกไปแล้ว จึงเทกล้วยแขกใส่ถุงก๊อบแก๊บแล้วเอาถุงกล้วยแขกฉีกดูมีลายมือดาวเรืองเขียนว่า
“ต่างด้าว ชายแดน ลอตใหญ่”
ooooooo
ที่กรุงเทพฯ...โรสอ้างว่าพฤกษ์ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บ ฉะนั้นต้องส่งตนไปโรงพยาบาลและดูแลจนกว่าจะหาย
วันนี้พฤกษ์รับเธอออกจากโรงพยาบาล ขณะพฤกษ์ไปรับยา แฟนคลับของโรสพากันมาขอถ่ายรูป พฤกษ์กลับมาพอดีขอร้องแฟนคลับว่าโรสกำลังไม่สบาย แต่โรสบอกว่าไม่เป็นไร แล้วลุกโพสท่าให้ถ่ายอย่างนางแบบ แต่เพราะยังไม่หายดีเลยเซจะล้ม พฤกษ์ประคองไว้ทันเลยเหมือนกำลังกอดกัน บรรดาแฟนคลับกดชัตเตอร์กันมือเป็นระวิง
พฤกษ์พาโรสไปส่งที่ห้องแล้วจะกลับ เธอขอให้ช่วยอุ่นอาหารให้หน่อย อาบน้ำเสร็จจะได้ออกมากินเลย ระหว่างเธอไปอาบน้ำ และพฤกษ์อุ่นอาหารให้นั้น โทรศัพท์ที่ห้องนอนดังขึ้น พฤกษ์ปล่อยให้มันหยุดไปเองสองครั้ง พอครั้งที่สามเขาตัดสินใจเข้าไปรับ
“สวัสดีครับ อ๋อ...ใช่ครับ เบอร์คุณโรส สุดาวดี ครับ ครับ...ตอนนี้คุณโรสติดธุระ...คือ...อาบน้ำอยู่น่ะครับ...มีธุระอะไรจะฝากไว้ไหมครับ”
คนที่โทร.เข้ามาคือ จินตวัฒน์นั่นเอง! เขาตอบอย่างไม่สบายใจว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยโทร.มาใหม่ แล้ววางสาย
พฤกษ์รีบไปจัดเตรียมอาหารเสร็จก็ขอกลับบอกว่ามีธุระต้องทำต่อ ไม่นานปลัดจิ๋นก็โทร.มาใหม่ โรสเห็นเบอร์แปลกๆ พอรับสายรู้ว่าเป็นปลัดจิ๋นก็ทักว่าทำไมใช้เบอร์นี้โทร.
“แบตหมดน่ะ แต่เป็นห่วงก็เลยโทร. โรสเป็นไงบ้าง” ปลัดจิ๋นทำเสียงปกติ
โรสบอกว่าเพิ่งออกจากโรงพยาบาล อ้อนว่าตอนนี้น้ำหวานก็ไม่อยู่สงสัยต้องหาคนมาขับรถป้อนข้าวแทนแล้วล่ะ ปลัดจิ๋นเงียบไปนาน ทำใจถามว่า
“ไม่ใช่ว่าตอนนี้มีใครมาดูแลแทนผมแล้วจริงๆเหรอ”
“ไม่เอาน่า...อย่าคิดมากสิคะ...แค่นี้ก่อนนะ โรสต้องกินข้าว กินยา ต้องรีบหายเดี๋ยวไม่สวย ขอให้ทำงานให้สนุกนะคะ” พอวางสายโรสยิ้มพึมพำอย่างมีความสุข “หึงล่ะซิ...ฮิๆ”
ส่วนปลัดจิ๋นวางสายจากโรสด้วยความรู้สึกสับสน กลุ้ม ลังเล ผิดหวัง ประดังประเดเข้ามาจนตัวเองก็บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกอะไรแน่
ooooooo
ที่ร้านดาวเรือง...บานชื่นทำงานอยู่คนเดียวพอดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาก็บ่นประชด
“ตะวันไม่ตกดิน ไม่กลับบ้านนะ หายหัวทั้งวัน”
“ว่าจะเอาหัวไว้ที่บ้านก็เกรงใจ เลยเอาหัวไปทำมาหารับประทานด้วย ไปส่งโพยมาจ้ะแม่ นี่จ้ะ หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน” ดาวเรืองส่งเงินให้ บานชื่นจึงยิ้มออก ถูกไอ้เพี้ยนแซวว่าอารมณ์ดีขึ้นมากะทันหันเลย
“แต่จะเสียก็เพราะปากเอ็ง ไปล้างไม้ล้างมือให้เรียบร้อยแล้วมากินข้าว วันนี้ข้าตำน้ำพริกมะอึกของโปรดเอ็งด้วย”
“โอ๊ยยยย...อยากกินนน แต่ขอเวลาแป๊บ ไปเตรียมข้าวให้เป็ดก่อน เดี๋ยวมา”
“ชาติที่แล้วแม่มันคงชื่อเป็ดนะ ถึงได้ตามดูแลกันอยู่ได้” บานชื่นบ่น
“แหมแม่...ก็เป็ดมันตำน้ำพริกกินเองไม่เป็นนี่ ถ้ามันทำได้ฉันก็คงไม่เป็นนังแจ๋วคอยเสิร์ฟมันเช้า กลางวัน เย็น แบบนี้หรอก” ว่าแล้ววิ่งจู๊ดไป
ooooooo
ดาวเรืองวิ่งไปที่เล้าเป็ดหลังบ้าน เอาหยวกกล้วยที่สับแล้วผสมกับอาหารในกะละมังยกเข้าไปในเล้าเป็ด
“มาเร้วววว...มากินกันให้ไวเลย...จ๋อมแจ๋มพาน้องๆ มาเร้ววว”
ดาวเรืองเคาะกะละมังเรียกเป็ดมากินอาหาร เห็นเป็ดวิ่งกรูกันมาก็มองอย่างสนุกสบายใจไปด้วย แต่มองไปมองมาก็เอะใจ เมื่อไม่เห็นจี๊ดจ๊าด
“เจ้าตัวเล็ก จี๊ดจ๊าดๆๆ อยู่ไหนลูก ออกมาเร็ว... เฮ้ย...หายไปไหนวะ จุบจิบ เจย์โจ แจจึง จุ๊กจิ๊ก เห็นน้องไหมน้องหายไปไหน”
เมื่อมองหาไม่เห็น ดาวเรืองใจไม่ดี วิ่งออกจากเล้าเป็ดไปที่ร้าน เห็นบานชื่น ไอ้เพี้ยน และเสมอใจนั่งกินข้าวด้วยกันอยู่ บานชื่นเรียกดาวเรืองกินข้าว “ไอ้เรือง ชิมแกงนังเหมอดู ฝีมือเป็นรองข้านิดหน่อย แต่ก็ถือว่าใช้ได้”
“น้ำพริกน้าบานนี่ก็แซบสะบัด มื้อนี้พุงกางแน่” เสมอใจปากหวานชมคืน
บานชื่นบอกไอ้เพี้ยนให้ตักข้าวให้ดาวเรือง ดาวเรืองบอกว่ากินไม่ลง ไม่รู้จี๊ดจ๊าดหายไปไหน ถามแม่ว่าเห็นไหม เสมอใจถามว่าเป็ดหรือไก่ ไอ้เพี้ยนบอกว่าเป็ด
บานชื่นถามว่าหาดีแล้วหรือยัง มันตัวเล็กสุดอาจซุกอยู่ตรงไหนก็ได้ ดาวเรืองยืนยันว่าตนหาทั่วแล้วไม่มี
“ใครจะเอาไปทำอะไร ตัวกะเปี๊ยกแค่นั้น มากินกะเพราเป็ดดีกว่าไอ้เรือง ไอ้วรรณอุตส่าห์มีน้ำใจแบ่ง มาให้”
“ลงจากกระทะปั๊บก็แบ่งมานี่เลย ไม่รู้ไอ้วรรณมันไปเอาเป็ดมาจากไหน เป็ดสาวเนื้ออ๊อน...อ่อน”
ดาวเรืองสะดุดกึก ถามบานชื่นว่าพวกไอ้วรรณมาที่นี่รึเปล่า บานชื่นบอกว่ามันก็ไปๆ มาๆ หลายรอบ ดาวเรืองหน้าเสียถามเสมอใจว่า เป็ดที่วรรณเอาไปให้ทำ หน้าตาเป็นไง เสมอใจตอบงงๆ ว่าหน้าเหมือนเป็ดตัวเล็กสีขาวปลอด
ดาวเรืองแทบจะเข่าอ่อนตรงนั้น นึกถึงคำอาฆาตของวรรณที่ว่า “เห็นเป็ดดีกว่าข้าใช่ไหม ได้เห็นดีกันแน่ไอ้เรือง”
ดาวเรืองก็ถึงกับตัวสั่น วิ่งไปหยิบมีดอีโต้สับหมูที่เคาน์เตอร์คำรามแค้น
“ไอ้วรรณ!!!”
ดาวเรืองวิ่งไปถึงสะพานก็เหนื่อยหอบร้องไห้สงสารจี๊ดจ๊าด พลันก็สะดุ้งเฮือกเมื่อมีมือมาวางที่ไหล่ หันขวับไปพร้อมสู้ แล้วก็ต้องชะงัก อุทาน “นาย!!”
ปลัดจิ๋นถามว่าร้องไห้ทำไม ดาวเรืองย้อนถามว่าเขากลับมาทำไม ไม่ได้ย้ายกลับกรุงเทพฯ ไปแล้วหรือเพราะน้าจรกับไอ้เพี้ยนบอกว่าปลัดย้ายเข้ากรุงเทพฯ ไปแล้ว
“ก็ฉันอยู่ที่นี่แล้วจะไปไหน...ไม่ใช่ฉัน...ธีรเดชต่างหากที่ขอย้ายกลับกรุงเทพฯ ฉันเอากระเป๋าไปส่งเขาที่ท่ารถ แล้วก็ประชุมที่จังหวัด ประชุมเสร็จก็กลับมาเนี่ย อ๋อ...นี่เธอคิดว่าฉันย้ายกลับบ้านเลยเสียใจงั้นสิ เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าฉันสำคัญมากขนาดนี้” ปลัดลูบหัวดาวเรืองที่ยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้น “ไม่ต้องร้องไห้ ฉันกลับมาแล้ว”
“ฉันไม่ได้ร้องเพราะนาย!!” ดาวเรืองตวาดแว้ด ปลัดผงะร้องอ้าวถามว่า...แล้วร้องทำไม
“เจ้าจี๊ดจ๊าดมันตาย...ได้ยินไหม เจ้าจี๊ดจ๊าดมันตายแล้วว ฮือๆๆ” ปลัดผงะ ดาวเรืองตะโกน “ไอ้วรรณ ไอ้
ฆาตกร...ฉันจะฆ่ามัน!!!” ดาวเรืองชูอีโต้พุ่งออกไปทันที
ooooooo










