ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่กระท่อมเล่นไพ่หลังร้าน ดาวเรืองกับกำนันเทิ้มยืนคุยกันในมุมสลัวอย่างเคร่งเครียด

“พรุ่งนี้ พวกไอ้เสี่ยกำพลมันจะส่งยากันช่วงบ่ายข้าว่าน่าจะเป็นช่วงที่เอ็งชกมวยนั่นแหละ มันคงคิดว่าตอนนั้นทางสะดวก เพราะคนคงไปอยู่ที่วัดกันหมด”

“กำนัน...ฉันขอร้องอย่างนะ อย่าเพิ่งวู่วามทำอะไร รอให้ฉันชกมวยเสร็จแล้วฉันจะรีบไปช่วย”

“ข้าไม่ได้อยากให้เอ็งมาช่วยนะเรือง เอ็งยังเด็กงานนี้มันอันตรายเกินไป ที่ข้ามาก็แค่อยากจะให้เอ็งรู้ว่า...ถ้าข้าเป็นอะไรไป ก็เพราะไอ้เสี่ยกำพลคนเดียว”

กำนันเทิ้มตบไหล่ดาวเรืองเบาๆยิ้มบางๆ ก่อนหันหลังเดินจากไป ส่วนดาวเรืองยืนตื้อใจคอไม่ดี

ฝ่ายปลัดจิ๋น หลังจากจ่าแม่นขอความร่วมมือแล้วก็ติดตามการเคลื่อนไหวของดาวเรืองแจ คืนนี้ก็มาหาจนดาวเรืองถามว่าไม่หลับไม่นอนกันรึไง

“ฉันนอนไม่หลับ” ปลัดบอก ดาวเรืองถามกวนๆว่าแล้วถ่อมาถึงนี่คิดว่าตนจะช่วยได้รึไง“เธอช่วยได้...ดาวเรือง... เลิกเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเสีย เธอเป็นคนฉลาด เธอรู้จักโทษของมัน เธอรู้ดีว่ามันเป็นภัยมืดที่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมามากแค่ไหน”

ปลัดพยายามพูดให้ดูขรึมขลัง แต่ดาวเรืองฟังแล้วทำหน้ากวนๆย้อนถาม “แล้วไง???” คำถามนี้เองทำให้ปลัดยิ่งเชื่อว่าดาวเรืองรู้เรื่องนี้แน่ๆ ตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ปรารถนาดีว่า

“เอาเป็นว่า ฉันขอร้องให้เธอเลิกยุ่งเกี่ยวกับมัน ฉันเตือนเธอได้เท่านี้ เพราะอย่างที่ฉันบอก เธอเป็นเด็กฉลาด...ขาดแต่สามัญสำนึกเท่านั้นแหละ ที่เธอต้องถามตัวเองว่า เธอยังมีอยู่รึเปล่า”

ปลัดพูดด้วยท่าทีที่นิ่งมากจนทำให้ดาวเรืองกะล่อนไม่ออก ยืนหน้าชาอึดอัดอื้ออึง...อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ooooooo

งานวัดเริ่มแล้วแสงสี สายรุ้ง ร้านค้า และชาวบ้านนุ่งห่มสวยงาม พากันมาเที่ยวงานวัดกันอย่างสดชื่นแจ่มใส

งานนี้ เวียงเมียเบอร์ 1 ของผู้ใหญ่มาเปิดร้าน “ผัดไทเวียง” โดยมีเมียอันดับ 7–8–9 มาเป็นลูกมืออย่างเอาการเอางาน ไสวมาเปิดร้านนวดสมุนไพรมีเสมอใจเป็นผู้ช่วย แต่ไม่ว่าร้านผัดไทเวียงหรือร้านนวดสมุนไพรพอถึงเวลาชกมวยก็พากันปิดร้านไปดูวรรณชกกับดาวเรือง

ที่เวทีมวย...กำจรทำหน้าที่ดำเนินรายการ ขึ้นเวทีแนะนำเสี่ยกำพล ชอบอุปถัมภ์ ประธานจัดงาน รองประธานคือนายอำเภอไพศาลกับภริยาและผู้กำกับสันติสุข สิ้นเสียงปรบมือเกรียวกราว กำจรก็ประกาศต่อ

“และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ ปลัดจินตวัฒน์ วิโสภา ผู้ประสานงานที่ทำให้งานวัดของเราดำเนินมาอย่างราบรื่นจนวันสุดท้าย สำหรับกรรมการห้ามมวยบนเวที ได้แก่จ่าแม่น เก่งหมุด ผู้ที่สมัยเรียนมัธยมเคยเป็นตัวแทนโรงเรียนวัดดอนล้อมแรด ไปแข่งชกมวยระดับจังหวัดมาแล้ว”

จ่าแม่นในชุดวอร์มจัดเต็ม ขึ้นไปกลางเวทีทั้งเต้นฟุตเวิร์กทั้งออกหมัดราวกับจะชกเสียเอง กำจรประกาศต่อว่า

“และอันดับต่อไป เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมขอเชิญนักมวยทั้งสองฝ่ายขึ้นเวที นักมวยมุมแดง ส.สุวรรณน้อย ศิษย์พ่อผัน ตามด้วยนักมวยมุมน้ำเงินเรืองพิฆาต ลูกแม่บาน โค้ชผู้ฝึกสอนของเรืองพิฆาต ลูกแม่บานคือหลวงตาคง ส่วน ส.สุวรรณน้อย มุมแดง ไม่มีใครสั่งสอน”

“เฮ้ย!!” ผู้ใหญ่ผันร้องลั่น

“เอ๊ย...โค้ชผู้ฝึกสอนคือ ผู้ใหญ่ผัน บิดาบังเกิดเกล้านั่นเอง” กำจรรีบแก้เหมือนเล่นมุก แล้วประกาศกติกาการชกครั้งนี้ว่า เรืองพิฆาต จะชกมวยไทย ส่วน ส.สุวรรณน้อย จะชกมวยสากล ผู้ชนะไม่ได้อะไร นอกจากนำความภาค ภูมิใจมาสู่วงศ์ตระกูลและชุมชน รายได้ค่าบัตรชมจะถวายวัดทำบุญทุกบาททุกสตางค์ แล้วกำจรก็ทำเสียงตื่นเต้นแบบมืออาชีพประกาศว่า

“และตอนนี้ ก็ได้เวลาอันสมควรแล้ว เชิญทุกท่านชมการชกมวยคู่ประวัติศาสตร์ระหว่างชายกับหญิงได้ ณ บัดนี้”

“แก๊ง!” ระฆังยกหนึ่งดังขึ้น นักมวยออกจากมุม...

เพราะวรรณซ้อมแต่จะกอดจูบดาวเรือง พอเดินเข้าหาก็มุ่งแต่จะกอดซุกไซ้เข้าคลุกวงใน ทำทีชกปลายนวมเฉียดหน้าดาวเรืองไปมา แต่ดาวเรืองกลับล้มผงะหงายหลังพิงเชือกแล้วเด้งมาล้มฟุบกลางเวทีทำราวกับถูกซัดเต็มแรง วรรณตกใจมองหมัดตัวเองงงๆ เพียงอึดใจต่อมา ดาวเรืองก็ถูกซัดลงไปกองอีก ทำเอาทั้งปลัดและบานชื่นตกใจ

“โอ๊ย...ตายๆๆๆ ไอ้เรืองล้มเป็นครั้งที่สองแล้วววว” กำจรร้อนใจ

ดาวเรืองค่อยๆเงยหน้าขึ้นค่อยๆปล่อยน้ำแดงไหลออกมาจากมุมปาก วรรณแทบช็อก กำจรเข้ามาบอกว่า

“กรรมการจะนับแล้วนะ ไอ้เรืองจะชกต่อไหวไหม เอ๊ะ...ใกล้จะหมดยกรึยังเนี่ย ทำไมยก 1 นานจริง” สิ้นเสียงกำจรระฆังหมดยกก็ดังขึ้น ดาวเรืองทำเป็นลุกขึ้นเดินตุปัดตุเป๋เข้ามุม แต่แอบสบตากับบานชื่นทำนองว่าสบายมาก

บานชื่นดราม่า ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาสงสารลูก หยิบโพยออกมาบรรดาคอมวยรุมล้อมมาแทงมวยเพิ่มอึกทึก

ที่มุมน้ำเงิน หลวงตาคงเข้ามาบอกดาวเรืองด้วยความเป็นห่วงว่า ถึงกับเลือดตกยางออกแบบนี้อย่าชกต่อเลย

“ฉันไหวหลงตา ไอ้เรืองซะอย่าง” หลวงตาถามว่าโดนหมัดจริงๆหรือเปล่า ดาวเรืองตอบหน้าตายว่า “ไม่โดน”

“อ้าว...แล้วเอ็งล้มทำไม”

“ล้มเอาตังค์”

“ไอ้เวร! เอ็งทำข้าผิดศีลไปด้วย”

“เอาน่าหลงตา...เมื่อวานฉันช่วยหลงตา วันนี้หลงตาช่วยฉัน เจ๊ากันน่า...เออ แล้วนี่ไอ้เพี้ยนไปไหน”

ไอ้เพี้ยนไปยืนฉี่ที่มุมสลัว  เสร็จแล้วกำลังจะกลับ ได้ยินเสียงเสี่ยกำพลคุยโทรศัพท์เลยซุ่มแอบฟัง

“ถ้าทางสะดวกก็เลื่อนเวลาส่งของให้เร็วขึ้น อีก 20 นาที พวกเอ็งออกมาได้เลย” เสี่ยกำพลสั่งแล้วกดปิด ต่อไปอีกสายพูดอ่อนน้อม “สวัสดีครับท่าน ของเรียบร้อยแล้วนะครับ ครับ...ได้ครับ...ไม่มีปัญหาครับท่าน”

ไอ้เพี้ยนหูผึ่ง พอหลบออกมาได้ก็โกยอ้าวมาที่เวทีมวย เจอดาวเรืองยังอยู่ที่มุม ไอ้เพี้ยนเล่าอย่างตื่นเต้นว่า

“ฉันได้ยินเสี่ยมันคุยโทรศัพท์ว่าให้ส่งของภายใน 20 นาทีนี้แล้ว”

ดาวเรืองผงะตัดสินใจเปลี่ยนแผนการชกใหม่ ยังไงก็ต้องน็อกวรรณให้ได้ภายในยก 2 ถามไอ้เพี้ยนว่า ผ้าชุบน้ำมันหม่องอยู่ไหน หลวงตาคงถามดาวเรืองว่าไหวแน่นะ ถึงขนาดต้องใช้น้ำมันหม่องแบบนี้เลิกชกเสียเถอะ ดาวเรืองไม่สนใจ พอไอ้เพี้ยนเอาผ้าชุบน้ำมันหม่องออกมา ดาวเรืองก็ยื่นนวมให้เช็ดทั้งสองข้างเนียนๆ ทำเหมือนตรวจนวม
“ไอ้เรือง...มันไม่ถูกนะเว้ย...เอ็งไม่ควร...” หลวงตาคงทักท้วง

“เหอะน่า...หลงตาก็หลับตาไปซิ ไม่รู้ไม่เห็นก็ไม่บาป” หลวงตาคงเลยเงียบ

ooooooo

ยกที่ 2 ดาวเรืองเริ่มเป็นฝ่ายรุก ทำทีชกถูกบ้างผิดบ้าง จนกระทั่งได้จังหวะตะบันเข้าเบ้าตาวรรณเต็มๆ วรรณถึงกับลืมตาไม่ขึ้นเพราะโดนยาหม่องเข้าเต็มเบ้าตา กำจรพากย์อย่างเมามันว่า

“ไอ้วรรณโดนหมัดเหล็กลูกแม่บานเข้าไป ถึงกับนั่งร้องไห้ให้กรรมการเข้าไปนับ ตกลงชกต่อไหวไหม เอ้า...ไอ้วรรณแข็งใจลุกขึ้นมาชกต่อครับ แหม...ใจสู้จริงๆคู่นี้กินกันไม่ลง...”

แต่เพราะโดนยาหม่องเข้าเต็มเบ้าตา วรรณลืมตาไม่ขึ้น ในที่สุดก็ถูกดาวเรืองเสยหลับกลางอากาศร่วงไปกองที่พื้นเวทีแน่นิ่ง ทำเอาผู้ชมพากันเงียบกริบ!

จ่าแม่นเข้าไปชูแขนดาวเรืองให้เป็นผู้ชนะน็อก พลิกล็อกนักแทงมวยจนหงายไม่เป็นท่าไม่ผิดกับวรรณบนเวที!

พอจ่าแม่นประกาศผลมวย ดาวเรืองก็มุดเชือกลงจากเวที จ่าแม่นก็ถอดชุดวอร์มที่ใส่ทับชุดตำรวจกลายเป็นตำรวจพร้อมปฏิบัติหน้าที่กระโดดข้ามเชือกตามดาวเรืองไป พวกตำรวจที่แฝงตัวอยู่พากันวิ่งตาม ท่ามกลางความงุนงงของหลวงตาคง ส่วนกำจรวิ่งไปเอาเงินชนะพนันจากบานชื่นทันที

ปลัดเกาะติดดาวเรืองแจ ไล่ตามไปถามว่าจะรีบไปส่งยาหรือ ดาวเรืองกำลังรีบไม่มีเวลากวนประสาทเลยตะโกนไล่ อย่ามายุ่ง แล้วขี่มอเตอร์ไซค์ซิ่งออกไปปลัดยืนมึน ส่วนจ่าแม่นตามมาถาม “ไอ้เรืองมันหนีไปทางไหนครับปลัด!”

บนถนนในหมู่บ้าน มีรถมอเตอร์ไซค์ของดาวเรืองบิดซิ่ง รถกระบะของตำรวจไล่บี้เอาเป็นเอาตาย ทันใดนั้นมีรถบรรทุกฟักทองเต็มคันขับมาอย่างเร็ว ครู่เดียวก็มีมอเตอร์ไซค์อีกคัน  ชายคนขับใส่ชุดดำสวมหมวกกันน็อกมิดชิดไล่ตามรถบรรทุกฟักทองมาฝุ่นตลบ เขาคือกำนันเทิ้มนั่นเอง!

จู่ๆ กำนันเทิ้มก็หักมอเตอร์ไซค์เข้าซอยย่อยเพื่อไปดักรถขนฟักทองแต่ไม่ทันเลยไล่บี้ไปอีก

คนขับรถขนฟักทอง บอกศักดิ์ที่นั่งข้างๆ ว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้นตามเราจริงๆ พริบตานั้นมอเตอร์ไซค์ของดาวเรืองก็ตัดหน้ารถกระบะ จนรถกระบะหักออกซ้ายชนต้นไม้ข้างทางพลิกคว่ำ ฟักทองหกกลิ้งเกลื่อนถนนกีดขวางเส้นทาง ดาวเรืองลงจากมอเตอร์ไซค์มองรถบรรทุกฟักทองที่พลิกคว่ำ

“ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร” ดาวเรืองพูดอย่างสะใจ

เพราะฟักทองเกลื่อนถนนทำให้รถตำรวจที่ตามมาต้องหยุด ปลัดเห็นดาวเรืองยืนอยู่ก็ลงไปหา พอคนขับรถบรรทุกฟักทองเห็นตำรวจก็วิ่งหนี กำนันเทิ้มแยกไปจับศักดิ์ ส่วนตำรวจวิ่งไปล็อกตัวคนขับ

กำนันเทิ้มกลับมาดูของกลาง จับฟักทองที่ปริบิออก พบยาบ้าซุกอยู่ในฟักทองที่คว้านเนื้อออกแล้ว คนขับรถปฏิเสธเสียงหลงว่าไม่ใช่ของตน ตนแค่รับจ้างขับรถเฉยๆ ไม่รู้เรื่องด้วย

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น มีอะไรไปพูดกันที่โรงพัก” จ่าแม่นตัดบท พาไปขึ้นรถตำรวจ

ขณะนั้นเอง ปลัดเห็นดาวเรืองขี่มอเตอร์ไซค์หนี ทำให้ปลัดยิ่งสงสัย

ooooooo

ดาวเรืองรีบกลับไปที่เวทีมวย เจอบานชื่นนั่งนับเงินอยู่ข้างเวที ไอ้เพี้ยนคอยช่วยอยู่ใกล้ๆ บานชื่นถามดาวเรืองว่าหายไปไหนมา ชนะแล้วก็รีบมาทำตามกติกาเสียดีๆ วรรณเร่งยิกๆอยากให้ดาวเรืองขี่คอ

ดาวเรืองหันไปเห็นบานชื่น เกิดความคิดแวบขึ้นมาทำเป็นหัวหมอ อ้างว่าแค่บอกกันว่าแพ้ต้องให้ขี่คอแต่ไม่ได้บอกว่าใครขี่ แม่กำลังจะไปตลาดให้ขี่คอวรรณไปเลย วรรณไม่ยอมแบกคนแก่ อ้างว่ากลัวหลังหัก ผู้ใหญ่ผันที่หลงรักบานชื่นตั้งแต่วัยหนุ่มอาสาให้ขี่คอตนแทน ดาวเรืองไม่ยอมเพราะผิดกติกา

“ก็ได้ๆๆ แต่...ขอลดโทษเหลือขี่หลังแทนได้ไหม” วรรณต่อรอง ดาวเรืองยอมแต่ต้องจ่ายค่าปรับ 3,000 บาท เวียงยอมจ่ายเพราะสงสารลูก วรรณต่อรองอีกว่าเอาแค่ขี่รอบศาลาการเปรียญก็พอเพราะรอบวัดมันใหญ่ไป ดาวเรืองยอมแต่ต้องขึ้นค่าปรับเพิ่มอีก 2,000 บาท รวมเป็น 5,000 บาท

“แล้วถ้าแค่วนรอบโกศตระกูลขยันสอนล่ะ” วรรณต่อรองให้แคบที่สุด ดาวเรืองยอมแต่ให้เพิ่มค่าปรับเป็น 7,000 บาท เวียงเลยสั่งชาวบ้านให้ช่วยอุ้มบานชื่นขี่หลังวรรณ วรรณร้องไห้แงๆ ที่ต้องมาแบกคนแก่

ooooooo

เมื่อกำจรสรุปรายได้จากการจัดงานวัดครั้งนี้ได้สองแสนเจ็ดหมื่นกว่า หลวงตาคงนำเงินที่ชนะการแข่งขันทำที่อาบน้ำสงฆ์สมทบรวมกับเงินยอดจำหน่ายผ้ายันต์กันจนได้หกหมื่นกว่าบาท ดาวเรืองเอาเงินค่าปรับวรรณสมทบอีกเจ็ดพัน

“เอาล่ะครับ สำหรับยอดทำบุญปีนี้ รวมแล้วเท่ากับ 345,927.75 สตางค์”

“ผมขอสมทบยอดให้เป็นเลขกลมๆสวยๆ ที่ 4 แสนบาท ครับ”

ทุกคนอนุโมทนาสาธุ เสี่ยยิ้มเต็มหน้า พริบตาเดียวก็หน้าเสียเมื่อจ่าแม่นมารายงานว่า พวกตนสามารถจับรถขนยาบ้ารายใหญ่ได้ของกลางทั้งสิ้นแสนเม็ดมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท ดาวเรืองได้ทีพูดกระทบเสี่ยว่า

“ไอ้พวกค้ายา จับเข้าคุกอย่างเดียวไม่พอ ต้องเอาไปประหารตั้งแต่คนทำ คนส่ง โดยเฉพาะพ่อค้าคนกลางหน้าเลือด”

เสี่ยทำเป็นผสมโรง เรียกร้องชาวบ้านให้ช่วยกันสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาให้ตำรวจด้วย แต่พอลับหลังเสี่ยสบถอย่างหัวเสียกับชาติลูกน้องคนสนิทว่า “พวกมึงรู้ไหมว่าวันนี้กูเสียเงินไปเท่าไหร่” ด่าชาติว่าบัดซบ ปล่อยให้คนขับถูกจับไปได้ยังไง ชาติบอกว่าคนขับไม่รู้ว่าใครจ้างมา และเราซ่อนอะไรไว้ในฟักทอง

“หรือว่ามันเป็นสายให้ตำรวจ” เสี่ยระแวงชาติยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะศักดิ์ดูรูปแล้วจำได้ว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามบี้เราคือกำนันเทิ้ม

“ไอ้เวรนี่ไม่เลิกจองล้างจองผลาญกูสักที เก็บมันทั้งคู่ ทั้งไอ้คนขับกับไอ้เทิ้ม มันตายเร็วได้เท่าไหร่ยิ่งดี” เสี่ยสั่งเสียงเหี้ยม

จากรูปการณ์ในวันนั้น ปลัดเริ่มเข้าใจแล้วว่า ที่แท้ดาวเรืองนำทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับยาบ้า แสดงมิตรไมตรีจะขอเป็นเพื่อนเธอ ดาวเรืองมีข้อแม้ว่าจะยอมรับเป็นเพื่อนก็ต่อเมื่อปลัดทำให้เห็นว่ามีความจริงใจพอ

“ก็ได้...ฉันจะทำให้เธอดู” ปลัดพูดอย่างหมายมาด แต่อีกใจก็แอบคิดว่า “เธอกำลังทำอะไรกันแน่นะ??”

วันนี้ ดาวเรืองไปรับรางวัลนำจับกับผู้กำกับที่ สน.ดอนพัฒนา ผู้กำกับเป็นห่วงความปลอดภัยของดาวเรืองถามว่าวันนั้นพวกมันไม่เห็นหน้าเธอใช่ไหม ตำหนินิดๆ ว่าตนแค่ให้สะกดรอยตาม แต่นี่เล่นขี่รถปาดหน้าเลย ทีหลังต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

ระหว่างนั้นเอง คนขับรถที่ขังอยู่ในห้องก็โวยวายขอความช่วยเหลือน้ำลายฟูมปาก ผู้กำกับผละจากดาวเรืองสั่งหมู่จ้อยให้พาผู้ต้องหาไปส่งโรงพยาบาล แต่พอเอาตัวออกมาเท่านั้น เขาก็สิ้นใจเสียแล้ว หมู่จ้อยบอกว่าเขาเพิ่งกินข้าวผัดกับโอเลี้ยงที่มีคนเอามาเยี่ยมไปเมื่อกี๊เอง กำนันเทิ้มกับดาวเรืองมองหน้าอย่างรู้กันว่า นี่คือการเชือดไก่ให้ลิงดู ไม่ใช่การฆ่าตัดตอน

ooooooo

ชกมวยแพ้ดาวเรืองครั้งนี้ วรรณและครอบครัวเสียหน้ามาก วรรณบอกเวียงว่าตนจะแก้หน้ากู้ศักดิ์ศรีวงศ์ตระกูลคืนมา แล้วก็ไปหาหลวงตาคงที่สำนัก ขอให้หาฤกษ์ดีให้หน่อยแต่ไม่ยอมบอกว่าต้องการฤกษ์อะไร

เมื่อหลวงตาถามว่าไอ้ฤกษ์ดีน่ะฤกษ์อะไร ไอ้กรอดตอบแทนว่าวรรณจะมาขอฤกษ์ฉุด ไอ้แหลมกลัวลูกพี่เผลอ ร้องเตือนว่า “อย่าบอกนะพี่วรรณ” ไอ้กรอดย้ำว่า “ใช่ๆ เดี๋ยวไอ้เรืองรู้ขึ้นมาจะโดนเตะเอา” ไอ้แหลมเบิ้ดกะโหลก ไอ้กรอดด่า

“ไอ้โง่เอ๊ย...ทีนี้หลวงตาก็รู้หมดสิว่า พี่วรรณจะไปฉุดไอ้เรือง”

หลวงตาคงเลยรู้ว่าวรรณจะหาฤกษ์ไปฉุดดาวเรือง จึงให้ฤกษ์ไป

จากนั้นไปบอกดาวเรืองกับบานชื่นให้รู้ตัว แต่แทนที่ตนจะบอกฤกษ์วิวาห์เหาะกลับบอกฤกษ์โลกาวินาศให้ไป เตือนทั้งสองให้ระวัง แต่ดาวเรืองกลับนั่งยิ้มกริ่มในขณะที่ “หัวไอ้เรือง” ก็วางแผนบางอย่างในใจ

เสมอใจได้ข่าววรรณขอฤกษ์ฉุดดาวเรืองก็เสียใจ ไปไหว้โกศแม่บอกว่าทำใจไม่ได้ที่วรรณจะฉุดดาวเรืองไปทำเมียตัดสินใจเสียสละตัวเองให้วรรณฉุดแทน

จากนั้นก็ไปหาซื้อชุดสวยที่ร้านขายเสื้อผ้าในตลาดดอนพัฒนา ซื้อได้สองชุดก็พึมพำบอกแม่ว่า

“แม่จ๊ะ เหมอปล่อยให้ไอ้เรืองตายทั้งเป็นไม่ได้จริงๆ แม่เห็นดีเห็นงามใช่ไหมจ๊ะ...จ้ะ...งั้นเหมอจะยอมแรดเงียบเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อปิดฉากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดเอง...

ooooooo

วรรณเองก็ไปซื้อชุดเข้าหอที่ตลาด ระหว่างเดินกลับ ทบทวนกับไอ้แหลมและไอ้กรอดถึงฤกษ์ต่างๆ ไล่ไปทีละฤกษ์

อันดับแรกฤกษ์ย่างเท้าออกจากบ้าน? “สองทุ่มสิบห้า” ฤกษ์ฉุด? “สองทุ่มครึ่ง” เรือนหอรอรัก? “กระท่อมปลายนา” ฤกษ์สังหาร? “สามทุ่ม” ไอ้แหลมกับไอ้กรอดตอบได้เป๊ะๆทุกฤกษ์

ระหว่างนั้นเดินสวนกับปลัดและกำจร วรรณก็คันปากอยากโอ่บอกปลัดว่าให้เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้สักโหลคืนนี้ได้น้ำตาเช็ดหัวเข่าแน่

“มันพล่ามเรื่องอะไร คุณปลัดจะน้ำตาเช็ดหัวเข่าเรื่องอะไรเหรอครับ” กำจรถามงงๆ

“ไม่รู้สิ” ปลัดเองก็งงแต่ไม่สนใจ พากันเดินต่อไป

เสมอใจไปหาซื้อชุดให้ดาวเรืองแอบเผื่อตัวเองชุดหนึ่ง เลียบเคียงถามว่าดาวเรืองจะไปแน่หรือ ดาวเรืองยืนยันว่าคนอย่างไอ้เรืองพูดคำไหนคำนั้น แล้วหันไปสั่งไอ้เพี้ยน

“เดี๋ยวเอ็งรีบไปปล่อยข่าว ให้ถึงหูไอ้วรรณ ว่าคืนนี้ข้าจะไปรอที่ใต้ต้นมะขามเนินอีเห็น ข้าจะนุ่งชุดนี้ สีนี้ ไปรออยู่ที่นั่นตอนสองทุ่มครึ่ง แต่ข้าว่าจะไปช้าสัก 15 นาที ให้มันกระวนกระวายใจเล่น”

เสมอใจท่องเวลานัดให้ขึ้นใจแล้วรีบผละไป

ดาวเรืองสั่งไอ้เพี้ยนให้ทำสลากเลือกตัวตายตัวแทนให้ตนสัก 2-3 คน จะม่ายหรือโสดได้หมดขอแบบอายุ 40 ขึ้น ไอ้เพี้ยนติงว่าแก่ปานนั้นเลยหรือ ดาวเรืองถามขำๆ ว่าไม่ดีหรือวรรณจะได้ทั้งเมียทั้งแม่เลยไง ไอ้เพี้ยนเสนอมาหลายคนตั้งแต่อายุ 65 ลดลงมาเรื่อยจนลงตัวที่ 49 ครึ่ง จับสลากได้ที่ไสวพอดี๊พอดี

พอดาวเรืองไปที่ร้านสมุนไพรของไสวบอกว่ามีหนุ่มหลงรักป้าไหวใจจะขาดเลยกะจะฉุด ทำเอาป้าไหวดี๊ด๊าเป็นไก่แก่แม่ปลาช่อนพยายามถามว่าใคร ดาวเรืองอำไว้ไม่ยอมบอก เอาชุดให้บอกว่าคืนนี้สองทุ่มสี่สิบห้าให้ไปรอที่ใต้ต้นมะขามเนินอีเห็น เตือนอย่างเจ้าเล่ห์ว่า อย่าลืมเอาผ้าคลุมหัวไว้ด้วยเพราะช่วงนี้น้ำค้างแรงเดี๋ยวจะไม่สบาย

บ่ายแก่ๆ ไสวไปนวดหน้าให้เวียงที่บ้านผู้ใหญ่ผัน คุยให้ฟังอย่างมีความสุขว่าตนจะมีผัวแล้ว ทำเอาทั้งเวียง บุญปลีกบุญปลอดทึ่ง ถามว่าใคร คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ไสวบอกว่าไม่เคยเห็นและไม่เคยคบกัน เวียงถามงงๆขำๆว่า

“ถ้าเกิดมันเตี้ยเท่าหมา อ้วนเป็นหมี หน้าเหมือนหมู เอ็งจะทำยังไง”

“ข้าอยากเห็นผู้ชายที่จะมาเป็นผัวเอ็งจริงจริ๊ง... นังไหว หนังหน้ามันจะเป็นยังไงวะ” พูดแล้ว ผู้ใหญ่ผันหัวเราะก้ากๆ

ตกค่ำ ไสวกับเสมอใจต่างนั่งทำเล็บตัวเองด้วยท่าทางอึกอักเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูด เพราะต่างก็มีแผนการจะไปให้ผู้ชายฉุดที่ใต้ต้นมะขามเนินอีเห็น สุดท้ายไสวเอ่ยปากฝากฝังเสมอใจว่าถ้าตนไม่อยู่ก็ให้ดูแลร้านให้ด้วย เสมอใจเองก็ไม่กล้ารับปากเพราะตัวเองก็กำลังจะไปให้ผู้ชายฉุดเหมือนกัน ต่างอำไว้ไม่บอกกันแต่นั่งทำเล็บไปก็อมยิ้มไปอย่างมีความสุขว่าคืนนี้จะได้เป็นเมียแล้ว...

พอใกล้เวลา สองสาวต่างวัยก็ใส่ชุดสวย เอาผ้าโพกหัวบ่ายหน้าไปที่ใต้ต้นมะขามเนินอีเห็น แต่ไสวนึกได้ว่าลืมกินยาสาวร้อยผัวกลัวสู้แรงเด็กไม่ได้ เลยรีบกลับมาเทจากขวดโหลใส่แก้วใบใหญ่หมายเสริมพลังเต็มที่ ดื่มรวดเดียวหมดซี๊ดปากบอกตัวเองอย่างมุ่งมั่นว่า

“ยังไงก็สู้ตายไปข้างละวะ...”

ooooooo

ที่ใต้ต้นมะขามเนินอีเห็น เสมอใจมาคอยอยู่ นั่งภาวนาให้แม่เอาใจช่วยตนด้วย ทันใดนั้นมีกระสอบคลุมลงมาบนหัว เสมอใจดีใจจนแทบกรี๊ด ทำทีดีดดิ้นพอเป็นพิธีกลัวดิ้นมากเดี๋ยวหลุดจริงๆจะอด

ไอ้กรอดเผลอตะโกน “อย่าดิ้นสิวะไอ้เรือง!!” ถูกไอ้แหมด่าว่า

“มึงจะตะโกนทำไมวะ เดี๋ยวมันก็รู้หรอกว่าพี่วรรณให้มาฉุด!” แล้วทั้งสองก็ช่วยกันหามเสมอใจในกระสอบไป

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนมาติดตามผลงานอยู่พากันหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง พลันก็สะดุ้งเมื่อปลัดโผล่มาจากข้างหลังถามว่าทำอะไรกัน! ดาวเรืองตอบทันทีว่า “หายใจอยู่ มีไรป่ะ!” ปลัดเลยคร้านที่จะต่อปากต่อคำด้วยแต่ยังเดินตามดาวเรืองกลับไป จนดาวเรืองถามว่าจะเดินตามทำไม!

ถูกซักไซ้มากเข้า ปลัดเลยบอกว่าจะมาตรวจบัญชีเป็ด ดาวเรืองบ่นรำคาญเดี๋ยวจะเอาไปปล่อยวัดเสียให้หมด

“ถ้าไม่อยากเลี้ยง ฉันจะเอาไปให้เสมอใจเลี้ยง”

“ไม่ต้อง! คนพูดเล่นพูดจริงยังแยกไม่ออก แบบนี้จะไปตรวจสอบใครได้ ถามจริง เป่ายิ้งฉุบมาเป็นปลัดรึเปล่าเนี่ย” พูดแล้วมองหน้าก่อนเดินกวนๆไป ปลัดมองแล้วส่ายหน้าแต่ก็ยังตามไปอีก

เดินตามกันมาจนถึงเล้าเป็ด ปลัดตรงไปดูอาหารเป็ดในกระสอบที่ยังมีอยู่เยอะ ถามว่าทำไมอาหารเหลือเยอะล่ะ ดาวเรืองบอกว่าเพิ่งไปซื้อมาเติม ปลัดถามอีกว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อ? เงินไม่พอทำไมไม่บอก

“ก็เคยถามไหมล่ะ เจอหน้าก็เอาแต่สอบสวนๆ ต้มเหล้าเปล่า ขายยาเปล่า เปิดบ่อนเปล่า เล่นหวยเปล่า ในสายตานาย ฉันก็ทำได้แค่นี้แหละ” ดาวเรืองพูดฉอดๆจนปลัดหน้าเสียพูดได้แค่ว่า ประชดเก่งจริงนะเรา แล้วส่งเงินให้ 1,000 บาท พอดาวเรืองจะรับก็ดึงมือกลับถามว่า

“เคยสอนว่าไง” ดาวเรืองยกมือไหว้แผลบ ปลัดจึงยื่นเงินให้ ดาวเรืองคว้าหมับ ถูกอบรมต่ออีก “เป็นเด็ก ต้องรู้จักมือไม้อ่อน ผู้ใหญ่จะได้รักได้เอ็นดู”

“ฉันไม่ใช่เด็ก แล้วก็ไม่ได้อยากให้ใครมารักมาเอ็นดูด้วย”

“ยกเว้นนายวรรณ?”

ผลคือถูกดาวเรืองผลักก้นจ้ำเบ้าลงไปบนกองขี้เป็ด “นี่แน่ะ!! จับคู่ให้คนนั้นคนนี้ดีนัก เป็นไง ขี้เป็ดหอมไหมคะคุณปลัด ฮ่าๆๆ โอ๊ยง่วงจัง ไปนอนก่อนดีกว่า” ว่าแล้วเดินหัวเราะร่าออกไป

“แสบจริงๆ” ปลัดพูดได้แค่นั้น ต้องช่วยตัวเองลุกจากกองขี้เป็ดเหม็นไปทั้งตัว

ooooooo

ที่กระท่อมปลายนา ไอ้แหลมกับไอ้กรอดช่วยกันหามกระสอบที่เสมอใจดิ้นกระดุ๊บๆไปวางไว้บนเตียงที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต่างหอบแฮ่ก

วรรณที่ไปโด๊ปโอวัลตินกับไข่ลวก 5 ฟองที่ร้านดาวเรือง กระสันกระฉูดเข้าไปที่เตียง ไล่ไอ้แหลมกับไอ้กรอดให้ออกไปเฝ้าหน้ากระท่อมห้ามใครมายุ่งเด็ดขาด แล้วเดินไปดึงกระสอบทางหัวออก พลันก็ช็อกอุทานเสียงแทบไม่เป็นคน

“นังเหมอ!!”

เสมอใจยิ้มหวานทำท่าเขินอายที่จะได้เป็นเมียวรรณสมใจหมาย แต่วรรณกลับถามว่ามาได้ไง! ไล่ตะเพิดเสมอใจให้กลับไป เสมอใจอ้างว่าตนไม่ได้มาเองแต่ถูกฉุดมา เว้าวอนว่า “ข้ารักเอ็งไอ้วรรณ” วรรณบอกว่าตนรักดาวเรืองต่างหากชี้หน้าด่าสาดเสียเทเสียย้ำว่า “ข้าไม่มีวันรักเอ็ง ได้ยินไหม!!” วรรณด่าจนเสมอใจจนวิ่งร้องไห้ออกไป

“ไอ้โง่เอ๊ยย ใช้งานอะไรไม่เคยสำเร็จสักอย่าง” วรรณด่าไอ้แหลมกับไอ้กรอด แล้วพรวดพราดออกไปบอกทั้งสองว่าจะไปฉุดดาวเรืองเอง ชี้หน้าทั้งสองทั้งด่าทั้งสั่งทั้งขู่  “โง่ๆ อย่างเอ็งจัดที่นอนเลย ดึงให้ตึงนะ อย่าให้ไอ้เรืองรู้ว่ามีผู้หญิงอื่นมานั่งมานอนก่อนมัน ถ้ามันงอนพวกเอ็งตาย!!” ว่าแล้วถือกระสอบเดินอ้าวไปที่ต้น มะขามเนินอีเห็นทันที

ooooooo

ไสวในชุดงาม นั่งท่าสวยมีผ้าโพกหัว  เหลียวซ้ายแลขวารอหนุ่มน้อยมาฉุด

วรรณย่องกริบมาแอบดูถึงกับเพ้อ “สะโพกผาย เอวคอด อ้อนแอ้นเหลือเกิน เอ็งนี่มันซ่อนรูปจริงๆ น้องเรือง” พลางคลี่ปากกระสอบย่องเข้าไป พอได้จังหวะก็ครอบหัวปั๊บ! ไสวตะลึง ดิ้นอย่างพองาม วรรณกระซิบเบาๆว่า อย่าดิ้น พลางยกกระสอบขึ้นแบก บ่นเบาๆเมื่อเข่าแทบทรุด “ทำไมหนักจังวะ แบกเหล็กมาด้วยรึไง”

วรรณแบกได้ครึ่งทางก็วางลง  ขอให้ช่วยเดินหน่อยตนไม่ไหวแล้วจะอ้วก ยกมือปาดเหงื่อยืนหอบแฮ่ก ไสวพยักหน้าหงึก เป็นฝ่ายจูงมือวรรณเดินไปทั้งที่กระสอบยังคลุมหัวอยู่ แต่ไปผิดทาง วรรณจูงเดินเลียบไปตามคันนา จนถึงกระท่อมปลายนา สั่งไอ้แหลมกับไอ้กรอดที่แอบดูอยู่ให้สุมไฟไล่ยุงให้ด้วย กำชับเข้มว่า

“แล้วก็อย่าริเข้าใกล้กระท่อมเด็ดขาด ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร” ว่าแล้วแบกกระสอบเข้ากระท่อมปิดประตูโครม

แต่พอถอดกระสอบคลุมหัวออก วรรณก็ช็อกร้องลั่น “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...” ถูกไสวไล่ปล้ำให้มาเป็นผัวเสียดีๆ วรรณส่ายหน้าดิก ไล่ไม่ให้เข้าใกล้ พอถูกไสวไล่ปล้ำหนักเข้าก็ร้อง “พ่อจ๋าแม่จ๋า...ช่วยหนูด้วย...” แล้ววิ่งทะลวงออกไปเจอไอ้แหลมกับไอ้กรอดที่สองกำลังถ้ำมองถึงกับผงะหงาย ทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกไปด้วย

แต่ไสวไม่ยอมเสียเที่ยว เมื่อถูกฉุดมาแล้วก็ต้องมีผัวให้ได้ วรรณตั้งสติได้ทำใจดีสู้เสือหันมาหว่านล้อม...

“ใจเย็นๆป้าไหว เรื่องนี้มันผิดพลาดทางเทคนิคกันได้ ป้าไหวจะเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่ว่ามา” แต่ป้าไหวไม่เรียกร้องอะไรเพราะอยากเป็นเมียอย่างเดียว วรรณกับไอ้แหลมไอ้กรอดมองหน้ากันปรึกษาว่าจะทำยังไงดี

“รุ่นแม่เลยนะเนี่ย” ไอ้กรอดกระซิบเสียงสยอง

“รุ่นแม่...” วรรณหูผึ่ง แผนการอันแยบยลเกิดทันที หันไปบอกไสวว่า “ป้าไหว...เอ๊ยน้องไหว เข้าไปรอข้างในก่อนเถอะจ้ะ ขอพี่วรรณไปอาบน้ำอาบท่าก่อนจะลงโลง เอ๊ย...จะเข้าหอทั้งทีก็ต้องให้มันประทับใจ”

“เอ็งได้หนีข้ากลับบ้านน่ะสิ” ไสวระแวง

วรรณรับรองไม่หนี ถ้าไม่เชื่อก็ให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอดอยู่เป็นตัวประกันก็ได้ ทำเอาทั้งสองสะดุ้งโหยง ไสวยอมแต่ขู่ว่า “ข้าจะรออยู่นี่ ถ้าเอ็งไม่กลับมา พรุ่งนี้ ข้าจะประกาศให้คนรู้ทั้งประเทศเลยว่าเอ็งได้ข้าแล้วไม่รับผิดชอบ เอ็งก็รู้ฤทธิ์ปากข้าดีแล้วใช่ไหม” พอวรรณรับปากก็ไล่ “ให้ไวเลยนะ ข้าจะได้นวดเปิดประตูลมให้ก่อน”

วรรณออกจากกระท่อมได้ก็เปิดแน่บ ไอ้แหลมกับไอ้กรอดหันกอดคอกันร้องไห้กลัวถูกป้าไหวปล้ำ

ooooooo

พอกลับไปถึงบ้าน วรรณเรียกพ่อไปกระซิบ กระซาบ ผู้ใหญ่ฟังแล้วทำตาโตถามว่าจริงหรือวะ!

“จริงพ่อ ตอนนี้เด็กมันมารออยู่ที่กระท่อมปลายนาแล้วนะ” ผู้ใหญ่ถามว่าเด็กบ้านไหน ลูกสาวใคร วรรณกะล่อนเนียนๆ ว่า “แหม...ก็ไปกระซิบถามกันเอาเองสิพ่อ แต่หนูบอกได้คำเดียวเซ็กซี่มากกก สวย ขาว สาว สด ถ้าพ่อเห็นนะ...คึก!”

ผู้ใหญ่ฟังแล้วน้ำลายสอ แต่ขอเป็นพรุ่งนี้ได้ไหมเพราะเรี่ยวแรงหมดไปกับนังเล็กๆที่นี่หมดแล้ว วรรณไม่ยอม ขู่ว่าถ้าพ่อไม่เอา ตนฮุบนะ

“เฮ้ย...นั่นแม่คนที่สิบของเอ็งนะเว้ย” ผู้ใหญ่โวย วรรณเร่งให้ไปคืนนี้เลยเพราะเด็กมันอุตส่าห์หอบผ้าหนีมา แล้วยุพ่อให้ดวดม้ากระทืบโลงสูตรป้าไหวสักกรึ๊บสองกรึ๊บย้อมใจก่อนก็ได้

“กรึ๊บสองกรึ๊บจะพออะไร จะกระทืบโลงทั้งที มันต้อง 5 กรึ๊บ!!”

สองพ่อลูกหัวเราะกันคิกคัก

ooooooo

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดงงเมื่อเห็นวรรณพาผู้ใหญ่มา วรรณขยิบตาให้ทั้งคู่เงียบ แล้วรีบพาผู้ใหญ่เข้าไปในกระท่อม

ส่งพ่อเข้าหอแล้ว วรรณปิดประตูล็อกกันพ่อหนีออกมา แต่เพียงครู่เดียวก็มีเสียงโครมครามๆดังออกมา วรรณพึมพำหน้าเศร้า...

“ขอโทษนะพ่อ...หนูไม่ได้ตั้งใจ เสียสละเพื่อลูก สักครั้งนะ” ไอ้แหลมถามว่าจะบาปไหม “ถึงบาปก็ยอมว่ะ กับคนอื่นยังพอหลับหูหลับตา แต่กับป้าไหว...กรูไม่ไหวววว” วรรณทำท่าแบบ...แค่คิดก็ผวาแล้ว

จนกระทั่งเช้า...ม้ากระทืบโลง 5 กรึ๊บสำแดงเดชจนผู้ใหญ่นอนเป็นตาย พอรู้สึกตัวกอดไสวที่หลับพริ้มอยู่ พลันก็สะดุ้งเมื่อรู้สึกว่ามือลูบไล้ไปบนผิวหยาบกร้าน ไม่ใช่ผิววัยขบเผาะนุ่มเนียนอย่างที่วรรณอวดสรรพคุณไว้ พอลืมตาดูก็มองตาค้าง...แล้วผู้ใหญ่ก็แผดเสียงลั่นทุ่ง!

เมื่อพากันกลับถึงบ้าน ผู้ใหญ่ไล่ถีบวรรณไปรอบบ้าน ด่าลั่น

“ไอ้วรรณ ไอ้ลูกชั่ว ไอ้ลูกเวร ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน”

เวียงเดินอ้าวออกมาถามว่าไล่ถีบลูกทำไม วรรณวิ่งไปหลบหลังแม่ ก็ยังถูกผู้ใหญ่ด่าไม่หยุด

“นี่...พูดจากับลูกให้ดีๆ เหมือนพูดกับไก่ได้ไหม!” เวียงเอ็ดตะโร

แต่วันนี้ผู้ใหญ่โมโหจนลืมกลัวเวียงแล้ว เห็นวรรณวิ่งลงเรือนก็วิ่งไล่ตามไปอีก เวียงมองงงๆว่าพ่อลูกคู่นี้มีอะไรแค้นกันนักหนา

ฝ่ายไสวกรีดกรายไปป่าวร้องที่ตลาดแต่เช้าว่าตนมีผัวแล้ว สดๆร้อนๆเมื่อคืนนี้เอง ยกแขนดมอวดว่ากลิ่นผู้ใหญ่ยังติดตัวอยู่เลย จากนั้นไปที่อำเภอขอเปลี่ยนคำนำหน้าจากนางสาวเป็นนาง และขอจดทะเบียนเปลี่ยนใช้นามสกุลเดียวกับผู้ใหญ่

พอสายๆก็เดินขึ้นโรงพัก เพื่อให้หมู่จ้อยเป็นพยานว่าตนเป็นเมียผู้ใหญ่ผันแล้ว ถ้าผู้ใหญ่ไม่รับผิดชอบตนจะแจ้งความ พอใกล้เพลก็ไปวัดถวายอาหารเพลพร้อมกับชาวบ้านอีก 5-6 คน สะกิดบอกคนที่นั่งข้างๆว่า

“นี่แน่ะ...ฉันได้เป็นเมียคนที่สิบของผู้ใหญ่ผันแล้วนะ” แล้วหันไปบอกพระครู “พระครูเจ้าคะ เราดองกันแล้วนะเจ้าคะ”

ไม่เพียงเท่านั้น ไสวยังไปหาหลวงตาคงที่สำนัก ตัดพ้อต่อว่าหลวงตาที่ไม่บอกว่าเนื้อคู่ของตนอยู่ใกล้แค่นี้เอง ไม่งั้นตนก็มีผัวไปนานแล้ว หลวงตาถามงงๆว่าหาเจอแล้วหรือ

“เจอแล้วเจ้าค่ะ ไอ้เรืองมันแนะนำมา”

“อืมมมม...ไอ้เรือง” หลวงตาพึมพำอย่างมองทะลุถึงผลงานของไอ้เรือง

ไม่ทันข้ามวัน คนทั้งหมู่บ้านก็รู้กันทั่วว่าไสวเป็นเมียคนที่ 10 ของผู้ใหญ่ผันแล้ว

ooooooo

เสมอใจช้ำใจกลับไปนอนร้องไห้ทั้งคืน รุ่งขึ้นไปที่ร้านดาวเรืองเพื่อสืบข่าว พอไม่เห็นดาวเรืองที่ร้านก็ถึงกับเข่าอ่อน คิดว่าวรรณคงฉุดดาวเรืองไปแล้ว

ไม่นานดาวเรืองก็หิ้วนมข้นออกมาจากหลังร้าน เสมอใจตาโตปากสั่น ลุกไปจับเนื้อจับตัวดาวเรืองว่ามีเนื้อหนังจริงหรือเปล่า ถามเสียงสั่นว่า “ไอ้เรือง!!! นี่เอ็ง...เอ็งไม่ได้โดนฉุดเหรอ”

“ข้าไม่โดน คนอื่นโดน” ดาวเรืองหัวเราะสบายใจ เสมอใจถามว่าใคร?!

“ข้าเอง...” ไสวตอบเสียงแจ่มใสสดชื่นเดินกรีดกรายเข้ามาพูด อารมณ์ดีสุดๆ “เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตอน 14 ตอนที่ฉันมีแฟนคนแรก ไอ้วรรณหวานจริงๆเลย”

“ตกลงไอ้วรรณมันฉุดป้าไหวเหรอ” เสมอใจแทบลมจับ ไสวตอบอย่างภูมิใจว่าก็ใช่น่ะสิ เสมอใจทำใจไม่ได้ โกรธจนตัวสั่น “เลว! โหดเหี้ยม! วิปริต! ทำไมมันถึงได้ชั่วขนาดนี้ กับคนเฒ่าคนแก่ยังกล้าทำได้ลงคอ”

“ไม่ใช่โว้ย...ไอ้วรรณฉุด แต่คนที่เป็นผัวข้า คือ...”

ไสวพูดไม่ทันหมด เสียงร้องกรี๊ดๆของเวียงก็ทำเอาคนที่บ้านแทบแก้วหูแตก บรรดาเมียๆของผู้ใหญ่รวมหัวกันไม่ยอมให้ผู้ใหญ่มีเมียคนที่ 10 เวียงตะโกนว่าอยากตาย!

“หยุดดดด!!!” ผู้ใหญ่ผันตวาดจนบรรดาเมียหยุดกึกหันมองขวับ แล้วผู้ใหญ่ก็แผดเสียงออกมา “คนที่อยากตายคือกูนี่แหละ กูอยากตายยยยย!!!!”

ooooooo

โรส หรือสุดาวดี ดารานางแบบคนรักของปลัดจินตวัฒน์ กำลังมีเรื่องฟ้องร้องกับนํ้าหวานผู้จัดการส่วนตัวที่ขัดแย้งกันเรื่องรับงาน วันนี้เธอโทรศัพท์ถึงปลัดจิ๋นขณะเดินออกจากสตูดิโอเล่าว่า

“โรสกำลังคุยกับทนายอยู่ค่ะจิ๋น โอ๊ย...สบายมากค่ะ ดีแล้วที่เกิดเรื่องแบบนี้ โรสเองก็เบื่อพี่นํ้าหวานจะแย่ หัก 30% แต่ทำงานไม่ถึง 10% แล้วจิ๋นยุ่งอะไรนักหนา โรสโทร.ไปก็ไม่รับสาย”

“ผมก็พยายามโทร.กลับโรสนะ แต่ก็ติดต่อไม่ได้สักที”

โรสบอกว่าช่วงนี้ตนโดนนักข่าวตามแจเรื่อง

นํ้าหวาน พูดไม่ทันขาดคำ เงยหน้าขึ้นเจอนักข่าวกำลังกรูกันเข้ามาขอสัมภาษณ์ เธอตัดสายปลัดจิ๋น ทำหน้าเหนื่อยกับบรรดานักข่าวที่จ่อไมค์เข้ามา

หลังจากโรสยอมให้พฤกษ์ทำงานต่อให้แล้ว เธอพูดกับเขาด้วยอารมณ์ดีที่เคลียร์เรื่องได้ ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล

“เพราะคุณให้ความร่วมมือ ยอมจ่ายค่าเสียหายให้คุณนํ้าหวาน ถ้าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายรอมชอมกันได้ก็จบ”

โรสบ่นๆว่าตนเสียเงินไปตั้ง 5 แสน พฤกษ์ถามว่าแลกกับความสบายใจและอิสระในการทำงานไม่ดีหรือ

“ก็ดี...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะ จะไป

ทำงานเอาเงินห้าแสนคืนก่อน”

ทั้งสองวางเงินค่ากาแฟบนโต๊ะพร้อมกัน โรสขอเลี้ยงเอง พฤกษ์จิกนิดๆว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจะติดหนี้กลายเป็นบุญคุณกันไม่จบไม่สิ้น โรสพูดอย่างหมั่นไส้ว่า งั้นก็ต่างคนต่างจ่ายจะได้ไม่ต้องมามีเวรมีกรรมต่อกันอีก แต่พอลุกเดินออกไป ก็ยังไม่วายหันมาพูดว่า “หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีกนะ” พูดแล้วมองอย่างหยั่งความรู้สึกว่าพฤกษ์จะเสียดายไหม แต่กลายเป็นว่า...

“ครับ ผมกำลังจะพูดประโยคนี้กับคุณพอดี”

แต่ระหว่างเธอเดินข้ามถนนเพราะรถจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ได้รับโทรศัพท์ติดต่อเรื่องงาน เธอค้นกระเป๋าหยิบสมุดจดงาน มือถือของพะรุงพะรัง  บางอย่างเลยร่วงจากมือ เธอลืมไปว่ากำลังข้ามถนน ตามไปเก็บของไม่ทันระวัง

พฤกษ์ขี่มอเตอร์ไซค์เลี้ยวออกมาพอดี เขาตกใจตะโกน “คุณ...หลบ!!”

โรสตกใจหันมองเห็นรถมอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามาแล้ว เธอเบิกตาโพลงช็อกกับที่!!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 09:47 น.