ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วรรณยังอยู่ในห้องขังที่โรงพัก ทั้งอ้อนทั้งขู่เวียงกับผู้ใหญ่ผันว่าถ้าไม่เอาตนออกจากที่นี่จะอดข้าวประท้วงไอ้แหลมกับไอ้กรอดเอาข้าวห่อกับโอเลี้ยงไปให้ก็ไม่ยอมกิน

แต่สุดท้ายทนหิวไม่ได้ พอเวียงกับผันกลับก็คว้าข้าวห่อไปสวาปาม จนไอ้แหลมแซวว่า “อดซะอิ่มเลยนะพี่”

ส่วนเวียงกับผู้ใหญ่ผัน บากหน้าไปหาจ่าแม่นที่โรงพยาบาลบอกว่าวรรณมันไม่ได้ตั้งใจฝากมาขอโทษฝากมาขอขมา จ่าแม่นยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมเด็ดขาด จนกระทั่งเวียงกับผู้ใหญ่เสนอว่า

“ถ้าไม่เห็นแก่พวกข้า ก็ขอให้เห็นแก่แม่บานก็แล้วกัน” จ่าแม่นหูผึ่งแต่แกล้งถามว่าแม่บานเกี่ยวอะไรด้วย “ก็หนูวรรณทำเพื่อลูกสาวแม่บาน บาปมันก็ตกแก่ไอ้เรืองกับแม่บานด้วย” เวียงตะบี้ตะบันโยงไปถึงสองแม่ลูกจนได้

ได้ผล! จ่าแม่นเสียงอ่อนทันทีแต่มีข้อแม้ว่า “ข้ากับแม่บานจะต้องได้ดินเนอร์หรูๆกันคืนนี้ แล้วเป็นอันจบกัน!!”

เวียงกับผู้ใหญ่สบตากันแบบ “เจองานใหญ่เข้าแล้วสิ...”

ทั้งสองบากหน้าไปหาบานชื่นที่บ้าน พอเล่าให้ฟัง บานชื่นถามว่าทำไมตนต้องช่วย ตอนดาวเรืองติดคุกไม่เห็นหมาตัวไหนจะช่วยสักตัว เวียงอ้างว่าวรรณทำไปเพราะรักดาวเรือง ผู้ใหญ่ขอร้องให้บานชื่นกลั้นใจไปกินกับจ่าแม่นมื้อเดียวเอง

“กลั้นใจนิดเถอะแม่ เรื่องจิ๊บๆ แค่นี้ คิดซะว่าช่วยหมาช่วยแมว” ดาวเรืองช่วยพูดให้เวียงกับผู้ใหญ่ดีใจ แล้ว พูดต่อ “แต่มีข้อแม้นะว่าการช่วยเหลือครั้งนี้ให้ถือเป็น บุญคุณ แม่เอาขึ้นกระดานไว้เลยว่าบ้านผู้ใหญ่ผันติดหนี้เราอยู่ 1 ครั้ง”

เวียงกับผู้ใหญ่กล้ำกลืนรับเงื่อนไข แต่ยังไม่จบ ดาวเรืองยังมีข้อแม้ต่อท้ายว่า

“แต่บ้านผู้ใหญ่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทั้งค่าน้ำค่าไฟค่าเก้าอี้ค่าเสียเวลา ช่างหน้าช่างผมก็ต้องป้าไสวกับเสมอใจเท่านั้น จะมาใช้ไก่กาอย่างป้าเวียงน้าปลีกน้าปลอดไม่ได้ ว่าไง?!”

เวียงกัดฟันกรอดจำต้องรับเงื่อนไข พูดประชดว่า “ถ้าเอ็งจะคิดค่าอากาศหายใจ ข้าก็ต้องยอม!”

ooooooo

วันนี้ พอปลัดดูนาฬิกาเป็นเวลา 14.45 น. ก็รีบไปที่ร้านดาวเรือง คอยอยู่ครู่หนึ่งเจ้าตัวก็มา ปลัดชวนไปกันทันที ดาวเรืองดูนาฬิกาบอกว่าอีก 15 นาที ยังพอมีเวลากินน้ำแข็งไสสักถ้วย แล้วเดินหน้าตาเฉยไปสั่งน้ำแข็งไสกิน

บานชื่นเตือนว่าปลัดมารอนานแล้ว ดาวเรืองเกี่ยงว่ายังไม่ถึงเวลานัด ทำงานกับคนตรงต่อเวลาปลัดก็ต้องเข้าใจหน่อย

ปลัดอดทนรอจนดาวเรืองกินน้ำแข็งไสไปถ้วยหนึ่งได้เวลาจึงพากันขึ้นอีเฉื่อยไป โดยปลัดเป็นคนขับดาวเรืองนั่งข้างๆคอยบอกทางพาไป

ดาวเรืองพาไปตามถนนลูกรัง ชี้โรงสี แปลงพืชผักปลอดสารพิษ โรงผลิตน้ำดื่ม กระทั่งฝายกั้นน้ำ ทุกอย่างเป็นงาน “เอื้ออาทร” โดยนายกำพล ชอบอุปถัมภ์ทั้งสิ้น แม้แต่ฝูงควายก็เป็นควาย “เอื้ออาทร” โดยเสี่ยกำพลชอบอุปถัมภ์

“ดูเหมือนชีวิตคนดอนพัฒนาจะถูกอุปถัมภ์โดยเสี่ยกำพลทั้งหมด ตั้งแต่อำเภอยันหมู่บ้านที่กันดารสุดๆ เอื้ออาทรกันขนาดนี้แล้วเขาอยู่ได้ยังไง ธุรกิจจริงๆของเสี่ยกำพลล่ะ มีไหม”

“อยากรู้จริงป่ะ?” ดาวเรืองมองหน้าท้าๆ พอปลัดสนใจก็พาลุยป่าไป จนปลัดถามว่าเข้าป่าไปแบบนี้จะมีหมู่บ้านหรือ “ไม่มี แต่ที่ไหนมีป่า ที่นั่นมีเสี่ยกำพล นายอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่า เสี่ยกำพลทำอะไรรับประทาน” ดาวเรืองถามประชด

ระหว่างทาง สวนกับเสี่ยกำพลที่ขับรถออกมา เสี่ยลดกระจกลงถามปลัดว่ามาทำอะไรแถวนี้ อยากให้ตนช่วยอะไรก็บอกตนยินดี เสียดายตนพาชมปางไม้ไม่ได้เพราะติดธุระ ฝากดาวเรืองช่วยพาไปก็แล้วกัน

“นี่แหละ พ่อพระของคนดอนพัฒนาตัวจริงเสียงจริง” ดาวเรืองเหน็บในที

พาไปถึงป่าปลูกของเสี่ยกำพล ปลัดกวาดตาดูพึมพำ “ใหญ่เหมือนกันนะ”

“ไม่ใหญ่ก็ไม่ใช่เสี่ยกำพล ปลูกเอง ตัดเอง ขนเอง รวยเอง” ปลัดถามว่าถูกต้องตามกฎหมายใช่ไหม “ถูกสิ... ทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายฉบับเสี่ยกำพล คือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำความดีของเสี่ยกำพลไง”

ระหว่างนั้น ดาวเรืองเดินแยกไปหาคนขับรถซุงของเสี่ยถามว่า พักนี้ไม่เห็นไปกินข้าวที่ร้านเลย เขาบอกว่าต้องเร่งตัดไม้จะได้ขนพร้อมกับ...ของหวาน ดาวเรืองตาโตถามว่าเที่ยวนี้มีของหวานด้วยหรือ มีเหลือให้ตนเอาไปขายที่ร้านบ้างไหม

ปลัดได้ยินแว่วๆถามว่าของหวานอะไร ดาวเรืองหันมองทำหน้ารำคาญถามว่า “น้ำตาลทราย ผิดกฎหมาย ป่ะ!” พูดแล้วเดินเลี่ยงไปเลย ปลัดรู้ว่าไม่ใช่น้ำตาลทรายแน่ แต่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันดาวเรืองสักที

ooooooo

เสี่ยกำพลรีบไปหาผู้ใหญ่ผันที่บ่อนไก่ บอกให้เลื่อนการจัดงานวัดมาเป็นอาทิตย์หน้านี่เลย ตนอยากทำบุญเต็มทีแล้ว

“แหม...เสี่ยหายใจเข้าก็ทำทานหายใจออกก็ทำบุญ บุญบารมีล้นจนใช้ไปอีกสิบชาติก็ไม่หมด” ผู้ใหญ่สอพลอ เมื่อเสี่ยบอกว่าผู้ใหญ่ก็ได้ด้วยเพราะสนับสนุนคนทำดี ผู้ใหญ่ก็ได้เหมือนทุกครั้ง ผู้ใหญ่รับปากทันทีว่าเรื่องงานวัดตนจะจัดการให้เร็วที่สุด แล้วลดเสียงลง “ส่วนเรื่องจัดซื้อตู้น้ำหยอดเหรียญกับยาฆ่าหญ้าแจกชาวบ้านของ อบต.ตอนนี้งบผ่านแล้วครับ เสี่ยเข้าไปเสนอราคาได้เลย รับรองผ่านฉลุย”

เห็นผู้ใหญ่ตาโต เสี่ยพูดให้อุ่นใจว่า แล้วจะตัดเปอร์เซ็นต์ให้ผู้ใหญ่เหมือนเดิมไม่ต้องห่วง

เมื่อเสี่ยกลับมาที่รถ ชาติ มือขวาของเสี่ยถามว่า “เป็นไงครับเสี่ย สำเร็จไหม”

“จะเหลือเหรอ ไอ้ผันมันทั้งโง่ ทั้งเห็นแก่เงิน โยนเศษเงินให้มันนิดๆหน่อยๆมันก็กระโดดอ้าปากงับแล้ว เอ็งโทร.ไปบอกทางโน้นให้ขนยาข้ามมาเลย เราจะส่งเข้ากรุงเทพฯ ตอนมันจัดงานวัดกันนี่แหละ”

ooooooo

ที่บ้านผู้ใหญ่ เวียงเกณฑ์บรรดาเมียๆ ทั้งหมดของผู้ใหญ่มาช่วยกันทำอาหาร

จ่าแม่นดูนาฬิกาพอถึงสี่โมงเย็นก็ลุกขึ้นมาเก็บข้าวของ กำจรมาเจอถามว่าจะไปไหน? หายปวดหัวแล้วหรือ? จะไปจับใครที่ไหนหรือ?

“ไม่ได้ไปจับ แต่จะไปจีบ ไอ้จร อย่าขวางทางรักถอยไปโว้ย” ว่าแล้วพุ่งทะลุประตูออกไปจนกำจรงง

บานชื่นให้ไสวกับเสมอใจแต่งหน้าทำผมให้ ทั้งสองหยอกว่าแต่งขนาดนี้ คืนนี้จะยอมจ่าแม่นจริงๆหรือ

“บ้า...ฉันก็แค่รักษาภาพลักษณ์อดีตนางงามสองสมัยไม่ให้ใครดูถูกได้เท่านั้นแหละ ถ้าคิดจะปลงใจกับไอ้จ่าแม่นคงไม่รอจนเหนียงยานอย่างนี้หรอก”

บานเย็นเพิ่งกลับมาถึง เดินมาตรวจการจัดเตรียมต่างๆ บอกบุญปลีกว่าอยากได้อะไรเพิ่มให้บอก บุญปลีกบอกว่ายังขาดจาน ชาม ช้อน แก้วน้ำ เชิงเทียน ดอกไม้ ผ้าคลุมโต๊ะ ดาวเรืองสั่งไอ้เพี้ยนให้ไปขนของพวกนั้นมาเดี๋ยวนี้เลย บุญปลีกชมว่าดีจริงๆ แบบนี้จะได้ไม่ต้องไปหาซื้อที่ตลาดให้ยุ่งยาก ชมว่า “ไอ้เรืองช่างมีน้ำใจจริงๆ”

“จ้ะ คิดแบบมีน้ำใจ ทั้งหมดก็ 3,500 บาท” บุญปลีกอ้าปากค้างถามว่าทำไมมันแพงนัก ดาวเรืองตัดบทว่า “ไม่จ่ายก็ได้นะ ไอ้เพี้ยน รื้อ!!”

“อย่า!” บรรดาเมียทั้ง 9 ของผู้ใหญ่ร้องกันเสียงหลง ดาวเรืองบอกบรรดาเมียผู้ใหญ่ว่าหมดหน้าที่ก็ไปกันได้แล้ว ที่เหลือตนจัดการเอง

ไม่ทันที่บรรดาเมียผู้ใหญ่จะออกไป ผู้ใหญ่ก็ โทร.เข้ามือถือบุญปลอด พอรับสายก็รับคำ “จ้ะ...พี่ผู้ใหญ่”

ผู้ใหญ่โทร.มาเช็กการเตรียมงานเพื่อให้จ่าแม่นมั่นใจก่อนปล่อยวรรณออกมา แล้วจ่าแม่นก็รีบกลับไปแต่งตัวใหม่คราวนี้ล่อชุดเจ้าบ่าวเท่ระเบิดไปเลย

ดาวเรืองเตรียมแผนต้อนรับจ่าแม่นแบบจัดหนัก คั้นน้ำส้มสดๆยกไปให้เอง สั่งไอ้เพี้ยนให้ล็อกประตูห้องน้ำไว้ จ่าแม่นกินน้ำส้มไปคุยกับบานชื่นด้วยภาษารักแบบเหี่ยวๆ ตามวัยไป ไม่นานก็วิ่งไปเข้าห้องน้ำ ประตูห้องน้ำล็อก สุดท้ายต้องวิ่งเข้าป่า ปล่อยปู้ดๆ ออกมาแบบไม่มีทีท่าจะหยุดเลย

บานชื่นดุดาวเรืองว่า “นึกแล้วเชียวว่าต้องมีอะไร ไม่งั้นเอ็งไม่ญาติดีกับไอ้จ่าแม่นหรอก”

“ช่วยไม่ได้...ไอ้จ่าแม่นอยากมีเร่ืองกะไอ้เรืองก่อน สั่งสอนแค่นี้ยังน้อยไป” ดาวเรืองทำหน้าสะใจ

ooooooo

การจัดเตรียมงานวัดดำเนินไปอย่างเร่งรีบเพราะเสี่ยกำพลเสนอให้เลื่อนเข้ามาเร็วขึ้น แม้หลายส่วนจะขัดข้องแต่ก็ยอมจัดตามที่ผู้ใหญ่เสนอ

ปลัดจิ๋นหมาดมั่นว่า ผ่านการจัดงาน จะทำให้ชาวบ้านดอนล้อมแรดมีความกระตือรือร้นและมีบรรยากาศ ใหม่ๆขึ้น ทั้งยังเสนอให้ก่อปูนทำที่อาบน้ำสงฆ์แข่งกันระหว่างบ้านดอนล้อมแรดเหนือกับดอนล้อมแรดใต้ มั่นใจว่าพอจบงานพวกเขาก็จะได้มีทั้งสาธารณูปโภคไว้ใช้และได้ภูมิใจร่วมกันด้วย

จัดประชุมวางแผนงานกันแล้ว ดาวเรืองในฐานะผู้ช่วยปลัดต้องติดตามปลัดไปดูสถานที่จัดงาน วรรณมาเจอก็พาลหาเรื่องปลัด เข้าไปขู่ว่า

“ไอ้ปลัด ถ้าเอ็งคิดจะแย่งไอ้เรืองของข้า เอ็งเตรียมจองศาลาวัดไว้ได้เลย”

ปลัดไม่อยากยุ่งเรื่องไร้สาระกับวรรณ ชวนดาวเรืองว่าได้เวลาประชุมแล้ว วรรณไม่ยอมให้ดาวเรืองไป ดาวเรืองย้อนถามว่าทำไมจะไปไม่ได้ในเมื่อตนเป็นผู้ช่วยปลัด

“ข้าติดคุกแค่คืนเดียว เอ็งได้เป็นผู้ช่วยปลัดเลยหรือ” วรรณถามทึ่ง ดาวเรืองถามว่าแล้ววรรณมีตำแหน่งอะไรนอกจากไอ้โจรห้าร้อย วรรณฉุนขาดประกาศว่า

“ไอ้วรรณลูกผู้ใหญ่ผัน จะต้องกู้ศักดิ์ศรีคืนมาให้ ได้!!” หลังจากนั้นวรรณก็ไปประกาศกลางที่ประชุมบนศาลาวัดว่า ตนจะมาเป็นกรรมการวัดแทนลุงแช่ม ดาวเรืองที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยขัดขึ้นทันทีว่า

“ตำแหน่งกรรมการวัดไม่เหมาะ ตำแหน่งหมาวัดน่าจะเหมาะนะพระครู เอาไว้เห่าไอ้พวกโจรใจหมาที่ชอบมาขโมยของวัด”

วรรณโมโหจนปากสั่น ดาวเรืองถามปลัดว่าประชุมเสร็จแล้วใช่ไหมตนจะไปทำมาหากินบ้าง แล้วลุกไป วรรณตามไปเอาเรื่อง ปลัดเข้ามาขวางถามว่าจะรังแกผู้หญิงกลางวัดเลยหรือ วรรณบอกว่าปลัดไม่เกี่ยว ดาวเรืองท้าวรรณว่าจะเอายังไงว่ามาไอ้ขี้แพ้ แล้วเย้ยย้อนหลังตั้งแต่ ป.1 จนถึง ป.3 แข่งอะไรกันวรรณก็แพ้หมด

“พูดยังงี้มาลองกันสักตั้งไหมล่ะ คราวนี้ข้าจะไม่ไว้หน้าเอ็งเลย” วรรณท้า ดาวเรืองรับท้า วรรณเสนอให้ชกมวยกันมันยุติธรรมดี ปลัดไม่เห็นด้วยเพราะดาวเรืองเป็นผู้หญิงจะชกมวยได้ยังไง แต่ดาวเรืองไม่มีปัญหาเย้ยวรรณว่าเตรียมตัวแพ้ได้เลย แต่ขอวางกติกาข้อหนึ่ง คือ ให้วรรณชกมวยไทย ตนจะชกมวยสากล

“ได้ งั้นฟังกติกาของข้าบ้างเว้ย ถ้าข้าชนะ ข้าต้องได้จูบเอ็ง” ทุกคนตกใจแต่ดาวเรืองตกลง ถามว่าถ้าวรรณแพ้ล่ะ “ข้าจะยอมให้ฝ่ายชนะขี่คอรอบตลาดเลยเอ้า!”

ปลัดติงว่ากติกาที่ว่านั้นมันไม่ได้ทำให้มีความยุติธรรมเพิ่มขึ้นเลย ดาวเรืองบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความยุติธรรมแต่เกี่ยวกับศักดิ์ศรี

“เตรียมแก้มนุ่มๆฟอกสบู่หอมๆไว้ให้พี่วรรณจูบได้เลยนะน้องเรือง ไปเว้ย...ไปซ้อมกันดีกว่า” วรรณฮึกเหิมมาก

วรรณกอดคอไอ้แหลมกับไอ้กรอดหัวเราะร่าไปราวกับชกชนะแล้ว ส่วนดาวเรืองรีบหลบไปก่อนที่จะถูกปลัดเทศนา กำจรถามปลัดว่า “ผมให้ไอ้เรืองเป็นต่อ 2:1 คุณปลัดล่ะ” ปลัดไม่ตอบเดินตามดาวเรืองไปที่จอดรถ กำจรรั้งท้าย

ปลัดเตือนดาวเรืองให้ยกเลิกการแข่งขันเสีย ถึงเธอจะเก่งแค่ไหนแต่เป็นผู้หญิงยังไงก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้

“ขออนุญาตออกความเห็นหน่อยนะครับ ว่าคนที่คุณปลัดควรจะห่วงไม่ใช่ไอ้เรืองหรอกครับ แต่เป็นไอ้วรรณต่างหาก” กำจรพูดแทรกขึ้น

ดาวเรืองได้ที เลิกคิ้วมองหน้าปลัดทำนองว่า เชื่อไอ้เรืองป่ะ? ซ้ำพอกลับบ้านถูกบานชื่นดุว่าไปรับคำท้าวรรณได้ไง ดาวเรืองบอกแม่ว่า แทนที่จะมาห่วงตน ให้แม่ไปตั้งโต๊ะรับพนันมวยเลยดีกว่า งานนี้แม่เตรียมกระสอบใส่เงินได้เลย ย้ำว่า

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะแม่ ไอ้เรืองเคยทำให้แม่ผิดหวังไหม...ไม่เค้ย!”

บานชื่นพูดไม่ออก หายาดมมาสูดเอ๊า...สูดเอา ส่วนดาวเรืองก็ฝันหวานถึงเงินที่กำลังจะไหลมาเทมา

แต่ยังช้ากว่าผู้ใหญ่ผัน เพราะผู้ใหญ่ตั้งโต๊ะรับแทงพนันมวยเรียบร้อยแล้ว ทุกคนแทงข้างวรรณกันหมด

ooooooo

บรรยากาศเตรียมงานวัดเริ่มคึกคัก การแข่งขันก่อปูนทำที่อาบน้ำสงฆ์ระหว่างทีมดอนล้อมแรดเหนือกับทีมดอนล้อมแรดใต้กำลังโฆษณาแข่งกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน

“ท่าทางจะไปได้ดีนะครับ” ปลัดเอ่ยกับพระครูจ้อย

“อาตมาไม่ขออะไร ขอให้งานเสร็จแล้วไม่ตีกันตายก็พอ” พระครูจ้อยสีหน้าเป็นกังวล

ผู้ใหญ่ผันกับหลวงตาคงต่างโฆษณาทีมก่อปูนฝ่ายตนทั้งข่มกันทั้งอวดว่าช่างของตนเป็นช่างมีฝีมือ ยุคเก่า ขุดกันย้อนหลังไปแข่งกันจนถึงยุคทวารวดี พระครูจ้อยฟังแล้วพึมพำอย่างอ่อนใจ...

“มันเชิญวิญญาณบรรพบุรุษมาแข่งกันเลยหรือเนี่ย”

ระหว่างนั้น มือถือในกระเป๋าของปลัดดังขึ้น เป็นสายจากโรสโทร.มาขอให้ช่วยหาทนายดีๆ ให้ เพราะเธอทะเลาะกับน้ำหวานเรื่องรับงานจนแตกคอกัน ปลัดวางสายแล้วสีหน้าหนักใจ

วันนี้คนขับรถขนซุงมาขอเสี่ยกำพลกินข้าวที่ร้านดาวเรือง บอกเป็นนัยว่าตัดไม้เสร็จแล้วเตรียมขนอย่างเดียว

“นึกแล้วยังเสียดายไม่หาย น่าจะมีของหวานเหลือๆ มาขายที่นี่บ้าง แล้วจะขนไม้กันวันไหนวะ” ดาวเรืองถาม

“ก็ใกล้ๆ นี่แหละ รอเจ้านายยืนยันอีกที”

กำนันเทิ้มทำทียกหนังสือพิมพ์บังหน้าอ่านอยู่มุมหนึ่ง ค่อยๆ ลดหนังสือพิมพ์ลงสบตากับดาวเรืองอย่างรู้กัน อึดใจเดียวทั้งสองก็เลี่ยงออกไปเนียนๆ ไปพบกันที่กระท่อมเล่นไล่หลังร้าน ทั้งสองเชื่อว่าพวกนั้นจะขนยากันตอนมีงานวัดแน่ กำนันเทิ้มจะเช็กข่าวให้แน่อีกที หมายมาดว่าคราวนี้จะถอนรากถอนโคนมันทั้งยวงเลย

การแข่งขันสร้างที่อาบน้ำสงฆ์เป็นไปอย่างน่าตื่นเต้น ฝ่ายหลวงตาคงล่อใจว่าถ้าคนบ้านดอนล้อมแรดใต้ชนะจะแจกนางกวักเอาไปกวักเงินกวักทอง ปรากฏว่าชาวบ้านอยากได้นางกวักเร่งกันมือเป็นระวิง จนชนะชาวบ้านดอนล้อมแรดเหนือ ผู้ใหญ่ผันไม่พอใจหาว่าหลวงตาคงเล่นของ ดาวเรืองแย้งว่า...

“แกไม่ได้ชนะหรอก ชาวบ้านต่างหากที่ชนะหลงตาคงเอ๊ย...คงอยากจะชนะจนตัวสั่นถึงกับลงทุนแจกของ”

“แล้วเธอล่ะดาวเรือง ไปรับท้านายวรรณแบบนั้น เพราะอยากจะชนะจนตัวสั่นเหมือนกันล่ะสิ” ปลัดขัดคอดาวเรืองหันจ้องขวับ ปลัดมองดาวเรืองเหมือนครูที่จับผิดนักเรียนยังไงยังงั้น

ooooooo

โรสให้มาร์คช่วยหาทนายมาต่อสู้กับน้ำหวาน พอนัดเจอกันกลายเป็นพฤกษ์ โรสหงุดหงิดมากที่ได้เมสเซนเจอร์เป็นทนาย ถามอย่างไม่เชื่อถือว่าตกลงเขามีอาชีพอะไรกันแน่

“ผมเป็นทนายความฝึกหัด วันนี้มาเพื่อซักถามข้อเท็จจริง แล้วก็เก็บข้อมูลเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดส่งให้อาจารย์ ถ้าคุณไม่อยากให้ผมช่วย ก็แค่โทร.ไปหาอาจารย์ผม ท่านจะได้ให้คนอื่นมาทำแทน” พฤกษ์ลุกพรวดอย่างไม่แยแส

“เดี๋ยวก่อนซิ” โรสแอบตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังขี้วีนเหมือนเดิม

หลังจากพฤกษ์จดข้อมูลเสร็จจะกลับ โรสย้ำว่า ยังไงก็อย่าให้เรื่องถึงศาล แต่ถ้าฝ่ายนั้นไม่ยอมความก็ต้องทำให้ตนชนะคดี พฤกษ์ชี้ว่าเธอเป็นฝ่ายผิดที่ละเมิดสัญญา ก็ต้องยอมรับตรงนี้ให้ได้ก่อน แต่ก็พูดให้บรรยากาศผ่อนคลายว่า

“เอาเป็นว่า ผมจะพยายามทำให้คุณน้ำหวานยอมเจรจาประนีประนอม เรื่องจะได้ไม่ไปถึงชั้นศาล และถ้าจะต้องเสียค่าปรับผมก็จะพยายามทำให้คุณจ่ายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ใช่ให้ทำเรื่องผิดกลายเป็นถูก”

“เอ๊ะพูดยังไง ถ้าฉันต้องเป็นฝ่ายผิด ฉันจะเสียเงินจ้างทนายทำไมหา!” โรสวีนแตกอีก แต่พอพฤกษ์บอกเธอว่าจะโทร.บอกอาจารย์ให้เปลี่ยนตัวผู้ช่วยก็ได้ โรสก็เสียงอ่อนลงถามว่า “แล้วที่ว่าจะนัดคุยกับพี่น้ำหวานน่ะเมื่อไหร่ ขอเป็นเร็วที่สุดก็แล้วกัน”

ooooooo

วรรณต้องการโชว์ฟอร์มอวดปลัด วันนี้จึงให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอดไปดักดูว่าปลัดมาที่ทำการอำเภอหรือยัง พอทั้งสองส่งสัญญาณว่ามาแล้ว วรรณในชุดวอร์มเต็มยศมีฮูดเหมือนนักมวยโอลิมปิกก็วิ่งชกลมมาอย่างคึกคัก

ส่วนไอ้แหลมกับไอ้กรอดก็ทำเป็นพูดเสียงดังให้เข้าหูปลัดว่า

“โห...พี่วรรณพักบ้างเหอะ วิ่งรอบหมู่บ้านตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ กี่ชั่วโมงแล้วเนี่ย” ไอ้แหลมพูดขึ้นก่อน

“นั่นสิ ไม่ต้องจริงจังนักก็ได้พี่ แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างไอ้เรือง ไม่มีทางพ้นมือพี่ได้ร้อก” ไอ้กรอดเอาบ้าง

วรรณเหล่เห็นปลัดเดินมาใกล้ก็รีบวิดพื้นโชว์ ทีแรกวิดมือเดียวแต่ล้มเผละหน้าทิ่ม เลยรีบวิดสองมือพลางคุยโว

“ไม่ได้โว้ย ข้าต้องการชัยชนะแบบขาวสะอาด จะได้จูบไอ้เรืองโชว์ชาวบ้านอย่างภาคภูมิใจ” ไอ้แหลมบอกให้ถ่ายรูปไว้ด้วย “นั่นแหละที่ข้าคิดไว้ ข้าว่าจะเอารูปจูบสนั่นโลกของข้ากับไอ้เรืองไปติดที่หอนาฬิกาหน้าตลาดด้วยเว้ยเฮ้ย”

กำจรกระซิบปลัดว่า “ท่าทางไอ้วรรณมันจะเอาจริง ดูมันตั้งใจจะจูบไอ้เรืองเสียให้ได้” ปลัดจิ๋นฟังแล้วแอบเครียด วรรณยิ่งได้ใจ ตะโกนให้ไอ้กรอดเอาเชือกมาให้กระโดดฝึกกำลังขาหน่อยจะได้ยืนคลุกวงในได้นานๆ พอกรอดส่งเชือกให้ วรรณรับไปกระโดดเอาจริงเอาจัง ดูฟิตเปรี๊ยะจริงๆ!

“รีบไปกินข้าวกันเถอะกำจร ฉันมีนัดกับผู้ใหญ่วงศ์ตอนบ่ายโมงครึ่ง” ปลัดเร่งกำจร แล้วพากันเดินผ่านไป

พอปลัดไปแล้ว วรรณก็หยุดหอบแฮ่กยืนแทบไม่ติด จนไอ้แหลมกับไอ้กรอดต้องมาช่วยกันหิ้วปีกกลับไป

ooooooo

ที่ร้านดาวเรือง ชาติมือขวาของเสี่ยกำพลมานั่งกินข้าวกับคนขับรถซุง กินเสร็จยังไม่ทันออกไปไอ้เพี้ยนก็ทะเล่อทะล่าเข้ามาร้องบอกดาวเรืองว่ามีจดหมายกำนันเทิ้ม

ดาวเรืองสะดุ้งเฮือก ชำเลืองไปที่โต๊ะชาติเห็นทั้งสองมองมาพอดี ดาวเรืองคิดในใจฉิบหายแล้ว! พอดีปลัดกับกำจรขับอีเฉื่อยมาจอดหน้าร้าน ดาวเรืองเลยแกล้งบอกว่าจดหมายกำนันเทิ้มที่ไหน จดหมายคุณปลัดต่างหาก ไอ้เพี้ยนพาซื่อยืนยันว่าจดหมายกำนันเทิ้ม กำนันเป็นคนยัดใส่มือตนเอง

ปลัดจิ๋นในชุดกางเกงวอร์มเสื้อยืดเดินเข้ามาพอดี บอกดาวเรืองว่าวันนี้จะมาซ้อมมวย ให้เตรียมตัวไว้ด้วย

“อะไรกันคุณปลัด ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวเลย มาไวปานจรวดขนาดนี้ ทีหลังไม่ต้องพึ่งไอ้เพี้ยนส่งจดหมายก็ได้”

ปลัดทำท่าจะพูดอะไร แต่ดาวเรืองไม่เปิดโอกาส ชวนทันที “ปะ...ไหนๆมาแล้วก็ไปซ้อมเลย ไอ้เพี้ยนเอ็งเฝ้าร้านให้ดีนะเว้ย” ทำเป็นสั่งงานโขมงโฉงเฉงแล้วดึงแขนปลัดออกไปเลย บรรดาคนกินข้าวแกงพากันมองงงๆ ส่วนกลุ่มของเสี่ยกำพลพากันมองอย่างสงสัย

ooooooo

พอพากันออกจ๊อกกิ้ง ดาวเรืองพาวิ่งไปทางดอนล้อมช้าง เพราะมีนัดกับกำนันเทิ้มที่นั่น พอปลัดทักท้วงก็บอกว่าวิ่งที่ดอนล้อมแรดตั้งแต่เด็กแล้วเบื่อ ลองวิ่งไปทางดอนล้อมช้างบ้าง ปลัดพูดไม่ออกตามเคย

ระหว่างนั้น รถของพวกเสี่ยกำพลขับตามไปห่างๆ พอดาวเรืองเจอกำนันเทิ้มก็ส่งสัญญาณว่าวันนี้ไม่สะดวกแล้ววิ่งกลับ พวกเสี่ยที่ตามมาจึงขับรถเลยไป พอวิ่งกลับมาถึงหน้าร้าน ดาวเรืองก็เลิกวิ่ง อ้างว่าเหนื่อยพรุ่งนี้ค่อยซ้อมใหม่ ซ้อมวันละอย่าง วันนี้ซ้อมกล้ามเนื้อขา พรุ่งนี้มือมะรืนแขน มะเรื่องค่อยออกหมัด ปลัดฟังแล้วส่ายหน้าเตือนว่า

“เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ถ้าซ้อมวันละอย่างแบบที่เธอว่า เธอได้ถูกจูบโชว์แน่”

ตกเย็นดาวเรืองสวมนวมซ้อมกับปลัดที่หลังร้านแถวกระท่อมที่ใช้เล่นไพ่ ไอ้เพี้ยนหิ้วกระติกน้ำมาให้  เห็นไอ้แหลมกับไอ้กรอดมาแอบดู เลยบุ้ยใบ้ให้ดาวเรืองรู้ “หัวไอ้เรือง” ทำงานทันที ดาวเรืองทำเป็นไอโขลกๆๆจนน้ำหูน้ำตาเล็ด พอไอ้เพี้ยนมาจับตัวก็ผสมโรงร้องลั่นว่าตัวร้อนจี๋เลย พูดดังๆให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอดได้ยินว่า

“ถอนตัวตอนนี้ยังทันนะพี่ ไม่งั้นพี่แพ้มันแน่ๆ”

“ไม่ได้โว้ย ข้ารับปากมันไปแล้ว ยังไงก็ต้องขึ้นชกเพื่อศักดิ์ศรี ไม่ใช่แพ้บาย แบบนั้นมันน่าอายโว้ย” โวยแล้วก็ไอแค่กๆๆต่อ

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดได้ยินดังนั้นทำคอย่นกลั้นหัวเราะกันคิกคัก รีบกลับไปรายงานวรรณว่าดาวเรืองป่วยกระเสาะกระแสะแบบนี้จะเอาแรงที่ไหนสู้ แพ้แหงๆ ไอ้แหลมเสนอวรรณว่า ตอนนี้ก็ซ้อมจูบหมอนนอนก่ายหมอนข้างไปพลางก็พอแล้ว วรรณยิ้มกระหยิ่มที่จะได้จูบดาวเรืองสมใจก็คราวนี้แหละ!

ข่าวดาวเรืองป่วยสะพัดไปเร็วราวกับไฟลามทุ่ง บานชื่นที่ไปรับแทงมวยที่ดอนล้อมควายรีบกลับมาด้วยความเป็นห่วง พอรู้ว่าเป็นแผนลวงให้วรรณตายใจของดาวเรืองก็เบาใจ แต่ก็อดบ่นอย่างเป็นห่วงไม่ได้ว่า แรงผู้หญิงจะไปสู้ผู้ชายได้ไง

“เอาน่า...เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะแม่!!”

ผู้ใหญ่ผันเองก็แอบแทงมวยข้างวรรณไปหนึ่งหมื่น ห้ามพวกเมียเบอร์รองๆบอกเวียงเด็ดขาด ขืนเวียงรู้มีหวัง หัวแบะ พอเวียงรู้จริงๆผู้ใหญ่เกือบหัวแบะเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะแทงมวยไปหนึ่งหมื่น แต่ถามว่าทำไมไม่แทงไปสองหมื่นสามหมื่น! ผู้ใหญ่ยิ้มเจื่อนๆที่โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง

ooooooo

เพราะวันนี้เป็นวันทำบุญใส่บาตรกันทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านมาวัดกันคลาคล่ำ นายอำเภอกับคุณนายฤดีก็มา แต่คุณนายไปเดินสะดุดอะไรไม่รู้ส้นรองเท้าหลุด ปลัดเลยเอากาวตราช้างมาติดให้เพราะกาวใกล้จะหมด ปลัดออกแรงบีบเต็มที่ กาวเลยพุ่งปรี๊ดไปที่หลังมือขวา ปลัดรีบป้ายแปะรองเท้าคุณนาย ซ่อมเสร็จทันให้คุณนายไปใส่บาตรพอดี แล้วปลัดก็ลุก จะไปล้างมือ

ดาวเรืองถือถาดขนมวิ่งจะมาใส่บาตร ถูกเสมอใจที่มัวแต่มองหาวรรณชนเข้าอย่างจัง แต่ไอ้เรืองซะอย่างถึงเซจะล้มก็ยังประคองถาดใส่ขนมไว้ได้ แต่มือซ้ายป่ายไปคว้ามือขวาปลัดเข้าเต็มๆ เลยถูกกาวช้างติดมือทั้งสองไว้ด้วยกัน ดึงอย่างไรก็ไม่ออก พอดีพระมาได้เวลาใส่บาตร เลยต้องเดินมือติดกันไปใส่บาตร ไอ้เพี้ยนถามดาวเรืองว่าทำไมใส่บาตรร่วมขันกับปลัดล่ะ ดาวเรืองถลึงตาใส่เพราะอายชาวบ้าน

แต่วรรณทนไม่ได้ โวยวายว่าปลัดหยามหน้าตนต่อหน้าพระหน้าเจ้า ทั้งที่รู้ว่าดาวเรืองเป็นว่าที่เมียตนยังมาเหยียบหัวใจกันแบบนี้ วรรณโวยวายจนเวียงต้องจ้าง 500 บาทให้อยู่นิ่งๆก่อน วรรณจึงสงบลง มือใส่บาตรแต่ตาจ้องจิกปลัดกับดาวเรืองตลอดเวลา

งานวัดเป็นเทศกาลหาเงินของหลวงตาคง นอกจากพรมน้ำมนต์เพิ่มเสน่ห์แล้ว ยังมีสาลิกาลิ้นทองให้พวกแม่ค้าเช่าด้วยราคาบาจาคู่ละ 99 บาท โดยให้กำจรเป็นคนรับเงิน แต่ใครจะเช่าเกินหนึ่งคู่ก็ได้จะได้เอาไว้ทำบุญ

ชาวบ้านฮือฮากันเข้ามา ดาวเรืองเห็นแล้วหงุดหงิดรู้ทันว่านี่เป็นการต้มตุ๋น ซ้ำตัวเองยังโดนหลวงตาคงแขวะว่าสำหรับดาวเรืองจะให้ฟรีๆ เพราะรักษาไว้ได้ไม่นาน คนพูดจาไม่มีสัมมาคารวะของดีที่ไหนก็ไม่อยู่ด้วย

“เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน!” ดาวเรืองคำรามที่โดนแขวะต่อหน้าชาวบ้านมากมาย

ooooooo

ดาวเรืองให้ไอ้เพี้ยนไปซื้อน้ำมันจากเจ๊กฮวดเพื่อมาเปลี่ยนน้ำมันมนต์ของหลวงตาคง ให้ไอ้เพี้ยนแอบเปิดดูน้ำมันในปี๊บของหลวงตา ไอ้เพี้ยนมองเผินๆ บอกว่าก็น้ำมันธรรมดาๆนี่เอง

“มันต้องมีสิวะ ไม่งั้นใครจะอาบน้ำมันเดือดๆ ได้” ดาวเรืองมั่นใจ คิดถึงตอนหลวงตาเอาน้ำมันเดือดๆ มาทาตัวจำได้ว่าก่อนเอาน้ำมันเดือดๆ มาทาตัวหลวงตาเอาปูนแดงทาตัวไว้หนาเตอะ ก่อนทาทับกันความร้อนไว้ชั้นหนึ่งแล้ว ยิ่งกว่านั้นเมื่อดาวเรืองเทน้ำมันในปี๊บของหลวงตาออกมาดู ปรากฏว่าก้นปี๊บเป็นน้ำทั้งนั้น มีน้ำมันลอยหน้านิดเดียวเอง

ดาวเรืองอธิบายให้ไอ้เพี้ยนฟังว่า เมื่อหลวงตาเอาน้ำมันในปี๊บไปต้ม น้ำข้างล่างเดือดก็พรั่งพรูขึ้นมาข้างบนทำให้คนคิดว่าน้ำมันเดือด แล้วพอช้อนน้ำมันตรงขอบๆ กระทะไปทาตัว มันก็ไม่ร้อนเท่าไหร่ แถมหลวงตายังเอาปูนทาตัวเสียหนาเตอะด้วย ความร้อนยิ่งไม่ถูกเนื้อ

พอไอ้เพี้ยนเข้าใจหลักการ ก็บอกดาวเรืองว่าเราเอาน้ำมันแท้ๆไปแทนน้ำแบบนี้ หลวงตาก็ได้กลายเป็นปลาไหลต้มเปรตแน่

“ทำแบบนี้ไม่ได้นะดาวเรือง” ปลัดจิ๋นดุ แต่ดาวเรืองไม่สนใจบอกว่าไม่ต้องมาห้ามให้ยาก ยังไงตนก็ไม่ปล่อยให้หลวงตาคงต้มตุ๋นชาวบ้านต่อไปแน่

“ฉันรู้ทุกอย่างเหมือนที่เธอรู้ แล้วก็เคยคิดจะทำเหมือนอย่างที่เธอจะทำ แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ต่อให้หลวงตาคงเลิกแสดงอภินิหาร เธอคิดเหรอว่าคนที่งมงายจะเลิกงมงาย เขาก็แค่วิ่งไปหาที่ใหม่เท่านั้นเอง”

ดาวเรืองทำท่าจะเถียง ปลัดขัดขึ้น ชี้ให้เห็นว่าเวลาที่หลวงตารดน้ำมนต์หรือให้ของขลังท่านคอยสอดแทรกตลอดว่า ต้องทำดีคิดดีด้วยของดีที่ว่าถึงจะให้คุณ ถือโอกาสอบรมเสียเลยว่า

“การกระทำทุกอย่างต้องดูที่เจตนา วิธีการของ หลวงตาอาจจะไม่เหมือนพระครูจ้อย ไม่เหมือนคนอื่นๆ แต่จุดหมายปลายทางคือต้องการให้คนทำดี” แล้วปลัดก็ยกเอาตอนที่หลวงตาคงสอนบรรดาผู้ที่บูชาของขลังของแกไปว่า

“ใครที่บูชาไป ต้องระวังให้ดี สาลิกานี่ชอบคนฉลาด อ่อนโยน ถ้าพูดหยาบคายลามกจกเปรตของจะหายจากตัวนางกวักรุ่นนี้เป็นรุ่นที่สู้แล้วรวย ใคร

ได้ไปบูชาจะไหว้เช้าไหว้เย็นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องหมั่นพัฒนาฝีมือด้วย ถ้าขายของกินก็ต้องให้มันอร่อย สะอาด ถูกอนามัย ไม่ใช่ให้เขากินไปอ้วกไปขี้แตกไป แบบนี้ต่อให้นางกวักกวักจนท้องแขนยานก็ไม่มีใครกลับมากินร้านเอ็งอีก เข้าใจไหม”

ไอ้เพี้ยนสะกิดบอกดาวเรืองว่า อีกห้านาทีหลวงตาจะอาบน้ำมนต์แล้ว ทั้งสองร้อนใจจะทำยังไงดี ขืนปล่อยให้หลวงตาอาบน้ำมันเดือดที่ไอ้เพี้ยนเอาไปเปลี่ยนได้กลายเป็นปลาไหลต้มเปรตแน่ๆ

ปลัดจิ๋นนิ่งดูสองตัวแสบที่กำลังร้อนรนว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร

ooooooo

เมื่อได้เวลา หลวงตาคงออกมานั่งขัดสมาธิบนแท่นกลางปะรำ พนมมือหลับตา มีศิษยานุศิษย์ห้อมล้อมคอยทำพิธีและสั่งจองน้ำมนต์กันมากมาย

ดาวเรืองเข้าไปหาหลวงตาขออนุญาตปรึกษาธรรมะสักข้อ แล้วขยิบตาให้ไอ้เพี้ยนดึงมือหลวงตาออกไป ดาวเรืองขอร้องหลวงตาว่าปีนี้งดอาบเอาแค่หุงน้ำมันเฉยๆ ก็พอ หลวงตาคงถามว่า ก็อาบอย่างนี้มาทุกปีแล้วทำไมปีนี้จะอาบไม่ได้ ดาวเรืองจึงสารภาพสิ่งที่ตนกับไอ้เพี้ยนทำไว้

หลวงตาคงรู้ความจริงถึงกับเหวอ อึ้งไปครู่ใหญ่แล้วบอกดาวเรืองว่า “เออ ขอบใจ ไม่เป็นไรหรอกว่ะ เพราะข้าเคยอาบมาทุกที ถ้าปีนี้ไม่อาบ เอ็งคิดว่าคนเขาจะเรียกข้าว่าหลวงตาอีกงั้นเรอะ” หลวงตาตัดบท เมื่อดาวเรืองกับเพี้ยนพยายามจะให้เปลี่ยนใจว่า “เอาเถอะ ถ้าข้าจะเหมือนปลาไหลต้มเปรต ข้าก็ไม่โทษใคร ต้องโทษตัวเองที่เลือกทางเดินนี้ กรรมสนองกรรมข้าก็ต้องให้มันเป็นไป” พูดแล้วหลวงตาเดินออกไปแบบเป็นไงเป็นกัน

“ทำไงดีวะ” ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนถามกันหน้าตาตื่นตกใจ ปลัดยังคงยืนดูอย่างใจเย็นว่า “หัวไอ้เรือง” ที่ว่าแน่นัก คราวนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร

แล้ว “หัวไอ้เรือง” ก็ทำได้ เมื่อให้ไอ้เพี้ยนไปสืบว่าในกระทะนอกจากน้ำมันแล้วยังมีอะไรอีก ไอ้เพี้ยนสืบมาได้ว่า มีน้ำมันหลายอย่างและสมุนไพรหลายชนิด ซึ่งไอ้เพี้ยนก็จดจำมาได้หมด ดาวเรืองสั่งไอ้เพี้ยนให้ไปบอกลูกศิษย์หลวงตาว่าอย่าเพิ่งใส่ส่วนผสมลงไป รอจนหลวงตาทาปูนที่ตัวเสร็จแล้วค่อยใส่และใส่กากลงไปด้วย เพราะกากจะลอยขึ้นมาปะทะประทังความร้อนไว้ได้ แถมหลวงตาทาปูนด้วย คงไม่ร้อนเท่าไหร่

ขณะหลวงตาทาปูนตามตัว ไอ้เพี้ยนก็ทำทีโฉบเข้าไปช่วย แอบกระซิบบอกว่า

“ช้อนหน้าๆข้างกระทะนะหลงตา บนใบไม้เปลือกไม้พวกนั้นน่ะไม่ค่อยร้อนหรอก”

สำเร็จ!! เมื่อหลวงตาเอามือช้อนน้ำมันในกระทะที่กำลังเดือดมาทาหลังทาไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน ชาวบ้านฮือฮากันมาก รุมกันเข้ามาเช่า 2 ขวดบ้าง5ขวดบ้าง โหลนึงบ้าง จนกำจรรับทรัพย์แทบไม่ทัน

“สำเร็จแล้วสิ” ปลัดประชดแกมชมหลังงานเลิก

“ก็บอกแล้วไง เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ!!”

“เสกน้ำมันยังไม่แปลก เสกเหล้าให้เป็นน้ำปลา ...แปลกกว่า” ปลัดประชดลอยๆ

“เสกน้ำปลาเป็นไม้ฟาดหัวคนสลบ...แปลกที่สุด”

“ผิด...ถูกจูบกลางงานวัดต่างหาก...แปลกที่สุด”

ปลัดตบท้ายทีเด็ด ยิ้มกวนๆเยาะๆแล้วเดินออกไป ดาวเรืองมองตามทำปากขมุบขมิบด่าตามหลัง

แล้วคืนนี้ ปลัดจิ๋นก็ต้องตื่นตัวหัวหมุนอีก เมื่อจ่าแม่นมาบอกกลางดึกว่า

“สายทางหมู่จ้อยรายงานว่า ไอ้เรืองจะส่งยาเสพติดลอตใหญ่หลังจากชกมวยพรุ่งนี้ ทางตำรวจจะแฝงกำลังในพวกที่มาเชียร์มวยแล้วตามสกัดจับไม่ให้มันรู้ตัว” ปลัดถามว่าตนช่วยอะไรได้ไหม จ่าแม่นพูดจริงจังว่า “ในฐานะที่คุณปลัดเป็นผู้ประสานงานที่ต้องดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด ผมอยากขอให้คุณปลัดช่วยจับตา ไอ้เรืองให้อีกแรง เจอกันพรุ่งนี้นะครับ”

เป็นงานที่ทำเอาปลัดจิ๋นเครียดขึ้นมาทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 12:28 น.