สมาชิก

มณีสวาท

ตอนที่ 8

ภุชคินทร์คิดไม่ตกถึงเรื่องประหลาดที่เกิดกับเขาหลายวันที่ผ่านมา กลับไปวังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นารีวรรณวิ่งหน้าตื่นมารายงานเรื่องเฟื่องฟ้ากับเฟื่อง-วลีหาว่าเจ้าอุรคาทำเสน่ห์ ภุชคินทร์โบกมือห้ามและ

บอกว่ารู้จากไพศิษฐ์แล้ว นารีวรรณไม่เซอร์ไพรส์ย้อนถามเสียงซื่อ

“แล้วพี่ศิษฐ์บอกหรือเปล่าคะ ว่าตำนานพญานาคีที่หนูนาเคยอ่าน เหมือนเรื่องที่เจ้าอุรคาแสดงบนเวทีไม่ ผิดเพี้ยน เหมือนจนหนูนาคิดว่าเจ้ากำลังแสดงชีวิตของเจ้าเอง”

พูดจบนารีวรรณก็ออกจากห้อง ทิ้งภุชคินทร์ไว้กับความสับสน เรื่องราวมากมายทำให้เขาประสาทเสีย อาละวาดปาข้าวของระบายอารมณ์ หม่อมภาณีกับนารี-วรรณได้ยินเสียงอึกทึกจากชั้นบนจึงไปดูแล้วผงะ เห็นภุชคินทร์จะเขวี้ยงครุฑธิการลงพื้น หม่อมภาณีตรงเข้ายื้อยุดแต่ลูกชายขืนไว้ บอกว่าตั้งแต่มีมันชีวิตก็มีแต่เรื่องวุ่นวายจนแทบบ้า นารีวรรณแย้งว่าเป็นเพราะเจ้าอุรคาต่างหากที่ทำให้เขาอยู่ไม่สุขเพราะเธอเป็นคนให้ครุฑธิการ ภุชคินทร์นิ่งไป...คิดเหมือนน้องสาวทุกอย่างแต่ไม่เคยยอมรับอย่างเป็นจริงเป็นจัง

ภุชคินทร์เก็บเรื่องนี้ไปคิดจนผล็อยหลับ เห็นภาพในฝันว่าขับรถออกจากวังด้วยความเร็วสูงเพื่อไปเคลียร์กับราชนิกุลสาว แต่ไปไม่ถึงเฮือนภูจำปาก็ได้พบเธอระหว่างทาง เจ้าอุรคายิ้มอย่างยินดีและเปิดฉากทักราวกับอ่านใจเขาได้

“ดิฉันไม่เคยคิดแกล้งเล่นกลหลอกคุณชาย แต่จะคิดว่าสิ่งใดที่คุณชายปรารถนา ดิฉันก็พร้อมจะทำ อย่างที่คุณชายขับรถเร็วเพราะต้องการเจอดิฉัน ดิฉันก็มาให้เจอแล้วไงคะ”

ราชนิกุลหนุ่มถึงกับอึ้ง นึกหงุดหงิดแววตาและท่าทีเหมือนรู้ทันของหญิงสาวเป็นกำลัง สวนกลับอย่างเหลืออด

“เจ้าคิดว่าผมโง่จนไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับตัวเองหรือ เรื่องบนเวทีผมรู้ตัวแต่ควบคุมไม่ได้ ผมขัดขืนสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้”

“งั้นตอนนี้คุณชายก็ควบคุมตัวเองก่อนสิคะ”

“จะให้ผมควบคุมตัวเองหรือ ที่ผ่านมาเจ้าอยากทำอะไรก็ทำโดยไม่คิดว่าใจผมรู้สึกยังไง ผมแทบบ้ากับสิ่งที่หาคำตอบไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรและทำไมมันต้องเกิด แล้วทำไมต้องเกิดกับผม”

“ดิฉันพยายามบอกตลอดแต่ท่านไม่เคยเปิดใจฟัง มัวแต่จำคำสาบานที่ทำร้ายดิฉันจนถึงบัดนี้”

ภุชคินทร์งงเพราะไม่รู้ว่าเคยสาบานอะไร เจ้า

อุรคาน้ำตาไหลพรากด้วยความคับแค้นใจ ตั้งท่าจะอธิบายแต่ยมนาปรากฏตัวและลากเธอจากไปเสียก่อน ภุชคินทร์จะตามเพราะคาใจเรื่องที่เธอทิ้งท้ายแต่ก็ตามไม่ทัน เขารู้สึกตัวอีกครั้งเช้าวันถัดมา มองรอบห้องตัวเองอย่างมึนงง...เขาฝันถึงเจ้าอุรคาอีกแล้ว แต่ช่างเป็นฝันที่เหมือนจริงเหลือเกิน!

ขณะเดียวกันที่ห้องลับในเฮือนภูจำปา...ยมนาผลักร่างเจ้าอุรคาจนเซถลาลงพื้นพร้อมตวาดลั่นอย่างเดือดจัดที่สหายรักไม่รู้จักสำนึก ทำผิดกฎสวรรค์นำความลับเรื่องอดีตชาติไปบอกมนุษย์ เจ้าอุรคาสวนกลับอย่างมีอารมณ์ว่าต้องการแค่ภุชคินทร์ระลึกชาติได้ ยมนาตอกกลับอย่างหัวเสีย

“คิดแค่นั้นหรืออุรคาเทวี เจ้าไม่รู้หรอกว่าสิ่งเลวร้ายจะตามมา และโทษมันก็มหันต์กว่าที่เจ้าคิดร้อยเท่าพันเท่า”

“แค่ระลึกชาติเท่านั้นน่ะหรือ”

“ใช่...ถ้ามนุษย์ผู้หนึ่งระลึกชาติได้ ความอาฆาตพยาบาทจะเกิดไม่จบสิ้น โดยเฉพาะกับภุชเคนทร์ เจ้าคงจำได้...ก่อนตายนาคาภุชเคนทร์มีสภาพเช่นไร”

ดวงตาเจ้าอุรคาเบิกโพลง ภาพความเจ็บปวดของพญานาคายังวนเวียนในหัว น้ำตานองหน้าด้วยความแค้นใจ

ooooooo

ไพศิษฐ์ก้าวขึ้นโรงพักด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องคดี จ่าชิดชวนไปพบและสอบปากคำอากรลูกน้องเสี่ยทรงยศที่บ้าน เผื่อได้ข้อมูลดีๆเพราะได้รับรายงานจากชาวบ้านละแวกนั้นว่ามือปืนหนุ่มมีอาการเหมือนผีเข้า ผู้กองหนุ่มตอบตกลงและโทร.ชวนภุชคินทร์ไปด้วยเพราะคิดว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับเจ้าอุรคา

สองหนุ่มเพื่อนซี้และจ่าชิดไปถึงบ้านอากรบ่ายวันนั้น มองสภาพบ้านทรุดโทรมด้วยความหดหู่แล้วสะดุ้ง ได้ยินเสียงละล่ำละลักอ้อนวอนขอชีวิตจากด้านใน

“อย่า...อย่าทำฉัน พอแล้ว...ฉันสาบานว่าต่อไป ฉันจะไม่ยุ่งกับเจ้าอุรคาอีกแล้ว...ฉันสัญญา”

ทันทีที่ทุกคนเข้าไปในบ้านก็รู้สึกสลดใจกับภาพอากรตัวสั่น ร้องโวยวายเหมือนเห็นผีตลอดเวลา มือปืนหนุ่มมองไม่เห็นใครนอกจากชรายุในร่างงูยักษ์ที่ตวาดเสียงดุเพราะเขาเคยลบหลู่เจ้าอุรคา มันจ้องอย่างอาฆาตแล้วเลื้อยมารัดร่างมือปืนหนุ่มจนเขาหายใจไม่ออก ทุกคนมองอาการดิ้นรนราวจะขาดใจด้วยความสังเวช ไม่มีใครเห็นงูจึงเข้าใจว่าเขามีอาการทางประสาทเห็นภาพลวงตา อากรถูกหามส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา สองเพื่อนซี้มองหน้ากันเครียดๆ...มั่นใจว่าต้องเกี่ยวกับเจ้าอุรคาแน่ๆ

ขณะที่ภุชคินทร์กับไพศิษฐ์สงสัยเจ้าอุรคามากขึ้นทุกที...สุบรรณสับสนกับเรื่องประหลาดที่เกิดกับตัวเองในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งความรู้สึกรักต่อเจ้าอุรคาจนถอนตัวไม่ขึ้นและความเกลียดชังต่อภุชคินทร์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตัดสินใจถามมือขวาคนสนิทว่าเห็นเขาเป็นอะไร อำนาจอึกอักจนเขาทนไม่ไหว โพล่งขึ้นอย่างอึดอัด

“แกยังเห็นฉันเป็นคนอยู่หรือเปล่า ฉันเห็นพญาครุฑซ้อนในตัวฉัน แกมองฉันสิอำนาจ แกเห็นอะไรไหม”

“ผมก็เห็นนายเป็นนายเหมือนเดิม”

“ฉันไม่เชื่อเรื่องภพชาติ แต่ตอนนี้มันกำลังเกิดกับฉัน ฉันรักเจ้าอุรคาอย่างที่ไม่เคยรักใครจนแทบคลั่งตาย รักจนต้องลดตัวไปแย่งชิงกับคุณชายภุชคินทร์ และฉันต้องแย่งเธอมาให้ได้!”

สุบรรณประกาศกร้าวเอาจริง อำนาจมองมาอย่างกังวล...กลัวเจ้านายจะคลั่งตายเสียก่อน

เวลาเดียวกันที่บ้านพันเอกนรินทร์...นาถสุดากระวนกระวายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากญาติหนุ่ม พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวแต่คิดไม่ตกว่าเจ้าอุรคาเป็นใครหรือคืออะไรกันแน่ เธอนึกคำของพ่อจึงลองตั้งสมาธิเพื่อเข้าฌาณแต่ไม่สำเร็จ หญิงสาวฮึดฮัดอย่างหัวเสียแล้วลองใหม่ คราวนี้สติของเธอดำดิ่งไปอีกมิติ เจ้าอุรคาค่อยๆปรากฏกายตรงหน้าและยกฝ่ามือแตะหน้าผาก พูดด้วยเสียงเบาแต่หนักแน่นราวกับต้องการสะกดจิต

“จงฟังและจดจำ...ลืมทุกอย่างที่เจ้าค้นหาเกี่ยวกับข้า หน้าที่เจ้าคือปกป้องข้า เจ้าต้องปกป้องข้านาถสุดา”

“ค่ะเจ้า...ฉันจะลืมสิ่งที่ฉันค้นหา ฉันจะช่วยเจ้า ฉันจะปกป้องเจ้าอุรคา”

นาถสุดาพึมพำตอบอย่างไม่รู้ตัว เจ้าอุรคายิ้มพอใจแล้วค่อยๆหายตัวไป ทิ้งหญิงสาวไว้ในภวังค์ล้ำลึก

พันเอกนรินทร์ถึงกับหน้าถอดสีในเช้าวันถัดมา เมื่อลุงคนสวนรายงานว่าพบรอยเลื้อยของงูขนาดใหญ่ในสวน อดีตนายทหารนึกรู้ถึงความผิดปกติแต่กลบเกลื่อนด้วยท่าทีเคร่งขรึม บอกลุงคนสวนที่ตั้งท่าจะตามไปไล่งูว่าเขาคงหนีไปแล้ว พันเอกนรินทร์เพ่งรอยเลื้อยอย่างพินิจ พึมพำบทสวดมนต์แล้วได้ยินเสียงเจ้าอุรคาก้องขึ้นในโสตประสาท

“เราไม่ทำร้ายคนที่คิดดีกับเรา เราจะทำร้ายแต่คนที่คิดร้ายต่อเรา”

อดีตนายทหารคิดหนัก เข้าใจเจ้าอุรคาแต่ไม่แน่ใจว่าจะนิ่งเฉยต่อไปได้อีกนานแค่ไหน...

ooooooo

เฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีพบเจ้าอุรคาโดยบังเอิญหน้าร้านเพชรของเจ้าประกายคำจึงตามสังเกตการณ์ ราชนิกุลสาวรู้ว่าถูกสุ่มมองแต่ไม่ถือสา แกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วเดินเข้าร้าน ได้ยินหม่อมภาณีปรับทุกข์เรื่องภุชคินทร์และอิทธิฤทธิ์ของครุฑธิการ เจ้าประกายคำปลอบไม่ให้คิดมากและถ้าสงสัยอะไรให้ลองถามเจ้าอุรคาเพราะเธอเดินมานั่นแล้ว!

เจ้าประกายคำต้อนรับเจ้าอุรคาอย่างยินดีและคุ้นเคย ในขณะที่หม่อมภาณีมีท่าทีอึดอัดเพราะยังแคลงใจเรื่องราชนิกุลสาว เจ้าอุรคารับรู้ถึงความลำบากใจ มองมาอย่างรู้ทันพร้อมทักทายเสียงหวาน เจ้าประกายคำเห็นเพื่อนอึกอักเลยพูดแทนว่ากำลังชื่นชมการแสดงที่งานการกุศล เจ้าอุรคายิ้มรับและเปรยเป็นนัยๆ

“นั่นเป็นแค่สิ่งเล็กน้อย ถ้ามีโอกาส...ดิฉันจะแสดงให้เห็นมากกว่านี้”

จบคำก็ปรายตาไปที่หน้าร้านอย่างมีเลศนัย พูดลอยๆ ว่ามีคนแอบตาม เจ้าประกายคำกับหม่อมภาณีมองตาม เห็นเฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีทำลับๆล่อๆจึงเรียกให้เข้ามา สองแม่ลูกถูกหม่อมภาณีตำหนิที่ทำตัวน่าสงสัย เฟื่องฟ้าจึงโพล่งขึ้นว่าเจ้าอุรคาไม่ใช่คนแล้วชวนลูกสาวกลับ เหลือบเห็นสร้อยของเจ้าอุรคากลายเป็นงูและทำท่าเหมือนจะฉก จึงส่งเสียงโวยวายจนเจ้าประกายคำเหลืออด ออกปากไล่อย่างโกรธจัด เฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีผลุนผลันออกไปแล้ว หม่อมภาณีมองเจ้าอุรคาทึ่งๆ เช่นเดียวกับภุชคินทร์ที่มารับแม่ มองท่าทีเยือกเย็นแต่น่ากลัวของราชนิกุลสาวอย่างสงสัย

หลังจากนั้นเจ้าอุรคาขอตัวกลับ ภุชคินทร์ตัดสินใจโทร.บอกแม่ว่าติดธุระไปรับไม่ได้แล้วสะกดรอยตามหญิงสาวแทนแต่เหมือนจะคลาดกัน เจ้าอุรคารู้ว่าชายหนุ่มเดินตามจึงปรากฏตัวให้เห็น มองมาอย่างรู้ทันจนเขานึกหงุดหงิด โพล่งถามอย่างอดไม่ได้ว่าเธอเป็นใครกันแน่ เจ้าอุรคามองมาด้วยแววตาเศร้า เปรยเสียงเบาแต่จริงจัง

“เป็นอย่างที่คุณชายรู้จัก แต่คุณชายพยายามลืมมัน...ไปรับหม่อมภาณีเถอะค่ะ อย่าเห็นว่าเรื่องของดิฉันเป็นธุระด่วนเลย เพราะบางเรื่องมันต้องใช้เวลา”

เจ้าอุรคาเดินจากไปแล้ว ภุชคินทร์ยืนที่เดิมอยู่พักใหญ่ ข้องใจคำพูดเป็นนัยๆของหญิงสาวเหลือเกิน...

หลังออกจากร้านเจ้าประกายคำ หม่อมภาณีตรงไปบ้านน้องชายด้วยความร้อนใจ ภิงคารมองพี่สาวยิ้มๆและเย้าว่ามาหาถึงบ้านเพราะเรื่องเจ้าอุรคา หม่อมภาณีแปลกใจ ภิงคารเฉลยว่ารู้เรื่องเมื่อบ่ายจากเฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลี หม่อมภาณีทำหน้าแหยงๆ บอกว่าเชื่อที่สองแม่ลูกพูดเพราะท่าทางเหมือนกลัวจริง เจ้าอุรคาเหมือนไม่ใช่คนธรรมดา ภิงคารทำหน้าไม่อยากเชื่อ หม่อมภาณีจึงพูดถึงข้อสงสัยของตนเสียงเครียด

“พี่ก็อธิบายไม่ถูก แต่อย่างที่เราเคยคุยกันวันที่มีการแสดงของเจ้า เราทุกคนเหมือนถูกควบคุม รู้แต่ทำอะไรไม่ได้ แล้วไหนจะเรื่องครุฑธิการ เรื่องรอยเท้าพญานาครอบวัง แล้วชื่อภุชคินทร์ของชายอีก”

“ผมไม่เห็นจะมีอะไรเกี่ยวกับเจ้าอุรคาเลย”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว มันเป็นเรื่องเดียวกัน ตั้งแต่เจอเจ้า พี่ก็กลัวว่าคนที่จะมาเอาตาชายไปคือเจ้าอุรคา”

หม่อมภาณีวิตกกังวลจนภิงคารอ่อนใจ...ถ้าเจ้าไม่ใช่คนแล้วจะเป็นอะไร

ooooooo

นาถสุดาไปหาอติศรีที่บ้านแฟนหนุ่ม ยืนมองดอกปาริชาติด้วยแววตาสนใจเพราะเคยอ่านเจอมีตำนานที่บอกว่าถ้าใครได้กลิ่นดอกนี้แล้วจะระลึกชาติได้ หญิงสาวก้มลงดมด้วยความอยากรู้ อติศรีเย้าว่าอยากรู้เรื่องอดีตชาติหรือ นาถสุดาส่ายหน้าแล้วพูดขำๆ

“ถ้าระลึกชาติได้ก็น่าสนุกนะคะ จะได้รู้ว่าชาติก่อนเราเป็นอะไร และนาถทำอะไรถึงมาเจอคุณศิษฐ์”

“เป็นวรรณคดีทางพุทธศาสนาน่ะลูก เขาว่าต้นปาริชาติคือต้นทองหลางบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีดอกสีแดงและทุกครั้งที่บานจะส่งกลิ่นหอม มีแสงสว่างไปทั่ว ใครได้กลิ่นจะระลึกชาติได้ แต่ร้อยปีถึงจะบานสักครั้ง”

อติศรีเล่ายิ้มๆและบอกว่าต้นในสวนนี้คงเป็นคนละปาริชาติเพราะปลูกมานาน ได้กลิ่นมาไม่รู้กี่ปีก็ยังระลึกชาติไม่ได้ ไพศิษฐ์ตามมาสมทบ อติศรีจึงปล่อยให้ทั้งสองพูดคุยกันตามลำพัง ผู้กองหนุ่มเปรยว่าเครียดเรื่องคดีกับเจ้าอุรคา นาถสุดาชักสีหน้าและบ่นแฟนหนุ่มที่ตั้งแง่กับราชนิกุลสาว ไพศิษฐ์แปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไป จ้องอย่างจับผิดจนเธออึดอัด ได้ยินเสียงเจ้าอุรคาก้องในโสตประสาทให้ช่วยปกป้องจึงเฉไฉว่าเป็นเรื่องพิสูจน์ไม่ได้ ผู้กองหนุ่มชักเคือง หาว่าแฟนสาวโดนผีเจ้าอุรคาปั่นหัว นาถสุดาของขึ้น แหวกลับอย่างเหลืออด

“ถ้าเจ้ามีมนต์จริง ทำไมไม่ทำให้คุณศิษฐ์เป็นพวกเธอเลยล่ะ เราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันด้วยเรื่องแบบนี้ ทุกที”

“มันคงมีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้เจ้าไม่สามารถใช้มนต์ได้กับทุกคน”

“คุณศิษฐ์มีอคติ เราเลิกพูดเถอะค่ะ เจ้าไม่มีอะไรเกี่ยวกับเรา เอาเป็นเขาก็อยู่ส่วนเขา เราก็อยู่ส่วนเราพอ”

นาถสุดาหุนหันเข้าบ้านไปแล้ว ไพศิษฐ์มองตามอย่างไม่เข้าใจ มั่นใจว่าเป็นฝีมือเจ้าอุรคาแน่...

เวลาเดียวกันที่บ้านพันเอกนรินทร์...สุบรรณจนปัญญาเรื่องตัวเองเลยตัดสินใจมาหาน้าชาย สงสัยว่าตัวเองอาจเป็นเนื้อคู่เจ้าอุรคาเพราะเชื่อว่าต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขารักและหลงเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น พันเอกนรินทร์รู้เรื่องของทั้งสองดีแต่พูดไม่ได้ อธิบายเสียงอ่อน

“ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวหรอกสุบรรณที่รู้สึกอย่างนั้น ผู้ชายทุกคนก็รู้สึกไม่ต่างกัน เพราะเจ้าอุรคาเป็น หญิงงาม ผู้ชายที่คิดว่าตัวเองมีบารมีและเหนือกว่าคนอื่น ต่างก็คิดอยากครอบครองเป็นเจ้าของเธอกันทั้งนั้น”

“คุณน้ากำลังบอกว่าผมกับเจ้าอุรคาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน”

“ไม่ใช่อย่างนั้น คนที่รู้จักกันและได้ผูกพันกัน ไม่ว่าในฐานะไหน จริงๆก็เป็นผลเกี่ยวเนื่องมาตั้งแต่อดีตชาติ น้าตอบไม่ได้หรอกว่าเธอกับเจ้าเป็นเนื้อคู่หรือศัตรู เพราะจิตของคนรักหรือเกลียดกัน มันมีแรงดึงดูดเข้าหากันเสมอ”

สุบรรณคิดว่าน้าชายรู้แต่บ่ายเบี่ยง ขอตัวกลับอย่างหงุดหงิด อำนาจตามประกบด้วยความเป็นห่วง เห็นด้วยกับเจ้านายที่อดีตนายทหารรู้ทุกอย่างแต่ไม่ยอมบอก ปลอบว่าอาจเป็นเรื่องไม่ดีจึงไม่อยากพูดให้ใจเสีย สุบรรณงุ่นง่านเพราะความอยากรู้ ฮึดฮัดจนมือขวาคนสนิทอ่อนใจ พูดเสียงอ่อนอย่างเกรงๆ

“มันอาจไม่ใช่เรื่องเนื้อคู่อย่างที่นายคิด แต่อาจเป็นศัตรูคู่แค้นกัน”

“ก็ถ้าเป็นศัตรู ฉันจะรักเขามากมายนั้นได้ยังไงวะ”

“ผมขอโทษครับ สมองอย่างผมอาจช่วยนายไม่ได้ แต่ผมพอหาคนที่สามารถบอกนายได้...พ่อหมอปัญญา!”

สุบรรณหันขวับด้วยความสนใจ...ยังไงก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรกับเขากันแน่ รวมทั้งเรื่องเจ้าอุรคาด้วย!

ooooooo

หลายวันถัดมา อำนาจพาเจ้านายไปหาหมอผีปัญญา เส้นทางคดเคี้ยวและยากลำบากทำให้สุบรรณหงุดหงิด อำนาจบอกว่าพามาเพราะเคยได้ยินจากสุรินทร์ถึงความน่าพิศวงของเจ้าอุรคา คิดว่าหมอผีน่าจะให้คำตอบได้ดีกว่าคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ สุบรรณลังเลเพราะไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้ ชะงักเมื่อเห็นชายแก่ยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงหน้า

“ให้ผมมีโอกาสรับใช้ท่านก่อนสิครับท่านสุบรรณ”

หมอผีปัญญายียวนจนสุบรรณแทบถอยกลับ อำนาจรั้งไว้และชวนให้ไปดูก่อน นักการเมืองถอนใจหนักหน่วง เดินเข้าบ้านซอมซ่ออย่างเสียไม่ได้ ปัญญาเลื่อนแก้วน้ำสกปรกให้แต่ถูกปัดออกด้วยท่าทางรังเกียจ สุบรรณเบ้หน้าแล้วพูดด้วยเสียงทรงอำนาจให้บอกเรื่องตนกับเจ้าอุรคาเพื่อพิสูจน์ความขลัง ปัญญาหัวเราะและสวนกลับอย่างท้าทาย

“อย่าว่าแต่เรื่องของท่านกับเจ้าอุรคาเลย แม้แต่เรื่องคุณชายภุชคินทร์กับท่านผมก็รู้”

สุบรรณตาโตเพราะคาดไม่ถึง เอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำแต่มันถูกเลื่อนออก ชายหนุ่มมองหน้ามือขวาคนสนิทงงๆ ปัญญายิ้มเยาะแล้วบอกว่าเป็นฝีมือลูกหลานในบ้าน ไม่พอใจที่นักการเมืองหนุ่มตั้งแง่กับเขา สุบรรณกับอำนาจชักหวั่น ยกแก้วน้ำมาดื่มจนหมด ทันใดนั้น...ภูตผีดวงวิญญาณก็โผล่ขึ้นเต็มบ้าน ปัญญาหัวเราะแล้วพูดเสียงหยัน

“นี่คือสิ่งเล็กน้อยจากการที่ผมให้คุณดื่มน้ำ แต่คุณจะเห็นอดีตชาติของคุณมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของคุณ หรือพูดง่ายๆว่าคุณกล้าทุ่มกับมันแค่ไหน”

อำนาจชักสีหน้า ได้ยินเจ้านายโดนสบประมาท ออกปากปกป้องนายสุดฤทธิ์ ปัญญาย้อนถามเสียงเหยียด

“แน่หรือ...คนรวยบางคนก็ตระหนี่ถี่เหนียว โลภและไม่รู้จักพอ มีแล้วก็ยังฉ้อฉลใช้กลโกงสารพัด แม้กระทั่งยักยอกของคนอื่นมาเป็นของตัวอย่างหน้าไม่อาย”

“ใครจะเป็นยังไงฉันไม่สน ฉันสนแต่เรื่องของฉัน จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามาแต่ทุกอย่างต้องพิสูจน์ได้ เพราะถ้าไม่...ฉันก็ไม่โง่พอจะควักเงินให้ใครง่ายๆเหมือนกัน!”

สุบรรณจ้องหน้าหมอผีอย่างไม่มีใครยอมใคร บอกว่าถ้าสำเร็จจะจ่ายห้าล้านแล้วผลุนผลันออกไป ปัญญาตาโต มองตามนักการเมืองหนุ่มและลูกน้องคนสนิทไปอย่างย่ามใจ สุรินทร์ที่ซ่อนตัวแอบฟังค่อยๆปรากฏตัวจากมุมมืด มองตามอดีตเจ้านายและคู่หูด้วยแววตาเคียดแค้น เปรยกับอาจารย์อย่างหัวเสียถึงเรื่องวันงานการกุศล

“ผมไม่เข้าใจ ปกติไอ้สุบรรณมันไม่ได้เป็นคนเก่งกล้าสามารถมีวิชา แต่วันนั้นมันเอาชนะผมได้”

“ก็ตอนนั้นไอ้สุบรรณมันมีวิญญาณของพญาครุฑแฝงอยู่น่ะสิ”

สุรินทร์ปะติดปะต่อเรื่องราว เบิกตาโพลงเพราะเข้าใจว่าเจ้าอุรคาเป็นผีงูด้วย ปัญญาส่ายหน้าและขัดเสียงเรียบ

“ไม่ใช่ผีงู แต่นางคือนาคเทวี ชีวิตของสองคนนั้นเกี่ยวข้องกัน นาคกับครุฑที่จองเวรกันตั้งแต่อดีตชาติ”

สุรินทร์ตะลึง ปัญญาแตะไหล่ศิษย์เอกเบาๆ บอกจะช่วยล้างแค้นให้...ถึงอีกฝ่ายจะเป็นพญาครุฑกลับชาติมาเกิดหรือว่านาคเทวีผู้ยิ่งใหญ่ ก็คงสู้คนมีวิชาอาคมอย่างตนไม่ได้!

ooooooo

ภุชคินทร์กับไพศิษฐ์ไปเยี่ยมอากรที่โรงพยาบาลประสาท มองอดีตมือปืนหนุ่มด้วยความเวทนาที่มีสภาพหวาดระแวงตลอดเวลา ผู้กองหนุ่มเล่าว่าได้สอบปากคำสมศักดิ์อดีตลูกน้องอีกคนของเสี่ยทรงยศ บอกว่าคู่หูเริ่มมีอาการหลังครั้งสุดท้ายที่ไปเฮือนภู-จำปา เมื่อเห็นเจ้าอุรคากลายร่างเป็นงู!

ภุชคินทร์นิ่งไปอึดใจ ชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิดที่เพื่อนตั้งแง่กับราชนิกุลสาว ไพศิษฐ์ส่ายหน้าอ่อนใจ

“ฉันรู้สึกว่านายกำลังปกป้องและรับไม่ได้ถ้าใครพูดถึงเจ้าอุรคาอย่างเสียหาย ฉันเป็นตำรวจนะ จะปรักปรำใครมั่วๆได้ ที่เล่าให้ฟังเพราะเหตุมันเกิดจากคนที่ทำร้ายนาย ถึงจะปฏิเสธแต่ใจนายก็เชื่อไปเกินครึ่งแล้ว”

“ใช่...ตอนนี้ฉันเชื่อว่าเจ้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเจ้าเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับฉัน”

ภุชคินทร์ประกาศกร้าวด้วยแววตามุ่งมั่น เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเจ้าอุรคากำลังเล่นเกมอะไรอยู่...สองหนุ่มตัดสินใจไปที่เฮือนภูจำปาเพื่อหาคำตอบเย็นวันเดียวกันนั้น เช่นเดียวกับสุบรรณและอำนาจที่นัดหมอผีปัญญาให้มาเจอที่เฮือนเจ้าอุรคาเพื่อพิสูจน์ความจริงทุกอย่าง โดยมีสุรินทร์ตามมาอีกทีเพื่อล้างแค้นทั้งพญานาคสาวและอดีตเจ้านาย

ขณะที่ทุกคนมุ่งหน้ามาที่เฮือนภูจำปา...ราชนิกุลสาวยังไม่รู้ตัว เดินเล่นในสวนอย่างเหม่อลอย ยืนมองต้นปาริชาติที่เพิ่งปลูกด้วยใจเศร้าหมอง รอคอยว่าเมื่อไหร่ภุชคินทร์จะมีโอกาสได้กลิ่นและระลึกชาติได้ สุรินทร์กับปัญญามาถึงก่อน แอบย่องเข้าไปในเฮือน ภุชคินทร์กับไพศิษฐ์ทันเห็นหลังไวๆจึงตามไปดูด้วยความอยากรู้แล้วผงะ เห็นหนึ่งในสองชายแปลกหน้าหายตัวไปเหมือนนินจา ส่วนอีกคนนัดเจอสุบรรณกับอำนาจที่หน้าเฮือน ไพศิษฐ์กับภุชคินทร์มองหน้ากันเครียดๆ มั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาดเพราะเพิ่งเห็นนินจาจากสำนักนินจัตสุตัวเป็นๆ

ปัญญาร่ายคาถาเปิดประตูเฮือน สุบรรณกับอำนาจมองอย่างทึ่งจัด เช่นเดียวกับภุชคินทร์และไพศิษฐ์ที่ตาโต ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอเรื่องเหลือเชื่อแบบนี้ ย่องตามคณะสุบรรณไปด้วยความอยากรู้ สุรินทร์มองตามทั้งสองคณะอย่างเย้ยหยัน พึมพำเบาๆกับตัวเองว่าจะต้องจัดการทุกคนให้หมด...เพื่อพลังชีวิตและความยิ่งใหญ่ของตน!

เวลาเดียวกันที่ห้องลับในเฮือน...เจ้าอุรคาลืมตาโพลงอย่างโกรธจัด ตั้งท่าไปจัดการผู้บุกรุกแต่ชรายุถลันมาขวาง กลัวเจ้านายสาวเพลี่ยงพล้ำเพราะเป็นคืนเดือนมืด เจ้าอุรคาดึงดัน ผลุนผลันออกไปอย่างไม่กลัว

ฝ่ายสุบรรณหงุดหงิดเพราะโดนปัญญาห้ามไม่ให้ตามขึ้นเฮือน อ้างว่ากลัวเจ้าอุรคาไม่เผยร่างแท้จริงแล้วจะเสียเที่ยว อำนาจมองเจ้านายด้วยความเห็นใจ ต่างจากสุรินทร์ที่แอบมองอย่างเหยียดหยามแล้วหายตัวตามปัญญา ส่วนภุชคินทร์ตัดสินใจพาไพศิษฐ์อ้อมไปอีกทางเพราะสังหรณ์ว่าชายแปลกหน้ามีแผนชั่วกับเจ้าอุรคา ผู้กองหนุ่มมองเพื่อนอย่างแปลกใจที่ชำนาญเส้นทางเป็นพิเศษ ราชนิกุลหนุ่มสะอึก กลบเกลื่อนว่ารู้เพราะเหมือนมีจิตใต้สำนึกคอยนำทาง...ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าจิตใต้สำนึกที่ว่าคือชรายุที่ใช้เวทมนต์บอกทางเพราะเป็นห่วงเจ้าอุรคา

ooooooo

ปัญญาเดินเข้าเฮือนด้วยใจระทึก มองรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นแล้วสะดุ้ง ได้ยินเสียงตวาดก้องในหัว หมอผีหนุ่มใหญ่มองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก โดนแรงผลักลึกลับจนล้มลงกับพื้น สุรินทร์เห็นเจ้าอุรคาปรากฏกาย ถลาไปกระชากข้อมือแต่โดนเหวี่ยงกลับ ปัญญาลุกขึ้นเงื้อมีดอาคมจะแทง เจ้าอุรคาเบิกตากว้างร้องเสียงหลง

ภุชคินทร์ ไพศิษฐ์ สุบรรณและอำนาจได้ยินเสียงร้อง พุ่งเข้าไปในเฮือนอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วงราชนิกุลสาว...เวลาเดียวกันภายในเฮือน เจ้าอุรคาล้มลงด้วยฤทธิ์มีดอาคม ปัญญากระชากร่างเธอจากพื้นแล้วบีบอย่างแรง หญิงสาวดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด พลังที่มีไม่มากพอเพราะเป็นคืนเดือนมืด ใบหน้าสวยงามเริ่มเหยเก ผิวหน้าและรูปร่างเริ่มเปลี่ยนเป็นร่างงู ปัญญาหัวเราะสะใจ ปล่อยร่างเธอลงพื้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“จะหมดพลังในการควบคุมกายนิรมิตของแกแล้วใช่ไหม...นังงูผี เผยหน้าแกออกมา”

ปัญญาเงื้อมีดจะแทงซ้ำ สุบรรณถลันมาขวาง ตวาดลั่นอย่างโกรธจัดให้หยุดทำร้ายเจ้าอุรคา ภุชคินทร์ที่เพิ่งตามทันฮึดฮัดจะไปช่วยราชนิกุลสาวแต่ไพศิษฐ์รั้งไว้ บอกให้รอดูเพราะอาจรู้อะไรเพิ่มเติม ปัญญาไม่ยอมหยุด สุบรรณเลยกระโจนถีบสุดแรงจนหมอผีเซคะมำ เจ้าอุรคารวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ท่องคาถากลายร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง สุรินทร์เห็นอาจารย์พลาดท่าจึงตัดสินใจปรากฏตัวเพื่อช่วย สุบรรณมองนักฆ่าหนุ่มตาค้าง หันไปทางปัญญาอย่างเดือดจัดที่กล้ารวมหัวกับอดีตลูกน้องหลอกเขา สุรินทร์สวนกลับอย่างไม่ยี่หระ

“เออ...ร่วมมือจะกำจัดนังงูผีที่มันกำลังจะกลายร่าง แต่พวกเอ็งสองคนดันเข้ามายุ่งเสียก่อน”

“ไหน...กลายร่างตรงไหน แกหันไปมองสิไอ้บ้า แกทำกับผู้หญิงอย่างนี้ได้ยังไง”

สุบรรณย้อนกลับอย่างหัวเสีย เจ้าอุรคาปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วผลักสุบรรณด้วยความโมโหที่กล้าส่งคนมาบุกรุกและทำร้ายเธอถึงเฮือน ผลุนผลันออกไปอย่างฉุนเฉียว ทุกคนถลาตามแล้วชะงัก เห็นงูใหญ่ปรากฏตัวที่สวนและทำท่าเหมือนจะฉก ปัญญาหลบด้วยความเร็ว ควักมีดอาคมปักที่กลางตัวงูอย่างแม่นยำ งูใหญ่ไม่ยอมแพ้ เลื้อยไปรัดร่างปัญญาแน่นจนแทบหมดลมหายใจ สุรินทร์เข้าใจว่างูยักษ์คือเจ้าอุรคา ควักมีดอาคมและพุ่งหาอย่างแค้นจัด

เวลาเดียวกันนั้นที่บึงใหญ่ข้างเฮือน...เจ้าอุรคาในสภาพกะปลกกะเปลี้ย ตามร่างกายเริ่มขึ้นเกล็ดงูอย่างควบคุมไม่ได้ กระโจนลงน้ำและกลายร่างเป็นพญานาคดำดิ่งหายไป ภุชคินทร์กับไพศิษฐ์วิ่งตามมาติดๆ งงเป็นไก่ตาแตกที่เธอหายตัวอย่างไร้ร่องรอยเหมือนเคย สองหนุ่มตะโกนเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ทันใดนั้น...ได้ยินเสียงร้องจากอีกด้านจึงรีบกลับไปดู ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าพญานาคสาวโผล่หัวมามองตามตาละห้อย...อยากปรากฏตัวให้เห็นเหลือเกิน แต่ทำใจให้เขาเห็นร่างนิรมิตของเธอไม่ได้

ฟากปัญญากับสุรินทร์ต่อสู้กับงูยักษ์อย่างบ้าคลั่ง ปัญญาจะบอกว่างูตัวนี้ไม่ใช่เจ้าอุรคาแต่ไม่ทันได้บอก โดนงูยักษ์ฝังเขี้ยวที่คอหมดลมไปเสียก่อน สุรินทร์ปักมีดอาคมบนตัวงูสุดแรงจนมันตัวเกร็งด้วยความเจ็บปวด คลายร่างที่รัดปัญญาและเลื้อยหนีไป สุรินทร์จะตามแล้วชะงัก เจอกับกองทัพงูน้อยใหญ่พุ่งมาหาอย่างโกรธแค้น สุบรรณ อำนาจ ภุชคินทร์ และไพศิษฐ์วิ่งหนีบรรดาอสรพิษอย่างทุลักทุเล ทิ้งสุรินทร์นอนแน่นิ่งเพราะโดนงูรุมรัดและกัดจนขาดใจตาย!

ooooooo

แท้จริงแล้วงูยักษ์ที่ฆ่าปัญญาคือชรายุ สาวใช้พาร่างสะบักสะบอมมาถึงริมบึง พยายามท่องคาถากลายร่างเป็นมนุษย์แต่ไม่สำเร็จ ตะโกนเรียกเจ้านายสาวให้ช่วยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับใกล้จะหมดลม

“เจ้า...ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ไหวแล้ว ช่วยข้าก่อนที่ทุกคนจะรู้ความจริง”

ฉับพลันนั้น...เจ้าอุรคาในร่างพญานาคีพุ่งขึ้นกลางบึง สร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านแถวนั้น ภุชคินทร์ ไพศิษฐ์ สุบรรณ และอำนาจที่หนีตายจากกองทัพอสรพิษ ได้ยินเสียงโหวกเหวกจึงวิ่งตามต้นเสียง ทันเห็นพญานาคพ่นน้ำกระจายถูกตัวงูยักษ์แล้วพากันอันตรธานหายไป ภุชคินทร์กับสุบรรณกระโจนลงน้ำ ดำผุดดำว่ายควานหาพญานาคอย่างบ้าคลั่ง คิดเหมือนกันว่าต้องการพิสูจน์เรื่องราชนิกุลสาวกับพญานาค ไพศิษฐ์ตามไปกระชากร่างเพื่อนขึ้นมา ภุชคินทร์ขืนตัวไว้แล้วประกาศกร้าว

“ฉันต้องการพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่แค่ภาพลวงตา พญานาคมีอยู่จริงๆ แล้วพญานาคตัวนั้นคือเจ้าอุรคา”

สองหนุ่มแหวกว่ายอย่างไม่ลดละแต่ไม่พบพญานาคหรืองูยักษ์ ขณะเดียวกันที่อีกมิติ...เจ้าอุรคาพาชรายุดำดิ่งไปที่ถ้ำใต้บาดาล มองสภาพเลือดท่วมกายของสาวใช้คนสนิทด้วยความสังเวชใจ...สุบรรณชักอ่อนแรงเพราะไม่ถูกกับน้ำ เหลือบมองภุชคินทร์แล้วเบิกตาโพลง เห็นร่างราชนิกุลหนุ่มเป็นพญานาค ว่ายตรงมาทางเขา นักการเมืองหนุ่มตกใจสุดขีด ภาพตรงหน้าเริ่มลางเลือน รู้สึกเหมือนตัวเองโดนลากขึ้นไปก่อนที่สติจะดับวูบ!

ภุชคินทร์ประคองร่างหมดสติของสุบรรณขึ้นจากน้ำ ไพศิษฐ์ถลันมาช่วยและปฐมพยาบาลจนฟื้น สุบรรณมองภุชคินทร์ตื่นๆแล้วพึมพำเสียงสั่นว่าเห็นราชนิกุลหนุ่มเป็นพญานาค ภุชคินทร์ชะงัก ส่วนสุบรรณหมดสติ ไพศิษฐ์มองอย่างสงสัย เหตุการณ์มากมายในหลายวันที่ผ่านมาทำให้ชักไม่แน่ใจ...หรือว่าเพื่อนรักจะมีอะไรพิเศษเหนือมนุษย์

ข่าวเรื่องพญานาคปรากฏตัวและสุบรรณเป็นลมหมดสติใกล้ที่เกิดเหตุกลายเป็นข่าวใหญ่เช้าวันถัดมา สุบรรณนอนดูข่าวที่โรงพยาบาลแล้วเครียดจัด ตบหน้าอำนาจอย่างหัวเสียเพราะเข้าใจว่าเป็นคนให้ข่าว โดยเฉพาะเรื่องการเสียชีวิตของปัญญากับสุรินทร์ อำนาจละล่ำละลักปฏิเสธ สุบรรณยังไม่วางใจ กลัวว่าเรื่องบ้าบอทั้งหมดจะสาวมาถึงตัว...

เวลาเดียวกันที่สถานีตำรวจ...ไพศิษฐ์ทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิดไม่ตกทั้งเรื่องเพื่อนรักและเรื่องคดี นาถสุดาแวะมาหา คะยั้นคะยอให้ทานข้าวและสอบถามเรื่องเมื่อคืน ผู้กองหนุ่มอึกอัก บอกว่าเห็นพญานาคจริงแต่ที่หนักใจกว่าคือเรื่องสุบรรณเห็นภุชคินทร์เป็นพญานาค นาถสุดาตาโต มองมาอย่างไม่อยากเชื่อ

ไพศิษฐ์ชวนภุชคินทร์ไปหาหลักฐานเพิ่มเติมที่เฮือนภูจำปาคืนเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่คนอื่นตรวจไม่พบอะไรนอกจากงูตัวเล็กสองสามตัว ส่วนผู้กองหนุ่มมองดาวห้าแฉกในมืออย่างครุ่นคิด บอกว่าเรื่องคดีเก่าคงคลี่คลายในไม่ช้า แต่เรื่องเจ้าอุรคาเขายังจนปัญญา ภุชคินทร์ปะติด ปะต่อเรื่องราวในคืนก่อน สงสัยเป็นกำลังว่าราชนิกุลสาวหายตัวไปไหนทั้งๆที่บาดเจ็บขนาดนั้น สังหรณ์ใจว่าเธออาจเป็นพญานาค ผู้กองตั้งข้อสังเกตเสียงเข้ม

“ฉันกับนายต่างก็สงสัยเรื่องนี้มาตลอด แต่ทุกอย่างต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน ครั้งนี้เรายังพิสูจน์ไม่ได้แต่หลักฐานที่มีตอนนี้ก็คือเจ้าอุรคาถูกทำร้ายโดยคนของท่านสุบรรณ”

ภุชคินทร์หน้าเครียด เป็นห่วงและสงสัยในตัวหญิงสาว...หรือว่าเขากำลังเจอกับเรื่องเหนือธรรมชาติจริงๆ

ooooooo

ภุชคินทร์ตามไพศิษฐ์ไปสอบปากคำสุบรรณถึงคฤหาสน์ นาถสุดาขอตามไปด้วยเพราะกลัวญาติหนุ่มมีปากเสียงกับชายหนุ่มทั้งสอง สุบรรณให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแล้วพาลภุชคินทร์ด้วยความหมั่นไส้ ราชนิกุลหนุ่มจะเอาเรื่อง ผู้กองกับแฟนสาวต้องคอยห้ามและพาตัวแยกจากกัน

ภุชคินทร์ออกจากคฤหาสน์สุบรรณอย่างหัวเสีย ขอโทษเพื่อนที่ทำเสียเรื่องเพราะอารมณ์ร้อนของตน ไพศิษฐ์ไม่ถือสา บอกว่าสุบรรณน่าสงสัยจริงๆเพราะหลักฐานและพยานบุคคลทั้งหมดเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองหนุ่มทั้งนั้น ภุชคินทร์ขมวดคิ้ว คาใจเรื่องเจ้าอุรคา ไม่เข้าใจ ว่าสุบรรณส่งคนไปที่เฮือนภูจำปาทำไม...ขณะเดียวกันสุบรรณมองลงจากบ้านอย่างไม่ชอบใจ ตั้งใจว่าต้องหาทางจัดการภุชคินทร์ให้ได้!

นาถสุดาเห็นแววตาไม่พอใจของญาติหนุ่มแล้วกังวล แล่นไปหาแฟนหนุ่มที่บ้านกลางดึกคืนนั้น ถามเพื่อความแน่ใจว่าปัญญากับสุรินทร์เป็นคนของสุบรรณจริง ไพศิษฐ์อึกอักแล้วตัดสินใจบอกความจริงว่าได้ยินจากปากหนึ่งในสองคนนั้นว่าสุบรรณเป็นคนจ้างวานให้ไปหาเจ้าอุรคา นาถสุดาชักสีหน้า พาลโกรธแฟนหนุ่มที่ตั้งแง่กับสุบรรณแล้วผลุนผลันออกไป ไพศิษฐ์มองตามเซ็งๆ...อ่อนใจทั้งเรื่องแฟนสาวและเรื่องคดี

นาถสุดาเก็บเรื่องที่เถียงกับแฟนหนุ่มไปคิดจนดึกดื่น พันเอกนรินทร์ดูออกว่าลูกไม่สบายใจจึงพยายามปลอบ

“ทำไมนาถไม่ถอนตัวจากความทุกข์แล้วตั้งสติ ค่อยๆแก้ปัญหาทีละเปลาะ เวลาจะทำให้ปัญหาคลี่คลายเอง”

นาถสุดาเคืองพ่อที่ไม่ยอมให้ความกระจ่าง พันเอก นรินทร์ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจแล้วเตือนเสียงอ่อน

“แล้วถ้าเจ้าอุรคาเป็นพญานาค นาถจะหมดทุกข์หรือ สุบรรณกับไพศิษฐ์จะดีกันหรือ...มันก็ไม่”

“แต่นาถไม่อยากให้ทุกคนจับผิดเจ้าอุรคา เจ้าไม่เกี่ยวอะไรกับใคร แค่นี้เจ้าก็ลำบากมากพอแล้ว”

“แล้วนาถตอบพ่อได้ไหมว่าทำไมถึงเป็นห่วง ทั้งๆที่ไม่ได้คุ้นเคยกับเจ้าอุรคาสักนิด บางทีตอนนี้คุณชายภุชคินทร์กับสุบรรณคงกำลังตั้งคำถามเหมือนกับนาถก็ได้”

นาถสุดาสะอึกที่โดนพูดแทงใจดำ สะกิดใจแต่ยังไม่ยอมรับ...ยังไงเธอก็ต้องปกป้องเจ้าอุรคาให้ได้

ขณะที่ทุกคนสงสัยในตัวเจ้าอุรคามากขึ้น...พญานาคสาวรักษาตัวเองและชรายุที่ถ้ำใต้บาดาล สาวใช้คนสนิทเป็นห่วงกลัวเจ้านายสาวจะเป็นอันตรายเพราะมีคนเห็นร่างพญานาคีแล้ว เจ้าอุรคาหนักใจไม่แพ้กันแต่กลบเกลื่อนด้วยท่าทีไม่ยี่หระ สัญญาจะจำศีลและไม่ออกไปไหนในคืนเดือนมืดอีก

เฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีตามภิงคารไปวังนาเคนทร์เช้าวันถัดมา...ใส่สีตีไข่เรื่องความเกี่ยวเนื่องระหว่างเจ้าอุรคากับพญานาคอย่างมันปาก ภุชคินทร์ส่ายหน้าเอือมๆที่สองแม่ลูกไม่หยุดตั้งแง่และใส่ร้ายราชนิกุลสาว ภิงคารเห็นท่าไม่ดี บอกให้รอจนถึงงานกาล่าดินเนอร์ครั้งถัดไปของเจ้าประกายคำแล้วค่อยตัดสินเพราะเจ้าอุรคาเป็นแขกพิเศษ ถ้าหญิงสาวปรากฏตัว ข้อสันนิษฐานของสองแม่ลูกก็เป็นอันตกไป แต่ถ้าไม่ก็คงต้องสืบกันต่อ

และแล้วงานกาล่าดินเนอร์ก็มาถึง...แขกเหรื่อทยอยเข้างานอย่างไม่ขาดสาย ด้วยชุดแต่งกายและเครื่องประดับหรูหรา เจ้าประกายคำทำหน้าที่แม่งานอย่างไม่ขาดตก บกพร่อง โดยมีครอบครัวของภุชคินทร์กับสุบรรณยืนเกาะกลุ่มอยู่ไม่ห่าง ทุกคนมองบรรยากาศงานด้วยความชื่นชม เจ้าประกายคำปลื้มใจ ยกความดีความชอบให้เจ้าอุรคาที่ออกแบบงานทั้งหมด แถมให้เกียรติเป็นแขกพิเศษ เฟื่องวลีกับเฟื่องฟ้าตาโต แกล้งพูดถึงราชนิกุลสาวว่าโดนทำร้ายปางตายและข่าวลือหนาหูว่าไม่ใช่คน เจ้าประกายคำหันขวับแล้วตอกกลับอย่างเหลืออด

“คนที่ชอบเม้าท์ไม่น่ามีปากไว้พูดเลยนะคะ ถ้าจะพูดแต่เรื่องเสียหายให้คนอื่น ที่ดิฉันรู้มาเจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเพราะหนีทัน คนที่ทำเจ้าก็ไม่รู้ว่ามาจากนรกขุมไหนถึงได้ใจร้ายใจดำ ทำได้แม้กระทั่งผู้หญิง”

“ใช่ครับเจ้า จะด้วยวัตถุประสงค์อะไรก็ตาม คนที่ทำร้ายผู้หญิงได้ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลย”

สุบรรณแทรกขึ้นและหันไปมองภุชคินทร์อย่างหาเรื่อง ภิงคารเห็นบรรยากาศไม่ดี ไกล่เกลี่ยให้ทุกคนรอดู เจ้าอุรคาปรากฏตัว...จะได้ลบคำสบประมาทและคำปรามาสทั้งหลาย โดยเฉพาะเรื่องที่เธอเป็นพญานาค!

มณีสวาท

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด