ตอนที่ 5
การปรากฏตัวของเจ้าอุรคาทำให้สองหนุ่มถึงกับปวดหัว ไพศิษฐ์โต้เถียงกับราชนิกุลสาวเรื่องข้อสันนิษฐานการตายของเสี่ยประเสริฐ เพราะเธอไม่เห็นด้วยว่าเป็นแค่อุบัติเหตุธรรมดา ภุชคินทร์มองทั้งสองคนหน้าเครียดอย่างไม่รู้จะเข้าข้างใครดี จนกระทั่งหญิงสาวหันมาขอความเห็นจากเขายิ้มๆ
“คุณชายไม่ได้บอกผู้กองหรือคะว่าดิฉันเป็นหมอดู นักมายากล นักสะกดจิต ดิฉันถึงรู้อะไรที่คนอื่นไม่รู้”
ไพศิษฐ์ทำหน้าเมื่อยอย่างเบื่อหน่าย เจ้าอุรคาไม่อยากต่อความยาวเพราะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ ผู้กองหนุ่มดูจะไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมหรืออำนาจลี้ลับ เธอขอตัวกลับโดยมีภุชคินทร์เดินมาส่ง กล่าวลาและแอบเหน็บไพศิษฐ์ส่งท้าย
“ลาก่อนค่ะคุณชาย เราจะได้พบกันอีกหลายๆครั้งตามบุพกรรม ฝากบอกเพื่อนคุณชายด้วย ว่าดิฉันเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าเจ้าหญิงสูงศักดิ์หรือนักมายากล ไม่ได้เป็นอยู่อย่างเดียวคือสิ่งที่ผู้กองคิดในใจ สวัสดีค่ะ”
เจ้าอุรคาขับรถออกไปแล้ว ภุชคินทร์มองตามอย่างอ่อนใจ...เธอไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ
ด้านสุบรรณ...รู้ข่าวการตายของเสี่ยประเสริฐในวันถัดมา ตะลึงอย่างคาดไม่ถึงที่คนรอบข้างตายไปทีละคนราวกับใบไม้ร่วง อำนาจดูออกว่าเจ้านายหนุ่มเครียดจัดแต่เก็บอาการ มองมาอย่างเป็นห่วงระคนหนักใจ
“น่าสงสารนะครับนาย เสี่ยประเสริฐบริจาคเงินการกุศลทีละหลายแสน แต่ผลบุญไม่ช่วยอะไรเลย”
“เพราะไม่ใช่การทำบุญจริงๆแต่ทำเอาหน้า หลังฉากแกก็รู้ว่าเสี่ยประเสริฐสุดจะเลว ทำชั่วทุกอย่าง ฉันว่าเรื่องนี้ ไอ้เสี่ยทรงยศต้องพยายามโยงฉันไปเกี่ยวด้วยแน่”
“มันอาจไม่สมหวังก็ได้ ผมได้ข่าวมาว่ามีพยานเห็นเหตุการณ์ด้วย เขาว่าเห็นผีน่ะครับ”
สุบรรณมีความหวังแล้วดับวูบ เบื่อและเซ็งสุดขีดที่ช่วงนี้มีแต่คนพูดเรื่องผีๆ
เวลาเดียวกัน...พยานปากเอกที่อำนาจพูดถึงให้การกับตำรวจที่โรงพัก ละล่ำละลักเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนด้วยความหวาดระแวง อ้างว่ามีผีชายชุดดำสูงใหญ่พาวิญญาณเสี่ยประเสริฐออกจากรถ ไพศิษฐ์เห็นท่าจะเลอะเทอะไปกันใหญ่ สั่งเจ้าหน้าที่พาบุญมีไปพักและหันมาเย้าจ่าชิดที่มีสีหน้าตื่นๆ ลูกน้องคนสนิทคิดว่าอาจเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติจริงเพราะทราบจากคำให้การของคนในครอบครัวเสี่ย ยืนยันว่าเขาชอบสาบานอย่างท้าทายและลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไพศิษฐ์ชักเครียดเพราะจ่าชิดพูดเหมือนเจ้าอุรคาไม่มีผิด...หรือว่าจะตายเพราะคำสาบานจริงๆ
ภุชคินทร์ทราบเรื่องจากผู้กองหนุ่มหลังจากนั้น บอกว่าชายชุดดำที่บุญมีเห็นอาจเป็นคนเดียวกับที่เขาเห็นวันที่เสี่ยปิงตาย ซึ่งก็คือคนที่อยู่กับเจ้าอุรคาบ่อยๆ ไพศิษฐ์อยากได้เบาะแส ขอร้องเพื่อนให้ช่วยสืบ
“ฉันไม่ค่อยไว้ใจ ไม่ใช่ว่าเจ้าอุรคาเป็นผีสางอะไร แต่ฉันมั่นใจว่าการปรากฏตัวของเจ้าไม่ใช่เรื่องธรรมดา”
ภุชคินทร์ลำบากใจ อยากช่วยเพื่อนแต่ก็เป็นห่วงเจ้าอุรคา...กลัวเหลือเกินว่าเธอจะมีส่วนกับเรื่องนี้
ooooooo
เฟื่องวลีวิตกจริตเรื่องลูกแก้วที่ขโมยจากภุชคินทร์ ภาพในฝันตามหลอกหลอนจนไม่เป็นอันทำอะไร เฟื่องฟ้าไม่รู้เรื่อง บอกลูกไม่ให้คิดมาก ทั้งเรื่องชายหนุ่มและเรื่องฝันเพราะทุกอย่างเป็นลางดีทั้งนั้น เฟื่องวลีไม่วางใจ มองแม่อย่างหวาดๆพร้อมกับเปรยเสียงเครียด
“เรื่องความฝัน มันไม่ใช่เนื้อคู่หรอกค่ะคุณแม่ เสียงผู้หญิงคนนั้นยังก้องหูฟีบี้อยู่เลย เขามาทวงของคืน”
เฟื่องวลีทนอึดอัดไม่ไหว ตัดสินใจให้ดูลูกแก้ว สารภาพเสียงอ่อยว่าขโมยมาจากห้องภุชคินทร์ เฟื่องฟ้าตาโต แหวลูกเสียงเขียวว่าไม่เคยสอนให้เป็นขี้ขโมย เฟื่องวลีหน้าจ๋อย ละล่ำละลักแก้ตัวและหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง
“ฟีบี้ไม่รู้ค่ะ รู้แต่ว่าอยากได้มากเพราะมันสวยและมีแรงดึงดูด มันอาจเป็นแหวนหมั้นของพี่ชายก็ได้นะคะ”
เฟื่องฟ้าดีใจจนเนื้อเต้น ห้ามลูกไม่ให้เอาไปคืนตามประสาคนเห็นแก่ตัว เฟื่องวลีตั้งท่าจะค้านเพราะกลัวอาถรรพ์ลูกแก้วแต่ไม่กล้าขัด...แล้วเธอจะนอนหลับไหมคืนนี้
ขณะเดียวกันที่เฮือนภูจำปา...เจ้าอุรคามีสีหน้าเกรี้ยวกราด โกรธเฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีที่ละโมบโลภมากอยากได้ลูกแก้วครุฑธิการ เตรียมไปจัดการแต่ยมนาปรากฏตัวมาขวางและกล่อมเสียงเคร่ง
“เขาไม่คู่ควร สักวันเขาต้องเอามาคืน”
เจ้าอุรคาไม่ยอมจะเอาคืนเดี๋ยวนี้ ยมนาส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เตือนสติเรื่องโทษของโทสะและความเกลียดชัง หญิงสาวเหมือนจะคิดได้ ปรับเสียงอ่อนลงและสัญญาจะไม่ปล่อยให้ตัณหาครอบงำ ยมทูตหนุ่มยังไม่วางใจ
“เราจำเป็นต้องห่วงเพราะเราเป็นสหายเจ้า และสหายที่ดีย่อมต้องห่วงใยและพากันไปสู่หนทางที่ดี”
“ไม่ต้องห่วง เรารักษาสัญญา เราจะไม่ทำร้ายเขา เราแค่จะตักเตือนเท่านั้น”
“อย่านะอุรคาเทวี...พิษของเจ้านิดเดียวมีผลกับคนอื่นอย่างมหาศาล”
เจ้าอุรคากลายร่างเป็นพญานาคีออกไปแล้ว ยมนามองตามอย่างหนักใจ...เมื่อไหร่เจ้าจะคิดได้อุรคาเทวี
กลางดึกคืนนั้น...เจ้าอุรคาในร่างพญานาคีเลื้อยผ่านหนองน้ำละแวกเฮือนจนชาวบ้านหาปลาแถวนั้นตกใจตื่น มองตามงูใหญ่ที่หัวมีหงอนอย่างกลัวๆ ตะโกนลั่นว่าเจอพญานาค!
เวลาเดียวกันที่บ้านภิงคาร...เฟื่องวลีมองกล่องลูกแก้วอย่างหวาดระแวง ไม่กล้าเข้านอนเพราะกลัวฝันร้าย แต่ฝืนได้ไม่นานก็เข้าสู่นิทรารมณ์ ทันทีที่หลับตาก็ได้ยินเสียงครืดคราดจากบริเวณหน้าต่าง ตัดสินใจไปดูแล้วถึงกับตาเหลือก เห็นพญานาคพุ่งมาหา แว่วเสียงในหัวว่าให้เอาลูกแก้วไปคืน เฟื่องวลีกรี๊ดสุดเสียงและสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ถลากอดแม่ด้วยความกลัว ภิงคารมองมาอย่างงงงัน เฟื่องฟ้ากลัวความแตก เฉไฉว่าลูกสาวแค่ฝันร้ายและพาเข้าห้อง ภิงคารส่ายหน้าอ่อนใจ ตั้งท่าจะกลับห้องแต่ได้ยินเสียงแกรกๆจากด้านนอกจึงออกไปดู
ภิงคารแวะหยิบปืนและไปสำรวจด้านนอก กวาดตามองรอบๆแต่ไม่เห็นอะไรผิดปกติ ราชนิกุลหนุ่มใหญ่จะกลับห้องแล้วต้องชะงัก เมื่อหางตาเหลือบเห็นรอยเลื้อยประหลาดแต่คุ้นตาบนพื้น เดินไปดูแล้วถึงกับยืนตัวแข็ง พึมพำเบาจนแทบไม่มีเสียงว่าเจอรอยเท้าพญานาค!
ooooooo
พันเอกนรินทร์มองลูกสาวตักบาตรด้วยแววตาสบายใจ แม้จะมีเคราะห์หนักก็อาจผ่อนให้เบาได้ นาถสุดาหันมาเห็นก็เดินยิ้มแฉ่งไปหา อดีตนายทหารเปรยว่าอยากให้เธอทำบุญมากๆช่วงนี้ นาถสุดามองมาอย่างสงสัย หนุ่มใหญ่กลัวลูกซัก กลบเกลื่อนด้วยการสอนลูกเรื่องการทำบุญ
“การทำบุญเป็นการลงทุนเพียงอย่างเดียวที่ไม่มีการขาดทุน ได้ช่วยคนอื่นแล้วยังทำให้จิตใจสบายอีกด้วย”
นาถสุดายิ้มรับอย่างเห็นด้วย เดินโอบพ่อเข้าบ้านแล้วสะดุดตาข่าวพาดหัวบนหนังสือพิมพ์ หยิบมาอ่านเห็นข่าวชาวบ้านแตกตื่นพญานาคโผล่กลางกรุงก็เบิกตาโพลง กวาดตามองรายละเอียดที่เกิดเหตุว่าอยู่แถวบ้านเจ้าอุรคายิ่งร้อนรน ผลุนผลันออกจากบ้านด้วยความเป็นห่วงราชนิกุลสาว พันเอกนรินทร์ไม่ขวางราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะมีเรื่องนี้
นาถสุดาขับรถอย่างเร็วด้วยความร้อนใจ เสียงมือถือดังขึ้น ไพศิษฐ์โทร.บอกว่าจะไปทานข้าวเช้าด้วย หญิงสาว บอกว่ากำลังไปหาเจ้าอุรคาเพราะเห็นข่าวพญานาค ผู้กองหนุ่มเบรกรถหัวทิ่ม สั่งห้ามไม่ให้ไป นาถสุดาชักสีหน้าอย่างไม่พอใจและกดวางสาย ไม่หยุดรถแต่เหยียบคันเร่งต่อโดยไม่สนใจคำสั่งแฟนหนุ่ม
ขณะเดียวกันที่วังนาเคนทร์...หม่อมภาณีกับนารีวรรณ พูดคุยถึงข่าวชาวบ้านตื่นพญานาคกันอย่างสนุกปาก ภุชคินทร์หัวเราะไปด้วยอย่างอารมณ์ดี เสียงมือถือเขาดังขึ้น ภิงคารโทร.ตามให้ไปหาด่วนเพราะมีรอยเท้าพญานาคที่บ้าน ราชนิกุลหนุ่มหุบยิ้ม บอกแม่กับน้องให้ไปหาน้าชายพร้อมกัน
สามคนแม่ลูกมองรอยเท้าพญานาคอย่างตื่นตะลึง ไม่ต่างจากเจ้าของบ้านอย่างภิงคารและผู้อาศัยอย่างเฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีที่มองมาอย่างกลัวๆ ภิงคารเล่าว่าได้ยินเสียงกลางดึกเลยออกมาดู ขนลุกซู่เมื่อเห็นรอยนี้เพราะจำได้ว่าเหมือนรอยที่เห็น ณ ริมโขง นารีวรรณเปรยว่าเหมือนข่าวในหนังสือพิมพ์ที่ชาวบ้านอ้างว่าเจอพญานาคตัวเป็นๆ หม่อมภาณีเย้าน้องชายยิ้มๆว่าพญานาคอาจอยากบอกอะไรกับรัฐมนตรีหนุ่มไฟแรงก็ได้ ภิงคารพลอยขำไปด้วย ต่างจากเฟื่องวลีกับเฟื่องฟ้าที่มองมาหน้าซีดเผือด... หรือว่าพญานาคจะมาทวงลูกแก้วจริงๆ
ไม่นานหลังจากนั้น...ภุชคินทร์โทร.หาไพศิษฐ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เล่าเรื่องที่บ้านภิงคารและบอกให้มาเจอกัน ผู้กองหนุ่มอึกอัก บอกว่ากำลังตามนาถสุดาที่หุนหันไปหาราชนิกุลสาวที่เฮือนเมื่อเห็นข่าวพญานาค ภุชคินทร์เข้าใจทันทีว่าเป็นเรื่องเดียวกัน บอกให้รีบไปแล้วขอวางสาย...สงสัยเหลือเกินว่าพญานาคไปโผล่พร้อมกันหลายๆที่ได้อย่างไร
ฝ่ายเฟื่องวลี...ร้อนรนเรื่องรอยเท้าพญานาค อยากเอาลูกแก้วไปคืนแต่เฟื่องฟ้าห้ามไว้ บอกให้เอาไปขายถ้าภุชคินทร์ไม่ขอแต่งงาน อาสาเก็บไว้ให้ถ้าลูกสาวใจไม่ถึง เฟื่องวลีกลัวแทนแต่ไม่กล้าขัด
ooooooo
นาถสุดาขับรถด้วยความเร็วเพราะห่วงเจ้าอุรคา มีรถจากฝั่งตรงข้ามพุ่งมาหาอย่างจัง หญิงสาวส่งเสียงกรี๊ดลั่น ทันใดนั้น...เจ้าอุรคาปรากฏตัวเลือนราง
ผลักรถนาถสุดาไถลไปจอดข้างทาง ส่วนอีกคันเซไปชนต้นไม้อีกด้าน นาถสุดาหน้าซีดแต่โล่งใจที่รอดตายหวุดหวิด เช่นเดียวกับพันเอกนรินทร์ที่เห็นทุกอย่างจากนิมิต...
ยมนารู้เรื่องสหายรักช่วยนาถสุดาก็โกรธจัด ปรากฏตัวที่เฮือนภูจำปาและต่อว่าอย่างหัวเสีย เจ้าอุรคาสบตาไม่กลัว ตอกกลับอย่างไม่สะทกสะท้านว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อน ยมนาเหลืออดโพล่งขึ้น
“อุรคาเทวี...รู้ตัวหรือไม่ว่าทำอะไรลงไป...เจ้ากำลังเลี่ยงกฎแห่งกรรม”
“ชายผู้นั้นต่างหากที่สมควรได้รับกฎแห่งกรรม ไม่ใช่นาถสุดา...สหายของเรา”
“เจ้าโกหกตัวเองไม่ได้หรอกว่านาถสุดาถึงคราวเคราะห์ และเมื่อเจ้าฝืนกฎแห่งกรรม เจ้าก็ต้องรับกรรมนั้นแทน”
ยมทูตหนุ่มประกาศกร้าวก่อนหายตัวไป เจ้าอุรคามองตามหน้าซีด ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าต้องรับกรรมแทน
ด้านนาถสุดา...มองภาพอุบัติเหตุตรงหน้าด้วยแววตาหวาดหวั่น ไพศิษฐ์มาหาและเอ็ดเรื่องไม่เชื่อฟังเขา พาลโวยถึงเจ้าอุรคาว่าเป็นต้นเหตุให้แฟนสาวแล่นมาหาจนเกิดเรื่อง นาถสุดาไม่พอใจแต่ไม่กล้าเถียง เดินตามเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นรถกลับบ้านอย่างหงอยๆ ส่วนแฟนหนุ่มตรวจสอบสถานที่และจะเอารถเธอกลับบ้านภายหลัง
ขณะที่ทุกคนปั่นป่วนเพราะการปรากฏตัวของพญานาค...สุบรรณกลับหัวเราะเสียงดังอย่างเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ อำนาจบอกว่ามีชาวบ้านเห็นตัวเป็นๆละแวกเฮือนภูจำปา นักการเมืองหนุ่มหันขวับอย่างสนใจ ยกเลิกงานทั้งหมดและสั่งให้ไปส่งที่เฮือนของราชนิกุลสาว อำนาจรับคำอย่างจำใจ...เป็นห่วงเจ้านายที่ดูจะหลงหญิงสาวมากมายเหลือเกิน
เย็นวันเดียวกันนั้น...ภุชคินทร์ขับรถไปหาเจ้าอุรคา สะดุดตาหนองน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากเฮือนไปอีกด้าน ตัดสินใจสาวเท้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นแล้วต้องสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงเจ้าอุรคา
“มาตามหาพญานาคหรือคะคุณชาย คิดว่าที่นี่มีพญานาคเหมือนที่เขาเห็นกันหรือเปล่าคะ”
“แล้วเจ้าเคยเห็นหรือเปล่า”
“แล้วคุณชายคิดว่าดิฉันเคยเห็นหรือเปล่าล่ะคะ”
ภุชคินทร์ทำหน้าเมื่อย บ่นหญิงสาวที่ชอบพูดจากำกวมยอกย้อน เจ้าอุรคาไม่ถือสา ถามเสียงอ่อนว่าถ้าตอบแล้วจะเชื่อหรือไม่ ชายหนุ่มส่ายหน้าเซ็งๆ เจ้าอุรคาได้โอกาส พูดเสียงแผ่วราวกับจะสะกดให้เขาตกอยู่ในภวังค์
“ดิฉันเห็นพญานาค เห็นอยู่ทุกวัน ไม่ว่ายามหลับหรือว่าตื่น”
“เจ้าล้อผมเล่นอีกแล้วนะ เห็นผมเป็นเด็กหรือไง เจ้าก็พูดความจริงสิครับ”
“นี่แหละค่ะความจริง ดิฉันกับพญานาคไม่เคยอยู่ห่างกันเลย เราสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของกันและกันตลอดเวลา...แล้วคุณชายก็สัมผัสได้เช่นกัน ถ้าคุณชายใช้หัวใจ”
เจ้าอุรคาเดินมาใกล้ จับมือเขาวางที่ตำแหน่งเดียวกับหัวใจ เสียงหนุ่มสาวพูดโต้ตอบกันดังขึ้นในโสตประสาท
“ข้ายังรอท่านอยู่นะภุชเคนทร์”
“ภุชเคนทร์...ใครกันคือภุชเคนทร์”
“ท่านไงภุชเคนทร์ ข้ายังรอท่านอยู่ จำได้ไหม...นาคสวาท มรกต และครุฑธิการ คือชีวิตและวิญญาณของเรา”
สองหนุ่มสาวสบตากันนิ่ง ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าสุบรรณที่มาหาหญิงสาวเดินมาเห็น จ้องภาพตรงหน้าด้วยแววตาเกรี้ยวกราด แค้นใจราชนิกุลหนุ่มจนแทบจะฆ่าทิ้ง ภุชคินทร์รู้สึกได้ว่ามีคนมอง สะดุ้งตื่นจากภวังค์ หันมาแล้วชะงัก เห็นสุบรรณจ้องมาดวงตาแทบถลนจึงขอตัวกลับ ส่วนเจ้าอุรคามองมาอย่างขัดใจ
ooooooo
เจ้าอุรคาตำหนิสุบรรณที่เสียมารยาทกับแขกคนสำคัญ นักการเมืองหนุ่มโมโหหึงขึ้นหน้า สวนกลับอย่างหัวเสียว่าเขาต่างหากที่ควรได้รับการเห็นใจ เพราะเธอปฏิเสธเขาเพราะมีชายอื่นในใจ เจ้าอุรคามองมาอย่างไม่ยี่หระ ตอกกลับด้วยน้ำเสียงและสายตาเย้ยหยัน
“แล้วทำไมคะ...คุณจะเอาอะไรยื้อแย่งหัวใจของดิฉันอีก”
“ผมน่ะหรือยื้อแย่งหัวใจเจ้า สิ่งที่ผมมีให้คือความรักและภักดี”
“สิ่งใดที่ได้มาง่ายมักไร้ค่า”
“เหมือนกัน...สำหรับผมสิ่งใดได้มายากย่อมมีคุณค่า และสำหรับผม...เจ้ามีคุณค่าอย่างที่สุด”
สุบรรณค้อมศีรษะให้เธอและเดินออกไปอย่างทระนง ต่างจากเจ้าอุรคาที่มองตามอย่างโกรธจัด ชายหนุ่มหัวเสียไปที่รถ สั่งอำนาจให้จัดการภุชคินทร์โดยเร็วที่สุด อำนาจพยายามค้านเพราะไม่อยากเห็นเจ้านายด่างพร้อยเพราะเรื่องแบบนี้แต่สุบรรณไม่สนใจ กระชากเสียงประชดอย่างมีอารมณ์ มือขวาคนสนิทได้แต่จำใจรับคำ
“ไม่เลยครับนาย ผมพร้อมทำให้นายทุกอย่าง แต่ผมไม่อยากให้นายเอาเรื่องของเจ้าอุรคามาเป็นอารมณ์ คุณชายภุชคินทร์เองก็ไม่ได้เป็นคนธรรมดา เขามีเชื้อสายแล้วยังเป็นหลานชายท่านภิงคาร”
“หลานท่านภิงคารตายไม่ได้หรือไง ถ้าแกขี้ขลาดไม่กล้าทำ ฉันจะให้สุรินทร์มันทำเอง”
อำนาจบอกว่าจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้ สุบรรณยิ้มเหี้ยมๆอย่างพอใจ...อย่าอยู่เลยไอ้ภุชคินทร์!
ฝ่ายเจ้าอุรคา...เดินชมสวนที่นอกเฮือน พูดถึงสุบรรณอย่างไม่พอใจว่าเป็นคนเอาแต่ใจไม่เปลี่ยน ชรายุที่เห็นเหตุการณ์เมื่อเย็นโดยตลอด เกรงว่าภุชคินทร์จะเป็นอันตรายเพราะอารมณ์รุนแรงของพญาสุบรรณ เจ้าอุรคาชักร้อนใจ พึมพำเสียงเบาว่าครุฑธิการเท่านั้นจะช่วยปกป้องเขาได้...ต้องรีบไปเอามันคืน
ด้านภุชคินทร์...คาใจเรื่องคำพูดที่ก้องในหัวเมื่อเย็นเกี่ยวกับอัญมณีทั้งสามของเจ้าอุรคา นึกถึงลูกแก้วครุฑธิการจึงไขลิ้นชักแล้วต้องตกใจเมื่อมันไม่อยู่ในนั้น ชายหนุ่มมึนตึ้บ...หายไปได้ยังไง
เวลาเดียวกันที่บ้านภิงคาร...เฟื่องฟ้าชื่นชมลูกแก้วเจ้าปัญหาอย่างหลงใหล แสงประกายแวววาวทำให้ความโลภพุ่งสูง ตั้งใจจะเอาไปขายแน่ถ้าภุชคินทร์ไม่มาขอลูกสาว เธอเข้านอนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีบางอย่างสัมผัสและเลื้อยตามเนื้อตัว เธอลืมตาในความมืดแล้วกรีดร้องสุดเสียง เห็นงูขนาดใหญ่พันร่างและตั้งท่าจะฉก เฟื่องฟ้าแทบหยุดหายใจ มองเห็นหัวงูสลับกับหน้าเจ้าอุรคาอย่างรางเลือน รีบกระโจนออกจากห้องอย่างคนสติแตก ตะโกนเสียงสั่นว่าเห็นงูหน้าเหมือนเจ้าอุรคา เฟื่องวลีกับภิงคารที่วิ่งมาดูมองหน้ากันงงๆ...หรือว่าเฟื่องฟ้าจะฝันร้าย
กว่าทุกคนจะได้เข้านอนอีกครั้งก็เกือบสว่าง เฟื่องฟ้าพยายามบอกทุกคนว่าเห็นงูหน้าเหมือนเจ้าอุรคาจริงๆ ภิงคารไม่เชื่อ บ่นว่าพักหลังสองแม่ลูกชักพูดจาเพ้อเจ้อ แนะเป็นนัยๆว่าถ้าไม่สบายใจจะอยู่ที่นี่ก็ให้ย้ายออกและผลุนผลันไปทำงานอย่างหัวเสีย เฟื่องฟ้ามองตามจ๋อยๆ ปรึกษาลูกเรื่องลูกแก้วเจ้าปัญหา เฟื่องวลีแนะนำให้เอาไปคืนแต่สาวใหญ่ไม่ยอม อยากเก็บไว้เพราะความโลภ
ooooooo
เฟื่องฟ้าพาเฟื่องวลีไปวัดเพื่อทำสังฆทานและให้หลวงพ่อพรมน้ำมนต์ ปรับทุกข์เรื่องฝันร้ายและอาการนอนไม่หลับเพราะหวาดผวา หลวงพ่อมองสองแม่ลูกอย่างเมตตาและอธิบายเรื่องความฝันเสียงอ่อน
“บางทีความฝันก็เป็นจิตนิวรณ์ ฝันเพราะมีอารมณ์จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อหลับไปก็เกิดความฝันในสิ่งนั้น หรือได้พบเห็นแล้วจดจำโดยไม่มีวันลืม โยมมีจิตนิวรณ์ในเรื่องใดอยู่หรือ”
สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างมีพิรุธ เฟื่องวลีตั้งท่าจะบอกแต่โดนปรามด้วยสายตา เฟื่องฟ้าเล่าแทนลูกว่าเพิ่งได้ลูกแก้วชื่อครุฑธิการมาเมื่อไม่กี่วันก่อน หลวงพ่อเดาว่าอาจฝันร้ายเพราะสิ่งนี้ พยายามพูดเป็นนัยให้เอาไปคืน
“บางทีของสิ่งนั้น เขาอาจจะมีเจ้าของอยู่ก็ได้นะโยม”
สองแม่ลูกหน้าซีดเผือด สังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีแต่ไม่คิดเอาไปคืน!
ขณะเดียวกันที่หน้าวัด...ไพศิษฐ์ นาถสุดาและพันเอกนรินทร์มาทำสังฆทานเพื่อสะเดาะเคราะห์เช่นกัน ผู้กองหนุ่มไม่เลิกกระแนะกระแหนเจ้าอุรคา นาถสุดาชักสีหน้าอย่างไม่พอใจจนชายหนุ่มอ่อนใจ ขอโทษและสัญญาจะไม่พูดถึงราชนิกุลสาวอีก พันเอกนรินทร์มองสองหนุ่มสาวยิ้มๆและถือโอกาสสอนเรื่องเวรกรรม
“ดีแล้วที่ไม่เถียงกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถือเป็นเคราะห์กรรมกันไป สิ่งที่เราควรทำคืออโหสิกรรม”
พูดจบอดีตนายทหารก็เดินขึ้นกุฏิ ไพศิษฐ์กับนาถสุดาก้าวตามแล้วชะงัก เหลือบไปเห็นเฟื่องวลีกับเฟื่องฟ้าเดินมาจากอีกด้านแต่ไม่ได้มองมาทางนี้ สองหนุ่มสาวมองตามอย่างแปลกใจ...สองแม่ลูกเข้าวัดเป็นด้วยหรือ
เวลาเดียวกันที่วังนาเคนทร์...ภุชคินทร์หงุดหงิดเพราะครุฑธิการหายไป นารีวรรณวิ่งหน้าตื่นมาหา บอก ว่าเจ้าอุรคามา ชายหนุ่มแปลกใจแต่รีบลงไปหา ทันได้ยินเธอพูดถึงเขาพอดี
“ดิฉันมีอำนาจพิเศษ พอจะรู้ว่าใครอยากเจอ แต่จะจริงหรือเปล่า...ต้องถามคุณชายภุชคินทร์ค่ะ”
หม่อมภาณีกับนารีวรรณถึงกับอึ้ง คิดว่าภุชคินทร์อาจมีความสัมพันธ์บางอย่างกับเจ้าอุรคาแต่ไม่ยอมเล่า ราชนิกุลสาวยิ้มอย่างใจเย็นและชวนไปคุยเป็นการส่วนตัว ภุชคินทร์เดินนำไปอย่างงงๆ ทึ่งมากที่เธอพูดราวกับรู้ใจ และหญิงสาวก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการบอกว่าครุฑธิการไม่ได้อยู่กับเธอ ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจ ขอร้องให้เลิกแกล้งและนำอัญมณีมาคืน เจ้าอุรคายืนกรานคำเดิมจนเขาชักมีน้ำโห หญิงสาวไม่ถือสาและขอร้องเสียงอ่อน
“อีกไม่นานเขาก็จะเอามาคืน และเมื่อได้มาแล้ว คุณชายสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนคนนั้นอีก และต้องนำครุฑธิการติดตัวตลอดเวลา เพราะคุณชาย กำลังมีอันตราย...ครุฑธิการจะช่วยป้องกันได้”
เจ้าอุรคามองมาด้วยสายตาอ้อนวอนแต่ภุชคินทร์ไม่สนใจ...เรื่องอะไรที่เขาต้องเชื่อเธอ!
ooooooo
พันเอกนรินทร์ นาถสุดาและไพศิษฐ์ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อหลวงพ่อบอกว่าเฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีมีครุฑธิการอยู่ในครอบครอง เพราะจำได้ว่าอัญมณีนี้เป็นสมบัติของเจ้าอุรคา อดีตนายทหารกังวลใจมากเพราะกลัวมีเรื่องไม่ดี เช่นเดียวกับเฟื่องวลีที่อยากคืนภุชคินทร์เพื่อตัดปัญหาแต่เฟื่องฟ้าไม่ยอม แถมพูดท้าทายอำนาจลึกลับจนลูกสาวหนักใจ...
คืนเดียวกันที่บ้านพันเอกนรินทร์...ต้นพญานาคราชในสวนเริ่มไหวเอน ราวกับจะบอกเค้าลางบางอย่าง อดีต นายทหารชักใจไม่ดี บอกลูกสาวว่าต้องไปทวงครุฑธิการคืนจากเฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีให้ได้ นาถสุดามองมาอย่างเครียดๆ เกรงว่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะรู้นิสัยสองแม่ลูกดี
ขณะเดียวกันที่เฮือนภูจำปา...เจ้าอุรคารับรู้ด้วยญาณพิเศษว่าภุชคินทร์มีภัยเลยจะออกไปช่วย ชรายุพยายามห้ามเพราะกังวลเรื่องคำเตือนของยมนาแต่เจ้านายสาวไม่สนใจ สวนกลับอย่างไม่ยี่หระ
“ไม่หรอกชรายุ เรายังไม่ถึงฆาต คนที่ทำร้ายเรากับภุชเคนทร์ต่างหากที่ถึงฆาต”
“แต่ถ้าท่านอ่อนแรงจะไม่สามารถอยู่ในร่างพญานาคีได้ ท่านจะกลายเป็นมนุษย์...และอุรคาเทวีจะถูกทำลาย”
“ชรายุ...เจ้าก็รู้ว่าเรามาบนพื้นพิภพเพราะเหตุใด เราทำเพื่อปกป้องภุชเคนทร์ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตเราก็ยอม”
“ข้าก็จะทำเพื่อท่านเช่นกันอุรคาเทวี แม้ต้องแลกด้วยชีวิตข้าก็ยอม”
เจ้าอุรคาซาบซึ้งใจ ชรายุมองมาอย่างเทิดทูนและกลายร่างเป็นงูใหญ่เลื้อยออกไป...
ฝ่ายอำนาจเกลี้ยกล่อมเรื่องภุชคินทร์อีกครั้งแต่ไม่ได้ผล โดนสุบรรณตอกกลับอย่างหัวเสียเพราะร้อนใจเรื่องเจ้าอุรคา มือขวาคนสนิทจำใจรับคำสั่งทั้งที่เครียดๆ สุรินทร์ปรากฏตัวและพูดถึงเจ้านายหนุ่มเสียงหยันว่าหลงผู้หญิงจนโงหัวไม่ขึ้น อำนาจเปรยว่าอยากให้เจ้านายเอาชนะภุชคินทร์ด้วยวิธีอื่น สุรินทร์เบ้หน้าและพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
“แกก็รู้...นายเป็นคนเอาแต่ใจ ในเมื่อชนะใจเจ้าอุรคาไม่ได้ คนที่ต้องรับกรรมก็คือคุณชายภุชคินทร์”
“แกช่วยเอาคุณชายไปซ่อนที่ไหนสักแห่งได้ไหม นายเอาชนะใจเจ้าอุรคาได้เมื่อไหร่ แกค่อยพากลับมา”
“ฉันคิดว่าดูไม่ผิด เจ้าอุรคากับนายเป็นคนประเภทชอบ ทำตามใจตัวเอง และเมื่อคนประเภทเดียวกันเจอกันเรื่องไม่มีทางจบง่ายๆหรอก โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องของคุณชายภุชคินทร์”
สุรินทร์พูดอย่างมาดมั่น อำนาจถึงกับพูดไม่ออก... ไม่แน่ใจแม้แต่น้อยว่าเรื่องจะจบด้วยการตายของภุชคินทร์!
เวลาเดียวกันที่วังนาเคนทร์...หม่อมภาณีไม่สบายใจเมื่อเห็นบรรยากาศอึมครึมนอกวัง บอกนารีวรรณโทร.เช็ก ภุชคินทร์ด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มกำลังขับรถกลับบ้าน กดรับสายและหัวเราะเบาๆให้กับลางสังหรณ์ที่ดูจะกังวลเกินกว่าเหตุ หม่อมภาณีกับนารีวรรณไม่ขำด้วย ใจคอไม่ดีราวกับจะมีเรื่องบางอย่าง...
หลังวางสายจากแม่กับน้องสาว...ภุชคินทร์ขับรถอย่างตั้งใจแล้วหน้าถอดสี เห็นรถคันหนึ่งขับตามอย่างจงใจ เขาพยายามเปลี่ยนเส้นทางแต่สลัดไม่หลุด มองกระจก หลังหน้าเครียดจัด...ท่าทางจะไม่ได้การเสียแล้ว!
ooooooo
เฟื่องวลีดูออกว่าแม่ง่วงแต่ไม่ยอมนอนเพราะกลัว อาถรรพณ์ลูกแก้ว เฟื่องฟ้าท้าทายตามประสาคนปากดี แล้วสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงครืดคราดดังมาจากริมหน้าต่าง สองแม่ลูกผวากอดกันหน้าซีด...หรือว่าพญานาคจะมา!
เฟื่องฟ้าเดินลิ่วมาที่สวนอย่างคนขาดสติ ความกลัวกลายเป็นความบ้าบิ่นจนเฟื่องวลีกลัวใจ มองแม่จ้ำอ้าวตามเสียงแกรกๆที่ได้ยินจากมุมหนึ่ง ใช้มือปัดบนพุ่มไม้อย่างแรงแล้วผงะ เห็นหัวชรายุที่ผิวหน้าเต็มไปด้วยเกร็ดงูมันเลื่อมโผล่ขึ้นมา สองแม่ลูกกรี๊ดสนั่น ตะโกนเรียกคนมาช่วยไล่แต่งูใหญ่ไม่ยอมไปไหน จ้องเขม็งที่สองแม่ลูกราวกับต้องการอะไร เฟื่องฟ้าลนลานจนขาดสติ สั่งสาวใช้ตีงูให้ตายแต่ไม่ทันได้ทำ มีเสียงห้ามดังมาจากเบื้องหลัง
“อย่าตีเขา...เขาไม่ได้มาร้าย เขาแค่มาเอาของเขาคืน”
สองแม่ลูกหันขวับ เห็นพันเอกนรินทร์กับนาถสุดามองมาอย่างเคร่งเครียด และตกใจกว่าเดิมเมื่อเห็นภิงคารตามมาดูด้วยความสงสัย รัฐมนตรีหนุ่มเจ้าของบ้านไล่สาวใช้ไปนอนและบอกทุกคนไปเคลียร์ในบ้าน อดีตนายทหารอธิบายว่ามาทวงของคืนให้ภุชคินทร์ สองแม่ลูกสะดุ้งเฮือกกลัวความแตก หน้าเสียเมื่อนาถสุดาพูดถึงลูกแก้วเจ้าปัญหา
“พลอยครุฑธิการค่ะ ที่เราสองคนมาที่นี่เพราะอยากให้คุณฟีบี้กับคุณเฟื่องฟ้าคืนมันให้เจ้าอุรคาโดยเร็วที่สุด”
“จะคืนทำไม ในเมื่อคุณชายเป็นคนให้ฟีบี้เอง...ใช่ไหมลูก” เฟื่องฟ้าหันไปถามลูก
“ผมก็อยากให้คืนคุณชายก่อน เพราะคุณชาย กำลังมีอันตราย และครุฑธิการสามารถช่วยได้”
ภิงคารตกใจเมื่อได้ยินว่าหลานชายคนโปรดมีอันตราย ตั้งท่าซักต่อแต่ไม่ทันถาม งูตัวหนึ่งเลื้อยเข้ามาท่ามกลางความแตกตื่นของทุกคน มีเพียงพันเอกนรินทร์เพ่งที่สายตามองงู เห็นภาพนิมิตว่าภุชคินทร์กำลังโดนตามล่าจึงออกจากญาณ ตะโกนบอกลูกสาวให้โทร.หา ไพศิษฐ์และขอครุฑธิการคืนจากสองแม่ลูกไปช่วยราชนิกุลหนุ่ม เฟื่องฟ้าตาเหลือกแล้วจ๋อยสนิทเมื่อโดนภิงคารเอ็ดและบังคับให้คืนเขาไป
เวลาเดียวกัน...ภุชคินทร์เร่งเครื่องหนีแต่ไม่พ้น ชายหนุ่มชุดดำปรากฏตัวและพุ่งมาทำร้าย ขว้างมีดพกลอยเฉี่ยวหัวไปปักที่กระโปรงรถจนภุชคินทร์หน้าเสีย คนร้ายเงื้อมือจะเขวี้ยงซ้ำแล้วผงะ เห็นงูยักษ์ปรากฏตัวและตั้งท่าจะฉก สุรินทร์กระโจนหลบอย่างคล่องแคล่ว บุ้ยใบ้อำนาจให้ลงจากรถไปจัดการแทน ภุชคินทร์วิ่งหลบกระสุนอย่างไม่คิดชีวิต สุรินทร์ขว้างมีดเพื่อขัดขวางปักลงที่ต้นขาราชนิกุลหนุ่มอย่างแม่นยำ ภุชคินทร์เจ็บมากแต่กัดฟันวิ่งต่อ อำนาจกลับไปขึ้นรถขับตาม ในขณะที่สุรินทร์ใช้วิชานินจากระโดดหายตัวไป ไม่รู้แม้แต่น้อยว่างูยักษ์เจ้าปัญหาก็หายตัวตามไปด้วย...
ไพศิษฐ์ขับรถมาช่วยเพื่อนพร้อมกับนาถสุดา พันเอกนรินทร์และภิงคารไม่เห็นร่องรอยของภุชคินทร์ นอกจากรถที่มีมีดปักคาอยู่ ทั้งสี่มองหน้ากันอย่างกังวลแล้วชะงัก เหลือบเห็นรอยเลือดบนถนน อดีตนายทหารเพ่งมอง เห็นควันลอยเป็นรูปร่างเหมือนงูเลื้อยไปบริเวณป่ารกชัฏข้างทาง ร้องบอกทุกคนให้รีบตามไปทันที
ด้านภุชคินทร์...วิ่งหนีด้วยความเจ็บปวดที่ขาแทบขาดใจ สุรินทร์ตามมาทันและอัดราชนิกุลหนุ่มลงไปกองกับพื้น ทันใดนั้น...งูยักษ์ตัวเดิมพุ่งมาจากอีกมุม ตั้งท่าจะฉกสุรินทร์แต่ไม่โดน นักฆ่าหนุ่มอาศัยความไว ควักมีดลงอาคมแทงใส่ตัวงูเต็มแรง มันสะดุ้งเลือดกระฉูดแต่ไม่ถอย จ้องกลับตาวาวแล้วพุ่งฉกซ้ำแต่โดนอำนาจที่ตามมายิงปืนใส่งูยักษ์ไม่สะดุ้งสะเทือนกับแรงกระสุน สุรินทร์รีบตะโกนบอกเพื่อน
“มันเป็นงูปีศาจ! และงูปีศาจต้องเจอมีดลงอาคมอย่างนี้”
จบคำนักฆ่าหนุ่มก็เงื้อมือจะแทงซ้ำแต่ไม่โดน ทั้งคนและงูสู้กันนัวเนียอย่างดุเดือด จนกระทั่งชายหนุ่มเป็นฝ่ายพลาดท่าโดนงูยักษ์ฉกที่แขนอย่างจัง สุรินทร์ไม่ยอมแพ้ปักมีดลงบนตัวงู มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เลื้อยหายไปในพงหญ้าละแวกนั้น ขณะเดียวกันมีเสียงฝีเท้าย่ำใกล้เข้ามา อำนาจส่งสัญญาณบอกเพื่อนแล้วผลุบหายไป สุรินทร์ใช้มีดเล่มเดิมกรีดรอยงูฉกให้เลือดไหลออกมาเพื่อถอนพิษและคลายความเจ็บปวด ผลุนผลันวิ่งตามงูร้ายไปด้วยความโกรธแค้น ทิ้งร่างหายใจรวยรินของภุชคินทร์ไว้ตรงนั้น
ooooooo
ภุชคินทร์ได้รับการช่วยเหลือไม่นานหลังจากนั้น พันเอกนรินทร์สัมผัสได้ว่าเจ้าอุรคากำลังบาดเจ็บ บอกนาถสุดากับภิงคารให้พาภุชคินทร์ไปโรงพยาบาลก่อน ส่วนตนกับไพศิษฐ์จะไปสำรวจในป่าเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บคนอื่น
ฟากเจ้าอุรคาในร่างพญานาคีเลื้อยอย่างสะบัก สะบอมลึกเข้าไปในป่า เลือดที่ไหลออกมามีสีดำคล้ำแลดูน่ากลัว งูใหญ่ค่อยๆกลายร่างท่อนบนเป็นหญิงสาว เจ้าอุรคาร้อนรน พึมพำด้วยความเจ็บปวด
“ไม่...ไม่ใช่เวลานี้ มีดอาคมทำลายตัวข้าไม่ได้... ไม่ได้!”
เจ้าอุรคาตั้งสมาธิเพื่อคืนร่างเป็นพญานาคีอีกครั้ง แต่เพราะอำนาจมีดลงอาคมทำให้อ่อนแรงเกินไป สุรินทร์ตามมาทันและมองหญิงสาวมีท่อนล่างเป็นงูอย่างตื่นตะลึง ควักมีดจะฆ่าแต่ไม่ทันลงมือ แว่วเสียงคนเดินใกล้เข้ามาได้ยินไพศิษฐ์ตะโกนนำหน้าว่าเป็นตำรวจ สุรินทร์มองหญิงสาวด้วยความเสียดายแล้วผละไปอย่างหัวเสีย ส่วนเจ้าอุรคาเลื้อยหนีไปอย่างทุลักทุเล คลาดกับผู้กองหนุ่มและอดีตนายทหารอย่างหวุดหวิด ไพศิษฐ์มองรอยเลือดสีคล้ำอย่างสงสัย พันเอกนรินทร์หน้าเครียด รู้แน่ว่าเป็นเลือดของเจ้าอุรคา!
เจ้าอุรคารวบกำลังเฮือกสุดท้าย ตั้งสมาธิและหายตัวกลับไปที่เฮือนภูจำปา ชรายุประคองสภาพเลือดท่วมร่างและหายใจแผ่วเบาของเจ้านายสาวด้วยความสงสาร ยมนาปรากฏตัว ต่อว่าสหายรักที่เตือนแล้วไม่ฟัง เจ้าอุรคาพูดเสียงเบาว่าจะไม่ทนดูภุชคินทร์เป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตา ยมทูตหนุ่มถอนใจหนักหน่วงแล้วเปรยเสียงอ่อน
“สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
“ไม่...ภุชเคนทร์ไม่เคยทำร้ายใคร ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะพญาสุบรรณ เขาต้องชดใช้”
เจ้าอุรคาโพล่งออกมาอย่างโกรธจัด เจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจที่เห็นภุชคินทร์โดนทำร้าย...
เวลาเดียวกันที่โรงพยาบาล...ภุชคินทร์นอนหมดแรงอยู่บนเตียง มีหม่อมภาณีกับนารีวรรณเฝ้าดูแลอยู่ไม่ห่าง ภิงคารเล่าให้หลานและพี่สาวฟังว่าไม่พบร่องรอยการต่อสู้บริเวณที่เกิดเหตุ ไพศิษฐ์สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของกลุ่มนินจัตสุเหมือนคดีก่อนหน้านี้ ภุชคินทร์เปรยว่ารู้สึกเหมือนมีงูใหญ่มาช่วยชีวิต ทุกคนมองหน้ากันงงๆ นาถสุดาถามถึงครุฑธิการ ภิงคารยื่นให้หลานชายและบอกว่าจะช่วยคุ้มครองเขาได้ หม่อมภาณีตื่นตะลึงแล้วพูดเสียงสั่น
“พลอย...พลอยที่ท่านพ่อเคยให้ชาย มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ภุชคินทร์แปลกใจท่าทางแม่ บอกว่าเจ้าอุรคาเป็นคนให้มา หม่อมภาณีพูดไม่ออก งุนงงว่าราชนิกุลสาวได้มาจากไหน นาถสุดาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ บอกเสียงซื่อว่าได้มาจากเฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีที่อ้างว่าภุชคินทร์เป็นคนให้ ราชนิกุลหนุ่มอ้าปากค้าง นึกโกรธสองแม่ลูกที่โกหกอย่างหน้าไม่อาย
ooooooo
เฟื่องวลีกระวนกระวายเพราะกลัวภุชคินทร์รู้ความจริงแล้วจะพาลไม่เลือกเธอเป็นแฟน เฟื่องฟ้าปลอบไม่ให้คิดมาก บอกว่าไม่อยากได้ราชนิกุลหนุ่มเป็นเขยแล้วเพราะกลัวอาถรรพ์พญานาค พูดถึงฝันร้ายเสมือนจริงครั้งก่อนๆด้วยสีหน้ายอกแสยง จำได้แม่นว่าเห็นหน้าเจ้าอุรคาในร่างงู!
คืนเดียวกันนั้นที่โรงพยาบาล...ไพศิษฐ์มาเยี่ยมเพื่อนแล้วเล่าเรื่องอำนาจของครุฑธิการที่ช่วยนำทางให้ไปช่วยได้ทันเวลา ภุชคินทร์นิ่งไปอึดใจแล้วบอกว่าเจ้าอุรคาเคยพูดเหมือนกันว่าอัญมณีนี้จะช่วยคุ้มครองเขาได้ ผู้กองหนุ่มปะติดปะต่อเรื่องราว เล่าถึงฝันร้ายของเฟื่องฟ้ากับเฟื่องวลีและสรุปว่าครุฑธิการน่าจะเป็นของราชนิกุลสาว
“เจ้าอุรคาไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆด้วย และที่เธอเข้ามาใกล้นายเพราะต้องการอะไรบางอย่าง นายคิดสิชาย... ว่าเคยทำอะไรกับเจ้าอุรคา เคยเกี่ยวพันอะไรกับเจ้าบ้าง ทำไมเจ้าต้องตามติดนายตลอดเวลา”
“ฉันคิดไม่ออกจริงๆศิษฐ์ ทุกครั้งที่คิดก็จะเห็นแต่น้ำ พญานาค...เลือดและความเจ็บปวด”
ภุชคินทร์เริ่มมึนศีรษะ หายใจหอบถี่แล้วหมดสติ ผู้กองหนุ่มตกใจ เขย่าเรียกเพื่อนอย่างร้อนรน ราชนิกุลหนุ่มไม่รู้สึกตัว ดำดิ่งลึกเข้าไปในความฝัน รู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่าง แว่วเสียงตะโกนมาอย่างเคียดแค้น
“จำไว้...เจ้าไม่มีทางแย่งอุรคาเทวีไปจากข้าได้”
เจ้าอุรคาประคองร่างเขาไว้อย่างทะนุถนอม ต่อว่าพญาสุบรรณอย่างเกรี้ยวกราด
“ไม่ว่าภพชาติไหน ข้าก็ไม่มีวันรักคนใจร้ายใจดำเยี่ยงท่าน อย่าจากเราไปภุชเคนทร์...อย่าจากเราไป”
“ข้าไม่อยากจากท่าน แต่ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน ข้าขอสาบาน...ไม่ว่าเกิดภพชาติใด ข้าไม่ขอเกิดเป็นนาคาอีก”
ภุชคินทร์ได้ยินตัวเองพูดออกไปเช่นนั้น แว่วเสียงร่ำไห้แทบขาดใจของหญิงสาวแล้วสติเขาก็เลือนหายไป
เวลาเดียวกันที่วังนาเคนทร์...นารีวรรณอ่านตำนานพญานาคีบนเตียง หมั่นไส้พญาครุฑสุดๆที่นิสัยไม่ดี ยื้อแย่งความรักจากนาคีเทวีและฆ่าพญานาคา หญิงสาวฮึดฮัดแล้วปิดหน้าจออย่างหงุดหงิด หมดความสนใจแค่นั้น
ooooooo
สุบรรณอาละวาดใส่มือขวาคนสนิทอย่างหัวเสียที่จัดการภุชคินทร์ไม่สำเร็จ อำนาจอ้อมแอ้มแก้ตัวว่ากลัวเรื่องจะสาวถึงตัวเจ้านายหนุ่ม สุบรรณสวนกลับอย่างโกรธจัด บอกให้เก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้ผิดพลาดเป็นครั้งที่สอง อำนาจรับคำและตัดสินใจเล่าเรื่องคาใจที่มักมีงูใหญ่มาช่วยภุชคินทร์ทุกครั้ง
“แกพูดอย่างกับงูมันรู้เรื่อง ฟังภาษาคนได้อย่างนั้นแหละ”
“ได้ครับนาย...เพราะมันไม่ใช่งูธรรมดาแต่เป็นงูปีศาจ และผมก็เห็นมันมีหน้าตาเหมือนเจ้าอุรคา”
สุบรรณนิ่งไปอึดใจ มองหน้าลูกน้องคนสนิทตาค้าง ตัดสินใจไปหาเจ้าอุรคาที่เฮือนทันทีด้วยความเป็นห่วง เจอกับชรายุที่ออกมาต้อนรับด้วยท่าทีเย็นชา พูดแดกดันเป็นนัยๆว่าชายหนุ่มตั้งใจมาดูผลงานของลูกน้อง สุบรรณมองสาวใช้คนสนิทของเจ้าอุรคาอย่างทึ่งๆที่พูดราวกับอ่านใจได้ ชรายุยิ้มเยาะ โพล่งขึ้นอย่างเหลืออด
“ใช่...เจ้าบาดเจ็บ แต่เป็นเพราะใครท่านก็น่าจะรู้ เลิกทำตัวเช่นนี้เสียทีเถอะท่านสุบรรณ”
เสียงชรายุดังก้อง สุบรรณปิดหูแล้วหมดสติล้มลงข้างต้นพญานาคราช...ชายหนุ่มรู้สึกตัวอีกครั้งในคืนเดียวกันที่บ้านนาถสุดา มึนตึ้บเมื่อญาติสาวเล่าว่าเห็นเขาเป็นลมข้างต้นพญานาคราชในสวน สุบรรณไม่อยากเชื่อเพราะจำได้ว่ายืนคุยกับชรายุที่เฮือนภูจำปา ผลุนผลันออกไปโดยไม่ฟังคำทัดทานของญาติสาว พันเอกนรินทร์ยืนดูด้วยท่าทีสงบ นาถสุดาโอดกับพ่ออย่างร้อนใจ อดีตนายทหารถอนใจเบาๆและเปรยเสียงอ่อน
“สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีใครหนีการกระทำของตัวเองได้ทัน”
“คุณพ่อกำลังบอกว่าพี่สุบรรณจะมีเคราะห์หรือคะ”
นาถสุดากังวลแทนสุบรรณ มองพ่อเดินเข้าบ้านอย่างครุ่นคิดแล้วคว้ากุญแจรถขับตามญาติหนุ่มไป พันเอกนรินทร์มองตามอย่างหนักใจ ส่ายหน้าน้อยๆและพูดเสียงเศร้า
“รวมทั้งลูกด้วย...นาถสุดา”
นาถสุดามองเห็นรถสุบรรณลิบๆจึงเร่งเครื่องตามแต่สุดท้ายก็คลาดกัน ส่วนสุบรรณขับรถอย่างใจลอยเพราะมัวคิดเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่ทันสังเกตว่าอากรกับสมศักดิ์ลูกน้องเสี่ยทรงยศขับตามมาติดๆ มือปืนทั้งสองชะล่าใจ ขับไปใกล้จนชายหนุ่มไหวตัว ควักปืนคู่ใจมาเตรียมไว้ ทั้งสองฝ่ายยิงสู้กันแต่กระสุนของสุบรรณกลับเบนทิศทางอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ถูกมือปืนทั้งสองแม้แต่น้อย อากรจะยิงโต้แล้วผงะ เห็นมือตัวเองขยับยิงเองติดกันหลายนัดจนถูกร่างสุบรรณอย่างจัง สองมือปืนตกใจกับสิ่งที่เห็น ลนลานเก็บปืนและขับรถหนีไป ส่วนสุบรรณจอดรถเพราะเจ็บแผล เห็นร่างเจ้าอุรคาเลือนรางที่ข้างทาง ตกตะลึงและหมดสติ ท่ามกลางรอยยิ้มสะใจของราชนิกุลสาว...
สุบรรณถูกหามส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ไพศิษฐ์กับจ่าชิดมาสำรวจที่เกิดเหตุด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ข่าวนักการเมืองหนุ่มคนดังถูกยิงคงไม่จบง่ายๆ ผู้กองหนุ่มเดินดูรอบๆแล้วชะงัก เห็นร่างเลือนรางของเจ้าอุรคา แต่เมื่อกะพริบตาแล้วเพ่งอีกครั้งกลับไม่เห็นใคร นาถสุดาขับรถมาจอด เดินมาหาแฟนหนุ่มและถามหาสุบรรณ อ้าปากค้างเมื่อได้ยินว่าเขาถูกยิงอาการสาหัส!
นาถสุดากับไพศิษฐ์ขับรถไปเจอพันเอกนรินทร์ที่โรงพยาบาลในเวลาถัดมาเพื่อดูอาการสุบรรณ หญิงสาวซักไซ้พ่อที่พูดเป็นนัยๆก่อนหน้านี้เรื่องสุบรรณจะมีเคราะห์ อดีตนายทหารมองลูกสาวอย่างอ่อนใจ เปรยเสียงเรียบ
“พ่อบอกได้อย่างเดียวคือใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องได้อย่างนั้น และความดีนี่แหละจะปกป้องทุกคน”
นาถสุดานิ่งไปอึดใจ เห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อพูดแต่ไม่เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับเคราะห์ร้ายของญาติหนุ่มยังไง










