ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกผู้ชายไม้ตะพด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จากที่เห็นบาดแผลของเมฆ ทำให้พันเทพต้องปลุกเวตาลขึ้นมาถามว่า ทำไมแผลที่เกิดจากไม้ตะพด จะเจ็บปวดทุกครั้งที่ไม้ตะพดทั้งสองอันกระทบกัน เวตาลกลับย้อนถามว่า รู้ได้อย่างไรว่าตนเจ็บปวด

พันเทพรู้ว่าเวตาลเคยโดนฤาษีแทงด้วยไม้ตะพด

“ใช่ ข้าถูกไอ้ฤาษีเจ้าเล่ห์นั่นใช้ไม้ตะพดแทงข้า ด้วยความแค้น ข้าจึงหักไม้ตะพดนั่นซะ ฤาษีมันจึงลงคำสาปที่ไม้ ข้าจึงเจ็บปวดยิ่งนักที่ไม้ตะพดเลือดและวิญญาณกระทบกัน”

“ทำไม...ทำไม ไอ้เมฆบาดเจ็บแล้วใช้ไม้ตะพดวิญญาณเยียวยาไม่ได้ ไม้ตะพดฝั่งนั้นไม่ใช่เพื่อรักษารึไง”

“หึๆ ที่เจ้าเข้าใจก็เกือบถูก แต่อย่าลืมว่าไม้ตะพดถูกหักครึ่ง พลังการรักษามันไม่มากพอ”

“แต่ทำไมไม้ตะพดเลือดยังสามารถสร้างคำสาปไว้ที่แผลของไอ้เมฆได้ล่ะ”

“คำสาปนั่นก็เป็นแค่พลังอ่อนๆของไม้ตะพด

ฝั่งทำลายเท่านั้น เพราะถ้าอานุภาพมันเต็มที่ล่ะก็ ดูข้าเป็นตัวอย่างนี่ ข้าถูกขังอยู่ในไม้นั่นเกือบร้อยปี โดนดูดพลังไปแทบจะไม่มีเรี่ยวแรง”

“ถ้าทุกคนที่มีแผลจากไม้ตะพดจะต้องเจ็บปวดทั้งครั้งที่ไม้ตะพดกระทบกัน แล้วทำไมฉันไม่เป็น” พันเทพสงสัย

เวตาลย้อนถามว่า เขาเคยถูกไม้ตะพดทำร้ายหรือ พันเทพเล่าว่าโดนตอนที่ต่อสู้กับศรนารายณ์แล้วถูกกระแทกปลายร่มเข้าท้อง แต่ตนไม่เคยรู้สึกเจ็บอีกเลย เวตาลแปลกใจเพราะไม่มีใครเคยรอดพ้นจากการลงทัณฑ์ของไม้ตะพดได้ แล้วเวตาลก็นึกได้

“ข้ารู้แล้ว เพราะเจ้าอาจจะเคยถ่ายเลือดทิ้ง แล้วดำรงชีวิตด้วยเลือดของทายาท ใช่รึไม่”

พันเทพครุ่นคิด “จำได้แล้ว ตอนนั้นที่ฉันโดนแทงด้วยไม้ตะพดอาการสาหัส ทิวาพาฉันไปโรงพยาบาล มีคนบริจาคเลือดให้”

“มันไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะทำให้หายหรอกนะ มันต้องเป็นเลือดของทายาทเท่านั้น”

“เลือดของทายาทเหรอ...งั้นแปลว่า...” พันเทพดีใจว่าต้องเป็นเลือดของไม้ แล้วยิ้มเยาะเวตาลว่าคงจะเจ็บปวดไปตลอดชีวิต เพราะไม่มีทายาท

เวตาลทำหน้าเจ้าเล่ห์ พึมพำในใจ “แม้ข้าจะไม่มีทายาท แต่หากไม้ทั้งสองมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง มันก็รักษาให้ข้าหายได้ แต่ข้าไม่มีวันบอกเจ้าหรอก”

พันเทพมองเวตาลด้วยความแปลกใจที่ร่างกายมันใหญ่ขึ้นกว่าเก่า ทั้งที่ไม่ได้ให้อาหาร...คืนนั้น เวตาลพาจิตของพันเทพเข้าไปในป่าอาถรรพณ์ พันเทพบ่นว่ามืดทำไมไม่มาตอนกลางวัน

“กลางวันกลางคืนก็เหมือนกันนั่นแหละ เพราะที่เจ้าเห็นว่ามืดไม่ใช่เพราะไร้แสงสว่าง แต่จิตใจของเจ้าเองต่างหากที่มันมืดมน”

“ไม่ต้องมาหลอกด่า...ฉันเหมือนจะเห็นอะไรแล้ว มีบางอย่างเรืองแสงอยู่ตรงนั้น” พันเทพเดินเข้าไปใกล้ เห็นชัดขึ้นว่าเป็นฤาษีที่ร่างแข็งทื่ออยู่ในรากไม้

พันเทพหลุดจากสมาธิลืมตาโพลง ตกใจท่ีมีคนอยู่ในป่าอาถรรพณ์ได้อย่างไร เวตาลพูดเป็นนัยๆว่านั่นคือของอย่างที่สาม พันเทพเอ็ดตะโรจะเอาตัวมาได้อย่างไร

“กรีดมาเพียงยางไม้ เลือดฤาษี เราก็สมประสงค์ทุกอย่าง”

พันเทพให้เวตาลพาตนไปจริงๆ เวตาลท้วงว่าต้องมีแผนที่จากหนังเสือจึงจะเข้าไปได้...

ooooooo

เจ๊กีชวนเมฆมาร่วมทำบุญวันเกิดไกรที่บ้านและให้ชวนไม้มาด้วยเห็นว่าเกิดวันใกล้กัน เมฆบอกว่าวันเดียวกันเลย เจ๊กีทึ่งเพราะเท่าที่รู้ ทิวาก็เกิดวันเดียวกัน เมฆชะงัก แสดงว่าเด็กสามคนเกิดวันเดียวกันในโรงพยาบาลเดียวกัน ชาญได้ยินเข้ามาแทรกกลางวงอย่างสนุกปากว่า แล้วเด็กน้อยก็ถูกสลับตัวกัน เจ๊กีเอ็ดตะโรใส่ชาญอย่างระอา แต่เมฆกลับกังวลใจ

คืนนั้น ไกรค้นหนังสือในห้องทำงาน เจอรูปตอนเล็กๆถ่ายคู่กับพ่อ เจ๊กีเดินเข้ามาพอดี ไกรบ่นว่าตอนเด็กเขามักจะถูกล้อว่าเป็นลูกเก็บมาเลี้ยงเพราะหน้าตาไม่เหมือนป๊ากับม้า

“ไม่เหมือนอีน่ะดีแล้ว ไม่งั้นลื้ออาจจะหายเข้าป่าเหมือนอีอีกคน” เจ๊กีปลอบ

ไกรนึกได้ถามป๊าเคยพูดเรื่องป่าอาถรรพณ์บ้างไหม เจ๊กีไม่เคยสนใจจะถาม ไกรเตือนแม่ตั้งแต่ป๊าหายสาบสูญไป ก็เอาแต่ทำงาน ไม่ค่อยพักผ่อน หรือมีใครอีก หรือว่าม้ายังรอป๊ากลับมา เจ๊กีนิ่งไม่ตอบ กลับเปลี่ยนคุยเรื่องอื่นแทน...

เผอิญตอนกลางวันราตรีเข้ามาทำความสะอาดในห้องเก็บของ และได้เจอซากจากการลอกคราบทิ้งอยู่ในตู้ก็ตกใจร้องลั่น ทิวาเข้ามาดู พอเห็นก็อุทาน มีตัวประหลาดเหมือนในฝันจริงๆ...กลางคืน เขานอนกระสับกระส่าย ฝันว่าเวตาลมาถาม อยากรู้ความจริงหรือไม่ ถ้าอยากต้องมาเป็นทาส ในฝันทิวาโวยวายว่าต้องการอะไร แน่จริงมาปรากฏตัว พลันมีเสียงก๊อกแก๊กในตู้เสื้อผ้า เขาสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นไปเปิดตู้ไม่มีอะไร พบแต่เสื้อขาวหล่นอยู่จึงเก็บขึ้นมา เห็นรอยเท้าบางอย่างที่เหยียบบนเสื้อของตน

ทิวากลับไปนอนมีเสื้อขาววางอยู่ข้างตัว เวตาลปรากฏตัวสะกดทิวาให้ออกไปหาเลือดมาให้ สุนัขเห่ากันเกรียว สักพักได้ยินเสียงตุ้บ เมฆออกมาดู เห็นทิวาใช้ไม้ฟาดสุนัขตายจึงต่อว่า

“การเริ่มต้นฆ่า มันจะทำให้เธอไม่เห็นคุณค่าชีวิตของคนอื่น เธอต้องยอมรับผิดกับเจ้าของหมา พ่อเธอไม่เคยสอนบ้างรึไง”

เสียงทิวาโต้กลับมาเป็นเสียงเวตาล “แกจะยุ่งเรื่องคนอื่นมากไปแล้ว”

ทิวาใช้ไม้ในมือต่อสู้กับเมฆ แต่ไม่อาจสู้ได้จึงหนีเตลิดไป ไม้ออกมาตามเมฆ เมฆยังห่วงทิวาจึงบอกว่าไม่มีอะไรแล้วพากันเข้าบ้านไป

เช้าขึ้น ทิวาตื่นมาต้องตกใจที่พบว่ามือตัวเองเปื้อนเลือด และฝันแปลกๆที่พอจำได้

ooooooo

ราตรีตัดสินใจบอกพันเทพว่าตำราหนังเสือที่เขาอยากได้อยู่ที่ไกร พันเทพดีใจ หาวิธีให้คนไปเอาคืนมาโดยไม่เสียหายมาถึงตัว จึงไปทวงสัญญาจากเต็กกงให้ทำงานนี้ให้

ไม้ อบเชย และจันทร์ ปรึกษากันเรื่องอาการบาดเจ็บของเมฆที่กำเริบขึ้นเรื่อยๆ ชาญมาถึงคุยเรื่องหนังเสือ อบเชยนึกได้ตอนที่โดนพันเทพจับไปได้ยินพันเทพพูดถึงสามสิ่ง ที่จะทำให้ฆ่าเจ้าของไม้ตะพดอีกอันได้ มีตำราหนังเสือและของวิเศษ จันทร์เชื่อว่าลายแทงในหนังเสือจะนำไปพบของวิเศษ ไม้เป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเมฆในตอนนี้ ชาญจึงบอกว่า ในป่าอาถรรพณ์มีสมุนไพรรักษาโรคมากมาย ไม้จึงตั้งมั่นจะไปหาสมุนไพร จันทร์อยากให้ สืบให้แน่ใจว่าของวิเศษที่ว่าคืออะไร และจำเป็นต้องหาคนพิเศษเข้าไปสืบเรื่องนี้ ทุกคนลงมติน่าจะเป็นศรนารายณ์อบเชยเป็นห่วงพ่อแต่ก็ไม่เห็นใครเหมาะกว่านี้...

ทั้งสี่คนมาขอร้องศรนารายณ์ ให้ปลอมเป็นลูกผู้ชายเข้าไปค้นหาเอกสารหรืออะไรที่บอกให้รู้ว่าของอย่างที่สามคืออะไร...ศรนารายณ์แต่งตัวเป็นลูกผู้ชายย่องเข้าไปในห้องพันเทพได้ยินเสียงเขาอยู่ในห้องน้ำ จึงรื้อค้นบนโต๊ะ พันเทพได้ยินเสียงออกมาดูแล้วทำทีหลอกจนลูกผู้ชายปรากฏตัวขึ้น

“ลูกผู้ชายคนนี้ทำตัวแปลกๆไม่เที่ยวผดุงความยุติธรรม เอาเวลามาปีนบ้านคนอื่นแทน ดีฉันชอบแบบนี้  ใจถึงดี”

“ฉันทำแบบนี้ ก็เฉพาะคนชั่วอย่างแกเท่านั้นแหละ” ศรนารายณ์โต้

พันเทพเข้าใจว่าเป็นไม้จึงโน้มน้าวให้มาเป็นพวกตน ศรนารายณ์หาว่าพูดพล่ามอะไร จุดประสงค์ที่มาเพื่อฆ่าเขา พันเทพหัวเราะ มันไม่ง่ายอย่างนั้น

“ยังมีความจริงอีกหลายอย่างที่เธอยังไม่รู้ และถ้าเธอรู้ เธอจะต้องเสียใจมากที่ฆ่าฉัน”

“ทำไมจะไม่รู้ เรื่องที่ว่าไม้ตะพดฆ่ากันเองไม่ได้ ฉันก็รู้ แล้วนี่อย่าลืมสิว่าฉันมีสิ่งนี้” ศรนารายณ์ชูหนังเสือให้ดู พันเทพตกใจที่หนังเสืออยู่ที่ไม้

“ฉันไม่เชื่อ การเข้าไปเอาของอย่างที่สาม ไม่ใช่ง่ายๆจะมีมันได้ยังไง”

“ในป่าอาถรรพณ์ใช่มั้ยล่ะ อย่าลืมสิว่า แผนที่มันอยู่ในหนังเสือนี่ ยังไงคงไม่ยากเกินไป”

“เธอไปพบฤาษีนั่น...” พันเทพตกใจเข้าใจผิด

ศรนารายณ์งง ทำเป็นเออออ แล้วโม้มากไปว่าเข้าไปคุยกันถูกคอกับฤาษี พันเทพจึงจับได้ว่าโกหก “เธอ หลอกฉันไม่ได้หรอกเด็กน้อย เธอไม่ทันฉันหรอก”

“หมายความว่าไงเรื่องฤาษี” ศรนารายณ์เริ่มงง

“ฤาษีที่ไหนจะอยู่ยงคงกระพันมาคุยกับเธอล่ะ” พันเทพเข้าประชิดล็อกคอแล้วถอดหน้ากาก จึงรู้ว่าเป็นศรนารายณ์ “แกเป็นตัวปลอมนี่ แกไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

ศรนารายณ์โต้ว่าตนนี่แหละตัวจริง ศรนารายณ์ดิ้นหลุด ใช้ความไวเอาตัวรอดหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิด สร้างความเจ็บใจให้พันเทพอย่างมาก

อบเชยตกใจเมื่อเห็นพ่อวิ่งออกมาอย่างทุลักทุเล ศรนารายณ์บอกว่ามันจับได้ จันทร์กับชาญเสียดายที่ล้มเหลว แต่ศรนารายณ์บอกว่า พันเทพพูดถึงฤาษีในป่าอาถรรพณ์

“เรื่องราวเป็นร้อยปีมาแล้ว จะยังมีชีวิตอยู่ได้ไง เป็นไปไม่ได้” จันทร์ส่ายหน้า

“มันก็พูดแบบนั้น แต่มันพูดเกี่ยวกับฤาษีจริงๆ แต่ก็พูดเรื่องไม่มีชีวิตด้วย”

อบเชย ชาญวิเคราะห์กันใหญ่ จันทร์นึกได้คงหมายถึงฟอสซิล อบเชยขัดว่า พาพ่อกลับไปพักก่อนดีกว่า ศรนารายณ์ยิ้มออก “นึกว่าจะไม่มีใครห่วงเสียแล้ว”

ooooooo

แพรวากลัดกลุ้มเรื่องราตรีปลอมเป็นตนไปหลอกไกร จึงรวบรวมความกล้ามาหาไกร เธอเลียบ เคียงถามว่าไกรชอบไปเที่ยวที่ไหนกับตนบ้าง ไกรตอบว่าชอบตอนไปวัดให้อาหารปลาด้วยกัน เขาเปรยว่าเธอดูสบายๆไม่เรียบร้อย ขาดสีสันเหมือนก่อน แพรวาน้ำตาตก เสียใจที่ไกรชอบแบบราตรีมากกว่าตน แล้วเธอก็ชวนเขาไปให้อาหารปลาด้วยกันอีกครั้ง

สองคนยิ้มแย้มมีความสุข ไม่ทันไร แก๊งวินมอเตอร์ไซค์ของเต็กกง บุกมาจับตัวไกร พอเห็นว่าอยู่กับแพรวาจึงเอาตัวไปด้วย สองคนถูกจับมัดติดกับเสาคนละต้น เต็กกงให้คนซ้อมไกรบังคับจะเอาตำราหนังเสือ ไกรบอกว่าไม่ได้อยู่ที่ตนก็ไม่เชื่อ แพรวาร้องไห้สงสารไกร เธอใช้ทีเผลอของทุกคน เขี่ยมีดมาตัดเชือกที่มัดตน เผอิญเต็กกงมีงานด่วนต้องออกไปจัดการจึงบอกพวก

“ไปพักกันก่อน เดี๋ยวอั๊วไปธุระแป๊บเดียว เดี๋ยวมา สภาพนี้แล้วไม่มีปัญญาหนีหรอก”

ทุกคนพากันออกไป แพรวาเข้าช่วยตัดเชือกให้ไกร “อดทนไว้นะคะ ฉันจะพาคุณหนี”

ไกรไม่มีแรงพูด ร่างกายเขาสะบักสะบอมอย่างหนัก แพรวาประคองไกรค่อยย่องหนีออกมา แล้วหลบเข้าไปอยู่ในรถ ปอ.คันหนึ่ง คนขับรับคำสั่งจากพันเทพแล้วขึ้นรถขับออกไป แพรวาให้ไกรนอนเหยียดยาวหนุนตักตนที่เบาะหลัง โดยคนขับไม่เห็น

ooooooo

เมื่อจัดแจงให้ศรนารายณ์พักผ่อนแล้ว จันทร์กับชาญก็หลับไม่เป็นท่าที่บ้านอบเชย ไม้นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่หน้าบ้าน อบเชยเข้ามาแหย่ให้คลายเครียดว่า ไม่มีอะไรเป็นเรื่องง่ายหรอก แต่ไม่ว่ายังไง จะทุกข์จะสุข จะลำบากแค่ไหน ตนก็จะอยู่กับเขาจนแก่เฒ่า

“เพ้อ ใครจะอยู่กับเธอได้นานขนาดนั้นกัน”

“ปากพูดแบบนี้ แต่แอบดีใจน่ะนะ” อบเชยเห็นไม้อมยิ้ม “นั่นแน่ยิ้มแล้ว บอกแล้วว่าดีใจ”

ไม้ยิ้มออกได้สักพักก็เศร้าลงอีกเพราะเป็นห่วงพ่อ อบเชยลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจ...

วันรุ่งขึ้น เมฆมาที่โรงพยาบาลที่ไม้เกิด เพื่อขอค้นประวัติการเกิดเมื่อยี่สิบปีก่อน หัวหน้าพยาบาลเห็นว่าไม่คิดเอาเรื่องโรงพยาบาลจึงให้ความช่วยเหลือ แต่ตอนนั้นทางโรงพยาบาลยังไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ จึงให้เขาไปค้นเอกสารในห้องเก็บประวัติเอาเอง...เขาค้นอยู่นานจนแทบสิ้นหวัง จนกระทั่งเห็นแฟ้มหนึ่งอยู่หลังตู้หล่นลงมา เขารีบเปิดดู เห็นระบุว่า มารดาชื่อ นางทิพย์ ศักดินันท์ บิดาชื่อ พันเทพ เด็กชายชื่อทิวา เลือดกรุ๊ปเอบี...แต่ไม่มีประวัติของไม้

อบเชยพาไม้มาหาหลวงพ่อที่วัดให้ช่วยชี้ทางสว่าง ให้ไม้คลายทุกข์ ทั้งเรื่องพ่อและเรื่องป่าอาถรรพณ์ ไม้กราบเรียนหลวงพ่อว่าแผลของพ่อรักษาอย่างไรก็ไม่หาย

“แต่มีคนบอกว่า สมุนไพรบางอย่างในป่าอาถรรพณ์อาจรักษาพ่อได้”

“ป่าอาถรรพณ์เลยรึ”

ไม้ดีใจที่หลวงพ่อรู้จักป่าอาถรรพณ์ หลวงพ่อบอกว่าเคยเข้าไปธุดงค์ อบเชยแปลกใจ แล้วหลวงพ่อกลับออกมาได้อย่างไร แสดงว่าไม่อาถรรพณ์จริง

“จริงไม่จริงอาตมาไม่รู้หรอก แต่พระธุดงค์ส่วนใหญ่ มักเลือกที่นั่นในการฝึกจิตสมาธิ”

ไม้แปลกใจถามวิธีที่จะออกจากป่าอาถรรพณ์หลวงพ่อแนะนำว่า สติเพียงเท่านั้น อบเชยยังไม่เข้าใจ ขอให้ขยายความ หลวงพ่อจึงบอกว่า

“ระลึกเสมอว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ อย่าปล่อยใจไปตามสิ่งที่ยั่วยุจนหาทางกลับไม่เจอ หลงทางในจิตของตัวเอง...” อบเชยกับไม้พนมมือฟังอย่างตั้งใจ

จากนั้น ไม้ก็ตัดสินใจจะเข้าไปในป่าอาถรรพณ์เพื่อหาสมุนไพรมารักษาเมฆ อบเชยขอตามไปด้วยโดยอ้างเหตุผล “ถ้าไม้ไม่กลับมา ฉันจะอยู่โดยไม่มีไม้ได้ยังไง”

ไม้อึ้งซึ้งปฏิเสธไม่ออก อบเชยจึงถือว่ายอมให้เธอไปด้วย...สองคนเดินผ่านท่าน้ำ ได้ยินเสียงมือถือดัง ต่างมองหน้ากันว่าของใคร จนเห็นรถของไกรกับรถแพรวาจอดอยู่ มือถือในรถไกรดังและประตูรถไม่ได้ล็อก ไม้จึงเข้าไปหยิบมากดรับ เสียงเจ๊กีโวยวาย

“อาไกร ลื้อไปทำอะไรอยู่ที่ไหนไม่กลับบ้าน อั๊วโทร.หาลื้อเป็นร้อยๆครั้งแล้วเนี่ย ทำไมเป็นคนแบบนี้ รู้มั้ยเนี่ยว่าอาม้าเป็นห่วง พระยิ่งทักอยู่ว่าก่อนวันเกิดให้ระวังอันตรายดีๆ อั๊วนึกว่าลื้อเป็นอะไรไปแล้ว รีบกลับมาบ้านเลยนะ”

“เอ่อ...เจ๊กีใจเย็นๆครับ ผมไม่ใช่คุณไกร...” ไม้รีบบอกเรื่องราวที่พบเห็น เจ๊กีกังวลใจ

เต็กกงสั่งลูกน้องเก็บของทุกอย่างอย่าให้พันเทพรู้ได้ว่าพวกตนเอาตัวแพรวามาด้วย พอพันเทพรู้ว่าไกรหนีไปได้ กำลังจะเล่นงานเต็กกง พอดีทางบ้านโทร.มาบอกว่าแพรวาหายไปทั้งคืน พันเทพลองโทร.หาลูก พลันได้ยินเสียงมือถือดังมาจากในหลืบกำแพง เต็กกงหน้าเสีย สมุนค้นจนเจอกระเป๋าทั้งใบ พันเทพเห็นจำได้ว่าเป็นของแพรวาจึงแย่งมา เห็นมือถือมีรูปแพรวา เขาโกรธมากจับเต็กกงจะตัดนิ้ว เต็กกงร้องลั่นสารภาพว่าแพรวาหนีไปได้กับไกรแล้ว

“แกนี่มันร้ายนัก...ถ้าฉันไม่เจอลูกสาวฉันนะ ฉันจะกลับมาตัดนิ้วแกให้ด้วนเลย คอยดู แล้วอย่าคิดหนีล่ะ ไม่งั้นจะโดนหนักกว่าแค่นิ้วแน่ๆ” พันเทพขู่ก่อนจะตบหัวเต็กกงแล้วกลับไป

ooooooo

พอเจ๊กีรู้ว่าไกรหายไปกับแพรวาก็ตกใจ รับไม่ได้ถ้าไกรจะคบกับแพรวา เพราะแพรวาเป็นลูกคนที่ทำร้ายตน ไม้สัญญาจะช่วยไกรกลับมาให้ได้  อบเชยหมั่นไส้หาว่าไม้รับปากเพราะอยากช่วยแพรวา

ไกรรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นแพรวาหลับพิงกระจก เขาลุกขึ้นนั่งมองเธออย่างเอ็นดู ลูบผมเธออย่างห่วงใย...รถมาจอดทางเปลี่ยวแห่งหนึ่ง ไกรกับแพรวาลงจากรถเพื่อหารถต่อไป แต่รถที่รับเขาสองคนมาก็มาทิ้งพวกเขาที่ทางแยกและบอกว่าให้โบกรถเข้าอำเภอเอาเอง และกำชับว่าอย่าเข้าไปในป่าเด็ดขาด เพราะเป็นป่าอาถรรพณ์ สองคนจึงนั่งรอรถที่จะผ่านมา...

ไม้ขอเอารถ บขส.ของพ่อไป จันทร์กับชาญตามไปด้วย เพราะรู้ว่าไม้คงจะเข้าไปในป่าอาถรรพณ์ ไม้ขับรถด้วยความเร็ว อบเชยแขวะว่า คิดถึงเรื่องแพรวาอยู่หรือไง

“ไม่ใช่เวลาจะมางอนอะไรอยู่นะ ตอนเนี๊ยะ” ไม้เอ็ด

“ถ้าฉันเป็นคนหายไป ไม้จะห่วงขนาดนี้รึเปล่า” อบเชยถามอย่างงอนๆ

“ไม่รู้สิ ก็ไม่เห็นเธอเคยหายไปไหนซักที”

อบเชยบ่นจะตอบให้ดีใจกันบ้างก็ไม่ได้ จันทร์เข้ามาแซวว่าเข้าป่าไปไม่รู้จะได้ออกมาหรือเปล่า ตนยังไม่มีความรักบ้างเลย แต่ถ้ามีความรักแล้วเป็นแบบนี้ ขอตายในป่าดีกว่า...

ระหว่างนั่งรอรถ แพรวาผล็อยหลับไป ไกรเห็นพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินเข้ามาก็จำได้

“หลวงพ่อ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ หลวงพ่อยังจำเณรน้อยได้รึเปล่า”

“ถ้าจำไม่ได้ อาตมาคงไม่มาเตือน”

ไกรทำหน้างง หลวงพ่อเตือนอย่าเข้าไปในป่า พลันแพรวาสะดุ้งตื่น ไกรหันไปมอง พอหันกลับมาหลวงพ่อก็หายแล้ว

ooooooo

ตัดสินใจมาถามเวตาลว่าลูกสาวตนอยู่ไหน เวตาลหัวเราะเยาะพันเทพที่ต้องมาพึ่งพาตน เวตาลให้ยื่นมือมาจับ แล้วกล่าวว่า คนที่เขากำลังมีจิตกังวลถึง มีสองคน คนหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเพื่อไปยังที่ที่อีกคนอยู่ พันเทพรีบถามว่าที่ไหน เวตาลตอบว่า ทางเข้าป่าอาถรรพณ์

“เจ้ามีคนที่ผูกพันทางสายเลือดที่อยู่ห่างไปถึงสองคน เจ้าคนเพศชายนั่นมีจิตใจปรปักษ์ต่อเจ้าเสียด้วย”

“ฉันยอมสับเปลี่ยนลูกของฉันกับไอ้เมฆ คนที่มันถือไม้ตะพดวิญญาณไว้ เพื่อว่ามันจะได้ยกมรดกไม้ตะพดให้กับลูกของฉันในวันหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็ถึงวันนั้นแล้ว”

“เจ้ายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนได้ครอบครองไม้ตะพดทั้งสองสินะ แม้กระทั่งสายเลือดเจ้าแท้ๆ ยังโป้ปดให้เจ็บปวด”

พันเทพโวยไม่ต้องมาพูดเรื่องดีชั่ว เพราะเขาก็ไม่ได้ต่างจากตนเท่าไหร่ เวตาลจึงถาม

“ถ้าต้องเลือกระหว่างไม้ตะพดกับลูกเจ้า เจ้าจะเลือกอะไร”

“ฉันทิ้งลูกไปยี่สิบปีเพื่อไม้ตะพด เจ้าว่าข้าจะเลือกอะไรล่ะ” พันเทพเข่นเขี้ยว...

ระหว่างนั้น แพรวาหิวบอกไกรว่าต้องเข้าป่าไปถึงจะมีผลไม้กิน ทั้งสองคิดว่าเข้าไปตื้นๆไม่น่าจะหลง ทั้งสองจำไว้ว่าทางเข้ามีศาลตั้งอยู่ พอพันเทพรู้จากเวตาล ว่าแพรวาและไม้กำลังจะเข้าไปในป่านั่นก็ร้อนใจ คิดหาวิธีตามเข้าไป จึงไปจับตัวเมฆมาจากบ้าน

ไม้จอดรถที่ปากทางเข้าป่า ชาญเห็นรอยเท้าเดินเข้าป่าก็เดาว่าเป็นของแพรวากับไกร ไม้ตกใจมาทำไมกันแถวนี้ อบเชยแขวะคงมาพลอดรักกัน ไม้เป็นห่วงแพรวาจึงตะโกนเรียก อบเชยกับจันทร์เห็นว่าใกล้มืดแล้วควรนอนในรถ รอให้เช้าค่อยเดินเข้าไป ไม้เอาหนังเสือ มาพันคันเกียร์ไว้ โดยไม่รู้ว่านั่นทำให้เกิดพายุลมกระโชก เสียงเหมือนต้นไม้ในป่าร้องโหยหวน ไกรกับแพรวาตกใจรีบวิ่งหาที่หลบพายุฝน ทั้งสองมาหลบตรงชะง่อนหิน

คืนนั้น ทุกคนหลับ อบเชยนั่งมองไม้ซึ่งหลับอยู่ข้างคันเกียร์ จู่ๆไม้ก็ดึงคันเกียร์ที่มีหนังเสือพันอยู่ออกมาแล้วเดินเหมือนละเมอลงจากรถ อบเชยตามลงไปห้ามจนต้องกัดแขนเขาให้รู้สึกตัว ไม้ร้องโวยวาย แต่พอเห็นว่าตัวเองกับอบเชยมายืนตากฝนอยู่นอกรถก็แปลกใจ...ไม้เล่าว่าตนฝันว่ามีคนเรียก แล้วเอ็ดอบเชยที่บ้าวิ่งตากฝนตามไปทำไม ว่าแล้วก็ถอดเสื้อเช็ดผมให้เธอ

“แต่ได้แบบนี้ก็คุ้มนะ” อบเชยอมยิ้ม

“ทะลึ่ง เอาไปเช็ดเองเลยไป เสร็จแล้วก็นอนซะล่ะ” ทั้งสองยิ้มเขินกันไป

กลางดึก ไม้เห็นอบเชยนอนตัวสั่น รู้สึกผิดจึงเข้าไปนอนกอด อบเชยตาโพลง ไม้ออกตัว

“นี่กลัวว่าจะไม่สบายแล้วจะเป็นภาระคนอื่นหรอกนะ อุ่นขึ้นมั้ย”

อบเชยอมยิ้ม “ตากฝนทุกวันเลยดีกว่า...”

“เฮ้ย เป็นผู้หญิงนะเราน่ะ” ไม้เอ็ด แต่ก็กระชับอ้อมกอดอย่างรู้สึกอุ่นใจ...

วันรุ่งขึ้น จันทร์ตื่นมาเห็นไม้กอดอบเชยก็อุทานเสียงดัง ทุกคนตื่นมา อบเชยหน้าแดง ไม้รีบออกตัวว่าไม่มีอะไรแค่อบเชยเปียกฝน จันทร์กับชาญยิ้มล้ออย่างอิจฉา...ทุกคนเตรียมพร้อมจะเดินเข้าป่าอาถรรพณ์ พลันเสียงพันเทพดังมา

“จะไปผจญภัยกันเหรอเด็กๆ”

ทุกคนหันมามองด้วยความตกใจ ไม้ถามมาได้อย่างไร พันเทพตอบกวนๆว่า ขับรถมา

“เรื่องอะไรจะปล่อยให้เด็กสนุกกันเองล่ะ จริงมั้ย”

จันทร์โต้ว่ามีอะไรมาขอไปด้วย พวกตนมีหนังเสือ พันเทพหัวเราะร่าก่อนจะให้สมุนพาตัวเมฆออกมา “จริงเหรอไม้ แล้วถ้าฉันไม่มีตำราหนังเสือ แต่มีนี่ล่ะ”

ไม้หน้าตื่นตกใจ เมฆร้องบอกไม่ต้องห่วงตน อย่าทำตามที่พันเทพบอก แต่ไม้ห่วง พันเทพเยาะ “พ่อเหรอ...ฉันคิดอยู่แล้ว ฉันถึงยังไม่ได้บอกความจริงไง”

ไม้ถามว่าความจริงอะไร พันเทพมองหน้าเมฆ เมฆร้องว่ามันเป็นเรื่องระหว่างเราเท่านั้น อย่าดึงเด็กมาเกี่ยว พันเทพกำหมัดชกเข้าที่แผล เมฆร้องลั่น ก่อนจะบอกไม้ว่า ถ้าไม่อยากให้เมฆเจ็บตัวก็ต้องนำทางพวกตนเข้าไปด้วย... เสียงหัวเราะของพันเทพก้องดังไปเข้าหูแพรวา เธอดีใจร้องเรียกพ่อ อบเชยได้ยินแว่วๆบอกให้ทุกคนเงียบ พันเทพได้ยินเสียงแพรวาก็ตกใจที่เข้าไปอยู่ในป่าก่อนแล้วได้อย่างไร จึงเร่งทุกคนให้รีบเข้าไป

ooooooo

เห็นบ้านเงียบ ทิวาจึงเข้ามาในห้องทำงานของพันเทพ แปลกใจที่พ่อไปไหนไม่บอกกันบ้าง พลันมีเสียงกุกกักในตู้ ทิวาจะเปิดดู เสียงเวตาลบอกให้ปิดม่านให้หมดก่อน ถ้าอยากเห็นหน้าตน

ทิวาทำตามอย่างใจระทึก พอเปิดตู้ เห็นเวตาลปรากฏตัวขึ้นก็ตกใจว่าผีหรือคน

“เจ้าเด็กน้อย โลกมนุษย์หาใช่มีแต่พวกเจ้าและเหล่าอสูรกายเท่านั้น อย่าถามเจาะจงเช่นนั้นเลย...ข้ามากับไม้ตะพด”

“ไม้ตะพดวิเศษน่ะเหรอ...ถ้างั้นแกก็มีอำนาจพิเศษน่ะสิ”

เวตาลเสนอสิ่งแลกเปลี่ยนกัน ทิวาโต้ว่าตนมีทุกอย่างเพียบพร้อมแล้ว เวตาลเยาะว่าแน่ใจหรือ “คนที่เจ้าเรียกว่าพ่อ รักเจ้าดีรึ หญิงสาวที่เจ้าหมายปอง สนใจเจ้ารึ”

ทิวาแปลกใจรู้ได้อย่างไร เวตาลว่าตนรู้ทุกอย่างที่เขาไม่รู้ ทิวามองเวตาลอย่างสับสน...

ทุกคนเดินเข้าไปในป่าอาถรรพณ์ เสียงสัตว์ร้องโหยหวนน่าสะพรึงกลัว ทุกคนคันขยุกขยิกเพราะโดนแมลงกัดต่อย ยกเว้นพันเทพ อบเชยแปลกใจ ไม้บอกว่าเป็นเพราะพลังจากไม้ตะพดในมือพันเทพ ไม่มีแม้แต่แมลงจะบินมาใกล้ พันเทพเร่งให้ชาญพาไปหาแพรวา

“แกเป็นพรานเก่า ชำนาญเส้นทางไม่ใช่เหรอ ฮะ ไหนล่ะลูกสาวฉัน”

“เป็นพรานไม่ใช่ไกด์ทัวร์นะครับ จะได้ตรัสรู้ได้ว่าใครทำอะไรอยู่ที่ไหน แล้วถึงแม้ข้าจะชำนาญป่าแถบนี้ ทั้งหมด แต่ป่าอาถรรพณ์ก็เข้ามาครั้งแรกพร้อมๆกันนี่แหละ”

ไม้แปลกใจได้ยินเสียงแพรวา แต่ทำไมหาไม่เจอ อบเชยพูดอย่างหมั่นไส้ ป่าตั้งกว้างจะเจอได้อย่างไร ชาญให้ทุกคนทำความเข้าใจก่อน ว่าจะให้ตนนำทางหาของหรือหาคนกันแน่ เพราะวิธีการไม่เหมือนกัน ทั้งไม้และพันเทพอึ้ง

“ไม้...มาถึงป่าอาถรรพณ์แล้วนะ อาจเป็นทางเดียวที่จะช่วยลุงเมฆได้” อบเชยเตือน

“แต่นั่นเท่ากับเราจะทิ้งคนให้ติดอยู่ในนี้” ไม้ยังลังเล

เมฆไม่อยากทำให้ไม้ลำบากใจ จึงบอกว่าตนไม่ตายง่ายๆ ไม่ต้องห่วง พันเทพหัวเราะ อบเชยจึงถามพันเทพบ้างว่าเขาจะเลือกลูกหรือของ เขาตอบได้สะใจมากว่า

“เอาของสิ คน...ถ้าไม่ตายก็ทำใหม่ได้” คำตอบของพันเทพ อบเชยไม่คิดว่าจะเลวขนาดนี้

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.