ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกผู้ชายไม้ตะพด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จากที่ศรนารายณ์ทำตัวเป็นฮีโร่คอยช่วยชาวบ้าน แล้วเขาก็หลุดปากออกมาเองว่าตนเป็นแชมป์มวยสิบสี่สมัย ทำให้ชาวบ้านรู้ว่าเป็นใคร พอศรนารายณ์มาเดินตลาด พ่อค้าแม่ค้าต่างเรียกให้เข้าร้าน ศรนารายณ์ ยิ้มภูมิใจ...อบเชยทำความสะอาดบ้าน เจอถุงเสื้อผ้าฮีโร่ก็แปลกใจสงสัย

เย็นวันหนึ่ง เมฆกับไม้กลับจากฝึกซ้อม แวะซื้อยาแถวตลาด คนขายยากับชาวบ้านกำลังคุยกันเรื่องหมอคง ที่ชอบจับคนท้องไปทำแท้งเอาลูกเขามาทำลูกกรอก ไม่มีใครกล้าแจ้งตำรวจ เพราะหมอคงเลี้ยงผีไว้เป็นบริวาร ไม้จึงซักถามรายละเอียด เมฆครุ่นคิด ถึงเวลาที่ตนต้องออกช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว ไม้เป็นห่วงขอไปช่วยอีกแรง

และคืนนั้น ขณะที่หมอคงกับพวก จับผู้หญิงท้องคนหนึ่งมากำลังจะกรีดท้อง ไม้ก็โดดออกมาถีบหมอคง สาวกเข้ารุมไม้ ไม้บอกให้หญิงท้องหนีไปแล้วจัดการพวกสาวก หมอคงร่ายคาถาเรียกผี โลงศพที่วางเรียงอยู่สั่นเสียงกระแทกจากด้านในโครมๆ ก่อนจะมีผีโผล่ออกมา

ลูกผู้ชายปรากฏตัวขึ้น ใช้ไม้ตะพดฟาดผีทีละตัว แต่พอโดนรุม ร่างกายเขาก็รับไม่ไหว ไม้กระโจนเข้าช่วย หมอคงเห็นเช่นนั้นจึงเรียกกุมารทองและลูกกรอกออกมา

“รู้แล้ว ไม้ไม่ต้องสู้กับไอ้พวกผีพวกนี้หรอก ไปจัดการไอ้หมอคงดีกว่า” ลูกผู้ชายบอก

ไม้ลังเลเป็นห่วง แต่ลูกผู้ชายบอกว่าตรงนี้ตนรับไหว และเพราะร่างกายอ่อนแอลง พอไม้จัดการหมอคงได้ สร้อยพระที่คอขาดกระเด็น ผีทุกตัวก็หันไปรุมเล่นงานหมอคง รวมทั้งลูกผู้ชายหายวับไป เหลือแต่ไม้ตะพด ไม้รีบเก็บไม้ตะพดร้องเรียกพ่ออยู่ไหน เสียงเมฆแว่วมาไกลๆ เมฆลงไปอยู่ในโลงที่ฝังในดิน เขาพยายามทุบโลงเปรี้ยงๆ ไม้พยายามเดินตามเสียง และแล้วเขาก็เห็นกุมารทองเดินนำทางไปที่หลุมศพหนึ่ง เขาไม่รอช้ารีบขุดเอาโลงศพขึ้นมา งัดฝาโลงเจอเมฆนอนเลือดซึมออกมาจากแผลผ่าตัด ไม้โผกอดพ่อด้วยความดีใจ

ไม้พาเมฆกลับมาบ้าน เมฆยอมรับแล้วว่าร่างกายเขาไม่ไหวแล้ว ต่อไปไม้จะต้องรับหน้าที่ลูกผู้ชายเต็มตัว... หมอคงกลายเป็นคนบ้าเดินพร่ำพูดถึงแต่ลูกผู้ชาย ชาวบ้านต่างแปลกใจ

ooooooo

พลังของเวตาลทำให้ทิวาฝันว่ามีบางอย่างอยู่ ในตู้ในห้องเก็บของ เสียงท่องคาถามนต์ดำบางอย่างดังออกมา สะกดให้เขาเข้าไปดู แล้วก็ได้ยินเสียงประหลาด “ตำราหนังเสือของข้า พาข้าไปพบฤาษี ตำราของข้า” ทิวาเปิดตู้แล้วเขาก็ผงะที่มีตัวอะไรบินสวนออกไป... ทิวาสะดุ้งตื่น นั่งคิดงุนงงว่าตำราหนังเสืออะไร

เช้าวันนี้ พันเทพถามราตรีถึงงานที่ให้ไปคุมวินรถตู้ ราตรีบ่นเบื่อไม่อยากทำ พันเทพเอ็ดอย่าเลือกงาน แบบนี้แล้วจะเก่งได้อย่างไร แล้วพันเทพก็หันไปบอกแพรวาให้เย็นนี้ไปงานเลี้ยงหัวหน้าพรรคกับตน ราตรีโวยทีมงานอย่างนี้ไม่ให้ตนไป พันเทพบอกว่า ลูกชายท่านรัฐมนตรีให้บัตรเชิญแก่แพรวา ราตรีหน้าง้ำ แพรวาอึดอัดใจแต่ไม่กล้าขัดใจพ่อ

ผลโพลในหนังสือพิมพ์ออกมาว่าคะแนนของพัน–เทพเป็นอันดับสอง พันเทพไม่พอใจตรงไปห้องเก็บของเคาะตู้ถามเวตาลว่า ถ้าตนสามารถรวมไม้ตะพดทั้งสองอันได้ ตนจะครอบงำจิตใจคนได้ใช่ไหม เวตาลขอให้ปล่อยและหาอาหารให้ก่อน พันเทพโวย

“เจ้าทรยศ ฉันจำเป็นต้องทำโทษให้เข็ดหลาบ แกตอบฉันมาก่อนสิ แล้วฉันจะปล่อย”

“ย่อมได้ พลังของไม้ตะพดทั้งสองอัน เมื่อรวมตัวกันนั้นมหาศาล เจ้าสามารถใช้พลังของมันทำในสิ่งที่ปรารถนาได้ทั้งนั้น”

พันเทพรำพึงว่าตนต้องได้ไม้ตะพดอีกอันมาก่อนการเลือกตั้ง เวตาลหัวเราะ ถ้าง่ายอย่างนั้น คงได้มานานแล้ว เขาต้องมีผู้ช่วย ต้องฆ่าลูกผู้ชายให้หมดเสี้ยนหนาม ถึงจะได้ทั้งทำตำราและไม้ตะพด พันเทพหัวเราะอย่างพอใจ เวตาลเตือนให้ปล่อยตน พันเทพกลับบอกว่า

“เอาไว้ให้แกทำความดีความชอบมากกว่านี้ก่อนสิ เลือดของข้าที่แกแอบดูดกินคงอิ่มไปได้หลายวันน่า” พันเทพเดินหัวเราะออกไป เวตาลทุบประตูปังๆ อย่างเจ็บแค้น...

ขณะที่แพรวาเลือกเสื้อผ้าอยู่ ราตรีเข้ามาถามว่าทำอย่างไรถึงมีแต่คนหลงเสน่ห์เธอ แพรวาว่าตนแค่อยู่เฉยๆ ไม่คิดร้ายกับใคร ราตรีโวยวายหาว่าว่าตน และโทษแพรวาเกิดมาเพื่อแย่งความสุข ทั้งที่เป็นแฝดกัน แต่ชอบทำตัวเหนือกว่า ดีกว่า แพรวาพยายามบอกว่าตนไม่เคยคิดอย่างนั้น ราตรีจึงขอไปงานเลี้ยงแทน แพรวาว่าคนอื่นไม่รู้แต่พ่อจะต้องรู้

“นั่นไง เธอพยายามทำทุกอย่างให้เหนือฉัน พยายามจะกีดกันฉัน ไม่ต้องมาปฏิเสธ”

แพรวาถอนใจ ราตรีวีนใส่ว่าตนจะแย่งคนที่เธอรักมาให้หมด ราตรีอาละวาดปัดรูปคู่ล้มแตก แล้วได้เห็นมีรูปซ่อนอยู่ข้างหลังอีกรูป จึงหยิบมาดู เป็นรูปไกร ราตรียิ้มเยาะแพรวาหน้าเสีย

ooooooo

และแล้วเมฆก็สอนทุกอย่างให้ไม้จนหมดสิ้น และมอบทุกอย่างให้ไม้ทำหน้าที่แทน ไม้ถามถึงที่มาของไม้ตะพด เมฆเล่าว่า เริ่มจากทวดเป็นพรานที่เก่ง ได้เข้าไปในป่าอาถรรพณ์ที่ใครๆไม่กล้าเข้าไป และกลับออกมาพร้อมไม้ตะพดและหนังเสือมอบให้กับปู่ แล้วท่านก็เสียสติ จึงไม่มีใครรู้ว่าได้มาอย่างไร ไม้คาดคะเนแสดงว่ามีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ในป่านั้น

พันเทพยกพวกมาค้นบ้านเมฆ เพื่อหาไม้ตะพด และหนังเสือ เผอิญอบเชยทำอาหารใส่ปิ่นโตมาให้เมฆ จึงเจอกับพวกพันเทพเข้าพอดี อบเชยต่อสู้จนเสียท่าถูกจับมัด พันเทพคาดคั้นถามหาหนังเสือ อบเชยยืนกรานว่าไม่รู้ พันเทพตบหน้าเธอหลายฉาด เธอก็ไม่ปริปาก

เมฆพาไม้มาที่อู่รถ ให้ขึ้นไปนั่งที่คนขับ ไม้บอกว่าตนเคยมาค้นหาไม้ตะพดแต่ไม่พบ เมฆจึงให้ไม้ใช้จิตสัมผัส ไม้หลับตาแล้วมือของเขาก็เลื่อนไปจับคันเกียร์โดยอัตโนมัติ กลิ่นหอมโชยออกมา ไม้รู้ทันทีว่าไม้ตะพดอยู่ในคันเกียร์นี่เอง

“ถึงว่าสิ ตอนนั้นผมถึงชนะไอ้พันเทพได้ เพราะเกียร์นี่คือไม้ตะพดนี่เอง”

“ลูกต้องเก็บรักษามันไว้ยิ่งชีวิต อย่าให้มันตกไปอยู่ในมือคนชั่วเด็ดขาด ไม่งั้นละก็ เราไม่มีทางต้านทานอำนาจมันได้แน่ๆ”

ไม้รับคำ สองพ่อลูกพากันกลับบ้าน เห็นประตูบ้านเปิด มีเสียงดังออกมา เมฆฉุดไม้ไว้ ตนจะเข้าไปเอง “นี่เป็นอีกบททดสอบของการเป็นลูกชายที่ลูกต้องเรียนรู้ พ่อจะเข้าไป ลูกแอบดูอยู่ด้านนอกนี่ ถ้าเกิดเรื่องไม่ดี ลูกรู้ใช่มั้ยว่าจะต้องเข้าไปแบบไหน”

ไม้พยักหน้ารับ เมฆเข้ามาในบ้านเห็นอบเชยถูกมัดกับเสากลางบ้าน เลือดกบปาก เขาด่าว่าพันเทพและจะเข้าช่วยอบเชย แต่กลับถูกพวกสมุนจับมัดไว้ด้วยอีกคน...เวลานั้น ศรนารายณ์ได้รับของกินจากพ่อค้าแม่ค้ามากมาย จึงคิดจะเอามาแบ่งให้เมฆ

ลูกผู้ชายปรากฏตัวต่อหน้าพันเทพ ทำให้พันเทพแปลกใจที่ไม่ใช่เมฆ อบเชยเองก็งงๆ ศรนารายณ์มาถึงเห็นในบ้านมีคนพลุกพล่านจึงแอบมอง มุมนั้นเขาไม่เห็นลูกผู้ชาย จึงรีบแต่งกายเป็นฮีโร่บุกเข้าไปจะช่วย

“ข้าคือผู้ผดุงความยุติธรรมมาช่วยทุกคนแล้ว”

ทุกคนหันมองฮีโร่ ศรนารายณ์เห็นลูกผู้ชายก็ตกใจ รู้สึกอับอายรีบวิ่งหนีออกไป ลืมถุงอาหารที่วางทิ้งไว้ข้างกำแพง...พันเทพหันมาสนใจลูกผู้ชายตามเดิม

“อยากรู้นักว่า ลูกผู้ชายคนนี้ ฝีมือจะเป็นยังไง”

“เดี๋ยวก็รู้...” ลูกผู้ชายบุกเข้าประฝีมือกับพันเทพ

ทุกครั้งที่ไม้ตะพดกระทบกัน เมฆจะรู้สึกเจ็บแปลบแผลที่ผ่าตัด เลือดไหลซึมออกมา อบเชยพยายามเขี่ยมีดมาตัดเชือกแก้มัด แล้วปราดเข้าแทงแขนพันเทพ

“พวกแกใช้วิธีหมาหมู่ ฝากไว้ก่อนเถอะ” พันเทพร้องลั่น

“ทีแกกับสมุนรุมลูกผู้ชายทีเดียวตั้งหลายคน เขายังไม่ว่าอะไรเลย” อบเชยโต้

ลูกผู้ชายหลบออกไป อบเชยจะตาม เมฆร้องบอกให้ปล่อยเขาไป เธอจึงหันมาช่วยแก้มัดให้เมฆ อบเชยถามถึงไม้ เมฆตอบว่าคงไปช่วยงานกับไกร อบเชยเห็นถุงอาหารกองอยู่ แปลกใจว่าของใคร เมฆว่าอาจเป็นของไอ้โม่งที่โผล่มา อบเชยสงสัยว่าไอ้โม่งนั้นคือพ่อตน เพราะชักจะจำได้ว่าเคยเห็นชุดนั้นในถุงตอนทำความสะอาดบ้าน

ศรนารายณ์มาหลบนั่งกลุ้มใจในอู่รถ จันทร์กับชาญเดินมาเห็นถุงวางเกะกะอยู่จึงเทออกมาดูเป็นชุดฮีโร่ ศรนารายณ์หน้าเจื่อน รู้สึกอายวิ่งหนีกลับบ้านไป ชาญกับจันทร์แปลกใจจะอายทำไมในเมื่อทำความดีช่วยชาวบ้าน...กลับมาบ้าน อบเชยเปิดประตูมาประจันหน้า

“พ่อกำลังทำอะไรอยู่กันแน่”

ศรนารายณ์เฉไฉถามว่า หน้าไปโดนอะไรมา ตนจะใส่ยาให้ อบเชยปัดไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง แล้วถามว่าไอ้โม่งนั่นคือพ่อใช่ไหม ศรนารายณ์เถียงไม่ออก อบเชยถามว่าทำทำไม

“ก็พ่อไม่มีความสำคัญกับที่นี่แล้ว ทุกคนเห็นพ่อเป็นแค่ไอ้แก่คนนึง ทั้งที่พ่อเคยทำชื่อเสียงมานะ พ่อเป็นแชมป์มวยสิบสี่สมัย”

“โธ่พ่อ...ถ้าอยากให้ชาวบ้านกลับมาชื่นชมก็ไม่เห็นต้องทำตัวเป็นคนอื่นเลยนี่ ก็เป็นพ่อแบบนี้แหละไปช่วยชาวบ้าน เขาก็ชื่นชมกันเอง พ่อน่ะเท่จะตายไม่เห็นต้องพรางหน้าตาเลย”

“จริงสินะ พ่อมันโง่เองล่ะ” ศรนารายณ์เห็นด้วย อบเชยกอดพ่อและว่าพ่อเป็นฮีโร่เสมอ

ooooooo

พันเทพบาดเจ็บกลับมา แต่เขาก็ตื้นตัน เชื่อว่าเมฆได้มอบมรดกให้แก่ไม้แล้ว เขาหยิบรูปไม้ออกมามองนํ้าตาไหล ทิวาแอบเห็น ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องมีอาการอย่างนั้น

แพรวาแต่งตัวสวยออกมาควงแขนพันเทพ เขากระตุกเพราะเจ็บแผลที่ถูกแทง ราตรีออกมายิ้มยั่ว แพรวาสงสัยว่าราตรีต้องมีแผนอะไรแน่ พอสองพ่อลูกออกไป ราตรีก็รีบโทร.ถามคนที่ให้ไปสืบว่าไกรอยู่ที่ไหน...ราตรีแต่งตัวเป็นแพรวามาที่ห้องสมุด เห็นไกรค้นตำราง่วนอยู่จึงเข้ามาทัก ไกรแปลกใจที่เธอชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน จึงชี้ชวนให้ช่วยค้นหาความหมายของอักขระบนหนังเสือ ราตรีขมวดคิ้วเมื่อรู้ว่าหนังเสืออยู่ที่ไกรแต่เก็บอาการไว้

ราตรีแนะนำ “หาในหนังสือคงยากหน่อยนะคะ เพราะเป็นภาษาที่เฉพาะ ต้องคนเคยอ่านเคยเขียนมาเท่านั้น”

“นั่นสินะ ผมงมมาทั้งวัน เจอคุณแพรวาแป๊บเดียวกระจ่างเลยไม่น่าเชื่อ”

ราตรียิ้มๆแล้วแอบทำหน้าร้าย ไกรขอเลี้ยงอาหารตอบแทน ราตรีแกล้งพูดว่าเขานี่เชื่อคนง่ายจริง ไกรทำหน้าฉงน เพราะเธอเคยช่วยตนหลายครั้ง ราตรีขอถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึก เธอแกล้งโอบคอเขาใช้มือถือถ่ายแล้วส่งไปเยาะแพรวา...

คืนนั้น อบเชยครุ่นคิดว่า ถ้าไม้เป็นลูกผู้ชายแทนเมฆ ก็คงบอบชํ้าจากที่ต่อสู้ วันนี้จึงรีบไปหาไม้แต่เช้า ปลุกเขาถึงบนเตียง ไม้รู้สึกได้ยินเสียงอบเชยเรียกในภวังค์ พอลืมตาขึ้นก็สะดุ้งเห็นหน้าเธอประชิด อบเชยรีบถามว่ากินยาแก้ชํ้าในหรือยัง

“ทำไมต้องกิน”

“ก็ที่ช่วยฉันเมื่อวาน ฉันก็ต้องตอบแทน” เห็นไม้ทำหน้างง “เอาเถอะน่า ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมาก เอาเป็นว่าฉันรู้ก็แล้วกัน นี่เดี๋ยวฉันจะพาไม้ไปดินเนอร์หรูใต้แสงเทียนเลย”

“นี่มันหาข้ออ้างนี่ เราเพิ่งไปกันเองนะ”

“อันนั้นไม้ขอบคุณที่ฉันช่วยไม้ อันนี้ฉันขอบคุณที่ช่วยฉัน เจ้าภาพคนละคน”

“ตาย เอะอะก็ขอบคุณ งั้นก็ขอบคุณกันไม่รู้จักจบจักสิ้นละทีนี้”

อบเชยให้ไม้เลือกว่าจะกินอะไร ที่ไหน ไม้กังวลใจว่าถ้าพันเทพรู้ว่าหนังเสืออยู่ที่ไกรล่ะก็จะเป็นอันตราย ไม้จะไปหาไกร อบเชยจึงนัดเจอกันตอนเย็นแล้ววิ่งออกไป ไม้ส่ายหน้าระอา

ร้อนใจที่ราตรีส่งภาพมาให้ แพรวาโทร.หาไกร ถามวันนี้พอมีเวลาว่างบ้างไหม ไกรหาว่าเธอเล่นตลก เพราะเย็นนี้เธอมีนัดทานข้าวกับเขาอยู่แล้ว แพรวาอึ้งพูดไม่ออก วางสายไป แพรวามาขอร้องราตรีอย่าหลอกไกร เพราะเขาเป็นคนดี ราตรีวีน

“แล้วฉันเป็นคนไม่ดีตรงไหนเหรอ ฉันว่าก็ออกจะเหมาะสมกันดีนะ ผู้ชายแสนดี โง่ๆกับฉันเนี่ย”

“ทำไมเธอเป็นคนแบบนี้นะ”

“เธอนั่นแหละทำไมเป็นคนแบบนี้ เธอไม่เห็นเหรอว่าทั้งบ้านเป็นคนยังไง เธอต่างหากผ่าเหล่า” ราตรีหัวเราะใส่หน้า

เห็นพ่อไม่ลงมาทานข้าว ราตรีจึงยกอาหารเช้ามาให้บนห้อง พันเทพนอนไข้ขึ้นเหงื่อท่วมเพ้อจะ เอาตำราหนังเสือคืน ราตรีฉุกคิดว่าใช่หนังเสือที่อยู่กับไกรหรือไม่ เธอรีบโทร.ตามหมอมาดูอาการพ่อ แล้วเข้ามาในห้องทำงาน พบทิวาทำท่าเหมือนกำลังขโมยของบางอย่าง ราตรีถามว่ารู้เรื่องหนังเสือบ้างไหม ทิวาตอบว่าไม่แน่ใจอาจจะเกี่ยวข้องกับไม้ตะพด ราตรียิ้มย่อง ตนจะไปเอาคืนมาให้พ่อโดยไม่ต้องออกแรงสักนิด

ooooooo

วันต่อมา เมฆมาทำงานตามปกติ ทั้งที่ยังเจ็บแผลผ่าตัดอยู่ ขากลับเขาผ่านท้ายตลาดได้ยินเสียงผู้หญิงร้องให้ช่วย มีโจรปล้นและจับลูกเล็กๆเธอไป เมฆจะเข้าช่วยนึกได้ว่าตัวเองได้มอบทุกอย่างที่เป็นลูกผู้ชายให้ไม้หมดแล้ว จึงคว้าท่อนไม้ไปต่อสู้กับพวกโจร ด้วยความที่บาดเจ็บและไม่มีพลังไม้ตะพด แต่ยังมีฝีมืออยู่ ทำให้เขาต้องออกแรงมาก เลือดซึมออกมาจากแผล แต่เมฆก็สามารถช่วยเด็กกลับมาได้ เขาขอร้องผู้หญิงคนนั้นไม่ให้บอกใครเรื่องของตน

จากที่ราตรีปลอมเป็นแพรวาไปหาไกร ทำให้แพรวาต้องขอร้องอย่าทำแบบนั้นอีก แต่ราตรีกลับเยาะกลัวตนจะทำลายภาพที่เธอสร้างไว้หรือ แพรวาขู่จะโทร.ไปยกเลิกนัด

“ก็ลองดูสิ ถ้าเธอทำแบบนั้น ฉันจะทำให้ชื่อของเธอป่นปี้ไม่มีชิ้นดีเลย”

“เธอจะทำอะไรน่ะ”

“ถ้าเกิดฉันนอนกับเขาขึ้นมา คนที่เสียทุกอย่างก็คือเธอสินะ ทั้งชื่อเสียงแล้วนายไกรของเธอก็เป็นของฉัน” ราตรีหัวเราะ ในใจคิดแล้วว่าจะใช้วิธีนี้เอาตำราหนังเสือมาให้พ่อให้ได้...

อบเชยพิถีพิถันแต่งตัวสำหรับนัดกับไม้เย็นนี้ ทิวาแวะมาชวนไปทานข้าว แต่ถูกอบเชยปฏิเสธอย่างหมางเมินสร้างความเจ็บใจให้กับเขามาก...แพรวาแอบขับรถตามราตรีไปที่ร้าน แต่กลับโดนหลอกให้ตามคนรูปร่างคล้ายแทน ผ่านไปพักใหญ่ คนที่ถูกจ้างเอาจดหมายมายื่นให้

“เธอคิดว่าฉันจะโง่กว่าเธองั้นเหรอ...” แพรวาเจ็บใจที่โดนหลอก รีบกลับมาที่รถ พบโน้ตเสียบไว้หน้ากระจกรถ “ถ้าฉันจะเอาคุณไกรขึ้นมาจริงๆ เธอคิดว่าจะหยุดฉันได้เหรอ”

ราตรีนั่งวินมอเตอร์ไซค์มาหาไกรที่ศาลาท่านํ้าวัด แกล้งโทร.กลับไปหาแพรวาให้ได้ยินตนสนทนากับไกร ไกรชมว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงที่เขาเคยรู้จักมาก่อน

“ตอนแรกผมนึกว่าคุณไม่แตกต่าง”

“อะไรทำให้คุณเปลี่ยนความคิดล่ะคะ”

“ก็ผมเจอคุณแต่ละที่ ทั้งในห้องสมุด ทั้งที่นี่ ผมไม่คิดว่าคุณจะชอบที่แบบนี้ พักหลังนี่ท่าทีคุณเปลี่ยนไปจากเดิมนะครับ”

“เป็นแบบนี้แล้วชอบมั้ยล่ะคะ”

“ชอบสิครับ...” ไกรมองตาหวาน

ราตรีทำอายบอกเขาว่า อย่ามองตนแบบนั้นมันเขิน แล้วกดวางสาย แพรวาได้ยินถึงกับนํ้าตาคลอ ที่ไกรยอมรับว่าชอบแบบราตรีมากกว่าตน...ไกรถามราตรี ทำไมนัดตนวันนี้ ราตรีรีบตอบว่าอยากช่วยเรื่องแปลข้อความในหนังเสือแผ่นนั้น ไกรหยิบออกมาบอกว่ายังไม่สำเร็จ ราตรีเห็นเขาพกติดตัวตลอดเวลาก็ยิ้มย่อง เอ่ยปากขอยืมไปเทียบกับหนังเสือที่บ้าน ไกรอึกอัก

“อย่าดีกว่าครับ เกรงใจ และนี่ก็ไม่ใช่ของผมทั้งหมด ผมควรขออนุญาตเขาก่อน”

“ฉันรับรองว่าฉันจะไปค้นคว้าเงียบๆไม่บอกใครเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ให้ผมปรึกษากับคนที่นำมันมาฝากให้ผมก่อนดีกว่า”

ราตรีทำเป็นน้อยใจที่ไกรไม่ไว้ใจตน  ไกรแก้ตัวว่า “ผมไว้ใจคุณ แต่ไม่ไว้ใจโชคชะตา ผมไม่รู้ว่าจะมีคนมาลอบทำร้ายคุณ แล้วเอามันไปรึเปล่า ดังนั้นอย่ากดดันผมเลยนะครับ”

ราตรีแอบทำหน้าไม่พอใจ ไกรขับรถมาส่งบ้าน เธอเก็บอารมณ์ยิ้มจนเขากลับไป

ooooooo

ทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ไม้ก็แวะซื้อตุ๊กตาพวงกุญแจน่ารักๆไว้ให้อบเชย ออกจากร้านเจอแพรวาเดินเศร้าๆ

ผ่านมาจึงเข้าไปทัก แพรวาขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนสักพัก ไม้ไม่กล้าปฏิเสธทั้งที่กังวลใจกับเวลานัดหมาย แพรวานั่งร้องไห้แต่ไม่บอกสาเหตุกับไม้ จนค่ำมืด

จากที่วาดแผนการไว้ว่าจะพายเรือดูหิ่งห้อยกะหนุงกะหนิงกับไม้ จนมืดอาหารปิ่นโตที่เตรียมมาเย็นชืด ไม้ก็ยังไม่มา อบเชยได้แต่บ่นไปตามเรื่องแต่ก็ชะเง้อรอ

แพรวาร้องไห้จนหลับในรถเหมือนเด็กๆ ไม้ขับรถเธอมาส่งหน้าบ้านแล้วกดกริ่งให้คนในบ้านออกมา เขารีบหลบกลับไป...ไม้มาหาอบเชยที่นัดหมาย พบแต่ปิ่นโตวางทิ้งไว้ เขาได้แต่พึมพำขอโทษ แพรวาตื่นมาพบตุ๊กตาพวงกุญแจวางอยู่ข้างๆพร้อมโน้ต “ให้มันอยู่เป็นเพื่อนคุณ”

วันรุ่งขึ้น ไกรตามหาไม้เพื่อจะคืนหนังเสือให้ จันทร์บ่นว่าเพื่อนสนิทอย่างตนยังไม่รู้เลยว่าไม้หายไปไหนบ่อยๆ ชาญเห็นหนังเสือก็แปลกใจ

“นี่ลายแทงเพื่อเข้าไปในป่าอาถรรพณ์นี่”

“ป่าอาถรรพณ์ รู้ได้ไง” ไกรรีบถาม

“ก็ภาษาบนนี้เป็นภาษาปะกากะญอของเผ่าฉันเอง”

ไกรตื่นเต้น ไม่คิดว่าเรื่องจะง่ายเข้า...ไม้พาเมฆมาส่งที่อู่รถ เพราะท่าทางเมฆยังเจ็บปวดแผลอยู่แต่ไม่ยอมหยุดงาน อบเชยถือของพะรุงพะรังจากตลาดผ่านมา ไม้รี่เข้าไปจะช่วยถือแต่อบเชยงอนกระชากกลับ ไม้รู้ว่าตนผิดจึงขอโทษ อ้างเมื่อวานติดธุระสำคัญ

“แล้วมาบอกตอนนี้น่ะนะ มันไม่ทันหรอก คนรอก็รอไปแล้ว คนเสียใจก็เสียใจไปแล้ว”

ไม้ถามจะให้ตนทำอย่างไร อบเชยให้บอกมาว่าธุระอะไรที่สำคัญกว่านัดของตน ไม้อึกอักก่อนจะบอกตามตรง อบเชยน้ำตาไหลด้วยความน้อยใจ เดินหนีไป ไม้ยืนอึ้งก่อนจะมีเสียงเชียร์จากจันทร์และชาญให้ตามไปง้อ ไม้วิ่งตามมาฉุดแขนเธอไว้ อบเชยหันมาถาม

“พออยากจะคุยก็ต้องคุยให้ได้ โดยไม่คิดถึงใจคนอื่นเลยรึไง”

“ขอโทษ” ไม่กุมมืออบเชยอย่างจริงใจ อบเชยอ่อนลงทันที ฟังไม้แก้ตัว

ทิวาขับรถมาเห็นสองคนใกล้ชิดกันก็โมโห ปรี่เข้ามาต่อว่า “พอทีเรื่องนี้ ฉันเบื่อการมีชีวิตของแกเต็มทนแล้ว ไอ้ไม้”

ทิวาท้าสู้กับไม้ อบเชยพยายามห้าม ทิวาสู้ไม่ได้ ชักปืนออกมา ชาวบ้านวิ่งมาบอกเมฆที่อู่ เผอิญพันเทพกับพวกกำลังเดินหาเสียงแถวนั้น เห็นทิวาเล็งปืนมาที่ไม้ก็ตกใจวิ่งเข้ามาผลักไม้ล้มลง กระสุนถากแขนพันเทพ ทิวาตกตะลึง

“พ่อ ทำแบบนี้ทำไม ยอมเสี่ยงตายไปช่วยมันทำไป”

เมฆกับพวกวิ่งมาเห็นต่างยืนตะลึง พันเทพไม่พูดอะไรพากันกลับบ้าน...พอถึงบ้านเขาก็ตบหน้าทิวาฉาดใหญ่ กำชับอย่าทำโง่ๆแบบนี้อีก เขาอ้างว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างหาเสียง ตนไม่อยากมีข่าวไม่ดีให้เสียคะแนน และถ้าลูกติดคุกตนคงช่วยไม่ได้ในช่วงนี้ ทิวามองพ่อน้ำตาคลอย้อนถามว่า แน่ใจหรือว่าทำเพื่อตน พันเทพเบี่ยงเบนความสนใจทำหน้านิ่วเจ็บแผล

ooooooo

ทุกคนต่างแปลกใจ ทำไมพันเทพถึงช่วยไม้ขนาดนั้น เมฆวิเคราะห์ หากจะช่วยลูกตัวเองไม่ให้เป็นฆาตกรก็น่าจะห้ามลูก ไม่ใช่เอาตัวมาปกป้องลูกคนอื่น จันทร์หาว่าพันเทพจะเรียกคะแนนจากนักข่าว แต่การกระทำของทิวาก็ไม่เป็นผลดีเลย อบเชยกระวนกระวายเป็นห่วงไม้ ด้วยความที่ยังงอนอยู่พอเห็นไกรมาจึงทำเป็นสนใจประชดไม้

“กำลังคิดถึงคุณไกรอยู่พอดี”

ไม้หน้าเสีย ไกรเอาหนังเสือมาคืนให้และบอกว่าคนที่ช่วยได้คือชาญ ชาญเตือนป่านั่นอันตราย คนที่เข้าไปไม่มีวันได้กลับออกมา ไม้เชื่อว่าต้องมีคนที่รู้เรื่องนี้อีก ไกรคิดว่าเป็นพันเทพ ฉะนั้นไม้ต้องระวังตัวให้มาก อบเชยอดไม่ได้ย้ำช่วงไหนๆก็ต้องระวังตัว แล้วแกล้งชวนไกรออกไปหาอะไรทานกัน ไกรดีใจพาอบเชยไปขึ้นรถ ไม้มองตามไม่ค่อยพอใจนัก พอถึงกลางทางอบเชยก็บอกไกรว่า ไม่ต้องไปกินข้าวแล้วตนไม่หิว ไกรเสียใจ

“คุณทำแบบนี้กับผมบ่อยๆไม่สงสารผมบ้างเหรอ”

อบเชยขอโทษ ไกรยอมรับสภาพ ยินดีให้เธอทำอีกถ้าเธอสบายใจ อบเชยยิ่งรู้สึกผิด...คืนนั้น เธอนั่งมองฟ้าหน้าบ้าน กินแตงโมแล้วพ่นเม็ดท่องรักไม่รัก พลันได้ยินเสียงคนย่องเข้ามา

“นั่นใครน่ะ...ไม่ตอบใช่มั้ย ถ้าฉันเจอเองเดี๋ยวจะต่อยม้ามแตกเลยคอยดู”

ไม้รีบเผยตัวยิ้มแหยๆ อบเชยถามงอนๆว่ามีธุระอะไร ไม้อ้างว่าแค่ผ่านมา อบเชยสวน

“ก็เลยมาแอบดูว่างั้น”

“ก็ไม่ได้อยากแอบดู แต่คนบางคนโกรธอยู่ ก็เลยไม่รู้จะทำไง”

อบเชยแนะให้ง้อ ไม้ตอบง้อไม่เป็น อบเชยจึงถาม “นี่รู้มั้ย ทำไมผู้หญิงถึงชอบให้ง้อ”

“ไม่รู้...”

“ก็เพราะว่าเธออยากให้ผู้ชายรู้ว่าสิ่งที่เขาทำลงไป ผู้หญิงสูญเสียความรู้สึกไปแค่ไหน การง้อก็คือการเติมความรู้สึกที่หายไปให้มันเต็ม”

ไม้ยังยันว่าง้อไม่เป็น อบเชยหน้างอ ไม้จึงเสนอว่า ตนจะให้แตงโมบอกแทน ว่าแล้วเขาก็กัดแตงโมแล้วพ่นเม็ดออกมาท่อง ดีไม่ดี...สุดท้ายที่ดี อบเชยไม่เชื่อให้อ้าปากดู ไม่มีเม็ดแตงโมเหลืออีก ไม้ยิ้มแล้วสรุปว่า ตกลงดีกัน ว่าแล้วก็กลับไป อบเชยอมยิ้ม ไม้เดินพ้นมาพ่นเม็ดแตงโมที่ซ่อนไว้ในปากทิ้งข้างทาง แล้วยิ้มแฉ่งกลับบ้าน...

เมฆยังครุ่นคิดถึงการกระทำของพันเทพ จึงส่งจดหมายไปนัดพบที่ลานหลังวัดบ่ายนี้ ไม้ตื่นเช้ามาไม่พบพ่อ เขาเห็นมีเลือดหยดในห้องนํ้าก็เป็นห่วง...เมฆเขยกมาพบพันเทพ ยิงคำถามทันทีทำไมต้องช่วยไม้ พันเทพตอบกวนๆอยากรู้เรื่องจริงหรือโกหก

“อย่ามาเล่นลิ้น บอกความจริงมา”

“แกก็ทำให้ฉันพูดให้ได้สิ”

“จะให้ฉันสู้กับแก ทั้งที่สภาพฉันเป็นแบบนี้น่ะเหรอ”

พันเทพไม่รอช้าใช้ร่มตีพับในของเมฆ ล้มคุกเข่าลง เยาะว่าถ้าไม่สู้ก็ต้องอ้อนวอน พลันลูกผู้ชายปรากฏตัวขึ้นร้องท้า ให้มาสู้กับตน ดีกว่าไปรังแกคนที่อ่อนแอกว่า พันเทพแปลกใจที่ไม่ใช่เมฆ เมฆร้องห้ามอย่าสู้กัน แต่ทั้งสองก็ฟาดฟันกัน ทุกครั้งที่ร่มกระทบกับไม้ตะพด เลือดที่แผลเมฆก็ทะลักออกมา ทำให้เขาเจ็บปวดมาก ลูกผู้ชายเห็นสภาพเมฆก็ตกใจร้องบอกพันเทพให้หยุดก่อน พันเทพเห็นสะใจ ตอบไปว่า

“ได้...มันไม่ควรตายเร็วนัก อยู่อย่างชํ้าใจน่าจะดีกว่า”

เมฆขอร้องให้พันเทพบอกความจริงก่อน แต่กลับได้รับยิ้มอย่างหยามหยันกลับมาแทน

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.