ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกผู้ชายไม้ตะพด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในเมื่อพันเทพต้องการที่จะได้ของวิเศษ ส่วนไม้อยากได้สมุนไพรมาช่วยเมฆ ชาญจึงตัดสินใจเดินป่าหาของ ไม่ใช่ตามหาแพรวา...ไม้เห็นสมุนไพรเต็มป่าไปหมดแต่ไม่รู้ตัวไหนที่จะใช้ รักษาเมฆได้ ชาญเองก็รู้จักไม่กี่ชนิด  และที่เห็นๆอยู่นี่คงเป็นสมุนไพรเฉพาะมีในป่าแห่งนี้ อบเชยแนะไม้ว่า พันเทพต้องรู้แน่ เพราะเขารู้จักวิธีฝังเข็ม  คงต้องมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่มาก

“มีปัญหาอะไรกับฉันรึไง” พันเทพเห็นสายตาที่มองมาจึงถาม พวกไม้เฉยไม่ตอบ

ชาญบอกทุกคนว่า ตามแผนที่ตอนนี้พวกเราเข้าสู่เขตป่าช่วงที่สอง ซึ่งมีอันตรายมากขึ้น

“เท่าที่ฉันเคยฟังตำนานเล่ามา บอกว่าจะมีสัตว์ร้ายนานาชนิด รวมไปถึงพืชที่มีพิษด้วย”

“ก็คือระวังทุกอย่างที่เราจะเจอนั่นเอง” อบเชยสรุป แต่ชาญเสริมอีกว่า ห้ามแตะอะไรเลย

ไม้หันไปถามเมฆอย่างห่วงใยว่าไหวไหม เพราะสีหน้าไม่ดีเลย  เมฆไม่พูดแต่ทรุดฮวบลงเพราะเลือดที่แผลไหลออกมา  ชาญสงสัยเป็นเพราะพลังของป่าอาถรรพณ์แห่งนี้  อบเชยบอกให้รีบทำให้เลือดหยุดก่อน  ชาญบอกว่ามี สมุนไพรห้ามเลือด แต่ตนจำชื่อไม่ได้ พันเทพเดินเข้ามาใกล้

“ต้นนี้ใช่มั้ย...ใช้ต้นนี้บดให้พอมีนํ้าแล้วโปะลงไปที่แผล” พันเทพยื่นสมุนไพรให้

“ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าแกไม่โกหกเพื่อจะฆ่าพ่อฉัน” ไม้ไม่ไว้ใจ

พันเทพหัวเราะว่าต้องเสี่ยงเอา ไม้มองอย่างชั่งใจ ตัดสินใจเอาหินบดสมุนไพร  แล้วใช้มีดกรีดแขนตัวเองเพื่อทดลองยา ทำเอาทุกคนตกตะลึง เมฆละล่ำละลักถามทำไมลูกทำแบบนั้น

“ผมอยากให้แน่ใจว่าพ่อจะปลอดภัย”

พันเทพใจสลายที่ไม้รักและห่วงใยเมฆมากขนาดนั้น ไม้ทดลองโปะสมุนไพรกับแผลตัวเอง สักพักเลือดหยุดจริงๆ  เขาจึงกล้าโปะสมุนไพรนั่นกับเมฆ  แต่พอโปะลงไป เมฆร้องอย่างเจ็บปวดจนสลบไป ไม้ตกใจมากหันจะไปเล่นงานพันเทพ  อบเชยรีบบอกไม้ว่าเมฆแค่สลบและเลือดหยุดไหลแล้ว พันเทพยิ้มเจ้าเล่ห์

“อย่ามองฉันในแง่ร้ายขนาดนั้นสิ แผลพ่อเธอแค่ ใหญ่กว่า เลยทรมานนิดหน่อย”

เมฆรู้สึกตัวขึ้นมาถามพันเทพช่วยตนทำไม  พันเทพเยาะว่าอยากเห็นเมฆทรมาน สะใจดี

ด้านทิวา เห็นพันเทพไม่อยู่จึงถามราตรีว่าพ่อไปไหน กลับโดนราตรีพูดกระทบว่า

“พ่อออกไปตามแพรวา เขารู้กันทั้งบ้าน พี่ไปอยู่ไหนมา อ้อ จริงๆก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นะ เพราะยังไงพี่ก็เป็นลูกที่พ่อไม่รักอยู่แล้วนี่”

ทิวาโกรธมาก  หงุดหงิดออกจากบ้านมาหาอบเชย ก็โดนศรนารายณ์พูดจากวนใส่  ไม่บอกว่าอบเชยไปไหน... ทิวาตัดสินใจรับข้อเสนอของเวตาลเพื่อให้ได้ทุกอย่างที่อยากได้...

เวลาผ่านไป พวกที่เดินป่าเริ่มอ่อนล้า มีเสียงประหลาดจากต้นไม้ส่งต่อกัน  ชาญเตือนทุกคนให้ระวังตัว เมฆเห็นตัวประหลาดคล้ายค้างคาวบินผ่านหัวพันเทพ พลันเสียงร้องมันดังขึ้น เมฆกับพันเทพอุทานพร้อมกันว่า...เวตาล อบเชยแปลกใจ ไม้บอกทุกคนมันไม่ได้มาตัวเดียว  พันเทพว่ามันคงได้กลิ่นเลือด พวกนี้ชอบกินเลือดมนุษย์ที่สุด

“แล้วนี่รู้ได้ไงเนี่ย เคยเลี้ยงรึไง” จันทร์ย้อนถามพันเทพ

พันเทพหัวเราะหึๆ เวตาลบินโฉบเฉี่ยวใส่ทุกคน ทุกคนต่อสู้ทุกรูปแบบเพื่อป้องกันตัว พันเทพใช้ไม้ตะพดแทงพวกมันตายไปหลายตัว พันเทพเข้ามาพูดใกล้เมฆ ให้เอาไม้ตะพดออกมาทำให้พวกมันรู้ถึงพลังอันมหาศาล ไม้ปกป้องเมฆอยู่ตอบแทนว่าไม่มีไม้อะไรทั้งนั้น

“ยามคับขันแบบนี้ ยังจะปกปิดไม่ให้ใครรู้เรื่องที่เธอมีไม้ตะพดอีกเหรอ”

ไม้ยืนกรานว่าไม่มี พันเทพหันไปสู้กับเวตาลต่อ เมฆกระซิบถามไม้ว่า ไม่ได้เอามาด้วยหรือ ไม้ตอบว่า กลัวพันเทพชิงเอาไป อีกอย่างถ้าใช้สู้กันแล้วเมฆจะเจ็บปวดอีก เมฆยิ้มให้กับความรอบคอบของลูกชาย...

จังหวะหนึ่ง  พันเทพเพลี่ยงพลั้ง  ไม้ตะพดหลุดจากมือ  เมฆรีบเก็บไม้ตะพดมาต่อสู้กับเวตาลแทน  พันเทพกลัวเมฆเอาไปจึงถีบเมฆกลิ้งไปแย่งไม้ตะพดคืนมา เมฆโดนเวตาลรุมทึ้ง ไม้ตกใจจะเข้าไปช่วยแต่ถูกพันเทพรั้งไว้ ไม้ดิ้นรนจะไปช่วยเมฆให้ได้

วิญญาณของเมฆเหมือนหลุดออกจากร่าง  เขาเห็นทุกคนต่อสู้กับเวตาล และเห็นพวกมันรุมล้อมร่างตนอยู่ พลันฤาษีปรากฏตัวขึ้น ถามเขาว่าเป็นผู้ดูแลไม้ตะพดวิญญาณใช่ไหม

“ท่าน...นี่ผม ตายไปแล้วใช่มั้ย” เมฆตกใจ

“อยู่ที่เจ้าอยากตายรึเปล่าล่ะ”

“ผมเลือกได้ด้วยเหรอ”

“ที่เลือกได้ เพราะมันไม่ใช่เวลาของเจ้า”

เมฆขอเลือกไปช่วยลูก ฤาษีจึงบอกว่า ต้องร่วมมือกันขับไล่เวตาล เมฆพยักหน้า ฤาษีจับบ่าเขาแล้ววิญญาณทั้งคู่ก็หายวับไป ทันใด อบเชยร้องบอกให้ไม้ดู ร่างเมฆลุกขึ้นต่อสู้เหมือนคนแข็งแรง แถมบอกให้ทุกคนช่วยกันปราบเวตาล พอเวตาลหายไปหมด ไม้ก็เข้ามาจับตัวเมฆเท่านั้นเมฆก็ล้มหมดสติไปอีก ไม้ตกใจมาก พันเทพยิ้มเยาะ ตายจริงๆแล้ว ไม้มองเขาตาขวาง

ไม่ทันไร เมฆรู้สึกตัวขึ้น เล่าทุกอย่างให้ฟังว่าฤาษีมาช่วย แล้วหันมาต่อว่าพันเทพ

“แกเกือบจะฆ่าฉัน”

“ช่วยไม่ได้ แกเอาไม้ตะพดของฉันไป อะไรที่ไม่ใช่ของแกก็อย่ามาก้าวก่ายสิ”

“แต่ถ้าฉันไม่หยิบไม้ตะพดไว้ มันคงกลายเป็นของพวกเวตาลไปแล้ว”

พันเทพหาว่าเมฆพูดให้ตัวเองดูดี ชาญตัดบทให้ทุกคนเดินทางต่อ...

ooooooo

สองคน ไกรกับแพรวาเดินวกไปวนมาในป่าหาทางออกจนอ่อนเพลียหลับอยู่ใต้ต้นไม้ พระธุดงค์องค์เดิมเข้ามาปลุกไกรและย้ำว่าเตือนแล้วอย่าเข้ามาในป่า ไกรถามว่าหลวงพ่อติดอยู่ในป่านี้หรือ หลวงพ่อไม่ตอบพูดเพียงว่า ป่านี้เต็มไปด้วยภาพลวงตา ให้ตั้งสติ อย่าหลงไปตามภาพลวงตา แล้วท่านก็หายไป ไกรสะดุ้งตื่น ปลุกแพรวาเพื่อบอกว่าตนรู้วิธีออกจากป่านี้แล้ว...

ท้องฟ้าสลัวลง ชาญให้ทุกคนหยุดพัก มองไปเห็นถ้ำ ไม้ดีใจเมฆจะได้พักผ่อน พันเทพเดินนำเข้าไปพร้อมสมุน ไม้กับคนอื่นๆเห็นสัตว์ร้ายพวกงู ตะขาบ แมงป่องที่อาศัยในถ้ำพากันเลื้อยคลานออกมาก็ตกใจ จันทร์พอจะรู้แล้ว ทำไมระหว่างเดินทางไม่มีสัตว์พวกนี้มากล้ำกราย

“เพราะไม้ตะพดของพันเทพใช่มั้ย” ไม้ถาม

“ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ” จันทร์พยักหน้า

ทุกคนลงความเห็นว่า ต้องอาศัยพลังจากไม้ตะพดของพันเทพในการเดินทางนี้ อบเชยว่าสุดท้ายพอพันเทพได้ของที่ต้องการ ก็คงทิ้งพวกเรา เมฆบอกไม่ต้องกลัวเพราะมีชาญที่อ่านแผนที่ออก อย่างไรเสียเราก็กลับออกไปได้...

ไกรจับมือแพรวา ให้ตั้งสมาธิอย่าหลงกับภาพลวงตา เดินหน้าออกจากป่า แต่แล้วมีงูใหญ่มาขวาง แพรวากลัว ไกรเตือนสติเป็นภาพลวงตาให้หลับตาตั้งจิต แต่พอลืมตาก็ยังเห็นงูใหญ่อยู่ ทั้งสองถอยห่างออกมา งูค่อยๆ ขดตัวนอน แพรวาจึงบอกว่ามันคงไม่ให้เราออกไป สองคนกลับมานอนเบียดกันที่ชะง่อนหินตามเดิม ไกรถอนใจ แพรวาถามเบื่อใช่ไหมที่อยู่ใกล้ตน

“ไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่ผม...ไม่อยากอยู่ใกล้ชิดกับใครจนเกินไป”

“ทำไม...”

“กลัวใจตัวเอง”

แพรวาหน้าแดง เฉไฉบอกว่าพรุ่งนี้งูคงยอมให้เราออกจากป่า ไกรก็หวังเช่นนั้น...

กลางถ้ำมีกองไฟลุกโชนอยู่ พันเทพนอนกำร่มไว้แน่นอยู่มุมหนึ่งกับสมุน ไม้นอนข้างเมฆ อบเชยขยับมานอนเบียดไม้ เขาถามจะทำอะไร

“แหะๆ ก็แค่อยากนอนใกล้ๆ”

“ทำไมต้องนอนใกล้ๆด้วย”

“มันหนาว”

“หนาวก็ไปนอนใกล้กองไฟโน่น”

อบเชยว่ามันเหงา ไม้ให้ไปปลุกจันทร์กับชาญมาคุย อบเชยจึงบอกว่ากลัวด้วย ไม้ให้ไปนอนใกล้พันเทพจะได้ปลอดภัย อบเชยจึงพูดอีกคำทำหน้าล้อๆ “แล้วถ้า...รัก ล่ะ”

“ไอ้บ้า ไปนอนไกลๆเลยไป ผู้หญิงจะมาทำแบบนี้ได้ไง” ไม้ผลักอบเชยออกแต่แอบยิ้ม

กลางดึก เมฆตื่นมาเติมเชื้อเพลิง แล้วมองหน้าไม้ เขารู้สึกว่าช่างเหมือนกับทิพย์จริงๆ พันเทพเข้ามาพูดเยาะๆ “แกผูกพันกับสายเลือดของฉันมากไปรึเปล่าไอ้เมฆ แกคงคิดอยากให้ไม้เป็นลูกของแกจริงๆสินะ”

“เด็กคนนี้ถึงจะมีเลือดชั่วๆของแกปนอยู่ แต่มันก็สู้เลือดดีๆของทิพย์ไม่ได้แม้แต่นิด”

“แต่ไอ้ทิวาลูกแกนี่สิ ต่อให้พ่อของมันประเสริฐแค่ไหน มันก็ยังเลวไม่แพ้ฉันอยู่ดี”

“ก็เพราะแกเลี้ยงทิวาให้เติบโตมาในความชิงชัง และความเห็นแก่ตัวของแกน่ะสิ”

“แต่สุดท้ายมันก็คือลูกแกอยู่ดี” พันเทพหัวเราะสะใจ เมฆมองด้วยความเจ็บใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ทุกคนพร้อมจะเดินทางต่อ เผอิญสมุนพันเทพล้มเข่ากระแทกหิน ทันใดแผลถลอกก็ลุกลามเป็นวงใหญ่ดำคล้ำ ชาญคาดคงโดนหินที่มีพิษ แล้วว่าตามหลักของป่า สิ่งมีพิษอยู่ที่ไหน เดินไปไม่เกินสิบก้าว ยาถอนพิษจะอยู่บริเวณนั้น ไม้ให้ช่วยกันหา

“ไม่ต้องหาหรอก ต้นนั้นไงยาถอนคำสาปมีเขียนไว้ในตำราโบราณของจีน บางคนเชื่อว่าไม่มีอยู่จริง แต่บางคนก็เชื่อว่ามันสูญพันธุ์ไปแล้ว”

ไม้ถามว่าช่วยเมฆได้ไหม พันเทพให้ลองดูเอง อบเชยไม่เชื่อใจบอกไม้ให้สมุนพันเทพลองดูก่อน สมุนรีบกินสมุนไพร สักพักแผลก็จางลงเหลือเพียงแผลถลอกธรรมดา แต่อบเชยเห็นท่าทางสมุนเหมือนเมายา ไม้จึงเก็บสมุนไพรใส่กระเป๋าไว้ก่อน รอดูอาการอีกระยะ...ระหว่างเดินป่า เมฆกระซิบพันเทพอย่างโกรธๆ

“แกใช้เด็กที่ไม่รู้เรื่องด้วยมาเป็นเครื่องมือตามล่าไม้ตะพดของแก แกไม่เคยคิดเลยว่า ถ้าเด็กมันรู้ มันจะเจ็บปวดแค่ไหน”

พันเทพยิ้มเยาะ ไม่โต้เถียงและไม่ยอมรับ ชาญ ประกาศขึ้นว่า กำลังจะเข้าป่าช่วงสุดท้าย และแล้วก็มาถึงต้นไม้ใหญ่ ที่พันเทพเคยเห็นในนิมิต เขาจำได้ เผอิญไม้ทำแผ่นหนังเสือตกโดนรากไม้จังหวะเดียวกับพันเทพลูบลำต้น เกิดลมกระโชกแรง ป่าร้องโหยหวนไปทั้งป่า ทุกคนมองหน้ากันหวาดๆไม้ถามพันเทพว่ามาเอาอะไร ไม่เห็นมีฤาษีที่ว่า พลันจันทร์ร้องเรียกไม้ให้มาดู โครงกระดูกที่อยู่ใต้รากไม้ พันเทพสงสัยว่าเป็นฤาษีที่สร้างไม้ตะพด ชาญดีใจที่ทำสำเร็จ

“แล้วทำไมหนังเสือต้องบอกให้มาที่นี่ เพื่ออะไร” ไม้ถามขึ้น

“ก็เพื่อให้ฉันได้ในสิ่งที่ต้องการไง” พันเทพว่าแล้วก็เอามีดกรีดต้นไม้

ยางที่ไหลออกมาเป็นสีแดงราวกับเลือดสดๆเขาเอาขวดเล็กๆมารอง เกิดลมกระโชกขึ้นอีก...เมื่อได้ยางไม้มาแล้ว พันเทพก็ชิงหนังเสือจากชาญมาอีก สั่งสมุนจัดการพวกไม้ แต่สมุนยังเบลอๆ ไม้บอกทุกคนให้หนี พันเทพคว้าตัวเมฆไว้ได้

“จะหนีไปไหนกันเล่า นักสู้ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอพวกเธอน่ะ เก่งจริงก็ช่วยคนที่ตัวเองรักให้ได้สิ” พันเทพต่อยเมฆที่แผล และกระทืบซ้ำที่ขาอีกหลายที

ไม้กับอบเชยเข้าช่วย จันทร์กับชาญไม่หนีหันกลับมาช่วย แต่ก็โดนพันเทพซัดสลบหมด พันเทพบอกไม้ให้มาเป็นพวกเดียวกับตน แล้วตนจะบอกความจริงบางอย่าง ไม้ไม่สนใจ ไม้โดนพันเทพกระแทกกระเด็น
จะตกหน้าผา ร่มกระเด็นไปอีกทาง พันเทพดึงมือไม้ไว้

“เธอหน้าเหมือนแม่มากรู้ตัวมั้ย แม่ของเธอสวยมาก ทุกครั้งที่ฉันเห็นเธอ ฉันอดคิดถึงเขาไม่ได้” แล้วพันเทพก็เห็นร่มไหลจะตกไปด้วย “ถ้าต้องเลือกระหว่างลูกกับของ ฉันบอกไปแล้วนี่ ว่าจะเลือกอะไร” พันเทพปล่อยมือไม้ไปคว้าร่ม แล้วหยิบหนังเสือจากชาญที่สลบอยู่หนีไป

ไม้เกาะกิ่งไม้จวนเจียนจะหลุดมือ และแล้วเมฆเป็นคนที่เข้ามาดึงมือไม้กลับขึ้นมาได้ จันทร์กับชาญฟื้นขึ้นมา แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เมฆบอกไม้ว่าตนกินสมุนไพรที่ไม้เก็บมาเข้าไป ทำให้แผลหายสนิท แล้วให้ไม้ไปดูอบเชยที่ยังสลบอยู่...

ooooooo

ไกรตื่นขึ้นมา ลุกไปดูทางออกจากป่าว่างูไปหรือยัง พลันเขาโดนงูใหญ่จู่โจม ไกรวิ่งหนีก่อนจะนึกได้ว่าต้องตั้งสติว่าไม่มีจริง...แพรวาตื่นมาตกใจที่

ไกรหายไป วิ่งร้องไห้เรียกหา แล้วเธอก็ชนเข้ากับไกรพอดี ไกรกอดปลอบเธอแน่น ก่อนจะเล่าให้ฟังว่างูนั่นไม่มีอยู่จริง ต้องตั้งจิตให้มั่น แพรวายิ้มอย่างดีใจ สองคนเริ่มผูกพันกันมากขึ้น

ทุกคนกลับเข้ามาในถ้ำ ชาญให้เช้าก่อนค่อยหาทางกลับ อบเชยฟื้นขึ้นมา ทุกคนโล่งอกแต่กลับเจอเรื่องไม่สบายใจขึ้นอีก เมื่อเมฆมีอาการเบลอๆไม้ออกมานั่งหน้าถ้ำ ครุ่นคิดอย่างไม่สบายใจ อบเชยตามออกมาชวนคุย เธอบ่นว่า

“พรุ่งนี้ออกจากป่าไป คงไม่ได้ใกล้ชิดกับไม้แบบนี้”

“แล้วจะให้ติดอยู่ในป่าตลอดไปรึไง”

อบเชยลอยหน้าถามว่าได้ไหม ไม้ว่าจะบ้าหรือ อบเชยอยากให้ไม้อยู่ในป่าจะได้ไม่ต้องมองคนอื่น ไม้นึกได้เป็นห่วงแพรวากับไกร อบเชยหน้างอ ตีไม้จนเขาต้องวิ่งหนี เธอไล่ตาม ไม้หันมาจับมือเธอไว้ทั้งสองข้าง อบเชยจึงขึ้นเข่าทำให้เขาเสียหลักล้มทับเธอ อบเชยใจเต้นรัวเมื่อหน้าไม้อยู่ประชิด เธอจึงหลับตาลง ไม้ตีหน้าผากเธอเพียะ อบเชยร้องลั่น ตีทำไม

“ก็หลับตาทำไมล่ะ ฉันก็เอาคืนบ้างสิ”

“ไอ้ไม้บ้า ไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย”

ไม้ลุกเดินหนี อบเชยเห็นกระดุมเสื้อเขาตกอยู่จึงขอเก็บเป็นที่ระลึก...

วันรุ่งขึ้น ไกรกับแพรวาพร้อมจะเดินออกจากป่า แพรวาถามเขาว่า ออกไปแล้ว เรายังสนิทกันเหมือนเดิมไหม ไกรตอบว่าแน่นอน ทันใด พันเทพวิ่งกระเซอะกระเซิง เข้ามา เพราะหาทางออกไม่ได้ทั้งคืน แพรวาเห็นพ่อก็ดีใจ โผกอดกัน เธอเข้าใจว่าพ่อตามมาช่วย ไกรไม่ค่อยพอใจ แต่เพราะพันเทพเป็นพ่อแพรวา เขาจำต้องพาพันเทพกลับออกไปด้วยกันออกมา ไกรกับแพรวาเห็นรถ บขส.ของเมฆจอดอยู่ก็เป็นห่วงว่าพวกไม้คงเข้าไปในนั้น พันเทพทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร บอกแพรวาให้พาตนกลับบ้าน ไกรเห็นว่าไม้มีแผนที่คงออกมาได้

ด้านไม้ประคองเมฆที่ขาเป๋เพราะโดนพันเทพกระทืบแถมท่าทางเบลอๆออกมาจากถ้ำ ไม้ได้เก็บแผ่นหนังเสือตัวจริงไว้ ที่พันเทพได้ไปคือตัวสำรอง จึงมีให้ชาญใช้อ่านนำทาง มาถึงทางออก ชาญยังมองไม่เห็น ไม้กับอบเชยจึงบอกว่า พวกตนเรียนรู้วิธีที่จะเห็นทางออกมาจากหลวงพ่อ ให้ทุกคนทำสมาธิให้เกิดสติ จึงเห็นอุโมงค์ที่จะผ่านออกไป

พันเทพกับแพรวากลับถึงบ้าน พันเทพท่าทางหงุดหงิดบ่นว่าทิวาจนเขาน้อยใจ เพราะพันเทพกังวลใจที่ปล่อยไม้ให้ตกหน้าผา เขารู้สึกเสียใจ...ส่วนไกร กลับมาถึง เจ๊กีดีอกดีใจเข้ามากอดก่อนจะต่อว่าทำไมเข้าไปเกี่ยวข้องกับแพรวา เจ๊กีสั่งห้ามไกรคบหากับแพรวา พันเทพเองก็สั่งห้ามแพรวายุ่งกับไกรอีก ต่อไปนี้จะไปไหนต้องมีคนของตนตามไปด้วย

ooooooo

อาการของเมฆหนักขึ้นถึงขั้นฟั่นเฟือน เรียกไม้ว่าทิวา ไม้ไม่เอะใจคิดว่าพ่อเลอะเลือนไปเท่านั้น พอเอาเมฆเข้านอนแล้ว ไม้ก็มาปรับทุกข์กับอบเชย อบเชยเอากระดุมเสื้อไม้ที่เก็บได้มาทำเป็นแหวนใส่นิ้วนางซ้ายอวด ไม้ไม่สนใจเอาแต่บ่นว่าแผลพ่อหายก็มาความจำสับสน ไม้เชื่อว่าต้องเป็นสมุนไพรถอนคำสาปที่พันเทพหลอกให้กิน

ด้วยความเจ็บใจ ทิวาจึงมาระบายออกกับไม้ แต่กลับเจอเมฆที่เรียกตนว่าลูกตลอดเวลา ทิวาว่าเมฆต้องบ้าไปแล้วแน่ เมฆพูดถึงไม้ตะพด ถามเก็บไว้ดีหรือเปล่า ทิวาฉุกคิด ถ้าตนเออออไปกับเมฆอาจจะได้ไม้ตะพดมาง่ายๆ แต่พอซักถาม เมฆก็สับสนไปมาจนทิวาโมโห เข้าไปรื้อค้นในห้องเอาเอง  แต่ก็ไม่เจอ ทิวาเล่นงานเมฆแต่เมฆปัดป้องได้ตลอดจนทิวาทึ่ง

ไกรกับแพรวาต้องแอบโทร.หากัน ราตรีหมั่นไส้แกล้งอ้างพ่อให้มาเอามือถือแพรวาไป แล้วให้เครื่องและเบอร์ใหม่เพื่อไม่ให้ติดต่อกับไกรอีก แพรวาได้แต่ร้องไห้เสียใจ...

วันรุ่งขึ้น อบเชยมาหาพันเทพ แต่กลับเจอทิวา เธอจึงบอกว่าต้องการมาขอสมุนไพรรักษาเมฆ ทิวาหัวเราะเยาะว่าอบเชยไม่ใช่ลูกมาเดือดร้อนทำไม อบเชยโมโห ไม่ช่วยตนก็จะเข้าไปพบพันเทพเอง ทิวาถาม คิดหรือว่าพ่อตนจะช่วย

“...ใช้สมองคิดบ้างสิอบเชย ตอนนี้มีแต่ฉันเท่านั้นแหละที่จะช่วยเธอได้”

“งั้นก็ช่วยซะสิ”

“มันจะง่ายไปหน่อยมั้ง ในเมื่อยาที่จะรักษาพ่อไอ้ไม้ ทั้งหมู่บ้านนี้มีแต่พ่อฉันคนเดียวที่รู้ มันคงต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าหน่อยสิ”

อบเชยถามว่าอะไร ทิวามองแหวนกระดุมที่นิ้วอบเชยและเสนอให้เธอมาเป็นแฟนตน อบเชยปฏิเสธ ทิวาจึงให้ไปหาทางช่วยเอาเอง อบเชยกลับออกมาอย่างเจ็บใจ เผอิญไม้ซึ่งดูแลเมฆทุกอย่าง แต่เมฆกลับเหมือนเด็กๆที่ร้องโยเย นึกจะฉี่ก็ฉี่ออกมา ไม้ทำความสะอาดพาพ่อเข้านอน  แล้วออกมายืนร้องไห้หน้าบ้านอย่างสงสารพ่อและเวทนาตัวเอง อบเชยเดินมาเห็นนํ้าตาไม้ก็ใจแป้ว เข้าไปแตะหลังเขา ไม้หันมาซบร้องไห้โฮกับเธอ รำพันว่าอาการพ่อหนักขึ้นเรื่อยๆ

อบเชยเดินกลับบ้านอย่างใจลอย  ครุ่นคิดถึงข้อเสนอของทิวา เจอกับจันทร์จึงปรับทุกข์ด้วย ว่าตั้งแต่เด็กตนไม่เคยเห็นนํ้าตาของไม้ ครั้งนี้คงหนักมาก

“ถ้ามีวิธีไหนที่แม้จะต้องเสี่ยงแต่มันอาจจะช่วยไม้ให้มีความสุขมากกว่านี้ได้ ฉันจะทำ”

“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกมั้ง มันจะกลายเป็นว่าไม่มีใครเลยที่มีความสุขนะ”

“ก็ดีกว่าให้ฉันมีความสุขอยู่คนเดียว โดยที่เห็นคนที่ฉันรักเจ็บปวด นี่จันทร์ ถ้าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ ฉันฝากนายดูแลไม้ด้วยนะ อย่าให้ไม้ต้องเจอเรื่องแย่ๆอีก”

จันทร์ถามว่าจะทำอะไร  อบเชยไม่ตอบแต่ขอร้องให้รับปากว่าจะไม่ทิ้งไม้ไปไหน

ooooooo

เมื่อทิวายอมเป็นทาสเวตาล เขาจึงมารายงาน เวตาลพรางตัวไม่ให้ทิวาเห็นเต็มๆ อ้างว่า รูปร่างกำลังเปลี่ยนแปลง ทิวาแปลกใจที่ตอนนี้เวตาลไม่กลัวแสงอาทิตย์เหมือนก่อน เวตาลตอบว่าเพราะเลือดที่หามาให้ เวตาลช่วยทิวาให้ได้ครอบครองตัวอบเชยและหาสมุนไพรให้ พลันอบเชยก็โทร.มานัดพบที่ลานวัด ทิวาดีใจมาก

อบเชยยอมทำตามข้อเสนอของทิวา และถามเงื่อนไข ทิวาห้ามเธอยุ่งกับไม้อีกเด็ดขาด แล้วตนจะทยอยส่งยามาให้ทุกอาทิตย์ เธอต้องทำตามคำสั่ง อย่างแรกคือถอดแหวนกระดุมออกแล้วไปทานข้าวกับตน ทิวาพาเธอเดินแนะนำกับทุกคนที่ตลาดว่าเป็นแฟน เผอิญไม้ถือของเต็มมือเดินออกมาจากตลาด ทิวาแกล้งเข้ามาขวางหน้า ไม้แปลกใจที่เห็นอบเชยอยู่ข้างทิวา

“อบเชย ไปทำอะไรตรงนั้น โดนพวกมันรังแกเหรอ”

“โดนรังแกอะไรเล่า อบเชยเขาเต็มใจมาหาฉันเอง” ทิวาหัวเราะเยาะ “ดูนี่สิ นี่มันกระดุมของใครนะ” ทิวาชูแหวนกระดุม แล้วโยนทิ้งลงพื้น ใช้เท้าเหยียบขยี้ อบเชยนิ่งไม่พูดอะไรสักคำ

“อบเชย นี่มันหมายความว่ายังไงน่ะ” ไม้ถามอบเชยที่เอาแต่ก้มหน้า

“อบเชยคงลำบากใจที่จะตอบ แต่ตอนนี้ฉันกับอบเชยตกลงคบเป็นแฟนกันแล้ว”

ไม้ตกใจหันมาถามอบเชย เธอนิ่งสักพักก่อนจะพยักหน้า ทิวาหัวเราะเยาะจะจูงมืออบเชยเดินไป ไม้ร้องถามว่า ที่ผ่านมาหลอกตนมาตลอดหรือ อบเชยก้มหน้านิ่งซ่อนน้ำตา...ไม้กลับมาบ้านด้วยความปวดใจ เมฆเห็นไม้ก็จำไม่ได้ไล่เขาให้ออกไป ไม้ยิ่งเศร้าเสียใจ ทิวายังไม่เลิกรา แกล้งขับรถพาอบเชยเฉียดมาบ้านไม้ให้เขาได้เห็นอย่างสะใจ อบเชยกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ปล่อยมันไหลรินออกมาอย่างเจ็บปวด ไม่เพียงแค่นั้น...จู่ๆเมฆก็เรียกหาทิวาและขับไล่ไม้ ไม้พยายามบอกว่าตนคือลูกพ่อ เมฆไม่ฟังจู่โจมเข้าทำร้ายไม้ ไม้ได้แต่ปกป้อง

“พ่อ...ผมลูกผู้ชายไงพ่อ พ่อจำได้มั้ย ไม้ตะพดวิญญาณไง”

“ไม้ตะพดวิญญาณ...ลูกชาย” เมฆชะงัก เหม่อลอยอีกครั้ง...

ooooooo

บังเอิญไกรพาเจ๊กีมาทานข้าวที่ร้านอาหารที่เขาเคยมากับแพรวา แล้วเขาได้พบเธอแต่มีสมุนล้อมรอบ จึงไม่อาจพูดคุยกันได้ ทั้งสองใช้วิธีเขียนข้อความลงในเมนูให้พนักงานส่งต่อให้กัน แค่นี้ทั้งสองก็สุขใจ

พันเทพได้รับรายงานจากสมุนว่าไกรกับแพรวาพบกัน พันเทพไม่พอใจสั่งสมุนไปถล่มอู่รถของเจ๊กี และจับเธอมัดไว้ในห้องทำงาน พันเทพขู่เจ๊กีไม่ให้ลูกชายมาวุ่นวายกับลูกสาวตนอีกตนจะทำลายอู่ให้พินาศ เพื่อเธอจะได้ขายสัมปทานให้กับตน พันเทพขึ้นมาค้นหาไม้ตะพดบนรถของเมฆ เมื่อไม่พบจึงจุดไฟเผา ชาญกับจันทร์พยายามขวางเพราะรู้ว่าเมฆรักรถคันนี้มาก แต่ทั้งสองก็สู้พันเทพไม่ได้ จนสำลักควันสลบไป

ชาวบ้านวิ่งวุ่นผ่านหน้าบ้านไม้ร้องบอกกันว่า ที่อู่เจ๊กีโดนถล่ม ไม้ตกใจรีบบอกเมฆว่า

“ไอ้พันเทพมันบุกที่  บขส.ฉันต้องรีบไปช่วยคนที่นั่น พ่อรออยู่นี่ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดนะ...พ่อต้องอยู่บ้านนะ” ไม้หยิบอุปกรณ์ของลูกผู้ชายวิ่งออกไป เมฆยืนอึ้ง...

อบเชยอยู่กับทิวาแถวตลาด ได้ยินชาวบ้านคุยกันก็เป็นห่วงจะรีบไปช่วย ทิวาไม่ยอมให้เธอไป อบเชยโวยว่าไม่ได้อยู่ในข้อตกลง ตนไม่ได้ไปเจอไม้ ทิวาเอาเรื่องยามาขู่จะไม่ส่งให้  อบเชยลำบากใจจำต้องทนอยู่กับทิวาอย่างนั้น

พันเทพลงมายืนมองรถ ไม้ปรากฏตัวในชุดลูกผู้ชาย เขารีบขึ้นไปบนรถจะเอาไม้ตะพด แต่พบชาญกับจันทร์นอนสลบอยู่บนรถ ไม้ตัดสินใจช่วยทั้งสองคนลงจากรถก่อน พอกลับขึ้นไป ควันก็มากขึ้น ไม้ตะเกียก
ตะกายไปที่คันเกียร์แต่ก็สำลักควันจะหมดสติ เขารู้สึกมีคนมาลากเขาลงจากรถ และถอดหน้ากากเขาออก

พันเทพเดินมาที่รถตัวเอง พบว่ายางทั้งสี่เส้นแบนหมด ไม่ทันไร ลูกผู้ชายปรากฏตัวขึ้นพร้อมไม้ตะพดในมือ เขาตกใจเพราะไม้ตายไปแล้ว และเมฆก็บาดเจ็บจนฟั่นเฟือน ลูกผู้ชายไม่พูดพร่ำทำเพลง บุกเข้าสู้กับพันเทพอย่างดุเดือด...ชาญกับจันทร์ฟื้นขึ้นมา พบไม้นอนสลบอยู่ไม่ห่าง ทั้งสองเข้าปลุก ไม้รู้สึกตัวพบว่าตัวเองอยู่ในชุดธรรมดาก็แปลกใจ ชาญเล่าว่า

“ดีนะที่ลูกผู้ชายมาช่วยไว้ ไม่งั้นคงแย่ ว่าแต่แกเถอะ โผล่มาตอนไหน มาถึงก็มานอนสำลักควันเลยรึไง”

ไม้นึกถึงไม้ตะพด รีบวิ่งขึ้นไปบนรถที่ไฟดับแล้ว เสียหายไม่มาก เขาเห็นคันเกียร์หายไป ถามจันทร์กับชาญ  จันทร์สันนิษฐานว่าพันเทพจะเอาไป ไม้เจ็บใจรีบวิ่งออกไป...หน้าอู่ที่พันเทพกับลูกผู้ชายกำลังต่อสู้กัน จู่ๆก็มีเสียงรถตำรวจแล่นมา พันเทพตกใจรีบผละหนีไปก่อน ชาวบ้านเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้ตำรวจฟัง  พอหันมาลูกผู้ชายก็หายไปอีกคน พอตำรวจรู้ว่าพันเทพเป็นตัวก่อเรื่องก็มองหน้ากันอย่างมีเลศนัย ไม้มาถึงจะตามไปล่าตัวพันเทพ แต่ถูกตำรวจล็อกตัวไว้ หาว่ามีพิรุธจะไม่ให้การ ทำให้ไม้ตามพันเทพไม่ทัน

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.