ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกผู้ชายไม้ตะพด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในค่ำคืนหนึ่ง พันเทพ นายทหารนอกราชการเจ้าของวินรถตู้ที่ตั้งตนเป็นใหญ่ ขับทับเส้นสัมป-ทานรถร่วม บขส.ของเจ๊กีอย่างไม่สนใจ...เขาได้หยิบกล่องไม้มาเปิดออก ภายในบุด้วยผ้ากำมะหยี่อย่างดี มีไม้ตะพดวางอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม พลันมีเสียงคล้ายค้างคาวแว่วมา พันเทพชี้ปลายไม้ไปที่แจกันดอกไม้บนโต๊ะ มันค่อยๆลอยขึ้นช้าๆ เงาสะท้อนของเขาบนแจกันเป็นหน้าเวตาลผอมแห้งมีปีกคล้ายค้างคาวแสยะยิ้ม ดูร้ายกาจน่าสะพรึงกลัว...

เมฆ สะดุ้งตื่นขึ้นจากที่นอนเก่าๆทำเอาไม้ ลูกชายซึ่งนั่งจัดของอยู่ไม่ห่าง สะดุ้งตามไปด้วย ไม้รีบถามพ่อว่าฝันร้ายเรื่องอะไร เมฆส่ายหน้าไปมา พึมพำ... ตะพดเลือด

“ตะพดเลือด...” ไม้ทวนคำอย่างสงสัย

“พญาเวตาล...มันกำลังจะกลับมา”

“อ่านหนังสือแล้วก็เก็บมาฝันอีกแล้ว” ไม้มองหนังสือนิทานเวตาลที่พ่อวางไว้ข้างตัว

เมฆพยักหน้าบอกลูกชาย คงอย่างนั้น เขาไม่อยากพูดอะไรมาก ไม้ประคองพ่อลงนอน เมฆยังไม่คลายความกังวลกับความฝันที่เกิดขึ้นแทบทุกคืนระยะนี้...

ภายในห้องนอนของพันเทพ มีเสียงค้างคาวก้องกังวานอยู่ทุกมุมห้อง ทำให้พันเทพนอนกระสับกระส่าย ในที่สุดก็ลุกพรวดขึ้น เสียงเงียบลง เขามองไปรอบห้องก่อนจะลุกออกไป หยิบกล่องไม้มาเปิด เอาไม้ตะพดมาวางลงบนจาน แล้วหันไปหยิบกริชโบราณจากในตู้ออกมา จิ้มที่ปลายนิ้วตัวเอง ให้เลือดหยดลงบนไม้ตะพด

เลือดถูกดูดซึมหายไปราวกับไม้ตะพดมีชีวิต พลันทิวา เปิดประตูเข้ามา พันเทพรีบซ่อนมือที่เปรอะเลือดไว้ด้านหลังทันที

“พ่อนั่นเอง ผมนึกว่าขโมยขึ้นบ้านซะอีก เห็นว่าพ่อนอนไปแล้ว”

“อ๋อ พ่อนอนไม่ค่อยหลับน่ะ ว่าจะเคลียร์งานซะหน่อย”

ทิวาบ่นว่าพ่อทำงานมากเกินไป พันเทพจึงบอกลูกชายว่าเขาแค่จะอ่านหนังสือกฎหมายนิดหน่อย เตรียมตัวลงเลือกตั้งสมัยหน้า ให้ทิวาไปนอนเสีย พอทิวาไปแล้ว พันเทพกำไม้ตะพดไว้แน่น มันดูดเลือดที่นิ้วเขาอย่างหิวโหย เขามองไม้ตะพดอย่างรู้สึกถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่

ooooooo

ท่ารถ บขส. เมฆเดินขาเป๋ลงจากรถที่เขาขับเข้ามาจอด มีชาญเป็นเด็กรถเดินตามหลัง ชาญขยับกระบอกตั๋วส่งเสียงแก๊บๆเดินแทะข้าวโพดท่าทางจิ๊กโก๋ไม่เบา เขาตามถามเมฆ

“พี่...ได้ข่าวว่าที่ท่ารถเนี่ย โดนพวกแก๊งวินมอเตอร์ไซค์มาเล่นงานบ่อยๆเหรอ”

“เอ็งเพิ่งมาอยู่ใหม่ อย่ามาทำเป็นรู้มาก” เมฆตำหนิอย่างรำคาญ

ชาญยิ่งสนใจว่ามันต้องเป็นเรื่องจริง เพราะเขาได้ยินมาว่า มีลูกผู้ชาย ใส่หน้ากากหนังเสืออำพรางหน้า ถือไม้ตะพดมาคอยปราบ เมฆส่ายหน้าไม่สนใจ หันไปเอ็ดเด็กรถที่เอาแต่เล่นไม่ไปทำงานตามหน้าที่ ไม่ทันไร กลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ จากการนำของสักและวิน เข้ามาก่อกวน เผอิญไม้กลับจากเรียนมากับเพื่อนชื่อจันทร์ แวะมาหาพ่อที่ท่ารถ เมฆเห็นลูกชายเข้ามาอยู่ในสถานที่ที่กำลังจะกลายเป็นสนามรบ เมฆรีบกะเผลกไปหาร้องบอกให้ไม้กับเพื่อนหลบ

ขณะนั้น ศรนารายณ์ ขี่รถซาเล้งบรรทุกน้ำแข็งเข้ามาช่วยขวาง สักกับวินถึงกับอุทาน...ศรนารายณ์ ลูกมหาโลก...ไม้ชื่นชมในความเท่ของศรนารายณ์ เมฆบอกลูกชายให้พาเพื่อนหลบไปก่อน ไม้ชะเง้อมองศรนารายณ์ที่ต่อสู้พวกสักกับวินอย่างพินิจพิเคราะห์ อบเชยวิ่งมาช่วยดึงไม้ให้ไปหาที่หลบ ไม้อายจันทร์ที่มีผู้หญิงมาช่วยปกป้อง เมฆกำชับไม้ให้หลบอยู่ตรงนี้ และฝากอบเชยดูแลไม้ด้วย เมฆเอากุญแจมือที่ริบมาจากเด็กรถ ล็อกข้อมือไม้ติดกับอบเชย

“เอ็งห้ามเอาผู้หญิงกับเด็กมาเสี่ยง จำไว้ถ้าเอ็งอยากเป็นลูกผู้ชาย” เมฆสั่งไม้ อบเชยรับปากจะดูแลไม้ เมฆย้ำ “ถ้าลุงเป็นอะไรไป ฝากศรนารายณ์พ่อเอ็ง ดูแลไม้มันด้วยนะ”

เมฆวิ่งออกไป ไม่ฮึดฮัดอยากจะตาม อบเชยปลอบไม้ไม่ต้องกลัว ไม้ว่าตนไม่ได้กลัวแต่อยากไปช่วยพ่อ ไม้เห็นเมฆโดนพวกสักรุมกระทืบ พ่อไม่ตอบโต้ปล่อยให้พวกมันซ้อม จันทร์รู้สึกมันเขี้ยว ใช้น็อตที่โยนเล่นในมือมาใส่นิ้วทุกนิ้วแทนสนับมือ แล้วหยิบน็อตในกระเป๋าออกมาอีก ดีดใส่พวกที่รุมเมฆหัวแตก ตาโปนไปตามกัน เมฆโดนอัดจนตกไปในคูน้ำ ไม้กัดกรามแน่นอย่างเจ็บปวดที่ไปช่วยพ่อไม่ได้...ชาญควงกระบอกตั๋วอย่างเชี่ยวชาญ เข้าต่อสู้กับวินอย่างดุเดือด จนวินสู้ไม่ได้ สักควงโซ่เข้ามา ศรนารายณ์ปราดมาหันหลังชนกับชาญรอรับมือ

“แหม ชุดใหญ่มาเลยนะ กลัวจะไม่กลัวมั้งเนี่ย ทำเป็นเข้มนะ พลาดตีหัวตัวเองแล้วจะหัวเราะให้ แน่จริงเข้ามาดิ ไม่กลัวหรอกเว้ย นักมวยแชมป์ 14 สมัยนะเว้ย... เอ็งจะไม่พูดอะไรมั่งเลยเหรอ ข้าเห็นฝีมือเอ็งไม่ธรรมดาเลยนะ” ศรนารายณ์หันไปถามชาญ

“ฉันกำลังรอ...” ชาญกวาดสายตามอง

ศรนารายณ์แปลกใจว่ารอใคร ไม่ทันที่ชาญจะตอบ สักฟาดโซ่เปรี้ยงเข้ามาโดนมือศรนารายณ์ร้องลั่น “นี่แกเอาจริงเหรอวะ จะไม่เกรงใจกันเลยใช่มะ ข้ายังคุยกับไอ้นี่ไม่จบเลย”

ด้านไม้กับอบเชยวิ่งมาดูเมฆ จันทร์รีบชี้ว่ากลิ้งตกไปทางไหน ทั้งสามจะตามไปดู แต่ถูกพวกนักเลงล้อม อบเชยพอมีฝีมือที่ได้มาจากพ่อ เธอต่อสู้ทั้งที่มือติดอยู่กับไม้ข้างหนึ่ง จึงมีหลายครั้งที่ต้องจับไม้ชกต่อยกับพวกนักเลง ทำให้ดูเหมือนไม้เก่งไปโดยปริยาย ไม่ทันไร ลูกผู้ชายที่ชาญพูดถึงก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าบดบังด้วยหน้ากากหนังเสือโคร่ง ในมือถือไม้ตะพดวิญญาณ

“ลูกผู้ชาย ใช่ลูกผู้ชายจริงๆด้วย” ชาญร้องด้วยความดีใจ

ลูกผู้ชายไม่พูดพร่ำทำเพลง เข้าลุยจนพวกสักต้องล่าถอยอย่างสะบักสะบอม ไม้ตื่นตาตื่นใจกับท่วงท่าต่อสู้ของลูกผู้ชาย ในขณะที่ชาญสามารถบอกชื่อท่า

ทุกท่าที่ลูกผู้ชายปล่อยออกมา

“โห...กรงเล็บพยัคฆ์...ฝ่าเท้าคชสาร...เขี้ยวอสรพิษ...”

ก่อนที่สักจะล่าถอยไปได้ประกาศไว้ว่า “บอกเจ๊กีด้วยนะ สัมปทานเดินรถเส้นเนี้ย ผู้พันเทพเขาต้องเอาให้ได้...ลูกผู้ชาย ฝากไว้ก่อนเหอะ”

“เท่มาก เท่สุดๆไปเลย ในที่สุดสิ่งที่ฉันรอมาตลอดก็เป็นจริง ฉันได้เจอลูกผู้ชายแล้ว ถึงจะตายก็คุ้มอ้าว...” ชาญแปลกใจที่หันมา ลูกผู้ชายได้หายไปแล้ว

ไม้ร้องถามว่า มีใครเห็นพ่อเขาบ้าง อบเชยก็ถามหาศรนารายณ์ จันทร์ทึ่งว่าเรื่องนี้มีจริงอย่างที่เขาร่ำลือหรือนี่...ไม้กับอบเชยเดินร้องเรียกหาพ่อ ไม่ทันไร ศรนารายณ์ก็เดินเท่ๆเข้ามา

“พ่อไม่ได้เป็นอะไร ลูกก็รู้ว่าฝีมือพ่อคนละชั้นกับไอ้พวกนั้น”

“แล้วนี่พ่อหายไปไหนมา”

“เอ่อ...ก็ ตามไปสู้กับไอ้พวกวินมอเตอร์ไซค์ด้านหลังนู่นน่ะสิ แต่ไม่ต้องห่วง มันเจอหมัดพ่อไป สลบเหมือด”

ไม้รีบถามหาเมฆ ไม่ทันไร เมฆเดินสะบักสะบอมออกมา ไม้รี่เข้าประคองอย่างห่วงใย เมฆถามลูกชายว่าเป็นอะไรหรือเปล่า อบเชยรีบบอกว่าอยู่กับตน ตนไม่ปล่อยให้ไม้เป็นอะไรแน่ ไม้มองอบเชยอย่างเบื่อๆ เมฆขอบใจอบเชยและศรนารายณ์ ไม้เล่าว่าลูกผู้ชายมาช่วยพวกตน

“เหรอ...ทำไมพี่ศรโผล่มาไล่ๆกับลูกผู้ชายอยู่บ่อยๆนะ” เมฆตื่นเต้นไปด้วย

“มีบางเรื่องที่บางครั้งเราก็ไม่อยากบอกใคร” ศรนารายณ์ยิ้มกริ่ม

ไม้มองศรนารายณ์อย่างมั่นใจว่าเป็นลูกผู้ชาย เช่นเดียวกับอบเชยที่สงสัยว่าเมฆคือลูกผู้ชาย ศรนารายณ์กลบเกลื่อนให้ทั้งสองพาเมฆกลับบ้าน อบเชยรีบเข้าช่วยไม้พยุงเมฆ

ooooooo

วันต่อมา เจ๊กีเดินตรวจตราสภาพท่ารถ จัดการสั่งซ่อมแซมส่วนที่พังเสียหาย ปากก็บ่นว่าถ้าลูกชายตนกลับมาเมื่อไหร่ จะจัดการพวกพันเทพให้ราบคาบ ชาญรีบถามว่า ลูกชายจบเทควันโด หรือกังฟูมาหรือ เจ๊กีตอบว่าเปล่า จบโยคะ ชาญเผลอถุย...บ่นลูกผู้ชายปล่อยหมัดไปยี่สิบหมัดแล้ว ทางเรายังเตรียมท่านั่งไม่เสร็จเลย...เจ๊กีตบกะโหลกชาญป้าบ ชาญยิ้มแหยๆ

วันนี้ ไม้มาช่วยซ่อมรถซาเล้งให้ศรนารายณ์ อบเชยกลับจากโรงเรียนพร้อมด้วยหนังสือประวัติศาสตร์เล่มโต เธอบอกพ่อว่าไปยืมมาจากหอสมุดที่วัด  ศรนารายณ์

ว่าอยากรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ให้ถามตนก็ได้ อบเชยจึงถามว่า รู้เรื่องเทือกเขาตะนาวศรีไหม เขาส่ายหน้า

“เทือกเขาตะนาวศรีเป็นเทือกเขาที่มีความยาวถึง 834 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่เทือกเขาถนนธงชัย...เทือกเขาตะนาวศรีเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำแควน้อย...” อบเชยสาธยาย

ไม้แทรกขึ้นว่า มีตำนานเรื่องเล่าของชนเผ่า

ปกากะญอเกี่ยวกับไม้ศักดิ์สิทธิ์...ศรนารายณ์เริ่มสนใจย้อนถามอบเชย คิดว่ามันเกี่ยวข้องกับไม้ของลูกผู้ชายหรือ อบเชยพยักหน้าเริ่มเล่า

“ผู้เฒ่าจามูอยู่มาร้อยปี จนกลายเป็นฤาษีแก่กล้าวิชาปลุกเสกเป็นอย่างมาก ได้เหลาไม้ยาวประจำตัวอันหนึ่ง แกะจากแก่นไม้จันทน์พันปีใจกลางป่าพม่า แล้วปลุกเสกด้วยดวงวิญญาณเหล่าพยัคฆ์คชสารและอสรพิษมาเป็นอาวุธคู่กาย ปลายข้างหนึ่งมีไว้ทำลายล้างเหล่าปีศาจ ปลายอีกด้านมีไว้เยียวยารักษาโรคได้ แต่เมื่อพลังอยู่รวมกันก็มีอำนาจมหาศาล ขนาดแค่เหล่าอสูรกายได้กลิ่นก็ไม่กล้าเข้าใกล้...มีไว้ปราบพวกเหล่าโอปปาติกะและสัมภเวสี ชื่อและฤทธิ์เดชของฤาษีร่ำลือไปไกลจนไม่มีภูตผีตนไหนกล้าเข้ามาในป่าแถบตะนาวศรีอีกเลย”

ไม้เล่าต่อจากอบเชยว่า “แต่มีวันหนึ่ง พญาเวตาลผู้ร้ายกาจก็อยากจะท้าทายอำนาจฤาษีและยึดเอาไม้วิเศษมาเป็นของตน...การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด พญาเวตาลอาศัยความว่องไวและความเป็นสัตว์ปีกของตนโจมตีฤาษี สุดท้ายก็พลาดพลั้ง ฤาษีเอาไม้ปักไปที่หัวใจของพญาเวตาล ด้วยความแค้น พญาเวตาลได้หักไม้ครึ่งหนึ่งเกิดปลายแหลมจ้วงแทงอกของฤาษีเช่นกัน วิญญาณของพญาเวตาลถูกดูดหายไปในไม้ที่ปักหัวใจตนเอง”

“ตะพดส่วนที่ดูดวิญญาณเวตาลเข้าไปเรียกว่า ตะพดเลือด ส่วนด้านปลายที่ไว้ใช้เยียวยาปักอยู่ที่อกของฤาษีถูกเรียกว่า ตะพดวิญญาณ แม้ตะพดจะหักครึ่งเท่าๆกัน ก็ยังมีพลังอำนาจหลงเหลืออยู่ ฤาษีได้เก็บไม้ตะพดทั้งสองห่อด้วยหนังเสือไว้ แล้วมาสิ้นใจตายที่ริมแม่น้ำแควน้อย ร่างฤาษีตกลงไปในแม่น้ำจมหายไป แต่ไม้ตะพดกลับลอยขึ้นบนน้ำและลอยแยกออกจากกัน ไม่มีใครได้เห็นศพของฤาษีเลย” อบเชยเล่าต่อจนจบ

ศรนารายณ์ฟังอ้าปากค้าง ไม้มองอย่างมั่นใจว่าศรนารายณ์ต้องเป็นลูกชายแน่ๆ...

ooooooo

วันต่อมา ไม้มาเปรยๆกับจันทร์เรื่องลูกผู้ชาย แต่จันทร์กลับคิดในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า นั่นเป็นแค่มายากลบวกกับฝีมือหมัดมวย จันทร์ว่าเขาต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้...

อบเชยมาตามไม้จะชวนไปบ้าน เจอเข้ากับทิวา ลูกชายพันเทพ ทิวาพึงพอใจอบเชยจึงเข้าไปก้อร่อก้อติก แต่กลับโดนเธอเตะผ่าหมากอย่างหมดท่า ทิวาเจ็บใจที่เห็นอบเชยวิ่งตามไม้กลับไป...ไม้รักและเคารพศรนารายณ์มาก ถึงขนาดอยากเป็นลูกศิษย์เรียนมวยจากเขา ติดอยู่ที่เมฆไม่อนุญาต จันทร์พยายามจะสืบหาตัวลูกผู้ชาย แต่ลำพังเขากับไม้เห็นทีจะยาก จึงนึกถึงชาญ ด้วยความที่จันทร์และชาญนิสัยคล้ายกัน ปากเสียทั้งคู่ เถียงกันตลอด ชาญยิงคำถามวัดภูมิไม้

“ผ้าที่คาดตาของลูกผู้ชายทำจากอะไร”

“หนังเสือโคร่ง เป็นส่วนหนึ่งของผ้าจากชุดฤาษีที่เป็นคนทำไม้ตะพด”

ชาญทึ่ง จันทร์แปลกใจว่าเพื่อนไปรู้มาจากไหน ทั้งสองยังประลองฝีมือเพราะต่างไม่ยอมลงให้กัน โดยมีไม้เป็นกรรมการ ผู้คนที่ท่ารถมุงดูกันใหญ่ เมฆมาเห็นเข้าใจว่าไม้มีเรื่องชกต่อย จึงเข้ามาเอ็ดตะโรและสั่งทำโทษไม้ให้นอนบนรถ งดอาหารมื้อเย็น โดยไม้ไม่รู้ว่าพ่อก็อดด้วยเหมือนกัน อบเชยรู้ข่าวแอบเอาข้าวและหมอนผ้าห่มมาให้ไม้ที่รถ

ไม้นอนข้างคันเกียร์รถ เขาฝันไปว่านอนอยู่กลางป่า สะดุ้งตื่นเพราะน้ำจากใบไม้หยดใส่ เขาตกใจลุกเดินไปตามทาง ได้ยินเสียงก๊อบแก๊บของใบไม้เหมือนมีคนตาม พอหันไปเป็นงูจงอางตัวใหญ่แผ่แม่เบี้ยอยู่ เขาวิ่งหนีไม่คิดชีวิต เจอช้างขวางทาง หันมาอีกทางพบฤาษีนั่งสมาธิอยู่ เขารีบไปเตือนท่านให้หนีงูและช้าง ฤาษีลืมตาขึ้นพูดกับเขาว่า

“สัตว์พวกนี้ไม่มีอันตรายหรอก สิ่งที่น่ากลัวกว่าสัตว์ร้ายคืออสูรร้ายในใจมนุษย์”

“หมายความว่าอะไรครับ”

“อย่าปล่อยให้เวตาลกลับมา...อย่าปล่อยให้พญาเวตาลกลับมา...” เสียงฤาษีตะโกนก้อง

ไม้สะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองเกาะคันเกียร์ไว้แน่น ตกใจกับความฝันของตัวเอง ไม่ทันไร เมฆเปิดประตูรถ ไม้รีบเก็บหมอนผ้าห่มเดินลงจากรถ เมฆเอ่ยปากขึ้น

“ข้าวอยู่บนโต๊ะ กินซะหน่อย เดี๋ยวจะไปเรียนไม่รู้เรื่อง”

ไม้ยิ้มแฉ่งรับรู้ถึงความรักความห่วงใยของพ่อ

ooooooo

ก่อนที่อบเชยจะไปเรียน ทุกเช้าเธอจะต้องลากเข่งผักไปส่งที่ตลาด ทิวาเห็นอบเชยในชุดนักเรียนพาณิชย์ จึงเข้ามาขวางชวนไปกินกาแฟ อบเชยโวยใส่

“นี่อย่าคิดว่าเป็นลูกพันเทพแล้วจะมากร่างที่ไหนก็ได้นะ”

“กร่างอะไร แค่ชวนคุยธรรมดา” ทิวาเท้าความ เรื่องที่เตะผ่าหมากตนวันก่อน

อบเชยไม่สนใจเอาผักขว้างใส่หน้าทิวาจนเลือดกำเดาไหล ลูกน้องทิวากรูจะเข้าช่วย แต่กลับโดนอบเชยเล่นงานจนสะบักสะบอมไปตามกัน อบเชยป่าวประกาศให้พี่ป้าน้าอาในตลาดไปเรียกเก็บค่าเสียหายเอาจากพันเทพพ่อของทิวา เธอขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง เสื้อผ้าเธอไม่เปรอะเปื้อนแม้แต่น้อย แค่ชายเสื้อหลุดจากขอบกระโปรงเท่านั้น เผอิญไม้เดินผ่านตลาด อบเชยร้องเรียกแล้ววิ่งตามไม้ไป ทิวาเห็นแล้วยิ่งเจ็บใจ วิ่งออกมายืนกำหมัดอย่างแค้นใจ พลันมีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งมาเฉี่ยวเขาล้มลง สมุนทั้งสองตกใจวิ่งตามจับมอเตอร์ไซค์จนลืมดูแลลูกพี่

เมฆขับรถ บขส.มาจอดเอี๊ยดหน้าทิวา เขารีบกะเผลกลงมาช่วยพยุงทิวาลุกขึ้น แต่กลับโดนทิวาตวาดใส่อย่ามาแตะต้องตัวแถมมองอย่างเหยียดๆ ชาญโมโหแทนเข้ามาโวยวายว่า เป็นลูกคนรวยเสียเปล่า ทำตัวเหมือนคนไร้การศึกษา ทิวาจะเอาเรื่อง เมฆปรามและดึงชาญกลับขึ้นรถ

“นี่ ยังไม่หยุดอีกใช่มั้ย ถ้าอยากทำงานกับฉันอย่าทำนิสัยอันธพาล”

ชาญโอดโอยว่ายังโกรธเขาเรื่องเมื่อวานใช่ไหม เมฆส่ายหน้าและสอนว่า

“ลูกผู้ชายเขาต่อสู้เพื่อคนอื่น...การต่อสู้เพื่อคนอื่นมันสร้างคุณค่าให้มนุษย์นะ ส่วนไอ้คนที่เอาแต่สู้เพื่อตัวเองน่ะ มันเหมือนหมากัดกัน”... ทำเอาชาญเถียงไม่ออก

ทิวากลับมาฟ้องพันเทพให้ส่งคนไปเล่นงานไม้ พันเทพชะงักเล็กน้อย กลบเกลื่อนว่าไม่อยากยุ่งเรื่องเด็กทะเลาะกัน จะทำให้ตนเสียคะแนนทางการเมือง ทิวาจึงขอให้หาครูดีๆมาสอนมวยให้ พันเทพค่อยยิ้มออกอย่างพอใจ

หลังจากเลิกงานขับรถ เมฆกับไม้มาทำงานพิเศษที่ร้านอาหาร ผู้จัดการร้านให้ไม้ไปซ่อมท่อที่ห้องนํ้าชาย เมฆรีบอาสาไปทำแทนลูกชาย เผอิญพันเทพกับทิวามาทานอาหารที่ร้าน พันเทพให้ทิวาไปรอที่โต๊ะก่อน ตนจะเข้าห้องนํ้า...พันเทพมาเจอเมฆซ่อมท่ออยู่ในห้องนํ้าจึงแขวะ

“เดี๋ยวนี้รับดูดส้วมแทนขับรถแล้วเหรอ” เมฆนิ่งไม่ตอบจะเดินหนี พันเทพขวาง “เดี๋ยวสิ คุยกันสักหน่อยตามประสาคนรู้จักกันหน่อยสิ”

“จะไปทำงานในครัวต่อ ขอตัว” เมฆเดินหนี

พันเทพไม่พอใจผลักเมฆล้มลง ขณะเดียวกัน ทิวาเห็นไม้ทำงานเด็กเสิร์ฟก็แกล้งโยนจานทิ้งแล้วฟ้องผู้จัดการว่าไม้ทำแตกให้กราบขอโทษตน พอดีพันเทพลากเมฆออกมาโวยวาย

“ไอ้คนนี้มันพูดไม่ดีกับผม บอกว่าถ้าอยากจะเข้าห้องนํ้าให้ไปเข้าที่อื่น มันยังทำความสะอาดอยู่” พันเทพฟ้องผู้จัดการ

เมฆก้มหน้านิ่งไม่เถียง พันเทพจะให้กราบขอโทษ ทิวาเข้ามาสมทบ ไม้เข้าประคองเมฆ

“พันเทพ พ่อฉันไปทำอะไรให้อีกล่ะ” ไม้ถามอย่างร้อนรน

“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก ว่าไง จะกราบเท้าขอโทษฉันมั้ย” พันเทพมองเมฆเหยียดๆ

“นี่มันอะไรกันน่ะพ่อ ทำไมต้องให้กราบกันด้วย” ไม้หันมาถามเมฆ

“งั้นก็ดีเลย ให้ไอ้เป๋นี่มันกราบผมแทนลูกของมันที่ทำมารยาทไม่ดีกับผมด้วย ทีเดียวเลยก็แล้วกัน” ทิวาเสริม

เมฆถามขึ้นว่า ถ้าเขาทำแล้วทุกอย่างจบใช่ไหม ไม้ห้ามพ่ออย่าทำเขาจะทำแทน ไม้ค่อยๆพนมมือก้มลงกราบ นํ้าตาลูกผู้ชายของไม้ไหลออกมา เมฆมองอย่างสะเทือนใจ...ทิวาหัวเราะร่า สะใจกับเรื่องวันนี้ พันเทพอึดอัดใจ กลับมาบ้านรีบโทรศัพท์ถามลูกน้อง

“ตกลงไม้ลูกของไอ้เมฆเป็นยังไงมั่ง...ไม่เป็นอะไรก็ดี...วันหลังเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ ต้องบอกฉันเร็วกว่านี้ เข้าใจมั้ย ไม่ใช่ให้ฉันทะเล่อทะล่าเข้าไปในร้านที่ไม้ทำงานอยู่...สะกดรอยห่างๆ ก็พอ ถ้ามันมีท่าทีเรื่องไม้ตะพดวิญญาณเมื่อไหร่ รีบบอกฉัน” พันเทพวางสายแล้วเปิดลิ้นชักหยิบรูปถ่ายของไม้ออกมามองอย่างทอดถอนใจ...

วันรุ่งขึ้น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารบ้านไม้ดูอึดอัด เมฆรู้ว่าไม้นอนร้องไห้ทั้งคืน เขาสงสารลูกมาก จึงเอ่ยปากขึ้นว่า “ขอบใจมากนะลูก สำหรับเรื่องเมื่อคืน...ถ้าลูกอยากเรียนมวยกับลุงศร ก็ได้นะ”

สีหน้าไม้เปลี่ยนไปทันที เขาดีใจมาก ยกมือไหว้ขอบคุณพ่อก่อนจะวิ่งลิงโลดออกไป...ไม้วิ่งมาบอกข่าวดีที่โรงน้ำแข็งของศรนารายณ์ อบเชยดีใจจนออกนอกหน้า ไม่ทันไร สมุนของพันเทพเดินเข้ามาสี่คนจะเอาตัวศรนารายณ์ไปพบพันเทพที่บ้าน ศรนารายณ์ถามว่ามีอะไร สมุนตอบว่าอยากรู้ต้องไปถามเอง ศรนารายณ์ย้อนถามถ้าตนไม่ไป สมุนจะเอาตัวไปให้ได้ จึงเกิดการต่อสู้กัน ศรนารายณ์สู้ด้วยมือเปล่ายังเอาชนะสมุนทั้งสี่คนได้ แถมฝากไปบอกพันเทพว่าอยากพบตน ให้มาเชิญด้วยตัวเอง อบเชยสงสัยว่าพันเทพมีเรื่องอะไรถึงอยากพบพ่อของตน...

ด้วยความที่อยากรู้ จันทร์เอาหนังสือที่ไม้อ่านเรื่องราวของไม้ตะพดมาซักถามเจ้าอาวาสที่วัด เจ้า อาวาสเล่าว่า ได้ให้เณรคัดลอกเรื่องนี้จากต้นฉบับใบลาน เณรน่าจะรู้เรื่องราวนี้ดี จันทร์ดีใจแต่แล้วต้องผิดหวัง เพราะหลวงพ่อจำไม่ได้ว่าเณรรูปไหน ปีๆหนึ่งมีเณรบวชไม่ตํ่ากว่าร้อย

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.