ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้มหากาฬ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สารวัตรสิงหาสั่งลูกน้องแยกกันค้นหาหมวดณัฐชาจนเห็นเธอกำลังโรยตัวลงจากตึกไปกับนักสู้มหากาฬ ขณะเดียวกันเอมี่ก็รับคำสั่งจากบอสให้ยิงสารวัตรสิงหา แทนที่จะเป็นนักสู้มหากาฬกับหมวดณัฐชา!

เมื่อโดนกระหน่ำยิง สารวัตรสิงหาเข้าใจว่าเป็นฝีมือหมวดณัฐชาจึงสั่งลูกน้องตอบโต้และจับเธอให้ได้ ณัฐชาตะโกนลั่นว่าตนไม่ได้ยิง พลางถามนักสู้มหากาฬว่าพาใครมาด้วยหรือเปล่า เสียงปืนมาจากไหน นักสู้มหากาฬไม่ตอบแต่มองเห็นเอมี่เล็งปืนอยู่ตึกใกล้ๆ

“พอได้แล้ว เตรียมถอนกำลัง” เสียงบอสสั่งการผ่านโทรศัพท์...เอมี่ยังไม่หนำใจ ตอบกลับบอสไปว่าตนจะเก็บนักสู้มหากาฬ “ไม่! ปืนฆ่ามันไม่ได้ ให้ตำรวจจัดการกับมัน”

เอมี่ปฏิบัติตามคำสั่ง เธอลดปืนลงและเตรียมถอนกำลัง ขณะที่สารวัตรสิงหาพอเห็นเสียงปืนเงียบไปก็รีบสั่งการลูกน้อง

“ทุกคนฟังให้ดี คนร้ายขัดขืนการจับกุม ยิงได้เลย!”

ณัฐชากรี๊ดลั่นเมื่อมีกระสุนแฉลบผ่านไป นักสู้มหากาฬพลิกตัวหลบและพาเธอหนีห่ากระสุนเข้าไปในห้องหนึ่งก่อนจะวิ่งทะลุผ่านออกมาแล้วบอกให้หมวดสาวรีบไปหามาดามหลิว ส่วนเขาจะล่อพวกตำรวจให้เอง

ในที่สุดณัฐชาก็วิ่งกระหืดกระหอบมาที่รถของโทมัส แต่กลับพบว่าเจ้าตัวไม่อยู่บนรถ เธอเหลียวหน้าเหลียวหลังพร้อมกับร้องเรียก ทันใดโทมัสที่ลอกคราบนักสู้มหากาฬออกแล้วก็โผล่พรวดเข้ามาถึงตัวจนเธอสะดุ้งตกใจ ถามเขาว่าหายไปไหนมา ไหนว่าจะรออยู่ที่รถ

“เมื่อกี๊ผมได้ยินเสียงปืน ก็เลย...”

“เอาล่ะ ช่างเถอะ คุณรีบพาฉันหนีไปก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลัง”

ออกรถมาได้ครู่เดียว โทมัสก็ติดต่อชาญเพื่อบอกล่วงหน้าว่าตนกำลังพาณัฐชาไปที่บริษัท ปรากฏว่ามาดามหลิวไม่พอใจอย่างมากเมื่อรู้จากชาญ และทันทีที่โทมัสมาถึงพร้อมณัฐชา เธอจึงขอคุยกับเขาโดยมีชาญเดินตามไปด้วยสีหน้าหนักใจ

มาดามหลิวกับโทมัสทะเลาะกันอย่างรุนแรง ต่างฝ่ายต่างระเบิดอารมณ์ใส่กัน

“เธอช่วยพวกเราต่อกรกับพรายพิฆาต และตอนนี้เธอกำลังเดือดร้อน คุณจะให้ผมทิ้งเธอได้ยังไง”

“แน่ใจเหรอว่านั่นคือเหตุผลของเธอโทมัส ฉันจะบอกให้นะ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น แผนที่ผ่านมาเละไม่เป็นท่า ก็เพราะคนของเธอเป็นสายให้พรายพิฆาต”

“แต่เธอไม่ใช่สายของพวกมัน”

“อ๋อ แน่ล่ะ เธอไม่ใช่...อย่างเดียวที่เธอใช่ก็คือเพื่อนของใจทิพย์”

“เลิกพูดเรื่องนี้ซะที”

“กี่ครั้งแล้วที่เราต้องเสียเวลาไปกับผู้หญิงคนนี้ อย่างคราวก่อนตอนที่พรายพิฆาตบุกมาที่นี่ เธอมัวอยู่ที่ไหนเหรอโทมัส อยู่กับณัฐชา...ทุกครั้ง ทุกเวลา ทุกแผนการของเธอทำไมต้องเกี่ยวเนื่องกับหล่อน”

“ผมเชื่อใจเธอ”

“ไม่...เธอชอบแม่นั่นต่างหาก หล่อนทำให้เธอหายคิดถึงใจทิพย์เธอก็เลยอยากได้มาแทนที่ ฉันผิดเองที่เลือกเธอมาร่วมงาน ใจของเธอหมกมุ่นแต่เรื่องคนรักที่ตายจากไป”

“แล้วคุณล่ะ คุณดีกว่าผมตรงไหน คุณก็คิดแต่เรื่องแก้แค้นคิดถึงสามีกับลูกของคุณ จนลืมไปแล้วว่าชีวิตคนเป็นๆสำคัญกว่า”

“นิ้วไหนร้าย ฉันพร้อมจะตัดทิ้งเสมอ ถ้าณัฐ–

ชาก่อปัญหาเมื่อไหร่ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนแล้วกัน”

“ถ้าคุณแตะต้องเธอ เราขาดกันแน่!”

ชาญหน้าเสียเพราะไม่เคยมีใครกล้าต่อว่ามาดามหลิวขนาดนี้ “มาดาม...คุณโทมัส ผมว่าเราพอแค่นี้เถอะครับ”

ฤทธิ์กับมาดามหลิวมองหน้ากันอย่างโกรธกริ้วท้าทายจนชาญรู้สึกไม่สบายใจ

ooooooo

ขณะเดียวกันที่กองปราบ ราเมศ ไมตรี และปรีดากำลังโต้แย้งกับสิงหา...ราเมศยืนยันว่าหลังจากตนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าวิถีกระสุนไม่ได้มาจากหมวดณัฐชา แต่เป็นคนร้ายอีกคนที่อยู่บนอาคารฝั่งตรงข้าม

“แล้วไง คนร้ายอาจเป็นพวกเดียวกับนักสู้มหากาฬก็ได้”

“สารวัตร เชื่อพวกผมเถอะครับ งานนี้หมวดณัฐชาต้องถูกใส่ร้ายแน่”

“จริงด้วยครับสารวัตร อยู่ดีๆหมวดณัฐชาคงไม่ไปฆ่าไอ้มาวินแบบนั้นหรอกครับ มันเป็นไปไม่ได้”

หมู่กับจ่าร่วมด้วยช่วยกันยืนยันแต่สารวัตรสิงหาก็ยังค้านหัวชนฝา “แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันว่าหมวดณัฐชาคือฆาตกร แล้วไหนจะเรื่องเงินในบัญชีของเธออีก ถ้าพวกคุณอยากช่วยเธอล่ะก็ ผมขอแนะนำว่าให้ช่วยจับเธอดีกว่า ไม่อย่างนั้นเธออาจโดนวิสามัญก็ได้”

ผู้กองราเมศนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย...แล้วทั้งสามคนก็ถอยไปตั้งหลักในห้องทำงาน วิพากษ์วิจารณ์กันไม่จบสิ้น

“ไม่มีเหตุผลเลยนะครับผู้กอง ถ้าพรายพิฆาตจ้างหมวดณัฐชาให้ฆ่าปิดปากไอ้มาวิน แล้วเธอจะหนีไปกับนักสู้มหากาฬได้ยังไง”

“หรือว่านักสู้มหากาฬเป็นคนจ่ายเงินให้เธอ”

“ไม่มีทางหรอกครับ นักสู้มหากาฬเป็นมือสังหารทำไมต้องจ้างคนอื่นมาทำงานให้”

“นั่นสิครับ ผมว่าเหตุการณ์มันดูแปลกๆยังไงชอบกล ระดับหมวดณัฐชาถ้าจะก่อเหตุทั้งทีมันไม่น่าโจ่งครึ่มขนาดนี้เลยนะครับ”

“บางทีสารวัตรสิงหาอาจจะพูดถูก เราต้องรีบจับเธอ”

“ผู้กองกลัวหมวดจะถูกวิสามัญเหรอครับ”

“ผมกลัวว่าคนร้ายตัวจริงจะฆ่าปิดปากเธอต่างหาก”

คำพูดของผู้กองราเมศทำเอาจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาหน้าซีดหน้าเสียไปตามกัน...ยามนั้น ณัฐชาอยู่ภายในห้องรับรองของบริษัทมาดามหลิว ท่าทีเจ้าของสถานที่มึนตึงกับเธอมาก กำชับว่าที่นี่เป็นเขตหวงห้ามสำหรับคนนอก ถ้าต้องการอะไรให้ใช้โทรศัพท์ อย่าเดินเพ่นพ่านตามอำเภอใจ ณัฐชารับทราบด้วยความสงสัย แอบบ่นลับหลังว่าเข้มงวดยิ่งกว่าค่ายทหารซะอีก หรือว่าที่นี่จะซ่อนอะไรเอาไว้

อีกมุมหนึ่งในบริษัท ฤทธิ์กำลังปรับทุกข์กับชาญด้วยเรื่องที่มีปากเสียงกับมาดามหลิวเมื่อสักครู่

“คุณว่าผมผิดรึเปล่า เรื่องที่ทะเลาะกับมาดาม”

“มาดามเป็นคนมีเหตุผล เธอเป็นห่วงว่าแผนการจะมีปัญหาเพราะหมวดณัฐชา”

“เธออยากแก้แค้น ผมก็เหมือนกัน แต่เธอควรจะแคร์ชีวิตคนอื่นบ้าง”

“ผมก็ไม่ได้อยากจะเข้าข้างเธอหรอกนะคุณโทมัส แต่คุณไม่รู้สึกบ้างเหรอว่าตัวคุณห่วงใยณัฐชาเป็นพิเศษ”

“แม้แต่คุณก็คิดว่าผมชอบเธองั้นเหรอ”

“ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะหลอกตัวเองรึเปล่า แต่ผมว่าลึกๆแล้วคุณต้องการเธอ”

ฤทธิ์นิ่งเงียบไปเหมือนจำนน...ส่วนณัฐชากำลังจะไขข้อข้องใจของตัวเองด้วยการแอบตามหน้าหน้าที่คนหนึ่งไปถึงห้องทำลอง แล้วรอจนกระทั่งเขากลับออกไปก่อนค่อยเริ่มสำรวจตรวจตรา โดยไม่รู้เลยว่าโซเฟียจับจ้องมองเธอจากกล้องวงจรปิดอยู่อีกห้อง

“ว้าว...อย่างกับหนังอวกาศ นี่ห้องทดลองส่วนตัวเหรอเนี่ย” ณัฐชาพึมพำพลางสำรวจทุกสิ่งรอบตัวเพื่อดูว่ามาดามหลิวค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องอะไร แล้วก็เจอคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง เธอลองเลื่อนเม้าส์ดูและพบว่ามันล็อกรหัสผ่านเอาไว้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเธอ

หมวดสาวลงมือเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์อยู่ครู่เดียวก็สำเร็จลุล่วงแล้วเปิดดูข้อมูลที่อยู่ข้างใน

“กลุ่มทดสอบยูนิตที่ห้า ลดค่าการกลายพันธุ์ที่เกิดจากไดออกซีน...ไดออกซีน สารตั้งต้นของน้ำตามัจจุราช มาดามหลิวจะค้นคว้าเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร”

ณัฐชาลองเปิดดูข้อมูลในแฟ้มถัดไปก่อนจะชะงักเมื่อพบว่ามันเป็นภาพร่างในการออกแบบเสื้อเกราะและอาวุธของนักสู้มหากาฬ เธอเริ่มเอะใจบางอย่างแต่ยังไม่ทันทำอะไรต่อ โซเฟียผลักประตูเข้ามาเสียก่อน ณัฐชารีบปิดภาพที่คอมพิวเตอร์ทันที

“ผู้หมวด...คุณเข้ามาในนี้ทำไม”

“อ๋อ พอดีฉันเบื่อๆน่ะ ก็เลยว่าจะหาเกมเล่นซะหน่อย”

“ห้องแล็บนี่เข้าออกได้เฉพาะพนักงาน กรุณากลับไปที่ห้องของคุณเดี๋ยวนี้”

ณัฐชาฝืนยิ้มอย่างเกรงๆ พอกลับออกมาก็รำพึงด้วยความสงสัย “ทำไมในคอมพิวเตอร์ถึงมีภาพร่างชุดเกราะของนักสู้มหากาฬหรือว่า...นักสู้มหากาฬจะอยู่ที่นี่!!”

ooooooo

นำชัยถูกควบคุมตัวไว้ในเมมเบอร์คลับของพรายพิฆาตสองสามวันแล้วแต่บอสเพิ่งโผล่มาเผชิญหน้าโดยมีไอ้ยักษ์เป็นผู้นำพา

“ไอ้ทรยศ แกต้องตาย!” บอสกระชากคอนำชัยจนตัวลอยจากพื้น

“เอาเลยบอส...ฆ่าผมเลย แต่ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผมหรือว่าลูกสาวผมล่ะก็ สายของผมจะส่งหลักฐานให้ตำรวจทันที”

“หลักฐานอะไรของแกวะไอ้เฒ่า”

“การฟอกเงินของพรายพิฆาตทั้งหมด คุณให้ผมเป็นคนจัดการ ลองคิดดูสิ ถ้าตำรวจได้ข้อมูลนี้ไปเมื่อไหร่ จะมีใครบ้างที่เดือดร้อน สาวกของพรายพิฆาตทั้งหมดที่โอนเงินให้คุณจะต้องเข้าตะราง”

“กล้าดียังไงมาขู่ฉัน”

“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ถ้ากูตาย มึงก็อย่าอยู่เลย!”

บอสชะงัก...แม้แต่ไอ้ยักษ์ยังอึ้งเมื่อเห็นนำชัยเอาจริง แล้วพอกลับออกมาด้วยกัน ยักษ์ก็ถามความเห็นบอสว่าจะเอายังไงดี บอสสั่งให้ใช้ไม้นวมกับนำชัยไปก่อน ไว้เจอหลักฐานเมื่อไหร่ค่อยจัดการมัน!

ด้านไอริณเป็นห่วงทั้งนำชัยที่หายตัวไปและณัฐชาที่เพิ่งตกเป็นผู้ต้องหาฆ่ามาวิน วันนี้เธอเดินทางมาที่กองปราบพร้อมกับสุชาติลูกน้องคนสนิทของนำชัย ไอริณรับปากผู้กองราเมศที่ต้องการให้ช่วยกล่อมณัฐชา ถ้าเธอติดต่อมาเมื่อไหร่จะให้รีบมอบตัว

“ขอบคุณมากครับคุณไอริณ เออ แล้วนี่ท่านนำชัยยังไม่กลับมาอีกเหรอครับ”

“กลับมา?” ไอริณขมวดคิ้วอย่างงงๆ

“ก็เห็นคุณสุชาติบอกว่าท่านทำธุระที่ต่างประเทศ”

ไอริณเหลือบมองมาที่สุชาติซึ่งออกอาการอึกอักไม่แน่ใจว่าตนพูดอะไรผิดไปหรือไม่ หญิงสาวจึงตามน้ำไปก่อน “อ๋อค่ะ ท่านไปหาเพื่อน อีกไม่นานคงกลับ”

ราเมศพยักหน้า แต่ลึกๆแล้วดูออกว่าไอริณกับสุชาติมีพิรุธ...เมื่อพากันกลับออกมาขึ้นรถ สุชาติเปรยกับไอริณอย่างหนักใจ

“ท่าทางเราคงปิดข่าวได้อีกไม่นาน ตอนนี้ใครๆก็ถามหาท่านนำชัยกันให้วุ่นไปหมด บอกผมมาเถอะครับคุณไอริณ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

“คุณสุชาติ คุณทำงานกับคุณพ่อมานานรึยัง”

“เกือบสิบปีแล้วครับ”

“แล้วถ้าฉันบอกว่าท่านติดต่อกับพรายพิฆาตล่ะ คุณจะว่ายังไง”

“ผมนึกอยู่แล้วเชียวว่ามันต้องเป็นแบบนี้ นี่แปลว่าท่านมีปัญหากับพวกมันใช่รึเปล่าครับ”

“ฉันบอกเรื่องนี้กับตำรวจไม่ได้ แต่ฉันวางแผนไว้แล้วว่าจะช่วยท่านยังไง”

หลังจากตกลงอะไรกันบางอย่างแล้วสุชาติก็ขับรถพาไอริณออกจากกองปราบ จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาซุ่มอยู่บนรถอีกคันรีบสะกิดกันให้สะกดรอยไปตามคำสั่งของผู้กองราเมศที่เชื่อเซ้นส์ตัวเองว่าไอริณน่าจะไปหาณัฐชา

แล้วก็เป็นจริงเสียด้วย ไอริณไปพบณัฐชากับโทมัสที่บริษัทมาดามหลิวโดยให้สุชาติจอดรถรออยู่หน้าบริษัท...ทั้งสามคนนั่งคุยกันด้วยเรื่องท่านนำชัยซึ่งไอริณมั่นใจว่าพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่ แล้วที่สำคัญท่านต้องรู้ความลับอะไรบางอย่างของพวกมัน เธอถึงได้อยู่รอดปลอดภัยแบบนี้

“เราต้องสืบให้ได้ว่าพวกมันซ่อนคุณลุงไว้ที่ไหน จากนั้นก็ค่อยประสานงานกับตำรวจ”

“ถึงขั้นนี้คุณยังเชื่อใจตำรวจอีกเหรอผู้หมวด” โทมัสแทรกขึ้นมาทำเอาณัฐชาชะงักก่อนย้อนถามเขาว่า หมายความว่ายังไง “ก็ตอนที่บุกถล่มโรงงานคราวก่อนคุณก็เห็นแล้วนี่ พวกมันจะวางกับดักล่วงหน้าได้ยังไงถ้าไม่มีสายข่าว”

“นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” ณัฐชาตั้งคำถามอย่างจับผิด

“หนังสือพิมพ์ลงข่าวโครมๆ ทำไมผมจะไม่รู้ แล้วอีกอย่างนึงนะตอนนี้คุณเป็นผู้ต้องหาหนีคดี คุณคิดว่าจะมีตำรวจหน้าไหนยอมส่งกำลังมาช่วยคุณอีกเหรอ”

“ฉันว่าคุณโทมัสพูดถูกนะณัฐชา เรื่องนี้เราต้องจัดการกันเอง”

“ก็ได้ ฉันลงมือเอง”

“ผมไปด้วย”

“เกี่ยวอะไรกับนาย”

“ก็ผมรับปากคุณไอริณเอาไว้ว่าจะช่วย ลูกผู้ชายอย่างผมพูดแล้วไม่คืนคำนะคุณ”

ณัฐชาย่นหน้ารำคาญ ขณะที่ไอริณยิ้มปลื้มในน้ำใจของโทมัส ณัฐชาเห็นแล้วหงุดหงิดในใจ อดบ่นเพื่อนสาวไม่ได้ขณะเดินออกมาส่งตรงหน้าลิฟต์ ว่าทำไมต้องพึ่งนายโทมัสด้วย

“ก็เธอไม่อยู่ฉันไม่รู้จะพึ่งใครนี่ ผู้กองราเมศก็หายหน้าไป อีกอย่าง...ฉันเชื่อใจคุณโทมัส”

“ท่าทางเธอคงชอบเขามาก”

“เธอสงสัยอะไร”

“ก็จะได้รู้ว่าผู้กองราเมศตกรอบแน่นอนแล้ว”

“ผู้กองราเมศเหมาะกับเธอนะ เชื่อฉันสิ”

ณัฐชายิ้มรับกร่อยๆ ในใจเธอตอนนี้ไม่ได้มีผู้กองราเมศอีกแล้ว...ทางด้านสุชาติที่นั่งรอไอริณอยู่ในรถหน้าบริษัท เขาดูนาฬิกาข้อมืออย่างกระวนกระวาย ขณะเดียวกันไมตรีกับปรีดาก็ยังซุ่มจับตามองตลอดเวลา พอสุชาติหันมาเพ่งเล็ง ทั้งคู่ก็ทำทีเป็นคู่เกย์กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันเพื่อเบนความสนใจของเขา...

ค่ำคืนนั้นเอง ภายในห้องดับจิตเงียบสงัด จู่ๆก็มีเสียงดังโครมครามจนยามต้องรีบรุดมาและพบว่าตู้เก็บศพตู้หนึ่งมีรอยบุบเหมือนถูกกระทุ้งจากข้างในจึงลองเปิดออก พลันสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นศพมาวินลืมตาขึ้นก่อนจะตะปบคอเขาอย่างรวดเร็วพร้อมคำรามราวกับอสูรร้าย!

แค่เพียงข้ามคืน ราเมศก็มารายงานเรื่องนี้ให้สิงหารับทราบ “มีพยานเห็นมาวินหนีออกไปจากโรงพยาบาล แต่สภาพร่างกายของเขาดูไม่ค่อยปกติสักเท่าไหร่”

“ไม่น่าเป็นไปได้ ผมเห็นศพมันกับตา คนตายไปแล้วจะคืนชีพขึ้นมาได้ยังไง”

“ไม่ยากหรอกครับสารวัตร ถ้ามีพรายพิฆาตอยู่เบื้องหลัง”

สิงหานิ่วหน้าด้วยความหนักใจ...เช่นเดียวกับพวกเอมี่ที่เพิ่งทราบข่าวนี้ขณะรวมตัวกันอยู่ในเมมเบอร์คลับ ทุกคนรู้ว่ามาวินฟื้นแล้ว และบอสก็มีคำสั่งให้ลุงโจกับวัฒน์ไปลากคอมันกลับมาที่นี่

“มันฟื้นเพราะน้ำตามัจจุราชแล้วฉันจะจัดการมันได้ยังไง” ลุงโจตั้งคำถาม

“เรื่องนั้นบอสมีวิธี” เอมี่ยิ้มเหี้ยมพร้อมกับยื่นกระบองไฟฟ้าให้วัฒน์ “แปดหมื่นโวลต์ สำหรับไอ้มาวินโดยเฉพาะ”

ขณะที่วัฒน์กับลุงโจเตรียมตัวไปล่าผีดิบมาวิน... มาดามหลิวก็กำลังมอบหมายภารกิจสำคัญให้โซเฟียอยู่เหมือนกัน หลังจากโซเฟียมารายงานว่าณัฐชาแอบเปิดดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และคาดว่าเธอคงเห็นแฟ้มการค้นคว้าเกี่ยวกับน้ำตามัจจุราชกับภาพร่างชุดเกราะของโทมัสบางส่วน...ด้านณัฐชาก็ต้องการคำตอบบางอย่างให้ตัวเอง เธอแอบเข้าไปในห้องโทมัสแล้วคว้าของมีคมจะแทงเขาขณะนอนหลับ

โชคดีที่โทมัสลืมตาขึ้นมาเห็น เขารวบมือเธอไว้แน่นและซักถามจนได้ความว่าเธอต้องการแทงเขาเพื่อพิสูจน์ว่าเขาคือนักสู้มหากาฬหรือเปล่า ถ้าใช่เลือดของเขาต้องไม่ใช่สีแดง

“นี่ผู้หมวด คุณฟังผมก่อน ตอนนี้เราอยู่เรือลำเดียวกัน สิ่งที่เราต้องทำคือช่วยกัน ไม่ใช่ล้วงความลับกันเองแบบนี้”

“ฉันเป็นตำรวจ การสืบคดีมันเป็นหน้าที่ของฉัน”

“แต่ผมเป็นเพื่อน เป็นคนที่ช่วยคุณเอาไว้ ถึงมันไม่มีความหมายกับคุณ แต่คุณก็น่าจะเห็นใจผมบ้างที่โดนคุณหักหลัง” ณัฐชาฟังแล้วอึ้งไปก่อนจะได้สติขอโทษเขาเสียงแผ่ว “ผมรู้ว่าคุณมีเรื่องสงสัยมากมาย เสร็จงานนี้เมื่อไหร่ผมจะบอกความจริงกับคุณ...ผมสัญญา”

ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าขณะนั้นโซเฟียกำลังลอบฟังการสนทนาผ่านทางประตูที่เปิดแง้มไว้ แววตาของเธอเข้มดุบ่งบอกว่าไม่ปรารถนาดีกับทั้งคู่เท่าไหร่นัก!

ส่วนที่กองปราบ ไมตรีกับปรีดากำลังรายงานราเมศว่าเมื่อคืนไอริณไปที่บริษัทมาดามหลิว ซึ่งไมตรีเดาว่าเธออาจไปหาโทมัสเพราะสองคนนี้เหมือนกุ๊กกิ๊กกันอยู่ แต่ราเมศแน่ใจว่าไม่ใช่เรื่องนั้น บางทีณัฐชาอาจจะซ่อนตัวอยู่ที่นั่นก็ได้ หรือไม่ไอริณก็อาจจะมีแผนอย่างอื่น!

ooooooo

มาวินกลับมาที่รังของตนในสภาพผีดิบกัดกินของสดของคาวในครัวอย่างตะกละตะกลามแถมยังจะทำร้ายสมุนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ไอ้แหลมลูกน้องคนสนิท

แหลมกับสมุนวิ่งหนีตายกันอลหม่านออกไปข้างนอก โดยไม่มีใครสนใจวัฒน์กับลุงโจที่เดินสวนเข้ามา มาวินคำรามอย่างดุดันแล้วพุ่งเข้าเล่นงานคนทั้งคู่ แต่ก็โดนลุงโจยิงด้วยปืนลูกซองยาวจนกระสุนหมดแม็ก ตามด้วยดาบซามูไรของวัฒน์ แต่ทว่าอาวุธทั้งสองอย่างไม่สามารถจัดการมันได้ วัฒน์เลยต้องงัดกระบองไฟฟ้าออกมาทะลวงเข้าที่คอของมัน ปรากฏว่าได้ผลชะงัด ร่างมันกระตุกพร้อมกับคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด...

วันเดียวกัน โทมัสกับณัฐชาพรางตัวมาดูลาดเลาหน้าเมมเบอร์คลับที่โทมัสเคยเห็นนามบัตรคลับแห่งนี้ในห้องทำงานของนำชัย จึงคิดว่าที่นี่เป็นรังของพรายพิฆาต ที่สำคัญนำชัยอาจถูกกักขังอยู่ข้างใน ซึ่งไอริณต้องเป็นคนหาคำตอบเรื่องนี้

ไอริณวางแผนล้วงความลับจากกรณ์ด้วยการใช้เสน่ห์ยั่วยวนให้เขาตายใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งความจริงว่าพ่อของเธอถูกขังอยู่ที่ไหน กรณ์พอใจรูปร่างหน้าตาของเธออยู่เป็นทุนจึงเสนอข้อแลกเปลี่ยนด้วยการบอกสิ่งที่เธออยากรู้และจะช่วยให้เธอได้พบท่านนำชัยด้วยถ้าเธอรับปากว่าจะตอบแทนเขาเป็นพิเศษ ไอริณเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตอบตกลงไปก่อนทั้งที่ไม่เคยพิศวาสเขาเลยสักนิด

เมื่อชาญได้รับการยืนยันจากไอริณว่านำชัยอยู่ที่เมมเบอร์คลับนั่นจริงๆ ก็รีบส่งข่าวต่อไปยังโทมัสและวางแผนกันดิบดีเพื่อชิงตัวนำชัยออกมา โดยมีณัฐชาร่วมด้วยช่วยกันจนสามารถเข้าไปข้างในได้ทั้งที่มีกฎกติกาเข้มงวดเหลือเกิน ฝ่ายมาดามหลิวที่จับตาโทมัสตลอดเวลา พอรู้ว่าเขากับณัฐชาไปไหนก็สั่งโซเฟียให้ฉวยโอกาสนี้ปฏิบัติภารกิจที่มอบหมายไว้เมื่อวันก่อน

ชาญคอยช่วยเหลือส่งสัญญาณความเคลื่อนไหวของผู้คนภายในคลับอยู่ด้านนอกโดยผ่านช่องทางเทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่ว่าโทมัสกับณัฐชาเดินไปทางไหนจึงอยู่ในสายตาของเขาตลอด แล้วอีกไม่นาน

กรณ์กับไอริณก็มาถึง โดยทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าถูกจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาติดตามมาห่างๆ พร้อมกันนั้นลุงโจกับวัฒน์ก็กำลังพาผีดิบมาวินที่ถูกน็อกด้วยกระบองไฟฟ้ามุ่งหน้ามาที่นี่ด้วยเหมือนกัน

กรณ์พาไอริณเข้าไปพบนำชัยในห้องขัง เป็นเวลาที่ณัฐชาเริ่มปฏิบัติการเก็บสมุนพรายพิฆาตทีละคนอย่างเงียบๆ ส่วนโทมัสจัดการดับไฟในห้องโถงใหญ่ที่แขกผู้มาใช้บริการกำลังมัวเมากับอบายมุขอย่างสนุกสุดเหวี่ยงก่อนจะมาสมทบกับณัฐชาที่พบเห็นแล้วว่าที่ชั้นใต้ดินเป็นโรงงานของพรายพิฆาต

เสียงระเบิดดังตูมในห้องใต้ดินยิ่งทำให้ผู้คนแตกตื่นตกใจ ขนาดจ่ากับหมู่ที่ซุ่มอยู่ด้านนอกยังได้ยิน ทั้งคู่รีบรายงานไปยังผู้กองราเมศ ปรากฏว่าหัวหน้าไม่ให้ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะกลัวหน้าแตกเหมือนคราวก่อน ให้ตรวจสอบจนแน่ใจก่อนแล้วค่อยโทร.มารายงานอีกที

มุมหนึ่งในคลับ ลุงโจกับวัฒน์รีบมาสมทบกับเอมี่ ยักษ์ และกรณ์ ทุกคนลงความเห็นว่ามีคนวางระเบิด

โรงงาน และถ้านักสู้มหากาฬโผล่มา กรณ์จะให้ลุงโจปลุกผีดิบมาวินขึ้นมาจัดการ แต่ตอนนี้ให้ใช้นักรบพรายพิฆาตไปก่อน ต้องจับตัวผู้บุกรุกมาให้ได้!

นำชัยกับไอริณอยู่ในห้องขัง รับรู้แล้วว่าณัฐชา

กับโทมัสกำลังเข้ามาช่วย เอมี่เฝ้าอยู่หน้าห้องได้ยินเสียงปืนแว่วมาเป็นระยะก็เริ่มเป็นกังวล ทันใดนั้นเองกรณ์วิทยุมาบอกเธอว่าเป้าหมายของผู้บุกรุกต้องเป็นท่านนำชัยแน่นอน เอมี่จึงย้อนถามว่าจะให้ตนจัดการยังไง

“ปิดตายห้องขัง อย่าให้มันพาเชลยหนีไปเด็ดขาด”

เอมี่ปิดประตูแล้วกระหน่ำยิงใส่แผงควบคุมจนระเบิด ไอริณรีบผละไปดูอย่างตกใจ

“จะทำอะไรน่ะ ฉันยังอยู่ในนี้นะ ปล่อยฉันออกไป” ไอริณตะโกนลั่น แต่เอมี่หาได้สนใจ แถมส่งจูบเย้ยหยันให้เสียด้วย!

ด้านกรณ์เห็นท่าไม่ดีรีบวิทยุสั่งการลุงโจเตรียมปลุกมาวินแล้วอย่าลืมอุปกรณ์ที่บอสเตรียมไว้สำหรับมันด้วย...ไม่ช้าลุงโจก็เอาปลอกคอโลหะสวมที่คอมาวิน ก่อนจะปิดวาล์วแก๊สยาสลบ พลันมาวินก็เริ่มลืมตาโพลง พร้อมรับคำสั่ง

ฤทธิ์ยิงต่อสู้กับนักรบพรายพิฆาตหูดับตับไหม้จนที่สุดก็ทะลวงเข้ามาถึงห้องด้านในที่พวกกรณ์รวมตัวกันอยู่ แสงสลัวภายในทำให้พวกเขาไม่แน่ใจว่าใครคือผู้บุกรุก รู้แต่ว่ามันฝีมือไม่ธรรมดา กรณ์ตัดสินใจตะโกนออกไป

“ฤทธิ์ ราวี นั่นแกใช่รึเปล่าเพื่อน นี่ฉันเอง ไอ้กรณ์”

แทนคำตอบ ฤทธิ์กราดยิงใส่ต้นเสียงอีกหลายนัดอย่างดุดัน

“หมดเวลาของแกแล้วไอ้กรณ์ วันนี้ฉันจะปิดบัญชีแค้นซะที”

“โธ่เอ๊ย ก็ฉันบอกแล้วไงว่าบอสเป็นคนสั่งการทั้งหมด”

“บอสตายแน่ แต่คิวของพวกแกต้องมาก่อน”

กรณ์มองหน้ายักษ์และวัฒน์ ยักษ์ยังนิ่งๆ แต่วัฒน์พยักหน้าเพราะอยากลุยเต็มแก่ กรณ์เดินนำยักษ์และวัฒน์ออกจากที่กำบัง ขณะที่ฤทธิ์ก็โผล่มาจากที่ซ่อนเช่นกัน

“อ้าว...วันนี้ไม่สวมเครื่องแบบเหรอ นักสู้มหากาฬ”

“วันนี้วันตายของพวกแก ฉันเลยไว้ทุกข์ให้”

กรณ์แค่นยิ้ม บรรยากาศค่อยๆเงียบลง และคาดไม่ถึงว่ากรณ์จะโยนปืนในมือของตนทิ้งไป เล่นเอายักษ์กับวัฒน์หน้าตาตื่น

“ระยะห่างปืนจะทำอะไรแกได้ ฉันว่าเรามารื้อฟื้นความหลังกันดีกว่า” กรณ์ว่าพลางชักมีดพกออกมา “เอาแบบใกล้ชิดสนิทสนม ถึงเลือดถึงเนื้อ”

วัฒน์กับยักษ์มองหน้ากันก่อนจะทิ้งปืนตามเจ้านาย...แล้วยักษ์ก็คว้ามีดสปาต้าของตน ขณะที่วัฒน์ชักดาบซามูไร

“นี่เป็นคำท้าของอดีตเพื่อนรักเชียวนะโว้ย ไอ้ฤทธิ์” กรณ์ตะโกน

ฤทธิ์ทิ้งปืนของตน และหยิบมีดพกจากศพ

ของนักรบพรายพิฆาตขึ้นมาควงพร้อมกับเปล่งเสียงอาฆาตแค้น

“แบบเดียวกับที่พวกแกเคยทำกับฉัน เข้ามาเลย”

กรณ์ยิ้มรับแล้วมองไปที่วัฒน์กับยักษ์ ส่งซิกให้พวกมันลงมือก่อน วัฒน์จึงควงดาบซามูไรเข้าห่ำหั่นฤทธิ์ทันที ฤทธิ์ใช้มีดรับเพลงดาบของวัฒน์ได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนที่ห้องขัง ไอริณพยายามเปิดประตูแต่ไม่สำเร็จ เธอหันมาบอกนำชัยว่า ท่าทางพวกมันจะปิดตายแล้วจริงๆ

“พรายพิฆาต มันโหดผิดมนุษย์มนา พ่อผิดเองที่มายุ่งเกี่ยวกับพวกมัน”

นำชัยมองไอริณด้วยความเวทนา ก่อนจะถอดสร้อยพระที่ห้อยคอออกแล้วยัดใส่มือเธอ

“ฟังพ่อให้ดีนะไอริณ เก็บพระนี่ไว้ให้ดีแล้วเอาไปมอบให้ณัฐชา”

“พระนี่มีอะไรซ่อนอยู่เหรอคะ”

นำชัยพยักหน้าก่อนกระซิบบอกบางอย่างเพิ่มเติมกับลูกสาว...เวลานั้นที่หน้าห้อง เอมี่ได้ยินเสียงแปลกๆก็ยกปืนขึ้นเล็งอย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นฝ้าช่องระบายอากาศก็ร่วงลงมาที่พื้น ก่อนณัฐชาจะโดดลงมาหาเอมี่

และปัดปืนทิ้งไปอย่างรวดเร็ว แล้วชักปืนตัวเองออกมาแต่เอมี่ก็ปลดทิ้งไปได้เช่นกัน

“เจอกันอีกจนได้ยัยตัวแสบ”

“คุณตำรวจ!”

สองสาวสบตากันก่อนจะเปิดฉากปะทะกำปั้นอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ไอริณชะเง้อดูเหตุการณ์ผ่านทางช่องกระจกของประตูแล้วหันมาบอกนำชัย

“พ่อคะ ณัฐชามาช่วยเราแล้ว”

นำชัยลุ้นระทึกว่าจะรอดตายหรือไม่!! เช่นเดียวกันชาญที่จอดรถอยู่ด้านนอกคลับกำลังดูภาพเหตุการณ์จากจุดต่างๆผ่านทางคอมพิวเตอร์อย่างจดจ่อ

“เร็วๆหน่อยสิ เดี๋ยวก็หมดเวลากันพอดี”

ระหว่างที่ชาญบ่นอยู่นั้นก็มีนักรบพรายพิฆาตกลุ่มหนึ่งลาดตระเวนมาเจอรถของเขา พวกมันยกปืนเล็งแล้วย่องไปหาอย่างเงียบเชียบ!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.1 อุบัติเหตุคืนพระจันทร์แดง เปลี่ยนชะตาชีวิตของ วัท และ เตช

แค้นรักสลับชะตา EP.1 อุบัติเหตุคืนพระจันทร์แดง เปลี่ยนชะตาชีวิตของ วัท และ เตช
12 มิ.ย 2564

02:37 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 11:27 น.