ตอนที่ 14
ต่อหน้าฤทธิ์...ณัฐชาไม่กล้าต่อว่าหรือโต้เถียงกับโซเฟีย แต่พอกลับออกมานอกห้องก็ทนไม่ไหวระเบิดความขุ่นมัวออกมาด้วยความเป็นห่วงฤทธิ์เหลือเกิน
“คุณแน่ใจเหรอว่าวิธีของคุณจะได้ผล”
“ฉันไม่รู้”
“แต่เขาอาจถึงตายก็ได้นะ”
“ยังไงเขาก็ต้องตายอยู่ดี คุณจะกลัวทำไม”
“ถ้านี่เป็นคนที่คุณรัก คุณจะกล้าพูดแบบนี้รึเปล่า”
“ผู้หมวด...มาดามหลิวเพิ่งถูกฆ่า ตอนนี้ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับวิธีของฉันก็เชิญไปห้ามเขาได้เลย แต่ฉันไม่เปลี่ยนใจแน่”
ณัฐชามองหน้าโซเฟียอย่างไม่พอใจ แต่ก็ทราบดีว่าเธอต้องการแก้แค้นให้มาดามหลิว เพราะถ้าการใช้น้ำตามัจจุราชครั้งนี้สำเร็จ ฤทธิ์ต้องร่วมมือกับเธอแน่!
ส่วนฤทธิ์ที่อยู่ในห้องลำพังคนเดียวยังนั่งมองน้ำตามัจจุราชในมืออย่างเตรียมใจ และคิดถึงครั้งหนึ่งเคยตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่าทำไมมาดามหลิวถึงไม่ลองใช้ของสิ่งนี้เพื่อทำให้ตัวเองเดินได้อีกครั้ง
“ถึงน้ำตามัจจุราชจะถูกพัฒนาไปแค่ไหน แต่ผลลัพธ์ของมันก็ยังไม่ได้สมบูรณ์เต็มร้อย การกลายพันธุ์อาจเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี”
นั่นคือคำตอบของมาดามหลิวที่ฤทธิ์ยังจำได้แม่น และในวันนั้นเขาก็ถามเธอด้วยว่า...
“เหตุผลของคุณมีแค่นี้เองเหรอ”
“สามีกับลูกของฉันต้องถูกฆ่าตายก็เพราะฉันไม่ยอมช่วยพรายพิฆาตผลิตเจ้าสิ่งนี้ ฉันไม่มีวันยอมรับมันเด็ดขาด...ฉันไม่เหมือนเธอฤทธิ์ราวี เธอเกิดมาเพื่อฉัน เธอเป็นคนแรกและคนเดียวที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ทั้งๆ
ที่น้ำตามัจจุราชยังพัฒนาไม่เต็มที่ บางที...มันอาจเป็น โชคชะตาของเธอก็ได้”
ฤทธิ์ประมวลคำพูดของมาดามหลิวแล้วรำพึงออกมา “โชคชะตาที่จะต้องตายและเกิดใหม่อีกครั้ง” ว่าแล้วก็ตัดสินใจจ่อเข็มฉีดยาลงที่ต้นแขนเพื่อฉีดน้ำตามัจจุราชเข้าสู่ร่างกาย แต่ฉับพลันก็วางมันลง...เขายังไม่พร้อม มีบางอย่างที่ต้องทำเสียก่อน...
ณัฐชาตกใจที่จู่ๆฤทธิ์ก็วิ่งออกมาสวมกอดเธอแน่น
“ถ้าผมตายหรือว่าเกิดอะไรขึ้น ผมอยากให้คุณรู้เอาไว้ ถ้าชีวิตผมมีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ผมอยากให้คุณอยู่กับผม...ผมรู้ว่ามันสายเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ที่ผ่านมาผมรู้สึกดีกับคุณมาตลอด ทุกวินาทีที่คุณอยู่เคียงข้างผม”
หมวดสาวฟังแล้วอึ้งงันไป ภาพเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับผู้ชายคนนี้ผุดพรายขึ้นมาอย่างชัดเจน...เธอกอดตอบเขาด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ
“มันยังไม่สายเกิน...ถ้าคุณรับปากฉันว่าคุณจะต้องไม่ตาย ฉันจะรอคุณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะรอ
ชีวิตใหม่ของคุณ เราจะเริ่มต้นทุกอย่างด้วยกัน”
กำลังใจจากณัฐชาทำให้ฤทธิ์พยักหน้าอย่างฮึดสู้ โดยไม่รู้ว่าลึกๆแล้วเธอใจหายมากแค่ไหน หากการเสี่ยงครั้งนี้ล้มเหลว เธอจะอยู่ได้อย่างไร?
ooooooo
ที่กองปราบ ปรีดากับไมตรีกำลังรายงานเมธาเรื่องบริษัทบลูฟินิกซ์ถูกวางระเบิดยกชั้น แต่ยังไม่พบศพมาดามหลิวกับคนสนิท แต่คิดว่าคงเสียชีวิตอยู่ข้างใน
“ท่าทางคงเป็นฝีมือของพรายพิฆาตอีกตามเคยครับ เพราะยามบอกว่าคนร้ายมันแปลงร่างได้ เหมือนกับที่เราเจอเลยครับ”
“ฆ่ามาดามหลิว ขโมยแผนที่เซฟเฮาส์ของเรา หรือว่าสองเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกัน...จริงด้วยสิ แล้วตอนนี้ติดต่อหมวดณัฐชาได้หรือยัง”
“ปิดโทรศัพท์มือถือหายเงียบไปเลยครับโทร.ไปที่คอนโดฯ ก็ไม่มีคนรับสาย อ้อ แล้วหมอนั่นก็หายตัวไปเหมือนกันครับ”
“ใคร?” เมธาถามเสียงเข้ม...ขณะที่สารวัตรสิงหาซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าก็มีท่าทีตื่นตัว
“นายโทมัส คู่ปรับของหมวดไงครับ ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน”
ฟังการรายงานจากจ่าและหมู่แล้ว ผู้กำกับเมธากับสารวัตรสิงหาหันมองหน้ากันอย่างเอะใจ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไล่เลี่ยกัน สิงหาคิดว่ามันอาจเชื่อมโยงกันก็ได้ หมวดณัฐชาอาจรู้ว่าอะไรคือเบื้องหลังของคดีนี้
“แล้วทำไมเธอไม่รายงานพวกเรา” เมธาตั้งคำถาม
“เธออาจตกอยู่ในอันตราย”
ขณะที่ผู้กำกับกับสารวัตรกำลังหารือกัน จ่ากับหมู่ก็ไม่นิ่งนอนใจ พยายามโทร.หาทั้งณัฐชาและโทมัสต่อไป แต่แล้วหมู่ปรีดาก็นึกขึ้นมาได้ว่าครั้งหนึ่งตนเคยพาหมวดณัฐชากับไอริณไปซ่อนตัวที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งจนป่านนี้หมวดยังไม่คืนกุญแจให้ตนเลย
“เซฟเฮาส์นั่นอยู่ที่ไหน” สารวัตรสิงหาถามเสียงดังจนจ่ากับหมู่สะดุ้งโหยง!
ooooooo
ขณะนั่นที่เซฟเฮาส์...โซเฟียกับณัฐชาเตรียมความพร้อมเพื่อชุบชีวิตใหม่ฤทธิ์ด้วยน้ำตามัจจุราช ฤทธิ์เต็มใจให้ณัฐชาใส่กุญแจมือเขาเพื่อกันเหนียว เพราะไม่รู้ว่าการกระทำครั้งนี้ผลจะเป็นอย่างไร ถ้าตนฟื้นขึ้นมาแล้วไม่เหมือนเดิมให้สองสาวจัดการได้เลย
“ต้องแค่ไหนถึงจะเรียกว่าไม่เหมือน”
“ถ้าผมกลายร่างเป็นอสูรกาย หรือว่าผมจำคุณไม่ได้ คุณต้องรีบเหนี่ยวไกทันที”
ณัฐชาฟังแล้วเศร้าใจ มองโซเฟียล็อกข้อมือ
ฤทธิ์กับเตียงก่อนฉีดน้ำตามัจจุราชใส่แขนเขาอย่าง
ไม่รีรอ...ฤทธิ์ขมวดคิ้วหลับตาลงเพื่อเตรียมใจรับผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น
“อย่าลืมว่าตอนนี้ร่างกายของคุณมีไวรัสอยู่เต็มไปหมด มันกับเซลล์กลายพันธุ์จะต่อสู้กัน เหมือนเม็ดเลือดขาวที่ต่อสู้กับเชื้อโรค และสิ่งที่ตามมาก็คือการอักเสบภายในอย่างรุนแรง อดทนหน่อยนะ” โซเฟียสำทับอีกครั้งก่อนถอยห่างออกมา ขณะที่ณัฐชามองฤทธิ์อย่างเป็นกังวล...
ผ่านไปสักพัก ฤทธิ์เหงื่อกาฬโทรมกาย เริ่มแสดงความเจ็บปวดออกมา นานเข้าเขาลุกขึ้นนั่งบิดตัวไปมาอย่างทรมาน ณัฐชาตกใจร้องถามตลอดเวลาว่าต้องการให้ช่วยหรือเปล่า แต่เขายังหลับตาสนิทไม่พูดอะไรสักคำ จนกระทั่งทนไม่ไหวก็พยายามลุกขึ้นยืนแต่เกิดซวนเซแล้วผลักข้าวของในห้องหล่นแตกกระจาย พร้อมกับตะโกนไล่สองสาว
“ออกไป!! อย่ามายุ่งกับผม”
ณัฐชาชะงักกึก เห็นแววตาของเขาเปลี่ยนสีไปแล้ว... เขาไม่ใช่คนเดิมที่เธอรู้จัก เสียงคำรามของเขาบ่งบอกว่าเจ็บปวดแสนสาหัส กุญแจมือที่ล็อกไว้ถูกเขากระชากขาดกระจุย ณัฐชาตกใจมากถอยหลังมาสองสามก้าวแต่สายตายังจับจ้องฤทธิ์ที่ลงไปนอนบิดไปมาอยู่กับพื้น โซเฟียทราบดีว่าเขาทรมาน ได้แต่บอกให้อดทน
การกลายพันธุ์ครั้งที่สองต้องเจ็บมากขึ้นเป็นธรรมดา
นานเข้าณัฐชาทนเห็นเขาทรมานต่อไปไม่ไหว จะให้ยาระงับปวดหรือไม่ก็ทำให้เขาสลบแต่โซเฟียไม่ยอม เพราะการทำแบบนั้นการกลายพันธุ์อาจไม่สมบูรณ์
“ฉันไม่สน เขากำลังจะตาย คุณไม่เห็นหรือไง”
“เขาเคยผ่านมันมาแล้ว เขาต้องทนได้”
ความเจ็บปวดมาถึงขีดสุด ฤทธิ์แผดร้องสุดเสียงก่อนแน่นิ่ง ณัฐชาผวาเข้าไปดูอาการและพบว่าหัวใจเขาหยุดเต้น ส่วนโซเฟียไม่รอช้า วิ่งออกมาที่รถคว้าสายพ่วงแบตเตอรี่ก่อนจะไปเปิดฝากระโปรงด้านหน้าแล้วจัดการเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันณัฐชาก็พยายามปั๊มหัวใจให้ฤทธิ์อย่างร้อนรน
ไม่นานนักโซเฟียก็วิ่งกลับเข้ามาบอกณัฐชาให้พาฤทธิ์ออกไปข้างนอกเราจะช็อตหัวใจเขาด้วยแบตเตอรี่รถ ณัฐชาลังเลเล็กน้อยก่อนยอมทำตามเพราะไม่มีทางเลือกอื่น โดยโซเฟียเป็นคนสตาร์ตรถเหยียบคันเร่งแล้วให้ณัฐชาใช้ปลายสายพ่วงแบตเตอรี่ทิ่มเข้าที่ไหล่ของฤทธิ์ กระแสไฟทำให้ร่างเขากระตุกเฮือกขึ้นมาแต่แล้วก็นิ่งลงไปอีก สองสาวจึงตัดสินใจทำแบบเดิมอีกครั้ง
คราวนี้หลังจากร่างกระตุกฤทธิ์ก็เริ่มมีอาการขยับเขยื้อน ณัฐชายิ้มออกมาอย่างโล่งใจ โซเฟียรีบลงจากรถมาดูและบอกณัฐชาว่าเขายังไม่ตาย
“แล้วน้ำตามัจจุราชล่ะ ได้ผลรึเปล่า”
โซเฟียตอบไม่ได้...พลันสองสาวก็ชะงักหน้าเจื่อนไปด้วยกันเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาและเห็นคนในรถคือพวกลุงโจลูกน้องของกรณ์
งานเข้าอีกแล้ว! สองสาวรีบพยุงฤทธิ์ขึ้นรถแล้วหันไปยิงกราดใส่พวกลุงโจ ต้านเอาไว้ก่อนที่โซเฟียจะวิ่งเข้าไปขนสัมภาระโดยเฉพาะน้ำตามัจจุราชที่เหลืออยู่และเสื้อแจ็กเก็ตของฤทธิ์
ลุงโจโทรศัพท์รายงานกรณ์ว่าเจอตัวพวกมันแล้ว ท่าทางฤทธิ์จะเจ็บหนักเสียด้วย มันหนีไม่พ้นแน่...แต่ลุงโจคิดผิดถนัด โซเฟียเก่งกาจเกินหญิง เธอให้ณัฐชาขับรถพาหนี ในขณะที่ตัวเธอกราดยิงใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่ง กระทั่งเห็นว่าสู้จะไม่ไหวก็เปลี่ยนแผนเป็นให้ณัฐชาพาฤทธิ์หนีไปก่อน ส่วนเธอโดดลงกราดยิงสกัดพวกมันไว้
ลุงโจเห็นดังนั้นจึงแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม ให้แหลมกับสมุนตามณัฐชาไป ส่วนตัวเองกับสมุนที่เหลือช่วยกันเล่นงานโซเฟีย แต่กว่าจะจัดการเธอได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งก่อนตายโซเฟียได้ฉีดน้ำตามัจจุราชให้ตัวเองโดยไม่มีใครรู้เห็น
ฝ่ายณัฐชาที่ขับรถพาฤทธิ์หนีไปถึงบึงกว้าง เธอพยายามจะพาเขาลงเรือขับหนีไปอีกฝั่ง โดยที่แหลมกับสมุนก็ยังตามไม่ลดละ แถมยังมีวัฒน์กับยักษ์ตามมาสมทบอีก ณัฐชาทำใจแล้วว่ายังไงก็ไม่รอด แต่นึกไม่ถึงว่าราเมศจะโผล่มาช่วย
“หนีไป ทางนี้ฉันจัดการเอง”
ณัฐชาไม่เข้าใจแต่ก็ทำตามที่ราเมศบอก ฤทธิ์ยังอยู่ในอาการสะลึมสะลือแต่ก็เห็นราเมศด้วยเช่นกัน...เมื่อณัฐชาออกเรือไปแล้ว ราเมศก็ต่อสู้กับลูกน้องของกรณ์อย่างดุเดือดเพราะโกรธแค้นที่พวกมันแปรพักตร์ไปจากพรายพิฆาต แต่สุดท้ายราเมศก็พลาดท่าถูกวัฒน์ใช้ดาบแทงตาจนบอดสนิทไปข้างหนึ่ง ก่อนที่ไอริณหรือพรายพิฆาตจะโผล่มาเอาตัวเขาหายไป ฝ่ายณัฐชาก็ถูกแหลมกับสมุนไล่ล่าจนเรือคว่ำกลางบึงตกน้ำไปพร้อมกับฤทธิ์
ณัฐชาจมอยู่ใต้น้ำ พอได้สติเธอรีบมองหาฤทธิ์แล้วดำไปฉุดร่างเขาเอาไว้ก่อนที่จะจมสู่ก้นบึง แต่ทันทีที่คว้ามือเขาสิ่งที่คาดไม่ถึงก็บังเกิดขึ้น!
ฤทธิ์ลืมตาโพลงขึ้นมา แววตานั้นเป็นสีเหลืองอร่ามราวกับดวงตาของเสือร้าย เขาคำรามลั่นก่อนจะเหวี่ยง
ณัฐชาออกไปอย่างแรง ร่างเธอลอยละลิ่วขึ้นจากน้ำมากระแทกพื้นริมฝั่งจนจุกแอ่ก
ขณะที่ณัฐชายังงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น พลันเห็นฤทธิ์กระโจนขึ้นจากน้ำด้วยพละกำลังอันมหาศาล แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว...ไม่ใช่นักสู้มหากาฬแต่เป็นอสูรร้ายตนหนึ่ง ทั้งณัฐชาและพวกแหลมต่างมองอย่างตื่นตะลึง!
จากนั้นเสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหว แต่ยังไงก็ต้านอสูรร้ายไม่ได้ สมุนของแหลมถูกฆ่าตายเรียบในพริบตา แหลมถึงกับเข่าอ่อนพนมมือร้องขอชีวิตตัวเนื้อสั่น
“พี่ครับ ยกโทษให้ผมด้วย ผมโดนพวกคนร้ายมันบังคับให้ทำแบบนี้ พี่ปล่อยผมไปเถอะครับ ผมสาบานว่าผมจะกลับตัว ต่อไปผมจะไม่ทำเรื่องชั่วอีกแล้ว”
ฤทธิ์ในยามเป็นอสูรกายเอียงหน้ามองแหลมอย่างคุ้นตา จำได้ว่ามันเคยทำเรื่องชั่วช้ามากมาย ที่สำคัญคือมันเป็นคนฆ่าใจทิพย์ ฤทธิ์ยกมือสองข้างประกบศีรษะแหลมโดยไม่ฟังเสียงร้องห้ามของณัฐชา...เขาคำรามดุดันก่อนจะบดฝ่ามือเข้าหากันขยี้ศีรษะแหลมจนแตกเหมือนลูกแตงโมแล้วปล่อยร่างไร้วิญญาณของมันล้มตึงลงกับพื้น
“โทมัส...คุณทำอะไรลงไป คุณกลายเป็นอะไรไปแล้ว โทมัส! ฤทธิ์ ราวี!!” ณัฐชาตะโกนทั้งน้ำตา
ฤทธิ์หันมามองเธอด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมก่อนย่างสามขุมเข้าหาอย่างประสงค์ร้าย ณัฐชาตัดสินใจชักปืนจากเอว จำคำพูดของเขาก่อนหน้าที่จะฉีดน้ำตามัจจุราชว่าหากเขาไม่เหมือนเดิมให้เธอยิงเขาได้เลย
“ฉันรักคุณ...ยกโทษให้ฉันด้วย”
หญิงสาวกำลังจะเหนี่ยวไก แต่แล้วคลื่นพลังจากไอริณหรือพรายพิฆาตก็ผลักเธอกระเด็นไปกระแทกต้นไม้จนหมดสติ...ไอริณและราเมศปรากฏตัวขึ้น ฤทธิ์คำรามใส่ทั้งคู่ ไอริณไม่รอช้า รีบปล่อยพลังสะกดเขาไว้...
ooooooo
ด้านจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาที่นำพาสารวัตรสิงหาไปถึงเซฟเฮาส์ ปรากฏว่าภายในว่างเปล่า จ่าไมตรีถึงกับถอนหายใจแล้วพูดติดตลกว่า
“ตามระเบียบครับสารวัตร ตำรวจมาสายเสมอ คนร้ายโกอินเตอร์กันไปหมดแล้ว”
“โธ่เว้ย แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ตกลงหมวดณัฐชาอยู่ที่ไหนกันแน่” สิงหาโวยวายหัวเสียหนัก!
ขณะนั้น ไอริณกับราเมศพาฤทธิ์และณัฐชาไปยังบ้านร้างรังใหม่ของพวกเขา โดยจับณัฐชามัดไว้กับเก้าอี้ ขณะที่ฤทธิ์ยังสลบไสลไม่ได้สติอยู่ที่โซฟา ไอริณรู้ว่าณัฐชาเป็นห่วงเขามาก บอกให้สบายใจได้ว่าเขาปลอดภัยแล้ว ฝ่ายราเมศก็บอกให้หมวดสาวรู้ว่าไอริณคือพรายพิฆาต
ณัฐชาตกใจมาก ถามพวกเขาว่าจับตนมาที่นี่ทำไม ต้องการอะไรกันแน่ ไอริณมองไปที่ฤทธิ์ก่อนพูดโพล่งว่าต้องการช่วยเขา
“โกหก!” ณัฐชาตะโกนสวนทันควัน
“เชื่อเถอะ ฉันมีความจำเป็นบางอย่างถึงต้องทำแบบนี้ มีแต่เขาเท่านั้นที่จะหยุดพวกกบฏลงได้”
“พวกกบฏ? เธอหมายถึงใคร”
เวลาเดียวกันนั้นเอง กลุ่มคนที่ไอริณพูดถึงกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ในโรงชำแหละเนื้อ กรณ์หัวเสียที่ลูกน้องคว้าน้ำเหลวกลับมาแถมยังสะบักสะบอมกันทุกคน วัฒน์บอกว่าไม่ใช่ความผิดของพวกเรา พรายพิฆาตกับบอสมาช่วยฤทธิ์ ราวี ส่วนลุงโจเสริมว่าที่แย่กว่านั้นคือมันกำลังหายป่วย พวกไอ้แหลมโดนมันฆ่าตายจนหมด
“เป็นไปได้ยังไง หรือว่ามันจะร่วมมือกับพรายพิฆาต”
“สงครามเปิดฉากขึ้นแล้วเอมี่ เราต้องรีบตัดกำลังของพรายพิฆาต ทำลายกองทัพของมันให้หมด” กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด สีหน้าดุดันมุ่งมั่นมาก...
ooooooo
การตัดสินใจฉีดน้ำตามัจจุราชให้ตัวเอง ส่งผลให้โซเฟียฟื้นคืนชีพพร้อมพละกำลังที่เหนือกว่าคนธรรมดา และแน่นอนว่าภารกิจต่อไปของเธอก็คือจัดการพรายพิฆาตทั้งเก่าและใหม่เพื่อแก้แค้นให้มาดามหลิวและตัวเอง
โซเฟียกลับไปที่บริษัทของมาดามหลิวแล้วให้ยามช่วยขนอุปกรณ์หลายอย่างใส่รถตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมกันนี้ยามก็มอบฮาร์ดดิสก์ที่มาดามหลิวฝากเอาไว้ให้เธอก่อนตายด้วย โซเฟียรับมาด้วยความประหลาดใจ คาดว่าน่าจะมีอะไรที่สำคัญอย่างแน่นอน
เมื่อเธอนำฮาร์ดดิสก์นั้นมาเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ประจำรถก็ปรากฏภาพมาดามหลิวออกมาในระบบเสมือนจริง
“มาดาม...” โซเฟียครางอย่างคาดไม่ถึง
“โซเฟีย สิ่งที่เธอเป็นเป็นแค่สื่อบันทึกข้อมูลของฉัน มันประเมินผลได้เฉพาะสิ่งที่ฉันเคยป้อนโปรแกรมให้เท่านั้น ว่าง่ายๆก็คือเธอกำลังอ่านไดอารี่ของฉัน โดยมีโปรแกรมเสมือนจริงของฉันคอยแนะนำ เอาล่ะ ถ้าเธอมีคำถามก็ว่ามาได้เลย”
“ฉันควรทำยังไงต่อไป คุณต้องการให้ฉันแก้แค้นใช่รึเปล่า”
“ไม่...เธอต้องแก้ไขสถานการณ์ ไม่ใช่แก้แค้น ฉันเตรียมแผนเอาไว้แล้ว”
คำพูดนั้นทำให้โซเฟียรู้สึกตื่นเต้น ลุ้นระทึกว่าแผนการคืออะไร?
ooooooo
ฝ่ายณัฐชากับฤทธิ์ที่ถูกไอริณหรือพรายพิฆาตพาตัวไปอยู่ในรังใหม่ซึ่งเป็นบ้านร้าง...
ณัฐชาถูกล็อกด้วยกุญแจมือและยังคงระแวงอยู่ตลอดว่าพรายพิฆาตจะไม่ช่วยชีวิตฤทธิ์จริง แต่แล้วมันก็ทำให้เธอเห็นด้วยกับการรักษาฤทธิ์โดยใช้พลังสแกนร่างกายเขาจนฟื้นขึ้นมา แต่เพราะการกลายพันธุ์ครั้งล่าสุดของฤทธิ์ไม่สมบูรณ์ ระบบประสาทเขาไม่แกร่งพอที่จะควบคุมพลังในร่าง เขาจึงยังอ่อนแรงอยู่
ทันทีที่เห็นไอริณ...ฤทธิ์ม่ันใจว่าเธอคือพรายพิฆาต เพราะครั้งหนึ่งใจทิพย์คนรักของเขาก็เคยมีดวงตาที่ลุกวาวไปด้วยพลังเหมือนไอริณในตอนนี้...ด้วยความแค้นทำให้ฤทธิ์ขยับตัวจะลุกขึ้นแต่ก็โดนไอริณใช้พลังกดร่างไว้อีก
“เย็นไว้ นี่ไม่ใช่เวลาต่อสู้ เราต้องสามัคคีกัน”
“ฉันยอมตายดีกว่าร่วมมือกับแก แกฆ่าคนบริสุทธิ์ แกฆ่าใจทิพย์”
“นั่นคือความเห็นแก่ตัวของคุณ...ฤทธิ์ ราวี เพราะคุณสนใจแต่ตัวเองกับคนรอบข้างถึงได้คิดแบบนั้น”
“ถ้าแกเป็นฉันแกก็ต้องคิดเหมือนกัน”
ราเมศเห็นท่าจะไม่จบจึงแทรกขึ้นมา “นี่ไม่ใช่เวลามาแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายกันนะคุณโทมัส เราต้องร่วมมือกันกำจัดพวกของกรณ์ ก่อนที่มันจะสร้างความหายนะมากไปกว่านี้”
“โกหก คุณกำลังหลอกใช้พวกเรา” ณัฐชาสวนทันควัน
“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” ไอริณตอบอย่างไม่แคร์แล้วมองกลับมาที่ฤทธิ์อีกครั้ง “เพื่อนรักของคุณเป็นคนยังไง คุณก็รู้นิสัยเขาดีอยู่แล้วนี่”
ฤทธิ์นิ่งเงียบไป ทราบดีว่าที่พรายพิฆาตในร่างไอริณพูดมานั้นหมายถึงกรณ์นั่นเอง
ooooooo










